ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,215
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ที่ไม่ได้เอาข่าวมาลง เพราะเห็นว่าข่าวไม่น่าสนใจ ถ้าช่วงไหนมีเรื่องน่าสนใจ อ่านแล้วมีสาระ จะนำมาลง ให้อ่านไปเรื่อยๆ ครับ
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,215
    ค่าพลัง:
    +97,153
    “ปลอดประสพ” แจ้ง ข่าวร้ายคนกรุงฯ พบอุโมงค์ใต้ดินสายสีม่วง แตกทรุดเพิ่มแถมเขยื้อน 25 เมตร จวก กทม-รฟม. ไม่เตือนภัยประชาชน ลั่น บ.ผู้รับเหมาสร้าง อ้าง “ติดหน้างาน-ติดสัญญาห้ามเปิดเผยข้อมูล”

    อ่านเพิ่มเติม : https://www.thairath.co.th/news/politic/2889242
    #การเมือง #ไทยรัฐออนไลน์

    https://www.facebook.com/share/1ANKnrVS24/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,215
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ตามประกาศล่าสุด จากสำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างประเทศของกระทรวงการคลังสหรัฐอเมริกา (OFAC)

    Prince Bank ขอแจ้งให้ทราบว่า:

    ธนาคารยังคงดำเนินงานอย่างเป็นอิสระ: ธนาคารปรินซ์ยังคงดำเนินงานตามปกติตามกฎหมายและข้อบังคับของราชอาณาจักรกัมพูชา การดำเนินการของสำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างประเทศ (OFAC) กระทรวงการคลังสหรัฐอเมริกา จะไม่ส่งผลกระทบต่อความสามารถและการดำเนินงานของธนาคารในกัมพูชา

    ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับพันธมิตรระหว่างประเทศบางราย: พันธมิตรทางธุรกิจระหว่างประเทศหรือระดับภูมิภาคบางรายอาจต้องปฏิบัติตามแนวทางของสำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างประเทศ (OFAC) ของกระทรวงการคลังสหรัฐอเมริกา ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดความล่าช้าหรือการปรับเปลี่ยนบริการธนาคารข้ามพรมแดนหรือตัวแทนธนาคารบางรายการ ธนาคารกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและจะบริหารจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้าทั้งหมดด้วยความรอบคอบและโปร่งใสต่อไป

    การดำเนินงานด้านธนาคาร บริการตู้เอทีเอ็ม แพลตฟอร์มดิจิทัล และบริการสาขาธนาคารยังคงเปิดให้บริการตามปกติ
    ลูกค้ายังคงสามารถเข้าถึงเงิน ทำธุรกรรม และใช้บริการ Prince Banking ได้ตามปกติ

    ความเป็นอิสระของฝ่ายบริหารและการควบคุมโดยรวม: ผู้ถือหุ้นไม่มีอำนาจเหนือการดำเนินงานประจำวัน ธนาคารปรินซ์ยังคงรักษาบทบาทที่เป็นอิสระระหว่างผู้ถือหุ้นและฝ่ายบริหาร เพื่อให้มั่นใจว่าการตัดสินใจทั้งหมดจะยึดถือผลประโยชน์สูงสุดของลูกค้าและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

    คณะกรรมการบริหารอิสระ: ธนาคารปรินซ์นำและกำกับดูแลโดยคณะกรรมการบริหารอิสระที่มีประสบการณ์ยาวนานและได้รับการแต่งตั้งจากผู้เชี่ยวชาญทางการเงิน คณะกรรมการบริหารอิสระทำหน้าที่กำกับดูแลการปฏิบัติตามหลักธรรมาภิบาลที่ดี การบริหารความเสี่ยง และการปฏิบัติตามกฎระเบียบของกัมพูชาและแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดระดับสากล

    CEO และทีมผู้บริหารที่มีประสบการณ์สูง: ทีมผู้บริหารของ Prince Bank นำโดย CEO ที่มีประสบการณ์อย่างกว้างขวางในด้านการธนาคารระดับภูมิภาค และรับรองว่าธนาคารจะมีเสถียรภาพ มีการบริหารจัดการอย่างมืออาชีพ และมุ่งเน้นที่การเติบโตในระยะยาวและความไว้วางใจของลูกค้า

    ธนาคารปรินซ์ขอย้ำว่า เรายังคงมุ่งมั่นที่จะรักษาความซื่อสัตย์ ความมั่นคงทางการเงิน และการปกป้องสิทธิและผลประโยชน์ของลูกค้าทุกคน เราจะทำงานอย่างใกล้ชิดกับธนาคารแห่งชาติกัมพูชาต่อไป เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานของเราเป็นไปตามกฎระเบียบและโปร่งใสในทุกขั้นตอน

    ความไว้วางใจและความเชื่อมั่นของลูกค้ายังคงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดของเรา

    https://plus.freshnewsasia.com/freshnewsplus/404925-2025-10-15-15-11-13

    https://www.facebook.com/share/1Fi5KcmTKf/
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,215
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ชาวกัมพูชาแตกตื่น หลังจากยังไม่สามารถเข้าเว็บไซต์และ application เพื่อทำการเช็คโอนหรือถอนเงินได้ในขณะนี้ ท่ามกลางข่าวยึดทรัพย์ #ออกญาเฉิน เจ้าของธุรกิจและธนาคารในกัมพูชา

    ข่าวลือมาเร็วและมาแรง โดยลือกันว่าเงินถูกยึดไปหมดแล้ว ช่องทางเดียวในตอนนี้นอกเหนือจากเบิกที่เคาน์เตอร์ธนาคารซึ่งปิดให้บริการแล้ว ตอนนี้จึงมีการแชร์พิกัดตู้ ATM ที่ทางเว็บไซต์ของธนาคารอ้างว่าสามารถเบิกถอนได้ตามปกติ

    โดยตอนนี้มีการแชร์พิกัดของตู้ atm จำนวน 63 ตู้ ซึ่งคือตู้ทั้งหมดของธนาคาร ว่าอยู่ที่ไหนบ้าง เพื่อที่ใครสะดวกจะได้รีบไปถอนเงิน เนื่องจากความกังวลว่าเงินที่ฝากอยู่จะหายไป

    https://www.facebook.com/share/p/1A3DEDZyP1/
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,215
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เพจอย่างเป็นทางการของธนาคาร Prince ทาง facebook อันตรธานหายไปแล้วครับ

    https://www.facebook.com/share/1FRxTSV2W1/

    PSX_20251015_204648.jpg
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,215
    ค่าพลัง:
    +97,153
    แนวทางตอบโต้แข็งกร้าวของเกาหลีใต้ ในคดีอาชญากรรมซ้ำแล้วซ้ำเล่าที่เกิดขึ้นกับพลเมืองของประเทศในกัมพูชา โหมกระพือความกังวลมากขึ้นเรื่อยๆในหมู่ชาวเขมร ว่ามันอาจบั่นทอนความสัมพันธ์ทางการทูตกับ 2 ประเทศ ขณะเดียวกันแรงงานกัมพูชาบางส่วนเริ่มโอดครวญต่อการถูกเลือกปฏิบัติ ผลกระทบจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

    แม้มีความกังวลในหมู่ประชาชนชาวกัมพูชา แต่ดูเหมือนว่าในระดับรัฐและนักวิชาการแล้ว พวกเขายังคงหมางเมินต่อแรงกดดันของฝ่ายเกาหลีใต้

    "แรงกดดันทางการทูตของผู้นำเกาหลีใต้ไม่ได้ช่วยอะไร ในทางกลับกัน มันยังทำให้ความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศ สั่นคลอน" กิน เพีย ผู้อำนวยการสถาบันความสัมพันธ์นานาชาติ ของราชบัณฑิตยสถานแห่งกัมพูชา ให้สัมภาษณ์กับพนมเปญโพสต์ ตามรายงานของโคเรียเฮรัลด์ หนังสือพิมพ์เกาหลีใต้ "มีเพียงความร่วมมือในระดับภูมิภาคและนานาชาติเท่านั้นที่จะป้องกันสิ่งนี้ มันไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นแค่ในกัมพูชา" เขากล่าว

    ความเห็นนี้มีขึ้นหลังจาก อี แจ มยอง ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ออกคำสั่งให้กระทรวงต่างๆที่เกี่ยวข้อง ใช้ "ทุกทรัพยากรที่มี" ช่วยเหลือพลเมืองที่ถูกลักพาตัวในกัมพูชา เชื่อมโยงกับการหลอกลวงจ้างงานทางออนไลน์ คำสั่งนี้มีขึ้นตามหลังเหตุนักศึกษาชาวเกาหลีใต้วัย 22 ปี ถูกทรมานจนตายในกัมพูชา คดีที่สร้างความรู้สึกช็อคและโหมกระพือความเดือดดาลของประชาชน

    ท่ามกลางโกรธแค้นที่หนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆในเกาหลีใต้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฏรบางคนถึงขั้นเรียกร้องให้ใช้มาตรการทางทหารตอบโต้ อย่างไรก็ตามในส่วนของรัฐบาลกัมพูชา จนถึงตอนนี้ยังตอบสนองอย่างระมัดระวัง โดย ทัช สุขะ โฆษกกระทรวงมหาดไทย อ้างว่า กัมพูชา ก็เป็นเหยื่อของเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติเช่นกัน

