พระปิดตาหลวงพ่ออุตตมะ

ในห้อง 'พระเครื่อง วัตถุมงคล' ตั้งกระทู้โดย Jumbo A, 17 สิงหาคม 2022.

  1. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,118
    ค่าพลัง:
    +21,459
    พระขุนแผนยุทธหัตถี414 พิมพ์ทรงพลเล็ก พ.ศ.2549
    เอาประสบการณ์ก่อนเลยครับ อ่านเพลิน ๆ
    นิมิตร มงคลกลุ่มพระขุนแผนทุกสายและเครื่องรางของขลัง
    12 เมษายน 2020 ·
    ผมอยากมาแชร์ประสบการณ์พระพุทธคุณพระขุนแผน ครั้งหนึ่งผมเคยมีปาฏิหาริย์กับพระขุนแผนองค์นี้ เป็นเรื่องที่ผู้ชายหลายคนอาจมีความถวิลหา เมื่อเข้าสู่วัยรุ่น เป็นหนุ่มฉกรรจ์ ก็คงไม่พ้นเรื่องผู้หญิง ปกติที่ผ่านมาผมก็ใช้ชีวิตเรียบง่ายผ่านมาเนิ้นนาน แบบเด็กชายทั่วไป และเป็นคนออกจะขี้อายด้วยซ้ำเรื่องจีบสาวไม่ต้องพูดถึง ในตอนเด็กก็เป็นคนสนในเรื่องพระเครื่องบ้างอยู่แล้วตามที่เห็นพระที่พ่อแขวน อยู่มาวันนึงตอนนั้นอายุประมาณ 21 ปี เมื่อเพื่อนที่เรียนด้วยกัน ได้เอาพระขุนแผนองค์หนึ่งมาให้ดู เพื่อนมันบอกว่าเป็นพระใหม่แต่เป็นพระแท้จากวัด มันโม้เรื่องพุทธคุณให้ผมฟังต่างๆนา เมตรตาอยากนั้นอย่างนี้ไม่แพ้พระกรุเลย หลักๆก็ไม่พ้นเรื่องผู้หญิง บอกก่อนว่าเพื่อนผมคนนี้เป็นคนใต้ที่ผิวคล้ำหัวโล้นคือว่าคงไม่ใช่สเปคของสาวๆทั่วไป แต่ขณะนั้นมันได้แฟนเป็นรุ่นน้องเป็นสาวสวยผิวขาวน่ารักมาก และมีน้องๆผู้หญิงชอบมาคุยกับมันชอบเข้าหามัน ผมนึกๆดูที่มันโม้มาก็มีความน่าเชื่อนะ *ผมเลยขอพระขุนแผนกับมันไปหนึ่งองค์ มีอีกมั้ยเพื่อนอยากได้ไว้บูชาสักองค์ เพื่อนบอกได้ๆ กูมีอีกเดี๋ยวเอามาให้ ผ่านไปหลายวันเจอกันเพื่อนก็เอาพระขุนแผนมาให้ทุกอย่างเหมือนองค์ที่มันโชว์วันแรกแต่ต่างกันตรงที่องค์ที่ให้ผมหน้าท่านแตกมีเหมือนหินโผล่ตรงหน้าพอดีไม่สวย ผมก็ดูๆ เพื่อนเหมือนรู้ว่าผมจะกังวลเรื่องหน้าพระไม่สวย มันเลยพูดว่า ถึงหน้าพระไม่สวยแต่พุทธคุณเต็มร้อยรับรอง บอกว่าเพื่อนให้พระมาฟรีนะครับ **พอได้พระมาชีวิตก็เริ่มเปลี่ยน มีเหตุให้ผู้หญิงมากหน้าหลายตาเข้ามาพัวพัน ประมาณว่าเพียงสบตากันก็ต้องตาโดนใจอะไรประมาณนั้นเลย ไม่ว่าจะไปไหนทำกิจกรรมอะไรถ้าได้คลุกคลีมีผู้หญิงอยู่ด้วยต้องมีหนึ่งในนั้นชอบเรา พอผ่านๆไปก็เริ่มหนักขึ้นๆเรื่องวุ่นวายจากผู้หญิงก็เริ่มมากขึ้นตาม เล่าก่อนว่าถึงแม้จะมีเข้ามาหลายคนสมัยนั้นก็เลือกที่เป็นตัวจริงไว้หนึ่งคน ส่วนคนอื่นๆก็กิ๊กกั๊กๆกันไป บอกก่อนว่าที่เล่ามาไม่ได้ภูมิใจ หรืออย่างให้เป็นแบบอย่างที่ดีหรือไม่ดีนะครับต้องเลือกและพิจารณาเองทุกสิ่งที่ทำมีผลตามมาเสมอ พอจบมาทำงานก็ยังคบกับแฟนคนนี้อยู่แต่ต้องแยกกันไปทำงานคนละจังหวัด นี้คือจุดเริ่มต้นของความวุ่นวายของจริงแล้ว เริ่มเข้ามาทำงานหัวหน้าก็ต้องตาโดนใจ หัวหน้าเป็นผู้หญิงโสดอายุห่างกันไม่มากนัก รู้สึกได้ตั้งแต่วันแรกแล้วว่าหัวหน้าชอบก็เป็นจริงตามนั้น ไม่นานก็แอบครบกันไม่มีใครในบริษัทรู้ก็คงมีคนแอบสงสัยกัน แต่ไม่ได้ทิ้งแฟนเก่านะครับ แฟนก็ไม่รู้เพราะอยู่คนละที่ ต่อมาก็มีมากขึ้นๆ ทั้งเลขาคนสวยอีกแผนกชั้นบน สาวน้องใหม่เพิ่งเข้ามา รวมคนนอกบริษัทอีก สูงสุดเคยคบพร้อมกัน 6 คน ไม่นับรวมรายย่อยที่เจอกันในสถานที่เที่ยวรายวันนะครับ 6 คนนี้เฉพาะรายหลักที่คบกันยาวนาน เน้นว่าทุกคนเป็นโสดนะครับ คิดดูครับว่าจะวุ่นวายขนาดไหน อยู่มาวันนึงแฟนเกิดจับได้ แต่เรื่องก็ยังเป็นแบบนี้ต่อไปยังไม่เลิกพฤติกรรมยอมรับว่าช่วงนั้นหลงกิเลสอย่างหนัก แฟนก็ได้แต่เสียใจบอกแล้วไม่ฟัง ..จนมาถึงจุดจบ...วันที่แฟนเกิดนึกได้ว่าอาจเกี่ยวกับพระขุนแผนองค์นี้ (ผมไม่ได้แขวนขึ้นคอนะครับ บูชานึกถึงแล้วเก็บไว้ห้องแฟนรวมกับพระอื่นๆ ส่วนพระที่ขึ้นคอติดตัวจะเป็นพระพุทธชินราช กับ หลวงพ่อคูณ มีสลับกับหลวงปู่ทวด และหลวงพ่อโสธร ใจอยากขึ้นทั้งหมดแต่บ้างครั้งก็แอบหนักคอ) ต่อครับ แฟนนึกขึ้นได้ว่าแต่ก่อนผมไม่เป็นแบบนี้ไม่มีเรื่องผู้หญิง พอได้พระขุนแผนองค์นี้มาเปลี่ยนไปมาก แฟนค้นที่เก็บพระจนเจอ แล้วก็...ทิ้งไปเรียบร้อย ไม่รู้ว่าเอาไปทิ้งที่วัดหรือที่ไหน ...ตอนนั้นผมยังไม่รู้นะครับว่าแฟนเอาพระไปทิ้ง ...หลังจากนั้นไม่ก็มีเหตุต้องเลิกกับผู้หญิงทุกพร้อมกันโดนที่ผู้หญิงเป็นคนตีจากหรือมีเหตุให้ไม่ได้เจอกันอีกเลย ...
    ..พอเวลาผ่านไปแฟนก็เล่าให้ฟังว่าเอาพระไปทิ้งแล้ว ..ผมก็ถามว่าทิ้งที่ไหน จนถึงทุกวันนี้ก็ยังถาม แฟนก็ได้แต่ตอบว่าจำไม่ได้แล้ว..
    ที่เล่ามาคือเรื่องราวที่ผมเชื่อว่าพุทธคุณขององค์พระเครื่องมีจริงครับ แต่คนบูชาต้องมีศีลด้วยชีวิตถึงจะดี
    ส่วนประสบการณ์เกี่ยวกับพระที่ห้อยคอก็มีมากครบผมเชื่อว่าเกี่ยวกับแคล้วคลาดปลอดภัย รอดจากอุบัติเหตุทางรถ ไม่ต่ำกว่า6ครั้ง แบบไม่เจ็บอะไรเลยทั้งที่รถเสียหายและคนอื่นที่มาด้วยเจ็บเสียเลือด
    ปล.ขออนุญาติเจ้าของรูป รูปด้านล่างเป็นขุนแผนรุ่นเดียวกันจากที่อื่น ไม่ใช่องค์ที่แฟนทิ้งไป
    ตอนนี้ผมตามเก็บ ตามบูชาพระขุนแผนรุ่นนี้อยู่ แต่ไม่ได้ต้องการนำมาบูชาเพื่อจุดประสงค์เดิมแล้ว ตอนนี้แต่งงานมีครอบครัว มีความสุขดีแล้ว อยากเก็บเพราะทราบถึงพุทธคุณที่เกิดขึ้นกับตัวเองดี ..ไม่บอกรุ่นบอกที่นะครับ เดี๋ยวมีคนเข้าใจผิดว่ามาปั่นเล่านิทานเพื่อขายพระ ท่านใดมีหรือเคยเห็นก็คงพอทราบนะครับ
    ชอบฟังเรื่องเล่าความศักดิ์สิทธิ์.
    วัตถุมงคลอันศักดิ์สิทธิ์แห่งดินแดนยุทธหัตถี ที่รวมสุดยอดมวลสารเก่าขุนแผนกรุบ้านกร่าง ต้นตำตาน ของขุนแผน!
    จัดสร้างโดย นายทรงพล ทิมาศาสตร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรีในยุคนั้น
    #ฝพิธีอธิฐานจิตปลุกเสก โดยพระอริยะเจ้าแห่งยุคทั้วประเทศ อาทิ
    1.หลวงพ่อสาคร วัดหน่องกรับ จ.ระยอง
    2. หลววปู่ทิม วัดพระขาว
    3.หลวงพ่อเพิ่ม วัดป้อมแก้ว
    4.หลวงพ่อพูน วัดบ้านแพน
    5.หลวงพ่อฟู วัดบางสะพาน เป็นต้น ฯลฯ
    มวลสารมหามงคลที่จัดสร้าง
    1. ดินมหามงคล จากสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ สระแก้ว สระคา สระยมนา สระเกตุ กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ และ กรุวัดบ้านกร่าง
    2. แผ่นทองคำเปลว จากองค์หลวงพ่อโต วัดป่าเลไลยก์ พระบรมราชานุสาวรีย์องค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ดอนเจดีย์สุพรรณบุรี และองค์เจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรี
    3. ชิ้นส่วนพระขุนแผนกรุวัดบ้านกร่าง ตะกรุด พระกรุถ้ำเสือ พระกรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ กรุวัดพระรูป มวลสารพระหลวงพ่อโหน่ง วัดคลองมะดัน ชิ้นส่วนพระถ้ำเสือ
    วัตถุประสงค์ในการจัดสร้าง
    **เพื่อมอบให้เป็นขวัญและกำลังใจ แก่ ทหารและตำรวจ ที่ปฏิบัติหน้าที่ อยู่3จังหวัดชายแดดภาคใต้**
    **และเพื่อให้ประชาชนและพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศ ได้บูชาพกพาอาราธนา พระขุนแผนทรงพล รุ่นแรก "ยุทธหัตถี 414" ติดตัวไว้เพื่อเป็นศิริมงคลแก่ชีวิตตัวเอง และครอบครัว พร้อมกระทั่งคนใกล้ชิด ฯลฯ
    ****พิธีมหาพุทธาภิเษกครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ของจังหวัดสุพรรณบุรี โดยพระเกจิอาจารย์ดังทั่วประเทศ กว่า 199 รูป นั่งปรกภาวนาบริกรรมฯ ณ มณฑลพิธี อนุสรณ์ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี
    มวลสารดีพิธีใหญ่แท้สบายใจ

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    ให้บูชา 200 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    IMG_20250917_195047.jpg IMG_20250917_195104.jpg IMG_20250917_195135.jpg IMG_20250917_195150.jpg
     
