พระปิดตาหลวงพ่ออุตตมะ

ในห้อง 'พระเครื่อง วัตถุมงคล' ตั้งกระทู้โดย Jumbo A, 17 สิงหาคม 2022.

  1. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,111
    ค่าพลัง:
    +21,459
    FB_IMG_1763029883954.jpg FB_IMG_1763029642318.jpg FB_IMG_1763029871867.jpg FB_IMG_1763029861024.jpg 2979236-355ac.jpeg

    พระยอดขุนพลแก้วพุทธจักรพรรดิ์" วัดพระพุทธบาทสี่รอย จ.เชียงใหม่ ปี 2541

    พระยอดขุนพลแก้วพุทธจักรพรรดิ์
    จัดสร้างขึ้นเพื่อเจตนาอันแรงกล้าที่จะให้สำเร็จเป็นพระยอดขุนพล(ขุนแผน)แห่งพระไตรสรณคมน์ (พระพุทธ,พระธรรม,พระอริยสงฆ์) อันบริสุทธิ์อย่างแท้จริง ที่ปราศจากมวลสารและกรรมวิธีทางไสยเวทย์มนต์ ได้เลือกสรรอัญเชิญแต่ผงพุทธคุณต่างๆมากมายจากหลวงปู่หลวงพ่อทั่วประเทศ, พระธาตุพระอริยสงฆ์ระดับพระอรหันต์ขีณาสพเจ้าองค์สำคัญ แห่งยุคสมัยล้วนๆ มาสถาปนาขึ้นเป็นองค์พระอย่างดีที่สุดก่อนจะได้นำถวาย หลวงปู่ครูบาอิน วัดฟ้าหลั่ง พระอริยะคณาจารย์อาวุโสสายครูบาเจ้าศรีวิชัยสมบูรณ์พร้อมด้วยญาณอภิญญา,วิชา และวิมุตติ อันสูงสุด ที่แม้พ่อแม่ครูบาอาจารย์สายกรรมฐานผู้ทรงมรรคผลนิพพานอย่างหลวงปู่สิม พุทธาจาโร สักการะไหว้สาด้วยความศรัทธาเลื่อมใสเป็นอย่างยิ่ง
    หลวงปู่ครูบาอิน วัดฟ้าหลั่ง กระทำการอธิษฐานจิตปลุกเสกเดี่ยวให้เป็นปฐมเมื่อ วันปิยมหาราช 23 ตุลาคม พ.ศ.2541
    อีกทั้งยังได้นำถวาย หลวงปู่ครูบาดาบส สุมโน อาศรมไผ่มรกต เชียงราย พระอริยะเจ้าผู้งามพร้อมทั้งกาย วาจาและใจอย่างยอดเยี่ยม อธิษฐานจิต เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2541 อีกวาระหนึ่ง
    ก่อนที่จะอัญเชิญรับกระแสพระพุทธบารมีของพระพุทธเจ้าทั้ง 4 พระองค์ ณ พระพุทธบาทสี่รอยเป็นที่สุด

    ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจากนิตยสารศักดิ์สิทธิ์ปีที่ 17 ฉบับที่ 390 วันที่ 1 เมษายน 2542 จากบทความข้อเขียนของคุณเนาว์ นรญาณ

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    ให้บูชา 350 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ(ปิดรายการ)

    IMG_20251113_171909.jpg IMG_20251113_171935.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 13 พฤศจิกายน 2025
  2. SIR2010

    SIR2010 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    3,195
    ค่าพลัง:
    +5,887
    จองครับ
     
  3. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,111
    ค่าพลัง:
    +21,459
    FB_IMG_1763030522575.jpg FB_IMG_1763030525048.jpg FB_IMG_1763030530147.jpg FB_IMG_1763030527608.jpg
    เหรียญพระปางประทานพร วัดดาวดึงส์บางกอกน้อยปี ๒๕๑๑ผ่านพิธีพุทธาภิเษก ยิ่งใหญ่นิมนต์เกจิอาจารย์ มาคับคั่ง โดยสมเด็จพระวันรัตหรือสมเด็จป๋า วัดโพธิ์ท่าเตียน เป็นองค์ประธานจุดเทียนชัยและประทับอธิษฐานจิตร่วมกับพระคณาจารย์ผู้ทรงวิทยาคุณรวม 109 รูป อาทิ
    หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี
    อาจารย์ทิม วัดช้างให้
    อาจารย์นำ วัดดอนศาลา
    หลวงพ่อพรหม วัดช่องแค
    เจ้าคุณผล วัดหนัง
    หลวงปู่แช่ม วัดนวลนรดิศ
    หลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม
    หลวงพ่อกวย วัดโฆสิตาราม
    หลวงปู่สุข วัดโพธิ์ทรายทอง
    หลวงพ่อนอ วัดกลางท่าเรือ
    หลวงพ่อแดง วัดเขาบันไดอิฐ
    ฯลฯ
    ดังนั้นพุทธคุณจึงครอบจักรวาล ทั้งเมตตามหานิยม โชคลาภเงินทอง รํ่ารวย แคล้วคลาดปลอดภัย มหาอุด คงกระพันชาตรี เคยปัดเป่าอัคคีภัยช่วยชาวบ้านมาแล้ว
    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ
    เหรียญพระประทานพรวัดดาวดึงษ์ สภาพไม่สวย

    ให้บูชา 150 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    IMG_20251113_175139.jpg IMG_20251113_175205.jpg
     
  4. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,111
    ค่าพลัง:
    +21,459
    FB_IMG_1763032326294.jpg FB_IMG_1763032329385.jpg FB_IMG_1763032322593.jpg

    พระสมเด็จดิน ๙ ประเทศ ปี พ.ศ. ๒๕๑๖ ทำพิธีมหาพุทธาภิเษกและลงพลังจิตโดยพระเกจิอาจารย์ชื่อดังจากทั่วประเทศโดยใช้พระคาถาชินปัญชรเป็นพระคาถาหลักสร้างกฤษดาอภินิหาริย์ปรากฏมากมายทั้งชาวไทยและต่างประเทศสมเด็จพระสังฆราช วัดราชบพิธฯทรงเป็นประธานคณะสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ในพิธีมหาพุทธาภิเษกพระสมเด็จดิน๙ประเทศ พระครูวามเทพมุนี อธิบดีพรามณ์ ประกอบพิธีทำน้ำเทพมนต์ในพิธีมหาพุทธาภิเษกพระสมเด็จดิน 9 ประเทศ บรรดาเกจิอาจารย์ ต่างๆได้ร่วมกันลงพลังจิตในพิธีพุทธาภิเษกในครั้งนั้นอาทิ

    หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี
    หลวงปู่เทียม วัดกษัตราธิราช
    หลวงพ่อกี๋ วัดหูช้าง
    หลวงปู่ส่วน วัดป่าไก่
    หลวงพ่อทองอยู่ วัดใหม่หนองพระองค์
    หลวงพ่อเส่ง วัดกัลยาณมิตร
    หลวงพ่อบุญ วัดวังมะนาว
    หลวงพ่อบูญมี วัดอ่างแก้ว
    หลวงปู่สาม วัดป่าไตรวิเวก
    หลวงปู่พล วัดหนองคณฑี
    หลวงปู่อ่อน วัดเพียรมาตร
    หลวงพ่อจรัญ วัดอัมพวัน
    พระอาจารย์วิโรจน์รัตนโนบล วัดทุ่งศรีเมือง

    และเกจิอาจารย์อีกจำนวนมากพิธีมหาพุทธาภิเษกกระทำกัน 9 วัน 9 คืนนอกจากนี้ตัวมวลสารของพระสมเด็จ๙ประเทศยังประกอบด้วยดินจากสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ แดนพุทธภูมิ๙ประเทศ ไทย,ลาว,พม่า,มาเลเซีย,กัมพูชา,เวียดนามใต้,อินโดนีเซีย,อินเดีย,เนปาล,ผงว่าน108 ชนิดดอกไม้นามมงคล 108 ชนิดและผงพระสมเด็จอิทธิเจของท่านเจ้าประคุณสมเด็จโตซึ่งเป็นพระที่ชำรุดได้บดผสมเป็นส่วนหนึ่งของพระสมเด็จดิน 9 ประเทศ
    ประวัติสังเขปในการจัดสร้าง พระสมเด็จดินเก้าประเทศ สำนักปู่สวรรค์

    มูลเหตุของการจัดสร้าง

    เนื่องด้วยสำนักปู่สวรรค์มีโครงการที่จะสร้างหุบผาสวรรค์ (อาณาจักรหุบผาสวรรค์เมืองศาสนา) ให้เป็นสถานที่ส่งเสริมการปฏิบัติธรรม วิปัสสนากรรมฐาน เป็นดินแดนแห่งธรรมะสันติภาพและศาสนา ส่งเสริมการดำเนินงานตามแนวทางพระโพธิสัตว์
    ในการดำเนินการตามโครงการนี้จำเป็นที่จะต้องใช้ทุนทรัพย์จำนวนมาก เพื่อก่อสร้างกุฏิพระ ศาลาฟังธรรม ตลอดจนสร้างปูชนียวัตถุต่างๆ สำหรับใช้ประโยชน์ในงานพระศาสนา
    มีสาธุชนเป็นจำนวนมากที่แสดงความจำนงที่จะร่วมกุศลนี้ ซึ่งทางคณะกรรมการของสำนักไม่มีสิ่งใดที่จะตอบแทนในกุศลจิตนี้ จึงตกลงกันว่าจะสร้างสิ่งอันเป็นความมหัศจรรย์ชิ้นหนึ่งขึ้นมาเพื่อเป็นการตอบแทนและเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจในการจัดสร้างพระสมเด็จดินเก้าประเทศนี้ ดวงพระวิญญาณของสมเด็จพระพุฒาจารย์(โต)พรหมรังษี องค์อำนวยการสำนักปู่สวรรค์ประทานดำริว่า “ จะสร้างพระสมเด็จเก้าประเทศจำนวน ๘๔,๐๐๐ องค์ เป็นปูชนียวัตถุชิ้นสุดท้ายให้กับโลกมนุษย์”
    อีกประการหนึ่งคือผู้บริจาคปัจจัยบูชาพระสมเด็จไปจะได้เป็นเครื่องระลึกถึงว่า เมื่อครั้งหนึ่งท่านได้มีส่วนในการร่วมสร้าง กุฏิ ศาลาฟังธรรม ศาลาปฏิบัติธรรม ร่วมกัน
    ปณิธานเบื้องต้นในการสร้างหุบผาสวรรค์เมืองศาสนา
    “ จะใช้สถานที่แห่งนี้สร้างคนให้ดี เป็นศรีแก่ศาสน์ เป็นปราชญ์สร้างชาติให้เจริญ ” ด้วยใช้หลักสมาธิข่มกิเลส ละชั่ว สร้างความดี โดยสนับสนุนการสร้างคนให้เป็นพระ บวชเพื่อละ สู่โลกุตรธรรมเป็นสำคัญ ”
    พิธีลงพลังจิตและมหาพุทธาภิเษก
    ในการจัดสร้างพระสมเด็จดินเก้าประเทศนี้ท่านบรมครูสำนักปู่สวรรค์มีพระบัญชา และประทานขั้นตอนแนวทางในการดำเนินการจัดสร้างอย่างพิถีพิถัน ให้ถูกต้องตาม เทวะบัญญัติ พรหมบัญญัติ เพื่อให้เกิดความ เข้มขลังและศักดิ์สิทธิ์สมเป็นสุดยอดวัตถุมงคลแห่งยุค จึงได้มีการลงพลังจิตมวลสารก่อนที่จะมีพิธีมหาพุทธาภิเษกถึง ๒ ครั้งดังบันทึกต่อไปนี้

    พิธีลงพลังจิตครั้งที่ ๑

    ระหว่างวันที่ ๕ เมษายน ๒๕๑๖ - ๗ เมษายน ๒๕๑๖ เป็นพิธีปลุกเสกดินศักดิ์สิทธ์ ณ สำนักปู่สวรรค์ ( วันเสาร์ ขึ้น ๕ ค่ำ เดือน ๕ , เป็นวันเสาร์ห้า ) ในพิธีนี้มีพระเถระฝ่ายโลกมนุษย์ผู้ทรงวิทยาคุณ รอบรู้พุทธศาสน์และวิทยาคม จำนวน ๒ รูป คือ พระราชญาณดิลก ( ชิต กันตสีโล ) วัดเขาเต่า จ.ประจวบคีรีขัณฑ์ และพระราชธรรมกวี วัดเสน่หา จ.นครปฐม ร่วมนั่งปรกด้วย
    พิธีลงพลังจิตครั้งที่ ๒

    พิธีปลุกเสกดินศักดิ์สิทธิ์ครั้งที่สองนี้ จัดขึ้น เมื่อ วันที่ ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๗ ตรงกับวันพฤหัสบดี ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓ ตรงกับวันมาฆบูชา ณ ถ้ำสาลิกา หุบผาสวรรค์เมืองศาสนา ต.ดอนทราย อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี ผู้สำเร็จของโลกวิญญาณที่เมตตาเสด็จมาลงพลังจิตในพิธีนี้ได้แก่
    ๑.สมเด็จพระสังฆราชคุรูปาจารย์ หลวงปู่ทวด(เหยียบน้ำทะเลจืด) องค์ประธานสำนักปู่สวรรค์
    ๒.สมเด็จพระพุฒาจารย์( โต ) พรหมรังสี องค์อำนวยการสำนักปู่สวรรค์
    ๓.ท้าวมหาพรหมชินนะปัญจะระ เจ้าพิธีการแห่งโลกวิญญาณ
    ๔.องค์อมรินทร์จอมเทพ
    ๕.ท้าวมหาพรหมสามภพ
    ๖.ท้าวมหาพรหมสามวิจิตร
    ๗.ท้าวจตุรพรหม
    ๘.พระวิษณุมหาเทพ
    ๙.พระนาคราช
    พระสงฆ์ฝ่ายโลกมนุษย์ คือพระอาจารย์ฮ้อ กัสสะโร เป็นผู้ปลุกเสกเดี่ยวตลอดคืน
    พิธีมหาพุทธาพิเษก
    วันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๑๗ เป็นวันเริ่มต้นพิธีมหาพุทธาภิเษก ณ หุบผาสวรรค์เมืองศาสนา ต.ดอนทราย อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี มีบันทึกการจัดงานดังนี้
    เวลา ๑๑.๐๐ น. ถวายภัตตาแด่พระภิกษุสงฆ์และพระราชาคณะที่รับอาราธนามาร่วมในพิธี
    เวลา ๑๓.๐๐ น. รองนายกรัฐมนตรี สุกิจ นิมมาเหมินทร์ เดินทางมาถึงหุบผาสวรรค์เมืองศาสนาเพื่อเป็นประธานเปิดงาน คุณบุญยง ว่องวานิช เลขาธิการสำนักปู่สวรรค์ เป็นผู้กล่าวรายงานการจัดงาน
    หลังจากท่านรองนายกรัฐมนตรีกล่าวเปิดงานแล้ว ศาสตราจารย์ ดร.คลุ้ม วัชโรบล, อาจารย์สุชาติ โกศลกิติวงศ์ , พล.ต. ถวิล เกษตรทัต อัญเชิญธงชาติไทย พานพุ่มและธูปเทียนแพ พร้อมทั้งเรียนเชิญท่านรองนายกรัฐมนตรี อัญเชิญธงชาติไทยขึ้นสู่ยอดเสา เป็นปฐมฤกษ์ กองดุริยางค์กองทัพบกบรรเลงเพลงชาติ
    ศาสตราจารย์ ดร.หลวงสมานวนกิจ , พระครูวามเทพมุณี , คุณฉันท์ บุรารักษ์ นำเรียนท่านรองนายกรัฐมนตรีขึ้นสู่ศาลาชินนะปูโตอนุสรณ์ เพื่อจุดเทียนชัย ประจำชาติไทย ต่อจากนั้นจึงเรียนเชิญเอกอัครราชทูตอีก ๘ ประเทศอัญเชิญธงชาติและจุดเทียนชัยของแต่ละประเทศตามลำดับ พระสงฆ์จำนวน ๙๙ รูป สวดชยันโต ตลอดพิธีช่วงเวลาอันสำคัญเวลา ๑๗.๓๕ น. ม.จ.ชุมปกะบุตร ชุมพล ได้อัญเชิญดวงประทีปพระราชทานจาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อมาจุดเทียนชัยในพิธีมหาพุทธาภิเษกนี้เป็นกรณีพิเศษ ยังความปลาบปลื้มมายังคณะกรรมการจัดงานและผู้เข้าร่วมงานนี้เป็นอย่างยิ่ง
    ในงานนี้ได้รับพระกรุณาจากสมเด็จพระสังฆราช วัดราชบพิธ ทรงเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วยพระสงฆ์ผู้ทรงคุณทั่วราชอาณาจักรที่เข้าร่วมในพิธีมหาพุทธาภิเษกนี้ จำนวน ๙๙ รูป
    พิธีนั่งปรกลงพลังจิตในแต่ละวันนั้นจะมีพระคณาจารย์ผู้ทรงวิทยาคุณเข้านั่งปรกครั้งละ ๙ รูปเจริญสมาธิ แผ่พลังจิตพุทธาภิเษกไปจนรุ่งสาง เป็นเช่นนี้ตลอด ๙ วัน ๙ คืน ในวันสุดท้ายของพิธี พระอมฤตนันทะมหาเถโร ประธานสงฆ์ประเทศเนปาล ซึ่งมีเชื้อสาย ศากยวงศ์เป็นประธานดับเทียนชัย ตามบันทึกกล่าวไว้ว่า เมื่อทางสำนักเปิดให้ผู้ที่สั่งจองมารับพระได้ ก็ได้มีสาธุชนเข้ามารับพระกันอย่างเนืองแน่นเป็นประวัติการณ์
    มวลสาร มงคล ในพระสมเด็จดิน ๙ ประเทศ

