ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,215
    ค่าพลัง:
    +97,153
    พบชายชาวเกาหลี วัย 50 ดับในกัมพูชา เขาเคยเป็นนายหน้า จัดหาคนให้กลุ่มอาชญากรรมในเขมร ต่อมากลับใจแจ้งความเปิดโปงขบวนการ หลังจากนั้นจึงถูก ข่มขู่ฆ่xอย่างต่อเนื่อง โดยแก๊งอาชญากรรมจีนล่าสุด เขาถูกพบเสียชีวิxในกัมพูชา เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา (เพิ่งมีการ เปิดเผยในข่าวนี้เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2025)

    https://www.facebook.com/share/p/179ZiMBNKD/
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,215
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ชาวเน็ตเขมรแชร์คลิปแก๊งสแกมเมอร์จีน 'อวดเงินไทย' จำนวนมหาศาลในกัมพูชา โดยไม่เกรงกลัวกฎหมายของกัมพูชา
    .
    18 ต.ค. - มีรายงานว่าในวันนี้ ชาวเน็ตกัมพูชาได้มีการแชร์คลิปวิดีโอเกี่ยวกับแก๊งสแกมเมอร์ชาวจีนในหลายพื้นที่สำคัญ ได้แก่ เมืองสีหนุวิลล์, โอวเสม็ด (Ou Smach) และปอยเปต (Poipet) ของกัมพูชา
    .
    คลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่โดยแก๊งสแกมเมอร์ชาวจีนเพื่อท้าทายระบบตำรวจของกัมพูชา จากนั้นถูกแชร์ต่อโดยชาวกัมพูชาพร้อมข้อความที่ระบุว่า "กลุ่มสแกมเมอร์ชาวจีนเหล่านี้กำลัง โอ้อวดเงินของประเทศไทย ในปริมาณมหาศาลอย่างเปิดเผย โดยไม่แสดงความเกรงกลัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจและกฎหมายของกัมพูชาเลยแม้แต่น้อย"

    https://www.facebook.com/share/r/1CXthT72KU/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,215
    ค่าพลัง:
    +97,153
    อินโดนีเซีย - กัมพูชา

    สื่ออินโดนีเซียรายงาน 14 ตุลาคม 2025

    ◾️ เหยื่อการค้ามนุษย์ในกัมพูชา พบร่างเต็มไปด้วยรอยช้ำใกล้กองขยะ
    โศกนาฏกรรมของนาย Argo Prasetyo ชาวอินโดนีเซียวัย 25 ปี เสียชีวิตในกัมพูชาเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2025 หลังถูกทำร้ายร่างกายอย่างหนักและถูกพบใกล้กองขยะบริเวณชายแดนกัมพูชา-เวียดนาม เขาน่าจะเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์ ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการหลอกลวงในกัมพูชา ครอบครัวกำลังเผชิญปัญหาค่าใช้จ่ายในการนำร่างกลับบ้าน และยังรอคำชี้แจงจากทางการ

    ชาวเมืองลังกัต จังหวัดสุมาตราเหนือ ชื่อ Argo Prasetyo ตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ ในกัมพูชา
    ชายวัย 25 ปีรายนี้เสียชีวิตในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกัมพูชาเมื่อวันที่ 30 กันยายนที่ผ่านมา เขาถูกพบโดยชาวบ้านท้องถิ่นกัมพูชา เขานอนอยู่ข้างถนนบริเวณชายแดนระหว่างกัมพูชาและเวียดนาม โดยร่างกายเต็มไปด้วยรอยช้ำ
    Ega Prasetya น้องชายแท้ๆ ของ Argo Prasetyo กล่าวว่าพี่ชายขาดการติดต่อตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคม 2025 โดยเขาทราบว่าพี่าชาย Argo เดินทางไปกัมพูชาอย่างลับๆ ตั้งแต่เดือนเมษายน 2024 และเคยทำงานในร้านอาหารช่วงหนึ่ง
    Ega เผยว่าพี่ชายของเขาเริ่มติดต่อกับครอบครัวน้อยลงในปีนี้ และไม่สามารถติดต่อได้ตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคม เขาพยายามติดต่อพี่ชายหลายครั้ง จนกระทั่งได้รับข้อความสั้นๆทาง WhatsApp จาก Argo ที่ระบุว่าเขายังสบายดี

    ผมคิดว่าเขายังสบายดี จนกระทั่งผมได้ข่าวจากโซเชียลมีเดียพบว่าพี่ชายของผมเสียชีวิตแล้ว Ega เอกา น้องชายกล่าวกับสื่อเมื่อวันอังคาร (14 ตุลาคม 2025)

    Ega ระบุว่า รู้ข้อมูลเกี่ยวกับสภาพของพี่ชายหลังขาดการติดต่อในกัมพูชามาจากกลุ่มในโซเชียลมีเดีย เทเลแกรม โดยสมาชิกกลุ่มหนึ่งแชร์ลิงค์ข้อมูลจากเฟซบุ๊กแชร์ที่เกี่ยวกับการพบร่างชายที่มีรอยช้ำเต็มตัวใกล้กองขยะบริเวณชายแดนกัมพูชา-เวียดนาม

    จุดที่พบร่างในบริเวณถังขยะใกล้ที่เกิดเหตุ พบเอกสารระบุตัวตนบัตรพนักงานที่มีนามสกุล ‘Prasetyo’
    “หลังจากเราตรวจสอบลิงค์เฟซบุ๊ก ที่ได้รับและสืบค้นต่อ เราแน่ใจว่านั่นคือครอบครัวของเรา คือพี่ชายของผมเอง” เขากล่าวเสริม
    จากคลิปวิดีโอบางส่วนที่แชร์ในโซเชียลเฟซบุ๊ก วันอังคาร (14 ตุลาคม 2025) แสดงภาพร่างของ Argo ที่อ่อนแรงนอนตะแคงอยู่ข้างกองขยะใส่ถุงกระสอบสีขาว เขาน่าจะเป็นเหยื่อการทำร้ายร่างกายถูกทำร้ายร่างกายในกัมพูชา ดวงตาของเขาช้ำ ริมฝีปากบวม ร่างกายเต็มไปด้วยรอยแผลจากการถูกทำร้าย

    จากข้อมูลที่ครอบครัวได้รับจากผู้พบร่างของ Argo เขาถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลท้องถิ่นกัมพูชาทันที แต่ไม่สามารถช่วยชีวิต Argo ได้ เขาเสียชีวิตในโรงพยาบาลเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2025

    Ega เอกา น้องชายกล่าวว่า ครอบครัวได้ยื่นรายงานอย่างเป็นทางการต่อสำนักงานคุ้มครองแรงงานอินโดนีเซีย (BP3MI) สุมาตราเหนือ และติดต่อสถานเอกอัครราชทูตอินโดนีเซียในกัมพูชาเพื่อช่วยสืบสวนการเสียชีวิตของ Argo ในโรงพยาบาล แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีคำชี้แจงอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการทำร้ายร่างกายของ Argo

    ตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2025 จนถึงปัจจุบัน ร่างของ Argo ยังคงถูกเก็บรักษาไว้ในห้องเก็บศxในพนมเปญ ครอบครัวกำลังพยายามนำร่างของ Argo กลับจากกัมพูชาไปอินโดนีเซียแต่ติดขัดเรื่องค่าใช้จ่าย
    FB_IMG_1760777668322.jpg FB_IMG_1760777670642.jpg
    https://www.facebook.com/share/17ZcZSxQbW/
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,215
    ค่าพลัง:
    +97,153
    จีน : ล้างบางคอร์รัปชั่น

    เจ้าหน้าที่ทหารจีนระดับสูง รวม 9 คน ถูกขับออกจากพรรคคอมมิวนิสต์จีน (CPC)
    รวมถึง ฮู๋ เหว่ยตง, เหมียว หัว นายพลเบอร์ 2 ของประเทศ และเจ้าหน้าที่ทหารระดับสูงอีก 7 คน
    จากกองทัพ จากข่าวล่าสุดเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2025 กระทรวงกลาโหมจีนประกาศขับเจ้าหน้าที่ทหารระดับสูง 9 คน ขับออกจากพรรคคอมมิวนิสต์จีน และกองทัพ เนื่องจากละเมิดวินัยพรรคและกฎหมายอย่างร้ายแรง มูลความผิดถูกส่งต่อไปยังศาลทางทหารเพื่อดำเนินคดี[ซึ่งเกี่ยวข้องกับ การกระทำที่เกี่ยวข้องในหน้าที่ ซึ่งเป็นจำนวนเงินมหาศาล ]
    FB_IMG_1760784583204.jpg
    https://www.facebook.com/share/14JQypm5gZ4/
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,215
    ค่าพลัง:
    +97,153
    อย่าด่ามาก! ทรัมป์ช่วยเซฟโลกจาก "เงินเฟ้อ" มหาวิบัติ!ทำสำเร็จ ล็อบบี้ขวางองค์การใหญ่เพื่อ "เลื่อน" มาตรการเก็บภาษีคาร์บอนจากสายเรือขนส่ง⚠️ถือว่าสำคัญมากๆ มากๆ มากๆ เพราะถ้าพี่เล่นเก็บภาษีคาร์บอนจริงเมื่อไหร่ วายป่วงแน่ เพราะ 1.) ถ้าสายเรือไม่ "เจ๊กอั้ก" กระอักอ้วกเป็นเลือดไปก่อน ก็ 2.) ผลักภาระเงินเฟ้อไปให้พ่อค้าและแม่ค้า ซึ่งแน่นอนสุดท้ายมันส่งเป็นทอดมาถึงกูค่ะ ประชาชน!

