ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,225
    ค่าพลัง:
    +97,153
    Oct 19, 2025 หมดสภาพ! ตึกแถวสูญพันธ์แน่ หดหายถึง 50% มือสองถูกกดราคาถึงครึ่งแต่ยังลุ้นขายได้หรือไม่ได้ ราคาขายตึกแถวย่านทำเลนักท่องเที่ยวมีแต่ทรง สะพานข้ามทางแยกยันสี่แยกไฟแดงล้วนปิดโอกาสขายตึกแถว รถไฟฟ้ามาทั้งเส้นยังไม่ช่วยขายตึกแถว

    นายกสมาคมการขายและการตลาดอสังหาริมทรัพย์ และ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โมเดอร์น พร็อพเพอร์ตี้ คอนซัลแตนท์ จำกัด นายวสันต์ คงจันทร์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีตึกแถวหายไปจากตลาด 50% ขณะที่ตึกแถวมือสองก็ขายออกยาก ทำให้ต้องลดราคา โดยเฉพาะบริษัทบริหารสินทรัพย์หรือธนาคารที่ขายทรัพย์มือสอง ถ้าหากอยากจะขายตึกแถวได้ จำเป็นต้องลดราคา 50% จากราคาปกติ แต่ยังถือว่าขายออกยาก โดยเฉพาะต่างจังหวัด ถ้าอยู่ในโซนไม่มีประโยชน์ในการใช้สอย ก็จะขายลำบาก ทำเป็นที่พักอาศัยก็ไม่ได้ ที่จอดรถก็ไม่มี และคนก็หันไปซื้อบ้านอยู่นอกเมืองเป็นส่วนใหญ่

    กรณีที่ตึกแถวไม่ได้ตั้งอยู่ในทำเลที่ดีจริงๆ เช่น ย่านสถานีรถไฟฟ้า ทำเลท่องเที่ยว ราคาตึกแถวจะไม่ขยับไปไหน เช่น โซนเยาวราช ราคาตึกแถวยังอยู่คูหาละ 40-50 ล้านบาทมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว หรือทำเลแยกรัชดา-ลาดพร้าว มีการประกาศขายมานานมาก และราคาอยู่ที่คู่หาละ 9-10 ล้านบาท เนื่องจากไม่อยู่ในย่านธุรกิจ และมีข้อจำกัดเรื่องสะพานข้ามแยกต่างๆ

    ทำเลถนนลาดพร้าวทั้งสองฝั่งจะเห็นติดป้ายประกาศขายตึกแถวจำนวนมาก ทั้ง ๆ ที่มีรถไฟฟ้าสายสีเหลืองคู่กับถนนลาดพร้าวยาวเกือบทั้งถนน นั่นเป็นเพราะเจ้าของตึกแถวมองว่าราคาขายจะต้องมีการปรับขึ้นหลังมีรถไฟฟ้ามาเปิดบริการจึงมีการปรับราคาขึ้นอยู่บ้าง แต่กลับกลายเป็นว่าคนไม่ซื้อ สาเหตุจากผู้ซื้อยอมรับไม่รู้จะซื้อไปทำอะไรจากหลายปัจจัยลบที่ไม่เอื้อต่อการทำการค้าตามตึกแถว เมื่อยังขายไม่ได้ เจ้าของจะมีประกาศขายให้เห็นมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่แตกต่างจากต่างจังหวัดที่เห็นการประกาศขายตึกแถวกันมาก

    ทั้งนี้ บริษัทบริหารสินทรัพย์ในปัจจุบันไม่ซื้อตึกแถวเข้ามาในพอร์ตกันแล้ว สาเหตุเดียวกัน คือขายไม่ออก ดังนั้นจะเห็นตึกแถวเก่าๆ ถูกปล่อยร้างไว้แบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ เหมือนกับที่ญี่ปุ่นที่มีบ้านว่างอยู่จำนวนมาก ต่อไปประเทศไทยจะเผชิญกับปัญหานี้เช่นกัน

    #ตึกแถว #อาคารพาณิชย์ #หมดสภาพ #เศรษฐกิจ #อสังหาริมทรัพย์ #BTimes

    https://www.facebook.com/share/p/19pbGRLuRz/
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,225
    ค่าพลัง:
    +97,153
    “ฮุน มาเนต วางหมากเอง ติดกับดักเอง!” — กัมพูชาปั่นกระแสสันติภาพ แต่โดนแฉว่ามอบดินแดนให้ไทย จนต้องรีบแก้ข่าวกลางดึก

    — หลังจากเมื่อวานทั้งวัน สื่อกัมพูชาแทบทุกสำนักตั้งแต่ Fresh News ถึง Phnom Penh Post พร้อมใจกันปูข่าว “ความสำเร็จยิ่งใหญ่” ของข้อตกลงสันติภาพชายแดน ที่เตรียมลงนามปลายเดือนนี้ที่มาเลเซีย โดยระบุว่าเป็น “ชัยชนะทางการทูต” ของรัฐบาลนายกฯ ฮุน มาเนต ที่สามารถยุติศึกตาเมือนธม-พระวิหารได้สำเร็จ ภาพมาเนตเดินยิ้มถือแฟ้มเอกสารถูกแชร์ทั่วโซเชียลพร้อมแคปชัน “สันติภาพในมือชายหนุ่ม”

    แต่เพียงไม่ถึง 12 ชั่วโมงต่อมา—กระแสกลับตาลปัตร!

    ช่วงบ่ายวานนี้ โลกไซเบอร์กัมพูชาเดือด เมื่อการโพสต์อ้างเอกสาร “ร่างข้อตกลง” ที่ระบุว่า ฝ่ายกัมพูชาจะยอม “ปรับแนวเขตแดนบางส่วน” เพื่อแลกกับการเปิดด่านและข้อตกลงหยุดยิงถาวรกับไทยทันที โดยข้อความ
    “ฮุน มาเนตยอมมอบแผ่นดิน!” ถูกพูดถึงได้ส่งต่ออย่างรวดเร็ว

    จากความภูมิใจ กลายเป็นความโกรธ—
    ฝ่ายค้าน CNRP ที่ลี้ภัยอยู่ต่างประเทศรีบออกแถลงซัดว่า “นี่คือการขายชาติ!”
    นักวิเคราะห์กัมพูชาโพสต์เหน็บ “สันติภาพแบบนี้คือเอาธงขาวไปปักเอง”
    ส่วนคนในพนมเปญเริ่มออกมาแสดงความคิดเห็นแรงว่า “มาเนตไม่ใช่ผู้นำ—แค่ลูกชายที่ยังหาทางออกไม่เจอ”