    "ถ้าอาชญากรรมนี้ส่งผลกระทบกับความสัมพันธ์ของเรา เมื่อนั้นมันก็จะกลายเป็นการเปิดโอกาสให้องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติเฟื่องฟู" สุขะ ให้สัมภาษณ์กับพนมเปญโพสต์เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ "สิ่งที่เราต้องการคือ ขอให้เกาหลีใต้เข้าใจว่า กัมพูชา ก็เป็นเหยื่ออาชญากรรมนี้เช่นกัน"

    เคเรียเฮรัลด์ รายงานว่าชาวกัมพูชาบางส่วนก็แสดงความผิดหวังไปในทิศทางเดียวกับรัฐบาล "เรารู้สึกเสียใจที่ผู้นำเกาหลีไม่แยกแยะระหว่างปฏิบัติการสแกมเมอร์กับการท่องเที่ยว" เสียม สกเขง นายกสมาคมมัคคุเทศก์ภาษาเกาหลีในกัมพูชา ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนท้องถิ่น

    เขาบอกว่ารัฐบาลเกาหลีใต้ควรดำเนินการมากกว่านี้ ในการให้ความรู้แก่ชาวเกาหลีใต้ให้รู้จักและรู้เท่าทันสแกมเมอร์มากกว่าเดิม "มันน่าเศร้าที่พวกเขาพูดเหวี่ยงแหเกี่ยวกับสถานการณ์ในกัมพูชา"

    อย่างไรก็ตาม โคเรียเฮรัลด์รายงานว่าเริ่มพบเห็นความผิดหวังเพิ่มมากขึ้นภายในกัมพูชาเช่นกัน ในสิ่งที่พวกเขามองว่าท่าทีเพิกเฉยของหน่วยงานรัฐต่อองค์กรอาชญากรรม "ดูเหมือนว่ากระทรวงมหาดไทยจะไม่มีความพยายามใดๆเลย ต่อการเล็งเป้าจัดการอาชญากรรมทางออนไลน์" ความเห็นหนึ่งบนเฟซบุ๊กของกระทรวงมหาดไทยกัมพูชาระบุ "กระทรวงมหาดไทยเพิ่งออกถ้อยแถลง หลังจากมีชาวเกาหลีรายหนึ่งเสียชีวิต"

    ผู้ใช้อีกคนเขียนเล่าว่า "แรงงานกัมพูชาถูกดูหมิ่นและโดนเลือกปฏิบัติ โดยเฉพาะในเกาหลีใต้ นายจ้างจำนวนมากปฏิเสธรับแรงงานกัมพูชา เราหวังว่ารัฐบาลจะคลี่คลายปัญหานี้ เพื่อปกป้องไม่ให้ผู้คนในเกาหลี โกรธแค้นเราไปมากกว่านี้อีก"

    ในความพยายามตอบโต้มุมมองในแง่ลบ โคเรียเฮรัลด์รายงานว่ากระทรวงมหาดไทยกัมพูชาเมื่อวันพุธ(15ต.ค.) โพสต์วิดีโอเป็นชุดๆ ภาพผู้อยู่อาศัยชาวเกาหลีใต้ บอกว่ามีเป้าหมายเพื่อโชว์ให้คนเกาหลีและโลก ได้เห็นถึงประสบการณ์ที่แท้จริงของการใช้ชีวิตอยู่ในกัมพูชา

    "ชีวิตที่ฉันเห็นและพักอาศัยอยู่ที่นี่ในทุกๆวัน รู้สึกว่ามันแตกต่างอย่างมากจากสิ่งที่เห็นในข่าว" ฮวาง ฮู-อิน เจ้าของคาเฟ่ชาวเกาหลี ซึ่งพำนักอยู่ในกัมพูชานานก่า 13 ปี กล่าวในวิดีโอ

    อ้างอิงข้อมูลจากกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา มีเคสต้องสงสัยชาวเกาหลีใต้ในกัมพูชา ถูกลักพาตัว กักขังหน่วงเหนี่ยงและสูญหาย อย่างน้อยๆ 330 ราย ระหว่างเดือนมกราคมถึงสิงหาคมปีนี้ ความโกรธเคืองของประชาชนพุ่งสูงในเดือนสิงหาคม ครั้งที่นักศึกษามหาวิทยาลัยชาวเกาหลีใต้รายหนึ่ง ถูกะบเสียชีวิตใกล้ภูเขาโบกอร์ ในจังหวัดกำปอต หลังโดนลักพาตัวและทรมาน นับตั้งแต่นั้นตำรวจกัมพูชาจับกุมผู้ต้องสงสัย 3 ราย ในความเกี่ยวข้องกับคดีนี้

    (ที่มา:โคเรียเฮรัลด์/mgronline)

    https://www.facebook.com/share/1Lq4suiFfP/
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,215
    ค่าพลัง:
    +97,153
    แรงงานกัมพูชาในเกาหลีใต้ “เคลื่อนไหวปกป้องศักดิ์ศรี” อาจโดนแบนยาวให้หลุดออกจากงานทั้งหมดในเกาหลี
    .
    — แรงงานกัมพูชากว่า 200 คนในเกาหลีใต้รวมตัว “ประท้วงและขู่หยุดงาน” หลังถูกเหมารวมกับขบวนการสแกมออนไลน์จากค่ายสีหนุวิลล์และปอยเปต โดยประกาศ “เราคนกัมพูชาบริสุทธิ์” เรียกร้องให้สื่อเกาหลี
    “หยุดล้อแรงงานสุจริตว่าเป็นสแกมเมอร์”

    แต่ท่าทีดังกล่าวกลับถูกชาวเน็ตเกาหลีจำนวนมากตั้งคำถามว่า “เหมาะสมหรือไม่” เมื่อประเทศเจ้าภาพเองกำลังเจอกับภัยสแกมที่ลามถึงชีวิต

    การประท้วงครั้งนี้นำโดย สมาคมแรงงานกัมพูชาในเกาหลี (CWAK) ซึ่งรวมตัวกันในพื้นที่อุตสาหกรรมกยองกีและปูซาน เมื่อเช้าวันที่ 15 ตุลาคมที่ผ่านมา พร้อมคำขู่ว่า

    “หากสื่อและรัฐบาลยังล้อ เราจะหยุดงานทั้งหมด”
    โดยย้ำว่าขบวนการสแกมที่ลักพาตัวชาวเกาหลีใต้กว่า 300 รายในปีนี้

    “เป็นฝีมือแก๊งจีนข้ามชาติ ไม่ใช่คนกัมพูชา”.

    แต่แทนที่จะได้แรงเห็นใจ ชาวเน็ตเกาหลีใต้กลับมองว่า “แรงงานกัมพูชาไม่เข้าใจสถานการณ์” เพราะรัฐบาลโซลเพิ่งประกาศเตือนเดินทาง “ห้ามเด็ดขาด” พื้นที่ชายแดนสแกมบาเว็ต-ปอยเปต เมื่อ 16 ตุลาคม หลังกรณีนักศึกษาวัย 22 ปีถูกทรมานตายในค่ายสแกมกัมพูชา (8 ส.ค.) —เหตุที่ทำให้ประชาชนเกาหลี “รับไม่ได้” จนเกิดแรงกดดันให้ภาครัฐยกระดับมาตรการตอบโต้.

    ด้านนักวิเคราะห์แรงงานจาก The Korea Herald มองว่า การประท้วงของแรงงานกัมพูชาครั้งนี้

    “อาจกลายเป็นดาบสองคม”

    เพราะเกาหลีใต้เองกำลังพิจารณาปรับนโยบายแรงงานต่างชาติให้ “พึ่งแรงงานจากเวียดนาม อินโดนีเซีย และเนปาลมากขึ้น”

    เพื่อกระจายความเสี่ยงหลังเกิดภาพลักษณ์เชิงลบต่อกัมพูชา.

    “แรงงานกัมพูชาในเกาหลีใต้ราว 10,000 คน ตอนนี้กลายเป็นกลุ่มเสี่ยงถูกเลิกจ้างมากที่สุด”

    แหล่งข่าวจากวงการแรงงานเผย

    “นายจ้างบางรายเริ่มลดชั่วโมงงาน เพราะกลัวแรงงานจะถูกสังคมกดดันหรือขาดจิตใจร่วมกับบริษัท”

    กระทรวงแรงงานเกาหลีใต้ยังไม่ออกแถลงการณ์โดยตรง แต่สื่อหลักหลายสำนักรายงานตรงกันว่า โซล “ไม่พอใจท่าทีขู่หยุดงาน” เพราะมองว่าเป็นการใช้ประเด็นอารมณ์มากกว่าการสื่อสารทางการทูต.

    ขณะที่ฝ่ายกัมพูชาแถลงเมื่อ 13 ตุลาคมว่า “รัฐบาลจับผู้ต้องสงสัยกว่า 3,000 รายในเดือนกรกฎาคม และปิดค่ายสแกม 53 แห่ง” พร้อมย้ำว่า “ต้นตอมาจากอาชญากรจีน ไม่ใช่คนกัมพูชา” (Phnom Penh Post).

    อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวในวงการทูตเอเชียตะวันออกชี้ว่า

    “เกาหลีใต้ไม่ได้มองแค่เรื่องศักดิ์ศรี แต่กำลังพิจารณาความมั่นคงของระบบแรงงาน”
    และการที่แรงงานกัมพูชาขู่หยุดงาน
    “อาจกลายเป็นข้ออ้างให้โซลลดโควตาแรงงานกัมพูชาในปีหน้า”

    กล่าวได้ว่า จากการชุมนุมที่ตั้งใจ “ปกป้องศักดิ์ศรีชาติ” อาจกลายเป็นการผลักตัวเองเข้าใกล้ประตูขาออกของระบบแรงงานต่างชาติในเกาหลีใต้ — และถ้าโซลตัดสินใจลดคนกัมพูชาออกจากระบบจริง คนที่ต้องกลับบ้าน “ยาว ๆ” อาจไม่ได้มีแค่ผู้นำการประท้วงเท่านั้น.

    16 ตุลาคม 2568 : ตัดข่าว/หาดใหญ่

    ที่มา: Korea Herald, Yonhap, The Korea Times, Phnom Penh Post, The Straits Times

    https://www.facebook.com/share/1D9GMACxgY/
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,215
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ด่วน เขมรช็อคทั้งประเทศ ล่าสุดเพจธนาคาร Prince Bank ของออกญา คนสนิทฮุนเซน ปิดหนีหายไปเรียบร้อย ก่อนหน้านี้อ้างว่าแค่ระบบขัดข้อง

    เนื้อหาข่าวโดยคุณยุคล

    https://www.facebook.com/share/16mTtKbEhE/

    FB_IMG_1760574199671.jpg FB_IMG_1760574202371.jpg FB_IMG_1760574205173.jpg
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,215
    ค่าพลัง:
    +97,153
    อังกฤษ เอาด้วย! ร่วมสหรัฐฯ ปราบศูนย์สแกมเมอร์ ‘กัมพูชา’ ยึดคฤหาสน์-ทรัพย์สินในลอนดอน มูลค่ากว่า 5 พันล้าน คว่ำบาตรทุกธุรกิจและคาสิโนในกัมพูชาที่เกี่ยวข้อง

    วันที่ 15 ต.ค. 2568 เว็บไซต์รัฐบาลสหราชอาณาจักร เปิดเผยว่า รัฐบาลสหราชอาณาจักร ร่วมกับรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ประกาศมาตรการคว่ำบาตรเครือข่ายที่ดำเนินศูนย์สแกมเมอร์อย่างผิดกฎหมายทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งได้หลอกลวงเหยื่อทั่วโลกจนสูญเสียเงินจำนวนมหาศาล และบังคับทรมานแรงงานที่ถูกค้ามนุษย์ให้มาทำงานในศูนย์เหล่านี้

    รัฐบาลทั้งสองประเทศ ได้ประกาศคว่ำบาตรเครือข่ายซึ่งใช้กลโกงที่ซับซ้อน เช่น การหลอกลวงเหยื่อให้หลงเชื่อในความสัมพันธ์รักปลอมทางออนไลน์ เพื่อหลอกเอาเงินในระดับอุตสาหกรรม รวมถึงเหยื่อในสหราชอาณาจักรด้วย โดยผู้ที่ลงมือโกงส่วนใหญ่ มักเป็นแรงงานต่างชาติที่ถูกล่อลวงและบังคับให้ทำงานในศูนย์หลอกลวงภายใต้การขู่เข็ญและการทรมาน

    ภายใต้การปราบปรามครั้งนี้ รัฐบาลอังกฤษได้สั่งอายัดคฤหาสน์มูลค่า 12 ล้านปอนด์ (520 ล้านบาท) ในย่านนอร์ทลอนดอน ซึ่งเป็นทรัพย์สินของเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่บังคับใช้แรงงานให้ดำเนินกลโกงออนไลน์

    ผู้นำของเครือข่ายนี้คือ เฉิน ซึ่งเป็นหัวหน้าและผู้มีอิทธิพลในกลุ่มธุรกิจใหญ่ในกัมพูชา และได้จดทะเบียนธุรกิจในหมู่เกาะบริติชเวอร์จิน และลงทุนในตลาดอสังหาริมทรัพย์ในลอนดอน รวมถึงคฤหาสน์ 12 ล้านปอนด์ บนถนน อเวนิว โรด , อาคารสำนักงานมูลค่า 100 ล้านปอนด์ (4,334 ล้านบาท) บนถนน เฟนเชิร์ช สตรีต ใจกลางกรุงลอนดอน และแฟลตอีก 17 แห่งบนถนน นิวอ็อกซ์ฟอร์ด สตรีต และในย่าน ไนน์ เอล์มส์ ทางตอนใต้ของลอนดอน

    มาตรการคว่ำบาตรครั้งนี้จะอายัดทันที ทั้งธุรกิจและทรัพย์สินดังกล่าว และตัด ‘เฉิน’ กับเครือข่ายของเขา ออกจากระบบการเงินของสหราชอาณาจักร

    เยเว็ตต์ คูเปอร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหราชอาณาจักร ระบุว่า “ผู้อยู่เบื้องหลังศูนย์หลอกลวงเหล่านี้ ได้ทำลายชีวิตของผู้คนที่เปราะบาง แล้วนำเงินสกปรกมาซื้อบ้านในลอนดอน เพื่อซ่อนทรัพย์สินของตน“

    ”เราและพันธมิตรจากสหรัฐฯ กำลังดำเนินการเด็ดขาด เพื่อรับมือกับภัยข้ามชาติที่กำลังเติบโตนี้ เพื่อปกป้องสิทธิมนุษยชน ปกป้องพลเมืองอังกฤษ และขจัดเงินสกปรกออกจากท้องถนนของเรา”

    บุคคลและองค์กรที่ถูกคว่ำบาตรในครั้งนี้ ได้แก่

    กลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ระดับพันล้านปอนด์ที่มีการลงทุนในหลายภาคส่วนทั่วกัมพูชาและต่างประเทศ ถูกกล่าวหาว่าสร้างคาสิโนและคอมพาวด์ที่ใช้เป็นศูนย์หลอกลวง และมีส่วนในการฟอกเงินจากอาชญากรรมเหล่านี้

    กลุ่มธุรกิจบันเทิงและคาสิโนที่เชื่อมโยงกัน มีโรงแรมและคาสิโนสูง 7 ชั้นในเมืองท่องเที่ยวสีหนุวิลล์ และศูนย์หลอกลวงหลายแห่ง

    บริษัทที่อยู่เบื้องหลังศูนย์หลอกลวงขนาดใหญ่ชานกรุงพนมเปญ อ้างว่าเป็น “อุทยานเทคโนโลยี”

    แพลตฟอร์มคริปโทเคอร์เรนซีที่เชื่อมโยงกัน

    ศูนย์สแกมเมอร์ในกัมพูชา เมียนมา และประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค มักใช้โฆษณางานปลอมล่อลวงชาวต่างชาติให้เข้ามาทำงานในคาสิโนร้างหรือคอมพาวด์ที่สร้างขึ้นเฉพาะกิจ แล้วบังคับให้ทำการหลอกลวงออนไลน์โดยมีการขู่ทำร้ายร่างกาย กลโกงมักเกี่ยวข้องกับการหลอกให้เหยื่อสร้างความสัมพันธ์ทางออนไลน์ ก่อนชักชวนให้ “ลงทุน” ในโครงการคริปโทปลอม ๆ จากนั้นเงินจะถูกฟอกผ่านระบบการเงินที่ซับซ้อน ซึ่งรวมถึงธุรกิจบังหน้าและแพลตฟอร์มพนันออนไลน์

    มาตรการคว่ำบาตรในวันนี้เป็นการดำเนินการร่วมกับสหรัฐฯ เพื่อให้เกิดผลสูงสุด โดยอิงจากการสืบสวนอย่างละเอียดของ กระทรวงการต่างประเทศและเครือจักรภพ และ สำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างประเทศของสหรัฐฯ

    ลอร์ด แฮนสัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่อต้านการฉ้อโกงของอังกฤษ กล่าวว่า “พวกมิจฉาชีพเหล่านี้ฉวยโอกาสจากผู้ที่เปราะบางที่สุด ปล้นเงินออม ทำลายความไว้วางใจ และทำลายชีวิตผู้คน เราจะไม่ยอมให้สิ่งนี้เกิดขึ้น”

    “มาตรการคว่ำบาตรนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเราที่จะหยุดยั้งผู้ที่ได้ประโยชน์จากการกระทำเหล่านี้ ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด และกันไม่ให้เงินสกปรกเข้าสู่สหราชอาณาจักร ภายใต้ยุทธศาสตร์ต่อต้านการฉ้อโกงฉบับใหม่และการประชุม การประชุมต่อต้านการฉ้อโกงโลก ที่จะจัดขึ้น เราจะเดินหน้าขัดขวางเครือข่ายอาชญากรรมและปกป้องสาธารณชนจากพวกอาชญากรไร้ยางอายเหล่านี้ต่อไป”
    FB_IMG_1760574434523.jpg
    https://www.facebook.com/share/p/1BEgwX34Y1/
     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,215
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ถ้าเรื่องปกป้องคนในชาติ เกาหลีใต้จะกล้าลุยถึงขั้นไหน

