ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,216
    ค่าพลัง:
    +97,153
    แตกตื่นหน้าสถานทูตจีน เหยื่อจีนแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หนีกักขังในกัมพูชา กว่า 500 คน ถูกย้ายคุมตัวสนามบินเก่าพนมเปญ

    25 มกราคม 2569 สถานการณ์การปราบปราม #ขบวนการหลอกลวง ข้ามชาติในกัมพูชา ส่งผลให้เกิดภาพสะเทือนใจ เมื่อ ชาวจีนจำนวนมากหลบหนีออกจากแหล่งกักขังของ #แก๊งสแกมเมอร์ และมารวมตัวขอความช่วยเหลือทางการทูตบริเวณ #สถานเอกอัครราชทูตจีนในกรุงพนมเปญ จนทางการกัมพูชาต้องเร่งจัดการเพื่อควบคุมสถานการณ์และความสงบเรียบร้อย
    .
    ต้นตอเหตุการณ์ หนีจากแหล่งหลอกลวง ฝ่ายความมั่นคงและสื่อกัมพูชาระบุว่า ชาวจีนกลุ่มนี้เป็น ผู้ที่ได้รับการช่วยเหลือ หรือหลบหนีออกมาจากเครือข่ายหลอกลวงทางออนไลน์และ #คอลเซ็นเตอร์ ซึ่งก่อนหน้านี้ถูกกักขัง บังคับทำงาน และยึดเอกสารประจำตัว
    .
    แม้ยังไม่มีการเปิดเผยจุดกักขังอย่างเป็นทางการ แต่รายงานหลายฉบับชี้ว่า การหลบหนีเกิดขึ้น ภายหลังปฏิบัติการกวาดล้างแก๊งสแกมเมอร์ในช่วงเดือนมกราคม 2569 ในพื้นที่ที่เคยเป็นฐานปฏิบัติการของ #กลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติ ทำให้ผู้เสียหายจำนวนมาก เลือกเดินทางตรงไปยังสถานทูตจีน เพื่อขอความคุ้มครอง
    .
    นอนรอความช่วยเหลือหน้าสถานทูต ในช่วงหลายวันก่อนหน้า ชาวจีนหลายร้อยคนปักหลักนอนและรวมกลุ่มอยู่บริเวณด้านนอกสถานทูตจีน รอการประสานงานด้านเอกสารและการส่งตัวกลับประเทศ ท่ามกลางความกังวลเรื่องความแออัด ความปลอดภัย และภาพลักษณ์เมืองหลวง
    .
    ทางการย้ายตัวด่วน ช่วงบ่ายของวันที่ 24 มกราคม 2569 ทางการกัมพูชาได้ดำเนินการ เคลื่อนย้ายชาวจีนมากกว่า 300 คน ออกจากบริเวณสถานทูต ไปยัง ที่พักชั่วคราวบริเวณ #สนามบินเก่าพนมเปญ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย
    .
    การเคลื่อนย้ายดำเนินเป็นขั้นตอน กลุ่มที่ไม่มีเอกสารประจำตัว ถูกลำเลียงก่อน โดยใช้รถบัสเกือบ 10 คัน
    .
    ส่วนผู้ที่ยังมีเอกสารครบถ้วน ได้รับอนุญาตให้ อยู่รอที่สถานทูตชั่วคราว ก่อนจะย้ายตามไปภายหลัง
    .
    สนามบินเก่าพนมเปญ กลายเป็น #ศูนย์พักชั่วคราว สื่อกัมพูชารายงานว่า ปัจจุบันมี ชาวจีนราว 500 คน ถูกควบคุมตัวอยู่ที่ สนามบินเก่าพนมเปญ ซึ่งถูกปรับพื้นที่โกดังขนส่งสินค้าให้เป็นศูนย์พักและคัดแยกชั่วคราว ลักษณะเป็นอาคารขนาดใหญ่คล้ายคลังสินค้า
    .
    ผู้ที่ถูกนำตัวมาถึงได้รับ เสื่อปูนอนและสิ่งของจำเป็นพื้นฐาน โดยหนึ่งในชาวจีนให้สัมภาษณ์ว่า สภาพความเป็นอยู่ที่นี่ ดีกว่าสถานที่ควบคุมตัวของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองก่อนหน้า และมีการจัดอาหารให้ฟรี

