ประกาศมติมหาเถรสมาคม เรื่อง กรณีพระอธิการคึกฤทธิ์ โสตฺถิผโล ๔ ธันวาคม ๒๕๕๗

ในห้อง 'Black Hole' ตั้งกระทู้โดย นโมพุทธายะ๕, 15 พฤศจิกายน 2024.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. นโมพุทธายะ๕

    นโมพุทธายะ๕ ก่อนตายไปอีกชาติ .. ใช้กายสังขารสร้างกำลังให้คุ้ม ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    26,221
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1,379
    ค่าพลัง:
    +70,949
    ประกาศมติมหาเถรสมาคม เรื่อง กรณีพระอธิการคึกฤทธิ์ โสตฺถิผโล วัดนาป่าพง จังหวัดปทุมธานี

    หน้า ๑๘๑ เล่ม ๑๓๑ ตอนที่ ๑๓๐ ง

    ราชกิจจานุเบกษา ๔ ธันวาคม ๒๕๕๗ ๔ ธันวาคม ๒๕๕๗


    ***********

    https://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2557/D/130/181.PDF
     
  2. นโมพุทธายะ๕

    นโมพุทธายะ๕ ก่อนตายไปอีกชาติ .. ใช้กายสังขารสร้างกำลังให้คุ้ม ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    26,221
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1,379
    ค่าพลัง:
    +70,949
    ?temp_hash=c431ac669b59260b53c1286cde74b689.jpg
     
  3. นโมพุทธายะ๕

    นโมพุทธายะ๕ ก่อนตายไปอีกชาติ .. ใช้กายสังขารสร้างกำลังให้คุ้ม ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    26,221
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1,379
    ค่าพลัง:
    +70,949
    พระพรหมคุณาภรณ์ ( ปัจจุบันคือ
    สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ.ปยุตฺโต)
    กรณีพระคึกฤทธิ์





    ที่มา https://www.youtube.com/@Lekmusicday
     
  4. นโมพุทธายะ๕

    นโมพุทธายะ๕ ก่อนตายไปอีกชาติ .. ใช้กายสังขารสร้างกำลังให้คุ้ม ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    26,221
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1,379
    ค่าพลัง:
    +70,949
    เรื่องพระคึกฤทธิ์ตัดตอนพระไตรปิฎก ใช้สติปัญญาของตนวินิจฉัยเองว่าอะไรคือคำพระพุทธเจ้า อะไรคือคำสาวก นี้เป็นเรื่องราวมาเป็นสิบปีแล้ว ชาวพุทธไทยเราควรตื่นตัวและลุกขึ้นมาปกป้องพระไตรปิฎกและพระอรหันตสาวกไม่ให้ถูกย่ำยีได้แล้ว

    ที่มา https://web.facebook.com/nath.nanth...ZCBEUmqcbNkbWGEuA7Nw35riSeZiOI&__tn__=-UC,P-R