    ขอให้ดูจากเหตุการณ์ในปี 2554
    ปฏิบัติการรุ่งอรุณแห่งอ่าวเอเดน

    เหตุเกิดเมื่อ เรือบรรทุกสินค้า Samho Jewelry ของเกาหลีใต้ ถูกโจรสลัดโซมาเลียบุกยึด ระหว่างกำลังเดินทางจาก UAE ไปศรีลังกา และจับลูกเรือเป็นตัวประกัน 21 คน มี 8 คนเป็นชาวเกาหลีใต้

    เมื่อการเจรจาให้ปล่อยตัวประกันไม่เป็นผล

    ปธน เกาหลีใต้ สั่งการให้หน่วยคอมมาโดขึ้นเรือพิฆาต ROKS นำกองกำลังกว่าสามสิบนาย พร้อมเรือจู่โจมและเฮลิคอปเตอร์อีกหลายลำ พร้อมประสานขอการสนับสนุนจากกองทัพเรือโอมานและสหรัฐในน่านน้ำข้างเคียง

    ทั้งหมดบุกโจมตีไล่ล่าโจรสลัดทันที

    หน่วยคอมมานโดเกาหลีใต้ แล่นเรือพิฆาตไล่ตามเรือบรรทุกสินค้าที่ถูกโจรสลัดยึดไป และทำการก่อกวนสัญญาณวิทยุ ไม่ให้โจรสลัดบนเรือสามารถขอความช่วยเหลือจากพวกของมันได้

    ต่อมาโจรสลัดเห็นเรือบรรทุกสินค้าของมองโกเลียฝ่ายมา จึงส่งสมุนโจรสลัดขึ้นเรือเล็กไปยึดเรือลำนั้น ทำให้บนเรือบรรทุกสินค้าของเกาหลีมีโจรสลัดลดน้อยลง

    เฮลิคอปเตอร์ที่บินสนับสนุนเรือพิฆาตเกาหลี ก็บินติดตามไปยิงถล่มเรือเล็กที่ถูกส่งไปยึดเรือมองโกเลีย โจรสลัดบนเรือเล็กลำนั้น เท่งทึงหมดสิ้น

    หน่วยคอมมานโดเกาหลีใช้จังหวะนั้น บุกขึ้นเรือทันที และยิงต่อสู้กับโจรสลัดบนเรือ โจรสลัดรีบวิทยุขอความช่วยเหลือไปที่ฐานโจรสลัดในโซมาเลียให้ส่งคนมาช่วย แต่มาไม่ทัน หลังปะทะกันห้าชั่วโมง

    หน่วยคอมมานโดเกาหลี ได้กำจัดโจรสลัดโซมาเลียไป 8 ราย และจับกุมไว้ได้ 5 ราย และช่วยเหลือชาวเกาหลีใต้ออกมาได้อย่างปลอดภัย โดยปฎิบัติการนี้ ชาวเกาหลีใต้ บาดเจ็บสามราย ไม่มีผู้เสียชีวิต

    หลังเหตุการณ์สงบลง ปธน เกาหลีใต้ ออกแถลงข่าวไปทั่วประเทศทันที
    โดยกล่าวยกย่องกองทัพและหน่วยคอมมานโด ที่ปฎิบัติภารกิจเป็นผลสำเร็จ และประกาศว่า ใครก็ตามที่คุกคามชีวิตชาวเกาหลีใต ้ เกาหลีใต้ก็จะตอบโต้มันผู้นั้นอย่างเต็มที่

    ส่วนโจรสลัดโซมาเลีย 5 คนที่ถูกจับได้ ถูกนำตัวไปดำเนินคดีที่เกาหลีใต้ และถูกตัดสินให้จำคุกตลอดชีวิต

    หลังจากเหตุการณ์นั้น ทำให้โจรสลัดโซมาเลียไม่กล้าจับเรือเกาหลีใต้เป็นตัวประกันอีกเลย แต่จะโจมตีเรือเกาหลีใต้แทน เพราะรู้แล้วว่าจับเป็นตัวประกันไปก็ไม่มีประโยชน์

    ก็ไม่ได้ขู่น้า แขมร์ แค่เอาเหตการณ์ในประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นจริงมาให้ดูเฉยๆ ว่าประเทศนี้แม่งบ้าดีเดือดและพร้อมบุกไปต่างประเทศเพื่อช่วยคนเกาหลีด้วยกันถึงขนาดไหน

    https://www.facebook.com/share/17M4poogyR/
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,215
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เฉินจื้อ ยามร่ำรวยมีแต่คนอยากให้เข้าประเทศ อยากให้มาลงทุน แต่ยามตกอับ ก็จะเหมือนหมาหัวเน่า ที่ใครๆ ก็ทิ้ง
    ...
    เฉินจื้อ ชายที่เกิดในจีน ในปี 1988 ยังคงมีวิถีชีวิตตามปกติ แต่ในปี 2011 เขาพบลู่ทางการทำธุรกิจงอกงามอย่างรวดเร็ว ในปี 2014 อพยพออกจากจีนมาถือสัญชาติกัมพูชา
    ...
    เฉินจื้อ เข้าสู่ธุรกิจสีเทาสีดำเต็มตัวในกัมพูชา เป็นที่ปรึกษาของฮุนเซน ส่งมอบรายได้แต่ละปีให้กับฮุนเซนมหาศาล จนฮุนเซนให้สิทธิให้ศักดิ์กับเขาถึงขั้น "ออกญา" ในตำแหน่งนี้ เทียบเท่าแม่ทัพไทยในอดีต
    ...
    เฉินจื้อ ยังคงกระจายธุรกิจของตนเองไปในหลายเมืองของกัมพูชาและกระจายเครือข่ายออกไปถึง 30 ประเทศ โดยแหล่งใหญ่ที่เขาเอาเงินไปลงทุนเป็นอันดับสองรองจากกัมพูชาคือสหราชอาณาจักร มีทรัพย์สินนับหมื่นล้าน เขาเคยแสดงหลักฐานว่า เขาถือสัญชาติทั้งกัมพูชาและสหราชอาณาจักร
    ...
    ดูข่าวสองวันนี้แสนสนุก จะเป็นจีน จะเป็นสหราชอาณาจักร ไม่มีใครเอาเฉินจื้อ ไม่มีใครอยากให้เป็นพลเมือง
    ...
    จีนว่า ศาลเคยนำคดีของเฉินจื้อขึ้นสู่ศาลแล้ว ในปี 2020 แต่ดูเหมือนเรื่องจะไม่คืบหน้า ไม่แน่ใจว่าเกิดจากเฉินจื้อสละสัญชาติจีนแล้วหรือไม่ ทางการจีนทำได้แต่เพียงทำลายสีหนุวิลล์ แหล่งทำมาหากินสำคัญของเฉินจื้อ ที่ดูดเงินคนจีนมาถึงปีละ 25,000 ล้านหยวน
    ...
    กลุ่ม Five Eyes น่าจะดำเนินการจับกุมยึดทรัพย์สินเป็นระบบ แม้แต่การออกข่าว ก็พาดหัวแนวเดียวกัน ทั้งในอังกฤษ ในออสเตรเลีย ในแคนาดา พาดหัวข่าวเน้นว่า เฉินจื้อ เป็น Chinese man และสุดท้ายบอกตัวเล็กๆ ว่า เฉินจื้อถือสัญชาติ Vanuatu (ภาพที่ 3-4) ไม่ใช่สหราชอาณาจักร-กัมพูชา แบบที่สื่อไทย-ชาตินอก Five eyes เช่น France24 เสนอข่าว (ภาพที่ 1-2)
    ...
    น่าแปลกที่ตอนเฉินจื้อไปลงทุนในสหราชอาณาจักรนับหมื่นล้าน เกือบสิบปี ดีตลอด แต่พอโป๊ะแตก เรื่องแดงไปทั้งโลก ออกข่าวใหญ่ว่า เงินสกปรกแบบนี้อังกฤษรับไม่ได้ๆๆ (ภาพที่ 3-4)
    ...
    หมดบุญแล้ว เรื่องแดงแล้ว ฝรั่งไม่อยากผูกญาติด้วย
    https://www.facebook.com/share/16CfHwURv8/

    FB_IMG_1760575100963.jpg FB_IMG_1760575104539.jpg FB_IMG_1760575106969.jpg FB_IMG_1760575109382.jpg
     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,215
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ระบบการเงินเขมรใกล้ล่มสลาย
    เพจ-แอป Prince Bank หายลับ! ประชาชนถอนเงินสดหนีวิกฤต

    กรุงพนมเปญ เกิดเหตุการณ์ที่สร้างความตื่นตระหนกในวงการการเงินกัมพูชา เมื่อลูกค้าจำนวนมากรายงานว่า บริการออนไลน์ของ Prince Bank ทั้งแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ได้ “หายไปอย่างไร้ร่องรอย” ช่วงคืนหนึ่ง ส่งผลให้ไม่สามารถทำธุรกรรม โอน–ถอน หรือจ่ายเงินได้

    กระแสความหวาดกลัวแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว:

    ผู้ฝากเงินจำนวนมากเร่งถอนเงินสดเก็บไว้ที่บ้าน

    เพจ Facebook ของธนาคารถูกลบหรือไม่สามารถเข้าถึงได้

    ลูกค้าหลายคนโพสต์ว่าเมื่อพยายามเข้าใช้งาน มองเห็นคำเตือน “ระบบล่ม” หรือ “อยู่ระหว่างบำรุงรักษา” โดยไม่มีคำชี้แจงเพิ่มเติม

