สวัสดีปีใหม่ 2569!!! พระเครื่องราคาพิเศษ เชิญชม บูชาได้เลยครับ

ในห้อง 'พระเครื่อง วัตถุมงคล' ตั้งกระทู้โดย HMMAmulet626, 4 กุมภาพันธ์ 2022.

  1. HMMAmulet626

    HMMAmulet626 ประกันพระแท้ ; ID Line ; himhirose สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 กันยายน 2010
    โพสต์:
    11,456
    ค่าพลัง:
    +544

    รายการนี้ติดจองครับ ขออภัยด้วยนะครับ

     
  2. HMMAmulet626

    HMMAmulet626 ประกันพระแท้ ; ID Line ; himhirose สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 กันยายน 2010
    โพสต์:
    11,456
    ค่าพลัง:
    +544

    รับทราบการจอง ขอบคุณมากครับ
     
  3. HMMAmulet626

    HMMAmulet626 ประกันพระแท้ ; ID Line ; himhirose สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 กันยายน 2010
    โพสต์:
    11,456
    ค่าพลัง:
    +544
    4184.พระอริยเถราจารย์ศิษย์หลวงปู่สอนวัดเสิงสาง เหรียญเสาร์5 พุทธาภิเษกใหญ่ปี 2539 หลวงพ่อเฮ็น สิริวังโส วัดดอนทอง ปิดรายการครับ
    เจ้าตำหรับผ้ายันต์อุษาสวรรค์ทหารอาสาสงครามเวียดนามประจักษ์พุทธคุณ

    upload_2025-8-23_10-3-41.png

    upload_2025-8-23_10-3-45.png
    ศึกษาวิปัสสนากรรมฐานวิชาอาคมจากพระอาจารย์แก้ว วัดพรรณราย ท่านยังเดินทางไปขอเรียนวิชาไสยเวทวิทยาคมมนต์คาถาต่างๆจาก พระอาจารย์คง (ท่านเป็นพระกรรมฐานอยู่รุกขมูล)
    จนได้วิชาทางด้านเมตตามหานิยม เช่น การทำผงเบญจพุทธคุณอันประกอบด้วยผงพุทธคุณ ปฐมัง อิทธิเจ ตรีนิสิงเห มหาราช คือผงวิเศษ ๕ ชนิด
    จากนั้นก็เดินธุดงค์ไปตามแนวชายแดนเขมรพบกับอุปสรรคนานัปการในป่าดงดิบ ได้ฝากตัวเป็นศิษย์กับหลวงปู่สอน วัดเสิงสาง หลวงปู่สอนนั้นท่านขึ้นชื่อลือชาเชี่ยวชาญเวทวิทยาคม

    ว่ากันว่าท่านมีญาณทิพย์สามารถหยั่งรู้อดีต ปัจจุบัน และอนาคตกาลได้ ทั้งยังเก่งกล้าวิชาย่นระยะทางอีกด้วย

    ในปีชวด พ.ศ.๒๔๗๙

    ท่านได้ธุดงค์รอนแรมมาถึงวัดดอนทอง บ้านดงตะงาว กิ่งอำเภอดอนพุด จังหวัดสระบุรี ได้พบกับวัดที่มีความสงบวิเวก มีหนองน้ำเย็นใสสะอาด จึงตัดสินใจเข้าพำนักอาศัยอยู่กับหลวงพ่อแพ เจ้าอาวาสในสมัยนั้น และได้รับการต้อนรับศรัทธาจากชาวบ้านดงตะงาวอย่างดี จึงอยู่จำพรรษาตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา จนเมื่อหลวงพ่อแพมรณภาพ ชาวบ้านก็เห็นพ้องต้องกันว่าหลวงพ่อเฮ็นเหมาะสมกับตำแหน่งเจ้าอาวาสมากที่สุด จึงได้นิมนต์ท่านขึ้นรับตำแหน่งเจ้าอาวาสสืบต่อจากหลวงพ่อแพ
    พ.ศ.๒๕๓๕ ท่านได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรที่ “พระครูอรรถธรรมาทร”
    หลวงพ่อเฮ็น ท่านเป็นพระนักพัฒนาท่านได้นำความเจริญมาสู่วัดดอนทองและบ้านดงตะงาว จนวัดดอนทองได้รับรางวัลวัดพัฒนาตัวอย่าง พ.ศ.๒๕๔๐ ด้วยการสร้างถาวรวัตถุต่างๆให้กับวัดมากมาย อาทิเช่น สร้างกุฏิสงฆ์จากเดิมเป็นเรือนไม้มาเป็นคอนกรีต ปรับปรุงอุโบสถใหม่แต่ยังรักษารูปลักษณ์เดิมไว้ทุกประการ สร้างถังเก็บน้ำขนาดใหญ่ อุปถัมภ์การศึกษาและสร้างอาคารเรียนโรงเรียนวัดดอนทอง ช่วยอนุเคราะห์อนามัยของชาวดอนพุด ตลอดจนมูลนิธิธรรมกิจจานุกูลเพื่อสงเคราะห์กับคนทุกข์ยากเสมอ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 24 สิงหาคม 2025
  4. HMMAmulet626

    HMMAmulet626 ประกันพระแท้ ; ID Line ; himhirose สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 กันยายน 2010
    โพสต์:
    11,456
    ค่าพลัง:
    +544
    4185.พระปิดตาหล่อโบราณ เนื้อชนวนตะกรุดโสฬสมงคลเก่า วัดสะพานสูง ปี59 ให้บูชา 750 บาท


    upload_2025-8-23_10-28-29.png



    พระปิดตาพิมพ์หลวงปู่เอี่ยม แบบหล่อโบราณครึ่งซีกขึ้นในปี2559
    การหลอมชนวนเก่า เทหล่อเป็นองค์พระและด้วยกรรมวิธีการสร้างแบบหล่อโบราณเนื้อพระจึงมีความจัดจ้าน แลดูเข้มขลัง แตกต่างเป็นเอกลักษณ์ในแต่ละองค์ บางองค์แก่ทองคำ เพราะว่าได้ผสมทองคำลงไปหลายบาท บางองค์เข้มมากเพราะได้ส่วนที่แก่ชนวนเก่าไป โดยได้รวบรวมชนวนมวลสารเก่ามากมาย ดังต่อไปนี้
    1.ตะกรุดโสฬสมงคลหลวงพ่อทองสุข วัดสะพานสูง จ.นนทบุรี
    2.ตะกรุดโสฬสมงคลหลวงตาใย วัดสะพานสูง จ.นนทบุรี
    3.ตะกรุดโสฬสมงคลหลวงปู่วาส วัดสะพานสูง จ.นนทบุรี
    4.ชนวนยันต์โสฬสมงคล ตะกรุดโสฬสมงคล และเหรียญหลังยันต์โสฬสมงคลรุ่นต่างๆของกองทุนเพื่อการศึกษา ที่พระอาจารย์แว่น วัดสะพานสูง จัดสร้าง พระอาจารย์แว่น มอบให้และได้จารชนวนเพิ่มให้อีกด้วย
    5.ชนวนเก่าของหลวงพ่ออิฏฐ์ วัดจุฬามณี จ.สมุทรสงคราม
    6.ชนวนเก่าวัดช้าง จ.นครนายก
    7.ตะกรุดหลวงพ่อนารถ วัดศรีโลหะราษฎร์บำรุง จ.กาญจนบุรี
    8.ตะกรุดหลวงพ่อตัด วัดชายนา จ.เพชรบุรี
    9.ชนวนเก่าของเหรียญคางเครารุ่นแรก (**เหรียญที่ด้านบนไม่มีตัวอักขระ)
    พิธีอธิษฐานจิตปลุกเสกพระปิดตาปฐมนาม
    พระเกจิอาจารย์ บวงสรวงขอบารมีหลวงปู่เอี่ยม ปฐมนาม ณ วัดสะพานสูง จ.นนทบุรี
    1.หลวงพ่อพระมหาสุรศักดิ์ วัดประดู่ จ.สมุทรสงคราม
    2.หลวงพ่อหนู วัดไผ่สามเกาะ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี
    3.หลวงพ่ออิฏฐ์ วัดจุฬามณี จ.สมุทรสงคราม
    4.หลวงพ่อตี๋ วัดหูช้าง จ.นนทบุรี
    5.หลวงพ่อตี๋ วัดดอนขวาง จ.อุทัยธานี
    พิธีพุทธาภิเษกใหญ่ หลายวาระ
    -พิธีเสกในโบสถ์วัดช้าง จ.นครนายก
    -พิธีเสกในโบสถ์วัดไทร จ.นครปฐม
    -พิธีเสกในโบสถ์วัดจันทาราม จ.ชัยนาท
    -พิธีเสกในโบสถ์สาขลา จ.สมุทรปราการ
    -พิธีเสกในโบสถ์วัดกาหลง จ.สมุทรสาคร
    -พิธีเสกวัดสะพานสูง จ.นนทบุรี

     
  5. HMMAmulet626

    HMMAmulet626 ประกันพระแท้ ; ID Line ; himhirose สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 กันยายน 2010
    โพสต์:
    11,456
    ค่าพลัง:
    +544
    4186.ตะกรุดตอรักตายพราย สร้างเพียง 542 ดอก + ตะกรุดลูกไก่ทอง หลวงปู่มหาสมบัติ วัดเขามะกอก ชลบุรี ให้บูชาคู่ละ 650 บาท



    upload_2025-8-23_13-23-21.png

    ตะกรุดตอรักตายพราย จัดว่าเป็นตะกรุดที่ทำให้คนทั้งรักทั้งหลงทั้งเมตตา ให้จับตอรัก ภาวนาคาถาปลุกดังนี้
    “นะลุ่ม โมหลง พุธงง ธางวย ยะระลวย ซ้อนชู้เอ็นดูอยู่มิได้จิตคนทั้งหลาย มาอยู่กับกู หลงจิต หลงใจ อุพระพายพัดไป ชายหญิง หลง งง งวย รักเมตตากู สิ้นจรดแผ่นดิน แม่ธรณีเจ้าเอ๋ย อยู่หรือยังอยู่แล้วสั่ง ให้ (เอ่ยชื่อคนที่เราต้องการติดต่อสัมพันธ์) มารักหลงแนบสนิทติด อย่าคลายรัก มิ สวาหา สวาโหมติด”
    หลวงปู่เอาผงหลวงพ่อแก้ววัดเคลือวัลย์ผสมดินสอพองพอกไว้ที่ตะกรุดตอรักเพิ่มพุทธคุณเป็นยอดตะกรุดมหาเสน่ห์มหานิยมที่สุด ใครๆก็สร้างไม่ได้เท่าหลวงปู่ ต่อให้เป็นใครก็คิดไม่ถึงว่า มีวิชามหาเสน่ห์สุดยอดอย่างนี้อยู่ในโลก...

    ตะกรุดลูกไก่ทอง ตะกรุดนี้ใครได้ใครใช้มีผล 2 อย่างเท่านั้น คือ เรียก เงินเรียกทองเรียกโชคเรียกลาภ ให้วิ่งมาหา เหมือนเสียงเรียกเสียงร้องของลูกไก่ ที่แม่ต้องหาอาหารมาป้อนให้ถึงปาก คุ้ยเขี่ยอาหารให้กินทั้งวัน ไม่หยุดพัก และอีกอย่างคือ เสน่ห์ มหานิยม ลุ่มหลง เมตตา อันนี้มีมากเพราะ เอาผงเมตตาชั้นครูมาผสมเหล้าโรงให้ร้อน แรงเสียแล้ว เมตตามหาเสน่ห์จึงมากล้น ใครจะยั้ง ใครจะหยุดก็เอาไม่อยู่
    เล่าเท่านี้พอใครอยากได้ก็เอาไป หลังจากจองแล้วมีเหลือเท่าไหร่ หลวงปู่มหาสมบัติ ให้หยุดทันทีไม่เอามาปล่อยให้เช่าแล้ว จะเอาไปทิ้งทะเลพัทยาให้หมด เพราะของอย่างนี้ใครได้ไปถือว่าบุญของเขา ตะกรุดที่เหลือเอาทิ้งทะเลเพราะ ของแรงจะมาตั้งขาย อายครูบาอาจารย์ท่าน
     
  6. HMMAmulet626

    HMMAmulet626 ประกันพระแท้ ; ID Line ; himhirose สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 กันยายน 2010
    โพสต์:
    11,456
    ค่าพลัง:
    +544
    4187.เหรียญโภคทรัพย์ แมงมุมดักโชค ปี 2555 เนื้อตะกั่ว หมายเลข ๖๐๓ พร้อมรอยจาร หลวงปู่บุญ วัดแสงน้อย จ.อุบลราชธานี ปิดรายการครับ



    upload_2025-8-23_14-15-55.png



    เหรียญโภคทรัพย์ แมงมุมดักโชค

    เรื่องแมงมุมอย่าดูถูก มีเรื่องเกิดขึ้นเมื่อ 20 ปีมาแล้ว แมงมุมตัวใหญ่ชักใยที่ปลายนา หลวงปู่บอกให้ศิษย์ที่อยู่กับท่านหลายปี “ให้ไปทางนาทิศโน้น เจอแมงมุมตัวใหญ่สีทอง มันตายแล้วเอามาให้ หลวงพ่อที ” ศิษย์รุ่นใหญ่ก็ไปตามทิศที่หลวงปู่ชี้เดินไปปลายนาก็เจอจริงๆ แต่มันตายแล้วจึงเอาซากมาให้ท่าน ท่านใช้ดินสอดำวนๆว่าคาถาเป่าลงไป และส่งให้ศิษย์วัด ผู้นั้นพูดสำทับว่า “ แมงมุมนี้จับโชคจับลาภได้” บอกให้ศิษย์ผู้นั้นไปหากินจะรวยใหญ่ไม่ต้องดูแลท่านแล้ว เหลือเชื่อจากวันนั้นยันบัดนี้ ศิษย์วัดรุ่นใหญ่ผู้นี้ ถูกหวยหลายงวด ทำอะไรก็โชคดีไปหมด รวยมาก มีรถอีโป๊ะ 8 คันรถเกี่ยวข้าว 3 คันคนงาน 200 คน…พักเรื่องแมงมุมไว้ก่อน

    มาว่ากันเรื่องเหรียญที่พี่น้องอีสานหากัน เหรียญหลวงปู่บุญเชื่อถือกันมากว่า ผีขยาด คนอุบลผีมาบอกจะเอาชีวิตอยู่ดีๆ ตายไม่รู้สาเหตุหลายคน พอดีเจอลูกศิษย์ปู่บุญเข้า เอาเหรียญท่านใส่คอ ผีมาใหม่มาบอกว่า ไม่เอาแล้ว หลวงพ่อแกเก่งหยั่งงี้ทั้งหมู่บ้านผมก็ไม่เอาแล้ว... เหรียญปู่บุญเลยหายาก