    สถานการณ์ร้อนจนรัฐบาลต้องรีบ “ดับไฟ”
    เวลา 22.00 น. นายกรัฐมนตรี ฮุน มาเนต ออกแถลงสดผ่านโทรทัศน์แห่งชาติกัมพูชา (TVK) ปฏิเสธเสียงแข็งว่า “ไม่มีการยกดินแดนหรือเปลี่ยนเขตแดนในข้อตกลงนี้ กัมพูชาไม่เคยและจะไม่สูญเสียอธิปไตยแม้แต่ตารางนิ้ว” พร้อมย้ำว่าข้อตกลง “กัวลาลัมเปอร์ อัคคอร์ด” วันที่ 29 ต.ค. นี้ เป็นเพียง “ข้อตกลงหยุดยิงและความร่วมมือชายแดน” ที่อยู่ภายใต้การดูแลของคณะกรรมการชายแดนร่วม (JBC) เท่านั้น

    แต่การแก้ข่าวดูเหมือนจะ “สายเกินไป” เพราะประชาชนจำนวนมากเริ่มไม่เชื่อใจรัฐบาลที่พูดอย่างทำอีกอย่าง

    นักวิเคราะห์จาก CSIS ระบุว่า “นี่คือผลจากการสื่อสารฝ่ายเดียวของรัฐบาลกัมพูชา ที่พยายามสร้างภาพว่าตัวเองชนะทั้งที่อีกฝ่าย (ไทยและมาเลเซีย) ยังไม่ยืนยันแม้แต่บรรทัดเดียว” (CSIS, 18 ต.ค.).
    ขณะที่ Bangkok Post รายงานว่า ไทยยังไม่ได้ตอบรับการลงนามในมาเลเซีย และยังคงตั้งเงื่อนไขให้กัมพูชาถอนกำลังและล้างระเบิดฝั่งชายแดนก่อน (Bangkok Post, 19 ต.ค.).

    เรียกได้ว่า มาเนต “วางหมากเองแต่กลับโดนหมากกิน” —
    เขาเปิดเกมสันติภาพเพื่อกู้ภาพลักษณ์จากวิกฤตเศรษฐกิจและสแกมเมอร์
    แต่กลับจุดชนวนความไม่ไว้วางใจในประเทศ
    และผลักตัวเองให้ตกอยู่ใน “กับดักศรัทธา” ที่ไม่มีพ่ออย่างฮุน เซนคอยกู้ให้ได้อีกต่อไป

    จาก “ฮุน มาเนตผู้นำแห่งสันติภาพ” สู่ “ฮุน มาเนตผู้ถูกสันติภาพเล่นงาน” —
    นี่อาจเป็นหมากที่เขาเดินเอง แต่กลับเจ็บเอง
    และต้องแก้เกมเอง... ในกระดานที่ไม่มีใครยอมเล่นด้วยอีกแล้ว.

    20 ตุลาคม 2568 : คัดข่าว/หาดใหญ่
    ที่มา: Phnom Penh Post, Khmer Times , Reuters , CSIS, Bangkok Post , X
    https://www.facebook.com/share/1ZSyRaFFYs/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,225
    ค่าพลัง:
    +97,153
    รัฐบาล #เกาหลีใต้ เตรียมพิจารณาคว่ำบาตรทางการเงินกับภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายอาชญากรรมใน #กัมพูชา ซึ่งมีการค้ามนุษย์และเปิดศูนย์หลอกลวงออนไลน์ เพื่อตอบสนองการลักพาตัวพลเมืองเกาหลีใต้ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
    .
    สื่อ Korea Times รายงานว่า ประกาศยืนยันการดำเนินการดังกล่าวคาดว่าจะมีขึ้นในช่วงปลายเดือนนี้ และจะถือเป็นมาตรการที่เด็ดขาดที่สุดของรัฐบาลเกาหลีใต้ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่อยมาว่าตอบสนองปัญหาล่าช้า
    .
    เมื่อวันอาทิตย์ (19 ต.ค.) หน่วยงานด้านการเงินของเกาหลีใต้ระบุว่า หน่วยข่าวกรองทางการเงิน (FIU) ภายใต้คณะกรรมการบริการทางการเงิน กำลังพิจารณาว่าจะกำหนดให้ผู้ต้องสงสัยในคดีอาชญากรรมและธุรกิจในเครือเป็น "นิติบุคคลที่ถูกจำกัด" หรือไม่ ซึ่งจะนำไปสู่การอายัดทรัพย์สิน และการปิดกั้นธุรกรรมทางการเงิน รวมถึงสกุลเงินดิจิทัลด้วย
    .
    เจ้าหน้าที่รายหนึ่งระบุว่า “หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องทั้งหมดได้หารือกี่ยวกับวิธีกำหนดลักษณะขององค์กรอาชญากรรมในกัมพูชา และมาตรการรับมือพวกเขา”
    .
    การหารือนี้เกิดขึ้นเพียง 1 หนึ่งสัปดาห์ หลังจากที่สหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักรได้ประกาศคว่ำบาตรบริษัท ปรินซ์ กรุ๊ป (Prince Group) และ ฮุยวัน กรุ๊ป (Huione Group) ของกัมพูชา โดยทั้งสองบริษัทถูกกล่าวหาว่ากระทำการค้ามนุษย์ ฟอกเงิน และฉ้อโกงทางไซเบอร์ขนานใหญ่
    .
    กระทรวงการคลังสหรัฐฯ กำหนดให้ ปรินซ์ กรุ๊ป เป็น “องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ” และได้ฟ้องร้องเอาผิดกับ เฉิน จื้อ (Chen Zhi) ประธานและซีอีโอชาวจีนในข้อหาฉ้อโกงทางการเงินออนไลน์และฟอกเงิน โดยขณะนี้ยังไม่มีรายงานว่า เฉิน กบดานอยู่ที่ไหนหลังจากที่ถูกประกาศคว่ำบาตร
    .
    ด้านบริษัท ฮุยวัน กรุ๊ป ยังถูกตัดขาดจากระบบการเงินของสหรัฐฯ ด้วย
    .
    มูลค่าทรัพย์สินของบริษัททั้งสองในเกาหลีใต้ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด ขณะนี้ตำรวจเกาหลีกำลังสอบสวนข้อกล่าวหาที่ว่า ปรินซ์ กรุ๊ป ดำเนินกิจการสำนักงานในกรุงโซล ซึ่งอาจใช้เป็นฉากบังหน้าในการสรรหาบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงแรงงานในต่างประเทศ บริษัทในเครือ ปรินซ์ กรุ๊ป ซึ่งประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ถูกพบว่าเปิดสำนักงานอยู่บนชั้น 16 ของอาคารแห่งหนึ่งในย่านกังนัมทางตอนใต้ของกรุงโซลตั้งแต่เดือน ก.พ. ภายใต้ชื่อ KINGMEN REAL ESTATE GROUP
    .
    ยู แจซอง รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานตำรวจแห่งชาติเกาหลีใต้ แถลงต่อรัฐสภาเมื่อวันศุกร์。(17) ว่า ตำรวจกำลังตรวจสอบข้อครหาดังกล่าวเพื่อตัดสินใจว่าจะเปิดสอบสวนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับบริษัทเครือ ปรินซ์ กรุ๊ป ในเกาหลีใต้หรือไม่
    .
    มาตรการคว่ำบาตรที่คาดว่าจะเกิดขึ้นนี้จะนับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสำหรับโซล ซึ่งก่อนหน้านี้ได้เน้นใช้มาตรการทูตมากกว่าบทลงโทษ ขณะเดียวกัน FIU ยังมีแผนที่จะขยายการสืบสวนกิจกรรมการฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับสกุลเงินดิจิทัลทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภายในสิ้นปีนี้
    .
    ที่มา: Korea Times