    ความสั่นไหวถึงระบบธนาคารอื่น
    ความเชื่อมั่นสั่นคลอน
    เหตุการณ์นี้ไม่ได้ส่งผลเฉพาะต่อ Prince Bank เท่านั้น
    แหล่งข่าวในตลาดการเงินกัมพูชาระบุว่า ลูกค้าบางส่วนเริ่มสงสัยแผนสำรอง และอาจแสดงพฤติกรรมถอนเงิน–ยุติการฝากเงินกับธนาคารอื่น ๆ ซึ่งอาจนำไปสู่ “วิกฤตความเชื่อมั่น” ในระบบธนาคารระดับประเทศ

    ในฐานะที่ธนาคารแห่งชาติกัมพูชา (NBC) อยู่ภายใต้การจับตา หน่วยงานทางการอาจต้องออกมาตรการคุ้มครองความมั่นคงของระบบการเงิน หากเหตุการณ์ลุกลามเกินควบคุม

    เบื้องหลังความวุ่นวาย
    มาตรการคว่ำบาตรและแรงกดดันระหว่างประเทศ
    นักวิเคราะห์หลายรายเชื่อว่าเหตุการณ์นี้มีความเชื่อมโยงแนบแน่นกับมาตรการคว่ำบาตรระหว่างประเทศที่เพิ่งประกาศต่อเครือข่าย Prince Group และ Huione Group
    โดยเฉพาะการประกาศโดย OFAC และ FinCEN ที่ตัด Huione ออกจากระบบการเงินสหรัฐฯ และขึ้นบัญชีอาญาต่อบริษัท-บุคคลในเครือ Prince
    ความกดดันด้านการเงินและการถูกปิดบัญชีระหว่างประเทศ อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่เร่งให้บริการดิจิทัลของธนาคารใกล้ชิดกับเครือข่ายนี้ล่มลงอย่างกะทันหัน


    FB_IMG_1760575561897.jpg
    https://www.facebook.com/share/1BtWWLPStM/
     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,215
    ค่าพลัง:
    +97,153
    โครงสร้างแก๊งจีนนรกของนายเฉิน
    •Chen Zhi – หัวหน้า (Chairman Prince Group / Prince Bank)
    •Zhou Yun (Sandy Zhou) – ผู้จัดการการเงิน
    •Sin Huot Alan Yeo – ฝ่ายฟอกเงิน
    •Karen Chen, Jack Zhu, Thet Li, Lei Bo, Ing Dara – ผู้ร่วมขบวนการหลัก
    •บริษัทเครือข่ายใน กัมพูชา เช่น Cambodia Heng Xin, Golden Fortune Casino, Jin Bei Group
    ถูกใช้เป็น “ช่องทางฟอกเงิน” และแหล่งแรงงานบังคับ

    ผลลัพธ์ทางกฎหมาย
    •OFAC และ FinCEN ประกาศใช้ มาตรา 311 ของ USA PATRIOT Act ตัดขาด Prince Group และ Huione Group ออกจากระบบการเงินสหรัฐ
    •ทรัพย์สินในสหรัฐฯ หรือที่เชื่อมโยงกับสหรัฐฯ ทั้งหมด ถูก “แช่แข็ง”
    •บุคคล หรือ องค์กรใดที่ให้ความช่วยเหลือ จะถูกลงโทษเช่นกัน

    นี่คือหลักฐานชัดเจนว่า Prince Group ไม่ใช่เพียงกลุ่มนักธุรกิจในกัมพูชา แต่คือเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ที่ใช้ระบบธนาคารและบริษัท offshore ฟอกเงินจากการหลอกลวงและค้ามนุษย์ ทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

    #CSILA #Scambodia #PrinceGroup #ค้ามนุษย์ #ฟอกเงิน #คอลเซ็นเตอร์ #สแกมโบเดีย #รัฐบาลไทยทําอะไรอยู่ #ChenZhi
    FB_IMG_1760576104111.jpg FB_IMG_1760576106963.jpg
    https://www.facebook.com/share/17gg8da2Vi/
     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,215
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ฟอกเงินผ่าน “ตึกหรู” ใจกลางพนมเปญ!

    เงินสกปรกจากแก๊ง Call Center และ Scam Compound ของกลุ่ม Prince Group ที่ได้มาจากการหลอกลวงคนทั่วโลก ถูกนำมาฟอกให้ดู “สะอาด” ผ่านโครงการอสังหาริมทรัพย์และธนาคารในเขมร

    รายงานระบุว่า เงินหลอกลวงเหล่านี้
    • ถูกส่งผ่าน Prince Bank และบริษัทในเครือ
    • ลงทุนสร้าง ตึกหรู โครงการคอนโด และโรงแรมระดับ 5 ดาว
    • ปะปนกับเงินลงทุนจากต่างชาติ ให้ดูเหมือน “ถูกกฎหมาย”

    นี่คือหนึ่งใน “เครื่องจักรฟอกเงิน” ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
    และเบื้องหลังความหรูหราในพนมเปญ — อาจเป็นน้ำตาของเหยื่อทั่วโลกที่ถูกหลอกจนหมดตัว

    คำถามคือ…
    รัฐบาลเขมรจะยังทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นไปอีกนานแค่ไหน รัฐบาลไทยทำอะไรอยู่

    #Scambodia #PrinceGroup #ค้ามนุษย์ #ฟอกเงิน #คอลเซ็นเตอร์ #สแกมโบเดีย #รัฐบาลไทยทําอะไรอยู่

    https://www.facebook.com/share/p/1LqE8h28Q5/

    FB_IMG_1760576248465.jpg FB_IMG_1760576251087.jpg FB_IMG_1760576253593.jpg FB_IMG_1760576256412.jpg FB_IMG_1760576259142.jpg FB_IMG_1760576264311.jpg FB_IMG_1760576266968.jpg FB_IMG_1760576261733.jpg
     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,215
    ค่าพลัง:
    +97,153
    แฉ! เจ้าพ่อ “จีนเทา” ในเขมร

    ผู้อยู่เบื้องหลังแรงงานทาสไซเบอร์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์

    ถูกอเมริกายึดบิตคอยน์กว่า 14 พันล้านดอลลาร์
    หรือกว่า 4.6 แสนล้านบาท!

    รัฐบาลสหรัฐฯ ฟ้อง
    “เฉิน จื้อ” (Chen Zhi) วัย 38 ปี
    เจ้าของอาณาจักร Prince Holding Group
    ในข้อหา ฉ้อโกงและฟอกเงินระดับโลก

    อายัดบิตคอยน์กว่า 127,000 เหรียญ
    (มูลค่ากว่า 14 พันล้านดอลลาร์!)

    แก๊ง Scammer ใช้แผน “Pig Butchering”
    หรือ “ล่อให้อ้วนก่อนเชือด”
    หลอกคนให้เชื่อใจ — ก่อนดูดเงินคริปโตจนหมดตัว

    ค่ายแรงงานทาสไซเบอร์ในกัมพูชา
    • มีค่ายหลอกคนงานอย่างน้อย 10 แห่ง
    มีรั้วลวดหนาม ห้องขัง โทรศัพท์เรียงเป็นร้อยเครื่อง
    • คนถูกหลอกมาทำงาน “บริการลูกค้า” หรือ “ฝ่ายเทคนิค”
    แต่สุดท้ายถูกกักขัง ใช้หลอกเหยื่อออนไลน์ทั้งวัน
    • บางคนถูก ซ้อมเลือดอาบ มัดมือ ตีจนแทบไม่รอดชีวิต
    • ค่ายโยงกับ Jinbei Casino Hotel และ Golden Fortune

    เงินที่โกงไปถูกใช้กับอะไร?
    • ซื้อ เรือยอชท์ เครื่องบินส่วนตัว บ้านหรู นาฬิกา Rolex
    และงานศิลปะของปิกัสโซ
    • เหยื่อรายหนึ่งสูญเงินกว่า 400,000 ดอลลาร์ (14 ล้านบาท)
    • รายได้สูงสุดของขบวนการนี้กว่า 30 ล้านดอลลาร์ต่อวัน!

