ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,225
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ฮุนเซน ว่าน่ากลัวแล้ว กลัวรัฐบาลจีนมากกว่า อาจจะเป็นผู้เกี่ยวข้องกับ แสกมเมอร์ จีนด้วยหรือเปล่าก็ไม่รู้
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • 1.mp4
      ขนาดไฟล์:
      930.3 KB
      เปิดดู:
      114
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,225
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เมื่อไม่นานนี้ ทางการจีนได้กวาดล้างจับกุมผู้นับถือศาสนาคริสต์จำนวนมากทั่วประเทศ โดยเฉพาะสมาชิกและศาสนาจารย์จากคริสตจักรหลายแห่งในมณฑลเหอหนานและเสฉวน ถูกกล่าวหาว่าก่อ “ภัยต่อความมั่นคงของรัฐ” ทั้งที่เพียงจัดการสวดภาวนาและเผยแพร่พระคัมภีร์เท่านั้น ชาวจีนที่ลี้ภัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา เลยจัดชุมนุมแสดง พลังสนับสนุน

     พรรคคอมมิวนิสต์ที่ปกครองจีนในนามของ “รักชาติ” แท้จริงแล้วทำให้ทุกคนกลายเป็นเหยื่อของการปกครองนั้น การรักชาติอย่างแท้จริงจึงหมายถึงการต่อต้านพรรคคอมมิวนิสต์ เพราะ “ต่อต้านคอมมิวนิสต์” คือ “รักชาติอย่างแท้จริง”

    หัวใจของลัทธิคอมมิวนิสต์คือการปลูกฝังแนวคิด “ไม่นับถือพระเจ้า” — ไม่มีพระพุทธ ไม่มีเต๋า ไม่มีอดีตชาติ ไม่มีชาติหน้า ไม่มีกรรมสนอง ดังนั้น พรรคคอมมิวนิสต์ในทุกประเทศจึงมักส่งเสริมให้คนยากจนและคนไร้ศีลธรรมไม่ต้องเชื่อในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ไม่ต้องทำดี แต่ให้ “ช่วงชิงและก่อการ” เพื่อสร้างฐานะ

    วันนี้เรายืนอยู่บนผืนแผ่นดินเสรีของสหรัฐอเมริกา แต่พี่น้องของเราที่อยู่ในจีนกลับต้องเผชิญการกดขี่และทรมานจากพรรคคอมมิวนิสต์จีน เรารู้สึกเจ็บปวดอย่างยิ่ง เมื่อเห็นคริสตจักร “ศิโยน” (Zion Church) ถูกจับ ถูกใส่ร้าย และถูกคุมขัง — ทั้งที่พวกเขาเพียงแค่สวดภาวนาและประกาศข่าวประเสริฐของพระเจ้า

    พรรคคอมมิวนิสต์จีนเปิดปฏิบัติการ “109 การจับกุมครั้งใหญ่” ทั่วประเทศ มีศาสนาจารย์ ผู้เผยแพร่ และอาสาสมัครจำนวนมากถูกจับ ทั้งที่พวกเขาไม่ใช่อาชญากร เพียงแต่ประกอบศาสนกิจและรักษาศรัทธา แต่ในระบอบที่อ้างว่า “เสรี” การสวดภาวนากลับถูกมองว่าเป็นภัย การเทศนากลายเป็นอาชญากรรม และการรวมกลุ่มกลับถูกกล่าวหาว่า “ล้มล้างรัฐ”

    เราควร “เกลียดสิ่งที่พระเจ้าทรงเกลียด และรักสิ่งที่พระเจ้าทรงรัก” ต้องแยกแยะถูกผิด กล้าพูดความจริง และกล้ายืนหยัดต่อความอยุติธรรม — นั่นคือการศึกษาที่แท้จริงจากพระเจ้า

    เราขอเรียกร้องให้ปล่อยตัวสมาชิกคริสตจักรศิโยนทุกคน และปล่อยตัวศาสนาจารย์ทุกท่าน

    ผู้ศรัทธาแท้จริงจะไม่ยอมจำนนต่อความรุนแรง เพราะพระเจ้าของเราไม่เคยเงียบงัน และศรัทธาของเราจะไม่มีวันประนีประนอม พรรคคอมมิวนิสต์จีนพูดว่ามี “เสรีภาพทางศาสนา” แต่ในความจริงกลับใช้ความรุนแรงและคำโกหกเพื่อควบคุมจิตใจผู้คน ไม่ว่าพวกเขาจะกดขี่เพียงใด เราก็จะยังคงสวดภาวนาและช่วยเหลือกัน เพราะ “ศรัทธาไม่ใช่อาชญากรรม”

    พวกเรามาถึงสหรัฐอเมริกา ไม่ใช่เพราะหนี แต่เพราะพระเจ้าทรงให้เรามาทำงานในแผ่นดินนี้ เพื่อให้โลกเห็นความชั่วร้ายของพรรคคอมมิวนิสต์จีน และนำเกียรติทั้งหมดกลับคืนแด่พระเจ้า

    วันที่ 18 ตุลาคม 2025 วันเสาร์ พรรคประชาธิปไตยจีน (Chinese Democratic Party Central Committee) จัดกิจกรรมหน้าสถานกงสุลจีนในนครลอสแอนเจลิส เพื่อแสดงพลังสนับสนุนคริสตจักรศิโยนที่ถูกพรรคคอมมิวนิสต์จีนกดขี่และจับกุม.

    https://www.facebook.com/share/v/1DQiewFvpF/
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • 2.mp4
      ขนาดไฟล์:
      15.6 MB
      เปิดดู:
      135
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,225
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เกาหลีใต้

    ข้อมูลเกาหลีใต้ระบะว่า ปัจจุบันยังมีชาวเกาหลีกว่า 1,500 คนในกัมพูชา
    ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับกลุ่มสแกมเมอร์ หรืออยู่ระหว่างหลบหนี หรือไม่ประสงค์กลับเกาหลี

    แม้วันสุดท้าย 17 /10 ที่ทางการเกาหลีมารับพลเรืองในกัมพูชายังช่วยพลเมืองได้อีก 3 คนในกรุงพนมเปญ ถูกกักขังบนตึกสูง 3 คน
    ถึงแม้จากเบาะแส บนอาคารอาจมีชาวเกาหลีถึง 50 คน

    จำนวนพลเมืองเกาหลีถูกพากลับประเทศแล้ว 64 คน รวม 3 รายหลัง

    ◾️วันที่ 20 ต.ค. 2025 สื่อเกาหลีรายงานว่า

    ค่าตัวชาวเกาหลี 10,000 -15,000ดอลลาร์ในกัมพูชา
    ชายชาวเกาหลีรายหนึ่งกระโดxหนีจากอาคารหนีตาx อย่างระทึกเมื่อเดือนที่แล้ว

    เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ชาวเกาหลี 2 คนถูกกักขังโดยแก๊งอาชญากรชาวจีนในเมือง สีหนุวิลล์ ประเทศกัมพูชา พยายามหลบหนีโดยการกระโดxจากอาคารชั้น 4 หนึ่งในนั้นได้รับการช่วยเหลือ ส่วนอีกคนถูกจับกลับไปและยังคงหายตัวไปจนถึงขณะนี้

    แม้ว่ารัฐบาลกัมพูชาจะเพิ่มมาตรการปราบปรามอย่างเข้มงวดหลังจากมีคดีอาชญากรรมรุนแรงหลายครั้ง แต่ยังมีชาวเกาหลีจำนวนมากที่ถูกกักขังอยู่ในศูนย์อาชญากรรมภายในประเทศกัมพูชา

    จากการสัมภาษณ์ของสำนักข่าว CBS เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2025 ชายชาวเกาหลีอายุราว 20 ปี สองคน (นามสมมติ A และ B) ถูกขังอยู่ใน “ศูนย์อาชญากรรม” ในเมืองสีหนุวิลล์ พวกเขาทนต่อการทำร้ายร่างกายจากสมาชิกแก๊งไม่ไหว จึงตัดสินใจหนีโดยกระโดxจากชั้น 4 ของอาคาร

    นายA กระโดxลงมาแล้วขาทั้งสองข้างหัก ขยับตัวไม่ได้
    นายB ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยและหนีต่อ แต่ถูกแก๊งชาวจีนตามไปจับกลับไปอีกครั้ง

    คนร้ายทิ้ง A ไว้ที่จุดเกิดเหตุ ก่อนที่ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่จะช่วยนำส่งโรงพยาบาลในสีหนุวิลล์ และต่อมาส่งต่อไปพนมเปญ ก่อนเดินทางกลับเกาหลีใต้ได้สำเร็จส่วน B ยังไม่ทราบชะตากรรม

    ทั้งคู่ถูกกักขังมานานกว่า 3 เดือน และถูกบังคับให้ทำงานหลอกลวงออนไลน์ (online scam) ก่อนตัดสินใจหนี

    ◾️ค่าตัวและการค้ามนุษย์

    จากข้อมูลของคนท้องถิ่นและชาวเกาหลีที่อาศัยอยู่ในกัมพูชา ค่าตัวของชาวเกาหลีอยู่ที่ราว 10,000 – 15,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อคน

    เนื่องจากชาวเกาหลีถูกมองว่ามีฐานะดีและสามารถใช้เป็นเหยื่อในการหลอกลวงออนไลน์ได้ง่ายกว่า จึงมีราคาสูงกว่าชาติอื่นในเอเชีย

    นอกจากนี้ ยังมีการ ซื้อขายเหยื่อระหว่างแก๊งอาชญากรรม ทำให้การติดตามหาตัวเหยื่อยากมาก บางคนถูกขายย้ายจาก พนมเปญ → สีหนุวิลล์ → ภูเขาโบโกร์ หรือพื้นที่ชนบทอื่น ๆ และบางรายถูกขายข้ามพรมแดนไปยัง ลาว หรือพม่า ด้วย