    https://www.facebook.com/share/19w2TCtRP3/
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,225
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ที่ปรึกษา กมธ.วิสามัญฯ พิจารณา MOU สภาผู้แทนฯ ย้ำไทยมีสิทธิบอกเลิก MOU 43 ตามอนุสัญญากรุงเวียนนา เพราะกัมพูชาละเมิดร้ายแรง พร้อมแจงขั้นตอน แจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าอย่างน้อย 3 เดือน ระหว่างนี้กัมพูชาอาจขอทบทวน อำนาจต่อรองจะพลิกมาทางไทยทันที ชี้การเลิกไม่ก่อให้เกิดสุญญากาศทางกฎหมาย ไม่ได้เปิดช่องให้กัมพูชานำเรื่องเข้าสู่สหประชาชาติหรือให้มหาอำนาจแทรกแซงได้ง่าย ส่วนแผนที่ 1 ต่อ 2 แสน แม้จะยังอยู่หลังยกเลิก MOU แต่จะกลายสภาพเป็นแผนที่นอกสนธิสัญญาทันที

    อ่านต่อ..https://news1live.com/detail/9680000099799

    #News1Feed #News1 #Sondhitalk #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #Thaitimes #กัมพูชายิงก่อน #CambodiaOpenedFire #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด
    FB_IMG_1760920442784.jpg
    https://www.facebook.com/share/198SoVAk24/
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,225
    ค่าพลัง:
    +97,153
    อินฟลูเขมร ที่วันก่อนถือธงด่าไทย ล่าสุดออกมาโจมตีเกาหลี
    บอกว่าสำนักข่าว sbs กับ kbs ของเกาหลี ที่รายงานข่าวถล่มเขมรรัวๆตอนนี้ ไม่น่าเชื่อถือ เป็นสำนักข่าวที่นำเสนอเฟคนิวส์ ขอให้ชาวเขมรอย่าไปฟังข่าวจาก สำนักข่าวเหล่านี้

    ถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถ จ้า เฟคนิวส์หมดทั้งโลกเลยจ้า มีสำนักข่าวประเทศมึงนำเสนอข่าวจริงอยู่ประเทศเดียวจ้า

    FB_IMG_1760920610666.jpg FB_IMG_1760920614095.jpg FB_IMG_1760920617403.jpg

    https://www.facebook.com/share/17VXc4A9wR/
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,225
    ค่าพลัง:
    +97,153
    อุ๊ยตาย ในแอปพยากรณ์อากาศแจ้งเตือน พายุโซนร้อนเฟิงเฉิน มีแนวโน้มที่จะวกกลับลงมาเขมรเพราะลมหนาวจากจีนไล่ลงมา ตอนแรกพายุมุ่งหน้าขึ้นเกาะไหหลำ-อ่าวตังเกี๋ยในเวียดนามเหนือ คาดการณ์ว่าพายุจะลงมาสลายตัวที่เขมรและเวียดนามใต้ ส่วนความแรงพายุขึ้นฝั่งจะลดระดับลงมาเป็นพายุดีเปรสชั่น และจะสลายตัวอย่างรวดเร็วเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ เพราะลมหนาวลงมาปะทะ ถือว่ายังเหลือความโชคดีให้เขมร แต่อย่างไรก็ต้องติดตามเส้นทางพายุอย่างใกล้ชิด ลุ้นวันต่อวัน เพราะถ้าพายุเคลื่อนแค่ 1 องศา เส้นทางพายุอาจเบี้ยวไปหลายกิโลเมตร ขอให้เขมรโชคดี

    ถ้าน้ำท่วมเขมรอย่าโทษอีเสียมเด้อ FB_IMG_1760921104972.jpg FB_IMG_1760921107537.jpg FB_IMG_1760921109981.jpg FB_IMG_1760921112907.jpg

    https://www.facebook.com/share/17DLqtCbzp/
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,225
    ค่าพลัง:
    +97,153
    “ศึกสภาโลกเดือด! ไทยชงปราบสแกมข้ามชาติ จีน–กัมพูชาค้านหัวชนฝา ออสเตรเลีย–ฟิลิปปินส์หนุนไทยเปิดโปงเครือข่ายจีนเทา”

    1️⃣ ไทยเสนอวาระเร่งด่วนให้รัฐสภาโลกช่วยกัน “ปราบสแกมเมอร์ข้ามชาติ” ซึ่งโยงถึงปัญหาแรงงานบังคับและค้ามนุษย์ — จี้ว่ามันคือภัยมั่นคงระดับภูมิภาค

    2️⃣ กัมพูชา รีบค้านทันที บอกว่า “เกินขอบเขตหัวข้อสิทธิมนุษยชน” ทั้งที่ตัวเองเป็นฐานสแกมหลักในเอเชีย

    3️⃣ จีน ในฐานะประเทศใหญ่และประธานรอบนี้ ไม่พอใจคำว่า “แรงงานบังคับ” เพราะสะเทือนต่อภาพลักษณ์นโยบาย Belt and Road ที่ถูกวิจารณ์เรื่องนี้อยู่แล้ว