    ของขลัง หลวงปู่บุญ เมืองอุบล คนไม่จนเขาใช้กัน อันนี้เรื่องจริง ส.ส. อุบลฯ สกลฯ หนองคาย ใช้หลวงปู่บุญ ท่าข้าว โรงมัน ผู้ใหญ่บ้านกำนัน อบต หลายคนใช้ หลวงปู่บุญ เถ้าแก่ใหญ่ เถ้าแก่น้อย เจ้าของร้าน นิยมห้อยพระหลวงปู่บุญติดคอ หลวงปู่บุญ คนใช้ร่ำรวยระดับเศรษฐีทั้งนั้น ใครใช้พระ หลวงปู่บุญ จนไม่เป็น หลวงปู่ออกพระอะไร...ไม่นานหมด

    ปี 2555 หลวงปู่บุญสร้างเหรียญโภคทรัพย์ หลังแมงมุมจับโชคลาภ เหรียญที่สวย ออกแบบได้ดีที่สุดของอีสานลงตัวอย่างงานโบราณ เหรียญนี้เสกถึงหลักวิชาครบสูตรเน้นให้ใครมีแล้วรวย มีโชคลาภ มีเงินมีทอง แคล้วคลาดปลอดภัย ครบ เน้นที่เรียกเงินเรียกโชคลาภได้ นี่จึงเป็นเหรียญโภคทรัพย์หลังแมงมุงดักโชคดักลาภรุ่นแรก

    1. สวยงาม แบบเหรียญ กนกชดช้อยมีศิลปะ แปลกใหม่ลงตัว

    2. เหรียญปู่บุญเชื่อขนมกินได้ กันผี กันภัย กันได้สารพัด

    3. แมงมุมดักโชคลาภดี ใครได้ไปรวย

    4. เหรียญนี้เป็นเหรียญโภคทรัพย์ เงินทองคล่อง ค้าขายดี

    ดีอย่างนี้ จึงเป็นที่ต้องการของคนที่เข้าใจเข้าถึงวิชาชั้นครูที่ปู่บุญท่านเรียนมา หลวงปู่ท่านเก่งจริง ทรงภูมิรู้ภูมิธรรม สูงสุดของอีสาน คนทั่วไม่ค่อยรู้จักท่าน ลูกศิษย์รู้เฉพาะกลุ่ม ถึงเวลาเปิดเผยให้คนได้รู้ว่าที่อีสาน มีของดี พระดี พระเก่งไม่เป็นรองใคร นี่แหละเหรียญที่รอเวลาดัง(โค๊ด หมายเลขกำกับทุกเหรียญ)

    สร้างเนื้อเงิน 99 เหรียญ
    สร้างเนื้อนวะ2,000 เหรียญ
    สร้างเนื้อตะกั่ว2,040 เหรียญ
    สร้างเนื้อทองแดง5,020 เหรียญ



    พระเดชพระคุณ ท่านพระครูขันตยาธิคุณ (หลวงปู่บุญ) อายุ 95 ปี พรรษา 75 บวชเณรตั้งแต่อายุ 17 ปี กับพระครูห่าน ศิษยาครูขี้หอม บวชเณร 5 ปี หลวงปู่เรียกจิตคนได้ เสกดอกมะขวิดให้ออกดอกชั่วข้ามคืน เรียกฝักเพกาเป็นสารส่งแทนจดหมายได้ ยิงกระสุนคดได้ จิตท่านดี ท่านเล่นอภิญญาฤทธิ์ตั้งแต่เป็นเณร อายุ 20 ปี บวชพระโดยพระครูห่าน เป็นพระอุปัชฌาย์ หลวงพ่อหนู วัดบ้านป่าข่า หลวงพ่อบุญมา จนฺโท วัดบ้านผึ้ง เป็นพระคู่สวด บวชแล้วฝากตัวเป็นลูกศิษย์ หลวงปู่รอด วัดทุ่งศรีเมืองใสปี 2483 ได้รับการถ่ายทอดวิชาสารพัด อาทิ วิชามหามนต์ยะกษิณี วิชาคาถาน้ำมนต์ขนานยัก วิชาสีผึ้งดำช้างหลงโขลง และวิชาคาถามหาเมตตา หลังจากนั้นได้ไปเรียนกรรมฐาน กรรมฐานแพงมือขวาสมเด็จลุน นครจำปาสัก เรียนวิชาสายสำนักวัดประดู่ในโรงธรรม กรุงศรีอยุธยา และเดินธุดงค์เข้มเข้าป่าดงบังอี กับญาท่านแพงสุมงฺคโล พร้อม ญาท่านสวน วัดนาอุดม ป่าผีสิง มีทั้งเสือ ทั้งหมี เดินรอบกลด แถมยังเจอผีป่า ผีโป่ง สารพัด คนหมู่บ้านเรียก "พ่อถ่านอุปัชฌาย์เทพเจ้าแห่งความเมตตา" ที่พึ่งของชาวบ้านอย่างหาที่สุดมิได้ คนที่เข้าใจเข้าถึงวิชาชั้นครูที่หลวงปู่บุญท่านเรียนมา หลวงปู่ท่านเก่งจริง ทรงภูมิรู้ภูมิธรรม สูงสุดของอีสาน คนทั่วไปไม่ค่อยรู้จักท่าน ลูกศิษย์รู้เฉพาะกลุ่ม ถึงเวลาเปิดเผยให้คนได้รู้ว่าที่อีสาน มีของดี พระดีพระเก่งไม่เป็นรองใคร

    หลวงปู่บุญ ขันตโร"หรือ "พระอุปัชฌาย์บุญ"พระเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งวัดแสงน้อย จ.อุบลราชธานี ท่านเป็นศิษย์สายพุทธาคมของอดีตพระเกจิอาจารย์ 3 รูป หลวงปู่ห่าน พุทธสาโร, หลวงปู่รอด วัดทุ่งศรีเมือง และ หลวงปู่ญาท่านสวน วัดนาอุดม จ.อุบลราชธานี


    ท่านอยู่เรียนวิชากับหลวงปู่รอดได้เพียง 2 ปี เมื่อปีพ.ศ.2485 หลังจากนั้นได้ไปเรียนกัมมัฏฐานจากพระอาจารย์แพง จ.สกลนคร ศิษย์เอกสมเด็จลุน นครจำปาสัก หลังจากนั้นได้ลาพระอาจารย์แพงเข้าเมืองไปเรียนวิชาสายสำนักวัดประดู่ในโรงธรรม จ.พระนครศรี อยุธยา โดยพักอยู่ที่วัดพระแก้ว ต.กะจิว กิ่ง อ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา ผ่านไปอีกหลายปี หลวงปู่บุญได้ย้ายไปอยู่ที่วัดสระปทุม มี พ.ท.ประสาร ทองภักดี เป็นอุปัฏฐาก ครั้นเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ท่านจึงกลับวัดแสงน้อย รับแต่งตั้งให้รักษาการเจ้าอาวาส ขณะที่ท่านอยู่วัดแสงน้อยนั้น ท่านเดินธุดงค์ไปอีสานเหนืออีกครั้งหนึ่ง ไปอยู่กับญาท่านแพง อาจารย์ของญาท่านสวน วัดนาอุดม เดินธุดงค์ 3 รูป ประกอบด้วย ญาท่านแพง, ญาท่านสวน และหลวงปู่บุญ

    การธุดงค์ครั้งนี้ไม่เหมือนตอนเป็นสามเณร ด้วยต้องผ่านเข้าป่าดงบังอี่ ซึ่งคนแถวนั้นถือเป็นป่าผีสิง ไม่มีใครกล้าเข้าไป แม้แต่คนในพื้นที่ก็ตา หลวงปู่บุญ ถือเป็นบททดสอบจิตและ อารมณ์พระกัมมัฏฐาน ได้ปักกลดกลางป่าลึก ทำวัตรสวดมนต์นั่งสมาธิ ท่ามกลางสัตว์ร้ายมากมาย ทั้งเสือ หมี เดินรอบกลด แถมยังต้องผจญผีป่า ผีโป่ง สารพัดภูตพราย หลังจากสามารถผ่านพ้นภัยจากป่าดงบังอี่ หลวงปู่บุญได้เข้าไปกราบนมัสการพระธาตุ พนม หลังจากนั้นได้ธุดงค์เดินตามริมแม่น้ำโขงเรื่อยมา ก่อนมุ่งหน้าสู่ภูลังกา และก็ได้เดินทางกลับอุบลราชธานี
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 4 กันยายน 2025
  7. HMMAmulet626

    HMMAmulet626 ประกันพระแท้ ; ID Line ; himhirose สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 กันยายน 2010
    โพสต์:
    11,456
    ค่าพลัง:
    +544
    4188.พระปิดตาปลดหนี้ รุ่นแรก หลวงปู่เสถียร คุณวโร วัดถ้ำพระภูวัว จ.บึงกาฬ มีเส้นเกศา ปิดรายการครับ




    upload_2025-8-23_15-43-37.png

    upload_2025-8-23_15-43-45.png

    upload_2025-8-23_16-40-54.png
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 24 สิงหาคม 2025
  8. HMMAmulet626

    HMMAmulet626 ประกันพระแท้ ; ID Line ; himhirose สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 กันยายน 2010
    โพสต์:
    11,456
    ค่าพลัง:
    +544
    4189.รูปหล่อโบราณรุ่นแรก หลวงปู่เกลี้ยง วัดโนนแกด สร้างปี 2540 ให้บูชา 750 บาท



