นิทานสนุก..พระเครื่องและเครื่องราง (รุ่นทองพระธาตุ)

ในห้อง 'ประสบการณ์ เรื่องเล่า' ตั้งกระทู้โดย konun88, 20 มิถุนายน 2016.

  1. konun88

    konun88 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มกราคม 2012
    โพสต์:
    5,299
    ค่าพลัง:
    +57,011
    231012_0.jpg

    การนำเข้าพิธีอธิษฐานจิตหรือปลุกเสก ผมเครียดเลยนะครับ เพราะอยากให้เกิดความแตกต่าง ไม่เน้นเมตตาแบบคนรุมเข้าหาเหมือนรุ่นอื่นๆ เพราะอยากให้เข้าเคล็ด หลีก หลบ รอด ตามตำนานพระเพชรหลีก ซึ่งผมวาง plan ไว้แล้วว่าองค์ท้าย ๆ คือท่านสำคัญที่ผมชัวร์ที่สุด

    ปัจจุบันตามข่าว มารศาสนามีมาก พระที่สูงส่งจริง ๆ ก็หาได้ยาก อาจมีแต่เราไม่รู้จักก็ไม่อยากเสี่ยง

    ผมได้อธิษฐานขอให้ครูบาอาจารย์เทพเทวดา ดลใจให้ได้องค์ที่ไม่เคยพบ และเด่นด้านฤทธิ์ลงแรก ๆ เพราะหากลงภายหลังกระแสคงเข้ายากแล้ว แบบเต็มซะก่อนยุ่งเลย

    จนได้พบองค์สำคัญ... ตามที่หวัง ปฐพีไร้พ่าย 90 ปี ไปหาท่านครั้งแรก ตกใจเลยครับเส้นทางผ่านภูเขาสูง ขึ้นลงทีเรียกว่าต้องจิบน้ำ อมลูกอมตลอดทางเพราะหูอื้นเลยครับ คล้ายๆ เส้นทางแถวแพร่ เรียกว่าลงเขาทีเวียนหัวผวาเลย ถ้ามากลางคืนคงไม่กล้าขับรถมา

    จนได้พบท่าน ผมก็ทำบุญก่อนตามสูตร ทีแรก ผมคิดว่าคงขอท่านอธิษฐานจิตแต่พระเพชรหลีกพอ พระที่ห้อยคอเราดีอยู่แล้ว แต่พอทำบุญท่านให้พร ผมรีบถอดพระที่คอเลย555 เพราะ sense บอกเจอระดับปฐพีไร้พ่ายแล้ว55

    230885.jpg

    ไม่ผิดหวังครับ ดีเกินกว่าที่หวังด้วย เรียกว่าผมคิดว่าตอนสร้างแหวน หากรู้จักท่านคงต้องนำแหวนขอให้ท่านปลุกเสกด้วยแล้ว ณ ตอนนี้ผมก็ไม่คิดนำแหวนมาเสกแล้วครับ ถือว่าให้เกียรติหลวงปู่สงัดที่ปิดท้าย ตอนท่าน ยถา สัพพีก็อุทิศให้หลวงปู่สงัดด้วยครับ คิดถึงท่าน...

    กว่าท่านเสกเสร็จผมแทบขาดใจตายเพราะหายใจไม่ออก สมเป็นปฐพีไร้พ่ายจริง ๆ คุ้มแก่การเดินทางไกลมาก ๆ สมเป็นองค์ปฐมฤกษ์.... !!!!!
     
  2. konun88

    konun88 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มกราคม 2012
    โพสต์:
    5,299
    ค่าพลัง:
    +57,011
    231006_0.jpg

    วาระที่ 2 ปฐพีไร้พ่ายสายมหาปราบ ท่านนี้ก็เคยแนะนำถ้าจะปิดท้ายองค์สำคัญต้องให้ท่านเสกก่อนนะ เพราะไม่พลาดทุกครั้งต้องมีท่าน....


     
  3. konun88

    konun88 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มกราคม 2012
    โพสต์:
    5,299
    ค่าพลัง:
    +57,011
    231007_0.jpg

    วาระที่ 3 ได้นำพระเพชรหลีกให้ท่านพิจารณา พร้อมเล่าถึงการได้ข้าวเปลือกพิรอดมา ท่านกล่าวว่า "ช่วยคนได้เยอะเลยนะ!!!"

    ผมได้บ่นกับท่านเรื่องไม่สบอารมณ์เวลาไปจอดรถตามที่ต่าง ๆ ล่ะครับตามเล่าไป 555 ว่า "ครูบาลงเมตตาแรงเกินนะครับ มีแต่คนชอบมาจอดรถข้างผม ทั้งที่.. ที่จอดรถก็ว่าง ไม่รู้เป็นไรชอบมาจอดข้างผม55"

    และได้ขอท่านลงด้านปัดเคราะห์ มหาระงับ หลบหลีกให้สมชื่อพระเพชรหลีกด้วยครับ เพราะโลกทุกวันนี้ มีแต่ปัญหาเรื่องคนไม่ดี ท่านก็กล่าวว่า "กลับเมื่อไร คืนนี้จะเอาไปสวดที่อุโบสถให้ !!!"

    ผมก็แจ้งท่านว่าได้ครับ พรุ่งนี้เช้าจะมารับ พร้อมถวายภัตตาหาเช้าด้วย ก็นัดแนะท่านไว้...

     
  4. konun88

    konun88 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มกราคม 2012
    โพสต์:
    5,299
    ค่าพลัง:
    +57,011
    231015.jpg

    231004.jpg

    วันถัดมา ผมไปถวายภัตตาหาเช้า ท่านก็บอกให้ไปหยิบเอาที่ข้างหมอนท่าน สอบถามท่านลงให้เรียบร้อย และได้เชิญบารมีพระแม่โพสพมาด้วย ท่านกล่าวว่า

    "เราทุกคนมีท่านหล่อเลี้ยงชีวิตให้เติบโตมาได้ ฯลฯ"

    ด้วยความที่ท่านฉันเช้าอยู่ผมไม่กล้าสอบถามมา ก็จะลากลับ ท่านก็ขอกล่องพร้อมไปจารอักขระให้ตามภาพ พร้อมอธิบายในสิ่งสำคัญ ๆ ตามที่เคยสอนผมมาครับ ผมแทบกรี๊ดเลย ไว้จะอธิบายสรุปตอนรีวิวกระแสพลังให้ครับ รับรองว่า เด็ด จนผมต้องนำไปเลี่ยมห้อยคอ 24 ชม.เลยครับ...
     
  5. konun88

    konun88 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มกราคม 2012
    โพสต์:
    5,299
    ค่าพลัง:
    +57,011
    231002.jpg

    วาระปิดท้าย เทพเจ้าโชคลาภสายมอญ

    ท่านลงให้เต็มที่เช่นเดิม เรียกว่าถือว่าปิดท้ายโดยสมบูรณ์ เพราะหากไม่มีท่านนี้ก็ถือว่าไม่ครบสูตรครับ...
     
  6. konun88

    konun88 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มกราคม 2012
    โพสต์:
    5,299
    ค่าพลัง:
    +57,011
    188708-jpg.jpg
    188709-jpg.jpg

    รีวิวกระแสพลัง....

