ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,225
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สื่อเกาหลีใต้ รายงาน รัฐบาลกัมพูชาได้ เรียกร้องให้เกาหลีใต้ส่งตัวผู้ต้องหาทางการเมืองชาวกัมพูชาที่พำนักอยู่ในเกาหลีใต้กลับประเทศ พร้อมทั้ง ประณามสื่อเกาหลี ว่าการรายงานข่าวของพวกเขาได้ทำลายชื่อเสียงกัมพูชา || ประเด็นผู้ลี้ภัยทางการเมืองกัมพูชาให้ข้อมูลเชิงลึกแก่สื่อเกาหลี ระบุถึงระดับสูงในกัมพูชามีส่วนพัวพันกับสแกมเมอร์
    FB_IMG_1761118129312.jpg
    https://www.facebook.com/share/17GAXYc3yq/
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,225
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เกาหลีใต้ กลัว กัมพูชา “กลัวจนไม่กล้าแต่งงาน” ผลกระทบจากอาชญากรรม ทำตลาดแต่งงานระหว่างประเทศสะเทือน 21 ต.ค. ข้อมูลบริษัทจัดหาคู่ ก่อนช่วงชูซอก ยังมีการสอบถามเกี่ยวกับการพบปะกับสตรีชาวกัมพูชาสัปดาห์ละ 1-2 ราย แต่ตอนนี้ไม่มีเลยสักรายเดียว ดูเหมือนว่ากัมพูชาจะถูกมองว่าเป็น ‘ประเทศอาชญากรรม‘ ล่าสุดยกเลิก 7 เคส การแต่งงานระหว่างชายชาวเกาหลีและหญิงชาวกัมพูชามีประมาณ 400 คู่ต่อปีปีที่แล้ว 363 คู่ สถิติกัมพูชาอยู่อันดับ 7 รองจากจีน เวียดนาม
    https://www.facebook.com/share/p/17YQDHkzip/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,225
    ค่าพลัง:
    +97,153
    “เปิดโปงสัมพันธ์ลับ! ‘เฉิน จื้อ–รัฐบาลจีน’ สมรู้ร่วมคิดปกป้องอาณาจักรอาชญากรรม Prince Group”

    1. เอกสารอัยการสหรัฐฯ ระบุว่า เฉิน จื้อ ใช้อิทธิพลทางการเมืองในหลายประเทศเพื่อหลีกเลี่ยงการบังคับใช้กฎหมาย
    2. หน่วยงานที่เฉินใช้อิทธิพลแทรกแซงรวมถึง กระทรวงความมั่นคงสาธารณะ และ กระทรวงความมั่นคงแห่งรัฐของจีน
    3. เอกสารชี้ว่า ปรินซ์ กรุ๊ป สมรู้ร่วมคิดกับ รัฐบาลจีน เพื่อให้หลีกเลี่ยงการสอบสวน
    4. เดือนพฤษภาคม 2566 เจ้าหน้าที่กระทรวงความมั่นคงสาธารณะของจีน เสนอผ่อนปรนโทษ ให้เจ้าหน้าที่ของปรินซ์ กรุ๊ป
    5. การผ่อนปรนครอบคลุมทั้ง “การลงโทษ” และ “การสอบสวน” ที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายของเฉิน
    6. เฉินมีบัญชีส่วนตัวบันทึกการติดสินบนเจ้าหน้าที่หลายประเทศ เพื่อให้ได้รับข้อมูลก่อนการบุกจับ
    7. หลักฐานระบุว่าเขาซื้อเรือยอชต์และนาฬิกาหรูให้เจ้าหน้าที่ระดับสูง เพื่อแลกเปลี่ยนผลประโยชน์
    8. รายงานทั้งหมดชี้ถึงความสัมพันธ์เชิงอิทธิพลระหว่าง เฉิน จื้อ–ปรินซ์ กรุ๊ป–เจ้าหน้าที่จีนระดับความมั่นคง ในการปกป้องผลประโยชน์ร่วม.

    : : http://pptv36.news/1E6g?FCL

    https://www.facebook.com/share/15HVDk4s2D8/
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,225
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ลาว | อินฟลูฯ ชาวลาวเพจ Joseph Akaravong แจ้งเตือนเหตุการณ์

    ในโพสต์เป็นเหตุการณ์ที่หญิงสาวชาวลาวคนหนึ่ง ถูกแก๊งจีนเทา ล่อลวงพาตัวไปที่โรงแรมแห่งหนึ่งในกัมพูชา เพื่อที่จะผ่าตัดเอาอวัยวะ แต่ผู้เสียหายไหวตัวทัน ติดต่อหาเพื่อนให้พาเจ้าหน้าที่ตำรวจมาช่วยไว้ได้ทัน

    ⚠️แจ้งเตือน ดังนั้น ผู้หญิงลาวทุกคนที่ถูกชักชวนให้ไปทำงานในกัมพูชาที่ถูกหลอกล่อด้วยค่าตอบแทนที่สูง ขอให้พากันระมัดระวัง อาจตกเป็นเหยื่อของแก๊งค้ามนุษย์

    ผู้หญิงคนนี้ได้ติดต่อมาหา Joseph Akaravong ให้ช่วยแจ้งเตือน
    ให้หลายคนได้รับรู้เพื่อจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อ

    หมายเหตุ
    จากสื่อเกาหลี รายงานถึงข้อมูลระบุว่า กลุ่มสีเทาขนาดใหญ่ในพม่า ลาว กัมพูชา มีเครือข่ายเชื่อมโยงกัน
    [*ส่วนในไทย กลุ่มย่อย และมักถูกระบุเป็นทางผ่าน เนื่องจากเป็นฮับบินในภูมิภาค ]

    https://www.facebook.com/share/17Z7K1BuZx/
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,225
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สะเทือนใจสาวโรงงานเย็บผ้ากว่า 600 ชีวิต หลังเข้าทำงานตามปกติแต่ต้องช็อกเมื่อผู้บริหารประกาศเลิกจ้างทันที โดยนายจ้างแจกเช็กค่าชดเชยรวมกว่า 95 ล้านบาท หลังแบกภาระไม่ไหวเพราะพิษเศรษฐกิจและคำสั่งซื้อลดลงต่อเนื่อง

    อ่านต่อ..https://news1live.com/detail/9680000101072

    #News1live #News1 #SondhiX #Sondhitalk #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #สนธิเล่าเรื่อง #Thaitimes #กัมพูชายิงก่อน #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #CambodiaOpenedFire
    https://www.facebook.com/share/1BFseUWHoU/
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,225
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ปปง. อายัดเงิน 70 ล้าน สว.กัมพูชา เอี่ยวสแกมเมอร์ เผยมีบัตรประชาชนไทย