    upload_2025-8-23_16-34-6.png

    upload_2025-8-23_16-34-11.png

    upload_2025-8-23_16-34-17.png

    upload_2025-8-23_16-38-15.png


    หลวงปู่เกลี้ยง วัดบ้านโนนแกด จ.ศรีสะเกษ เป็นพระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบสายกรรมฐาน ทั้งแนวปฏิบัติสายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโตพระอาจารย์ใหญ่แห่งภาคอีสาน ได้รับถ่ายทอดวิทยาพุทธาคม ยาสมุนไพรรักษาโรคและกรรมฐานจากครูบาอาจารย์หลายองค์ เป็นที่เรื่องลือลับรู้กันมากของคนพื้นที่และของผู้ที่ไปหาท่าน ความพิเศษอย่างหนึ่ง ท่านมีนิมิตบันดาล หากมีผู้คนไปไต่ถามถึงเรื่องราวต่างๆ เพียงยกขัน(ขัน 5)ขึ้นและบอกความจำเป็น ท่านจะตอบตามนิมิตบันดาล ส่วนใหญ่จะเป็นไปตามคำถามทุกประการ ความรู้เห็นสิ่งที่เหนือสามัญวิสัยของคนทั่วไป ที่ไม่สามารถรู้เห็นได้ แต่ท่านมีสิ่งเหนือสามัญวิสัย สามารถบอกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาแล้วจะแก้อย่างไรและรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าจะเกิดอะไรขึ้นได้อย่างถูกต้องแม่นยำ จนเป็นที่เคารพนับถือของคนทั่วไป วาจาศักดิ์สิทธิ์ (ผู็หยั่งรู้ฟ้าดิน)
    ""ครูบาอาจารย์ของหลวงปู่พอสังเขปดังนี้
    1..หลวงปู่มุม วัดปราสาทเยอร์เหนือ จ.ศรีสะเกษ สุดยอดพระเกจิอาจารย์แห่งอีสานใต้ผู้ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วประเทศ หลวงปู่เกลี้ยงซึ่งคุ้นเคยกับหลวงปู่มุมตั้งแต่ยังเด็ก หลวงปู่มุมมีศักดิ์เป็นลุงแท้ๆของหลวงปู่เกลี้ยงและเป็นทั้งอาจารย์ด้วย หลวงปู่เกลี้ยงได้สนใจทางวิทยาพุทธาคมตั้งแต่สมัยท่านยังเป็นสามเณรและได้ไปร่ำเรียนวิทยาพุทธาคมกับหลวงปู่มุมเป็นเวลาเกือบปี ตอนหลังหลวงปู่เกลี้ยงก็ยังไปหาหลวงปู่มุมเป็นประจำ ในการศึกษาคาถาอาคมและพิธีกรรมต่างๆ หากติดขัดหรือไม่เข้าใจประการใด ท่านจะออกไปแต่เช้าเดินลัดเลาะไปตามทุ่งนา เพื่อไปหาหลวงปู่มุมที่วัดปราสาทเย่อเหนือเสมอ หลวงปู่เรียนวิทยาพุทธาคมอักขระเลขยันต์ตัวธรรมโบราณและสมถะกรรมฐาน ถือว่าหลวงปู่เป็นผู้สืบทอดวิทยาคมจากหลวงปู่มุมโดยแท้ หลวงปู่มุมได้เมตตาท่านโดยได้เขียนอักขระตัวธรรมเลขยันต์ให้หลวงปู่ได้นำมาใช้กับหลังเหรียญรุ่นแรกปี 19 ของท่านเป็นต้น
    2..หลวงปู่ธรรมจินดา (เดช) วัดพระโต จ.ศรีสะเกษ เป็นพระอาจารย์อีกองค์ที่เก่งที่ถ่ายทอดวิทยาพุทธาคม จนหลวงปู่เกลี้ยงออกปากชมพระอาจารย์ของท่านองค์นี้เก่งยิ่งนัก ท่านได้เรียนพระคาถาวิทยาพุทธาคมกับหลวงปู่เดชอธิเช่น พระคาถาจักราวุธพระเจ้า5พระองค์ (โองการมหาปทุม) ยอดพระคาถากล่าวถึงการบำเพ็ญบารมีธรรมของพระพุทธเจ้าทั้ง 5 พระองค์ในมหาภัทรกัลป์และพระคาถา 9 ดี 10 ดี อานุภาพของพระคาถามีพลานุภาพซึ่งดีทางป้องกันภยันตรายอุปัทวันตรายทั้งปวงและเมตตาค้าขายมหานิยมยิ่งนัก ทั้งยังสอนปฏิบัติธุดงค์กรรมฐานอีกด้วย
    3..หลวงปู่สอน วัดบ้านเปื่อย จ.ศรีสะเกษ (เป็นลูกพี่ลูกน้องกับหลวงปู่เครื่อง วัดสระกำแพงใหญ่) ท่านเก่งทางรักษาด้วยสมัยก่อนใครที่เป็นบ้าเสียสติ ทางญาติพี่น้องก็จะพามาหาหลวงปู่สอนรักษาเสมอ จึงนับได้ว่าท่านเก่งหลายอย่าง ท่านสนิทกับหลวงปู่มุมมาก ท่านเป็นสหายธรรมกัน หลวงปู่มุมกับหลวงปู่สอนท่านมรณะภาพวันเดียวกันเวลาเดียวกันที่วัดปราสาทเย่อเหนือ นับว่ามหัศจรรย์มากที่จะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ เมื่อหลวงปู่เกลี้ยงเดินทางไปหาหลวงปู่มุมที่วัดปราสาทเย่อเหนือ ตอนกลับจะแวะไปหาหลวงปู่สอนเสมอ (ห่างกันประมาณ 2 กม.) เพื่อศึกษาทบทวนพระคาถาอาคม ซึ่งท่านสืบทอดวิชาพุทธาคมสายอยุธยา ท่านได้เรียนพระคาถานะโมตาบอดและพระคาถาอุณาโลมใหญ่ ชึ่งนิยมกันมากในเขตพื้นที่ภาคกลาง
    4..อาจารย์พ่อบุญธรรม ท่านเป็นอาจารย์ฆราวาสเป็นผู้มีวิชาอาคมและเชี่ยวชาญด้านยาสมุนไพร หาผู้ที่มาเทียบเคียงได้ยากในยุคนั้นและเก่งมาก ท่านจะรักษาด้วยสมุนไพรควบคู่กับพุทธาคมคาถา หลวงปู่เรียนด้านพุทธาคมสมุนไพรและการรักษาโรคชนิดต่างๆกับอาจารย์พ่อบุญธรรมและตามตำราโบราณที่ตกสืบทอดต่อกันมา
    5..อาจารย์ทองสุข นามทองใบ ท่านเป็นอาจารย์ฆราวาสอีกผู้หนึ่งที่มีคาถาอาคมที่มีชื่อเสียงมากท่านหนึ่ง หลวงปู่เรียนพระคาถามหาจินดามณีใหญ่ซึ่งดีด้านเมตตามหานิยมโดยตรง ลป.เกลี้ยงนิยมใช้พระคาถานี้มาก วัตถุมงคลหลายชิ้นหลายอย่างของหลวงปู่ท่านก็นิยมปลุกเสกด้วยพระคาถานี้ร่วมอยู่ด้วย ทั้งยังเรียนพระคาถาด้านคงกระพันชาตรีอีกด้วย
    6..อาจารย์บาน บ้านหนองครก เป็นหมอธรรมใหญ่ที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากในยุคนั้นมีลูกศิษย์มากมาย เรืองขมังเวชมากในยุคนั้น สมัยก่อนทางภาคอีสานจะมีหมอธรรมแบบนี้มาก หรือเป็นหมอธรรม (นายฮ้อยผู้มีวิชาแก่กล้า) ผู้รักษาต้อนฝูงวัวฝูงควายไปขายนับเป็นพันๆตัวได้จะต้องเก่งจากการมีผู้มาดักปล้น นับว่าต้องเก่งมากๆถึงจะรักษาไม่ให้ถูกปล้น แบบนี้ก็มีมากและหมอธรรมผู้มีวิชาอาคมรักษาผู้คนเจ็บป่วยก็มีมากอย่างเช่น วิชาต่อกระดูก (ประสานกระดูก) เป็นต้น อย่างลุงหรือพ่อของหลวงปู่คำพัน วัดธาตุมหาชัย จ.นครพนม ก็เป็นหมอธรรมนายฮ้อยเก่าหรือหลวงปู่พรหม จิรปุณโญ วัดประสิทธิ์ธรรม อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ลูกศิษย์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโตผู้มีชื่อเสียงโด่งดังมากท่านก็เคยเป็นนายฮ้อยต้อนวัวต้อนควายเก่ามาก่อน ต้องมีวิชาอาคมพอตัวถึงจะคุมอยู่อย่างนี้เป็นต้น นับว่าอาจารย์บานก็เป็นผู้หนึ่งที่มีวิชาคาถาอาคมแก่กล้ามากคนหนึ่ง
    7..หลวงปู่บุญเรือน เขมโชโต เป็นพระธุดงค์กรรมฐานสายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ท่านชอบปฏิบัติมาก ชอบเดินธุดงค์ชอบจาริกแสวงหาสถานที่ปฏิบัติธรรมตามถ้ำป่าเขาต่างๆ หลวงปู่เรียนสมถะวิปัสสนากรรมฐานกับท่านและยังได้ร่วมเดินธุดงค์กับหลวงปู่บุญเรือนไปยังภูเขาควายชึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และลี้ลับมีอาถรรพณ์ เป็นสถานที่ศึกษาเรียนคาถาพุทธาคมต่างๆมากมาย ท่านติดตามหลวงบุญเรือนธุดงค์ไปในเขตประเทศลาว บนภูเขาควายจะมีการสลักชื่อพระอาจารย์ที่เคยธุดงค์มาไว้ที่แผ่นป้ายของชาวลาวที่นับถือครูบาอาจารย์ต่างๆ ชื่อที่สลักไว้อย่างเช่นหลวงปู่เสาร์ กนฺตสีโล,หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต,หลวงปู่ฝั้น อาจาโร,และก็มีชื่อของหลวงปู่กลี้ยง เตชะธมฺโมรวมอยู่ด้วยชึ่งก็เป็นหลักฐานว่าท่านได้ธุดงค์มาที่นี้ด้วย ถ้าท่านผู้ใดไปเที่ยวที่ภูเขาควายประเทศลาวชึ่งห่างจากกรุงเวียงจันทร์ประมาณ 20 กิโลเมตร คงได้เห็นชื่อที่สลักไว้ ท่านได้ธุดงค์กับพระอาจารย์ท่านร่วมเป็นเวลา 2 ปีกว่าในประเทศลาวและยังมีพระอาจารย์ท่านอีกหลายท่านที่ไม่ได้กล่าว
    ""สหายธรรมและสหธรรมมิกที่สนิทชิดชอบกันมากเช่น
    1..หลวงปู่หมุน วัดบ้านจาน จ.ศรีสะเกษ ท่านสนิทกันมาก อาจจะด้วยท่านเป็นชาวจังหวัดศรีสะเกษเหมือนกันด้วย ท่านทั้ง 2 ให้ความเคารพนับถือกันมาก หลวงปู่หมุนได้เคยกล่าวบอกลูกศิษย์ลูกหา ว่าถ้าท่านไม่อยู่แล้วให้ไปหาหลวงปู่เกลี้ยง วัดบ้านโนนแกดองค์นี้ เพราะท่านปฏิบัติดีปฏิบัติชอบและเก่งจริง เชี่ยวชาญพุทธาคมมากเหมือนเพชรในตมรอวันที่จะสุกสว่างไสว ภายภาคหน้าองค์นี้จะมีชื่อเสียงขจรขจายไปทั่วประเทศอย่างแน่นอน ท่านสนิทสนมกันมากให้ความเคารพชึ่งกันและกัน จนหลวงปู่หมุนเคยส่งลูกศิษย์ลูกหาไปนิมนต์หลวงปู่เกลี้ยงมาวัดท่านตั้งหลายครั้ง
    2..หลวงปู่สรวง วัดไพรพัฒนา จ.ศรีสะเกษ
    คำกล่าวของ หลวงปู่สรวง “เทวดาเล่นดิน” ถึง “เทวดาผู้หยั่งรู้ฟ้าดิน” หลวงปู่เกลี้ยง เตชธัมโม อายุ 107 ปี วาจาสิทธิ์
    หลวงพ่อพระปลัดทองอินทร์ เจ้าอาวาสวัดเนินทอง อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี ซึ่งเป็นลูกศิษย์ สมัยบวชเป็นสามเณรเคยอยู่ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานและปรนนิบัติรับใช้หลวงพ่อผาง จิตุตคุตโต วัดป่าอุดมคงคาคีรีเขตต์และเคยอยู่กับหลวงปู่โส กัสสโป วัดป่าคำแคนเหนือ อำเภอมัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น
    นอกจากนี้หลวงพ่อพระครูปลัดทองอินทร์ตอนพรรษายังไม่มากก็เคยจำพรรษาอยู่วัดถ้ำเขาพระงามในเขตจังหวัดลพบุรี ได้ช่วยบูรณะวัดแห่งนั้นทางวัดได้สร้างวัตถุมงคลได้นิมนต์หลวงปู่สรวง วัดไพรพัฒนา (เทวดาเล่นดิน) จังหวัดศรีสะเกษไปปลุกเสกวัตถุมงคลให้ทางวัดนั้นด้วย
    “หลวงปู่ที่ศรีสะเกษนอกจากหลวงปู่แล้วยังมีพระเกจิคณาจารย์ที่เก่งๆอีกไหมครับผม”
    พระครูปลัดทองอินทร์กราบเรียนถามหลวงปู่สรวง (เทวดาเล่นดิน)
    “มี” หลวงปู่สรวงตอบสั้นๆ
    ชื่อหลวงพ่ออะไร พระครูปลัดถามต่อ
    “หลวงปู่เกลี้ยง วัดโนนแกด”
    หลวงปู่สรวง “เทวดาเล่นดิน” แห่งวัดไพรพัฒนาราม ตอบ ก่อนจะกล่าวต่อว่า
    “องค์นี้อายุยืนเกินร้อยแน่”
    “ทำไมไม่เคยได้ยินชื่อ” พระครูปลัดถามต่อ
    “เพราะท่านยังไม่เปิดเผย แต่ต่อไปคนจะรู้จักนามท่านทั่วประเทศเชียวล่ะ”
    นี่คือคำกล่าวที่ยืนยันยกย่องจากปากของหลวงปู่สรวงวัดไพรพัฒนาที่ได้กล่าวไว้เมื่อหลายสิบปีก่อน
    3..หลวงปู่เครื่อง วัดสระกำแพงใหญ่ จ.ศรีสะเกษ ท่านร่ำเรียนวิทยาพุทธาคมมาหลายอาจารย์มาก และยังฝากตัวเป็นลูกศิษย์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโตและปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานอีกด้วย ท่านเก่งจริงๆจนโด่งดังไปทั่วอีสานใต้ เป็นที่เคารพของลูกศิษย์ลูกหาเป็นอย่างมาก ท่านสนิทกันมากไปมาหาสู่หลวงปู่เกลี้ยงกันประจำและเคยเดินธุดงค์ด้วยกันกับหลวงปู่เจียมด้วย
    4..หลวงปู่เจียม วัดอินทราสุการาม จ.สุรินทร์ ท่านเป็นชาวเขมร ท่านร่ำเรียนวิทยาคมสายเขมรและยังปฏิบัติกรรมฐานอีกด้วย ท่านชอบเดินธุดงค์ฝึกจิตฝึกสมาธิไปในพื้นที่ต่างๆมากมายทั้งภาคเหนือ,ภาคกลาง ท่านเป็นนักบุญแห่งอีสานใต้ ผู้เรืองทางพระเวทย์อันเข็มขลัง มีตะบะสมาธิอันแกว่งกล้า จนเป็นที่เคารพรักของเหล่าทหารที่ประจำการสู้รบเขตชายแดนเป็นอย่างมาก ท่านมีลูกศิษย์มากมาย ท่านสนิทกันมากไปมาหาสู่กันประจำ หลวงปู่จียมเคยเดินธุดงค์กับหลวงปู่เกลี้ยงและหลวงปู่เครื่องด้วยกัน
    5..หลวงปู่คำพัน วัดธุาตมหาชัย จ.นครพนม ท่านเป็นลูกศิษย์สายวิปัสสนากรรมฐานหลวงปู่เสาร์ กนฺตสีโล พระอาจารย์ใหญ่แห่งกองทัพธรรมสายพระธรรมยุต (พระป่า) ด้วยข้อวัตรปฏิบัติเรียบง่ายที่งดงามตามฉบับของพระปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานสายพระป่า เน้นปฏิบัติเป็นสำคัญทำให้ท่านได้รู้ธรรมอันลึกชึ่งตามแบบอย่าง พ่อแม่ครูบาอาจารย์ได้ทรงสั่งสอนไว้ ถือว่าเป็นหน่อเนื้อเชื้อไขของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอย่างแท้จริง หลวงปู่คำพันท่านสนิทกับลป.เกลี้ยงเป็นอย่างมากไปมาหาสู่กันเป็นประจำ ท่านได้ถวายพระเม็ดปฐีธุาตอันศักดิ์สิทธิ์ให้หลวงปู่เกลี้ยงจำนวนมาก ชึ่งถือว่าเป็นวัตถุทางธรรมชาติที่มีอาถรรพณ์ศักดิ์สิทธิ์อยู่ในตัว ต้องใช้คุณวิเศษถึงจะเอามาได้เพราะอยู่กลางสะดือแม่น้ำโขง แม่น้ำโขงนี้มีสิ่งลี้ลับมากมาย ถ้าไม่มีคุณวิเศษบางประการยากที่จะเอามาได้
    6..หลวงปู่ญาท่านสวน วัดนาอุดม จ.อุบลราชธานี พระอาจารย์องค์นี้เก่งมาก ท่านร่ำเรียนพุทธาคมสายสมเด็จพระสังฆราชลุน( ญาครูขี้หอม )หรือเรียกสั้นๆว่าสมเด็จลุน หลวงปู่ญาท่านสวนได้ถวายตัวเป็นลูกศิษย์ท่าน ท่านเดินธุดงค์ไปเรียนพุทธาคมที่ภูเขาควายชึ่งเปรียบเสมือนเป็นจุดศูนย์กลางทางวิทยาพุทธาคมต่างๆมากมายและเป็นที่ฝึกปฏิบัติสมถกรรมฐานด้วย โด่งดังมากในแถบประเทศลาวและทั่วภาคอีสาน สมเด็จพระสังฆราชลุน(ญาครูขี้หอม)ของประเทศลาวท่านเป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่พระครูเทพโลกอุดรที่โด่งดังมากๆ มีผู้ศัทธาในวัตรปฏิบัติของท่านมีลูกศิษย์ลูกหามากมาย สมเด็จพระสังฆราชลุนท่านเก่งจริงๆจนชื่อเสียงท่านขจรขจายไปทั่วสารทิศ นับเป็นบุญของหลวงปู่ญาท่านสวนได้ถวายตัวเป็นศิษย์ท่านสมเด็จลุน "ลูกศิษย์"ได้ถามหลวงปู่ญาท่านสวนว่า ถ้าหลวงปู่ไม่อยู่แล้ว อาจารย์องค์ไหนเก่ง ท่านบอกว่าให้ไปหาท่านเกลี้ยง(ลป.เกลี้ยง)เพราะท่านเกลี้ยงองค์นี้เก่งจริงๆ ในยุคนี้ไม่มีอาจารย์ไหนแล้ว ที่จะเก่งกว่าท่านเกลี้ยงอีกแล้ว นี่เป็นสิ่งที่หลวงปู่ท่านได้เมตตาบอกแก่ลูกศิษย์ หลวงปู่ญาท่านสวนท่านเคารพชึ่งกันและกันเป็นอย่างมากกับหลวงปู่เกลี้ยงตั้งแต่หลวงปู่เกลี้ยงยังไม่ดังยังไม่มีใครรู้จักเยอะเหมือนตอนนี้
    7..หลวงปู่เพ็ง วัดโพธิ์ศรีละทาย จ.ศรีสะเกษ ท่านเป็นลูกศิษย์หลวงปู่อ้วน โสภโณ วัดบ้านโนนค้อ จ.ศรีสะเกษ หลวงปู่อ้วนท่านเป็นสหธรรมมิกกับหลวงปู่มุม วัดปราสาทเย่อเหนือ จ.ศรีสะเกษและหลวงปู่อ่อน วัดเพียรมาตร จ.ศรีสะเกษ 3 สหธรรมมิกที่โด่งดังมาก ชึ่งเชี่ยวชาญวิปัสสนากรรมฐานและคาถาพุทธาคม มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นอย่างมากในยุคนั้น มีลูกศิษย์มากมายเป็นที่เคารพรักของทหาร g.i ของกองทัพกลุ่มพันธมิตรรบในสงคราม หลวงปู่เพ็งท่านก็สืบทอดคาถาพุทธาคมและสมถกรรมฐานกับอาจารย์ท่าน หลวงปู่เพ็งท่านให้ความเคารพนับถือหลวงปู่เกลี้ยงเป็นอย่างมาก ไปมาหากันบ่อยมาก
    8..หลวงปู่ธรรมรังษี วัดพระพุทธบาทพนมดิน จ.สุรินทร์ ท่านเป็นชาวเขมร ท่านร่ำเรียนวิทยาพุทธาคมสายเขมร ชึ่งได้รับคำยกย่องนับถือจากชาวเขมรเป็นอย่างมาก ถึงขั้นจะแต่งตั้งท่านเป็นสมเด็จพระสังฆราชประมุกสงฆ์ของประเทศเขมรเลยทีเดียว ท่านเก่งจริงๆแม้กระทั่งลูกศิษย์ลูกหาชาวไทยและชาวเขมรก็ให้ความเคารพท่านเป็นอย่างมากด้วยข้อวัตรปฏิบัติของท่าน หลวงปู่ธรรมรังษีท่านให้ความเคารพนับถือหลวงปู่เกลี้ยงเป็นอย่างมาก
    9..หลวงปู่หงษ์ วัดเพชรบุรี จ.สุรินทร์ ท่านก็ร่ำเรียนวิทยาพุทธาคมสายเขมรสมัยตอนท่านไปเดินธุดงค์ในประเทศเขมรตั้งหลายปี ท่านเดินธุดงค์อยู่ในป่าเขาแถบชายแดนและพื้นที่ต่างๆอีกมากมาย ทั้งในไทยและเขมร ช่วงอายุมากขึ้นท่านยังปฏิบัติกรรมฐานอยู่ในสุสานทุ่งมน เป็นสถานที่สับปายะมากเหมาะแก่การปฏิบัติ ท่านเป็นผู้มักน้อย ชอบสันโดษ ท่านมีลูกศิษย์ลูกหามากมายทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ หลวงปู่หงษ์ท่านให้ความเคารพนับถือหลวงปู่เกลี้ยงเป็นอย่างมาก ท่านชอบมาสนทนาธรรมกับหลวงปู่เกลี้ยงและไปมาหาสู่กันเป็นประจำ
    10..หลวงปู่คำบุ วัดกุดชมภู จ.อุบลราชธานี ลูกศิษย์สายหลวงปู่รอด ทนฺตโร วัดทุ่งศรีเมือง จ.อุบลราชธานี ชึ่งเป็นพระอาจารย์ที่มีบารมีมากและเก่งมากๆ อย่างการบูรณะพระมหาเจดีย์ธาตุพนมพระอาจารย์องค์อื่นหรือแม้แต่ฆาราวาสก็ไม่สามารถเข้าใกล้พระมหาเจดีย์ธาตุพนมได้เพราะมีอาถรรพณ์ต่างๆนาๆ แม้กระทั่งเข้าใกล้ยังไม่ได้เลย ไม่มีผู้ใดที่จะบูรณะพระมหาเจดีย์ธาตุพนมได้ มีแต่หลวงปู่รอดเท่านั้นที่บูรณะได้ แม้กระทั้งหลวงปู่มั่น ภูริทัตโตยังกล่าวยกย่องท่านว่ามีแต่หลวงปู่รอดเท่านั้นที่จะบูรณะได้ท่านมีบารมีมาก หลวงปู่มั่นเป็นผู้บอกกับคณะกรรมการวัดให้ไปนิมนต์หลวงปู่รอดองค์เดียวเท่านั้นมาบูรณะพระมหาเจดีย์อันศักดิ์สิทธิ์นี้ได้ หลวงปู่คำบุท่านให้ความเคารพนับถือหลวงปู่เกลี้ยงเป็นอย่างมาก ไปมาหาสู่กันประจำ
    11..หลวงปู่ห้วย วัดประชารังสรรค์ จ.ศรีสะเกษ ท่านเป็นพระผู้ใหญ่เป็นถึงที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษฝ่ายธรรมยุต ท่านเป็นลูกศิษย์สายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโตพระอาจารย์ใหญ่ ท่านมีลูกศิษย์ลูกหามากมาย ท่านชอบปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานเป็นอย่างมาก เน้นการอยู่อย่างเรียบง่ายแม้นว่าท่านจะมียศตำแหน่งพระผู้ใหญ่ แต่ท่านก็ชอบสันโดษอย่างพระป่า พูดน้อยแต่แน้นการปฏิบัติเยอะ หลวงปู่ห้วยท่านให้ความเคารพนับถือหลวงปู่เกลี้ยงเป็นอย่างมาก
     