    สาย "ลดโลกร้อน" ย่อมไม่ชอบ ... เกลียดเลยล่ะ
    แต่ทรัมป์ไม่สน เพราะทรัมป์ไม่เชื่อเรื่อง "ลดโลกร้อน" และทรัมป์ไม่เคยแยแสถ้าใครจะเกลียด

    ต้องอธิบายยืดยาวหน่อย
    โลกเรามันมี IMO (International Maritime Organization) องค์การทางทะเลนานาชาติ ซึ่งทำหน้าที่ออกระเบียบข้อบังคับสำหรับการเดินเรือ
    ต้องเท้าความ ปี 2020 ถือว่าใหญ่โตกระเพื่อมทั้งอุตสาหกรรม เพราะลดสัดส่วน "กำมะถัน" (sulfur) ในเชื้อเพลิงเดินเรือ (bunker) จากเดิมไม่เกิน 3.5% มาเป็นไม่เกิน 0.5%
    ตอนช่วงก่อนจะเข้าปี 2020 วงการเรือ วงการปิโตรเลียม วุ่นวายโกลาหลแตกตื่นเพื่อปรับตัว ... แต่พอเอาเข้าจริง มันกลับราบรื่นเหลือเชื่อ และผลกระทบที่หวาดเกรงกัน มันก็เปลี่ยนผ่านอย่างนุ่มนวล
    "ต้นทุน" ก็ไม่ถึงกับกระฉูด ... คือมันก็ไม่น้อยแหละ แต่มันก็ไม่บาดเจ็บเหวอะหวะ มันก็ซิบๆ และเนียนๆ ไป
    (ซึ่งเผอิญมันเข้าโควิดพอดีด้วย ซึ่งเป็นช่วงที่สายเรือขนส่งซู่ซ่าฟู่ฟ่า กอบโกยรายได้ระดับปรากฏการณ์ มันก็เลยไม่ค่อยสะเทือนจากเรื่อง IMO 2020 เท่าไหร่ด้วย)

    ไม่จบ ทาง IMO ไม่จบ จะต้องกำจัดมลพิษให้เรี่ยมเร้เรไร
    บี้เรื่องกำมะถันไม่พอ ต้องต่อเนื่องถึง "คาร์บอนไดออกไซด์" ด้วย
    จะเริ่มปี 2028
    และเล่นแรงกว่าด้วย
    เพราะเรื่องกำมะถัน ผมรู้สึกว่าบทลงโทษ ถ้าจับได้ จะโดนแค่ปรับหรือแบน โดนใบแดง ต้องหยุดพักสักหลายเดือน (ผมไม่แน่ใจ ว่าโดนทั้งสองอย่าง หรืออย่างใดอย่างหนึ่งนี่แหละ)
    ซึ่งปรับ ก็จิ๊บๆ
    (เพียงแต่สายเรือจะกลัวโดนขึ้นบัญชีดำซะมากกว่า)
    กับคาร์บอนนี่ โอ้โห ปรับโหด (เพราะบ้าจี้ตามแบบเบ้าเดียวกันกับของสหภาพยุโรป : cap and trade อะไรนั่น)
    มันจะมีเกณฑ์มา cap ไว้ว่าเรือคุณห้ามปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์เกินเท่าไหร่นะ ถ้าเกินคุณจ่ายค่าปรับ 380 ดอลลาร์/ตัน (ตันของคาร์บอนนะ ไม่ใช่ของที่เรือบรรทุก)
    ยังไม่พอเท่านั้น มันยังมีเกณฑ์ cap ขั้นปกติ กับขั้นเข้มงวดขึ้นมาอีก ซึ่งถ้าเลยขั้นนี้ จะโดนบวกอีก 100 ดอลลาร์/ตัน
    แปลว่าอาจจะโดนสูงสุดถึง 380 ดอลลาร์/ตันเลย

    ถามว่าโหดไหม
    เอาง่ายๆ ละกัน ตอนนี้รู้ไหมราคาคาร์บอนเครดิตของตลาดยุโรปเทรดอยู่ที่เท่าไหร่ ... ประมาณ 80 ยูโร/ตัน ก็ตีคร่าวๆ เป็น 90 ดอลลาร์/ตัน
    ดังนั้น เก็บค่าปรับ 380-480 ดอลลาร์/ตัน ถือว่าบ้าเลือด

    และถ้าจะเทียบจริงๆ ออกมาเป็นดอลลาร์/TEU ของคอนเทนเนอร์ ถือว่าคำนวณออกมาแล้ว "รู้สึก" นะครับท่าน
    จัดว่ามากเลยแหละ

    ดังนั้น สายเรือต้องปรับตัวจ้าล่ะหวั่น ปวดหัวสุดๆ
    คือย้อนกลับไปกำมะถันน่ะ มันยังหาทางติด scrubber มาดักจับกำมะถันได้ (ถ้ายังใช้น้ำมันเตา (fuel oil) ที่กำมะถันสูงๆ มาเติมเรือ) หรือไม่ก็ไปใช้น้ำมันเตาที่กำมะถันต่ำๆ ซึ่งมันจะแพงกว่า แต่ก็ไม่ต้องลงทุนก้อนใหญ่คือไม่ต้องติดตั้ง scrubber ที่เรือ
    หรือไม่ก็เติมดีเซลไปเลย ซึ่งกำมะถันต่ำกว่าน้ำมันเตาอยู่แล้ว แต่ก็จะแพงกว่า
    ทางเลือกอื่นๆ อย่างก๊าซแช่เย็น LNG หรือเมทานอลหรือแอมโมเนีย นี่ยังเพิ่งๆ จะเริ่มชิมลาง

    แต่ถ้าเป็นเรื่องคาร์บอนเนี่ย โอ้โห มึนตึ้บ
    น้ำมันนี่จะไม่ได้เลย ไม่งั้นต้องติดเครื่องดักจับคาร์บอน ซึ่งรู้สึกเหมือนมันจะไม่ค่อยได้ยังไงตรงไหนที่ผมจำไม่ได้ ไม่แน่ใจ
    ซึ่งพอเป็น LNG มันจะรอดกำมะถัน แต่ไม่รอดคาร์บอน คือมันปล่อยคาร์บอนน้อยกว่าน้ำมันมาก แต่มันก็ยังมีปล่อยประมาณหนึ่ง
    มันอาจต้องไปทางเมทานอลหรือแอมโมเนียเลย
    ซึ่งแอมโมเนีย เทคโนโลยีมันยังไม่ค่อยจะถึงไหน ส่วนเมทานอลนี่แพงจัด เพราะมันต้องเป็นกรีนเมทานอลอีก ผลิตมาจากพลังงานทางเลือกพวก renewables

    แล้วต้องต่อเรือใหม่นี่ไม่ใช่บาทสองบาทนะจ๊ะ เรือแบบไม่ธรรมดาอีก จะเรือ LNG หรือเรือเมทานอล สลับซับซ้อนทั้งนั้น
    ต่อเรือใหม่ ค่าใช้จ่ายมหาศาล ไหนจะค่าเชื้อเพลิงที่แพงขึ้นอีก การบำรุงรักษาที่ต่างไป แล้วก็ต้องส่งลูกเรือไปเทรนอีก การใช้งานเครื่องยนต์ก็คนละเรื่อง ค่าใช้จ่ายทั้งนั้น

    เม.ย. 2025 ทาง IMO เคาะแล้วว่าจะเอาแน่ ปี 2028
    ทรัมป์เต้นเป็นเจ้าเข้า และโวยไม่โวยเปล่า ทรัมป์วิ่งเต้น ล็อบบี้ประเทศต่างๆ (เพราะมันต้องโหวตลงมติ) ทรัมป์ดิ้นเต็มที่ เพราะยังเหลืออีกรอบ
    ต.ค. 2025 (เพิ่งวันศุกร์นี้เอง) ผลออกมา 57 - 49 เสียง ทรัมป์ชนะ! ตีตกไป!
    สรุป "เลื่อน" ไปก่อน ยังไม่มีกำหนด

    ช่วยได้มากๆ มากๆ มากๆ นะครับท่าน
    เพราะเดิมประเมินไว้ว่า สายเรือขนส่งจะต้องจ่ายค่าปรับอาน 4 หมื่นล้านดอลลาร์/ปี!!!!!
    (นี่ยังไม่นับที่สายเรือต้องลงทุนมโหฬารเพื่อให้อยู่ในเกณฑ์ ไม่โดนปรับ)

    ทรัมป์ก็ช่วยเซฟให้ล่ะครับท่าน หว่านล้อมให้ชาติสมาชิก IMO บล็อกนโยบายสำเร็จ
    ก็ไม่ทำให้สายเรือวอดวาย หรือไม่ต้องกลายเป็นผลักภาระเงินเฟ้อมาถึงชาวโลกอย่างเราๆ
    แต่สาย "ลดโลกร้อน" ก็ไม่ปลื้มล่ะ
    ซึ่งทรัมป์ก็ค้านเต็มตัวอยู่แล้ว และก็บอกว่าภาษีคาร์บอนพวกนี้มันหลอกลวงต้มตุ๋นเอาตังค์จากเรา และต่อให้สมมติโหวตแพ้ ทรัมป์ก็เมิน ไม่ทำตาม ไม่ยอมรับมติ ไม่ยอมรับมาตรการนี้อยู่ดี