    วันที่ 22 ตุลาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ศปอส.ตร.) กล่าวภายหลังการประชุมด่วนที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเรียกประชุมวานนี้ (21 ตุลาคม) เพื่อดำเนินการตามปฏิบัติการของนายกรัฐมนตรีที่ได้มีการเรียกประชุมคณะอำนวยการปราบปรามอาชญากรรมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ของรัฐบาล
    .
    โดย พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ได้นำแนวทางที่นายกรัฐมนตรีมอบให้ โดยขณะนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ยกระดับการทำงานของศูนย์วอร์รูมที่จัดตั้งขึ้น ให้ทำงานร่วมกับธนาคารเพื่อดูแลเรื่องการอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์อย่างเข้มข้นมากยิ่งขึ้น ซึ่งตั้งแต่มีการจัดตั้งศูนย์ สามารถระงับการเคลื่อนย้ายเงินออกนอกประเทศได้มากกว่า 40%
    .
    ทั้งนี้ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (สำนักงาน ปปง.) ได้มีความคืบหน้าเกี่ยวกับการอายัดทรัพย์บุคคลในเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นบุคคลสองสัญชาติ เช่น กรณีของออกญา ลี ยงพัด หรือชื่อไทยว่า พัด สุภาภา สมาชิกวุฒิสภาและนักธุรกิจชาวกัมพูชาเชื้อสายจีนและไทยเกาะกง เจ้าของบริษัทแอลวายพีกรุ๊ป (LYP Group)
    .
    เรื่องนี้ นายกรัฐมนตรีสั่งการให้ตรวจสอบว่าผิดกฎหมายส่วนใด ให้กระทรวงมหาดไทยรับเรื่องไป หากพบว่ามีความผิดก็จะมีการเพิกถอนสัญชาติเป็นลำดับต่อไป
    .
    ในเบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่ยืนยันว่ามีหลักฐานแน่ชัดว่า พัด สุภาภา มีบัตรประชาชนของประเทศไทย แต่เป็นชาวกัมพูชา และมีชื่ออยู่ในเครือข่ายสแกมเมอร์ รีสอร์ตโอเสม็ดกาสิโน ที่ตั้งอยู่ฝั่งกัมพูชา ซึ่งคาดว่าเกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยสำนักงาน ปปง.มีการอายัดทรัพย์ พัด สุภาภา เฉพาะในประเทศไทยไปแล้วประมาณ 70 ล้านบาท
    .
    ส่วนกรณีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่อยู่ในประเทศกัมพูชามีการกระจายตัวและบางส่วนหลบหนีเข้ามาในประเทศไทย พร้อมกับมีการนำชาวเกาหลีใต้ที่ทำงานเข้ามาซุกซ่อนร่วมด้วยนั้น พล.ต.ท.ไตรรงค์กล่าวว่า ขณะนี้ทราบเพียงกระแสข่าวจากสื่อมวลชนเท่านั้น แต่ในการตรวจสอบยังไม่พบข้อเท็จจริงว่ามีการลักลอบนำชาวเกาหลีใต้เข้ามาในเมืองไทยผ่านช่องทางใด

    #ThePolitics

    https://www.facebook.com/share/1BKVvQtgGe/
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,225
    ค่าพลัง:
    +97,153
    'ธรรมนัส' ขออย่าใช้คำว่า 'จีนเทา' กระทบต่อภาคการท่องเที่ยวและกระทบต่อภาพลักษณ์ไปยังประเทศจีน

    วันที่ 22 ตุลาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษก ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลประชุม คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ (ปคม.)ครั้งที่ 3/2568 ที่มี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน ว่า ที่ประชุมพิจารณาเรื่องการจัดระดับประเทศไทย ในรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ ประจำปี 2568 (2025 Trafficking in Persons Report: 2025 TIP Report) และการมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การปรับปรุงแนวทางการขับเคลื่อนการดำเนินงานตามกลไกการส่งต่อระดับชาติ การปรับปรุงคำสั่งคณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้อง จำนวน 2 คณะ โดยมอบหมายให้ดำเนินการ ดังนี้
    .
    1.ให้รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการกำกับและติดตามการดำเนินงานป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ดำเนินการจัดประชุมคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาข้อเสนอแนะตามรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ ประจำปี ค.ศ. 2025 (2025 Trafficking in Persons Report: 2025 TIP Report) ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกานำไปสู่การปฏิบัติ และมอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปสู่การปฏิบัติ รวมถึงรายงานผลการดำเนินงานต่อไป 2.มอบหมายทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขับเคลื่อนการดำเนินงานและนำแนวทางการขับเคลื่อนการดำเนินงานตามกลไกการส่งต่อระดับชาติ (National Referral Mechanism: NRM) ฉบับปรับปรุง ไปใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงาน และมอบหมายให้คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนกลไกการส่งต่อระดับชาติ ดำเนินการจัดทำคู่มือการปฏิบัติงานต่อไป และให้รายงานคณะกรรมการ ปคม.รับทราบ
    .
    3.ให้กระทรวงการต่างประเทศศึกษากรณีประเทศอื่น เช่น ประเทศที่ได้รับการจัดระดับในกลุ่ม Tier 1 ในรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ ประจำปี ค.ศ. 2025 (2025 Trafficking in Persons Report: 2025 TIP Report) ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อเป็นแนวทางสำหรับการดำเนินการของประเทศไทย 4. ให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการปราบปรามการหลอกลวงทางออนไลน์ หรือ สแกมเมอร์ อย่างจริงจัง เนื่องจากรัฐบาลได้ประกาศเป็นวาระแห่งชาติ วันที่ 21 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยเฉพาะการป้องกันไม่ให้ประชาชนคนไทยถูกหลอกไปทำงานเป็นสแกมเมอร์
    .
    “ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่าได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบกำกับดูแล และติดตามการดำเนินงานป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ภายใต้กรอบระยะเวลาที่มีอยู่ จะต้องทำทุกอย่างให้เป็นรูปธรรม โดยขอให้กรรมการทุกคนร่วมกันขับเคลื่อนทำงานไปด้วยกัน เพื่อให้สัมฤทธิ์ผล ตามข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และตามนโยบายที่แถลงต่อรัฐสภา ทั้งเรื่องการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ การแก้ปัญหาแก๊งสแกมเมอร์ ที่เป็นวาระแห่งชาติของรัฐบาล ที่ต้องเร่งแก้ไขปัญหาปราบปรามอย่างจริงจัง ซึ่งประชาชนไม่ควรตกเป็นเครื่องมือ หรือเป็นเหยื่อ และไม่ควรนำประเด็นเรื่องการเมืองเข้ามาแทรกแซงการทำหน้าที่ ขอให้รัฐบาลช่วยกันสื่อสาร เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อประเทศมหาอำนาจ ซึ่งมีบทบาทสำคัญด้านเศรษฐกิจ เช่น คำพูดที่ชอบใช้คำว่า “จีนเทา” ซึ่งเป็นวลีภาษาที่ไม่ดีส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวทำให้ซบเซา รวมถึงส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ไปยังประเทศจีน กระทบถึงภาคเศรษฐกิจ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องดำเนินการปราบปรามและเอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้”

    #ThePolitics
    https://www.facebook.com/share/p/14QdzPSAj4D/
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,225
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ถ้อยแถลง 'รังสิมันต์ โรม' เสนอวาระด่วนปราบปรามสแกมเมอร์ในเวทีรัฐสภาโลก