  2. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,118
    ค่าพลัง:
    +21,459
    พระครูนิวาสธรรมขันธ์ (หลวงพ่อเดิม พุทฺธสโร)
    เทพเจ้าแห่งวัดหนองโพ จ.นครสวรรค์
    อาตมาอยู่กับหลวงพ่อเดิมเป็นเดือนๆ เข้า ก็เลยขอลาท่านกลับวัดพรหมบุรี พระอุปัชฌาย์เห็นเข้าก็บอกว่า
    “เอ้าไงล่ะ ยังไม่ได้สึกอีกเรอะ”
    อาตมาก็ตอบว่า
    “ผมไปอยู่กับหลวงพ่อเดิมมาครับ ยังไม่ได้ฤกษ์สึก ว่าอยู่วัดสักพักจะกลับไปใหม่”
    หลังจากอยู่วัดพรหมบุรีได้ไม่นานก็กลับไปวัดหนองโพ คราวนี้ก็บอกกับหลวงพ่อเดิมอีกครั้งหนึ่งว่า
    “หลวงพ่อครับ ผมจะสึกละครับไม่อยากอยู่แล้ว”
    คราวนี้หลวงพ่อเดิมไม่กระแอม แต่มองหน้าอาตมานิ่งนานเหมือนจะค้นลึกเข้าไปถึงก้นบึ้งแห่งจิตใจ ครู่ใหญ่ท่านก็ถอนหายใจเฮือกเหมือนโล่งใจ กล่าวกับอาตมาว่า
    “อย่าไปไหนไกลฉันเลย ฉันจะบอกเธอเป็นคนแรกว่า ไม่เกินสามเดือน ฉันจะมรณภาพจากเธอไปแล้ว จงอย่าห่างฉันช่วงนี้แหละสำคัญที่สุด เธอจำไว้”
    พอได้ยินอย่างนี้ อาตมารู้สึกใจหายวาบ เพราะเห็นว่าหลวงพ่อชราภาพมากและท่านก็ไม่หลงไม่ลืม ดังนั้น ท่านปลงอายุของท่านจึงเป็นเรื่องใหญ่ และแน่นอนที่ท่านจะลาจากโลกนี้ไปแล้วหรือ”
    ตอนนั้นเจ้าคณะจังหวัดนครสวรรค์ หลวงพ่อกัน วัดเขาแก้ว และเจ้าคณะอำเภอท่าตะโก มาหาหลวงพ่อที่วัดบ่อยมาก อาตมาจำได้ว่า ท่านผลัดเปลี่ยนกันมานมัสการหลวงพ่อเดิม แต่ท่านก็ไม่เคยปริปากเรื่องปลงอายุกับพระเหล่านั้น บอกกับอาตมาองค์เดียว นี่ท่านเมตตาอาตมาเป็นพิเศษทีเดียว
    วันเวลาผ่านไป อาตมายิ่งได้มีโอกาสสนทนาธรรมกับหลวงพ่อเดิมท่าน ก็ยิ่งสนุกลืมเรื่องสึกไปเสียสนิท หลวงพ่อเดิมก็ดูเหมือนจะรู้ว่าอาตมาซึ่งเปรียบเสมือนม้าพยศ กำลังค่อยๆ เชื่องลงแล้ว วันหนึ่งหลวงพ่อเดิมท่านก็เป็นฝ่ายพูดให้อาตมาได้สำนึกว่า
    “นี่คุณมาอยู่กับฉันนานแล้ว เรียนพระกรรมฐานไหมล่ะ จะสอนให้ อย่าไปสึกเลย คุณน่ะอยู่ในผ้าเหลืองแล้วจะเจริญก้าวหน้ากว่าเป็นฆราวาส”
    แต่อาตมานั้นเป็นผู้เกลียดพระมาเป็นทุนเดิม ก็เลยบอกกับหลวงพ่อเดิมว่า
    “อย่างไรเสียผมก็ต้องสึกแน่ๆ ขอรับ เพราะผมไม่เคยชอบครองเพศสมณะเลยจริงๆ ผมไม่ค่อยจะอยากอยู่เป็นพระ ผมจะต้องสึกครับ”
    หลวงพ่อเดิมท่านก็กล่าวเป็นสุภาษิตสอนใจ ที่อาตมาจำได้ทุกวันนี้ว่า
    “ยิ่งเกลียดก็ยิ่งใกล้ ยิ่งรักก็ยิ่งไกล จำไว้ให้ดีนะคุณ”
    อาตมาก็รับคำว่า “ขอรับ จะจำไว้ครับ” ท่านก็บอกต่อไปอีกว่า
    “ยิ่งเกลียดเขา เรายิ่งต้องแผ่เมตตาแล้วความเกลียดมันจะหายไป ความรักมันจะเกิดขึ้นตรงนี้”
    กล่าวจบแล้วหลวงพ่อเดิมท่านก็เอามือชี้ไปที่หัวใจ แล้วก็มองดูหน้าอาตมา อาตมานั่งนิ่งรู้สึกซาบซึ้งในคำของหลวงพ่อเดิมเป็นอย่างยิ่ง และก็มาเปรียบเทียบดูว่า อาตมาแต่ก่อนนี้เกลียดจริงเชียวพวกผู้หญิงน่ะ ไม่อยากให้เข้าวัด แต่เอาซิ เดี๋ยวนี้คนที่มาช่วยทำงานทำการ ทำครัว ช่วยดูแลญาติโยมเป็นผู้หญิงเต็มวัดเลย เขาถึงว่า เกลียดอย่างไหนก็ยิ่งใกล้
    เพราะอะไร เพราะเวลาเห็นเขาไม่ดี ไม่ว่าหญิงหรือชาย แต่พอเรามีเมตตาแล้วก็ เราก็แผ่เมตตาต้องการให้เขาพ้นจากความไม่ดี ก็เลยช่วยเขา เขาก็เลยกลายเป็นศิษย์ไปหมด
    วันหนึ่งอาตมามากราบเรียนหลวงพ่อเดิมแล้วก้มลงกราบ กล่าวย้ำอีกว่า
    “ผมต้องการสึกครับ ผมจะไม่ครองผ้าต่อไป เพราะผมไม่ปรารถนาจะเป็นพระต่อไป” หลวงพ่อเดิมท่านก็หัวเราะหึๆ ส่ายหน้าช้าๆ ไม่กล่าวอะไรต่อไปอีกเลย อาตมาก็คิดว่าวันนี้แหละสึกแน่ พอกราบลาหลวงพ่อมาแล้วก็เดินไปหาทายกไปบอกว่า “ทายก วันนี้ฉันจะสึกแล้ว เอ้านี่เงินสองบาท ไปจ้างเขารีดเสื้อผ้าให้หน่อยนะ”
    ตอนนั้นอาตมาจำได้ว่ามีกางเกงอย่างดี เสื้ออย่างดี นาฬิกายี่ห้อไวเลอร์หนึ่งเรือน ไม่เดินเสียด้วย เออโก้พิลึกล่ะ ตอนที่เป็นฆราวาสก่อนบวชนี้เปรี้ยวสมวัยในตอนนั้น เตรียมรีดเสื้อไว้แล้ว ก็พอดีค่ำจึงไปถวายการนวดเพื่อจะได้บอกหลวงพ่อเดิมว่า
    “ผมจะสึกพรุ่งนี้ล่ะขอรับ” แต่ยังไม่ทันจะบอก หลวงพ่อก็บอกกับอาตมาถึงสิ่งที่หลวงพ่อเดิมท่านไม่เคยได้บอกใคร ทำเอาอาตมานิ่งอึ้งเป็นครู่ ท่านพูดด้วยน้ำเสียงอันเรียบๆ ว่า
    “นี่ แน่ะเธอ ฉันจะบอกอะไรให้นะ ฉันไม่เคยบอกใครเลย ฉันบอกเธอคนเดียว รู้แล้วนิ่งไว้อย่าแพร่งพราย เขาจะเสียขวัญกัน อีก ๑๔ วันฉันจะมรณภาพแล้ว ขอให้เธอจำคำฉันไว้ให้ดีๆ”
    หลวงพ่อกล่าวจบแล้วก็หลับตาลงนิ่งไปเป็นครู่ ลมหายใจระบายออกเหมือนโล่งใจ ก่อนจะกล่าวกับอาตมาว่า
    “ฉันต้องการมอบวิชาการอย่างหนึ่งให้เธอไว้เป็นคนแรก และคนสุดท้าย ฉันเห็นว่าเธอนั้นเหมาะที่สุดแล้ว”
    อาตมาได้ยินก็ดีใจ เพราะคิดว่าเป็นคาถาเรียกพระเข้าตัวแน่ เพราะต้องการนัก แต่ผิดคาด หลวงพ่อเดิมท่านกล่าวว่า “วิชาที่หลวงพ่อจะมอบให้แก่เธอ คือ วิชาคชศาสตร์ การต่อช้างป่า การกำราบช้างตกน้ำมัน การดูแลช้าง วิชาคชศาสตร์ต้องคนมีวาสนาบารมีพอจึงจะเรียนได้ ฉันเห็นว่าเธอนี่แหละจะรับไว้ได้ ฉันจึงมอบให้”
    อาตมาได้ยินก็เลยตอบไปตรงๆ ว่า
    “ไม่เอาล่ะครับหลวงพ่อ ผมไม่อยากได้เลยครับ ผมอยากได้คาถาเมตตามหานิยมและเรียกพระเข้าตัวครับ”
    หลวงพ่อเดิมท่านเปลี่ยนจากท่านอนให้นวด มานั่งตัวตรงประกายตาท่านที่ต้องกับแสงตะเกียงเป็นแววแห่งอำนาจอย่างเต็มเปี่ยม ท่านยกนิ้วมืออันเหี่ยวย่นตามวัยของท่าน ขึ้นชี้หน้าอาตมา แล้วกล่าวด้วยเสียงอันมีอำนาจสะท้านเข้าไปถึงหัวอกว่า “นี่แน่ะเธอ ฉันจะบอกให้ เธอยังเป็นเด็ก เป็นผู้อ่อนอาวุโส ผู้ใหญ่เขาให้อะไรก็รับไว้ซี ไปปฏิเสธทำไมกัน อย่าจองหองไม่เข้าเรื่องซี”
    อาตมาก็ว่า “ต่อทำไมครับ ช้างป่ามันอยู่ในป่าก็เรื่องของมัน มันตกน้ำมันก็ไม่เกี่ยวกับผมนี่ครับ แล้วเดี๋ยวนี้บ้านเมืองเจริญมากแล้ว ไม่ต้องใช้ช้างป่าแล้วล่ะครับหลวงพ่อ”
    หลวงพ่อเดิมท่านจึงใช้คำคมมาพูดกับอาตมา ซึ่งทำให้อาตมาถึงกับนิ่งอึ้งเพราะท่านมาไม้สูงจริงๆ ท่านถามว่า
    “นี่คุณ คุณมีเสื้อตัวเดียวกับมีเสื้อสิบตัว อย่างไหนดีกว่ากันล่ะ ลองบอกมาซิ”
    “สิบตัวก็ดีกว่าซีครับหลวงพ่อ”
    “ก็นั่นนะซิ ยังไม่ได้ใส่ก็รีดเก็บแขวนไว้ เวลาจะใช้ก็หยิบมาสวมง่ายไม่ต้องไปรีดให้เปลืองเวลา พ่อแม่ปู่ย่าตายายเขาให้อะไรก็เอาไว้ก่อนเลย อย่าไปจองหอง รับไว้ ของดีทั้งนั้นเลย แม้แต่ไม้แคะหูที่เขาให้ก็เก็บไว้ มันเป็นประโยชน์ในเวลาข้างหน้านะ”
    อาตมาก็ไม่ยอมท่าน เถียงต่อไปอีกเพราะไม่อยากได้ มีอย่างที่ไหนวิชาต่อช้าง บังคับช้าง ไม่เห็นเข้าท่าเลยจริงๆ เลยบอกหลวงพ่อเดิมไปว่า
    “ผมไม่เรียนครับ ผมจะสึกอยู่วันนี้ พรุ่งนี้ แล้วเรียนไปทำไมกัน ผมจะสึกครับหลวงพ่อ”
    หลวงพ่อเดิมท่านถอนหายใจใหญ่แล้วกล่าวกับอาตมาว่า “เธอฟังหลวงพ่อให้ดีนะ หลวงพ่อจะว่าให้ฟัง อันผู้ใหญ่น่ะเขาเห็นการณ์ไกลกว่าเด็กมาก ไม่ใช่เขาพูดอะไรส่งเดชก็หาไม่”
    อาตมาก็นิ่งไม่ตอบอะไร เพราะใจนั้นไม่อยากเรียน หลวงพ่อเดิมก็พูดต่อไปว่า
    “ที่หลวงพ่อมอบวิชาคชศาสตร์ให้นี้ เพื่อตอบแทนที่เธอมาช่วยปฏิบัติฉันมาเป็นเวลานาน ฉันไม่เคยให้ใครเลย คนหนองโพหรือคนที่อื่น ฉันไม่เคยสอนให้ใครมาก่อนเลย ต้องการให้เธอสืบวิชาไว้ไม่ให้ตายตามหลวงพ่อไปพร้อมกัน เข้าใจหรือยังล่ะ”
    อาตมาได้แต่นิ่ง นั่นเท่ากับเป็นการยอมรับ หลวงพ่อเดิมท่านก็ว่า
    “เอาล่ะๆ คืนนี้เธอกลับไปนอนก่อน พรุ่งนี้หลวงพ่อจะเริ่มสอน”
    อาตมาจึงได้เรียนวิชาคชศาสตร์ เริ่มต้นด้วยการนั่งสมาธิตามที่ท่านสอน โดยท่านควบคุมเอง และยังได้สอนกสิณให้อีกด้วย หลวงพ่อเดิมท่านสอนกสิณอย่างละเอียดทีละขั้นตอน แล้วให้ทดลองทำ อาตมาก็ทำตามได้ความรู้ทางด้านการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ทำกสิณอย่างเต็มที่ พอได้ความรู้อย่างดีแล้ว หลวงพ่อเดิมท่านกล่าวว่า
    “เห็นไหมล่ะ ถ้าเธอไม่เรียนวิชาคชศาสตร์แล้ว เธอก็จะไม่ได้กสิณจากหลวงพ่อและไม่ได้อะไรเลย มามือเปล่าก็กลับไปมือเปล่า อย่าเป็นคนหยิ่งยะโสแมงป่องเลย ผู้ใหญ่เขารู้ว่าอะไรเป็นอะไร เขาไม่พูดเรื่อยเปื่อยไปหรอก”
    อาตมาซาบซึ้งใจเหลือเกิน ตั้งแต่นั้นมาพระเถระผู้ใหญ่ให้อะไร สอนอะไร ก็เอาไว้หมด ไม่เคยรังเกียจหรือถือดีว่าเคยได้ยินได้ฟังหรือเคยทำมาแล้ว ไม่ว่าท่านจะให้อะไรก็น้อมรับไว้หมดเลย ทำให้กลายเป็นคนว่านอนสอนง่าย และเข้ากับคนได้ดี จนทุกวันนี้อาตมาก็ยังระลึกถึงพระคุณหลวงพ่อเดิมไม่หาย เพราะถ้าไม่ได้ท่าน อาตมาก็คงสึกไปเป็นฆราวาส ไม่ได้นุ่งเหลืองมาสั่งสอนธรรมะกับญาติโยมหรอก อันว่าของที่เขาให้มานั้นนะ ถ้าไม่ได้ใช้เองเห็นคนไหนสมควรก็ให้ไปใช้ ไม่เห็นจะเสียหายตรงไหนเลย มีของไว้มากๆ แจกเป็นทานก็ได้”
    การเรียนกสิณนั้นเรียนหลายอย่าง กสิณดิน น้ำ ลม ไฟ วิชากสิณหลวงพ่อเดิมท่านสอนให้หมดไม่ปิดบัง ทำให้อาตมาเพลินเรียนไม่รู้ว่าเอากำลังมาจากไหน รับไว้อย่างเต็มที่ ความคิดเรื่องสึกเริ่มเลือนหายไป คิดแต่ว่าเรียนๆ ๆ ให้มากที่สุด พอได้ที่แล้ว วันหนึ่งหลวงพ่อเดิมท่านก็เรียกอาตมาไปเรียนวิชาคชศาสตร์ง่ายๆ ก่อน ท่านสอนว่า
    “ช้างนั้นเขาว่ามีหูทิพย์จริงไหม” หลวงพ่อขอตอบว่า “จริง” “มีทุกตัวไหม” “ไม่ทุกตัว” แล้วรู้ได้อย่างไรว่าหูทิพย์
    อาตมาก็งงเลยถามหลวงพ่อเดิมท่านไปตามประสาคนไม่รู้เรื่องว่า “นั่นนะซีครับ ช้างก็เหมือนช้าง ไม่ผิดกันนี่ครับ” หลวงพ่อเดิมจึงได้ไขปัญหาต่อไป
    “ให้ดูที่เทวดารักษาตัวช้าง ก็ดูด้วยกสิณที่เธอได้เรียนไปนั่นแหละ เป็นตัวกำหนดเอา