    แต่สรุปทรัมป์ชนะ ก็จบ เลื่อนไปก่อน

    https://www.reuters.com/sustainabil...n-shipping-price-vote-amid-splits-2025-10-17/

    https://www.facebook.com/share/17SZoV7ya2/
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,215
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สื่อเกาหลีใต้ รายงาน วันที่ 17 ตุลาคม 2025

    “กลับไปสู่ประเทศของพวกแกซะ” ชาวกัมพูชาในเกาหลีมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับการเลือกปฏิบัติและความเกลียดชัง

    จากข่าวที่ชาวเกาหลีที่เดินทางไปกัมพูชาต้องเผชิญกับอาชญากรรม เช่น การลักพาตัวและการกักขัง ทำให้ชาวกัมพูชาที่อาศัยอยู่ในเมืองอุลซาน เกาหลีใต้ ต้องเผชิญกับการเยาะเย้ยและการใช้คำพูดรุนแรง รวมถึง การเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติ
    ในเรื่องนี้ มีความกังวลเพิ่มมากขึ้นว่า “อาชญากรรมของคนบางกลุ่มไม่ควรนำไปสู่การเลือกปฏิบัติต่อชาวกัมพูชาทั้งหมด”

    ข้อมูลจาก ศูนย์สนับสนุนช่วยเหลือชาวต่างชาติในอุลซาน เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม [ใช้นามสมมุติ]

    ศูนย์สนับสนุนผู้อยู่อาศัยต่างชาติเมืองอุลซานเปิดเผยว่า หญิงชาวกัมพูชาคนหนึ่งซึ่งเป็นคู่สมรสข้ามชาติ (นามสมมุติ A) ถูกชายชาวเกาหลี (B) พูดจาดูหมิ่นระหว่างโดยสารรถบัสในเมือง โดยชายคนนั้นถามถึงสัญชาติของเธอ และเมื่อได้คำตอบว่า “มาจากกัมพูชา” เขาก็ตะโกนว่า
    “ถ้าเป็นคนกัมพูชาก็ลงจากรถบัสไปเลยสิ”
    “ทำไมไม่กลับประเทศตัวเองไปล่ะ”
    หญิงรายนี้เลือกที่จะเงียบไว้เพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะ

    อีกกรณีหนึ่ง แรงงานชาวกัมพูชาชื่อ C ซึ่งทำงานในโรงงานผลิตแห่งหนึ่งในอุลซาน ก็ถูกเพื่อนร่วมงานชาวเกาหลี (D) พูดใส่ว่า
    “คนเกาหลีต้องทนทุกข์เพราะกัมพูชา แล้วนายยังมีอารมณ์จะกินข้าวอีกเหรอ”
    “คนเกาหลีต้องได้รับความเสียหายเพราะพวกกัมพูชา”
    หลังเหตุการณ์นั้น C พยายามหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับ D เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเพิ่ม

    จากกรณีเหล่านี้ สถานเอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำเกาหลีใต้จึงเร่งดำเนินการเพื่อป้องกัน “ความเสียหายซ้ำซ้อน” (การเหยียดหรือรังเกียจชาวกัมพูชาเพิ่มขึ้น)

    เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม นายกวง พอนลาตานัก เอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำเกาหลีใต้ ได้เดินทางไปพบนักเรียนและแรงงานชาวกัมพูชาในอุลซาน พร้อมกล่าวว่า
    “เรากังวลว่าภาพลักษณ์ของชาวกัมพูชาในเกาหลีอาจถูกบิดเบือนจากเหตุอาชญากรรมที่เกิดขึ้น” และขอให้ทุกคน “ปฏิบัติตามกฎหมายของเกาหลีอย่างเคร่งครัด และสร้างความไว้วางใจด้วยความขยันและซื่อสัตย์”

    นอกจากนี้ยังมีรายงานการการเลือกปฏิบัติ ต่อชาวกัมพูชา ในเมืองอื่นๆ
    อาทิ โรงแรมยกเลิกห้องพักทันที เมื่อทราบว่าเป็นชาวกัมพูชา หรือ แท็กซี่ให้ลงจากรถทันทีเมื่อทราบว่าเป็นชาวกัมพูชา
    ยังมีรายงานจากแรงงานกัมพูชาจำนวนมากว่า พวกเขาไม่สบายใจ เมื่อไปตามร้านอาหาร ศูนย์สาธารณะ ทีวี เกาหลี กำลัง รายงานประเด็นข่าวระบุ กัมพูชาคือแหล่งอาชญากรรม คนเกาหลีกำลังชม และสนใจข่าวนี้ ต่อมามองแรงมาที่พวกเขา

    ภาพจาก : news1

    https://www.facebook.com/share/1BiYPoZRGY/
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,215
    ค่าพลัง:
    +97,153
    Huione Bank crisis

    ผู้คนหลายร้อยคน ส่วนใหญ่เป็นชาวจีน แต่ก็มีชาวปากีสถาน เนปาล และกัมพูชา ซึ่งล้วนแต่ถือกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ Huione รวมตัวกันที่โถงทางเข้าของธนาคาร Panda ในกรุงพนมเปญ เมื่อวันศุกร์ เพื่อถอนเงินของตน

    นับตั้งแต่เย็นวันที่ 16 ตุลาคม มีผู้คนจำนวนมากเดินทางมารวมตัวกันบริเวณหน้า 62 ถนนนโรดมบูเลอวาร์ด ซึ่งมีตู้เอทีเอ็มและเคาน์เตอร์บริการของฮุยโอน ทำให้เกิดการจราจรติดขัด ตำรวจจราจรได้ระดมกำลังเข้าตรวจสอบพื้นที่ดังกล่าว

    การรีบถอนเงินอย่างกะทันหันนั้นมีความเชื่อมโยงกับรายงานล่าสุดที่ระบุว่าสหรัฐฯ กำลังดำเนินการตัดระบบจ่ายเงิน Huione ออกจากระบบการเงินของสหรัฐฯ ซึ่งทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือและความโปร่งใสของกระเป๋าเงินดิจิทัล

    ในบรรดาผู้ที่กำลังรออยู่นอกอาคารนั้นมีชายชาวปากีสถาน 2 คนและชาวเนปาล 1 คน ซึ่งอ้างว่าเงินทั้งหมด 1,700 เหรียญสหรัฐฯ กำลังค้างอยู่ในบัญชี Huione Wallet ของพวกเขา และพนักงานได้แจ้งกับพวกเขาว่าความล่าช้าในการถอนเงินนั้นเกิดจาก "การเปลี่ยนแปลงระบบธนาคาร"

    “เราได้ย้ายไปธนาคารอื่นแล้วแต่ยังคงติดอยู่ที่ Huione” ชายชาวปากีสถานคนหนึ่งกล่าว

    ชายทั้งสามคนทำงานใกล้ชายแดนกัมพูชา-เวียดนาม และเพิ่งเริ่มใช้กระเป๋าเงิน Huione เมื่อไม่กี่เดือนก่อน เนื่องจากเป็นข้อกำหนดของที่ทำงาน พวกเขาใช้แพลตฟอร์มนี้เพื่อแลกเปลี่ยนเงินและโอนเงินให้ครอบครัว

    ประมาณเที่ยงวัน เจ้าหน้าที่คนหนึ่งพยายามแลกเปลี่ยนและโอนเงิน แต่ไม่สำเร็จ เขารอมาทั้งวัน เขาจึงมาที่ธนาคารเพื่อหาคำตอบ

    “เรามาที่นี่เพื่อถาม [พนักงาน] ว่ามีปัญหาอะไร แล้วเธอก็ [พนักงานธนาคาร] บอกฉันว่าตอนนี้ระบบธนาคารเปลี่ยนไปแล้ว”

    แปลโดย google
    เรียบเรียงโดย #ทำไมถึงเจ๊ง

    https://kiripost.com/stories/scores...ves-to-cut-the-group-off-its-financial-system
    FB_IMG_1760806154344.jpg FB_IMG_1760806156344.jpg FB_IMG_1760806159265.jpg
    https://www.facebook.com/share/1Cf6rLhN7h/
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,215
    ค่าพลัง:
    +97,153
    กัมพูชา 'เศรษฐกิจลงแดง'! เมื่อเงินสแกมเมอร์เทียบ 'ยาเสพติด' ชนชั้นนำเสพจนงอม – ตัดขาดเมื่อไหร่ เสี่ยงช็อกตายทั้งระบบ

    – วิกฤต "ค่ายสแกม" ที่กำลังเป็นข่าวดังไปทั่วโลก โดยมีชาวเกาหลีใต้ถึง 330 รายถูกกักขังและทรมาน ไม่ใช่แค่ปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติเท่านั้น แต่สำหรับกัมพูชาแล้ว มันคือ "เศรษฐกิจเงา" ที่หล่อเลี้ยงประเทศจนถึงขั้นกลายเป็น "ยาเสพติด" ที่บรรดาชนชั้นนำเสพติดอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ข้อมูลเชิงลึกจากรายงานของสหรัฐอเมริกาและองค์กรนานาชาติชี้ว่า อุตสาหกรรมสแกมเมอร์ในกัมพูชาสร้างรายได้มหาศาลถึง 40-60% ของ GDP และหากมีการ"ตัดขาด" จากแหล่งเงินนี้อย่างฉับพลัน เศรษฐกิจกัมพูชาอาจเผชิญกับภาวะ "ลงแดง" รุนแรง จนถึงขั้น “ช็อกตายทั้งระบบ”