    วันที่ 22 ตุลาคม ที่ศูนย์การประชุมนานาชาติเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ นายรังสิมันต์ โรม ส.ส. บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะสมาชิกรัฐสภาไทย ขึ้นกล่าวถ้อยแถลงเปิดร่างข้อมติว่าด้วย “การดำเนินการของรัฐสภาเพื่อต่อต้านอาชญากรรมองค์กรข้ามชาติ, อาชญากรรมไซเบอร์ และภัยคุกคามแบบผสมผสานต่อประชาธิปไตยและความมั่นคงของมนุษย์” ต่อที่ประชุมใหญ่สมัชชาสหภาพรัฐสภา หรือ IPU สมัยที่ 151 หลังจากร่างข้อมตินี้ที่เสนอโดยประเทศไทยกับชาติพันธมิตร ชนะโหวตด้วยเสียงท่วมท้น ได้รับการบรรจุเป็น “ระเบียบวาระเร่งด่วน” หรือ Emergency item ของ IPU หนนี้
    .
    ถือเป็นผลงานครั้งประวัติศาสตร์ของผู้แทนรัฐสภาไทย ในฐานะ “ทีมไทยแลนด์” ซึ่งมี นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นหัวหน้าคณะ พร้อมด้วย ส.ส. ส.ว. และเจ้าหน้าที่จากรัฐสภา ที่สามารถผลักดันร่างข้อมติของไทยให้ได้รับการบรรจุเป็น Emergency item ของ IPU ได้สำเร็จ ทำให้การจัดการกับปัญหาสแกมเมอร์ และอาชญากรรมไซเบอร์ข้ามพรมแดน ซึ่งกำลังหนักหน่วงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย เป็นวาระที่ทั่วโลกต้องให้ความสนใจและจับมือกันแก้ไขปัญหา
    .
    นายรังสิมันต์ อภิปรายโดยย้ำหลักการความสำคัญขอการจัดการปัญหาสแกมเมอร์และอาชญากรรมองค์กรข้ามชาติ โดยระบุว่า อาชญากรรมเหล่านี้กลายเป็น “อาชญากรรมไฮบริด” และไม่ใช่เรื่องไกลตัวคนทุกคนอีกต่อไปผลของมันนอกจากจะทำให้ผู้คนต้องสูญเสียทรัพย์สิน บางคนสูญเสียอิสรภาพ ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนรูปแบบต่างๆ จนกลายเป็นปัญหามนุษยธรรมแล้ว ยังเป็นอันตรายต่อประชาธิปไตยด้วย การประกอบอาชญากรรมเหล่านี้กลายเป็นเศรษฐศาสตร์ยอดนิยม สร้างรายได้มหาศาลให้กับองค์กรอาชญากรรม กระทบต่อจีดีพีของประเทศ ความร้ายแรงของปัญหาจึงไม่ใช่แค่ในระดับภูมิภาคแต่เป็นระดับโลก
    .
    นายรังสิมันต์ กล่าวถึงความสำคัญของบทบาทรัฐสภา ว่า พวกเราเป็นผู้พิทักษ์สถาบันประชาธิปไตย ผู้ปกป้องสิทธิมนุษยชน และเป็นสะพานเชื่อมระหว่างกฎหมายกับความยุติธรรมชาติพันธมิตรที่ร่วมสนับสนุนร่างข้อมตินี้ ก็ได้ยอมรับถึงความเร่งด่วนของวิกฤตแบบผสมผสาน รวมถึงการก่ออาชญากรรมที่ใช้เทคโนโลยีไซเบอร์ ขบวนการนี้ยังเกี่ยวข้องกับแก๊งค้ายาข้ามชาติและการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ ซึ่งทั้งหมดนี้ร่วมกันบ่อนทำลายความเชื่อมั่นของประชาชน และสั่นคลอนอธิปไตยของชาติ โดยเฉพาะเมื่ออาชญากรรมเหล่านี้ถูกวางแผนหรือได้รับการสนับสนุนโดยรัฐ หรือผู้ที่ไม่ใช่รัฐ ทั้งๆ ที่ละเมิดต่อกฎหมายระหว่างประเทศทุกข้อ
    .
    นายรังสิมันต์ กล่าวทิ้งท้ายว่า จะทำหน้าที่ด้วยความเชื่อมั่น และพร้อมจะทำงานในทุกการประชุมของพวกเรา เพื่อให้แน่ใจว่าการมีส่วนร่วมได้เกิดขึ้นอย่างแท้จริง ทั้งหมดนี้ก็เพื่ออนาคต เพื่อความปลอดภัยของผู้คนและโลกของเรา
    .
    โดยหลังจากนี้ จะมีการตั้งกรรมาธิการ จำนวน 11 คน เป็นตัวแทนจากทุกกลุ่มภูมิภาคของ IPU ซึ่งมี 6 กลุ่ม แต่ละกลุ่มเสนอชื่อกรรมาธิการได้ไม่เกิน 2 ชื่อ (เสนอ 1 ชื่อก็ได้) โดยในส่วนของผู้แทนรัฐสภาไทย จะเสนอชื่อ ส.ส.รังสิมันต์ เป็นหนึ่งในกรรมาธิการแน่นอน ซึ่งผู้แทนรัฐสภากัมพูชาได้เสนอตัวเป็นกรรมาธิการปรับแก้ร่างข้อมติฉบับนี้ด้วย โดยเสนอตัวตั้งแต่ในการประชุมรอบประสานงานของกลุ่มอาเซียนบวก 3 โดยมีจีนให้การสนับสนุน และผู้แทนรัฐสภาจีนก็จะเสนอบุคคลเข้าร่วมเป็นกรรมาธิการด้วยเช่นกัน

    #ThePolitics

    https://www.facebook.com/share/p/1BdpgHdvT5/
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,225
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ในปีนี้ จนถึงเดือนกันยายน มีเหตุการณ์ชาวเกาหลีใต้ถูกลักพาตัวในไทย 11 คดี หนึ่งในนั้นเกิดขึ้นในจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวยอดนิยม ตามรายงานของโคเรียเฮรัลด์ เมื่อวันพุธ(22ต.ค.)

    โคเรียเฮรัลด์ รายงานอ้างข้อมูลจากโคเรีย อีโคโนมิก เดลี ระบุว่าจำนวนเหตุลักพาตัวชาวเกาหลีใต้ในไทย เพิ่มขึ้นจาก 0 ในปี 2021 เป็น 1 รายในปี 2022 ขณะที่ปี 2023 และ 2024 มีพลเมืองโสมขาวถูกลักพาตัวในไทยปีละ 5 คน รายงานนี้อ้างอิงข้อมูลจากกระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้ ที่ยื่นต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร คิม กอน จากพรรคฝ่ายค้าน "พีเพิล พาวเวอร์ ปาร์ตี"

    ขณะเดียวกัน ไทย มีข้อมูลอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องเหยื่อชาวเกาหลีใต้หรือผู้กระทำผิดชาวเกาหลีใต้ เพิ่มขึ้นเช่นกัน ในนั้นรวมถึงกรณีที่นักท่องเที่ยวชาวเกาหลีวัย 34 ปีคนหนึ่ง ถูกลักพาตัวและสังหารในไทยโดยชายชาวเกาหลีใต้ 3 คน ก่อนแต่ละคนจะถูกจับในเกาหลีใต้ เวียดนามและกัมพูชา

    สำนักข่าวโคเรียเฮรัลด์ รายงานว่า เมื่อเดือนมกราคม เจ้าหน้าที่ไทยได้ทลายแก๊งอาชญากรรมที่ประกอบด้วยชาวเกาหลี 20 คนและชาวจีน 1 คน ในจังหวัดชลบุรี รายงานข่าวระบุว่าผลของปฏิบัติการดังกล่าว ชายชาวเกาหลีใต้รายหนึ่งที่ถูกลักพาตัวและโดนบังคับทำงานให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ได้รับความช่วยเหลือออกมา

    "รัฐบาลต้องสถาปนาระบบความร่วมมือไม่ใช่แค่กับกัมพูชา แต่ควรรวมไปถึงไทยและประเทศหลักอื่นๆในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อปกป้องประชาชนของเรา" คิม กล่าว พร้อมระบุว่าทางรัฐจำเป็นต้องบกระดับเฝ้าระวังประกาศจ้างงานผิดกฎหมาย ที่ล่อลวงเหยื่อไปยังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

    ตามหลังข่าวนักศึกษามหาวิทยาลัยชาวเกาหลีใต้รายหนึ่งถูกทรมานและสังหารในกัมพูชา ชาวเกาหลีใต้หลายคนมีความกังวลมากขึ้นเรื่อยๆเกี่ยวกับความปลอดภัยในบางชาติในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หลายชาติเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดเยี่ยม ทั้งนี้ในปี 2024 มีนักท่องเที่ยวชาวเกาหลีใต้เดินทางเยือนไทย 1.86 ล้านคน เป็นรองเพียงแค่ จีน, มาเลเซีย และ อินเดีย

    (ที่มา:โคเรียเฮรัลด์)

    https://www.facebook.com/share/p/19hbhUk5nB/
     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,225
    ค่าพลัง:
    +97,153
    หลี่ เท็ต กรรมการบริหารของบริษัทเอฟเอสเอ็ม โฮลดิ้ง ที่จดทะเบียนในฮ่องกง ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่ง หลังจากเจ้าหน้าที่สหรัฐฯโยงเขากับปฏิบัติการสแกมทางไบเซอร์ที่มีฐานในกัมพูชา

    สำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างประเทศ (Office of Foreign Assets Control) แห่งกระทรวงการคลังสหรัฐฯ คว่ำบาตร หลี่ ตามคำกล่าวหาเกี่ยวข้องทางอาญากับสิ่งที่เขาเรียกว่าองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ(TCO) ปรินซ์กรุ๊ป ซึ่งทางเจ้าหน้าที่อเมริกาและสหราชอาณาจักร บอกว่าเกี่ยวข้องกับการสแกมออนไลน์ ค้ามนุษย์และฟอกเงิน