    เมื่ออธิษฐานชมบารม กระแสพลังที่เร็ว แรงกล้าที่สุดที่พบมา ก็พุ่งออกมา ออร่าตรงกลางเป็นสีทอง รอบนอกเป็นสีขาว ตอนนั้นแปลกใจมากทำไมต่างจากสมเด็จปฐพีไร้พ่าย แต่นึกถึงวาระการเสกแรก ๆ ก็เข้าใจได้ พลังที่สาดออกรุนแรงมากไม่มีความนุ่มนวลเหมือนพระผงที่เคยสร้างมาเลย เป็นอิทธิฤทธิ์ล้วนๆ และมีการปะทุระเบิดกระแสออกมาเป็นระยะ ๆ ๆ เป็นพลังอำนาจด้านตบะเดชะบารมี และมหาสะท้อน มหาปราบตามที่ต้องการ

    ...ในการปลุกเสกวาระที่ท่านจารกล่องให้ ผมคิดในใจแต่ไม่มีโอกาสบอกท่านว่าขอด้านมหาสะท้อน ท่านก็จารให้เองเลยนะครับ (ปกติที่ผ่านมาต้องขอท่านลงนะ ท่านถึงลงให้) เรียกว่า ทีแรกจะขอให้สมาชิกลองปืนซะหน่อยว่า เพชรหลีกจริงไหม อดเลยครับเพราะเจอสะท้อนกลับอีก555

    รวมความออร่ารอบนอกเป็นประกาย 7 สี เน้นสีน้ำเงิน (อันเป็นลักษณะของเทพ) ความรุนแรงสูงมากจนอ่านกระแสไม่ไหว ขอสรุปดังนี้ (ตามที่ครูบาเคยชี้แนะมาครับหลังท่านจารกล่องให้)

    1. พระรุ่นนี้ไม่เหมาะสำหรับคนที่ค้าขายที่ต้องการให้คนมาหา เพราะตามเจตนาการสร้างคือ หลบ หลีก เลี่ยง รอด จึงไม่เน้นเมตตามหานิยมแบบคนรุมเข้าหาครับ (ไม่เน้นแต่ไม่ใช่ไม่มี) แต่จะเป็นแบบเราไปหาคนน่ะได้ เหมาะสำหรับผู้บริหารที่ทำงานเบื้องหลัง หรือคุมคน เพราะมีอำนาจพระแม่โพสพ เรียกว่า "มนุษย์คนไหนกินข้าวขอให้มาช่วยเราให้หมด !!!!!!"

    2. ไม่เน้นเมตตามหานิยม แต่เด่นด้านตบะอำนาจบารมี ใครที่กินข้าวจะมาช่วยเกื้อกูลเรา และเน้น.โชคลาภแบบไม่อดอยาก คือจะมีอาหารการกินด้วยบารมีพระแม่โพสพครับ....

    3. ล้างอาถรรพ์ทุกชนิด ตามเรื่องเล่า อ.ไพฑูรย์ที่ใช้ข้าวเปลือกพิรอดกรีดหนังคนหนังดี ที่ดีขนาดไม่มีวิชาอะไรทำลายได้ เจอข้าวเปลือกพิรอด เลือดกะฉูดทันที ตามเคล็ดที่ว่า ใครกินข้าวต้องยอมเรา

    4. เด่นแคล้วคลาด รอด หลบ เลี่ยง (ครูบาทักหลังเห็นพระว่า ฝังในพระรอดเลยนะ) ตามเล่าผมไม่อยากใช้พิมพ์พระรอด แต่ให้ใกล้เคียง... มีมหาสะท้อน มหาปราบครบ...

    จึงสรุปว่า ตรงตามเจตนาของผู้สร้างครับ ชอบสงบ สันโดษ ไม่วุ่นวาย แต่มีโชคลาภแบบไม่ลำบาก ไม่ขาดแคลนอาหารการกิน และควบคุมคน (ทุกคนย่อมกินข้าว ) หากเจอสัตว์ หรือใครที่ไม่กินข้าวก็จะได้มวลสารอื่นควบคุมนี่เอง...
     
  7. konun88

    konun88 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มกราคม 2012
    โพสต์:
    5,299
    ค่าพลัง:
    +57,011
    231059.jpg

    ติดคอ 24 ชม.ครับ สำหรับปราบคนมากวนประสาท55

    สำหรับคนชอบความสงบด้วยครับ
     
  8. konun88

    konun88 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มกราคม 2012
    โพสต์:
    5,299
    ค่าพลัง:
    +57,011
    1000008288.jpg

    ประสบการณ์จากสมาชิกในรุ่นก่อนๆ

    100000828993ee65c149362e42.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 21 สิงหาคม 2025
  9. konun88

    konun88 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มกราคม 2012
    โพสต์:
    5,299
    ค่าพลัง:
    +57,011


    ข้าวเปลือกพิรอด ในเรื่อง อ.ไพฑูรย์ล้างอาถรรพ์วิชาปลัด
     
  10. konun88

    konun88 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มกราคม 2012
    โพสต์:
    5,299
    ค่าพลัง:
    +57,011
    231596.jpg

    ฤทธาพระเพชรหลีก....
     
  11. konun88

    konun88 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มกราคม 2012
    โพสต์:
    5,299
    ค่าพลัง:
    +57,011
    1000008406.jpg
     
  12. konun88

    konun88 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มกราคม 2012
    โพสต์:
    5,299
    ค่าพลัง:
    +57,011
    232219.jpg
    232220.jpg

    โครงการปฐพีไร้พ่ายแห่งปลายด้ามขวาน......

    สืบเนื่องจากเพื่อนสมัยเด็กผมที่รับราชการอยู่ที่พื้นที่สีแดง ช่วงหลังๆ ที่โทรคุยกันเขาว่าไม่ค่อยได้ไปเที่ยวหาพระที่ไหน เนื่องจากสถานการณ์ไม่สงบ มีลอบยิงลอบวางระเบิดกันเพียบ ตามข่าวและที่ไม่ลงข่าว
    ผมก็แซว "กลัวไร ของขลังเยอะนี่" เขาก็ว่า "ตัวเราเองไม่ห่วงแต่คนไปด้วยล่ะ เป็นไรมายุ่งเลย" ก็จริง เพราะอย่างที่เล่าไป เพื่อนผมเวลาไปไหนมีไปรถกันกระสุน มีตำรวจคุ้มกัน คนขับรถเขาเองก็ของขลังเพียบ

    ทีนี้ ไม่นานนี้เพื่อนบอก อีกไม่นานก็จะย้ายมาทำงาน กทม.แล้ว ตามระเบียบเขาให้ย้ายไปหลาย ๆ จังหวัด พออายุราชการมากขึ้นก็จะย้ายมา กทม. เขาเลยไปคุยกับตาหลวง พ่อท่านปฐพีไร้พ่ายแห่งปลายด้ามขวาน ที่เมตตาจารชนวน และปลุกเสกแหวนปฐพีไร้พ่ายให้ 1 อาทิตย์ ว่าจะต้องจากลาท่านแล้ว จึงสอบถามว่าอยากทำพระถวายท่านไว้แจก และไว้เก็บกระแสรำลึกถึงท่าน ควรจะทำอะไรที่ถูกโฉลกแก่ผู้รับ และตัวเพื่อนผมเองด้วย เพื่อเป็นกำลังใจในการก้าวหน้าทางรับราชการต่อไป...

