เจ้าแม่กวนอิมมูลนิธิเทียนฟ้า ปี2497-เหรียญพระศรีอริยเมตไตรย ปี2495 - หลวงปู่พิศดู-ครูบากฤษดา

ในห้อง 'พระเครื่อง วัตถุมงคล' ตั้งกระทู้โดย bat119, 20 กุมภาพันธ์ 2013.

  1. bat119

    bat119 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 กันยายน 2009
    โพสต์:
    14,757
    ค่าพลัง:
    +30,936
    ฝนตก.jpg

    "ทำให้ฝนตกช่วยชาวบ้านที่ประสบภัยแล้ง"
    มีอยู่ปีหนึ่งในฤดูแล้ง ถ้าจำไม่ผิดน่าจะปี 2548 (วันนั้นผมก็ได้อยู่ในเหตุการณ์ด้วย) เกิดภัยแล้งแถบพื้นที่ จ.ระยอง - จันทบุรี ชาวบ้านเกิดปัญหาขาดแคลนน้ำอย่างหนัก เพราะฝนไม่ตกมาติดต่อกันหลายเดือน ชาวบ้านชาวสวนไม่มีน้ำมารดพืชผล น้ำในแหล่งน้ำต่างๆก็หืดแห้ง ปล่อยเอาไว้ต่อไปจะยิ่งเดือดร้อนกันมาก ได้มีพระเถระรูปหนึ่งที่ศรัทธาในองค์หลวงปู่พิศดู ได้เดินทางมาจาก จ.ระยอง เพื่อมาขออาราธนาให้องค์หลวงปู่ท่านช่วยทำให้ฝนตก เพราะชาวบ้านขณะนี้เดือดร้อนไปทุกหย่อมหย้า หลวงปู่ท่านพิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นเหตุอันสมควรแล้ว ที่ท่านจะช่วยพวกเขาให้พ้นทุกข์ได้ เมื่อได้รับการอาราธนาแล้ว ท่านจึงเข้าฌานสมาบัติแบบฉับพลัน และอธิษฐานจิตสวดมนต์เรียกฝนเพียงชั่วอึดใจเดียว ท่านก็บอกว่า กลับไปที่นั่น(ระยอง)ฝนก็จะตกแล้ว พอหลวงพ่อรูปนั้นกลับไปถึงจ.ระยอง ฝนก็ตกลงมาอย่างหนักจริงๆตามที่หลวงปู่บอก โดยตกทั้งที่ระยอง และจันทบุรี ชุ่มฉ่ำกันไปทั่ว..
    จริงๆเรื่องภัยแล้งนั้นองค์หลวงปู่ท่านก็ทราบความอยู่แล้ว แม้ท่านจะทรงฤทธิ์อภิญญาสามารถทำให้ฝนตกได้ทุกเวลาก็จริง แต่หากไม่มีผู้ใดมาอาราธนา ท่านก็จำเป็นต้องวางอุเบกขาเสีย เพราะเป็นกรรมร่วมของสัตว์โลก แต่เมื่อถึงกาลอันควรเมื่อใดแล้ว จะมีผู้มาอาราธนา ท่านจึงจะสงเคราะห์ให้ตามเหตุปัจจัยนั้นๆ เพราะหน้าที่ของท่านได้มาถึงแล้วนั่นเอง
    ด้วยบารมีของพระอรหันต์ใหญ่อย่างองค์หลวงปู่พิศดู เสมือนที่พึ่งพิงยามทุกข์เข็ญของมวลสรรพสัตว์ทุกหมู่เหล่า
    ปัจจุบันแม้สังขารธรรมที่ห่อหุ้มจิตของท่านจะดับสลายลงไปแล้วก็ตาม แต่บารมีธรรมที่แผ่ครอบทั่วทั้งแดนไตร ยังทรงพลัง และส่งถึงผู้ที่ระลึกถึงท่านได้อยู่ตลอดเวลา ประหนึ่งว่าคล้ายดั่ง..ท่านยังอยู่ดูแลลูกศิษย์ บริวารของท่านอยู่เสมอ.
    Cr Sira Pop
     
  2. bat119

    bat119 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 กันยายน 2009
    โพสต์:
    14,757
    ค่าพลัง:
    +30,936
    คมชัดมากหลังพญานาคไม้ai-2.jpg
    กราบเรา กราบที่ไหนก็ได้ แค่คิดถึงก็พอ_เรารู้ 1f64f.png
     
  3. bat119

    bat119 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 กันยายน 2009
    โพสต์:
    14,757
    ค่าพลัง:
    +30,936
    หลวงปู่พิศดู-ครูบากฤษดา.jpg

    ท่านครูบารู้จักองค์หลวงปู่พิศดูมานานเท่าใดนั้น
    ผมเองไม่ทราบจริงๆครับ ท่านครูบาก็ไม่ได้บอกไว้ แต่ผมทราบมาว่า ทุกอย่างเป็นวาระที่ต้องเป็นไป และทุกอย่างไม่ใช่เรื่องบังเอิญ.. ก่อนที่ท่านครูบาจะมากราบองค์หลวงปู่ประมาณ 2 ปี หลวงปู่ได้ปรารภกับลูกศิษย์บางคนไว้ประมาณว่า.. หลวงปู่กำลังรอใครสักคนอยู่ ท่านผู้นี้เป็นผู้มีบารมี จะมาช่วยงานหลวงปู่ในยามท่านคับขัน(ชรา อาพาธ)

    และอีกเรื่องหนึ่งก่อนที่ท่านครูบาจะมากราบองค์หลวงปู่ประมาณเกือบๆ 2 ปี หลวงปู่ท่านเริ่มอาพาธมากขึ้น จึงต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล ทางลูกศิษย์บางคนเป็นห่วง จึงได้ไปพึ่งบารมีพระเกจิอาจารย์ท่านหนึ่งอยู่แถวๆภาคอีสาน ซึ่งมีความสามารถในเรื่องดูทางในได้แม่นยำมากๆ เพื่อไถ่ถามข้อสงสัยบางอย่างเกี่ยวกับอาการอาพาธขององค์หลวงปู่ พระเกจิอาจารย์ท่านนั้นเมตตาตอบว่า.. " หลวงปู่ท่านไม่เป็นอะไรหรอก ก็อย่างนี้แหละสังขารของคนแก่ ไม่ต้องไปห่วงท่านนะ หลวงปู่เป็นพระใหญ่ ท่านเลยขั้นสูงสุดไปแล้ว ใส สว่างไปหมดแล้ว พระระดับนี้ไม่มีกิเลส มีแต่เมตตาล้วนๆ อย่างท่านจะอยู่กี่ปีหรือจะไปเมื่อไหร่ก็ได้ตามใจท่านต้องการ ไม่มีใครสามารถกำหนดให้ท่านได้ ท่านต่างหากเป็นผู้กำหนดองค์ท่านเอง.. แต่อีกประมาณ 2 ปีนับจากนี้ จะมีพระรูปหนึ่ง จะมาหาหลวงปู่ ลักษณะสันทัด ผิวสองสี พระองค์นี้มีบารมีสูงมาก สูงจนพวกเรา แตะท่านไม่ได้เลย ท่านจะมาจัดระเบียบ และช่วยงานหลวงปู่ยามท่านคับขัน (ชรา อาพาธ) และการมาของท่านจะทำให้มีผู้คนรู้จักหลวงปู่มากมาย หลวงปู่ท่านจะดังไปไกลมาก.."
    และนับจากนั้นมาประมาณ 2 ปี ท่านครูบากฤษดาก็มาหาหลวงปู่ หลวงปู่เมตตาท่านครูบามากๆ การมาของท่านครูบาในครั้งแรก ก็มีสิ่งที่น่าชวนให้เราฉงน(แปลกใจ)อยู่หลายเรื่อง เช่นเรื่องหนึ่ง ท่านครูบามากราบองค์หลวงปู่ พอถึงที่วัดปั๊บครูบาท่านก็พักสักแป๊บนึงด้านนอกกุฏิหลวงปู่ เวลานั้นองค์หลวงปู่ท่านก็ตื่นขึ้นจากจำวัดพอดี และถามว่าด้านนอกมีใครมาหา ให้เรียกเข้ามาคุยกันข้างใน พอคณะท่านครูบาเข้าไปกราบหลวงปู่ในห้อง หลวงปู่ก็ทักครูบาว่า มาครั้งที่ 2 แล้ว ท่านครูบาก็บอกว่า ครับ ครั้งที่2 แล้วครับ..