    ขณะที่ ปรินซ์ โฮลดิ้ง กรุ๊ป ที่นำโดย เฉิน จื้อ นักธุรกิจที่เกิดในจีน ถูกขึ้นบัญชีดำในฐานะองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติเช่นกัน อ้างอิงข้อมูลจากสำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างประเทศแห่งสหรัฐฯ

    เอฟเอสเอ็ม โฮลดิ้ง ระบุในถ้อยแถลงที่ยื่นต่อตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงเมื่อวันอังคาร(21ต.ค.) ว่า หลี่ ลาออกจากทุกตำแหน่งในเอฟเอสเอ็ม โฮลดิ้ง ในนั้นรวมถึงกรรมการบริหาร, ประธานบอร์ดบริหารและประธานคณะกรรมการสรรหา มีผลตั้งแต่วันอังคาร(21ต.ค.) เป็นต้นไป

    ถ้อยแถลงของ เอฟเอสเอ็ม โฮลดิ้ง ระบุว่าทางบริษัทได้ทำการประเมินเป็นการภายในในทันที และใช้มาตรการต่างๆเพื่อรับประกันการปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบที่บังคับใช้อย่างครบถ้วน ครั้งที่ได้ทราบคำประกาศของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ "ปัจจุบันบริษัทกำลังอยู่ระหว่างขอคำแนะนำทางที่ปรึกษามืออาชีพ เพื่อประเมินและจัดการกับสถานการณ์ และจะมีการออกถ้อยแถลงเพิ่มเติม เมื่อถึงเวลาเหมาะสม"

    ทั้งนี้ หลี่ เท็ต หรือ หลี่ เทียน ในภาษาจีน เกิดในกรุงปักกิ่ง เมื่อวันที่ 6 กรกฏาคม และถือครองสัญชาติทั้งจีนและกัมพูชา นอกจากนี้แล้วเขายังถือพาสปอร์ตประเทศวานูอาตูอีกด้วย

    เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม สหรัฐฯคว่ำบาตรเครือข่ายธุรกิจ 115 แห่ง ที่บอกว่ามีความเกี่ยวข้องกับปรินซ์ กรุ๊ป โดยในนั้นมีอยู่ 11 แห่งที่จดทะเบียนในฮ่องกง ทั้งหมดเป็นบริษัทเชลล์นอกชายฝั่ง เป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนในต่างประเทศ มีลักษณะที่ตั้งอยู่บนเอกสารเท่านั้น โดยไม่มีการดำเนินงานจริงๆ

    อย่างไรก็ตามตัวของ เอฟเอสเอ็ม โฮลดิ้ง ไม่ได้อยู่ในรายชื่อที่ถูกสหรัฐฯคว่ำบาตร

    เอฟเอสเอ็ม โฮลดิ้ง จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงมาตั้งแต่ปี 2018 บริษัทแห่งนี้ดำเนินธุรกิจผลิตชิ้นส่วนโลหะและพัฒนาเกมมือถือออนไลน์ อย่างไรก็ตามพวกเขาจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทในหมู่เกาะเคย์แมน

    ในส่วนของปรินซ์กรุ๊ป จดทะเบียนในฐานะกลุ่มบริษัทข้ามชาติในกัมพูชา โดยเน้นการลงทุนด้านอุตสาหกรรมบันเทิง การเงินและอสังหาริมทรัพย์

    อ้างอิงข้อมูลจากเจ้าหน้าที่สหรัฐฯและสหราชอาณาจักร ระบุว่าทาง ปรินซ์กรุ๊ป ดำเนินกิจกรรมทางอาญาขนาดใหญ่โต ในนั้นรวมถึงฉ้อโกงทางไซเบอร์ ค้ามนุษย์ บังคับใช้แรงงาน ควบคุมดูแลเขตล้อมรั้วศูนย์สแกมเมอร์และฟอกเงิน ในประเทศต่างๆหลายชาติ วอชิงตันและลอนดอนให้คำนิยามความเคลื่อนไหวครั้งนี้ว่าเป็นปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายเล็งเป้าเล่นงานเครือข่ายอาชญากรรมทางไซเบอร์ครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

    ในช่วงกลางเดือนตุลาคม เจ้าหน้าที่สหรัฐฯและสหราชอาณาจักร ทำการอายัดทรัพย์ในรูปแบบของบิสคอยน์และที่พักสุดหรู ที่เกี่ยวข้องกับ เฉิน มูลค่ากว่า 14,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ และอายัดทรัพย์สินต่างๆที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายของเขาในหลายประเทศ

    (ที่มา:เซาต์ไชนามอร์นิงโพสต์)

    https://www.facebook.com/share/1CfyaXSkCT/
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,225
    ค่าพลัง:
    +97,153


    1.jpg
     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,225
    ค่าพลัง:
    +97,153
    คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี ออกประกาศด่วน! เลือดกรุ๊ป B ขาดหนักมาก

    ตอนนี้คลังเลือดของโรงพยาบาล อยู่ในภาวะวิกฤติ มีผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือด และผ่าตัด ต้องใช้เลือดทุกวัน

    ขอเชิญผู้มีจิตศรัทธา กรุ๊ป B มาช่วยบริจาคเลือด
    ห้องบริจาคโลหิตรามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์ ชั้น 1 โซน B6
    เปิดบริการทุกวัน
    จันทร์–ศุกร์ 08:30–11:30 / 13:00–15:30
    เสาร์–อาทิตย์ 09:30–11:30 / 13:00–16:30
    ☎️ โทร. 0-2839-6050

    ❤️ ทุกหยดเลือดของคุณ คือ “โอกาสรอดชีวิตของอีกคนหนึ่ง”

    FB_IMG_1761182841531.jpg
     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,225
    ค่าพลัง:
    +97,153
    IOC ตัดขาดอินโดนีเซีย! ฝันเจ้าภาพโอลิมปิก 2036 พัง—ห้ามจัดแข่งนานาชาติ หลังปฏิเสธวีซ่าให้นักกีฬาอิสราเอล
    —พังยับกลางอากาศ! เมื่อ “คณะกรรมการโอลิมปิกสากล” หรือ IOC ตัดสัมพันธ์กับอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการ พร้อมประกาศ “แช่แข็งทุกโครงการ” ตั้งแต่แผนเจ้าภาพโอลิมปิก 2036 ยันโอลิมปิกเยาวชน 2030 หลังจากรัฐบาลจาการ์ตา “ปฏิเสธออกวีซ่า” ให้ทีมยิมนาสติกอิสราเอลเข้าร่วมแข่งชิงแชมป์โลก—เหตุผลคือ

    “ยืนข้างปาเลสไตน์”

    เสียงสะเทือนนี้ดังจากเมือง โลซาน สวิตเซอร์แลนด์ เมื่อ 22 ต.ค. หลังประชุมฉุกเฉินของ IOC ที่มี “เคิร์สตี คอฟตรี” ประธานหญิงเหล็กแห่งวงการกีฬาโลก เป็นผู้นำแถลงชัดว่า

    > “กีฬาต้องไม่ถูกแยกด้วยเชื้อชาติ ศาสนา หรือการเมือง”

    พร้อมประกาศให้ทุกสหพันธ์ทั่วโลก “งดจัดการแข่งขันระดับนานาชาติในอินโดนีเซีย” จนกว่าจาการ์ตาจะยืนยันรับนักกีฬาทุกชาติ “อย่างเท่าเทียม”

    เรื่องนี้เริ่มจากรัฐบาลอินโดนีเซียประกาศไม่ออกวีซ่าให้ทีมยิมนาสติกศิลป์อิสราเอล 6 คน ที่จะมาแข่งชิงแชมป์โลกครั้งที่ 53 ที่จาการ์ตา ระหว่าง 19–25 ต.ค. โดย “ยูซริล อิซา มาหัมดรา” รัฐมนตรีกฎหมายอาวุโส กล่าวแรงว่า

    > “เราจะไม่ให้คนที่สังหารพี่น้องชาวกาซาเข้ามาในแผ่นดินนี้”