    ตาหลวงพ่อท่านแนะนำว่า "เป็นพระพรหม" เมื่อสอบถามไปถึงทราบว่า
    1. บารมีเทพระดับสูง เหมาะกับฆราวาสที่ทำงานเสี่ยง ๆ และเทา ๆ เอาง่าย ๆ คงไม่เหมาะสร้างพระไปแจกตำรวจทหารยิงโจร และฆราวาสก็เทา ๆ ตามกระแสโลกปัจจุบัน คงจะให้ถือศีล 5 บริสุทธิ์ผุดผ่องมีแต่โดนรังแกป่าว ๆ (ตามยุคสมัย ผู้ดีเดินตรอกขี้ครอกเดินถนน)

    2. ด้วยวิชาการสร้างที่มาสร้างทางพราหมณ์ วิชาสายนี้เชื่อกันว่า พระพรหมลิขิตชะตาของมนุษย์ มีในหลักวิชาที่เชื่อกันมา ต่ออายุ เสริมชะตา ผันดวงชะตาก็ต้องขออำนาจพระพรหม

    3. ตาหลวงได้ร่ำเรียนวิชาทางนี้มาด้วย (ส่วนท่านจะเรียนอย่างไรก็ไม่ได้สอบถาม)

    เพื่อนผมได้โทรปรึกษาผม ผมเลยว่าไหน ๆ ก็จะย้ายมาแล้วและที่ผ่านมาหลายปีก็ทำบุญกับท่านมาตลอด ถือโอกาสสร้างถวายท่านละกัน แล้วขอแบบพิเศษมาเก็บไว้เองบางส่วน ผมเลยติดต่อโรงงานที่ไว้ใจได้ ส่งมวลสารไป และมีคลิปตอนผสมมวลสาร

    ...ร้านนี้บอกสั่งขั้นต่ำ 300 องค์ ก็เลย ok ผมจะเก็บไว้เองแบบเนื้อพิเศษซัก 50 องค์ที่เหลือก็ถวายครูบาอาจารย์ไป

    สำหรับมวลสาร ให้แบบจัดเต็ม

    1. ผงสายเทพ เช่นผงพรายกุมาร ผงพรายลูกกรอก เกศาครูบาอาจารย์ ดินโป่ง ผงว่านยาสายมหาเสน่ห์ (พิเศษ ได้นำปลุกเสกวิชาดาบสรี๋กัญไชย โดยผู้สืบทอดวิชาอย่างแท้จริง)

    2. ผงจากการสร้างพระเพชรหลีก (และได้นำปลุกเสกพร้อมพระเพชรหลีก)

    3. ผงกรุวัดสัมฤทธิ์ ลพบุรี ได้รับจากหลวงปู่สงัด (เป็นเคล็ดทำไรให้สัมฤทธิ์ สำเร็จ)

    4. ผงปถมังผสมน้ำนมควาย (ใส่เพิ่ม) ซึ่งผงนี้นำหลุกเสกอีสานทะลุภาคเหนือ พร้อมรุ่นพระแหวกม่านหนุนดวงชะตาด้วย (อธิฐานที่พระธาตุพนมด้วย)
    ฯลฯ

    ดังนั้น รอครับ ต้องให้ท่านเสกให้จุใจเต็มที่ ให้สมความตั้งใจเพื่อนผมที่จะต้องย้ายจากลาท่านไกล ไม่รู้จะได้พบท่านอีกเมื่อใด.... เป็นการทิ้งทวน ท่านปฐพีไร้พ่ายแห่งปลายด้ามขวาน...

    232293.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 1 กันยายน 2025
  13. konun88

    konun88 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มกราคม 2012
    โพสต์:
    5,299
    ค่าพลัง:
    +57,011
    232220.jpg

    หากจะกล่าวถึงวิชาชั้นสูงในสมัยโบราณที่เป็นมรดกตกทอดมายังปัจจุบันแล้ว วิชาพรหมสี่หน้าก็ถือเป็นหนึ่งในวิชาเอกที่สืบต่อกันมาด้วยเช่นกันซึ่งวิชาที่ว่านี้ไม่ได้มีการพูดกันลอยๆ แต่มีหลักฐานการสืบวิชามาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาแล้วเลยทีเดียวเชียวครับ

    จากหลักฐานและพงศาวดารต่างๆ ระบุไว้อย่างชัดเจนว่าพระมหากษัตริย์หรือเชื้อพระวงศ์ชั้นสูงในสมัยกรุงศรีอยุธยาสืบต่อมาจนถึงกรุงรัตนโกสินทร์จะมีการทำผ้ายันต์พรหมสี่หน้าขนาดใหญ่ดาดไว้บนห้องนอนหรือบริเวณเตียงนอนเพื่อความเป็นสิริมงคลหรือเพื่อแก้อาถรรพณ์ต่างๆ

    นอกจากในราชสำนักแล้วบรรดาครูบาอาจารย์หรือพระเกจิอาจารย์ต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสายวัดประดู่โรงธรรมได้เห็นความสำคัญและอุปเท่ห์ในวิชายันต์พรหมสี่หน้านี้จึงได้มีการคิดหรือทำเครื่องราง วัตถุมงคลรูปพรหมสี่หน้าขึ้นเพื่อให้ลูกศิษย์ลูกหาได้บูชาติดตัวเพื่อความเป็นมงคล

    กล่าวถึงพระยันต์พรหมสี่หน้านี้เป็นพระยันต์ที่มีลักษณะค่อนข้างซับซ้อนกว่ายันต์ทั่วๆ ไปโดยเส้นยันต์ที่ถือเป็นเส้นกรอบนั้นจะมีเส้นถึงสองเส้น อีกทั้งแต่ละมุมของยันต์จะมีรูปเศียรพรหมอยู่สี่มุมดังนั้นจึงได้ชื่อว่ายันต์พรหมสี่หน้า

    ยันต์พรหมสี่หน้านี้ทางโบราณคณาจารย์ได้ระบุเอาไว้ว่าถ้าลงในแผ่นโลหะเพื่อทำตะกรุดจะเป็นเมตตามหานิยมคนยำเกรง หากลงในเสื้อผ้าหรือผ้าเช็ดหน้าแล้วพกติดตัวก็จะทำให้เป็นที่นับหน้าถือตารวมถึงรอดพ้นจากอันตรายทั้งหลายทั้งปวง นอกจากนี้หากมีการทำเป็นเหรียญเพื่อห้อยคอก็จะคุ้มครองผู้บูชาให้ประสบความสำเร็จในทุกๆ ด้าน

    สำหรับเครื่องรางพรหมสี่หน้าที่มีชื่อเสียงมากที่สุดได้แก่พรหมสี่หน้าในสายอยุธยาเช่น พรหมสี่หน้าหลวงปู่สีห์ วัดสะแก พรหมสี่หน้าอาจารย์เฮง ไพรย์วัล และพรหมสี่หน้าในสายวัดประดู่ โดยเครื่องรางพรหมสี่หน้าในสายเหล่านี้จะมีทั้งการสร้างในรูปแบบของเนื้อผง เนื้อดิน เนื้อโลหะรวมไปถึงวัสดุทนสิทธิ์ธรรมชาติอื่นๆ เช่น งาช้างหรือกระดูกช้างเป็นต้น

    แต่อย่างไรก็ตามเครื่องรางของขลังพรหมสี่หน้านั้นไม่ใช่เพียงแค่ว่าลงอักขระยันต์เสร็จก็จะสำเร็จใช้ได้เพราะหากผู้สร้างไม่มีความรู้ในเรื่องของยันต์พรหมสี่หน้าจริงๆ แล้วต่อให้เขียนสวยงามสักเพียงใดเมื่อนำไปใช้ก็ไม่เกิดผล