    ๑.มวลสารปฐมบทอันใช้คุลีการพระสมเด็จดิน ๙ ประเทศคือ ดินศักดิ์สิทธิ์จากปูชนียสถาน ๙ ประเทศที่อัญเชิญมาจาก ไทย ลาว เขมร พม่า เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย อินเดีย และเนปาล ผืนแผ่นดินในประเทศดังกล่าว เชื่อว่าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เคยเสด็จมาโปรดเวไนยสัตว์เมื่อครั้งพระพุทธกาลมาแล้วทั้งสิ้น ทำให้เนื้อดินจากสถานที่เหล่านั้นล้วนเปี่ยมไปด้วยพุทธบารมี แห่ง พระปัญญาคุณ พระกรุณาธิคุณ พระบริสุทธิคุณ พระสมเด็จดินเก้าประเทศจึงเป็นพระพุทธปฏิมากรรมที่ทรงด้วย บุญญฤทธิ์ อิทธิฤทธิ์ ด้วยกระแสแห่งพุทธานุภาพโดยตรงจากองค์พระบรมศาสนดาเอกของโลก

    ๒.มวลสารทุติยบท คือว่านมงคล ๑๐๘ ประการ อันเป็นเนื้อหาที่เป็นมงคลยิ่งอาธิเช่น
    2..๑.ว่านเศรษฐี มีคุณภาพทางกระทำให้เกิดความมั่งคั่งสมบูรณ์นาฐานะกิจการอาชีพ(สัมมาชีพ) ก่อให้เกิดความมั่นคงในฐานะทางครอบครัวอีกส่วนหนึ่งด้วย
    2..๒.ว่านชัยมงคล มีคุณในทางก่อให้เกิดความเป็นศิริมงคลแก่ชีวิตแก่เคหสถานและอาณาบริเวณอันเป็นที่อยู่อาศัย
    2..๓.ว่านมหาอุตม์ ขึ้นชื่อลือมาแต่ครั้งโบราณว่าใครมีว่านมหาอุตม์แล้วอาวุธปืนไม่ระคายผิวหนังซ้ำสามารถกระทำให้ดินระเบิดหมดอำนาจลงได้ด้วย
    2..๔.ว่านเสน่ห์จันทน์ มีคุณาธิคุณทางพืชอาถรรพณ์ก่อให้เกิดเสน่ห์เกิดความรักใคร่แก่ผู้ที่ได้ประสบพบปะสมาคมด้วย นี้เป็นส่วนหนึ่งของเนื้อหาด้านว่านที่มีอยู่ในองค์พระสมเด็จดิน ๙ ประเทศ
    ๓.มวลสาร ตติยบท คือดอกไม้นานาพันธุ์ ๑๐๘ พันธุ์ อาธิเช่น เกสรดอกบุนนาค เป็นยาบำรุงหัวใจให้กระชุ่มกระชวย เบิกบาน เกสรสัตตบุศย์ เกสรโกมุท เกสรลินจง อันดอกไม้นานาพันธุ์พร้อมด้วยเกสร ๑๐๘ ชนิดทุกๆชนิดล้วนมีอารักขเทพประจำรักษาอยู่ด้วยกันทั้งหมดดังนั้นมวลสารตติยบทในพระสมเด็จดิน ๙ ประเทศ จึงเป็นที่สถิตแห่งเทพเจ้าประจำบุปผาชาติถึง ๑๐๘ องค์ พระสมเด็จดิน ๙ ประเทศจึงทรงด้วย เทวานุภาพ อีกประการหนึ่งด้วย
    ๔.มวลสารจตุตถบท คือผงสมเด็จอิทธิเจ (รวมด้วยผงพระพุทธคุณ ผงตรีนิสิงเห ผงมหาราช ผงปถมัง หรือเรียกอีกนามหนึ่งว่าผงวิเศษ ๕ ประการ
    ผงอิทธิเจ เป็นผงที่เกิดจากดินสอดินขาวปั้นเป็นแท่งๆ มีกรรมวิธีการทำดินสอผงนี้โดยเฉพาะ ผู้ที่จะทำดินสอนี้ชนิดนี้ใช้ได้จะต้องเป็นผู้สำเร็จในวาชาไสยเวทย์วิทยาคุณ ( สายขาว ) อันเป็นวิทยาการที่มีอาจารย์น้อยคนที่จะเรียนสำเร็จได้ แต่เจ้าประคุณ สมเด็จพระพุฒาจารย์ ( โต ) พรหมรังสี ท่านเรียนวิชานี้สำเร็จตั้งแต่ยังเป็นสามเณร
    เมื่อท่านเจ้าประคุณสมเด็จฯท่านทำผงได้แล้ว ท่านก็เก็บผงนี้ไว้ในเต้าปูนแดง กาลต่อมาได้มีอุบาสกท่านหนึ่งได้เก็บรักษาไว้ ( กล่าวกันว่าอุบาสกผู้นี้เป็นคนวัดสังเวชวิศยาการ บางลำพูบน ได้ติดตามเจ้าประคุณสมเด็จ มาตั้งแต่ครั้งสมเด็จเป็นสามเณร )
    ผงวิเศษห้าประการนี้ได้รับมรดกมาจากท่านผู้เฒ่าแห่งวัดสังเวชฯมอบให้นำมาคุลีการในการสร้างพระสมเด็จดินเก้าประเทศ และการสร้างพระสมเด็จดิน ๙ ประเทศในครั้งนี้มีคณาจารย์ได้นำผงวิเศษห้าประการของสมเด็จฯผสมลงทั้งหมด ( สำนักวัดสังเวชวิศยาราม มีพระอาจารย์คือ พระบวรวิริยเถร )
    ๕.มวลสารปัญจบท ผงพระคาถาชินปัญชร เป็นผงที่เกิดจากดินสอหินขาวบริสุทธิ์ ดินขาวชนิดนี้ในต่างประเทศเรียกว่า ดินกัวลีน เป็นของบริสุทธิ์โดยธรรมชาติมีค่าสูงมาก เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์(โต)พรหมรังสี ท่านเป็นผู้ค้นพบบ่อดินขาวนี้ คราวที่ท่านธุดงค์ไปเมืองกำแพงเพชร เป้นบ่อดินบริสุทธิ์ที่สมเด็จค้นพบได้อย่างอัศจรรย์ ( และจนกระทั่งปัจจุบัน [ ข้อมูลอ้างอิงเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๗ ] ยังไม่มีผู้ใดสามารถค้นพบบ่อดินชนิดนี้อีกเลย )
    ท่านได้นำดินขาวมาทำเป็นดินสอมงคล และเขียนพระคาถาชินปัญชรด้วยอักขระขอมลงในกระดานชนวนไม้มะละกอ จากนั้นก็เก็บผงสีขาวนั้นไว้นำมาสร้างเป้นพระประติมากรรมองค์เล็กๆบังเกิดกิติคุณความศักดิ์สิทธิ์ จนพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวต้องทรงตรัสถามสมเด็จฯ
    ๖.มวลสาร ฉมหามงคล ผงผ้ายันต์พิทักษ์เอกราช ผงนี้เกิดจากผ้ายันต์พิทักษ์เอกราชอันเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่องค์พระพรหมและเทพยเจ้าชั้นสูงในพรหมโลกร่วมเป็น “ เทพสภา ” สร้างไว้ในสำนักปู่สวรรค์ มีความมุ่งหมายเพื่อให้เป็นเครื่องคุ้มครองปกป้องภัยแก่ทหารตำรวจและผู้มีส่วนในการพิทักษ์เอกราชของชาติไทยที่มีชีวิตอยู่ในแดนทุรกันดาร
    ผงผ้ายันต์พิทักษ์เอกราช นับเป็นผงที่มีความพิสดารอัศจรรย์เพราะผงนี้จะรวมตัวกันเป็นรูปร่างต่างๆและจะปรากฏในองค์พระสมเด็จดิน ๙ ประเทศ เมื่อการสร้างพระได้ผ่านไปครบ ๙ ปีแล้ว รูปลายลักษณะเป็นภาพมงคลประจำแต่ละองค์ไม่เหมือนกันแล้วแต่ผู้เป็นเจ้าของพระสมเด็จดิน ๙ ประเทศ จะบูชาหนักไปทางด้านใดด้านหนึ่ง รูปลายลักษณ์มงคลอาจเกิดเป็นภาพ วัตถุทิพย์ ในสรวงสวรรค์อาจเกิดเป็นภาพเครื่องมงคล ๙ ประการอันได้แก่ คธา สังข์ จักร หม้อน้ำ ธงสามชาย กรอบหน้า โคอุคุภราช ขอช้าง อันงดงามในเมื่อถึงวาระปีที่เก้าแห่งการสร้างพระสมเด็จดิน ๙ ประเทศ

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    พระสมเด็จดิน ๙ ประเทศ
    สำนักปู่สวรรค์ ๒๕๑๖
    สภาพไม่สวย ด้านหน้ากระเทาะบิ่นบริเวณใบหน้าองค์พระและฐานและส่วนขอบ

    ให้บูชา 150 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ
    (ปิดรายการ)

    IMG_20251113_181534.jpg IMG_20251113_181557.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 15 พฤศจิกายน 2025
  5. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,111
    ค่าพลัง:
    +21,459
    หลวงปู่ทวดเนื้อว่าน หลังจ่าดำถือปืน สร้างปี ๒๕๓๖ รุ่น พิทักษ์ใต้ โดยคณะนายทหารจากค่ายวชิราวุธ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ออกพร้อมกับหลวงปู่ทวดเนื้อโลหะทองเหลือง พ. ราชเดช วัดใหญ่
    ต.นาเรียง อ.พรหมคีรี
    จ.นครศรีธรรมราช
    ซึ่งท่านขุนพันธราชเดชเป็นเจ้าพิธี ปลุกเสกโดยพระเกจิอาจารย์สายนครศรีธรรมราชและสายเขาอ้อ

    รุ่นประสบการณ์

    ให้บูชา 200 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    IMG_20251113_183234.jpg IMG_20251113_183250.jpg
     
  6. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,111
    ค่าพลัง:
    +21,459
    เหรียญพระพุทธชินราช รุ่นปฏิสังขรณ์ ปี 2530 หลัง ภปร เนื้อนวะโลหะ
    เป็นเหรียญพระพุทธชินราช ภปร. รุ่นที่ 2 ประกอบพิธีมหาพุทธาภิเษกอย่างยิ่งใหญ่ มีพระคณาจารย์มาปลุกเสกทั่วทั้งประเทศ และยังได้รับพระราชทานพระปรมาภิไธยย่อ ภปร.ประดิษฐานที่องค์พระรุ่นนี้ด้วย

    ประวัติการก่อสร้างพระพุทธชินราช ภปร.
    ครั้งที่ 1
    เมื่อ 22-24 ก.ค.2516 สมัย พล.ท.สำราญ แพทยกุล เป็นแม่ทัพภาคที่ 3
    มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดตั้งมูลนิธิเย็นศิระเพราะพระบริบาล
    นำดอกผลช่วยเหลือทหาร ตำรวจ พลเรือน และครอบครัวที่เสียชีวิต
    และบาดเจ็บจากการปราบปราม ผกค.
    จัดพิธีเททอง ที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม
    และวิหารพระพุทธชินราช พิษณุโลก
    โดยมีสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช เป็นองค์ประธาน

    ครั้งที่ 2
    รุ่นปฏิสังขรณ์ พ.ศ. 2530 สมัย พล.ท.รวมศักดิ์ ไชบโกมินทร์ เป็นแม่ทัพภาคที่ 3
    มีวัตถุประสงค์เพื่อหารายได้บูรณปฏิสังขรณ์
    พระวิหารพระพุทธชินราช พระพุทธชินสีห์ พระศรีศาสดา
    มีพิธีมหาพุทธาภิเษก ณ พระวิหารพระพุทธชินราช
    สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ เป็นผู้แทนพระองค์
    ทรงเททองหล่อพระพุทธชินราช ภปร.ปฏิสังขรณ์เมื่อ 7 พ.ค.2530
    และโปรดเกล้าฯให้นายประกอบ หุตสิงค์ องคมนตรี
    เป็นผู้แทนพระองค์ในพิธีมหาพุทธาภิเษกเมื่อ 10 ส.ค.2531
    ราคาเช่าบูชาของศูนย์พระเครื่องในปัจจุบัน
    สำหรับพระพุทธชินราช ภปร. รุ่นปฏิสังขรณ์ หน้าตัก 9 นิ้ว
    เริ่มต้นที่ประมาณ 50,000 บาทขึ้นไป

    ครั้งที่ 3
    ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาต
    ตามหนังสือเลขาธิการ คณะรัฐมนตรี ที่ นร.0207/8385 ลง 1 มิ.ย.2543
    วัตถุประสงค์เป็นทุนก่อสร้างอาคารเรียนวิทยาลัยสงฆ์พุทธชินราช
    และเป็นกองทุนพระพุทธชินราช และเป็นกองทุนพระพุทธชินราช
    เพื่อนำดอกผลมาใช้บูรณปฏิสังขรณ์วิหารพระพุทธชินราช
    สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นผู้แทนพระองค์
    ทรงเททองหล่อพระพุทธชินราช ภปร.ขนาด 9 นิ้ว 9 องค์ เมื่อ 28 พ.ค.2543
    และจะกำหนดพิธีมหาพุทธาภิเษก พระพุทธชินราช ภปร.เสาร์ห้า ในวันที่ 19 เม.ย.2557
    พุทธคุณาภาพของพระพุทธชินราช
    1.ช่วยส่งเสริมความเป็นสิริมงคลแก่ผู้บูชา
    2.ช่วยป้องกันคุณไสย์ ภูตผีปีศาจ เวทมนต์คาถา แก้อาถรรพ์
    3.แร่เหล็กน้ำพี้เป็นของสูง ใช้ทำพระแสงของพระเจ้าแผ่นดิน มีคุณค่า มีสิ่งศักดิ์คุ้มครอง

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    ให้บูชา 200 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ
    ปิดรายการ

    IMG_20251113_184643.jpg IMG_20251113_184713.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 13 พฤศจิกายน 2025
  7. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,111
    ค่าพลัง:
    +21,459
    FB_IMG_1763035433427.jpg 1763035944932.jpg

    พระสมเด็จรุ่นแรก รุ่นเดียว พระอาสภเถระ วิเวกอาศรม ชลบุรี
    พระอาจารย์ มีนามเดิมว่า หม่องขิ่น ถือกำเนิดในสกุล ตวยเต้าจี้ ซึ่งเป็นสกุลขุนนางชั้นสูงของพม่า พระอาจารย์เกิดเมื่อ ๑ ๗ฯ ๘ ปีกุน พุทธศักราช ๒๔๕๔ ที่ตำบลจวนละเหยียน อำเภอเยสะโจ จังหวัดปะดุกกู่ ประเทศพม่า โยมบิดามีนามเดิมว่า อุโพอ้าน โยมมารดามีนามว่า ดอร์เปียว มีพี่น้อง ๓ คน ท่านเป็นบุตรคนสุดท้อง
    ชีวิตในช่วงปฐมวัย
    พระอาจารย์ได้รับการศึกษาขั้นต้นเมื่อปีพุทธศักราช ๒๔๖๑ อายุได้ ๗ ปี เริ่มเรียนหนังสือตั้งแต่หลักสูตร นะโม พุทธายะ สิทธัง ไปจนถึงทศมหาชาดก ซึ่งเป็นหลักสูตรพื้นฐานการศึกษาที่กุลบุตรของพม่าจะต้องเรียนในสมัยนั้น
    พระอาจารย์ได้เข้าสู่ร่มผ้ากาสาวพัตร์
    พระอาจารย์ได้บรรพชาเป็นสามเณรเมื่อปีพุทธศักราช ๒๔๖๙ อายุได้ ๑๕ ปี โดยมีพระภัททันตะ ญาณมหาเถระ เจ้าอาวาสวัดโชติการาม เป็นพระอุปัชฌาย์ และในเวลาต่อมาก็อุปสมบทเป็นพระภิกษุ ได้รับฉายาว่า อาสโภ ณ พัทธสีมาวัดจวนละเหยียน อำเภอเยสะโจ จังหวัดปะดุกกู่ เมื่อวันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๔๗๓ โดยมี

    - พระภัททันตะ ญาณมหาเถระ เป็นพระอุปัชฌาย์
    - พระภัททันตะ อูเกลาสมหาเถระ เป็นพระกรรมวาจาจารย์
    - พระภัททันตะ อูปัญญามหาเถระ เป็นพระอนุสาวนาจารย์
    ภาคคันถะธุระ
    พระอาจารย์ได้รับการศึกษา ดังนี้คือ
    ๑. ระเบียบวินัย ข้อวัตรปฏิบัติต่างๆ
    ๒. ไวยากรณ์บาลีมหากัจจายน์
    ๓. อภิธรรมมัตถสังคหอรรถกถา
    ๔. ศึกษาปริยัติธรรมชั้นสูงที่มหาวิสุตารามมหาวิทยาลัย
    วุฒิธัมมาจริยะ
    เมื่ออายุได้ ๒๗ ปี ๗ พรรษา พระอาจารย์สอบได้วุฒิชั้น “ธัมมาจริยะ” ซึ่งเป็นชั้นสูงสุดแห่ง การศึกษาคณะสงฆ์พม่า
    ตำแหน่งในมหาวิสุตารามมหาวิทยาลัย
    ได้รับความเห็นชอบ มีมติเอกฉันท์จากบรรดาพระมหาเถระปาติโมกข์แห่งมหาวิทยาลัยให้ ดำรงตำแหน่ง “คณะวาจกสะยาดอร์” คือ เป็นพระคณาจารย์ชั้นผู้ใหญ่ประจำมหาวิทยาลัยมีหน้าที่ให้การศึกษาพระไตรปิฎก บาลี อรรถกถา ฎีกา และพระคัมภีร์ต่าง ๆ ตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๔๘๓ เป็นต้นมา
    ภาควิปัสสนาธุระ
    ๑. เข้าปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ณ วัดสวนลน จังหวัดเมียนฉั่น โดยมีท่านพระอาจารย์ ภัททันตะ กวิมหาเถระ ปธานกัมมัฏฐานาจริยะ เป็นผู้บอกกรรมฐานให้
    ๒. เดินทางไปเข้าวิปัสสนากรรมฐานต่อ ณ วัดมหาสี ตำบลเชตโข่น จังหวัดสวยะโบ่ ซึ่งเป็นสำนักของมหาสี สะยาด่อร์
    ตำแหน่งพระวิปัสสนาจารย์
    เมื่อปีพุทธศักราช ๒๔๙๓ พระอาจารย์ได้รับการถ่ายทอดวิชา “วิปัสสนาจารย์” จาก พระอาจารย์ภัททันตะ โสภณมหาเถระ อัคคมหาบัณฑิต (มหาสี สะยาด่อร์) ผู้เป็นพระปรมาจารย์ต้นตำรับ “พองหนอ ยุบหนอ” และได้รับมอบหมายให้เป็นวิปัสสนาจารย์ประจำสำนักมหาสีสาสนยิสสา แห่งนครย่างกุ้ง