    เครือข่ายโยงถึงผู้นำระดับประเทศ
    • เฉินเป็นที่ปรึกษาใกล้ชิดของ ฮุน มาเนต และฮุน เซน
    • ได้รับตำแหน่ง “เนียะอ๊กญา” เทียบเท่า “ลอร์ด” ในอังกฤษ
    • ผู้เชี่ยวชาญฮาร์วาร์ดระบุว่า
    “นี่คือโครงสร้างหลักของอาชญากรรมไซเบอร์ระดับโลก
    และชนชั้นนำกัมพูชาคือผู้ร่วมผลประโยชน์โดยตรง”

    สหรัฐฯ – อังกฤษ เอาจริง!
    • ขึ้นบัญชี Prince Group เป็น “องค์กรอาชญากรข้ามชาติ”
    • คว่ำบาตรเครือข่ายเศรษฐีการเมืองกัมพูชา
    • นักวิเคราะห์เตือนว่า
    “หลังคดีนี้ ทุกธนาคาร นักลงทุนทั่วโลก
    จะต้องคิดให้ดี ก่อนแตะต้อง
    ‘เงินของชนชั้นนำกัมพูชา’ ”

    ขนาดอุตสาหกรรมโกงออนไลน์ในอาเซียน
    • ปี 2023 สหประชาชาติประเมินว่า
    • มีคนกว่า 100,000 คนในกัมพูชา
    • 120,000 คนในเมียนมา
    • และอีกหลายหมื่นคนใน ไทย ลาว ฟิลิปปินส์
    ถูกบังคับให้ทำงานในอุตสาหกรรมหลอกลวงออนไลน์

    สรุป

    “นี่ไม่ใช่แค่คดีคริปโต —
    แต่คือ อาณาจักรทาสยุคดิจิทัล
    ที่ชนชั้นนำบางคนรวมถึงที่ไทยมีส่วนร่วมโดยตรง
    และสหรัฐฯ กำลัง ‘รื้อระบบนี้ทั้งยวง’

    #CSI #Scambodia #HunSen #Hunmanet #princeholdinggroup #สแกมโบเดีย #โกง #คอรัปชั่น #ปล้นชาติ
    FB_IMG_1760576493215.jpg FB_IMG_1760576496348.jpg FB_IMG_1760576498888.jpg FB_IMG_1760576501654.jpg
    https://www.facebook.com/share/p/1Gi76yBJg7/
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,215
    ค่าพลัง:
    +97,153
    บอกใคร ? #ข่าวสั้นกัมพูชา

    นักวิชาการกัมพูชาเตือน “ ไทย-กัมพูชา ” หายนะรออยู่หากยังทะเลาะกันไม่เลิก

    จุดจบอาจไม่ต่างจาก “ อินเดีย - ปากีสถาน ” ที่ต้องแลกด้วยเลือดและเศรษฐกิจพังทลาย

    1.- “ Cambodianess “ สื่อใหญ่ของกัมพูชารายงานระบุว่า

    ไทย - กัมพูชา จะกลายเป็น อินเดีย - ปากีสถาน คู่ต่อไปหรือไม่ ?

    1.- โดย ทั้งไทย - กัมพูชา ควรเรียนรู้บทเรียนความขัดแย้งระหว่าง อินเดีย - ปากีสถาน หากต้องการอนาคตร่วมกันสำหรับคนรุ่นต่อไป

    2.- ความขัดแย้งบริเวณชายแดน อินเดีย - ปากีสถาน เป็นหนึ่งในการแข่งขันที่ยืดเยื้อและสร้างความเสียหายมากที่สุดในประวัติศาสตร์สมัยใหม่

    3.- โดยมี ” ความเป็นปรปักษ์ที่ฝังรากลึก “ และถูกส่งต่อผ่านคนหลายรุ่น จุดเริ่มต้นของความขัดแย้งนี้คือ การแบ่งแยกบริติชอินเดียในปี 1947

    4.- ซึ่งนำไปสู่การก่อตั้งสองประเทศที่ถูกแบ่งแยกด้วยศาสนา อาณาเขต และอุดมการณ์

    5.- สาเหตุหลักของความเป็นศัตรูกันนี้ รวมถึงข้อพิพาทดินแดน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีแคชเมียร์, ชาตินิยมทางศาสนาและวัฒนธรรม, และบาดแผลทางประวัติศาสตร์

    6.- เช่น การอพยพครั้งใหญ่และความรุนแรงในช่วงการแบ่งแยกประเทศ

    7.- ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ความขัดแย้งนี้ได้พัฒนาไปสู่การแข่งขันที่ซับซ้อน

    ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเผชิญหน้าทางทหารและสงครามที่เกิดขึ้นดำเนินมาอย่างต่อเนื่องในปี 1947, 1965, 1971, 1999 และ 2025

    8.- นอกจากนี้ยังรวมถึงการป้องปรามด้วยอาวุธนิวเคลียร์, ความขัดแย้งโดยมีสงครามตัวแทน (Proxy Conflicts) โดยเฉพาะในแคชเมียร์และอัฟกานิสถาน

    9.- และการโดดเดี่ยวทางการทูต ซึ่งมีลักษณะเป็นการร่วมมือทวิภาคีที่น้อยมาก แม้ว่าจะมีการเจรจาสันติภาพเป็นครั้งคราว

    10.- แต่ความขัดแย้งอินเดีย - ปากีสถานยังคงไม่ได้รับการแก้ไข เนื่องมาจาก ความไม่ไว้วางใจที่ฝังลึก

    การแทรกแซงนำลัทธิชาตินิยมมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง และการขาดกลไกการเจรจาที่ยั่งยืน

    11.- ตัวอย่างเช่น กระบวนการเจรจาแบบองค์รวม (Composite Dialogue Process) ที่เปิดตัวในปี 2004 ถูกระงับหลังเหตุการณ์โจมตีเมืองมุมไบในปี 2008

    12.- และสนธิสัญญาแม่น้ำสินธุ (Indus Waters Treaty) ปี 1960 ซึ่งควบคุมการใช้น้ำในแม่น้ำสินธุระหว่างสองประเทศ

    ถูกยกเลิกหลังการโจมตีของผู้ก่อการร้ายในแคชเมียร์ภายใต้การดูแลของอินเดีย

    13.- ในปี 2025 ปัจจุบัน ไม่มีกลไกการเจรจาอย่างเป็นทางการใด ๆ ที่ยังคงใช้งานอยู่

    14.- ผลกระทบของข้อพิพาทนี้รุนแรงมาก ตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มต้นขึ้น มีผู้เสียชีวิตหลายพันคน และผู้คนนับหมื่นต้องพลัดถิ่น

    15.- โดยเฉพาะในแคชเมียร์ โดยมีรายงานผู้เสียชีวิตกว่า 70 ราย ระหว่างความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นล่าสุดในเดือนพฤษภาคม 2025

    16.- พื้นที่ชายแดนได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจและมีอัตราความยากจนสูง เนื่องจากการ ปรากฏตัวของกองทัพ

    17.- การค้าขายระหว่างสองประเทศต่ำกว่าศักยภาพมาก โดยอินเดียส่งออกไปปากีสถานรวม 447.7 ล้านดอลลาร์

    18.- และปากีสถานส่งออกไปอินเดียเพียง 420,000 ดอลลาร์ ระหว่างเดือนเมษายน 2024 ถึงมกราคม 2025

    19.- ซึ่งเป็น การลดลงอย่างมาก จากมูลค่าการค้าทั้งหมด 2.41 พันล้านดอลลาร์ที่บันทึกไว้ในปี 2017 - 2018

    20.- อินเดียกำลังเผชิญกับปัญหาภาวะขาดทางการค้า ประมาณ 1.14 พันล้านดอลลาร์ เนื่องจากการจำกัดการใช้ดินแดนปากีสถานเพื่อการค้า

    21.- การใช้จ่ายด้านการป้องกันประเทศที่สูง ได้ดึงงบประมาณออกไปจากงบประมาณภาคส่วนสำคัญ เช่น การศึกษาและสาธารณสุข

    22.- ใน อินเดีย งบประมาณสหภาพปี 2025 - 2026 มีการจัดสรรงบประมาณประมาณ 78 พันล้านดอลลาร์ให้กับการป้องกันประเทศ คิดเป็น 13 %ของงบประมาณทั้งหมด

    23.- ในทางกลับกัน การศึกษาได้รับเพียง 15.42 พันล้านดอลลาร์ ซึ่ง คิดเป็น ประมาณ 2.9 % ของ GDP

    24.- การใช้จ่ายด้านสาธารณสุขยังคงขาดแคลนเงินทุนอย่างสาหัส โดยมีการขาดแคลนเตียงในโรงพยาบาลทั่วประเทศถึง 2.4 ล้านเตียง

    25.- งบประมาณของปากีสถานปี 2025 - 2026 ก็ผทีประสบปัญหาที่คล้ายกัน การใช้จ่ายด้านการป้องกันประเทศเพิ่มขึ้น 20 % แตะที่ 9 พันล้านดอลลาร์ หรือ 2.5 %ของ GDP

    26.- ขณะเดียวกัน การศึกษาได้รับเพียง 92.45 ล้านดอลลาร์ และการจัดสรรงบประมาณสาธารณสุขของรัฐบาลกลาง ถูกตัดเกือบครึ่งหนึ่ง จาก 97.12 ล้านดอลลาร์ เหลือ 51.44 ล้านดอลลาร์

    27.- บนเวทีระดับโลกอย่างสหประชาชาติ ผู้นำของทั้ง 2 ประเทศ ต่างใช้เวทีนี้เพื่อโจมตีซึ่งกันและกัน

    28.- เพื่อผลประโยชน์สนับสนุนทางการเมืองภายในประเทศและเรียกร้องความเห็นอกเห็นใจจากนานาชาติ

    30.- ความตึงเครียดดังกล่าวยังได้ ยังส่งผลให้ความร่วมมือในระดับภูมิภาค

    โดยเฉพาะการประชุมภายในสมาคมความร่วมมือแห่งภูมิภาคเอเชียใต้. (South Asian Association for Regional Cooperation-. SAARC) ถูกชะลอ

    31.- และอยู่ในภาวะชะงักงันตั้งแต่ปี 2014 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลจากความเป็นปรปักษ์ระหว่าง อินเดีย - ปากีสถาน

    32.- ความขัดแย้ง ไทย - กัมพูชา ก็เช่นกัน ที่มีรูปแบบปัญหาที่คล้ายคลึงกับข้อพิพาท อินเดีย - ปากีสถาน