    และทุกครั้งที่ท่านครูบามาหาองค์หลวงปู่ หลวงปู่ท่านจะเมตตามาก และชวนให้อยู่ค้างที่วัดเสมอ ซึ่งท่านครูบาก็หาโอกาสมานค้างจำวัด และดูแลองค์หลวงปู่เป็นประจำแบบเงียบๆ การมาแต่ละครั้งไม่ได้บอกใครมากนัก เพราะจะได้มีเวลาอยู่กับองค์หลวงปู่ตามลำพังอย่างสงบนานๆ และเวลาที่ท่านครูบากลับไป หลวงปู่ท่านจะถามถึงท่านครูบาตลอด บางครั้งให้ลูกศิษย์โทรศัพท์สนทนากับท่านครูบาก็มี และเวลาที่ลูกศิษย์ขององค์หลวงปู่ติดขัดในเรื่องใดๆ ท่านครูบาก็จะเป็นผู้ให้คำปรึกษาเพื่อช่วยแก้ปัญหาเสมอ และงานบางอย่างที่องค์หลวงปู่ท่านทำเองไม่ค่อยถนัดเนื่องจากชราภาพ ท่านก็จะมอบหมายให้ท่านครูบาช่วยจัดการเรื่องนั้นๆให้...ฯลฯ...ฯลฯ

    หลวงปู่ท่านเปิดเผยความลับบางอย่างเกี่ยวกับท่าน และท่านครูบากฤษดาให้ผมทราบ ซึ่งเรื่องนี้ฟังแล้วจะปิติยินดีมากๆ องค์หลวงปู่ท่านเมตตาบอกว่า..

    " ครูบากฤษดา กับเราเป็นสายเดียวกันนะ ไม่ใช่สายมหานิกายหรือธรรมยุติ แต่เป็นสายท่านพ่ออุปคุตเหมือนกัน เรากับครูบากฤษดาเกี่ยวกันนะ "

    " ให้ไปทำบุญกับครูบาด้วย องค์นี้เป็นพระโพธิสัตว์ บารมีท่านสูง "

    และท่านยังเคยบอกอีกว่า " เราก็เป็นลูกหลานพระเจ้าอโศกมหาราช และเป็นลูกศิษย์ท่านพ่ออุปคุต "

    ซึ่งตามปกติ องค์หลวงปู่พิศดู
    ท่านไม่ค่อยเปิดเผยอะไรแบบนี้บ่อยนัก หากท่านกล่าวรับรองแบบนี้แล้ว มั่นใจได้เลยว่า แน่นอนที่สุด

    ขอบพระคุณข้อมูลจากคุณทุเรียนทอด เว็บพลังจิต
     
  4. bat119

    bat119 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 กันยายน 2009
    โพสต์:
    14,757
    ค่าพลัง:
    +30,936
    หลวงปู่พนมมือใส่กรอบ.png
    ท่านมักพูดเสมอว่า"ถ้าอยากได้มักไม่ได้ ไม่อยากได้มักได้"[​IMG]
     
  5. bat119

    bat119 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 กันยายน 2009
    โพสต์:
    14,757
    ค่าพลัง:
    +30,936
    ปรับสี.jpg

    องค์หลวงปู่ท่านบอกไว้เสมอครับว่า..
    " ถึงไม่เคยมาพบกัน แต่ระลึกถึงเราเสมอ ก็เหมือนได้รู้จักกันมานาน "
    " จะกราบเรากราบที่ไหนก็ได้ แค่คิดถึงก็พอ เรารู้ "
     
  6. bat119

    bat119 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 กันยายน 2009
    โพสต์:
    14,757
    ค่าพลัง:
    +30,936
    นั่งหน้าพระวิมุตตานังใส่ฟิลเตอร์ฟิมล์.jpg

    ... ดังคำที่หลวงปู่มักกล่าวอยู่เสมอว่า

    " เราไม่ได้อยากดัง แต่ก็ต้องดัง.. "

    " ถ้าเวลาจะดังไม่ต้องโฆษณา จะดังเดี๋ยวก็ดังเอง.. "

    รวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกับ หลวงปู่พิศดู ธัมมจารี วัดเทพธารทอง

    17 มิถุนายน 2016

    บารมีธรรมเบ่งบาน..

    ช่วงนี้มักจะได้ยินข่าวเรื่องพระธาตุของหลวงปู่อยู่บ่อยๆครับ เมื่อไม่นานมานี้ก็ได้ยินข่าวเรื่องโลหิต และน้ำเหลืองขององค์หลวงปู่แปรเป็นพระธาตุ ของคุณป้าท่านนึงอยู่ที่ อ.เขาคิชฌกูฏ ได้เก็บบูชาไว้ แล้วต่อมากลายเป็นพระธาตุ เม็ดกลมๆ ใสๆ คล้ายๆไข่ปลาหลายเม็ด ต่อมาเม็ดพระธาตุนั้นได้เพิ่มจำนวนขึ้น มากขึ้นๆ จนคุณป้าแปลกใจและปีติใจอย่างยิ่ง

    คล้ายกับว่า ในยุคนี้เป็นยุคที่บารมีองค์หลวงปู่ท่านเบ่งบานแล้วละครับ

    หลายๆท่านก็คงทราบกันอยู่แล้วว่า องค์หลวงปู่พิศดูท่านบำเพ็ญบารมีเพื่อปรารถนาจะเป็นพระปัจเจกพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งในอนาคตกาล มายาวนานนับหลายอสงไขยกัป บารมีธรรมของท่านเข้มข้นสูง จริตวิสัยของท่านค่อนข้างเป็นอะไรที่เฉพาะตัวมาก แต่โลดโผนในเรื่องอภิญญาจิตแบบสุดขั้ว.. ก่อนที่จะจบภพชาติด้วยการถอนความปรารถนา สำเร็จแล้วพระอรหันต์เข้าพระนิพพานแล้วในชาตินี้..

    ส่วนมากผู้ที่ปรารถนาพระปัจเจกภูมิ ท่านจะบำเพ็ญบารมีธรรมน้อมเข้ามาใส่ตัวโดยถ่ายเดียว ไม่ค่อยได้ตามโปรดใคร จึงไม่ค่อยมีบริวาร เมื่อได้ตรัสรู้พระโพธิญาณแล้ว มีพระญาณอันกว้างไกล สว่างไสวมาก แต่ไม่ค่อยได้ตรัสสอนธรรมที่ได้นั้นแก่บุคคลทั่วไปเป็นสาธารณะ เพราะไม่มีจริตจะสอนใคร แต่ท่านจะเลือกสอนแต่ผู้มีปัญญาที่พอจะรับธรรมเหล่านั้นได้เท่านั้น..

    แต่สำหรับองค์หลวงปู่พิศดู ท่านเคยเมตตาเปิดเผยความลับเรื่องหนึ่งให้ฟังว่า " จริตของเราเป็นพระปัจเจกที่มีบริวาร.."

