ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,215
    ค่าพลัง:
    +97,153
    พลันที่นายดารา อิน ผู้แทนถาวรกัมพูชาประจำสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา ขึ้นกล่าวโจมตีประเทศไทยในวง ExCom (Executive Committee of the High Commissioner’s Programme) ซึ่งเป็นประชุมที่พิจารณานโยบาย วางงบประมาณ และกำหนดแนวทางการช่วยเหลือผู้ลี้ภัยทั่วโลก ไม่ได้เกี่ยวกับการเมืองเลยสักนิด
    ....
    ท่านเอกอัครราชทูต รองผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา คุณปรารถนา ดิษยทัต ก็ลุกขึ้นสวนทันที
    ....
    ขอบคุณท่านประธาน ด้วยความเสียใจอย่างยิ่งที่ประเทศไทยจำเป็นต้องขอใช้สิทธิ์ในการพูด เพื่อตอบต่อถ้อยแถลงของเพื่อนร่วมภูมิภาคจากกัมพูชา

    เวทีพหุภาคีเช่นนี้ไม่ควรถูกใช้เพื่อเผยแพร่ข้อมูลเท็จและข้อกล่าวหาที่ปราศจากมูล เพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง

    ประการแรก ประเทศไทยขอยืนยันอีกครั้งว่า หมู่บ้านที่ฝ่ายกัมพูชาอ้างถึงนั้นตั้งอยู่ในดินแดนของไทย การดำรงอยู่ของหมู่บ้านเหล่านี้เป็นผลจากการที่ประเทศไทยตัดสินใจเปิดพรมแดนในช่วงปลายทศวรรษ 1970 เพื่อให้ชาวกัมพูชาหลายแสนคนที่หลบหนีสงครามกลางเมืองในประเทศตนเองเข้ามาพักพิงในประเทศไทย

    นี่เป็นการตัดสินใจที่เกิดจากความเห็นอกเห็นใจและหลักมนุษยธรรม ซึ่งเป็นรากฐานของธรรมเนียมปฏิบัติด้านมนุษยธรรมอันยาวนานของประเทศไทย

    หมู่บ้านเหล่านี้ในตอนแรกเป็นเพียงที่พักพิงชั่วคราวในช่วงทศวรรษ 1980 สำหรับชาวกัมพูชาที่หลบหนีการสู้รบ ซึ่งผ่านการคัดกรองโดยสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) เพื่อรอการตั้งถิ่นฐานใหม่ในประเทศที่สาม

    อย่างไรก็ตาม หลังจากความขัดแย้งในกัมพูชาสิ้นสุดลงในช่วงทศวรรษ 1980 และที่พักพิงชั่วคราวได้ปิดตัวลงแล้ว ต่อมามีชาวกัมพูชาบางส่วนเข้ามาอยู่อาศัยในพื้นที่ดังกล่าว และขยายการตั้งถิ่นฐานออกไปอีก

    แม้ประเทศไทยจะได้ประท้วงหลายครั้งต่อการรุกล้ำเข้ามาในดินแดนไทย แต่รัฐบาลกัมพูชาไม่เคยตอบสนองหรือดำเนินการรับผิดชอบใด ๆ ในทางกลับกัน เมื่อไม่นานมานี้ กองทัพกัมพูชาได้กระตุ้นให้ประชาชนชาวกัมพูชา รวมถึงเด็ก สตรี และพระภิกษุ เดินทางเข้ามาในพื้นที่ เพื่อกระทำการยั่วยุประเทศไทย ซึ่งมีเจตนาเพื่อเพิ่มความตึงเครียด

    นี่เป็นการละเมิดอธิปไตยและกฎหมายภายในของประเทศไทยอย่างร้ายแรง อีกทั้งยังเป็นการละเมิดพันธกรณีภายใต้กรอบความร่วมมือทวิภาคีที่มีอยู่ และเป็นหลักฐานแสดงถึงความล้มเหลวของกัมพูชาในการปฏิบัติตามพันธกรณีภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศและอนุสัญญาเจนีวาฉบับที่ 4

    การกระทำของประเทศไทยซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานของมนุษยธรรมและความเป็นมิตรที่ดีต่อเพื่อนบ้าน ไม่ควรถูกตอบแทนจากกัมพูชาในลักษณะเช่นนี้

    .........“
    ประการที่สอง เกี่ยวกับเชลยศึก ประเทศไทยขอย้ำว่า เชลยศึกจำนวน 18 นายถูกจับกุมได้ระหว่างการสู้รบที่กัมพูชาเป็นฝ่ายเริ่มก่อน อันเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง

    บุคคลเหล่านี้ได้รับการดูแลอย่างปลอดภัยและมนุษยธรรมอย่างครบถ้วนตามกฎหมายสิทธิมนุษยชนและกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ

    คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) ได้เข้าถึงเชลยศึกเหล่านี้เป็นประจำ และอำนวยความสะดวกในการติดต่อกับครอบครัวของพวกเขา

    การคุมขังของพวกเขาไม่ใช่การลงโทษ แต่เป็นมาตรการเพื่อป้องกันไม่ให้ถูกนำกลับไปเข้าร่วมการสู้รบอีก พวกเขาจะได้รับการปล่อยตัวและส่งกลับประเทศเมื่อการสู้รบสิ้นสุดลง

    อย่างไรก็ตามจนถึงปัจจุบัน กัมพูชายังคงปลุกปั่นให้เกิดความรุนแรง ละเมิดข้อตกลงหยุดยิง และพยายามทำให้ประเด็นนี้กลายเป็นเรื่องระหว่างประเทศ แทนที่จะใช้กลไกทวิภาคีที่ได้ตกลงไว้ โดยเฉพาะสิ่งนี้ทำให้เกิดข้อสงสัยในความจริงใจและความสุจริตใจของกัมพูชาในการทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุแนวทางที่ตกลงกันไว้

    หลักฐานที่ชัดเจนของการปฏิบัติด้วยความสุจริตใจจากฝ่ายกัมพูชา จะเป็นกุญแจสำคัญต่อการหารือเพิ่มเติมของเราในอนาคต

    “ขอบคุณท่านประธาน”
    .....
    กัมพูชา วางแผนมาที่จะเล่นงานเราในทุกวงประชุมระดับนานาชาติ อย่าประมาท อย่าการ์ดตก
    ....

    https://www.facebook.com/share/15dAFwmwrB/
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,215
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ผมเอาเนื้อหามาจากเพจของคุณสรยุทธ กรรมกรข่าว ที่แปลข่าวจาก พนมเปญโพสต์ อีกที รายงานว่า
    ...
    เอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา ได้กล่าวโจมตีประเทศไทยว่าพยายามขยายดินแดนเข้ามายังกัมพูชา
    ....
    การบุกรุกด้วยอาวุธจากประเทศไทยได้ทำให้พลเรือนต้องพลัดถิ่น ทำลายบ้านเรือน วัดและเจดีย์ และปิดปากชุมชนที่เคยสงบสุข
    .....
    ที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นคือ ภัยคุกคามจากการขับไล่ครอบครัวชาวกัมพูชาจำนวนมากที่อาศัยอยู่ภายใต้การปกครองของเรามาหลายชั่วอายุคน ซึ่งเป็นการรณรงค์ภายใต้ข้ออ้างภายในประเทศที่ขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศและเพิกเฉยต่อข้อตกลงทวิภาคีระหว่างสองประเทศ
    ....
    ไม่ใช่แค่เหตุการณ์ชายแดน แต่เป็นการละเมิดระเบียบกฎหมาย กฎบัตรสหประชาชาติ และอนุสัญญาเจนีวาฉบับที่สี่ ซึ่งห้ามการบังคับโยกย้ายพลเรือน การทำลายหรือยึดทรัพย์สิน หรือการลงโทษหมู่ ไทยได้ทำมันมาตลอด
    .....
    ขอย้ำว่ากัมพูชาได้ใช้ความยับยั้งชั่งใจ เคารพกฎหมาย และยึดมั่นในหลักความยุติธรรมและมนุษยธรรมว่าความยุติธรรม และมนุษยธรรมต้องไม่ยอมแพ้ต่อการรุกราน (โดยไทย) กัมพูชาขอเรียกร้องให้มีการเข้าถึงความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมอย่างเร่งด่วน และรื้อถอนสิ่งกีดขวางที่ผิดกฎหมายรอบ ๆ ที่อยู่อาศัยของพลเรือน รั้วและบังเกอร์ต่าง ๆ ที่สร้างโดยไทย
    .....
    เขายังกล่าวอีกว่า ทหารกัมพูชา 18 นั้นฝ่ายไทยยังควบคุมไว้เพื่อเป็นตัวประกัน
    .....
    ในฐานะเอกอัครราชทูตกัมพูชา ข้าพเจ้ามีพันธะผูกพันไม่เพียงแต่ด้วยตำแหน่งหน้าที่ แต่ด้วยมโนธรรม จริยธรรม ที่จะปกป้องศักดิ์ศรีของประชาชนของเราชาวกัมพูชา เพื่อให้แน่ใจว่าน้ำตาของพวกเขา (ชาวกัมพูชา) จะไม่ถูกลืมเลือน และไม่ให้เสียงของพวกเขาถูกกลบด้วยเสียงแห่งความขัดแย้ง เพราะเมื่อกฎหมายถูกเหยียบย่ำและถูกปฏิเสธความเป็นมนุษย์ ความเงียบก็ไม่ใช่คุณธรรม แต่มันคือการยอมจำนน และการยอมจำนนนั้นไม่เคยเป็น และจะไม่มีวันเป็นเส้นทางของเรา
    .....
    เมื่อกล่าวจบ ฝ่ายไทยก็ลุกขึ้นตอบโต้ทันทีเช่นกัน


    .....

    https://www.facebook.com/share/p/1GRYEd6V2N/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,215
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สื่อชื่อดังระดับโลกเผยแพร่รายงานเมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว ระบุกัมพูชาเริ่มสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวด จากความขัดแย้งตามแนวชายแดนกับไทย การปิดด่านชายแดนและการไหลบ่ากลับประเทศของพวกแรงงาน กำลังก่อภัยคุกคามแก่เศรษฐกิจและบ่อนทำลายเสถียรภาพทางสังคม

    The Diplomat เผยแพร่รายงานพาดหัว (Cambodia is Beginning to Feel the Economic Costs of the Border Conflict With Thailand หรือ กัมพูชากำลังเริ่มรู้สึกถึงความเสียหายทางเศรษฐกิจจากความขัดแย้งตามแนวชายแดนกับไทย) เริ่มที่ ปอยเปย ด่านชายแดนใหญ่ที่สุดและพลุกพล่านที่สุดระหว่างกัมพูชาและไทย ครั้งหนึ่งเคยคึกคักและเต็มไปด้วยพลังงาน แต่เวลานี้ร่วงหล่นสู่ภาวะหลับใหล สะท้อนสถานภาพปัจจุบันในความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่าง 2 ชาติ ที่อยู่ในภาวะกระสับกระส่ายอันเนื่องจากการปิดด่านชายแดน ก่อความปั่นป่วนทางห่วงโซ่อุปทาน โรงแรมทั้งหลายต้องปิดบริการ ร้านอาหารเต็มไปด้วยความว่างเปล่า ตลาดต่างๆเงียบเชียบและสูญเสียรายได้