    33.- แต่ก็ ยังไม่สายเกินไปที่จะแก้ไขปัญหาเหล่านี้แม้จะมีความแตกต่างทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม

    34.- และต่อไปนี้คือ บทเรียนบางประการที่ ไทย- กัมพูชา สามารถเรียนรู้จาก อินเดีย - ปากีสถาน

    เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อพิพาทเขตแดนกลายเป็นความบาดหมางที่ฝังลึก และหลีกเลี่ยงปัญหาระยะยาว

    35.-

    ▪️ 1.) อินเดีย - ปากีสถาน อนุญาตให้ปัญหาแคชเมียร์เข้ามาหล่อหลอมอัตลักษณ์ชาติในทุกมิติ

    ไทย - กัมพูชา ต้องลดและต่อต้านการยั่วยุนี้ ข้อพิพาทเขตแดน ควรถูกแก้ไขผ่านทางการทูตและกฎหมายระหว่างประเทศ

    มากกว่าที่จะถูกฝังไว้ในระบบการศึกษาหรือสื่อมวลชนเพื่อปลุกปั่นชาตินิยม

    36.-

    ▪️2.) การเจรจาอินเดีย - ปากีสถานมักเป็นไปแบบเฉพาะกิจและทำเพื่อตอบโต้สถานการณ์ ในขณะที่เวทีทวิภาคีและระดับภูมิภาคถูกระงับ

    ไทย - กัมพูชา ต้องไม่ทิ้งกลไกทวิภาคี เช่น บันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding) ปี 2000 ( MOU43 ) , คณะกรรมการชายแดนร่วม (JBC) และคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC)

    นอกจากนี้ ยังควรใช้ประโยชน์จากเวทีที่นำโดยอาเซียน เช่น การเป็นประธานอาเซียน และเวทีภูมิภาคอาเซียน (ARF)

    กลไกเหล่านี้ควรถูกใช้เพื่ออำนวยความสะดวกในการเจรจาอย่างสม่ำเสมอและส่งเสริมการลดความขัดแย้ง แม้จะมีประสิทธิภาพที่แตกต่างกันไปก็ตาม

    37.-

    ▪️ 3.) การแข่งขันทางอาวุธระหว่างอินเดีย - ปากีสถานได้บั่นทอนทรัพยากร เพิ่มความเสี่ยงและความหวาดกลัว

    ไทย - กัมพูชา ต้องให้ความสำคัญกับการลดกำลังทหาร มาตรการสร้างความไว้วางใจ และการเชื่อมโยงพลเรือนผ่านกิจกรรมทางเศรษฐกิจ

    38.-

    ▪️ 4.) ความตึงเครียดระหว่าง อินเดีย - ปากีสถาน มักเพิ่มสูงขึ้นก่อนการเลือกตั้ง

    ผู้นำไทย - กัมพูชา ต้องลดตึงเครียด ความขัดแย้งทางการเมืองลง จากการใช้ฉกฉวยโอกาสในประเด็นชายแดนเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ทางการเมือง

    ให้ความเจริญรุ่งเรือง บริเวณชายแดนควรเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายหาเสียงของทุกพรรคการเมืองที่ลงแข่งขัน

    39.-

    ▪️ 5.) การค้าระหว่าง อินเดีย-ปากีสถาน ยังคงไม่เต็มศักยภาพ สืบเนื่องจากปัญหาบริเวณชายแดนที่มีการติดอาวุธและความไม่ไว้วางใจ

    ไทย - กัมพูชา ต้องฟื้นฟูและขยายความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ การค้า การท่องเที่ยว และการเคลื่อนย้ายแรงงาน

    ที่ไม่ได้เป็นเพียงปัจจัยขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และการสร้างสันติภาพ

    40.-

    ▪️ 6.) ประการสุดท้ายที่ทั้ง 2 ประเทศควรใช้ประโยชน์จากวัฒนธรรมและศาสนาร่วมกัน เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างสันติภาพอย่างยั่งยืน

    ซึ่งสิ่งที่ ไทย - กัมพูชา แตกต่างจาก อินเดีย-ปากีสถาน คือ การมีพระพุทธศาสนาเถรวาทเป็นมรดกร่วม

    ไม่มีเหตุผลใดที่สายสัมพันธ์ทางจิตวิญญาณนี้จะใช้เป็นรากฐานสำหรับการปรองดองไม่ได้

    ผู้นำและสถาบันทางศาสนาควรมีบทบาทที่แข็งขันในความพยายามสร้างสันติภาพ

    โดยส่งเสริมความเมตตาและอหิงสาในหมู่ผู้นำและประชาชน

    มีทางเลือกระหว่างการเผชิญหน้าและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ หรือ อยู่ด้วยความหวาดกลัวกับความเจริญรุ่งเรืองตามแนวชายแดน

    ไทย - กัมพูชา สามารถเลือกหนทางของการแข่งขันและความเป็นปรปักษ์ ซึ่งปรากฏเห็นเด่นชัดจากความไม่ไว้วางใจทางทหาร

    หรือแสวงหาสันติภาพที่มีรากฐานจากค่านิยมร่วมกัน ผลประโยชน์ร่วมกัน และความเป็นปึกแผ่นในภูมิภาค

    เพื่อให้คนรุ่นต่อไปจะจดจำทางเลือกที่ผู้นำของพวกเขาตัดสินใจ

    41.- “ Khath Bunthorn ” เป็นนักวิจัยอยู่ที่สถาบันทรัพยากรเพื่อการพัฒนาแห่งกัมพูชา (CDRI) กรุงพนมเปญ

    ส่วน “ Ngin Chanrith ” เป็นนักวิชาการกิตติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัย The University of Auckland ประเทศนิวซีแลนด์

    42.- ทั้งนี้ ความคิดเห็นที่แสดงออกมาเป็นของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว และไม่จำเป็นต้องสอดคล้องกับองค์กรที่พวกเขาสังกัดอยู่

    ที่มา

    >> https://www.facebook.com/share/p/19fsZPCFbT/?mibextid=wwXIfr

    >> https://cambodianess.com/article/will-cambodia-and-thailand-become-the-next-pakistan-and-india
    FB_IMG_1760576708995.jpg
    https://www.facebook.com/share/p/1D2bfMpAMt/
     
  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,215
    ค่าพลัง:
    +97,153
    รุมกินโต๊ะเขมร! เพจดังแฉมหาอำนาจล้างตระกูลฮุน-เข้ายึดพนมเปญ ญี่ปุ่นรีบย้ายโรงงาน ขณะไต้หวันเตรียมออกทั้งหมด

    จากที่มีรายงานการเข้ามาของมหาอำนาจทั้งจีนและสหรัฐ และล่าสุดเกาหลีใต้ก็กำลังส่งสัญญาณถึงกัมพูชาในการจะเข้ามาจัดการปัญหาด้วยข้ออ้างกวาดล้างสแกมเมอร์ ทำให้จับตากันว่านี่อาจเป็นการกำจัดอิทธิพลอำนาจจองตระกูลฮุนหรือไม่??

    ทั้งนี้มีรายงานถึงความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2568 โดยเฟซบุ๊ก เดชา นฤนารท ซึ่งได้ติดตามสถานการณ์มาโดยตลอด ซึ่งได้ให้ข้อมูลถึงเหตุการณ์ล่าสุดไว้อย่างน่าสนใจว่า “#เกมการเข้ายึดเขมรกำลังเริ่มขึ้นแล้ว

    #สภาฯของเกาหลีใต้ มีมติเอกฉันท์ ให้กองทัพเกาหลีใต้ เคลื่อนพลเข้าเขมร เพื่อจัดการกับแก๊งสแกมเมอร์และทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในเขมรทั้งหมด รวมถึงการกระทำอาชญกรรมร้ายแรงต่อพลเมืองเกาหลีใต้ในเขมร จำนวนหลายราย ที่เชื่อได้ว่า อาชญากรรมทั้งหมด ล้วนอยู่ภายใต้ธุรกิจของ #ตระกูลฮุน หลังเมินเฉยต่อข้อเรียกร้องของรัฐบาลเกาหลีใต้มานาน

    นอกจากเกาหลีใต้จะออกมาเปิดประเด็นที่จะใช้กองทัพเข้ามบีบตระกูลฮุนก่อนเพื่อนแล้ว เชื่อว่าอีกไม่นาน ญี่ปุ่นจะเคลื่อนเรือรบเข้าประชิดเขมร หลังมีคำสั่งให้นักลงทุนญี่ปุ่นทั้งหมด ให้รีบย้ายฐานโรงงานออกจากเขมร และตามมาด้วยโรงงานทั้งหมดของ #ไต้หวัน ก็เตรียมพร้อมจะย้ายฐานออกจากเขมรทั้งหมดเช่นเดียวกัน
    หลัง #โดนัลทรัมป์ นำเรื่องแก๊งสแกมเมอร์ในเขมรเข้าสู่ #สภาคองเกส เป็นวาระเร่งด่วน โดยพุ่งเป้าไปที่ตระกูลฮุน และแน่นอนว่า #ท่าเรือเรียม กำลังจะกลายเป็นสมรภูมิ สำคัญของสองมหาอำนาจโลก