    เหตุผลเรื่องนี้ เคยได้ยินมาตอนที่มีผู้ปฏิบัติท่านหนึ่งเดินทางมาสอบถามปัญหาธรรมกับองค์ท่าน มีอยู่คำถามหนึ่งที่โยมผู้นั้นได้ถามหลวงปู่ท่านว่า..

    ในอดีตหลวงปู่เคยปรารถนาเป็นพุทธภูมิมาก่อนหรือเปล่า..??

    หลวงปู่อมยิ้ม แล้วตอบกลับไปว่า.. " อืมมม.. ก็มีปรารถนามาบ้างนะ.."

    ซึ่งเรื่องราวทั้งหมดเมื่อจับต้นชนปลายจากในหลายๆเรื่องราว ประกอบกับได้ทราบความจากครูบาอาจารย์องค์หนึ่ง ได้เมตตาบอกมา ก็ทำให้ตีแตกไขความลับในคำกล่าวที่องค์หลวงปู่ได้กล่าวไว้ว่า.. " จริตของเราเป็นพระปัจเจกที่มีบริวาร.." ได้ดังต่อไปนี้..

    ก่อนที่ หลวงปู่ท่านจะตั้งความปรารถนาเป็นพระปัจเจกพุทธเจ้านั้น ท่านเคยปรารถนาพุทธภูมิมาก่อน(ปรารถนาเป็นพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่ง) มายาวนานหลายภพชาติ ก่อนที่จะมาถอนจากพุทธภูมิ มาปรารถนาซึ่งพระปัจเจกภูมิแทน ซึ่งเรื่องนี้ท่านครูบากฤษดาได้บอกว่า.. หลวงปู่ท่านถึงมีบริวาร และผู้ที่เคารพศรัทธาในองค์ท่านมากมาย นับวันยิ่งเพิ่มขึ้นๆๆๆ... ดังคำที่หลวงปู่มักกล่าวอยู่เสมอว่า

    " เราไม่ได้อยากดัง แต่ก็ต้องดัง.. "

    " ถ้าเวลาจะดังไม่ต้องโฆษณา จะดังเดี๋ยวก็ดังเอง.. "

    หลวงปู่พิศดูถือเป็นพระยุคเก่า เรื่องราวของท่าน และวัตถุมงคลที่ท่านสร้าง สิ่งที่ท่านอธิษฐานธรรมไว้ให้ ก็ถูกนำมาเผยแพร่กันในยุคนี้ อันเป็นประโยชน์มากมาย ต่อพระศาสนา วัดในเครือ และศาสนิกชนทั้งหลาย ผู้คนให้ความสนใจกันมากในปัจจุบัน และจะให้ความสนใจกันอีกมากในอนาคต..

    กลุ่มเฟซบุ๊คนี้ ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งในการประชาสัมพันธ์ข่าว งานบุญ และปฏิปทาขององค์ท่านเท่านั้น หลวงปู่ท่านมีบารมีธรรมที่สูงสมบูรณ์พร้อมอยู่แล้ว เมื่อถึงเวลาที่คนจะรู้จักท่าน อะไรก็ฉุดไม่อยู่ ด้วยประสบการณ์ต่างๆที่มีผู้เคยเจอกับท่านมา และประสบการณ์ของวัตถุมงคลของท่านที่มีผู้เอาไปใช้บูชาแล้วได้ผลดีตามมา หลายท่านชีวิตเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นจริงๆ บางท่านสามารถเปลี่ยนนิสัยส่วนตัว หรือลดอารมณ์ในด้านลบลงไปได้มาก ก็เพราะเข้ามาศรัทธาและบูชาองค์หลวงปู่ หรือใช้วัตถุมงคลของท่านก็มีมาก เรียกง่ายๆว่าสามารถพลิกชะตาชีวิตได้จริงๆ ซึ่งบางท่านก็เป็นสมาชิกอยู่ในบอร์ดพลังจิต และกลุ่มเฟซบุ๊คนี้เอง ทุกอย่างสำคัญที่ศรัทธาเป็นที่ตั้ง จริงๆครูบาอาจารย์ท่านดีทุกองค์ ต่างแต่ว่าแต่ละองค์ท่านจะมีวาสนาบารมีไปในทางไหนเท่านั้น.. แต่ที่ได้สัมผัสมาเกือบสิบปี หลวงปู่พิศดู ท่านครบเครื่องทุกอย่างในองค์เดียวกันอย่างแท้จริง.. สาธุ
     
  7. bat119

    bat119 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 กันยายน 2009
    โพสต์:
    14,757
    ค่าพลัง:
    +30,936
    หน้าเจดีย์เล็กใส่กรอบ.jpg

    ธมฺมจารี สุขํเสติ
    (ผู้ประพฤติธรรม ย่อมอยู่เป็นสุข)[​IMG]
     
  8. bat119

    bat119 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 กันยายน 2009
    โพสต์:
    14,757
    ค่าพลัง:
    +30,936
    ล็อกเกตจักรพรรดิ์2.jpg

    ล็อกเกตชุดนี้หลวงปู่พิศดูบอกว่า" แจกเฉพาะคนสมควรแจก.. " ซึ่งก็มีคนเคยมาของท่าน ท่านก็บอกประโยคนี้ครับ แสดงว่าล็อกเกตชุดนี้ต้องพิเศษจริงๆ
    ข้อมูลจากวงใน..มีคนเล่าให้ฟังว่า ก่อนที่ครูบาท่านจะนำล็อกเกตชุดนี้มาถวายให้หลวงปู่อธิษฐานที่วัดเทพธารทอง ครูบาท่านก็ได้อธิษฐานจิตล็อกเกตชุดนี้อยู่ที่วัดสันพระเจ้าแดงทุกวันเป็นเวลานับเดือน ซึ่งเวลาที่ท่านครูบาอธิษฐานจิตล็อกเกตชุดนี้ ญาณขององค์หลวงปู่ก็จะไปร่วมอธิษฐานจิตที่วัดสันพระเจ้าแดงด้วยทุกวันครับ ท่านครูบาบอกว่าพระชุดนี้ขลังมากๆน่ะ.. และคำที่เรียกว่า ล็อกเกตมหาจักรพรรดิ นั้นทราบมาว่าท่านครูบาเป็นผู้ขนานนามนั้นขึ้นมานั่นเองครับกระผม.. สาธุ ๆ ๆ กราบครูบาอาจารย์ทั้งสองไว้เหนือเศียรเกล้าครับ..

    ล็อกเกตรุ่น 8 หลวงปู่พิศดู-ครูบากฤษดา (ล็อกเก็ตมหาจักรพรรดิ)
    - รุ่นนี้สร้างในปี พ.ศ.2552 โดยท่านครูบากฤษดา สุเมโธ ท่านขออนุญาติองค์หลวงปู่โดยตรง รุ่นนี้สร้างขึ้นเพื่อมอบให้กับผู้ที่ทำคุณประโยชน์กับทั้งสองวัด และเป็นที่ละลึก คือเป็นรุ่นที่พิเศษมากๆ ครูบาท่านตั้งใจสร้างเองโดยตรง ด้วยมวลสารที่สุดยอดๆ ที่ท่านเก็บสะสมมา ผงที่ท่านทำเองและผงของครูบาอาจารย์ต่างๆด้วย และอธิษฐานจิตเอาไว้ตลอดมา รวมทั้งสุดยอดของผงมวลสารในแต่ละสำนัก อาทิ..