    ฝั่งอิสราเอลถึงกับเดือด นักกีฬาดังอย่าง “อาร์เท็ม ดอลโกปีอัต” เจ้าของเหรียญทองโอลิมปิกโตเกียว ต้องถอนตัวโดยไม่ได้โชว์ลีลาแม้แต่รอบเดียว ขณะที่สหพันธ์ยิมนาสติกโลก (FIG) ถึงกับออกมาบอกว่า “นี่คือเหตุการณ์ที่ไม่ควรเกิดในศตวรรษที่ 21”

    IOC พยายามไกล่เกลี่ย แต่ล้มเหลว สุดท้ายสั่ง “ปิดประตูคุย” กับคณะกรรมการโอลิมปิกอินโดนีเซียทันที สะเทือนฝันใหญ่ของ “โจโก วิโดโด้” ที่หวังให้เมืองหลวงใหม่ “นูซันตารา” เป็นเจ้าภาพโอลิมปิก 2036 อย่างสิ้นเชิง

    ย้อนดูประวัติ อินโดนีเซียเคยถูกแบนมาแล้วตอนโอลิมปิกโตเกียว 1964 เพราะไม่ยอมรับนักกีฬาจากอิสราเอลและไต้หวัน—เรียกว่า “กรรมเก่า” ตามหลอกไม่เลิก

    นักวิเคราะห์จาก Inside the Games ชี้ว่า นี่คือ “จุดจบของความฝันโอลิมปิกในโลกมุสลิม” และเป็นหายนะทางภาพลักษณ์ระดับชาติ เพราะ IOC อาจขยายมาตรการไปถึงการระงับเงินสนับสนุน และการห้ามเจ้าหน้าที่อินโดนีเซียเข้าร่วมประชุมกีฬาโลกด้วย

    ด้าน “รายา ซัปตา ออกโตฮารี” ประธาน KOI ยอมรับผลกระทบเต็มๆ แต่ยังยืนยันว่ารัฐบาล “ทำเพื่อมนุษยธรรม” ขณะที่สภาอุลามาอินโดนีเซีย (MUI) สนับสนุนการตัดสินใจโดยบอกว่า “นี่คือการยืนข้างผู้ถูกกดขี่”

    แต่ในสายตาโลกตะวันตก คำว่า “ยืนข้าง” กลับเท่ากับ “ละเมิดหลักการกีฬา”—และในโลกที่ IOC คุมทุกสนาม นั่นคือใบแดงถาวร

    นักการทูตยุโรปบางรายบอกตรง ๆ ว่า อินโดนีเซีย “เผาสะพานตัวเอง” เพราะแม้จะมีเสียงปรบมือจากโลกมุสลิม แต่ก็สูญเสียความน่าเชื่อถือในฐานะเจ้าภาพระดับโลกไปอีกนาน

    คำถามคือ... “กีฬา” ควรเป็นพื้นที่ปลอดการเมืองจริงหรือไม่?
    หรือแท้จริงแล้ว “กีฬา” ก็แค่สมรภูมิใหม่—ที่มหาอำนาจใช้ขึงเชือกระหว่าง “อุดมการณ์” กับ “ผลประโยชน์”

    22 ตุลาคม 2568 : คัดข่าว/หาดใหญ่

    ที่มา: Reuters , BBC , IOC Official , Times of Israel , CNN , Al Jazeera , Inside the Games , The Independent , JFeed , Deseret News.
    https://www.facebook.com/share/p/1H1UaPQdcL/
     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,225
    ค่าพลัง:
    +97,153
    “ที-โดม” โล่เหล็กแห่งไต้หวัน—อิสราเอลส่งเทคโนโลยีลับให้! ปักกิ่งควันขึ้น—วอชิงตันพยักหน้า
    —โลกกำลังกลับเข้าสู่ยุค สงครามเย็นแบบใหม่ อีกครั้ง เมื่อไต้หวันลับรับเทคโนโลยีจากอิสราเอล สร้าง “ที-โดม” (T-Dome) ระบบป้องกันภัยทางอากาศคล้าย “ไอรอน โดม” (Iron Dome) ของอิสราเอล เพื่อรับมือขีปนาวุธจากจีนแผ่นดินใหญ่ ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างอิสราเอลกับปักกิ่งที่ร้าวลึกตั้งแต่สงครามกาซา

    รายงานจาก Intelligence Online เผยว่า “โป หย่ง-ฮุย” (Po Horng-huei) รองรัฐมนตรีกลาโหมไต้หวัน เดินทางเยือนอิสราเอลอย่างลับสุดยอดเมื่อเดือนกันยายน 2568 เพื่อหารือโครงการพัฒนา “ที-โดม” โดยได้รับการสนับสนุนจากบริษัทอาวุธอิสราเอลภายใต้คราบ “โครงการวิจัยพลเรือน”

    เทคโนโลยีที่ถ่ายทอดให้รวมถึงเรดาร์แบบ “กรีน ไพน์” (Green Pine) ตรวจจับเป้าหมายไกล 500 กิโลเมตร และจรวดสกัดดัดแปลงจาก “แอร์โรว์-2” (Arrow-2) ซึ่งเคยใช้ยิงสกัดขีปนาวุธอิหร่านเหนือท้องฟ้าในเดือนเมษายนปีนี้ ทั้งหมดถูกนำมาผสมผสานในระบบใหม่ “เทียนกง-4” (Tien-Kung-4) ของไต้หวัน ที่เพิ่งเปิดตัวในงานแสดงอาวุธ TADTE 2025 ณ ไทเป — ความเร็วสูงสุดแมค 7 และสกัดเป้าหมายได้สูงกว่าแพทริออตของสหรัฐฯ

    “ที-โดม” จะเป็นเกราะหลายชั้น ครอบคลุมตั้งแต่ระดับต่ำ (โดรนและจรวดสั้น) ถึงระดับสูง (ขีปนาวุธพิสัยกลาง) โดยบูรณาการเข้ากับระบบ “แพทริออต” และ “เทียนกง-3” ภายใต้แนวคิด Integrated Battle Command System คล้ายของสหรัฐฯ แต่ปรับให้เข้ากับภูมิประเทศแคบและภูเขาสูงของไต้หวัน

    เบื้องหลังการจับมือครั้งนี้ ไม่ได้มีแค่เรื่องเทคนิค—แต่คือ “การเมืองโลก” หลังอิสราเอลผิดหวังจากปักกิ่งที่หันไปจับมืออิหร่าน ทั้งขายระบบป้องกัน HQ-9B และเครื่องบิน J-10C รวมถึงพบอาวุธจีนในคลังของฮามาสในกาซา แถมจีนยังตำหนิอิสราเอลว่า “ลงโทษหมู่ชาวปาเลสไตน์” ทำให้เทลอาวีฟหันมาหา “มิตรที่เข้าใจภัยเดียวกัน” นั่นคือ ไต้หวัน

    Chatham House วิเคราะห์ว่า อิสราเอลเริ่มมองจีนเป็นภัยคุกคามทางอ้อมผ่านอิหร่าน การช่วยไต้หวันพัฒนาโล่ป้องกันจึงเท่ากับ “ตีกลับ” ปักกิ่งในเชิงยุทธศาสตร์ ส่วนสหรัฐฯ ซึ่งหนุนหลังทั้งคู่ก็ “ยิ้มอ่อน” เพราะถือเป็นทางลัดที่ช่วยยกระดับการป้องกันของไต้หวันโดยไม่ต้องลงแรงมาก

    แต่แน่นอนว่า ปักกิ่งไม่ขำด้วย—โฆษกกลาโหมจีนออกแถลงการณ์เตือนเมื่อวันที่ 18 ต.ค. ว่า “จีนจะไม่ทนต่อการแทรกแซงจากต่างชาติ” พร้อมขู่ว่าอาจใช้ “มาตรการตอบโต้ที่จำเป็น” ทั้งด้านเศรษฐกิจและความมั่นคง โดยเฉพาะกับอิสราเอลซึ่งพึ่งพาการค้ากับจีนถึง 10% ของ GDP

    นักวิเคราะห์จาก Atlantic Council มองว่า “ที-โดม” คือหมากยุทธศาสตร์ของไต้หวันที่จะเปลี่ยนจากเกาะรับลูก เป็นเกาะที่มีโล่ของตัวเอง “นี่ไม่ใช่แค่ระบบป้องกัน แต่คือการประกาศว่า ไต้หวันจะไม่ยอมตกเป็นยูเครนแห่งเอเชียตะวันออก”

    ทว่าคำถามใหญ่ยังคงอยู่—โล่เหล็กที่สร้างจากเทคโนโลยีของสองประเทศที่ถูกจีนขวางหน้า จะรับมือกับ “พายุจากปักกิ่ง” ได้จริงหรือ หรือจะกลายเป็นเพียง “เป้าใหม่” ให้มังกรแดงทดสอบฝีมือในวันที่วอชิงตันหันไปมองยูเครนและตะวันออกกลาง?