    ในปีพุทธศักราช ๒๔๙๕ สมเด็จพระพุฒาจารย์(อาจ อาสภมหาเถร) มีความประสงค์จะวางรากฐานวิปัสสนาธุระไว้ ณ ประเทศไทยจึงได้แสดงความจำนงไปยังสภาพุทธศาสนาแห่งประเทศพม่า ขอให้จัดส่งพระวิปัสสนาจารย์ผู้มีความรู้เชี่ยวชาญมาช่วยสอนวิปัสสนากรรมฐานในประเทศไทย สภาการพุทธศาสนาแห่งประเทศพม่าจึงมอบหมายให้ท่านพระอาจารย์ภัททันตะ โสภณมหาเถระ อัคคมหาบัณฑิต เป็นผู้พิจารณาพระวิปัสสนาจารย์ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมตามความต้องการของสมเด็จพระพุฒาจารย์ ท่านพระอาจารย์ภัททันตะ โสภณมหาเถระ อัคคมหาบัณฑิตพิจารณาโดยรอบคอบแล้วจึงมีบัญชาให้พระอาจารย์ภัททันตะ อาสภเถระ ธัมมาจริยะเป็นผู้รับภาระหน้าที่อันสำคัญนี้ ท่านจึงตัดสินใจเดินทางมาประเทศไทย รับหน้าที่เป็นพระวิปัสสนาจารย์สอนวิปัสสนากรรมฐานอยู่ ณ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ กรุงเทพมหานคร

    เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๐๕ พระอาจารย์ภัททันตะอาสภเถระ ธัมมจาริยะได้รับอาราธนาจากนายธรรมนูญ สิงคารวณิช และพระภิกษุเดือน เนื่องจำนงค์ ให้มาเป็นพระอาจารย์สอนกรรมฐานประจำสำนักวิปัสสนาวิเวกอาศรม
    ผลงานรจนาหนังสือธรรมะ
    แม้ว่าพระอาจารย์ภัททันตะ อาสภมหาเถระ จะมีหน้าที่ในการบอกกรรมฐานแก่ศิษยานุศิษย์ ซึ่งเป็นภาระที่หนักอยู่แล้ว แต่ก็ยังอุตสาหะรจนาหนังสือธรรมเกี่ยวกับการปฏิบัติวิปัสสนาเป็นภาษาไทยไว้ดังต่อไปนี้

    ๑. แว่นธรรมปฏิบัติ

    ๒. แนวปฏิบัติวิปัสสนา

    ๓. หลักการเจริญวิปัสสนา

    ๔. ปฏิจจสมุปบาทจักกเทศนา

    ๕. วิปัสสนาทีปนีฎีกา
    รวมระยะเวลาที่พำนักในประเทศไทย
    ปีพุทธศักราช ๒๔๙๖ พำนัก ณ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ ( ๑๐ ปี )
    ปีพุทธศักราช ๒๕๐๕ พำนัก ณ สำนักวิปัสสนาวิเวกอาศรม อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี (๓๗ ปี)
    ๑ มีนาคม ๒๕๔๒ ย้ายมาพำนัก ณ สำนักวิปัสสนาสมมิตร-ปราณี อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี ( ๓ ปี )
    ๑๙ ตุลาคม ๒๕๔๕ พำนัก ณ วัดภัททันตะอาสภาราม ตำบลหนองไผ่แก้ว อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี
    ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ พระอาจารย์ภัททันตะ อาสภมหาเถระ อัคคมหากัมมัฏฐานาจาริยะ ได้ถึงแก่มรณภาพ ณ โรงพยาบาลศิริราช เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร เมื่อเวลา ๑๙.๕๕ น. รวมอายุ ๑๐๐ พรรษา ๘๑
    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ
    แล้วข้อมูลจากเพจคุณ
    นวเรศ วิมล

    พระสมเด็จรุ่นแรกรุ่นเดียวของหลวงพ่อภัตทันตะ

    ให้บูชา 350 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ
    ปิดรายการ


    IMG_20251113_190846.jpg IMG_20251113_190915.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 13 พฤศจิกายน 2025
  8. SIR2010

    SIR2010 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    3,195
    ค่าพลัง:
    +5,887
    จองครับ
     
  9. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,111
    ค่าพลัง:
    +21,459
    get_auc3_img (35).jpeg
    ประวัติ หลวงพ่อเก็บ วัดดอนเจดีย์ นามเดิม ชื่อ เก็บ นามสกุล พุฒิเจริญ
    เกิดเมื่อวันที่ ๑๕ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๕๗
    บิดาชื่อ นายรัด มารดาชื่อ นางโค้
    เกิดณ บ้านสองพี่น้อง ตำบลสองพี่น้อง อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี
    มีศักดิ์เป็นหลานอา ของสมเด็จป๋า และ "หลานลุง"ของหลวงพ่อสด วัดปากน้ำ
    อุปสมบทเมื่อ วันที่๒๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๗๗ ณ พัทธสีมาวัดสองพี่น้อง อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี

    โดยมี
    พระครูอุภัยภาดารักษ์ เป็นพระอุปัชฌาย์
    พระอาจารย์หอม วัดสองพี่น้อง เป็นพระกรรมวาจาจารย์
    พระอาจารย์ล้วน เจ้าอาวาสวัดละครทำ เป็นพระอนุสาวนาจารย์

    เมื่ออุปสมบทแล้ว ได้ศึกษาอยู่ในสำนักของ พระอุปัชฌาย์วัดสองพี่น้อง ๑ พรรษา แล้วย้ายเข้าไปศึกษาบาลี ที่วัดพระเชตุพน กับสมเด็จป๋า สมัยที่ยังเป็นพระมหาปุ่น พอได้เป็นเปรียญธรรม ๕ ประโยค
    สมเด็จป๋าก็ส่งให้กลับมาเปิดสำนักเรียนบาลีที่วัดสองพี่น้อง เมื่อพ.ศ. ๒๔๘๓ วัดสองพี่น้องจึงเป็นสำนักเรียนที่มีชื่อเสียงของจังหวัดสุพรรณบุรีสำนักหนึ่งตั้งแต่นั้นมา และตัวท่านเองก็สอบได้เป็นเปรียญธรรม
    ๗ ประโยค เมื่อปี พ.ศ.๒๔๙๒ ถือเป็นพระมหารูปแรกที่สอบได้ ป.ธ. ๗ ในนามคณะสงฆ์จังหวัดสุพรรณฯ ในเวลาต่อมา และศิษย์สองพี่น้องของท่านตั้งแต่รุ่นแรกถึงรุ่น ต่อ ๆ มาได้อยู่สนองงาน ของคณะสงฆ์ปัจจุบัน อาทิ
    ๑. พระธรรมมหาวีรานุวัตร (ฉลอง จินตาอินโท ป.ธ.๕) เจ้าอาวาสวัดป่าเลไลยก์วรวิหาร ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดสุพรรณบุรี
    ๒. พระราชปริยัติสุธี (สอิ้ง สิรินนฺโท ป.ธ.๘) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดป่าเลไลยก์วรวิหาร เจ้าคณะจังหวัดสุพรรณบุรี
    ๓.พระวิสุทธิวงศาจารย์ (วิเชียร อโนมคุโณ ป.ธ.๙) (รองสมเด็จพระราชาคณะ) รองเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ หัวหน้าสำนักฝึกอบรมพระธรรมทูต และเจ้าคณะภาค ๗
    ๔. พระธรรมปัญญาภรณ์ (สุชาติ ธมฺมรตโน ป.ธ.๙) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ เลขานุการแม่กองบาลีสนามหลวง เจ้าคณะภาค และ ศิษย์สายสองพี่น้อง + ดอนเจดีย์ ที่สำเร็จเป็นเปรียญธรรม ๙ ประโยค ยังดำรงสมณเพศอยู่อีกหลายรูป
    ครั้นถึง พ.ศ.๒๕๐๑ สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ ๑๗ (สมเด็จป๋า) วัดพระเชตุพน ฯ กรุงเทพ ฯ สมัยดำรงสมณศักดิ์ที่ "พระธรรมวโรดม"เจ้าคณะตรวจการคณะสงฆ์ภาค ๗ เห็นว่าวัดดอนเจดีย์ เป็นวัดที่สร้างขึ้นเพื่ออุทิศถวาย
    "สมเด็จพระนเรศวรมหาราช" พระผู้มีพระคุณยิ่งใหญ่แก่แผ่นดิน ควรมีพระผู้ใหญ่ไปอยู่ประจำ จึงสั่งให้ "พระวิบูลเมธาจารย์" (หลวงพ่อเก็บ) วัดสองพี่น้อง เจ้าคณะอำเภอสองพี่น้อง รักษาการเจ้าคณะจังหวัดสุพรรณบุรี
    ไปอยู่ประจำตั้งแต่เดือน มกราคม พ.ศ. ๒๕๐๑ จนกระทั้ง มรณภาพ เมื่อวันที่ ๒๙ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๒๕ สิริอายุได้ ๖๙ ปี ๔๙ พรรษา

    ยุคสมัยของ หลวงพ่อพระวิบูลเมธาจารย์ ได้เปิดสำนักเรียนขึ้น มีพระภิกษุสามเณรมาอาศัยอยู่ศึกษาเล่าเรียนถึง ๑๓๐ รูปเศษนับเป็นยุคที่การศึกษารุ่งเรืองมาก
    และถือว่าพลวงพ่อเป็นปูชนียบุคคลผู้วางรากฐานไว้ให้กับวัดดอนเจดีย์ อย่างแท้จริง

    การสร้างวัตถุมงคลของหลวงพ่อเก็บ
    เมื่อท่านได้มาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดดอนเจดีย์แล้ว นอกจากจัดการศึกษาของพระภิกษุ-สามเณรให้เจริญมั่นคง ท่านเห็นว่า "แผ่นดินอันเป็นที่ตั้งพระบรมราชานุสรณ์นี้" เป็นแผ่นดินอันศักดิ์สิทธิ์ ก่อให้เกิดชัยมงคลแก่ประเทศชาติ
    จึงริเริ่มสร้างวัตถุมงคลตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๐๓ โดยให้พระ-เณร ตักน้ำในสระวัดซึ่งมีสีขาว คล้ายน้ำซาวข้าว มาแกว่งสารส้ม แล้วนำตะกอนมาทำเป็นพระพิมพ์ต่าง ๆ มากมาย แจกลูกศิษย์ และผู้เคารพนับถือการสร้างวัตถุมงคล
    ซึ่งในช่วงแรกจะเป็นดินเผาทั้งหมดแต่ตอนหลังใช้ผงดอกไม้ที่คนนำมาบูชาเป็นหลัก
    ในปี พ.ศ. ๒๕๑๖ "สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช" ได้ทรงเสด็จตัดลูกหวายนิมิต หลวงพ่อเก็บท่านจึงได้สร้างวัตถุมงคล หลายชนิดเพื่อเป็นที่ระลึกในการนั้น คือ
    พระกริ่งพระองค์ดำ
    กริ่งพระองค์ขาว
    เหรียญ ภปร.
    พระผงสมเด็จพระเจ้าอู่ทอง ภปร.
    เหรียญรูปเหมือนของท่านปี 2511 เหรียญหน้านูน ประสบการณ์สุดยอด
    และพระผงพิมพ์ต่าง ๆ
    แล้วทำพิธีพุทธาภิเศกโดยพระเกจิอาจารย์ผู้มีชื่อเสียงในยุคนั้นอันมี "สมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ ๑๗ เป็นประธานจุดเทียนชัย" และหลังจากการสร้างวัตถุมงคลรุ่นนี้แล้วหลวงพ่อเก็บก็ได้ยุติการสร้างวัตถุมงคลตั้งแต่นั้นมา
    วัตถุมงคลของหลวงพ่อเก็บมีอยู่ไม่กี่รุ่น ในพื้นที่อำเภอดอนเจดีย์และใกล้เคียงหวงแหนกันมาก มีประสบการณ์มากมายโดยเฉพาะทางด้านเมตตามหานิยมเป็นเลิศ พ่อค้าแม่ขายในตลาดดอนเจดีย์นับถือกันมาก

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    พระผงเจ้าสัวหลวงพ่อเก็บวัดดอนเจดีย์ พิธีใหญ่หลวงพ่อมุ่ยวัดดอนไร่ร่วมปลุกเสก ปี ๒๕๑๖

    ให้บูชา 200 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    IMG_20251113_221957.jpg IMG_20251113_222034.jpg IMG_20251113_221928.jpg
     
  10. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,111
    ค่าพลัง:
    +21,459
    1763050857599.jpg
    เหรียญพระเจ้าแก้วมรกต สมเด็จพระนเรศวรมหาราช นครลำปาง เนื้ออัลปาก้า
    ปี ๒๕๕๔ พิธีปลุกเสกใหญ่และ หลวงปู่บัว วัดศรีบูรพาปลุกเสก

    ลำปางจัดบวงสรวง ราชานุสาวรีย์"พระนเรศวร"

    พล.ท.วรรณทิพย์ ว่องไว แม่ทัพภาคที่ 3 เป็นประธานในพิธีบวงสรวงและพิธีเททองวัตถุมงคล ณ พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช (ชั่วคราว)อ.เกาะคา จ.ลำปาง เมื่อวันที่ 23 เม.ย. 2554 มีนายอุทาร ชวเมที รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง และหัวหน้าส่วนราชการ พ่อค้าประชาชนมาให้การต้อนรับจำนวนมาก ซึ่งการจัดสร้างวัตถุมงคลครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสมทบทุนการจัดสร้างแท่นฐานพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่ต้องใช้วงเงินในการก่อสร้างทั้งหมด 21.9 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น 3 งวดงาน ได้แก่ งวดที่ 1 วงเงิน 9.3 ล้านบาท เป็นงานตอกเสาเข็ม งานโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก และงานตกแต่งพื้นและผนัง งวดที่ 2 วงเงิน 7.7 ล้านบาท งานวิศวกรรมโครงสร้าง งานทางเท้า และลานพื้นแข็ง และงวดที่ 3 วงเงิน 4.8 ล้านบาท งานสถาปัตยกรรม และงานตกแต่งภูมิทัศน์ ทั้งนี้ ตลอดการทำพิธีท้องฟ้ามืดครึ้มและมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องทั้งที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนเพราะก่อนหน้านี้อากาศร้อนอบอ้าวและมีแดดจ้าตลอดเวลา ถือว่าเป็นนิมิตหมายมงคลที่ดีในการทำพิธีในครั้งนี้

    สำหรับวัตถุมงคลที่จัดสร้าง ประกอบด้วย พระบรมรูปหล่อสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงรายล้อมด้วยเหล่าทหารเอก 9 นาย เนื้อโลหะทองแดงรมดำ ขนาด 12 นิ้ว ขนาด 9 นิ้ว และขนาด 6 นิ้ว เหรียญรูปวงรีพระเจ้าแก้วมรกตและสมเด็จพระนเรศวรมหาราช กว้าง 2.9 เซนติเมตร สูง 3.9 เซนติเมตร เนื้อทองแดง 50,000 เหรียญ เนื้ออัลปาก้า 50,000 เหรียญ เนื้อเงิน น้ำหนัก 1 บาท และเนื้อทองน้ำหนัก 1 บาท โดยวัตถุมงคลทั้งหมดเข้าพิธีพุทธาภิเษกมหามงคล จำนวน 3 ครั้ง

    ประวัติความเป็นมา
    จากหลักฐานการเดินทัพ ของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ผ่านเมืองลำปาง พบว่ามีหลักฐานบันทึก ภายหลังที่พระองค์เสด็จสวรรค์คต ณ เมืองหาง สมเด็จพระเอกาทศรถ ได้อัญเชิญ พระบรมศพ ผ่านมาทาง เทือกเขาขุนตาล มาพักทัพ บริเวณ หลังศูนย์ อนุรักษ์ช้างไทย และบริเวณพระธาตุลำปางหลวง และกลับกรุงศรีอยุธยา
    กองทัพภาคที่ ๓ มณฑลทหารบกที่ ๓๒ ร่วมกับข้าราชการ พ่อค้าประชาชน ชาวจังหวัดลำปาง ได้ร่วมใจก่อสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ ขึ้นเมื่อ ๒๕๓๕ โดยมีวัตถุประสงค์
    - เพื่อเทิดพระเกียรติ รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ของพระองค์ที่ทรงกอบกู้ เอกราชของชาติ
    - เพื่อเป็นสถานที่ เคารพสักการะของปวงชนชาวไทย
    - เพื่อเป็นแหล่งศึกษาทางประวัติศาสตร์
    กองทัพภาคที่ ๓ ได้แต่งตั้ง คณะกรรมการดำเนินการก่อสร้าง โดยใช้พื้นที่ บริเวณไร่รัศมีธรรม อ.เมือง จว.ล.ป. โดยขออนุมัติหลักการไปยังกรมศิลปกรแล้ว เมื่อปี ๒๕๓๖
    ต่อมา ปี ๒๕๔๖ คณะกรรมการดำเนินการก่อสร้าง ได้มีมติเห็นชอบ ในรูป แบบการก่อสร้าง พระบรมราชานุ
    สาวรีย์ ในพระอิริยาบถทรงม้าศึก ขนาดเท่าครึ่งของคนจริง พร้อมเหล่าทหารเอก ประกอบจำนวน ๙ นาย โดยมอบหมายให้ กรมศิลปกร เป็นผู้ดำเนินการหล่อ ในวงเงิน ๑๒ ล้านบาท ซึ่งเป็นงบประมาณ จากการร่วมบริจาคของทุกภาคส่วนของ จว.ลำปาง กรมศิลปกร โดยให้บริษัทเอเชียไฟอาร์ท อ.บางปะหัน ก่อสร้างเสร็จเมื่อ ปี ๒๕๕๐ รวมระยะเวลาก่อสร้าง ๕ ปี และกรมศิลปกร ส่งมอบให้ กองทัพภาคที่ ๓ เมื่อ ปี ๒๕๕๓