    - เกศา ครูบาเจ้าศรีวิชัย
    - เกศา เล็บ จีวรเก่าของหลวงปู่พิศดู
    - เกศา ครูบากฤษดา
    - ผงพระธาตุต่างๆ
    - ผงสมเด็จวัดระฆัง
    - สมเด็จบางขุนพรหม
    - ผงพระรอด และพระกรุสกุลลำพูน
    - มวลสารจิตลดา
    - ผงหลวงปู่ปาน วัดบางนมโค
    - ผงหลวงพ่อสด วัดปากน้ำ
    - ผงหลวงปู่สี วัดเขาถ้าบุญนาค(รุ่นอายุยืน และชาญหมาก)
    - ผงกสิณของ หลวงปู่พิศดู ที่ท่านทำเองตั้งแต่ปี 2520
    - ผงโสฬสมหาพรหม
    - ผงมหาจักรพรรดิ์ หลวงปู่ดู่ วัดสะแก
    - ผงพระปิดตาหลวงพ่อแก้ว วัดเคลือวัลย์
    - และผงอีกหลายชนิด รวมทั้งมหาว่านมงคลต่างๆ เป็นจำนวนมาก
    ฯลฯ...ฯลฯ

    พระทั้งหมดนี้ท่านครูบาเมตตาจารอักขระเองทั้งหมดที่ฝาด้านใน ครูบาท่านจารอักขระไว้เยอะมากๆไม่มีที่ว่างเลย จากนั้นเอาเกศา เล็บ ของหลวงปู่พิศดู เกศาครูบาศรีวิชัย บรรจุเอาไว้แล้วจึงเอาจีวรปิดทับอีกชั้นแล้วจึงเอามวลสารต่างๆที่ผสมแล้วพอกอีกชั้นหนึ่ง หลังจากพวกมวลสารแล้วจึงเอาพระชัยประจำตะกูลที่สร้างเอาไว้ปี 2550 และเม็ดประคำแท้ๆของครูบาเจ้าศรีวิชัย บรรจุเอาไว้ทุกองค์ครับ เป็นวิธีการสร้างที่ละเอียดลออมาก โดยทุกขั้นตอนจะมีการกำหนดฤกษ์-ยาม และท่านครูบาจะเป็นผู้กำกับเองทั้งหมด จากนั้นจะทำการอธิษฐานจิตเองทุกวัน โดยท่านอัญเชิญบารมีของคุณพระ ครูบาอาจารย์ทั้งหมด บารมีธรรมขององค์หลวงปู่พิศดูให้มาร่วมพิธีด้วยทุกวัน จากนั้นจึงได้นำพระทั้งหมดเอามาถวายให้องค์หลวงปู่ท่านเสกอธิษฐานอีกทีแล้วจึงมอบให้กับผู้ที่สมควรต่อไปครับ
    จำนวนสร้าง มีออกมาด้วยกัน 2 แบบ คือแบบซ้อนตรง 16 องค์ และซ้อนข้าง 16 องค์ ครับ

    ข้อมูลคุณสิรภพ
     
  9. bat119

    bat119 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 กันยายน 2009
    โพสต์:
    14,757
    ค่าพลัง:
    +30,936
    ed256098978th ระยอง
     
  10. bat119

    bat119 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 กันยายน 2009
    โพสต์:
    14,757
    ค่าพลัง:
    +30,936
    ทำใหม่หลวงปู่นั่งรถหน้าเจดีย์เล็ก2.jpg
    พระเจดีย์เล็ก..
    ท่านใดไปวัดเทพธารทอง เพื่อทำบุญและนมัสการสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ต่างๆในวัด นอกที่จากพระเจดีย์ใหญ่ วิหารพระพุทธไสยยาสน์ หลวงพ่อพระผุด มณฑปหลวงปู่ ลำธารศักดิ์สิทธิ์ ฯลฯ แล้ว ก็ยังมีพระเจดีย์เล็กอีกแห่งหนึ่ง ที่ลูกศิษย์ใหม่ๆยังไม่ค่อยทราบกัน พระเจดีย์เล็กแห่งนี้ หลวงปู่เคยบอกว่า " เจดีย์นี้เป็นหลักของวัดเทพ มีความศักดิ์สิทธิ์มาก และมีพญานาครักษาอยู่.."
    ซึ่งสมัยก่อนผู้ที่มากราบหลวงปู่ ต้องการมีโชคลาภ หรือมาขอพรหลวงปู่อธิษฐานในเรื่องต่างๆ หลวงปู่ก็จะให้ไปสวดมนต์ภาวนาและอธิษฐานที่พระเจดีย์เล็กหลังนี้ ก็มีหลายคนที่ประสบความสำเร็จ มีโชคมีลาภ บางคนมีลาภใหญ่ถูกรางวัลที่ 1 ก็มี คนนี้เป็นเจ้าของร้านขายอะไหร่อยู่ อ.ท่าใหม่
    เจดีย์นี้มีหลายคนเคยเจออะไรแปลกๆ แบบเหนือธรรมชาติ หลายครั้งที่มีคนเคยเห็นเป็นลำแสงพุ่งขึ้นไปบนอากาศ บางคนก็เห็นพญานาคตัวใหญ่ขดรอบเจดีย์ บางคนเคยเข้าไปนอนแล้วฝันไปว่าได้เข้าไปดินแดนลี้ลับที่ซ้อนกันอยู่อีกภพหนึ่ง บางคนก็ได้กลิ่นหอมของเครื่องหอมแปลกๆ บางคนก็ได้ยินเสียงดนตรีไทย บางคนถ่ายรูปติดสิ่งที่อธิบายไม่ได้ ฯลฯ เป็นอันว่า พระเจดีย์นี้ไม่ใช่เจดีย์ธรรมดา ท่านใดมีโอกาสเข้ามาที่วัดเทพธารทอง ก็ไม่ควรพลาดเข้ามากราบพระในเจดีย์นี้ด้วยนะครับ
    ข้อมูลคุณสิรภพ
     
  11. bat119

    bat119 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 กันยายน 2009
    โพสต์:
    14,757
    ค่าพลัง:
    +30,936
    วัตถุมงคล.jpg