    23 ตุลาคม 2568 : คัดข่าว/หาดใหญ่

    ที่มา: Intelligence Online , Times of Israel , Reuters , BBC , Army Recognition , The Diplomat , Atlantic Council , Pravda EN , Washington Post , CSIS.

    https://www.facebook.com/share/p/19Hxvad1et/
     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,225
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ถอดความการโจมตีไทยบนเวทีรัฐสภาโลก ipu ของรองประธานรัฐสภากัมพูชา
    .
    — รู้ก่อนอ่าน ด้านล่างนี้คือฉบับ “แปลและประมวลสรุปเชิงวิเคราะห์” ของถ้อยแถลง นายอาว์ช บอริด (Ouch Borith) รองประธานวุฒิสภากัมพูชา ที่กล่าวในที่ประชุมรัฐสภาระหว่างประเทศ (IPU) ครั้งที่ 151 ณ กรุงเจนีวา เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม โดย @ เรียบเรียงให้ครบถ้วนทุกประเด็นตามต้นฉบับที่ลงในสื่อของกัมพูชา Phnom Penh Post พร้อมอธิบายบริบททางการเมืองและกฎหมายระหว่างประเทศ

    อย่างไรก็ดีต้องเข้าใจก่อนว่าเขากล่าวยาวมากจนถูกตำหนิ ทั้งจากประธานที่คุมการประชุมและสมาชิกหลายคนซึ่งส่งเสียงอึดอัด ซึ่งส่วนที่ถูกตำหนินี้ไม่ได้เอ่ยถึงในสื่อของกัมพูชา ว่าง่ายได้ด่าไทยในสากลโลกแล้ว โดยตำหนิเรื่องมารยาทไม่เอ๋ยภึง

    แปลและถอดความ

    ผู้นำวุฒิสภากัมพูชาได้แบ่งปันบางส่วนของความท้าทายที่ชาวบ้านกัมพูชาซึ่งอาศัยอยู่ตามแนวชายแดนไทยต้องเผชิญ ต่อหน้าคณะผู้แทนรัฐสภาระหว่างประเทศจำนวนมาก โดยระบุว่าพวกเขากำลังเผชิญกับการถูกขับไล่และการถูกคุกคามให้ย้ายออก รวมถึงความเครียดทางจิตใจที่เกิดจากการเปิดเสียงดังอันน่าหวาดกลัวและเสียงกรีดร้องจากลำโพงของฝ่ายไทย

    เขายังได้กล่าวถึงการที่ทหารกัมพูชาจำนวน 18 นายยังคงถูกควบคุมตัว ซึ่งถูกจับกุมในวันถัดมาหลังจากที่ได้มีการลงนามในข้อตกลงหยุดยิง

    ในระหว่างการประชุมสมัชชาสหภาพรัฐสภา (Inter-Parliamentary Union – IPU) ครั้งที่ 151 การอภิปรายทั่วไป (General Debate) ที่เมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม นาย อาว์ช บอริด รองประธานวุฒิสภาคนแรก ได้อธิบายถึงวิธีที่ประเทศไทยไม่เคารพกฎหมายและข้อตกลงระหว่างประเทศ ซึ่งนำไปสู่เหตุปะทะที่รุนแรงในช่วงวันที่ 24–28 กรกฎาคม และได้เสนอแนวทางที่อาจเป็นหนทางไปข้างหน้า

    การอภิปรายทั่วไปซึ่งมีหัวข้อว่า “การธำรงรักษามาตรฐานด้านมนุษยธรรมและการสนับสนุนการดำเนินการด้านมนุษยธรรมในยามวิกฤติ” ยังมีผู้แทนจากประเทศไทยเข้าร่วมด้วย

    บอริดได้เน้นย้ำว่ากัมพูชาได้เผชิญกับความทุกข์อย่างใหญ่หลวงในอดีต โดยกล่าวว่าประชาชนสามารถบรรลุถึงสันติภาพและการปรองดองได้ก็ด้วยการเสียสละอย่างมหาศาล โดยมีสันติภาพเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาชาติ

    เขากล่าวว่ากัมพูชาไม่มีความปรารถนาที่จะเป็นปฏิปักษ์กับประเทศใด รวมถึงประเทศเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิดที่สุดอย่างประเทศไทย เนื่องจากทั้งสองประเทศมีประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และสายสัมพันธ์ในอาเซียนร่วมกัน น่าเสียดายที่สถานการณ์บริเวณชายแดนได้บีบบังคับให้กัมพูชาจำเป็นต้องตอบโต้

    เขาได้อธิบายว่า พรมแดนระหว่างสองประเทศนั้นมิได้เป็นสิ่งที่ยังไม่ถูกกำหนดชัดเจน แต่ได้ถูกกำหนดไว้อย่างชัดแจ้งโดยอาศัยเอกสารทางกฎหมายระหว่างประเทศที่มีผลผูกพัน ซึ่งรวมถึง “อนุสัญญาฝรั่งเศส–สยาม ปี 1904” และ “สนธิสัญญาฝรั่งเศส–สยาม ปี 1907” เอกสารเหล่านี้เป็นรากฐานสำหรับการปักปันเขตแดนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เขากล่าวเพิ่มเติมว่า

    นอกจากนี้ ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) ยังได้ยืนยันเอกสารเหล่านี้อีกครั้งผ่านคำพิพากษาในปี 1962 และปี 2013 รากฐานทางกฎหมายนี้ยังได้รับการเสริมความมั่นคงด้วย “บันทึกความเข้าใจปี 2000 (MOU 2000)” ซึ่งระบุไว้อย่างชัดเจนว่า ทั้งสองฝ่ายถูกห้ามไม่ให้ดำเนินการใด ๆ ที่อาจเปลี่ยนแปลงสภาพของพื้นที่บริเวณชายแดน และได้จัดตั้ง “คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม” (Joint Boundary Commission – JBC) ขึ้นเป็นกลไกทางเทคนิคเพียงแห่งเดียวในการปักปันเขตแดน

    “น่าเสียดายที่ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นนั้นมีต้นตอมาจากการไม่ให้ความเคารพต่อเอกสารทางกฎหมายระหว่างประเทศเหล่านี้ และจากความพยายามที่จะบังคับใช้เจตจำนงฝ่ายเดียวเหนือกลไกที่ตกลงร่วมกัน ความสงบสุขที่แท้จริงจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเราปฏิบัติตามเอกสารเหล่านี้อย่างซื่อสัตย์ และยอมรับอำนาจของกระบวนการยุติธรรมระหว่างประเทศอย่างจริงใจ” บอริดกล่าว

    ขณะที่เขาได้แสดงความขอบคุณต่อประเทศจีน มาเลเซีย และโดยเฉพาะอย่างยิ่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ สำหรับการมีส่วนร่วมในการทำให้เกิดข้อตกลงหยุดยิงเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม และการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องต่อกระบวนการเจรจาที่มุ่งสร้างสันติภาพและเสถียรภาพอย่างยั่งยืน บอริดก็ได้เตือนว่า “สันติภาพตามแนวชายแดนยังคงเปราะบาง”