    รายงานของ The Diplomat ระบุว่าข้อพิพาทด้านชายแดนระหว่างกัมพูชาและไทย ซึ่งลุกลามสู่การปะทะช่วงสั้นๆในช่วงปลายเดือนกรกฏาคม นำมาซึ่งการเปิดด่านชายแดนระหว่าง 2 ชาติ ผลก็คือมันทำให้การค้าทวิภาคีที่มีมูลค่า 1,045 ล้านดอลลาร์ในปี 2024 สะดุดลงอย่างฉับพลัน ทั้ง 2 ประเทศต่างพึ่งพากระแสการค้าทวิภาคีนี้เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝ่ายกัมพูชา การค้ากับไทยคิดเป็นสัดส่วนถึง 8% ของการค้าต่างประเทศ ส่วนใหญ่แล้วเป็นการนำเข้า ผิดกับไทย ที่สัดส่วนของกัมพูชา มีไม่ถึง 2% กระนั้นแม้ความสูญเสียทางการค้าไม่ก่อความเสียหายร้ายแรงในระดับมหภาค แต่มันก็ส่งผลกระทบในระดับจุลภาคเช่นกัน

    ตามรายงานของสื่อแห่งนี้ บอกต่อว่าในบางภาคส่วนเศรษฐกิจของกัมพูชา ตลาดไทยถือว่ามีบทบาทสำคัญเป็นอย่างมาก อิทธิพลของไทยสามารถพบเห็นหลักฐานได้อย่างชัดเจน เมื่อมองไปยังชั้นวางทั้งหลายตามซูเปอร์มาร์เก็ต สินค้าจากไทยคิดเป็นสัดส่วนถึง 45% ของสินค้านำเข้าที่จำเป็น และ 27% ของผลิตภัณฑ์อาหาร ในทางกลับกัน ตลาดกัมพูชาก็มีความสำคัญกับไทยเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่นมันเป็นตัวแทนของการส่งออกเครื่องดื่มเกือบ 20% ความปั่นป่วนทางการค้าทำให้สินค้าไทยถูกทดแทนโดยผู้เล่นรายอื่นๆ ซึ่งได้แรงหนุนเพิ่มเติมจากความปรารถนาแบนสินค้าไทยในหมู่ผู้บริโภคกัมพูชา แต่กระนั้นสถานการณ์ในปัจจุบัน กลับทำให้พวกผู้ค้าปลีกต้องประสบปัญหาขาดทุนซ้ำเติมอีก เนื่องจากพวกเขาจำเป็นต้องปรับลดราคาสินค้าไทยลง เหตุเพราะอุปสงค์ผู้บริโภคที่ลดลง

    นอกเหนือจากนี้แล้ว The Diplomat ระบุว่าไทยถือเป็นซัพพลายเออร์ป้อนรถยนต์และอะไหล่ คิดเป็นสัดส่วน 30% ที่นำเข้ากัมพูชา และอีก 10% ของการนำเข้าไฟฟ้า ภาคอุตสาหกรรมเหล่านี้เคยเติบโตอย่างรวดเร็ว สืบเนื่องจากการค้าภายในอุตสาหกรรมเดียวกัน บ่งชี้ว่ามีการบูรณาการเพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ตามเวลานี้ความขัดแย้งก่อความปัญหาล่าช้าในด้านซัพพลายที่ป้อนแก่บริษัทต่างๆอย่างเช่นฮอนด้า ซึ่งมีโรงงานอยู่ทั้ง 2 ฟากฝั่งชายแดน มันเผยให้เห็นถึงความอ่อนแอของห่วงโซ่มูลค่าระดับโลกที่มีต่อความขัดแย้งทางการเมือง และบ่อนทำลายความน่าดึงดูดใจของภูมิภาคแถบนี้ ในฐานะจุดหมายปลายทางการลงทุน

    ในภาคการเกษตร ภาวะขาดแคลนศักยภาพด้านการแปรรูปภายในประเทศ บีบให้เกษตรกรกัมพูชาต้องส่งออกผลิตภัณฑ์ของตนเองเป็นหลัก ทำให้ไทยที่มีความใกล้ชิดมากที่สุด กลายเป็นตลาดที่ความสะดวกทางโลจิสติกส์มากที่สุด ทั้งนี้แม้ว่าหลังความขัดแย้งปะทุขึ้น พวกผู้ซื้อจากเวียดนามได้ก้าวมาทดแทนผู้ซื้อจากไทยบางส่วน แต่ด้วยอยู่ในสถานะผูกขาด พวกเขาจึงเสนอราคาต่ำกว่าที่ผู้ซื้อจากไทยเคยเสนอถึง 20% ถึง 30% กระนั้นความขัดแย้งกับไทย ทำให้เกษตรกรกัมพูชาไม่มีทางเลือกอื่น จำเป็นต้องพึ่งเพื่อนบ้านแห่งนี้มากกว่าเดิม

    รายงานของ The Diplomat ระบุต่อว่าราคาสินค้าทางการเกษตรที่ตกต่ำและต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น อาจบ่อนทำลายเสถียรภาพทางการเงินในพื้นที่ชนบท บริเวณที่ประชาชนส่วนใหญ่เป็นลูกจ้างในภาคการเกษตร ในนั้น 63.7% อยู่ในจังหวัดบันเตียเมียนเจย และ 76.9% อยู่ในจังหวัดอุดรมีชัย แม้ค่าเฉลี่ยอัตราหนี้สินต่อรายได้ครัวเรือนในจังหวัดบันเตียเมียนเจย, จังหวัดอุดรมีชัย รวมถึงจังหวัดพระวิหาร ยังอยู่ในระดับปานกลาง 45% ถึง 50% แต่รายได้ที่ลดลงอาจซ้ำเติมภาระหนี้ของเกษตรกรอย่างรุนแรง และผลักให้ครัวเรือนจำนวนมากเสี่ยงผิดนัดชำระนี้ในระดับสูง สถานการณ์ดังกล่าวยังถูกซ้ำเติมอีกระลอก จากข้อเท็จจริงที่ว่า ที่ผ่านมาครัวเรือนจำนวนมาก พึ่งพิงเงินที่แรงงานที่ทำงานในประเทศไทยส่งกลับไปให้

    ขณะเดียวกันวิกฤตชายแดน ได้กระตุ้นให้แรงงานกัมพูชาจำนวนมากเดินทางกลับจากไทย หลายรายไม่ได้แจ้งให้นายจ้างทราบ ไทยเป็นจุดหมายปลายทางหลักสำหรับแรงงานจากกัมพูชา คิดเป็นสัดส่วนถึง 93% ของกระแสแรงงานของประเทศ หรือราวๆ 1.2 ล้านคน โดยแค่ด่านปอยเปตเพียงแห่งเดียว มีแรงงานเดินทางกลับประเทศในช่วงระหว่างวันที่ 24 กรกฏาคม ถึง 31 สิงหาคม ถึง 786,899 คน ท่ามกลางความคาดหมายว่าจำนวนผู้เดินทางกลับประเทศน่าจะสูงขึ้นอีกนับตั้งแต่นั้น

    ผลก็คือไทยเผชิญต้นทุนสูงขึ้นสืบเนื่องจากการขาดแคลนแรงงาน แต่ทางกัมพูชาต้องประสบกับภาวะคนตกงานเพิ่มขึ้นและยอดเงินส่งกลับประเทศลดลงฮวบฮาบ ทั้งนี้เมื่อปี 2024 ยอดเงินที่แรงงานกัมพูชาส่งกลับประเทศ รวมทั้งสิ้น 2,800 ล้านดอลลาร์(ราว 91,500 ล้านบาท) คิดเป็นสัดส่วนถึง 6.1% ของจีดีพี แต่ด้วยการศึกษาภาคสนามบ่งชี้ว่าบ่อยครั้งแรงงานเหล่าน้้นถ่ายโอนเงินในรูปแบบเงินสดผ่านเพื่อนๆและญาติๆ ดังนั้นตัวเลขที่แท้จริงอาจสูงกว่านี้

    ในขณะที่ปอยเปตแออัดไปด้วยแรงงานที่เดินทางกลับประเทศ แต่กลับไม่พบเห็นนักท่องเที่ยวอยู่ในเมืองแห่งนี้อีกต่อไป The Diplomat รายงาน พร้อมระบุว่าหลังผ่านพ้นโควิด-19 ไทยกลายมาเป็นแหล่งหลักนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ากัมพูชา และยังทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางส่งต่อที่สำคัญสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติอื่นๆ

    อย่างไรก็ตามผลจากความขัดแย้ง ปัจจุบันกัมพูชาประสบกับภาวะจำนวนนักท่องเที่ยวลดลงอย่างมาก นักเดินทางขาเข้าลดลงเกือบ 40% ในเดือนกรกฏาคม 2025 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ผลก็คือมียอดจองโรงแรมในระดับต่ำและธุรกิจร้านอาหารซบเซา ส่งผลกระทบในวงกว้างกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง

    (ที่มา:thediplomat)

     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,215
    ค่าพลัง:
    +97,153
    อาชญากรรมรุนแรงที่เล็งเป้าเล่นงานพลเมืองเกาหลีใต้ในกัมพูชาหนักขึ้นเรื่อยๆ ได้โหมกระพือความหวาดกลัวและความขุ่นเคืองในทั้ง 2 ประเทศ ทำความสัมพันธ์ทวิภาคีตึงเครียด และก่อบรรยากาศอันมืดมัว ในด้านการลงทุน ท่องเที่ยวและการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม รวมถึงกระพือบรรยากาศความเป็นศัตรู ที่ส่งผลกระทบต่อชาวเขมรในเกาหลีใต้ จากเสียงเตือนของโคเรียไทม์ส สื่อมวลชนแดนโสมขาว

    โคเรียไทม์ส รายงานว่าในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ได้เกิดคดีโด่งดังซ้ำแล้วซ้ำเล่าเกี่ยวกับการที่พลเมืองเกาหลีใต้ ถูกลักพาตัว ทรมานและเข่นฆ่าโดยแก๊งอาชญากรรมกัมพูชา บ่อยครั้งเชื่อมโยงกับเครือข่ายอาชญากรรมชาวจีน เหตุการณ์ต่างๆเหล่านี้ได้เปลี่ยนความรู้สึกของประชาชน และส่งผลกระทบอย่างเป็นรูปธรรมกับทั้งชาวเกาหลีใต้และแรงงานชาวกัมพูชา

    "ร้านอาหารและธุรกิจนำเที่ยวสูญเสียยอดจอง และจำนวนมากกำลังถูกยกเลิกสัญญาที่ทำไว้กับคู่หูธุรกิจในเกาหลีใต้" ชุง มยอง-คยู ประธานสมาคมเกาหลีใต้ในกัมพูชากล่าว ขณะที่โคเรียไทม์ส เสริมว่ามีรายงานเจ้าของธุรกิจยกเลิกสัญญาและจำนวนนักท่องเที่ยวเกาหลีใต้ลดลงฮวบฮาบ นับตั้งแต่มีข่าวคราวเหตุความรุนแรงและสแกมเมอร์เริ่มแพร่สะพัดบนสื่อสังคมออนไลน์

    บรรดาบริษัททัวร์ชั้นนำทั้งหลายของเกาหลีใต้ ยอมรับว่าถูกยกเลิกแพ็คเกจทัวร์ไปพอสมควร อย่างไรก็ตามทางบริษัทกำลังหาทางรับประกันกับบรรดาลูกค้า ด้วยการยกระดับประสานงานด้านความปลอดภัยแบบเรียลไทม์ส และพยายามเน้นย้ำว่าความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว เป็นส่วนสำคัญของกลยุทธ์ของบริษัท

    รายงานของโคเรียไทม์สระบุต่อว่า ในขณะที่ประชาชนชาวเกาหลีใต้เริ่มมีความวิตกกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับกัมพูชา เริ่มมีคำกล่าวอ้างที่ยังไม่ได้รับการตรวจสอบ เกี่ยวกับคดีอาชญากรรมต่างๆนานาแพร่สะพัดบนสื่อสังคมออนไลน์ หลายโพสต์เตือนว่าการเดินทางไปเยือนกัมพูชา อาจนำมาซึ่งการถูกบังคับใช้แรงงานหรือเลวร้ายกว่านั้น

    ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์บางรายกล่าวหากัมพูชาอย่างหนักหน่วง ระบุว่า "ชาวกัมพูชามองชาวเกาหลีใต้เป็นแค่เงินทอง และปฏิบัติกับพวกเขาราวกับวัตถุสิ่งของ พวกเขาจะขายคุณให้กับแก๊งชาวจีน" คำกล่าวอ้างที่โหมกระพือบรรยากาศแห่งความสงสัยและเป็นปรปักษ์ ที่ส่งผลกระทบต่อชาวกัมพูชาที่พำนักอยู่ในเกาหลีใต้ด้วย

    ในถ้อยแถลงอย่างเป็นทางการ สมาคมเกาหลีในกัมพูชาเรียกร้องความสนใจไปยังผลกระทบที่มีต่อชุมชนท้องถิ่นและภาคธุรกิจ เตือนว่า "รายงานข่าวของสื่อมวลชนเมื่อเร็วๆนี้และการยกระดับคำเตือนด้านการเดินทางของกระทรวงการต่างประเทศ ทำให้กัมพูชาถูกวาดภาพว่าเป็นชาติที่เต็มไปด้วยอาชญากรรม การลักพาตัวและการกักขัง ก่อความเสียหายทางเศรษฐกิจใหญ่หลวงแก่ชุมชนของเราและบริษัทท้องถิ่นของเรา"

    ทางกลุ่มเน้นว่า "การจ้างงานที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายและคดีลักพาตัวเกิดขึ้นเฉพาะในบางพื้นที่ตามแนวชายแดน มันเกินไปที่จะตราหน้ากัมพูชาว่าเป็นสถานที่แห่งความยุ่งเหยิงทางสังคม"

    โคเรียไทม์ส ระบุว่ารากเหง้าของวิกฤตเป็นผลจากการที่แก๊งอาชญากรรมทั้งหลายฉวยประโยชน์จากหนุ่มสาวชาวเกาหลีใต้ที่อ่อนแอที่อยากหางานทำในต่างแดน พวกสแกมเมอร์จ้างงานล่อลวงเหยื่อด้วยสัญญาจะให้ค่าตอบแทนระดับสูง สุดท้ายหนุ่มสาวเหล่านั้นถูกกังขัง บังคับให้เข้าร่วมในการฉ้อโกงทางออนไลน์ และในกรณีเลวร้ายที่สุด ถึงขั้นถูกทำร้ายจนเสียชีวิต

    ขอบเขตของปัญหาขยายวงกว้างอย่างรวดเร็ว จำนวนนักท่องเที่ยวที่มีรายงานถูกลักพาตัวหรือสูญหายในกัมพูชา เพิ่มขึ้นจากแค่ 20 กว่าคนในปี 2022 เป็นกว่า 220 คนในปี 2024 และในปีนี้ จนถึงเดือนสิงหาคม ตัวเลขดังกล่าวพุ่งเป็นกว่า 330 รายแล้ว เหยื่อส่วนใหญ่ที่หนีรอดออกมา ได้รับการส่งตัวกลับประเทศภายใต้ความช่วยเหลือของสถานทูตและประชาคมชาวเกาหลีใต้ในกัมพูชา แต่คนเหล่านั้นต้องเผชิญกับภาวะเจ็บปวดทางจิตใจและสูญเสียวิถีชีวิต

    (ที่มา:โคเรียไทม์ส)

    https://www.facebook.com/share/p/17Fvohis9h/
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,215
    ค่าพลัง:
    +97,153
    คนเขมร วอนเกาหลี อย่าเหมารวม ยันกัมพูชายังปลอดภัย แนะรัฐบาลเกาหลีควรให้ความรู้ประชาชนตัวเอง
    .
    นาย เซียม ซกเขง ประธานสมาคมมัคคุเทศก์เกาหลีในกัมพูชา ให้สัมภาษณ์กับ เดอะพนมเปญโพสต์ ว่า กัมพูชาไม่ใช่ประเทศที่เป็นอันตรายต่อผู้มาเยือนทั่วไป โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวเกาหลี เหตุที่เกิดขึ้นเป็นกรณีของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการต้มตุ๋น ไม่ใช่นักท่องเที่ยวปกติ หลังเกิดกรณี นศ.เกาหลีใต้ ถูกทำร้ายจนเสียชีวิต

    “คนที่ตกเป็นเหยื่อไม่ใช่นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยว พวกเขาสมัครงานผิดกฎหมายทางออนไลน์ ถูกหลอกหรือรีดไถเงิน ในรอบสิบวันที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวที่ผมดูแลไม่มีปัญหาอะไรเลย พวกเขาแค่กังวลก่อนมาเท่านั้น น่าเศร้าที่ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อเดินทางมาพบกับคนที่รู้จักทางออนไลน์ ไม่ใช่ในฐานะนักท่องเที่ยว เราเสียใจที่ผู้นำเกาหลีไม่แยกแยะระหว่างอาชญากรรมจากขบวนการต้มตุ๋นกับการท่องเที่ยว”

    นายเซียม เรียกร้องให้รัฐบาลเกาหลีใต้เร่งให้ความรู้กับประชาชนเกี่ยวกับ “กลโกงออนไลน์” เช่น การชักชวนไปทำงานรายได้สูงในต่างประเทศ และวิธีป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ

    “มันน่าเสียใจที่พวกเขาเหมารวมสถานการณ์ของกัมพูชาแบบนั้น ผมต้อนรับนักท่องเที่ยวเกาหลีมามาก ทุกคนบอกว่ากัมพูชาปลอดภัยดี พวกเขาไม่พบความเสี่ยงอะไรเลย นักท่องเที่ยวกับผู้ที่ถูกหลอกมาทำงานผิดกฎหมาย มันต่างกันอย่างชัดเจน”

    https://www.facebook.com/share/p/1F6CmLSaTy/
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,215
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สตรีมเมอร์เกาหลี บินเดี่ยวไลฟ์ประท้วงกลางกรุงพนมเปญ กัมพูชา ตะโกนให้ “ปล่อยตัวคนเกาหลี” โดนคนถ่ายภาพ ก่อนหายตัวขาดการติดต่อ

    สตรีมเมอร์เกาหลี ไลฟ์ประท้วงกลางกรุงพนมเปญ ก่อนขาดการติดต่อปริศนา https://www.khaosod.co.th/special-stories/news_9977023

    https://www.facebook.com/share/p/1791ntfPmR/
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,215
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เลื่อนประชุม RBC ไม่มีกำหนด
    .
    ทัพภาค 2 ซัดเขมร ภูมิภาคทหารที่ 4 ไม่ร่วมมือตามเงื่อนไข ไม่ทำAction Plan แผนการปรับกำลัง-แผนเก็บกู้ทุ่นระเบิด
    เลื่อนประชุม RBC ไม่มีกำหนด
    จนกว่าฝ่ายกัมพูชา จะมีข้อเสนอที่สามารถลดความขัดแย้งได้อย่างเป็นรูปธรรม

    .
    ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 ขอแจ้งให้ทราบว่า จากการหารือระหว่างกองทัพภาคที่ 2 กับภูมิภาคทหารที่ 4 ที่มีเป้าหมายในการจัดทำ แผนการเคลื่อนย้ายอาวุธหนัก และการเก็บกู้ทุ่นระเบิดที่มีรายละเอียดปฏิบัติได้จริง มีการกำหนด ขั้นตอน วัน เวลา สถานที่ และวิธีการประเมินผลการปฏิบัติที่ชัดเจน เพื่อลดการเป็นปฏิปักษ์ต่อกัน

    ซึ่งภายหลังการพบปะหารือ 2 ครั้ง และการส่งเอกสาร โต้ตอบ 4 ครั้งในห้วงหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา ฝ่ายก้มพูชายังไม่สามารถเสนอแผนการปฏิบัติ (Action plan) ที่ชัดเจน ในเรื่องการปรับกำลังเพื่อลดความขัดแย้ง และการกำหนดพื้นที่เก็บกู้ทุ่นระเบิด ตามข้อตกลงของคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC)

    ซึ่งกำหนดให้มีการหารือให้ได้ข้อยุติในระดับคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค(RBC) เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ร่วมกัน

    ดังนั้น เพื่อรักษาความน่าเชื่อถือของข้อตกลง ไม่ยื้อเวลา และป้องกันการ
    บิดเบือนข้อเท็จจริงในภายหลัง คณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาคกองทัพภาคที่ 2 (RBC) จึงเลื่อนการประชุมออกไปโดยไม่มีกำหนดจนกว่าฝ่ายกัมพูชาจะมีข้อเสนอที่สามารถลดความขัดแย้งได้อย่างเป็นรูปธรรม

    กองทัพภาคที่ 2 ยืนยันจะดำเนินการทุกมาตรการภายใต้กรอบความร่วมมือ
    ระหว่างประเทศ ด้วยความมุ่งมั่นที่จะรักษาความสงบเรียบร้อย ความมั่นคง และปกป้องอธิปไตยของชาติอย่างเต็มขีดความสามารถ