    ว่าด้วยเรื่องวัตถุมงคลครับ..
    เรื่องนี้ถ้าใครเคยติดตามอ่านมาตลอด ผมเองก็เคยกล่าวถึงบ่อยๆครับว่าหลวงปู่พิศดูท่านเป็นครูบาอาจารย์ที่หมดจดจากกิเลสอาสวะแล้ว ย่อมปล่อยวางทุกสิ่งที่ไม่เป็นสาระ แต่ว่าท่านก็เข้าใจกระแสของโลก และคนบนโลกดี หรือที่เรียกว่ารู้แจ้งโลก(โลกวิทู) ว่าคนแต่ละคนสามารถรับเอาธรรมคำสอนเข้าไว้ในหัวใจได้ไม่เท่ากัน อุบายการสอนธรรมก็ย่อมแตกต่างกันออกไป ท่านจึงเมตตาโปรดคนทุกหมู่เหล่าตามแต่เหตุปัจจัยจะอำนวย...
    ยังมีคนจำนวนมากต้องการที่พึ่ง โดยเฉพาะเวลาเกิดความทุกข์กาย ทุกข์ใจ หรือ ไม่สบายกาย ไม่สบายใจ สิ่งที่คนทุกคนต้องการที่จะพึ่งพาเป็นอันดับแรกเลยก็คือ ที่พึ่งทางใจครับ เพราะไม่ว่าจะเกิดทุกข์ในทางใดก็ตามทั้งจากตัวเจ้าของเอง หรือแม้แต่สิ่งที่เรารัก มันจะเข้าไปรวมอยู่ที่ใจเราทั้งสิ้น หากเราไม่มีสติกำหนดรู้เท่าทัน ก็ยังยากที่จะเข้าใจในธรรมารมณ์นั้น..
    จริต และระดับสติปัญญาของคนเรามีหลายระดับชั้น แต่จะมีใครบ้างที่เข้าใจตรงนี้ว่า ธรรมะที่พระพุทธเจ้าค้นพบ หรือที่พ่อแม่ครูอาจารย์ทั้งหลายท่านอบรมสั่งสอนนั้น สามารถทำให้เห็นเป็นรูปธรรมได้แค่ไหน แล้วสิ่งไหนเป็นพระ สิ่งไหนเป็นธรรม ตรงนี้บางครั้งอาจต้องใช้เวลาพิสูจน์ด้วยการปฏิบัติเอง..
    ด้วยสิ่งนี้เอง ที่บูรพาจารย์แต่เก่ามา ท่านเข้าใจและรู้ดีว่า ถึงกระนั้นก็ต้องหาสิ่งสมมุติ ที่จะเป็นพึ่งทางใจให้แก่ผู้ที่จิตใจยังอ่อนแอ ผู้ที่ยังไม่พร้อมจะเผชิญกับโลก ในด้านที่น่ากลัวเหล่านั้น ท่านจึงได้สร้างวัตถุงคลขึ้นมาเป็นสิ่งสมมุติที่แทนความเป็นพระรัตนตรัย ที่สามารถให้มองเห็นเป็นรูปธรรม(สมมุติ)ได้ จับต้อง มองเห็นได้ ก็นับว่าเป็นพระอัจฉริยะภาพของท่านบูรพาจารย์เหล่านั้น และถือปฏิบัติตามกันมายาวนานตั้งแต่สมัยพุทธกาลแล้ว.. เนื่องจากวัตถุมงคลนั้นเป็นสัญลักษณ์ของความดีงาม ที่เพียงแค่มองก็จะสามารถทราบได้ทันทีว่าสื่อความหมายถึงสิ่งใด ส่วนเครื่องรางบางอย่างก็อาจสื่อได้ว่าเป็นตัวแทนของพระธรรมได้ด้วย โดยเฉพาะที่มีการจาจึกอักขระเลขยันต์ หรืออักษรตัวธรรมต่างๆ.. นั่นก็จัดเป็นความดีงามได้ด้วยเช่นกัน ให้เรามีความตระหนัก ให้มีสิ่งยึดเกาะใจ เมื่อมีสิ่งเหล่านี้(วัตถุมงคล)อยู่กับตัวแล้ว พึงสำรวมระวังไม่ให้ทำผิลศีลธรรม ฯลฯ..
    การที่หลวงปู่ท่านอนุญาตให้จัดสร้างวัตถุมงคลก็ดี มีผู้ขออนุญาตสร้างก็ดี หรือมีผู้นำมาให้อธิษฐานจิตก็ดี ก็นับว่าเป็นมงคลอย่างยิ่งทั้งสิ้น หากได้รับความเมตตาอนุเคราะห์จากองค์หลวงปู่ผู้เป็นพระบริสุทธิ์ ช่วยแผ่เมตตาให้ ของธรรมดานั้นก็กลายเป็นของไม่ธรรมดา เป็นของมงคลขึ้นมาได้ด้วยบารมีธรรม แล้วจากประสบการณ์ที่ได้พบเจอกันมา ก็คงเป็นเรื่องที่ยืนยันได้ว่าสิ่งเหล่านี้(วัตถุมงคล) สามารถเป็นที่พึ่งทางกาย-ทางใจได้เช่นกัน แต่อาจไม่ได้ช่วยให้พ้นทุกข์ หากผู้ใช้ไม่ได้ละกิเลส อาสวะให้หมดไปจากจิตจากใจได้ ต่อให้หาวัตถุมงคลที่ดีที่สุดมากองทับร่าง ก็ไม่อาจพ้นทุกข์จากบ่วงของพญามารได้ นั่นก็คือกิเลสในใจของคนเรานั่นเองครับ เมื่อถึงจุดๆหนึ่งแล้ว จิตก็จะมีการพัฒนา และเข้าใจเอง..
    การพึ่งพาตนเองเป็นเรื่องที่ดีที่สุด แต่ถ้าบางคนพึ่งพาตนเองแล้วผลออกมาไม่ดีเท่าที่ควร คนๆนั้นก็อาจต้องการที่พึงอื่นที่เป็นตัวช่วยให้มีกำลังใจ กำลังใจก็มีหลายอย่างแล้วแต่ใครจะต้องการแบบไหน อุปมาเหมือนกับสิ่งที่หล่อเลี้ยงร่างกายจิตใจ ให้มีแรงเดินหน้าต่อไปนั่นเองครับ.. สาธุ
    ข้อมูลคุณสิรภพ
     
  12. bat119

    bat119 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 กันยายน 2009
    โพสต์:
    14,757
    ค่าพลัง:
    +30,936
  13. bat119

    bat119 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 กันยายน 2009
    โพสต์:
    14,757
    ค่าพลัง:
    +30,936
    เหรียญเพชรยอดมงกุฏ เนื้อสัมฤทธิ์+หนังสือหลวงปู่เดินหน เล่ม 2 ซีลเดิม บูชา 1,899 บาท พร้อมส่งในประเทศ
    หนังสือ.jpg1.jpg

    หนังสือ.jpg

    หนังสือ.jpg3.jpg

    หนังสือ.jpg4.jpg

    หนังสือ.jpg2.jpg
     
  14. bat119

    bat119 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 กันยายน 2009
    โพสต์:
    14,757
    ค่าพลัง:
    +30,936
    4.jpg

    upload_2025-8-29_13-50-24.png
     
  15. bat119

    bat119 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 กันยายน 2009
    โพสต์:
    14,757
    ค่าพลัง:
    +30,936
    ed512042995th ขอนแก่น
     
  16. bat119

    bat119 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 กันยายน 2009
    โพสต์:
    14,757
    ค่าพลัง:
    +30,936
    1.เหรียญสร้างชาติปลุกเสกที่วัดพระแก้วใน ปี2482 บูชา 359 บาท (พร้อมส่งEms)

    รายการ1.jpg

    เหรียญสร้างชาติปลุกเสกที่วัดพระแก้วใน ปี2482 เหรียญสวยมากครับ แล้วนำมาแจกในกงานฉลองอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ปี 2483 สมัยจอมพลแปลก พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี ได้สร้างอนุสาวรีย์นี้ขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกในการที่คณะราษฎร ได้ปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครอง จากระบอบ สมบูรณาญาสิทธิราชย์ มาเป็นระบอบประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.2475 เพื่อเป็นอนุสรณ์ให้ชนรุ่นหลัง ได้เห็นความสามัคคีกลมเกลียวของประชาชน ทั้งเตือนใจให้ระลึกถึงและช่วยกันพิทักษ์รักษาเทิดทูนรัฐธรรมนูญ ให้สถิตสถาพรเป็นหลักของการปกครองตามระบอบประชาธิปไตย กรมศิลปากรดำเนินการก่อสร้าง โดยศาสตราจารย์ศิลป พีระศรี เป็นผู้ออกแบบ และดำเนินการปั้นร่วมกับศิษย์ เริ่มลงมือก่อสร้างเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.2482 มีพิธีเปิดเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.2483 โดยเหรียญสร้างชาติได้นำไปลุกเสกที่วัดพระแก้วโดยจอมพลถนอมได้นิมนต์คณาจารย์ที่เก่งที่สุดมาปลุกเสกโดยส่งรถไปนิมนต์รับถึงวัดมีรายนามดังนี้
    1.หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพธิ์
    2.หลวงพ่อสาย วัดพยัคฆาราม
    3.หลวงพ่อพุก วัดพระยาทำ
    4.หลวงพ่อจาด วัดบางกะเบา
    5.หลวงพ่ออี๋ วัดสัตหีบ
    6.หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก
    7.หลวงพ่อช้าง วัดเขียนเขตต์
    8.หลวงพ่อคง วัดบางกะพร้อม
    9.พระอาจารย์ปลื้ม วัดปากคลองมะขามเฒ่า
    10.หลวงพ่อแช่ม วัดตาก้อง
    11.หลวงพ่อเหลือ วัดสาวชะโงก
    12.หลวงพ่อรุ่ง วัดท่ากระบือ
    13.หลวงพ่อโสก วัดปาดคลอง เพชรบุรี
    14.หลวงพ่อกลิ่น วัดสะพานสูง
    15.หลวงพ่อฉาย วัดพนัญเชิง
    16.หลวงพ่อแฉ่ง วัดบางพัง
    17.หลวงพ่อจันทร์ วัดนางหนู
    18.หลวงพ่อพุ่ม วัดบางโคล่นอก
    19.หลวงปู่เผือก วัดกิ่งแก้ว
    20.หลวงพ่ออ้น วัดบางจาก
    21.พระอาจารย์พา วัดระฆัง
    22.หลวงพ่อใจ วัดเสด็จ
    23.หลวงพ่อเปลี่ยน วัดใต้
    24.หลวงพ่อพริ้ง วัดบางประกอก
    25.หลวงปู่เหมือน วัดโรงหีบ ฯลฯ อีกหลายคณาจารย์ครับ
     