    “มื้อกลางวันมีเนื้อกับแตงกวา อย่างน้อยก็ได้กินอิ่ม”
    .
    ไม่ใช่แค่จีน อินโดนีเซียก็โดน นอกจากชาวจีนแล้ว ยังมี #ชาวอินโดนีเซียราว 300 คน ซึ่งเป็นเหยื่อขบวนการหลอกลวงเช่นกัน ถูกควบคุมตัวอยู่ในสถานที่เดียวกัน ขณะเดียวกันยังมี ชาวจีนอีกกว่า 200 คน พักอยู่ตามโรงแรมใกล้เคียง รอการตรวจสอบและขั้นตอนทางกฎหมาย
    .
    สถานทูตจีนลงพื้นที่ประสานทุกวัน พื้นที่ดังกล่าวอยู่ภายใต้การดูแลของ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกัมพูชา โดยมี เจ้าหน้าที่สถานทูตจีนเข้าเยี่ยมและประสานงานเป็นประจำทุกวัน เพื่อจัดการเอกสาร พิสูจน์สัญชาติ และเตรียมแนวทางการส่งตัวกลับประเทศ
    .
    ภาพสะท้อนปัญหาสแกมข้ามชาติ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า แม้การกวาดล้างแก๊งหลอกลวงจะเดินหน้า แต่ผลที่ตามมาคือ ผู้เสียหายจำนวนมากยังติดค้างในระบบราชการ ต้องรอการคัดแยกและการช่วยเหลืออย่างเป็นขั้นตอน ท่ามกลางแรงกดดันด้านมนุษยธรรมและความมั่นคง
    .
    ขณะที่คำถามใหญ่ยังคงอยู่ ใครต้องรับผิดชอบต่อการกักขังและละเมิดสิทธิที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ และจะมีมาตรการป้องกันไม่ให้เครือข่ายสแกมเมอร์ฟื้นตัวอีกครั้งได้อย่างไร
    .
    .
    #ชายแดนไทยเขมร
    #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด
    #กัมพูชาไว้ใจไม่ได้
    #เขมรเป็นภัยคุกคามมั่นคง
    #TeamThailand
    #TruthFromThailand
    #PeaceBeginsWithTruth
    #HunSenWarCriminal
    .
    .
    #Thaitribune
    FB_IMG_1769381101126.jpg FB_IMG_1769381103423.jpg FB_IMG_1769381105515.jpg