    เม็ดเงินพิษ : 60% ของ GDP คือเงินสแกม
    รายงานล่าสุดจาก United States Institute of Peace (USIP, 2024) และ Humanity Research Consultancy (2025) ได้เปิดเผยตัวเลขที่น่าตกใจ : อุตสาหกรรมสแกมเมอร์ที่ใช้แรงงานทาสหลอกลงทุนคริปโตและโรแมนติกสแกม สร้างรายได้ให้ประเทศสูงถึง 12.5–19 พันล้านดอลลาร์ต่อปี ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 40-60% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ของกัมพูชา ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 32 พันล้านดอลลาร์

    นี่คือเม็ดเงินมหาศาลที่ไหลเข้ามาสู่ระบบเศรษฐกิจ ผ่านช่องทางที่ซับซ้อน แม้เงินส่วนใหญ่จะถูกฟอกและไหลออกไปยังจีนผ่านสกุลเงินดิจิทัล แต่กัมพูชาก็ได้รับ "เศรษฐกิจรอง" ที่สำคัญยิ่งยวด เช่น ค่าเช่าที่ดิน ค่าโครงสร้างพื้นฐาน และค่าธรรมเนียมการคุ้มครอง ซึ่งช่วยดัน GDP ของประเทศอย่างลับ ๆ จนกลายเป็นเสาหลักทางเศรษฐกิจที่แทบจะแทนที่ "เศรษฐกิจจริง" ไปแล้ว

    นักวิเคราะห์เปรียบเทียบสถานการณ์นี้ว่า เงินจากค่ายสแกมเปรียบได้กับ "ยาเสพติดความเข้มข้นสูง" ที่บรรดาผู้มีอำนาจและชนชั้นนำในพรรค CPP (พรรคประชาชนกัมพูชา) เสพติดจนงอมแงม เพราะเป็นแหล่งรายได้ส่วนตัวที่รวดเร็วและตรวจสอบได้ยาก

    คนกัมพูชาได้อะไร?: บทบาทผู้คุ้มกันและนายหน้า

    ในขณะที่เศรษฐกิจเงาเฟื่องฟู แต่คนกัมพูชาแท้ ๆ กลับมีส่วนร่วมน้อยมาก รายงานของ Amnesty International (2025) ระบุว่า มีชาวกัมพูชาที่เกี่ยวข้องโดยตรงไม่เกิน 5-10% ของแรงงานสแกมทั้งหมด (ราว 5,000–15,000 คน) โดยส่วนใหญ่มีบทบาทเป็นเพียง "ผู้คุ้มกันท้องถิ่น" หรือ "เจ้าหน้าที่รัฐที่รับสินบน" เท่านั้น

    แรงงานหลักกว่า 100,000–150,000 คน ในค่ายสแกมกว่า 53 แห่ง (ในสีหนุวิลล์, ปอยเปต, และบาเว็ต) คือแรงงานทาสต่างชาติจากจีน เวียดนาม เกาหลีใต้ และอินเดีย นี่คือจุดที่ชนชั้นนำของกัมพูชาได้ประโยชน์โดยตรงและทางอ้อม มีการกล่าวหาว่าสมาชิกพรรค CPP ระดับสูงบางราย เช่น Ly Yong Phat และ Hun To ได้รับผลประโยชน์จากค่าประกันภัยและการเช่าที่ดินเพื่อเปิดค่ายสแกม (US Treasury, 2025)

    ยื้อสุดตัว: กลัว "ลงแดงช็อกตาย"

    นี่คือเหตุผลสำคัญที่อธิบายว่า ทำไมรัฐบาลพนมเปญจึงปกป้องและยื้ออุตสาหกรรมนี้ไว้อย่างสุดกำลัง แม้จะเผชิญกับแรงกดดันมหาศาลจากนานาชาติ การสั่งตัดขาดอุตสาหกรรมสแกมเมอร์ในทันทีทันใดจึงเปรียบเหมือนการ "ถอนยาเสพติดฉับพลัน"ซึ่งจะทำให้ระบบเศรษฐกิจ

    "ลงแดง" รุนแรงจนอาจถึงขั้น “ช็อกตาย”

    USIP (2024) และ DW (2025) เตือนว่า หากกัมพูชาตัดสินใจตัดขาดจากอุตสาหกรรมนี้ เศรษฐกิจจะสะเทือนหนัก:

    1. GDP หดตัว: อาจหดตัวลงถึง 40-60% ในระยะสั้น
    2. การเงินล่ม: สูญเสียรายได้รองที่ไหลเข้าประเทศกว่า 5-10 พันล้านดอลลาร์
    3. ว่างงานพุ่ง: อัตราว่างงานอาจพุ่งสูงถึง 20%
    4. ท่องเที่ยวทรุด: ภาคการท่องเที่ยว (ซึ่งถูกแบนจากหลายชาติ) จะลดลงอย่างน้อย 30%

    รายงาน The Diplomat (2025) ชี้ว่า การถดถอยจะรุนแรงคล้ายกับที่ลาวประสบ แต่ในระดับที่เลวร้ายกว่ามาก การสูญเสียรายได้ส่วนตัวนับพันล้านดอลลาร์จะนำไปสู่การ "แตกแยกภายในพรรค CPP" และความเสี่ยงต่อความไม่มั่นคงทางการเมืองจากเจ้าหน้าที่ระดับล่างที่เคยพึ่งพาสินบน CSIS (2025) เตือนว่า “ชนชั้นนำแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะหยุด เพราะเศรษฐกิจเงาแทนที่ระบบจริง”

    พวกเขาจึงเลือกที่จะ "ยื้อเวลา" ที่กำลังหมดไปอย่างรวดเร็ว ด้วยการแสดงท่าทีที่คลุมเครือต่อประชาคมโลก และรอให้กระแสข่าวดับลง การปกป้อง "เงินยาเสพติด" นี้จึงเป็นเรื่องของการ "อยู่รอด" ของชนชั้นนำเอง ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของคนกัมพูชาโดยรวมอย่างที่อ้าง

    18 ตุลาคม 2568 : คัดข่าว, หาดใหญ่

    ที่มา: USIP (2024), Amnesty International (2025), UNODC (2024), The Diplomat (2024-2025), Nation Thailand (2025), DW (2025), CSIS (2025), RFA (2024), US Treasury (2025).

    https://www.facebook.com/share/p/1EEZ2YEtxK/
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,215
    ค่าพลัง:
    +97,153
    FB_IMG_1760806346243.jpg

    Prince Bank crisis

    ตอนนี้ในส่วนของ application ที่ให้บริการภายในประเทศเริ่มใช้งานได้แล้วครับ แต่หลายคนพยายามโอนเงินไปยังธนาคารอื่น แต่เงินของพวกเขาถูกหักออกจากบัญชี Prince Bank โดยไม่ได้ไปถึงธนาคารปลายทาง ธนาคารจึงขอให้ลูกค้าอดทนรอและยืนยันว่าธนาคารยังคงดำเนินการอยู่ และกำลังดำเนินการแก้ไขปัญหาโดยเร็วที่สุด

    เหมิง ลูกค้าธนาคารปริ๊นซ์ตั้งแต่ปี 2022 กล่าวว่าเขาใช้บริการธนาคารแห่งนี้เพื่อการออมเงินเนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับธนาคารอื่นๆ และไม่เคยประสบปัญหาใดๆ เลย จนกระทั่งมีการประกาศคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ

    ด้วยความกังวล เขาจึงพยายามโอนเงินไปยังบัญชีธนาคารอื่น แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับเงิน เขาระบุว่าปัญหาเกิดขึ้นเฉพาะบัญชีเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เท่านั้น ขณะที่บัญชีเงินเรียลยังคงใช้งานได้ตามปกติ

    “แม้แต่เพื่อนร่วมงานผมก็ใช้ออมเงิน อัตราดอกเบี้ยดีกว่าธนาคารอื่น” เขากล่าว “ผมกังวล เพราะนี่คือรายได้ที่ผมหามาได้ ผมไม่อยากเสียมันไป”

    สรุปคือในส่วนของ facebook ยังไม่สามารถแสดงผลได้ส่วน application สำหรับผู้ที่มีการผูกบัญชีตอนนี้โอนไปยังปลายทางที่อื่นจำนวนเงินจะยังไม่เข้าแต่ถือว่าดำเนินธุรกรรมแล้ว

    มีข่าวดีเพิ่มขึ้นก็คือเฉพาะในบัญชีเงินฝากที่เป็นสกุลเรียวเท่านั้นเริ่มเบิกถอนได้ตามปกติแต่ไม่สามารถถอดผ่าน application ได้ต้องเป็นการดำเนินการที่ธนาคารหรือตู้ atm เท่านั้น