    ในขณะที่ #จีน ก็ใช้โอกาสส่งฝูงบินตระกูล J หลายรุ่น จำนวนมาก เพื่อเตรียมซ้อมรบกับไทย แต่แท้จริงแล้ว ก็คือการเตรียมตัวรับมือกับกลุ่มพันธมิตรของสหรัฐอเมริกา ที่เตรียมเข้ามาแทรกการเมืองในเขมร และคอยปกป้องผลประโยชน์ของตนเองในเขมรเอาไว้
    #จีน มีความพยายามที่จะขอใช้เรือรบมาประจำการที่ท่าเรือเรียม แต่ #เวียดนาม ไม่อนุญาตให้ใช้น่านน้ำของเวียดนาม เพราะไม่กินเส้นกันมานาน ต่อความมั่นคงของประเทศชาติ
    ในขณะที่ #รัสเซีย ได้ส่งเรือบรรทุกเครื่องบิน เอาไว้รอสแตนบายด์เอาไว้รอบนอก มานานเป็นเดือนแล้ว สำหรับเอาไว้สนับสนุนจีน

    #ข่าวกรองสำคัญมาก ต่างฝ่ายต่างรู้กลยุทธกัน แต่ประเด็นสำคัญคือ #ไม่มีใครทำเพื่อตระกูลฮุนสักฝ่าย แต่อ้างว่าเพื่อปกป้องประเทศเขมร ที่เปรียบเสมือนว่า ประเทศนี้ใครก็สามารถเข้ามายึดครองได้ เพราะเป็นชัยภูมิ ที่เหมาะสมที่สุดในอินโดจีน”

    ต่อมาในวันเดียวกัน (14 ต.ค.68) เฟซบุ๊ก เดชา นฤนารท ยังได้โพสต์ข้อความถึงเหตุการณ์ดังกล่าวต่อเนื่อง ซึ่งมีบางช่วงที่สำคัญว่า “การเคลื่อนไหวของรัสเซีย ที่เน้นการลงมาสู่ภูมิภาคอาเซียนเพิ่มขึ้น เช่นเดียวกันกับ มิน อ่องหล่าย และผู้นำ สปป.ลาว บินไปมอสโคว
    แตกต่างกับ #เวียดนาม ที่หันมากระชับความสัมพันธ์ที่แนบชิดกับ #กองทัพไทย และ #อินโดนีเซีย ที่สามประเทศนี้ จัดเป็นสามกองทัพที่แข็งแกร่งที่สุดในภูมิภาคอาเซียน

    #ประเด็นคือ #เขมร คือเป้าหมายของการยึดครองความได้เปรียบของชาติมหาอำนาจ โดยมีเป้าหมายทำลายตระกูลฮุนเหมือนกัน และเข้ายึดเขมรให้เป็นพื้นที่ชัยภูมิของตนเอง ในทะเลอินโดจีน

    ในขณะที่เชื่อว่า ไทย เวียดนามและอินโดนีเซีย จะวางตัวเป็นกลาง และจะไม่ยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือตระกูลฮุน ในทุกกรณีหากเกิดการสู้รบขึ้นในเขมร และจะคงคานอำนาจของสองชาติมหาอำนาจเอาไว้ หากเกิดการสู้รบที่บานปลายขึ้นในอนาคต

    #แต่ที่แน่ ๆเขมรใกล้จะสิ้นชาติแล้วแน่นอน การปิดด่านไม่มีกำหนด ยังคงใช้ได้ดีต่อตระกูลฮุนของเขมร จึงมีวิธีเดียวที่ทำได้ก็แค่ขอร้องอ้อนวอนไทย ให้รีบเปิดด่านโดยเร็ว เพื่อจะดึงประเทศไทย เข้าไปสู่ความขัดแย้งของเขมรในอนาคต ตามยุทธศาสตร์ของคอมมิวนิสต์เก่า ในการดึงมือประเทศที่สามเข้ามาช่วยเหลือตระกูลตนเอง และส่งไปเป็นแพะรับบาปแทน”

    รับชมข่าว :


    https://www.facebook.com/share/19qaxCNzxJ/
     
  18. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,215
    ค่าพลัง:
    +97,153
    หลุด! “ฮุน โต” ลูกฮุนเซนสหรัฐขึ้นบัญชีดำ!ล้างบางท่อน้ำเลี้ยงตระกูลฮุน

    รายละเอียดข่าว :


    https://www.facebook.com/share/p/19u4N8Tan1/
     
  19. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,215
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เพจข่าว SBM News ของ ‘กัมพูชา’ เผย ‘ฮุน เซน’ ฉุนจัด! ลั่นจะไม่อดทนอีกต่อไปหากไทยยังรุกรานกัมพูชาไม่หยุด จับตาวันนี้อาจเกิดสถานการณ์เลวร้าย สุดท้ายเพจลบข่าวนี้ทิ้ง

    วันที่ 16 ต.ค.68 เพจข่าว SBM News ของกัมพูชา โพสต์ข้อความระบุว่า สมเด็จฯ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ประกาศกร้าวว่า ถึงเวลาแล้วที่กัมพูชาจะต้องสู้กลับ กัมพูชาจะไม่อดทนอีกต่อไป หากไทยยังคงรุกรานกัมพูชา พร้อมบอกให้จับตาวันนี้ อาจเกิดสถานการณ์เลวร้ายขึ้น

    ประกาศดังกล่าวมีขึ้นในที่ประชุมสภาวันนี้ ที่สมเด็จฯ ฮุน เซนเป็นประธาน โดยมีผู้นำวุฒิสภาและสมาชิกเข้าร่วม

    อย่างไรก็ตาม มีเพียงเพจข่าว SBM News ที่โพสต์ข้อความนี้ ขณะที่สื่ออื่นของกัมพูชา ไม่ได้รายงานความเคลื่อนไหวดังกล่าวของฮุน เซน และไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนั้น SBM News ก็ลบโพสต์นี้ออกไปแล้ว

    https://www.facebook.com/share/p/19xPtpwS52/
     
  20. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,215
    ค่าพลัง:
    +97,153
    DSI ส่งเอกสารแจ้งผลตรวจสอบ ‘เบน สมิธ’ ถึง ‘ธนดล’ ไม่ปรากฎข้อมูลการถูกกล่าวโทษ-ดำเนินคดี ด้านรองอธิบดีดีเอสไอ ยัน เป็นไปตามปกติที่มีการขอให้ตรวจสอบ แต่ดูได้แค่ประวัติเกี่ยวกับคดีพิเศษเท่านั้น คดีอาญาอื่นไม่สามารถตรวจสอบได้

    จากกรณีที่มีเอกสารแจ้งผลการตรวจสอบข้อมูลนายเบน สมิธ ว่า มีประวัติอาชญากรรมของคดีพิเศษ หรือไม่

    โดยมีเอกสารด่วนที่สุด ลงวันที่ 9 ต.ค.2568 ถึง นายธนดล สุวัณณะฤทธิ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุว่า

    ตามที่นายธนดล ในฐานะผู้รับมอบอำนาจของนายเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ (Mr.Benjamin Mauerberger) หรือ นายเบน สมิธ (ผู้เสียหาย) ได้ยื่นหนังสือต่ออธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ฉบับลงวันที่ 8 ต.ค.2568 เรื่อง ขอให้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสาธารณะ โดยขอให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ ตรวจสอบข้อมูลว่า ผู้เสียหาย เคยถูกกล่าวโทษหรือดำเนินคดีโดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือไม่

    ซึ่ง DSIได้ตรวจสอบในฐานข้อมูลลายพิมพ์นิ้วมือ ฐานข้อมูลหมายจับของกรมสอบสวนคดีพิเศษแล้ว ไม่ปรากฏรายชื่อนาย เบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ (Mr.Benjamin Mauerberger) หรือ นายเบน สมิธ

    ทีมข่าวช่อง 3 ได้สอบถามไปยัง ร้อยตำรวจเอก สุรวุฒิ รังไสย์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวว่า เราได้รับหนังสือมาเมื่อช่วงปลายเดือนที่แล้ว และใช้เวลาในการตรวจสอบประมาณ 1 สัปดาห์ ซึ่งก็เป็นการถามเฉยๆ ว่านายคนนี้มีประวัติเคยต้องคดีที่เกี่ยวข้องกับคดีพิเศษ ที่ DSI ดูแลอยู่หรือไม่

    และเมื่อถามว่าสามารถที่จะตรวจสอบประวัติในลักษณะนี่ได้หรือไม่ ร้อยตำรวจเอก สุรวุฒิ บอกว่า นายธนดล มาขอตรวจสอบ ตอนนั้นมาในฐานะคณะกรรมธิการ ซึ่งเราก็ตรวจสอบไปตามปกติ ซึ่งปกติก็จะมีให้เราตรวจสอบแบบนี้อยู่แล้ว เช่น บุคคลที่จะถูกแต่งตั้งต่างๆ ก็จะมาให้เราตรวจสอบ แต่ที่เราตรวจสอบเราดูแค่เฉพาะการดำเนินคดีพิเศษเท่านั้น แต่คดีอาญาอื่นเราไม่ได้ตรวจสอบ ก็ต้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปตรวจสอบ แต่ยืนยันว่า นายเบน สมิธ ไม่มีประวัติการถูกดำเนินคดีในคดีพิเศษแน่นอน

    https://www.facebook.com/share/p/19ghL1rYLx/
     

แชร์หน้านี้

Loading...