    4️⃣ ไทย (รังสิมันต์ โรม) เดินหน้าเต็มที่ เสนอให้รัฐสภาทั่วโลกผลักดันกฎหมายและความร่วมมือข้ามพรมแดน ปราบแก๊งสแกมในอาเซียน

    5️⃣ ออสเตรเลีย สนับสนุนไทยอย่างแข็งขัน พร้อมระบุว่า ปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องของประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่คือ “ภัยความมั่นคงระหว่างประเทศ”

    6️⃣ ฟิลิปปินส์ และ มาเลเซีย ก็เข้าข้างไทย เรียกร้องให้กัมพูชา “หยุดปัดตกประเด็น” และยอมรับว่าปัญหาสแกมข้ามชาติร้ายแรงจริง

    7️⃣ จีนในฐานะประธานประชุม พยายาม “กลบไฟ” ด้วยการให้ไทย–กัมพูชา “ไปตกลงกันนอกรอบ” ก่อนเสนอร่างร่วมใหม่

    8️⃣ เหตุการณ์นี้เปิดโปงชัดว่า “ใครยืนข้างประชาชนอาเซียน” และ “ใครปกป้องผลประโยชน์เครือข่ายสแกมจีน” — ไทยได้แต้มเต็ม ส่วนจีนกับกัมพูชาถูกจับโป๊ะกลางเวทีโลก

    https://www.facebook.com/share/1BcMfMgZJ2/

    PSX_20251020_082937.jpg
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,225
    ค่าพลัง:
    +97,153
    “ญี่ปุ่นปิดประตูผู้อพยพจีน” : วีซ่าบริหารธุรกิจใหม่เข้มงวดสุดในประวัติศาสตร์ — คนจีนในญี่ปุ่นนับหมื่นเตรียมกลับบ้าน

    เกิดแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ในกลุ่มผู้อพยพชาวจีนที่อาศัยอยู่ในญี่ปุ่น หลังรัฐบาลโตเกียวประกาศใช้กฎใหม่ของ “วีซ่าบริหารธุรกิจ (Business Management Visa)” อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2025 โดยกฎใหม่นี้ไม่ใช่เพียง “การปรับเล็กน้อย” แต่เป็นการ “ยกระดับเกณฑ์ทั้งระบบ” ที่ปิดเส้นทางลัดสู่การอพยพของชาวต่างชาติ โดยเฉพาะ คนจีน ที่อาศัยอยู่ในญี่ปุ่น



    ชุมชนจีนในญี่ปุ่นระส่ำ – “เหมือนถูกตัดสินประหารชีวิต”

    หลังข่าวเผยแพร่ในโซเชียล เช่น WeChat และ X (อดีต Twitter) ชาวจีนในญี่ปุ่นหลายหมื่นคนต่างแสดงความโศกเศร้า บางคนถึงขั้นขายเฟอร์นิเจอร์ ขายบ้าน และเตรียมเดินทางกลับประเทศ “เราเพิ่งมาอยู่ได้ปีเดียว ตอนนี้ต้องเก็บของกลับแล้ว” หนึ่งในชาวจีนโพสต์บนโซเชียลพร้อมน้ำตา

    เด็กนักเรียนชาวจีนในโรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นก็หายตัวไปหลายคนในชั่วข้ามคืน “ลูกเพื่อนฉันบอกว่า เพื่อนร่วมชั้นเรียนหายไป 3–4 คน” ผู้ปกครองชาวจีนคนหนึ่งกล่าว

    หลายครอบครัวที่เพิ่งตั้งรกรากในโตเกียวและโอซากะ ต้องประกาศขายบ้าน หรือย้ายไปประเทศอื่น เช่น สเปน, ไทย, หรือ เยอรมนี แทน



    เงื่อนไขใหม่สุดโหด: เงินทุนขั้นต่ำพุ่ง 6 เท่า, ต้องจ้างคนญี่ปุ่น, และสอบภาษาญี่ปุ่นได้

    ตามประกาศของกระทรวงยุติธรรมญี่ปุ่น วีซ่าประเภทนี้จะเปลี่ยนเกณฑ์ครั้งใหญ่ดังนี้
    1. เงินทุนเริ่มต้น ต้องมีอย่างน้อย 30 ล้านเยน (ประมาณ 6.9 ล้านบาท) จากเดิมเพียง 5 ล้านเยน (ประมาณ 1.15 ล้านบาท) เพื่อป้องกันบริษัทเปลือกหรือธุรกิจหลอกลวง
    2. ต้องจ้างพนักงานญี่ปุ่นอย่างน้อย 1 คน ที่มีสถานะเป็นพลเมืองหรือผู้พำนักถาวร โดยจ่ายเงินเดือนขั้นต่ำปีละ 3 ล้านเยน (ประมาณ 690,000 บาท)
    3. ผู้ประกอบการต้องมีทักษะภาษาญี่ปุ่นระดับ N2 หรือมีบุคลากรในบริษัทที่สื่อสารภาษาญี่ปุ่นได้คล่อง
    4. ผู้สมัครต้องมีประสบการณ์ทำธุรกิจอย่างน้อย 3 ปี หรือจบปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจ
    5. แผนธุรกิจต้องได้รับการรับรองจากผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับอนุญาตจากรัฐ เช่น ทนายหรือที่ปรึกษาทางธุรกิจ ไม่สามารถใช้แผนปลอมจากเอเจนซี่ได้อีก

    นอกจากนี้ กฎใหม่ยังใช้ ย้อนหลัง กับผู้ถือวีซ่าปัจจุบัน โดยให้เวลาเพียง 3 ปี ในการปรับตัว หากไม่ผ่านเกณฑ์ จะถูก “เพิกถอนวีซ่าและต้องออกนอกประเทศ”



    จุดเปลี่ยนของนโยบายญี่ปุ่น — จากเปิดกว้างสู่ “ชาตินิยมเข้มข้น”

    นักวิเคราะห์เชื่อว่า การเปลี่ยนแปลงนี้มีรากทางการเมือง หลัง นางซานา ทาคิอุจิ (Sana Takichi) ได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) คนใหม่เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2025 ซึ่งเป็นฝ่ายอนุรักษนิยมและสืบทอดแนวคิดของอดีตนายกรัฐมนตรี ชินโซ อาเบะ (Shinzō Abe)

