พระปิดตาหลวงพ่ออุตตมะ

ในห้อง 'พระเครื่อง วัตถุมงคล' ตั้งกระทู้โดย Jumbo A, 17 สิงหาคม 2022.

  1. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,113
    ค่าพลัง:
    +21,459
    FB_IMG_1766240941764.jpg

    หลวงพ่อวิริยังค์ ท่านเป็นพระปฏิบัติกรรมฐาน สายหลวงปู่มั่น เป็นพระรุ่นเดียวกับหลวงปู่เจี๊ยะ หลวงปู่หลอด หลวงตามหาบัว เป็นต้น หลวงพ่อวิริยังค์ ปัจจุบันได้รับสมณศักดิ์ เป็นพระธรรมมงคลญาณ จึงนับเป็นศิษย์สายตรงรุ่นสุดท้ายของหลวงปู่มั่นที่ยังมีชีวิตอยู่ ท่านเป็นหลักชัยของพระกรรมฐานสายพระป่าในเมืองหลวงที่เหลืออยู่ ซึ่งได้พยายามถ่ายทอดสอนธรรมะและกรรมฐานให้กับประชาชนทั่วไปทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ สำหรับหลวงพ่อวิริยังค์ แม้ว่าท่านมีลูกศิษย์นับถือเยอะ แต่หลวงพ่อก็ไม่ค่อยจะเน้นสร้างวัตถุมงคลมากนัก ถ้าจะสร้างก็เฉพาะที่จำเป็นจริงๆ เมื่อท่านสร้างวัตถุมงคลก็ต้องทำโดยวัดเป็นผู้จัดสร้าง จะไม่มีเรื่องพุทธพาณิชย์มาเกี่ยวข้อง พระของท่านทุกรุ่นมีเจตนาการสร้างดี นอกจากท่านจะปลุกเสกเดี่ยวแล้ว ยังได้เชิญพระเกจิสายกรรมฐานมาร่วมปลุกเสกอีกมากมายในแต่ละครั้ง หลวงพ่อวิริยังค์ ท่านเป็นพระที่มีบารมีสูงมากๆ สามารถสร้างถาวรวัตถุต่างๆที่มีมูลค่านับร้อยนับพันล้านได้ภายในไม่กี่ปี

    สมเด็จพระญาณวชิโรดม (วิริยังค์ สิรินฺธโร)ปรารภว่า พระธรรมคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นเป็นของวิเศษนับว่าเป็นแก้วรัตนมงคลของโลก เมื่อประพฤติตามแล้วก็สามารถดำเนินชีวิตไปได้อย่างเป็นระเบียบและมีความสุข เมื่อถึงขั้นอริยมรรค เขาทั้งหลายก็จะพ้นจากทุกข์ถึงซึ่งพระนิพพานในที่สุด หลวงพ่อประสงค์ให้พระพุทธศาสนานี้มีความยั่งยืนให้ยาวนานที่สุด มิใช่เพียงพัน ๆ ปี แต่ขอให้เป็นแสน ล้านปี การสร้างพระพุทธรูปที่เป็นองค์แทนองค์สมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า แม้เป็นรูปธรรมแต่ก็มีความสำคัญเพราะเป็นสิ่งที่เห็นได้ด้วยตาเปล่า จึงเป็นสื่อที่จะนำบุคคลผู้มีความเชื่อ ความเลื่อมใสให้เข้าไปถึงนามธรรม พระพุทธรูปจะต้องมีค่าสูงและน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก เพื่อจะเป็นศูนย์รวมของคนทั่วโลกต่อไปในอนาคต โดยคิดถึงวัตถุที่มีความคงทนและมีค่าสูงให้สมกับพระธรรมคำสอนขององค์สมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าที่เป็นของดีของวิเศษ นับว่าเป็นแก้วรัตนมงคลของโลก วัตถุเช่นทองเหลือง ทองแดง อิฐ ปูน ทราย วัตถุเหล่านี้จะเสื่อมสลายไปตามอายุของมันในเวลาอันไม่นานนัก ท่านจึงมีความคิดว่า หยกเขียว เป็นวัตถุอันหนึ่งที่มีอายุยิ่งยืนนานเท่าไหร่ยิ่งมีค่าสูงและวัตถุนั้นมีอายุนานนับแสนนับล้าน ๆ ปีไม่มีการเสื่อมสภาพ เพื่อให้เป็นสิ่งที่สูงค่ายิ่งขึ้นก็ต้องเป็นหยกเขียวบริสุทธิ์ที่มีก้อนใหญ่ที่สุดในโลก
    หลวงพ่อได้ใช้ความพยายามแสวงหาหินหยกอย่างเต็มที่ มาในภายหลังหลวงพ่อได้ทราบข่าวว่าที่ประเทศแคนนาดามีบริษัททำเหมืองหยก ท่านจึงได้เดินทางไปยังประเทศแคนาดาในปี พ.ศ. 2530 เพื่อไปสืบหาหยกเขียวมาแกะสลักให้ได้ แต่เมื่อเดินทางไปถึงแล้วก็ยังไม่พบหยกตามต้องการ ท่านจึงเข้าพบเจ้าของบริษัททำเหมืองหยก ขอสั่งจองก้อนหยกขนาดใหญ่ไว้ หากขุดได้ท่านจะซื้อกลับมาเมืองไทย เวลาก็ผ่านไปเรื่อย ๆ ก็ยังไม่มีข่าวดีสักทีเพราะแม้ทางเหมืองจะขุดพบหยกเขียว และนำขึ้นมาได้ก็ยังไม่ได้ขนาดตามที่หลวงพ่อต้องการ

    กระทั่งเวลาผ่านไปเกือบ 5 ปี ในวันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2534 ช่วงเวลา 03.00 น. ในขณะที่หลวงพ่อนั่งสมาธิก็ปรากฏเป็นนิมิตเห็นหยกสีเขียวบริสุทธิ์ขนาดใหญ่ที่สุดในโลกได้เกิดขึ้นแล้ว หลังจากท่านได้นิมิตแล้วก็เกิดความเชื่อมั่นว่าก้อนหยกที่ต้องการนั้นใกล้จะเป็นจริงแล้ว ท่านจึงเดินทางไปยังประเทศแคนาดาอีกครั้ง

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ
    ชุด ๒ องค์
    ๑.พระผงหยก
    ๒.เหรียญหลวงพ่อวิริยังค์

    ให้บูชา 150 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ
    (ปิดรายการ)
    IMG_20251220_212313.jpg IMG_20251220_212335.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 21 ธันวาคม 2025
  2. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,113
    ค่าพลัง:
    +21,459
    1766241438977.jpg

    เปิดประวัติพระเกจิอาจารย์ ' เกจิดังอายุ104ปี 69พรรษา
    หลวงพ่อสมบุญ ปิยธมฺโม ' แห่ง วัดลำพันบอง เมืองสุพรรณบุรี ครูบาอาจารย์อาวุโส เด้นเครื่องราง พระเปิดตา แหวน สิงห์ ชานหมาก
    ในแวดวงพระเกจิอาจารย์ปัจจุบัญที่มีอายุร้อยปีเศษแล้ว ในพื้นที่ภาคกลางยังมีอีกหนึ่งพระเกจิอาจารย์ที่สูงวัย และผู้มีความศรัทธาเชื่อในวิชาพุทธาคมของท่าน ครั้งนี้จะขอเล่าถึง หลวงพ่อสมบุญ ปิยธมฺโม วัดลำพันบอง พระเกจิของจังหวัดสุพรรณบุรี
    หลวงพ่อสมบุญ ปิยธมฺโม
    หลวงพ่อสมบุญ ปิยธมฺโม
    สำหรับประวัติพระครูสุวรรณธรรมานุยุต หรือ หลวงพ่อสมบุญ ปิยธมฺโม วัดลำพันบอง นั้น ท่านเกิดเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2465 ตรงกับวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 6 ปีจอ เป็นคนไทย ภูมิลำเนาอยู่ที่บ้าน หนองอีเงิน ต.ห้วยขมิ้น อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี ซึ่งในปัจจุบันอยู่ในเขต อ.ด่านช้าง โยมบิดาชื่อ คำ โยมมารดาชื่อ ถิน นามสกุล ชมชื่น อาชีพทำไร่ ทำนา มีพี่น้องทั้งสิ้น 6 คน หลวงพ่อเป็นบุตรคนโต มีน้องชายอีก 2 คน และน้องสาวอีก 3 คน
    ในวัยเด็กได้เรียนหนังสือกับพระที่วัดวังกุ่ม ต.ห้วยขมิ้น เป็นระยะเวลาสั้นๆ ประมาณ 1 ปี เหตุที่ไม่ได้เรียนหนังสือคือ สืบเนื่องจากท่านมีภาระต้องแบ่งเบา จึงต้องละทิ้งการเรียนเพื่อช่วยครอบครัวประกอบอาชีพในฐานะพี่ชายคนโต
    ปี 2485 เมื่อหลวงพ่อสมบุญมีอายุครบ 20 ปี จึงได้เข้าพิธีอุปสมบทตามประเพณีที่ วัดป่าสะแก มี พระครูวิสิทธิ์สิทธิการ (อาจารย์เพชร) เป็นพระอุปัชฌาย์ จำพรรษาที่วัดป่าสะแกประมาณ 2 พรรษา จึงย้ายไปจำพรรษาที่วัดต่างๆ ในละแวกนั้นอีก 4 สำนัก คือ วัดดอนมะเกลือ 2 พรรษา วัดวังคัน 3 พรรษา วัดวังกุ่ม 2 พรรษา และวัดดอนเก้าอีก 2 พรรษา จากนั้นจึงกลับมารับตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดดอนมะเกลือเมื่อปี 2498 รวมระยะเวลาในการจาริกจำพรรษายังอารามต่างๆ ประมาณ 13 พรรษาเศษ เมื่อเห็นว่าท่านบวชนานจนสมควรแก่เวลา ญาติพี่น้องจึงขอร้องให้ลาสิกขา หลังจากครองตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดดอนมะเกลือได้เพียงแค่ 2 ปี
    หลวงพ่อสมบุญ ปิยธมฺโม
    หลวงพ่อสมบุญ ปิยธมฺโม
    เนื่องจากโยมบิดาและโยมมารดาเริ่มเข้าวัยชรา ทำให้ท่านผู้ซึ่งเป็นพี่ชายคนโตของตระกูลมีความจำเป็นต้องลาสิกขาออกมาเพื่อดูแลครอบครัว ปี 2499 หลวงพ่อสมบุญ จึงจำต้องลาสิกขาออกมาสู่เพศฆราวาส เมื่อลาสิกขาออกมาโยมมารดาของท่านเกรงว่าลูกชายจะหนีไปบวชอีกครั้ง จึงจัดการให้ท่านแต่งงานกับ นางสาวสุวรรณ สะราคำ ผู้ซึ่งเป็นลูกสาวนายดิน-นางแก้ว สะราคำ ชาวบ้านดอนมะเกลือ ต.ป่าสะแก เมื่อแต่งงานมีครอบครัวแล้วได้ประกอบอาชีพทำไร่ทำนา ช่วยบิดา-มารดาอยู่ไม่นาน จึงย้ายนิวาสสถานมาเปิดกิจการขายของที่บ้านทับละคร เขต อ.ด่านช้าง ครั้นเมื่อย้ายมาอยู่บ้านทับละครได้ประมาณ 6 เดือน นางสุวรรณผู้เป็นภรรยาได้ถึงแก่กรรม เนื่องจากไข้ป่าที่แทรกซ้อนมาจากการคลอดบุตร

    เมื่อภรรยาเสียชีวิตท่านจึงยกลูกสาววัยแบเบาะให้ญาติฝ่ายภรรยาอุปการะ แล้วหันหลังให้โลกวิสัย ตั้งใจบวชจนตายคาผ้าเหลือง ส่วนลูกสาวคนเดียวของท่านเมื่อลืมตาดูโลกอยู่ได้ประมาณ 4 เดือนก็เสียชีวิต ทำให้ท่านหมดสิ้นซึ่งห่วงร้อยรัดตัดสิ้นในทางโลกโดยสิ้นเชิง หลวงพ่อจึงหวนกลับสู่เพศบรรพชิตอีกครั้งหลังจากที่ลาสิกขาออกไปได้เพียงแค่ 1 ปี กับ 3 เดือน
    หลวงพ่อสมบุญ ปิยธมฺโม
    หลวงพ่อสมบุญ ปิยธมฺโม
    ต้นปี 2501 เสร็จสิ้นงานฌาปนกิจศพนางสุวรรณผู้เป็นภรรยา หลวงพ่อสมบุญจึงเข้าสู่พัทธสีมาอีกครั้ง มี พระอธิการกัณหา วัดป่าสะแก เป็นพระอุปัชฌาย์ (ภายหลังได้รับสมณศักดิ์ที่ พระครูสุขุมวิหารการ เจ้าคณะตำบลป่าสะแก)
    หลวงปู่สมบุญ เป็นพระเถระที่มีเมตตาธรรมอันสูงยิ่ง ทั้งยังเป็นผู้ถ่อมตนไม่โอ้อวดคุณวิเศษในตัวเอง ที่เด่นชัดคือประสบการณ์ในวัตถุมงคลของท่าน ล้วนแต่เป็นประจักษ์พยานยืนยันว่าท่านมีดีเกินตัว แต่ท่านชอบเก็บเนื้อเก็บตัวอยู่อย่างพระธรรมดา เวลาวัตถุมงคลที่ศิษย์นำไปใช้ได้ผลในทางความขลัง
    หลวงพ่อสมบุญ ปิยธมฺโม
    หลวงพ่อสมบุญ ปิยธมฺโม
    ส่วนชานหมากหลวงปู่มีชื่อเสียงเรื่องกันเขี้ยว งา และพิษของสัตว์ร้าย ชาวบ้านแถวนั้นมีอาชีพทำไร่เป็นส่วนมาก มีหลายครั้งที่เผลอเหยียบงูโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่ทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า "งูมันอ้าปากบ่ขึ้น" นั่นก็คืองูเห่าแผ่แม่เบี้ยและฉกกัดชาวบ้านแต่ฉกในลักษณะที่ปากหุบอยู่นั่นเอง
    ขณะที่เรื่องของด้านแคล้วคลาดคงกระพัน เหตุการณ์นี้มีบันทึกไว้ในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลหนองหญ้าไซ จ.สุพรรณบุรี คือ เมื่อราวเดือนมกราคม 2555 มีวัยรุ่นชาย อายุ 25 ปี ชาว ต.แจงงาม อ.หนองหญ้าไซ จ.สุพรรณบุรี มาโรงพยาบาล โดยรถกู้ภัย และตำรวจจาก สภ. หนองหญ้าไซ เหตุเกิดที่บ้านสามัคคีธรรม ผู้นำส่ง และตำรวจเล่าเหตุการณ์ว่า 30 นาทีก่อนมาโรงพยาบาล ขณะที่ผู้บาดเจ็บเดินเที่ยวงานปิดทองฝังลูกนิมิตวัดสามัคคีธรรม ถูกคู่กรณีใช้ปืนลูกซองยิงบริเวณกลางหน้าอก มีแผลกระจายทั่วหน้าอก หลังจากนั้นผู้บาดเจ็บล้มลง ผู้พบเห็น และตำรวจ สภ.หนองหญ้าไซ จึงนำส่งโรงพยาบาล จากการตรวจร่างกายพบบาดแผลดังนี้ บาดแผลกระสุนปืนเป็นรอยจ้ำถลอก 6 รอยบริเวณใกล้ซอกรักแร้แถบซ้าย และบาดแผลกระสุนปืนเป็นรอยจ้ำถลอก 29 รอย กระจายทั่วบริเวณกลางหน้าอก ในคอพบเพียงเหรียญหลวงพ่อสมบุญเท่านั้นนี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของประสบการณ์บารมีหลวงปู่สมบุญเท่านั้น จะเห็นได้ว่าอานุภาพวัตถุมงคลของหลวงปู่สมบุญนั้นไม่ธรรมดา มีหลักฐานบันทึกไว้ชัดเจน
    อีกทั้งท่านยังมีพระเปิดตาเป็น เอกลักษณ์ เฉพาะวัดลำพันบองอีกด้วย ผู้นำไปบูชา มักจะพูดกันว่าค้าขายคล่องมีโชคมีสิ่งดีเข้ามาในชิวิต สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงความเชื่อส่วนบุคคลเท่านั้น
    เพราะหลวงปู่จะพูดเสมอว่าขยันมากก็รวยมาก
    หลวงปู่ท่านถือว่าเป็นพระที่อายุยืนถึง104 69พรรษา ถ้านับบวชร่วมแล้วท่านจะมีพรรษาร่วมถึง82พรรษาเลยที่เดียว
    เคดิตคมชัดลึก

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    ชุด ๒ องค์
    ๑.สมเด็จคะแนนฝังตะกรุดหลังรูปเหมือน
    ๒.เหรียญปาดตาล ๙๐ ปี
    รุ่น สมพร ปราถนา รุ่นนิยมประสบการณ์

    ให้บูชา 250 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ
    (ปิดรายการ)
    IMG_20251220_214106.jpg IMG_20251220_214126.jpg IMG_20251220_214151.jpg IMG_20251220_214218.jpg IMG_20251220_214247.jpg IMG_20251220_214305.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 21 ธันวาคม 2025
  3. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,113
    ค่าพลัง:
    +21,459
    FB_IMG_1733102114745.jpg

    หลวงพ่อตั๋งวัดโพธิ์เอน เป็นเกจิร่วมยุคกับ หลวงพ่อตาบ วัดมะขามเรียง หลวงพ่อตั๋งเป็น ศิษย์หลวงพ่อโป๋ วัดวังแดงเหนือ หลวงพ่อตั๋งเป็นศิษย์ร่วมรุ่นครูบาอาจารย์เดียวกับ หลวงพ่อย้อย วัดอัมพวัน สระบุรี และ หลวงพ่อแจ่ม วัดวังแดงเหนือ
    "เจ้าตำหรับมีดสะกดวิญญานอันลือลั่นครับ"
    คนพื้นที่อ.ท่าเรือจะเล่าสู่กัน "ตาบตาย ตั๋งติดคุก"
    ณ วงสุรา ต่างคนมั่นใจว่า มีของดี สุดท้ายเกิดการดวลมีดกันขึ้นมา สรุปคนห้อยหลวงพ่อตาบ ตาย ส่วนคนห้อยหลวงพ่อตั๋ง ไม่เป็นอะไร เลยต้องติดคุก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นล้วนอยู่ที่บุญและกรรมของแต่ล่ะคนด้วยครับ..ต่อให้มีพระดีแค่ไหนประพฤติปฎิบัติไม่ดีไม่มีศีลมีธรรมพระที่ไหนก็ไม่คุ้มครองครับ..วัตถุมงคลทั้ง2อาจารย์สุดยอดด้วยกันทั้ง2ท่านครับลูกศิษย์ท่านมากมายทั่วประเทศครับ

    เหรียญ.."รุ่นแรก"..หลวงพ่อตั๋ง วัดโพธิ์เอน ปี 2522 เหรียญประสบการณ์สูง

    สุดยอดเหรียญประสบการณ์สูงแห่งเมืองอยุธยาครับเหรียญนี้ คนพื้นที่รู้จักกันดี
    หลวงพ่อตั๋งท่านนี้พระเวทวิทยาคมสูงมาก เหรียญท่านขึ้นชื่อมากในเรื่องมหาอุด
    คงกระพันตามแบบฉบับพระเกจิเก่าแก่เมืองอยุธยาโดยแท้ ..เหรียญรุ่นเรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้อุบัติขึ้นเมื่อประมาณปีพ.ศ.2525 ผู้ประสบการณ์ไม่ประสงค์ออกนาม เมื่อประมาณปีพ.ศ.2525 มีอยู่วันหนึ่งท่านโดนยิงด้วยปืนลูกซองระยะประมาณ5วาเศษเรียกว่าระยะเผาขน ลูกปืนถูกบริเวณหน้าอกและลำคอ ความแรงของลูกปืนทำให้หงายหลังลงไปนอนแผ่หลา ด้วยอานุภาพของ.เหรียญรุ่น.แรก.......ปีพ.ศ.2522........คุ้มครองแค่ผิวหนังไหม้เกรียมเป็นจุดลูกปืนเท่านั้น ท่านบอกว่าเหรียญรุ่นนี้มีคุณวิเศษในทางอยู่คงกระพัน อย่างยอดเยี่ยม ถ้าวันนั้นเหรียญหลวงพ่อตั๋งไม่คุ้มครอง ร่างคงพรุนเป็นแน่ ท่านใดที่ได้มีได้บูชาเก็บไว้ดีๆๆนะครับประวัติและเกียรติคุณของหลวงพ่อตั๋ง ที่ลำดับความมาตั้งแต่ต้นจนถึงบทสุดท้ายนี้ หวังว่าคงสร้างศรัทธาต่อท่านผู้อ่านตามสมควรโดยเฉพาะวัตถุมงคลของหลวงพ่อ เคยก่ออภินิหารทุกรุ่น แต่ไม่มีผู้ใดนำความศักดิ์สิทธิ์มาเผยแพร่ให้เลื่องลือชื่อเสียง ท่านจึงเป็นเสมือนเพชรน้ำหนึ่งที่ซ่อนแสงอยู่ในเงามืดมาโดยตลอด
    หรือแม้กระทั่งห้อยพระหลวงพ่อตั๋ง โดนพยาบาลฉีดยาเข็มแทงไม่เข้าก็เป็นที่เลื่องลือครับ