    #RBCThaiCambodia
    #ก้มพูชาเป็นภัยความมั่นคงของชาติ

    https://www.facebook.com/share/p/1BRXwxPjc5/
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,215
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ด่วน!! สหรัฐสั่งยึด Bitcoin มูลค่ากว่า 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ (4.9 แสนล้านบาท) ของนายเฉิน จื้อ นักธุรกิจจีนสัญชาติกัมพูชา ซึ่งมีฐานเปิดศูนย์หลอกลวงในกัมพูชา บังคับใช้แรงงาน ทำร้ายร่างกาย ทรมานและฉ้อโกงเงินดิจิทัล หนึ่งในท่อน้ำเลี้ยงของฮุนเซน ด้านเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุว่า เป็น "การริบทรัพย์สินครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ"
    .
    มีรานงานล่าสุดว่า กระทรวงยุติธรรม (DOJ) สั่งยึด Bitcoin ของนายเฉินจื้อ นักธุรกิจจีนสัญชาติกัมพูชา มูลค่าหลายพันล้านจากกลโกงคริปโต ครั้งใหญ่ในกัมพูชา
    .
    นายเฉิน จื้อ ซึ่งถูกกล่าวหาว่าดำเนินค่ายแรงงานบังคับในกัมพูชา โดยบังคับใช้แรงงาน ทำร้ายร่างกายและทรมาน ที่ถูกค้ามนุษย์ดำเนินการฉ้อโกงสกุลเงินดิจิทัล และสามารถกวาดเงินได้หลายพันล้านดอลลาร์
    .
    สหรัฐ กล่าวว่า เฉิน จื้อ แห่ง Prince Holding Group และพวกพ้องของเขาถูกกล่าวหาว่าสร้างรายได้มากถึง 30 ล้านเหรียญสหรัฐต่อวันจากการหลอกลวงครั้งหนึ่ง
    .
    เฉิน จื้อ ชายวัย 37 ปี ซึ่งรู้จักกันในชื่อวินเซนต์ เป็นผู้ก่อตั้ง Prince Holding Group ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทข้ามชาติที่ทางการระบุว่าทำหน้าที่เป็นฉากหน้าของ "หนึ่งในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย" ตามข้อมูลของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ
    .
    กระทรวงยุติธรรมยังได้ยื่นฟ้องริบทรัพย์สินครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยยึด Bitcoin ได้ประมาณ 127,271 บิตคอยน์ คิดเป็นมูลค่าราว 15,000 ล้านดอลลาร์ หรือ 4.9 แสนล้านบาท ในราคาปัจจุบัน
    .
    “การดำเนินการในวันนี้ถือเป็นหนึ่งในมาตรการที่สำคัญที่สุดในการปราบปรามการค้ามนุษย์และการฉ้อโกงทางการเงินผ่านไซเบอร์ ซึ่งเป็นภัยร้ายแรงระดับโลก” อัยการสูงสุด แพม บอนดี กล่าว
    .
    มีรายงานว่าเฉินได้สั่งการให้มีการบังคับใช้แรงงานในพื้นที่ต่างๆ ทั่วกัมพูชา โดยมีการกักขังแรงงานค้ามนุษย์หลายร้อยคนไว้ในสถานที่คล้ายเรือนจำที่ล้อมรอบด้วยกำแพงสูงและลวดหนาม
    .
    ภายใต้การคุกคามของความรุนแรง พวกเขาถูกบังคับให้ดำเนินการตามกลลวงที่เรียกว่า "การฆ่าหมู" ซึ่งเป็นแผนการลงทุนในสกุลเงินดิจิทัลที่สร้างความไว้วางใจกับเหยื่อในช่วงเวลาหนึ่งก่อนที่จะขโมยเงินของพวกเขาไป แผนการดังกล่าวมุ่งเป้าไปที่เหยื่อทั่วโลก ทำให้เกิดการสูญเสียนับพันล้าน
    .
    ศูนย์หลอกลวงทั่วทั้งกัมพูชา เมียนมาร์ และภูมิภาคอื่นๆ ใช้โฆษณาหางานปลอมเพื่อดึงดูดชาวต่างชาติ ซึ่งหลายคนเป็นชาวจีน ให้มาทำงานในสถานที่ที่สร้างขึ้นโดยเฉพาะ โดยคนเหล่านี้ถูกบังคับให้ฉ้อโกงทางออนไลน์ภายใต้ภัยคุกคามของการทรมาน
    .
    นับตั้งแต่ประมาณปี 2015 Prince Group ได้ดำเนินกิจการในกว่า 30 ประเทศภายใต้ข้ออ้างของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ บริการทางการเงิน และผู้บริโภคที่ถูกกฎหมาย อัยการกล่าว
    .
    เฉินและผู้บริหารระดับสูงถูกกล่าวหาว่าใช้อิทธิพลทางการเมืองและติดสินบนเจ้าหน้าที่ในหลายประเทศเพื่อปกป้องการดำเนินงาน รายได้ส่วนหนึ่งถูกฟอกเงินผ่านการพนันและการขุดสกุลเงินดิจิทัลของ Prince Group เอง
    .
    เจ้าหน้าที่เผยว่าเงินที่ถูกขโมยไปนั้นจะถูกนำไปใช้ในการซื้อของหรูหราต่างๆ รวมถึงนาฬิกา เรือยอทช์ เครื่องบินส่วนตัว บ้านพักตากอากาศ และภาพวาดของปิกัสโซที่ซื้อจากบ้านประมูลแห่งหนึ่งในนิวยอร์ก
    .
    เฉินอาจต้องเผชิญกับโทษจำคุกสูงสุด 40 ปี หากถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานฉ้อโกงทางสายโทรศัพท์และสมคบคิดฟอกเงิน
    .
    ในการดำเนินการประสานงานกัน เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่อังกฤษได้อายัดทรัพย์สิน 19 แห่งในลอนดอน มูลค่ากว่า 100 ล้านปอนด์ ซึ่งเชื่อมโยงกับเครือข่ายของเฉิน รวมถึงคฤหาสน์มูลค่า 12 ล้านปอนด์ในลอนดอนตอนเหนือ
    .
    มาตรการคว่ำบาตรยังมุ่งเป้าไปที่ Qiu Wei Ren ผู้ร่วมงานของ Chen ซึ่งเป็นคนสัญชาติจีนที่มีสัญชาติกัมพูชา ไซปรัส และฮ่องกงอีกด้วย
    .
    การสืบสวนของ AFP เมื่อวันอังคารพบว่าศูนย์หลอกลวงในประเทศเพื่อนบ้านอย่างเมียนมาร์กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วเพียงไม่กี่เดือนหลังจากการปราบปรามในประเทศดังกล่าว
    .
    จีน ไทย และเมียนมาร์ บังคับให้กองกำลังติดอาวุธที่สนับสนุนรัฐบาลทหารของเมียนมาร์ซึ่งปกป้องศูนย์เหล่านี้สัญญาว่าจะปิดศูนย์เหล่านี้ในเดือนกุมภาพันธ์ โดยปล่อยตัวผู้คนไปประมาณ 7,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพลเมืองจีน
    .
    แต่ระบบคอลเซ็นเตอร์แบบโหดกำลังกลับมาเฟื่องฟูอีกครั้งในเมียนมาร์ โดยขณะนี้ใช้ระบบดาวเทียม Starlink ของ Elon Musk เพื่อเข้าถึงอินเทอร์เน็ต

    https://www.facebook.com/share/v/1Ka8QqM9RA/
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,215
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สร้างกำแพง กั้นเขมรกับไทย
    ไม่ เดี๋ยวด๋าว แต่เป็นของที่ทำแล้ว คงถาวร
    .
    “กรมพระศรีสวางควัฒนฯ“
    ทรงมีรับสั่ง ให้ ผบ.ทบ.
    เร่งสร้างกำแพง รั้วชายแดน
    ”ขอให้ช่วยดูว่า เราจะสร้างกำแพง
    ที่กั้นระหว่างเขมร กับไทย
    จะเป็นที่กั้นไม่ เดี๋ยวด๋าว
    เป็นของที่ทำแล้ว คงถาวร“
    กองทุนหทัยทิพย์ สนับสนุน
    ขอให้เริ่มได้เลย และขอให้ออกสื่อให้ประชาชนได้ทราบว่า เราทำอะไร บ้าง เราเริ่มทำแล้ว ไม่ใช่เงียบไป
    ทรงยืนยัน จะช่วยอีกหลายอย่าง แต่ต้องค่อยๆทำไป
    โดยเฉพาะบังเกอร์ให้ทหารอยากให้เร่งทำ รวมทั้งให้ประชาชนปลอดภัยด้วย
    เร่งด่วน สร้าง 50 หลุมบุคคลให้ทหาร
    ในฐาน ชายแดนไทย-กัมพูชา
    จาก “กองทุนหทัยทิพย์”
    มูลนิธิจุฬาภรณ์ฯ ตามพระปณิธานฯ
    เพิ่มพื้นที่ปลอดภัยให้แก่ประชาชน
    “ผบ.ทบ.” รับพระราชทานพระนโยบาย
    หลัง ตั้ง ”พลเอก อานุภาพ“ เป็น หัวหน้าคณะทำงานโครงการสนับสนุน “กองทุนหทัยทิพย์” ทบ.

    .

    ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จออก ณ ห้องประชุมชั้น 11 อาคารอัครราชกุมารี โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ พระราชทานวโรกาส ให้ คุณหญิงจรัสศรี ทีปิรัช รองประธานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ฝ่ายบริหารและผู้อำนวยการสำนักองค์ประธาน นำ พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก พร้อม พลเอก อานุภาพ ศิริมณฑล หัวหน้าคณะทำงานโครงการสนับสนุน “กองทุนหทัยทิพย์” กองทัพบก และพลตรี กิติศักดิ์ ถาวร ผู้บัญชาการกองพลพัฒนาที่ 2 เข้าเฝ้าฯ เพื่อรับพระราชทานพระนโยบายโครงการให้การสนับสนุนการก่อสร้างต่าง ๆ ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาวิกฤติความมั่นคงปลอดภัยบริเวณพื้นที่แนวชายแดนไทย-กัมพูชา สนองพระปณิธานฯ

    ตามที่มีพระดำริให้จัดตั้ง “กองทุนหทัยทิพย์” ภายใต้มูลนิธิจุฬาภรณ์ขึ้น เพื่อสนับสนุนการดำเนินกิจกรรม หรือ โครงการสาธารณประโยชน์ในด้านต่าง ๆ ภายใต้การบริหารจัดการของคณะกรรมการบริหารกองทุนฯ ซึ่งได้มีพิธีเปิดกองทุนฯ เมื่อ24 กันยายน 2568

    พลเอกพนา กราบทูลรายงานถึง การจัดตั้งคณะทำงานโครงการสนับสนุน “กองทุนหทัยทิพย์” กองทัพบก โดยมีพลเอก อานุภาพ ศิริมณฑล หัวหน้าคณะฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา เป็นหัวหน้าคณะทำงานฯ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ของ “กองทุนหทัยทิพย์”

    รวมทั้ง ประสานความร่วมมือ และการสนับสนุนภาครัฐ เอกชน และประชาชน ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอันเกิดจากสถานการณ์ความไม่สงบ ความขัดแย้ง ภัยพิบัติต่าง ๆ หรือเหตุการณ์ที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ชีวิตและทรัพย์สินเพื่อความมั่นคงปลอดภัย และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน

    ส่วนการก่อสร้างรั้วชายแดน กำแพงและบังเกอร์นั้น กองทัพบก พร้อมสนับสนุนกองบัญชาการกองทัพไทย ซึ่งจะเป็นหน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบหลักตามมติสภาความมั่นคงแห่งชาติ

    โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาพื้นที่ที่เหมาะสมและวางแผนการดำเนินงานอย่างรอบด้าน

    โดยได้กราบทูลถวายรายงานว่า จากการสำรวจความต้องการในพื้นที่พบว่ามีความจำเป็นเร่งด่วนในการจัดสร้างและปรับปรุงสิ่งป้องกันภัย ประกอบด้วย การปรับปรุงที่มั่นกำบัง (บังเกอร์) ภายในฐานปฏิบัติการของหน่วยทหาร รวมทั้งสิ้น 799 แห่ง แบ่งเป็นพื้นที่รับผิดชอบของ กองกำลังสุรนารี จำนวน 727 แห่ง และ กองกำลังบูรพา จำนวน 72 แห่ง รวมถึงการจัดสร้างหลุมหลบภัยสำหรับประชาชน เพื่อใช้เป็นสถานที่ปลอดภัยในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน รวมทั้งสิ้น 173 แห่ง กองกำลังสุรนารี จำนวน 167 แห่ง ขนาดความจุ 40 - 60 คน และกองกำลังบูรพา จำนวน 6 แห่ง ขนาดความจุ 40 คน

    ในโอกาสนี้ ทรงมีพระกระแสรับสั่งให้กองทัพบก เร่งสร้างกำแพงรั้วชายแดน
    ”ขอให้ช่วยดูว่า เราจะสร้างกำแพง
    ที่กั้นระหว่างเขมร กับไทย จะเป็นที่กั้นไม่ เดี๋ยวด๋าว เป็นของที่ทำแล้ว คงถาวร“

    และให้สนับสนุนการจัดสร้างหลุมบุคคล จำนวน 50 หลุม สำหรับใช้เป็นที่มั่นกำบังของกำลังพลผู้ปฏิบัติหน้าที่ และสร้างหลุมหลบภัยสำหรับประชาชน จำนวน 8 แห่ง เพื่อใช้เป็นสถานที่ปลอดภัยให้ประชาชน ในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน เพื่อเป็นการดูแลช่วยเหลือ ทั้งทหารและประชาชน อย่างเร่งด่วนสำหรับใช้เป็นต้นแบบในห้วงแรกนี้ก่อน