    ปัจจุบันนี้มีเกจิอาจารย์หลายวัด หลายสำนักด้วยกันที่ออกวัตถุมงคลเครื่องรางพรหมสี่หน้ามาให้ลูกศิษย์ลูกหาได้เช่าบูชาซึ่งก็มีทั้งที่รู้จริงในศาสตร์นี้และจัดสร้างตามค่านิยมตามกาลสมัยโดยที่ผู้เสกไม่มีความรู้ในวิชานี้ ดังนั้นผู้ที่คิดจะเช่าบูชาเครื่องรางของขลังพรหมสี่หน้าจึงควรที่จะตรวจสอบข้อมูลให้ดีเพื่อที่จะได้พรหมสี่หน้าแท้ๆ ไว้บูชา

    อ้างอิง
    https://maxwll33.blogspot.com/2014/11/blog-post_88.html
     
  14. konun88

    konun88 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มกราคม 2012
    โพสต์:
    5,299
    ค่าพลัง:
    +57,011
    232220.jpg

    รอท่านเสกให้จุใจนะครับ คาดว่าปลายเดือนนี้เสร็จ....เน้นให้รับราชการและทำธุรกิจให้เจริญรุ่งเรือง
     
  15. konun88

    konun88 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มกราคม 2012
    โพสต์:
    5,299
    ค่าพลัง:
    +57,011
    1000008469.jpg

    ฤกษ์ดี วันอังคาร ขึ้น 10 เดือน 10 เริ่มแล้วครับ วิชาพรหม4หน้าของท่านปฐพีไร้พ่ายแห่งปลายด้ามขวาน
     
  16. konun88

    konun88 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มกราคม 2012
    โพสต์:
    5,299
    ค่าพลัง:
    +57,011
    อานุภาพของพระพรหมนับว่าสำคัญมาก จะเห็นจากบริษัท ห้างมักมีศาลพระพรหมเสมอ อย่างศาลท้าวมหาพรหมที่สี่แยกราชประสงค์ ก็มีแต่ชาวต่างประเทศคนนับถือกันมาก ซึ่งขอยกเรื่องของผู้ตั้งศาล โดยผมสมัยเด็กได้อ่านหนังสือในเครือโลกทิพย์ และหนังสือหลายเล่มกล่าวถึงท่านกันมาก

    พลเรือตรี หลวงสุวิชานแพทย์ (อั๋น สุวรรณภาณุ พ.ศ. 2435-2522) แพทย์ใหญ่ทหารเรือ ที่ขึ้นชื่อเรื่องเจริญวิปัสสนาและเป็นที่นับถือว่ามีญาณพิเศษเปี่ยมเมตตาธรรมในการรับช่วยเหลือผู้คน ทั้งช่วยดูฤกษ์ ฯลฯ พลเรือตรี หลวงสุวิชานแพทย์ มีผลงานเรื่องการ “ล้างอาถรรพ์” ต่างๆ ดังนี้

    ช่วยทางราชการในจัดสร้างพระบวรราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว (สนั่น ศิลากรณ์ ออกแบบ) ณ บริเวณโรงละครแห่งชาติขณะกำลังก่อสร้าง เพื่อล้างอาถรรพ์ที่ลือกันในเวลานั้น เนื่องจากระหว่างสร้างหลวงวิจิตรฯ ถึงแก่อนิจกรรม และผู้รับมอบหมายต่อมาคือ จอมพล ถนอม กิตติขจร ก็ล้มเจ็บลง

    พลเรือตรี หลวงสุวิชานแพทย์ ยังเป็นผู้ตั้งศาลพระภูมิพระพรหมสี่หน้า ณ โรงแรมเอราวัณ สี่แยกราชประสงค์ เมื่อ พ.ศ. 2497 หลังจากประสบอุปสรรคในงานก่อสร้างมากมาย จน พล.ต.อ. เผ่า ศรียานนท์ ในฐานะประธานกรรมการบริหารโรงแรมได้ติดตามให้มาแก้ปัญหา...
    อ้างอิง
    https://www.silpa-mag.com/history/article_80214