  9. HMMAmulet626

    HMMAmulet626 ประกันพระแท้ ; ID Line ; himhirose สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 กันยายน 2010
    โพสต์:
    11,456
    ค่าพลัง:
    +544
    4190.พระปิดตา ปี 2556 หลวงปู่ตี๋ ปวโร วัดดอนขวาง จ.อุทัยธานี ให้บูชา ชุดละ 750 บาท สร้างตามตำรับวิชาสายวัดสะพานสูง




    upload_2025-8-23_19-23-11.png

    upload_2025-8-23_19-23-19.png


    ท่านเป็นศิษย์หลวงพ่อทองสุข วัดสะพานสูง ซึ่งท่านได้สืบทอดมาจากหลวงพ่อทองสุข วัดสะพานสูง วัตถุมงคลท่านพุทธคุณครบทุกด้านแต่จะเด่นทางด้านพลิกชะตากลับร้ายกลายเป็นดี
     
  10. HMMAmulet626

    HMMAmulet626 ประกันพระแท้ ; ID Line ; himhirose สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 กันยายน 2010
    โพสต์:
    11,456
    ค่าพลัง:
    +544
    4191.พระสมเด็จ อาจารย์ไสว พรหมอินทร์ (ท่านเป็นอาจารย์หลวงตาเผือด วัดมะกอก) ให้บูชา 1450 บาท เด่นด้านเมตตามหานิยม


    upload_2025-8-24_8-46-35.png


    พระสมเด็จนี้สร้างทำจากผงอิทธิเจ ผงมหาราช รวมทั้งผงชนิดอื่นๆที่อาจารย์ไสวเป็นผู้ลบ , ผงเก่าของหลวงพ่อโชติ วัดตะโน , ผงเก่าของหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค , ผงอิทธิเจ ผงมหาราช ของอาจารย์แผง ทองทิพย์ (ผู้สร้างพระมอญแปลง และ สมเด็จแกว่งตุ่ม) ฯลฯ โดยมีลูกศิษย์ใกล้ชิด คือ อ.โชติ ศรีมาศ หรือ ลุงจุก และ อ.นะ บางปะอิน ช่วยกันตำผงผสมมวลสารและกดพิมพ์พระ อาจารย์ไสว ปลุกเสกเดี่ยว เป็นระยะเวลา ๖ ปีเต็ม (ตั้งแต่ปี ๓๓ จนถึงปี ๓๙) สร้างจำนวนไม่มากนัก
     
  11. HMMAmulet626

    HMMAmulet626 ประกันพระแท้ ; ID Line ; himhirose สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 กันยายน 2010
    โพสต์:
    11,456
    ค่าพลัง:
    +544
    4192.พระพุทธรัชดาภิเษกท้าวมหาพรหมบันดาลโชค วัดพรหมมาชดอ่อนวงศาราม จ. กรุงเทพฯ อนุสรณ์งานผูกพัทธสีมาอุโบสถ ปี พ.ศ. 2515 ให้บูชา 750 บาท



    upload_2025-8-24_8-50-22.png

    เหรียญพระพุทธรัชดาภิเษก ปี พศ.2515 หลังท้าวมหาพรหมบันดาลโชค วัดพรหมมาชดอ่อนวงศาราม จ. กรุงเทพฯ อนุสรณ์งานผูกพัทธสีมาอุโบสถ ปี พ.ศ. 2515 ด้านหลังเป็นท้าวพระพรหม เนื่องเพราะ เชื่อกันว่าท่านเป็นผู้ควบคุมดวงชะตาชีวิตมนุษย์ ผู้ที่บูชาพระพรหม จะบังเกิดความสุขสมบูรณ์ มีความเจริญในหน้าที่การงาน ค้าขายดี มั่งมีศรีสุข สงบร่มเย็นในครอบครัวคับ
    โดยนิมนต์หลวงพ่อที่มาร่วมปลุกเสกอาทิ
    - หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่
    - หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี
    - พระอาจารย์เณร วัดดอนยานนาวา
     
  12. HMMAmulet626

    HMMAmulet626 ประกันพระแท้ ; ID Line ; himhirose สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 กันยายน 2010
    โพสต์:
    11,456
    ค่าพลัง:
    +544
    เหรียญดีที่อยากแนะนำ เหรียญบาตรน้ำมนต์(ปวเรศ 2) ปี2497 วัดบวรนิเวศวิหาร



    upload_2025-8-24_9-6-15.png

    จัดสร้างในสมัยสมเด็จพระสังฆราช...ชื่น...(สมเด็จกรมหลวงวชิรญาณวงศ์ )ได้จัดสร้างเพื่อเป็นที่ระลึก โดยแจกให้กับพระเถระชั้นผู้ใหญ่ และ พุทธสานิกชนทั่วไป ณ เวลานั้น ที่วัดบวรนิเวศวิหาร ในปี 2497
    ซึ่งในปีนั้นได้ถือว่าเป็นราชฤกษ์....โดยเฉพาะวัตถุมงคล...ที่ได้จัดสร้างขึ้นล้วนมีพุทธคุณสูงยิ่ง...เช่น หลวงปู่ทวดเนื้อว่าน, หลวงพ่อโสธร, พระไพรีพินาศ รุ่นแรก ,เหรียญพระพุทธชินสีห์ และ เหรียญฉัตรเพชร เป็นต้น....ซึ่งเหรียญบาตรน้ำมนต์รุ่น1 นั้นได้จัดสร้างใน รศ. 110 หรือ ปี พ.ศ.2435โดยได้ปั้ม และ แจกที่ต่างประเทศ
     
  13. HMMAmulet626

    HMMAmulet626 ประกันพระแท้ ; ID Line ; himhirose สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 กันยายน 2010
    โพสต์:
    11,456
    ค่าพลัง:
    +544
    4193.มัจฉานุ รุ่นแรก หลวงปู่ท่อน วัดศรีอภัยวัน เนื้อชนวนโลหะศักดิ์สิทธิ์อาธรรพ์ ปลุกเสกเข้มขลังยาวนาน 27 พิธี 100 เกจิคณาจารย์ ให้บูชา 1250 บาท


    upload_2025-8-24_10-18-1.png

    upload_2025-8-24_10-18-16.png

    upload_2025-8-24_10-18-26.png

    มัจฉานุ เป็นลูกของหนุมานกับนางสุพรรณมัจฉา ซึ่งเนื่องจากเป็นลูกของ หนุมานจึงได้มีร่างกายเป็นลิง แต่มีหางเป็นปลาเช่นเดียวกับ นางสุพรรณมัจฉา แต่เมื่อนางสุพรรณมัจฉา ได้คลอด มัจฉานุด้วยการสำรอกออกมาแล้ว เกรงว่าทศกัณฐ์จะรู้ว่าเป็นลูกตน จึงได้นำ มัจฉานุไปทิ้งไว้ที่หาดริมทะเล หลังจากนั้น ไมยราพณ์ ซึ้งเป็นเจ้าเมืองบาดาลได้เดินทางมาพบและเก็บไปเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรม ซึ่งภายหลัง หนุมานที่ได้ตามติด ไมยราพณ์ซึ่งลักพาตัวพระรามมาไว้ที่เมืองบาดาล จึงได้พบกับมัจฉานุซึ่งทำหน้าที่เฝ้าด่านสระบัวอยู่ทั้ง 2 จึงได้ต่อสู้กัน แต่ต่างฝ่ายต่างก็ไม่สามารถเอาชนะกันได้เสียที หนุมานจึงได้ถามมัจฉานุว่าเป็นลูกใครพ่อแม่ชื่ออะไร เมื่อได้ยินคำตอบของมัจฉานุหนุมานก็ดีใจมากเมื่อได้พบลูกของตน เมื่อเสร็จศึกกรุงลงกาครั้งที่ 2 และศึกกรุงมลิวัน จึงได้รับแต่งตั้งเป็น พญาหนุราช ครองกรุงมลิวัน
    มัจฉานุชุดนี้ศิษย์สายหลวงปู่ท่อนจัดสร้างครั้งนี้ เนื้อชนวนที่นำมาหลอมหล่อเป็นองค์มัจฉานุ นอกจากจะเป็นเนื้อชนวนที่เหลือจากการจัดสร้างองค์หนุมานมหาฤทธิ์ทั้งหมด ที่รับมอบจากศิษย์สายหลวงปู่พิศดูแล้ว ชนวนที่สำคัญที่สุดไม่แพ้กัน ก็คือ " แผ่นยันต์หนุมานเกี้ยวนางสุพรรณมัจฉา " อันเป็นพ่อ และแม่ ที่ให้กำเนิดองค์มัจฉานุ พระยันต์กำลังหนุมาน พระยันต์แม่ธาตุใหญ่ พระยันต์อาการ32 ยันต์ปฐมอักขระ ฯลฯ... รวมถึงตะกรุด แผ่นจารต่างๆ และวัตถุมงคลอีกจำนวนมากหลายสิบกิโลกรัม ลงสู่เบ้าหลอม
    ......มัจฉานุนี้ต้นแบบของพิมพ์ได้ล้อพิมพ์ของอาจารย์อนันต์ สวัสดิเสาวนีย์ อดีต ผอ.กองช่างสิบหมู่ กรมศิลปากรณ์ ที่เคยปั้นให้ลูกศิษย์ของหลวงปู่ทิมจัดสร้างไปเมื่อปี 38 จนโด่งดังกลายเป็นตำนานไปเรียบร้อยแล้ว แต่รูปหล่อมัจฉานุชุดนี้ได้เพิ่มดอกบัวที่มือด้วย เนื่องจากว่าองค์มัจฉานุมีดอกบัวทิพย์เป็นอาวุธคู่กายและเพิ่มฐานให้หนาขึ้น เพื่อที่จะได้เจาะรูเพื่อบรรจุมวลสารได้มากยิ่งขึ้น งานนี้ท่านอาจารย์อนันต์ได้มอบผงว่าน 500 ชนิด ของหลวงปู่พรหมา จ.อุบลฯ ที่เคยใช้ในการจัดสร้างวัตถุมงคล และมัจฉานุรุ่นเก่ามาก่อน เพื่อนำมาผสมกับผงพรายกุมารแท้ๆ และสีผึ้ง น้ำมันเสก ของหลวงปู่ทิม อิสริโก และหลวงปู่แก้ว เกสาโร สุดยอดมวลสารในด้านเมตตา ที่จะใช้บรรจุใต้ฐานมัจฉานุรุ่นนี้โดยเฉพาะ