    ด้าน พลเอก อานุภาพ และพลตรี กิติศักดิ์ กราบทูลรายงานแผนการดำเนินงานโครงการสนับสนุน “กองทุนหทัยทิพย์” กองทัพบก โดยมุ่งเน้นภารกิจสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยสำหรับกำลังพลผู้ปฏิบัติงาน และประชาชนที่อยู่อาศัยบริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ในเขตพื้นที่รับผิดชอบของกองกำลังสุรนารีและกองกำลังบูรพา โดยได้มีการสำรวจความต้องการในพื้นที่พบว่า มีความจำเป็นเร่งด่วนในการจัดสร้างที่มั่นกำบัง (บังเกอร์) และจัดสร้างหลุมหลบภัยในระยะแรก

    โอกาสนี้ ได้พระราชทานพระนโยบายให้ “กองทุนหทัยทิพย์” สนับสนุนกองทัพบกในการจัดสร้างที่มั่นกำบัง (บังเกอร์) ให้กับกำลังพลที่ฐานปฏิบัติการ และสร้างหลุมหลบภัย เพื่อใช้เป็นพื้นที่ปลอดภัยให้แก่ประชาชน ในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน ซึ่งเป็นการดำเนินการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เพื่อดูแลความปลอดภัยของทั้งกำลังพลและประชาชนในพื้นที่ชายแดน สำหรับใช้เป็นต้นแบบในห้วงแรกนี้

    #ทรงพระเจริญ
    #กองทุนหทัยทิพย์
    #ก้มพูชาเป็นภัยความมั่นคงของชาติ

    https://www.facebook.com/share/v/1CVoDanAhU/
     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,215
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ฮุนเซนฟ้องมาเลย์ ไทยเปิดเสียงผีรบกวนชาวเขมร อ้างไม่ได้ต้องการคำประณาม แต่ขอสนับสนุนหยุดยิง-กลับสู่ภาวะปกติ
    .
    .
    MGR ออนไลน์ - สื่อกัมพูชารายงานว่า ฮุนเซน ประธานพฤฒสภา (สภาสูง) ได้บรรยายสรุปแก่รองนายกรัฐมนตรีมาเลเซียเกี่ยวกับสถานการณ์ตามแนวชายแดนกัมพูชา-ไทย โดยเฉพาะกรณีที่ฝ่ายไทยเปิดเสียงผีและเสียงรบกวนอื่นๆ ในพื้นที่บ้านโจกเจย และบ้านเปรยจัน ตลอด 4 คืนที่ผ่านมา โดยฮุนเซนได้ยืนยันว่ากัมพูชาไม่ได้ต้องการคำประณามจากชาติพันธมิตรใดๆ ต่อไทย แต่ขอเรียกร้องให้สองประเทศปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงและฟื้นฟูสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ
    .
    เจีย ธิริธ โฆษกของฮุนเซน กล่าวว่าฮุนเซนได้ให้การต้อนรับดาโต๊ะ เสรี ดร.อาหมัด ซาฮิด ฮามิดี รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงการพัฒนาชนบทและภูมิภาคของมาเลเซีย และประธานพรรคอัมโน (UMNO) ที่ทำเนียบสันติภาพในวันอังคาร (14)
    .
    เจีย ธิริธระบุว่า รองนายกรัฐมนตรีมาเลเซียและคณะ ได้เดินทางเยือนและเข้าร่วมการประชุมต่างๆ ในกัมพูชา ซึ่งฮุนเซนมองว่าการเยือนครั้งนี้เป็นบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างมิตรภาพที่แน่นแฟ้นและกำลังเติบโตระหว่างกัมพูชาและมาเลเซีย
    .
    ระหว่างการพบหารือ ฝ่ายมาเลเซียได้แสดงความขอบคุณและชื่นชมความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างสองประเทศ ที่ครอบคลุมมากกว่าการทูตและการเมือง แต่รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนต่อประชาชน
    .
    นอกจากนี้ รองนายกฯมาเลเซียยังได้หารือถึงการพัฒนาอุตสาหกรรมฮาลาลในกัมพูชา และแสดงความสนใจที่จะส่งเสริมอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลให้เป็นที่รู้จักและเติบโตมากขึ้น ด้วยการจัดตั้งคณะกรรมการร่วมเพื่อศึกษาสำรวจความร่วมมือ นอกจากนี้ ยังหารือถึงการส่งเสริมความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว โดยเฉพาะการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ โดยระบุว่ามาเลเซียพร้อมที่จะต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวกัมพูชาที่ต้องการเข้ารับการตรวจสุขภาพ และได้แจ้งต่อฮุนเซนว่ามาเลเซียจะพิจารณาความเป็นไปได้ในการตั้งโรงพยาบาลมาเลเซียในกัมพูชา
    .
    ด้านฮุนเซนได้กล่าวตอบเห็นพ้องกับข้อเสนอของรองนายกฯมาเลเซียในการขยายความร่วมมือทวิภาคี โดยระบุว่าความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวระหว่างสองประเทศควรพัฒนาควบคู่ไปกับความสัมพันธ์ทางการเมือง โดยฮุนเซนระบุว่าการค้าทวิภาคีมีการเติบโตเพิ่มขึ้น แต่เรียกร้องให้รัฐบาลสองประเทศขยายปริมาณการค้าให้มากขึ้นอีก
    .
    ฮุนเซนยังขอบคุณมาเลเซียที่ซื้อข้าวจากกัมพูชา โดยระบุว่ามาเลเซียเป็นผู้ซื้อรายใหญ่ที่สุดในปี 2567 โดยนำเข้าข้าวมากกว่า 70,000 ตัน และแสดงความหวังว่ามาเลเซียจะยังคงนำเข้าผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรของกัมพูชาต่อไป
    .
    สำหรับการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ ฮุนเซนได้สนับสนุนข้อเสนอของมาเลเซียและแนะนำให้มาเลเซียแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับบริการด้านสุขภาพให้มากขึ้น เพื่อให้ชาวกัมพูชามีความเข้าใจและพิจารณาทางเลือกในการรักษาในมาเลเซียได้ดียิ่งขึ้น ส่วนภาคฮาลาล ฮุนเซนระบุว่าปัญหาดังกล่าวมีมานานแล้ว และได้แสดงความหวังว่าจะมีความก้าวหน้าที่ชัดเจนมากขึ้นผ่านความร่วมมือทวิภาคี
    .
    นอกจากนี้ ฮุนเซนยังกล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนกัมพูชาและไทย โดยอธิบายถึงเหตุการณ์ล่าสุดให้รองนายกรัฐมนตรีของมาเลเซียฟัง โดยเน้นย้ำถึงปัญหาทางจิตใจที่เกิดขึ้นต่อเนื่องจากการใช้เสียงผีและเสียงรบกวนต่างๆ ของทหารไทยในช่วง 4 คืนที่ผ่านมา
    .
    ฮุนเซนกล่าวว่าความตึงเครียดชายแดนมีความเปราะบาง และย้ำว่ากัมพูชาไม่ได้ต้องการให้ประเทศใดประณามไทย แต่ต้องการการสนับสนุนให้ทั้งสองฝ่ายยึดมั่นตามข้อตกลงหยุดยิงและหาทางออกเพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์ให้กลับสู่ภาวะปกติ
    .
    นอกจากนี้ ฮุนเซนยังได้แสดงความขอบคุณนายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม ผ่านรองนายกรัฐมนตรี สำหรับบทบาทที่แข็งขันในการช่วยเหลือแก้ไขปัญหากัมพูชา-ไทย และยกย่องความเป็นผู้นำในฐานะประธานอาเซียนที่รับประกันการหยุดยิงและการแก้ปัญหาอย่างสันติ.
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,215
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ความกังวลที่มากขึ้นเรื่อยๆ ต่อรายงานข่าวชาวเกาหลีใต้ถูกลักพาตัวในกัมพูชาคนแล้วคนเล่า กระตุ้นให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฏรจากทั้ง 2 ฟากฝั่งเรียกร้องรัฐบาลใช้มาตรการแข็งกร้าวขึ้น โดยเฉพาะใช้ปฏิบัติการทางทหารเข้าช่วยเหลือพวกผู้ถูกกักขัง อย่างไรก็ตามโคเรียเฮรัลด์ ระบุว่าพวกผู้เชี่ยวชาญและเจ้าหน้าที่รัฐบาลมีแนวโน้มอยากใช้ช่องทางด้านการทูตและการสืบสวนภายใต้ความร่วมมือระหว่าง 2 ชาติ มากกว่าใช้กำลังคลี่คลายปัญหานี้

    ซอง ออน ซอก แกนนำพรรคพลังประชาชน พรรคฝ่ายค้านหลักของเกาหลีใต้ เมื่อวันอังคาร(14ต.ค.) เรียกร้องระหว่างการประชุมภายในพรรค ให้ประธานาธิบดีอี แจ มยอง เข้าแทรกแซงโดยตรงในประเด็นนี้ อ้างถึงภารกิจทางทหารช่วยเหลือตัวประกันในปี 2011 "ในอดีตที่ผ่านมา รัฐบาลของเราเคยปฏิบัติการทางทหารเต็มรูปแบบ ภารกิจรุ่งอรุณแห่งอ่าวเอเดน เพื่อช่วยเหลือพลเมืองเกาหลีใต้ที่ถูกจับเป็นตัวประกัน" ซองระบุ

    ภารกิจรุ่งอรุณแห่งอ่าวเอเดน ซึ่งดำเนินการเมื่อเดือนมกราคม 2011 เป็นภารกิจช่วยเหลือตัวประกันทางทะเลในอ่าวอาหรับ ที่ปฏิบัติการโดยหน่วยคอมมานโดกองทัพเรือเกาหลีใต้ หลังจากพวกโจรสลัดโซมาเซีย เข้าจี้เรือบรรทุกสารเคมีที่ปฏิบัติการโดย Samho Jewelry บริษัทสัญชาติเกาหลีใต้

    กองกำลังพิเศษบุกจู่โจมเรือลำดังกล่าวตอนรุ่งสาง สังหารโจรสกัดไปหลายคนและช่วยเหลือลูกเรือได้ทั้งหมด 21 คน ความสำเร็จของปฏิบัติการดังกล่าว กลายมาเป็นสัญลักษณ์แห่งความมุ่งมั่นของเกาหลีใต้ ในการปกป้องชาวเกาหลีใต้ในต่างแดน ผ่านการกระทำที่หนักแน่น ในยามที่ความพยายามทางการทูตประสบความล้มเหลว

    ซอง ยังเรียกร้องให้ประธานาธิบดีอี แจ มยอง ระดมทุกช่องทางด้านการทูต ในนั้นรวมถึงจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจฉุกเฉินระหว่างหน่วยงาน, ส่งทูตพิเศษไปยังกัมพูชา และโทรศัพท์พูดคุยโดยตรงระหว่างผู้นำทั้ง 2 ชาติ เพื่อกระตุ้นความเคลื่อนไหวที่เป็นรูปธรรมจากฝ่ายกัมพูชา

    ความเห็นของ ซอง ใกล้เคียงกับข้อเสนอของ ลี วอน-จู สมาชิกสภาผู้แทรราษฏรจากพรรคประชาธิปไตยเกาหลี พรรครัฐบาล ซึ่งเป็นสมาชิกสภาสูงสุดของพรค โดย ลี เชื่อว่ารัฐบาลไม่ควรตัดความเป็นไปได้ของมาตรการทางทหาร หากรัฐบาลกัมพูชาล้มเหลวในการดำเนินการอย่างจริงจัง

    "เราต้องโชว์ให้โลกเห็นว่าทุกคนที่ก่ออาชญากรรมหรือก่อการร้ายกับชาวเกาหลี จะถูกลงโทษในท้ายที่สุด ถ้ากัมพูชานิ่งเฉยไม่ตอบสนองใดๆ เราก็ควรพิจารณามาตรการช่วยเหลือตนเอง ในนั้นรวมถึงปฏิบัติการทางทหาร เพื่อปกป้องพลเมืองของเรา" เธอเขียนบนเฟซบุ๊กเมื่อวันอาทิตย์(12ต.ค.)