    https://www.facebook.com/share/r/1DJ4beQHhY/
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,216
    ค่าพลัง:
    +97,153
    “มินอ่องหล่าย” เมินเสียงวิจารณ์จากต่างชาติ ยันเลือกตั้งประชาชนให้การสนับสนุน ไร้บีบบังคับ
    .
    .
    รอยเตอร์ - ผู้นำรัฐบาลทหารของพม่าไม่สนใจคำวิพากษ์วิจารณ์จากต่างชาติเกี่ยวกับการเลือกตั้งทั่วไปของประเทศ ขณะที่การลงคะแนนเสียงรอบสุดท้ายได้เสร็จสิ้นลงแล้วในวันนี้ (25) โดยพรรคที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทัพได้ที่นั่งส่วนใหญ่จากรอบก่อนหน้านี้แล้ว
    .
    พรรคสหสามัคคีและการพัฒนา (USDP) ได้ 193 ที่นั่งจาก 209 ที่นั่งในสภาล่าง และ 52 ที่นั่ง จาก 78 ที่นั่งในสภาสูง หลังการเลือกตั้งสองรอบแรกจัดขึ้นเมื่อวันที่ 28 ธ.ค. และวันที่ 11 ม.ค. โดยอัตราการออกมาใช้สิทธิอยู่ที่ประมาณ 55% ในแต่ละรอบ ซึ่งต่ำกว่าระดับประมาณ 70% ในการเลือกตั้งปี 2564 และปี 2558 อยู่มาก
    .
    กลุ่มฝ่ายค้านหลักไม่ได้ร่วมลงแข่งขันในการเลือกตั้งครั้งนี้ท่ามกลางสงครามกลางเมืองที่เกิดขึ้นจากการรัฐประหารในปี 2564 ที่นำกองทัพขึ้นสู่อำนาจ สหประชาชาติ กลุ่มสิทธิมนุษยชน และอังกฤษ ได้ประณามการเลือกตั้งว่าเป็นเรื่องหลอกลวงเพื่อรักษาอำนาจของกองทัพ
    .
    มาเลเซีย ที่เมื่อปีที่แล้วเป็นประธานของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ได้กล่าวว่ากลุ่มจะไม่รับรองการเลือกตั้งครั้งนี้
    .
    “ประชาคมระหว่างประเทศจะยอมรับหรือไม่นั้น เราไม่เข้าใจมุมมองของพวกเขา แต่การลงคะแนนเสียงของประชาชนคือการยอมรับที่เราต้องการ” พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย หัวหน้าคณะรัฐบาลทหาร กล่าวกับผู้สื่อข่าววันนี้ (25)
    .
    กองทัพยืนยันว่าการเลือกตั้งปราศจากการบีบบังคับและได้รับการสนับสนุนจากประชาชน
    .
    ในวันอาทิตย์ (25) ผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ออกมาใช้สิทธิลงคะแนนเสียงในกว่า 60 เมือง รวมถึงเมืองใหญ่อย่างย่างกุ้งและมัณฑะเลย์ โดยพล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ในชุดพลเรือน ได้ออกมาพบปะกับผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่หน่วยเลือกตั้งในมัณฑะเลย์ในบรรยากาศที่ดูผ่อนคลาย
    .
    นายพลวัย 69 ปี ที่ดำรงตำแหน่งรักษาการประธานาธิบดี ได้แสดงท่าทีว่ากำลังพิจารณาแต่งตั้งบุคคลที่จะสืบทอดตำแหน่งต่อจากเขาในฐานะผู้บัญชาการทหารสูงสุด และมีแนวโน้มที่จะก้าวเข้าสู่บทบาททางการเมืองอย่างเต็มตัว แหล่งข่าวระบุ
    .
    แต่เมื่อถูกถามเกี่ยวกับบทบาทที่เป็นไปได้ของเขาในรัฐบาลในอนาคต พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย กล่าวว่ายังเร็วเกินไปที่จะพูดถึงเรื่องนี้
    .
    “เมื่อรัฐสภาเปิดประชุม พวกเขาก็จะมีขั้นตอนและวิธีการเลือกของพวกเขาเอง” ผู้นำรัฐบาลทหารระบุ
    .
    ในขณะที่รัฐบาลทหารกล่าวอ้างว่าการเลือกตั้งประสบความสำเร็จแม้จะมีผู้มาใช้สิทธิน้อย แต่ผู้อยู่อาศัยในเมืองใหญ่ที่สุดของพม่าได้เปิดเผยกับรอยเตอร์ถึงบรรยากาศของความหวาดกลัว และหลายคนรู้สึกว่าจำเป็นต้องออกไปลงคะแนนเสียงเพื่อเลี่ยงการถูกจับกุมหรือการลงโทษที่อาจเกิดขึ้น
    .
    ชาวย่างกุ้งรายหนึ่งกล่าวว่าหน่วยเลือกตั้งในย่านที่เจ้าหน้าที่ทหารและครอบครัวของทหารอยู่อาศัยดูเหมือนจะมีผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งสูงในวันอาทิตย์ แต่ในพื้นที่อื่นๆ มีผู้ออกมาใช้สิทธิน้อยมาก
    .
    กองทัพเข้าควบคุมประเทศในการรัฐประหารเมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2564 โค่นล้มรัฐบาลพลเรือนของอองซานซูจี นักการเมืองวัย 80 ปีผู้นี้ยังคงถูกคุมขัง และเช่นเดียวกับกลุ่มฝ่ายค้านอื่นๆ พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตยของเธอถูกยุบโดยรัฐบาลทหาร
    .
    การสู้รบยังคงดำเนินต่อไปตลอดช่วงการหาเสียงเลือกตั้งและการเลือกตั้งก่อนหน้านี้ในหลายพื้นที่ของพม่า รวมทั้งการโจมตีทางอากาศรอบพื้นที่พลเรือนในรัฐยะไข่ รัฐชาน และรัฐกะเหรี่ยง
    .
    พรรค USDP ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2553 และปกครองประเทศเป็นเวลา 5 ปี หลังจากสิ้นสุดการปกครองของรัฐบาลทหารชุดก่อนหน้า มีนายพลจัตวาเกษียณอายุเป็นประธานพรรค และมีอดีตนายทหารระดับสูงร่วมบริหารพรรคอีกหลายคน
    .
    กองทัพพม่าที่ปกครองประเทศ 5-6 ทศวรรษที่ผ่านมา ดูเหมือนจะไม่มีความตั้งใจที่จะถอนตัวจากบทบาทผู้นำทางการเมือง
    .
    สื่อของรัฐรายงานว่า รัฐบาลทหารได้ใช้กฎหมายคุ้มครองการเลือกตั้งตั้งข้อหาบุคคลกว่า 400 คน จากการวิพากษ์วิจารณ์และขัดขวางกระบวนการเลือกตั้ง.
    https://www.facebook.com/share/1BtfTwATHh/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,216
    ค่าพลัง:
    +97,153