    มวลสารสำคัญที่อุดใต้ฐาน มัจฉานุ รุ่นนี้
    ผงพรายกุมารและมวลสารประเภทผงเมตตาต่างๆ ที่นำมาอุดใต้ฐานองค์มัจฉานุ ที่คณะศิษย์หลวงปู่ท่อนจัดสร้างโดยได้รับความร่วมมือจากลูกศิษย์สายหลวงปู่ทิม
    -หลวงปู่แก้ว หลวงพ่อโตเขาบ่อทอง ฯลฯ
    ได้มอบสุดยอดมวลสารในตำนาน ของหลวงปู่ทิม หลวงปู่แก้ว หลวงปู่ทาบ หลวงพ่อโต หลวงปู่เริ่ม
    ลูกอมผงพรายกุมาร ของหลวงปู่ทิม วัดระหารไร่ จ.ระยองแท้ ๆ
    รวมวัตถุมงคลในสายหลวงปู่ทิม ที่นำมาบดทำมวลสารในครั้งนี้
    ลูกอมผงพรายกุมารหลวงปู่ทิม ที่ทางวัดหนองพะวา(วัดหลวงปู่แก้ว)จัดสร้าง
    ผงพระขุนแผน ของหลวงปู่ทิม ที่อาจารย์สาย แก้วสว่าง จัดสร้างให้หลวงปู่ทิมปลุกเสก
    ผงพรายสัตตมาส ของหลวงปู่ทิม
    ผงพรายกุมาร ของหลวงปู่ทิม ชนิดเข้มข้นมากๆ ที่ท่านผสมไว้กับผงต่างๆของท่าน
    ผงพรายกุมาร ของหลวงปู่ทิม ที่เหลือจากการกดพิมพ์พระขุนแผน
    แป้งเสก แป้งเจิม ของหลวงปู่ทิม
    ผงว่าน 108 ของหลวงปู่ทิม
    พระผงวัดไผ่ล้อม อ.บ้านค่าย จ.ระยอง ที่หลวงปู่ทิมมอบมวลสารให้
    และไปร่วมอธิษฐานจิตให้ด้วย
    ผงพระขุนแผน ของครูบาจันต๊ะ วัดช้างคืน ที่ผสมผงพรายกุมารของหลวงปู่ทิม
    ลูกอมผงพรายกุมาร ของครูบาปัน วัดแม่ยะ
    ที่ผสมผงพรายกุมารของหลวงปู่ทิมไว้จำนวนมาก
    ลูกอมผงพรายกุมาร บรรจุกรุของวัดสำนักขาม ที่ผสมผงพรายกุมารของหลวงปู่ทิม
    พระขุนแผนอิสริโก-ปโมทิโต ของหลวงปู่หลอด วัดใหม่เสนาฯ
    ที่ผสมผงพรายกุมารของหลวงปู่ทิมเอาไว้มาก
    พระขุนแผนย้อนยุค ของวัดหนองพะวา ที่ผสมผงพรายกุมารของหลวงปู่ทิม
    และมวลสารเก่าของหลวงปู่แก้ว
    ลูกอมผงพรายกุมาร ที่ลูกศิษย์ของหลวงปู่ทิมจัดสร้าง
    ที่ผสมผงพรายกุมารของหลวงปู่ทิมและสุดยอดมวลสารทางเมตตาอีกมากมาย
    ว่านดอก(ไม้)ทอง ที่ปลูกแล้วรดด้วยน้ำมนต์ ใช้ทั้งต้น ใบ ราก และดอก นำมาตากแห้งแล้วบดผสมในมวลสาร
    ผงธูป ที่บูชาหลวงปู่ทิม ที่วัดละหารไร่
    ทองคำเปลว ที่ปิดองค์หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่
    หลวงปู่แก้ว วัดหนองพะวา , หลวงปู่ทาบ วัดกระบกขึ้นผึ้ง
    นำมวลสารต่างๆ ใส่ครกตำให้ละเอียด
    โดยได้อาราธนานิมนต์พระเกจิอาจารย์ผู้ทรงวิทยาคมขลัง อีกนับสิบรูป เพื่อทำพิธีนั่งปรกอธิษฐานจิต ปลุกเสก ตั้งธาตุ หนุนธาตุ ลงอาการ32

    มัจฉานุรุ่นนี้ เข้าพิธีเสกทั้งหมด 27 พิธี ดังนี้
    1.พิธีเททองหล่อองค์มัจฉานุ(พิธีปฏิสนธิ ขึ้นรูป) โดยพระเกจิอาจารย์ผู้ทรงวิทยาคุณระดับสูง จำนวน 10 กว่ารูปนั่งปรกอธิษฐานจิต พร้อมด้วยพระผู้ทรงศีล รวมเกือบ 100 รูป เจริญพระพุทธมนต์ ณ สำนักสงฆ์เขาน้ำซับ จ.จันทบุรี โดยมีรายนามพระเกจิอาจารย์นั่งปรก อาทิ..
    - หลวงพ่อสิริ วัดตาล จ.นนทบุรี
    - หลวงพ่ออั้น วัดโรงโค จ.อุทัยธานี
    - หลวงพ่อพูน วัดบ้านแพน จ.อยุธยา
    - หลวงปู่ฉอ้อน วัดแหลมหิน จ.ปราจีนบุรี
    - หลวงปู่บุญอุ้ม วัดป่าโนนแพง จ.นครพนม
    - หลวงพ่อเพชร วัดตะเคียนทอง จ.ระยอง
    - หลวงพ่ออ่อง ถ้ำเขาวงกต จ.จันทบุรี
    - หลวงปู่สวาท วัดป่าโป่งจันทร์ จ.จันทบุรี
    - พระอาจารย์หนึ่ง สำนักสงฆ์เขาน้ำซับ จ.จันทบุรี
    - ...ฯลฯ
    2.พิธีพุทธาภิเษก ในการฉลองเจดีย์ฐิตสัทธานุสรณ์ ณ วัดถ้ำสนุก จ.ชุมพร โดยพระเกจิครูบาอาจารย์ผู้ทรงวิทยาคุณระดับสูงหลายรูป (พิธีอุปมาการกำเนิดขององค์มัจฉานุ..โดยแช่ในน้ำมนต์ปลุกเสกตลอดพิธีกรรม เนื่องจากมัจฉานุกำเนิดในน้ำ) โดยมีรายนามพระเกจินั่งปรกดังนี้
    - พ่อท่านอิ้น ปภากโร วัดทับใหม่พัฒนา จังหวัดสุราษฏร์ธานี(เดินญาณ)
    - หลวงพ่อล้าน เขมจิตโต วัดขนาย จังหวัดสุราษฏร์ธานี
    - หลวงพ่อคลาย คนฺธสุธมฺโม วัดจันทาวาส จังหวัดสุราษฏร์ธานี
    - หลวงพ่อตุด วัดธรรมถาวร จ.ชุมพร
    - หลวงพ่อบัวลอย ญาณรักขิโต วัดน้อยอินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี
    - พระราชพิศาลสุธี วัดโพธิการาม จังหวัดชุมพร
    - พระครูไพโรจน์พัฒนกิจ วัดถ้ำสนุก จังหวัดชุมพร
    - ครูบากฤษดา สุเมโธ วัดป่ายาง(สันพระเจ้าแดง) จังหวัดลำพูน
    3.หลวงปู่ท่อน ญาณธโร วัดศรีอภัยวัน จ.เลย อธิษฐานจิตเดี่ยว (วาระที่ 1)
    4.หลวงปู่หา(หลวงปู่ไดโนเสาร์) วัดสักกะวัน จ.กาฬสินธุ์ อธิษฐานจิตเดี่ยว
    5.หลวงปู่มีชัย กามฉินโท - หลวงพ่อสิริ สิริวัฒโน ร่วมกันอธิษฐานจิต
    6.พิธีหุงสีผึ้งมหานิยม108 โดย ท่านพระอาจารย์หนึ่ง วัดเขาน้ำซับ (อัญเชิญญาณบารมีธรรมขององค์หลวงปู่พิศดู มาประสิทธิ์)
    7.พิธีเททองพระกริ่ง-พระชัยวัฒน์จันทสโร (โดย พระอาจารย์มานิต วัดเงินตลิ่งชัน อธิษฐานจิต) (นิมนต์หลวงปู่เล็ก วัดทำนบ เดินญาณ)
    8.พิธีพุทธาภิเษก เหรียญหลวงปู่แก้ว เกสาโร ณ วัดหนองพะวา จ.ระยอง
    9.พิธีพุทธาภิเษก วัตถุมงคล รุ่น ชินบัญชรมหาปราบ ณ วัดละหารไร่ จ.ระยอง โดยมีรายนามพระเกจินั่งปรกหลายรูป อาทิ..
    - หลวงพ่อฟู วัดบางสมัคร (ลูกศิษย์หลวงพ่อดิ่ง วัดบางวัว , หลวงพ่อคง วัดวังสรรพรส)
    - หลวงพ่อสิน วัดละหารใหญ่ (ลูกศิษย์หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่)
    - ... ฯลฯ
    10.หลวงปู่ดี ธัมมธีโร วัดส้มเกลี้ยง จ.ตาก อธิษฐานจิตเดี่ยว (วาระที่ 1)
    11.พิธีพุทธาภิเษกสมโภชน์วัตถุมงคลตลอดราตรี ณ วัดสันพระเจ้าแดง จ.ลำพูน
    12.หลวงพ่อสิริ สิริวัฒโน อธิษฐานจิตเดี่ยว
    13.พิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคล ณ วัดใหม่อมตรส บางขุนพรหม
    14.หลวงปู่ดี ธัมมธีโร วัดส้มเกลี้ยง จ.ตาก อธิษฐานจิตเดี่ยว (วาระที่ 2)
    15.หลวงพ่อพิเชฐ วัดโคกหม้อ จ.ลพบุรี อธิษฐานจิตเดี่ยว
    16.พิธีไหว้ครูบูรพาจารย์ อัญเชิญบารมีธรรม แรงครูบาอาจารย์ทั้งหลายลงประสิทธิ์ (เสาร์ 15 ค่ำ)
    17.หลวงปู่ดี ธัมมธีโร วัดส้มเกลี้ยง จ.ตาก อธิษฐานจิตเดี่ยว (วาระที่ 3)
    18.หลวงปู่ท่อน ญาณธโร อธิษฐานจิตเดี่ยว(วาระที่ 2) ต่อเนื่องเป็นเวลา 4 วัน 3 คืน
    19.หลวงปู่ครูบาครอง วัดท่ามะเกว๋น จ.ลำปาง อธิษฐานจิตเดี่ยว
    20.หลวงปู่ชุบ วัดเกาะหงษ์ จ.นครสวรรค์ อธิษฐานจิตเดี่ยว
    21.หลวงปู่เสงี่ยม วัดสุวรรณเจดีย์ จ.อยุธยา อธิษฐานจิตเดี่ยว
    22.หลวงปู่เล็ก จันทสโร วัดทำนบ อธิษฐานจิตเดี่ยว
    23.หลวงปู่บุญ วัดทุ่งเหียง จ.ชลบุรี อธิษฐานจิตเดี่ยว
    24.หลวงปู่อ่อง ถาวโร ถ้ำเขาวงกต จ.จันทบุรี อธิษฐานจิตเดี่ยว ต่อเนื่อง 5 วัน 4 คืน
    25.พิธีพุทธาภิเษก ณ วัดไร่เก่า จ.จันทบุรี โดยพระเกจิอาจารย์ผู้ทรงวิยาคมขลังหลายท่าน ทำพิธีนั่งปรกอธิษฐานจิต อาทิ..
    - หลวงพ่อฟู วัดบางสมัคร จ.ฉะเชิงเทรา
    - ท่านก๋งเตื่อง วัดคลองจาก จ.ตราด
    - หลวงพ่อสุพจน์ วัดห้วงพัฒนา จ.ตราด
    - หลวงปู่บุญมา วัดบ้านแก่ง จ.ปราจีนบุรี
    - หลวงพ่อมนัส สำนักกรรมฐานเขาแหลม จ.จันทบุรี
    - หลวงพ่ออ่อง ถ้ำเขาวงกต จ.จันทบุรี
    - หลวงปู่สวาท วัดอ่าวหมู จ.จันทบุรี
    - หลวงปู่นงค์ วัดทุ่งตาอิน จ.จันทบุรี
    -... ฯลฯ
    26.หลวงปู่บุญจิต วัดลานบุญ อธิษฐานจิตเดี่ยว
    27.พิธีบวงสรวงปิดท้าย และเจิมน้ำมันอนันตคุณ108(เพื่อเสริมฤทธิ์ให้กับองค์มัจฉานุ) ณ ศาลเจ้าพ่อมัจฉาณุ จ.สมุทรสาคร

     
  14. HMMAmulet626

    HMMAmulet626 ประกันพระแท้ ; ID Line ; himhirose สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 กันยายน 2010
    โพสต์:
    11,456
    ค่าพลัง:
    +544
    4194.สมเด็จคะแนนหลวงปู่ตี๋ ออกวัดกระเสียว ปี 2517 ให้บูชา 850 บาท เมื่อกดพิมพ์พระเสร็จแล้วพระชุดนี้ยังได้รับการปลุกเสกจากหลวงพ่อมุ่ย วัดดอนไร่และหลวงพ่อกวย วัดโฆสิตารามอีกด้วย



    upload_2025-8-24_10-51-14.png

    upload_2025-8-24_10-56-39.png

    ประวัติ หลวงปู่ตี๋ ฉันทธัมโม วัดท่ามะกรูด

    หลวงปู่ตี๋ ฉันทธัมโม เดิมชื่อ วิทยา น้ำดอกไม้ เป็นบุตรชายคนโตของ นายห้อย น้ำดอกไม้ และ นางกิมบี้ แซ่แต้ บิดาเป็นคนราชบุรี มารดาเป็นคนอำเภอสองพี่น้อง เมื่อทั้งสองแต่งงานกันแล้วจึงอพยพโยกย้ายมาทำมาหากินอยู่ที่ตลาดท่าช้าง อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี โดยยึดอาชีพค้าขาย มีบุตรด้วยกัน 5 คน เป็นชาย 4 คน เป็นหญิง 1 คน