    แม้ในช่วงหลังจะมีภาพกลุ่มคนร้ายขนของหนีออกจากศูนย์อาชญากรรมหลายแห่งในกัมพูชา แต่ยังมีอีกหลายแห่งที่ยังคงดำเนินการหลอกลวงทางออนไลน์อยู่ และเชื่อว่ามีชาวเกาหลีจำนวนมากยังถูกขังอยู่

    ในวันที่ 17 ตุลาคม ที่ผ่านมา ยังมีรายงานการช่วยเหลือชาวเกาหลี 2 คนจากหนึ่งในศูนย์ในสีหนุวิลล์

    ◾️ความเห็นจากชุมชนเกาหลีในกัมพูชา

    หนึ่งในชาวเกาหลีที่ช่วยเหลือผู้ถูกกักขังกล่าวว่า
    มันไม่ได้จบแค่ในกัมพูชาเท่านั้น เหยื่อบางคนถูกขายต่อไปถึงลาวหรือเมียนมา ซึ่งถ้าไปถึงจุดนั้นแล้ว การช่วยเหลือแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ตอนนี้ยังมีชาวเกาหลีจำนวนมากที่ถูกขายและเคลื่อนย้ายอยู่ จึงจำเป็นต้องเร่งดำเนินการช่วยเหลือโดยด่วน

    ภาพ | 노컷뉴스

    https://www.facebook.com/share/1BW5USojZe/
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,225
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ความเห็นส่วนตัว ผมว่าเราควรมองรัฐบาลจีนว่า ไม่มีความเป็นมิตร ที่มาคบกับไทยก็เพราะผลประโยชน์ ยังไง ประเทศจีนตอนนี้ จริงๆ ก็คือประเทศจีนแดง ที่ปกครองโดยคอมมิวนิสต์ ผมจำได้ตอนผมเด็ก คนไทยกลัวคอมมิวนิสต์กันมาก แต่ช่วงหลัง พอเริ่มที่มีการเล็งเห็นว่าประเทศจีนมีประชากรมาก ถ้าไปทำการค้าขายกับคนประเทศนี้ จะสร้างความร่ำรวยให้กับคนๆ นั่น คนไทยก็หลงลืมความน่ากลัวของรัฐบาลจีนกันไป การโจมตี ไทยเกิดหลังจากประธานาธิบดีจีนไปเยือนกัมพูชา และอาวุธก็มาจากจีน แสกมเมอร์ก็มาจาก คนจีน ซึ่งวิธีการปราบแสกมเมอร์ชาวจีน ก็แปลก เพราะจีนใข้วิธีรุนแรงกับแสกมเมอร์ในพม่า แต่กับกัมพูขา ไม่มีท่าทีรุนแรงอะไรมากนัก

    ปล. ถ้ามีการรบกันรอบ 2 เครื่องบินรบไทยควรเปลี่ยนยุทธวิธีสู้ จำได้ว่า จีนได้ส่ง เครื่องบินรบ มาฝึกทางยุทธวิธี กับเครื่อง f 16 และgrippen ของไทย ไม่ใช่จะมาศึกษา เพื่อหาจุดอ่อนของเครื่องบินรบไทย และจัดเตรียมอาวุธ ให้กัมพูชา เพราะตอนนี้ รัฐบาลจีนดูเหมือนเขื่อถือไม่ค่อยได้ เมื่อก่อนผมชอบจีน เพราะเห็นว่าสหรัฐ เอารัดเอาเปรียบคนอื่น แต่ตอนนี้ผม ว่าจีน ไม่ได้ต่างอะไรเลย
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,225
    ค่าพลัง:
    +97,153
    จีนล้มละลายเงียบ: อาจารย์ มหาวิทยาลัย ข้าราชการทั่วประเทศเริ่ม “อดเงินเดือน” – ภาพสะท้อนวิกฤตการคลังครั้งใหญ่สุดในรอบหลายทศวรรษ

    รายงานจากช่อง 在野說 (ไจ้เย่ซัว) เปิดโปงสถานการณ์จริงที่กำลังเกิดขึ้นในหลายมณฑลของจีน ว่าระบบการคลังของรัฐบาลท้องถิ่นกำลังล่มสลายอย่างเป็นระบบ — ครู อาจารย์ ข้าราชการ และบุคลากรภาครัฐในหลายพื้นที่ “ไม่ได้รับเงินเดือน” บางคนต้องพึ่งพางานพิเศษเพื่อประทังชีวิต



    มหาวิทยาลัยจีนเริ่มล่มจากข้างใน

    ที่ มหาวิทยาลัยชิงเต่า (Qingdao University) ซึ่งเคยเป็นหนึ่งในสถาบันที่มั่นคงที่สุดในมณฑลซานตง อาจารย์หลายคนเผยว่า “เงินเดือนถูกเลื่อน บางคนถูกหั่นลงเหลือเพียง 8–10 หยวนต่อชั่วโมง จากเดิม 50 หยวนก่อนโควิด”
    แม้แต่ ฐานข้อมูล Elsevier ที่ใช้สำหรับงานวิจัยก็ถูกตัดงบ “ยกเลิกการต่อสัญญา” มานานกว่า 6 เดือน
    นักศึกษาปริญญาโทหลายคนบอกว่า “ทุนวิจัยและเบี้ยเลี้ยงหายหมด” ต้องควักเงินตัวเองมาทำงานวิจัยแทน

    อาจารย์คนหนึ่งใน มณฑลเจียงซี (Jiangxi) เผยว่า “เมื่อก่อนรายได้เดือนละ 8,000 หยวน ตอนนี้เหลือแค่ 6,900 หยวน (ประมาณ 35,000 บาท) โบนัสสิ้นปีหายไปหมด”
    ในบางมหาวิทยาลัย ข้อตกลงใหม่กำหนดให้ “ถ้าไม่มีนักเรียนเรียนก็ไม่มีเงินเดือน” อาจารย์รองศาสตราจารย์บางคนเหลือรายได้เพียง 5,000 หยวน (ประมาณ 25,000 บาท)



    ข้าราชการท้องถิ่นถูกหั่นเงินเดือนทั่วประเทศ

    ใน มณฑลเหอหนาน (Henan) และ ซานตง (Shandong) ข้าราชการระดับอำเภอเผยว่า “เงินเดือนจาก 5,000 เหลือเพียง 3,000 หยวน (ประมาณ 15,000 บาท) และมักจ่ายช้า 1–2 เดือน”
    บำนาญของครูเกษียณก็ถูกเลื่อนจ่าย บางคนเผยว่า “พวกเรารับแค่ 3,000 กว่าบาทต่อเดือนเท่านั้น”

    เจ้าหน้าที่การคลังท้องถิ่นคนหนึ่งกล่าวอย่างตรงไปตรงมา

    “ข้างบนไม่ส่งเงินลงมา ข้างล่างก็ไม่มีรายได้จากภาษี ตอนนี้ข้าราชการต้องต่อคิวรอเงินเดือน”



    จุดแตกหัก: “รัฐบาลไม่มีเงินแล้ว”

    ตามข้อมูลของกระทรวงการคลังจีน (財政部) ปี 2025 เผยว่า ขาดดุลของรัฐบาลท้องถิ่นรวมสูงถึง 5.8 ล้านล้านหยวน (ประมาณ 28 ล้านล้านบาท) — สูงสุดในประวัติศาสตร์
    รายได้จากการขายที่ดินลดลง 24.3% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เหลือเพียงครึ่งเดียวของปี 2019
    และรายได้จากภาษีอสังหาริมทรัพย์หายไปกว่า 8 แสนล้านหยวน (ประมาณ 3.9 ล้านล้านบาท)

    ระบบ “ภาษีที่ดิน” ที่เคยเป็นเลือดหล่อเลี้ยงรัฐบาลท้องถิ่นจึงพังครืน ขณะเดียวกัน ภาคการส่งออกของชิงเต่าลดลงถึง 38% และการส่งออกไปยุโรปหาย 31%
    เมื่อไม่มีทั้งภาษีและรายได้จากอสังหาฯ รัฐบาลท้องถิ่นจำนวนมากจึงต้อง “กู้เงินมาจ่ายเงินเดือน”



    วิกฤตที่เริ่มจาก “ชั้นล่างสุดของระบบ”

    รัฐบาลจีนยังคงทุ่มงบให้กับ ความมั่นคงภายใน มากกว่า “การศึกษาและสาธารณสุข”
    ปี 2024 งบ “ความมั่นคงสาธารณะ” เพิ่มขึ้น 11.2% รวมมูลค่า 2.3 ล้านล้านหยวน (ประมาณ 11 ล้านล้านบาท)
    ขณะที่งบการศึกษาเพิ่มเพียง 1.8% และงบสาธารณสุขลดลง 0.6%

    นักวิชาการจีนคนหนึ่งให้สัมภาษณ์ว่า

    “ในระบบราชการจีน ยิ่งอยู่สูงยิ่งปลอดภัย ยิ่งอยู่ล่างยิ่งถูกทิ้ง คนที่โดนก่อนคือครู หมอ และข้าราชการระดับล่างสุด”



    เสียงจากภาคสนาม: เมื่อ “ข้าวเหล็ก” แตกเป็นผุยผง

    ครูคนหนึ่งจากชิงเต่าพูดอย่างขมขื่นว่า

    “รัฐบาลไม่เคยปกป้องเรา เขาแค่ใช้เรา ตอนนี้ไม่มีงบ ก็โยนเราทิ้งก่อน”

    ขณะที่ข้าราชการในมณฑลยูนนานเล่าว่า “หน่วยงานของเราจ่ายแค่เงินเดือนพื้นฐานมา 3 เดือน ไม่มีโบนัส ไม่มีค่าล่วงเวลา”

    อีกคนหนึ่งที่สอบติดข้าราชการใหม่ในปีนี้เปิดใจผ่านโซเชียลว่า

    “ผมทำงานสองเดือนยังไม่ได้เงินเดือน ต้องรับงานส่งอาหารหลังเลิกงานเพื่อให้พอใช้จ่าย”



    เศรษฐกิจที่ “ช็อกเงียบ”
    • มูลค่าการลงทุนภาคอสังหาริมทรัพย์ของจีนในปี 2024 ลดลง 9.8%
    • ดัชนี PMI ภาคการผลิตต่ำกว่าเกณฑ์ 8 เดือนติด
    • การส่งออกทั่วประเทศลดลง 12.5% ในครึ่งแรกปี 2025
    • เงินทุนต่างชาติไหลออกมากกว่า 3.8 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 14 ล้านล้านบาท)
    • อัตราว่างงานในกลุ่มคนเมืองอายุ 16–24 ปี สูงถึง 21.6% — สูงสุดในประวัติศาสตร์จีน

    ทั้งหมดนี้สร้างวงจรอุบาทว์: “เศรษฐกิจตก → รายได้รัฐหาย → เงินเดือนข้าราชการค้าง → กำลังซื้อหด → เศรษฐกิจยิ่งทรุด”



    จีนเข้าสู่ยุค “ไม่มีอะไรแน่นอนอีกต่อไป”

    จาก “ถ้วยข้าวเหล็ก” ที่เคยมั่นคงที่สุดของจีน วันนี้กลายเป็น “เศษสนิม”
    ระบบราชการที่เคยเป็นที่พึ่งของประชาชนกำลังแตกร้าวจากภายใน
    หลายคนเริ่มตั้งคำถามว่า “ถ้าครู หมอ และข้าราชการยังไม่รอด แล้วใครจะรอด?”