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • ).mp4
      ขนาดไฟล์:
      4.1 MB
      เปิดดู:
      53
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 26 มกราคม 2026
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,216
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน ต้องจ่ายชดเชยแก่เยอรมนี สำหรับการทำลายท่อลำเลียงนอร์ดสตรีม ซึ่งลงมือโดยเคียฟภายใต้ความช่วยเหลือของข่าวกรองต่างชาติ จากเสียงเรียกร้องของ อลิซ ไวเดิล ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคการเมืองฝ่ายขวา Alternative for Germany (AfD)

    รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีฟรีดริช เมร์ซ ชี้ว่าเหตุระเบิดเมื่อปี 2022 ในทะเลบอลติก ที่ก่อความเสียหายแก่ท่อลำเลียงพลังงานที่สร้างมาเพื่อป้อนก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียไปยังเยอรมนี มีความเชื่อมโยงกับพวกลอบก่อวินาศกรรมยูเครนกลุ่มเล็กๆ โดยผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นแกนนำกลุ่มตามที่สื่อมวลชนรายงาน เซอร์เก คุซเนตซอฟ อดีตเจ้าหน้าที่ทหาร ถูกอิตาลีส่งตัวให้แก่เบอร์ลินเมื่อฤดูใบไม้ร่วงปีที่แล้ว

    ในถ้อยแถลงระหว่งหาเสียงที่เมืองไฮลบรอนน์เมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว ไวเดิล โวยวายพวกเจ้าหน้าที่เยอรมนีที่ยังคงมอบความช่วยเหลือด้านการทหารแก่เคียฟ แม้ท่อลำเลียงนอร์ดสตรีม "ถูกระเบิดต่อหน้าต่อตาเราเลย โดยฝีมือของยูเครนภายใต้ความช่วยเหลือของข่าวกรองต่างชาติ"

    "ผมบอกกับคุณได้ว่า เราจะทำอะไรหาเราเป็นรัฐบาล เราจะเรียกร้องค่าชดใช้ความเสียหาย ยูเครนและเซเลนสกี ควรต้องชดใช้สำหรับการระเบิดท่อลำเลียงของเรา" เธอยืนกราน ท่ามกลางเสียงปรบมือดังสนั่น ทั้งนี้ผู้เป็นหุ้นส่วนใหญ่ในนอร์ดสตรีท ก็คือก๊าซพรอม ยักษ์ใหญ่ทางพลังงานของรัสเซีย

    "ประเทศหนึ่งๆที่ทำมัน ไม่ใช่เพื่อนของเรา อย่างน้อยๆ ประเทศนั้นก็ควรลุกขึ้น และยอมรับผิด" นักการเมืองจากพรรค AfD กล่าว พร้อมเน้นว่าเยอรมนีมอบเงินให้แก่ยูเครนไปกว่า 70,000 ล้านยูโร ดังนั้น "เราจะเรียกร้องให้พวกเขามอบเงินหลายหมื่นล้านดออลลาร์เหล่านั้นคืนมา บวกกับค่าซ่อมแซมนอร์ดสตรีม"