  17. bat119

    bat119 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 กันยายน 2009
    โพสต์:
    14,757
    ค่าพลัง:
    +30,936
    2.พระสมเด็จปรกโพธิ์ วัดมหาธาตุ ปี2512 + เหรียญอนุสรณ์สร้างบุษบก วัดมหาธาตุ ปี2512 บูชา 699 บาท (พร้อมส่งEms)

    รายการ2.jpg

    ขอดีที่ถูกมองข้าม แม้แต่คนในพื้นที่ยังลืมไปแล้วฯ
    เกจิที่มาร่วมปลุกเสก

    หลวงพ่อแดง วัดเขาบันไดอิฐ

    หลวงพ่อเนื่อง วัดจุฬามณี

    หลวงพ่อกวย วัดโฆสิตาราม

    หลวงพ่อทบ หลวงปู่ฝั้น หลวงปู่แหวน

    หลวงปู่ขาว วัดถ้ำกลองเพล

    หลวงพ่อเอีย วัดบ้านด่าน

    หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี

    หลวงพ่อเขียว วัดทรงหลบน

    หลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง

    หลวงพ่อมุ่ย วัดดอนไร่

    หลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม

    หลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่

    หลวงพ่อผาง วัดอุดมคงคาคีรีเขต

    หลวงปู่ทิม วัดระหารไร่

    หลวงปู่สี วัดถ้ำเขาบุญนาค

    หลวงปู่ดู่ วัดสะแก ฯลฯ
    เป็นพิธีใหญ่ของจังหวัดเพชรบุรีในสมัยนั้น.
     
  18. bat119

    bat119 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 กันยายน 2009
    โพสต์:
    14,757
    ค่าพลัง:
    +30,936
    3.เหรียญพระแก้วหมดห่วง รุ่น2 มาพร้อมกล่อง สภาพสวยเดิมๆ บูชา 1,690 บาท (พร้อมส่งEms)
    รายการ4.jpg

    จัดสร้างโดยคุณสุธันย์ สุนทรเสวี วัตถุประสงค์ในการสร้างหอพระองค์หลวงพ่อเพชร
    เพื่อประดิษฐานในสาธารณสุข จ.สมุทรสงคราม

    การถวายนาม เหรียญพระแก้วมรกต จักรแก้วพระพุทธเจ้า
    ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2.3 ซ.ม.ด้านหน้า ด้านหน้าเป็นรูปจำลองพระแก้วมรกต ทรงเครื่องฤดูฝนประทับนั่งบนรัตนบัลลังก์บัว 2 ชั้น
    อยู่ภายในซุ้มเรือนแก้วและรายล้อมด้วยดอกไม้ โดยเลียนแบบจากรูปลักษณ์จากเหรียญพระแก้ว มรกต รุ่นฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ 150 ปี
    ด้านหลังเหรียญเป็นยันต์จักรแก้วพระพุทธเจ้า ทรงอานุภาพปราบมารขจัดอุปสรรคและตัดเคราะห์กรรม ซึ่งผูกจากพระคาถาจักรแก้วพระพุทธเจ้า
    “ อิติปิโสภควา เอกจกกํ มารเปตวา พุทธจกโก เวหาสคนตวา” หมุนออกจากแกนกลางวนแบบทักษิณาวัตร (หมุนวนขวามือ)

    โดยคณะผู้จัดสร้างได้รวบรวมโลหะทองชนวน พระกริ่ง – พระชัยวัฒน์ สำนักวัดสุทัศนเทพวราราม กรุงเทพฯ หลายวาระ
    ทองชนวนพระกริ่ง-พระชัยวัฒน์ และครอบน้ำมนต์ที่มีชื่อเสียงเป็นจำนวนมาก,ตะกรุดและแผ่นยันต์ของพระอริยสงฆ์
    และพระอภิญญาจารย์เจ้าทุกภาคทั่วประเทศและโลหะบริสุทธิ์ 9 ชนิดได้แก่ รวมทั้งแผ่นพระยันต์ 108 ดวง และนะปัถมัง 14
    นะอันเป็นพระยันต์บังคับตามตำราการสร้าง พระกริ่ง – พระชัยวัฒน์ของสมเด็จพระพันรัตน์วัดป่าแก้ว กรุงเก่า
    ซึ่งรุ่นสองนี้คุณสุธันย์ใช้ชนวนศักดิ์สิทธิ์ซึ่งสะสมมายาวนานหลอมสร้างไปมากที่สุด มากกว่ารุ่นแรก

    ผู้สร้างนำทองชนวนและแผ่นยันต์ทั้งปวงมาหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกันแล้วเทเป็นแผ่นใหญ่ ปล่อยให้เย็นตัวลงตามธรรมชาติ
    จากนั้นนำโลหะธาตุมารีดเป็นแผ่นบางโดยจำแนกไปตามชนิดของโลหะคือ นวโลหะ เงิน และ ทองคำ
    วันศุกร์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2540 ตรงกับวันอาสาฬหบูชา ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 เวลา 07.09 น. เป็นมหามงคลฤกษ์ที่ได้คำนวณไว้ดีแล้ว
    จากนั้นก็นำแผ่นโลหะทั้งสามมาดำเนินการปั๊มเป็นเหรียญให้เสร็จภายในเวลา 23.09 น. ของวันเดียวกันซึ่งเป็นอุดมมงคลตามฤกษ์

    จำนวนการสร้าง 2,222 เหรียญ
    1. ทองคำบริสุทธิ์ 5 เหรียญ
    2. เงินบริสุทธิ์ 181 เหรียญ
    3. นวโลหะกลับดำ 2,036 เหรียญ