    หลวงปู่บัว ถามโก วัดศรีบูรพาราม

    ประวัติ หลวงปู่บัว ถามโก วัดศรีบูรพาราม หรือ วัดเกาะ ตะเคียน หมู่ 1 ต.วังกะแจะ อ.เมือง จ.ตราด

    เป็นอีกหนึ่งสถานที่น่าเลื่อมใสในดินแดนภาคตะวันออกของประเทศไทย หากเอ่ยชื่อวัดในภาคอื่น ๆ น้อยคนนักที่จะเคยได้ยินชื่อหรือรู้จัก แต่หากเป็นคนพื้นเพใกล้เคียง แม้แต่ประเทศเพื่อนบ้านล้วนคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เพราะความขลังและความศักดิ์สิทธิ์ใน “ของดี” ของวัดแห่งนี้เลื่องลือไปทั่วแดนตะวันออก

    เดิมวัดศรีบูรพารามเป็นสำนักสงฆ์เล็ก ๆ มีพระภิกษุสงฆ์จำพรรษาอยู่เพียงไม่กี่รูป จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2500 มีญาติโยมและชาวบ้านที่ศรัทธาบริจาคทุนทรัพย์ก่อสร้างเป็นวัดขึ้นมาใช้ชื่อว่า “วัดเกาะตะเคียน” ทำการฝังลูกนิมิตเมื่อปี พ.ศ. 2524 และมีการพัฒนาเรื่อยมาจนเปลี่ยนชื่อเป็น “วัดศรีบูรพาราม” จวบจนปัจจุบัน

    วัดแห่งนี้มีเจ้าอาวาสรูปแรกและปัจจุบันคือ พระครูสังฆกิจบูรพา หรือ พระอาจารย์บัว อายุ 82 ปี เดิมนั้นท่านชื่อ บัว มารศวารี เกิดวันเสาร์เดือน 5 ปีขาล ตรงกับขึ้น 13 ค่ำ เดือน 5 พ.ศ. 2469 เป็นบุตรของ นายเชี๋ยและนางเตี่ยน ภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 3 หมู่ 3 ต.วังกะแจะ อ.เมือง จ.ตราด ตั้งแต่วัยหนุ่มท่านชอบศึกษาความรู้เกี่ยวกับยาสมุนไพรและเชี่ยวชาญด้านช่างไม้ ช่างปูน ช่างปั้น จวบจนอายุครบ 23 ปี ก็อุปสมบทเป็นพระภิกษุที่วัดบุบผาราม ต.วังกะแจะ โดยมีพระครูคุณวุฒิพิเศษ วัดบุบผารามเป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูวัตรรัตนวงษ์สิทธิ์ วัดหนองบัว เป็นพระกรรมวาจาจารย์ ได้ศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรมเรื่อยมา จนใน พ.ศ. 2505 ก็ย้ายมาเป็นเจ้าอาวาสวัดเกาะตะเคียน พ.ศ. 2508 สอบได้ชั้นนักธรรมเอก และ พ.ศ. 2513 เลื่อนสมณศักดิ์เป็น พระครูสังฆกิจบูรพา ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะตำบลวังกะแจะ

    “สมัยก่อนการศึกษาด้านภาษาบาลียังไม่แพร่หลายมากนัก ขาดครูผู้สอน อาตมาจึงหันไปศึกษาวิชาความรู้ต่าง ๆ รวมทั้งคาถาอาคมจากพระครูคุณวุฒิพิเศษ ซึ่งเป็นพระอุปัชฌาย์และผู้เคารพนับถือ โดยเฉพาะวิชาหัวใจ 108 ทำให้รู้ถึงขั้นตอนและกรรมวิธีการทำน้ำมันงา ที่มีพุทธคุณด้านเมตตามหานิยม แคล้วคลาด อยู่ยงคงกระพัน อาศัยเรียนกับโยมชื่อ นายเสียง เป็นคนหมู่บ้านหนองโพง ที่ขึ้นชื่อลือชาเรื่องหนังเหนียว ปืนยิงไม่ออก มีดฟันไม่เข้า ทีแรกโยมพาลูกชายมาฝากไว้กับอาตมาที่วัดเพื่อให้เรียนวิชา แต่ลูกชายแกไม่สนใจ แกกลัววิชาจะสูญหาย จึงถ่ายทอดให้อาตมาจนหมดไส้หมดพุง ก็ไม่คิดว่าจะได้นำมาใช้”

    พระครูสังฆกิจบูรพา หรือ พระอาจารย์บัว กล่าวด้วยสีหน้าเปี่ยมด้วยความเมตตาและเล่าต่อว่า “สมัยก่อนนักเลงมีเยอะ โดยเฉพาะพวกคนมีสีชอบรังแกชาวบ้าน อาตมาก็ทำพระเครื่องขึ้นมาแจกให้ญาติโยมพกติดตัว จนไปมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับทหาร ถูกชักปืนจ่อยิง เหลือเชื่อ ปืนไม่ลั่น จนสามารถจับทหารดำเนินคดีติดคุกได้ จากนั้นมาชาวบ้านรู้ข่าวก็เดินทางมาขอของดี ก็แจกจนหมดไม่มีเหลือ เป็นเรื่องแปลกเหมือนกัน เมื่อก่อนทำใส่ไว้ในพานตั้งทิ้งไว้บนศาลาไม่เห็นมีใครสนใจอยากได้เลย พอลือว่าดีอย่างนั้นอย่างนี้พักเดียวมาเอาไปจนหมดเกลี้ยงเลย”

    อย่างไรก็ตาม นอกจากของดีที่หลาย ๆ คนเสาะแสวงหาแล้ว พระครูสังฆกิจบูรพา หรือพระอาจารย์บัว ยังได้รับการขนานนามว่า “เทพเจ้าแห่งโชคลาภ” ภาคตะวันออกอีกด้วย เนื่องจาก เคยมีลูกศิษย์มาเยี่ยมเยียนและนำคำสอนของหลวงพ่อไปตีเป็นเลข เด็ดเสี่ยงโชค ปรากฏว่าถูกหวยรวยกันเละมาแล้ว พอท่านทราบเข้าก็ได้แต่ยิ้มและยืนยันไม่ได้สนับสนุนบอกใบ้ให้เลขใครทั้งสิ้น ถือว่าใครที่มีโชคลาภแล้วแต่บุญวาสนาของแต่ละคน

    นายแก่นเพชร ช่วงรังษี ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด ก็เป็นผู้ที่ใกล้ชิดหลวงพ่ออีกคนหนึ่ง ให้สัมภาษณ์ทีมงานของเราว่า หลวงพ่อท่านเป็นพระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบที่น่านับถืออีกรูปหนึ่งในจังหวัด หลายคนมองว่าท่านให้เลขเด็ดแม่นนั้น ขอบอกไว้เลยอย่าไปขอเสียให้ยาก ท่านไม่เคยสนับสนุนใครให้เล่นการพนันหรือเสี่ยงโชคทั้งสิ้น ท่านเคยพูดว่ามันเป็นสิ่งงมงาย ส่วนใหญ่ชาวบ้านที่มากราบท่านจะมาถวายสิ่งของ หรือขอของดี หรือให้พรมน้ำมนต์เพื่อเป็นสิริมงคล ท่านก็ไม่เคยขัดศรัทธา แต่มีบางรายหัวใสจำคำพูดหรือกิริยาท่าทางไปตีเลขเด็ดเสี่ยงโชคถูกก็มี ไม่ถูกก็มี มีแต่หลวงพ่อแนะนำให้ชาวบ้านขยันหมั่นเพียร มีความอดทน ใจต้องสู้ หากคนเราใจมันท้อถอยก็แพ้เลย ยิ่งไม่ขยันทำงานทำการก็อยู่ไม่รอดแน่ ต้องพยายามประหยัดและอดออมกันจะได้มีเงินใช้จ่าย อย่าไปงมงายกับเลขเด็ดเลย นั่นเป็นเพราะบุญเก่าและแต่ละคนมีโชคลาภวาสนาไม่เหมือนกัน

    จ.อ.บุณณะ บุญกิตติเจริญ อดีตทหารเรือเลือดน้ำเค็ม ศิษย์เอกก้นกุฏิของหลวงพ่อหัวร่อร่า ให้สัมภาษณ์ด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า ตนลาออกจากราชการทหารตั้งแต่ปี 2516 ย้ายมาอยู่ข้างวัดแห่งนี้หลายปีและคอยรับใช้หลวงพ่อมาตลอด ที่ผ่านมา ท่านจัดสร้างวัตถุมงคลขึ้นหลายแบบให้ญาติโยมเช่าบูชาหารายได้บูรณะและพัฒนาวัด เท่าที่จำได้ก็มี 1. พระผงสี่เหลี่ยมเล็ก พิมพ์เจริญพร เนื้อว่านสีดำ หลังพลอย ปัจจุบันไม่มีแล้วและหายากมาก พวกลูกศิษย์จะหวงกันมาก 2. พระผงสี่เหลี่ยมใหญ่ พิมพ์เจริญพร เนื้อว่านสีดำ 3.พระปิดตาเจริญพร พิมพ์ใหญ่ เนื้อว่านสีดำ รุ่น 1 ลักษณะคล้ายกับพระปิดตาวัดอ่างศิลา 4. พระปิดตาเจริญพร พิมพ์เล็ก เนื้อผงดำ รุ่น 1 ลักษณะคล้ายกับพระปิดตาวัดอ่างศิลา 5. พระปิดตาหน้าทองพรายกุมาร 6. เหรียญนั่งพาน 7. ตะกรุดโทนยาว 5 นิ้ว รุ่นแรกสร้างเพียง 99 ดอก รุ่นนี้เคยมีประสบการณ์ กำนันชื่อดังเคยพกติดตัวไปมีเรื่องทะเลาะวิวาทในร้านอาหาร แต่ปืนคู่อริยิงไม่ออก จากนั้นมาจึงมีการสร้างรุ่น 2 ขึ้นมาอีก 1,000 ดอก นอกจากนี้ยังมีตะกรุดโทนยาว 3 นิ้ว สร้างไว้ 600 ดอก 8. เหรียญรูปเหมือนรุ่น 1 หน้าหนุ่ม ปัจจุบันวัตถุมงคลพวกนี้ยังพอหาเช่าบูชาได้

    “ของพวกนี้มีประสบการณ์มาแล้วทั้งนั้น ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ ประมาณปี พ.ศ. 2527 ทหารเรือทะเลาะกับทหารอากาศ ยิงปืนใส่ 3 นัด แต่ยิงไม่ออก ตำรวจเก็บลูกปืนไว้เป็นหลักฐาน เมื่อคดีสิ้นสุดลองเอามายิงดู ปรากฏว่าลั่นเปรี้ยงทุกนัดเลย อีกรายปี พ.ศ. 2542 ชาวบ้านเช่าพระปิดตาพิมพ์เล็กไปลองเอาปืนอาก้ายิงใส่หลายนัด แต่ไม่ถูกองค์พระสักนัดเดียว ตั้งแต่บัดนั้นก็ขึ้นคอบูชาติดตัวมาตลอด วันหนึ่งเขาไปธุระฝั่งประเทศเพื่อนบ้านแล้วถูกจับตัวเรียกค่าไถ่ โทรศัพท์บอกแม่ให้นำเงินไปจ่ายค่าไถ่ แต่แม่ไปผิดเวลาเขาเลยถูกคนร้ายใช้ปืนกลยิงใส่ แต่ไม่เป็นอะไรเลย มีเพียงจุดแดง ๆ คล้ายผึ้งต่อยเต็มตัว โดยมีรอยกระสุนปืนอยู่ 1 นัด แม่ถามว่าหนังเหนียวนี่ แล้วนัดนี้ทำไมถึงยิงเข้าล่ะ ลูกชายก็บอกว่าเขานึกด่าพวกนั้นในใจ เพราะรำคาญที่รุมยิงกันอยู่ได้ เท่านั้นเองกระสุนเจาะเลือดพุ่งเลย แม่ได้ฟังก็รีบพาลูกไปโรงพยาบาลและพาไปกราบหลวงพ่อ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เหลือเชื่อแต่เป็นความจริง นอกจากนี้มีทหารอากาศมาฝึกบินใกล้ ๆ วัด หลายคนบอกเห็นหลวงพ่อนั่งสมาธิบนก้อนเมฆด้วย ฝึกเสร็จมาฝากตัวเป็นลูกศิษย์กันแน่นวัดเลย หลวงพ่อท่านก็ไม่ว่าอะไรหยิบน้ำมันงาดิบแจกคนละ 1 ขวดให้ไว้ พกติดตัว” อดีตทหารเรือ กล่าว

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    ให้บูชา 150 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ
    (ปิดรายการ )

    IMG_20251113_232219.jpg IMG_20251113_232242.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 14 พฤศจิกายน 2025
  11. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,111
    ค่าพลัง:
    +21,459
    1763107652807.jpg

    หลวงพ่อกร่ายท่านเป็นพระ วาจาสิทธิ์..พูดอะไรมักเป็นไปตามนั้น.. ประโยคนี้ท่านประธานสภาเทศบาลวิเศษฯ ท่านเอ่ยให้ผมฟังเนื่องจากบ้านเดิมท่านอยู่แถวๆวัดโพธิ์ศรี และท่านก็บวชเณรที่วัดโพธิ์ศรี ท่านเป็นคนยกลังที่บรรจุเหรียญรุ่น1เข้าไปในโบสถ์เพื่อปลุกเสกครับ..ท่านเล่าให้ฟังว่า เมื่อก่อนมีคนเข้ามายิงนกภายในวัด เข้าไปเตือนเข้าไปห้ามก็ไม่ฟัง ไปบอกหลวงพ่อ หลวงพ่อท่านก็ว่าปล่อยมัน กฏแห่งกรรมมันมีจริง เดี๋ยวก็ตายเหมือนนก..ผ่านไปสักครู่ปรากฏว่า คนที่มายิงนกในวัดถูกพวกมายิงนกด้วยกันยิงตายคาต้นไม้ เนื่องจากว่าไปยิงนกแล้วนกตกลงมาบนต้นไม้ไม่ตกลงพื้น ก็เลยปีนขึ้นไปเพื่อจะไปเอานก พวกที่มาด้วยกันไม่รู้ เห็นต้นไม้ไหวคิดว่านกจะหนี ยิงซ้ำเข้าไปถูกพวกเดียวกันเองเข้าให้..เรียบร้อยครับ!..ท่านกรุณาเล่าให้ผมฟังอีกว่า ที่ท่านมีความสนิทสนมและรู้ประวัติเนื่องจากน้าของท่านนั้นเป็นโยมอุปัฏฐากหลวงพ่อกร่าย เคารพนับถือหลวงพ่อมาก เพราะ เคยลองดีกับหลวงพ่อกร่ายมาครับ เมื่อก่อนน้าของท่านประธานสภา จะดื่มเหล้า พอเมาเข้าได้ที่ก็อยากลองดีว่าหลวงพ่อกร่ายของจริงหรือไม่ ก็เข้าไปหาหลวงพ่อกร่าย แล้วท้าหลวงพ่อว่า หลวงพ่อมีดีอะไร แน่จริงก็แสดงให้ดูหน่อย จะได้เคารพนับถือ..หลวงพ่อท่านเลยบอกให้น้าของท่านประธานสภาถอดเสื้อตัวที่ใส่อยู่มาให้ท่าน แล้วท่านก็บริกรรมคาถา เป่าไปที่เสื้อ เสร็จแล้วส่งคืนให้ลองเผาดู..เมื่อรับเสื้อกลับมาน้าของประธานสภาฯ ก็เอาไฟแช็กซิบโป้จุดลองเผาดู ปรากฏว่าไม่ไหม้ครับ ยังงัยก็ไม่ไหม้....หลังจากนั้นก็เลยเคารพนับถือหลวงพ่อกร่ายมาก และเป็นโยมอุปัฏฐาก ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา......

    เผยแพร่ ของดีมีคุณค่า พระสมเด็จคะแนนหลังใบโพธิ์

    หลวงพ่อกร่าย วัดโพธิ์ศรี หลวงพ่อผู้สำเร็จวิชาประกาสิทธิ์พระร่วง วาจาสิทธิ์ สำเร็จวิชาพรหม และวิชาหนุมาน ในสาย วัดโบสถ์ หลวงพ่อภักตร์ โดยตรง เรื่องราวของหลวงพ่อท่านสมควรที่จะบันทึกเป็นประวัติและอนุสรณ์ให้คนรุ่นหลังได้รับรู้ถึงบารมีอันมากล้นต่อศิษย์ยานุศิษย์ วัตถุมงคลของหลวงพ่อทุกรุ่น เรื่องประสบการณ์และพุทธคุณ
    อย่าว่าแต่เทียบพระหลักหมื่นเลยครับ พุทธคุณเทียบกับหลักแสนหลักล้าน ผมก็กล้าพูดได้เต็มปากว่า หลวงพ่อท่านคืออีกหนึ่งของจริงที่ ควรบันทึกไว้ ไว้ว่างๆจะมานั่งเขียนให้อ่านเพลินๆเจริญศรัทธาครับ พระเครื่องของหลวงพ่อราคายังจับต้องได้ครับปัจจุบันหลักพันหลักร้อยก็ยังมี

    พระพิมพ์หลังใบโพธิ์
    มวลสารในการจัดสร้างเกือบทั้งหมดนั้นเป็นมวลสารของ หลวงปู่ลำภู วัดอินทรวิหาร บางขุนพรหม และมวลสารของหลวงพ่อกร่ายผสมกัน ซึ่งท่านทั้งสองเป็นสหธรรมมิคที่สนิทกันมาก ไปมาหาสู่กันอยู่เป็นประจำ มีมวลสารของพระสมเด็จบางขุนพรหมผสมอยู่เพียบ และมวลสาร อื่นๆที่สำคัญๆผสมอยู่มากไม่ได้แตกต่างจากพระเนื้อผงของหลวงปู่ลำภูเลยแม้แต่น้อย ด้านหลังกดเป็นรูปใบโพธิ์ เป็นสัญลักษณ์นาม วัดโพธิ์ศรี ทองที่ปิดหน้าองค์พระ ในพิมพ์สมเด็จหลังใบโพธิ์ จะพบเป็นบางองค์ แผ่นทองนี้เป็นแผ่นทองที่ลอกออกมาจากทองที่ประชาชนปิดทองรอยพระพุทธบาท จ.สระบุรี ถือว่าได้บารมีความศักสิทธิ์แห่งรอยพระพุทธบาทด้วย เป็นสิริมงคล แก่ผู้บูชาอย่างยิ่ง
    สมเด็จหลังใบโพธิ์นี้ ถือว่าเป็นพระพิมพ์สองวัดที่ทรงคุณค่าด้วยเจตนาและมวลสารรวมทั้งรูปแบบที่เป็นเอกลักษ์ชัดเจน พระด้านหลังใบโพธิ์นี้มีหลายพิมพ์ ถือเป็นพิมพ์ที่น่าสะสมมากของหลวงพ่อกร่าย พระพิมพ์เนื้อผงของหลวงพ่อมีอยู่เพียงไม่กี่รุ่นเท่านั้นเอง จำนวนการสร้างก็ไม่มาก ราคา ก็ยังถือว่า ภูธรๆ มากๆ เป็นของดีที่ ราคาไม่รุนแรง สมควรที่จะเผยแพร่ให้ผู้ที่ศรัทธา นำไปบูชา หวังพึ่งพุทธคุณอย่างเต็มที่ แบบสบายๆกระเป๋า เป็นของทรงคุณค่าที่ซ่อนเร้น คนไม่ค่อยทราบประวัติที่มาที่ไปกันสักเท่าไหร่ หลังจากนี้ความชัดเจนมีมากขึ้น คงมีคนสะสมกันมากขึ้นตามลำดับ cr.เบ็น วิเศษฯ
    ....