    จากข้อมูลคือธนาคารมีการเปิดบัญชีเงินฝากและมีดอกเบี้ยค่อนข้างสูงกว่าธนาคารปกติรวมไปถึงเมื่อฝากครบจำนวน 1 จะได้รับประกันชีวิตและประกันอุบัติเหตุด้วย โดยแบ่งเป็น 2 สกุลเงินหากฝากเงินดอลลาร์สหรัฐจะได้โปรโมชั่นตามที่แจ้งแต่ถ้าฝากเป็นเงินเรียลดอกเบี้ยและโปรโมชั่นต่างๆจะไม่ได้รับ

    แปลโดย google
    เรียบเรียงโดย #ทำไมถึงเจ๊ง

    https://cambojanews.com/prince-bank-seeks-delisting-strategy-as-customers-face-usd-transfer-delays/

    https://cambojanews.com/prince-bank-seeks-delisting-strategy-as-customers-face-usd-transfer-delays/
    https://www.facebook.com/share/p/1GPF91cL3Q/
     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,215
    ค่าพลัง:
    +97,153
    “ฮุน มาเนต ปล่อยข่าวความสำเร็จสันติภาพไทย–เขมร! ‘ทรัมป์’ นั่งประธานพิธีลงนาม—แต่ : ไทยยังเงียบ ส่อเป็นการแถลงฝ่ายเดียว

    — ข่าว “ใหญ่สะเทือนอาเซียน” เมื่อสื่อกัมพูชา Phnom Penh Post รายงานว่า ไทยและกัมพูชา “ตกลงสันติภาพชายแดน”สำเร็จแล้ว

    หลังการสู้รบเมื่อเดือน ก.ค. ที่คร่าชีวิตกว่า 40 คนและทำให้พลเรือนกว่า 3 แสนต้องอพยพ โดยมี “โดนัลด์ ทรัมป์” ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ร่วมเป็นประธานพิธีลงนามปลายเดือนนี้ ระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียนที่กัวลาลัมเปอร์ (26–28 ต.ค.)

    —แต่ฝั่งไทยยัง “ไม่แสดงความคิดเห็น” ใด ๆ จนสื่อบางสำนักเริ่มตั้งข้อสังเกตว่า นี่อาจเป็นการแถลงข่าวฝ่ายเดียวของพนมเปญมากกว่าข้อตกลงร่วมจริงๆ

    นายปรัค โสคอน รองนายกฯ และรัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา แถลงต่อสื่อว่า ข้อตกลงดังกล่าวจะครอบคลุม การถอนอาวุธหนัก การส่งทหารกลับฐาน การล้างทุ่นระเบิด การปราบสแกมเมอร์ และการฟื้นฟูช่องทางการทูตที่ปิดมาตั้งแต่ ก.ค.
    เขากล่าวด้วยว่า

    “ไทยจะปล่อยตัวทหารกัมพูชาที่ถูกจับหลังหยุดยิงวันที่ 28 ก.ค. โดยไม่ล่าช้า” พร้อมย้ำว่า “กัมพูชาและไทยต้องเคารพหลักการไม่ใช้กำลัง และร่วมกันรักษาสันติภาพซึ่งเป็นสมบัติล้ำค่าที่สุดของภูมิภาค”

    จุดที่ทำให้หลายฝ่ายสะดุดคือการที่ ทรัมป์ และ อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย จะร่วมเป็นสักขีพยาน โดยทรัมป์ “ยื่นเงื่อนไข” ขอเป็นประธานพิธีเอง เพื่อแลกกับการที่สหรัฐฯ จะกลับเข้าประชุมสุดยอดอาเซียน พร้อมมีรายงานจาก Politico ว่าเขาได้โทรศัพท์หาผู้นำทั้งสองชาติและขู่ว่าจะ “เก็บภาษีสินค้าไทย–เขมรเพิ่ม 36%” หากไม่ร่วมมือในสันติภาพครั้งนี้

    ข้อตกลงนี้ถูกเรียกว่า

    “กัวลาลัมเปอร์ อัคคอร์ด (Kuala Lumpur Accord)”

    ซึ่งนอกจากเรื่องถอนอาวุธ ยังเพิ่มประเด็น “ล้างระเบิดและกวาดล้างแก๊งสแกมเมอร์ออนไลน์” ที่สหรัฐฯ กล่าวหาว่ามีฐานปฏิบัติการในฝั่งกัมพูชา

    แต่สิ่งที่ยังไม่ชัดเจนคือ “ฝั่งไทย” ยังไม่ออกมาให้ข้อมูลใด ๆ เลย—ไม่มีแถลงจากกระทรวงการต่างประเทศหรือสำนักนายกรัฐมนตรี จนถึงเย็นวันที่ 18 ต.ค.

    นักวิเคราะห์จาก The Diplomat ให้ความเห็นว่า แม้ข่าวนี้จะฟังดูเหมือน “ชัยชนะทางการทูต” ของกัมพูชา แต่ในทางปฏิบัติ ยังไม่พบหลักฐานการเจรจาอย่างเป็นทางการจากฝั่งไทย หรือการรับรองเอกสารร่วม นอกจากนี้ โฆษกกระทรวงกลาโหมไทยยังไม่ตอบคำถามผู้สื่อข่าวเกี่ยวกับ “การถอนอาวุธหนัก” หรือ “ปล่อยทหารกัมพูชา” ตามที่พนมเปญอ้าง

    ที่ผ่านมา ฝ่ายกัมพูชายังคงกล่าวหาทางการไทย “ละเมิดชายแดน” แทบทุกวันผ่านสื่อในประเทศ ทั้ง Fresh News และ Koh Santepheap Daily ในขณะที่สื่อไทยส่วนใหญ่ยังคงรายงานอย่างระมัดระวัง สะท้อนภาพที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิงระหว่างสองประเทศ

    จึงอาจกล่าวได้ว่า “ข่าวสันติภาพ” ครั้งนี้เป็น การประกาศฝ่ายเดียวของกัมพูชา

    ท่ามกลางความเงียบของไทย และยังไม่มีเอกสารหรือภาพพิธีใด ๆ ที่ยืนยันว่าเกิด “การลงนามจริง” ระหว่างรัฐบาลทั้งสองฝ่าย
    แต่ไม่ว่าจะเป็น “สัญญาสันติ” หรือ “สงครามข้อมูล”—สิ่งหนึ่งที่ชัดคือ พนมเปญพยายามสร้างภาพว่า “ตัวเองคือผู้เรียกร้องสันติภาพ” ในขณะที่โยนบทบาท “ผู้รุกราน” ให้ไทยอย่างต่อเนื่อง

    คำถามคือ...ปลายเดือนนี้ ที่กัวลาลัมเปอร์ จะมี “พิธีลงนามจริง” หรือจะเป็นแค่ “ฉากละครทางการทูต” ของเขมรที่กำลังหาทางรอดจากความโดดเดี่ยวทางเศรษฐกิจและการเมืองในภูมิภาค?
    เวลาจะเป็นคำตอบ.

    19 ตุลาคม 2568 : คัดข่าว/หาดใหญ่

    ที่มา: Al Jazeera,CNA, Reuters,Politico, Le Monde,The Japan Times ,The Hindu ,Outlook India , Phnom Penh Post, X, The Diplomat

    .
    https://www.facebook.com/share/p/1ACjdBpYBY/
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,215
    ค่าพลัง:
    +97,153
    โดนเช็คบิลยาว! #เกาหลีใต้ คุมพลเมือง 64 คนกลับถึงโซล เตรียมเอาผิดเอี่ยว 'แก๊งสแกมเมอร์' ใน #กัมพูชา
    .
    ชาวเกาหลีใต้ 64 คนที่ถูกควบคุมตัวในกัมพูชาในข้อหาพัวพันการหลอกลวงทางออนไลน์ได้เดินทางกลับถึงเกาหลีใต้แล้วในวันนี้ (18 ต.ค.) และคาดว่าส่วนใหญ่จะถูกสอบสวน
    .
    ทางการโสมขาวระบุว่า การนำตัวพลเมืองกลุ่มนี้กลับประเทศมีขึ้นหลังเหตุการณ์ฆาตกรรมนักศึกษาชาวเกาหลีใต้ ซึ่งถูกทรมานจนเสียชีวิตในกัมพูชาเมื่อเดือน ส.ค. และมีส่วนเชื่อมโยงกับการหลอกลวงจ้างงาน
    .
    ผู้ที่เดินทางกลับบางคนสวมหมวกและหน้ากากอนามัย และถูกตำรวจควบคุมตัวหลังจากเดินทางมาถึงสนามบินนานาชาติอินชอนในกรุงโซล และดูเหมือนพวกเขาจะถูกใส่กุญแจมือด้วย ทว่าถูกปิดบังด้วยผ้า
    .
    สัปดาห์นี้รัฐบาลเกาหลีใต้ได้ออกคำสั่งห้ามการเดินทาง "รหัสดำ" (code black) ครอบคลุมบางพื้นที่ของกัมพูชา และได้ส่งทีมเจ้าหน้าที่ระดับสูงไปช่วยเหลือพลเมืองที่ถูกหลอกให้ทำงานตามสถานที่หลอกลวงต่างๆ รวมถึงปล่อยผู้ที่ถูกควบคุมตัวโดยไม่สมัครใจ
    .
    วี ซุงลัก ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของเกาหลีใต้ กล่าวเมื่อวันพุธ (15) ว่า เชื่อว่ามีชาวเกาหลีใต้กว่า 1,000 คนอยู่ในกลุ่มคนประมาณ 200,000 คนจากหลากหลายเชื้อชาติที่เกี่ยวข้องกับศูนย์สแกมเมอร์ในกัมพูชา
    .
    คิม จีนา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้ กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่สนามบินอินชอนว่า การส่งตัวกลับประเทศครั้งนี้ "เป็นเครื่องยืนยันถึงการปราบปรามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลกัมพูชา" ต่อเครือข่ายหลอกลวง และความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับรัฐบาลเกาหลีใต้ในเรื่องนี้
    .
    เธอกล่าวด้วยว่า "รัฐบาลของเราจะสร้างและใช้ระบบที่มีประสิทธิภาพอย่างจริงจัง เพื่อกำจัดการหลอกลวงที่พุ่งเป้าไปที่ชาวเกาหลีใต้ในกัมพูชา"
    .
    นายตำรวจระดับสูงคนหนึ่งระบุว่า ทางการกัมพูชาตกลงที่จะแจ้งการจับกุมชาวเกาหลีใต้ให้รัฐบาลโซลรับทราบ และส่งตัวพวกเขากลับมายังเกาหลีใต้เพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามกฎหมาย
    .
    ที่มา : รอยเตอร์