    พุทธคุณดีเยี่ยมเรื่องคงกระพัน มหาอุดเป็นที่ยอมรับของคนในพื้นที่มากครับแถมพระของท่านหลักร้อยไม่มีเก๊อีกด้วยครับ

    ประวัติ หลวงพ่อตั๋ง ปิยคุโณ
    หลวงพ่อตั๋ง ปิยคุโณ
    เดิม
    ชื่อตั๋ง เต้่าสุวรรณ เกิดวันพุธที่11 ธันวาคม พ.ศ.2455 ปีชวด ที่บ้านโพธิ์เอน ต.โพธิ์เอน อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นบุตรคุณพ่ออยู่ คุณแม่ใย เต้าสุวรรณ มีพี่น้องร่วมบิดามารดา7คน
    1 นายพรหม เต้าสุวรรณ
    2น.ส.ลำยวง เต้าสุวรรณ
    3นางชิด อารมย์สุข
    4นายบุญช่วย เต้าสุวรรณ
    5นายตั๋ง เต้าสุวรรณ
    6น.ส.ติ้ง เต้าสุวรรณ
    7นายเชื้อ เต้าสุวรรณ(ถึงแก่กรรมทั้งหมด)
    อุปสมบท
    เมื่ออายุครบ20ปีได้อุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดโพธิ์เอน ต.โพธิ์เอน อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 12พฤาภาคม 2475 มีพระอธิการโป๋ เจ้าอาวาสวัดวังแดงเหนือ เป็นพระอุปัชฌาย์ มีพระอธิการก๋งเจ้าอาวาสวัดโพธิ์เอน เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และอาจารย์โกยเป็นอนุสาวนาจารย์(พระตั๋งได้รับฉายาปิยคุโณ)
    หลวงพ่อตั๋ง มีความเป็นอยู่อย่างสมถะ พูดน้อยแต่แฝงด้วยความปราณี เป็นศิษย์ร่วมครูอาจารย์กับหลวงพ่อย้อย วัดอัมพวัน สระบุรีและหลวงพ่อแจ่ม วัดวังแดงเหนือ อยุธยา มีความขลังทางพุทธาคมคาถาเป็นอมตะ สร้างวัตถุมงคลเพื่อการสร้างพระศาสนาไม่หลายรุ่นนัก ปัจจุบันเป็นที่นิยมอย่างกว้างขวาง หลวงพ่อตั๋ง นับเป็นพระเถราจารย์บริสุทธิ์ด้วยศิลและมีกฤษฏาอภินิหารอีกรูปหนึ่งแห่งลุ่มน้ำป่าสักตอนใต้ หลังจากอุปสมบทแล้ว ท่านได้จำพรรษาที่วัดโพธิ์เอนได้ศึกษาพระธรรมวินัยอันเป็นพระปริยัติกับหลวงพ่อก๋ง แต่ไม่ได้เข้าสอบธรรมสนามหลวง ท่านได้หันมาเอาดีทางสมถกรรมฐานและเวทมนต์คาถาโดยมีอาจารย์พ่อก๋งเป็นผู้ประสิทธิ์วิทยาคุณต่างๆ มาถึงตอนนี้ขออ้างอิงสิ่งที่น่าเชื่อถือได้สักนิด ผู้เขียนเคยกราบเรียนถามถึงความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อก๋ง ว่ามีมากน้อยเพียงไร หลวงพ่อตั๋งเล่าว่า หลวงพ่อก๋งบรรลุฌานกสิณแก่กล้า สามารถลงไปในน้ำจับปลาเป็นๆขึันมาได้ และยังเดินบนผิวน้ำได้อีกด้วย โดยเฉพาะความขลังในการเสกเป่าน้ำ พระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์มาก หลวงพ่อตั๋งได้รับการถ่ายทอดวิทยาตุณต่างๆ จากหลวงพ่อก๋งอย่างไม่ปิดบังอำพรางโดยเฉพาะทางสมถกรรมฐานท่านกรุณาแนะนำหลักปฏิบัติจนมีความเชี่ยวชาญ ในการเจริญภาวนา มีสมาธิจิตกล้าแข็งและว่องไว สามารถปลุกเสกวัตถุมงคลต่างๆ ให้เกิดอานุภาพนานาประการทั้งปวง เมตตามหานิยม มหาอำนาจและคงกระพันชาตรี คุณวิเศษที่กล่าวมานี้ คือผลการเจริญกรรมฐาน จนจิตเป็นสมาธิชั้นสูง ซึ่งหลวงพ่อก๋งเป็นผู้บอกพระกรรมฐาน และชี้แนะหลักปฏิบัติแต่เริ่มแรก ต่อมาได้เข้าฝากตัวเป็นศิษย์ กับหลวงพ่อโป๋ วัดวังแดงเหนือ ซึ่งเป็นพระอุปัชฌาย์ เพื่อเพิ่มวิทยาคุณเวทมนต์คาถา ให้กว้างขวางยิ่งขึ้น หลวงพ่อโป๋ท่านกรุณาถ่ายทอดวิทยาคุณต่างๆ จนหมดสิ้นเช่นกัน ยิ่งกว่านั้น....รออ่านตอนต่อไปพักสายตาก่อนครับ..ยังไม่ถึงตอนดุเดือด ...มาอ่านต่อ..ยิ่งกว่านั้นท่านยังแนะนำหลักปฎิบัติการเจริญภาวนา ในบทคาถาต่างๆให้เกิดความขลังยิ่งยวดขึ้นไปอีก โดยเฉพาะวิชาทำน้ำมนต์เดือด ท่านปฎิบัติได้เข้มขลังยิ่งนัก ตอนผมบวชอยู่ เมื่อปี2521 ผมเห็นกับตา ซึ่งเป็นเรื่องแปลกมาก จากนั้นหลวงพ่อลงมาจำพรรษาที่วัดลอดช่องเมืองกรุงเก่า ขอฝากตัวเป็นศิษย์หลวงพ่อแข่ม เพื่อขอเรียนวิชาเรียกสูตรสนธิการทำผงพุทธคุณต่างๆ ซึ่งหลวงพ่อแช่มท่านกรุณารับไว้เป็นศิษย์ด้วยความเต็มใจ หลวงพ่อตั๋งมีความชำนาญอ่านเขียนหนังสือขอมอย่างดีเยี่ยม อักขระคาถาเลขยันต์ต่างๆ ท่านมีความรู้อยู่ในขั้นพระเถราจารย์ชั้นแนวหน้าเลยทีเดียว โดยเฉพาะผงพุทธคุณที่ท่านลบและปลุกเสกมีความศักดิ์สิทธิ์ชนิดที่ว่าทรงคุณวิเศษนานัปการ หลวงพ่อตั๋งคร่ำเคร่งอยู่กับวิชาไสยศาสตร์เป็นเวลานานหลายปี หลังจากนั้น ท่านจาริกธุดงค์ไปตามสถานที่ต่างๆ ทางภาคเหนือหลายแห่ง มีโอกาสเข้ากราบคารวะพระเดชพระคุณหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ พระผู้ทรงความศักดิ์สิทธิ์แห่งเมืองนครสวรรค์อีกด้วย มาถึงปีพ.ศ.2489 เมื่อครูอาจารย์ของหลวงพ่อถึงกาลมรณภาพลงหมด
    ต่อมาได้เข้าฝากตัวเป็นศิษย์ กับหลวงพ่อโป๋ วัดวังแดงเหนือ ซึ่งเป็นพระอุปัชฌาย์ เพื่อเพิ่มวิทยาคุณเวทมนต์คาถา ให้กว้างขวางยิ่งขึ้น หลวงพ่อโป๋ท่านกรุณาถ่ายทอดวิทยาคุณต่างๆ จนหมดสิ้นเช่นกัน ยิ่งกว่านั้น....รออ่านตอนต่อไปพักสายตาก่อนครับ..ยังไม่ถึงตอนดุเดือด ...มาอ่านต่อ..ยิ่งกว่านั้นท่านยังแนะนำหลักปฎิบัติการเจริญภาวนา ในบทคาถาต่างๆให้เกิดความขลังยิ่งยวดขึ้นไปอีก โดยเฉพาะวิชาทำน้ำมนต์เดือด ท่านปฎิบัติได้เข้มขลังยิ่งนัก ตอนผมบวชอยู่ เมื่อปี2521 ผมเห็นกับตา ซึ่งเป็นเรื่องแปลกมาก จากนั้นหลวงพ่อลงมาจำพรรษาที่วัดลอดช่องเมืองกรุงเก่า ขอฝากตัวเป็นศิษย์หลวงพ่อแข่ม เพื่อขอเรียนวิชาเรียกสูตรสนธิการทำผงพุทธคุณต่างๆ ซึ่งหลวงพ่อแช่มท่านกรุณารับไว้เป็นศิษย์ด้วยความเต็มใจ หลวงพ่อตั๋งมีความชำนาญอ่านเขียนหนังสือขอมอย่างดีเยี่ยม อักขระคาถาเลขยันต์ต่างๆ ท่านมีความรู้อยู่ในขั้นพระเถราจารย์ชั้นแนวหน้าเลยทีเดียว โดยเฉพาะผงพุทธคุณที่ท่านลบและปลุกเสกมีความศักดิ์สิทธิ์ชนิดที่ว่าทรงคุณวิเศษนานัปการ หลวงพ่อตั๋งคร่ำเคร่งอยู่กับวิชาไสยศาสตร์เป็นเวลานานหลายปี หลังจากนั้น ท่านจาริกธุดงค์ไปตามสถานที่ต่างๆ ทางภาคเหนือหลายแห่ง มีโอกาสเข้ากราบคารวะพระเดชพระคุณหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ พระผู้ทรงความศักดิ์สิทธิ์แห่งเมืองนครสวรรค์อีกด้วย มาถึงปีพ.ศ.2489 เมื่อครูอาจารย์ของหลวงพ่อถึงกาลมรณภาพลงหมด
    ช่วงนั้นวัดโพธิ์เอนว่างเจ้าอาวาสคณะสงฆ์จึแต่งตั้งให้ท่านดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดโพธิ์เอนสืบต่อมาจนถึง พ.ศ.2538 หลังจากเป็นเจ้าอาวาสวัดโพธิ์เอนแล้ว หลวงพ่อได้ปฎิสังขรณ์และก่อสร้างอาคารเสนาสนะต่างๆ ที่ชำรุดทรุดโทรมอย่างเต็มสติกำลัง ตามความสามารรถ ท่านทุ่มเทกำลังกายกำลังความคิดและมีอุตสาหะวิริยะอย่างยอดเยี่ยม
    เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้อุบัติขึ้นเมื่อประมาณปีพ.ศ.2525 ผู้ประสบการณ์ไม่ประสงค์ออกนาม ปัจจุบันท่านอยู่ในเพศบรรชิต กรุณาเล่าให้ผู้เขียนฟังว่า เมื่อประมาณปีพ.ศ.2525 มีอยู่วันหนึ่งท่านโดนยิงด้วยปืนลูกซองระยะประมาณ5วาเศษเรียกว่าระยะเผาขน ลูกปืนถูกบริเวณหน้าอกและลำคอ ความแรงของลูกปืนทำให้หงายหลังลงไปนอนแผ่หลา ด้วยอานุภาพของ........เหรียญรุ่นแรก.......ปีพ.ศ.2522........คุ้มครองแค่ผิวหนังไหม้เกรียมเป็นจุดลูกปืนเท่านั้น ท่านบอกว่าเหรียญรุ่นนี้มีคุณวิเศษในทางอยู่คงกระพัน อย่างยอดเยี่ยม ถ้าวันนั้นเหรียญหลวงพ่อตั๋งไม่คุ้มครอง ร่างคงพรุนเป็นแน่ ท่านใดที่ได้บูชาไปจากรายการช็อคโลก เก็บรักษาไว้ให้ดีนะครับ ประวัติและเกียรติคุณของหลวงพ่อตั๋ง ที่ลำดับความมาตั้งแต่ต้นจนถึงบทสุดท้ายนี้ หวังว่าคงสร้างศรัทธาต่อท่านผู้อ่านตามสมควรโดยเฉพาะวัตถุมงคลของหลวงพ่อ เคยก่ออภินิหารทุกรุ่น แต่ไม่มีผู้ใดนำความศักดิ์สิทธิ์มาเผยแพร่ให้เลื่องลือชื่อเสียง ท่านจึงเป็นเสมือนเพชรน้ำหนึ่งที่ซ่อนแสงอยู่ในเงามืดมาโดยตลอด
    วัตถุมงคลของหลวงพ่อมีประสบการณ์ทุกรุ่น

    ขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ
    ชุด ๒ องค์
    ๑.พระสมเด็จหลังยันต์นูน
    ๒.พระสมเด็จหลังรูปเหมือนหลวงพ่อตั๋ง

    ให้บูชา 200 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ
    (ปิดรายการ)

    IMG_20251220_215854.jpg IMG_20251220_215933.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 21 ธันวาคม 2025
  4. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,113
    ค่าพลัง:
    +21,459
    FB_IMG_1766245889308.jpg

    พ่อท่านแปลกเคราเหล็ก

    พระปิดตามหาโภคทรัพย์ เนื้อผงผสมว่านเป็นพระปิดตารุ่นแรกที่พ่อท่านแปลกสร้างขึ้นจากเนื้อว่านทางโชคลาภมากมาย ผสมผงพุทธคุณทางเมตตา มหาเสน่ห์ สร้างน้อย ปัจจุบันหายากไม่ค่อยพบ

    พ่อท่านแปลก นั้นบุคลิกของท่านแปลก และพระเกจิอาจารย์สายเขา-อ้อ องค์นี้เก่งจริง แต่ไม่มีใครรู้จักท่านมากนัก ท่านท่านเป็นพระที่สมถะและเก็บตัว มักน้อย สันโดษ อยู่ที่วัดปากปรน กิ่งอำเภอหาดสำราญ จังหวัดตรัง ทั้งวัดมีท่านอยู่เพียงองค์เดียวเรียบง่าย หนทางไปสุดแสนยาก ลูกศิษย์ที่ไปกราบท่าน ท่านจะมองดูลูกศิษย์ด้วยดวงตาแจ่มใส คนในพื้นที่และคนในจังหวัดตรัง จะรู้ถึงอภินิหาร มีสมาธิจิตอันแกร่งกล้า พุทธาคมก็ไม่เป็นสองรองใคร หลายต่อหลายครั้ง ที่ผู้คนประสบพบเจอในอภินิหารของท่านจนเป็นที่น่าอัศจรรย์ใจยิ่งนัก

    ท่านเดินท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างหนักแต่ไม่เปียกเลย

    เมื่อมีอายุครบบวชได้อุปสมบทที่วัดกลาง อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง ท่านได้ศึกษาธรรมและได้เรียนรู้วิชา คาถา พระเวทย์ ไสยศาสตร์ และเกิดความสนใจวิชาเวทมนต์ คาถาอาคม และไสยศาสตร์ต่างๆ เป็นจำนวนมาก ใฝ่ศึกษาวิชาต่างๆ และได้เรียนวิชากับครูบาอาจารย์มากมาย ได้พบอาจารย์ปาน วัดเขาอ้อ และได้ฝากตัวเป็นศิษย์ตั้งแต่บัดนั้น ได้เรียนวิชาการต่างๆ มามากมาย

    ประวัติพ่อท่านแปลก วัดปากปรน

    ท่านเป็นพระเกจิอาจารย์สายเขาอ้อ ซึ่งเป็นที่นับถืออย่างยิ่งของชาวตรัง และชาวภาคใต้ แม้บางครั้งวัดที่จำวัดอยู่จะมีพ่อท่านอยู่เพียงแค่องค์เดียว เนื่องจากสถานที่ตั้งอยู่ห่างไกลทุรกันดาร และผู้คนที่อาศัยอยู่รายรอบส่วนใหญ่จะเป็นชาวไทยมุสลิม แต่พ่อท่านก็ยังยืนหยัดครองผ้าเหลืองมาจนถึงเวลานี้ถึง 45 พรรษา ในวัย 77 ปี ด้วยความสมถะ วิเวก เรียบง่าย น่านับถือ พร้อมทั้งยังมีอภินิหาร และแก่กล้าพุทธาคมอย่างยิ่งยวด

    "พ่อท่านแปลก" หรือ "พระครูสุเวชโกศล" เจ้าอาวาสวัดปากปรน อำเภอหาดสำราญ จังหวัดตรัง เกิดที่บ้านร่มเมือง อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2478 โยมบิดาชื่อ "ปาน ชูเท้า" โยมมารดาชื่อ "คุ้ม ชูเท้า" เมื่อวัยเยาว์ได้ช่วยทางบ้านประกอบอาชีพทำนา จนมีอายุครบบวช จึงได้อุปสมบทที่วัดกลาง อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง เพื่อศึกษาธรรมและได้เรียนรู้วิชาไสยศาสตร์ด้วย จึงเกิดความสนใจวิชาเวทมนต์ และคาถาอาคมต่างๆ กระทั่งเมื่อไปพบ "หลวงพ่อปาน ปาลธัมโม" วัดเขาอ้อ จึงได้เรียนวิชาการต่างๆ อย่างมากมาย

    เมื่อออกพรรษา ทางบ้านได้ให้ให้ลาสิกขามาช่วยทำนาต่อไป จึงต้องสละเพศบรรพชิตทั้งที่จิตใจฝักใฝ่จะอยู่ต่อ แต่ก็ยังไปแสวงหาอาจารย์เรียนรู้วิชาทางไสยศาสตร์อยู่เสมอ จนพบกับ "พระอาจารย์นำ ชินวโร" แห่งวัดดอนศาลา จึงได้รับการชี้แนะแนวทางเวทมนต์และวิทยาคมมากมาย แม้ต่อมาพ่อท่านจะมีครอบครัว แต่เมื่ออายุ 33 ปี ได้เกิดความเบื่อหน่ายชีวิตทางโลก เพราะมีจิตใจใคร่ทางธรรมอยู่ทุกลมหายใจเข้าออก จึงตัดสินใจอุปสมบทอีกครั้ง เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2510 ณ วัดควนขี้แรด จังหวัดพัทลุง โดยมี "พระครูมุทิตานุรักษ์" วัดท่าแค เป็นพระอุปัชฌาย์ "พระครูนิเทศน์ธรรมวินัย" วัดท่าแค เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และ "พระมหาผัน" วัดโคกโพธิ์ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ โดยได้รับฉายาว่า "ปุสฺสเทโว"

    ทั้งนี้ หลังจากจำวัดได้ 1 พรรษา พ่อท่านได้ขอย้ายไปอยู่ที่วัดดอนปรัง วัดควนโตนด และวัดบางขัน จังหวัดพัทลุง เพื่อค้นคว้าเรียนวิชาสายเขาอ้อกับ "หลวงพ่อปาน" อีกครั้งหนึ่ง จนเกิดความชำนาญและสามารถปฏิบัติได้เห็นจริง จึงออกธุดงค์เพื่อหาความสงบวิเวกภายในป่า บนเทือกเขาบรรทัด รอยต่อระหว่างจังหวัดตรัง กับพัทลุง เพื่อฝึกจิตให้กล้าแข็ง จนถึง พ.ศ.2512

    หลังจากนั้น พ่อท่านจึงออกธุดงค์อีกครั้ง มาจนถึงวัดปากปรน จังหวัดตรัง โดยพบว่าเป็นวัดร้างไม่มีพระอยู่ มีเพียงกุฏิเก่าๆ และศาลาผุพัง กับป่ารกทึบ ในยุคสมัยที่ยังมีวัดเพียงแค่แห่งเดียวในอำเภอ ขณะที่ชาวบ้านส่วนใหญ่ก็นับถือศาสนาอิสลาม พ่อท่านจึงได้จำพรรษาปฏิบัติธรรมอยู่ ณ วัดแห่งนี้เพียงองค์เดียว โดยระหว่างนั้น เริ่มมีชาวบ้านผ่านมาเข้าไปกราบนมัสการ และเริ่มรู้จักมากขึ้น เพราะพ่อท่านได้นำตำรารักษาโรคและตำรับเวทมนต์ จากถ้ำวัดในเขา จังหวัดพัทลุง มาช่วยรักษาชาวบ้านที่เจ็บป่วยด้วยสมุนไพรพื้นบ้าน"พ่อท่านแปลก" ได้รับการกล่าวขานในเวลาต่อมาเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะวิชาคาถาอาคมและไสยศาสตร์ที่ได้ร่ำเรียนมาจากสำนักเขาอ้อ ที่ก่อให้เกิดความอัศจรรย์ขึ้นหลายต่อหลายครั้ง เช่น หลายคราวที่มีฝนตกลงมาอย่างหนัก แต่กลับไปถูกจีวรของพ่อท่านเลยแม้แต่เม็ดเดียว อันเนื่องมาจากตะกรุดและคาถา "ฝนแสนห่า" ที่ส่งผลให้มีพุทธคุณปกป้องคุ้มครองกาย หรือแคล้วคลาดจากภัยอันตรายทั้งหลายทั้งปวง แต่หากไม่ฝึกปฏิบัติทางจิตอย่างจริงๆ จังๆ จนเข้มแข็งแล้ว ก็จะไม่สามารถทำได้ตามตำรา