    ทาคิอุจิในฐานะอดีตรัฐมนตรีด้าน “ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ” ได้เน้นย้ำว่า “ญี่ปุ่นต้องปกป้องชาติจากการแทรกซึมของต่างชาติ” พร้อมประกาศตรวจสอบวีซ่า การขอถิ่นที่อยู่ และการแปลงสัญชาติให้เข้มงวดมากขึ้น รวมถึง “ส่งกลับผู้ลี้ภัยปลอมและผู้พำนักผิดกฎหมาย”



    ปัญหาที่ฝังรากลึก: บ.เปลือกจีน–เอเจนซี่หลอกทำเอกสาร

    รายงานจาก Asahi Shimbun ปี 2019 เคยชี้ว่า 20% ของบริษัทที่ได้วีซ่าบริหารธุรกิจในญี่ปุ่นเป็น “บริษัทปลอม” ไม่มีพนักงานจริง ไม่มีรายได้ และจ่ายภาษีเพียงน้อยนิด

    ต่อมาในปี 2022 กระทรวงตรวจคนเข้าเมืองญี่ปุ่นเปิดเผยว่า ชาวจีนจำนวนมากใช้วิธี “ซื้อใบประกาศปลอม” หรือ “ติดสินบนเจ้าหน้าที่เอกสาร” เพื่อผ่านการตรวจสอบ บางรายได้สถานะพำนักถาวรแล้วกลับ ตกงานและรับเงินสวัสดิการคนว่างงาน ซึ่งทำให้รัฐบาลญี่ปุ่นมองว่านี่เป็น “ภาระทางเศรษฐกิจ” มากกว่าการลงทุน



    เสียงสะท้อนจากชุมชนต่างชาติ

    นักธุรกิจชาวไต้หวันในโตเกียวกล่าวว่า

    “นี่ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนกฎ แต่มันคือการส่งสัญญาณทางการเมือง — ญี่ปุ่นต้องการแสดงให้ประชาชนเห็นว่ารัฐบาลจะปกป้องผลประโยชน์ของชาติ แม้ต้องแลกด้วยการไล่คนต่างชาติที่ทำตามกฎหมายออกไป”

    อีกด้านหนึ่ง ชาวจีนจำนวนมากรู้สึกสิ้นหวัง

    “เมื่อก่อนแค่มีเงิน 5 ล้านเยน (1.15 ล้านบาท) ก็เปิดร้านอาหารได้ ลูกเรียนฟรี รักษาฟรี มีสวัสดิการครบ วันนี้ทุกอย่างจบสิ้น” — ชาวจีนจากนครเซี่ยงไฮ้โพสต์บน WeChat



    จากวีซ่า “ทางรอด” สู่ “ทางตัน”

    ย้อนกลับไปเมื่อปี 2015 ญี่ปุ่นเริ่มเปลี่ยนชื่อจาก “วีซ่าการลงทุน” เป็น “วีซ่าบริหารธุรกิจ” พร้อมเปิดให้ครอบครัวพำนักร่วมได้ ทำให้ยอดผู้สมัครเพิ่มจาก 10,000 คนในปี 2015 เป็นกว่า 20,000 คนในปี 2023 โดย ชาวจีนคิดเป็น 30–40% ของทั้งหมด

    เหตุผลที่วีซ่านี้ได้รับความนิยม เพราะคนจีนมองว่า “ปลอดภัยกว่าอยู่ภายใต้พรรคคอมมิวนิสต์จีน” ที่อาจยึดทรัพย์หรือควบคุมชีวิตได้ทุกเมื่อ



    การสิ้นสุดของ “ความฝันญี่ปุ่น”

    นักวิเคราะห์จาก China Observer สรุปว่า วีซ่าบริหารธุรกิจของญี่ปุ่นกำลังเข้าสู่ยุค “คัดกรองเข้ม” — จากนโยบายดึงดูดทุนต่างชาติ กลับกลายเป็นการปิดช่องโหว่ให้คนต่างชาติที่ใช้ระบบในทางที่ผิด

    คลื่นของการ “ย้ายกลับจีน” จึงไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่สะท้อนถึงความเปลี่ยนแปลงของโลกหลังยุคโควิด — ที่หลายประเทศเริ่มหันกลับมาปกป้องเศรษฐกิจของตนเองมากกว่าจะเปิดประตูรับผู้อพยพเหมือนในอดีต



    แหล่งที่มา:


    #ญี่ปุ่น
    #ชาวจีนในญี่ปุ่น
    #วีซ่าบริหารธุรกิจ
    #วีซ่าล้มเหลว

    https://www.facebook.com/share/p/1EYouQSJKk/

    PSX_20251020_083145.jpg
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,225
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เครือข่าย “จีนเทา–รัฐจีน–มาเฟีย 14K” ภายใต้ร่ม BRI: โครงสร้าง กลไก และนัยต่อความมั่นคงภูมิภาคลุ่มโขง

    งานชิ้นนี้สังเคราะห์ข้อมูลเชิงโครงสร้างเกี่ยวกับความเชื่อมโยงระหว่างทุนสีเทาจีน เครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ และร่มเงานโยบาย หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (BRI) โดยเน้นบทบาท “พื้นที่สีเทา” ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (กัมพูชา เมียนมา ลาว) ที่เอื้อต่อกิจกรรม คอลเซ็นเตอร์–ฟอกเงิน–ค้ามนุษย์ และการฝังรากผ่าน เขตเศรษฐกิจพิเศษ (SEZ) และกิจการ POGO (Philippine Offshore Gaming Operators)

    กรอบวิเคราะห์
    1. การใช้พื้นที่สีเทา–SEZ: สิทธิภาษี/กำกับดูแลผ่อนปรน → ลดต้นทุนความเสี่ยงของทุนผิดกฎหมาย
    2. การพึ่งพานโยบาย BRI: ป้าย “พัฒนา–โครงสร้างพื้นฐาน” ช่วยสร้างความชอบธรรมทางการเมืองและสังคม
    3. Plausible deniability: รัฐสามารถปฏิเสธความเกี่ยวข้องโดยตรงกับผู้เล่นนอกระบบ แม้เกิดผลลัพธ์เอื้อต่ออิทธิพลรัฐ