    *****พิธีมหาพุทธาภิเษก*****
    1. วัดสุทัศนเทพวราราม กรุงเทพฯ พิธีพระบรมรูป ร.5 4 ตุลาคม 2540
    2. วัดสุทัศฯเทพวราราม กรุงเทพฯ พิธีทรัพย์เพิ่มพูน 7 พฤศจิกายน 2540
    3. วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพฯ พิธีพระเศรษฐีนวโกฏิ 15 พฤศจิกายน 2540
    4. วัดเลา กรุงเทพฯ พิธีพระพิฆเณศวร ศิลปากร 8 มกราคม 2541
    5. วัดป่าเลไลย์ สุพรรณบุรี พิธีเหรียญพระรูป ร.5 23 ตุลาคม 2541
    6. วัดเลา กรุงเทพฯ พิธีพระกริ่งพุทธปัญญา 30 สิงหาคม 2542
    7. วัดไผ่ล้อม นครปฐม พิธีพระกริ่งอัตตรักโข 23 ตุลาคม 2542
    8. วัดยางงาม ราชบุรี พิธี 100 ปี ปากท่อ 27 ตุลาคม 2542
    9. วัดเลา กรุงเทพฯ พิธีพระกริ่งพุทธสุขสิริ 6 พฤศจิกายน 2542
    10. วัดไผ่ล้อม นครปฐม พิธีเสาร์ 5 8 เมษายน 2543
    11. วัดเขื่อนเพชร เพชรบุรี พิธีเสาร์ 5 8 เมษายน 2543
    12. วัดช้าง นครนายก พิธีพระกริ่ง-พระชัยวัฒน์ “สาธารณสุข” 9 มิถุนายน 2543
    13. วัดพระศรีรัตนศาสดาราม กรุงเทพฯ พิธีพระพุทธนิรามัย 27 มิถุนายน 2543
    14. วัดเขื่อนเพชร เพชรบุรี พิธีสมโภชรูปเหมือนหลวงพ่อจ่าง 23 ตุลาคม 2543
    15. วัดสุทัศนเทพวราราม กรุงเทพฯ พิธีวันเพ็ญ เดือน 12 พฤศจิกายน 2543
    16. วัดเขื่อนเพชร เพชรบุรี พิธีพระกริ่งเพชรกลับ วชิรเวท 7 ธันวาคม 2543
    17. วัดสุทัศนเทพวราราม กรุงเทพฯ พิธีพระกริ่งพุทธยอดฟ้า 31 ธันวาคม 2543
    18. วัดไผ่ล้อม นครปฐม พิธีรูปเหมือนสะดุ้งกลับ หลวงพ่อพูล 18 มกราคม 2544
    19. วัดสุทัศนเทพวราราม กรุงเทพฯ พิธีพระกริ่งจอมไทย 19-27 มกราคม 2544
    20. วัดไผ่ล้อม นครปฐม พิธีมงคลอายุวัฒน์ 90 10 กุมภาพันธ์ 2544
    21. วัดจุฬามณี สมุทรสงคราม พิธีชัยมังคลาภิเษก 25 เมษายน 2545
    22. วัดเลา กรุงเทพฯ ….………………. 27 เมษายน 2545
    23. วัดพระศรีรัตนศาสดาราม กรุงเทพฯ พิธีหลวงปู่ทวด กระทรวงกลาโหม 10 พฤศจิกายน 2545
    24. วัดพระศรีรัตนศาสดาราม กรุงเทพฯ พิธีพระพุทธนิรโรคันตราย 11 พฤศจิกายน 2545
    25. วัดเลา กรุงเทพฯ ….……………….. 13 พฤศจิกายน 2545
    26. วัดปราสาทบุญญาวาส กรุงเทพฯ พิธีหลวงพ่อทวด 19 พฤศจิกายน 2545


    *****พิธีอธิษฐานจิตเดี่ยว*****
    1. พระครูภัทรธรรมรัติ (ภัทร) วัดโคกสูง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 6-7 กันยายน 2540
    2. พระครูสุวรรณวิสุทธิ์ (เจริญ) วัดธัญญวารี อ.ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี 22 กันยายน 2540
    3. พระครูวิทิตพัฒนาทร (จ้อย) วัดหนองน้ำเขียว อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี 28 มกราคม 2540
    4. พระครูปราสาทพรหมคุณ (หงส์) วัดเพชรบุรี อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ 1 กุมภาพันธ์ 2540
    5. พระธรรมมุนี (แพ) วัดพิกุลทอง อ.ท่าช้าง จ.สิงห์บุรี 12 เมษายน 2541
    6. พระครูสังวรสมณกิจ (ทิม) วัดพระขาว อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา 12 เมษายน 2541
    4 มกราคม – 31 มีนาคม 2542
    7. พระภาวนานุสิชฌ์เถร (หรุ่ม) วัดบางจักร อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง
    12 เมษายน – 4 พฤษภาคม 2541,27 มกราคม 2544,3 มีนาคม 2544
    8. พระนิมมานโกวิท (ทองคำ) วัดท่าทอง อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ 5 พฤษภาคม 2541และ13 – 14 พฤษภาคม 2547
    9. พระครูพัฒนกิจจานุรักษ์(วงศา) วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม อ.ลี้ จ.ลำพูน 6 พฤษภาคม 2541
    10. พระครูมงคลคุณาทร (คำปัน) วัดหม้อคำตวง อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 6 พฤษภาคม 2541
    11. พระครูวรวุฒิคุณ (อิน) วัดฟ้าหลั่ง อ.ดอยหล่อ จ.เชียงใหม่ 7 พฤษภาคม 2541
    12. พระครูพิศิษฐสังฆการ (ผัด) วัดศรีดอนมูล อ.สารภี จ.เชียงใหม่ 7 พฤษภาคม 2541
    13. พระครูสิริศีลสังวร (น้อย) วัดศรีดอนมูล อ.สารภี จ.เชียงใหม่ 7 พฤษภาคม 2541
    14. พระครูชัยยะวงศ์วิวัฒน์ (หน่อย) วัดบ้านปง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ 7 พฤษภาคม 2541
    15. ครูบาเทือง นาถสีโล วัดบ้านเด่น อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 7 พฤษภาคม 2541
    16. พระราชพฤฒาจารย์ (ห้อม) วัดคูหาสุวรรณ อ.เมืองฯ จ.สุโขทัย 8 พฤษภาคม 2541
    17. พระครูศีลสารสัมปัน (อ่อน) วัดเนินมะเกลือ อ.วังทอง จ.พิษณุโลก 8 พฤษภาคม – 3 มิถุนายน 2541
    18. พระครูสุนทรวชิรเวท (จ่าง) วัดเขื่อนเพชร อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี 8 กรกฎาคม – 5 ตุลาคม 2541
    (ไตรมาส 2541 )
    19. พระราชอุดมมงคล (อุตตมะ) วัดวังก์วิเวการาม อ.สังขละ จ.กาญจนบุรี 18 ธันวาคม 2541,13 พฤษภาคม 2542 ,และ 14 พฤษภาคม-2 มิถุนายน 2542
    20. พระครูสถิตย์โชติคุณ (ไสว) วัดปรีดาราม อ.สามพราน จ.นครปฐม 3 – 21 มิถุนายน 2542
    21. พระครูสุนทรจริยวัตร (ม่วง) วัดยางงาม อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี 22 มิถุนายน – 23 ตุลาคม 2542
    ( พรรษา 2542 )
    22. พระครูสังวรานุโยค (ช่อ) วัดโคกเกตุ อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม 11 พฤศจิกายน – 28 ธันวาคม 2542,1 พฤศจิกายน – 15 ธันวาคม 2544และ1 มกราคม – 30 เมษายน 2547
    23. พระครูปุริมานุรักษ์(พูล) วัดไผ่ล้อม อ.เมือง จ.นครปฐม 8 เมษายน 2543 (เสาร์5) 15 กรกฎาคม – 13 ตุลาคม 2543(ไตรมาส 2543 )
    24. พระอาจารย์ธรรมนูญ ฐิตวัฒฑโน วัดมณีชลขันธุ์ อ.เมือง จ.ลพบุรี 27 มกราคม – 2 มีนาคม 2544
    25. พระอาจารย์ใย สัญญาโม วัดสะแก อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา 2 มีนาคม – 5 พฤษภาคม 2544
    26. หลวงปู่ชื้น พุทธสโร วัดญาณเสน อ.พระนครศรีอยุธยา จ. พระนครศรีอยุธยา 3 มีนาคม 2544,6 พฤษภาคม 2544และ24 มิถุนายน 2545
    27. พระครูวินัยวชิรกิจ (อุ้น) วัดตาลกง อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี 1 กรกฎาคม – ตุลาคม 2544(ไตรมาส 2544)
    28. พระครูโสภิตวิริยาภรณ์ (สมโภช) วัดจุฬามณี อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม 14 กุมภาพันธ์ – 20 เมษายน 2545
    29. พระราชวิทยาคมเถร (คูณ) วัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา (ไตรมาส 2545 ) 22 กรกฎาคม – 21 ตุลาคม 2545และ 23 ตุลาคม 2545
    30. พระครูวิชัยกิจอารักษ์ (อุดม) วัดพิชัยสงคราม อ.พระนครศรีอยุธยา จ. พระนครศรีอยุธยา 17 มีนาคม – 10 กรกฎาคม 2546
    31. พระอาจารย์เมือง พลวัฒทโณ วัดป่ามัชฌิมาวาส อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ (ไตรมาส 2546) 13 กรกฎาคม – 2 พฤศจิกายน 2546
    32. พระอาจารย์สมบูรณ์ กนตสีโล วัดป่าสมบูรณ์ธรรม อ.ชาตตระการ จ.พิษณุโลก 14 พฤษภาคม – 27 ตุลาคม 2547( ไตรมาส 2547 )