    นอกจากนั้น ยังมีการพูดถึงคาถา "อาบน้ำในกา" ซึ่งเป็นวิชาช่วยย่นหนทางและย่อกาย จนทำให้พ่อท่านสามารถสรงน้ำได้ โดยไม่ต้องลุกขึ้นไปห้องน้ำ หรือไม่ต้องสรงน้ำเป็นเวลานานๆ ได้ โดยที่ไม่มีกลิ่นกาย แต่ผิวพรรณ ราศรี ยังผ่องใส เปล่งปลั่ง ดูสะอาด รวมทั้งคาถา "ปืนยิงไม่ออก" ที่เลื่องลือมานานแล้ว แต่ไม่ว่าเรื่องราวของพ่อท่านจะโด่งดังมากมายขนาดไหน พระเกจิอาจารย์ผู้เข้มขลังและปฏิบัติดีปฏิบัติชอบรูปนี้ ยังคงถือสันโดษและปฏิบัติธรรมด้วยการพิจารณา "อสุภะกรรมฐาน" อยู่เป็นเนืองนิตย์ พร้อมทั้งยังมีกระแสจิตแก่กล้า แต่มีความเมตตาเป็นเลิศ

    อย่างไรก็ตาม หนึ่งในเรื่องราวสำคัญของจังหวัดตรัง ที่เกิดขึ้นเมื่อเทศกาลสงกรานต์ ปี 2550 หรือเมื่อ 7 ปีที่แล้วก็คือ เหตุการณ์น้ำป่าถล่มน้ำตกสายรุ้ง และน้ำตกไพรสวรรค์ จนทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 38 ศพ เพียงแต่รายสุดท้ายที่เป็นหญิงสาววัย 31 ปี ชาวตำบลบางดี อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง นั้น ไม่สามารถพบร่างได้ แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะระดมกำลังค้นหาต่อเนื่องกันมาหลายวัน และเป็นระยะทางยาวไกลนับสิบๆ กิโลเมตร แต่หลังจากที่มีการนิมนต์ "พ่อท่านแปลก" ไปทำพิธีบูชาเจ้าป่าเจ้าเขา เพียงแค่ฮึดใจ ก็สามารถค้นพบศพของหญิงสาวเคราะห์ร้าย ในพื้นที่ตำบลโพรงจรเข้ อำเภอย่านตาขาว โดยอยู่ห่างจากจุดที่เกิดเหตุเพียงแค่ไม่กี่กิโลเมตรเท่านั้น
    ขณะที่วัตถุมงคลที่พ่อท่านได้ปลุกเสกเอาไว้หลายต่อหลายรุ่น เพื่อนำเงินมาก่อสร้างศาสนสถานต่างๆ ภายในวัดปากปรนนั้น ผู้ที่ได้ไปต่างก็มีประสบการณ์อันน่าอัศจรรย์อย่างมากมาย โดยเหรียญรุ่นแรก ที่สร้างเมื่อ พ.ศ.2538 เป็นเหรียญทองแดงรมน้ำตาลรูปไข่ ต่อจากนั้น ก็ยังมีการสร้างล็อกเกตรูปพ่อท่าน รวมทั้งรูปหล่อเนื้อเซลลิก้าผสมผง หน้าตัก 5 นิ้ว รูปหล่อเนื้อทองเหลือง หน้าตัก 2 นิ้ว แหวนพิรอด สายคาดเอว และผ้ายันต์ โดยวัตถุมงคลรุ่นล่าสุดนั้น เป็นรูปเหมือนพิมพ์เตารีด เนื้อทองคำ เนื้อเงิน เนื้อนวโลหะ และเนื้อทองแดง ที่สร้างขึ้นเพื่อก่อตั้ง "มูลนิธิดุษฎีบุญ เพื่อการศึกษา" ซึ่งมีพ่อท่านเป็นประธานอุปถัมภ์

    นอกจากนั้น พ่อท่านยังได้รับการนิมนต์ไปร่วมปลุกเสก "จตุคามรามเทพ" รุ่นแรก ของ "ขุนพันธ์" หรือ "พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดช" มือปราบผู้โด่งดัง ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช รวมทั้งยังได้เดินทางไปร่วมปลุกเสกวัตถุมงคลอีกมากมาย ทั้งในภาคใต้ และทั่วทั้งประเทศ เป็นจำนวนไม่ต่ำกว่า 100 รุ่น แต่ถึงแม้เวลานี้กระแสพระเครื่อง โดยเฉพาะ "จตุคามรามเทพ" จะเบาบางลงไปมาก แต่ที่วัดของพ่อท่านซึ่งตั้งอยู่ห่างไกลจากตัวเมืองตรังไปกว่า 60 กิโลเมตร กลับยังคงมีผู้คนที่เลื่อมใสศรัทธาจากทั่วทุกสารทิศเดินไปกราบนมัสการไม่เคยขาด และพ่อท่านก็ให้การต้อนรับอย่างเป็นกันเองด้วยรอยยิ้มอันมีไมตรีจิต ไม่ว่าผู้นั้นจะมีหน้าที่การงานหรือมีฐานะอย่างไร

    ถือเป็นอีกสุดยอดพระเกจิอาจารย์ที่น่านับถือยิ่ง

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    พระปิดตารุ่นแรกพ่อท่านแปลกปากปรน

    ให้บูชา 220 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ
    (ปิดรายการ)

    FB_IMG_1766245884178.jpg FB_IMG_1766245886886.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 22 ธันวาคม 2025
  5. SIR2010

    SIR2010 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    3,195
    ค่าพลัง:
    +5,887
    จองครับ
     
  6. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,113
    ค่าพลัง:
    +21,459
    1766323298042.jpg

    .เหรียญเลื่อนสมณศักดิ์(รุ่นแรก) สมเด็จพระณาญสังวร วัดบวรฯ กรุงเทพ ปี ๒๕๑๖ ( ลป.โต๊ะ ลป.แหวน ลพ.เกษม ลพ.นารถ ลป.เทียง ลพ.สาย ร่วมปลุกเสก)
    เหรียญเลื่อนสมณศักดิ์(รุ่นแรก) สมเด็จพระณาญสังวร วัดบวรฯ กรุงเทพ ปี 2516 เนื้อทองแดง .เหรียญรุ่นนี้มีชื่อว่า รุ่นสมโภชสมณศักดิ์ สมเด็จพระญาณสังวร (ก่อนที่ท่านจะได้รับตำแหน่ง สมเด็จพระสังฆราช) เหรียญรุ่นนี้จัดสร้างขึ้นโดยคณะชาวจังหวัดกาญจนบุรี โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรีเป็นประธานฝ่ายฆราวาส สมเด็จพระสังฆราชทรางเป็นประทานฝ่ายสงฆ์ ได้พร้อมใจกันจัดงานฉลองเลื่อนสมณศักดิ์ งานสมโภชสุพรรณบัฏ ในวันที่ ๒๑-๒๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๑๖ ณ วัดเทวสังฆาราม(เหนือ) จังหวัดกาญจนบุรี(วัดบ้านเกิดท่าน) คณะกรรมการจัดงานได้มีมติให้จัดสร้างเหรียญเป็นที่ระลึกในโอกาสอันเป็นมงคลนี้ สำหรับเป็นที่ระลึกบูชาของคณะศิษยานุศิษย์ และผู้เคารพนับถือใน เจ้าพระคุณสมเด็จฯ ขึ้นจำนวนรวม ๒๐,๐๐๐ เหรียญ (สองหมื่นเหรียญ) ลักษณะเป็นทรงเหรียญอาร์ม ขนาด ๒.๗-๓ ซ.ม. ด้านหน้าเป็นรูป พระพุทธชินสีห์ ซึ่งเป็น พระประธานในพระอุโบสถพระวิหาร วัดบวรนิเวศวิหาร มีจารึกอักษรขอม มีมุม มุมๆ ละหนึ่งตัว อ่านว่า นะ ชา ลิ ติ เป็นหัวใจคาพระสิวลี หริอพระฉิมพลี ใต้รูปพระพุทธชินสีห์มีจารึก “สมโภชน์พระสมณศักดิ์สมเด็จพระญาณสังวร ๒๒ เมษายน ๒๕๑๖” สำหรับด้านหลังเป็นคำอำนวยพร ซึ่งเจ้าพระคุณสมเด็จฯ ได้ประพันธ์ขึ้นสำหรับจารึกในเหรียญนี้เป็นพิเศษ และมีความหมายเกี่ยวเนื่องกับประวัติของพระองค์ด้วย ดังนี้ อิสฺวาสุรตนตฺตยํ ขอรัตนสาม คือ อิ (อิติปิโส ภควา, สวา (สฺวากฺขาโต ภควตา ธมฺโม), สุ (สุปฏิปนฺโน ภควโต สาวกสงฺโฆ) รกขตุ ตฺวํ นิรนฺตรํ จงรักษาท่านชั่วนิรันดร์ โหตุ สวฑฺฒโน สาธุ จงเป็นผู้เจริญดี เป็นคนดี สพฺพตฺถ ญาณสํวโร และจงเป็นผู้สำรวมในญาณ (คือ ความรู้) ทุกเมื่อแล คำว่า “สุวฑฺฒโน” ซึ่งแปลว่า “ผู้เจริญดียิ่ง” มาจากนามฉายาของเจ้าพระคุณสมเด็จฯ คำว่า “ญาณสํวโร” ซึ่งแปลว่า ผู้สำรวมในญาณคือความรู้ หรือผู้มีความสำรวมในความรู้อย่างยิ่ง (“ญาณ” หมายถึง ความรู้ และ “สังวร” หมายถึง สำรวม) มาจากราชทินนาม “สมเด็จพระญาณสังวร” เหรียญรุ่นนี้ได้จัดพิธีพุทธาพิเษก 2 วาระคือ ครั้งที่ 1 ณ อุโบสถวัดเทวสังฆาราม(เหนือ) กาญจนบุรี สมเด็จพระสังฆราชเป็นประธาน มีพระเกจิสายจังหวัดกาญจนบุรีมาร่วมมากมาย อาธิเช่น 1.หลวงปู่หัง วัดเทวสังฆาราม(เจ้าอาวาสองค์ต่อจาก หลวงปู่ดี เป็นลูกศิษย์หลวงปู่ยิ้ม วัดหนองบัว) 2.หลวงพ่อนารถ วัดศรีโลหะราชบำรุง 3.หลวงพ่อเที่ยง วัดม่วงชุม 3.หลวงพ่อโฝ วัดถาวรวราราม(ญวณ) 4.อาจารย์แน่น วัดหนองขาว 5.หลวงพ่อสาย วัดท่าขนุน 6.หลวงพ่อเกลี้ยง วัดเขาใหญ่ 7.หลวงพ่อจุ่น วัดเขาสะพายแร้ง 8.หลวงพ่อเล็ก วัดเขาดิน 9.หลวงพ่อเยี่ยม วัดเลาขวัญ 10. หลวงพ่ออุตตมะ วัดวังวิเวการาม และอีกหลายท่านเป็นต้น ครั้งที่ 2 ณ อุโบสถ วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพ สมเด็จพระสังฆราชเป็นประธาน มีพระเกจิร่วมพุทธาพิเษกหลายท่าน อาธิเช่น 1.หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี 2.หลวงปู่แหวน วัดดอยแม่ปั๊ง 3.หลวงพ่อเกษม สุสานไตรลักษณ์ และพระเกจิสายอีสานอีกหลายท่าน เป็นต้น เหรียญรุ่นนี้ต้องพูดได้ว่าเป็นเหรียญรุ่นแรก ของสมเด็จพระสังฆราช จัดสร้างเพื่อเป็นที่ระลึก ท่านได้แจกให้กับผู้ที่มาร่วมงานพุทธาพิเษก ด้วยมือของท่านเองทั้ง 2 วาระ

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    ให้บูชา 250 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ
    ปิดรายการ

    IMG_20251221_201853.jpg IMG_20251221_201924.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 21 ธันวาคม 2025
  7. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,113
    ค่าพลัง:
    +21,459
    1-20091204203714.jpg
    FB_IMG_1766323881004.jpg
    ในวันพิธีพุทธาภิเษกพระพรหมรุ่นนี้ได้มีการบันทึกวิดีโอเอาไว้ปรากฏว่าพระพรหมที่อยู่ตรงหน้าของหลวงปุ่แย้ม วัดตะเคียนได้ลอยขึ้นจากบาตรอยู่กลางอากาศนานหลายวินาที มีผู้คนเห็นและมีการบันทึกภาพเอาไว้ดังนั้นจึงทำให้พระพรหมรุ่นนี้มีผู้ต้องการเสาะอย่างมาก

    พระผงท้าวมหาพรหมวัดวิเศษการ มีรอยจารยันต์นะ ด้านหลังด้วยหมึกสีทอง
    รุ่นนี้มีชื่อรุ่นอย่างเป็นทางการว่ารุ่น “เสริมบารมี ศรีมหาพรหม” จัดสร้างขึ้นเมื่อปี พศ.2549 โดยมีลักษณะด้านหน้าเป็นรูปท้าวมหาพรหมล้อมรอบด้วยอักขระ และด้านหลังปรากฏอักขระยันต์

    ความพิเศษของพระพรหมรุ่นนี้ที่แตกต่างจากพระพรหมทั่วไปก็คือเรื่องของอักขระยันต์นี่แหละครับเพราะโดยทั่วไปเราเองจะเห็นอักขระยันต์เป็นภาษาขอมที่เกี่ยวข้องกับพระพรหมของชาวพุทธแต่สำหรับรุ่นนี้นั้นมีการนำเอาภาษาเทวนาครีที่เกี่ยวข้องกับพระพรหมฮินดูที่มีความหมายบ่งบอกถึงคำพร ความสุข ความเจริญ อันสูงสุด อันนิรันดร์กาลอีกทั้งด้านหลังยันต์มียันต์พรหมสี่หน้าอันเป็นยันต์วิเศษควรค่าของไทยผสมผสานล้อมรอบด้วยอักขระเทวนาครีของพรหมฮินดูอีกดังนั้นจึงถือเป็นวัตถุมงคลในรูปเคารพของพระพรหมที่ผสมผสานกันได้อย่างเข้มขลังลงตัว

    ด้านการปลุกเสกก็ใช่ย่อยครับเพราะเป็นการรวมตัวกันของพระเกจิอาจารย์ชื่อดังจำนวนทั้งสิ้นถึง 24 รูปซึ่งหลายรูปก็ได้มรณภาพและละสังขารกันไปแล้วอาทิเช่นหลวงปู่ทิม วัดพระขาว เทพเจ้าแห่งความเมตตา ได้เมตตาอธิษฐานจิตปลุกเสกเดี่ยวให้ก่อนหนึ่งวัน
    และในวัดถัดมา ได้มีพระเกจิร่วมปลุกเสกอีก ทั้งสิ้น 24 รูป

    หลวงปู่แย้ม วัดตะเคียน, หลวงพ่อเงิน วัดถ้ำน้ำ, หลวงพ่อผัน วัดทรายขาว เป็นต้น แถมในวันพิธีพุทธาภิเษกพระพรหมรุ่นนี้ได้มีการบันทึกวิดีโอเอาไว้ปรากฏว่าพระพรหมที่อยู่ตรงหน้าของหลวงปุ่แย้ม วัดตะเคียนได้ลอยขึ้นจากบาตรอยู่กลางอากาศนานหลายวินาที มีผู้คนเห็นและมีการบันทึกภาพเอาไว้ดังนั้นจึงทำให้พระพรหมรุ่นนี้มีผู้ต้องการเสาะอย่างมาก

    ขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    ให้บูชา 200 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    IMG_20251221_203336.jpg IMG_20251221_203419.jpg
     
  8. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,113
    ค่าพลัง:
    +21,459
    FB_IMG_1766325025158.jpg FB_IMG_1766325028022.jpg FB_IMG_1766325030748.jpg FB_IMG_1766325033706.jpg FB_IMG_1766325036268.jpg FB_IMG_1766325038761.jpg

    พระสมเด็จ รุ่นสิริโลกนาถ เป็นที่ยอมรับของนักสะสมพระเครื่องในปัจจุบันว่าเป็นพระเครื่องที่ควรเก็บไว้อย่างยิ่งซึ่งถือกันว่าเสมือนกับพระสมเด็จวัดระฆังของท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์(โต พรหมรังสี) แต่สมเด็จรุ่นสิริโลกนาถออกที่วัดสะเกศ (วัดภูเขาทอง)เป็นวัดของท่านเจ้าประคุณ สมเด็จพระพุฒาจารย์(เกี่ยว อุปเสโณ) เช่นเดียวกันและถือเป็นรุ่นแรกด้วย
    เนื่องจากท่านพระครูโฆษิตสมณคุณ รองเจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตาราม ได้รวบรวมพระผงสมเด็จเก่าเกือบทุกรุ่นที่แตกหักของตระกูลพระสมเด็จวัดระฆังทุกๆรุ่นไว้มากมาย มีเมตตามอบให้เป็นชนวนผสม กอปรกับนักสะสมพระเครื่องซึ่งศรัทธาในสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ปรากฎว่าในรุ่น สิริโลกนาถ ไม่มีพระสมเด็จสักการะบูชาไว้เป็นที่ระลึกเลย มีแต่ ๙ พระปรมาจารย์เท่านั้น
    คณะกรรมการจึงได้จัดสร้าง พระสมเด็จ ๕ ทรงพิมพ์ คือพิมพ์ ๙ ชั้น หูบายศรี พิมพ์ ๓ ชั้นหูบายศรี พิมพ์ฐานแซม และทรงพิมพ์พระประธานหลังมหายันต์ยอดมงคล ได้ยันต์อักษร สิริโลกนาถ นอกจากมวลสารหลักจากวัดระฆังแล้วยังมีส่วนผสมดังนี้คือ
    มีผงครูบาเจ้าเกษม ลำปาง
    ผงหลวงพ่อดาบส เชียงราย
    ผงหลวงปู่น้อย เชียงใหม่
    ผงหลวงปู่สิม เชียงใหม่
    ผงหลวงปู่ดวงดี เชียงใหม่
    ผงครูบาอินทร์ ฟ้าหลั่ง เชียงใหม่
    ผงหลวงปู่หล้าตาทิพย์ เชียงใหม่
    ผงหลวงปู่แก้ว เชียงใหม่
    ผงว่าน ๑๐๘ ครูบาศรีวิชัย รุ่นสร้างทางขึ้นดอยสุเทพ เชียงใหม่ เป็นต้น
    พระราชาคณะผู้ทรงศีลประกอบพิธีพิเศษ ณ.พระวิหารสมเด็จพุฒาจารย์ (โต วัดระฆัง) ด้วยการสวดพระธรรมจักรกัปวตนสูตร แล้วสวดพระคาถาชินบัญชร 108 จบ เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2536
    นำเข้าอภิมหาพิธีพุทธาภิเษก ณ.พระอุโบสถ วัดสระเกศ (วัดภูเขาทอง) กรุงเทพฯ ในวันที่ 23 กันยายน 2536
    รายนามพระภาวนาจารย์นั่งปรกอธิฐานจิต มีดังนี้
    1.) สมเด็จพระพุฒาจารย์(เกี่ยว อุปเสโณ) วัดสระเกศ
    2.) หลวงพ่อสำราญ วัดปากครองมะขามเฒ่า
    3.) หลวงพ่อเปลื่อง วัดบางคลาน
    4.) หลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่
    5.) หลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง
    6.) หลวงพ่อเปิ่น วัดบางพระ
    7.) หลวงพ่อยิด วัดหนจอก
    8.) หลวงพ่อหยอด วัดแก้วเจริญ
    9.) หลวงพ่อสมควร วัดถือน้ำ
    10.) หลวงพ่อพิมพ์พา วัดหนองตางู
    11.) หลวงพ่อเสน่ห์ วัดสว่างอารมณ์
    12.) หลวงพ่อดี วัดพระรูป
    13.) หลวงพ่อป่วน วัดหนองบัวทอง
    14.) หลวงพ่อทองเหมาะ วัดหนองบัวทอง
    15.) หลวงพ่อทองหยอด วัดชีสุขเกษม
    16.) หลวงพ่อทับทิม วัดวิมลโกศาราม
    17.) หลวงปู่หลิว วัดไร่แตงทอง
    18.) หลวงพ่อทอด วัดหนองสุ่ม
    19.) พระอาจารย์ไพรินทร์ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ
    20.) หลวงพ่อเจริญ วัดชุมพลนิกายาราม
    21.) หลวงพ่อโสภณ วัดเพชรสมุทรวรวิหาร
    22.) หลวงพ่อแนม วัดเขาหน่อ
    23.) หลวงพ่อเริ่ม วัดไตรตรึงษาราม
    24.) หลวงพ่อแด้ว วัดปงสนุกใต้
    25.) หลวงพ่อประสิทธิ์ วัดสวนดอก
    26.) หลวงพ่อสงค์ วัดดอยขุมเงิน
    27.) พระสุเทพสิทธาจารย์ วัดพระธาตุดอยสุเทพ
    28.) พระครูสิงหวิชัย วัดฟ้าฮ่าม
    29.) หลวงพ่อวิชัย วัดถ้ำผาจม
    30.) ครูบาแสงหล้า วัดพระธาตุสายเมือง
    31.) หลวงพ่อผล วัดท่าถนน
    32.) หลวงพ่อเพชร วัดสิงห์ทอง
    33.) หลวงปู่คำพันธ์ วัดธาตุพนม
    34.) หลวงพ่อตี๋ วัดสังกัสคีรี
    35.) พะอาจารย์ประเสริฐ วัดพระธาตุผาเงา
    36.) หลวงพ่อเสน่ห์ วัดสว่างอารมณ์
    37.) พ่อท่านแก้ว วัดเขาปูน
    38.) หลวงปู่ทองธรรมโชติ วัดเขานางบวช
    39.) พระคณุสินทรสมุทรกิจ วัดเพชรสมุทรวรวิหาร
    40.) หลวงพ่อจวน วัดไก่เตี้ย
    41.) หลวงพ่อแช่ม วัดดอนยายหอม
    42.) หลวงพ่อเณรโกศล วัดศรีสุดาราม
    43.) หลวงพ่อชลอ วัดกระดังงา
    44.) พระอาจารย์ชาญณรงค์ วัดเลา
    45.) หลวงพ่อรวย วัดกษัตรสธืราชวรวิหาร
    46.) หลวงพ่อหร่ำ วัดโป่งแดง
    47.) หลวงพ่อนะ วัดหนองบัว
    48.) หลวงพ่ออุตมะ วัดวังวิเวการาม
    49.) พระครูโฆษิตสมณะคุณ วัดระฆัง.เป็นต้น