    แนวทางในการรักษาโรคของคุณหลวงสุวิชานแพทย์
    คุณหลวงสุวิชานแพทย์นั้นท่านเป็นหมอซึ่งได้ศึกษาทั้งวิชาแพทย์แผนปัจจุบัน และวิชาในการใช้พลังกายทิพย์ ตลอดจนคุณสมบัติส่วนตัวที่ได้จากการปฏิบัติสมถกรรมฐานและวิชาที่ได้เรียนจากพระอาจารย์ต่างๆ จนสามารถติดต่อกับเทพเจ้าชั้นสูงได้เช่น ท่านท้าวมหาพรหม ท่านท้าวเวสสุวรรณ เป็นต้น รวมทั้งโอปปาติกะทั้งหลาย จนมีชื่อเสียงลือชาว่า ท่านเป็นอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้าน "นั่งทางใน" ท่านหนึ่งของเมืองไทย
    โดยที่ท่านมีความรู้ทางวิชาแพทย์หลายวิชาด้วยกัน ท่านจึงมีกรรมวิธีบำบัดโรคแก่บุคคลทั่วไปด้วยวิธีผสมผสานอันพิเศษ จนอาจจะเรียกว่าเป็นเวชกรรมแผนสุวิชานแพทย์ ก็คงได้ โดยการรักษาของท่านนั้น ท่านจะใช้ความรู้ไม่เพียงแต่วิชาแพทย์ศาสตร์เท่านั้น แต่ท่านยังนำความรู้ในพุทธศาสนาและความรู้ทางเทววิทยา มามาประกอบการบำบัดโรค โดยรักษาทั้งทางแผนปัจจุบันกับทางในพร้อมกัน
    กล่าวคือ ท่านอาจารย์ ตรวจคนไข้ทางภายนอกเสียก่อนว่าเป็นโรคอะไร แล้วก็รักษาไปตามวิชาการ ต่อมาถ้าทางคนไข้ขอร้องท่านก็ช่วยตรวจทางในให้เพื่อจักได้รู้ว่าการป่วยของคนไข้นั้นมีสาเหตุทางร่างกายประการเดียวหรือมีมูลฐานแทรกแซงจากทางอื่นด้วย เช่นเจ็บป่วยเพราะเหตุวิบากกรรมที่ทางพระเรียกว่า วิบากชาอาพาธ ท่านก็แนะนำให้คนไข้ทำบุญใส่บาตรหรือถวายสังฆทานอุทิศส่วนกุศลให้แก่เจ้ากรรมนายเวรของคนไข้ ซึ่งเรื่องนี้มิใช่ท่านจะกำหนดเองได้ ท่านจะต้องใช้ความรู้พิเศษของท่านแก้ไขเฉพาะรายไป เพื่อจะได้บรรเทากรรมให้การรักษาโรคได้ผลเร็วขึ้น
    หรือตรวจพบว่าเกิดเจ็บป่วยเพราะดวงชะตาขาด อาจถึงตาย ในกรณีที่มีผู้มาขอคำแนะนำจากท่าน ท่านก็ใช้ความรู้พิเศษตรวจดูว่าจะแก้ไขได้ด้วยวิธีใด เพื่อต่ออายุซึ่งก็ล้วนเป็นวิธีการบำเพ็ญกุศลทางพุทธศาสนา นอกจากนั้นท่านก็แนะนำให้คนไข้ทำบุญใส่บาตรกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้แด่ท่านท้าวมหาพรหมและเทวดารักษาอายุประจำตัวคนไข้เพื่อให้เทวดารักษาอายุมีพลังช่วยต่อต้านโรคาพาธที่เป็นแก่คนไข้ได้ดียิ่งขึ้น และที่ให้อุทิศส่วนกุศลถวายท่านท้าวมหาพรหมด้วยก็เพราะเทวดารักษาอายุของมนุษย์ทุกคนขึ้นอยู่กับพระองค์ท่าน
    อนึ่ง หากคนเจ็บมีอาการหนักหนา ถ้ามีผู้มาขอให้ท่านช่วยพิจารณา ท่านก็นั่งทางในติดต่อกับเทพเจ้าเพื่อขอทราบวิธีรักษาเป็นพิเศษ ท่านเทพเจ้าทรงเห็นว่าพอรักษาได้ก็ทรงแนะนำวิธีการให้ โดยผ่านทางจิตศาสตร์ของท่าน
    วิธีการรักษาโรคแบบพิเศษดังกล่าวปรากฏผลดีจนท่านอาจารย์มีชื่อเสียงโด่งดัง มีผู้มาขอปรึกษาหารือทั้งเรื่องเกี่ยวกับการเจ็บไข้ได้ป่วย เรื่องทางราชการบ้านเมือง เรื่องทางการค้าพานิชการอาชีพ และสารพัดปัญหาแทบทุกวันมิได้ขาด จนในระยะหลัง ๆ ต้องใช้วิธีแจกบัตรหมายเลขแก่ผู้มาหา และมาขอความช่วยเหลือจากท่านตามลำดับวันละไม่เกิน ๑๐๐ ราย
    แต่ทั้งนี้ในวันธรรมดาก็ยังมีญาติมิตรผู้ใกล้ชิด หรือผู้ที่เดือดร้อนจำเป็นจริงๆ มาหาอยู่เรื่อยๆ จากทั่วสารทิศ มากันตั้งแต่ตี ๕ และกว่าท่านจะเสร็จธุระรับแขกทั้งหมดก็ตกถึงเย็น ท่านได้บำเพ็ญกรณีช่วยบรรเทาทุกข์ บำรุงสุขแก่ปวงชนโดยไม่เลือกหน้า ตลอดอายุของท่าน
    บั้นปลายชีวิต
    ปี ๒๕๒๑ ก่อนหน้าที่ท่านจะถึงแก่กรรม ไม่กี่เดือน ท่านได้ทำบุญทอดกฐินถึง ๔ วัด ในปีเดียว ณ วัดโบสถ์สมพรชัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา วัดน้อย ตำบลบางยี่ลุ้น จังหวัดอ่างทอง วัดดอนสามง่าม จังหวัดกาญจนบุรี และวัดใหญ่จอมปราสาท ตำบลท่าจีน จังหวัดสมุทรสาคร
    ในคืนวันพุธที่ ๑๐ มกราคม ๒๕๒๒ ท่านท้องเสียหลายครั้งมาแล้ว จึงทำให้อ่อนเพลียมาก จนเหมือนไม่รู้สึกตัว ทำให้บรรดาบุตรของท่านตกใจรีบติดต่อโรงพยาบาล แต่ก็มีเหตุที่แสดงให้เห็นถึงความเมตตาปราณีต่อผู้มีทุกข์ของท่านอาจารย์คุณหลวงสุวิชานแพทย์ ยิ่งกว่าความทุกข์ของตัวเอง นั่นก็คือ ขณะนั้นคุณประยูร วงศ์ผดุง ได้พาแขกมาพบ เมื่อท่านอาจารย์คุณหลวงสุวิชานฯ ซึ่งมีอาการหนักอยู่แล้วทราบว่ามีผู้มาขอความช่วยเหลือปัดเป่าทุกข์ของเขา ท่านก็ลืมทุกข์ของท่าน ได้พยายามช่วยเหลือแขกผู้นั้น ทั้ง ๆ ที่ท่านกำลังจะสิ้นแรง !
    รุ่งขึ้นท่านเข้าโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า แล้วไม่ได้กลับบ้านอีกเลย !
    ท่านถึงแก่กรรมในวันที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๒๒ สิริรวมอายุได้ ๘๗ ปี

    อ้างอิง

    1958ba84213584e3e.png


     
  17. konun88

    konun88 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มกราคม 2012
    โพสต์:
    5,299
    ค่าพลัง:
    +57,011
    อาถรรพ์โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต

    เมื่อครั้งคุณหลวงสนั่นวรเวช หัวหน้ากองโรงพยาบาลส่วนภูมิภาค ไปตรวจราชการที่โรงพยาบาลภูเก็ต (โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต) เห็นความเป็นอยู่ของคุณหมออาจินต์และแพทย์ ซึ่งได้เพิ่มมาอีกคนคือ แพทย์หญิงทวีศิริ บำรุงสวัสดิ์ ซึ่งต้องฝากให้อาศัยอยู่กับคหบดีท่านหนึ่งในเมือง คุณหลวงสนั่นฯ เลยรับปากจะหางบประมาณมาสร้างบ้านพักแพทย์ให้ที่โรงพยาบาลนี้

    ประจวบกับท่านเจ้าคุณบริรักษ์เวชการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขบินไปตรวจราชการที่ภูเก็ตด้วย เมื่อเห็นสภาพของโรงพยาบาล ก็สั่งให้ทางกรมการแพทย์จัดสรรงบประมาณนี้อย่างรีบด่วน

    และอีกไม่กี่เดือนต่อมา ทางโรงพยาบาลภูเก็ตก็ได้งบประมาณสร้างบ้านพักแพทย์สำหรับผู้อำนวยการ บ้านพักแพทย์ประจำโรงพยาบาล เรือนคนงาน ซ่อมแซมหอพักผู้ป่วย โรงพยาบาลภูเก็ตก็ดูดีขึ้นตามลำดับ โดยขยายตึกตรวจโรคภายนอก ห้องผ่าตัด ซ่อมหอพักผู้ป่วย

    บ้านใหม่ของผู้อำนวยการ

    สถานที่จะก่อสร้างบ้านพักผู้อำนวยการนั้น มีที่อยู่แห่งเดียวที่เหมาะสม คือ ด้านหน้าสุดของโรงพยาบาล ชิดกับขอบรั้วทางทิศตะวันออก เจ้าหน้าที่กรมและส่วนจังหวัดเห็นว่าเหมาะสมที่สุด เพราะเป็นที่ว่าง มีเนินเตี้ยๆ ฝนตกมากน้ำก็ไม่ท่วม

    การสร้างบ้านพักในความควบคุมของจังหวัดจึงได้เริ่มขึ้น โดยสร้างเป็นบ้านใต้ถุนสูง แบบบ้านพักแพทย์ของกรมการแพทย์ทั่วไป ใต้ถุนบ้านเทปูนซีเมนต์หนาเอาไว้สำหรับจอดรถ

    การสร้างใช้เวลาไม่เกินหกเดือนก็เรียบร้อย หน้าบ้านมีสนามแบดมินตันเอาไว้ออกกำลังกาย และสมานสามัคคีระหว่างข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน แต่บ้านนี้ไม่ได้ทาสีเพราะงบประมาณหมดเสียก่อน

    พอบ้านเสร็จ คุณหมออาจินต์ก็ย้ายครอบครัวมาอยู่และนิมนต์พระวัดโฆษิตฯ มาทำบุญขึ้นบ้านใหม่

    คุณหมอให้ภรรยาและบุตรอยู่ห้องต่างหาก ส่วนคุณหมอนอนอีกห้องหนึ่ง เพราะถูกปลุกในยามดึกเสมอ เกรงภรรยาและบุตรจะพลอยต้องตื่นไปด้วย

    อยู่ ๆ เดินไม่ได้ !