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    รูปถ่ายที่ระลึกพระนวกะ หลวงพ่อจรัญ - หลวงพ่อเดิม
    วัดอัมพวันจ.สิงห์บุรีปี ๒๕๕๐
    เป็นรูปถ่ายที่นิยมของศิษย์ในสายนี้ มีรูปหลวงพ่อเดิมครูบาอาจารย์ของหลวงพ่อจรัญประกับหน้าหลังกับลพ.จรัญ

    ให้บูชา 400 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    IMG_20250917_204928.jpg IMG_20250917_205008.jpg
     
  3. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,118
    ค่าพลัง:
    +21,459
    หลวงพ่อดำ
    วัดนางสาว อ.กระทุ่มแบน
    จ.สมุทรสาคร..เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่อายุเกือบร้อยปีเป็นที่นับถือและสักการะของประชาชนทั่วไปทั้ง จ.สมุทรสาครและจังหวัดใกล้เคียง ตามที่เขาเล่ากันว่าเมื่อก่อนมีเจ้าอาวาสท่านนึงจะสร้างพระอุโบสถหลังใหม่แทนโบสถ์มหาอุตเก่าแก่ที่อยู่ริมแม่น้ำ ก็ได้หล่อพระประธานไว้ก่อน แต่ก็ไม่ได้สร้างพระอุโบสถใหม่สักทีจนผ่านมาหลายรุ่นของเจ้าอาวาส หลวงพ่อดำจะถูกไว้อยู่กลางแจ้งโดนแดดโดนฝนจนผิวขององค์ท่านเป็นสีดำชาวบ้านจึงเรียกหลวงพ่อดำกันมาจนทุกวันนี้ จนมาสร้างวิหาร ประดิษฐานท่านไว้ กับ วิหารพระป่าเลไลย์อย่างที่เห็นในทุกวันนี้
    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ
    พระสมเด็จหลวงพ่อดำวัดนางสาว รุ่น ๒ ปี๒๕๒๒

    ได้บูชา 250 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    IMG_20250917_201414.jpg IMG_20250917_201437.jpg
     
  4. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,118
    ค่าพลัง:
    +21,459
    1758122451536.jpg
    หลวงปู่ชอบ กับ หลวงปู่ขาว รอรับเสด็จฯ เช้าจรดเย็นก็ไม่เห็นมา “มีแต่ทหารสองพ่อลูกมานั่งเป็นเพื่อนตั้งนาน”
    ครั้งหนึ่ง "หลวงปู่ชอบ ฐานสโม" ไปเยี่ยม "หลวงปู่ขาว อนาลโย" ที่วัดถ้ำกลองเพล วันนั้นได้รับแจ้งว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จมาเยี่ยม ทั้งสองท่านนั่งรอรับเสด็จตั้งแต่เช้าจนเย็น แต่เห็นเพียงทหารสองพ่อลูกนั่งอยู่ พระเณรลูกศิษย์จึงบอกว่าทหารสองพ่อลูกนั่นแหละคือพระเจ้าแผ่นดินกับพระโอรส
    เมื่อหลวงปู่ทั้งสองรู้ความจริง ก็หัวเราะกันขบขัน หลวงปู่ขาวตอบว่า "นึกว่าจะมีขบวนแห่นำมา" ส่วนหลวงปู่ชอบตอบว่า "นึกว่าจะใส่ชฎา"

    1758122445821.jpg

    วันนั้นเป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ไปในงานทรงบรรจุอัฐิ และทรงเปิดเจดีย์พิพิธภัณฑ์ท่านพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร ณ วัดป่าอุดมสมพร อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร จำได้ว่าเป็นวันเสาร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ.2525
    หลังจากทรงบรรจุอัฐิ และทรงเปิดเจดีย์พิพิธภัณฑ์แล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงกราบนมัสการสมเด็จพระสังฆราช และครูบาอาจารย์ผู้ใหญ่ฝ่ายกรรมฐานในปะรำพิธี สมเด็จพระนางเจ้าฯ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ประทับบนพื้นสนามห่างออกมานอกปะรำพิธี โดยมีพวกเราเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทอยู่ใกล้ๆ ระหว่างนั้นคณะผู้ตามเสด็จ และพวกเราต่างได้กลิ่นหอมอ่อนๆ คล้ายกลิ่นบุหงาร่ำโชยมาตลอดเวลา ปรารภกันและคิดว่าคงจะเป็นกลิ่นดอกไม้ในพวงมาลัยบุหงาที่ทูลเกล้าฯ ถวายเมื่อรับเสด็จตอนเสด็จพระราชดำเนินมาถึง ขณะนั้นเราประหลาดใจกันแต่ว่า ผู้เชิญพวงมาลัยบุหงานั้นอยู่ไกลอีกฝากหนึ่งของสนาม กลิ่นหอมทำไมโชยมาไกลนัก...แต่เราก็ไม่ได้นึกอะไรมากนัก จนกระทั่งถึงเวลาจะเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฏรที่มาเฝ้าเรียงรายในบริเวณวัด ขณะเสด็จผ่านพระเจดีย์ สมเด็จพระนางเจ้าฯ ผินพระพักตร์กลับมาหาผู้เขียน และรับสั่งว่า
    “หลวงปู่ขาวก็มาด้วย”

    1758121337298.jpg

    พระราชอาญาไม่พ้นเกล้าฯ พระสุรเสียงนั้นดูเหมือนทรงปลื้มปีติจนทอดพระกรมาทรงจับมือผู้เขียนไว้ด้วย แม้รับพระราชกระแสนั้นไว้เหนือเกล้าแล้ว แต่ผู้เขียนก็ยังงงๆ อยู่ กราบบังคมทูลถามไปว่า
    “หลวงปู่มาหรือเพคะ ข้าพระพุทธเจ้าไม่เห็นท่าน หลวงปู่ท่านนั่งอยู่ตรงไหนเพคะ”
    พระองค์ทรงรับสั่งว่า “ได้กลิ่นชานหมากของท่าน”
    ผู้เขียนขนลุกซู่ นึกถึงกลิ่นหอมคล้ายบุหงาที่พวกเราคุยถึงกันอยู่ตลอดเวลาเมื่อสักครู่นี้ ชานหมากของหลวงปู่ขาวนั้น ในบรรดาหมู่ลูกศิษย์ทราบกันดีว่าหอมอย่างไร ผู้จัดถวายจะจัดใบเนียม พิมเสน ฯลฯ สารพัดใส่ไปในหมากด้วย กำลังกราบหลวงปู่เราจะได้กลิ่นหอมของเหล่านี้ ซึ่งคล้ายกับกลิ่นบุหงาโชยอยู่ตลอดเวลา และเราเองหลายต่อหลายครั้งที่หากนึกถึงหลวงปู่ นึกห่วงใย จะได้กลิ่นหอมของพิมเสน ใบเนียม ชานหมากของท่านอยู่เสมอๆ
    เลยกราบบังคมทูลว่า พวกเราและหลายท่านในคณะตามเสด็จ ก็ได้กลิ่นหอมกันทั้งนั้น รวมทั้งสมเด็จพระเทพฯ ก็ยังทรงออกพระโอษฐ์ด้วย เพียงแต่มิใดมีใครนึกเฉลียวใจเท่านั้น ว่าเป็นกลิ่นชานหมากของหลวงปู่
    เช้าวันรุ่งขึ้นได้มีโอกาสนำหนังสือ “อาจาราภิวาท” ที่พวกเราจัดพิมพ์แจกในงานนั้น ไปกราบคารวะท่านพระอาจารย์เทสก์ เทสรังสี ที่วัดหินหมากเป้ง จังหวัดหนองคาย ท่านก็ถามถึงเรื่องเสด็จพระราชดำเนินและงานเปิดเจดีย์พิพิธภัณฑ์ ผู้เขียนเล่าถวายเรื่องเหตุการณ์โดยทั่วไป และขณะกำลังคิดว่าควรจะเล่าถวายเรื่องที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ มีรับสั่งเรื่องกลิ่นชานหมากของหลวงปู่ขาวดีไหมหนอ เดี๋ยวท่านพระอาจารย์ก็จะดุว่าเราสนใจแต่เรื่อง “ฤทธิ์” มากเกินไป สมควรเล่าหรือไม่หนอ...?
    กำลังคิดอยู่ขณะนั้นเอง ก็กลับได้กลิ่นหอมตลบขึ้นมา เป็นกลิ่นชานหมากอันหอมกรุ่นของหลวงปู่นั้นเอง
    ผู้เขียนคิดว่า ท่าน (หลวงปู่ขาว) เห็นว่าสมควรแน่แล้ว จึงกล้าเล่าเรื่องถวาย รวมทั้งเรื่องกลิ่นหอมที่บังเกิดใหม่ในขณะกำลังคิดลังเลว่า สมควรจะเล่าถวายท่านพระอาจารย์เทสก์ ดีหรือไม่ดีด้วย
    ท่านพระอาจารย์เทสก์แห่งวัดหินหมากเป้ง ยิ้มอย่างเมตตา และรับว่ากลิ่นหอมเช่นนี้เป็นได้เมื่อจิตของผู้รับ “เข้าถึง” ท่านบอกว่า นี่เป็นนิมิตอย่างหนึ่ง นิมิตมีทั้งภาพ ทั้งเสียง และทั้งกลิ่นหอม จิตของสมเด็จพระนางเจ้าฯ “เข้าถึง” และ “รับ” หลวงปู่ขาว ได้อย่างสนิทใจ
    บ่ายวันนั้น ผู้เขียนก็ได้เดินทางมากราบหลวงปู่ขาว ที่วัดถ้ำกลองเพล ได้มีโอกาสก็กราบเรียนรายงานท่านว่า เราเพิ่งกลับมาจากการรับเสด็จฯ ที่วัดป่าอุดมสมพร และไปกราบท่านพระอาจารย์เทสก์มาด้วย
    หลวงปู่ท่านก็ว่า...ดี
    กราบเรียนท่านต่อไปถึงเรื่องแม่เจ้าทรงรับสั่ง
    งานหลวงปู่ฝั้น อาจาโร วานนี้ หลวงปู่ไปด้วยหรือเปล่าเจ้าคะ
    ท่านบอกว่า ไป...ไปหลายคนเนาะ
    เอ๊ะ ! หลวงปู่อยู่นี่ หลวงปู่ไปได้อย่างไงเจ้าคะ
    ไปด้วยนี่...ไปด้วยจิต ท่านตอบ พลางเอามือชี้ไปที่ตรงอกของท่าน
    คงมีเทพมามากใช่ไหมเจ้าคะ ตอนพ่อเจ้าทรงชักโกศบรรจุอัฐิของหลวงปู่ฝั้น อาจาโร จะให้ขึ้นไปบรรจุบนยอดเจดีย์ มีแสงรัศมีปรากฏงามมากเจ้าคะ งานนี้คงมีเทพมาอนุโมทนามากเหมือนกันใช่ไหมเจ้าคะ
    ท่านว่า มาก...หลาย...เต็มไปหมด ถือพานดอกไม้มาบูชา...อนุโมทนา
    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ
    แหนบรุ่น ๒ หลวงปู่ขาว
    อนาลโย วัดถ้ำกลองเพล ปี ๒๕๑๙

    ให้บูชา 250 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ ปิดรายการ

    IMG_20250917_215557.jpg IMG_20250917_215625.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 18 กันยายน 2025
  5. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,118
    ค่าพลัง:
    +21,459
    5g.jpg 1758197610194.jpg get_auc1_img (33).jpeg


    พระที่หลวงปู่หงษ์ พรหมปัญโญ ถึงกับก้มกราบ ทั้งที่ไม่รู้จักกัน
    มีครั้งหนึ่ง หลวงปู่หงษ์ ท่านได้รับนิมนต์ มางาน พุทธาภิเษก พอดีมาช้ากว่าปรกติ พอหลวงปู่หงษ์ มาถึง ท่าน "เห็น" พลังพระองค์หนึ่งเสกวัตถุมงคล เป็นพลังเหมือนพายุลมหมุนออกจากตัว หมุนเป็นเกลียว ทั้งใหญ่ทั้งแรง ขึ้นสู่ท้องฟ้า แล้วตกลงมา กระจายเป็นเหมือนระเบิดปรมณู แผ่พลังเต็มพิธี สู่วัตถุมงคล รอบอณาเขตนั้น
    นอกจากนี้ ยังเห็นพระอินทร์ ท่านมายืนอนุโมทนา ด้วย
    คนที่เห็นหลวงปู่หงษ์มา ก็เลยไปนิมนต์ ท่านขึ้นธรรมมาสน์เสก แต่ปรากฎว่า หลวงปู่หงษ์ ไม่ยอมขึ้น ท่านบอกพระองค์นั้น องค์เดียว ก็เกินพอแล้ว. พอพิธีเสร็จ. หลวงปู่หงษ์ จึงเข้าไปก้มกราบ หลวงปู่หมุน ด้วยความนอบน้อม ด้วยใจเคารพ เป็นที่ปราบปลื้มใจของผู้พบเห็นมาก
    ทั้งๆที่ ทั้งสององค์นี้ไม่รู้จะกันมาก่อน.....
    หลวงปู่หงษ์ ท่านปรารถนาพุทธภูมิ บารมีเต็ม
    หลวงปู่หมุน ก็ปรารถนาพุทธภูมื บารมีเต็ม เหมือนกัน แต่ไม่แน่ใจ ว่าท่านลาหรือยัง แต่จิตหลวงปู่หมุนยังอยู่ คอยช่วยลูกหลาน ลูกศิษย์ท่านอยู่
    หลวงพ่อกวย อีกองค์ ครับ ปรารถนาพุทธภูมิ และไม่เหมือนใครด้วย คือลูกศิษย์ จะเกิดตายกี่รอบ ท่านก็ยังอยู่ที่วัดโฆสิตาราม ช่วยลูกศิษย์อยู่ ตามสัจจะวาจา ที่ท่านอธิษฐานใว้ จนกว่า วัดจะหมดไป หรือหมดเขตพุทธศาสนานี้ครับ
    ขอบารมี หลวงปู่หมุน หลวงปู่หงษ์ หลวงพ่อกวย คุ้มครองปกปักษ์รักษา ข้าพเจ้า ครอบครัว ลูกศิษย์ และทุกคนที่ศรัทธา ให้พ้นเคราะห์ ปลดหนี้ มีโชค มีเงิน มีงาน ค้าขายดี ตามปรารถนา สาธุครับ
    พระขุนแผนยอดขุนพลเล็ก
    1 ในชุดเหรียญชอบเงินสดเสาร์5 ปี43 หลวงปู่หมุนร่วมปลุกเสก สภาพสวยสมบูรณ์ ของดีพุทธคุณสูง
    พิธีมหาพุทธาภิเษก ณ อุโบสถ์วัดสุทัศน์ ในวันเสาร์ 5 วันที่ 8 เมษายน 2543(ในชุดรุ่นชอบเงินสด) ซึ่งในปีนี้เป็นการปลุกเสกครั้งยิ่งใหญ่จัดเป็นพระดี มวลสารดี พิธีศักดิ์สิทธิ์ พุทธคุณสูง พิมพ์มาตราฐานที่น่าเก็บสะสมบูชา
    สุดยอดพระดีพิธีใหญ่พุทธคุณสูงหลวงปู่หมุนปลุกเสก
    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูง

    ให้บูชา 200 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ(ปิดรายการ)

    IMG_20250918_183515.jpg IMG_20250918_183538.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 19 กันยายน 2025
  6. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,118
    ค่าพลัง:
    +21,459
    FB_IMG_1758200177384.jpg
    " บุญเท่านั้นที่ควรรีบทำไม่ว่าในเวลาไหน
    คนที่ยังต้อง เกิด แก่ เจ็บ ตาย
    ต้องขวนขวายทำบุญ
    คนไม่ประมาทต้องเร่งทำบุญ "
    .
    --- พระคติธรรม สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ
    สมเด็จพระสังฆราช (อยู่ ญาโณทโย) วัดสระเกศ
    ยอดหมอดู
    พระอาจารย์กล่าวว่า "สมเด็จพระสังฆราช (อยู่) วัดสระเกศ เป็นสุดยอดหมอดู เพราะเป็นหมอดูที่สามารถบอกได้เกินตำรา แบบเดียวกับหลวงปู่จง วัดหน้าต่างนอก
    สมเด็จพระสังฆราชญาโณทโยมหาเถระ วัดสระเกศ ท่านบอกว่าท่านจะตายวันนั้น เดือนนั้น ปีนั้น เวลาฟ้าร้องพอดี ตำรามีแบบนี้หรือวะ ?
    คนเขาบอกว่าท่านเก่งหมอดู ดูแม่นมาก มีหมอดูที่ไหนบอกได้ว่าวันนั้นเวลานั้นฟ้าจะร้อง ?
    ตอนช่วงที่ท่านเป็นสมเด็จพระราชาคณะแล้ว อายุตั้ง ๙๐ พรรษาแล้ว อายุยืนมาก ตอนนั้นสมเด็จพระสังฆราชกิตติโสภณมหาเถระ เป็นสมเด็จพระสังฆราช ทำบุญฉลองอายุ ๗๒ พรรษา
    ถึงเวลาสวดมนต์เสร็จก็นั่งฉันวงเดียวกัน สมเด็จพระสังฆราชวัดสระเกศก็บอกว่า "เมื่อคืนผมตรวจดูตัวเอง ผมจะได้เลื่อนอีกขั้นหนึ่ง"
    ตัวเองเป็นสมเด็จพระราชาคณะสุพรรณบัตร เลื่อนอีกชั้นหนึ่งก็ต้องเป็นพระสังฆราชนะสิ..!
    สมเด็จพระสังฆราช วัดเบญจฯ ก็เลยประชดว่า "เลื่อนเข้าโกศกระมัง ?" ว่าอย่างนั้น ปรากฏว่าหลังจากนั้นไม่กี่วันสมเด็จพระสังฆราช วัดเบญจฯ อายุ ๗๒ ปีสิ้นพระชนม์
    สมเด็จฯ วัดสระเกศ อายุ ๙๐ ปี เป็นสมเด็จพระสังฆราชอีก ๒ ปี ท่านแม่นเกินเหตุจริง ๆ"
    "แบบเดียวกับหลวงปู่จง วัดหน้าต่างนอก กำนันเถาขึ้นเหนือหายไปเป็นเดือน ปกติกำนันเถาจะเป็นตัวป่วนประจำตำบลบางนมโค
    ตอนนั้นหลวงปู่ปานมรณภาพแล้ว ไม่มีใครปราบกำนันเถา เมียก็มาร้องห่มร้องไห้กับหลวงปู่จง เอาดอกไม้ธูปเทียนมาบอกว่า
    "หลวงพ่อเจ้าขา ช่วยดูพี่เถาให้หน่อยว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร หายขึ้นเหนือไปเป็นเดือนแล้ว" ห่วงผัวตายหรือห่วงผัวจะได้สาวเหนือมาก็ไม่รู้ ?
    หลวงปู่จงเปิดตำราพรหมชาติ แล้วอ่านว่า "สิทธิการิยะ พระท่านว่ากำนันเถาเอาเรือมาจอดที่หน้าบ้านแล้ว" แล้วท่านก็เอากระดาษคั่นไว้
    เมียได้ยินดีใจ กราบลาได้กลับบ้านเลย รุ่งขึ้นเอาปิ่นโตมาถวายเพล บอกว่าพี่เถากลับมาเวลาที่หลวงพ่อบอกพอดี ส่วนหลวงพ่อวัดท่าซุงท่านก็แปลกใจ ตำราอะไรบอกได้ขนาดนี้ ?
    หลวงปู่จงท่านเอากระดาษคั่นไว้ก็ไปเปิดดู กลายเป็นนาคสมพงษ์ตำราหาคู่ สรุปแล้วพระที่บอกเกินตำราได้นี่หายากนะ ไม่ต้องไปสงสัยว่าท่านรู้ได้อย่างไร ท่านก็บอกว่าท่านอ่านตามตำรา ตอนเราไปอ่านไม่ยักจะมี"
    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
    เก็บตกจากบ้านเติมบุญ ต้นเดือนมกราคม ๒๕๖๐
    ที่มา : เว็บวัดท่าขนุน
    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ
    สมเด็จพระสังฆราชอยู่วัดสระเกศท่านเป็นอาจารย์ของหลวงปู่เริ่มปรโม วัดจุกกะเฌอหลวงพ่อวิเวียรวัดดวงแขและครูบาอาจารย์อีกหลายท่าน
    เหรียญสมเด็จพระสังฆราชอยู่ ปี ๒๕๐๖

    ให้บูชา 350 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    IMG_20250918_194200.jpg IMG_20250918_194237.jpg
     
  7. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,118
    ค่าพลัง:
    +21,459
    FB_IMG_1758203210155.jpg FB_IMG_1758203213580.jpg FB_IMG_1758203215606.jpg FB_IMG_1758203218580.jpg FB_IMG_1758203221433.jpg


    หลวงพ่อบอกว่า. …พระภายนอก เพื่อถึงพระภายใน
    พระของเราที่ทำนั้นสมบูรณ์ครบถ้วนทุกอย่างแล้ว

    เป็นไปเพื่อความสุข สงบ ร่มเย็น และถึงสันติสุข จริงๆ
    เหรียญสันติสุข วัดหลวงพ่อสด สร้างปี 2550
    เหรียญรุ่นสันติสุข ทำพิธีพุทธาภิเษก ในวันพฤหัสบดี ที่ 19 เมษายน พ.ศ.2550 ณ วัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี โดยมี เจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เป็นองค์ประธานสงฆ์จุดเทียนชัย
    พระสุปฏิปันโน ที่ร่วมอธิษฐานจิตปลุกเสกพระรุ่นนี้ ได้เเก่
    – พระราชพรหมเถร (วีระ คณุตตฺโม) รองเจ้าอาวาสและอาจารย์ใหญ่ฝ่ายวิปัสสนาธุระ วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ
    – พระราชญาณวิสิฐ (เสริมชัย ชยมงฺคโล) เจ้าอาวาสวัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม
    *(ปัจจุบันคือ พระเทพญาณมงคล)
    – หลวงปู่หงษ์ พฺรหฺมปญฺโญ วัดเพชรบุรี จ.สุรินทร์
    – หลวงปู่แผ้ว ปวโร วัดกำแพงแสน อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม
    – หลวงปู่เจือ ปิยสีโล วัดกลางบางแก้ว อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม
    – ฯลฯ
    เหรียญเนื้อทองเเดงส่วนหนึ่ง ได้มอบให้เเก่ทหาร / ตำรวจ เเละผู้ปฏิบัติหน้าที่ใน 3 จังหวัดชายเเดนภาคใต้เหรียญสันติสุข มี 2 เนื้อ คือ
    1 นวะโลหะ ไม่มีห่วง สร้างจำนวน 10,000 เหรียญ ตอกโค้ดด้านซ้ายองค์พระ มอบเป็นที่ระลึกผู้ทำบุญที่วัดหลวงพ่อสด
    2 ทองเเดง มีห่วง สร้างจำนวน 50,000 เหรียญ
    2.1 แจกทหาร ตำรวจ เจ้าหน้าที่ประจำ ๓ จังหวัดภาคใต้ จำนวน 20,000 เหรียญตอกโค้ดเฉพาะรุ่น
    2.2 มอบเป็นที่ระลึกผู้ทำบุญ 30,000 เหรียญ ตอกโค้ดคล้ายเลข 8
    พิธีพุทธาภิเษกพระกริ่งและเหรียญ รุ่น “สันติสุข”
    ในวันพฤหัสบดีที่ ๑๙ เมษายน (วันขึ้น ๓ ค่ำ เดือน ๖) พ.ศ. ๒๕๕๐
    เริ่มพิธีเจริญพระพุทธมนต์ เวลา ๑๖.๐๐ น.
    ณ มณฑลพิธี (ชั้น ๓) ศาลาสมเด็จพระพุฒาจารย์
    วัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี ๗๐๑๓๐
    โดย
    เจ้าประคุณ สมเด็จพระพุฒาจารย์ อธิบดีสงฆ์ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร กรุงเทพฯ
    อธิษฐานจิตขั้นสุดท้าย ก่อนส่งมอบให้ทหาร/ตำรวจ
    เจ้าประคุณ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ อธิบดีสงฆ์ วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ กรุงเทพฯ
    องค์ประธานสงฆ์จุดเทียนชัย เวลา ๑๖.๕๙ น.
    พล.อ.ไพศาล กตัญญู รองผู้บัญชาการทหารบก
    ประธานพิธีฝ่ายคฤหัสถ์จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย เวลา ๑๖.๐๐ น.
    และส่งเทียนชนวนให้ประธานสงฆ์จุดเทียนชัย เวลา ๑๖.๕๙ น.
    พระวิปัสสนาจารย์ เจริญจิตตภาวนาอธิษฐานพุทธาภิเษกพระ ได้แก่
    -พระราชพรหมเถร รองเจ้าอาวาสและอาจารย์ใหญ่ฝ่ายวิปัสสนาธุระ วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ กรุงเทพฯ
    -พระราชญาณวิสิฐ เจ้าสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดราชบุรี (แห่งที่ ๑) เจ้าอาวาส วัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี
    -พระครูปราสาทพรหมคุณ (หลวงปู่หงษ์ พฺรหฺมปญฺโญ) วัดเพชรบุรี จ.สุรินทร์
    -พระปู่แผ้ว ปวโร วัดกำแพงแสน อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม
    -พระสมุห์เจือ ปิยสีโล วัดกลางบางแก้ว อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม
    และคณะพระวิปัสสนาจารย์/คณะวิทยากร (อุบาสก–อุบาสิกา) ฝ่ายวิปัสสนา วัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี
    #วัตถุประสงค์
    พระเหรียญรุ่น “สันติสุข” เนื้อโลหะทองแดง ๒๐,๐๐๐ องค์ เพื่อแจกให้เป็นกำลังใจทหาร – ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ประจำอยู่ ณ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้
    พระเหรียญรุ่น “สันติสุข” เนื้อโลหะทองแดง ๓๐,๐๐๐ องค์ กับเนื้อนวโลหะ๑๐,๐๐๐ องค์ และพระกริ่ง รุ่น “สันติสุข” เนื้อนวโลหะ (เม็ดกริ่งสำเร็จด้วยโลหะพิเศษ) จำนวน ๙๙๙ องค์ เพื่อแจกให้เป็นที่ระลึกและบูชาพระรัตนตรัย แก่สาธุชน ผู้มีจิตศรัทธาร่วมเป็นเจ้าภาพ สร้าง “พระมหาเจดีย์สมเด็จฯ” และ/หรือ บริจาคบำรุงโครงการให้การศึกษา – อบรม – เผยแผ่ธรรมปฏิบัติ วัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี ๗๐๑๓๐
    #กำหนดการพิธีพุทธาภิเษก
    พระเหรียญและพระกริ่ง รุ่น “สันติสุข”
    วันพฤหัสบดีที่ ๑๙ เมษายน ๒๕๕๐
    เวลา ๑๕.๐๙-๑๕.๕๐ น. - บวงสรวงเทพยดาบูชาฤกษ์
    เวลา ๑๖.๐๐ น. - พล.อ.ไพศาล กตัญญู รอง ผบ.ทบ. ประธานในพิธีฝ่ายคฤหัสถ์ จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัยและรับศีล
    เวลา ๑๖.๐๐-๑๖.๕๐ น. - พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร เสร็จแล้วถวายจตุปัจจัยไทยทาน
    พระสงฆ์กระทำอนุโมทนา
    เวลา ๑๖.๕๙ น. - พล.อ.ไพศาล กตัญญู ประธานฝ่ายคฤหัสถ์นำเทียนชนวนถวายแด่ เจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ประธานพิธีฝ่ายสงฆ์ เพื่อจุดเทียนชัยและอธิษฐานจิต
    - พระพิธีธรรมสวดอัญเชิญพระพุทธมนต์พุทธาภิเษกพระ
    - พระวิปัสสนาจารย์ เจริญจิตตภาวนาอธิษฐานจิต
    เวลา ๑๙.๒๙ น.- พระครูปราสาทพรหมคุณ(หลวงปู่หงษ์) ดับเทียนชัย
    - ถวายจตุปัจจัยไทยทานแด่พระวิปัสสนาจารย์ และพระพิธีธรรม
    - พระสงฆ์กระทำอนุโมทนา
    - เสร็จพิธี

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    ให้บูชา 250 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    IMG_20250918_204147.jpg IMG_20250918_204213.jpg
     
  8. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,118
    ค่าพลัง:
    +21,459
    1758193668877.jpg
    1758194350416.jpg
    เหรียญพระแก้วมรกต รุ่นบูรณะฉัตร ปี 2531 พิธีวัดพระแก้ว (หลวงปู่ดู่ร่วม ปลุกเสก)
    เหรียญพระแก้วมรกต รุ่นบูรณะฉัตร ปี 2531 พิธีวัดพระแก้ว
    โดยใช้มวลสาร ยอดฉัตร ณ วัดพระแก้วมา ผสมมวลสาร
    สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงพระมหากรุณาธิคุณเสด็จมาประกอบพิธีพุทธาภิเษกด้วยพระองค์เอง
    มีพระเกจิอาจารย์ผู้ทรงวิทยาคมในขณะนั้นร่วมปลุกเสกหลายองค์ อาทิ หลวงปู่ดู่ วัดสะแก หลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง ฯลฯ
    เสร็จพิธี หลวงปู่ดูไปปลุกเสก เหรียญ ที่วัดราชบพิธต่อ..
    ประวัติการสร้าง
    เหรียญพระแก้วมรกต รุ่นบูรณะฉัตร เนื้อทองคำ พิมพ์ใหญ่ ปี 2531 น้ำหนัก 15.2กรัม ปลุกเสกวัด ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ( วัดพระแก้ว กรุงเทพฯ ) พิธีพุทธาภิเษกอย่างยิ่งใหญ่ ถือเป็นเหรียญที่มีคุณค่ามากค่ะ เนื่องจากใช้มวลสาร ยอดฉัตร ณ วัดพระแก้วมา ผสมมวลสาร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงพระมหากรุณาธิคุณเสด็จมาประกอบพิธีพุทธาภิเษกด้วยพระองค์เอง
    ตามความเชื่อ สิ่งที่สูงที่สุดของสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้นย่อมได้แก่ "ฉัตรทองคำ" ดังนี้ พระเครื่องรุ่นที่มีความเกี่ยวข้องกับ "ฉัตรทองคำ" แล้วจึงถือว่าเป็นมงคลสูงสุดในชีวิตโดยเฉพาะอย่างยิ่งเหรียญนี้ซึ่งด้านหน้าเป็นพระแก้วมรกต อันเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของชาวไทย ด้านหลังยังมี "ฉัตรทองคำ" อีกด้วย