    นักวิเคราะห์บางรายเตือนว่า นี่ไม่ใช่เพียงวิกฤตการคลัง แต่คือ “วิกฤตศรัทธา”
    เมื่อคนในระบบเริ่มไม่เชื่อในรัฐ สังคมทั้งระบบจะสูญเสียเสาหลักแห่งความไว้ใจ



    แหล่งที่มา: ไจ้เย่ซัว



    #วิกฤตการคลังจีน
    #เงินเดือนค้าง
    #ชิงเต่า
    #เหอหนาน
    #ซานตง
    #ครูจีน
    https://www.facebook.com/share/17LnBqxE81/
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,225
    ค่าพลัง:
    +97,153
    กัมพูชา ️ชายชาวบังกลาเทศหัวใจวายเสีxชีวิตกะทันหัน ขณะนั่งรอแพทย์ในคลินิก จ. เปร็ยแวง เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 09.00 น. ของวันที่ 21 ตุลาคม 2025 อ้างว่าป่วย นับเป็นรายที่ 3 ของวันนี้ ต่อจากชายชาวเกาหลีในสีหนุวิวล์ และ ศxในกระสอบถูกทิ้งชานเมืองพนมเปญไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้
    https://www.facebook.com/share/1Bax58U5JZ/

    FB_IMG_1761059780558.jpg
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,225
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ปรับอะไรแสนห้า ! 2วัยรุ่นขายไก่ปิ้ง-หมูปิ้ง เข่าทรุด โดนเทศบาลฯสั่งปรับอ่วม ขายได้กำไรวันละไม่เกิน500

    #หมูปิ้ง #ค่าปรับ #ขายหมูปิ้ง #ไทยจีน #ไทยนิวส์ #Thainews #banner35
    FB_IMG_1761059955484.jpg
    https://www.facebook.com/share/p/1ACqXKiPrt/
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,225
    ค่าพลัง:
    +97,153
    รัฐบาลเอกราชกัมพูชา ที่มีกำหนดเปิดตัวในวันที่ 23 ตุลาคม จะสนับสนุนเสนอชื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ชิงรางวัลโนเบลสันติภาพ ถ้าผู้นำสหรัฐฯช่วยขุดรากถอนโคนเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่นำโดย เฉิน จื้อ เศรษฐีคนสนิทของฮุน เซน จากคำกล่าวของสม รังสี อดีตผู้นำฝ่ายค้านกัมพูชา

    ความเคลื่อนไหวของ สม รังสี มีขึ้นหลังจาก รัฐบาลสหรัฐฯ และอังกฤษเมื่อวันอังคารที่แล้ว (14ต.ค.) แถลงปราบปรามครั้งใหญ่เครือข่ายสแกมทางไซเบอร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ล่อลวงคนหางานด้วยโฆษณาจ้างงานแบบหลอกๆ หรือหลอกให้รัก บีบบังคับให้คนเหล่านั้นหลอกล่อเอาเงินหลายพันล้านดอลลาร์จากทั่วโลก ผ่านการต้มตุ๋นต่างๆ นานา จากนั้นก็นำไปเข้าสู่กระบวนการฟอกเงิน

    กระทรวงการคลังของสหรัฐฯ เปิดเผยว่าพวกเขาเล็งเป้าเล่นงานบุคคล 146 รายใน ปรินซ์ กรุ๊ป กลุ่มบริษัทสัญชาติกัมพูชามูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ และกำหนดให้บริษัทแห่งนี้เป็น "องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ" และได้ฟ้องร้องเอาผิดกับ เฉิน จื้อ ประธานและซีอีโอเชื้อสายจีน สัญชาติสหราชอาณาจักรและกัมพูชา ที่มีความใกล้ชิดกับ ฮุน เซน อดีตนายกรัฐมนตรีและประธานวุฒิสภากัมพูชาในปัจจุบัน ในข้อหาฉ้อโกงทางการเงินออนไลน์และฟอกเงิน

    เฉิน จื้อ ประธานปรินซ์กรุ๊ป ถูกกล่าวหาโดยสหรัฐฯเมื่อวันอังคาร(14ต.ค.) ว่าควบคุม "อาณาจักรฉ้อโกงทางออนไลน์อันใหญ่โตมโหฬาร" ความเคลื่อนไหวอันนำมาซึ่งการอายัดทรัพย์ในรูปแบบของเหรียญบิตคอยน์มูลค่าราวๆ 15,000 ล้านดอลลาร์ ส่วนในสหราชอาณาจักร รัฐบาลเผยว่าได้ทำการอายึดทรัพย์สิน 19 แห่งที่เกี่ยวข้องกับ เฉิน เช่นกัน ในนั้นรวมถึงอาคารชุดสำนักงานมูลค่า 100 ล้านปอนด์(ราว 134 ล้านดอลลาร์) และแมนชั่นหรู 12 ล้านปอนด์ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของลอนดอน

    เมื่อช่วงต้นเดือน สม รังสี แถลงผ่านเฟซบุ๊ก เตรียมเปิดตัวรัฐบาลอิสรภาพกัมพูชา ในวันที่ 23 ตุลาคม อ้างว่าเพือปกป้องแผ่นดินและฟื้นฟูประชาธิปไตยในกัมพูชา รวมถึงยุติระบอบฮุนเซน ท่ามกลางข่าวลือว่ารัฐบาลอิสรภาพกัมพูชา อาจได้รับหรือกำลังระดมเสียงสนับสนุนจากบรรดาชาติมหาอำนาจ

    ล่าสุด สม รังสี เคลื่อนไหวอีกรอบ เขียนบนเฟซบุ๊ก ว่ารัฐบาลกอิสรภาพกัมพูชา ที่จะเปิดตัวในวันพฤหัสบดี(23ต.ค.) จะสนับสนุนเสนอชื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ สำหรับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ถ้าผู้นำอเมริกาช่วยขุดรากถอนโคนเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่นำโดยเฉิน จื้อ ผู้ซึ่งถูกออกหมายจับและทรัพย์สินโดยอายัดทั้งในอเมริกาและสหราชอาณาจักร

    สม รังสี ระบุว่าองค์กรอาชญากรรมที่มีฐานในกัมพูชา และโดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกที่เคลื่อนไหวตามแนวชายแดนกัมพูชา-ไทย ได้รับการคุ้มครองจากรัฐบาลพนมเปญ เนื่องจาก เฉิน จื้อ มีความสัมพันธ์ใกล้ชิด และทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาของทั้ง ฮุนเซน และ ฮุน มาเน็ต นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันของกัมพูชา พร้อมชี้ว่าการปราบปรามเครือข่ายนี้และพวกผู้สมคบคิด ยังเป็นบ่อเกิดหลักในความขัดแย้งระหว่างกัมพูชาและไทยในเวลานี้ด้วย

    ความเคลื่อนไหวล่าสุดนี้ของสม รังสี ดูเหมือนเป็นการแย่งชิงแรงสนับสนุนจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หลังจากเมื่อช่วงต้นเดือนสิงหาคม ฮุน มาเน็ต ซึ่งเป็นลูกชายของฮุนเซน ส่งจดหมายถึงคณะกรรมการโนเบล เสนอชื่อ “ทรัมป์” เข้าชิงรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ จากการมีส่วนช่วยให้กัมพูชาและไทยบรรลุข้อตกลงหยุดยิง อย่างไรก็ตามท้ายที่สุดแล้ว รางวัลในปีนี้ ที่ประกาศไปในช่วงกลางเดือน ตกเป็นของ มาเรีย โครินา มาชาโด ผู้นำฝ่ายค้านเวเนซุเอลา

    (ที่มา:เฟซบุ๊ก สม รังสี/mgronline)

    https://www.facebook.com/share/17F6TUa3Rw/
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,225
    ค่าพลัง:
    +97,153
    คิม ยอง-ฮุน รัฐมนตรีแรงงานเกาหลีใต้เมื่อวันจันทร์(20ต.ค.) ปฏิเสธเสียงเรียกร้องให้หั่นโควตา E-9 สำหรับแรงงานกัมพูชา ท่ามกลางความขุ่นเคืองของประชาชนที่หนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ ต่อเหตุลักพาตัวและอาชญากรรมอื่นๆที่เล็งเป้าเล่นงานคนเกาหลีใต้ ในชาติแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แห่งนี้

    ระหว่างแถลงข่าวในกรุงโซล คิม ปฏิเสธเสียงชี้แนะที่บอกว่ารัฐบาลกัมพูชาควรถูกลงโทษต่ออาชญากรรมต่างๆนานาเมื่อเร็วๆนี้ที่เกี่ยวข้องกับพลเมืองชาวเกาหลีใต้ หรือไม่เกาหลีใต้ก็ควรลดโควตาแรงงาน E-9 ของกัมพูชา เป็นการตอบโต้