    เหรียญนี้เข้าพิธีมานานถึง 7 ปี
    พิธีพุทธาภิเษก 26 พิธี และพิธีอธิษฐานจิตเดี่ยวอีก 32 พระเถระ
    เป็นเหรียญที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพุทธคุณ คือตั้งแต่ปี 40 และแล้วเสร็จในปี 47
     
  19. bat119

    bat119 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 กันยายน 2009
    โพสต์:
    14,757
    ค่าพลัง:
    +30,936
    4.พระนาคปรกหลวงพ่อต่วน กรุวัดชีปะขาวหาย เนื้อผง ปี 2460 จ.พิษณุโลก หลวงปู่ศุขปลุกเสก บูชา 2,999 บาท (พร้อมส่งEms)
    รายการ8.jpg
    พระนาคปรกพระครูต่วนกรุวัดชีปะขาวหาย จ.พิษณุโลก สร้างปี 2460 เป็นพระเครื่องเนื้อขาวหม่นๆ หรือขาวอมเหลือง พระบางองค์ตามพื้นผิวจะมีคราบกรุจับแน่นคล้ายฟองเต้าหู้ ทั้งนี้เนื่องจากมีการฝังกรุมานาน ด้านหลังของพระบางองค์มีหลังอูม ลักษณะเนื้อก็ค่อนค่างแกร่ง พอสมควร พระพิมพ์สี่เหลี่ยมวัดชีปะขาวหาย ก็เป็นพระเครื่องพิมพ์หนื่่งที่ หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่ากับหลวงพ่อต่วน อดีตเจ้าอาวาสวัดตาปะขาวหายร่วมกันสร้าง เพื่อหาทุนมาทำการก่อสร้างพระมณฑปจตุรมุขระหว่างปี พ.ศ.2460-2461 เมื่อสำเร็จจืงเอาพระเครื่องที่เหลือบรรจุไว้ตามบริเวณต่างๆ ของมณฑป พระได้แตกกรุเมื่อครั้งแรก พ.ศ.2503 ต่อมาได้มีการพบพระอีกครั้งเมื่อคราว บรูณะซ่อมแซมพระมณฑปจตุรมุข เมื่อปี ฟ.ศ.2548-2549 วัดชีปะขาวหายจังหวัดพิษณุโลกที่พบจากพระมณฑปจตุรมุข เป็นพระเครื่องอีกรุ่นหนื่งที่ประวัติและหลักฐานชัดเจนว่าหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่าได้สร้างเอาไวัและมีการนิยมเล่นหาเป็นมาตรฐาน
     
  20. bat119

    bat119 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 กันยายน 2009
    โพสต์:
    14,757
    ค่าพลัง:
    +30,936
    5.เหรียญหล่อพระชนะมาร เนื้อขวานฟ้าสัมฤทธิ์ อ.สุธันย์ สุนทรเสวี สร้างปี 2558 บูชา 899 บาท (พร้อมส่งEms)

    รายการ6.jpg


    เหรียญหล่อ “พระชนะมาร” เป็นเหรียญรูปไข่ ไม่มีหู ขนาดกว้าง 2.5 ซม. สูง 3 ซม. ด้านหน้าเป็นรูปพระพุทธเจ้าประทับนั่งปางมารวิชัย บนรัตนบัลลังก์ เหนือองค์พระแม่ธรณี สถิตอยู่ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์

    ด้านหลังเป็นพุทธวัจนะที่ทรงระลึกถึงพระมหาบารมีที่ทรงบำเพ็ญเพียรมา

    ขั้นตอนและพิธีกรรมจัดสร้าง ดำเนินการตามพระโบราณาจารย์ที่ถือปฏิบัติมา ตั้งแต่การจัดหาทองชนวนพระกริ่ง สำนักวัดที่มีชื่อเสียง เช่น ชนวนพระกริ่งวัดสุทัศนเทพวราราม หลายวาระ, ชนวนพระกริ่งวัดบวรนิเวศวิหาร หลายวาระ, ทองชนวนพระกริ่งวัดเศวตฉัตร, ทองชนวนพระกริ่งสังวรวิมล (หลวงปู่โต๊ะ), ทองชนวนพระกริ่งอรหัง (หลวงปู่แหวน), ทองชนวนพระกริ่งไตรลักษณ์ (หลวงพ่อเกษม, ทองชนวนพระกริ่งชินบัญชร (หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่), ทองชนวนพระกริ่งหลวงพ่ออุตตมะ, ทองชนวนพระกริ่งทักษิณชินวโร (พระอาจารย์นำ), ทองชนวนพระกริ่งทองสัมฤทธิ์โบราณ และแผ่นเงิน-แผ่นทองแดงที่นำถวายพระสุปฏิปัณโณ ที่บริบูรณ์ด้วยวิชชา วิมุตติและเวทวิทยาคม ลงอักขระเลขยันต์ และพระคาถาที่ถนัดที่สุด มั่นใจที่สุดและเก่งที่สุด

    ที่สำคัญคือ เนื้อขวานฟ้าสัมฤทธิ์ที่เหลือจากการสร้าง “เหรียญขวานฟ้าบุรพาจารย์” แล้วนำไปถวายพระสุปฏิปัณโณ ปลุกเสก 82 รูป รวมเวลา 3 ปี (พ.ศ.2556-2558) อาทิ หลวงปู่ครูบาดวงดี วัดบ้านฟ่อน, หลวงพ่อประสิทธิ์ วัดป่าหมู่ใหม่, หลวงพ่อเปลี่ยน วัดอรัญญวิเวก, หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ วัดบ้านไร่, หลวงปู่สิงห์ วัดสีหะลำดวน, หลวงปู่บุญมี วัดป่านาคูณ, หลวงปู่สมบุญ วัดลำพันบอง, หลวงปู่ทอง วัดปลดสัตว์, หลวงปู่อุดม วัดพิชัยสงคราม, หลวงพ่ออุดม วัดประสิทธิเวช, หลวงพ่อลำไย วัดสะแก, หลวงพ่อโปร่ง วัดถ้ำพรุตะเคียน, หลวงปู่เจียม วัดน้ำตก, หลวงปู่ผ่อง วัดแจ้งเมืองเก่า ฯลฯ
     

แชร์หน้านี้

Loading...