    และแล้วเหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดฝันก็อุบัติขึ้นอีกครั้งหนึ่ง คุณหมออาจินต์เล่าว่า

    “หนึ่งปีให้หลัง หรือประมาณนั้น วันร้ายคืนร้ายก็มาเยือนผมอีก

    กล่าวคือเช้าวันหนึ่ง ผมตื่นนอนแล้ว ลุกขึ้นจะไปห้องน้ำตามปกติ แล้วจะเดินย่องไปดูลูกสาวคนแรกที่นอนอยู่กับแม่เขาอีกห้องหนึ่ง

    พอลุกขึ้นก็เซหกล้ม เอามือยันไว้ นึกว่างัวเงีย เอาใหม่ ขยี้หู ขยี้ตาเสียหน่อยแล้วลุกขึ้นจะเดินไปห้องลูก ก็ล้มอีก ทีนี้ดังโครมใหญ่ !

    คุณแม่กับภรรยาผมก็ออกมาดู ถามว่า เป็นอะไร ? หน้ามืดรึ ?

    ผมก็บอกว่า ไม่เป็นไร แต่ขาสองข้างทำไมไม่มีแรงจะยืน

    ผมลองยันตัวขึ้นจะยืนก็ล้มอีก ทีนี้รู้เลยว่า ขาทั้งสองของผม ตั้งแต่บั้นเอวลงไปเป็นอัมพฤกษ์เสียแล้ว ! โดยไม่รู้สาเหตุ ไม่รู้จริงๆ

    เมื่อวานเย็นนี้ก็ยังเล่นแบดมินตันกับเพื่อนข้าราชการในจังหวัดที่โรงพยาบาล ก่อนนอนก็ยังดีๆ พอเช้าขึ้นมาทำไมเป็นอย่างนี้

    ผมก็ให้เขาไปเชิญคุณหมอพิทักษ์และคุณหมอทวีศิริมาช่วยตรวจอาการและระบบประสาทว่าเป็นอะไรที่ไหน ผลออกมาว่า ความรู้สึกส่วนล่างตั้งแต่สะโพกลงไปเสีย รวมทั้งประสาทสำหรับการเคลื่อนไหวด้วย เรื่องมันก็ใหญ่ ต่อไปอัมพาตก็จะเล่นงานผม สองหมอก็ช่วยกันวางยาฉีดหยูกฉีดยา

    จนวันที่สองก็ไม่ทุเลาขึ้น จึงรายงานไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดซึ่งท่านกรุณามาเยี่ยม แล้วออกไปปรึกษากับคุณหมอพิทักษ์อยู่พักใหญ่ ท่านก็กลับ

    ผมก็เป็นห่วงงาน ห่วงคนไข้ คุณหมอพิทักษ์ท่านชำนาญทางโรคเด็ก คุณหมอทวีศิริก็สำเร็จใหม่ ยังต้องการพี่เลี้ยง ยังต้องการคำแนะนำ ผมก็มานอนแซ่วอยู่เฉย ๆ ยกขาได้ หยิกเจ็บแต่ไม่มีแรงจะยืน แล้วจะไปทำงานได้อย่างไร ?

    อีกสองวันต่อมา ก็ได้รับโทรเลขจากคุณหลวงนิตย์เวชวิศิษฐ์ อธิบดีกรมการแพทย์ว่า “ให้ขึ้นไปกรุงเทพฯ ด่วนที่สุด จัดรถพยาบาลไว้รับที่ดอนเมืองแล้ว

    อดีตผู้อำนวยการป่วยทุกคน

    คุณหมออาจินต์เล่าต่อไปว่า

    “ผมเข้าใจว่า ผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านขุนจรรยาวิเศษและคุณหมอพิทักษ์ที่ออกมาหารือกันนั้นก็คือจะส่งตัวผมไปกรุงเทพฯ โดยโทรเลขบอกมาทางกรมการแพทย์ ท่านอธิบดีในขณะนั้นท่านห่วงมาก เพราะที่ภูเก็ตนี่แพทย์ผู้อำนวยการทุกคนมีอาการป่วยแปลกๆ ดังนี้

    หมอฝรั่งคนแรกที่มาจากปีนัง ป่วยเป็นโรคเส้นโลหิตแตกเป็นอัมพฤกษ์ เจ้าคุณรัษฏาฯ ส่งตัวกลับไปปีนัง

    คนต่อมา คุณหลวงสนั่นวรเวช หัวหน้ากองโรงพยาบาลส่วนภูมิภาค ตอนหลังเป็นรองอธิบดี ท่านเคยเป็นผู้อำนวยการที่นี่ เกิดอาเจียนเป็นโลหิตช็อคไป ในที่สุดก็ต้องกลับมารักษาตัวที่กรุงเทพฯ

    คุณพระเวชฯ ผมจำสร้อยไม่ได้ (พระเวชกิจพิศาล (เจิม ดิลกแพทย์)) เป็นบิดาของนายแพทย์จินดา ดิลกแพทย์ เพื่อนผมคนหนึ่งซึ่งเพิ่งตายที่ภูเก็ต ท่านขุนทำนุกฯ สองท่านนี้เป็นอัมพฤกษ์

    คุณหมอเก้า ณ ระนอง ชื่อเดิม เบี่ยนเก้า จบแพทย์จากอังกฤษ ก็ป่วยหนักโดยไม่รู้สาเหตุ

    ต่อมา ร.ท.ปอง ว่องพยาบาล ก็อัมพฤกษ์ ขาเป๋ เดินกระโผลกกระเผลกป่านนี้อาจจะเสียชีวิตไปแล้ว

    ต่อมาก็ผม ทำงานได้ปีเดียวก็เกิดอัมพฤกษ์ไปเฉย ๆ ดังนี้

    ผู้อำนวยการถัดไปจากผมก็คือ คุณหมอสนอง กาญจนาลัย รายนี้อยู่เฉยๆ ก็อาเจียนเป็นโลหิตฟุบไป! ต้องส่งตัวกลับกรุงเทพฯ อีก ตอนนี้คงเกษียณแล้ว ก่อนเกษียณท่านเป็นแพทย์ใหญ่ประจำจังหวัด แล้วเลยมีครอบครัวจนบัดนี้

    ตกลงผมก็นอนเปลขึ้นเครื่องบินมากรุงเทพฯ ตามคำสั่งของกรมการแพทย์

    พอเดินทางถึงดอนเมือง รถพยาบาลที่คุณหลวงนิตย์ฯ ท่านสั่งไว้ ก็รีบไปรับตัวผมเข้าโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ทันที

    ตอนนั้นเป็นปี พ.ศ. ๒๔๙๖ ปลายๆ ท่านอธิบดี หัวหน้ากอง พรรคพวก ไปเยี่ยมกันมากต่างสงสัย เพราะตรวจอะไรไม่พบสิ่งผิดปกติสักอย่าง”

    ไปหาหลวงสุวิชานฯ

    เมื่อคุณหมออาจินต์ บุญยเกตุ มานอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลจุฬาฯแล้ว วันหนึ่งคุณหลวงสนั่น ฯ ท่านไปเยี่ยมแล้วได้ปรารภเรื่องต่างๆ กับคุณน้าและญาติ ๆ ของคุณหมอว่า น่าจะลองให้ใครสักคนที่เก่ง ๆ ทางสมาธิ เข้าสมาธินั่งทางในดูซิว่ามันมีอะไรที่นั่น ? ทุกคนถึงได้เป็นอย่างนี้ ?