    ****************************************************************************


    "พระคึกฤทธิ์ว่าท่านทำหนังสือ พุทธวจนะ เลือกคัดตัดเอามาเฉพาะแต่คำตรัสของพระพุทธเจ้า ไม่เอาคำของผู้อื่น ไม่เอาคำสอนของพระสาวก แม้แต่ของพระสารีบุตรที่เป็นอัครสาวก
    ข้อนี้มีเรื่องพูดยาว แต่ตรงนี้จะพูดแค่พอให้เห็นเค้าไว้ก่อน
    พระสารีบุตรที่เป็นพระสาวกท่านหนึ่งนั้น มีพระสูตรที่รักษากันมาในพระไตรปิฏกมากทีเดียว ตัวอย่างหนึ่งคือ สังคีติสูตร ถ้าพระคึกฤทธิ์ไม่เอาคำของพระสาวก ก็คือไม่เอาสังคีติสูตรนี้ด้วย
    สังคีติสูตร เกิดขึ้นเมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จไปประทับเป็นปฐมที่สันถาคาร (หอประชุม หรืออาคารรัฐสภา) ที่สร้างเสร็จใหม่ ตามคำอาราธนาของบรรดาเจ้ามัลละแห่งปาวานคร พร้อมด้วยพระสงฆ์สาวก
    ถึงตอนดึก เมื่อเจ้ามัลละทูลลาไปแล้ว พระพุทธเจ้ารับสั่งให้พระสารีบุตรกล่าวธรรมกถาแก่ภิกษุทั้งหลาย ในขณะที่พระองค์ทรงเอนพัก
    คราวนั้น พระสารีบุตรได้ประมวลคำสอนของพระพุทธเจ้ามาแสดงโดยจัดเป็นหมวดๆ ตามจำนวน ตั้งแต่ธรรมหมวด ๑ ถึงธรรมหมวด ๑๐ เป็นการริเริ่มทำสังคายนาไว้เป็นแบบอย่าง
    เมื่อพระสารีบุตรกล่าวธรรมกถาประมวลพุทธวจนะจบแล้ว พระพุทธเจ้าได้ประทานสาธุการ
    ต่อมา หลังจากพระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว พระสาวกได้ประชุมกันทำสังคายนาพระธรรมวินัย โดยพระมหากัสสปะตั้งปุจฉา พระอุบาลีวิสัชนาพระวินัย และพระอานนท์วิสัชนาพระธรรม
    คำสั่งสอนที่รักษากันมาในพระไตรปิฏกบาลี ก็คือพระธรรมวินัยที่พระสาวกแสดงในสังคายนาครั้งนี้
    ถ้าพระคึกฤทธิ์ไม่เอาสังคีติสูตรของพระสารีบุตรเพราะเป็นคำของพระสาวก ก็ต้องไม่เอาพระธรรมวินัย ซึ่งรวมทั้งพุทธวจนะทั้งหมด ในพระไตรปิฏกทั้งแต่ฉบับบาลีมาทีเดียว เพราะทั้งหมดนั้นมาจากสังคายนา ที่พระสาวกเป็นผู้บอกเล่ากล่าวแสดงทั้งสิ้น
    ขอให้เทียบกัน ระหว่างสังคีติสูตรของพระสารีบุตร กับสังคายนาครั้งแรกหลังพุทธกาล ของพระมหากัสสปะ พระอุบาลี พระอานนท์ เป็นต้นนั้น
    สังคีติสูตร ก็คือพระสูตรที่เป็นการสังคายนาโดยตรง ประมวลเฉพาะพุทธวจนะแท้ๆ เป็นต้นแบบของสังคายนาเลยทีเดียว
    แล้วสังคีติสูตร เป็นการสังคายนาโดยพระสาวกผู้เยี่ยมยอดที่พระพุทธเจ้าทรงยกย่องว่าแสดงพระธรรมจักรอย่างพระองค์ได้เป็นชั้นอาจารย์ของพระอานนท์ที่ทำสังคายนาครั้งแรก
    พร้อมกันนั้น สังคายนาแห่งสังคีติสูตรนี้ พระสารีบุตรประมวลพุทธวจนะมาแสดงต่อพระพักตร์ขององค์พระพุทธเจ้าเอง พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์จำนวนมาก
    อีกทั้งเมื่อท่านแสดงจบแล้ว พระพุทธเจ้าก็ประทานสาธุการเป็นการทรงแสดงความยอมรับเห็นชอบ
    แล้วก็ถือว่า สังคายนาครั้งแรกหลังพุทธกาล ก็ได้สังคีติของพระสารีบุตรเป็นตัวอย่าง
    ถ้าพระคึกฤทธิ์ไม่เอาสังคีติสูตรของพระอัครสาวกสารีบุตร ก็เป็นอันต้องไม่เอาคำวิสัชนาในการสังคายนาของพระอานนท์เป็นต้นที่เป็นพระสาวกรองลงมา
    นี่ก็คือ ไม่มีพุทธวจนะอันใดที่ไหน ที่พระคึกฤทธิ์จะเอามาทำเป็นหนังสือตามโครงการของท่านได้ ก็พูดเป็นต้นเค้าไว้ทีหนึ่งก่อน"
    รู้จักพระไตรปิฏกให้ชัด ให้ตรง น.๔๗-๔๙ พระพรหมคุณาภรณ์ ป.อ.ปยุตโต