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    ให้บูชา 200 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ (ปิดรายการ)

    IMG_20250918_180438.jpg IMG_20250918_180503.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 19 กันยายน 2025
  9. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,118
    ค่าพลัง:
    +21,459
    1758222107011.jpg

    สายเหนียวแห่งสามเหลี่ยมมรกต เสื้อเกราะอีสาน
    สายเหนียวแห่งสามเหลี่ยมมรกต อีกรุ่นที่มากด้วยประสบการณ์ ทหาร ตำรวจ รู้ดี
    พระเกจิผู้เรืองวิชาทั้งด้านคาถาอาคมต่างๆ และยังเป็นพระเกจิสายวิปัสสนากรรมฐาน ที่เคร่งครัดในข้อวัตรปฏิบัติอีกด้วยคัฟ เป็นที่เคารพนับถือของชาวอุบลโดยเฉพาะ
    อำเภอนาจะหลวยสมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ท่านเปรียบเสมือนเสาหลักของชาวบ้าน เพราะอำเภอนาจะหลวยอำเภอและน้ำยืน ติดกับชายแดนเขมรทำให้พื้นที่แถบนั้นมีความอันตราย จากผู้ร้ายชายแดนและกับระเบิดเป็นอย่างมากใครที่มีวัตถุมงคลของท่านไว้ต่างก็อุ่นใจ ไล่ตั้งแต่พระผงพิมพ์แหวกม่านมีประสบการณ์สูงมากแม้แต่หลวงปู่ชาแห่งวัดหนองป่าพง ยังให้ความเคารพนับถือในข้อวัตรปฏิบัติของท่าน จึงควรค่าแก่การสะสมและบูชา
    หลวงปู่มั่น ทัตโต เกิดที่บ้านจิกก่อ ในเขตอําเภอวารินชําราบ จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อ พ.ศ.2420 จึงนับอายุได้ 101 ปี ในพ.ศ. 2521 นี้
    หลวงปู่มั่น มีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันรวม 8 คน หลวงปู่เป็นคนโต น้องชายคนที่ 4 ของ หลวงปู่ ซึ่งชื่อ บุญมา ขณะนี้ ก็บวชเป็นพระอยู่กับหลวงปู่ และได้ติดตามหลวงปู่ไปไหนมาไหนอยู่ตลอดเวลา ในขณะนี้ก็มีอายุนับได้ถึงปีนี้ 75 ปีแล้ว ส่วนน้องคนสุดท้องก็ยังมีชีวิตมี อายุกว่า 60 ปีแล้ว
    หลวงปู่มั่น ทัตโต บรรพชาเป็นสามเณร เมื่ออายุได้ 15 ปี ครั้นอายุครบเกณฑ์ ก็ถูกเกณฑ์เป็นทหารจึงต้องลาสิกบท เพื่อไปรับราชการทหาร รวม 2 ปี ครั้นเมื่อได้ปลดประจําการมาแล้ว ก็ได้อุปสมบท เมื่ออายุได้ 23 ปี จนถึงปัจจุบันนี้ นับได้นานเกือบ 80 พรรษาแล้ว นับได้ ว่าเป็นพระภิกษุสงฆ์ ที่มีอายุยืนยาว และพรรษากาลสูงมากยิ่งองค์หนึ่งในปัจจุบันนี้ และมีลูกศิษย์ลูกหาเคารพนับถือ มากมายทั่วประเทศไทยหลวงปู่มั่น ทัตโต เคยบอกเล่าว่าตัวท่านกับท่าน ภูริทัตโตมหาเถระ หรือ หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต นั้นเป็นเพื่อนกันมาแต่เยาว์วัยแม้กระทั่งเมื่ออยู่ในสมณเพศ ก็ได้เคยธุดงค์มาพบกันบ่อยๆได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้กัน บางตามธรรมดาของสหายทางธรรม ซึ่งหลวงปู่มั่น ทัต โต ก็ได้กล่าวชมเชยว่า หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต นั้นท่านมีความรู้ความสามารถทางด้านการเผยแพร่ธรรมมะสูงยิ่ง ความสําเร็จทางด้านญาณสมาธิของท่านที่ยอดเยี่ยม
    พระอาจารย์ของ หลวงปู่มั่น ทัตโต นั้นท่านได้เปิดเผยว่า คือ พระอาจารย์กอง วัดศรีจันทราราม อ.วารินชําราบ จ.อุบลราชธานี หลังจากที่ได้ศึกษาธรรมจนแตกฉานแล้ว ก็ได้ฝึกอบรมวิปัสสนากรรมฐาน จนมีความชํานาญแล้ว ก็ได้ออกธุดงค์ พร้อมกันนั้นก็ศึกษาในด้านวิชาไสยศาสตร์ไปด้วย เมื่อได้ฝากตัวเป็นศิษย์ ของอาจารยไสยศาสตร์ ชื่อดังในยุคนั้น อาจารย์ได้ให้ ถือสัจจะขอหนึ่ง คือการไม่เป็นลอดสะพาน หรือลอดกอาคาร ที่สูงตั้งแต่สองชั้นขึ้นไป รวมทั้งมีให้ขึ้นยานพาหนะที่มีหลังคาเป็นที่บันทุกของ หรือคนนั่งได้และหามแม้กระทั่งการเดินลอดสะพานที่มีโครงเหล็ก หรือ โครงไม้อยู่ข้างบนนั้นด้วย สัจจะข้อนี้ หลวงปู่มั่น ทัตโต บอกว่าได้เริ่มปฏิบัติมาตั้งแต่ พ.ศ. 2435 มาจนถึงบัดนี้หลวงปู่มั่น ทัตโต มีปฏิปทาเป็นที่น่าเคารพเลื่อมใส ถือสันโดด และสมถะไม่สะสมทรัพย์สมบัติใด แต่ก็มิได้ละเลยต่องานพัฒนาวัดวาอาราม หรือเสนาสนะสงฆ์นั้น ท่านก็ได้สร้างมาแล้ว อย่างเช่นวัดบ้านบก ต.โนนโหนน อ.วารินชําราบ จ.อุบราชธานี นั้นท่านก็ได้ยพัฒนามา แต่ พ.ศ. 2460 จนเจริญรุ่งเรื่อง และมีเสนาสนะสงฆ์ที่สวยงาม โดยมิได้บอกบุญชาวบ้านเลย เพียงแต่ทานนั่งเป่ากระหม่อม และประพรมน้ำพระพุทธมนต์ให้แก่ผู้ที่ไปกราบไหว้ ขอศีลขอพรจากท่าน เพียงชั่วเวลาไม่กี่ปีก็มี ผู้ร่วมกันบริจาคปัจจัยให้เป็นเงินล้าน ในสมัยนั้นซึ่งนับว่า เป็นปาฏิหาริย์ที่น่าอัศจรรย์ ว่าการลงกระหม่อม หรือลงน้ำมันจากท่านนั้น จะปรากฏผลทางด้านแคล้วคลาด หรือยงคงกระพันชาตรี เป็นที่น่าพึ่งจริงๆ ทางด้านที่ว่า “เมตตา มหานิยม” นั้น หลวงปู่มั่น ทัตโต ก็ได้ชื่อว่ามีความศักดิ์สิทธิ์ทางด้านนี้ เป็นหนึ่งในพุทธจักร แต่ท่านก็ สอนประดาศิษย์อยู่เสมอว่า อย่าถือว่าเป็นลูกศิษย์ท่านก็จะเก่งทุกคน คนจะเก่งไม่เก่งก็อยู่ที่การประพฤติปฏิบัติของตนเอง ประพฤติดี ปฏิบัติดี ที่ชื่อว่าเก่งและมีความดีความเจริญรุ่งเรือง ตรงกับข้าม ถ้าประพฤติชั่ว ปฏิบัติชั่ว ก็จะได้ชื่อว่า เป็นคนโฉด ที่เลวทราม จะได้รับแต่ความ ทุกข์ความทรมาน และต้องชดใช้กรรมทั้งในโลกนี้และโลกหน้า ซึ่งก็เท่ากับว่าท่านสอนว่า ทําดี ได้ดี ทําชั่วก็ได้ชั่ว ตรงตามพุทธวัจนะ นั่นเองในสมัยที่ หหลวงปู่มั่น ทัตโต เดินธุดงค์อยูตามป่าตามเขานั้น หลวงปู่บอกว่าได้เคยผจญกับความยากลําบากและภยันตรายร้อยแปด แต่หลวงปู่มั่น ทัตโต ได้ผ่านพ้นนอุปสรรคและภยันตราย เหล่านั้น มาได้ด้วยสมาธิอันแน่วแน่ และอาคมอันศักดิ์สิทธิ์ พิชิตภูตผีปีศาจและมารร้ายต่างๆ
    การเดินธุดงค์ในสมัยนั้น ต้องบุกป่าฝ่าดงดิบที่ไม่เห็นแสงเดือนแสงตะวัน และเต็มไปด้วยความขึ้นแฉะและสัตวที่ ดุร้ายมีอันตรายทั้งเล็กจิ๋ว อย่างตัวทาก ไปจนถึงใหญ่เท่า ช้าง แต่ก็เป็นที่น่าแปลกใจ ที่สัตว์เหล่านั้น มิได้มาทำร้ายกรายกีด หลวงปู่มั่น แม้แต่น้อย ตรงกันข้าม สัตวใหญ่ๆ ที่ ดุร้ายอย่างเสือ หรือช้าง กลับมาหมอบเฝ้า เหมือนหนึ่งจะคอยให้การอารักขาแก่หลวงปู่มั่น ทัตโตเสียด้วยซ้ำไป บางครั้งหลวงปู่ก็ต้องเสกใบไม้ฉันต่างอาหารเพราะธุดงค์อยูในป่าจะหาบ้านเรือนผู้คนไม่พบเลยสักหลังคากะต๊อปเดียว
    เมื่อ พ.ศ. 2460 หลวงปู่มั่น ทัตโต ได้รับอาราธนามาจําพรรษาที่วัดบ้านบก ต.โนนโหนน อ.วารินชําราบ ที่มีหลวงปู่ได้พัฒนาถาวรวัตถุ ซึ่งเป็นเสนาสนะสงฆไว้มากจน เรียกได้ว่า มีความเจริญรุ่งเรืองมาจนถึงทุกวันนี้ ครั้นได้พัฒนาวัดนี้ได้สําเร็จแล้ว หลวงปู่กออกธุดงค์ต่อไปอีกวัดหนึ่ง ที่หลวงปู่รับอาราธนาไปอยู่จําพรรษาในระยะหลังที่มีอายุเกิน 80 ปีแล้ว ก็คือวัดบ้านค้อ ต.ดงประดิษฐ์ อ.เดชอุดม จ.อุบลราชธานี แต่อยู่ได้ไม่นานท่านก็เบื่อชาวบ้านย่านนั้น มีจิตใจโหดร้ายต่อสัตว์ป่าท่านจึงมีความตั้งใจที่จะกลับไปอยู่วัดบ้านบก ก็พอดีมีชาวบ้านอีกแห่ง มานิมนต์ให้ท่านไปช่วยสร้างวัดขึ้นที่หมู่บ้านซึ่งมีอยู่เพียงไม่กี่หลังคาเรือน ท่านก็รับอาราธนาด้วยดี ปรากฏว่าเมื่อได้ตั้งวัดขึ้นในหมู่บ้านนี้ ก็มีชาวบ้านหมู่อื่นๆ มาสมทบด้วยอีกมิ น้อย จนทําให้หมู่บ้าน “ทุ่งเต้น” เจริญขึ้นอย่างรวดเร็วมีบ้านเรือนหนาแน่น หลวงปู่ จึงได้เปลี่ยนชื่อเสียใหม่เพื่อให้เป็นมงคลนามว่า บ้านโนนเจริญ วัดที่ท่านสร้างขึ้นจึงได้ ชื่อว่า วัดบ้านโนนเจริญ ปัจจุบันรอบๆ หมู่บ้านแห่งนี้มีผู้ก่อการร้ายอยู่มาก การเข้าออกไปมาหาสู่กับหลวงปู่เป็นไปได้ยากลําบาก แต่สําหรับหลวงปู่นั้
    นั้น ผู้ก่อการร้ายต้องยอมจํานน เพราะไม่สามารถที่จะคิดร้ายต่อหลวงปู่ได้สําเร็จ
    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ
    พระผงรูปเหมือนซุ้มดอกไม้หลวงปู่มั่น ทัตโต อายุ๑๐๐ปี
    ปี ๒๕๒๐
    .ให้บูชา 270 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    IMG_20250919_015014.jpg IMG_20250919_015045.jpg
     
  10. SIR2010

    SIR2010 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    3,201
    ค่าพลัง:
    +5,891
    จองครับ
     
  11. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,118
    ค่าพลัง:
    +21,459
    FB_IMG_1758267201426.jpg