    "เราไม่มีแผนปรับเปลี่ยนการจัดสรรโควตา E-9 ของกัมพูชา ในเวลานี้" คิมกล่าว พร้อมเตือนว่าการปรับลดโควตาแต่เพียงฝ่ายเดียวหรือจำกัดการอนุญาตจ้างงานบนพื้นฐานของเหตุการณ์โดดๆ อาจกลายเป็นการตราหน้าอย่างไม่ยุติธรรมกับแรงงานกัมพูชาที่อาศัยอยู่หรือได้รับการจ้างงานในเกาหลีใต้ ขณะเดียวกันก็อาจบ่อนทำลายความสัมพันธ์ด้านแรงงานทวิภาคี

    ความเห็นของเขามีขึ้นท่ามกลางกรณีที่มีพลเมืองเกาหลีใต้ตกเป็นเป้าหมายของเหตุอาญากรรมซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยฝีมือของแก๊งอาชญากรรมที่มีฐานในกัมพูชา มันโหมกระพือประเด็นถกเถียงเกี่ยวกับอนาคตความร่วมมือด้านแรงงานระหว่าง 2 ชาติ ในขณะที่เกาหลีใต้ลงนามในข้อตกลงส่งแรงงานกับกัมพูชา 2006 ทำให้กัมพูชากลายมาเป็นแหล่งแรงงาน E-9 รายใหญ่ที่สุดอันดับ 2 ภายใต้ระบบการจ้างแรงงานต่างชาติ (EPS) รองจากเนปาล

    มีรายงานว่ากระทรวงแรงงานและการจ้างงานของเกาหลีใต้ ได้ทำการทบทวนว่ามีมาตรการใดหรือไม่ในบันทึกความเข้าใจที่ทำไว้กับกัมพูชา ที่อาจนำมาใช้ในความเกี่ยวข้องกับวิกฤตเหตุการณ์อาชญากรรมต่างๆนานาในกัมพูชาเมื่อเร็วๆนี้ ทั้งนี้ E-9 อนุญาตให้นายจ้างเกาหลีจ้างงานแรงงานต่างชาติในอุตสาหรรมต่างๆที่ขาดแคลนกำลังคน ในนั้นรวมถึงการผลิต, การเกษตร, ประมงและก่อสร้าง สำหรับปีนี้ รัฐบาลกำหนดโควตาวีซ่า E-9 รวมทั้งสิ้น 130,000 อัตรา

    ท่ามกลางกำลังแรงงานที่กำลังหดตัวในเกาหลีใต้และจำนวนประชากรในภูมิภาคลดลงเรื่อยๆ คิม ให้คำจำกัดความแรงงานต่างชาติว่าเป็น "คู่หูที่ขาดไม่ได้ ในการค้ำยันเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ"

    เขาบอกว่ารัฐบาลของประธานาธิบดีอี-แจ มย็อง มุ่งมั่นที่จะรับประกันสภาพแวดล้อมที่มั่นคง ปลอดภัยและรวมความหลากหลาย ที่แรงงานทุกคน ในนั้นรวมถึงแรงงานที่ไม่ใช่พลเมืองของประเทศ สามารถทำงานได้อย่างอิสระเสรีโดยปราศจากการเลือกปฏิบัติใดๆ

    สืบเนื่องจากความกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับความรู้สึกเกลียดชังชาวต่างชาติและข้อมูลบิดเบือนที่เล็งเป้าไปที่แรงงานต่างชาต้ โดยเฉพาะพลเมืองจีน ทาง คิม เน้นย้ำว่า "แรงงานทุกคนควรได้รับความเคารพและแรงงานทุกคนควรได้รับการปกป้องโดยไม่พิจารณาว่าคนเหล่านั้นเป็นคนชาติใดหรือมีพื้นเพจากไหน"

    รัฐมนตรีแรงงานเกาหลีใต้ กล่าวต่อว่า "วาทกรรมแห่งความเกลียดชังและความมีอคติบนพื้นฐานของชาติกำเนิด ไม่ได้อยู่ในขอบเขตของสิทธิการแสดงออก แต่มันเป็นอาชญากรรมและไม่อาจอดทนได้"

    เมื่อถูกถามเกี่ยวกับรายงานข่าวของสื่อมวลชนต่างชาติเกี่ยวกับเหตุล่วงละเมิดสิทธิแรงงานต่างๆนานา โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีการกล่าวหาว่าพวกนายจ้างในเกาหลีใต้ยึดพาสปอร์ตของแรงงานต่างชาติอย่างไม่ชอบด้วยกฎหมาย ในเรื่องนี้ทาง คิม ยอมรับว่าเหตุล่วงละเมิดดังกล่าวเป็นปัญหารื้อรังและขอโทษในนามรัฐบาล พร้อมประกาศยกระดับการกำกับดูและและคุ้มครองเข้มแข็งขึ้น เพื่อปกป้องบุคคลที่ออกมาแฉ จากการถูกแก้แค้น

    (ที่มา:โคเรียไทม์ส)

    https://www.facebook.com/share/p/1WfXd81GxZ/
     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,225
    ค่าพลัง:
    +97,153
    21 ต.ค.68 เกาะติดความเคลื่อนไหวจากที่ประชุมสมัชชาสหภาพรัฐสภา หรือ IPU สมัยที่ 151 ได้พิจารณาคำขอให้บรรจุ “วาระเร่งด่วน” หรือ Emergency item ในระเบียบวาระการประชุมใหญ่ของ IPU เนื่องจากชาติสมาชิกเห็นว่าเป็นปัญหาเร่งด่วนที่เพิ่งเกิดขึ้น หรือกำลังเกิดขึ้น และส่งผลกระทบด้านต่างๆ ในวงกว้าง จึงต้องการให้รัฐสภาทั่วโลกรับทราบและแสดงบทบาทร่วมกันในการจัดการปัญหาภายใต้กรอบนิติบัญญัติ

    ผลการลงคะแนนของชาติสมาชิกสหภาพรัฐสภา จำนวนกว่า 100 ประเทศ ปรากฏว่า ร่างข้อมติว่าด้วยอาชญากรรมองค์กรข้ามชาติและอาชญากรรมไซเบอร์ และภัยคุกคามแบบผสมผสานต่อประชาธิปไตยและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งเสนอโดยผู้แทนรัฐสภาไทยและชาติพันธมิตร ได้รับเสียงสนับสนุนท่วมท้นเกิน 2 ใน 3 ของที่ประชุม IPU จึงได้รับการบรรจุเป็น ”ระเบียบวาระเร่งด่วน“ หนึ่งเดียวในปีนี้

    ผลโหวตถือเป็นการสร้างประวัติศาสตร์ของ"รัฐสภาไทย" ในการผลักดันวาระที่ไทยให้ความสำคัญ ได้รับการบรรจุเข้าสู่เวทีการแก้ไขปัญหาระดับโลกได้

    https://www.facebook.com/share/1A3RUUYd5H/
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,225
    ค่าพลัง:
    +97,153
    แปลก ๆ ทหารคะแมร์ตุยด้วยสารพิษโผล่มาเยอะเหลือเกิน
    .
    ช่วงนี้โซเซียลคะแมร์ลงโพสต์ทหารวีรกองทัพคะแมร์ อ้างว่าตุยจากควันพิษจากการสู้รบกับทหารไทยบ่อยเหลือเกิน
    .
    เช่นทหารในภาพตัยตั้งแต่ วันที่ 1 สิงหา ก็เพิ่งนำมาโพสต์วันนี้ โดยโจทก์เดิมคือตัยด้วยสารพิษจากทหารไทย ซึ่งแสดงความแปลก ๆ ให้ได้เห็นว่าตอนนี้คะแมร์เขาคิดอะไรอยู่
    FB_IMG_1761093050990.jpg
    https://www.facebook.com/share/1CPN5xNzdn/
     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,225
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ปรินซ์แบงก์ บริษัทลูกของปรินซ์ โฮลดิ้ง กรุ๊ป กำลังสำรวจความเป็นไปได้ต่างๆในกลยุทธ์ปลดรายชื่อออกจากการคว่ำบาตรของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ในขณะเดียวกันมีรายงานว่าพวกลูกค้ายังคงแจ้งเกี่ยวกับความยากลำบากในการโอนย้ายเงินไปยังธนาคารอื่นๆ แม้ทางสถาบันการเงินแห่งนี้ยืนกรานว่าปฏิบัติการต่างๆ และสถานะทางการเงินของบริษัทยังคงมีเสถียรภาพ

    อ่านต่อ..https://news1live.com/detail/9680000100371

    #News1live #News1 #Sondhitalk #SondhiX #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #สนธิเล่าเรื่อง #Thaitimes #กัมพูชายิงก่อน #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #CambodiaOpenedFire #เขมรลักลอบวางระเบิด

    https://www.facebook.com/share/1FsCpktj7z/
     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,225
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ที่ตั้งที่คาดว่าจะเป็นศูนย์สแกมเมอร์บริเวณตรงข้ามด่านช่องจอม จากการที่มีกระแสข่าวว่าพวกสแกมเมอร์ได้ มีการย้ายฐาน หรือสร้างฐานสแกมเมอร์แห่งใหม่ที่โอเสม็ดซึ่งอยู่ตรงข้ามช่องจอม

    เดือนพฤศจิกายนปี 2024 ยังไม่มีการก่อสร้างใดๆ แต่ศูนย์สแกมเมอร์เริ่มต้นสร้างในตั้งแต่ช่วงปี2025 เป็นต้นมา

    และตอนนี้ยังมีอยู่ในระหว่างการก่อสร้างอยู่ ตลอดจนมีการเริ่มใช้ดินถมบ่อน้ำ เข้าใจว่าเพื่อขยายที่ดินสำหรับก่อสร้างศูนย์สแกมเมอร์

    แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ ภาพที่ 3 หากอ้างอิงตามเส้นเขตแดนผ่าน GG ซึ่งก็ไม่ได้เชื่อถือได้ 100% พื้นที่บางส่วนของศูนย์อาจจะ ย้ำนะครับว่าอาจจะล้ำเขตแดนหรือไม่

    แต่บอกได้เลยว่า ศูนย์สแกมเมอร์แห่งนี้อยู่ติดกับเส้นเขตแดนแน่นอน ไม่อยากคิดว่าถ้ามันเปิดขึ้นมาจริงๆ มันต้องมีประตูโดเรมอน แอบเอาคนข้ามชายแดนด้านหลังศูนย์สแกมเมอร์เข้าออกประเทศไทยกับเขมร

    และจริงๆผมลองไล่เรียงดูในพื้นที่แถบนี้มาพักหนึ่งแล้ว มองว่ามีความเป็นไปได้ว่าทางกัมพูชามีการรุกล้ำดินแดนในพื้นที่ทางตะวันออกของช่องจอม ลงไปช่องปลิง และช่องโชก
    FB_IMG_1761101928026.jpg FB_IMG_1761101930054.jpg FB_IMG_1761101932233.jpg
    #Scambodia

    https://www.facebook.com/share/17USDvJUki/
     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,225
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ตรวจพบการถนนจากที่ราบเขมรต่ำขึ้นมายังบริเวณพลาญหินแปดก้อน การสร้างถนนเส้นนี้ของ กพช. มีนัยยะสำคัญแฝงอยู่ครับ

    แต่ก่อนจะไปเรื่องนั้น เพื่อความเข้าใจที่ดีและถูกต้อง อยากให้เพื่อนๆดูภาพที่หนึ่งและภาพที่สองก่อน

    ภาพที่หนึ่ง เป็นแผนที่ GG map จากบริเวณภูมะเขือ พลาญยาว พลาญหินศาล และพลาญหินแปดก้อน ซึ่งตั้งอยู่ บริเวณพื้นที่ภูเขาและหน้าผา ยาวตลอดแนว

    ก่อนที่จะมีการสู้รบกัน ทหารกัมพูชา ได้สร้างถนน ขึ้นมายังบริเวณภูมะเขือและพลาญยาวเป็นเส้นทางหมายเลข 1

    และสร้างถนนขึ้นมาบริเวณทางตะวันตกของพลาญยาว เป็นเส้นทางหมายเลข 2

    และมีการสร้างถนน ขึ้นมาในบริเวณที่เรียกว่าพลาญหินศาล ซึ่งผมขอเรียกว่าเส้นทางหมายเลขสาม และในเส้นทางนี้ ก่อนที่จะขึ้นไปถึงพลาญหินศาล จะมีทางแยกไปยังพลาญหินแปดก้อน

    โดยเส้นทางเหล่านี้จะถูกใช้เป็นเส้นทางในการลําเลียง ยุทธปัจจัยของทหารกัมพูชาที่ขึ้นมายังพื้นที่ต่างๆ ตามแนวเส้นเขตแดน

    แต่หลังจากที่มีการสู้รบ มีรายงานว่ากองทัพไทยได้สามารถยึด พื้นที่พลาญยาวได้ (ผมไม่แน่ใจว่ายึดได้พลาญยาวทั้งหมดหรือไม่)

    ในพื้นที่พลาญหินศาลและพลาญหินแปดก้อนไม่ใช่จุดปะทะหลักในช่วงสงคราม 5 วัน เข้าใจว่าคงไม่มีการเปลี่ยนแปลงแนวตั้งรับมากนัก

    ส่วนหนึ่งของพลาญหินแปดก้อนทางทิศใต้ตลอดลงมาตามแนวหน้าผาจนถึงที่ราบ เป็นพื้นที่ควบคุมของทางกองทัพกัมพูชา ส่วนด้านบนผลาญหินแปดก้อนขึ้นไปทางเหนือเป็นพื้นที่ควบคุมของฝั่งไทย

    ในอดีตฝ่ายกัมพูชาที่พลาญหินแปดก้อนจะใช้เส้นทางในการส่งกําลังบํารุง ผ่านเส้นทางหมายเลขสาม แล้วแยกออกไปทางตะวันตกเพื่อไปถึงพลาญหินแปดก้อนได้ เส้นทางนี้จึงเป็นเส้นทางหลักในการใช้งานของทหารกัมพูชามาโดยตลอด

    แต่ที่น่าสนใจคือเมื่อกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมา ผมเห็นความเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ราบของเขมรแถบพลาญหินแปดก่อน ตามภาพที่ 4

    โดยพบว่าทางกัมพูชา ตัดถนนขึ้นจากพื้นที่ราบ เลาะเลียบกับบริเวณไหล่เขา และภาพเห็นได้อย่างชัดเจนในวันที่ 19 ตุลาคม 2025 ตามภาพที่ 5

    วิเคราะห์จากภาพถ่ายทางอากาศ ตลอดจนพฤติกรรม การก่อสร้างเส้นทางใหม่ ขึ้นมาจากพื้นที่ราบมายังฐานทหารที่อยู่ที่พลาญหินแปดก้อน

    ทหารกัมพูชาน่ารู้สึกว่าเส้นทางขนส่งหมายเลข 3 ซึ่งเป็นเส้นทางค่อนข้างไกลนั่นไม่ปลอดภัยจากโจมตีของฝั่งไทย (หรือกองทัพไทยอาจจะมีการเข้ายึดภูมิประเทศสําคัญในบริเวณพลาญหินศาลได้จึงทำให้ กพช.ตัดสินใจสร้างถนนใหม่ อันนี้ผมไม่แน่ใจแค่วิเคราะห์นะครับ)

    ด้วยเหตุผลต่างๆจึงมีการตัดถนนใหม่ ซึ่งหากดูดีๆ ถนนมีความชันมาก ดูได้จาก GG Earth หรือเส้นชั้นความสูง จนต้องสร้างถนนเลาะเลียบกับลาดเขาไป แต่ปัจจุบันถนนยังไม่แล้วเสร็จสมบูรณ์ ต้องดูว่าเมื่อเสร็จสมบูรณ์แล้วลักษณะถนนจะเป็นเช่นไร

    แต่สิ่งที่น่าสังเกตคือในวงกลมสีแดงภาพที่ห้า แสดงให้เห็นว่าทหารกัมพูชามี ความพยายามที่จะสร้างถนนหรือปรับพื้นที่เพื่อการใดการหนึ่ง หรือเป็นไปได้ว่าทหารกัมพูชา มีแผนที่จะสร้างบันไดจากบริเวณจุดดังกล่าวขึ้นไปยังฐานทหารที่อยู่ด้านบนซึ่งเป็นระยะทางที่ใกล้กว่าถนนที่กำลังสร้างเลาะเลียบตามแนวลาดชันของภูเขาออกไป

    พื้นที่ในการสร้างถนนนี้อยู่ในเขตของกัมพูชาครับ แต่ก็เป็นที่น่าสังเกตว่าทหารกัมพูชามีความมุ่งมั่นที่จะ พยายามยึดที่สูงทุกบริเวณที่พวกเขาจะขึ้นมายึดได้

    แต่ก็มีอีกเรื่องที่น่าสนใจ ถนนเส้นนี้ผมว่าน่าจะเสร็จช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนครับ ซึ่งก็เข้าสู่ช่วงหน้าแล้งพอดี ที่นักการทหารหลายๆท่านวิเคราะห์ว่า ถ้าจะต้องมีการรบกันอีกครั้ง ก็คงเป็นช่วงฤดูแล้งนี้

    เป็นไปได้หรือไม่ว่าทหาร กพช. กำลังเตรียมการที่จะรบกับเรา นี่เป็นการตั้งข้อสังเกตของผมเท่านั้นนะครับ เพราะดูจากความเร็วในการสร้างและและประมาณการช่วงที่ถนนแล้วเสร็จอยู่ในช่วงเวลาหลังฤดูฝนพอดี

    ปล. ปัจจุบันทหารเขมรที่อยู่บริเวณฐานที่พลาญหินแปดก้อน ยังมีการถ่ายคลิปวิดีโอ กิจกรรมต่างๆ ภาพการขนเสบียงอาหาร น้ำดื่ม ตลอดจนถึงภาพวิว ประกอบเพลง และการโพสลงใน TT และ FB เป็นประจำ ถ้าถนนเส้นใหม่สร้างเสร็จ พวกเราก็อาจจะได้เห็นรีวิวการใช้งานถนนใหม่นี้ครับ
    FB_IMG_1761102094405.jpg FB_IMG_1761102096375.jpg FB_IMG_1761102098411.jpg FB_IMG_1761102100296.jpg FB_IMG_1761102102070.jpg
    https://www.facebook.com/share/p/1MRoqBr5cu/
     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,225
    ค่าพลัง:
    +97,153
    โฟล์กสวาเกนขาดทุน 11 พันล้านยูโร—เครื่องยนต์เศรษฐกิจเยอรมันเริ่มสะดุด? อุตสาหกรรมยานยนต์เยอรมันใกล้จุดจบ หรือแค่ก้าวแรกของถดถอยยาวนาน?

    — วิกฤตโฟล์กสวาเกน (Volkswagen) กับช่องว่างเงินสด 11 พันล้านยูโร (ราว 4.2 แสนล้านบาท) ในปี 2569 กำลังกลายเป็นสัญญาณเตือนอันตรายต่อเศรษฐกิจเยอรมัน โดยบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่รายนี้ขาดเงินทุนสำหรับการลงทุนและพัฒนาโมเดลใหม่ ส่งผลให้ต้องตัดต้นทุนรุนแรง ขายสินทรัพย์ และสั่นคลอนโครงสร้างผู้บริหาร—ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าไม่ใช่จุดจบ แต่คือ “ก้าวแรกของถดถอยที่ยืดเยื้อมานาน” ของอุตสาหกรรมยานยนต์เยอรมันที่เคยเป็นสัญลักษณ์แห่งความยิ่งใหญ่ ท่ามกลางยอดขายพังในจีน ภาษีสหรัฐฯ กัดกิน และการเปลี่ยนสู่รถ EV ช้าที่สุดในยุโรป .