    ที่มา https://web.facebook.com/jitavita?_...BEUmqcbNkbWGEuA7Nw35riSeZiOI&__tn__=-]C,P-y-R
     
  5. นโมพุทธายะ๕

    นโมพุทธายะ๕ ก่อนตายไปอีกชาติ .. ใช้กายสังขารสร้างกำลังให้คุ้ม ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    26,221
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1,379
    ค่าพลัง:
    +70,949
    สังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๑๒
    ทุพพจสิกขาบทวรรณนา

    ทุพพจสิกขาบทว่า เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา เป็นต้น
    ข้าพเจ้าจะกล่าวต่อไป :-
    ในทุพพจสิกขาบทนั้น มีวินิจฉัยดังนี้ :-



    [แก้อรรถปฐมบัญญัติเรื่องพระฉันนะ] สองบทว่า อนาจารํ อาจรติ มีความว่า ย่อมกระทำการล่วงละเมิดทางกายทวารและวจีทวาร มีอเนกประการ.
    คำว่า กึ นุ โข นาม นี้ เป็นการกล่าวข่ม (ผู้อื่น).
    คำว่า อหํ โข นาม เป็นคำยก (ตน).
    ด้วยคำว่า ตุมฺเห วเทยฺย ท่านแสดงว่า เราควรจะว่ากล่าวพวกท่านว่า พวกท่าน จงกระทำอย่างนี้ อย่ากระทำอย่างนี้.
    หากผู้ถามจะถามว่า เพราะเหตุไร?
    ตอบว่า เพราะพระฉันนะกล่าวหมายเอาความประสงค์เป็นต้นอย่างนี้ว่า พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงม้ากัณฐกะเสด็จออกพร้อมกับเรา ทรงผนวชแล้ว. ครั้นกล่าวว่า พระธรรมของเราแล้ว เมื่อจะแสดงยุติในความเป็นของๆ ตนอีก จึงกล่าวว่า พระธรรมนี้ พระลูกเจ้าของเรา ได้ตรัสรู้แล้ว ดังนี้.
    มีคำอธิบายว่า เพราะว่า สัจจธรรม ๔ อันพระลูกเจ้าของเราแทงตลอดแล้ว ฉะนั้น แม้พระธรรมก็เป็นของเรา. แต่สำคัญพระสงฆ์ว่า ตั้งอยู่ในฝักฝ่ายแห่งคนคู่เวรของตน จึงไม่กล่าวว่า พระสงฆ์ของเรา. แต่ใคร่จะกล่าวเปรียบเปรยรุกรานสงฆ์ จึงกล่าวคำเป็นต้นว่า เสยฺยถาปิ นาม ดังนี้.
    บทว่า ติณกฏฺฐปณฺณสฏํ ได้แก่ หญ้า ไม้ และใบไม้แห้งที่ร่วงหล่นตกไปในสถานที่นั้นๆ. อีกอย่างหนึ่ง หญ้าด้วย ไม้เบาไม่มีแก่นด้วย เหตุนั้นจึงชื่อว่า หญ้าและไม้. ใบไม้แห้ง ชื่อว่า ปัณณสฏะ.
    บทว่า อุสฺสาเทยฺย ได้แก่ พัดไปกองรวมไว้.
    บทว่า ปพฺพเตยฺย ได้แก่ เกิดจากภูเขา. จริงอยู่ แม่น้ำนั้นมีกระแสอันเชี่ยว เพราะฉะนั้น ท่านจึงระบุเอาแต่แม่น้ำนั้นเท่านั้น.