    อ้างอิง : นิตยสารพระเครื่องนะโม ปี 2536

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    พระสมเด็จสิริโลกนาถ สภาพไม่สวย มีบิ่น ข้างนิดหน่อยครับ

    ให้บูชา 150 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ


    IMG_20251221_205252.jpg IMG_20251221_205314.jpg
     
  9. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,113
    ค่าพลัง:
    +21,459
    พระนางพญา ๙ แผ่นดิน พิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 5 ธันวาคม ปี 2542

    พระครูอรุณธรรมานุวัตร ศาลา 80 ปี วัดอรุณราชวราราม กรุงเทพฯ ได้อัญเชิญพระสมเด็จ 9 แผ่นดิน กลับมาจัดสร้างอีกครั้งหนึ่ง ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่พลาดหวังเมื่อ 10 ปีก่อน โดยได้รวบรวมเอามวลสารที่ผ่านพิธีอันศักดิ์สิทธิ์เมื่อ 10 ปีที่แล้วมาเป็นพระชุดใหม่ซึ่งรวมพระกริ่ง 72 พรรษาพระนางพญา 9 แผ่นดิน หรือ พระนางพญา ๙ แ่ผ่นดินนี้อยู่ด้วย

    ทางวัดอรุณราชวรารามจัดสร้างขึ้นเนื่องในปีมหามงคลพระชนมายุครบ 72 พรรษา และ ได้อัญเชิญตราพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 5 ธันวาคม 2542 เพื่อประดิษฐานไว้ด้านหลังองค์พระ สร้างจากผงพุทธคุณศักดิ์สิทธิ์ 9 ชนิด นับเป็นพระที่มีพุทธคุณครบทุกด้าน ได้แก่
    1.ผงอรหังสิทธังกร
    2.ผงสิริชัยโฆษก
    3.ผงนวมังคลาภิบาล
    4.ผงมหาราช
    5.ผงอิทธิเจ
    6.ผงพุทธคุณ
    7.ผงธรรมคุณ
    8.ผงสังฆคุณ
    9.ผงมาตาปิตุปัฐานมงคล 38 ประการ
    สร้างคราวเดียวกับพระกริ่ง 72 พรรษาพระนางพญา 9 แผ่นดิน ด้านหลังเป็นตราสัญลักษณ์ฉลอง 72 พรรษา

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    สภาพเนื้อลานแต่ไม่แตก หัก หลุดร่อน

    ให้บูชา 150 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    IMG_20251221_210721.jpg IMG_20251221_210948.jpg IMG_20251221_211012.jpg IMG_20251221_211027.jpg IMG_20251221_210648.jpg IMG_20251221_211050.jpg
     
  10. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,113
    ค่าพลัง:
    +21,459
    get_auc3_img (37).jpeg get_auc3_img (38).jpeg get_auc3_img (39).jpeg 1766327911003.jpg
    FB_IMG_1766328127037.jpg
    เหรียญพระพุทธสิหิงค์หลังหนุมาน กรมสื่อสารทหารอากาศจัดสร้าง ปี ๒๕๓๗ หลวงพ่อเกษมเขมโกมนต์ อธิษฐานจิต และเข้าพิธีใหญ่ ๖๐ ปี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และพิธีพิเศษใหญ่วัดพระสิงห์
    วันฉัตรมงคลเกจิอาจารย์เชียงใหม่

    พิธีพระกริ่ง ภปร. 60 ปี ธรรมศาสตร์ สร้างเป็นที่ระลึกการสถาปนาครบรอบ 60 ปี มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ ปี 2537 พิธีพุทธาภิเษกที่พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม กรุงเทพ โดยได้กราบบังคมทูลในหลวงเสด็จมาเป็นประธานในพิธี ด้านหน้าเป็นรูปพระพุทธสิหิงค์ อันศักดิ์สิทธิ์ ด้านหลังมีตราพระนามาภิไธย ย่อ ภปร. ด้านหลังมีตอกโค๊ต “ ภปร “ อันเป็นสัญลักษณ์แทนองค์พระมหากษัตริย์ผู้ทรงคุณอันประเสริฐ

    พิธีในการจัดสร้างมีดังนี้
    -ครั้งที่ 1 วันที่ 1 มีนาคม 2537 พิธีแผ่เมตตาจิตแผ่นยันต์ ตะกรุดและทองชนวนต่างๆ อธิฐานจิตโดยพระคณาจารย์สายกรรมฐานวัดป่าทั่วประเทศ
    -ครั้งที่ 2 วันที่ 31 พฤษภาม 2517 พิธีเททองหล่อพระพุทธรูป โดยสมเด็จพระบรมฯ เสด็จแทนพระองค์ โดยได้รวบรวมแผ่นยันต์จากคณาจารย์ต่างๆ ทั่วประเทศเพิ่มเติม
    -ครั้งที่ 3 วันที่ 29 มิถุนายน 2537 พิธีพุทธาภิเษก โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระสุหร่าย สมเด็จพระสังฆราช ทรงจุดเทียนชัย

    และพระคณาจารย์สายกรรมฐานวัดป่าและพระเกจิอาจารย์จากทั่วประเทศนั่งปรกปลุกเสก และหลวงพ่ออุตตมะดับเทียนชัย

    **************************************

    พิธีแผ่เมตตาจิตในเหรียญพระพุทธสิหิงค์ ภปร. และทองชนวนพระกริ่ง วันที่ 15 มีนาคม 2537 แบบชุมนุมพระกรรมฐานทั่วประเทศในยุคนั้น

    จังหวัดกรุงเทพมหานคร
    -หลวงปู่หลอด วัดสิริกมลวาส
    -พระครูอุดมสังวรคุณ วัดบรมนิวาส
    -พระอาจารย์ประทีป วัดเชิงเลน

    จังหวัดกาญจนบุรี
    -พระอาจารย์สาคร วัดเวฬุวัน

    จังหวัดกาฬสินธุ์
    -พระอาจารย์พรหมมี วัดป่าสามัคคีธรรม

    จังหวัดเชียงใหม่
    -พระอาจารย์เปลี่ยน วัดอรัญญวิเวก จ.เชียงใหม่
    -พระอาจารย์หนู วัดดอยแม่ปั๋ง จ.เชียงใหม่
    -หลวงพ่อทองอินทร์ วัดสันติธรรม จ.เชียงใหม่
    -พระอาจารย์เจริญ สำนักสงฆ์ถ้ำปากเพียง จ.เชียงใหม่
    -พระกฤษดา วัดโรงธรรมสามัคคี

    จังหวัดเชียงราย
    -พระอาจารย์วิชัย วัดถ้ำผาจม จ.เชียงราย
    -พระอาจารย์เพ็ง วัดเทิงเสาหิน จ.ลำปาง
    -หลวงปู่แว่น วัดถ้ำพระสบาย จ.ลำปาง
    -หลวงปู่หลวง วัดป่าสำราญนิวาส จ.ลำปาง

    จังหวัดหนองคาย
    -หลวงปู่เหรียญ วัดอรัญญบรรพต
    -หลวงปู่บุญหนา วัดถ้ำพระภูวัว
    -พระอาจารย์อุทัย วัดถ้ำพระภูวัว
    -พระอาจารย์คำ วัดถ้ำบูชา (ภูวัว)
    -พระอาจารย์วงศ์ วัดป่าคำพระองค์
    -พระอาจารย์บุญเลิศ วัดอรัญญวาสี
    -พระอาจารย์แยง วัดเจติยาคีรีวิหาร (ภูทอก)
    -พระอาจารย์ฉลวย วัดป่าชิตานุสรณ์
    -พระอาจารย์โกวิญ วัดภูทอกใหญ่

    จังหวัดอุดรธานี
    -หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน
    -หลวงปู่ศรีจันทร์ วัดโพธิสมภรณ์
    -หลวงปู่อ่อนสา วัดประชาชุมพลพัฒนาราม
    -หลวงปู่จันทร์โสม วัดป่าจันทรรังสี
    -หลวงปู่คำพอง วัดถ้ำกกดู่
    -พระอาจารย์จันทรา วัดป่าโนนสอาด
    -พระอาจารย์สม วัดป่าไม้งาม
    -หลวงพ่อทูล วัดป่าบ้านค้อ
    -พระอาจารย์คูณ วัดป่าภูทอง
    -พระอาจารย์เสน วัดป่าหนองแซง
    -พระอาจารย์ไมย์ วัดป่าหนองช้างคาว
    -พระอาจารย์สมหมาย วัดป่าโนนม่วง

    จังหวัดเลย
    -หลวงปู่ท่อน วัดศรีอภัยวัน
    -พระอาจารย์สีทน วัดถ้ำผาปู่
    -พระอาจารย์เผย วัดถ้ำผาปู่
    -พระอาจารย์ขันตี วัดป่าห้วยเดื่อ
    -พระอาจารย์ดาด วัดป่าสัมมานุสรณ์
    -พระอาจารย์สำลี วัดถ้ำคูหาวารี
    -พระอาจารย์มนตรี (หลั่ง) วัดถ้ำผาบิ้ง

    จังหวัดสกลนคร
    -พระอาจารย์คำดี วัดป่าภูธรพิทักษ์
    -พระอาจารย์ประสาน วัดคามวาสี
    -พระอาจารย์สมัย วัดโนนแสงทอง
    -พระอาจารย์คำบ่อ วัดใหม่บ้านตาด
    -พระอาจารย์แปลง วัดป่าอุดมสมพร
    -พระครูวิทิตคุณาภรณ์ (เกิ่ง วิทิโต) วัดสามัคีบำเพ็ญบุญ
    -หลวงปู่เคี่ยม วัดถ้ำขาม
    -พระครูชินวัฒน์คุณาภรณ์ (ปิ่น) วัดพุฒาราม
    -หลวงปู่อุ่น วัดป่าแก้วชุมพล
    -พระอาจารย์ก้าน วัดถ้ำเป็ด
    -พระอาจารย์หลอ วัดถ้ำอภัยดำรงธรรม
    -พระอาจารย์สุธรรม วัดป่าหนองไผ่
    -พระอาจารย์พัลลภ วัดคำประมง

    จังหวัดพิษณุโลก
    -พระอาจารย์สมบูรณ์ วัดป่าสมบูรณ์ธรรม

    จังหวัดเพชรบูรณ์
    -พระอาจารย์จิรวัฒน์ วัดป่าไชยชุมพล

    จังหวัดหนองบัวลำภู
    -หลวงพ่อบุญเพ็ง วัดถ้ำกลองเพล

    จังหวัดขอนแก่น
    -หลวงปู่บุญเพ็ง วัดป่าวิเวกธรรม

    จังหวัดพิจิตร
    -หลวงปู่จันทรา วัดป่าเขาน้อย
    -หลวงปู่อ่ำ วัดป่าเขาน้อย

    จังหวัดพะเยา
    -พระอาจารย์ทองสุก วัดอนาลโย
    -พระอาจารย์ไพบูลย์ วัดอนาลโย

    จังหวัดมุกดาหาร
    -พระอาจารย์อุทัย วัดถ้ำพระผาป่อง (ขัวสูง)

    จังหวัดสมุทรปราการ
    -พระอาจารย์ทอง วัดอโศการาม
    -พระอาจารย์เริ่มชัย วัดอโศการาม

    จังหวัดนครราชสีมา
    -พระอาจารย์สมาน วัดป่าศรัทธาราม

    จังหวัดพัทลุง
    -หลวงปู่เปลื้อง วัดบางแก้วผดุงธรรม

    จังหวัดภูเก็ต
    -พระโสภณคุณาธร (หลวงปู่มหาเนียม) วัดเจริญสมณกิจ

    **************************************

    พิธีมหาพุทธาภิเษก วันที่ 29 มิถุนายน 2537 พระคณาจารย์ทุกสายจากทั่วประเทศ

    จังหวัดกรุงเทพมหานคร
    -พระเทพวัชรธรรมาภร (หลวงพ่อสุรพงษ์) วัดตรีทศเทพ
    -พระปริยัติมุนี (หลวงพ่อชูศักดิ์) วัดหงส์รัตนาราม
    -พระญาณสมโพธิ (หลวงพ่อขวัญ) วัดอรุณฯ
    -พระครูปริยัติคุณาธาร (หลวงพ่ออัมพร) วัดชนะสงคราม
    -พระราชวัฒนาพระ (หลวงพ่อฟู) วัดเวฬุราชิณ
    -พระราชปริยัติวิธาน (หลวงปู่บุศย์) วัดดาวดึงษาราม
    -พระครูพิศาลพัฒนาพิธาน (หลวงพ่อสมชาย) วัดปริวาศ
    -พระสมุห์วีระ วัดอัปสรสวรรค์

    จังหวัดชลบุรี
    -หลวงปู่เหล็ง วัดโคกเพาะ
    -หลวงพ่อพูลทรัพย์ วัดอ่างศิลา

    จังหวัดอยุธยา
    -หลวงปู่สาย วัดขนอนใต้
    -หลวงพ่อมี วักมารวิชัย
    -หลวงพ่อเมี้ยน วัดโพธิ์กบเจา
    -หลวงปู่ทิม วัดพระขาว
    -หลวงพ่อหวล วัดพุทไธสวรรย์
    -หลวงพ่อเฉลิม วัดพระญาติ
    -หลวงพ่อเอียด วัดไผ่ล้อม

    จังหวัดสิงห์บุรี
    -พระราชสุทธิญาณมงคล (หลวงพ่อจรัญ) วัดอัมพวัน

    จังหวัดอ่างทอง
    -หลวงปู่มหาทองใบ วัดอบทม

    จังหวัดชัยนาท
    -หลวงพ่อผล วัดดักคะนน

    จังหวัดสมุทรสงคราม
    -หลวงพ่อหยด วัดแก้วเจริญ
    -หลวงพ่อเก๋ วัดแม่น้ำ

    จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
    -หลวงพ่อเกตุ วัดเกาะหลัก

    จังหวัดปทุมธานี
    -หลวงพ่อทองใบ วัดสายไหม

    จังหวัดนนทบุรี
    -หลวงพ่อประสิทธิ์ วัดไทรน้อย

    จังหวัดฉะเชิงเทรา
    -หลวงพ่อจาง วัดนครเนื่องเขต
    -พระอธิการสมชาย วัดโพรงอากาศ

    จังหวัดนครปฐม
    -หลวงพ่อเปิ่น วัดบางพระ
    -พระครูสมุห์อวยพร วัดดอนยายหอม

    จังหวัดราชบุรี
    -หลวงพ่อสง่า วัดบ้านหม้อ

    จังหวัดสุพรรณบุรี
    -หลวงพ่อดี วัดพระรูป
    -หลวงพ่อฮวด วัดดอนโพธิ์ทอง
    -หลวงปู่สวิง วัดเสาธงทอง

    จังหวัดกาญจนบุรี
    -หลวงพ่ออุตมะ วัดวังก์วิเวการาม
    -หลวงปู่ผล สำนักสงฆ์เขารักษ์

    จังหวัดนครพนม
    -หลวงปู่คำพันธ์ วัดธาตุมหาชัย

    จังหวัดร้อยเอ็ด
    -หลวงปู่ศรี มหาวีโร วัดป่ากุง

    จังหวัดอุบลราชธานี
    -หลวงปู่พรหมา สำนักสงฆ์สวนหินผานางลอย

    จังหวัดนครศรีธรรมราช
    -หลวงปู่แก้ว วัดเขาปูน
    -หลวงปู่เนื่อง

    จังหวัดเลย
    -หลวงปู่ท่อน วัดศรีอภัยวัน

    จังหวัดหนองคาย
    -หลวงปู่เหรียญ วัดอรัญญบรรพต
    -พระอาจารย์อุทัย วัดถ้ำพระภูวัว

    จังหวัดอุดรธานี
    -หลวงตามหาบัว วัดป่าบ้านตาด
    -หลวงปู่จันโสม วัดป่าจันทรังสี
    -หลวงปู่ลี วัดภูผาแดง
    -หลวงปู่คำพอง วัดถ้ำกกดู่
    -หลวงปู่เพียร วัดป่าหนองกอง
    -พระอาจารย์บุญมี วัดป่านากูล
    -พระอาจารย์อินทร์

    จังหวัดสกลนคร
    -หลวงปู่อุ่นหล้า วัดป่าแก้วชุมพล

    จังหวัดหนองบัวลำพู
    -หลวงพ่อบุญเพ็ง วัดถ้ำกลองเพล

    จังหวัดนครราชสีมา
    -หลวงพ่อพุธ วัดป่าสาลวัน

    จังหวัดพิจิตร
    -หลวงปู่จันทรา วัดป่าเขาน้อย

    จังหวัดลำปาง
    -หลวงปู่หลวง วัดป่าสำราญนิวาส

    จังหวัดเชียงใหม่
    -พระอาจารย์เปลี่ยน วัดอรัญญวิเวก

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    เหรียญสภาพสวยเดิมๆสวยมาก สวยจริงสวยจัง

    ให้บูชา 350 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ
    ปิดรายการ

    IMG_20251221_213517.jpg IMG_20251221_213549.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 22 ธันวาคม 2025
  11. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,113
    ค่าพลัง:
    +21,459
    FB_IMG_1766329710728.jpg


    ประวัติ หลวงพ่อรวย วัดตะโก อยุธยา

    พระมงคลสิทธาจารย์ (สำรวย ปาสาทิโก) หลวงพ่อรวย
    เกิด 9 ธันวาคม พ.ศ. 2464
    มรณภาพ 19 กรกฎาคม 2560
    อายุ 96
    บรรพชา พ.ศ. 2480
    อุปสมบท 12 เมษายน 2484
    พรรษา 75
    วัด วัดตะโก
    จังหวัด พระนครศรีอยุธยา
    ตำแหน่ง เจ้าอาวาสวัดตะโก

    พระครูสุนทรธรรมนิวิฐ หรือ หลวงพ่อรวย ปาสาทิโก ท่านเป็นพระคณาจารย์รูปหนึ่งในปัจจุบัน ที่ปรากฏเกียรติคุณชื่อเสียงโด่งดัง เป็นที่รู้จักแพร่หลายไปทั่วทั้งประเทศ ด้วยเป็นพระสงฆ์ผู้ทรงคุณ เพียบพร้อมงดงามด้วยวัตรปฏิบัติและปฏิปทา เป็นพระนักปฏิบัติและพระนักพัฒนา เห็นได้จากเสนาสนะอันรุ่งเรื่องและสวยงามในปัจจุบัน

    ด้านพุทธาคม ท่านได้ศึกษาสืบทอดมาจาก หลวงพ่อชื่น วัดภาชี ผู้เป็นพระอุปัชฌาย์อาจารย์ ซึ่งสืบทอดพุทธาคมมาจาก หลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติ ผู้เป็นอมตะเถราจารย์แห่งเมืองกรุงเก่าพระนครศรีอยุธยา และยังได้สืบสายพุทธาคมโดยตรงจาก หลวงพ่อแจ่ม วัดวังแดงเหนือ พระคณาจารย์ผู้ทรงคุณโดดเด่นด้าน เมตตามหานิยม และคงกระพันชาตรี

    ท่านเกิดเมื่อปีพ.ศ.2464 ณ บ้านตะโก ตำบลดอนหญ้านาง อำเภอภาชี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในสกุล ศรฤทธิ์ เป็นบุตรของ นายมี นางสินลา มีพี่น้องทั้งหมด 8 คนโดยท่านเป็นคนที่ 6

    อายุ 12 ปี ได้รับการศึกษาเบื้องต้นที่วัดตะโก จนมีความรู้อ่านออกเขียนได้ และเมื่ออายุได้ 16 ปี จึงบรรพชาเป็นสามเณรที่วัดตะโก โดยมี พระสมุห์บุญช่วย เจ้าอาวาสวัดตะโก เป็นพระอุปัชฌาย์ ศึกษาพระปริยัติธรรมจนสามารถสอบได้นักธรรม ชั้นตรี

    ราวปีพ.ศ.2484 ได้อุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดตะโก โดยมีพระครูสุนทรธรรมนิวิฐ(ชื่น) วัดภาชี เป็นพระอุปัชฌาย์ พระปลัดจ้อย วัดวิมลสุนทร เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระสมุห์บุญช่วย วัดตะโก เป็นพระอนุสาวนาจารย์