    หลวงปู่ตี๋ เกิดที่ตลาดท่าช้าง อ.เดิมบางนางบวช เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ.2467 ตรงกับวันอาทิตย์ ขึ้น 4 ค่ำ เดือน 9 ปีชวด โยมห้อยผู้เป็นบิดานั้นเป็นช่างก่อสร้างและช่างฝีมือประจำวัดหัวเขารุ่นเก่า ในยุคสมัยที่ยังมี หลวงพ่ออิ่ม สิริปุญโญ อดีตปรมาจารย์นามกระเดื่องเป็นเจ้าสำนัก ขณะนั้นวัดหัวเขาได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างมณฑปบนยอดเขาซึ่งนับว่าเป็นงานอันสำคัญ หลวงพ่ออิ่มจึงมอบหมายให้ช่างห้อยบิดาของท่านเป็นผู้ควบคุมดำเนินงาน หลวงปู่ตี๋ ซึ่งอยู่ในวัยเด็กก็ได้มีโอกาสติดสอยห้อยตามบิดามาอยู่กินนอนที่วัดหัวเขาเป็นประจำ จากวันเป็นเดือน จากเดือนเลื่อนไปเป็นปี จนกระทั่ง หลวงปู่ตี๋ เติบโตวิ่งเล่นเป็นเด็กวัดหัวเขาไปโดยปริยาย ซึ่งนั่นอาจหมายถึงคำว่าบุญวาสนาที่เป็นกุศลผลกรรมอันน่ายินดี

    ที่ในกาลต่อมา หลวงปู่ตี๋ ได้กลายมาเป็นบุตรบุญธรรมของหลวงพ่ออิ่ม ที่ท่านรักและเฝ้าฝากฝังไว้กับบรรดาพระภิกษุต่างๆ ที่มาเรียนวิชากับท่านในยุคนั้น โดยเฉพาะกับ หลวงพ่อมุ่ย วัดดอนไร่ นั้น หลวงพ่ออิ่มท่านเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่ง สำหรับเด็กน้อยผู้นี้นั้นท่านเห็นแววแห่งอนาคตอันจะบังเกิดขึ้นต่อไปในภายภาคหน้า กับคำทำนายของท่านที่ว่า ต่อไปไอ้ตี๋คนนี้จะบวชไม่สึก ฝากให้ท่านมุ่ยช่วยเป็นธุระสั่งสอนถ่ายทอดวิชาให้มันด้วย แม้แต่ในหมู่ศิษย์ยุคหลังอย่าง หลวงพ่อกวย วัดโฆสิตาราม ที่มาเรียนวิชาที่วัดหัวเขา หลวงพ่ออิ่มท่านก็ไม่ลืมที่จะออกปากฝากเด็กน้อยก้นกุฏิอย่าง หลวงปู่ตี๋ ด้วย ดังปรากฏจากมรดกของหลวงพ่ออิ่มที่ท่านได้เมตตามอบตำราให้ไว้เล่มหนึ่ง โดยฝากไว้กับนายห้อยผู้เป็นบิดา บอกว่าเก็บไว้ให้ไอ้ตี๋มันด้วย

    สำหรับนายห้อยนั้นหลังจากที่เจ้าสำนักวัดหัวเขาได้ละสังขารไปเมื่อปี พ.ศ.2481 แล้ว ก็คงมีชีวิตอยู่ยืนยาวมาอีกนานหลายปี แม้จะมีอุปัทวเหตุต่างๆ หลายครั้งหลายหนก็ไม่เคยได้รับอันตรายอะไรทั้งสิ้น หลายคนเชื่อว่ามาจากวาจาสิทธิ์ที่ปรมาจารย์แห่งวัดหัวเขาได้ประสิทธิ์ประสาทพรอันศักดิ์สิทธิ์ให้ไว้ในกาลก่อนว่า ?คนอย่างมึงมันไม่ตายง่ายๆ หรอก มึงต้องอยู่รอเอาตำราให้ไอ้ตี๋มันก่อน? และนายห้อยก็ตายยากอย่างที่หลวงพ่ออิ่มว่าไว้จริงๆ ตั้งแต่ครั้งที่ตกนั่งร้านศาลาวัดท่าช้างแล้วไม่เป็นอะไร ต่อมาได้ตกนั่งร้านแถวๆ ท่าข้าม และที่ฮือฮาอย่างมากก็คือคราวขึ้นไปปั้นลายประดับบนยอดปล่องเมรุวัดหัวเขา แกก็พลัดตกลงมาจากยอดเมรุที่สูงลิ่วหล่นลงพื้นท่ามกลางสายตาผู้คนที่เห็นเหตุการณ์มากมาย มีผู้เห็นเหตุการณ์ช่วยเอายาหม่องวนจมูก บีบๆ นวดๆ เท่านั้นแกก็ฟื้นมาเฉยๆ ไม่เป็นอะไรทั้งสิ้น จนกระทั่งมาเสียชีวิตเอาเมื่อปี 2520 ในวัยใกล้ร้อยปีทีเดียว

    สำหรับ หลวงปู่ตี๋ นั้นนับตั้งแต่วันที่หลวงพ่ออิ่มมรณภาพลงในปี 2481 ซึ่งเจ้าอาวาสรูปต่อมาก็คือ พระครูอเนกคุณากร (หลวงพ่อแขก) เป็นเจ้าอาวาสวัดหัวเขา ก็ยังคงอุปถัมภ์ค้ำชู หลวงปู่ตี๋ ต่อมาโดยตลอด ทั้งสอนวิชาต่างๆ ให้โดยไม่มีปิดบัง ขณะนั้นหลวงปู่ท่านอยู่วัดหัวเขาก็เรียนหนังสือขอมพร้อมบาลี จนกระทั่งอายุได้ 15 ปี (พ.ศ.2482) ท่านก็ได้บรรพชาเป็นสามเณรอยู่รับใช้หลวงพ่อแขกราว 5 พรรษา จนถึงอายุครบ 20 ปี จึงเข้าพิธี อุปสมบทที่วัดเขาพระ ต.เขาพระ อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน พ.ศ.2487 เวลา 09.39 น. โดยมี พระครูอเนกคุณากร (หลวงพ่อแขก) เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายาว่า ฉันทธัมโม ภิกขุ อยู่วัดหัวเขาเรียนวิชากับหลวงพ่อแขกได้ 10 พรรษา

    จนล่วงถึงปี พ.ศ.2497 หลวงพ่อแขกผู้เป็นอุปัชฌาจารย์เห็นว่า อันวิชาความรู้ต่างๆ ก็มีอยู่พอจะรู้รักษาตน สามารถประคองเพศพรหมจรรย์ให้ยั่งยืนเป็นที่พึ่งแก่หมู่ชนทั้งในภายภาคหน้า จึงเห็นสมควรแก่เวลาที่จะแนะนำพระเถระสำคัญยิ่งอีกรูปหนึ่งซึ่งเป็นศิษย์รุ่นน้องของท่านเองที่กำลังเลื่องลือเกียรติคุณเป็นอย่างมากอยู่ในขณะนั้น ซึ่งนั่นก็คือ หลวงพ่อมุ่ย วัดดอนไร่ อดีตพระเกจิอาจารย์นามอุโฆษแห่งเมืองสุพรรณนั่นเอง

    หลวงปู่ท่านเล่าว่า เมื่อมาถึงวัดดอนไร่ ทันทีที่เข้าไปกราบนมัสการแล้ว พระเดชพระคุณท่านหลวงพ่อมุ่ยนั้นยังคงจำหลวงปู่ได้ดี ถึงเด็กวัดก้นกุฏิอาจารย์ใหญ่วัดหัวเขาที่ท่านเคยเฝ้าฝากฝังเอาไว้ตั้งแต่ครั้งเก่าก่อน ทันทีที่กราบเรียนแจ้งความประสงค์กล่าวถึงองค์อาจารย์ผู้แนะนำให้มาหา ?เพียงเพื่อแวะมากราบนมัสการโดยที่ยังไม่ได้ตระเตรียมดอกไม้ธูปเทียนมาให้ทันกับวันเวลา ครั้นถึงเวลาหน้าเกล้ากระผมจะกลับมาใหม่? แต่ด้วยเมตตาธรรมแห่งพระเดชพระคุณหลวงพ่อมุ่ยผู้มากล้นเปี่ยมไปด้วยพรหมวิหารธรรม ก็ไม่รอช้าจูงมือภิกษุหนุ่มที่นั่งพนมมืออยู่ตรงหน้าเข้ากุฏิเริ่มสอนวิชาให้ในทันที โดยที่ยังไม่ทันได้เตรียมดอกไม้ธูปเทียนมาแม้แต่กำเดียว ว่ากันว่าอันสรรพวิชาต่างๆ ที่บังเกิดมีและปรากฏให้เห็นเป็นองค์วิชาอันเข้มขลังและอัศจรรย์ใจในภาพของ หลวงปู่ตี๋ ที่เราทั้งหลายทั้งปวงรู้จักกันนั้น เริ่มปรากฏแสงอันเรืองรองมาจากพื้นฐานที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อมุ่ยเป็นผู้ปูพื้นฐานวางไว้ให้ทั้งสิ้น ตั้งแต่การสำเร็จกสิณไฟเป็นเบื้องต้นจนถึงการปลุกเสกอักขระเลขยันต์แคล้วคลาดคงกระพันมหาอุดสารพัดสุดจะพรรณนา ก็ล้วนแต่สำเร็จมาจากสรรพวิชาการอบรมวางพื้นฐานจากพระเดชพระคุณหลวงพ่อมุ่ยทั้งสิ้น ท่านคร่ำเคร่งฝึกฝนกับหลวงพ่อมุ่ยอยู่นานราว 8 ปี

    ล่วงเข้าปี พ.ศ.2505 หลวงปู่ตี๋ ในขณะนั้นก็เจริญก้าวหน้าในสรรพวิชาต่างๆ แก่กล้าเจนจบในวิชาอาคมสูงส่งจนเป็นที่พอใจของอาจารย์ ซึ่งเริ่มปรากฏความขลังทางด้านนี้มาตั้งแต่ยังเป็นพระลูกวัดอยู่ที่หัวเขาในยุคหลวงพ่อแขกยังอยู่ด้วยซ้ำไป ที่เล่าลือกันก็คือเรื่องที่ หลวงปู่ตี๋ ได้ใช้วิชาอาคมอำนาจแห่งจิตอันแก่กล้าอันเป็นผลจากการฝึกฝนมาจนชำนาญจากรากฐานวิชาแห่งพระเดชพระคุณหลวงพ่อมุ่ยนั้น ปราบเปรตที่วัดหัวเขาจนสิ้นฤทธิ์ ซึ่งชาวบ้านมักเรียกกันว่า เปรตต้นสำโรง อันเป็นสถานที่สิงสู่ที่อยู่ท้ายวัดติดกับป่าช้าที่น่าสะพรึงกลัว โดยมักปรากฏว่ามีเปรตเที่ยวหลอกหลอนผู้คนจนเข็ดขยาดไปตามๆ กัน ค่ำคืนหนึ่ง หลวงปู่ตี๋ ออกมาเดินจงกรมรออยู่ที่ต้นสำโรง ดังที่ท่านคาดไว้ไม่ผิด เพียงเวลาผ่านไปไม่นานก็ปรากฏร่างเปรตตนหนึ่งสำแดงตนขึ้นมาต่อหน้า ร่างกายสูงใหญ่จนพ้นยอดสำโรงส่งเสียงร้องโหยหวนชวนให้น่าหวั่นไหวเป็นอย่างยิ่ง ด้วยจิตที่สงบนิ่งอันมาจากการฝึกฝนมาอย่างดียิ่ง ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้านั้น ไม่ได้ทำให้หลวงปู่ท่านหวั่นไหวแม้แต่น้อย ท่านเอาไฟฉายส่องขึ้นไปดูพอเห็นหน้าเปรตที่ยืนค้ำทะมึนอยู่ก็จำได้ว่าเป็นบรรพบุรุษของชาวบ้านแถวๆ นั้นนั่นเอง ซึ่งท่านเคยรู้ว่าสมัยที่ยังมีชีวิตอยู่มักมีเรื่องเกี่ยวกับทรัพย์สินของวัดที่ชอบยักยอกขโมยหยิบฉวยเอาไปไว้ที่บ้านอยู่เป็นอาจิณ พอหมดดับจิตสิ้นชีวิตจากความเป็นมนุษย์ที่สูงส่ง ผลแห่งกรรมอันหนักหนาก็ยังผลให้ไปเป็นเปรตอยู่ไปนานนับกัปกัลป์ ทันทีที่ท่านเห็นหน้าคนที่เคยรู้จักในร่างเปรตก็ปลงสังเวชในเวรกรรมที่มันต้องมาชดใช้ หลวงปู่ท่านแผ่เมตตาให้จนกระทั่งเสียงร้องโหยหวนนั้นค่อยๆ พลันจางหายไป

    คืนนั้นหลวงปู่ท่านเลือกเอากุฏิหลังหนึ่งเป็นที่จำวัด เนื่องจากเหตุที่ว่าอยู่ใกล้ต้นสำโรงที่ว่า กุฏิหลังนี้จึงไม่ค่อยมีใครกล้ามาเหยียบ ภาพที่จะบรรยายได้ก็คือกุฏิไม้ทรงไทยโบราณที่เก่าแก่แทบทุกหลังนั้น น่าแปลกอยู่อย่างหนึ่งก็คือ ทุกๆ ห้องจะต้องมีไม้กระดานพาดอยู่บนขื่อเป็นทางเดินระหว่างจั่วอยู่แทบทุกหลัง พอหลวงปู่กลับขึ้นกุฏิเพื่อเข้าจำวัดจัดแจงปัดกวาดสถานที่เรียบร้อยสวดมนต์แผ่เมตตาเสร็จก็เตรียมตัวจำวัด ขณะเอนกายลงนอนหันหน้าขึ้นมองหลังคา พลันสายตาก็เห็นผีสองตัวนั่งชันเข่าอยู่บนขื่อ ไอ้ตัวแรกไต่ตามไม้กระดานที่พาดนั้น ค่อยๆ กระเถิบมาเรื่อยดูผมเผ้าของมันยาวรุงรังคลุมเลยหน้ายาวลงมาคลุมกระดานเป็นที่น่าเกลียดน่ากลัว พอมันคลานมาถึงตำแหน่งที่หลวงปู่นอนไอ้ผีตัวแรกก็กระโดดลงใส่ทันที ฉับพลันก่อนที่มันจะถึงตัวหลวงปู่ท่านก็พลิกหนี เสียงมันกระแทกพื้นดังโครมสนั่น ทันทีที่หลบทันท่านก็คว้าผ้าไตรที่วางอยู่หันกลับมาฟาดมันอย่างแรง ไอ้ผีสองตัวทั้งที่อยู่บนพื้นและที่อยู่บนขื่อก็พลันหายจ้อย หลวงปู่เล่าว่าขนาดแผ่เมตตาให้แล้วมันยังไม่เลิกรา ไหนๆ กูก็ศิษย์มีครูเล่นกับกูอย่างนี้ ท่านก็เลยทำวิชาผูกผีเสียในคืนนั้น หลวงปู่ว่าวิชาที่ท่านใช้มัดและอำนาจมนต์ที่ท่านลงกำกับเอาไว้นั้นจะคงอยู่ไปอีกนานแสนนาน จนกว่าผีเปรตทั้งสองนั้นจะสิ้นกรรมที่เคยทำมา จบเรื่องเปรตต้นสำโรงในคืนนั้นก็ไม่เคยปรากฏว่ามีผู้ใดได้พบเห็นเหตุการณ์ใดๆ อีกเลย