    เธอให้คำจำกัดความเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่ปฏิบัติการอยู่ในกัมพูชา ว่า "เสมือนเป็นมาเฟียข้ามชาติหรือกลุ่มก่อการร้าย" และร้องขอ "ปฏิบัติการปราบปรามร่วม ภายใต้ความร่วมมือกับองค์กรระหว่างประเทศทั้งหลายและบรรดารัฐบาลชาติในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่นเดียวกับจีนและญี่ปุ่น"

    อย่างไรก็ตามแม้มีเสียงเรียกร้องหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆให้ทบทวนทางเลือกสำหรับปฏิบัติการทางทหาร แต่ทำเนียบประธานาธิบดีและเจ้าหน้าที่รัฐบาล ดูเหมือนจะให้ความสำคัญกับการร่วมมือสืบสวนมากกว่า

    ระหว่างการประชุมเพื่อตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหารโดยคณะกรรมาธิการกิจการแห่งรัฐของรัฐสภา เมื่อวันจันทร์(13ต.ค.) ยุน ชาง-ยุล รัฐมนตรีสำนักงานประสานงานนโยบายรัฐบาล แสดงความหวังว่าสถานการณ์จะคลี่คลายโดยปราศจากความเป็นไปได้ของปฏิบัติการทางทหารใดๆ "มันจะดีกว่า ถ้าเราสามารถคลี่คลายปัญหานี้โดยไม่ทำอะไรไปมากกว่านี้ แต่รัฐบาลจะพิจารณาทุกมาตรการที่มีความเป็นไปได้" เขาตอบ เมื่อถูกถามเกี่ยวกับปฏิบัติการทางทหาร

    ลี ชิน-วฮา ศาสตราจารย์ด้านรัฐศาสตร์และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแห่งมหาวิทยาลัยเกาหลี ให้สัมภาษณ์กับโคเรีย เฮรัลด์ ว่าปฏิบัติการทางทหาร "แทบเป็นไปไม่ได้และมันจะก่อความเสียหายมากกว่าที่จะเป็นเรื่องดี" พร้อมระบุมันเสี่ยงเป็นก้าวย่างที่ผิดพลาดทางการทูต และเน้นย้ำความสำคัญของมาตรการที่มีความเป็นไปได้ในความเป็นจริงมากกว่า อย่างเช่นจัดตั้งศูนย์ควบคุมถาวรเพื่อปกป้องชาวเกาหลีใต้ในต่างแดน

    ประเด็นถกเถียงนี้เกิดขึ้นท่ามกลางรายงานข่าวมีชาวเกาหลีใต้มากขึ้นเรื่อยๆที่ถูกลักพาตัวหรือกักขังในกัมพูชา หลังถูกล่อลวงด้วยข้อเสนอจ้างงานแบบหลอกๆ ความขุ่นเคืองของประชาชนโหมกระพือหนักหน่วงขึ้นในเดือนสิงหาคม ครั้งที่นักศึกษามหาวิยาลัยชาวเกาหลีใต้รายหนึ่ง หายตัวไปหลังเดินทางไปยังกัมพูชาเพื่อทำลาย สุดท้ายเขาถูกพบเป็นศพใกล้ภูเขาโบกอร์ ในจังหวัดกำปอด ในสภาพที่ถูกทรมานและกักขังหน่วงเหนี่ยว

    ข้อมูลจากเจ้าหน้าที่โซล พบว่ามีรายงานคดีเกี่ยวกับการที่ชาวเกาหลีใต้ถูกลักพาตัว กักขังและสูญหายในกัมพูชา 330 คดี ที่แจ้งมายังกระทรวงการต่างประเทศ ระหว่างเดือนมกราคมถึงสิงหาคมในปีนี้ ในนั้น 70 คดียังไม่คลี่คลาย ขณะที่ 10 คดีจากทั้งหมด 220 คดีของปีที่แล้ว ยังคงอยู่ระหว่างการสืบสวน ส่งผลให้จนถึงตอนนี้มีอยู่ทั้งสิ้น 80 คดีที่ยังไม่คลี่คลาย

    (ที่มา:โคเรียเฮรัลด์)

    https://www.facebook.com/share/p/17AsSiTMfa/
     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,215
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เมียนมาร์ฟื้น “จักรวรรดิค่ายสแกม” ด้วย Starlink — จากหลุมพรางชายแดนสู่ “รัฐศัตรู” ที่อาเซียนปล่อยโตเกินไป
    — สิ่งที่เริ่มต้นจาก “ค่ายสแกมชายแดน” ที่ทุกคนเคยคิดว่าเป็นแค่บ่ออาชญากรรมเล็ก ๆ กำลังกลายร่างเป็น “รัฐเงา” ที่มีดาวเทียมของอีลอน มัสก์ เชื่อมเครือข่าย และกองกำลังติดอาวุธปกป้องธุรกิจหลอกลวงพันล้านดอลลาร์ — ทั้งหมดเกิดขึ้นในเมียวดี เมืองเล็ก ๆ ริมแม่น้ำเมยที่มองเห็นจากฝั่งไทยนี่เอง
    หลังการกวาดล้างร่วมของจีน–ไทย–พม่าเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ที่ปล่อยตัวเหยื่อกว่า 7,000 คน หลายฝ่ายเชื่อว่าค่ายสแกมจะหายไปจากแผนที่ แต่เพียงไม่กี่เดือนต่อมา โดรนของ AFP กลับพบว่าค่ายใหญ่เช่น KK Park และ Shwe Kokko ขยายตัวมากกว่าเดิม ก่อสร้างเพิ่มกว่า 13.5 เอเคอร์ต่อเดือน พร้อมติดตั้งจาน Starlink กว่า 80 ตัว เพื่อเลี่ยงการตัดอินเทอร์เน็ตจากไทย
    เมื่อไม่มีสัญญาณ ไม่มีไฟฟ้า ก็ใช้ดาวเทียม เมื่อถูกปิดบัญชี ก็เปิดใหม่ด้วยคริปโต และเมื่อโลกภายนอกหันหลังให้ — พวกเขาก็สร้าง “เมืองของตัวเอง” ที่มีรั้ว ลวดหนาม และกฎเหล็กเฉพาะ
    ค่ายเหล่านี้ไม่ได้มีแต่แค่พวกต้มตุ๋นธรรมดา แต่ยังได้รับ “ภาษีคุ้มครอง” จากมิลิเซียท้องถิ่น เช่น Karen National Army และ BGF ซึ่งร่วมกับอดีตนายทหารพม่าและแก๊งจีนที่หนีการปราบปรามจากกวางสี ทำให้พื้นที่ชายแดนกลายเป็น “เศรษฐกิจเถื่อน” ที่รัฐบาลเมียนมาร์เองก็แตะไม่ถึง
    ข้อมูลจาก UNODC ระบุว่า ในปี 2566 เฉพาะในอาเซียน อุตสาหกรรมสแกมสร้างรายได้รวมกว่า 37,000 ล้านดอลลาร์ และปีนี้เพิ่มขึ้นอีกกว่า 30% โดยมีพม่าเป็น “ศูนย์กลางแห่งใหม่ของโลกใต้ดิน”
    ปัญหาคือ เราทุกคน — ไทย จีน และแม้แต่สหรัฐฯ — ต่าง “ปล่อย” ให้มันเติบโตในเงามืดนานเกินไป
    สหรัฐฯ เริ่มรู้สึกเมื่อปีที่แล้ว เมื่อเหยื่อชาวอเมริกันสูญเงินกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์ จาก “pig butchering scams” ที่เชื่อมโยงกับเมียวดี จนวุฒิสภาสหรัฐฯ ต้องเปิดการสอบสวนบริษัท SpaceX ของมัสก์ ที่ให้บริการอินเทอร์เน็ตในพื้นที่โดยไม่มีใบอนุญาต ขณะที่จีนก็เริ่มเห็นลูกหลานตัวเองหายเข้าไปในค่าย ถูกขาย ถูกทรมาน แล้วตายอย่างไร้ชื่อ
    ฝั่งไทย แม้จะร่วมตัดไฟ–อินเทอร์เน็ตตั้งแต่ต้นปี แต่ค่ายกลับกลับมาได้อีกครั้งผ่าน Starlink ที่ลักลอบเข้ามาใหม่กว่า 40 เครื่องจากฝั่งแม่สอด และเปิดเส้นทางเรือข้ามแม่น้ำเมยอีก 5 จุด เพื่อรับคนและของจากฝั่งไทย
    วันนี้ “ค่ายสแกม” ในเมียวดีไม่ใช่ปัญหาอาชญากรรมธรรมดาอีกต่อไป แต่มันกลายเป็น “รัฐศัตรู” ที่มีระบบเศรษฐกิจของตัวเอง มีเทคโนโลยีของอเมริกัน มีแรงงานจากจีน และมีทางหนีจากฝั่งไทย — เป็น “จักรวรรดิใต้ดิน” ที่เราเฝ้ามองเฉย ๆ จนมันใหญ่เกินหยุด
    คำถามคือ จะปล่อยให้ดาวเทียมจากฟากฟ้าเป็นหลังคาของอาชญากรรมแบบนี้อีกนานแค่ไหน?
    ถ้าอาเซียนไม่กล้าเปลี่ยนวิธี — จาก “ไล่จับเหยื่อ” เป็น “โจมตีเครือข่าย” — เมียวดีอาจกลายเป็น “เมืองหลวงของสแกมโลก” ที่แม้แต่กองทัพก็ยากจะรื้อ
    ปีนี้ เมียนมาร์ไม่ได้สูญเสียแค่ศักดิ์ศรีของรัฐ
    แต่โลกทั้งใบกำลังสูญเสีย “ขอบเขตของความจริง” ให้กับจานดาวเทียมที่หมุนอยู่เหนือหัวเรา — จานที่ตอนนี้ไม่ได้ส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตอย่างเดียว แต่อาจกำลังส่งสัญญาณว่า “อาชญากรรมแบบใหม่ได้เกิดขึ้นแล้ว และเรามาช้าเกินไป”

    15 ตุลาคม 2568 : คัดข่าว/หาดใหญ่

    ที่มา: AFP, The Guardian, Wired, Stimson Center, CNN, ASPI, USIP, UNODC, RFA, CSIS, DVB, Irrawaddy, US Treasury, US Congress, The Record, Khaosod, Japan Times, Manila Times, BBC.