    “ชาวบ้านกัมพูชายังคงต้องเผชิญกับการพลัดถิ่น การถูกปิดล้อม และการข่มขู่ให้ย้ายออก ในขณะที่ทหารกัมพูชาจำนวน 18 นายยังคงถูกควบคุมตัวอย่างมิชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งถือเป็นการละเมิดอนุสัญญาเจนีวาฉบับที่สาม สิ่งที่น่ากังวลไม่แพ้กันคือรายงานเกี่ยวกับการข่มขวัญทางจิตใจ — เช่น การเปิดเสียงหลอนในยามค่ำคืน หรือเสียงแหลมสูงและน่าสะพรึง ที่สร้างความทรมานให้แก่ชุมชนที่มีชีวิตอยู่ภายใต้ความหวาดกลัวอยู่แล้ว” เขาเตือน

    เขากล่าวเพิ่มเติมว่า การดำเนินการฝ่ายเดียว เช่น การบังคับใช้กฎหมายภายในของไทยในพื้นที่ที่มีข้อพิพาท และการติดตั้งรั้วลวดหนามภายในดินแดนอธิปไตยของกัมพูชา เป็นการบ่อนทำลายบันทึกความเข้าใจปี 2000 และทำลายพื้นฐานของความไว้วางใจซึ่งจำเป็นสำหรับกลไกความร่วมมือร่วมกันที่จะประสบความสำเร็จ

    บอริดยังได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาของไทยที่ว่ากัมพูชาได้ทำให้บริเวณ “ปราสาทพระวิหาร” ซึ่งเป็นมรดกโลกมีลักษณะเป็นพื้นที่ทหาร โดยเรียกข้อกล่าวหานั้นว่า “ไม่มีมูล” เขาระบุว่า “กัมพูชาไม่ได้ปกป้องปราสาทแห่งนี้ด้วยอาวุธ แต่ปกป้องด้วยมรดกทางวัฒนธรรม กฎหมาย และความอดกลั้น” ในขณะที่เป็นฝ่ายกองทัพไทยเองที่ “ได้ยิงปืนใหญ่เข้าใส่ และคุกคามต่อทั้งศิลาและจิตวิญญาณของปราสาท”

    เขากล่าวเพิ่มเติมว่า กัมพูชาได้ปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงอย่างครบถ้วน ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) ยูเนสโก (UNESCO) และอาเซียน และได้ส่งหลักฐานที่ผ่านการตรวจสอบแล้วต่อคณะกรรมการติดตามการปฏิบัติตามของ “อนุสัญญาออตตาวา”

    “พฤติกรรมของเราดำเนินไปตามหลักการ ไม่ใช่ตามโฆษณาชวนเชื่อ ตามกฎหมาย ไม่ใช่ด้วยความทะเยอทะยาน กัมพูชาปกป้องไม่ใช่เพื่อการพิชิต แต่เพื่อมโนธรรม — และตามที่ประวัติศาสตร์จะเป็นพยาน ความจริงนั้นไม่จำเป็นต้องมีอาวุธใด ๆ นอกจากตัวของมันเอง” เขากล่าวเสริม

    เขายังได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาซ้ำ ๆ ของไทยที่ว่า กัมพูชาได้วางกับระเบิดใหม่ โดยระบุว่าข้อกล่าวหานั้น “ไม่มีมูลความจริง” ในทางตรงกันข้าม เขาชี้ว่า กัมพูชาได้ทำลายกับระเบิดมากกว่า 3 ล้านลูก เปิดดินแดนของตนให้มีการตรวจสอบจากนานาชาติ และยังคงทำหน้าที่เป็นผู้สนับสนุนชั้นนำของการกำจัดกับระเบิดภายใต้อนุสัญญาออตตาวา

    “หากมีการค้นพบกับระเบิดในพื้นที่ชายแดน มันจะสะท้อนถึงซากของความขัดแย้งในอดีต มากกว่าจะเป็นผลจากการกระทำใด ๆ ของกัมพูชาในปัจจุบัน” เขากล่าวยืนยัน

    “เราทุกคนต้องกลับมามุ่งมั่นอีกครั้งต่อการเจรจา ความซื่อสัตย์ และความไว้วางใจที่ดีต่อกัน และขอให้เราถามอย่างจริงใจว่า ประเทศเล็ก ๆ อย่างกัมพูชาจะสามารถมีความทะเยอทะยานที่จะอ้างสิทธิเหนือดินแดนของเพื่อนบ้านที่ใหญ่กว่าได้อย่างไร? คำตอบนั้นชัดเจนอยู่แล้ว ซึ่งเตือนเราว่า ความยุติธรรม มุมมองที่เที่ยงธรรม และการเคารพต่อความจริงทางประวัติศาสตร์ ต้องเป็นสิ่งที่ชี้นำความสัมพันธ์ของเรา” เขากล่าว

    “แม้จะมีความท้าทายในปัจจุบัน กัมพูชายังคงยื่นมือแห่งมิตรภาพต่อประเทศไทย โดยมั่นใจว่าความเคารพซึ่งกันและกัน ความเข้าใจในประวัติศาสตร์ และความร่วมมือ จะสามารถนำพาทั้งสองประเทศไปสู่สันติภาพที่ยุติธรรมและยั่งยืนได้” บอริดกล่าวสรุป

    ---

    นี่คือ ฉบับแปลคำต่อคำครบทุกประโยคจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ โดยไม่สรุป ไม่ตีความ และไม่ตัดทอน เพื่อให้สามารถใช้เป็นฐานสำหรับการวิเคราะห์

    ต้นฉบับจาก Phnom Penh Post

    https://www.facebook.com/share/p/17YWMKbfdW/
     
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,225
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สวีเดนฟาดดีลศตวรรษ! ยูเครนสั่ง “กริเพน” 150 ลำ—เซเลนสกีฝันเห็นปีกเหล็กปีหน้า แต่คริสเตอร์สสันเตือน “นี้แค่เริ่มเกมยาว”

    ในขณะที่เสียงระเบิดยังสะเทือนฟากฟ้าเหนือคาร์คิฟ ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี กลับยิ้มได้อีกครั้ง หลังปิดดีลประวัติศาสตร์กับสวีเดน—จดหมายเจตนาซื้อเครื่องบินรบ “กริเพน อี” (Gripen E) สูงสุดถึง 150 ลำ จากบริษัทซาเอบ (Saab) รวมมูลค่ากว่า หนึ่งแสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า สามล้านล้านบาท!

    พิธีลงนามจัดขึ้นที่โรงงานซาเอบ เมืองลิงก์ปิง (Linköping) เมื่อ 22 ต.ค. โดยนายกรัฐมนตรีอุลฟ์ คริสเตอร์สสัน ประกาศกลางโรงเก็บเครื่องบินว่า “นี่คือสัญญาป้องกันประเทศครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สวีเดน” — คำพูดที่ทำให้โรงงานทั้งโรงแทบสั่น

    กริเพนรุ่นอี ถือเป็นเครื่องรบอเนกประสงค์ยุค 4.5 ที่โดดเด่นด้วยความคล่องตัวและราคาประหยัด (ราว 85 ล้านดอลลาร์ต่อลำ) ใช้รันเวย์สั้นได้ บำรุงง่าย และติดเรดาร์ AESA ตรวจจับได้ไกล 200 กม. ยิงขีปนาวุธ AMRAAM ได้พร้อมกันถึง 10 ลูก—เหมาะกับยุทธวิธี “ฮิตแอนด์รัน” ของยูเครนที่ต้องหนีจรวดรัสเซียแทบทุกวัน

    เซเลนสกีกล่าวหลังเซ็นดีลว่า “กริเพนคืออนาคตของกองทัพอากาศยูเครน เรารู้ดีว่ากำลังสู้กับใคร และนี่คือเครื่องบินที่คู่ควรกับสนามรบจริง” พร้อมเผยว่านักบินยูเครนเริ่มฝึกแล้ว และตั้งเป้า “ขึ้นบินได้ภายในปีหน้า”