    พระครูญาณวุฒิกร หรือ หลวงพ่อกร่าย ญาณวโร ท่านเกิดเมื่อวันที่ 5 ก.พ. 2446 โดยมีนายทรัพย์ นางแล่ม แจ่มอัมพร เป็นบิดา-มารดา ท่านเกิดที่ใกล้วัดน้อยชมพู่ อำเภอศรีประจันทร์ จังหวัดสุพรรณบุรี เมื่อท่านอายุครบ 22 ปี ท่านได้อุปสมบท ณ พัทธสีมา วัดโบสถ์ ตำบลอบทม อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง เมื่อวันที่ 16 พ.ค. 2468 โดยมีหลวงพ่อภักตร์ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอธิการฟุ้ง เป็นพระกรรมวาจาจารย์ ได้รับฉายาว่า ญาณวโร
    หลังจากอุปสมบทแล้ว ท่านได้ไปจำพรรษาอยู่กับ หลวงพ่อบุญ วัดสี่ร้อย ซึ่งหลวงพ่อบุญ ท่านนี้คือศิษย์ของหลวงพ่อปั้น วัดพิกุลโสกันธ์ รุ่นราวคราวเดียวกันกับ หลวงพ่อปานวัดบางนมโค
    จนกระทั่งในปี 2475 วัดโพธิ์ศรี ว่างเจ้าอาวาสลง ประชาชนชาวบ้านพงสีจึงได้พร้อมใจกันไปหาพระปลัดบุญ วัดสี่ร้อย เพื่อให้ท่านเลือกพระดีไปเป็นเจ้าอาวาสให้ ท่านพระปลัดบุญจึงมอบหมายให้หลวงพ่อกร่าย ซึ่งในขณะนั้นมีพรรษา ได้ 7 พรรษาให้ไปเป็นเจ้าอาวาส
    ในภาพคือเหรียญ หลวงพ่อกร่าย รุ่นสอง ครับผม สร้างเมื่อปี 2519
    หลวงพ่อกร่ายท่านเป็นที่พึ่งให้แก่ชาวบ้านพงสี ทั้งทางด้านคาถาอาคม และทางด้านการพัฒนาชุมชน เดิมย่านบ้านพงสีเป็นพื้นที่ซึ่งห่างไกลความเจริญ หลวงพ่อท่านตระหนักถึงผลเสียดังกล่าว ท่านจึงได้ติดต่อประสานงานกับหน่อยงานของรัฐ เพื่อทำการถมลูกรังทำถนนคันคลองชลประทาน รวมถึงปักเสาไฟฟ้าเพื่อนำไฟฟ้าเข้าสู่วัดและชุมชน นอกเหนือไปจากนั้น ท่านยังได้ติดต่อประสานเพื่อจัดตั้ง โรงเรียนวัดโพธิ์ศรี(ประชารังสรรค์) ขึ้นอีกด้วย ในปี 2481 อันนำประโยชน์มาสู่ลูกหลานบ้านโพธิ์ศรีเป็นอย่างมาก

    เมื่อหลวงพ่อกร่ายอายุได้ประมาณ 70 ปี ท่านก็เริ่มมีอาการของโรคเบาหวาน ซึ่งต่อมาก็ได้กลายมาเป็นโรคประจำตัวของท่าน นับเป็นสิบปี ที่ท่านต้องเข้ารับการรักษา จนกระทั่งในปลายปี 2529 อาการของโรคก็ได้กำเริบขึ้น บรรดาศิษย์ต่างก็พาท่านไปรักษาตามโรงพยาบาลต่างๆ จนครั้งสุดท้ายท่านเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน แต่ด้วยความชราภาพและโรคแทรกซ้อนที่รุมเร้ากันเข้ามา สุดความสามารถของแพทย์ ในที่สุด เมื่อเวลา 17.39 น. ของวันที่ 24 ก.ย. 2530 หลวงพ่อกร่าย ท่านก็ละสังขาร รวมอายุได้ 84 ปี 7 เดือน 19 วัน

    ก่อนการพระราชทานเพลิงศพ หลวงพ่อ ได้มีการเปิดโลงขึ้นมาเพื่อเตรียมการดังกล่าว ปรากฏกว่าศพของหลวงพ่อไม่เน่าเปื่อยเพียงแต่เหี่ยวแห้งลงไปเท่านั้น แต่ก็เป็นที่น่าเสียดายที่ทางวัดมิได้เก็บสังขาร

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    พระสมเด็จพิมพ์คะแนนหลังใบโพธิ์หลวงพ่อกร่ายวัดโพธิ์ศรี

    ให้บูชา 400 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    IMG_20251114_152229.jpg IMG_20251114_152159.jpg
     
  12. ktv

    ktv เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 มีนาคม 2015
    โพสต์:
    1,155
    ค่าพลัง:
    +1,228
    จอง
    เหรียญพระเจ้าแก้วมรกต สมเด็จพระนเรศวรมหาราช นครลำปาง เนื้ออัลปาก้า
    ปี ๒๕๕๔ พิธีปลุกเสกใหญ่และ หลวงปู่บัว วัดศรีบูรพาปลุกเสก
     
  13. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,111
    ค่าพลัง:
    +21,459
    FB_IMG_1763110103483.jpg
    เหรียญ โภคทรัพย์มหาสมบัติ หลวงพ่อแพวัดพิกุลทอง เนื้อกะไหล่ทอง ไร้(หู)ห่วง

    หลวงพ่อยังเรียนอยู่กรุงเทพฯ ได้เริ่มสนใจในทางปฏิบัติเพื่อหาความสงบทางใจ จึงเรียนรู้ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานที่วัดโพธิ์ท่าเตียน ได้ความรู้มาพอสมควร พร้อมกันนั้นยังมีโอกาสได้ศึกษาเรียนรู้จากท่านอาจารย์พระครูใบฎีกาเกลี้ยง วัดสุทัศนเทพวนาราม ซึ่งเป็นพระฐานานุกรมและศิษย์ผู้ใกล้ชิด สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (แพ ติสฺสเทโว)

    ถือว่าเชี่ยวชาญทางด้านสร้าง...ลบผงพุทธคุณ

    ต่อมา...เมื่อได้ข่าวว่าในอำเภอบางระจันมีพระอาจารย์ผู้เรืองวิทยาอาคมอยู่รูปหนึ่ง มีผู้คนนับถือ เคารพ ศรัทธาและเกรงกลัวกันมากด้วยเพราะวาจาท่านนั้นศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก ชื่อว่า “หลวงพ่อศรี” เจ้าอาวาสวัดพระปรางค์ จึงได้เดินทางไปฝากตัวเพื่อขอเป็นศิษย์ เรียนรู้ ปฏิบัติ จนกระทั่ง...ได้เป็นศิษย์เอกคนหนึ่ง
    หลวงพ่อศรีเมตตาสอนวิทยาอาคมให้ “หลวง-พ่อแพ” อย่างไม่ปิดบัง บันทึกที่เผยแพร่ออกมาระบุว่า ขณะที่มีการก่อสร้างพระอุโบสถ หลวงพ่อศรีก็แนะนำให้สร้างแหวน และทุกครั้งที่สร้างเสร็จก็นำไปถวายหลวงพ่อศรีปลุกเสก...ซึ่งท่านก็ยังไถ่ถามหลวงพ่อศรีด้วยว่า สร้างแล้วคนนิยมกันไหม?

    หลวงพ่อท่านบอกว่า...นิยมมาก ให้สร้างมากๆ และด้วยเมตตาจากหลวงพ่อศรีนี่เอง ทำให้หลวงพ่อแพได้สร้างพระอุโบสถหลังใหม่ได้สำเร็จแล้วเสร็จภายในช่วงเวลาเพียง 2 ปีกว่าๆเท่านั้น

    อีกครั้งกับเรื่องราวเกี่ยวกับการหล่อ “สมเด็จทองเหลือง”

    อาจจะกล่าวได้ว่าเมื่อหลวงพ่อแพมีบารมีมากขึ้น ผู้คนศรัทธากันมากจากทั่วสารทิศ ด้วยวิชาอาคมแตกฉานเชี่ยวชาญ วัดหลายแห่งก็ต่างนิมนต์ท่านไปเป็นประธานในการก่อสร้างวัด พระวิหาร ถาวรวัตถุมากมาย...และในเดือนมีนาคม พุทธศักราช 2493 วัดแถบอำเภอท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี ก็ได้รับนิมนต์ให้ไปร่วมงาน
    เราเพลียมากจึงชวนศิษย์ไปจำวัดที่หอสวดมนต์ มีหลายคนนอนอยู่ก่อนแล้ว ก่อนนอนเอาผ้าอาบน้ำฝนใส่ไว้ในย่าม คิดว่าคนที่นอนอยู่คงเข้าใจว่าเป็นเงิน ด้วยความอ่อนเพลียจึงหลับไป...

    เช้ามืดพอตื่นจากจำวัด ปรากฏว่าย่ามหายไปแล้ว จึงแจ้งทางวัดทราบ สิ่งของในย่ามก็มีเพียง ของเล็กๆน้อยๆ แต่ของที่สำคัญคือ...พระสมเด็จวัดระฆังฯ” หลวงพ่อแพกล่าว

    พระสมเด็จฯองค์นี้ได้รับมาจากโยมวัดชนะสงคราม เป็นของแท้และมีคุณค่าทางจิตใจ เสียดายอย่างมาก...ญาติโยมรู้ข่าวก็ช่วยกันติดตาม ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อว่าได้รับของคืนมาครบทุกชิ้น ยกเว้นพระสมเด็จฯ สอบถามคนขโมยก็ยอมรับว่าเอาไปขายให้คนคนหนึ่งไม่รู้ชื่อ ไม่สามารถติดตามคืนมาได้.

    พระเครื่อง...“หลวงพ่อแพ” ที่เด่นดังมีมากมายหลายต่อหลายรุ่น หากจะนับทั้งหมดกล่าวกันว่าน่าจะมีไม่ต่ำกว่า 300 แม่พิมพ์ อาทิ พระสมเด็จฯ พระนางพญา พระรอด พระปิดตา พระลีลาทุ่งเศรษฐี พระสีวลี พระขุนแผน พระผงรูปเหมือน นางกวัก พระสังกัจจายน์ ฯลฯ...

    ว่ากันว่าท่านมุ่งหมายให้วัตถุมงคลที่จัดสร้างนั้นมีความเข้มขลัง ศักดิ์สิทธิ์ เรื่องสำคัญคือการปลุกเสก ลงวิชาอาคม อำนาจจิตด้วยอานุภาพแห่งพลังบริสุทธิ์ เพื่อให้ขลัง แคล้วคลาดจากภยันตรายทั้งปวง

    ขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ เวป นสพ.ไทยรัฐ

    หลวงพ่อแพเป็นศิษย์หลวงปู่สีวัดพระปรางค์อาจารย์องค์เดียวกันกับหลวงพ่อกวยเวลาปลุกเสกสมัยก่อนร่วมพิธีกันหลายครั้ง

    ให้บูชา 400 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    IMG_20251114_155344.jpg IMG_20251114_155419.jpg
     
  14. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,111
    ค่าพลัง:
    +21,459
    rf.jpg showimage (12).jpeg

    เหรียญ "โภคทรัพย์" รุ่นแรก ที่พระอาจารย์จิ จัดสร้าง
    ความเป็นมาของการจัดสร้าง เหรียญ “ โภคทรัพย์ ” พระอาจารย์จิ วัดหนองหว้า ( พระปลัดสมจิต สมจิตฺโต ) เพชรบุรี

    วัตถุประสงค์: เพื่อสมทบกองทุน เป็นทุนการศึกษาของเยาวชนในจังหวัดเพชรบุรี ซึ่งพระอาจารย์จินั้น ท่านได้มอบทุนการศึกษาทุกปีให้แก่เยาวชนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในการศึกษา

    เหรียญ “โภคทรัพย์” ถือได้ว่าเป็นเหรียญ ( รุ่นแรก ) ที่พระอาจารย์จิ และทางวัดได้จัดสร้างขึ้นเอง โดยไม่มีผู้จัดสร้าง เจตนาในการสร้างบริสุทธิ์โดยแท้ พระอาจารย์จิท่านได้นำปัจจัยจากกองทุนการศึกษาส่วนหนึ่งมาเพื่อสร้างวัตถุมงคล รุ่น โภคทรัพย์ขึ้น เพื่อหาทุนเพิ่มเข้ากองทุนการศึกษาเพื่อเป็นกองทุนต่อไป จึงนับได้ว่าเป็นเหรียญรุ่นแรก ของทางวัดหนองหว้าเลยก็ว่าได้

    พระอาจารย์จิ ท่านตั้งใจปลุกเสก วัตถุมงคลชุดนี้มากไม่ต่างจากเหรียญรุ่นแรกเลย เนื่องจากเหรียญส่วนหนึ่งได้ จะได้นำขึ้นทูลเกล้า และแจกแก่ ข้าราชบริพารและผู้สนองงานทั้งหลาย อีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งจะมี เหรียญโภคทรัพย์ เนื้อทองแดง เนื้อกะไหล่เงิน และ กะไหล่ทอง ที่พระอาจารย์ท่านได้มอบให้สำหรับ ผู้ที่ร่วมทำบุญซองผ้าป่า ซึ่งได้กระจายไปทั่วประเทศ ด้วยบรรดาลูกศิษย์ที่ทราบและคนที่มากราบพระอาจารย์ อีกส่วนหนึ่งพระอาจารย์ได้ส่งซองผ้าป่าให้แก่ลูกศิษย์ที่ทราบข่าวแต่ไม่สามารถมารับซองผ้าป่าเองได้ที่วัดจึงทำให้ เหรียญโภคทรัพย์นี้ได้กระจายไปยังเกือบทุกจังหวัดของประเทศ

    ด้วยเพราะเป็นการสร้างของทางวัดจัดสร้างเอง จึงไม่มีการประชาสัมพันธ์และโฆษณา ไม่ได้มีการเปิดจอง พระอาจารย์จะให้ร่วมบูชา และ แจกที่วัดเท่านั้นคับ จึงทำให้หลายๆท่าน จึงไม่ทราบข้อมูล และ วัตถุประสงค์ในการสร้าง รวมทั้ง เนื้อและพิมพ์ต่างๆ เหรียญโภคทรัพย์นี้จัดสร้างจำนวนไม่มากนัก ส่วนใหญ่ที่เป็นเนื้อ เงิน หรือ พิมพ์พิเศษต่างๆ ท่านพระอาจารย์ได้มอบให้ แก่ผู้ที่มาร่วมบุญ สมทบทุนการศึกษา ตามเห็นสมควร ซึ่งบางเนื้อดังกล่าวได้หมดไปจากวัดหลังจากวันงานทอดผ้าป่า สมทบทุนการศึกษา เมื่อวันที่ 2 เมษายน ที่ผ่านมา

    เหรียญรุ่นนี้ ทุกเนื้อ ทุกเหรียญไม่มีกล่องน่ะคับ นอกจากชุดที่จะทูลเกล้าถวาย ซึ่งกำลังอยู่ในการดำเนินการสั่งทำกล่องอยู่ เนื่องจากต้องการลดต้นทุนให้มากที่สุด เพื่อจะได้นำปัจจัยทั้งหมดสมทบกองทุนเพื่การศึกษา เพื่อช่วยเหลือแก่เด็กที่ขาดโอกาสในการศึกษาต่อไป

    เหรียญโภคทรัพย์ พระอาจารย์จิ วัดหนองหว้า พิมพ์ที่ พระอาจารย์จิ ท่านได้มอบให้แก่ผู้ที่มาร่วมสมทบกองทุน ตามแก่สมควร ไม่มีให้เช่าตามร้านนอกจากวัดเท่านั้นคับ

    ลองพิมพ์ เนื้ออัลปาก้า ไม่ตัดปีก จำนวน 2 เหรียญ
    ลองพิมพ์ เนื้อทองเหลือง ไม่ตัดปีก จำนวน 5 เหรียญ
    ลองพิมพ์ เนื้อทองแดง ไม่ตัดปีก จำนวน 8 เหรียญ

    *** หมายเลข ไม่ได้เรียงเป็นชุดน่ะคับ เพราะมีเท่าที่พระอาจารย์ท่านให้มาคับ***

    1. เนื้อเงิน (หลังเรียบจารยัต์) สร้าง 19 เหรียญ ( หมดคับ )
    เนื้อเงิน ( หลังยันต์) สร้าง 16 เหรียญ ( หมดคับ )