    FB_IMG_1760490490712.jpg FB_IMG_1760490493875.jpg

    https://www.facebook.com/share/1P4DWtjbfA/
     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,215
    ค่าพลัง:
    +97,153
    โลกทึ่ง! อิหร่าน เปิดสถานีรถไฟใต้ดิน “พระแม่มารีย์ศักดิ์สิทธิ์” กลางเตหะราน – เกียรติยศชุมชนอาร์เมนคริสเตียน
    .
    – อิหร่านสร้างความประหลาดใจให้กับประชาคมโลกและชาวโซเชียลมีเดีย หลังประกาศเปิดสถานีรถไฟใต้ดินแห่งใหม่บนเส้นทาง 6 ในกรุงเตหะรานอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2568 โดยใช้ชื่อว่า

    “พระแม่มารีย์ศักดิ์สิทธิ์” (Maryam-e Moghaddas หรือ Holy Virgin Mary)เพื่อเป็นเกียรติและยอมรับต่อชุมชน **คริสเตียนอาร์เมน** ในประเทศ

    สถานีนี้ตั้งอยู่ห่างจาก โบสถ์เซนต์ซาร์กิส (St. Sarkis Armenian Cathedral) ซึ่งเป็นโบสถ์อาร์เมนเก่าแก่ใจกลางเตหะราน เพียง 2 นาทีทางเดินเท้า และภายในสถานีได้ถูกตกแต่งอย่างวิจิตรงดงามด้วยภาพจิตรกรรมฝาผนังรูป "นกพิราบ" สัญลักษณ์แห่งสันติภาพ และภาพของ "พระแม่มารีย์" ซึ่งเป็นบุคคลศักดิ์สิทธิ์ที่ได้รับการยกย่องในทั้งศาสนาคริสต์และศาสนาอิสลาม (ที่เรียกท่านว่า "Maryam” ในคัมภีร์อัลกุรอาน)

    สะพานเชื่อมศาสนา: ท้าทายภาพลักษณ์สื่อตะวันตก

    การตั้งชื่อสถานีรถไฟใต้ดินด้วยชื่อเชิงศาสนาคริสต์นี้ ไม่เพียงแต่ช่วยให้ชาวอาร์เมนกว่า 200,000 คนในอิหร่านเดินทางสะดวกขึ้น แต่ยังสะท้อนถึง "ความเคารพต่อความหลากหลายทางศาสนา" ในอิหร่านอย่างชัดเจน ซึ่งมักถูกสื่อตะวันตกวาดภาพลักษณ์ในเชิงลบ

    ชาวเน็ตต่างชาติบนแพลตฟอร์ม X และ Reddit พากันแสดงความชื่นชมและ "ทึ่ง" โดยมีคอมเมนต์ระบุว่า

    “นี่คือหลักฐานว่าอิหร่านเคารพศาสนาอับราฮัมทุกศาสนา—คริสเตียนในอิหร่านปลอดภัยกว่าที่อิสราเอลเสียอีก” ซึ่งตอกย้ำว่า ภาพลักษณ์ของอิหร่านที่มักถูกมองว่า “กลัวคริสเตียน” นั้นไม่เป็นจริง เพราะชุมชนอาร์เมนในอิหร่านมีบทบาทสำคัญทางประวัติศาสตร์และเศรษฐกิจมานาน โดยมีอิสระทางศาสนาเต็มที่แม้หลังการปฏิวัติอิสลามในปี 2531 นอกจากนี้ ทหารชาวอาร์เมนยังเคยรบเคียงบ่าเคียงไหล่และเสียชีวิตกว่าร้อยนายในสงครามอิหร่าน-อิรัก (WANA News Agency)

    จากสถานีสู่สัญลักษณ์: การยอมรับรากเหง้า

    สถานี “พระแม่มารีย์ศักดิ์สิทธิ์” เป็นส่วนหนึ่งของโครงการขยายระบบรถไฟใต้ดินเตหะราน โดยที่ราคาตั๋วต่อเที่ยวถูกมากเพียง 5,300 ริยาลอิหร่าน (ประมาณ 0.05 ดอลลาร์) ซึ่งไม่เพียงช่วยลดความแออัดในเมือง แต่ยังส่งเสริมการรวมทางศาสนาอย่างเป็นรูปธรรม

    การเปิดสถานีนี้จึงเป็นมากกว่าแค่การเปิดระบบขนส่งมวลชน แต่ยังเป็น “สัญลักษณ์แห่งการรวมศาสนา” และ “ความหลากหลาย” ที่เตือนให้โลกต้องมองตะวันออกกลางใหม่ว่า ศาสนาสามารถเป็น “สะพาน” เชื่อมผู้คนได้ ไม่ใช่แค่ “กำแพง” ที่แบ่งแยก

    15 ตุลาคม 2568 : คัดข่าว, หาดใหญ่

    FB_IMG_1760490604146.jpg FB_IMG_1760490606383.jpg FB_IMG_1760490608231.jpg FB_IMG_1760490610176.jpg FB_IMG_1760490612023.jpg FB_IMG_1760490614840.jpg FB_IMG_1760490616562.jpg

    ที่มา: DemState, Pravda Armenia, WANA News Agency, Wikipedia, Reuters, The Diplomat
    https://www.facebook.com/share/p/1DNQaery66/
     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,215
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ด่วน!! กัมพูชาแถลงพลิกลิ้น! พบตัวชาวเกาหลีใต้ 80 คนแล้ว อ้างทั้งหมด 'มีความสุขดี' และปฏิเสธกลับประเทศ ภายหลังที่เกาหลีใต้ประกาศส่งกองกำลังพิเศษมายังกัมพูชาในวันนี้ เพื่อตามหาชาวเกาหลีใต้ที่สูญหายและไม่ทราบชะตากรรมในกัมพูชา อีกราว 80 ราย
    .
    ล่าสุดในวันนี้ 15 ต.ค.- นายทัช สุขะ โฆษกกระทรวงมหาดไทยของกัมพูชา และกระทรวงการต่างประเทศของกัมพูชา ได้ออกแถลงการณ์ร่วมกัน ยืนยันว่าได้พบตัวพลเมืองชาวเกาหลีใต้ทั้ง 80 คน ที่เคยมีรายงานว่าสูญหายแล้ว
    .
    แถลงการณ์ระบุว่า ขณะนี้ชาวเกาหลีใต้ทั้งหมดถูกควบคุมตัว โดย ตม.กัมพูชา และได้รับการดูแลเป็นอย่างดี พวกเขาทั้งหมดมีความสุขดี และได้ปฏิเสธที่จะเดินทางกลับประเทศของตน
    .
    การประกาศครั้งนี้ของกัมพูชา ถือเป็นการพลิกลิ้นอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากก่อนหน้านี้ รัฐบาลกัมพูชาพยายามบ่ายเบี่ยงมาโดยตลอด โดยระบุว่าไม่ทราบข้อมูลเกี่ยวกับการหายตัวไปของชาวเกาหลีใต้ และปฏิเสธความรับผิดชอบในเรื่องนี้มาโดยตลอด

    https://www.facebook.com/share/1ELB3ThZsq/
     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,215
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ด่วน! ส.ส. ส.ว. เกาหลีใต้ ประสานเสียง! ช่วยเหลือพลเมืองกิมจิในเขมร ด้านรัฐบาลเกาหลีไม่สนคำพูดกัมพูชา ประกาศเดินหน้าช่วยเหลือเต็มสูบ! พร้อมเอาผิดผู้เกี่ยวข้องทุกคน ยืนยันจะกวาดล้างสแกมเมอร์เอง เผยกำลังหารือใช้มาตรการขึ้นเด็ดขาดต่อกัมพูชา เพื่อประกาศควํ่าบาตร ระงับงบช่วยเหลือมนุษยธรรม ชี้ หากพนมเปญยังไม่เลิกเล่นลิ้น เจอมาตรการทางทหารแน่
    .
    ด้าน นางอี อึนจู สมาชิกสภาสูงสุดของพรรคประชาธิปไตยเกาหลี ระบุว่า "เราต้องแสดงให้ประชาคมโลกเห็นว่าชาวเกาหลีจะถูกลงโทษอย่างเต็มที่สำหรับอาชญากรรมหรือการก่อการร้ายที่กระทำต่อพวกเขา" เขากล่าวเสริมว่า "หากรัฐบาลกัมพูชาตอบโต้อย่างไม่ใส่ใจ เราต้องพิจารณามาตรการทางทหาร รวมถึงการช่วยเหลือตนเอง เพื่อปกป้องพลเมืองของเรา"
    https://www.facebook.com/share/p/1D6QRnaykZ/
     
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,215
    ค่าพลัง:
    +97,153
    รัฐบาลเกาหลีใต้ทำงานไวจัด

    หน่วยข่าวกรองเกาหลี เจอพิกัดฐานสแกมเมอร์ (ฐานแม่) ในเขมรมี รปภ ติดอาวุธ ดูแล 50 นาย เป็นแหล่งสแกมเมอร์ ค้าอวัยวะ ค้ากาม ค้ามนุษย์ และมีการซ้อม ทรมาณคนตายเกือบทุกวัน และมีข่าววงในว่ามีนักการเมือง ข้าราชการไทย สีเทา หลายตัวมีเอี่ยว ติดตามตอนต่อไป.

    ข้อมูล : ทหารรับจ้างฝรั่งเศส V.2

    https://www.facebook.com/share/1Ed19s3soz/
     
  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,215
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ชาวเขมรเฮ เวียดนาม “ทะลัก” ซื้อเกษตรกัมพูชาแทนไทย!...แต่
    ดีใจไม่ทันข้ามเดือน—ถูกกดราคาต่ำกว่าไทย 30%
    — หลังไทยปิดด่านชายแดนทั้งหมดตั้งแต่ 23 มิ.ย. 2568 เพื่อตอบโต้ข้อพิพาทปราสาทพระวิหารและกรณีทุ่นระเบิด PMN-2 ที่กัมพูชายังไม่ยอมถอน “พ่อค้าเวียดนาม” ก็ไม่รอช้า ทะลักเข้ากว้านซื้อสินค้าเกษตรจากฝั่งเขมรแทนไทย โดยเฉพาะมันสำปะหลัง ข้าวโพด และผลไม้ ส่งออกกลับไปเวียดนามผ่านด่าน Bavet-Moc Bai กันจนแน่นทุกวัน (Khmer Times, The Phnom Penh Post)
    ตัวเลขล่าสุดจากกระทรวงเกษตรเวียดนามระบุว่า มูลค่าการนำเข้าเกษตรกัมพูชาเพิ่มขึ้น 25% ภายใน 3 เดือนแรก หลังไทยปิดด่าน รวมกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเฉพาะตลาดมันสำปะหลังที่เวียดนาม “กินรวบ” ไปถึง 60% ของทั้งประเทศ
    แต่ความดีใจของเกษตรกรเขมรอยู่ได้ไม่นาน—เพราะราคาซื้อถูกกดต่ำกว่าไทย 20-30% เช่น มันสำปะหลังสดที่เคยขายได้ 300 ดอลลาร์/ตัน เหลือเพียง 210-240 ดอลลาร์/ตัน โดยพ่อค้าเวียดนามอ้าง “ต้นทุนโลจิสติกส์สูง” และ “ไม่มีตลาดทางเลือก” ขณะที่เกษตรกรกัมพูชาต้องแบกรับขาดทุนปุ๋ยและค่าน้ำมันไม่ไหว
    “ตอนแรกดีใจที่เวียดนามมาซื้อแทนไทย แต่ตอนนี้ขาดทุนทุกวัน ถ้าด่านไทยยังไม่เปิด เราคงหมดตัว”
    — นง ชัน, เกษตรกรหมู่บ้านเปรยจัน จ.บันเตียย์มีชัย (Khmer Times)
    สหพันธ์เกษตรกรกัมพูชา (CFA) แถลงเมื่อ 12 ต.ค. ว่า หากรัฐบาลไม่เร่งเจรจาเปิดด่านไทย เกษตรกรกว่า 5 แสนครัวเรือนใน 4 จังหวัดชายแดนจะล้มละลายภายในสิ้นปี (The Phnom Penh Post) พร้อมระบุว่า
    “เวียดนามกดราคาเพราะรู้ว่าเราไม่มีทางเลือก”
    ฝั่งเวียดนามออกแถลงว่า “ราคาสะท้อนต้นทุนจริง” แต่แหล่งข่าวจาก CSIS และ The Diplomat วิเคราะห์ว่า นี่คือ “สงครามการค้าแบบเงียบ” ที่เวียดนามใช้ช่องว่างจากความขัดแย้งไทย-กัมพูชา เข้าครองตลาดกัมพูชาอย่างเป็นระบบ ภายใต้เครือข่ายโลจิสติกส์สาย BRI ของจีนที่กำลังปักรากทั่วอินโดจีน
    จีนเองก็ไม่พลาดเสนอลงทุนท่าเรือสีหนุวิลล์ 10 พันล้านดอลลาร์ เพื่อฟื้นส่งออกกัมพูชา แต่การพึ่งจีนยิ่งตอกย้ำ “กับดัก BRI”—ที่พาเกษตรกรเขมรออกจากมือไทย เข้าสู่วงจรพ่อค้าใหม่ที่กดราคาหนักกว่าเดิม ขณะที่รายได้เกษตรเขมรตกต่ำลงจากการไร้ทางเลือก