    ภายหลังการอุปสมบท ท่านพำนักจำพรรษาที่วัดตะโกเรื่อยมา และศึกษาพระปริยัติธรรมเพิ่มเติ่ม ในปีพ.ศ.2485 สามารถสอบได้นักธรรม ชั้นโท และปีพ.ศ.2487 สอบได้นักธรรม ชั้นเอก

    จากนั้นได้ให้ความสนใจและใคร่ศึกษาทางด้านการปฏิบัติ โดยได้ศึกษาจากครูบาอาจารย์หลายท่าน เช่น

    พระครูสุนทรธรรมวินิฐ(ชื่น) วัดภาชี เจ้าคณะอำเภอภาชี ท่านเป็นผู้มีความชำนาญและเชี่ยวชาญด้านวิปัสสนากัมมัฏฐาน และพุทธาคมที่สืบทอดมาจาก หลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติ
    หลวงพ่อแจ่ม วัดวังแดงเหนือ เป็นพระคณาจารย์ผู้มีพุทธาคมขลัง ปรากฏเกียรติคุณยิ่งในยุคนั้น

    หลวงพ่อรวย วัดตะโก ท่านเป็นผู้ไฝ่ในการศึกษา และมีความขยันมั่นเพียร จึงสามารถสำเร็จในสรรพศาสตร์ทั้งหลายเหล่านั้น และนำมาช่วยเหลือสงเคราะห์ศรัทธาญาติโยมผู้ได้รับความเดือดร้อนด้วยความเมตตา จึงเป็นที่รัก เคารพ และศรัทธาของสานุศิษย์ยิ่ง ด้านการพัฒนาและการพระศาสนา ท่านเป็นผู้เอาใจใส่ในกิจแห่งสงฆ์ จนพระอารามรุ่งเรืองดังปรากฏให้เห็นในปัจจุบัน ด้วยคุณูประการต่างๆดังกล่าว จึงได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯพระราชทานสมณศักดิ์ เป็นพระครูชั้นสัญญาบัตร ที่ราชทินนาม พระครูสุนทรธรรมนิวิฐ

    วัตถุมงคล ท่านเริ่มสร้างมาก่อน ปีพ.ศ.2512 ซึ่งถือเป็นวัตถุมงคลยุคต้นของท่าน และนับแต่ปีพ.ศ.2513 เป็นต้นมา วัตถุมงคลของท่านมีการจัดสร้างหลายครั้ง หลายวาระ และหลายรุ่น ปัจจุบันได้รับความนิยมมากในหลายๆรุ่น มีค่านิยมสูง ด้วยปรากฏประสพการณ์มาแล้ว กับผู้อาราธนาติดตัว

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    พระผงนางพญารุ่นรวยทรัพย์แสนล้านหลวงพ่อรวยวัดตะโก ปี ๒๕๓๙ สภาพปิ่นมุมล่างด้านซ้าย สวยๆ สาวตรงเปิด ร้อยปลาย ถึงพัน

    ให้บูชา 250 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    IMG_20251221_220512.jpg IMG_20251221_220536.jpg IMG_20251221_220616.jpg IMG_20251221_220440.jpg
     
  12. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,113
    ค่าพลัง:
    +21,459
    1766331797641.jpg


    “พ่อท่านทอง” เสกเป่าที่ไหนเป็นต้องเกิดความอัศจรรย์ใจ..เสกน้ำมนต์ด้วยคำอธิษฐานจิตไม่กี่จบ แล้วเป่าเพี้ยง!!! ก็ขลัง รักษาโรคภัย หายป่วยกันทั้งนั้น!!!ท่านให้พรให้มนต์คาถาลงนะหน้าทองด้วยสีผึ้งมหาเสน่ห์เจิมแป้งเสกให้วัตถุมงคลกลับไปก็ร่ำรวยเจริญรุ่งทันตาทันใจ

    (หลวงปู่ทวดทอง สุสังวโร)
    วัดป่ากอสุวรรณาราม อ.นาหม่อม จ.สงขลา
    พระอริยะเจ้าโพธิสัตว์แดนใต้ผู้ทรงญาณวิเศษ
    โดย ศุภักษร ลอยสุวรรณ์
    ประวัติของพ่อท่านทอง สุสังวโร...พ่อท่านทอง สุสังวโร เกิดเมื่อวันเสาร์ เดือน 4 ปีระกา พ.ศ. 2452 เป็นบุตรของนายนวน และนางเภาทอง ห่อเพชร บิดาและมารดาของพ่อท่านทอง มีบุตรด้วยกัน 3 คน คือ นายแดง นายทอง (พ่อท่านทอง สุสังวโร) ส่วนคนที่ 3 นั้นเสียชีวิตตั้งแต่เด็กๆ เมื่อพ่อท่านทอง สุสังวโร อายุได้ 3 ขวบ มารดา (นางเภาทอง ห่อเพชร) ได้ถึงแก่กรรม บิดา (นายนวน ห่อเพชร) พาไปฝากไว้กับลุงยอด กับป้าหนุ้ย เลี้ยงที่บ้านลุงและป้าของพ่อท่านทอง สุสังวโร ด้านการศึกษา พออายุได้ 6 ขวบ ลุงยอด ห่อเพชร ได้พาพ่อท่านทองไปเข้าโรงเรียนที่วัดแม่เปียะ พ่อท่านทองเรียนหนังสือยังมิได้จบชั้น ป.4 ป้าดำซึ่งเป็นญาติของอีกคนได้พาพ่อท่านทองไปเรียนอยู่ที่บ้านไร่ คลองปอม ให้พ่อท่านทองช่วยทำไร่จนอายุครบ 20 ปี บรรพชาและอุปสมบท ป้าดำได้ชักนำพ่อท่านทอง กลับมาบวชที่วัดแม่เปียะ ตำบลนาหม่อม อำเภอนาหม่อมจังหวัดสงขลา ในสมัยนั้น มีท่านพระคุณใช้ เป็นพระอุปัชฌาย์ บวชเมื่อ พ.ศ. 2473 ได้ฉายาว่า พระทอง ธรรมเสโน
    พ่อท่านทอง จำพรรษาอยู่ที่วัดแม่เปียะไม่นาน หลวงพ่อสี ซึ่งเป็นคนแม่เปียะ บวชที่วัดแม่เปียะ แต่ได้ไปสร้างวัดอยู่ที่ประเทศมาเลเซียได้กลับมาเยี่ยมเยียนบ้าน พบพ่อท่านทอง และได้ชวนหลวงปู่ทองไปอยู่ที่ประเทศมาเลเซีย ณ วัดสีตะวัน ปัจจุบัน เรียกว่า...วัดบุญญาราม หรือวัดธรรมนุ่ม คนจีนจะเรียกวัดธรรมบุญ อยู่ที่รัฐอีโป ประเทศมาเลเซีย พ่อท่านทอง อยู่ที่วัดบุญญารามได้ไม่นาน พ่อท่านเพชร สิ้นบุญ (มรณภาพ) ที่วัดแม่เปียะ เผาศพพ่อท่านเพชรที่ต้นโพธิ์ใกล้ ๆ กับวัด นั่นเอง พ่อท่านทอง ได้เดินทางกลับมาที่วัดแม่เปียะ เมื่อพ่อท่านทอง เดินทางมาแล้ว ก็ได้สร้างกุฎิอยู่ที่ต้นโพธิ์ใกล้ๆ เมรุเผาศพของหลวงพ่อเพชร ต่อมามีโยมมาตามหาพ่อท่านเส้ง ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของพ่อท่านพลอย ซึ่งท่านเก่งในทางปฏิบัติวิปัสสนา และท่านเป็นคนบ้านดอน จังหวัดสุราษฎร์ธานี มาอยู่ที่วัดพลีควาย (วัดพรหมประดิษย์ฐาราม) เมื่อได้พบกันแล้ว พ่อท่านทองได้ฟังคำสอนและนึกเลื่อมใสพ่อท่านเส้งสืบหาโยมคนหนึ่ง คือ แม่ชีเนียม พ่อท่านเส้งได้เดินทางมาจังหวัดสงขลา ที่บ้านนายปรีดาได้เจอกับแม่ชีเนียมตอนเช้าออกมาบิณฑบาต พ่อท่านเส้งได้นิมนต์แม่ชีเนียมมาเทศน์ที่วัดพลีควาย เพราะว่า..แม่ชีเนียมทานอาหารเจ ถือปฏิบัติเทศน์สอนประชาชนได้ลึกซึ้ง ชื่อของแม่ชีเนียมโด่งดังมาก แม่ชีเนียมได้รับนิมนต์พ่อท่านเส้งมาเทศน์ที่ วัดพลีควาย พ่อท่านทองไปที่วัดพลีควายที่พ่อท่านเส้งอยู่ได้พบแม่ชีเนียมเป็นครั้งแรก ได้ถามความเป็นจนมาเป็นที่เข้าใจ ต่อจากนั้นไม่นานพ่อท่านเส้งก็กลับ จังหวัดสุราษฏร์ธานี พ่อท่านทอง ก็ออกธุดงค์ไปจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้กราบขอศึกษาวิชาการเป่ากระหม่อมจากพ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ ท่านเดินเท้าไปอำเภอทุ่งสง และจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้พบกับพ่อท่านเส้งอีกครั้ง พ่อท่านเส้งลูบหลังพ่อท่านทอง 3 ครั้ง พร้อมกับให้พรแล้วกลับไปบ้านดอน
    พ่อท่านทองได้เดินทางกลับนาม่วง อำเภอนาหม่อม จังหวัดสงขลา ได้พบกับแม่ชีเนียม ซึ่งกลับจากกรุงเทพมหานคร มาพร้อมกับนายคง แม่ชีเนียมได้ถามพ่อท่านทองว่าปีนี้ท่านจะจำพรรษาที่ไหน พ่อท่านทองตอบว่าท่านจะจำพรรษาที่บ้านไร่ เพราะว่าเป็นบ้านเดิมของป้าดำผู้มีพระคุณ แม่ชีเนียมบอกว่า...อย่าไปคนเดียว จะไม่สบาย แต่พ่อท่านทองบอกว่า...รับปากโยมไว้แล้วก็ต้องไป พอใกล้วันเข้าพรรษาพ่อท่านทองก็ล้มป่วย พระอุปัชฌาย์ช่วยรักษาจนหายจากอาการป่วย ที่วัดแม่เปียะ อำเภอนาหม่อม จังหวัดสงขลา พ่อท่านทองจึงได้ลาสิกขาบท ออกไปอยู่ที่บ้านของป้าดำ ต่อมาได้ลาป้าดำตั้งใจจะตามหาพ่อท่านเส้ง พ่อท่านทองได้ไปหาแม่ชีเนียมในตัวเมืองสงขลา เมื่อไปถึงบอกความประสงค์กับแม่ชีเนียม แม่ชีบอกจะไปด้วยให้อยู่ที่นี่ก่อนแล้วค่อยไป ตั้งแต่นั้นมาก็อยู่กับแม่ชีเนียมตลอดมา พ่อท่านทอง อุปสมบทครั้งแรก 7 พรรษา พอสิ้นสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี พ.ศ. 2484 ช่วงนั้นท่านได้ลาแม่ชีเนียมมาที่นาม่วง อำเภอนาหม่อม จังหวัดสงขลาอีกครั้ง
    ต่อมาได้อุปสมบทเป็นครั้งที่ 2 ณ พัทสีมาวัดทุ่งฆ้อโฆษิตาราม มีพระครูวิจารย์ธรรมโฆษิต (แช่ม) เป็นพระอุปัชฌาย์ ท่านสุกแก้ว วัดพลีควาย เป็นพระคู่สวด กำนันผ่อง เป็นเจ้าภาพฝ่ายรับรอง ได้รับฉายา สุสังวโร..ประมาณ พ.ศ. 2485 อยู่จำพรรษา 1 พรรษา แล้วไปอยู่ที่วัดพลีควายได้ออกธุดงค์ไปเกาะแก้วพิสดาร จังหวัดภูเก็ต จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดชุมพร จังหวัดสุโขทัย ในสมัยนั้น การเดินทางแสนลำบากสองข้างทางเต็มไปด้วยป่าเขาและสัตว์ดุร้าย แต่ท่านไม่เคยกลัว ท่านเดินทางกลับจากการธุดงค์ก็มาจำพรรษาอยู่ที่พรุเกษา อำเภอนาหม่อม จังหวัดสงขลา ต่อมาออกจากพรุเกษาก็ก็มาอยู่วัดกลางใจงาม (ปัจจุบันเป็นที่ตั้งอำเภอนาหม่อม) พอได้ 7 พรรษา ไปอยู่ที่ป่าบ้านนา 2 พรรษา และไปอยู่ที่ป่าช้าวัดโคกนาว อยู่ตรงข้ามมหาวิทยาลัย มอ. หาดใหญ่ ในสมัยก่อนเป็นเป็นป่าช้าใหญ่มาก วันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2501-2502 ออกพรรษาไปอยู่บ้านนาทองสุก ตำบลทุ่งขมิ้น อำเภอนาหม่อม จังหวัดสงขลา อยู่ได้ 9 พรรษา ก็ได้กลับมาอยู่ที่ป่าช้าวัดโคกนาวอีก ครั้งต่อมาได้ออกจากป่าช้าโคกนาว และได้ไปอยู่ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี 1 ปี พ่อท่านทองได้กลับมาที่เขารูปช้าง อยู่ได้ 6 พรรษา แล้วมาอยู่ที่ต้นแซะ (ปัจจุบันเป็นสำนักสงฆ์ต้นแซะ ใกล้วัดปาดังเบซาร์ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา) อยู่ได้ 2 พรรษา มีพระธุดงค์แนะนำให้ไปหมู่บ้านกระเหรี่ยงแถวจังหวัดเพชรบุรี พ่อท่านทองเกิดล้มป่วยเป็นไข้ป่าเกือบเอาชีวิตไม่รอด จึงได้ธุดงค์กลับจากหมู่บ้านกระเหรี่ยง เมื่อกลับมาทุกคนช่วยกันรักษาท่านจนหายจากอาการป่วย ด้วยโรคไข้ป่า พ่อท่านทอง สุสังวโร ได้พบญาติ คือ นายแคล้ว อยู่บ้านควนโตน ซึ่งเป็นญาติในฐานะน้องชาย อยู่ได้ไม่กี่วันจึงชวนสามเณร ที่มาพร้อมกับพ่อท่านทองเมื่อธุดงค์มาที่ป่ากอ ซี่งเป็นที่ของนายแดง พ่อท่านทองจึงได้จำวัดที่ป่ากอเนื่องจากเป็นสถานที่สัปปายะสงบสงัด...
    ที่บริเวณป่ากอนี้สมัยก่อน เคยเป็นวัด มีพ่อท่านองค์หนึ่งและสามเณรมาอยู่ในสมัยก่อน เสือได้กินสามเณร พ่อท่านเลยไปจากป่ากอ ต่อมาได้มีนายแดง เป็นคนหนุ่มโสด ยังไม่มีครอบครัว เพื่อนบ้านเรียกว่าท่านแดง ได้พาหลานชื่อ นายสี อินอุทัย มาอยู่ด้วย ตั้งรกราก ช่วยกันทำมาหากิน มีต้นไผ่อยู่หลายกอ พันธุ์ไม้อื่นๆ อีกจำนวนมาก หากใครเข้ามาส่วนใหญ่จะหลงทาง เดินทางกลับไม่ถูก พ่อท่านทอง สุสังวโร รู้ประวัติที่นี่ดี จึงเรียกนายแดง มาคุยเพื่อปลูกศาลา เมื่อพ่อท่านทอง กลับจากธุดงค์จะได้มาพักผ่อนและได้อยู่ใกล้ลูกหลาน เพราะว่าเป็นบ้านเกิด นายแดงได้ยกที่ดินให้ประมาณ 3 ไร่ ในปี พ.ศ. 2518 พ่อท่านทอง สุสังวโร ได้มาจำพรรษาที่วัดป่ากอ เป็นครั้งแรก จึงได้ถือกำเนิดสำนักสงฆ์ป่ากอขึ้นในปีนี้เอง
    ความศรัทธาของชาวต่างชาติที่มีต่อ...พ่อท่านทอง สุสังวโร เป็นพระปฏิบัติเช่นเดียวกับพระนักปฏิบัติโดยทั่วไป ความศรัทธาของประชาชน ชาวต่างชาติ ส่วนใหญ่เกิดจากการที่ได้ฟังธรรมะของพ่อท่านท่านจะแสดงธรรมง่ายๆ ให้นำไปปฏิบัติ เมื่อผู้ฟังนำไปปฏิบัติแล้วก็เกิดผล จึงทำให้ประชาชน
    ชาวต่างชาติได้ทราบกิตติศัพท์ ของพ่อท่านทอง สุสังวโร พากันเดินทางไปนมัสการและฟังธรรมกันจนวัดป่ากอสุวรรณารามเปลี่ยนแปลงจากสำนักสงฆ์ที่ไม่มีถาวรวัตถุจนเวลานี้มีกุฎิ ศาลา และอาคารก่อสร้างต่างๆ เพิ่มขึ้นอีกมากมายด้วยแรงศรัทธา จากประชาชนชาวไทยและชาวต่างชาติ ซึ่งชาวต่างชาติที่เข้ามากราบไหว้พ่อท่านทอง ได้แก่ ชาวมาเลเซีย ชาวสิงคโปร์ ชาวจีนและชาวอินโดนีเซีย นับเป็นความลึกล้ำทางจิตของพระรูปหนึ่งที่ท่านไม่ได้มีเจตนาอยากตั้งตัวเป็นอาจารย์ขลังอะไรหรอก แต่...ด้วยญาณวิเศษของท่านกลับมาบันดาลให้เป็นไปตามครรลองปาฏิหาริย์ เสกเป่าอธิษฐานจิต ก็ขลังขึ้นมาด้วยบารมีพระโพธิสัตว์และพลังกรรมฐาน และดังจนนักธรรมะ นักกรรมฐาน นักปราชญ์ต่างสงกาในพลังบารมี...
    “พ่อท่านทอง” เสกเป่าที่ไหนเป็นต้องเกิดความอัศจรรย์ใจ..เสกน้ำมนต์ด้วยคำอธิษฐานจิตไม่กี่จบ แล้วเป่าเพี้ยง!!! ก็ขลัง รักษาโรคภัย หายป่วยกันทั้งนั้น!!!ท่านให้พรให้มนต์คาถาลงนะหน้าทองด้วยสีผึ้งมหาเสน่ห์เจิมแป้งเสกให้วัตถุมงคลกลับไปก็ร่ำรวยเจริญรุ่งทันตาทันใจ...
    เมื่อครั้งยังทรงสังขารธรรมพ่อท่านมักจะ เดินทางไป วัดศรีมหาโพธิ์ อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานีบ่อยๆ เพราะท่านสนิทสนมกับ พ่อท่านแดง วัดศรีมหาโพธิ์ และ เป็นเครือญาติกัน นอกจากนี้ท่านได้รับนิมนต์ไปยังสถานที่ ต่างๆตามแนวชายแดน ไทย-มาเลย์ ท่านจึงมีศิษย์ทางสายมาเลเซีย เป็นจำนวนมาก ท่านเป็นพระที่มี ความเก่งในหลายด้านเช่น ท่านเป็นพระที่ปฏิบัติดี ถือสัตย์ปฏิญาณ ท่านได้ถือสัตย์ปฏิญาณ ฉันท์เจ ตลอดชีวิต...และไม่พูดกล่าวสนทนากับสตรีเพศทั้งต่อหน้าและลับหลัง.ด้วยสัจจาธิษฐานและการถือปฏิบัติธรรมอย่างเคร่งครัดนี่เองทำให้พ่อท่านมีคุณวิเศษเหนือภิกษุรูปอื่นๆ ทั้งยังเป็นเกจิอาจารย์ที่ปลุกเสก พระเครื่องได้โด่งดังในสายใต้ จะรู้จักพระเครื่องที่ท่านได้ปลุกเสก เช่น หลวงพ่อทวด ลิ้นดำ , เหรียญรุ่นปี2526จะเป็นเหรียญที่นิยมสูง เพราะมีประสบการณ์มาก คนในพื้นที่หากมีเหรียญรุ่นนี้จะหวงแหนเป็นพิเศษ
    วัดป่ากอสุวรรณาราม ตั้งอยู่หมู่ที่ 4 ตำบลนาหม่อมเดินทางจากหาดใหญ่มาทางถนนสายเอเชีย หาดใหญ่ – จะนะในวัดมีอุโบสถสวยงามมีพระแม่กวนอิมองค์ใหญ่ที่ศักดิ์สิทธิ์ มีศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนมีที่เคารพนับถือเป็นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่จอดรถกว้างมากสะดวกสบาย.
    ผลงานและการกุศลในชีวิตสมณเพศของพ่อท่านทอง สุสังวโร ได้ใช้ชีวิตคุ้มค่าในการปฏิบัติธรรมและบำเพ็ญประโยชน์แก่พระพุทธศานา และประเทศชาติ เฉพาะที่ประมวลในปี พ.ศ. 2542 ได้ช่วยทางราชการเพื่อการกุศล ดังนี้
    - ซื้อที่ดินบ้านชายนา ให้ผู้ใหญ่บ้านทวี รับมอบและสร้างศาลาพักร้อน
    - ซื้อเครื่องเอ็กซเรย์ มอบให้โรงพยาบาลกองบิน 56 อำเภอคลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา
    - ช่วยเหลือชาติ มอบเงินให้นายชวน หลีกภัย (ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น) เป็นผู้รับมอบ
    - สร้างที่พักสายตรวจให้ สภอ.นาหม่อม อำเภอนาหม่อม จังหวัดสงขลา
    - บริจาควัสดุอุปกรณ์ให้แก่โรงพยาบาลนาหม่อม อำเภอนาหม่อม จังหวัดสงขลา