    2. เนื้อ อัลปาก้า (สองหน้า) สร้าง 59 เหรียญ
    - มี 12 เหรียญ เหรียญล่ะ 1500 บาท ( หมด )
    เนื้อ อัลปาก้า สร้าง 111 เหรียญ เหรียญล่ะ 1000 บาท

    3. เนื้อทองเหลือง (สองหน้า) สร้าง 200 เหรียญ เหรียญล่ะ 1000 บาท

    เนื้อทองเหลือง (หลังเรียบ จารยันต์) สร้าง 500 เหรียญ เหรียญล่ะ 600 บาท

    4. เนื้อทองแดง (หลังกดครั่ง ลงทอง ) สร้าง 108 เหรียญ เหรียญล่ะ 1000 บาท

    เนื้อทองแดง (หลังเรียบ จารยันต์) สร้าง 500 เหรียญ เหรียญล่ะ 600 บาท

    เนื้อทองแดง (โค๊ต ๙ หน้า-หลัง) สร้าง 99 เหรียญ เหรียญล่ะ 600 บาท

    5. เนื้อชนวน สร้าง 400 เหรียญ เหรียญล่ะ 700 บาท

    ** มาใหม่** เนื้อชวน หลังครั่งฝังตะกรุด 1 ดอก สร้าง 89 เหรียญ เหรียญล่ะ 1200 บาท

    6. เนื้อตะกรุด สร้าง 118 เหรียญ (มีจาร) เหรียล่ะ 1200 บาท

    ประวัติโดยย่อ พระครูสมุห์สมจิต (พระอาจารย์จิ สมจิตโต) วัดหนองว้า ท่านเกิดเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ.2507 ที่บ้านในดอน ต.หนองขนาน อ.เมือง จ.เพชรบุรี อุปสมบทเมื่อปี พ.ศ.2527 ศึกษาเล่าเรียนวิปัสสนากรรมฐาน กับหลวงพ่อแผ่ว วัดโตนดหลวง เพชร บุรี และศึกษาพุทธาคมกับหลวงพ่อยิด วัดหนองจอก อ.กุยบุรี จ.ประ จวบฯ ปัจจุบันเป็นรองเจ้าอาวาสวัดหนองว้าและเป็นเลขานุการเจ้าคณะตำบลหาดเจ้าสำราญ
    หลังจากปี พ.ศ. 2529 ที่ ท่าน พระอาจารย์จิ ท่านได้ศึกษาวิชาอาคมวิชาไสย์เวทย์ต่างๆ จากหลวงพ่อยิดจนหมดไส้หมดพุงแล้ว หลวงพ่อยิดท่านได้เอ่ยปากชวนอยู่จำพรรษาที่วัดหนองจอกเลย และจะให้กรรมการปลูกกุฏิให้อยู่จำพรรษาต่างหากเลยแต่พระอาจารย์จิ ท่านก็ไม่สามารถทำตามความประสงค์ของหลวงพ่อยิดได้ ท่านจึงได้ลาหลวงพ่อยิดกลับมาอยู่จำพรรษาต่อที่วัดหนองหว้าและนำวิชาต่างๆ ที่หลวงพ่อยิดถ่ายทอดมาให้หมั่นฝึกฝนอยู่เป็นเนืองนิตย์ไม่เคยขาด ไม่เคยละในวัตรปฏิบัติพระกัมมัฏฐาน ปฏิบัติหมั่นเพียรอยู่ตลอดเวลา จนจิตเป็นสมาธินิ่งสงบและที่มาที่ไปของคำที่ว่า หลวงพ่อยิดท่าสนเอ่ยปากพูดขึ้นว่า "ท่านจิ ท่าสนเก่งจริงๆ ทำอำไร ปลุกเสกอะไรได้เหมือนหลวงพ่อทุกอย่าง" ท่ามกลางลูกศิษย์ลูกหาหลายท่าน มีทั้งพระสงฆ์ และฆราวาส เนื่องด้วยประมาณปี พ.ศ. 2535 ต้นๆ ปี ในขณะนั้นผู้เขียนเองก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วย ได้มีพระรูปหนึ่งชื่อ หลวงตาเพลิน เคยบวชอยู่ที่วัดบางทะลุ ตำบลหาดเจ้าสำราญ อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี เป็นพระผู้ที่มาริเริ่มบูรณะวัดเก่าแก่ ซึ่งเหลือโบสถ์เก่าเป็นหลักฐานอยู่ที่ดอนบ้านใหม่ ในพื้นที่เขตตำบลหาดเจ้าสำราญ รกร้างมานานจนเป็นเรื่องกล่าวขานกันว่า....
    วัดนี้สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา โดย พระสมเด็จพระสังฆราชเจ้าแตงโม เป็นผู้สร้าง ซึ่ง หลวงตาเพลิน เป็นลูกเกิดที่นั่น มีจิตเป็นกุศลอยากจะบูรณะวัดร้างให้เป็นวัดสมบูรณ์จึงพาญาติโยมเดินทางมาหาหลวงพ่อยิด วัดหนองจอก เพื่อขอวัตถุมงคลของหลวงพ่อยิดไปแจกเป็นมงคลให้กับผู้ที่มาบริจาคทรัพย์ร่วมสร้างวัดดอนบ้านใหม่พอเอ่ยปากบอกกับ หลวงพ่อยิด ท่านจึงเอ่ยปากพูดขึ้นว่า หลวงตาเพลินจะเอาปลัดขิก ไม่ต้องมาถึงฉันนี่หรอก ไปหาท่านจิ วัดหนองหว้าซิเป็นลูกศิษย์ฉันเอง "ท่านจิท่านเก่งจริงๆ ทำอะไรปลุกเสกอะไรได้เหมือนฉันทุกอย่างเลย" ของที่ท่านจิปลุกเหมือนกับฉันปลุกเสกเลยทุกอย่างไม่ต้องมาถึงกุยบุรีหรอก อยู่เพชรบุรีใกล้กันนิดเดียว จากคำพูดนี้เอง หลวงตาเพลิน จึงได้ให้ชาวบ้านแกะปลัดขิก และนำไปให้ พระอาจารย์จิ ลงจารยันต์ปลุกเสกมาตลอดทุกปี แล้วนำปลักขิกนี้มาแจกให้กับผู้ที่มีความศรัทธา ร่วมสร้างวัดจนเป็นวัดดอนบ้านใหม่อย่างสมบูรณ์แบบทุกวันนี้ก็ด้วยบารมีพระอาจารย์จิ ปลุกเสกปลัดขิกให้จริงๆ มีผู้คนมากมายที่นำวัตถุมงคลของท่านไปใช้ได้ผลจริงๆ มีประสบการณ์มากมาย ปลัดขิกของท่านพุทธคุณครบเครื่องเหมือนกับของหลวงพ่อยิด ผู้เป็นอาจารย์จริงๆ ดีเด่นทางด้านมหาเมตตา ค้าขายดี พกติดตัวแคล้วคลาด แลอดภัย เป็นคงกระพันชาตรีอีกด้วย ปัจจุบันท่านได้สร้างวัตถุมงคลออกมาอย่างเป็นทางการให้ศิษยานุศิษย์ได้บูชากัน ซึ่งมีกระแสตอบรับดีมาก ศิษย์หลวงพ่อยิด จำนวนมากได้มาบูชาเก็บวัตถุมงคลของท่านกัน เพราะรู้ว่าวันข้างหน้าดังแน่นอน จึงได้รีบเก็บบูชาไว้ก่อนต่อไปหายากเดี๋ยวจะบูชาแพงเหมือนของหลวงพ่อยิดที่ตอนนี้หายากแล้ว
    ท่านเป็นพระอาจารย์หนุ่ม อายุ 40 กว่าๆ ปี สงบ นิ่ง สุขุม ไม่พูดมาก สำรวมในกริยาแบบพระสุปฎิปันโน ลายจารอักขระสวยงาม เข็มขลัง ไม่แพ้อาจารย์ของท่าน ***ท่านออกวัตถุมงคลมานานแล้ว แต่ด้วยท่านเป็นพระหนุ่ม คนจึงมองข้ามท่านไป ไปเพชรบุรี ก็เข้าวัดตาลกง ไปไม่ถึง วัดหนองหว้า สักที หรือไม่ ก็เลยไปวัดชายนา เลยที่เดียว ด้วยความที่เป็นพระพูดน้อย เลยทำให้บางคนมองไปต่างๆนาๆ ซึ่งความจริงแล้วท่านมีเมตตามาก ขอแค่เอ่ยปากเท่านั้นท่านไม่เคยขัด อันนี้ผมสัมพัสกับตัวเองมาแล้วคับ***
    กล่าวถึงวิชาที่มาจากสายหลวงพ่อทองสุข วัดโตนดหลวงแล้ว ลูกศิษย์ที่ยังทรงขารก็น่าจะหลวงพ่ออุ้น วัดตาลกง หลวงพ่อห่วย วัดห้วยทรายใต้ ก็ศิษย์หลวงพ่อทองสุข หลวงพ่อแผ้วด้วย หลวงปู่คำ วัดหนองแก ศิษย์หลวงพ่อทองสุข หลวงปู่นาค วัดหัวหิน หลวงปู่เปี่ยม วัดเกาะหลัก หลวงพ่อยิด วัดหนองจอก ศิษย์หลวงพ่อทองสุข ส่วนหลานศิษย์ ก็น่าจะพระอาจารย์จิ วัดหนองหว้า เพชรบุรี ศิษย์เอกหลวงพ่อยิด จึงนับได้ว่าเป็นพระรุ่นสุดท้ายที่อายุน้อยที่สุดที่สืบทอดวิชาทางสาย พ่อทองสุขมาแบบเต็มๆ ดูได้จากวัตถุมงคลหลายๆอย่างคับ นอกจากนี้ท่านยังได้วิชาทางสาย หลวงพ่อกุน วัดพระนอน เจ้าของสุดยอดตะกรุด ที่ทุกคนใฝ่หา อันนี้ดูได้จากเหรียญเทวดามีสุขคับ
    นอกจากปลุกเสกวัตถุมงคลได้อย่างเข้มขลังแล้ว พระอาจารย์จิยังเป็นพระสมถะไม่เคยสะสมสิ่งใด แม้ปัจจุบันท่านเป็นรองเจ้าอาวาส “ขนาดมีคนนำปัจจัยไปถวายท่าน ท่านไม่เคยเก็บสะสม ท่านถวายต่อเจ้าอาวาสซึ่งเป็นพระอุปัชฌาย์ของท่าน ซึ่งก็ได้นำปัจจัยที่ได้รับการถวายมาสร้างวัดหมดเหมือนกัน กุฏิท่านไม่มีแบ่งแยก รวมกับพระลูกวัดไม่มีแอร์ ไม่มีที่นอน เคยซื้อพัดลมตัวใหญ่ๆ ให้ท่าน ที่นอน ท่านให้เด็กนักเรียนวัดหนองหว้า และพระลูกวัดหมด อยู่อย่างสมถะจริงๆคับ ”

    พระอาจารย์จิ สมจิตโต วัดหนองหว้า เพชรบุรี เป็นศิษย์หลวงพ่อยิดวัดหนองจอก... เคยได้ยินหลวงพ่อยิดจากประวัติหลวงปู่กาหลง ท่านก็เป็นศิษย์พี่ ศิษย์น้องกับหลวงพ่อยิด วัดหนอกจอกเช่นกัน...ในตำนานว่าเห็นท่านสนิทกันมาก.. หลวงปู่กาหลงเรียกไอ้ยิด ประมาณนั้น.. ท่านสอนกันเรื่องวิชาปลัดขลิก...ส่วนอาจารย์เม้งก็เช่นกัน...ท่านนับถือหลวงพ่อยิดมาก
    ส่วนวัตถุมงคล ที่พระอาจารย์จิ สมจิตโตที่ได้เริ่มสร้างมา ที่มีประสบการณ์มาก ได้แก่ หนุมานเกราะเพชร ปี47 ซึ่งถ้าเป็นเนื้อที่ค่อนข้างหายากเช่น หน้าทองคำ หรือเนื้อตะกรุดโทน เหรียญนี้สร้างโดยพระอาจารย์จิ สมจิตโต วัดหนองหว้า เพชรบุรี เหรียญของท่านโดยส่วนใหญ่ท่านจะจารกำกับด้วยเหล็กจารเกือบจะทุกองค์ครับ สร้างเมื่อปี 2547 มีประสบการณ์สูงมากครับ เป็นพระทางสายเพชรบุรีรุ่นใหม่ที่น่าเลื่อมใสศรัทธา เป็นศิษย์สายตรงหลวงพ่อยิด วัดหนองจอก
    เหรียญหนุมานของท่าน รูปหนุมานแบบนี้
    หลวงพ่อยิดท่านเคยวาดเอาไว้เป็นกระดาษยันต์ โดยที่ท่านไม่ต้องร่างก่อนด้วยครับท่านเก่งทั้งพุทธศิลป์และเปี่ยมด้วยพุทธคุณจริงๆ จึงทำให้มีราคาค่อนข้างสูง

    ปิดตานะพุทโธ ปี48 นี้ก็ไม่แพ้หนุมานเกราะเพชรเช่นกันคับ ด้วยมวลสารที่ เปี่ยมด้วยพุทธคุณ เช่นเหรียญรุ่นแรก เนื้อเงิน หลวงพ่ออุ้น หลวงพ่อยิด และเกจิอาจารย์อีกหลายองค์ ที่ได้นำมาหลอมเป็นพระปิดตาชุดนี้ อีกทั้งจำนวนการสร้าง โดยเฉพาะเนื้อเงินมีไม่ถึง ต90 องค์

    เหรียญไตรมาสรุ่นแรก ปี49 ซึ่งเนื้อหลักๆ ราคาไม่ต้องพูดถึง และที่โดดเด่นอีกอย่างคือ ตะกรุดรุ่นแรกๆ เช่น ตะกรุดสิงห์เหนือ-เสือใต้ ตะกรุด 357 ตะกรุดโทนคู่กาย ซึ่งจะทำจากทองแดงเป็นส่วนใหญ่ จนถึงตะกรุดรุ่นหลังประสบการณ์มากมาย ยิ่งเฉพาะทางภาคใต้ของไทยเราคับ สุดยอดแค่ไหนต้องถามทหารที่มากราบท่านที่วัดนก ไป 9 กลับมา 3 โดนระเบิดน่ะคับไม่ใช่ลูกปืนแค่สลบ ล่าสุด ต้องนำลูกปืนมาให้ท่านจารให้เพื่อฝากเพื่อนพ้องทหารด้วยกัน ความจริงท่านมีชื่อเสียงพอสมควรทางใต้ไปจนถึงมาเลเซีย โดยเฉพาะปลัดขิกของท่านพุทธคุณครบเครื่องเหมือนกับของหลวงพ่อยิด ผู้เป็นอาจารย์จริง ๆ ดีเด่นทางด้านมหาเมตตา ค้าขายดี พกติดตัวแคล้วคลาด ปลอดภัย เป็นคงกระพันชาตรีอีกด้วย ปัจจุบันท่านได้สร้างวัตถุมงคลออกมาอย่างเป็นทางการให้ศิษยานุศิษย์ได้บูชากันหลายอย่าง ซึ่งมีกระแสตอบรับดีมาก
    ด้วยวัตถุมงคลแต่ล่ะรุ่นที่สร้างขึ้นมานั้นมีจำนวนการสร้างที่น้อยมาก เพราะจะเน้นไปทางพุทธคุณ โลหะส่วนใหญ่จึงได้จากการหลอมวัตถุมงคลซึ่งจะไม่มี โลหะของโรงงานผสม เลยทำให้มีจำนวนน้อย และราคาค่อนข้างสูง ( อันนี้อยู่ที่ความพอใจของคนซื้อและคนขายน่ะคับ )
    หากท่านใดมีโอกาสไปเพชรบุรีแล้ว นอกจาก หลวงพ่ออุ้น วัดตาลกง หลวงพ่อคง วัดเขากลิ้งแล้ว อย่าลืมแวะไปกราบท่านซักครั้งลองดูน่ะคับ วัดห่างจาดวัดตาลกงไม่กี่กิโล อย่างน้อยผมกล้ายืยยันว่า ท่านเป็นพระที่กราบได้สนิทใจองค์หนึ่งเลยทีเดียว

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    เหรียญโภคทรัพย์หลังเรียบลงอักขระจารยันต์ สร้างน้อย ๕๐๐ เหรียญ


    ให้บูชา 350 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ


    IMG_20251116_214724.jpg IMG_20251116_214752.jpg
     
  15. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,111
    ค่าพลัง:
    +21,459
    get_auc1_img (39).jpeg

    เล่ากันว่า

    ท่านเจ้าคุณนรได้อธิษฐานจิตระยะไกลจากวัดเทพศิรินทร์เพื่อปลุกเสกวัตถุมงคล รุ่นนี้ด้วย โดยท่านเจ้าคุณนรฯที่ท่านมีความเด็ดเดี่ยวของวัตรปฏิบัติข้อหนึ่งคือไม่ออกนอกวัด
    แต่ท่านได้รับการนิมนต์จากคณะกรรมการจัดสร้าง ท่านได้แสดงความจงรักภักดีกตัญญูกตเวทิตาต่อล้นเกล้ารัชกาลที่ ๖ ด้วยการนั่งปรกอยู่ในกุฏิคือ ส่งอำนาจกระแสจิตไปร่วมในพิธีด้วย เพราะท่านได้ถามถึงวันและเวลาที่ปลุกเสกพร้อมให้จัดอาสนะให้ท่านหนึ่งที่ ท่านว่าเมื่อถึงเวลาที่กำหนดแล้วท่านจะส่งพลังจิตไป ช่วยปลุกเสกให้ ซึ่งเรื่องนี้นั้นแม้จะมองเหมือนว่าเหลือเชื่อ แต่ขอให้ทราบ ว่า พระสงฆ์ที่สำเร็จอภิญญาสามารถกระทำได้โดยไม่ยาก ดังนั้นแม้ว่าเหรียญรุ่นนี้จะไม่ได้นำมาให้ท่านอธิษฐานจิตให้ที่วัดเทพฯ แต่ ก็ยังคงได้รับการปลุกเสกโดยญาณ