    https://www.facebook.com/share/p/1BDsNhWQfa/
     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,215
    ค่าพลัง:
    +97,153
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,215
    ค่าพลัง:
    +97,153
    กองทัพ -รัฐบาล ดาหน้า โต้ข่าวลือ
    จะปล่อยตัว18 เชลยศึกทันที
    หลังลงนาม“ ปธน.สหรัฐฯ”
    เป็นพยาน “อนุทิน-ฮุนมาเนต” ฟื้นสัมพันธ์
    ยันไทยไม่มีปล่อยตัว หากกัมพูชา ไม่ทำตามข้อตกลง
    ยัน นายกฯไม่แทรกแซงวงเจรจา
    เร่งรัดประชุม JBC

    .
    จากกรณีที่สื่อกัมพูชาเผยแพร่บทสัมภาษณ์ของ นายปรัก โซะคน รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศกัมพูชา เมื่อ 18 ต.ค. 68 โดยระบุว่า “เอกสารว่าด้วยความตกลงสันติภาพระหว่างกัมพูชา–ไทย ซึ่งคาดว่าจะมีการลงนามโดยนายกรัฐมนตรีของทั้งสองประเทศ ฝ่ายไทยได้ตกลงที่จะปล่อยตัวทหารกัมพูชา 18 นาย ทันทีหลังลงนาม โดยมีประธานาธิบดีสหรัฐฯ เป็นพยานในห้วงการประชุมสุดยอดอาเซียนปลายเดือนนี้”

    พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวว่า สำหรับการส่งคืนทหารกัมพูชา 18 นาย อาจเป็นข้อเสนอของฝ่ายกัมพูชาในเวทีการประชุมระดับกระทรวงการต่างประเทศ

    ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้รับข้อมูลที่เป็นทางการ แต่เชื่อว่าเรื่องดังกล่าวจะมีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหนนั้น คงต้องพิจารณาจากท่าทีความจริงใจ และสัญญาณความร่วมมือที่ดีในการแก้ปัญหาของกัมพูชา

    รวมถึงการตอบรับข้อเสนอในประเด็นสำคัญต่าง ๆ ของฝ่ายไทย ในลักษณะที่มีแผนและรายละเอียดสามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้จริงอย่างเป็นรูปธรรม

    เช่น เรื่องการถอนอาวุธหนักออกจากบริเวณพื้นที่แนวชายแดน และเรื่องการเก็บกู้ทุ่นระเบิด เป็นต้น

    ทั้งนี้ เพื่อพิสูจน์ถึงความเป็นปรปักษ์ระหว่างกันที่มีแนวโน้มลดลงอย่างชัดเจน จนถึงระดับที่จะไม่ส่งผลคุกคามฝ่ายไทยด้วยกำลังทางทหาร ในเรื่องนี้จึงไม่อยากรีบด่วนสรุปไป ณ เวลานี้

    ทั้งนี้ การควบคุมตัวเชลยศึกดำเนินไปโดยชอบด้วยกฎหมาย สอดคล้องกับหลักกฎหมายและหลักมนุษยธรรมสากล ซึ่งที่ผ่านมา คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) ได้เข้าเยี่ยมเชลยศึกทหารกัมพูชา 18 นาย ในหลายโอกาสแล้ว จึงไม่น่ามีความกังวลใด ๆ สำหรับการปฏิบัติต่อเชลยศึกฯ ของฝ่ายไทย

    ด้าน นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าวการปล่อยตัวเชลยศึกกัมพูชาทั้ง 18 คน ว่า ตนตรวจสอบข้อมูลจากนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แม้ว่าจะติดภารกิจอยู่ที่ต่างประเทศ เนื่องจากมีข้อกังวลในหลายอย่างเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา

    โดยยืนยันว่าการนำเสนอข่าวของกัมพูชา ว่าไทยจะมีการปล่อยเชลยศึกทั้ง 18 คนนั้น ไม่เป็นความจริง เนื่องจากการประชุมร่วมกับทางกัมพูชา ครั้งก่อน มีการพูดคุยต่อรอง อยากให้ไทยปล่อยตัวเชลยศึกทั้ง 18 คน

    แต่ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ยืนยันไปว่า จะต้องดำเนินการตามข้อตกลง 4 ข้อของการประชุม GBC ครั้งที่ผ่านมาคือการถอนกำลังทหาร การเก็บกู้ทุ่นระเบิด การจัดการปัญหาสแกมเมอร์ และมีการผลักดันชาวกัมพูชา ที่รุกล้ำอยู่ในพื้นที่ดินแดนไทย ออกจากพื้นที่ แต่หากไม่มีการดำเนินการ 4 ข้อตกลงดังกล่าว ก็จะไม่มีการเจรจาการปล่อยตัวเชลยศึกทั้ง 18 คน

    โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังระบุอีกว่า จากกรณีที่มีการระบุว่า นายกรัฐมนตรีไทย มีการเร่งรัด ให้ประชุม JBC ตนขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เนื่องจากนายกรัฐมนตรี ไม่ได้มีการแทรกแซง ซึ่งเน้นย้ำว่าเป็นไปตามปฏิทิน ที่ได้มีการตกลงไว้แล้วก่อนหน้านี้ เพื่อหาทางออกร่วมกัน

    ส่วนที่มีการซักถามว่าหากมีการประชุม JBC ถือว่าเป็นการสละสิทธิ์ยกเลิก MOU 43- 44 หรือไม่ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่าได้รับคำตอบจากกระทรวงการต่างประเทศ ว่าการประชุม JBC เป็นการพูดคุยกันในเรื่องแนวทางที่จะดำเนินการ เช่นการใช้ระบบไลดาร์ ในการหาพิกัด ซึ่งไม่มีพันธะผูกพันสัญญาใดๆ แต่เป็นการพูดคุยหาแนวทางร่วมกัน เท่านั้น

    #เชลยศึกเขมร
    #กัมพูชาเป็นภัยความมั่นคงของชาติ
    #kualalumpurdaclaration
    https://www.facebook.com/share/1EXj813Zmz/
     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,215
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ทัพไทย แถลงจุดยืนไม่ปล่อย 18 เชลยศึกทหารเขมร
    หลังการประชุม 4 ฝ่าย ที่ KL
    แต่จะปล่อย ก็ต่อเมื่อ
    กัมพูชาปฏิบัติตามเงื่อนไขสำคัญ 4 ข้อ
    แล้ว
    ฝ่ายกัมพูชา ต้องแสดงความจริงใจ
    -ยุติการกระทำที่เป็นปฏิปักษ์ต่อประเทศไทยโดยสิ้นเชิง

    .

    ตามที่มีรายงานข่าวและกระแสข่าวลือแพร่สะพัดในสื่อสังคมออนไลน์และบางสำนักข่าวว่า ประเทศไทยได้ตกลงที่จะปล่อยตัวเชลยศึกชาวกัมพูชาจำนวน 18 นาย ภายหลังการประชุม 4 ฝ่าย ระหว่างไทย กัมพูชา มาเลเซีย และสหรัฐอเมริกา ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2568 นั้น

    พลตรี วิทัย ลายถมยา โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย ขอเรียนชี้แจงอย่างชัดเจนว่า ข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริงโดยสิ้นเชิง และขอยืนยันว่า ไม่มีการปล่อยตัวเชลยศึกชาวกัมพูชาทั้ง 18 นาย แต่อย่างใด

    การควบคุมตัวเชลยศึกเป็นไปตามหลักปฏิบัติสากล ภายใต้สถานการณ์ความขัดแย้งด้วยอาวุธ โดยกองทัพไทยได้ดำเนินการอย่างเคร่งครัดตาม หลักมนุษยธรรมและอนุสัญญาเจนีวา (Geneva Conventions) เพื่อคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของผู้ถูกควบคุมตัวทุกนาย

    สำหรับการดำเนินการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการส่งมอบหรือปล่อยตัวเชลยศึกนั้น จะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อฝ่ายกัมพูชาได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขสำคัญ 4 ข้อ ซึ่งกองทัพไทยได้เสนอไว้อย่างเป็นทางการก่อนหน้านี้