    วัดป่ากอสุวรรณารามคงมนต์ขลังอมตะ!!!สานุศิษย์ทั้งชาวไทย มาเลเซีย และสิงค์โปร์ต่างศรัทธาเคารพเลื่อมใส..พ่อท่านทอง สุสังวโร ภิกษุผู้มีปฏิปทางดงามแห่งภาคใต้ ประชาชนเชื่อว่าท่านเป็นพระอริยสงฆ์ผู้บรรลุมรรคผลและทรงอภิญญา ท่านคือผู้มีญาณวิเศษติดต่อกับหลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืดได้..ดังนั้นจึงมีสานุศิษย์เลื่อมใสศรัทธากล่าวขานกันมาก นับตั้งแต่ท่านยังไม่ละสังขาร และก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้พุทธบริษัทชาวมาเลเซีย ชาวสิงคโปร์ เดินทางมาแสวงบุญยังวัดป่ากอ...พ่อท่านทอง สุสังวโร อายุ 92 ปี พรรษา 54 อดีตเจ้าอาวาสองค์แรกวัดป่ากอสุวรรณาราม ตำบลนาหม่อม อำเภอนาหม่อม จังหวัดสงขลา ท่านมรณภาพด้วยอาการสงบเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2543 เวลา 12.08 น. ณ กุฎิของท่านเอง ปัจจุบันร่างสังขารของพ่อท่านบรรจุในโกศทองประดิษฐานบนมณฑปพ่อท่านทอง สภาพสังขารของพ่อท่านแห้งกลายเป็นหิน เส้นผม เล็บมือ เล็บเท้า งอกยาวขึ้น เห็นได้ชัดเจนมาก ทุกวันจะมีบรรดาศิษย์ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เช่น ชาวมาเลเซีย ชาวจีน ...ชาวสิงคโปร์ เดินทางมาเคารพร่างสังขารของพ่อท่านทอง สุสังวโร จำนวนมากมาย เปรียบเสมือนท่านยังมีชีวิตอยู่.....ท่านมรณภาพด้วยโรคชราภาพ.... เช้าวันที่ท่านละสังขาร ท่านได้กล่าววาจาครั้งสุดท้ายกับศิษยานุศิษย์ที่มาเฝ้าอาการอาพาธของท่าน...และเป็นการเตือนภัยแก่ชาวหาดใหญ่ สงขลา ว่า...ให้ระวังจะเกิดวาตภัย และอุทกภัยใหญ่ภายในหลังจากที่อาตมาภาพละสังขารไปแล้ว ภัยธรรมชาติจะสร้างความสูญสียอย่างใหญ่หลวงมีผู้คนล้มตายจำนวนมาก ประชาชนจะอดอยาก น้ำตานองหน้าไปทั่วทุกหนแห่ง...พ่อท่านทองกล่าวจบแล้ว ได้มีศิษย์ซักถามแต่ท่านไม่ได้พูดอะไร และอีกไม่กี่ชั่วยาม...ท่านก็ละสังขารอย่างสงบ

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    รูปหล่อก้นอุดผงพ่อท่านทองวัดป่าก่อ สงขลา

    ให้บูชา 200 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    IMG_20251221_222818.jpg IMG_20251221_222910.jpg IMG_20251221_222843.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 21 ธันวาคม 2025
  13. shaj

    shaj เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 พฤศจิกายน 2012
    โพสต์:
    8,490
    ค่าพลัง:
    +7,645
    ขอจองครับ
     
  14. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,113
    ค่าพลัง:
    +21,459
    FB_IMG_1766402951420.jpg FB_IMG_1766402946813.jpg
    ประวัติ หลวงพ่อเก็บ วัดดอนเจดีย์ นามเดิม ชื่อ เก็บ นามสกุล พุฒิเจริญ
    เกิดเมื่อวันที่ ๑๕ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๕๗
    บิดาชื่อ นายรัด มารดาชื่อ นางโค้
    เกิดณ บ้านสองพี่น้อง ตำบลสองพี่น้อง อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี
    มีศักดิ์เป็นหลานอา ของสมเด็จป๋า และ "หลานลุง"ของหลวงพ่อสด วัดปากน้ำ
    อุปสมบทเมื่อ วันที่๒๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๗๗ ณ พัทธสีมาวัดสองพี่น้อง อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี

    โดยมี
    พระครูอุภัยภาดารักษ์ เป็นพระอุปัชฌาย์
    พระอาจารย์หอม วัดสองพี่น้อง เป็นพระกรรมวาจาจารย์
    พระอาจารย์ล้วน เจ้าอาวาสวัดละครทำ เป็นพระอนุสาวนาจารย์

    เมื่ออุปสมบทแล้ว ได้ศึกษาอยู่ในสำนักของ พระอุปัชฌาย์วัดสองพี่น้อง ๑ พรรษา แล้วย้ายเข้าไปศึกษาบาลี ที่วัดพระเชตุพน กับสมเด็จป๋า สมัยที่ยังเป็นพระมหาปุ่น พอได้เป็นเปรียญธรรม ๕ ประโยค
    สมเด็จป๋าก็ส่งให้กลับมาเปิดสำนักเรียนบาลีที่วัดสองพี่น้อง เมื่อพ.ศ. ๒๔๘๓ วัดสองพี่น้องจึงเป็นสำนักเรียนที่มีชื่อเสียงของจังหวัดสุพรรณบุรีสำนักหนึ่งตั้งแต่นั้นมา และตัวท่านเองก็สอบได้เป็นเปรียญธรรม
    ๗ ประโยค เมื่อปี พ.ศ.๒๔๙๒ ถือเป็นพระมหารูปแรกที่สอบได้ ป.ธ. ๗ ในนามคณะสงฆ์จังหวัดสุพรรณฯ ในเวลาต่อมา และศิษย์สองพี่น้องของท่านตั้งแต่รุ่นแรกถึงรุ่น ต่อ ๆ มาได้อยู่สนองงาน ของคณะสงฆ์ปัจจุบัน อาทิ
    ๑. พระธรรมมหาวีรานุวัตร (ฉลอง จินตาอินโท ป.ธ.๕) เจ้าอาวาสวัดป่าเลไลยก์วรวิหาร ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดสุพรรณบุรี
    ๒. พระราชปริยัติสุธี (สอิ้ง สิรินนฺโท ป.ธ.๘) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดป่าเลไลยก์วรวิหาร เจ้าคณะจังหวัดสุพรรณบุรี
    ๓.พระวิสุทธิวงศาจารย์ (วิเชียร อโนมคุโณ ป.ธ.๙) (รองสมเด็จพระราชาคณะ) รองเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ หัวหน้าสำนักฝึกอบรมพระธรรมทูต และเจ้าคณะภาค ๗
    ๔. พระธรรมปัญญาภรณ์ (สุชาติ ธมฺมรตโน ป.ธ.๙) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ เลขานุการแม่กองบาลีสนามหลวง เจ้าคณะภาค และ ศิษย์สายสองพี่น้อง + ดอนเจดีย์ ที่สำเร็จเป็นเปรียญธรรม ๙ ประโยค ยังดำรงสมณเพศอยู่อีกหลายรูป
    ครั้นถึง พ.ศ.๒๕๐๑ สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ ๑๗ (สมเด็จป๋า) วัดพระเชตุพน ฯ กรุงเทพ ฯ สมัยดำรงสมณศักดิ์ที่ "พระธรรมวโรดม"เจ้าคณะตรวจการคณะสงฆ์ภาค ๗ เห็นว่าวัดดอนเจดีย์ เป็นวัดที่สร้างขึ้นเพื่ออุทิศถวาย
    "สมเด็จพระนเรศวรมหาราช" พระผู้มีพระคุณยิ่งใหญ่แก่แผ่นดิน ควรมีพระผู้ใหญ่ไปอยู่ประจำ จึงสั่งให้ "พระวิบูลเมธาจารย์" (หลวงพ่อเก็บ) วัดสองพี่น้อง เจ้าคณะอำเภอสองพี่น้อง รักษาการเจ้าคณะจังหวัดสุพรรณบุรี
    ไปอยู่ประจำตั้งแต่เดือน มกราคม พ.ศ. ๒๕๐๑ จนกระทั้ง มรณภาพ เมื่อวันที่ ๒๙ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๒๕ สิริอายุได้ ๖๙ ปี ๔๙ พรรษา

    ยุคสมัยของ หลวงพ่อพระวิบูลเมธาจารย์ ได้เปิดสำนักเรียนขึ้น มีพระภิกษุสามเณรมาอาศัยอยู่ศึกษาเล่าเรียนถึง ๑๓๐ รูปเศษนับเป็นยุคที่การศึกษารุ่งเรืองมาก
    และถือว่าพลวงพ่อเป็นปูชนียบุคคลผู้วางรากฐานไว้ให้กับวัดดอนเจดีย์ อย่างแท้จริง

    การสร้างวัตถุมงคลของหลวงพ่อเก็บ
    เมื่อท่านได้มาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดดอนเจดีย์แล้ว นอกจากจัดการศึกษาของพระภิกษุ-สามเณรให้เจริญมั่นคง ท่านเห็นว่า "แผ่นดินอันเป็นที่ตั้งพระบรมราชานุสรณ์นี้" เป็นแผ่นดินอันศักดิ์สิทธิ์ ก่อให้เกิดชัยมงคลแก่ประเทศชาติ
    จึงริเริ่มสร้างวัตถุมงคลตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๐๓ โดยให้พระ-เณร ตักน้ำในสระวัดซึ่งมีสีขาว คล้ายน้ำซาวข้าว มาแกว่งสารส้ม แล้วนำตะกอนมาทำเป็นพระพิมพ์ต่าง ๆ มากมาย แจกลูกศิษย์ และผู้เคารพนับถือการสร้างวัตถุมงคล
    ซึ่งในช่วงแรกจะเป็นดินเผาทั้งหมดแต่ตอนหลังใช้ผงดอกไม้ที่คนนำมาบูชาเป็นหลัก
    ในปี พ.ศ. ๒๕๑๖ "สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช" ได้ทรงเสด็จตัดลูกหวายนิมิต หลวงพ่อเก็บท่านจึงได้สร้างวัตถุมงคล หลายชนิดเพื่อเป็นที่ระลึกในการนั้น คือ
    พระกริ่งพระองค์ดำ
    กริ่งพระองค์ขาว
    เหรียญ ภปร.
    พระผงสมเด็จพระเจ้าอู่ทอง ภปร.
    เหรียญรูปเหมือนของท่านปี 2511 เหรียญหน้านูน ประสบการณ์สุดยอด
    และพระผงพิมพ์ต่าง ๆ
    แล้วทำพิธีพุทธาภิเศกโดยพระเกจิอาจารย์ผู้มีชื่อเสียงในยุคนั้นอันมี "สมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ ๑๗ เป็นประธานจุดเทียนชัย" และหลังจากการสร้างวัตถุมงคลรุ่นนี้แล้วหลวงพ่อเก็บก็ได้ยุติการสร้างวัตถุมงคลตั้งแต่นั้นมา
    วัตถุมงคลของหลวงพ่อเก็บมีอยู่ไม่กี่รุ่น ในพื้นที่อำเภอดอนเจดีย์และใกล้เคียงหวงแหนกันมาก มีประสบการณ์มากมายโดยเฉพาะทางด้านเมตตามหานิยมเป็นเลิศ พ่อค้าแม่ขายในตลาดดอนเจดีย์นับถือกันมาก

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    พระผงเจ้าสัวหลวงพ่อเก็บวัดดอนเจดีย์ พิธีใหญ่หลวงพ่อมุ่ยวัดดอนไร่ร่วมปลุกเสก ปี ๒๕๑๖
    ชุด ๒ องค์ ๒ สี

    ให้บูชา 250 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาท

    IMG_20251222_182534.jpg IMG_20251222_182558.jpg IMG_20251222_182634.jpg IMG_20251222_182700.jpg IMG_20251222_182719.jpg
     
  15. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,113
    ค่าพลัง:
    +21,459
    สุดยอดมวลสารหายากสร้างน้อยหลวงปู่ทวดเนื้อว่านฝังตะกรุดโรยแร่ พิมพ์สี่เหลี่ยมวัดประสาทบุญญาวาส (ไม่มีกล่อง)
    รุ่นฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ ๒๒๐ ปี ปี 2545 หลวงปู่ทวด วัดประสาทบุญญาวาส ปี 2545 ผสมมวลสาร ของหลวงปู่ทวดปี 2497, ผงอาจารย์นอง และเถ้าอังคารอาจารย์นอง วัดทรายขาว, ผงหลวงพ่อแดง วัดศรีมหาโพธิ์ 5 แชะ, ผงเก่าวัดประสาทฯ ซึ่งมีผงเก่าสมเด็จบางขุนพรหม หลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด‬ วัดประสาทบุญญาวาส รุ่นฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ ๒๒๐ ปี พระครูประสาทอโนมคุณ หรือหลวงพ่อวิเชียร เจ้าอาวาสวัดประสาทบุญญาวาส เป็นพระผู้อยู่ใกล้ชิดปรนนิบัติรับใช้พระครูสมุห์อำพล อดีตเจ้าอาวาส และเป็นกำลังสำคัญในคราวบูรณะวัดครั้งใหญ่หลังถูกไฟไหม้ ได้รับตำแหน่งเจ้าอาวาสตั้งแต่ปี พ.ศ. 2516 เป็นพระนักพัฒนามากด้วยเมตตา ช่วยเหลือสังคมส่วนรวม พัฒนาจนวัดประสาททุกวันนี้สวยงามเจริญขึ้นกว่าครั้งก่อนมาก พระอุโบสถสวยงาม เสนาสนะในวัดเป็นระเบียบงดงามยิ่ง และในการจัดสร้างวัตถุมงคลครั้งนี้เป็นครั้งยิ่งใหญ่ของวัด หลวงพ่อมีวัตถุประสงค์คือ
    1. เพื่อเป็นมงคลนุสรณ์ร่วมเฉลิมฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ 220 ปี
    2. เพื่อมอบเป็นทุนการศึกษาแก่เด็กนักเรียนที่เรียนดี แต่ยากจน ตามโรงเรียนในถิ่นธุรกันดาร
    3. เพื่อสมทบทุนสร้างพระวิหารบรรจุอัฎิอาจารย์นอง วัดทรายขาว
    4. เพื่อพัฒนาบูรณะปฏิสังขรณ์เสนาสนะภายในวัดประสาทบุญญาวาส ....
    หลวงปู่ทวดเนื้อว่านมงคล 108พิมพ์ทรงแกะขึ้นใหม่ทั้งหมดเพื่อให้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะรุ่นแบบแต่ละแบบออกแบบมาคมชัดสวยงามมากโดยมีมวลสารเก่าทั้งหมดมาบด
    1.ผสมทั้งผงเก่าหลวงปู่ทวด
    ปี 2497
    2.ผงอาจารย์นองอังคารเถ้าอาจารย์นอง วัดทรายขาว ซึ่งไม่เคยมอบให้ใครมาก่อนเลย
    3.ผงหลวงพ่อแดง วัดศรีมหาโพธิ์ 5 แชะ
    4.ผงเก่าวัดประสาทบุญญาวาส ซึ่งมีผงเก่าสมเด็จบางขุนพรหม ผงว่านปี 2497 รวมอยู่ด้วย มาผสมกันเป็นพิเศษ เรียกว่ามวลสารสุดยอดเลยครับ พิธีบวงสรวง ปลุกเสกทองชนวน พุทธาภิเษกมหามงคล 3 วาระ
    วาระที่ 1. พิธีบวงสรวง ต่อหน้าสถูป หลวงปู่ทวด ณ วัดช้างให้
    วาระที่ 2. ปลุกเสกทองชนวนมวลสาร ณ วัดทรายขาว
    วาระที่ 3. พิธีมงคลพุทธาภิเษก ณ อุโบสถวัดประสาทบุญญาวาส ในวันที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2545

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    ให้บูชา 250 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ
    (ปิดรายการ)
    IMG_20251222_184540.jpg IMG_20251222_184616.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 24 ธันวาคม 2025
  16. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,113
    ค่าพลัง:
    +21,459
    FB_IMG_1766405232197.jpg

    เหรียญพระเจ้าแก้วมรกต สมเด็จพระนเรศวรมหาราช นครลำปาง เนื้ออัลปาก้า
    ปี ๒๕๕๔ พิธีปลุกเสกใหญ่และ หลวงปู่บัว วัดศรีบูรพาปลุกเสก

    ลำปางจัดบวงสรวง ราชานุสาวรีย์"พระนเรศวร"

    พล.ท.วรรณทิพย์ ว่องไว แม่ทัพภาคที่ 3 เป็นประธานในพิธีบวงสรวงและพิธีเททองวัตถุมงคล ณ พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช (ชั่วคราว)อ.เกาะคา จ.ลำปาง เมื่อวันที่ 23 เม.ย. 2554 มีนายอุทาร ชวเมที รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง และหัวหน้าส่วนราชการ พ่อค้าประชาชนมาให้การต้อนรับจำนวนมาก ซึ่งการจัดสร้างวัตถุมงคลครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสมทบทุนการจัดสร้างแท่นฐานพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่ต้องใช้วงเงินในการก่อสร้างทั้งหมด 21.9 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น 3 งวดงาน ได้แก่ งวดที่ 1 วงเงิน 9.3 ล้านบาท เป็นงานตอกเสาเข็ม งานโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก และงานตกแต่งพื้นและผนัง งวดที่ 2 วงเงิน 7.7 ล้านบาท งานวิศวกรรมโครงสร้าง งานทางเท้า และลานพื้นแข็ง และงวดที่ 3 วงเงิน 4.8 ล้านบาท งานสถาปัตยกรรม และงานตกแต่งภูมิทัศน์ ทั้งนี้ ตลอดการทำพิธีท้องฟ้ามืดครึ้มและมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องทั้งที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนเพราะก่อนหน้านี้อากาศร้อนอบอ้าวและมีแดดจ้าตลอดเวลา ถือว่าเป็นนิมิตหมายมงคลที่ดีในการทำพิธีในครั้งนี้

    สำหรับวัตถุมงคลที่จัดสร้าง ประกอบด้วย พระบรมรูปหล่อสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงรายล้อมด้วยเหล่าทหารเอก 9 นาย เนื้อโลหะทองแดงรมดำ ขนาด 12 นิ้ว ขนาด 9 นิ้ว และขนาด 6 นิ้ว เหรียญรูปวงรีพระเจ้าแก้วมรกตและสมเด็จพระนเรศวรมหาราช กว้าง 2.9 เซนติเมตร สูง 3.9 เซนติเมตร เนื้อทองแดง 50,000 เหรียญ เนื้ออัลปาก้า 50,000 เหรียญ เนื้อเงิน น้ำหนัก 1 บาท และเนื้อทองน้ำหนัก 1 บาท โดยวัตถุมงคลทั้งหมดเข้าพิธีพุทธาภิเษกมหามงคล จำนวน 3 ครั้ง

    ประวัติความเป็นมา
    จากหลักฐานการเดินทัพ ของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ผ่านเมืองลำปาง พบว่ามีหลักฐานบันทึก ภายหลังที่พระองค์เสด็จสวรรค์คต ณ เมืองหาง สมเด็จพระเอกาทศรถ ได้อัญเชิญ พระบรมศพ ผ่านมาทาง เทือกเขาขุนตาล มาพักทัพ บริเวณ หลังศูนย์ อนุรักษ์ช้างไทย และบริเวณพระธาตุลำปางหลวง และกลับกรุงศรีอยุธยา
    กองทัพภาคที่ ๓ มณฑลทหารบกที่ ๓๒ ร่วมกับข้าราชการ พ่อค้าประชาชน ชาวจังหวัดลำปาง ได้ร่วมใจก่อสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ ขึ้นเมื่อ ๒๕๓๕ โดยมีวัตถุประสงค์
    - เพื่อเทิดพระเกียรติ รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ของพระองค์ที่ทรงกอบกู้ เอกราชของชาติ
    - เพื่อเป็นสถานที่ เคารพสักการะของปวงชนชาวไทย
    - เพื่อเป็นแหล่งศึกษาทางประวัติศาสตร์
    กองทัพภาคที่ ๓ ได้แต่งตั้ง คณะกรรมการดำเนินการก่อสร้าง โดยใช้พื้นที่ บริเวณไร่รัศมีธรรม อ.เมือง จว.ล.ป. โดยขออนุมัติหลักการไปยังกรมศิลปกรแล้ว เมื่อปี ๒๕๓๖
    ต่อมา ปี ๒๕๔๖ คณะกรรมการดำเนินการก่อสร้าง ได้มีมติเห็นชอบ ในรูป แบบการก่อสร้าง พระบรมราชานุ
    สาวรีย์ ในพระอิริยาบถทรงม้าศึก ขนาดเท่าครึ่งของคนจริง พร้อมเหล่าทหารเอก ประกอบจำนวน ๙ นาย โดยมอบหมายให้ กรมศิลปกร เป็นผู้ดำเนินการหล่อ ในวงเงิน ๑๒ ล้านบาท ซึ่งเป็นงบประมาณ จากการร่วมบริจาคของทุกภาคส่วนของ จว.ลำปาง กรมศิลปกร โดยให้บริษัทเอเชียไฟอาร์ท อ.บางปะหัน ก่อสร้างเสร็จเมื่อ ปี ๒๕๕๐ รวมระยะเวลาก่อสร้าง ๕ ปี และกรมศิลปกร ส่งมอบให้ กองทัพภาคที่ ๓ เมื่อ ปี ๒๕๕๓