    ตามรายงานของ Bild ที่อ้างเอกสารภายใน VW บริษัทคาดขาดดุลเงินสด 11 พันล้านยูโรในปีหน้า หลังรายงานครึ่งปีแรก 2568 แสดงกำไรจากการดำเนินงานลดลง 33% และกระแสเงินสดติดลบ 1.4 พันล้านยูโร สาเหตุหลักคือยอดขายในจีน—ตลาดใหญ่สุด—ร่วงลง 10% จากการแข่งขันกับ BYD และผู้ผลิตรถ EV จีน ขณะที่ภาษีนำเข้าสหรัฐฯ 25% (ลดเหลือ 15% จากข้อตกลง EU-US ส.ค. 2568) กระทบยอดส่งออกไปอเมริกา 8.6% ในครึ่งปีแรก และต้นทุนพลังงาน-แรงงานในเยอรมันพุ่งหลังวิกฤติพลังงาน .

    **วิกฤต VW: ตัดต้นทุนรุนแรงเพื่อเอาชีวิตรอด**
    CEO โอลิเวอร์ บลูม (Oliver Blume) วางแผน “การปฏิรูประดับใหญ่” ถึงปี 2573 รวมตัดต้นทุน 10 พันล้านยูโร ขายหุ้นในบริษัทลูกอย่าง Porsche AG และ Ducati และเลิกจ้างพนักงานนับหมื่น โดย Porsche—บริษัทลูก—ขาดทุนครั้งแรกในรอบหลายปี บลูมจะลาออกจาก CEO Porsche ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2569 ให้ Michael Leiters อดีตหัวหน้า McLaren เข้ามาแทน เพื่อโฟกัส VW หลัก .

    นักวิเคราะห์จาก Capital Economics ชี้ว่า หาก VW ล้มเหลว อาจเกิด domino effect: สถาบันจัดอันดับเครดิตอย่าง Moody’s ลดคะแนนหนี้ (ปัจจุบัน A3) นำไปสู่ต้นทุนกู้ยืมสูงขึ้น การเลิกจ้างนับแสนคน และกระทบ GDP เยอรมันที่พึ่งพายานยนต์ 6% โดยตรงจ้าง 780,000 คน (ไม่รวมอุปทาน) .

    **อุตสาหกรรมยานยนต์เยอรมัน: ถดถอยมานาน หรือใกล้จุดจบ?**
    วิกฤต VW ไม่ใช่ข่าวร้ายเดี่ยว แต่สะท้อน “การถดถอยยาวนาน” ของอุตสาหกรรมยานยนต์เยอรมันที่เริ่มมาตั้งแต่ปี 2562 โดย GDP เยอรมันติดลบต่อเนื่องตั้งแต่ 2567 จากยอดขาย EV ช้าที่สุดในยุโรป (หดตัว 18.2% หากไม่รวม PHEV ใน มิ.ย. 2568) และการแข่งขันจากจีนที่ครองตลาด EV 60% .

    - **การเลิกจ้างพุ่ง**: อุตสาหกรรมเลิกจ้าง 51,500 คนในปี 2568 (7% ของพนักงาน) รวมตั้งแต่ 2562 เลิกจ้าง 112,000 คน โดย VW, BMW, Mercedes-Benz ลดยอดส่งออกจีน 7-13% และสหรัฐฯ 10%
    .
    - **การผลิตหดตัว**: ผลิตรถในเยอรมันร่วง 18.5% ใน ส.ค. 2568 จากโรงงานปิดปรับปรุงและการเปลี่ยนสู่ EV ช้า ส่งผลให้ดัชนีธุรกิจยานยนต์ต่ำสุดที่ -40.7 จุด ใน ม.ค. 2568 .
    - **ปัจจัยโครงสร้าง**: ค่าแรงสูงกว่าจีน-อินเดีย 30-50% กฎระเบียบสิ่งแวดล้อมเข้มงวด และการเปลี่ยนสู่ EV ล่าช้า (เยอรมันผลิต EV ได้ดีแต่ขายในประเทศน้อย) ทำให้ความสามารถแข่งขันลดลง 20% ในตลาดต่างประเทศ.

    นักวิเคราะห์ Stefan Bratzel จาก Center of Automotive Management เรียกปัญหานี้ว่า “German polycrisis” จากการแข่งขันจีน (BYD ครองตลาด EV) ภาษีทรัมป์ และนโยบายรัฐบาลที่ยกเลิกเงินอุดหนุน EV ธ.ค. 2566 . Frank Schwope จากมหาวิทยาลัยธุรกิจเยอรมันชี้ว่า “ผู้บริหารเยอรมันทำผิดพลาดใหญ่ในการเปลี่ยนสู่ EV และมองข้ามตลาดเอเชีย” .

    **มุมมอง: ใกล้จุดจบ หรือแค่ก้าวแรกของถดถอย?**
    ผู้เชี่ยวชาญมองว่า “ยังไม่ใช่จุดจบ แต่คือช่วงกลางของถดถอยที่ยืดเยื้อ” เพราะเยอรมันยังมีข้อได้เปรียบด้านวิศวกรรมและส่งออก EV เกินดุล 22 พันล้านยูโรใน 2566 แต่หากไม่แก้โครงสร้าง เช่น ลดกฎระเบียบ ลดภาษี และลงทุน EV หลักล้านยูโร อาจกลายเป็น “จุดจบ” ของอุตสาหกรรมที่เคยคิดเป็น 10% ของ GDP . VDA เรียกร้องให้รัฐบาลใหม่ (หลังเลือกตั้ง ก.พ. 2568) ฟื้นเงินอุดหนุน EV และโครงสร้างพื้นฐานชาร์จ.

    วิกฤต VW ไม่ใช่แค่ปัญหารถยนต์ แต่คือสัญญาณเตือนสำหรับเศรษฐกิจยุโรป—หากเยอรมันสะดุด อาจลากห่วงโซ่อุปทานทั้งทวีป หากปรับตัวได้ทัน อาจฟื้นคืนชีพ แต่ถ้าช้าเกินไป ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า “นี่อาจคือช่วงท้ายของยุคทองยานยนต์เยอรมัน” .

    22 ตุลาคม 2568 : คัดข่าว/หาดใหญ่
    ที่มา: Reuters, Bloomberg, Bild, DW, Euronews, CNBC, The aviation, RT, CSIS, EY Report, VDA, ifo Institute, Autovista24.

    https://www.facebook.com/share/p/1FhJqp3cAX/
     
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,225
    ค่าพลัง:
    +97,153
    กัมพูชาปัดแรง! โยนไทยเป็น “ต้นตอสแกมเมอร์” — นักวิเคราะห์แฉ “ปฏิบัติการเบี่ยงเป้า” กลบข่าวพันธมิตรทุนจีนในปอยเปต

    — เกมโยนบาปเริ่มเดือดอีกระลอก หลังสื่อกระแสหลักของกัมพูชา ทั้ง Phnom Penh Post และ Khmer Times ประสานเสียงกล่าวหา “ประเทศไทย” คือ “ประตูสู่แดนมรณะ” ของอาชญากรไซเบอร์จีน โดยชี้ว่า แก๊งสแกมเมอร์ใช้ช่องโหว่วีซ่าท่องเที่ยวและชายแดนไทยเป็นทางเข้าหลักก่อนเคลื่อนเหยื่อไปปอยเปตและสีหนุวิลล์ พร้อมเรียกร้องให้นานาชาติจัดการไทย

    “ในฐานะต้นตอที่แท้จริงของระบบสแกมในอุษาคเนย์”

    แต่ฝั่งนักวิเคราะห์ไทยกลับมองต่าง — บอกนี่คือ “ปฏิบัติการเบี่ยงเป้าเต็มรูปแบบ” ของสื่อที่มีสัมพันธ์แนบแน่นกับรัฐบาลฮุน มาเนต ซึ่งกำลังเผชิญแรงกดดันจากนานาชาติให้จัดการค่ายสแกมที่ถูกกล่าวหาว่าอยู่ภายใต้การคุ้มครองของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและกลุ่มทุนจีน
    รายงานจากพนมเปญระบุว่า Phnom Penh Post นำข้อมูลจากสารคดี Channel News Asia เรื่อง “How Southeast Asia Became Scam Hub for China-Linked Syndicates” มาขยายผล โดยระบุว่า “เหยื่อกว่า 80%” เข้าผ่านวีซ่าท่องเที่ยวไทย และกล่าวหากรุงเทพฯ ว่าปล่อยชายแดนลื่นไหล ทั้งที่ข้อเท็จจริงในรายงานต้นฉบับระบุชัดว่า

    “ค่ายสแกมหลักตั้งอยู่ในเขตกัมพูชาและเมียนมา” — ไม่ใช่ในไทย

    นักวิเคราะห์มองว่า สื่อบางสำนักในกัมพูชากำลังทำหน้าที่เป็น ‘โล่การเมือง’ ให้รัฐบาลฮุน มาเนต หลังถูกยูเอ็นและองค์กรสิทธิมนุษยชนจี้หนักเรื่องการละเมิดแรงงานและค้ามนุษย์ในปอยเปต
    โดยเฉพาะกรณีที่สหรัฐฯ และอังกฤษเพิ่งคว่ำบาตรบริษัทในเครือ Prince Holding Group เมื่อ 14–15 ต.ค. จากข้อหาพัวพันการฟอกเงินและสแกมคริปโต
    กระแสตอบโต้ครั้งนี้เริ่มหลังเกาหลีใต้ถอนทีมช่วยเหยื่อ 60 คนจากปอยเปตเมื่อ 16 ต.ค. และการพูดคุยตรงระหว่างนายก อนุทินของไทยกับประธานาธิบดี ยุน ซอก-ยอล เพื่อขอความร่วมมือตัดสัญญาณค่ายสแกม — โดย “ไม่ผ่าน” ฮุน มาเนต