    ไม่ว่าจะเป็น การถอนอาวุธหนัก การร่วมกันเก็บกู้ทุ่นระเบิด การร่วมปราบอาชญากรรมระหว่างประเทศสแกมเมอร์ และ การแก้ปัญหาการรุกล้ำพื้นที่เขตแดน โดยถือเป็นเงื่อนไขที่มีความจำเป็นต่อการสร้าง สันติภาพ ความมั่นคง และความไว้วางใจระหว่างสองประเทศในระยะยาว

    ที่สำคัญที่สุด ฝ่ายกัมพูชาต้องแสดงความจริงใจและยุติการกระทำที่เป็นปฏิปักษ์ต่อประเทศไทยโดยสิ้นเชิง จึงจะมีการพิจารณาแนวทางอื่น ๆ ร่วมกันได้ในอนาคต

    กองทัพไทย ขอเรียกร้องให้ สื่อมวลชนและประชาชนใช้ความระมัดระวังในการรับและเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร และขอให้ติดตามข้อมูลจากแหล่งข่าวทางการเท่านั้น โดยเฉพาะจาก กองบัญชาการกองทัพไทยและหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดหรือกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

    จึงแถลงมาเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อเท็จจริงอย่างถูกต้อง พร้อมทั้งขอความร่วมมือจากสื่อมวลชนในการเผยแพร่ข้อมูลอย่างรอบคอบและเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ โดยขอให้ทุกภาคส่วนร่วมกันสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง เพื่อรักษาบรรยากาศความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของประเทศ

    #เชลยศึก
    #สนธิสัญญาเจนีวา
    #กัมพูชาเป็นภัยความมั่นคงของชาติ

    https://www.facebook.com/share/p/1CdZCKSaUY/
     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,215
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ปลด 9 นายพลระดับสูง กวาดล้าง “ห้าพิษกองทัพ”

    ทางการจีนประกาศปลดนายพลระดับสูงของกองทัพปลดแอกประชาชน (PLA) รวม 9 ราย

    รายชื่อผู้ถูกปลดประกอบด้วย
    1. เหอ เว่ยตง (He Weidong)
    2. เมียว ฮวา (Miao Hua)
    3. เหอ หงจวิน (He Hongjun)
    4. หวัง ซิ่วปิน (Wang Xiubin)
    5. หลิน เซี่ยงหยาง (Lin Xiangyang)
    6. ฉิน ซู่ถง (Qin Shutong)
    7. หยวน ฮวาจื้อ (Yuan Huazhi)
    8. หวัง โฮ่วปิน (Wang Houbin)
    9. หวัง ชุนหนิง (Wang Chunning)

    สองในเก้านั้นมี เหอ เว่ยตง-เมียว ฮวา สองขุนพลฝูเจี้ยนคนใกล้ชิดสี จิ้นผิง โดนข้อหาพัวพันคดีคอร์รัปชัน เขย่ากองทัพจีนหนัก

    การปลดครั้งนี้สะท้อนว่าระบบกองทัพจีนภายใต้ “หนึ่งผู้นำสูงสุด” ของสี จิ้นผิง กำลังเผชิญแรงสั่นสะเทือนภายในอย่างรุนแรง และอาจเกี่ยวพันถึงการปรับอำนาจในคณะกรรมาธิการทหารกลาง.

    FB_IMG_1760840665899.jpg
    https://www.facebook.com/share/1CfxRyKEHu/
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 19 ตุลาคม 2025
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,215
    ค่าพลัง:
    +97,153
    แรงมาก! ประท้วง NO KINGS ที่อเมริกา (ขออนุญาตไม่แปลไทย มันหมิ่นเหม่) คาดว่ามีผู้ออกมาสำแดงพลังเกินหลักล้าน กระจายทั่วทั้ง 50 รัฐ อย่างน้อยๆ มี 2,600 จุด --- เมืองใหญ่ เมืองเล็ก หรือนอกเมือง คนมาก คนน้อย หรือนับหยิบมือ ไม่เป็นไร ขอให้ออกมา! มา! มาต่อต้านทรราช!

    ขนาดนั้น??? มันกลายเป็นขนาดนั้นไปแล้ว เพราะสถานการณ์เสมือนว่าทรัมป์สถาปนาตนเป็น KING
    ประชาชนอดรนทนไม่ไหว ตรงที่ใช้ "กองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิ" National Guard ออกปฏิบัติการปราบปราม "ประชาชน" (มุ่งเป้าไปที่ "ผู้อพยพ")
    มันบานปลาย
    บานปลายทั้งการใช้อำนาจของทรัมป์ บานปลายทั้งการใช้ความรุนแรงของ National Guard และบานปลายทั้งความเดือดดาลในใจของประชาชน
    สภาวการณ์มิใช่เข้าขั้น "อนาธิปไตย" จนถึงกับต้องกระทำเช่นนั้น
    แบบนี้ประชาชนมองว่า "ลุแก่อำนาจ" และทรัมป์ไม่ใช่แค่ "อำนาจนิยม" แล้ว แต่เลยเถิดเห่อเหิมถึงขึ้น "อัตตาธิปไตย" ไม่ต่างจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์แล้ว
    คนอเมริกาไม่เอา KING

    ทรัมป์เพียงทัดทานว่า I’m not a king
    ด้านพรรครีพับลิกัน (พรรครัฐบาล) ตราหน้าผู้ประท้วง (ที่คาดว่าจะถึงหลักล้าน) ว่า "พวกชังชาติ" Hate America --- เฮ้ย ที่อเมริกาแดนเสรีประชาธิปไตยก็มีการใช้คำแบบนี้แล้วด้วยหรือ?????
    ยังไงก็ตาม ทรัมป์ใช้เวลาเสวยสุขอยู่ที่ West Palm Beach กอล์ฟคลับบนกองทองของตัวเอง ไม่ยินและไม่ยลอะไรทั้งนั้น

    NO KINGS! NO KINGS! NO KINGS!
    ดังทั่วอเมริกา ดังทั่วอเมริกา ดังทั่วอเมริกา
    คำว่าประชาธิปไตย ไม่ใช่แค่ระบอบ แต่มันอยู่ในหัวใจ
    ชาวประชาออกมาต้านพวก "อัตตาธิปไตย"
    FB_IMG_1760842480316.jpg FB_IMG_1760842483412.jpg FB_IMG_1760842486229.jpg FB_IMG_1760842488948.jpg
    https://www.facebook.com/share/1CVLpbaDWL/
     
  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,215
    ค่าพลัง:
    +97,153
    CNN รายงานว่า ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ มีความเชื่อว่า เซเลนสกีไม่ได้ต้องการสันติภาพอย่างแท้จริง แต่ต้องการทำให้ความขัดแย้งลุกลามมากขึ้น
    .
    ตามรายงานของ CNN ที่อ้างแหล่งข่าวภายในทำเนียบขาว ทรัมป์ได้พูดอย่าง “ตรงไปตรงมาและจริงใจ” กับเซเลนสกี โดยระบุชัดว่า ยูเครนจะไม่ได้รับขีปนาวุธพิสัยไกล ที่สามารถยิงลึกเข้าไปในรัสเซียได้
    .
    เจ้าหน้าที่คนหนึ่งกล่าวว่า ทรัมป์ออกจากการประชุมครั้งนี้ด้วยความรู้สึกว่า ผู้นำยูเครนกำลังมุ่งไปสู่การยกระดับสถานการณ์และยืดเยื้อสงครามต่อไป
    .
    เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวคนอื่น ๆ ยังบอกกับ CNN ว่า “ทั้งสองฝ่ายควรหาทางตกลงกัน” พร้อมเตือนว่า “สถานการณ์จะยิ่งเลวร้ายลง” หากสงครามดำเนินต่อไป
    https://www.facebook.com/share/p/1JmNYD9ZEP/
     
  18. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,215
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ฮุนเซนโหมข่าวใหญ่! มาเลเซียสร้างโรงพยาบาลในกัมพูชา—แต่ของจริงแค่ขายทัวร์สุขภาพ

    — สื่อกัมพูชาประโคมข่าวสะเทือนประเทศ หลังสมเด็จฮุนเซน ประธานวุฒิสภาและอดีตนายกรัฐมนตรี ประกาศว่า

    “มาเลเซียจะลงทุนสร้างโรงพยาบาลขนาดใหญ่ในกัมพูชา” เพื่อให้คนเขมร “ไม่ต้องไปรักษาในไทยหรือสิงคโปร์อีกต่อไป”

    ทว่าเมื่อขุดลึกถึงข้อเท็จจริง กลับพบว่านี่ไม่ใช่ “ข้อตกลงลงทุนจริง” แต่เป็นเพียง “ข้อเสนอเบื้องต้น” ของฝ่ายมาเลเซีย ที่ยังอยู่ในขั้นศึกษาความเป็นไปได้—แถมแผนหลักยังชวนให้ชาวกัมพูชาที่มีกำลังจ่าย “บินไปรักษาที่มาเลเซีย” เสียด้วยซ้ำ.

    เรื่องทั้งหมดเริ่มต้นจากเวที Malaysia Healthcare Week 2025 ที่จัดขึ้นในพนมเปญ เมื่อ 19–22 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งสภาการท่องเที่ยวสุขภาพมาเลเซีย (Malaysia Healthcare Travel Council – MHTC) นำเครือโรงพยาบาลชั้นนำอย่าง IJN, KPJ และ Sunway มาจัดกิจกรรม B2B ดึงกลุ่มผู้ป่วยต่างประเทศเข้าสู่ตลาดมาเลเซีย โดยเฉพาะกัมพูชา ซึ่งมีผู้เดินทางไปรักษาในปี 2567 มากกว่า 3,600 คน เพิ่มขึ้นราว 15% จากปีก่อนหน้า.