    หลวงปู่บัว ถามโก วัดศรีบูรพาราม

    ประวัติ หลวงปู่บัว ถามโก วัดศรีบูรพาราม หรือ วัดเกาะ ตะเคียน หมู่ 1 ต.วังกะแจะ อ.เมือง จ.ตราด

    เป็นอีกหนึ่งสถานที่น่าเลื่อมใสในดินแดนภาคตะวันออกของประเทศไทย หากเอ่ยชื่อวัดในภาคอื่น ๆ น้อยคนนักที่จะเคยได้ยินชื่อหรือรู้จัก แต่หากเป็นคนพื้นเพใกล้เคียง แม้แต่ประเทศเพื่อนบ้านล้วนคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เพราะความขลังและความศักดิ์สิทธิ์ใน “ของดี” ของวัดแห่งนี้เลื่องลือไปทั่วแดนตะวันออก

    เดิมวัดศรีบูรพารามเป็นสำนักสงฆ์เล็ก ๆ มีพระภิกษุสงฆ์จำพรรษาอยู่เพียงไม่กี่รูป จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2500 มีญาติโยมและชาวบ้านที่ศรัทธาบริจาคทุนทรัพย์ก่อสร้างเป็นวัดขึ้นมาใช้ชื่อว่า “วัดเกาะตะเคียน” ทำการฝังลูกนิมิตเมื่อปี พ.ศ. 2524 และมีการพัฒนาเรื่อยมาจนเปลี่ยนชื่อเป็น “วัดศรีบูรพาราม” จวบจนปัจจุบัน

    วัดแห่งนี้มีเจ้าอาวาสรูปแรกและปัจจุบันคือ พระครูสังฆกิจบูรพา หรือ พระอาจารย์บัว อายุ 82 ปี เดิมนั้นท่านชื่อ บัว มารศวารี เกิดวันเสาร์เดือน 5 ปีขาล ตรงกับขึ้น 13 ค่ำ เดือน 5 พ.ศ. 2469 เป็นบุตรของ นายเชี๋ยและนางเตี่ยน ภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 3 หมู่ 3 ต.วังกะแจะ อ.เมือง จ.ตราด ตั้งแต่วัยหนุ่มท่านชอบศึกษาความรู้เกี่ยวกับยาสมุนไพรและเชี่ยวชาญด้านช่างไม้ ช่างปูน ช่างปั้น จวบจนอายุครบ 23 ปี ก็อุปสมบทเป็นพระภิกษุที่วัดบุบผาราม ต.วังกะแจะ โดยมีพระครูคุณวุฒิพิเศษ วัดบุบผารามเป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูวัตรรัตนวงษ์สิทธิ์ วัดหนองบัว เป็นพระกรรมวาจาจารย์ ได้ศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรมเรื่อยมา จนใน พ.ศ. 2505 ก็ย้ายมาเป็นเจ้าอาวาสวัดเกาะตะเคียน พ.ศ. 2508 สอบได้ชั้นนักธรรมเอก และ พ.ศ. 2513 เลื่อนสมณศักดิ์เป็น พระครูสังฆกิจบูรพา ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะตำบลวังกะแจะ

    “สมัยก่อนการศึกษาด้านภาษาบาลียังไม่แพร่หลายมากนัก ขาดครูผู้สอน อาตมาจึงหันไปศึกษาวิชาความรู้ต่าง ๆ รวมทั้งคาถาอาคมจากพระครูคุณวุฒิพิเศษ ซึ่งเป็นพระอุปัชฌาย์และผู้เคารพนับถือ โดยเฉพาะวิชาหัวใจ 108 ทำให้รู้ถึงขั้นตอนและกรรมวิธีการทำน้ำมันงา ที่มีพุทธคุณด้านเมตตามหานิยม แคล้วคลาด อยู่ยงคงกระพัน อาศัยเรียนกับโยมชื่อ นายเสียง เป็นคนหมู่บ้านหนองโพง ที่ขึ้นชื่อลือชาเรื่องหนังเหนียว ปืนยิงไม่ออก มีดฟันไม่เข้า ทีแรกโยมพาลูกชายมาฝากไว้กับอาตมาที่วัดเพื่อให้เรียนวิชา แต่ลูกชายแกไม่สนใจ แกกลัววิชาจะสูญหาย จึงถ่ายทอดให้อาตมาจนหมดไส้หมดพุง ก็ไม่คิดว่าจะได้นำมาใช้”

    พระครูสังฆกิจบูรพา หรือ พระอาจารย์บัว กล่าวด้วยสีหน้าเปี่ยมด้วยความเมตตาและเล่าต่อว่า “สมัยก่อนนักเลงมีเยอะ โดยเฉพาะพวกคนมีสีชอบรังแกชาวบ้าน อาตมาก็ทำพระเครื่องขึ้นมาแจกให้ญาติโยมพกติดตัว จนไปมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับทหาร ถูกชักปืนจ่อยิง เหลือเชื่อ ปืนไม่ลั่น จนสามารถจับทหารดำเนินคดีติดคุกได้ จากนั้นมาชาวบ้านรู้ข่าวก็เดินทางมาขอของดี ก็แจกจนหมดไม่มีเหลือ เป็นเรื่องแปลกเหมือนกัน เมื่อก่อนทำใส่ไว้ในพานตั้งทิ้งไว้บนศาลาไม่เห็นมีใครสนใจอยากได้เลย พอลือว่าดีอย่างนั้นอย่างนี้พักเดียวมาเอาไปจนหมดเกลี้ยงเลย”

    อย่างไรก็ตาม นอกจากของดีที่หลาย ๆ คนเสาะแสวงหาแล้ว พระครูสังฆกิจบูรพา หรือพระอาจารย์บัว ยังได้รับการขนานนามว่า “เทพเจ้าแห่งโชคลาภ” ภาคตะวันออกอีกด้วย เนื่องจาก เคยมีลูกศิษย์มาเยี่ยมเยียนและนำคำสอนของหลวงพ่อไปตีเป็นเลข เด็ดเสี่ยงโชค ปรากฏว่าถูกหวยรวยกันเละมาแล้ว พอท่านทราบเข้าก็ได้แต่ยิ้มและยืนยันไม่ได้สนับสนุนบอกใบ้ให้เลขใครทั้งสิ้น ถือว่าใครที่มีโชคลาภแล้วแต่บุญวาสนาของแต่ละคน

    นายแก่นเพชร ช่วงรังษี ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด ก็เป็นผู้ที่ใกล้ชิดหลวงพ่ออีกคนหนึ่ง ให้สัมภาษณ์ทีมงานของเราว่า หลวงพ่อท่านเป็นพระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบที่น่านับถืออีกรูปหนึ่งในจังหวัด หลายคนมองว่าท่านให้เลขเด็ดแม่นนั้น ขอบอกไว้เลยอย่าไปขอเสียให้ยาก ท่านไม่เคยสนับสนุนใครให้เล่นการพนันหรือเสี่ยงโชคทั้งสิ้น ท่านเคยพูดว่ามันเป็นสิ่งงมงาย ส่วนใหญ่ชาวบ้านที่มากราบท่านจะมาถวายสิ่งของ หรือขอของดี หรือให้พรมน้ำมนต์เพื่อเป็นสิริมงคล ท่านก็ไม่เคยขัดศรัทธา แต่มีบางรายหัวใสจำคำพูดหรือกิริยาท่าทางไปตีเลขเด็ดเสี่ยงโชคถูกก็มี ไม่ถูกก็มี มีแต่หลวงพ่อแนะนำให้ชาวบ้านขยันหมั่นเพียร มีความอดทน ใจต้องสู้ หากคนเราใจมันท้อถอยก็แพ้เลย ยิ่งไม่ขยันทำงานทำการก็อยู่ไม่รอดแน่ ต้องพยายามประหยัดและอดออมกันจะได้มีเงินใช้จ่าย อย่าไปงมงายกับเลขเด็ดเลย นั่นเป็นเพราะบุญเก่าและแต่ละคนมีโชคลาภวาสนาไม่เหมือนกัน

    จ.อ.บุณณะ บุญกิตติเจริญ อดีตทหารเรือเลือดน้ำเค็ม ศิษย์เอกก้นกุฏิของหลวงพ่อหัวร่อร่า ให้สัมภาษณ์ด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า ตนลาออกจากราชการทหารตั้งแต่ปี 2516 ย้ายมาอยู่ข้างวัดแห่งนี้หลายปีและคอยรับใช้หลวงพ่อมาตลอด ที่ผ่านมา ท่านจัดสร้างวัตถุมงคลขึ้นหลายแบบให้ญาติโยมเช่าบูชาหารายได้บูรณะและพัฒนาวัด เท่าที่จำได้ก็มี 1. พระผงสี่เหลี่ยมเล็ก พิมพ์เจริญพร เนื้อว่านสีดำ หลังพลอย ปัจจุบันไม่มีแล้วและหายากมาก พวกลูกศิษย์จะหวงกันมาก 2. พระผงสี่เหลี่ยมใหญ่ พิมพ์เจริญพร เนื้อว่านสีดำ 3.พระปิดตาเจริญพร พิมพ์ใหญ่ เนื้อว่านสีดำ รุ่น 1 ลักษณะคล้ายกับพระปิดตาวัดอ่างศิลา 4. พระปิดตาเจริญพร พิมพ์เล็ก เนื้อผงดำ รุ่น 1 ลักษณะคล้ายกับพระปิดตาวัดอ่างศิลา 5. พระปิดตาหน้าทองพรายกุมาร 6. เหรียญนั่งพาน 7. ตะกรุดโทนยาว 5 นิ้ว รุ่นแรกสร้างเพียง 99 ดอก รุ่นนี้เคยมีประสบการณ์ กำนันชื่อดังเคยพกติดตัวไปมีเรื่องทะเลาะวิวาทในร้านอาหาร แต่ปืนคู่อริยิงไม่ออก จากนั้นมาจึงมีการสร้างรุ่น 2 ขึ้นมาอีก 1,000 ดอก นอกจากนี้ยังมีตะกรุดโทนยาว 3 นิ้ว สร้างไว้ 600 ดอก 8. เหรียญรูปเหมือนรุ่น 1 หน้าหนุ่ม ปัจจุบันวัตถุมงคลพวกนี้ยังพอหาเช่าบูชาได้

    “ของพวกนี้มีประสบการณ์มาแล้วทั้งนั้น ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ ประมาณปี พ.ศ. 2527 ทหารเรือทะเลาะกับทหารอากาศ ยิงปืนใส่ 3 นัด แต่ยิงไม่ออก ตำรวจเก็บลูกปืนไว้เป็นหลักฐาน เมื่อคดีสิ้นสุดลองเอามายิงดู ปรากฏว่าลั่นเปรี้ยงทุกนัดเลย อีกรายปี พ.ศ. 2542 ชาวบ้านเช่าพระปิดตาพิมพ์เล็กไปลองเอาปืนอาก้ายิงใส่หลายนัด แต่ไม่ถูกองค์พระสักนัดเดียว ตั้งแต่บัดนั้นก็ขึ้นคอบูชาติดตัวมาตลอด วันหนึ่งเขาไปธุระฝั่งประเทศเพื่อนบ้านแล้วถูกจับตัวเรียกค่าไถ่ โทรศัพท์บอกแม่ให้นำเงินไปจ่ายค่าไถ่ แต่แม่ไปผิดเวลาเขาเลยถูกคนร้ายใช้ปืนกลยิงใส่ แต่ไม่เป็นอะไรเลย มีเพียงจุดแดง ๆ คล้ายผึ้งต่อยเต็มตัว โดยมีรอยกระสุนปืนอยู่ 1 นัด แม่ถามว่าหนังเหนียวนี่ แล้วนัดนี้ทำไมถึงยิงเข้าล่ะ ลูกชายก็บอกว่าเขานึกด่าพวกนั้นในใจ เพราะรำคาญที่รุมยิงกันอยู่ได้ เท่านั้นเองกระสุนเจาะเลือดพุ่งเลย แม่ได้ฟังก็รีบพาลูกไปโรงพยาบาลและพาไปกราบหลวงพ่อ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เหลือเชื่อแต่เป็นความจริง นอกจากนี้มีทหารอากาศมาฝึกบินใกล้ ๆ วัด หลายคนบอกเห็นหลวงพ่อนั่งสมาธิบนก้อนเมฆด้วย ฝึกเสร็จมาฝากตัวเป็นลูกศิษย์กันแน่นวัดเลย หลวงพ่อท่านก็ไม่ว่าอะไรหยิบน้ำมันงาดิบแจกคนละ 1 ขวดให้ไว้ พกติดตัว” อดีตทหารเรือ กล่าว

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    ให้บูชา 200 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ
    (ปิดรายการ)
    IMG_20251222_190933.jpg IMG_20251222_190950.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 24 ธันวาคม 2025
  17. SIR2010

    SIR2010 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    3,195
    ค่าพลัง:
    +5,887
    จองครับ
     
  18. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,113
    ค่าพลัง:
    +21,459
    get_auc3_img (37).jpeg
    พระผงเตารีดหลวงพ่อทวด รุ่นชนะคนเนื้อว่านพร้อมกล่องเดิม
    พระผงเตารีดหลวงปู่ทวด ออกวัดสุทัศน์ฯ รุ่นชนะคน เนื้อว่าน ปี 2538 พิมพ์เล็ก อาจารย์นอง ปลุกเสก หลวงปู่ทวด รุ่น "ชนะคน" ซึ่งเป็นชื่อที่มีความหมายดีเพราะทุกคนอยากจะชนะ ชนะตัวเองไม่ว่าจะพูด จะคิดต้องชนะไว้ก่อน เพราะการชนะนั้นคือความสำเร็จ หากผู้ใดมีไว้ครอบครองจะประเสริฐยิ่ง วัตถุมงคลรุ่นนี้ได้นำเข้าพิธีพุทธาภิเศก 3วาระที่ วัดช้างให้ ก่อน และได้นำเข้าพิธีมหาพุทธาภิเศกอีกครั้งที่ วัดสุทัศน์เทพวราราม กทม. และ วัดทรายขาวโดยมีพระอาจารย์นอง วัดทรายขาว ร่วมพิธีพุทธา ภิเศกด้วย รุ่นนี้ได้รับความนิยมมากและเหมาะมากสำหรับนักบริหาร ข้าราชการ และนักปกครองที่ต้องดูแลกำลังพล ลูกน้อง หรือคนในองค์กร

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    ให้บูชา 250 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ
    ปิดรายการ

    IMG_20251222_194955.jpg IMG_20251222_195035.jpg IMG_20251222_195115.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 24 ธันวาคม 2025
  19. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,113
    ค่าพลัง:
    +21,459
    1766412463600.jpg

    อาตมาได้เรียนกับหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค ระหว่างที่ได้เรียนกรรมฐานกับท่าน ท่านก็ได้สอนวิชาพระคาถาเกราะเพชรให้ เป็นคาถาที่ว่าด้วยการเรียนทีละตัว คาถายันต์เกราะเพชร

    พระปิดตามหาโชค มงคลอายุครบ 6 รอบ หลวงพ่อบุญมาก วัดโพธิ์ แขวงบางระมาด เขตตลิ่งชัน กทม. ปี 2544

    ยันต์เกราะเพชรมีความสำคัญอย่างไร?

    ยันต์เกราะเพชรเป็นพระคาถาที่ทำให้แคล้วคลาดจากสิ่งชั่วร้ายทั้งปวง ก่อนจะไปทำอะไรเพื่อให้เป็นมงคลก็ให้เจริญพุทธมนต์ ประกอบด้วย พระพุทธคุณ คือ อิติปิโส บทต้น แล้วทุกวันก็ต้องบูชาด้วย อิติปิโส ๑ จบ มีพระองค์ไหนก็เหมือนกัน หรือถ้ามีพระคล้องคอ เวลาสวดอิติปิโสก็ระลึกนึกถึง บารมีของพระพุทธเจ้า ห้องที่สองนึกถึงบารมีพระธรรม ห้องที่สามนึกถึงบารมีพระอรหันต์ทั้งหลาย พวกบูชายันต์เกราะเพชรต้องใช้บทนี้เป็นประจำ ถ้าไม่ใช้ประจำก็ไม่แน่ใจว่าจะคุ้มครองได้นะ

    หลวงพ่อเรียนวิชายันต์เกราะเพชรกับหลวงพ่อปานจริงหรือครับ?

    อาตมาได้เรียนกับหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค ระหว่างที่ได้เรียนกรรมฐานกับท่าน ท่านก็ได้สอนวิชาพระคาถาเกราะเพชรให้ เป็นคาถาที่ว่าด้วยการเรียนทีละตัว คาถายันต์เกราะเพชรจะมี อิระชาคะตะระสา ติหังจะโตโรถินัง ปิสัมระโลปุสัตพุท โสมาณะกะริถาโธ ภะสัมสัมวิสาเทภะ คะพุทปันทูทัมวะคะ วาโธโนอะมะมะวา อะวิชสุนุตสานุติ

    คาถายันต์เกราะเพชรกับคาถาชักยันต์แตกต่างกันไหมครับ?

    ทั้งสองคาถาเป็นคาถาเดียวกัน ที่ชาวบ้านเรียกกันว่า คาถาชักยันต์ก็สืบเนื่องมาจาก หากไปพบงูหรือเสือที่ดุร้าย แล้วเดินวน ๓ รอบพร้อมกับท่องคาถา ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ดุร้ายชนิดใดจะอ้าปากไม่ออก สัตว์เหล่านั้นจะชักหยุดนิ่งไปเลย ถือเป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อ เพื่อไม่ให้เกิดเป็นบาปต่อสัตว์เหล่านั้น คนใช้คาถาจะต้องวนคืนกลับอีก ๓ รอบ เพื่อให้มนต์ที่ท่องคลายลง พวกมันจะได้ออกหากินได้ตามเดิม แต่ถ้าไม่วนคืนสัตว์เหล่านั้นอ้าปากไม่ได้ก็จะตายในที่สุด

    เมื่อใช้ถาคานี้แล้วอ้าปากไม่ออก หลวงพ่อคิดว่าเกิดจากอะไรครับ?

    อาตมาคิดว่ามันเกิดจากความศักดิ์สิทธิ์ของวิชาคาถามากกว่าจะเป็นเรื่องอย่างอื่น จริงๆ ให้อาตมาบอกมันบอกไม่ถูก ส่วนพระคาถาแคล้วคลาดของหลวงพ่อปานท่านก็สอนไว้ให้ท่อง อิติปิโส ภะคะวา พุทโธ คลาดแคล้ว พระเจ้าเกิดแล้ว อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ อิติปิโส ภะคะวา พุทโธ แคล้วคลาด พระเจ้าย่างบาท อะระหัง สัมมาสัมพุทโธฯ ๓-๗ เที่ยว ก็จะทำให้แคล้วคลาดได้

    นอกจากนี้ยังมีคาถาเสริมทรัพย์ ท่านเน้นให้สวดภาวนาเวลาตื่นนอน ๓ จบ เวลาใส่บาตร ๑ จบ ก่อนนอน ๓ จบ หรือเวลาว่างจะทำให้มีทรัพย์มากมาย พุทธะ มะอะอุ นะโมพุทธายะ (๑ จบ) วิระทะโย วิระโคนายัง วิระหิงสา วิระทาสี วิระทาสา วิระอิตถิโย พุทธัสสะ มาณีมามะ พุทธัสสะ สะวา โหม

    พระคาถาเหล่านี้หลวงพ่อได้ใช้ปลุกเสกในวัตถุมงคลด้วยใช่ไหมครับ?

    อาตมาจะใช้คาถาเหล่านี้มาปลุกเสกพระเครื่องที่สร้างแจกให้กับญาติโยม ถ้าได้ใช้คาถานี้ปลุกเสกแล้วทำให้ปีติเกิดเท่านี้ก็ขลังแล้ว เมื่อมีปีติที่ว่านี้เมื่อไร มันก็จะทำให้ผู้นั้นเกิดความอิ่มใจ สุขใจ คงไม่ต้องมีสุขมีทุกข์ อย่างโลกีย สังสารวัฏฏ หรือไม่มีสุขไม่มีทุกข์ อย่างโลกุตตรก็ได้

    แสดงว่าการปลุกเสกเดี่ยวกับปลุกเสกหมู่ก็ไม่แตกต่างกันซิครับ?