    ต่อมาอีกครั้งที่หอสวดมนต์วัดหัวเขาซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่าผีดุเหลือจะกล่าว พระเจ้ามันหลอกไม่มีเว้น เมื่อเล่าถึงเรื่องนี้ก็ต้องขยายไปถึงต้นเรื่องที่ มหาตู่ หรือ นายปฐวี น้ำแก้ว ผู้เป็นศิษย์เอกของ หลวงปู่ตี๋ ในปัจจุบันนี้ได้กรุณาให้ข้อมูล จึงต้องลำดับที่มากันก่อน เนื่องจากมหาตู่ผู้นี้นั้นแกเป็นเด็กวัดหัวเขามาตั้งแต่หัวเท่ากำปั้น สาเหตุก็เนื่องจาก นายยอด น้ำแก้ว ผู้เป็นบิดาของมหาตู่นั้นได้ตัดสินใจสละเพศฆราวาสโดยออกเรือนมาบวชที่วัดหัวเขา แกบวชอยู่นานจนชาวบ้านเรียกกันว่า อาจารย์ยอด บวชนานจนกระทั่งได้เป็นคู่สวดของหลวงพ่อแขกในเวลาต่อมา มหาตู่ก็เลยกลายมาเป็นเด็กวัดอยู่กับบิดา แปลกอยู่อีกอย่างหนึ่งก็คือมหาตู่นั้นเป็นเด็กที่ชอบท่องคาถาสนใจวิชาอาคม จนผู้เป็นบิดาคือ อาจารย์ยอด เห็นแววเรื่องคาถาอาคมก็เลยยกให้เป็นศิษย์ อาจารย์ตี๋ ที่อยู่ร่วมสำนักกัน เพราะในขณะนั้น หลวงปู่ตี๋ ยังไปๆ มาๆ ระหว่างวัดหัวเขากับวัดดอนไร่ เพื่อพากเพียรเรียนวิชาอยู่นานหลายปี ถึงเวลาที่ อาจารย์ตี๋ มาวัดดอนไร่คราใด เด็กชายตู่ครั้งนั้นก็กลายเป็นศิษย์ติดตามสะพายย่ามให้ อาจารย์ตี๋ แทบทุกครั้ง สำหรับ อาจารย์ตี๋ นั้นถึงแม้จะเป็นแค่พระลูกวัดธรรมดาๆ แต่หากว่านับเอาวิชาอาคมหรือว่าสมาธิจิตแล้วนั้น พระภิกษุหนุ่มอย่าง อาจารย์ตี๋ ในเวลานั้นไม่เป็นรองใครในวัดหัวเขาทั้งสิ้น

    แม้แต่กระทั่งหลวงพ่อแขกผู้เป็นพระอุปัชฌาย์ก็ตามที ดังเรื่องที่ท่านต้องส่งมาเรียนวิชากับหลวงพ่อมุ่ยดังที่กล่าวไว้ในตอนต้น สำหรับหลวงพ่อแขกนั้นแม้จะเป็นศิษย์รุ่นพี่โดยที่หลวงพ่อมุ่ยเป็นเพียงศิษย์รุ่นน้อง แต่ความแก่กล้าในวิชาอาคมนั้นท่านยกย่องยอมรับหลวงพ่อมุ่ยมาตั้งแต่ต้นจนเป็นที่รู้กันในหมู่ศิษย์วัดหัวเขารุ่นเก่ากันมาว่า ในบรรดาศิษย์หลวงพ่ออิ่มทั้งหมดนั้นหลวงพ่อมุ่ยนับว่าเป็นเลิศกว่าศิษย์ร่วมสำนักทั้งปวง แม้แต่หลวงพ่ออิ่มผู้เป็นอาจารย์ยังออกปากถึงความเป็นเลิศดังกล่าว ดังมีปรากฏในสมุดบันทึกหลวงพ่ออิ่มที่ อาจารย์ตี๋ ได้รับมาเป็นมรดกนั้นก็ยังกล่าวยกย่องถึงท่านมุ่ยวัดดอนไร่ไว้หลายครั้งหลายตอน จึงไม่แปลกที่ หลวงปู่ตี๋ ในฐานะศิษย์วัดดอนไร่จะทำให้เสียชื่อเสียง ครั้งหนึ่งอาจารย์ยอดขึ้นไปนั่งสานตะกร้าบนหอสวดมนต์ ขณะที่กำลังนั่งสานตะกร้าเพลินๆ ก็เห็นผีตัวหนึ่งขึ้นไปนั่งอยู่บนไม้กระดานที่พาดอยู่บนขื่อ เดี๋ยวนั่ง เดี๋ยวไต่ ไปตามไม้กระดาน มันทำอยู่นานจนเห็นว่าไม่กลัวก็ออกมาโผล่หน้าที่ช่องหน้าต่างแทน อาจารย์ยอดเริ่มรำคาญก็เอาตะกร้าที่กำลังสานอยู่ตีที่หน้ามันหลายครั้ง ตีจนกระทั่งก้นตะกร้ายุบผีมันก็ยังไม่หนี แกจึงลงมาตาม หลวงปู่ตี๋ ไปจัดการเพราะรำคาญเต็มทน หลวงปู่ท่านชวนมหาตู่ขึ้นมาที่หอสวดมนต์ด้วยกัน จัดแจงเอาเทียนสองเล่มมาปักบนพื้นแล้วนั่งสมาธิเพ่งไปยังเปลวเทียน ชั่วครู่เปลวเทียนที่สงบนิ่งก็พลันเริ่มสว่างและพุ่งสูงขึ้นเป็นลำดับจนกระทั่งสว่างไสวไปทั่วบริเวณ เปลวเทียนพุ่งสูงถึงหลังคาหอสวดมนต์ จากนั้นก็หักมุมออกไปด้านข้างพุ่งเปลวอันร้อนแรงออกไปยังหน้าต่าง มหาตู่ขณะนั้นยังเป็นเด็กน้อยไม่ค่อยรู้อะไรเอาแต่นั่งเกาะเอวหลวงปู่ด้วยความกลัว เมื่อเห็นเหตุการณ์ก็เดาเอาว่าหลวงปู่น่าจะเพ่งกสิณไฟเพื่อไปเผาผี เพราะนับจากนั้นเป็นต้นมาก็ไม่มีใครพบเห็นผีที่หอสวดมนต์อีกเลย

    หลวงปู่เฝ้าพากเพียรเดินทางไปมาหาสู่ยังวัดดอนไร่มิได้ย่อท้อนับตั้งแต่ปี พ.ศ.2497 เป็นต้นมา ด้วยความที่มากด้วยพรรษาคุณธรรมมโนธรรมที่สั่งสมอบรมมาโดยลำดับ ยังเป็นที่วางใจในองค์อาจารย์เป็นอย่างยิ่งและในฐานะศิษย์รักท่านสั่งสอนมากับมือ ถึงเวลาที่จะต้องส่งเสริมให้เจริญก้าวหน้าในวิทยฐานะที่คู่ควร จนกระทั่งในปี 2509 วัดกระเสียวขาดเจ้าอาวาสที่จะปกครอง หลวงพ่อมุ่ยในฐานะเจ้าคณะตำบลหนองสะเดาได้ส่ง หลวงปู่ตี๋ มาเป็นเจ้าอาวาสวัดกระเสียว ซึ่งเป็นวัดหนึ่งในเขตปกครองของท่าน วัดกระเสียวเป็นวัดที่มีทำเลดีมีอาณาเขตติดกับ อ.เดิมบางนางบวช โดยมีคลองกระเสียวเป็นเส้นแบ่งเขตอำเภอ เมื่อหลวงปู่ไปอยู่ก็มีผู้เคารพนับถือทางเครื่องรางของขลังมากเป็นลำดับ เวลาที่มีชาวบ้านแถบวัดกระเสียวมาหาหลวงพ่อมุ่ยท่านก็มักเปรยๆ ให้ฟังเสมอว่า ?ที่กระเสียวก็มีดอกบัวบานอยู่ทำไมไม่ไปหากัน? แต่ด้วยความแตกต่างระหว่างหลวงพ่อมุ่ยนั้นท่านเป็นพระที่พูดน้อยหรือแทบไม่พูดเลยและเต็มเปี่ยมไปด้วยเมตตาธรรมอย่างล้นเหลือ ซึ่งยังไม่นับอำนาจตบะเดชะความแก่กล้าแห่งจิตตานุภาพที่ยิ่งใหญ่เป็นอย่างมาก จนยากที่จะหาพระเถระรูปใดๆ มาเทียบเคียงได้เสมอเหมือน

    เมื่อตอนที่ พระปลัดทวี วัดบ้านกร่าง สร้างพระขุนแผนรุ่นจงอางศึก และรุ่นกองพลเสือดำนั้น ได้นิมนต์ หลวงพ่อมุ่ย ไปร่วมพิธีพุทธาภิเษก ปรากฏว่าท่านนั่งเสกอยู่นานเสกเสร็จเป็นรูปสุดท้าย พอลืมตาขึ้นก็เอามือตบเข่าเบาๆ พระขุนแผนที่กองอยู่นั้นก็กระเด็นซู่ซ่ากระจายเป็นวงกว้างอยู่ตรงเบื้องหน้าท่านเป็นรัศมี ด้วยอำนาจแห่งจิตของท่านครั้งนั้นเป็นที่อัศจรรย์แก่ผู้มาร่วมพิธีเป็นอย่างยิ่ง แม้แต่พระเถระต่างๆ ที่มาร่วมพิธีในครั้งนั้น ก็ยังอดไม่ได้ที่จะเดินมาหยิบพระขุนแผนที่ว่า โดยเลือกเอาเฉพาะตรงหน้าหลวงพ่อมุ่ยที่กระเด็นขึ้นมานั้นใส่ย่ามไปเป็นกำมือ ซึ่งนั่นคือเศษเสี้ยวหนึ่งเท่านั้นสำหรับหลวงพ่อมุ่ยเมืองสุพรรณผู้ยิ่งใหญ่
     
  15. HMMAmulet626

    HMMAmulet626 ประกันพระแท้ ; ID Line ; himhirose สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 กันยายน 2010
    โพสต์:
    11,456
    ค่าพลัง:
    +544
    upload_2025-8-24_11-15-3.png


    upload_2025-8-24_11-16-39.png



    ตำนานตะกรุดโทน ผ้ายันต์แดง
    ตะกรุดทองแดงจารมือ หลวงพ่อเพี้ยน ความยาว 3 นิ้ว ออกพรรษา ปี 50 ต้องมาเข้าแถวบูชาที่วัด มารอตั้งแต่ตี2 เปิดให้บูชาเช้าในวันที่ 5 ตุลาคม เวลา 05.00 น. บูชาได้คนละ 1 ดอกเท่านั้น ส่วนมากลูกศิษย์จะมานอนค้างที่วัดคืนวันที่ 4 ต.ค.เพื่อรอบูชา เพราะให้บูชาแค่เช้าเดียววันเดียวเท่านั้น
     
  16. HMMAmulet626

    HMMAmulet626 ประกันพระแท้ ; ID Line ; himhirose สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 กันยายน 2010
    โพสต์:
    11,456
    ค่าพลัง:
    +544
    4195.พระชัยวัฒน์พุทโธน้อย วัดอาวุธ กรุงเทพฯ ปี 2553 ใต้ฐานอุดมวลสารศักดิ์สิทธิ์คุณแม่บุญเรือน ผงพระพุทธโธน้อยที่แตกหัก ให้บูชา 650 บาท

    upload_2025-8-24_12-58-14.png


    upload_2025-8-24_12-58-18.png

    upload_2025-8-24_12-58-53.png




    พระชัยวัฒน์พุทโธน้อย พิธีจักรพรรดิมหาพุทธาภิเษก ปี 53 วัดอาวุธวิกสิตาราม

    วัดอาวุธวิกสิตาราม ได้จัดงานมงคลยิ่งใหญ่ พิธีจักรพรรดิมหาพุทธาภิเษก "เพื่อนำวัตถุมงคลที่จัดสร้างขึ้นเข้าพิธีปลุกเสกคือ พระกริ่งพุทโธใหญ่ พระพุทโธกลาง และพระชัยวัฒน์พุทโธน้อย โดยมี พระเทพภาวนาวิกรม หรือเจ้าคุณธงชัย วัดไตรมิตรวิทยาราม กรุงเทพฯ เป็นเจ้าพิธีจักรพรรดิพุทธาภิเษก" ซึ่งจัดสร้างขึ้นเป็นครั้งแรก ณ พระอุโบสถวัดอาวุธฯ ตามประวัติในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ พิธีจักรพรรดิมหาพุทธาภิเษกครั้งแรกได้กระทำพิธีในสมัยรัชกาลที่ 1 และได้มีการกระทำพิธีนี้อีกเมื่อวันที่ 20 ม.ค.2515 ในสมัยรัชกาลที่ 9 หลังจากนั้นก็ไม่ปรากฏว่ากระทำพิธีนี้อีกเลย พิธีจักรพรรดิมหาพุทธาภิเษกครั้งนี้เป็นครั้งที่3แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2553 ซึ่งเป็นวันดี ปีเสือ เดือนสิงห์ กระทิงวัน ซึ่งเป็นวันที่หลายๆ วัดมีการจัดสร้างและปลุกเสกวัตถุมงคล เพราะถือว่าเป็นวันแรงแห่งปีอีกวันหนึ่งไม่แพ้วันเสาร์ห้า 20 มีนาคม 2553 พร้อมกับพิธีเป่ายันต์เกราะเพชร เป่ายันต์โสฬสมหามงคลโดยมีพระเกจิอาจารย์ชื่อดังนั่งปรกอธิษฐานจิตปลุกเสก อาทิ หลวงพ่อเพี้ยน วัดเกริ่นกฐิน, หลวงพ่อพูน วัดบ้านแพน, หลวงพ่อเพิ่ม วัดป้อมแก้ว, หลวงพ่อรวย วัดตะโก พร้อมด้วยพระสายกรรมฐานทั่วประเทศ อาทิ
    หลวงปู่บุญหนา วัดป่าโสตถิผล จ.สกลนคร
    หลวงปู่บุญพิน วัดผาเทพนิมิตร
    หลวงปู่แปลง วัดป่าอุดมสมพร จ.สกลนคร
    พระครูอุดมญาณโสภณ วัดถ้ำอภัยดำรงธรรม จ.สกลนคร
    หลวงพ่อวงศ์ สภาจาโร วัดป่าคำพระองค์ จ.หนองคาย
    พระอาจารย์เฉลิม วัดป่าภูแปลก จ.เลย
    พระอาจารย์วิชัย เขมิโย วัดถ้ำผาจม จ.เชียงราย เป็นต้น