    แต่หลังจากนั้นสองเดือน สื่อท้องถิ่นกัมพูชากลับรายงานว่า “มาเลเซียตอบรับลงทุนสร้างโรงพยาบาลขนาดใหญ่ในพนมเปญ” ตามคำกล่าวของฮุนเซนระหว่างการพบปะผู้นำภาคธุรกิจ โดยอ้างถึง “ข้อตกลงความร่วมมือใหม่” กับรัฐมนตรีสาธารณสุขมาเลเซีย ซึ่งถูกเรียกว่า “ดร.อัสซุดดิน” — ทว่าไม่พบชื่อดังกล่าวในรายชื่อคณะรัฐมนตรีปัจจุบันของมาเลเซีย.

    ฝั่งมาเลเซียเองกลับให้ข้อมูลต่างออกไป—กระทรวงสาธารณสุขมาเลเซียเผยว่า ยังอยู่ในขั้น “ศึกษาความเป็นไปได้” ของความร่วมมือทางการแพทย์ในกัมพูชา และย้ำว่า “ยังไม่มีแผนสร้างโรงพยาบาลใหม่” โดยเป้าหมายหลักของ MHTC คือการผลักดัน medical tourism ชาวกัมพูชาให้เดินทางไปรักษาในมาเลเซียแทนไทยหรือสิงคโปร์ ซึ่งค่ารักษาถูกกว่า 30–60%.

    นักวิเคราะห์มองว่า ฮุนเซนกำลังใช้ narrative “ความพึ่งพาตนเองทางสุขภาพ” เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากวิกฤติชายแดนไทย–กัมพูชาและปัญหาขบวนการสแกมที่ยังเรื้อรัง โดยพยายามสื่อให้เห็นภาพว่า “กัมพูชากำลังได้รับความไว้วางใจจากเพื่อนบ้านมุสลิมให้ร่วมสร้างระบบสาธารณสุขของตนเอง” แม้ในความเป็นจริง มาเลเซียเพียงต้องการขยายตลาดผู้ป่วยต่างชาติเท่านั้น.

    ท้ายที่สุด สิ่งที่เรียกว่า “มาเลเซียสร้างโรงพยาบาลในกัมพูชา” จึงอาจไม่ต่างจากแผ่นพับโปรโมทท่องเที่ยวสุขภาพ—ที่เปลี่ยนปลายทางจากกรุงเทพฯ เป็นกัวลาลัมเปอร์. ขณะที่ฮุนเซนได้คะแนนทางการเมืองจากภาพ “ผู้นำที่ดึงต่างชาติมาลงทุน” แต่สำหรับประชาชนทั่วไป โรงพยาบาลที่ใฝ่ฝันยังอยู่แค่ในกระดาษ และคนเจ็บก็ยังต้องเจ็บต่อไป โรงพยาบาลในประเทศยังไม่พร้อมและไม่รู้จะพร้อมหรือมีเมื่อไหร่ไอ้ที่นั่งรถข้ามด่านไปรักษาไทยเหมือนเคยตอนนี้ก็ทำไม่ได้แล้ว.

    19 ตุลาคม 2568 : คัดข่าว/หาดใหญ่

    ที่มา: Phnom Penh Post, Cambodianess, Muslim Network TV, Business Today, The Star, Travel and Tour World, PR Newswire, Towards Healthcare, Nation Thailand, The Diplomat, X

    https://www.facebook.com/share/1EiGVY1RZb/
     
  19. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,215
    ค่าพลัง:
    +97,153
    “จีนลั่นล่าทุกชายแดน!” ปราบสแกมเมอร์เมียนมาจับ 5.7 หมื่นคน—กัมพูชาหนาวสะท้าน เศรษฐกิจเทาเสี่ยงล่ม

    — จีนประกาศ “ชัยชนะทางยุทธการ” หลังปฏิบัติการยาว 15 เดือน (ก.ค. 2566–ต.ค. 2568) ไล่ล่าขบวนการสแกมเมอร์ชายแดนเมียนมา–จีน จับกุมชาวจีนกว่า 57,000 คน สะเทือนถึงหัวใจเศรษฐกิจเถื่อนของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีทั้งฉ้อโกงออนไลน์ ค้ามนุษย์ และฆาตกรรมในค่ายสแกมอย่างโคกัน (Kokang) และลาวไก (Laukkai) สร้างความเสียหายกว่า 3.45 พันล้านดอลลาร์ หรือราว 24.6 พันล้านหยวน

    แต่เบื้องหลัง “ปฏิบัติการฟื้นศักดิ์ศรีชาติ” นี้ ไม่ได้กระทบแค่เมียนมา—เพราะ เป้าหมายต่อไปของปักกิ่ง อาจชื่อว่า ‘กัมพูชา’

    จากรายงาน China Daily และ Xinhua ผู้ต้องหาหลายหมื่นคนถูกหลอกด้วยโฆษณางาน “เงินดี ง่าย ๆ” ก่อนถูกบังคับทำงานหลอกลงทุนคริปโตและโรแมนติกสแกม หลายคนถูกขายต่อในราคาหัวละ 300,000 หยวน และมีผู้ตายจากการทรมานไม่น้อยกว่า 8 ราย ปฏิบัติการครั้งนี้ถึงขั้นมีการประหารชีวิต “หมิง เซวีย์ชาง” ผู้นำค่าย Crouching Tiger Villa ที่สร้างอาณาจักรสแกมมูลค่าพันล้านดอลลาร์ — สะท้อนว่า จีนต้องการ “ขุดรากทั้งระบบ” ไม่ใช่แค่จับปลายสาย

    ขณะที่ชาวเน็ตจีนตะโกน “อย่าให้แผ่นดินจีนมีใครถูกหลอกอีก!” แต่เสียงอีกด้านจาก Amnesty International และนักสิทธิมนุษยชนกลับเตือนว่า “ผู้ต้องหาหลายคนคือเหยื่อค้ามนุษย์” ที่ถูกหลอกมาทำงาน ไม่ใช่อาชญากรโดยเจตนา

    ความเคลื่อนไหวของปักกิ่งจึงสะเทือนทั้งภูมิภาค เพราะขณะนี้ กัมพูชากำลังตกอยู่ในภาวะโดดเดี่ยว

    — หลังไทยจำกัดการค้าชายแดนและเริ่ม “บีบสแกม” อย่างเข้มข้น ส่วนจีนแม้อยู่ไกลแต่ยังมีบทบาท “พี่ใหญ่ที่กำลังไม่พอใจ” หากเวียดนาม ซึ่งเป็นเส้นเลือดเศรษฐกิจสายสุดท้าย “ตัดขาด” เช่นเดียวกัน กัมพูชาจะเหลือช่องหายใจเพียงทางเดียว — นั่นคือ การพึ่งพาค่ายสแกมเท่านั้น

    นักวิเคราะห์จาก The Diplomat และ CSIS ประเมินว่า เศรษฐกิจเถื่อนของกัมพูชาอาจสร้างรายได้สูงถึง 12.5–19 พันล้านดอลลาร์ คิดเป็น 40–60% ของ GDP ทั้งประเทศ แต่คนกัมพูชาจริง ๆ ได้ส่วนแบ่งเพียง 5–10% เท่านั้น หากโดนตัดระบบนี้ทิ้ง GDP จะหดตัว 20–25% และอัตราว่างงานอาจพุ่งถึง 20% ซึ่งหมายถึงแรงกระเพื่อมทางการเมืองในพรรค CPP ของตระกูลฮุน

    ท่ามกลางเสียงโกรธของชาวกัมพูชาในโซเชียลที่ด่าทอไทย–เวียดนามว่า “รุมแทรกแซง”

    แต่การล่าของจีนกลับถูกจับตามองว่า “จะข้ามฝั่งมาถึงปอยเปตเมื่อใด” นั่นคือความวิบัติเพราะหากดูที่เมียนมาก็ยังไม่รอดจาก “กรงเหล็ก” ของปักกิ่ง ประเทศต่อไปที่ MPS จะสั่งปฏิบัติการอาจอยู่ถัดลงมาทางใต้ — และชื่อของมัน เริ่มต้นด้วยตัว C

    จีนเรียกภารกิจนี้ว่า “ล่าทุกชายแดน” แต่สำหรับกัมพูชา นี่อาจเป็น “เกมสุดท้ายบนกระดาน” ที่ถ้าพลาด…จะไม่เหลือตาหมากให้พ่อลูกตระกูลฮุนเล่นอีกต่อไป.

    https://www.facebook.com/share/p/17X4G8s6qw/
     
  20. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,215
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เดอะบอย ขะแมร์ ลั่น..!! "การที่มีชาวเกาหลีเสียชีวิต และนักท่องเที่ยวถูกซ้อมในเขมรนั้นเป็นเรื่องปกติ เพราะกัมพูชามีนักท่องเที่ยวเยอะ ติคนไทยอย่าดิ้น ชี้เป็นเรื่องของกัมพูชาไม่ใช่ประเทศไทย เตือนคนไทยปัญญาอ่อน ตื่นตูมเรื่องแค่นี้"

    https://www.facebook.com/share/1A8mwyyJme/
     

แชร์หน้านี้

Loading...