    ทำให้รัฐบาลกัมพูชาเสียหน้าอย่างหนักในสายตานานาชาติ

    ขณะเดียวกัน สื่อ Khmer Times ยังกล่าวหาว่าการที่ไทยตัดไฟและอินเทอร์เน็ตไปยังค่ายสแกมในไพลินเมื่อปี 2567 เป็น “การลงโทษไม่เป็นธรรม” พร้อมเรียกร้องให้ยูเอ็นสอบสวนไทยฐาน “ละเมิดสิทธิมนุษยชนของแรงงานข้ามชาติ” — ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ว่ากัมพูชากำลังใช้ภาษาทางสิทธิมนุษยชนเพื่อปกป้องกลุ่มทุนของตนเอง
    นักวิเคราะห์มองว่า การรุกโต้ทางวาทกรรมของพนมเปญมีเป้าหมาย “ลดแรงกดดันจากตะวันตก” และ “ดันไทยเป็นแพะบูชายัญในเวทีระหว่างประเทศ” เพื่อซื้อเวลาในการรื้อค่ายสแกมที่จีนเองก็ไม่พอใจ
    ว่าตรงๆนี่คือสงครามข้อมูลเต็มรูปแบบ กัมพูชากำลังพยายามบอกโลกว่า ‘ฉันคือเหยื่อ’ ทั้งที่รายได้มหาศาลจากค่ายสแกมไหลเข้ากระเป๋านายทุนที่มีเส้นตรงถึงรัฐบาล หากไทยไม่ตอบโต้อย่างเป็นระบบ ข้อมูลเท็จอาจถูกใช้ในเวทีสิทธิมนุษยชน UN เพื่อตีไทยให้กลายเป็นตัวร้ายในภูมิภาค
    สุดท้าย แม้กัมพูชาจะพยายามโยนไฟกลับมาทางฝั่งตะวันตก แต่คำถามยังคงเดิม — หากไทยคือ “ประตู” แล้วใครกันคือ “เจ้าของบ้าน” ที่เปิดค่ายสแกมกลางเมืองตัวเอง? คำตอบนั้น พนมเปญอาจต้องกล้าส่องกระจก ก่อนที่โลกจะส่องแทน.

    21 ตุลาคม 2568 : คัดข่าว/หาดใหญ่

    ที่มา: Phnom Penh Post, Khmer Times, Channel News Asia, Reuters, South China Morning Post, Amnesty International, UNODC, CSIS, Khaosod English, Bangkok Post, The Standard, Al Jazeera, Nation Thailand, BBC Thai.

    https://www.facebook.com/share/p/1CyheewCHx/
     
  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,225
    ค่าพลัง:
    +97,153
    อินเดีย “เดินเกมเหล็ก” เจรจาซื้อ S-400 เพิ่มอีก 1 หมื่นล้านรูปี—หลัง Sudarshan โชว์ฟอร์มสอย F-16 ปากีสถานกลางอากาศ

    — ปีนี้ดูเหมือน “โล่เหล็กแห่งอินเดีย” จะกลับมามีชีวิตอีกครั้ง เมื่อรัฐบาลนิวเดลีกำลังเจรจากับรัสเซีย เพื่อจัดซื้อขีปนาวุธล็อตใหม่มูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านรูปี หรือราว 4,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เสริมระบบป้องกันภัยทางอากาศ S-400 “Sudarshan” หลังพิสูจน์ผลงานจริงในสนามรบ — สอยเครื่องบินรบปากีสถานไปกว่า 5–6 ลำ พร้อมเครื่องบินเตือนภัย Erieye อีกหนึ่งลำ ในศึกสี่วัน “Operation Sindoor” เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

    ขีดความสามารถของ S-400 ที่กองทัพอากาศอินเดียใช้ป้องกันน่านฟ้าเหนือแคชเมียร์และรัฐปัญจาบ กลายเป็น “เกมเปลี่ยน” ที่ทำให้เดลีมั่นใจว่าจะต้องมีมากกว่านี้ โดยคาดว่าคณะกรรมการจัดซื้ออาวุธกลาโหม (DAC) จะเสนอเรื่องต่อรัฐบาลในวันที่ 23 ตุลาคมนี้ เพื่ออนุมัติแผนขยายกำลังรบทางอากาศ

    เจ้าหน้าที่กลาโหมอินเดียเผยว่า การเจรจานี้เป็นการต่อยอดจากดีลเดิมปี 2561 มูลค่า 5.43 พันล้านดอลลาร์ ที่ซื้อ S-400 จำนวน 5 กองร่อน — ปัจจุบันอินเดียได้รับมอบแล้ว 3 ชุด ส่วนอีก 2 ชุดล่าช้าเพราะสงครามรัสเซีย–ยูเครน จึงมีแนวโน้มว่าอินเดียจะ “อัดเพิ่ม” อีก 2 กองร่อน พร้อมเจรจาเรื่องนำระบบรุ่นใหม่ S-500 เข้ามาเสริมในระยะถัดไป

    Operation Sindoor ถูกบันทึกว่าเป็นการปะทะทางอากาศรุนแรงที่สุดระหว่างอินเดีย–ปากีสถานในรอบหลายทศวรรษ เครื่องบินกว่า 400 ลำขึ้นบินพร้อมกันในพื้นที่พิพาท เพื่อสกัดการก่อการร้ายฝั่งปากีสถาน กองทัพอากาศอินเดียอ้างว่า S-400 ยิงสกัดเครื่องบินข้าศึกได้ “ในระยะกว่า 300 กิโลเมตร” — นับเป็นการยิงจากพื้นสู่อากาศที่ไกลที่สุดในประวัติศาสตร์อินเดีย

    นายพลอากาศ A.P. Singh ผู้บัญชาการ IAF ยืนยันเมื่อ 9 ส.ค. ว่า “Sudarshan ทำลายเป้าหมายทุกลำที่เข้าสู่น่านฟ้าอินเดีย มันคือเครื่องพิสูจน์ว่าระบบรัสเซียยังเหนือกว่าในสนามรบจริง”
    อย่างไรก็ตาม ปากีสถานออกมาโต้กลับทันควัน โดยรัฐมนตรีกลาโหม Khawaja Muhammad Asif กล่าวว่า “อินเดียโกหกทั้งหมด เครื่องบินของเราไม่ตกแม้แต่ลำเดียว” พร้อมอ้างว่าได้ทำลาย Rafale ของอินเดีย 1 ลำ และโจมตีฐาน Adampur จนส่วนหนึ่งของ S-400 ถูกระเบิดเสียหาย

    แม้คำกล่าวอ้างจะขัดกัน แต่แหล่งข่าวในยุโรประบุว่ามีหลักฐานภาพถ่ายดาวเทียมยืนยันเครื่องบินอินเดียเสียหาย 3 ลำจริง (รวม Rafale หนึ่งลำ) แต่ฝั่งปากีสถานก็สูญเสียอย่างน้อย 4 ลำเช่นกัน — ทำให้ผลการรบ “ไม่ขาด” แต่ชัยทางการเมืองตกเป็นของเดลี

    ทางยุทธศาสตร์ อินเดียกำลังเผชิญแรงกดดันสองด้าน ทั้งจากจีนทางลาดักห์และปากีสถานทางแคชเมียร์ การเสริมโล่ S-400 จึงเป็นสัญญาณว่าเดลีไม่ยอมตกอยู่ในวงล้อมอีกต่อไป ขณะที่นักวิเคราะห์จาก CSIS ระบุว่า “ดีลนี้คือหมากที่สะท้อนว่าอินเดียเลือกพึ่งรัสเซียมากกว่าอเมริกา” แม้เคยถูกวอชิงตันกดดันภายใต้กฎหมาย CAATSA

    หากดีลนี้สำเร็จ อินเดียจะมี S-400 ครบ 7 กองร่อนภายในปี 2570 พร้อมเครือข่ายเรดาร์ตรวจจับระยะ 600 กม. ครอบคลุมทั้งชายแดนจีนและปากีสถาน กลายเป็น “เกราะเหล็กแห่งเอเชียใต้” อย่างแท้จริง

    แต่คำถามที่โลกยังรอคำตอบ... หลักฐานที่ว่า Sudarshan สอย F-16 ได้จริงหรือไม่ — อินเดียจะเปิดเผยเมื่อไร? หรืออาจเก็บไว้เป็นความลับสุดยอด เพื่อรอวันใช้เป็น “หมากต่อรอง” ในเกมใหญ่ครั้งหน้า.

    22 ตุลาคม 2568 : คัดข่าว/หาดใหญ่

    ที่มา: India Today, ANI, The News Mill, Economic Times, Reuters, Al Jazeera, Wikipedia, The Aviation Geek Club, Nation Pakistan, Militarnyi, Eurasian Times, CSIS.

    https://www.facebook.com/share/p/1Jwsa8F2Fw/
     
  18. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,225
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ญี่ปุ่นตั้ง “กระทรวงต่างด้าว” —ดันลูกครึ่งสายเหล็ก “คิมิ โอโนดะ” คุมกฎเหล็กไล่ต่างชาติออกจากญี่ปุ่นสไตล์ทรัมป์

    — ญี่ปุ่นกำลังจะมี “กระทรวงต่างด้าว” ของตัวเองจริง ๆ! หลังนายกรัฐมนตรีหญิง *ซานาเอะ ทาคาอิชิ* ประกาศตั้งกระทรวงใหม่ชื่อฟังดูนุ่ม แต่ใจแข็งอย่าง

    “กระทรวงเพื่อสังคมที่อยู่ร่วมกันอย่างเป็นระเบียบกับชาวต่างชาติ” (Ministry for an Orderly Coexistent Society with Foreigners) เพื่อ “จัดระเบียบต่างด้าว” ให้เข้ากับสังคมญี่ปุ่น—หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ

    “จะอยู่ได้ ถ้าอยู่เป็น”

    คนที่ถูกดันมานั่งเก้าอี้รัฐมนตรีคุมกระทรวงนี้คือ *คิมิ โอโนดะ* ลูกครึ่งอเมริกัน–ญี่ปุ่น วัย 42 ปี สมาชิกพรรค LDP และมือขวาของทาคาอิชิ ผู้เคยประกาศกลางเวทีดีเบตว่า

    “ถ้าเกลียดญี่ปุ่น ก็ออกไปซะ!” คำพูดที่เคยกลายเป็นไวรัลบน X จนถูกชาวโลกตราว่า

    “ลูกครึ่งที่ชาตินิยมที่สุดในญี่ปุ่น”.