    15 ตุลาคม 2568 : คัดข่าว/หาดใหญ่
    ที่มา: Khmer Times , The Phnom Penh Post , Nation Thailand , Reuters , Bloomberg , The Jakarta Post , US News , CSIS , The Diplomat

     
  18. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,215
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สหรัฐอเมริกายึด Bitcoin จาก Prince Group ได้อย่างไร

    ผมไปนั่งขุดเพิ่มมาครับ และคิดว่าน่าจะได้ข้อมูลที่ชัดเจนแล้ว

    หลายๆ คนอาจจะแปลกใจว่า สหรัฐอเมริกาไปยึด Bitcoin มาได้ยังไง Bitcoin มันเป็นอิสรภาพทางการเงินไม่ใช่เหรอ ใครไปยึดมาก็ไม่น่าได้มั้ย คราวนี้ ผมจะมาตอบคำถามเรื่องนี้ให้ครับ

    ก่อนอื่น เมื่อเช้านี้ ผมไป download คำฟ้องมา และสะดุดกับหน้าสุดท้ายที่มีการสรุปบัญชี Bitcoin ที่ต้องการยึด แล้วได้ตัวเลขรวมที่ 127,000 BTC โดยประมาณ ตัวเลขมันก็คุ้นๆ เหมือนว่าเคยเห็นตัวเลขนี้ในข่าวที่ไหนสักแห่ง

    เลยไปเจอว่า ตัวเลขนี้เป็นตัวเลขเดียวกันกับการขโมยเงินของ Bitcoin mining pool ที่มีชื่อว่า Lubian ซึ่งถูกขโมยในปี 2020 ในจำนวนนี้เลย และพอไป search เลขบัญชีตามนั้น ก็เจอว่าเป็นบัญชีที่ถูก compromised จริงๆ ด้วย

    ในตอนแรก คนก็งงกันว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมถูกแฮกได้ ก็ไม่มีใครรู้กัน จนกระทั่งในปี 2023 ก็มีคนค้นพบช่องโหว่ CVE-2023-39910 ( https://milksad.info/ ) ว่าถ้าใช้กระเป๋าสตางค์ที่ชื่อว่า Libbitcoin Explorer แล้ว มันเขียน program เอาไว้ไม่ดี เพราะถึงแม้ว่ามันจะใช้ระบบการสุ่มตัวเลขเทียม (pseudorandom generator) ที่ค่อนข้างดี (Mersenne Twister) แต่มันกลับใช้ seed เพียงแค่ 32 บิตในการสร้าง Random ทำให้ค่าของกระเป๋าที่เป็นไปได้มีเพียงแค่ 2^32 กระเป๋าหรือ 4 พันล้านกระเป๋าเท่านั้นเอง ยิ่งไปกว่านั้น ค่า seed ยังเป็นค่าเวลาปัจจุบันอีกด้วย ทำให้การเดายิ่งง่ายมากขึ้นไปอีก ถ้ารู้เวลาที่มีธุรกรรมเป็นครั้งแรก ก็ถอยไปสักหน่อย ไม่นานนัก ก็จะเจอเลขบัญชี และกุญแจได้ง่ายๆ ในระยะเวลาไม่นาน

    (ใครสนใจไปอ่าน post เพิ่มเติมของผมในตอนนั้นได้ที่ )

    ซึ่งเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นในปี 2020 จึงไม่มีใครเอาไป associate กับช่องโหว่ milk sad นี้ จนกระทั่ง Arkham ได้ไปขุดพบว่ามันมีความเกี่ยวข้องกันเมื่อไม่นานมานี้ (https://intel.arkm.com/explorer/entity/lubian-hacker, https://x.com/arkham/status/1951729798285340956) จึงพึ่งจะถึงบางอ้อกัน

    แต่ตัวตนของคนขโมย Bitcoin กลับไม่เคยเป็นที่รู้กัน ทางการสหรัฐก็ไม่เคยออกมายอมรับหรือปฏิเสธว่าเกี่ยวข้องกลับเรื่องนี้ ทว่าเรื่องนี้กลับมาอยู่ในความสนใจกันอีกครั้ง เมื่อเจ้าหน้าที่สหรัฐกลับระบุบัญชีเหล่านี้ในเอกสารฟ้องร้อง และอ้างว่ามีสิทธิ์ในการควบคุมบัญชีดังกล่าว

    สรุปสั้นๆ คือ ทางการสหรัฐยังจับ Chen Zhi ไม่ได้ และก็ไม่ได้ไปเอาเค้าไปทรมานเพื่อรีดเอากุญแจมา แต่กลับได้มาซึ่ง Bitcoin ที่มีส่วนเกี่ยวพันกับ Prince Group ที่ก่อเหตุหลอกลวงคนจำนวนมาก โดยการแฮก (ซึ่งใครแฮกก็ไม่รู้) ทางการสหรัฐจึงยื่นขอศาลให้ยึดทรัพย์ดังกล่าวเป็นการถาวร ถึงแม้ว่าทรัพย์สินเหล่านี้อาจจะพิสูจน์ไม่ได้โดยตรงว่า เป็นเงินที่ได้มาจากการทำธุรกรรมที่ผิดกฎหมาย

    ยิ่งไปกว่านั้น ในเวลาที่ Bitcoin เหล่านี้ถูกขโมยมา นั่นคือในปี 2020 ที่สินทรัพย์ดังกล่าวมีมูลค่าเพียง 3.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ แต่ในตอนนี้มันมีมูลค่ามากถึง 14.5 พันล้านเหรียญสหรัฐเลยทีเดียว นั่นก็ยิ่งแปลว่า ความเสียหายจริงๆ มันคงไม่น่าจะถึง 14.5 พันล้านเหรียญสหรัฐหรอกนะ

    ถ้าศาลตัดสินให้ยึดได้ รัฐบาลสหรัฐจะมี Bitcoin strategic reserve เพิ่มขึ้นจาก 22 พันล้านเหรียญสหรัฐ เป็น 36 พันล้านเหรียญสหรัฐเลยทีเดียว

    https://www.facebook.com/share/p/1ZRHKVrxt7/

    PSX_20251015_181306.jpg FB_IMG_1760526695194.jpg FB_IMG_1760526694898.jpg FB_IMG_1760526697660.jpg FB_IMG_1760526702702.jpg FB_IMG_1760526703239.jpg FB_IMG_1760526702903.jpg
     
  19. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,215
    ค่าพลัง:
    +97,153
    Prince Bank ล่ม

    คราวนี้มาต่อกันที่ Prince Bank ครับ หลังจากที่ OFAC ประกาศ sanction ธุรกิจของ Prince Group ที่มีออกญาเฉินจื้อเป็นเจ้าของ ปรากฏว่า หลังจากนั้นไม่ถึงวัน ปรากฏว่า แอปของ Prince Bank หนึ่งในธนาคารในเครือของ Prince Group ก็หยุดทำงานไป จนทาง Prince Bank ต้องออกมาขอโทษ

    นี่เป็นเพราะทาง Prince Bank ได้จดทะเบียน princebank[.]com[.]kh เอาไว้ แต่ฝาก domain เอาไว้กับทาง Cloudflare

    เมื่อ CloudFlare ได้รับแจ้ง ก็น่าจะหยุดการให้บริการทั้งการทำ WAF และการทำ DNS resolver ให้กับ domain ดังกล่าว ส่งผลทำให้ระบบทั้งหมดหยุดการทำงาน และน่าจะต้องใช้เวลาอีกพอสมควร กว่าที่จะแจ้งเปลี่ยน DNS resolver ให้กลับมาชี้ DNS resolver อื่น (น่าจะต้องเป็นของกัมพูชาเอง) เพื่อให้มันกลับมาทำงานได้ตามปกติ

    ส่วนที่เหลือ ผมเดาว่า จะยิ่งมีปัญหา app ของธนาคารเองก็น่าจะถูกตัดไม่ให้ขึ้น Apple App Store และ Google Play Store ในที่สุดด้วยเช่นกัน

    ส่วน SSL certificate ก็ใช้ของ Google Trust ซึ่งไม่รู้ว่าจะถูก Google ban ตามไปด้วยหรือไม่

    https://www.facebook.com/share/p/1XVLCuRJWc/

    PSX_20251015_181702.jpg FB_IMG_1760526968445.jpg FB_IMG_1760526970635.jpg
     
  20. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,215
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ธุรกิจธนาคาร
    ความน่าเชื่อถือ คืออันดับ 1
    .
    .
    .
    ตอนนี้เว็บไซต์ของธนาคาร และ application ไม่สามารถเข้าถึงได้ตอนนี้ครับ

    ทางธนาคารมีการประกาศอย่างเป็นทางการ เพียงมีการปรับปรุงเว็บไซต์ โดยจะรีบแก้ไขและอัพเดทให้เร็วที่สุด แต่ไม่มีกำหนดการครับ

    ตรงนี้เป็นความกังวลของคนกัมพูชาเอง เพราะหลังจากมีข่าวออกญาเฉิน นักธุรกิจและเจ้าของธนาคารในกัมพูชา ถูกยึดทรัพย์ครั้งใหญ่ในข้อหา สนับสนุนหรือร่วมเครือข่ายสแกมเมอร์

    ธุรกิจธนาคารเป็นเรื่องของความไว้วางใจครับ เราจะสังเกตได้ว่าเมื่อมีข่าวเสียหายของธนาคาร ผลกระทบจะเยอะเสมอ ส่วนหนึ่งเรื่องธนาคารเป็นเรื่องของความเชื่อมั่นครับ

    เมื่อมีข่าวที่เชื่อถือได้ ว่าทรัพย์สินเงินและธุรกิจถูกยึดไปเป็นจำนวนมาก ในกัมพูชาเขาคือ เจ้าของธุรกิจและผู้บริหารธนาคาร แถมยังมีตำแหน่งในประเทศเป็น #ออกญาเฉิน

    ดังนั้นผู้มีบัญชีเงินฝาก จึงแสดงความกังวลออกมาเป็นอย่างมากในตอนนี้ครับ

    บางส่วนเริ่มสอบถาม ความน่าเชื่อถือสอบถามเงินที่ฝากไว้ รวมไปถึงมีการแคปข่าวจากต่างประเทศ มาสอบถามว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ใน facebook official ของธนาคาร

    ยอมรับเลยครับว่า ออกญาเฉิน คือตัวแปรสำคัญของความวุ่นวายต่อจากนี้เลยครับ

    ในส่วนของธนาคารล่าสุดมีการแถลงว่ากำลังปรับปรุงและสามารถเข้าใช้งานได้แล้วแต่คนกัมพูชาโพสต์ตอบโต้ว่ายังไม่สามารถเข้าใช้งานได้

    เรื่องนี้อาจพัฒนาไปเป็น #แบงค์รัน ได้ ตรวจดูความคืบหน้าอีกทีครับ

    https://www.facebook.com/share/p/17vFivLcX8/

    PSX_20251015_182144.jpg FB_IMG_1760527175863.jpg FB_IMG_1760527181645.jpg
     

แชร์หน้านี้

Loading...