    กลไกหลัก (สามโมเดล)
    • โมเดลรีไซเคิลมาเฟีย: เครือข่ายจากอดีต (เช่น 14K) ปรับบทบาทเป็น “ผู้ปฏิบัติการนอกบ้าน” ภายใต้แนวร่วม (United Front) เพื่อแทรกซึมเศรษฐกิจ–สังคมในต่างแดน ขณะรัฐคงความสามารถ “ปัดความรับผิด”
    • โมเดลนักพัฒนา/ทุนสแกมรุ่นใหม่: โครงการเมือง–นิคมที่อ้างเป็น “สมาร์ตซิตี้/SEZ ใต้ BRI” แต่ปฏิบัติจริงเป็น ศูนย์สแกมและฟอกเงิน ข้ามพรมแดน
    • โมเดลหนอนบ่อนไส้ทางการเมือง: การฝังตัวในองค์กรปกครองท้องถิ่น/หน่วยงานรัฐ เพื่อล็อบบี้กฎระเบียบ เอื้อประโยชน์แก่ฮับสแกม (เช่น POGO)

    โครงสร้างอุตสาหกรรมสแกม (ตัวขับเคลื่อน)
    • Pig butchering (หลอกให้รัก–ลงทุน): เครือข่ายคอลเซ็นเตอร์ใช้โซเชียล/แอปหาคู่ สร้างความไว้วางใจ ก่อนชักชวนลงทุนในแพลตฟอร์มปลอม รายได้ประเมินราว 64,000 ล้านดอลลาร์/ปี (~2.37 ล้านล้านบาท @ 37 บ./ดอลลาร์)
    • ห่วงโซ่แรงงานบังคับ: เหยื่อในค่ายสแกม (เช่น KK Park/เชวก๊กโก ชายแดนเมียนมา–ไทย) ถูกยึดเอกสาร เดินทาง–กักขัง–ซ้อม–บังคับทำยอด
    • ฟอกเงิน–แทรกซึมการเมืองท้องถิ่น: รายได้ผิดกฎหมายไหลเข้าสู่อสังหาฯ นิติบุคคล และกิจการบังหน้า เชื่อมโยงการติดสินบนและอิทธิพล

    กรณีศึกษา
    • วัน กั๊วก คอย (“ฟันหัก”): โยงเครือข่าย 14K ปรับภาพเป็นองค์กรวัฒนธรรมสนับสนุน BRI แต่รายงานต่างประเทศผูกกับเครือข่ายอาชญากรรมไซเบอร์ในลุ่มโขง กลไก “รีไซเคิลมาเฟีย” และ “ปัดความรับผิด” ปรากฏชัด
    • เสอ จื้อเจียง (She Zhijiang): พัฒนา “ยาไถ ซิตี้ (Shwe Kokko)” อ้างเป็น SEZ/สมาร์ตซิตี้ใต้ BRI มูลค่า 15,000 ล้านดอลลาร์ (~555,000 ล้านบาท) แต่ถูกระบุเป็น “เมืองสแกม” ขนาดยักษ์ (คอลเซ็นเตอร์–ค้ามนุษย์) ในทางปฏิบัติ
    • อลิส กัว (Alice Guo): วุฒิสภาฟิลิปปินส์ตรวจพบความผิดปกติด้านตัวตน/เอกสาร และความเชื่อมโยงกับบริษัท POGO ที่ถูกบุกทลายคดีค้ามนุษย์–กักขัง สะท้อนโมเดล “หนอนบ่อนไส้” ที่ใช้การเมืองท้องถิ่นคุ้มครองธุรกิจสีเทา

    ผลกระทบเชิงภูมิภาคและไทย
    • ความมั่นคงชายแดน: ฮับสแกมแนวตาก–แม่สอด–เมียวดี เพิ่มความเสี่ยงลักลอบคน/สินค้าผิดกฎหมาย
    • อาชญากรรมไซเบอร์ในไทย: คนไทยตกเป็นเหยื่อทั้งฝั่ง “แรงงานหลอกทำคอลเซ็นเตอร์” และ “ผู้ถูกหลอกลงทุน”
    • เงินผิดกฎหมายไหลเข้า: ฟอกผ่านอสังหาฯ–นิติบุคคล เสี่ยงบิดเบือนตลาดและกัดกร่อนระบบกำกับดูแลการเงิน
    • ภาพลักษณ์–พันธมิตร: ประเทศเพื่อนบ้านที่เปิดพื้นที่สีเทาเป็นฐานปฏิบัติการ ทำให้ปัญหา “ข้ามพรมแดน” สู่ไทยอย่างต่อเนื่อง

    ข้อเสนอเชิงนโยบาย (ย่อ)
    1. ข่าวกรองร่วม (ไทย–เพื่อนบ้าน–นานาชาติ): แลกเปลี่ยนรายชื่อฮับ/นิติบุคคล/วอลเล็ตเสี่ยงสูง และเสริมการปฏิบัติการข้ามแดนแบบรวดเร็ว
    2. เข้มงวด SEZ/POGO/นิคม: บังคับ KYC/AML ขั้นสูง, บันทึกจริงแหล่งทุน–ผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง (UBO), ตรวจย้อนเส้นเงิน
    3. คุ้มครองเหยื่อเป็นศูนย์กลาง: ช่องทางร้องเรียนหลายภาษา, ออกเอกสารชั่วคราว–คุ้มครองพยาน, ฟื้นฟูผู้รอด
    4. คุม “เงินสกปรก” ในไทย: ตรวจเข้มธุรกรรมอสังหาฯ–บัญชีบริษัท–โอนข้ามแดน, บังคับใช้กฎหมายยึดทรัพย์จากอาชญากรรม
    5. สื่อสารสาธารณะ: รณรงค์ป้องกัน pig butchering ระดับประเทศ (ธนาคาร–แพลตฟอร์ม–ผู้ให้บริการมือถือร่วมมือ)

    สรุปภาพใหญ่
    ความเชื่อมโยง ทุนสีเทาจีน–มาเฟีย–พื้นที่สีเทา ภายใต้ร่ม BRI มิใช่เหตุบังเอิญ แต่เป็น สถาปัตยกรรมอำนาจ ที่อาศัย “SEZ/นิคม–POGO–การเมืองท้องถิ่น” เป็นคานงัด สร้างรายได้ผิดกฎหมายขนาดมหาศาล และส่งแรงสั่นสะเทือนต่อ ความมั่นคง เศรษฐกิจ และสิทธิพลเมือง ของประเทศรอบข้าง รวมถึงไทย มาตรการรับมือจึงต้องเป็น ข้ามพรมแดน–เชิงระบบ–ตามเงิน ควบคู่การคุ้มครองเหยื่ออย่างจริงจัง