    ท่านเจ้าคุณนรรัตน์ฯ วัดเทพศิรินทราวาส เคยปรารภกับผู้ใกล้ชิดว่า
    .
    "...สำหรับพระเครื่องที่อาตมาพบว่ามีพลังมากที่สุดก็คือ พระสมเด็จของเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พฺรหฺมรังสี แห่งวัดระฆังโฆสิตาราม เพราะพลังจิตของท่านสูงและบริสุทธิ์อย่างแท้จริง อีกทั้งชินบัญชรคาถา ก็เป็นพระคาถาที่ได้ร้อยกรองมาอย่างดี อาตมาใช้สวดในการอธิษฐานจิตเป็นประจำ.."
    เจ้าคุณนรฯกล่าวว่า
    "ใครไม่มีพระสมเด็จโต บูชาพระสมเด็จของฉันแทนได้เหมือนกัน"
    โกศล.... ลุงไม่เกิดอีกแล้วนะ ชาตินี้เป็นชาติสุดท้าย..!!!!”
    นี่ก็หมายความอย่างชัดแจ้งที่สุดว่า พระภิกษุพระยานรรัตนราชมานิต (ธมฺมวิตกฺโกภิกขุ)ท่านรู้ชัดด้วยญาณปัญญาของท่านเป็นที่แน่นอนแล้วว่า บัดนี้ การเวียนว่ายตายเกิดในวัฏสงสารแห่งท่าน ได้มาถึงยังจุดอันเป็นที่สุดแล้ว การเกิดครั้งใหม่ต่อไปมิได้มีอีกแล้ว ชาตินี้เป็นชาติสุดท้ายของท่านแล้ว
    วัตถุมงคลชุดนี้ สร้างขึ้นในปี พ.ศ.2513 ประกอบด้วย พระสมเด็จสายรุ้ง วัดศีลขันธ์ เป็นหลัก และยังมีพระเนื้อผง และโลหะอีกมากมายนับสิบพิมพ์ โดยวัตถุมงคลชุดนี้ เจ้าคุณนรฯ วัดเทพศิรินทร์ ได้อธิษฐานจิตให้เมื่อปลายสรงปี พ.ศ.2513 ซึ่งเป็นวัตถุมงคลชุดสุดท้ายที่ท่านอธิษฐานจิตก่อนที่จะมรณภาพ
    วัตถุมงคลชุดนี้ มีหลายสิบพิมพ์

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    พระผงพิมพ์น้ำเจ้าคุณนร พิมพ์สองหน้าสายรุ้งเนื้อผงน้ำมัน หาไม่ยากหาได้ที่นี้

    ให้บูชา 350 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    IMG_20250919_141753.jpg IMG_20250919_141722.jpg
     
  12. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,118
    ค่าพลัง:
    +21,459
    index.jpeg

    อภินิหารและประสบการณ์เหรียญกลมกนกข้างพ.ศ.2536
    นายหนวด เชยสายชล อยู่บ้านเลขที่ 23 หมู่8 ต.ต้นโพธิ์ เป็นพนักงานขับรถบัดสายสุพรรณบุรีโดนจี้เกิดการต่อสู้ปรากฏว่ากระสุนยิงไม่ออก และโดนฟันด้วยมีดก็ฟันไม่เข้า นายหนวดได้ห้อยคอบูชาเหรียญหลวงพ่อฉาบเป็นเหรียญกลมกนกข้างปีพ.ศ.2536 อยู่ในคอเพียงเหรียญเดียว นายหนวดรอดชีวิตมาได้เพราะพุทธคุณเหรียญหลวงพ่อฉาบได้ช่วยชีวิตไว้ เรื่องอภินิหารและประสบการณ์วัตถุมงคลหลวงพ่อฉาบมีมากจนทำให้วัตถุมงคลทุก ๆ รุ่นเป็นที่รักและห่วงแหนเช่าหากันในราคาที่ค่อนข้างสูงมาก ความเชื่อและเลื่อมใสในองค์หลวงพ่อ มีมากจนสุดจะหาสิ่งใดมาเปรียบเทียบได้ แม้กระทั่งหลวงพ่อไม่สบายป่วยไม่สามารถเดินทางได้ ทางวัดสะเดา จัดพิธีปลุกเสกวัตถุมงคลได้นิมนต์หลวงพ่อฉาบไปนั่งปรกปลุกเสกแต่หลวงพ่อฉาบท่านไม่สามารถเดินทางไปได้ ทางวัดสะเดา ด้วยความศรัทธาเลื่อมใสอย่างมากได้เฝ้าอุตส่าห์จูงสายสินจากวัดสะเดามาตามถนนโยงมาถึงวัดศรีสาครซึ่งมีระยะทางมากกว่า 6 กิโลเมตรและนิมนต์กราบขอให้หลวงพ่อฉาบได้อธิษฐานจิตปลุกเสกวัตถุมงคลให้ ท่านลองคิดดูซิว่าระยะทาง 6 กิโลจะต้องใช้ด้ายสายสินมากขนาดไหนก็เพียงหลวงพ่อฉาบได้อธิษฐานจิตปลุกเสกให้ก็เป็นใช้ได้และก็ใช้ได้จริง ๆ เพราะถึงจะไกลแต่พุทธคุณก็ไม่ได้ยิ่งหย่อนหรือลดน้อยถอยลดแต่อย่างใด ปรากฏว่าวัตถุมงคลรุ่นนี้มีประสบการณ์คุ้มครองป้องกันอุบัติเหตุให้ผู้บูชาได้รอดพ้นภยันตรายต่าง ๆมาแล้วมากมาย
    หลวงพ่อฉาบท่านเป็นพระไม่เหมือนใคร เพราะท่านจะอยู่แต่ในกุฏิของท่าน ท่านจะรับแขกตอนก่อนฉันเพลเท่านั้นส่วนในเวลาอื่นก็จะปิดประตูไม่มีใครสามารถเข้าไปในกุฏิของท่านได้ ท่านไม่ยอมออกจากกุฏิไปไหนเลยร่วม 30 ปี แต่เป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจอยู่ว่าในแต่ละวันจะมีคนมาจากภาคใต้บ้าง ภาคเหนือบ้าง มาที่วัดเพื่อจะมากราบท่าน
    ประสบการณ์เหรียญ นายสน่ำ มาโนนาท เจ้าของลิเก คณะโนนาท เรืองนาม ไปปิดวิดแสดงที่ภาคอีสาน มีนักเลงมาขอเข้าดูฟรี 20 กว่าคน นายสน่ำ ไม่ให้เข้า โดนนักเลงรุมแทง ปรากฏว่าแทงไม่เข้า นายสน่ำ ได้ห้อยคอติดเหรียญรุ่น1 หลวงพ่อฉาบอยู่ในคอเพียงเหรียญเดียว นายสน่ำ คุยให้ฟังว่าที่รอดตายมาได้เพราะพุทธคุณเหรียญรุ่น1 หลวงพ่อฉาบได้ช่วยชีวิตไว้
    อาจารย์สมพงษ์ วินิจ เป็นศิลปินดีเด่นสาขาประติมากรรมประจำจังหวัดสิงห์บุรี สังกัดคณะกรรมการสภาวัฒนธรรมแห่งชาติได้เล่าให้ฟังว่า นายทองเติม วินิจ เป็นพี่ชาย เป็นช่างหล่อพระในขณะที่นั่งขัดผิวพระอยู่ ได้มีคนจีน อาแปะวัยประมาณ 60 ปี ได้นั่งรถเก๋งมาจอดที่หน้าโรงงาน แล้วเข้ามาถามหาพระสงฆ์รูปหนึ่งมีรูปร่างสูงใหญ่เคยบอกว่าท่านอยู่วัดแห่งหนึ่งอยู่ อ.เมือง จ.สิงห์บุรี ชื่อวัดศรี แต่จำไม่ได้ว่าวัดศรีอะไร อาแปะได้อธิบายบอกถึงลักษณะต่าง ๆ แก่ช่างทองเติมอย่างละเอียด จนช่างทองเติม บอกกลับไปว่าใช่หลวงพ่อฉาบ วัดศรีสาครหรือไม่ อาแปะร้อง เออ ใช่แล้ว ช่างทองเติมถามว่ามีอะไรเหรอ อาแปะคนจีนได้เล่าเรื่องราวให้คุณทองเติมฟังว่า เขามีบ้านอยู่เยาวราชจะทำบุญใส่บาตรทุกเช้า ได้พบและใส่บาตรหลวงพ่อรูปนี้และได้ถวายดอกเบญจมาศ วางลงบนฝ่าบาตรหลวงพ่อฉาบ เมื่อหลวงพ่อได้รับแล้วก็ได้หยิบเอาดอกเบญจมาศพร้อมคืนให้อาแปะแล้วกล่าวกับเค้าว่าให้โยมเอาดอกไม้ไปบูชาพระที่บ้านเพราะหลวงพ่ออยู่ไกลอยู่วัดศรีสาคร อ.เมือง จ.สิงห์บุรี เกรงว่าดอกไม้จะเหี่ยวแล้วเค้าก็ได้รับดอกไม้กลับไปบ้าน แล้วลืมนำไปไหว้พระไปวางไว้บนตู้จนเวลาผ่านไป 20 กว่าวันต่อมาได้มาเห็นดอกเบญจมาศวางอยู่บนตู้ยังอยู่ในสภาพปกติไม่เหี่ยวเฉาแม้แต่น้อยจึงเกิดเหตุประหลาดใจทำให้เกิดแรงบันดาลใจอยากทราบความเป็นจริงว่าหลวงพ่อองค์นั้นอยู่ที่ จ.สิงห์บุรีจริงหรือไม่ ท่านต้องไม่ใช่ธรรมดาหรือเป็นอริยะสงฆ์อย่างแน่นอนจึงได้เดินทางมาถามหาหลวงพ่อด้วยความศรัทธาเลื่อมใสยิ่งนัก วัดศรีสาครอยู่ห่างจากโรงงานคุณทองเติมเพียง 2 กม.เท่านั้น คุณทองเติมได้ฟังจากคำบอกเล่าของอาแปะ ก็ได้ขันอาสานำทางพาอาแปะคนจีนไปที่วัดศรีสาครเมื่ออาแปะได้ไปที่วัดศรีสาครแล้วได้เห็นหลวงพ่อฉาบ นั่งบนเก้าอี้อยู่นอกชานกุฏิของท่านถึงกับตลึงรำพึงกล่าวเสียงขึ้นว่า โอ้ใช่แล้วหลวงพ่อองค์นี้ล่ะ แล้วรีบเข้าไปกราบหลวงพ่อฉาบในทันทีเรื่องนี้อาจารย์สมพงษ์ วินิจ น้องชายคุณทองเติม วินิจกล่าวว่าหลวงพ่อฉาบท่านสามารถถอดกายทิพย์ไปบิณฑบาตรในสถานที่แดนไกลได้จริง
    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ
    .....250 ....
    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ
    เหรียญรุ่น 4 หลวงพ่อฉาบวัดศรีสาครรุ่นประสบการณ์เลี่ยมพร้อมแขวนบูชาครับ

    ให้บูชา 220 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ(ปิดรายการ)

    IMG_20250919_152445.jpg IMG_20250919_152509.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 19 กันยายน 2025
  13. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,118
    ค่าพลัง:
    +21,459
    FB_IMG_1758276921826.jpg FB_IMG_1758276924532.jpg


    พระสิวลี วัดราษฎนิยมธรรม
    ลป.เที่ยง วัดราษฎรนิยมธรรมลป.โต๊ะวัดประดู่ฉิมพลีเสกสร้างปื2521เนื้อว่าน108 ผสมผงพุทธคุณ มี 5 พิมพ์
    มีพิมพ์หลวงพ่อเที่ยง พิมพ์สมเด็จพิมพ์สิวลีพิมพ์นางกวักพิมพ์คะแนนพิธีใหญ่ เกจิดังๆหลายท่าน มีหลวงปู่โต๊ะ วัดประดูฉิมพลีผงเกสรมวลสารของหลวงปู่โต๊ะ ซึ่งหลวงปู่ให้มากดพิมพ์รอไว้ก่อนที่วัดหนองผักชีและผงเก่าจากวัดสามปลื้มซึ่งหลวงพ่อเที่ยงเจ้าอาวาสในสมัยนั้นอยู่ที่วัดสามปลื้มมาก่อนจากนั้นทางการได้ส่งให้หลวงพ่อมาสอนหนังสือที่วัดหนองผักชีและดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสเมื่อหลวงพ่อเที่ยงจัดสร้างพระหลวงปู่โต๊ะจึงมาช่วยเพราะมีความสนิทกันตั้งแต่ตอนอยู่ วัดสามปลื้มนับว่าเป็นของดีพุทธคุณเปี่ยมล้นพระที่ออกมามีลักษณะคลายวัดประดู่ฉิมพลี

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    ให้บูชา 300 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    IMG_20250919_171634.jpg IMG_20250919_171657.jpg
     
  14. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,118
    ค่าพลัง:
    +21,459
    1758273086558.jpg

    “ไม่ต้องเอาหรอกเนาะคงกระพันชาตรีมันเจ็บไปอยู่ไหนคนเขาก็อยากลองเมตตาดีกว่าเมตตาทั่วทั้งสามแดนโลกธาตุ ไปอยู่ไหนคนก็รัก ไปอยู่บนภูเขาก็มีคนเอาข้าวไปให้กิน”
    พ่อแม่ครูอาจารย์หลวงปู่จื่อ พันธมุตโต
    "พุทธคุณของดี เหนือกว่าประสบการณ์ คือบ่มีประสบการณ์ บ่มีเหตุร้าย นั่นละจึงจะชื่อว่าของดีจริง"
    ...คติธรรม... หลวงปู่จื่อพันธมุตโต
    -เมื่อมีโยมคนนึงมาถามท่านเรื่อง วัตถุมงคล ของท่านว่าทำไมจึงไม่ค่อยมีประสบการณ์ หรืออุบัติเหตุแค้ลวคลาดปลอดภัย ฟันแทงไม่เข้าคงกระพันชาตรี. ท่านจึงเมตตาตอบไปว่า"ประสบการณ์ทั้งหลายจะ ให้ดีต้องไม่มีประสบการณ์เลย"พระเดชพระคุณท่านก็อธิบายว่า เมื่อห้อยวัตถุมงคลของปู่อยู่นั้น หนึ่งมันเป็นมงคลอย่างยิ่งแล้ว ไม่มีเหตุเพศภัยอันใดเกิดขึ้น มันดีที่สุดแล้ว ดีกว่าต้องไปผจญกับเหตุร้ายหรือผจญกับประสบการณ์ก่อนจะรู้ว่าดี

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสุดครับ

    พระผงรูปเหมือนผสมเกศาหลวงปู่จื่อ วัดป่าเขาตาเงาะอุดมพร จ.ขอนแก่น
    คณะศิษย์การบินไทยสร้าง
    ปี ๒๕๕๑ เป็นอีกหนึ่งในวัตถุมงคลยุคเก่าของท่านครับ

    ให้บูชา 300 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    IMG_20250919_141823.jpg IMG_20250919_141845.jpg IMG_20250919_141922.jpg
     
  15. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,118
    ค่าพลัง:
    +21,459
    วันนี้จัดส่ง
    1758286540842.jpg 1758286542379.jpg
    ขอบคุณครับ
     
  16. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,118
    ค่าพลัง:
    +21,459
    FB_IMG_1758368226785.jpg FB_IMG_1758368223898.jpg