    เมื่อปี พ.ศ.2505 ท่านเจ้ากรมรักษาดินแดนได้จัดสร้างพระราชานุสาวรีย์ ร.6 ณ สถานที่กรมรักษาดินแดนเพื่อเป็นอนุสรณ์เทิดพระเกียรติและถวายความจงรักภักดีต่อพระองค์ท่านจึงได้จัดงานอันเป็นมงคลคือ เททองหล่อพระบรมรูปภายในกรมรักษาดินแดนพร้อมทั้งให้มีการจัดสร้างวัตถุมงคลขึ้นมาด้วย โดยจัดพิธีปลุกเสกในกรมรักษาดินแดนนั่นเอง ได้มีการนิมนต์พระคณาจารย์ผู้เรืองวิทยาคมหลายรูปมาร่วมปรกปลุกเสก

    มีคนเล่าว่า ก่อนเริ่มพิธีท้องฟ้าแจ่มใสมากแต่พอถึงฤกษ์ก็ปรากฎว่ามีฝนตกลงมาอันเป็นนิมิตหมายที่ดี

    พระคณาจารย์ที่เข้าร่วมพิธีปลุกเสก ได้แก่

    - หลวงพ่อเส่ง วัดกัลยาณมิตร ธนบุรี,
    - หลวงปู่อาคม วัดสุทัศน์เทพวราราม พระนคร,
    - หลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม นครปฐม,
    - หลวงพ่อเต๋ วัดสามง่าม นครปฐม,
    - พระเทพสิทธินายก(หลวงปู่นาค) วัดระฆังฯ ธนบุรี,
    - พระสุธรรมธีรคุณ วัดสระเกศ พระนคร,
    - หลวงพ่อคล้าย วัดจันดี(สวนขัน) นครศรีธรรมราช
    - หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก อยุธยา ,
    - พระอาจารย์ต่อจินดา วัดจักรวรรดิราชาวาส (สามปลื้ม) พระนคร เป็นผู้อำนวยการพิธี

    ซึ่งมีเรื่องเล่าต่อว่า เมื่อพิธีพุทธาภิเษกเสร็จแล้ว มีพระคณาจารย์ท่านหนึ่งได้ถามหาพระองค์หนึ่งที่นั่งอยู่ใกล้ๆท่านว่า_ไปไหนแล้ว ซึ่งที่นั่งที่อยู่ใกล้ๆท่านเป็นอาสนะที่เว้นที่ไว้ให้กับท่านเจ้าคุณนรฯนั่นเอง ซึ่งพระอาจารย์ท่านนั้นเห็นว่ามีพระนั่งเสกอยู่ แต่เมื่อเสร็จพิธีได้หายไปจึงถามคณะกรรมการว่า พระองค์นั้นหายไปไหน ทำให้ทุกคนได้รู้ว่า พระชุดนี้ท่านเจ้าคุณนรฯได้อธิษฐานจิตให้แน่นอน

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    ให้บูชา 100 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    IMG_20251116_214018.jpg IMG_20251116_214040.jpg
     
  16. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,111
    ค่าพลัง:
    +21,459
    1763377946864.jpg

    หลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง ได้เคยกล่าวถึงครูบาบุญชุ่มไว้เมื่อสมัยท่านยังเป็นสามเณรว่า ครูบาบุญชุ่ม องค์นี้ทรง สมาบัติ 8 ตั้งแต่ยังเป็นสามเณร จนเป็นที่เรื่องลือในหมู่นักปฎิบัติธรรม และมีเจโตปริญาณ ที่แม่นยำ และ รวดเร็ว อดีตสามเณรบุญชุ่มเคยติดตามครูบาชุ่ม โพธิโกไปวัดท่าซุงในปี พ.ศ.2518 มีการบันทึกในหนังสือกระโถนข้างธรรมาสน์ฉบับล่าสุด หรือก่อนล่าสุดนี่ พระอาจรย์เล็ก เล่าถึงก่อนที่จะพบพระองค์ที่สิบ ครูบาบุญชุ่มซึ่งยังเป็นสามเณร มายืนมองเหมือนแสดงเป็นนิมิตหมายให้ดูว่าจะพบสิ่งดี ซึ่งหลวงพี่ระบุไว้ชัดเจนตั้งแต่ครั้งนั้นว่า ท่านมั่นใจว่าครูบาบุญชุ่มท่านเก่งจริง จึงนับว่าครูบาบุญชุ่มได้มาวัดท่าซุงไม่น้อยกว่า 2 วาระ ซึ่งครั้งแรกอายุ 8 ขวบ ติดตามหลวงปู่ครูบาชุ่ม โพธิโก วัดวังมุยมาร่วมงานครบ 100 ปีหลวงพ่อปาน มีบันทึกว่าท่านเงียบ ไม่พูด ยิ้มกับลมกับแล้งไปเรื่อย จนลูกศิษย์หลวงพ่อหลายคนนึกปรามาส หลวงพ่อฤาษีลิงดำเมตตาปรามและบอกว่าท่านคล่องในสมาบัติ 8 อย่าปากหมา จะลงนรกเอา

    ครูบาบุญชุ่ม ญาณสังวโร พระโพธิสัตว์เจ้าองค์สำคัญอีกรูป ครูบาท่านเป็นศิษย์ครูบาอาจารย์องค์สำคัญๆเช่น หลวงปู่ดู่ วัดสะแก, ครูบาพรหม วัดพระบาทตากผ้า, ครูบาชัยวงศ์ วัดพระบาทห้วยต้ม, หลวงปู่โง่น โสรโย เป็นต้น ท่านมีชื่อเสียงโด่งดังมานานแล้วตั้งแต่สมัยยังเป็นสามเณร พูดอะไรทักอะไรเห็นเหมือนมีตาทิพย์ ถึงขนาดมีคนสร้างเหรียญหน้าเณรถวายท่านเลย ครูบาบุญชุ่มท่านออกธุดงค์ไปมาหลายสถานที่ทั้งในและนอกประเทศ แม้กระทั่งป่าหิมพานต์ท่านก็เคยธุดงค์ไปมาแล้วสมัยก่อนใครเจอท่านถือว่าโชค ดี จนท่านกลับไปบำเพ็ญเพียรอยู่ที่พม่าช่วงหนึ่งก่อนกลับมาประเทศไทยเมื่อไม่ กี่ปีมานี้ ใครเคยเจอท่านจะทราบดีถึงความเมตตาของท่าน เพราะถ้าท่านมีอะไรในย่ามล่ะก็ท่านแจกแหลก ไม่เว้นแม้กระทั่งเงินทำบุญใครได้ไปถือว่าโชคดีเพราะถือว่าเป็นเงินขวัญถุง จากครูบา ท่านตั้งสัจจะบำเพ็ญบารมีในถ้ำแห่งหนึ่งที่จังหวัดลำปาง ในปีพ.ศ.2553เป็นระยะเวลา 3 ปี โดยไม่ออกมานอกถ้ำเลย จนถึงปี 2556 ถึงจะได้เจอท่านอีกครั้ง พระเครื่องที่ท่านอธิษฐานจิตให้นั้นมีค่ายิ่งครับ

    "คาถา 5 คาถาครูบาบุญชุ่ม"

    --มนต์คาถาเงินหมื่นล้าน แสนล้าน พันล้าน

    "โอมนะโมพุทธายะ นะ มะ พะ ธะ ยะ นะ มะ อะ อุ นะโมพุทธายะ เกสุสุวัง สะสะยายันตัง สังเก นะรันยายะเป"

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    เหรียญพระพุทธเชียงแสนสิงห์หนึ่ง ครูบาบุญชุ่ม ญาณสํวโร วัดพระธาตุดอยเรือง เมืองพง รัฐฉาน ออกที่ ประเทศพม่า สภาพ ไม่สวย

    ให้บูชา 200 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    IMG_20251116_214835.jpg IMG_20251116_214906.jpg
     
  17. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,111
    ค่าพลัง:
    +21,459
    1762622860320.jpg

    พระผงรูปเหมือนครูบาบุญชุ่ม ปี๒๕๓๖
    สภาพพระมีบิ่นกระเทาะเนื้อหายด้านบน

    ให้บูชา 250 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    IMG_20251117_215328.jpg IMG_20251117_215353.jpg IMG_20251117_215411.jpg IMG_20251117_215431.jpg
     
  18. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,111
    ค่าพลัง:
    +21,459
    1763556868340.jpg
    ประวัติ หลวงพ่อลำใย ปิยวัณโณ เกจิดังแห่งวัดทุ่งลาดหญ้า
    พระมงคลสิทธิคุณ หรือ หลวงพ่อลำใย ปิยวัณโณ วัดทุ่งลาดหญ้า ต.ลาดหญ้า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี
    ท่านเป็นพระเถระที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตา มีกิจวัตรอันประเสริฐยิ่ง ตลอดชีวิตแห่งการดำรงเพศพรหมจรรย์ นับตั้งแต่บรรพชาเป็นสามเณรจวบจนกระทั่งอุปสมบทเป็นพ ระภิกษุในพระพุทธศาสนา ยาวนานกว่า 60 ปี
    คุณงามความดีที่ท่านได้สร้างสมไว้แก่พระพุทธศาสนา และสังคมประเทศชาติ มากมาย จนมิอาจจะกล่าวได้หมดในเวลาอันสั้นนับแต่ได้รับภาระเป็นเจ้าอาวาสวัดทุ่งลาดหญ้า เป็นเจ้าคณะตำบล เป็นเจ้าคณะอำเภอศรีสวัสดิ์ และเป็นพระอุปัชฌาย์ นอกจากจะพัฒนาวัดจนเจริญรุ่งเรือง ได้เป็นวัดพัฒนาตัวอย่างของกรมการศาสนาแล้ว
    ท่านยังสร้างวัดและร่วมพัฒนาวัดทั้งในเขตปกครองและนอกเขตปกครองอีกกว่า 200 วัด เป็นประธานหาทุนทรัพย์สร้างโบสถ์ ศาลาการเปรียญ อีกกว่า 100 วัด สร้างโรงเรียน ทั้งมัธยม-ประถม (รวมที่ดินและอาคารเรียน) กว่า 10 แห่ง (โรงเรียนมัธยมวัดทุ่งลาดหญ้า-หลวงพ่อลำใย อุปถัมภ์ ได้รับการยกระดับเป็นโรงเรียนมัธยมระดับตำบลเป็นแห่ง แรกของประเทศไทย)
    หลวงพ่อสร้างสถานีอนามัยมอบให้แก่ทางราชการทั้งอาคาร และที่ดินนับได้ประมาณ 20 แห่ง ครั้งหลังสุดเพิ่งสร้างสถานพยาบาลบ้านพักคนชรา บนเนื้อที่ราว 70 ไร่ สิ้นค่าก่อสร้างประมาณ 100 ล้านบาท มอบให้แก่กรมประชาสงเคราะห์ และห้องสมุดประชาชนกาญจนาภิเษก ต.ลาดหญ้า พร้อมที่ดิน มูลค่ากว่า 20 ล้าน(ที่ดินติดถนนใหญ่)
    มอบให้แก่กรมการศึกษานอกโรงเรียนหลวงพ่อสร้างระบบประปา มอบให้แก่หมู่บ้านต่างๆหลายสิบแห่ง และสร้างสะพานข้ามแม่น้ำแคว ตรงด้านหน้าวัดทุ่งลาดหญ้า มูลค่ากว่า 20 ล้านบาท และอีกแห่งตรงช่วงที่ผ่านตำบลหนองบัว มูลค่าประมาณ 10 ล้านบาท มอบให้เป็นสาธารณะประโยชน์ ในส่วนของการสงเคราะห์ผู้ยากไร้
    หลวงพ่อได้กระทำอย่างต่อเนื่องนับเป็นเวลาหลายสิบปี ท่านเป็นธุระจัดหาข้าวสารอาหารแห้งให้แก่สถานสงเคราะ ห์คนชราที่ท่านสร้างขึ้น และทุกวันที่ 14 เมษายน หลวงพ่อจะจัดงานเทกระจาด แจกข้าวสารอาหารแห้ง รวมถึงเสื้อผ้าและของใช้จำเป็นแก่ผู้ยากไร้ เป็นงานประจำปีที่วัดทุ่งลาดหญ้าในเขตปกครองของท่าน คืออำเภอศรีสวัสดิ์ ซึ่งเป็นอำเภอติดชายแดน มีชนกลุ่มน้อยอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก
    ทั้ง มอญ กระเหรี่ยง และกระหร่าง เป็นอำเภอที่ทุระกันดานมาก ในช่วงเข้าพรรษา ท่านก็จะนำข้าวสารอาหารแห้ง รวมถึงสิ่งของจำเป็น ไปแจกจ่ายแก่พระสงฆ์ตามวัดต่างๆอย่างทั่วถึงนับเป็นร ัอยวัด ทำให้เขตปกครองของท่านมีความสงบเรียบร้อยมาก ซึ่งเป็นผลดีต่อบ้านเมืองจากผลงานและจริยาวัตรอันประ เสริฐของท่าน ทำให้ท่านได้การยกย่องเชิดชูจากสถาบันต่างๆมากมาย รวมถึงได้รับพระราชทาน เสมาธรรมจักรในฐานะคนดีศรีสังคม จากสมเด็จพระเทพฯ
    โครงการที่ท่านกำลังดำเนินงานอยู่ในขณะนี้ คือการสร้างพิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน ภายในบริเวณวัดทุ่งลาดหญ้า ซึ่งได้ดำเนินการไปแล้วบางส่วน น่าเสียดายที่ท่านด่วนจากไป ด้วยความดีอันมากล้นของหลวงพ่อ ท่านได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ ที่ พระมงคลสิทธิคุณ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2539 คนๆหนึ่ง พระสงฆ์รูปหนึ่ง เกิดมามีชีวิตที่ไม่สูญเปล่า สร้างคุณประโยชน์ให้แก่สังคมประเทศชาติมากมาย
    ตลอดชีวิตของท่านมีแต่การให้และการเสียสละโดยไม่เห็น แก่ความเหนื่อยยากลำบากกายใดๆ ท่านได้ทำหน้าที่ "พระสงฆ์" ที่สมควรกราบไหว้จนถึงนาทีสุดท้ายแห่งชีวิต สมควรที่เราทั้งหลายจะยกย่องเชิดชูให้เป็นปูชนียบุคคลอันประเสริฐยิ่ง
    หลวงพ่อลำใย ขึ้นชื่อลือนามในเรื่องวัตถุมงคลของขลัง สิ่งที่ท่านสร้างขึ้นแต่ละอย่าง ล้วนเข้มขลังศักดิ์สิทธิ์ มีประสบการณ์ให้เป็นที่เลื่องลือทุกร่นทุกพิมพ์ จนผู้ที่มีไว้บูชาต่างเชื่อมั่นในอานุภาพสรรพคุณอย่างสนิทใจ และท่านก็เป็นพระเกจิอาจารย์ที่สร้างกุมารทอง ท่านคือเกจิกุมารทองที่ทรงไว้ ด้วยวิชามหามนต์อันเปี่ยมล้นด้วยความเข้มขลังอีกท่านหนึ่ง

    พระมงคลสิทธิคุณ (หลวงพ่อลำใย ปิยวณฺโณ) อายุ ๗๘ ปี พรรษา ๕๖ เจ้าคณะอำเภอศรีสวัสดิ์ และเจ้าอาวาสวัดทุ่งลาดหญ้า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ได้ถึงแก่ มรณภาพที่โรงพยาบาลมิชชั่น กทม.เมื่อเวลา ๒๑.๓๐ น.คืนวันที่ ๒๗ ก.พ.๒๕๔๖ ด้วยอาการระบบหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน

    หลวงพ่อลำใย ชื่อเดิม นายลำใย เกษมโสตร์ เกิดเมื่อวันที่ ๑๘ มี.ค.๒๔๖๘ ณ บ้านเลขที่ ๑๘๔ หมู่ ๑ ต.ลาดหญ้า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี การพระราชเพลิงศพจะมีขึ้นภายหลัง ที่พิพิธภัณฑ์จะเสร็จสมบูรณ์ตามเจตนารมณ์ของหลวงพ่อลำใย

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    หลวงปู่ทวดรุ่นแรกฝังตะกรุดทองแดงหลวงพ่อลำใย วัดทุ่งลาดหญ้าประสบการณ์โดนยิง ๒ แชะ กระสุน ไม่ออก เป็นมหาอุตม์อย่างยิ่ง ที่พึ่งของศิษย์ทหาร เมืองกาญจน์

    ให้บูชา 200 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    IMG_20251119_192530.jpg IMG_20251119_192554.jpg
     
  19. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,111
    ค่าพลัง:
    +21,459
    1763559727459.jpg

    ประวัติหลวงปู่โง่น
    ชาตะ 27 เมษายน 2447
    มรณะภาพ 7 มีนาคม 2542
    1. ประวัติ
    หลวงปู่โง่น โสรโย วัดพระพุทธบาทเขารวก อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร เกิดเมื่อวันศุกร์ที่ 29 เมษายน พ.ศ.2447 ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 เวลา 05.58 น. บนแพกลางลำน้ำปิง บิดาเป็นหัวหน้าล่องแพไม้ซุง มารดาเป็นชาวลำพูน เมื่ออายุได้ประมาณ 10 ปี ซาโต้โมมอง เลขานุการข้าหลวงใหญ่ชาวฝรั่งเศสประจำอินโดจีน รับตัวเป็นบุตรบุญธรรม และได้ศึกษาที่ต่างประเทศจนจบปริญญาเอก ณ มหาวิทยาลัยในเยอรมัน สามารถพูดได้ถึง 7 ภาษา เดิมนับถือศาสนาคริสต์