    ทาคาอิชิขึ้นเป็นนายกฯ คนแรกของญี่ปุ่นเมื่อ 21 ต.ค. หลังชนะเลือกตั้งด้วยแนวทาง “ญี่ปุ่นมาก่อน” (Japan First) และย้ำว่าจะ “รีเซ็ตนโยบายต่างด้าวจากศูนย์” โดยเตรียมเนรเทศผู้ลักลอบเข้าเมืองล็อตใหญ่ และลดสิทธิประโยชน์แรงงานต่างชาติ 400,000–800,000 เยนต่อหัว รวมถึงยกเลิกกฎ “ไม่ดำเนินคดีภายใน 48 ชั่วโมง” ที่เคยเป็นช่องว่างให้ต่างชาติหนีคดี.

    สาวลูกครึ่งในภารกิจ “ปิดประตูญี่ปุ่น”

    คิมิ โอโนดะเกิดที่สหรัฐฯ จากพ่ออเมริกันและแม่ญี่ปุ่น แต่เลือกสละสัญชาติอเมริกันเพื่อเข้าสู่การเมืองญี่ปุ่นในปี 2020 เธอคือสายเหล็กที่ผลักนโยบาย “ญี่ปุ่นมาก่อน” มานาน ทั้งคัดค้านสวัสดิการโควิดให้แรงงานต่างชาติ และเรียกร้องให้ทบทวนสิทธิลดหย่อนภาษีของชาวต่างชาติในญี่ปุ่น โดยมีวาทะเด็ดว่า
    “ประเทศนี้สร้างโดยคนญี่ปุ่น—ใครอยากอยู่ ต้องเคารพกฎของเรา”.

    งานแรกของโอโนดะคือร่างกฎหมายเนรเทศต่างด้าวผิดกฎหมายล็อตใหญ่ 50,000 รายภายในปี 2569 เพิ่มเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง 2,000 คน และใช้ AI ตรวจจับพฤติกรรมเสี่ยง โดยรัฐบาลอ้างว่าญี่ปุ่นมีคนลักลอบเข้าเมืองกว่า 100,000 รายในปี 2568 เพิ่มขึ้น 20% และอาชญากรรมที่โยงต่างชาติเพิ่ม 15% .

    **“ญี่ปุ่นมาก่อน” หรือ “ญี่ปุ่นปิด”?
    นักวิเคราะห์เตือนว่า นโยบายนี้คือ “การทดลองโมเดลทรัมป์ในเอเชีย”—ตอบสนองเสียงคนญี่ปุ่นที่เริ่มหวาดกลัวอาชญากรรมต่างชาติ แต่เสี่ยงกระทบแรงงาน 30% ที่เป็นต่างชาติ โดยเฉพาะในภาคบริการและโรงงาน ซึ่งขาดแรงงานหนักหลังโควิด .

    กระทรวงใหม่...หมากใหม่ของญี่ปุ่น

    แม้ชื่อกระทรวงจะอ่อนโยน แต่เนื้อหาคือการ “คุมเข้ม” ทั้งคนและทุนต่างชาติ ตั้งแต่แรงงานไปจนถึงนักลงทุนในโครงการ *Cool Japan* โดยทาคาอิชิยืนยันว่า “ญี่ปุ่นต้องเป็นของญี่ปุ่น” และ “ต่างชาติที่อยู่ร่วมได้คือผู้เคารพกฎ ไม่ใช่ผู้เปลี่ยนกฎ”

    นักข่าวญี่ปุ่นบางสำนักถึงกับพาดหัวว่า

    “Kimi Onoda = Trump in Kimono”

    ลูกครึ่งหัวเหล็กที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของญี่ปุ่นยุคใหม่—ยุคที่ “การเปิดรับโลก” กำลังถูกแทนที่ด้วย “การปิดประตูอย่างมีศักดิ์ศรี”.

    22 ตุลาคม 2568 : คัดข่าว/หาดใหญ่

    ที่มา: Reuters, Japan Today, The Guardian, AP News, Foreign Policy, PBS News, Wikipedia, CSIS, World Economic Forum, X Posts.
    https://www.facebook.com/share/1CZVjmEFf6/
     
  19. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,225
    ค่าพลัง:
    +97,153
    กัมพูชากังวลสถานการณ์ชายแดนเลวร้าย หาก “อภิสิทธิ์” คัมแบ็กนายกฯ
    .
    สำนักข่าว Khmer Times ของกัมพูชา รายงานว่า การที่อดีตนายกรัฐมนตรีไทย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กลับมาดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์อีกครั้ง ได้ก่อให้เกิดความกังวลในหมู่นักวิเคราะห์ชาวกัมพูชา ซึ่งเกรงว่าการกลับมาของเขาอาจจุดชนวนความตึงเครียดตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาที่อ่อนไหวอีกครั้ง
    .
    ปา จันรื่น ประธานสถาบันประชาธิปไตยกัมพูชา ให้สัมภาษณ์ว่า การกลับมาของอภิสิทธิ์อาจเป็นสัญญาณเตือนล่วงหน้าให้กัมพูชาเตรียมรับมือกับนโยบายต่างประเทศแบบเดียวกับที่เขาเคยใช้เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
    .
    “ในช่วงที่เขาดำรงตำแหน่ง กัมพูชาและไทยเคยต่อสู้กันในปี 2551 และ 2554 หากเขากลับมาในสถานการณ์เช่นนี้ ผมคาดว่า การปรากฏตัวของเขาจะยิ่งทำให้ความขัดแย้งชายแดนในปัจจุบันทวีความรุนแรงขึ้น และทำให้การจัดการยากยิ่งขึ้น” จันรื่นเล่า
    .
    จันรื่นเตือนว่า ข้อพิพาทอาจยังคงอยู่หรือเลวร้ายลง หากผู้นำไทยปลุกปั่นกระแสชาตินิยมเกี่ยวกับปัญหาชายแดนเพื่อเสริมสร้างความนิยมภายในประเทศ “ความขัดแย้งจะดำเนินต่อไปตราบเท่าที่ผู้นำทางการเมืองยังคงใช้เป็นเครื่องมือในการหาเสียง มันอาจจะเลวร้ายยิ่งกว่านี้”
    .
    สำหรับกัมพูชา เขากล่าวว่าไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากการแสวงหาทางออกอย่างสันติผ่านกฎหมายระหว่างประเทศและการมีส่วนร่วมพหุภาคีต่อไป โดยเรียกร้องให้ทุกฝ่ายให้ความสำคัญกับการทูตมากกว่าการเผชิญหน้า
    .
    ด้าน ทอง เมงดาว นักวิเคราะห์ภูมิรัฐศาสตร์และอาจารย์ประจำสถาบันเพื่อการศึกษาระหว่างประเทศและนโยบายสาธารณะกัมพูชา กล่าวว่า การตัดสินใจของอภิสิทธิ์ที่จะกลับเข้าสู่สนามการเมืองและลงสมัครรับเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีในปีหน้า ชี้ให้เห็นถึงความเป็นไปได้ที่ความตึงเครียดในความสัมพันธ์กัมพูชา-ไทยจะฟื้นคืนมา
    .
    “ความเป็นไปได้ของข้อตกลงสันติภาพในอนาคตดูเหมือนจะไม่แน่นอน ท่ามกลางความแตกแยกทางการเมืองและข้อพิพาทชายแดนที่ยังคงดำเนินอยู่ของไทย” เมงดาวกล่าว
    .
    เขาเสริมว่า การขาดผู้นำที่เข้มแข็งของประเทศไทยได้ก่อให้เกิดความไม่พอใจของประชาชนที่เพิ่มมากขึ้นเกี่ยวกับความล้มเหลวของรัฐบาลในการจัดการข้อพิพาทชายแดนและสภาพเศรษฐกิจและสังคมที่เสื่อมโทรมลง
    .
    “หากพรรคของอภิสิทธิ์ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งที่จะถึงนี้ ทั้งไทยและกัมพูชาจะต้องให้ความสำคัญกับการสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกันขึ้นใหม่ ผ่านการมีส่วนร่วมที่มากขึ้น ความร่วมมือด้านชายแดนและความมั่นคงที่เข้มแข็งขึ้น และการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน” เขากล่าวเสริม
    .
    Khmer Times ระบุว่า อภิสิทธิ์ วัย 61 ปี ได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์อีกครั้งด้วยคะแนนเสียงสนับสนุนท่วมท้นในวันที่ 18 ต.ค. โดยเคยถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็น “นายกฯ มือเปื้อนเลือด” จากการปราบปราม “คนเสื้อแดง” ในปี 2553 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 90 คน และบาดเจ็บกว่า 2,000 คน
    https://www.facebook.com/share/17WtxcVGRe/
     
  20. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,225
    ค่าพลัง:
    +97,153
    'เกาหลีใต้' ระบุตัวผู้ต้องสงสัยฆาตกรรมนักศึกษาในกัมพูชาได้แล้ว เป็นหัวหน้าแก๊งค้ายารายใหญ่ในเขตกังนัม เผยข้อมูลน่าตกใจ อาจมีคนเกาหลี 1-2 พันคน มีส่วนเกี่ยวข้องกับ 'ขบวนการสแกมเมอร์' #สำนักข่าวทูเดย์

    https://www.facebook.com/share/1P8odf6J5R/
     

แชร์หน้านี้

Loading...