    คลิปนี้ห้ามพลาด!
    รู้หรือไม่… เบื้องหลังโครงการ “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (BRI)” อาจซ่อนเครือข่าย “จีนเทา–มาเฟีย 14K–ทุนสแกม” ที่ใช้เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นฐานค้ามนุษย์ ฟอกเงิน และแทรกซึมการเมืองท้องถิ่น!
    เรื่องจริงที่สะเทือนภูมิภาคนี้ คุณต้องดูให้จบ

    แหล่งที่มา (คลิปอ้างอิง):


    #จีนเทา
    #14K
    #SheZhijiangเสอจื้อเจียง
    #AliceGuoอลิสกัว
    #BRIหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง

    https://www.facebook.com/share/p/1Bpp5QntnL/
     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,225
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เรื่องรัฐบาลจีนอยู่หลังจีนเทา ผมก็เชื่อเพราะ รัฐบาลจีนมากวาดล้าง จีนเทาที่ พม่า แต่ที่กัมพูชา ไม่ให้ความสำคัญ ผมสงสัยว่าจีนเทาที่พบม่า และกัมพูชาเป็นคนละเครือข่าย และขัดผลประโยชน์กัน และจีนเทาที่กัมพูชา รัฐบาลจีนอาจจะสนับสนุนอยู่ ก็เลยช่วยกำจัดฝ่ายตรงข้าม ให้จีนเทาพม่า

    แค่สงสัย
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,225
    ค่าพลัง:
    +97,153
    'ธนาคารเกาหลีใต้' สั่งอายัดทรัพย์ “ปรินซ์กรุ๊ป” 2.1 พันล้าน พบเงินไหลผ่าน 5 แบงก์ใหญ่ในกัมพูชา โยงอาชญากรรมข้ามชาติ

    20 ตุลาคม 2568 สื่อเกาหลีใต้ รายงานว่า #ทางการเกาหลีใต้ ได้มีคำสั่งให้ #ธนาคารภายในประเทศ ที่มีสาขาดำเนินงานในกัมพูชา #อายัดทรัพย์สิน ของ “ปรินซ์กรุ๊ป” (#PrinceGroup) มูลค่ากว่า 9.12 หมื่นล้านวอน หรือราว 2.1 พันล้านบาท หลังตรวจสอบพบ "ธุรกรรมเชื่อมโยงกับกลุ่มที่ถูกสหรัฐฯ" คว่ำบาตรในข้อหาเกี่ยวพัน #อาชญากรรมข้ามชาติ
    .
    นาย คัง มิน-กุก สส. กพรรคลังประชาชน (People Power Party – PPP) เผยว่า ได้รับรายงานจากหน่วยงานกำกับทางการเงินเกี่ยวกับการทำธุรกรรมระหว่างธนาคารเกาหลีใต้และปรินซ์กรุ๊ป ซึ่งชี้ว่ามีการเคลื่อนไหวทางการเงินจำนวนมากผ่านธนาคารสาขาในกัมพูชา
    .
    จากการตรวจสอบพบว่า #ธนาคารเกาหลีใต้ 5 แห่ง ที่มีธุรกรรมร่วมกับปรินซ์กรุ๊ป ได้แก่
    - กุกมิน (Kookmin Bank)
    - จอนบุก (Jeonbuk Bank)
    - วูรี (Woori Bank)
    - ชินฮัน (Shinhan Bank)
    - ไอเอ็มแบงก์ (IM Bank)
    .
    รวมกันมีธุรกรรมกว่า 52 รายการ มูลค่ารวมประมาณ 1.97 แสนล้านวอน (ราว 4.54 พันล้านบาท) โดยเฉพาะธนาคารจอนบุกมียอดเงินฝากสูงสุดในบรรดาธนาคารทั้งหมด
    .
    รายละเอียดเงินฝากที่ถูกอายัด ขณะนี้เงินของปรินซ์กรุ๊ปยังคงถูกแช่แข็งอยู่ในสาขาธนาคารเกาหลีใต้ในกัมพูชา 4 แห่ง ได้แก่

    กุกมินแบงก์: 5.66 หมื่นล้านวอน (ประมาณ 1.3 พันล้านบาท)
    จอนบุกแบงก์: 2.68 หมื่นล้านวอน (ราว 618 ล้านบาท)
    วูรีแบงก์: 7.02 พันล้านวอน (161 ล้านบาท)
    ชินฮันแบงก์: 645 ล้านวอน (14.8 ล้านบาท)
    .
    ทั้งหมดถูกอายัด หลังสหรัฐอเมริกาประกาศคว่ำบาตรปรินซ์กรุ๊ปและเครือข่ายที่เชื่อมโยงกับกิจกรรมผิดกฎหมาย รวมถึงการค้ามนุษย์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในกัมพูชา
    .
    โยง “เงินสกปรก” จากอาชญากรรมข้ามชาติ
    นักวิเคราะห์ด้านการเงินชี้ว่า เงินจำนวนดังกล่าวมีความเป็นไปได้สูงว่าเป็น รายได้จากเครือข่ายอาชญากรรม ที่แฝงตัวอยู่ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและอสังหาริมทรัพย์ของกัมพูชา ซึ่งมีรายงานว่า #ปรินซ์กรุ๊ป อยู่เบื้องหลังการล่อลวงแรงงานต่างชาติและจัดตั้งเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์หลอกลวง
    .
    โฆษกด้านความมั่นคงของเกาหลีใต้ระบุว่า การอายัดทรัพย์ครั้งนี้เป็น มาตรการป้องกันการฟอกเงินระหว่างประเทศ และอยู่ในขอบข่ายความร่วมมือทางกฎหมายกับสหรัฐฯ ภายใต้กลไกการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางการเงิน
    .
    นายคัง มิน-กุก กล่าวว่า “คณะกรรมการบริการทางการเงินของเกาหลีใต้ควรหารือกับรัฐบาลกัมพูชาโดยตรง เพื่อป้องกันไม่ให้เครือข่ายอาชญากรรมใช้ระบบธนาคารเป็นช่องทางซ่อนเงินสกปรก หรือโยกย้ายเงินทุนไปยังประเทศที่สาม”
    .
    ความเคลื่อนไหวของเกาหลีใต้ครั้งนี้จึงถูกมองว่าเป็น สัญญาณของความร่วมมือทางการเงินระหว่างประเทศ ในการกวาดล้างเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่ใช้ระบบธนาคารเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นฐานปฏิบัติการทางการเงิน
    .
    .
    #TruthFromThailand
    #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด
    #กัมพูชาไว้ใจไม่ได้
    #เขมรสับปลับ #กัมพูชาตระบัดสัตย์
    #กัมพูชาเป็นภัยคุกคามความมั่นคงของชาติ
    #HunSenwarcriminal
    .
    .
    #Thaitribune

    https://www.facebook.com/share/1F7MZ2pCp9/
     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,225
    ค่าพลัง:
    +97,153
    จับ 4 คนจีนลอบข้ามแดนไปกัมพูชา อ้างจะเข้าไปขนทองคำจากปอยเปตกลับประเทศ⁣