    ในส่วนนี้ความแตกต่างมันสุดแล้วแต่ครูบาอาจารย์ที่ต้องมีสมาธิตั้งมั่นแค่ไหน เพื่อให้พุทธคุณที่ได้จากการปลุกเสกให้เกิดลาภยศ ร่ำรวย ลดในเรื่องของรัก โลภ โกรธ หลง ให้จิตตั้งเป็นสมาธิให้รู้เห็นความเป็นจริง ให้เห็นความจริงตั้งอยู่ ให้เห็นความตายตั้งอยู่ เหมือนกับหลวงพ่ออี๋ หรือพระครูวรเวทมุนี อดีตท่านเจ้าอาวาสวัดสัต *** บ อ.สัต *** บ จ.ชลบุรี ที่ท่านนั่งสมาธิจนจิตมั่นคง ก็สามารถหยุดในเรื่องของลมฟ้าอากาศคลื่นลมได้ ถ้าทำได้เพียงเท่านี้วัตถุมงคลก็ขลังได้เหมือนกัน
    หลวงพ่อได้เรียนวิชากับหลวงพ่ออี๋ด้วยหรือ?
    หลวงพ่ออี๋ท่านได้สอนวิชาที่ทำให้แคล้วคลาดเท่านั้น ท่านบอกว่า เอาอะไรมาก เอาแค่แคล้วคลาดก็พอ (หัวเราะ) คาถาที่ท่านให้อาตมาเป็นคาถาทำปลัดขิก ท่านจะถามก่อนว่าได้บวชเรียนมาบ้างไหม พอบอกว่าได้ ท่านก็ให้ท่องในเรื่องของธาตุทั้ง ๔ คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ มาผสมกัน ทั้งอากาศ ธาตุ และ วิญญาณธาตุ มีตัณหา อุปาทาน เข้ามายึดถือ ให้เกิดความสำคัญมั่นหมาย และบังคับให้เป็นไป มีประการต่างๆ ตามอำนาจของกิเลส อันเป็นเหตุแห่งทุกข์นั่นเอง
    นอกจากนี้หลวงพ่อได้เรียนวิชาคาถาอาคมจากพระ อาจารย์รูปไหนอีกครับ?
    อาตมาได้ร่ำเรียนวิชากับหลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก เพราะสมัยนั้นถือว่าท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ที่สร้างเครื่องรางของขลังให้ลูกศิษย์ ผู้ศรัทธาไว้คุ้มครองในรูปลักษณ์ต่างๆ เช่น งาช้าง ทองผสม ดินเผา ว่าน และ ผงพุทธคุณต่างๆ ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และอาตมาก็ยังได้เรียนวิชากับหลวงพ่อเล็ก ลูกศิษย์หลวงพ่อปานด้วย

    หลวงพ่อได้สร้างวัตถุมงคลครั้งแรกเมื่อไรครับ?
    อาตมาได้เริ่มสร้างวัตถุมงคลขึ้นมาครั้งแรกในปี ๒๔๙๓ สร้างครั้งนั้นก็เพื่อเป็นการนำปัจจัยไปสร้างกำแพงอุโบสถ ต่อจากนั้นได้เริ่มสร้าง พระเครื่องอย่างเป็นจริงเป็นจัง ช่วงระหว่างปี ๒๔๙๔ ถึง ปี ๒๕๐๙ จากนั้นมาก็ได้ไปสร้างกุฏิ สร้างโรงเรียน และสร้างเขื่อน สร้างสถานีอนามัย พร้อมกับสร้างวัดศิริวัฒนาราม ฯลฯ ก่อนหน้านี้ในปี ๒๕๐๒ ได้สร้างพระเหรียญ หล่อระฆัง จัดหาซื้อที่ดินศาลายา ๑๐ ไร่ ร่วมกับโยมน้าสาด หลวงปู่เงิน หลวงปู่นวล เป็นเงินประมาณ ๔๕,๐๐๐ บาท
    ปัจจุบันอาตมายังได้สร้างพระพุทธพักตร์ ซึ่งเป็นแบบจำลองมาจาก พระพุทธพักตร์ที่หลวงพ่อปานได้ปั้นหล่อเอาไว้ อาตมาเห็นว่าเป็นความขลังความ ศักดิ์สิทธิ์ให้กับญาติโยมได้ จึงจำลองขึ้นเป็นวัตถุมงคลอันเดียวกับพระพุทธพักตร์องค์เดิม เพื่อจะได้อธิษฐานตามปรารถนา และเพื่อความสุขความเจริญกับญาติโยมที่ได้นำไปบูชานั่นเอง
    วัตถุมงคลของหลวงพ่อทดสอบความขลังได้ไหมครับ?

    ใครทำไม่ดีพระก็คงจะช่วยไม่ได้ แต่คนที่อยู่ในศีลใน ธรรมความดีนั่นแหละจะคุ้มครอง มีญาติโยมบางคนมาเล่าให้ฟังว่า เกิดอุบัติเหตุรถไปทาง คนไปอีกทาง รถพังยับเยิน แต่คนไม่เป็นอะไร นี่มันเป็นเรื่องที่เล่าต่อกันมาแบบปากต่อปาก อาตมาคิดว่ามันก็ดีเหมือนกัน (หัวเราะ)
    ที่ผ่านมามีนายทุนมาขอให้ออกวัตถุมงคลบ้างไหมครับ?

    ก็มีเหมือนกัน เขามาบอกว่าเขาจะทำถวายอาตมา แต่เมื่อทำ เสร็จแล้วส่วนหนึ่งเขาจะถวายให้วัด แต่อีกส่วนหนึ่งเขาจะเอาไปทั้งหมด พอเห็นว่ามันจะกลายเป็นพุทธพาณิชย์ ระยะหลังอาตมาจึงไม่อนุญาตให้ใครทำพระในนามวัดอีกเลย ทุกวันนี้อาตมา จะทำพระขึ้นมาไว้ให้ญาติโยมได้บูชา นำปัจจัยไปช่วยเหลือการทำนุบำรุงวัด
    หลวงพ่อมีความรู้สึกอย่างไรกับข่าวของพระ สงฆ์ที่ต้องตายเพราะความโลภครับ?
    เรื่องแบบนี้อาตมาก็เศร้าใจเหมือนกัน อาตมาอยากจะบอกว่า ตั้งแต่บวชเป็นพระแล้ว อาตมาไม่เคยมีเงินเป็นส่วนตัวเลยแม้แต่บาทเดียว เงินที่ญาติโยมบริจาคมาก็จะเก็บไว้เป็นกองกลางใช้จ่ายภายในวัดไม่ว่าจะเป็นค่าน้ำค่าไฟ รวมทั้งเก็บไว้ซ่อมแซมเสนาสนะต่างๆ ตัวอย่างที่พระมีเงินเป็นส่วนตัวเยอะก็มีให้เห็น อย่างหลวงพ่อสำเนียงที่บางเลน มีลูกศิษย์มาขอยืมเงินไปประมาณ ๓๑ ล้านบาท ผลปรากฏว่ากิจการที่เขาทำล้มเหลว พอหลวงพ่อรู้ว่าเงินที่ให้ยืมไปคงไม่ได้คืนแน่ก็เลยช็อกตาย
    ด้วยเหตุผลใดหลวงพ่อถึงไม่เก็บเงินบริจาคไว้ส่วนตัวครับ?
    ก่อนหน้านี้หลวงพ่อขอม วัดไผ่โรงวัว จ.สุพรรณบุรี เคยบอกเอาไว้ว่า ผู้ที่อยู่ในคราบผ้าเหลืองไม่ละในเรื่องของเงินทอง มีเงินเป็นส่วนตัวแม้บาทเดียวไม่อายพุทธบริษัทหรืออย่างไร จริงๆ อาตมาก็ ไม่เห็นด้วยที่พระสงฆ์จะมีเงินเก็บเป็นของส่วนตัว ในเมื่อได้ละจากโลกภายนอกแล้ว เพราะตัวอย่างมีให้เห็นมากมาย เมื่อเงินส่วนตัวหมด ความที่ไม่ไว้ใจตัวเองก็จะเกิดกิเลส เอาเงินที่ญาติโยมบริจาคมาเป็นของส่วนตัว ทำให้พระเหล่านี้ไม่รู้จักพอ จนเกิดความโลภที่มีให้เห็นแล้วว่า สุดท้ายพระสงฆ เหล่านี้ก็ต้องแพ้ภัยจากความโลภ
    หลวงพ่อชื่อบุญมาก ไม่ทราบมีบุญมากจริงหรือเปล่าครับ?
    มีหรือไม่มีก็ไม่รู้ซิ! (หัวเราะ) แต่ก็คงมีอยู่บ้าง ถ้าไม่มีคงไม่สามารถสร้างวัดมาได้ทั้ง ๑๖ แห่ง นี่อาตมาก็คิดว่าเป็นบุญอย่างหนึ่งเหมือนกัน แต่ใครจะมาขอหวยขอเลขก็คงบอกไม่ได้ เพราะอาตมาไม่รู้ (หัวเราะ)
    แล้วสุขภาพของหลวงพ่อตอนนี้เป็นอย่างไรบ้างครับ?
    อาตมาไปไหนมาไหนก็ลำบาก เพราะร่างครึ่งตัวมันไม่รู้สึกไปแล้ว คล้ายๆ กับเป็นอัมพฤกษ์อย่างหนึ่ง ดีว่ามีลูกศิษย์คอยช่วยเหลือการขึ้นลงกุฏิ
    สุดท้ายนี้หลวงพ่ออยากให้ธรรมะข้อไหนกับผู้อ่านครับ?
    อาตมาไม่รู้จะให้หลักธรรมอะไร ถ้าคนไม่คิดจะทำดีสอนเท่าไรก็คงไม่ได้ แต่สิ่งที่อาตมาอยากจะบอกมากคือ จะทำอะไรก็ให้รักบุญกลัวบาป เพราะบุญเป็น ที่พึ่งพาของสัตว์ทั้งหลาย คนเรายังต้องเวียนว่ายตายเกิดกันอยู่อย่างนี้ และอย่าลืมว่าบุญกุศลที่ได้ทำจะช่วย เกื้อหนุนชีวิตเราทั้งภพนี้และภพหน้า รักษาศีล ตั้งมั่นให้ปัญญารอบรู้ในสิ่งที่ควรรู้ด้วย
    ชาติภูมิหลวงพ่อบุญมาก
    หลวงพ่อบุญมาก สญฺญโม อายุ ๗๕ ปี ชื่อเดิม นายบุญมาก ปานเจริญ เกิดวันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๔๗๒ ณ ข้างวัดบางช้างเหนือ ปากคลองจินดา อ.สามพราน จ.นครปฐม บิดา นายท้าว ปานเจริญ มารดา นางพวง ปานเจริญ พออายุ ๗ ปี บิดามารดาได้ย้ายมาอยู่ข้างวัดโพธิ์ แขวงบางระมาด เขต ตลิ่งชัน กทม. โดยมีพี่น้องรวมทั้งหมด ๕ คน
    วิทยฐานะ จบการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ พ.ศ.๒๔๘๔ พระครูโพธิสารคุณ (หลวงปู่นวล) ได้ขอจากมารดาให้มาเป็นเด็กวัด พร้อมกับทิดบัญญัติ สุดใจแจ่มลำยวน กัญประชา พ.ศ.๒๔๘๕ ได้ บรรพชาเป็นสามเณร ต่อมาในปี ๒๕๐๐ ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ จากนั้นได้ลาสิกขาไปมีครอบครัว กระทั่งอยากมุ่งมั่นเข้าให้ถึงรสพระธรรมจึงได้อุปสมบทอีกครั้งในปี ๒๕๑๘ โดยมีพระครูสีรขันวิ จารณ์ วัดช่างเหล็ก เป็นพระอุปัชฌาย์
    พ.ศ.๒๔๘๖ สอบได้นักธรรมชั้นตรี เป็นผู้ดำเนินการช่วยหาปัจจัยในการบำรุงการศึกษาตลอดมา พ.ศ.๒๔๘๘ สอบได้นักธรรมชั้นโท และเรียนจบบาลีไวยากรณ์ตลอด ๓ ปี และได้สร้างวัดมาแล้วทั้งหมด ๑๖ แห่ง

    บทความจากหนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก
    ฉบับวันที่ 22 มกราคม 2547 โดย สุทธิคุณ กองทอง และ พีระรัตน์ ธรรมจง

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    ให้บูชา 250 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    IMG_20251222_205826.jpg IMG_20251222_205853.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 22 ธันวาคม 2025
  20. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,113
    ค่าพลัง:
    +21,459
    1766413807816.jpg FB_IMG_1766411045591.jpg FB_IMG_1766411070066.jpg FB_IMG_1766411074548.jpg

    หลวงพ่อสาครภูริปัญโญศิษย์หลวงพ่อจาด ปราจีนฯ
    คอลัมน์ มงคลข่าวสด
    ปราจีนบุรีในอดีต เคยมีพระเกจิดังเรืองนามมากมาย เป็นที่รู้จักและศรัทธาจากพุทธศาสนิกชน ในหลายยุคหลายสมัย ทั้งในด้านกฤติยาคมและการเผยแผ่พุทธธรรม

    อาทิ หลวงพ่อเส็ง วัดประจันตคาม, หลวงพ่อเอีย วัดบ้านด่าน, หลวงพ่อดำ วัดกุฎี เป็นต้น

    แต่ที่โด่งดังมีชื่อเสียงเป็นอย่างยิ่ง ย่อมต้องเอ่ยถึงนาม "หลวงพ่อจาด คังคสโร" หรือ "พระครูสิทธิสารคุณ" แห่งวัดบางกระเบา อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี พระเกจิเรืองวิทยาคมในยุคสมัยสงครามอิน โดจีน

    แม้หลวงพ่อจาด จะละสังขารลาโลกไปนานแล้วก็ตาม แต่คุณงามความดียังคงให้จดจำมิลืมเลือน

    ปัจจุบัน ยังมีพระดีที่ชื่อ "หลวงพ่อสาคร ภูริปัญโญ" หรือ "พระครูปัญญาพัฒนคุณ" พระเกจิที่ชาวบ้านศรัทธา เป็นพระเถระผู้ทรงศีลาจารวัตร เคร่งครัดในพระธรรมวินัย สืบต่อจากหลวงพ่อจาด

    เป็นศิษย์ใกล้ชิดแต่เพียงรูปเดียวของหลวงพ่อจาด

    หลวงพ่อสาคร สิริอายุ 81 พรรษา 61 ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอบ้านสร้าง และเจ้าอาวาสวัดคลองหอทอง ต.บางเตย อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี

    อัตโนประวัติ เกิดในสกุล วงศ์สุข เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 1 พฤษภาคม 2473 ตรงกับขึ้น 4 ค่ำ เดือน 6 ปีมะเมีย ณ ต.บางเตย อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี

    ในวัยเยาว์ของท่านมิได้บันทึกปรากฏไว้แต่อย่างใด แต่เมื่อท่านอายุครบ 20 ปี บิดาได้นำท่านไปฝากกับพระอาจารย์ที่วัดบางกระเบา

    เมื่อฝึกอบรมได้เป็นเวลาพอสมควร ได้เข้าพิธีอุปสมบทเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2493 มี พระครูสิทธิคุณ (หลวงพ่อจาด) วัดบางกระเบา เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูพิพัฒน์สารธรรม (หลวงพ่อมะโน) วัดคลองหอทอง เป็นพระกรรมวาจาจารย์

    ได้รับฉายา ภูริปัญโญ

    หลังอุปสมบท อยู่ปฏิบัติรับใช้อุปัฏฐากและศึกษาพุทธาคมกับหลวงพ่อจาด ณ วัดบางกระเบา ได้ระยะหนึ่ง หลวงพ่อจาดจึงส่งให้ไปอยู่ช่วยหลวงพ่อมะโน เจ้าอาวาสวัดคลองหอทอง ซึ่งเป็นศิษย์รุ่นพี่ แต่ก็ไปมารับใช้หลวงพ่อจาดมาตลอด

    ในห้วงนั้น พระสาครในวัยหนุ่ม อยู่ศึกษาและปฏิบัติธรรมกับหลวงพ่อจาดมายาวนาน ศึกษาวิชาหลายแขนง เช่น เมตตามหานิยม และอยู่ยงคงกระพัน

    หลวงพ่อสาคร ย้อนความให้ฟังว่า "หลวงพ่อจาด เป็นพระที่เชี่ยวชาญวิทยาคม โดยเฉพาะในด้านวิชามหาอุด อยู่ยงคงกระพัน แต่จะไม่แสดงตนอวดวิชา แต่จะใช้วิชาดังกล่าวก็ต่อเมื่อมีความจำเป็นเท่านั้น ยุคสงครามมหาเอเชียบูรพา วัตถุมงคลของหลวงพ่อจาด มีการจัดสร้างกันหลายครั้ง แต่ครั้งที่ยิ่งใหญ่และสร้างกันเป็นจำนวนมาก เกิดขึ้นในปี พ.ศ.2483 ซึ่งพระคณาจารย์ผู้ทรงคุณวิทยาคมทั่วประเทศ ได้จัดสร้างวัตถุมงคลแจกเหล่าทหารหาญ เกียรติคุณแห่งเหรียญหลวงพ่อจาดได้มาประจักษ์ขึ้น เมื่อเครื่องบินฝรั่งเศสมาทิ้งระเบิด แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ ซึ่งเกิดปาฏิหาริย์เลื่องลือไปทั่ว จนได้รับสมญานามว่าเทพเจ้าแห่งภาคตะวันออก หลวงพ่อจาด ดำรงตนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่พระภิกษุทั่วไป และเป็นที่เคารพนับถือของพระเถระผู้ใหญ่"

    จวบจนวาระสุดท้ายแห่งชีวิต หลวงพ่อจาด มรณภาพลงอย่างสงบ เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2499 ภายใต้การดูแลของหลวงพ่อสาครอย่างใกล้ชิด วิทยาคมและสรรพวิชาต่างๆ ของหลวงพ่อจาดได้ถ่ายทอดให้หลวงพ่อสาครหมดสิ้น เพื่อเป็นตัวแทนและให้เป็นที่พึ่งของบรรดาศิษยานุศิษย์

    หลวงพ่อสาคร มีบทบาทในการสร้างความเจริญมาสู่วัดคลองหอทอง ทั้งในด้านถาวรวัตถุและด้านจิตใจของชาวบ้านหลังได้รับตำแหน่งเจ้าอาวาสวัด

    ในด้านถาวรวัตถุนั้น ท่านสามารถรวบรวมศรัทธาจากชาวบ้านทั้งในทางใกล้และทางไกล เพื่อสมทบทุนสร้างวัดให้เจริญรุ่งเรือง

    ในส่วนของความเจริญทางด้านจิตใจ หลวงพ่อสาครจัดได้ว่าเป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธบริษัททั้งใกล้และไกล

    หากกล่าวถึงภูมิธรรมของหลวงพ่อสาคร แล้วไซร้ ท่านมิได้เป็นสองรองจากใคร

    พระเถราจารย์ในยุคเดียวกัน ต่างยอมรับนับถือกันว่าหลวงพ่อเป็นผู้คงแก่เรียน แตกฉานในพระธรรมวินัย ตลอดจนศาสตร์แขนงอื่นๆ เช่น อักษรศาสตร์ และไสยเวท ฯลฯ

    เนื่องจากเป็นศิษย์ผู้สืบทอดวิทยาคมจากหลวงพ่อจาด ด้วยเหตุนี้ วัตถุมงคลต่างๆ ที่หลวงพ่อสาครจัดสร้าง ต่างเป็นที่ยอมรับแก่บรรดาศิษยานุศิษย์ ได้รับความนิยมอยู่หลายรุ่น

    ล่าสุด หลวงพ่อสาคร จัดสร้างวัตถุมงคล รุ่นสำเร็จปรารถนา เพื่อสมทบทุนสร้างพิพิธภัณฑ์ วัดคลองหอทอง ซึ่งกำลังดำเนินการก่อสร้างแต่ยังขาดทุนทรัพย์อีกจำนวนมาก

    วัตถุมงคลที่จัดสร้าง อาทิ เหรียญรูปเหมือนหลวงพ่อสาครนั่งเต็มองค์ หน้าทองหน้าเงินหน้ากากทองแดงชุบนาก ฯลฯ

    แต่ที่โดนใจบรรดาเซียนเห็นจะเป็นเหรียญพระเกจิอาจารย์ เหรียญแรกของประเทศไทยที่มีการนำ "คันฉ่อง" มาบรรจุไว้ด้านหลังเหรียญ หรือที่นิยมเรียกกันว่า "คันฉ่องส่องตะวัน" ด้วยเชื่อว่ามีพุทธคุณสะท้อนสิ่งไม่ดี สิ่งที่เป็นอัปมงคลให้ออกไป ดึงดูดสิ่งที่ดียศถาบรรดาศักดิ์ ความร่ำรวยเข้ามาในชีวิต

    เหรียญรูปเหมือนหลวงพ่อสาคร หลังคันฉ่องส่องตะวัน รุ่นสำเร็จปรารถนา จึงเป็นวัตถุมงคลที่เพียบพร้อมทั้งพุทธศิลป์และพุทธคุณ จนกลายเป็นที่เสาะแสวงหาของประชาชนในท้องถิ่น

    นอกจากนี้ ยังเป็นหัวเรือใหญ่ในการรวบรวมศรัทธาประสาทะ ในการ นำความเจริญมาสู่พระพุทธศาสนา

    จนได้รับขนานนามว่าพระดีศรีปราจีนบุรี

    แหล่งข้อมูลจากหนังสือพิมพ์ข่าวสดข่าวสด

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ


    พระผงรูปเหมือนหลวงพ่อสาครวัดคลองหอทอง ๒ องค์ คู่

    ให้บูชา 200 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    IMG_20251222_213109.jpg IMG_20251222_213133.jpg IMG_20251222_213149.jpg
     

แชร์หน้านี้

Loading...