    เหรียญรุ่นนี้หลวงพ่อพรหม วัดขนอนเหนือ ท่านนั่งปรกนานกว่า 4 ชั่วโมง.......
    เหรียญหลวงปู่ภูวัดช้าง นครนายก
    หลวงพ่อภู ภัททญาโณ นับว่าเป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังรูปหนึ่ง ท่านมีพลานุภาพทางกระแสจิตเป็นพิเศษ มีอำนาจทางจิตที่แข็งแกร่งและมั่นคง ท่านได้บำเพ็ญเพียรฝึกมาเป็นเวลานานจากหลายๆ อาจารย์ ตั้งแต่การเดินธุดงค์เมื่อครั้งยังเป็นสามเณรอยู่ ท่านเป็นศิษย์หลวง พ่อนก หลวงพ่อเหลือ หลวงพ่อพร้อม วัดหนองหมู และได้ออกธุดงค์พร้อมกับพระอาจารย์ทราย ที่สำคัญท่านเป็นศิษย์ก้นกุฏิหลวงพ่อเกิด วัดสะพาน ผู้เป็นอุปัชฌาย์ และได้รับการถ่ายทอด วิทยาคมจนเกิดความเชี่ยวชาญ
    หลวงพ่อภูท่านนี้ ท่านเป็น 1 ใน 2 ศิษย์คนสนิทหลวงพ่อเกิด วัดสะพานเลยนะครับ ลูกศิษย์อีกรูปนึงคือหลวงพ่อชม วัดท่าทราย เเต่หลวงพ่อภู ท่านเป็นศิษย์ผู้พี่..หลวงพ่อเกิด ท่านเลยประสิทธิ์ประสาทวิชา อาคมต่างๆให้กับหลวงพ่อภูจนหมด ทั้งวิชาปลาไหล( เป็นเคล็ดวิชาที่หลายคนไม่เคยเรียนที่ไหน คือเมื่อมีใครมาจับตัวเรา จับเท่าไหร่ก็ไม่สามารถจับได้อยู่ ลื่นไหลเหมือนมีเมือกปลาไหลอยู่ที่ตัว ) วิชาการทำตะกรุด วิชายาสมุนไพร เเละเวทมนต์คาถาต่างๆ จนหลวงพ่อเกิด มรณะภาพลงในปี 2499 หลวงพ่อภู ท่านจึงจำพรรษาอยู่ที่วัดช้าง จนได้รับตำเเหน่งเป็นเจ้าอาวาส เเละได้จัดทำวัตถุมงคล ออกมาไม่กี่รุ่น ทุกรุ่นล้วนมีประสบการณ์ต่างๆมากมาย หลวงพ่อภู ได้ถ่ายทอดวิทยาคมต่างๆ ให้กับอาจารย์ต๊ะ ซึ่งได้เป็นเจ้าอาวาสองค์ต่อมา .....หลายคนยังจำได้ใช่มั้ยครับ กับเหรียญหนุมาน ที่มีคนลองเอาไปยิง ทั้งๆที่ยิงในระยะหนึ่งฟุต ก็ยังยิงไม่โดน จนทำให้หลายคนศัทธาเเละเช่าหากันจนเเทบหมดนครนายก
    เหรียญหลวงพ่อภู หลวงพ่อพระครูภัทรกิจโกศล (หลวงพ่อภู) ภัททญาโณ อดีตเจ้าอาวาสวัดช้าง ปี 2532
    พิธีพุทธาพิเษกใหญ่ภายใต้การกำกับดูแลพิธีการ โดยพระครูธวัชภัทราภรณ์ (อาจารย์ต๊ะ) อดีตเจ้าอาวาสวัดช้าง เลขานุการหลวงพ่อภู ในสมัยนั้น และคณะกรรมการ ศิษยานุศิษย์หลวงพ่อภู ร่วมจัดสร้าง เพื่อสมทบทุนสร้างตึกสงฆ์อาพาธ โรงพยาบาลบ้านนา นครนายก
    โดยพระเถระคณาจารย์ ทั่วสารทิศ นับว่าเป็นพิธีพุทธาพิเษกครั้งใหญ่ของทางวัดช้างพิธีนึงเลยทีเดียว ในพิธีครั้งนั้น หลวงพ่อพรห์ม ท่านมานั่งปรกให้กับทางวัดช้าง ด้วยกัน 2 รอบ รอบพิธีการกลางวัน 1 รอบ และเมตตามานั่งปรกให้รอบ 2 อีกครั้ง ในครั้งนั้นหลวงพ่อท่านนั่งปรกนานกว่า 4 ชั่วโมง และในการพิธีครั้งนั้น พระอาจารย์สาท (โม่ง) ธรรมโชติ วัดขนอนเหนือ พระหลานชายของหลวงพ่อพรห์ม ได้รับนิมนต์อาราธนาติดตามหลวงพ่อมาร่วมพิธีการ ในครั้งนั้นด้วยกัน
    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ
    เหรียญหลวงปู่ภู วัดช้าง

    ให้บูชา 250 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    IMG_20250920_184220.jpg IMG_20250920_184243.jpg
     
  17. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,118
    ค่าพลัง:
    +21,459
    FB_IMG_1758370773636.jpg

    ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ผู้คนที่มีพระอมของท่านจะแคล้วคลาดอันตรายทุกคนด้วยชาวสามโคกมีอาชีพในการทำ อิฐมอญเผาและก็ทำนา ชาวบ้านเล่าสู่กันฝังว่าเมื่อใดที่ลงไปในน้ำมักจะใช้พระอมของหลวงพ่อหอมที่ มีขนาดเล็กอมไว้ใต้ลิ้นทำให้ปลอดภัยจากสิ่งชั่วร้ายต่างๆที่มากับน้ำแม้กระ ทั้งปลิงดูดเลือดยังไม่เกาะ


    ประวัติพระครูธีรานุวัตร ท (หลวงปู่หอม) วัดบางเตยกลาง อ.สามโคก จ.ปทุมธานี
    หลวงปู่หอม เดิมว่า เปรื่อง นามสกุล ศิลปี เกิดเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2459 โยมบิดาชื่อ แปลก โยมมารดา ชื่อ เปลื้อง นามสกุล ศิลปีโยมแม่มีเชื้อสายรามัญประกอบอาชีพในการทำนาค้าขายเมื่อเติบโต ขึ้นมาเล่าเรียนเขียนอ่านตามสมัย จบแล้วก็ช่วยเหลือพ่อแม่ประกอบอาชีพ จนกระทั่งอายุครบบวช จึงได้บวชที่วัดไผ่ล้อม ต.บ้านงิ้ว อ.สามโคก จ.ปทุมธานี พระอธิการจ่าง เกสโร วัดไผ่ล้อมเป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์ช่วงเป็นพระคู่สวดภายหลังอุปสมบทได้รับฉายาว่า ”รามธมฺโม” แต่แรกนั้นท่านตั้งใจว่าจะบวชเพียงพรรษาเดียว ด้วยช่วงนั้นทางวัด กำลังก่อสร้างปรับปรุงบูรณะเสนาสนะต่าง ๆ พระอาจารย์เป๋ เจ้าอาวาส วัดบางเตยกลาง ชักชวนให้ช่วยเหลืองานด้านการก่อสร้าง ท่านก็อยู่ช่วยเหลือประกอบกับพระอาจารย์เป๋ ชราภาพมากด้วยจึงช่วยงานทางวัดตลอดมา พระหอม พระหนุ่มผู้มุ่งมั่นในด้านวิชาอาคมมาตั้งแต่เป็นฆราวาส เมื่อโอกาสก็เดินทางไปขอฝากตัวเป็นศิษย์ของหลวงปู่ช่วง ซึ่งท่านนี้เป็นเกจิอาจารย์รูปหนึ่งแห่งลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาเหมือนกัน เสียดายที่ท่านไม่เคยสร้างเหรียญรูปเหมือนแม้แต่พระอาจารย์ของปู่ช่วง คือ หลวงปู่แดง ก็ไม่มีการสร้างเหรียญหรือรูปเหมือนเช่นเดียวกันนอกจากจะศึกษาวิทยาคมและ หลักการสร้างพระเครื่องแล้วหลวงปู่หอม ยังได้เล่าเรียนวิชาจากหลวงปู่ช่วงเอาไว้มาก โดยเฉพาะด้านวิปัสสนากรรมฐาน จนมีความรอบรู้พอสมควรนอกจากนี้ยังได้ไปเล่าเรียนศึกษา จากพระอาจารย์อื่นๆ อีกหลายท่านด้วยกันเป็นเจ้าอาวาส ด้วยพระอาจารย์เป๋ เจ้าอาวาสองค์ชราภาพ แล้วมรณภาพลง เจ้าคุณพระปทุมวรนายก (สอน) เจ้าอาวาสวัดเทียนถวาย และเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี เห็นว่าพระอาจารย์หอมมีความสามารถทางด้านช่าง และเหมาะสมที่จะเป็นเจ้าอาวาส จึงให้พระอาจารย์หอม ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2484 ด้วยพรรษาของพระอาจารย์หอมตอนนั้น 5 พรรษาท่านเป็นเจ้าอาวาสปกครองวัดมาตั้งแต่ พ.ศ. 2484 มาจนถึงปัจจุบันเมื่อเป็นเจ้าอาวาส ได้ค่อยๆ พัฒนาวัดมาโดยตลอดจนปัจจุบัน วัดบางเตยกลางเป็นวัดที่ใหญ่โตทีเดียว มีสิ่งก่อสร้างครบทุกอย่าง พระภิกษุสามเณร ปฏิบัติวัตร อย่างเคร่งครัด วัดบางเตยกลาง ตั้งอยู่ริมถนนสายปทุมธานี อ.เสนา สร้างขึ้นมาแต่สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ เดิมชื่อวัดมอญแปลง แล้วเปลี่ยนมาเป็นวัดแค วัดส้มปีส่วนชื่อตามภาษารามัญเรียกกันว่า”วัดเปิ้ง” วัดเปิ้งวัด นี้ท่านพระยามไหศวรรค์ นำทัพไปปราบเงี้ยว มาถึงวัดนี้เห็นว่าเป็น ที่สงบร่มรื่นแล้วได้แวะพักทัพแล้วได้ตั้งอธิษฐานให้ได้ชนะเมื่อเสร็จศึกใน การปราบเงี้ยว ได้มาบูรณะวัดที่ทรุดโทรมให้มั่นคงแข็งแรงจากหลักฐานวัดนี้ได้รับพระราชทาน วิสุงคามสีมา เมื่อปี 2420สำหรับเจ้าอาวาสที่พอจะสืบทราบประวัติมีด้วยกัน 6 รูป ปัจจุบันคือ พระครูธีรานุวัตร หรือที่ชาวบ้านเรียกกันอย่างสนิทปากว่า หลวงปู่หอม รามธมฺโม วัตถุมงคลขลังในช่วงสงครามโลกจะระเบิดขึ้น นั้น ท่านได้สร้างพระอมขึ้นมา อันเป็นตำราที่เล่าเรียนมาจากพระอาจารย์ที่ใช้ผสมในการทำพระเครื่องจะเขียน ตัว “นะ” ต่าง ๆ ยันต์ต่าง ๆ ลบเอาผงนั้นผสมพระอมของท่านพระเครื่องรุ่นนั้นองค์ไม่โตอะไรมากนัก ดังมากในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ผู้คนที่มีพระอมของท่านจะแคล้วคลาดอันตรายทุกคนด้วยชาวสามโคกมีอาชีพในการทำ อิฐมอญเผาและก็ทำนา ชาวบ้านเล่าสู่กันฝังว่าเมื่อใดที่ลงไปในน้ำมักจะใช้พระอมของหลวงพ่อหอมที่ มีขนาดเล็กอมไว้ใต้ลิ้นทำให้ปลอดภัยจากสิ่งชั่วร้ายต่างๆที่มากับน้ำแม้กระ ทั้งปลิงดูดเลือดยังไม่เกาะ แล้วก็มีการสร้างพระเครื่องขึ้นมา ต่อจากรุ่นพระอม จะเรียกว่าสร้างในช่วงเดียวกันก็ได้มีพระเครื่องที่สร้างขึ้นเป็นเนื้อผง ผสมทั้งหมด 6 พิมพ์ รวมทั้งพระผงอมด้วยก็ 7 พิมพ์ มีดังนี้ 1.พระผงสมเด็จ 3 พิมพ์ คือแบบฐาน 5 ฐาน 7 ชั้นแบฐาน 9 ชั้น 2.พระผงพิมพ์สมาธิ 3.พิมพ์นางพญา 4.พิมพ์โคนสมอเหล็ก 5.พิมพ์วัดพลับ มีทั้งปิดตาและสมาธิ สำหรับพระเครื่องเนื้อผงผสมเทียนชัย องค์จะเล็กแบบพระเม็ดน้อยหน่า หรืออาจจะเล็กกว่าด้วยซ้ำไป เนื้อจะออกดำแบบพรนะเม็ดน้อยหน่าพระของท่าน ทางแคล้วคลาดป้องกันภัยดีมาก ด้วยมีประสบการณ์มากมายมาแต่อดีต พอมาถึงตะกรุดคนถึงต้องการและเสาะหามากขึ้นจะถึงล้านดอกแล้ว
    ” เหรียญรุ่นแรก “
    นั้นชื่อว่าเหรียญนพเก้า สร้างขึ้นในปี 2515 ทรงกลม ในเหรียญมีพระพุทธรูปถึง 9 องค์ จึงเรียกว่านพเก้าจำนวนที่สร้างมีไม่มากนัก
    “ เหรียญรูปเหมือนรุ่นแรก “
    เป็นเหรียญรูปทรงไข่ ด้านหน้าเป็นท่านครึ่งองค์หน้าตรง ข้างๆ มีดอกบัวข้างละดอก เหนือศีรษะเขียนว่า “พระครูธีรานุวัตร (หอม)”ด้านหลังใช้ยันต์พระเจ้า 5 พระองค์ เหรียญรุ่นนี้มีด้วยกันสามเนื้อ
    1. เนื้อทองคำ 19 เหรียญ
    2. เนื้อเงินมี 99 เหรียญ
    3. เนื้อทองแดงรมดำ
    เป็นเหรียญที่นักนิยมสะสมเหรียญนิยมเก็บไว้บูชา
    “ เหรียญรุ่นที่สอง “
    สร้างขึ้นเมื่อปี 2519 ทรงรูปไข่ จะไม่ป่องออกกลมเหมือนเหรียญรุ่นแรก รุ่นนี้ท่านนั่งเต็มองค์ ด้านข้างมีดอกบัวข้างละดอก ยันต์ใช้ยันต์เหมือนเหรียญรุ่นแรก มี
    1. เนื้อเงิน 500 เหรียญ
    2. ทองแดง 10,000 เหรียญ