    20 ตุลาคม : กองกำลังบูรพา หน่วยเฉพาะกิจอรัญประเทศ จัดชุดปฏิบัติการลาดตระเวนร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหาร ออกตรวจพื้นที่บริเวณริมถนนเลียบแนวชายแดน ห่างจากแนวชายแดน ประมาณ 350 เมตร ในพื้นที่ตำบลผ่านศึก อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว เมื่อช่วงเวลา 06.00 น. ที่ผ่านมา และเจอบุคคลต้องสงสัยกำลังเดินเท้าอยู่บริเวณพงหญ้าใกล้ริมถนน จึงเข้าไปตรวจสอบพบว่า เป็นชายชาวจีน 4 คน ไม่มีหนังสือเดินทาง หรือ ใบอนุญาตเข้าออกประเทศ⁣

    เบื้องต้นทราบว่า ทั้งหมดเดินทางเข้ามาในประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย โดยมี 3 คนเดินทางมาจากเมียนมา และอีก 1 คนมาจาก สปป.ลาว ก่อนจะพยายามลักลอบข้ามแดนออกไปยังประเทศกัมพูชา⁣

    ชาวจีนกลุ่มนี้ให้การอ้างว่า จะเดินทางไป "ขนทอง" จากฝั่งกัมพูชากลับเข้ามาในประเทศจีน แต่เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งอาจเป็นเพียงคำกล่าวอ้าง เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกดำเนินคดี⁣

    เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหา “เป็นบุคคลต่างด้าว (สัญชาติจีน) เดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” ผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพ จึงได้ควบคุมตัวตามมาตรา 23 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้สูญหาย พ.ศ. 2565 และนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.คลองน้ำใส เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ จากการตรวจสอบเบื้องต้น ไม่เข้าข่ายเป็นเหยื่อหรือผู้เสียหายจากขบวนการค้ามนุษย์ เนื่องจากทั้งหมดให้การว่าสมัครใจเดินทางเข้ามาเอง⁣

    #สแกมเมอร์ #ไทยรัฐออนไลน์ #Thairath

    https://www.facebook.com/share/17XRnDZUXe/
     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,225
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ขุดต่อ 6 บ.คนจีนถือสัญชาติกัมพูชา/เจ้าของบ้านหรู งบการเงินล่าสุด‘ไม่มีรายได้’
    .
    ตามอัปเดต 6 บริษัทกลุ่มทุนจีนคนสัญชาติ‘กัมพูชา’กก./หุ้นใหญ่/เจ้าของบ้านหรูหลังละหลายสิบล.ย่านหัวหมาก กรุงเทพฯ ยังไม่แจ้งเลิก ส่งงบฯปีล่าสุด ไม่มีรายได้ บางรายตั้งแต่ก่อตั้ง ขาดทุนต่อเนื่อง - 1 แห่งอยู่ในลิสต์ ปปง. คดี บ.เหลียน เซิง
    .
    อ่านเพิ่มเติม :
    https://www.isranews.org/article/isranews/142398-chinja.html
    #สำนักข่าวอิศรา #อิศราexclusive
    #ไม่อยากตกเทรนข่าวทุจริตให้ตามอิศรา
    ติดตามสำนักข่าวอิศรา
    www.isranews.org
    www.youtube.com/c/isranewsagency
    https://twitter.com/isranews_agency
    https://www.tiktok.com/@isranews.agency

    https://www.facebook.com/share/1Bg66A8Xef/
     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,225
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เมื่อกัมพูชา เสนอข่าวแบบมโน..อีกแล้วว

    #ส่งใจให้ทหารไทยทวงคืนอธิปไตย
    FB_IMG_1760970188241.jpg
    https://www.facebook.com/share/1FFDwY4jBk/
     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,225
    ค่าพลัง:
    +97,153
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,225
    ค่าพลัง:
    +97,153
    แว่วเสียงจากพนมเปญมาว่าฮุน เซนพยายามเจรจา ให้ไทยเปิดด่าน เพราะเขมรจะอดตายแล้ว อย่าให้เห็นนะว่ามีนักการเมืองคนไหนเสนอเปิดด่าน คนไทยไม่เอาไว้แน่ !!!
    FB_IMG_1760970453551.jpg
    https://www.facebook.com/share/16DR34VLNq/
     
  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,225
    ค่าพลัง:
    +97,153
  18. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,225
    ค่าพลัง:
    +97,153
    SEE TRUE บุกสำรวจดงสแกมเมอร์สีหนุวิลล์ พบยังอยู่กันเพียบ แถมมากกว่าเดิมถึง 2 เท่า จากช่วงเดือนมีนาคม ที่เคยเข้าไปสำรวจ ซ้ำยังถูกจับตามองจาก รปภ. เข้มกว่าเดิม

    https://www.thairath.co.th/news/crime/2890264

    #ข่าวทั่วไทย #ไทยรัฐออนไลน์

    https://www.facebook.com/share/17Po5rVeBd/
     
  19. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,225
    ค่าพลัง:
    +97,153
    MOU43 เปิด 3 ปัญหาเรื้อรัง กัมพูชา ปล่อยให้ประชาชนรุกล้ำเขตแดนไทยทุกปี ไทยเสียเวลาในการตกลงเรื่องแผนที่อีก 20-30 ปี สุดท้ายไม่ได้รับการรับรอง และอาจสูญเสียดินแดน

    อ่านต่อที่ https://www.thairath.co.th/scoop/theissue/2890294
    FB_IMG_1760973157536.jpg
    #เฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ #MOU43 #กัมพูชา
    https://www.facebook.com/share/19gGnHctGZ/
     
  20. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,225
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เห็นคลิปนี้น่าสนใจ คนไทยไม่ควรไปกัมพูชาอีก จะโดนฮุนเซนจับไปโทษว่าเป็นแสกมเมอร์

    https://www.facebook.com/share/16GGiRUY6r/
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • 1.mp4
      ขนาดไฟล์:
      930.3 KB
      เปิดดู:
      70

แชร์หน้านี้

Loading...