    คุณหมออาจินต์ฟังแล้วก็หัวเราะ เพราะตอนนั้นท่านยังไม่ได้บวชเรียน ยังไม่รู้จักคำว่า สมาธิ คำว่า ทางใน หรือคำว่า พลังจิตท่านไม่เชื่อถือ

    แต่เมื่อญาติผู้ใหญ่จะหารือกันอย่างไรท่านก็ตามใจ ไม่ขัดขวางได้แต่นอนหัดกระดิกขาทีละข้างสองข้างไปพลางๆ

    คุณน้ากับพี่สาวคนหนึ่งของคุณหมออาจินต์ได้ฟังคุณหลวงสนั่นฯ แนะนำเช่นนั้น ก็ได้ไปหาคุณหลวงสุวิชานแพทย์ที่บ้านท่านทางฝั่งธนบุรี

    ส่วนคุณหมออาจินต์นั้นท่านไม่เคยไป ไม่เคยรู้เรื่องของคุณหลวงสุวิชานฯ รู้แต่เพียงว่าท่านเป็นแพทย์ผู้หนึ่ง และเป็นพลเรือตรีเท่านั้น ท่านจึงไม่สู้จะสนใจเท่าใด

    (ท่านอาจารย์คุณหลวงสุวิชานแพทย์ ท่านนี้ เป็นผู้อัญเชิญ ท่านท้าวมหาพรหมลงประทับที่ โรงแรมเอราวัณ ท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญในทางสมาธิเป็นเอก หาคนเปรียบมิได้ปัจจุบันท่านถึงแก่อนิจกรรมไปแล้ว – ผู้เขียน)

    ให้ทำสองอย่าง

    คุณหมออาจินต์เล่าในตอนนี้ว่า

    “คุณน้าและพี่สาวกลับมาหาผมที่โรงพยาบาล หลังจากได้พบคุณหลวงสุวิชานฯ แล้ว ท่านบอกว่า ไม่มีอะไรมาก ไม่ช้าก็หาย ไม่ต้องตกใจ

    เหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะ สถานที่ที่ก่อสร้างตั้งโรงพยาบาลภูเก็ตนั้น เดิมเป็นป่าช้าเก่าที่ฝังศพของคนจีน ภาษาจีนเรียกว่า “ฮวงซุ้ย” ทับถมกันมามากมายจนไม่มีที่จะฝังศพต่อไป

    เมื่อฮวงซุ้ยเต็มแล้ว ต่อมาเจ้าคุณรัษฏานุประดิษฐ์ เจ้าเมืองขณะนั้น เห็นว่าทิ้งไว้เป็นป่าหญ้ารกชัฏอย่างนั้น ไม่มีประโยชน์อะไร ทำเลที่ดินก็สวยเป็นเนินเขาเตี้ยๆ อากาศดี ท่านจึงได้เวนคืนที่ดินนี้มาก่อสร้างเป็นโรงพยาบาล

    ราษฏรในตอนนั้นก็ไม่นิยมไปรักษาตัว หมอก็ไม่มีจึงจ้างหมอฝรั่งมาจากปีนัง แต่หมอฝรั่งไปสร้างบ้านแบบฝรั่งอยู่บนเขาถัดออกไป ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นในตอนแรก ๆ มาเกิดป่วยเอาตอนหลัง

    ผมฟังแล้วงง ในเมื่อคุณหลวงสุวิชานฯ ท่านก็ไม่เคยไปโรงพยาบาลนี้เลย แต่ท่านนั่งทางในแลเห็นหมด เพราะฉะนั้นสิ่งลี้ลับ หรือวิญญาณต่าง ๆ จึงได้ปรากฏให้เห็นกันบ่อย ๆ

    ส่วนที่ผมป่วยในครั้งนี้ เป็นเพราะเจ้าที่เจ้าทางเป็นหญิงจีนแก่ คนชั้นสูงในสมัยนั้นทำโทษเอา ด้วยหมออาจินต์รับงบประมาณสร้างบ้านพักแล้วก็ไปสร้างทับตรงที่ฝังศพของหญิงชราผู้นั้นพอดี โดยไม่บอกกล่าว ไม่ขออนุญาตเสียก่อน คุณหลวงสุวิชานฯ ท่านสั่งผมว่า เมื่อหายแล้วให้กลับไปทำพิธีดังต่อไปนี้

    ๑. ขุดซีเมนต์ที่เทใต้ถุนบ้านออก แล้วขุดดินให้กว้างวายาวสองวา ลึกสองวา มาตราส่วนของท่านเป็นวาทั้งนั้น เมื่อขุดไปจะพบสิ่งของ ของผู้ตาย ไม่ว่าจะพบอะไรให้เอาขึ้นมาทำที่อยู่ให้เขาใหม่ ขอขมาลาโทษเขาเสีย แล้วทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ก็จะหมดเรื่อง

    ๒. สำหรับตอนนี้ท่านขอให้ทำสังฆทานอุทิศส่วนกุศลให้เขา และบรรดาท่านทั้งหลายที่ตายไปและฝังไว้ในบริเวณที่ก่อสร้างเป็นโรงพยาบาลในทุกวันนี้ พร้อมกันก็ให้สร้าง พระประจำวันองค์หนึ่งบูชา

    ญาติพี่น้องของผมในกรุงเทพฯ ก็ได้ช่วยกันทำตามที่ท่านสั่ง นับแต่นั้นมาอาการขาไม่มีแรงทั้งสองข้างก็ดีขึ้น แต่ก็ได้รับการรักษาทางปัจจุบันควบคู่ไปด้วย (เรื่องนี้เป็นเรื่องที่คุณหลวงสุวิชานฯ กำชับเสมอคือ แนะให้แก้ไขอย่างไรก็ทำไป แต่ที่หมอรักษา อยู่ก็อย่าละเลย)

    ผมนอนอยู่โรงพยาบาลยี่สิบวัน โดยใช้ไม้เท้ายันเหมือนคนแก่ ครั้นอาการดีขึ้นเกือบเป็นปกติ ผมก็ออกจากโรงพยาบาลจะกลับไปภูเก็ต

    คุณหลวงนิตย์ฯ ท่านยับยั้งไว้ให้ลาพักอีกหนึ่งเดือน

    คุณหลวงสนั่น ฯ ก็กำชับว่าให้ลองพิสูจน์ดูว่าเป็นอย่างที่ คุณหลวงสุวิขานฯบอกหรือไม่ ?

    ผมพักรักษาตัวที่กรุงเทพฯ ร่วมสองเดือนจึงเดินทางกลับภูเก็ตด้วยความยินดีของเพื่อนฝูงที่นั่น

    พิสูจน์คำพูด

    เมื่อคุณหมออาจินต์กลับไปปฏิบัติราชการที่โรงพยาบาลภูเก็ตแล้ว อยู่มาวันหนึ่งคุณหมอก็ว่าจ้างคนงานภายนอกมาสามสี่คนให้ทำการรื้อปูนซีเมนต์ที่จอดรถออกแล้วสั่งให้ขุดดินกว้างวายาวสองวา ลึกสองวา ตามที่คุณหลวงสุวิชานฯพูด

    แต่วันแรกผิดหวัง ไม่พบอะไร ทั้งพนักงานโรงพยาบาลเกิดสงสัยว่า คุณหมอหายป่วยคราวนี้คงสติไม่สมบูรณ์ อยู่ ๆ เทปูนเสร็จเรียบร้อยไม่กี่เดือนกลับมาสั่งรื้อสั่งขุด คุณหมอก็บอกให้ทุกคนเฉยๆ ไว้ก่อน คุณหมอต้องการพิสูจน์อะไรบางอย่าง

    รุ่งขึ้นคนงานมาลงมือขุดต่อไปอีก เอาดินออกมากองไว้นอกชายคาบ้านเป็นกองใหญ่ ประเดี๋ยวเดียวก็มีเสียงร้องขึ้นมาว่า

    “พบแล้วครับ! พบแล้วครับ!