    ที่ฐานบรรจุมวลสารศักดิ์สิทธิ์คุณแม่บุญเรือน มีอัฐิฐาตุ อังคารธาตุ ทรายเงินทรายทอง พลอยเสก นิลกาล ผงพระพุทธโธน้อยที่แตกหัก และของอธิฐานของคุณแม่บุญเรือนอีกมากมาย
     
  17. HMMAmulet626

    HMMAmulet626 ประกันพระแท้ ; ID Line ; himhirose สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 กันยายน 2010
    โพสต์:
    11,456
    ค่าพลัง:
    +544
    4196.ล็อกเก็ตพิมพ์ใหญ่มหามงคล ๑๒๑ ปีหลวงปู่ทองมา ถาวโร วัดสว่างท่าสี อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด ให้บูชา 650 บาท


    upload_2025-8-24_17-45-59.png


    upload_2025-8-24_17-48-34.png

    วัตถุประสงค์ในการจัดสร้างเพื่อหาปัจจัยร่วมบูรณะอุโบสถวัดสว่างท่าสี ล็อกเก็ตพิมพ์ใหญ่
    หลังอุดมวลสารมหามงคลตะกรุด ๒ ดอกและผ้าจีวรเก่า
    หลวงปู่ทองมา ถาวโร วัตถุมงคลรุ่นนี้ได้รับการอธิษฐานจิตปลุกเสกเดี่ยวจากพระเกจิผู้สืบสานสรรพวิชาอาคมโดยตรงสายหลวงปู่ทองมาและพระเกจิคณาจารย์ดังในยุคปัจจุบันมากมายหลายรูป อาทิ
    หลวงปู่ล้อม วัดป่าเมตตาธรรม
    หลวงปู่สมสิทธิ์ วัดป่าสักดาราม
    หลวงปู่พระมหาศิลา สิริจันโท
    พระอาจารย์ต้อม วัดท่าสะแบง
    หลวงพ่อพัฒน์ ปุญญกาโม อายุ๑๐๐ปี
    หลวงปู่ขำ เกสาโร อายุ๙๖ปี
    หลวงปู่หนูอินทร์ กิตติสาโร
    หลวงปู่หา สุภโร วัดสักกะวัน
    หลวงปู่ญาท่านสายทอง วัดดอนมะเกลือ
    พระอาจารย์สุริยันต์ โฆสปัญโญ วัดป่าวังน้ำเย็น
    หลวงปู่อุดมทรัพย์ศิษย์เอกหลวงปู่หมุน ฐิตสีโล
    เป็นต้น
    วัตถุมงคลรุ่นนี้ถือเป็นวัตถุมงคลที่มีเจตนา
    การจัดสร้างที่บริสุทธิ์เพื่อสมทบทุนหาปัจจัยซึ่งเป็นเงินจำนวนเพื่อบูรณะอุโบสถวัดสว่างท่าสีซึ่งเป็นอุโบสถที่มีมาตั้งแต่สมัยหลวงปู่ทองมาถาวโรท่านยังดำรงธาตุขันธ์อยู่ มวลสารที่นำมาบรรจุไว้ด้านหลังเป็นมวลสารที่ได้รับมอบหมายจากเจ้าอาวาสรูปปัจจุบันวัดสว่างท่าสีซึ่งเป็นมวลสารที่ทันยุคของหลวงปู่ทอง มาถาวโร ซึ่งถือเป็นของมงคลที่หายากมาก

     
  18. HMMAmulet626

    HMMAmulet626 ประกันพระแท้ ; ID Line ; himhirose สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 กันยายน 2010
    โพสต์:
    11,456
    ค่าพลัง:
    +544
    4197.พระสมเด็จรุ่นแรกหลวงพ่อสว่าง...(พระสมเด็จพิมพ์ขาโต๊ะ) (พระวิบูลวชิรธรรม) วัดคฤหบดีสงฆ์ (วัดท่าพุทรา) ให้บูชา 1150 บาท พิมพ์นี้เป็นยุคต้นของท่าน ออกวัดท่างิ้ว




    upload_2025-8-24_19-17-16.png

    upload_2025-8-24_19-24-52.png
    การสร้างมงคลวัตถุของหลวงพ่อสว่าง จะนำหน้าในด้านคงกระพัน ชาตรี แคล้วคลาดมหาอุด ซึ่งตัวหลวงพ่อสว่างเอง เมื่อสมัยหนุ่มก่อนวัยครบบวช มีความคงกระพันชาตรีเป็นเยี่ยมฟันแทงไม่เข้า ในฐานะศิษย์เอกของหลวงพ่อเผือก (พระครูบรรพโตมญาณ) แห่งวัดหัวดง อ.บรรพตพิสัย ประกอบกับเป็นลูกชายคนเดียวในลูกทั้งห้าคนและเป็นคนสุดท้อง ย่อมเป็นที่รักและตามใจของผู้หลักผู้ใหญ่ในครอบครัว
    อีกทั้งโยมบิดาเป็นกำนันตำบลท่างิ้ว เลยทำให้เหลิงวางตัวเป็นนักเลง อันธพาลในย่านตลาดส้มเสี้ยว ท่าตั้วเกา ระราน กลั่นแกล้ง สร้างความเดือดร้อน ฝากความเจ็บแค้น ผูกอาฆาตให้แก่ผู้อื่นที่ต้องชำระล้าง ในยุคนั้นเป็นยุคของผู้แก่กล้าทางคาถาอาคม แขวนเครื่องราง สิ่งวิเศษประจำกาย การกลัวเกรงกัน ก็เฉพาะแก่ผู้ที่เหนือกว่าในทางเดียวกัน เนื่องจากมีคู่อริจำนวนมาก โยมบิดาจึงฝากหลวงพ่อเผือกวัดหัวดง พาหลวงพ่อสว่าง ซ่อนลงในเรือไปออกบวชที่วัดศาลาปูน, อยุธยา ซึ่งลงโบสถ์เป็นลูกศิษย์พระญาณไตรโลก (ลป. สอาด) พระอุปัชฌาย์พร้อมกับพระเกจิผู้ขมังเวทย์แห่งจังหวัดอุทัยธานี คือ พระอุทัยกวีอดีตเจ้าคณะจังหวัด
    นอก จากสร้างมงคลวัตถุทางด้านคงกระพันชาตรีแล้ว ทางด้านโชคลาภ มหาเสน่ห์ เมตตา หมานิยม ท่านก็ทำไว้ เช่น เหรียญขวัญถุง นางกวักมหาลาภ ค้าขายร่ำรวยที่ทำขึ้นจากผงยันต์มหาราช ตรีนิสิงเห ว่านมหาลาภ ว่านมหาเสน่ห์ ว่านสาวหลง ทำจากงาแกะในลักษณะนางกวักคล้ายกับนางกวักของหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพธิ์
    หลวงพ่อสว่าง เป็นพระนักแหล่ด้วยมีสำเนียงไพเราะเป็นที่ชื่นชอบของญาติโยม ท่านจึงรับนิมนต์ไปเทศแหล่ในจังหวัดต่าง ๆ ทางภาคกลาง เช่น ที่อยุธยา ปทุมธานี กรุงเทพฯ สุพรรณบุรี ชัยนาท นครสวรรค์ เป็นต้น และไปเรียนวิชากับพระอาจารย์ที่แก่กล้าในวิทยาอาคมขลังในจังหวัดเหล่านั้น เช่น วิชาหินเบาให้ร่างกายเป็นชาตรีกับ หลวงปู่กลั่นวัดพระญาติ เป็นวิชาที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชเจ้าใช้ในการตีค่ายพม่าทรงพระแสงดาบคาบ ค่าย นำปีนตีพม่า ถูกตัดท่อนซุงทิ้งต้องพระองค์ตกค่ายลงไปไม่เป็นไร และตีค่ายพม่าจนสำเร็จกอบกู้เอกราชให้แก่ชาติไทย
    วิชานี้ของหลวงพ่อสว่าง ใช้กับวัตถุมงคลผู้ประสบอุบัติเหตุรถคว่ำทุกรายรถจะพังยับเยิน แต่ผู้มีวัตถุมงคลของหลวงพ่อสว่างไม่เป็นไร วิชาฝังตะกรุดเช่นเดียวกับ อาจารย์เฮง ไพรวัลย์ วิชาฝังเข็มอาจารย์ฟ้อน ดีเสมอ ผู้มีวัตถุมงคลของหลวงพ่อสว่าง ถูกยิงด้วยกระสุนปืน เหรียญวัตถุมงคลของหลวงพ่อสว่างแสดงปฎิหารย์ เข้ารับกระสุนปืนแทนทำให้ผู้ถูกยิงปลอดภัยอย่างเหลือเชื่อ ถูกคนร้ายขโมยรถวิ่งผ่านหน้าท่าพุทรา รถยนต์วิ่งกลับและเครื่องดับคนร้ายขโมยเรารถไปไม่ได้
    เรียนวิชามหาอุดเช่นเดียวกับหลวงปู่ศุข วัดมะขามเฒ่า ทำให้กระสุนปืนด้าน ลั่นไกกระสุนไม่ออกจากลำกล้อง วิชาแคล้วคลาด ทำให้ผู้มีวัตถุมงคลของหลวงพ่อสว่าง ถูกยิงด้วยปืนในระยะประชิดตัว ลูกกระสุนออกจากลำกล้อง แต่กระสุนโค้ง ยิงหมดกระสุนในรังเพลิงแต่ไม่ถูกตัวผู้ยิง เป็นต้น
    นอกจากเรียนเพิ่มเติมวิทยาอาคมแล้วพร้อมกับหาวัตถุมงคลอันเป็นมงคล สิ่งวิเศษที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ได้แก่ ว่าน แร่ คด กลับไปทำผสมใส่ลงในพระเครื่องของท่าน
    แบบ พระเครื่องของท่านหลายแบบ ไปพ้องกับพระเครื่องของพระเกจิอาจารย์องค์อื่น ๆ เช่นสมเด็จอินโดจีนฐาน 5 ชั้น รุ่นออกวัดท่างิ้วตั้วเกาไปเหมือนกับพระของหลวงพ่อกร้าย วัดมักกะสัน กรุงเทพฯที่ออกในช่วงปี 2480-2490
    นางสามเหลี่ยมทรงสมาธิฐานบัวฟันปลายของหลวงพ่อสว่างไปเหมือนกับหลวงพ่อที่จังหวัด ปทุม แต่ต่างกันตรงที่พระเครื่องของหลวงพ่อสว่างหลังเรียบไม่มีลายมือใหญ่และหนากว่า พระเม็ดมะขามเนื้อดินของหลวงพ่อสว่างไปคล้ายกับหลวงพ่อขอม, วัดไผ่โรงวัว, สุพรรณบุรี แต่ของหลวงพ่อสว่างเป็นเนื้อแร่ก้อนแบบพระหลวงพ่อปาน, บางนมโค ส่วนของหลวงพ่อขอมเป็นดินละเอียดไม่มีผงวิเศษที่เป็นผงอิทธิเจจุดขาว ๆ อันเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของหลวงพ่อปลอดภัย
    การปลุกกระแสพระเครื่อง
    วัตถุมงคลของหลวงพ่อสว่างเกิดเหตุการณ์มหัศจรรย์บ่อยครั้งต่อผู้พบเห็น เช่นหลวงพ่อชื่นวัดสระแก้ว (วัดกิโลเคยเล่าให้ฟังว่า ในพิธีปลุกเสกพระเครื่องให้วัดโค้งวิไล วัดสิงคาราม ที่ออกในปี 2517 ในโบสถ์วัดท่าพุทรา ร่างของหลวงพ่อสว่างลอยขึ้นได้จากอาสนะประมาณ 1 ศอก ที่ปลุกเสก บินขึ้นเวียนว่อนกลางอากาศเหมือนถูกลมบ้าหมูหอบขึ้นต่อหน้าผู้อยู่ร่วมพิธีเป็นร้อย เหรียญที่ปลุกเสกกระดุกกระดิกได้เหมือนกุ้งเต้น ได้ยินเสียงกุ๊งกริ๊งตลอดเวลาการท่องคาถาปลุก


    การสร้างวัตถุมงคล
    ประเภท เครื่องรางของขลัง หลวงพ่อสว่างสร้างรวมเป็น 2 ยุค คือ
    1.ยุคก่อนสมัยครองวัดท่างิ้วตั้วเกา อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ ประมาณปี 2470-2500 รวม 30 ปี เป็นประเภท พระเนื้อผงเนื้อดินผสมผงวิเศษสูตรสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี 5 ประการผสมว่านร้อย

    2.ยุคที่ครองวัดคหบดีสงฆ์(วัดท่าพุทรา) ต.ท่าพุทรา อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร ตั้งแต่ปี 2501-2519 จำนวน 19 ปี เป็นเหรียญรูปหล่อเล็ก-หล่อใหญ่ พระเนื้อผงเนื้อดินผสมว่านร้อยแปด หนังหน้าผากเสือตระกรุด ผ้ายันตร์ ธงกันภัย

    พระพิมพ์นี้สร้างด้วยแม่พิมพ์หินมีดโกนที่หลวงพ่อแกะเอง พระพิมพ์ขาโต๊ะ ท่านเริ่มสร้างในสมัยมหาสงครามเอเชียบูรพา ในช่วงปี 2483 - 2487 ซึ่งส่วนใหญ่จะสร้างจากเนื้อว่าน หรือเนื้อผงพุทธคุณ
     
  19. HMMAmulet626

    HMMAmulet626 ประกันพระแท้ ; ID Line ; himhirose สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 กันยายน 2010
    โพสต์:
    11,456
    ค่าพลัง:
    +544
    4198.ให้บูชา วัตถุมงคล วัดปริวาส
    1.รูปถ่ายขนาดห้อยคอ หลวงปู่วงศ์
    วัดปริวาสฯ กทม. สร้างประมาณปี2530-2533(ไม่ทันหลวงปู่)
    รูปถ่ายหลวงปู่วงศ์ทุกรูป สมัยที่หลวงปู่ยังทรงสังขารอยู่นั้น ท่านไม่ได้ปลุกเสกให้เลย ท่านบอกกับลูกศิษย์เอาไว้ว่า"รูปของท่านไม่ต้องเสกก็ศักดิ์สิทธิ์"

    2.ลูกอมดินใต้โบสถ์ ปั๊มตรายาง"ปรว.59" ปี2559 หลวงพ่อสมชาย วัดปริวาสฯ กรุงเทพฯ ขนาดประมาณเหรียญ5บาท
    ทำมาจากดินกลางทุ่ง ดินใจกลางโบสถ์วัดปริวาส ผสมผงมวลสารศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ปลุกเสกพร้อมเสือรุ่นยอดขุนพล รุ่นไม้เสาเอก กุฎิหลวงปู่วงศ์


    ***ให้บูชา ชุดละ 650 บาาท


    upload_2025-8-24_20-38-9.png


    upload_2025-8-24_20-41-30.png
     
  20. kasaka

    kasaka สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 มกราคม 2009
    โพสต์:
    46
    ค่าพลัง:
    +21
     

แชร์หน้านี้

Loading...