    ในคำว่า สงฺขเสวาลปณกํ นี้ มีวินิจฉัยดังนี้ :-
    สาหร่ายที่มีใบ มีรากยาว เรียกว่า จอก. สาหร่ายสีเขียว เรียกว่าสาหร่าย. สาหร่ายที่เหลือ มีตะไคร้น้ำและแหนเป็นต้น แม้ทั้งหมดถึงการนับว่า แหน.
    ด้วยคำว่า เอกโต อุสฺสาทิตา ท่านแสดงว่า แม้อันใครๆ ประมวลมาแล้ว คือทำเป็นกองไว้ในที่เดียวกัน.
    บทว่า ทุพฺพจชาติโก ได้แก่ มีภาวะแห่งบุคคลผู้ว่ายาก.
    อธิบายว่า ผู้อันใครๆ ไม่อาจว่ากล่าวได้.
    แม้ในบทภาชนะแห่งบทว่า ทุพฺพจชาติโก นั้น บทว่า ทุพฺพโจ ได้แก่ ผู้อันเขากล่าวสอนได้โดยยาก คือโดยลำบาก.
    มีคำอธิบายว่า อันใครๆ ไม่อาจว่ากล่าวได้โดยง่าย.
    บทว่า โทวจสฺสกรเณหิ คือ (ด้วยธรรม) อันกระทำความเป็นผู้ว่ายาก.
    อธิบายว่า ก็ธรรมทั้งหลายเหล่าใด ย่อมทำบุคคลให้เป็นผู้ว่ายาก, เป็นผู้ประกอบด้วยธรรมเหล่านั้น.
    ก็บัณฑิตพึงทราบธรรมเหล่านั้นมี ๑๙ อย่าง๑- คือความเป็นผู้มีความปรารถนาลามก ๑ ความยกตนข่มผู้อื่น ๑ ความเป็นคนมักโกรธ ๑ ความผูกโกรธ เพราะความโกรธเป็นเหตุ ๑ ความเป็นผู้มักระแวงเพราะความโกรธเป็นเหตุ ๑ ความเป็นผู้เปล่งวาจาใกล้ต่อความโกรธเพราะความโกรธเป็นเหตุ ๑ ความกลับเป็นผู้โต้เถียงโจทก์ ๑ ความเป็นผู้กลับรุกรานโจทก์ ๑ ความเป็นผู้กลับปรักปรำโจทก์ ๑ ความกลบเรื่องอื่นด้วยเรื่องอื่น ๑ ความเป็นผู้ไม่พอใจตอบด้วยความประพฤติ ๑ ความเป็นผู้ลบหลู่ตีเสมอ ๑ ความเป็นคนริษยาเป็นคนตระหนี่ ๑ ความเป็นคนโอ้อวดเจ้ามายา ๑ ความเป็นคนกระด้างดูหมิ่นผู้อื่น ๑ ความเป็นคนถือแต่ความเห็นของตน ๑ ความเป็นคนถือรั้น ๑ ความเป็นผู้ถอนได้ยาก ๑ อันมาแล้วในอนุมานสูตรตามลำดับ โดยนัยมีว่า
    ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ธรรมอันทำความเป็นคนว่ายากเหล่าไหน? ดูก่อนผู้มีอายุทั้งหลาย ภิกษุในศาสนานี้เป็นผู้มีความปรารถนาลามก ดังนี้ เป็นต้น.
    ผู้ใดไม่อด ไม่ทนโอวาท, เพราะเหตุนั้น ผู้นั้นชื่อว่า อักขมะ. ผู้ใด เมื่อไม่ปฏิบัติตามที่ท่านพร่ำสอน ไม่รับอนุสาสนีโดยเบื้องขวา เพราะเหตุนั้น ผู้นั้นชื่อว่ามีปกติไม่รับโดยเบื้องขวาซึ่งอนุสาสนี.
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...