    แต่ในอีกฟากหนึ่งของโต๊ะ คริสเตอร์สสันกลับเตือนเสียงเรียบว่า “นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของเส้นทางยาวนาน” เพราะดีลนี้ยังไม่ใช่สัญญาซื้อขายจริง ซาเอบเพิ่งเร่งสายการผลิตจาก 10 ลำต่อปีเป็น 30 ลำต่อปี และกองทัพสวีเดนเองก็เพิ่งรับมอบลำแรกไปเมื่อสัปดาห์ก่อน การส่งมอบให้ยูเครนอาจเริ่มได้เร็วสุดในปี 2571—นั่นถ้าสงครามยุติก่อน

    ก่อนหน้านี้ สวีเดนเคย “แช่แข็ง” โครงการนี้ไว้ เพื่อรอให้พันธมิตรนาโต้ผลักดัน F-16 ก่อน แต่เมื่อยูเครนเริ่มรับเครื่องจากเดนมาร์กและเนเธอร์แลนด์แล้ว สต็อกโฮล์มจึง “คลายล็อก” กริเพนอีกครั้ง โดยอาจส่งรุ่นเก่า C/D จำนวน 10 ลำไปก่อนเพื่อฝึกนักบิน

    Atlantic Council วิเคราะห์ว่า ดีลนี้คือหมากยุทธศาสตร์ระยะยาวของนาโต้ “การสร้างกองทัพอากาศยูเครนแบบผสมตะวันตก” ที่ใช้ได้ทั้ง F-16, มิราจ 2000 และกริเพน เพื่อถักร่างระบบป้องกันภัยทางอากาศให้แน่นหนา

    แต่คำถามใหญ่ยังอยู่ที่ “งบ” — ยูเครนอยากได้ฟรี แต่สวีเดนไม่เล่นด้วย “ต้องจ่ายเต็ม” ทำให้คาดว่าจะใช้เงินจากกองทุนช่วยเหลือนาโต้หรือสหรัฐฯ ที่เพิ่งอนุมัติแพ็กเกจ 60,000 ล้านดอลลาร์ ส่วนรัสเซียก็ตอบโต้แทบจะทันที Pravda เยาะว่า “คีฟอยากได้ของฟรี แต่ต้องจ่ายแพงเหมือนซื้อฝัน”

    ในขณะที่ Chatham House วิเคราะห์ว่า ดีลนี้ทำให้ซาเอบกลายเป็น “พ่อค้าอาวุธประชาธิปไตย” รายใหม่ของยุโรป หลังสวีเดนเพิ่งเข้าร่วมนาโต้เมื่อปี 2567—จากประเทศเป็นกลาง กลายเป็นแนวหน้าของอุตสาหกรรมป้องกันภัยโลก

    จาก “ดีลบนกระดาษ” วันนี้ กริเพนกลายเป็นสัญลักษณ์ใหม่ของความหวังยูเครน—แต่กว่าจะเห็นปีกเหล็กจริงบินบนฟ้าคีฟ ก็อาจต้องรออีกหลายรอยเลือด

    23 ตุลาคม 2568 : คัดข่าว/หาดใหญ่

    ที่มา: Reuters , Kyiv Independent , AeroTime , United24 Media , The Aviationist , Atlantic Council , X

    https://www.facebook.com/share/16LCcp1Ctr/
     
  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,225
    ค่าพลัง:
    +97,153
    “นายกฯ อนุทิน” เรียกประชุมครม. ที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมก่อนร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน–เอเปค ยันตรวจทุกรายการก่อนลงนามข้อตกลงระหว่างประเทศ
    .
    เวลา 08.30 น. วันนี้ 23 ต.ค.68 ที่ ณ พระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (พระบรมรูปทรงม้า) พระลานพระราชวังดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยต่อสื่อมวลชนว่า ในช่วงบ่ายวันนี้จะมีการเรียกประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการเดินทางไปร่วมประชุมสำคัญระดับนานาชาติ 2 เวที ได้แก่ การประชุมสุดยอดอาเซียน ที่ประเทศมาเลเซีย และการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค (APEC Summit) ที่ประเทศเกาหลีใต้

    นายอนุทิน กล่าวว่า ที่ประชุม ครม.นัดพิเศษวันนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อ “ทบทวนและตรวจสอบความพร้อมของเอกสารและข้อตกลงระหว่างประเทศทุกฉบับ” ที่จะมีการลงนามหรือหารือในที่ประชุมอาเซียนและเอเปค โดยเฉพาะในส่วนของเอกสารที่เกี่ยวข้องกับความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การลงทุน และความมั่นคงในภูมิภาค เพื่อให้มั่นใจว่า ทุกขั้นตอนเป็นไปตามระเบียบของทางราชการ และผ่านความเห็นชอบจาก ครม. อย่างถูกต้อง
    .
    อ่านต่อใต้คอมเมนต์

    อ่านต่อที่ https://www.theroom44.com/contents/955572

    ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจได้ที่นี่ทุกช่องทาง
    ………………………………
    Line : https://lin.ee/fz3kPXy
    Facebook : https://www.facebook.com/theroom44
    Website : https://room44.info/
    Twitter : https://twitter.com/newroom44
    Tiktok: https://vt.tiktok.com/ZSWjC6o8/
    Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCcoyY6gFDXBQBRhKZeleA_g
    Instagram : https://www.instagram.com/theroom44.channel/n

    #การเมือง #อนุทิน #ข่าว #ข่าววันนี้ #ประชุมครม #ครม #ประชุมสุดยอดอาเซียน #เอเปค #Theroom44

    https://www.facebook.com/share/p/1BXAxdWp4z/
     
  18. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,225
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ผลประชุม JBC กัมพูชา ขอไม่ให้ใช้คำว่า “โยกย้ายหรือถอนทำลาย” แต่ให้ใช้คำว่า “ปรับการถือครองที่ดิน” ปมบ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้ว ส่วนประเด็นสร้างรั้วชายแดน ถูกกัมพูชาปฏิเสธ ระบุว่า ไม่ได้รับมอบอำนาจให้พิจารณา ตัดออกจากวาระการประชุม

    https://www.facebook.com/share/1CweTKwWGL/
     
  19. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,225
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เศรษฐกิจทรุด-กำลังซื้อหาย อสังหาฯ ชะลอโครงการใหม่9เดือน ไม่ถึง3หมื่นหน่วย
    .
    ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 การเปิดตัวโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลมีจำนวนเพียง 29,684 หน่วย ซึ่งลดลง 30% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
    .
    การชะลอตัวดังกล่าวเป็นผลมาจากภาวะเศรษฐกิจผันผวนและกำลังซื้อที่ลดลง ทำให้ผู้ประกอบการลดการเปิดโครงการใหม่เพื่อไม่ให้เกิดอุปทานล้นตลาด
    .
    โครงการบ้านแนวราบ (บ้านเดี่ยว, บ้านแฝด, ทาวน์เฮาส์) ได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยมีการเปิดตัวลดลง 36-46% ในขณะที่คอนโดมิเนียมลดลงเพียง 11% เนื่องจากยังคงเป็นที่ต้องการของตลาด

    https://www.facebook.com/share/1A15sLdBbV/
     
  20. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,225
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ธปท.เตือนเศรษฐกิจปี 69 โตต่ำ 1.6% จับตาส่งออกชะลอ บาทแข็งกดท่องเที่ยว
    .
    ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2569 จะขยายตัวในระดับต่ำเพียง 1.6% ซึ่งชะลอตัวลงต่อเนื่องจากปี 2568
    .
    ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อการเติบโตคือภาคการส่งออกที่คาดว่าจะชะลอตัวลงอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในช่วงครึ่งหลังของปี 2568
    .
    ภาคการท่องเที่ยวแม้มีแนวโน้มฟื้นตัว แต่ยังคงมีความกังวลต่อค่าเงินบาทที่แข็งค่า ซึ่งอาจเป็นแรงกดดันต่อการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวและความสามารถในการแข่งขัน #คนละครึ่งพลัส #เที่ยวดีมีคืน #เศรษฐกิจไทย

    https://www.facebook.com/share/p/1KAJqMcKW6/
     

แชร์หน้านี้

Loading...