    “ เหรียญรุ่นที่สาม “
    นั้นมีเนื้อทองแดงอย่างเดียว รุ่นนี้มีพระเกจิอาจารย์ดังๆ ในยุคนั้นมาร่วมในพิธีหลายองค์ด้วยกันที่จำได้มีหลวงพ่อฟ้อน วัดป่างิ้ว หลวงพ่อเส็ง วัดบางนา หลวงพ่อหวล วัดกร่าง หลวงพ่อแพ วัดพิกุลทองฯนอกจากที่กล่าวมาแล้วยังมีการสร้างขึ้นมาอีกหลายรุ่นด้วยกัน ส่วนมากเป็นเหรียญแทบทั้งสิ้น
    เคยมีคนถามหลวงพ่อหอมว่า วัตถุมงคลของหลวงพ่อใช้ในด้านไหนเมตตาหรือคงกระพัน หลวง พ่อหอมบอกว่า อธิษฐานเอาเองใช้ได้ทุกอย่าง แต่ถ้าเราขาดการนึกถึง คุณบิดา คุณมารดา พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ก็เหมือนเราแขวนดิน เพราะฉะนั้น หลวงพ่อหอมจะบอกให้นึกถึงและปฏิบัติต่อบิดา มารดา เคารพพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ให้ดีชีวิตก็ดีขึ้นเจริญขึ้น หลวงพ่อหอมมีอายุ 90 ปี 69 พรรษา ลูกศิษย์และญาติโยมจึงพร้อมใจกันจัดงานทำบุญอายุ 90 ปีขึ้น และฉลองวิหารกับหล่อรูปเหมือนหลวงพ่อหอมด้วยในวันที่ 15 เมษายน พ.ศ.2549 หลวง พ่อหอม ได้มรณภาพลงอย่างสงบด้วยโรคชรา สิริอายุรวม 91 พรรษา 70 ก่อนหน้านี้ คณะศิษยานุศิษย์ได้นำหลวงพ่อหอม เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลนนทเวช เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2550
    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ
    เหรียญรุ่น ๓ หลวงปู่หอมวัดบางเตยกลาง ปี๒๕๒๖ ไม่ตอกโค๊ต

    ให้บูชา 200 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    IMG_20250920_192204.jpg IMG_20250920_192231.jpg
     
  18. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,118
    ค่าพลัง:
    +21,459
    bl.jpg 9p.jpg m1.jpg ri.jpg

    พระผง พุทธคุณหนุนนำส่งเสริมดวงชะตามิให้ตกต่ำ
    พุทธศิลป์งดงามเป็นเอกลักษณ์ สร้างจากสุดยอดมวลสารเข้มขลัง

    หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน
    หลวงพ่อหนุน วัดพุทธโมกข์

    ร่วมปลุกเสก

    พระพุทธทศบารมีราชาโชค
    เนื้อผงมหาสัมฤทธิ์
    หลังดวงราชาโชค

    ด้านหลังเป็นยันต์ดวงราชาโชคที่ครูบาอาจารย์ผู้รจนาว่าไว้ด้วยเรื่องของโชคลาภ
    และ อีกดวงเป็นดวงจักรพรรดิ์
    ซึ่งเป็นดวงของพระผู้จุดประทีปกลางดวงใจ
    "หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ"
    ดวงเหนือดวง พลังเหนือพลัง

    ผู้ใดได้ครอบครองยันต์ดวงนี้จะไม่มีตกต่ำ

    พระปางนี้มีน้อยคนนักที่จะทำได้
    สวยงาม หายาก
    ผงมวลสารสำคัญ มี

    ผงคำข้าว หางหมาก หลวงพ่อวัดท่าซุง
    ผงจักรพรรดิ์ ผงทำพระ หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ

    ผงสำคัญ ผงทำพระ
    หลวงพ่อหนุน วัดพุทธโมกข์
    และ อีกหลายอย่าง

    ผงอิทธิเจกรุวัดสัมฤิทธิ์
    ผงสำเร็จศักดิ์สิทธิ์โบราณอายุกาลหลายร้อยปี
    เด่นด้านเสริมโชคลาภ
    การงาน ล้างคุณไสย์ เมตตามหานิยม

    ผงลูกอมอิทธิเจมหาเสน่ห์
    ของหลวงพ่อสงวน วัดไผ่พันมือ
    เจ้าของตำนานวลี "ผงของข้า
    แม่แต่กะxรี่แก่ๆ ยังหาผัวได้ หัวกระไดไม่แห้ง"

    - อธิษฐาน ๑ ไตรมาศ
    จากพระภาวนาจารย์ในวาระเหมาะสม
    และเจริญพุทธมนต์สำคัญตลอดไตรมาส

    พิธีพุทธาภิเษกเสาร์ห้าเป่ายันต์เกราะเพชร
    วัดท่าขนุน 26 สิงหาคม 2560

    พิธีพุทธาภิเษกวันพระเจ้าเปิดโลก ปี2560
    กองทุนหลวงปู่ปานโสนันโท
    โดยมีพระเกจิอาจารย์มากมาย เช่น
    หลวงพ่อพิจารย์ วัดโพธิ์ผักไห่
    หลวงตาม้า วักถ้ำเมืองนะ
    หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน
    หลวงพ่อหนุน วัดพุทธโมกข์
    และพระสุปฎิปัณโณ
    สายพระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยาน
    เรือนพระกรรมฐาน ๑๐๐ ปีชาตกาล
    พระราชพรหมยานไพศาลภาวนานุสิฐฯ

    ได้เข้ากลั่นทำวิชชาธรรมกาย
    ปรับธาตุหนุนธาตุจากพระอาจารย์
    นิรนามผู้ทรงวิชชาธรรมกาย วัดปากน้ำภาษีเจริญ
    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ
    พระพุทธทศบารมีราชาโชค ผงมหาสัมฤทธิ์ ให้บูชา 450 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ (ปิดรายการ)

    IMG_20250920_210902.jpg IMG_20250920_210933.jpg IMG_20250920_210956.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 20 กันยายน 2025
  19. SIR2010

    SIR2010 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    3,201
    ค่าพลัง:
    +5,891
    จองครับ
     
  20. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,118
    ค่าพลัง:
    +21,459
    get_auc1_img (34).jpeg

    พระผงเนื้อว่านพิมพ์หลวงปู่มั่น(หลวงปู่เจี๊ยะอธิษฐานจิตปลุกเสก)
    จัดสร้างโดย หลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท วัดป่าภูริทัตตปฏิปทาราม จ.ปทุมธานี เมื่อปี พ.ศ.๒๕๓๙
    หลวงปู่เจี๊ยะท่านเป็นพระที่หลวงปู่มั่นเคยกล่าวให้คณะศิษย์ฟังว่าท่านเจี๊ยะท่านเป็นพระผู้ดั่งผ้าขี้ริ้วห่อทอง ซึ่งฉายานี้หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ท่านเป็นผู้กล่าวถึงหลวงปู่เจี๊ยะ
    และหลวงปู่มั่นท่านมีความเมตตาต่อหลวงปู่เจี๊ยะเป็นอย่างมาก ถึงขนาดที่ว่าท่านหลวงปู่ได้ยกฟันของตัวท่านเองให้กับหลวงปู่เจี๊ยะเก็บไว้
    พระผงรุ่นนี้หลวงปู่เจี๊ยะท่านได้รวบรวมเอาว่านยาสมุนไพรต่างๆที่ท่านได้เก็บรวบรวมไว้มาจัดสร้างเป็นพระพิมพ์พระอาจารย์มั่น ผู้เป็นครูอาจารย์ใหญ่ของหลวงปู่เจี๊ยะ กล่าวกันว่าพอสร้างพระรุ่นนี้เสร็จ หลวงปู่เจี๊ยะท่านได้ใช้เหล็กแหลมแทงไปที่แขนของท่านและมืออีกข้างกำพระรุ่นนี้ไว้ปรากฏว่าเหล็กแหลมนั้นไม่สามารถแทงที่แขนของท่านได้อย่างน่าอัศจรรย์ ปัจจุบันพระผงรุ่นนี้ไม่ค่อยพบเจอ ถือเป็นวัตถุมงคลในยุคต้นๆที่หลวงปู่เจี๊ยะได้จัดสร้างเอาไว้ครับ
    paragraph__1_717.jpg
    พุทธศาสนา ศาสนธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้านั้น เป็นสิ่งที่ประเสริฐที่สุดในโลก
    ไม่มีสิ่งใดที่จะเปรียบเทียบในบรรดาศาสนาทั่วสกลโลกนี้แล้ว
    จะเอามาเปรียบเทียบไม่ได้เลย ผิดกันไกลราวฟ้ากับดิน ทำไมถึงว่าเช่นนั้น
    เรานี่...เป็นคนซนที่สุด แก่นดื้อ พ่อแม่พอมีอันจะกินฐานะดีอยู่ แต่ไม่ได้เคยสนใจในเรื่องธรรมะเลย
    มัวแต่เที่ยวซุกซนตามประสาคนหนุ่ม คือว่าไม่มีวี่แววที่จะสนใจในเรื่องธรรมะเรื่องศาสนาเลยแม้แต่น้อย
    แต่เราคงมีบุญเก่าอยู่บ้าง บุญนั้นแหละชักจูงนำพาเข้ามาทางพระศาสนา
    ประกอบกับบิดามารดาเป็นผู้มีศรัทธา เชื่อเรื่องบาปกรรมอยู่เป็นพื้นเพนิสัยอยู่แล้ว
    อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ชักจูงเราให้เข้ามาทางศาสนาได้ บทเวลาได้มาบวช ใครๆ เขาก็แปลกใจ
    เพราะมันนิสัยขัดกับศาสนาที่อยู่ในกรอบอันดีงาม และมีระเบียบเรียบร้อย
    แต่สำหรับศาสนาเป็นเครื่องหล่อหลอมอยู่แล้ว และสอนมุ่งเน้นลงที่ใจ เมื่อเราเป็นคนจริงอยู่แล้ว
    จึงง่ายต่อการปฏิบัติ เพราะคนจริงย่อมถึงธรรมอันเป็นความจริง ไม่มากก็น้อย
    ใครๆ เขาก็แปลกอกแปลกใจที่เรายอมบวชแต่โดยดี ทั้งๆ ที่ชีวิตนี้ยังไม่เคยท่องคำว่า
    “นโม ตสฺส ฯลฯ” แม้แต่ครั้งเดียว เราไม่เคยดูถูกบุญ
    ดูถูกพระแต่ตอนนั้นมันห่วงสนุกซุกซนไปตามเรื่องไปตามวัย
    คนทั้งหลายเขาเรียกว่า “ไอ้ตัวแสบ” ไม่ใช่นักเลง แต่ไม่เกรงกลัวใคร แม้แต่นักเลง...
    เล่นอะไรก็ตาม ห้ามโกง เสียเท่าไหร่ไม่ว่า แต่อย่าโกง
    :b42: เข้าสู่การเป็นนาค
    การเตรียมตัวอุปสมบทต้องไปเป็นผ้าขาว รักษาศีลประพฤติธรรม
    เรียนรู้วัตรปฏิบัติที่จะพึงกระทำต่อวัดและครูบาอาจารย์
    จนท่านเห็นว่าสมควรก่อน ท่านถึงจะให้บวช
    ถ้าปฏิบัติไม่ได้ ทำไม่ได้ ท่านก็ยังไม่ให้บวช
    ธรรมเนียมพระป่ากรรมฐานท่านเคร่งครัดนักเรื่องเหล่านี้
    ไม่ใช่สุ่มสี่สุ่มห้ามาจากไหนจะมาบวชได้ง่ายๆ
    :b42: จิตรวมตั้งแต่เป็นนาค
    ครั้งหนึ่งตอนที่มาเข้านาคได้ไม่นานนัก อยู่ระหว่างการฝึกขานนาค ท่องบทสวดต่างๆ
    คืนหนึ่งฟังเทศน์ท่านอาจารย์กงมาฯ ท่านเทศน์ตามปกติทุกๆ วัน
    ท่านก็แสดงธรรมของท่านไปเรื่อยๆ เราก็ฟังเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง ท่านสอนให้ภาวนาพุทโธ
    เราก็ภาวนาพุทโธอยู่อย่างนั้น นั่งเข้าสมาธิฟังเทศน์อยู่อย่างนั้น อันนี้มันก็เป็นเหตุที่แปลกอยู่นะ
    พอเรานั่งภาวนา ฟังไปๆ จิตอยู่กับคำบริกรรม หูก็ได้ยินเสียงเทศน์ไปคือจิตก็ทำหน้าที่ของมัน หูก็ทำหน้าที่ของมัน มันเกิดเป็นสมาธิแต่ตอนนั้นเราไม่รู้ว่ามันเป็นสมาธิ มันรวมจนกระทั่งว่าไม่มีตัว ไม่มีตน ตัวตนหายหมดแล้วก็ปรากฏภาพนิมิต ที่ตัวเองนี้มาปรากฏหมอบลงไปฟุบกับกองทรายที่เป็นทรายขาวอยู่ในบริเวณวัดนั้นอย่างชัดเจนตัวนี้อ่อนไปหมด ปรากฏว่าในขณะนั้นเราปรากฏว่าตัวเองไม่มีตัวตนจนกระทั่งท่านแสดงธรรมจบลง เราถึงรู้สึกตัวตอนนั้นท่านแสดงธรรมนานมาก ทีหนึ่งเป็นชั่วโมงๆ ขึ้นไปเมื่อจิตถอนออกมา ออกจากที่ภาวนาก็คลานเข้าไปถามท่านว่า
    “ท่านอาจารย์ครับ เมื่อตะกี้ทำไมผมนั่งฟังเทศน์ท่านอาจารย์ ผมไม่มีตัว ตัวผมหายไปไหนแต่สักประเดี๋ยวตัวผมนี่ ไป...ไปหมอบอยู่ที่...ที่กองทรายนั่นน่ะ ทำไมมันถึงเป็นอย่างนั้นครับ”
    คำถามนี้เราถามท่าน เพราะก็อธิบายไม่ถูก และไม่รู้จะถามท่านอย่างไรเพราะตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเป็นเช่นนี้ ที่กล้าถามท่าน เพราะความตื่นเต้นตื่นตาตื่นใจที่ชีวิตหนึ่งชีวิตนี้เราได้เห็นอย่างนั้น ท่านก็บอกว่า
    ไม่ เป็นไร.เออทำไป.ทำไปดีแล้วนะ”ท่านว่าอย่างนั้น เราก็ภูมิใจว่าเราทำถูกต้อง
    การมีครูบาอาจารย์ดี ท่านรู้จริงผ่านการปฏิบัติมา
    สอนแบบมีหลักเกณฑ์ไม่สุ่มเดาจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก
    อาจารย์เป็นบัณฑิตท่านก็ย่อมสอนในแนวทางเจริญเพื่อความเป็นบัณฑิต
    แต่ถ้าอาจารย์โง่เขลาสอนแบบสุ่มสี่สุ่มห้ามันก็เหมือนคนตาบอดจูงคนตาบอดอาจารย์ก็ตาบอด
    แล้วจะมาสอนลูกศิษย์ที่ตาบอดอยู่แล้วให้ตาดี อันนี้มันเป็นไปได้ยากยิ่งนัก
    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    ให้บูชา 300 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    IMG_20250921_182957.jpg IMG_20250921_183019.jpg
     

แชร์หน้านี้

Loading...