    หลวงปู่โง่น ได้เกิดมาใช้ชีวิตในสมณเพศบำเพ็ญประโยชน์และคุณูปการแก่ประเทศชาติและพระพุทธศาสนา ตลอดถึงสังคมทุกระดับอย่างดียิ่ง เป็นแบบอย่างอันงดงามของผู้ที่จะบำเพ็ญประโยชน์แก่ชาติบ้านเมืองด้วยความสะอาดบริสุทธิ์ยุติธรรม มีความกตัญญูกตเวทีต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ หลวงปู่โง่นมีอัธยาศัยเปี่ยมล้นด้วยเมตตา สันโดษ รักสงบ เสียสละ ตามวิสัยของพระโพธิสัตว์ทั้งหลาย เป็นผู้ฉลาดในอุบาย แนะนำสั่งสอนเหล่าประชากรโดยพุทธวิธี มีกุศโลบายในการรักษาตนให้พ้นจากภัยพิบัติทั้งภายนอกและภายใน มีวิสัยทัศน์ในการปฏิบัติตนที่สมสมัย มีจิตใจใฝ่รู้วิชาทุกแขนง เพื่อนำมาแก้ไขดัดแปลงก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งแก่ตนเองและผู้อื่น ทำความแช่มชื่นให้แก่ผู้ที่ได้พบเห็น มีความเยือกเย็นเป็นสุขใจแก่ผู้เข้าใกล้ ด้วยเมตตาบารมีธรรมของท่าน อย่างน่าอัศจรรย์
    หลวงปู่โง่น อุปสมบทเมื่อ พ.ศ.2482 ณ วัดศรีเทพประดิษฐาราม จังหวัดนครพนม โดยมีท่านเจ้าคุณสารภาณมุนี เจ้าคณะจังหวัดนครพนมเป็นพระอุปัชฌาย์
    มีพระมหาพรหมมา เป็นพระกรรมวาจาจารย์ เมื่ออุปสมบทปีแรกพระอุปัชฌาย์ และพระอาจารย์ผู้อุปการะ คือ หลวงพ่อวัง ได้ร้องขอและส่งให้ไปอยู่กับพระสหายของท่าน คือ เจ้ายอดแก้ว บุญทัน บุปผรัตน์ ธมฺมญาโณ ที่วัดสุวรรณารามราช มหาวิหาร นครหลวงพระบาง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ซึ่งต่อมาืเจ้ายอดแก้ว บุญทัน บุปผรัตน์ ได้เลื่อนสมณศักดิ์ขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราชแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ต่อมากรุงเวียงจันทน์เกิดเหตุจลาจล ใน พ.ศ. 2518 พระองค์ได้เสด็จลี้ภัยเข้ามาอยู่ในประเทศไทย และสิ้นพระชนม์ ใน พ.ศ. 2528 ส่วนหลวงปูโง่นในขณะนั้นเป็นพระนวกะ ได้เรียนนักธรรมและบาลีแบบลาว ซึ่งเจ้ายอดแก้ว บุญทัน บุปผรัตน์ ทรงรักใคร่โปรดปรานมาก เพราะดั้งเดิมเป็นสายญาติกันและใช้งานได้คล่อง พูดไทยได้เก่ง พูดลาวได้ดี ภาษาอังกฤษและฝรั่งเศสก็อาศัยได้ เพราะในระยะนั้นสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

    ยังเป็นอาณานิคมเมืองขึ้นของฝรั่งเศส ท่านจึงต้องการให้พระภิกษุที่คุยกับชาวต่างชาติ

    รู้เรื่องอยู่ด้วย เมื่อเวลาว่างท่านให้เข้าป่า เพื่อแสวงหาต้นไม้ที่เป็นยาสมุนไพร

    เพราะพระองค์ท่านทรงสนใจรับรู้ในเรื่องยาสมุนไพรมาก ตอนเข้าไปในป่าถึง

    เขตทุ่งไหหิน ถูกทหารลาวและทหารฝรั่งเศสจับในข้อหาเป็นจารชนจากเมืองไทย

    ไปสืบความลับ ถูกขังคุกขี้ไก่ 30 วัน พร้อมพระลาว 2 รูป กับเด็กอีก 1 คน

    เด็กคนนั้น คือ เจ้าสิงคำ ซึ่งต่อมา ก็คือ ท่านมหาสิงคำ ผู้ทำงานช่วยพวกลาวอพยพร่วมกับสหประชาชาติอยู่ที่วัดยานนาวา กรุงเทพฯ ท่านจึงไปมาหาสู่บ่อย เพื่อขอ

    ความช่วยเหลือให้พี่น้องชาวลาว หลวงปู่โง่นก็ได้ช่วยเหลือทุกอย่างเท่าที่ความสามารถจะมี

    เรื่องการติดคุกขี้ไก่อยู่ที่ทุ่งไหหินนั้นสนุกมาก เขาเอาไก่ไว้ข้างบน คนและพระอยู่ข้างล่าง ไก่ขี้ใส่หัวตลอดเวลา เหม็นก็เหม็น ทรมานก็ทรมาน

    สนุกก็สนุก ได้ศึกษาธรรมไปในตัว ความทราบถึงเจ้ายอดแก้ว พุทธชิโนรส

    สกลมหาสังฆปาโมกข์ ท่านได้ร้องขอให้ปล่อยตัวแต่ทหารปล่อยเฉพาะพระลาว

    2 รูป กับเด็ก 1 คน ส่วนหลวงปู่โง่นเขาไม่ปล่อย เพราะเข้าใจว่าเป็นคนไทย

    ด้วยเหตุที่พูดไทยได้เก่ง ทั้งนี้ ขณะนั้นเป็นช่วงระหว่างสงครามอินโดจีน ฝรั่งเศส

    ยุให้คนไทยกับคนลาวเป็นศัตรูกัน เห็นคนไทยก็จับขังหรือฆ่าทิ้งเสีย จึงมารู้ตัวเข้าคราวหลังว่าเรามันคนปากเสีย ปากพาเข้าคุกเพราะพูดภาษาไทย
    ภายหลังสมเด็จพระสังฆราชลาวท่านออกใบสุทธิให้ใหม่ โอนเป็น พระลาวเป็นคนลาวไป เขาจึงปล่อยตัวออกมา แต่ก็ยังไม่พ้นสายตาของพวกนักสืบ จึงกราบทูลลาผู้มีพระคุณหาทางมุ่งกลับเมืองไทย แต่ไม่รู้จะมาอย่างไร จึงตัดสินใจไปพบคนที่รู้จักรักใคร่ คือ ท้าวโง่น ชนะนิกร ซึ่งเป็นข้าราชการลาวอยู่ ในระยะนั้น ทั้งสองฝั่งแม่น้ำโขงมีแต่หลุมหลบภัยและเสียงปืนที่ไทยกับลาวยิงกันไม่ขาดระยะ หลวงปู่โง่นต้องธุดงค์ปลอมแปลงตัว เดินเลียบชายฝั่งแม่น้ำโขงลงมาทางใต้จนใกล้

    ถึงเมืองท่าแขก ก็ได้รับความช่วยเหลือจากพระลาวที่รู้จักกัน คือ ครูบาน้อย

    หาทางให้ได้เกาะเรือของชาวประมงข้ามฝั่งมาไทย พอถึงแผ่นดินไทยก็ถูก

    ร้อยตำรวจเอกเดช เดชประยุทธ์ และร้อยตำรวจโทแฝด วิชชุพันธ์ จับในข้อหา

    เป็นพระลาวหลบเข้ามาสืบราชการลับในราชอาณาจักรไทย ถูกจับเข้าห้องขัง

    ฐานจารชนอยู่ 10 วัน ร้อนถึงพระพนมคณานุรักษ์ ซึ่งเป็นอดีตเจ้าเมือง ได้เจรจา

    ให้หลุดรอดออกมา พอพ้นจากห้องขังมาได้ก็เข้ากราบพระอุปัชฌาย์ คือ ท่านเจ้าคุณสารภาณมุณี ท่านเจ้าคุณสารภาณมุณีสั่งให้ไปศึกษาปฏิบัติธรรมพระกรรมฐาน

    กับพระอาจารย์วังที่ถ้ำไชยมงคลภูลังกา และไปหาพระอาจารย์เสาร์ กนฺตสีโล

    ซึ่งเป็นพระอาจารย์ของพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต ตอนเข้าพรรษาพระอุปัชฌาย์

    ให้มาจำพรรษาอยู่วัดอรัญญิกาวาส จังหวัดนครพนม

    พ.ศ. 2485 สอบได้นักธรรมตรี พ.ศ. 2486 สอบได้นักธรรมโท พ.ศ. 2487 สอบได้นักธรรมเอก ต่อมาหนีออกธุดงค์เข้าถ้ำจำพรรษาที่ถ้ำบ้านยางงอย

    อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม กับอาจารย์สน อยู่ 1 ปี พระอุปัชฌาย์รู้ข่าวเรียกตัวกลับ

    สั่งให้มาอยู่วัดอรัญญิกาวาส จังหวัดนครพนม โดยบังคับให้เป็นครูสอนนักธรรมโท อยู่วัดศรีเทพ 2 ปี เพราะวัดทั้งสองอยู่ใกล้กันไปกลับได้สบาย ผลของการสอนได้ผลดีมาก นักเรียนสอบได้ยกชั้นทั้ง 2 ปี พระอุปัชฌาย์ชมเชยมาก และปีต่อมา

    ได้เปลี่ยนเป็นครูสอนนักธรรมเวลาเช้า ส่วนเวลาบ่ายหลวงปู่โง่นเป็นนักเรียนบาลีไวยากรณ์
    พ.ศ. 2491 สอบเปรียญธรรม ป.ธ.3 แต่ต้องตกโดยปริยายเพราะข้อสอบรั่ว

    ทั่วประเทศจึงต้องสอบกันใหม่ หลวงปู่โง่นเกิดความไม่พอใจในวิธีการเรียนแบบสกปรก

    จึงย้อนกลับไปพึ่งใบบุญของสมเด็จพระสังฆราชแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตย

    ประชาชนลาว ไปเรียนและตั้งใจเรียนจนสอบเทียบได้เปรียญ 5 โดยสมเด็จพระยอดแก้ว

    สกลมหาปรินายกออกใบประกาศนียบัตรให้ จากนั้นท่านสั่งให้ไปเรียนต่อที่ประเทศพม่า พอดีขณะนั้นพระภิกษุสงฆ์ในพม่าพากันเดินขบวนขับไล่รัฐบาลของอูนุ

    มีการจับพระชาวต่างชาติเข้าคุก หลวงปู่โง่นก็พลอยโดนด้วย แต่โชคดีที่พระมหานายก

    ของพม่า คือ ท่านอภิธชะมหา อัตฐะคุรุ ได้ขอร้องและทำใบเดินทางให้เข้าประเทศอินเดีย เลยเข้าไปเมืองฤๅษีเกษ แคว้นแคชเมียร์ ไปฝึกฝนอบรมวิชาโยคะ 1 ปี

    เมื่อมีเพื่อนนักโยคะชักชวนขึ้นไปเมืองยางเซะและเมืองลาสะ ซึ่งเป็นเมืองหลวง

    ของประเทศธิเบต เพื่อศึกษาภูมิประเทศและหลักการทางพระพุทธศาสนามหายาน

    พ.ศ. 2494 กลับมาเมืองไทย ท่านเจ้าคุณรัชมงคลมุนี วัดสัมพันธวงศ์ ส่งให้ไปเป็นหัวหน้าก่อสร้างอุโบสถจัตุรมุขหลังใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออก

    ที่วัดสารนาถธรรมาราม อำเภอแกลง จังหวัดระยอง อยู่ได้ 5 ปี อุโบสถจวนเสร็จ

    ขออำลาหนีไปพักผ่อนชั่วคราว ไปพักอยู่กับญาติ ๆ ที่เมืองอังกานุย ประเทศนิวซีแลนด์

    แล้วไปอยู่แคนเบอร่า ประเทศออสเตรเลีย อยู่แห่งละ 1 ปี แล้วไปอาศัยอยู่กับ

    ญาติโยมเก่าที่เขาเคยอุปการะอยู่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ที่เมืองรียอง ประเทศฝรั่งเศส

    พ.ศ. 2498 กลับเมืองไทยไปช่วยท่านมหาโฮม คือ เจ้าคุณราชมุนี

    วัดสระประทุม ที่ปากช่อง จากนั้นเดินธุดงค์เข้าป่าเข้าถ้ำหลายแห่ง คือ ถ้ำเชียงดาว อำเภอเชียงดาว ถ้ำตับเต่า อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ แล้วล่องใต้ไปอยู่ถ้ำจัง อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง ถ้ำขวัญเมือง อำเภอสวี จังหวัดชุมพร แล้วมาถ้ำมะเกลือ เหมืองปิล็อก จังหวัดกาญจนบุรี จากนั้นขึ้นถ้ำฤๅษี (ถ้ำมหาสมบัติ) ถ้ำเรไร

    จังหวัดเพชรบูรณ์
    ในปี พ.ศ. 2502 หลวงพ่อแพร คือ ท่านเจ้าคุณเพชราจารย์

    เจ้าคณะจังหวัดเพชรบูรณ์ในขณะนั้น ได้นิมนต์มาสร้างโรงเรียนประชาบาล

    วัดท่าข้าม และสร้างพระประธานใหญ่ไว้ที่เขตอำเภอชนแดน แล้วท่านร้องขอ

    ให้ไปอยู่แคมป์สน เขตอำเภอหล่มสัก อยู่ได้ปีเดียวท่านเจ้าคุณวิมลญาณเวที

    วัดมงคลทับคล้อ ซึ่งเป็นเครือญาติกันมาก่อนขอให้มาสร้างฌาปนสถานและบูรณะศาลาการเปรียญวัดมงคลทับคล้อ พอเสร็จเรียบร้อยท่านร้องขอให้มาช่วยเหลือ

    ประจำอยู่วัดพระพุทธบาทเขารวก เมื่อปี พ.ศ. 2507 เพราะเป็นแดนทุรกันดาร หน้าแล้งจะขาดแคลนน้ำดื่มน้ำใช้ ด้วยความเห็นชอบและเลื่อมใสของท่านเจ้าอาวาส ตลอดจนญาติโยมได้ลงมือพัฒนาสถานที่นี้ให้ได้รับความสะดวกสบายขึ้นหลายอย่าง อาทิ ได้ขุดสระกักเก็บน้ำไว้ในบริเวณหมู่บ้าน เก็บน้ำให้ชาวบ้านไว้ใช้ตลอดปี สร้างถนนจากบ้านวังหลุมถึงเขารวกเป็นระยะทาง 5.5 กิโลเมตร และสร้างโรงเรียนประถมศึกษาเป็นอาคารชั้นเดียว ยาว 50 เมตร มีห้องเรียน 8 ห้อง อีกทั้งปั้น รูปสมเด็จพระปิยมหาราชไว้ที่หน้าเสาธง มีขนาด 1 เท่าครึ่ง ตั้งอยู่ตลอดจนถึง ทุกวันนี้ และในวันที่ 23 ตุลาคมของทุกปีจะมีพิธีถวายบังคมพระบรมรูป พร้อมทั้งแจกทุนการศึกษาแก่เด็กยากจนไม่น้อยกว่าปีละ 100 ทุน ตลอดมาจนทุกวันนี้

    หลวงปู่โง่นละสังขารของท่านเมื่อวันที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2542 รวมสิริชนมายุได้ 94 ปีเศษ นับว่ามีอายุมากแต่สังขารของหลวงปู่โง่น ไม่แก่เฒ่าอย่างที่ทุกคนคิด เพราะท่านมีวิธีรักษาจิตเพื่อชะลอความแก่ไว้ด้วยธรรมสมบัติ

    มีธรรมสมบัติเป็นจิตใจจึงเป็นใจที่สงบ อันใจที่สงบนั้นย่อมไม่แก่ชราดัง

    พระพุทธภาษิตว่า สตญฺจ ธมโม นชรํ อุเปติ ธรรมของผู้มีใจสงบนั้นย่อมไม่เข้าถึงความแก่ชรา ก็คือการชะลอความแก่ไว้ด้วยธรรมสมบัตินั่นเอง

    คนส่วนมากมักปล่อยชีวิตให้เป็นไปตามยถากรรม แต่หลวงปู่โง่น

    ใช้ชีวิตของท่านเดินย้อนรอยกรรม โดยการนำตัวแฝงเข้ามาเป็นอุปกรณ์การเดินทาง เพื่อย้อนรอยกรรม จึงทำให้ชีวประวัติของท่านโดดเด่น โลดโผน เป็นวรธรรมคติ แก่ผู้ศึกษาและปฏิบัติได้เป็นอย่างดี อันปฏิปทาของหลวงปู่โง่นนั้น ตรงกับคำว่า “ปะฐะ วิปปะภาโส” แปลว่า ผู้ยังพื้นปฐพีให้สว่างไสว เหมือนดวงอาทิตย์อุทัย

    ที่เป็นดวงตาของโลก มีความชื่นชมยินดี เป็นที่รวมใจ มีรัศมีสีทองผ่องอำไพ

    ส่องโลกนี้ เป็นคาถาที่ปรากฏในโมรปริตร์ ถ้าคิดถึงหลวงปู่โง่นก็ให้เจริญมนต์บทนี้ จะได้รับความคุ้มครองจากธรรมสมบัติตามปฏิปทาบารมีของหลวงปู่โง่นเหมือนท่านอยู่กับเราในฐานะตัวแฝงตลอดไป

    สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ เสด็จมาพระราชทานเพลิงศพ

    วันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2545 คณะสงฆ์ คณะศิษยานุศิษย์ และพุทธศาสนิกชนผู้มีความเคารพนับถือ ได้ร่วมกันประกอบพิธีในการพระราชทาน

    เพลิงศพหลวงปู่โง่น ณ เมรุวัดพระพุทธบาทเขารวก ตำบลทับคล้อ อำเภอตะพานหิน

    จังหวัดพิจิตร โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จมาพระราชทานเพลิงศพหลวงปู่โง่นในครั้งนี้ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณแก่คณะสงฆ์ คณะศิษยานุศิษย์ มิตร ญาติ อย่างหาที่สุดมิได้
    เครดิตจากจากเพจ ครูดงตะขบ

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ


    พระผงพุทธวิโมกข์พิมพ์ใบโพธิ์รุ่นสุดท้ายหลวงปู่โง่น นำมาแจกในงานพระราชทานเพลิงศพ
    ยกชุด ๒ องค์

    ให้บูชา 200 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    IMG_20251119_204753.jpg IMG_20251119_204819.jpg IMG_20251119_204840.jpg
     
  20. ktv

    ktv เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 มีนาคม 2015
    โพสต์:
    1,155
    ค่าพลัง:
    +1,228
    โอนแล้วครับ 20/11/68 เวลา 10.31 น.จำนวน 180 บ.จัดส่งที่เดิมครับ
     

แชร์หน้านี้

Loading...