    คุณหมอถามว่า “พบอะไร” ในใจนึกว่ากะโหลกผีหรือกระดูกต่าง ๆ

    ปรากฏว่าไม่ใช่ ! แต่เป็น กำไลหยกข้อมือแบบที่คนจีนสวม !

    คุณหมออาจินต์บอกว่า

    “เมื่อเขาล้างสะอาดแล้ว ผมมองดู เป็นหยกจริงๆ ! สีเขียว ไม่แก่นัก ก็เอาใส่พานไว้ คนงานก็ขุดต่อไป

    ทีนี้พวกโรงพยาบาลทราบเรื่องก็มาเป็นไทยมุง มุงกันแน่นก็กลัวๆ กล้าๆ ทั้งนั้น เดี๋ยวเดียวก็ได้มาอีกชิ้นหนึ่ง คือ ฟันทองคำหนึ่งซี่ และสุดท้ายก็คือ หวีเงินโค้ง ๆ ที่ใช้เสียบผมมวย!

    เขาพยายามอยู่จนค่ำก็ได้แค่นั้น ก็เป็นอันยุติ ผมขอให้ขนดินกลับมาถมไว้ที่เดิม แล้วต่อไปก็จะหาทรายมาเสริมและเทปูนอย่างเก่าอีก

    ตอนนี้พวกที่โรงพยาบาลวิพากษ์วิจารณ์กันใหญ่ ผมก็ต้องเล่าความจริงให้ฟังทั้งหมด

    ต่อมาผมสร้างศาลเล็ก ๆ หนึ่งศาล เอา กำไล หวี และฟันทอง รวมกันไว้แล้วเอาไปไว้ในศาลนิมนต์พระมารับสังฆทานอุทิศส่วนกุศลให้ผู้ที่เป็นเจ้าของ

    ทุกวันนี้ศาลนั้นก็ยังอยู่มุมรั้วด้านขวาสุด และเหนือสุดของโรงพยาบาลใกล้ๆ กับบ้านพักแพทย์ลักษณะเหมือนศาลพระภูมิ

    แต่พูดก็พูดเถิดบางอย่างมันพิสูจน์ไม่ได้ มันเป็น “ปัจจัตตังเวทิตัพโพ”

    ผมก็ยังข้องใจจนบัดนี้ว่า

    คุณหลวงสุวิชานฯ ท่านทราบได้อย่างไร ว่าที่ที่สร้างโรงพยาบาลอยู่นี้คือ ฮวงซุ้ยเก่า ซึ่งฝังศพจนไม่มีที่จะฝังต่อไปอีกแล้ว !

    Cr. คุณหมออาจินต์ บุณยเกตุต่อสู้กับวิญญาณที่ภูเก็ต. “โลกทิพย์” ฉบับ ๑๔๑ ปีที่ ๘ เดือนพฤศจิกายน ๒๕๓๑. ทองทิว สุวรรณทัต
    1b44fa047110548bd.png
     
  18. konun88

    konun88 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มกราคม 2012
    โพสต์:
    5,299
    ค่าพลัง:
    +57,011
    232816.jpg

    ไม่เกี่ยวกับโครงการพระพรหมนะครับ แต่เป็นเรื่องที่น่ายินดีสุด ๆ
    เมื่อวานนี้สมาชิกผู้ใจบุญได้เป็นธุระโครงการสร้างพระถวายครูบาอาจารย์ของผม
    ได้นำพระจำนวนหนึ่งที่สร้างถวายครูบาอาจารย์ พร้อมมวลสารไปขอผู้มีบารมีสูงส่งของแดนใต้คือ
    สมเด็จพระมหาวชิรมังคลาจารย์ เป็นสมเด็จพระราชาคณะชั้นสุพรรณบัฏ เจ้าคณะใหญ่หนใต้ นับเป็นสมเด็จพระราชาคณะรูปแรกในประวัติศาสตร์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่จำพรรษาในภาคใต้ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเจ้าคณะใหญ่หนใต้, ที่ปรึกษามหาเถรสมาคม

    อ้างอิง
    https://th.wikipedia.org/wiki/สมเด็จพระมหาวชิรมังคลาจารย์_(สงัด_ปญฺญาวุโธ)

    ท่านได้เมตตาอธิษฐานจิต ชนวนมวลสารทั้งผงและโลหะที่จะใช้สร้างวัตถุมงคลในอนาคตให้ เป็นที่ปลาบปลื้มใจผมยิ่งนัก ที่ได้สมเด็จผู้มีบุญบารมีสูงสุดแดนใต้อธิษฐานจิตให้ครับ

    พร้อมท่านได้จารแผ่นชนวนไว้เผื่อสร้างเครื่องรางในอนาคตให้ด้วย
    541268.jpg

    สำหรับผงมวลสารในกล่อง (ไม่กล้าส่งไปมากเกรงใจ) จะไว้สร้างพระในรุ่นถัด ๆ ไป

    ย้ำไม่เกี่ยวกับพระพรหมนะครับเพราะพระพรหมกำลังปลุกเสกตามหลักวิชาในจังหวัดใต้สุดของแดนสยามอยู่ครับ รอปลายเดือนเพื่อนคงส่งมาให้ผมนำปลุกเสกซ้ำอีกซักยก จากนั้นผมค่อยนำที่แก่มวลสาร 50 องค์มาให้สมาชิกบูชากันต่อไปครับ ส่วนนอกนั้น จะส่งไปให้เพื่อนถวายพ่อท่านปฐพีไร้พ่ายแดนใต้มอบให้แก่ผู้ศรัทธาเป็นขวัญกำลังใจในพื้นที่สีแดงต่อไป...
     
  19. konun88

    konun88 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มกราคม 2012
    โพสต์:
    5,299
    ค่าพลัง:
    +57,011
    1000008563.jpg

    ได้นำยอดบูชาวัตถุมงคลสร้างพระงบน้ำอ้อย หรือพระ 10 ทัศ จำนวน 400 องค์ ถวายพ่อท่านที่นครศรี
    ก่อนหน้านี้ก็สร้างพระผงพระเจ้า 5 พระองค์ถวายไปแล้ว 200 องค์ ขอสมาชิกรับบุญร่วมกันครับ
    ที่สร้างถวายเพราะมีสมาชิกไปทำบุญ ปรากฏว่าที่วัดไม่มีพระแจกเลย พวกนักสร้างเอาไปหมด เลยสร้างถวายท่านไว้แจกคนมาทำบุญครับ วัดเดินทางเรียกว่าชนบทมากๆ

    หมายเหตุ พระในภาพ สมเด็จเจ้าคณะภาคได้อธิษฐานไปแล้วเป็นปฐมฤกษ์
     
  20. konun88

    konun88 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มกราคม 2012
    โพสต์:
    5,299
    ค่าพลัง:
    +57,011
    234232_0.jpg
    234233_0.jpg
    234234_0.jpg
    234235_0.jpg
    234236_0.jpg
    234237_0.jpg
     

แชร์หน้านี้

Loading...