    คะแนนนิยมของพรรค AfD เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แม้มีความพยายามตั้งกำแพงกั้นในสิ่งที่เรียกว่า "นโยบายขวาจัด" โดยบรรดาพรรคการเมืองกระแสหลักของเยอรมนี ซึ่งมีเป้าหมายขัดขวางพรรคขวาจัดจากการเป็นรัฐบาล อ้างอิงผลศึกษาของสถาบัน INSA เมื่อช่วงกลางเดือนที่ผ่านมา พบว่าเวลานี้พรรค AfD มีคะแนนนิยมนำมาเป็นอันดับ 1 ด้วยเสียงสนับสนุน 26% นำหน้าพรรค CDU/CSU ของเมร์ซ อยู่ 1%

    (ที่มา:อาร์ทีนิวส์)

    https://www.facebook.com/share/1H7RzYuHk3/
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,216
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำฝรั่งเศส เปิดเผยว่าฝรั่งเศสพร้อมมอบแผนที่และเอกสารต่างๆ สำหรับช่วยศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ(ไอซีเจ) คลี่คลายข้อพิพาทด้านเขตแดนระหว่างกัมพูชาและไทย ตามรายงานของพนมเปญโพสต์ อย่างไรก็ตามสื่อแห่งนี้กล่าวอ้างความเห็นของนักวิเคราะห์ชั้นนำรายหนึ่งระบุ ประเด็นนี้แท้จริงแล้วขึ้นอยู่กับความทะเยอทะยานขยายดินแดนของฝ่ายไทย

    "ฝรั่งเศสพร้อมมอบแผนที่และเอกสารต่างๆ เพื่อคลี่คลายประเด็นชายแดนระหว่างกัมพูชาและไทย ณ ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ(ไอซีเจ)" ลุย ดาวิด เอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำฝรั่งเศส โพสต์ข้อความบนสื่อสังคมออนไลน์ในวันอาทิตย์(25ม.ค.)

    พนมเปญโพสต์ อ้างความเห็นของ Kin Phea ผู้อำนวยการทั่วไปของสถาบันความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแห่งกัมพูชา เชื่อว่าการคลี่คลายประเด็นชายแดนระหว่างกัมพูชาและไทย บนพื้นฐานของสนธิสัญญาต่างๆ, ข้อตกลงทั้งหลายและแผนที่ที่ได้รับการรับรองจากนานาชาติ ภายใต้กลไกทางการทูตและกฎหมายระหว่างประเทศ คือทางเลือกที่ดีที่สุด เพื่อรับประกันเส้นชายแดนที่ชัดเจน เช่นเดียวกับรับประกันสันติภาพ เสถียรภาพและความเป็นมิตร

    เขาเน้นว่าฝรั่งเศสคือบ่อเกิดที่สำคัญที่สุดของเอกสารทางกฎหมายและแผนที่ต่างๆในเรื่องเกี่ยวกับชายแดนระหว่างกัมพูชาและไทย เนื่องจากฝรั่งเศสเป็นมหาอำนาจเจ้าอาณานิคมของกัมพูชา นานเกือบ 1 ศตวรรษ

    "ประเด็นความซับซ้อนในเวลานี้ ไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับเอกสารหรือแผนที่ที่ได้รับการรับรองจากนานาชาติ แต่มันคือความจริงใและความมุ่งมั่นของฝ่ายไทย ในการคลี่คลายประเด็นชายแดนระหว่าง 2 ชาติอย่างสันติและอย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ นี่เพราะว่าพวกเขายังคงมีความทะเยอทะยานในการรุกล้ำดินแดนกัมพูชาผ่านการใช้กำลัง และกฎแห่งป่า" เขากล่าว

    นักวิเคราะห์รายนี้กล่าวอ้างต่อว่า สำหรับกัมพูชาแล้ว นอกเหนือจากยึดถือทางออกอย่างสันติบนพื้นฐานของหลักกฎหมายระหว่างประเทศ กัมพูชายังจำป็นต้องเสริมความเข้มแข็งในศักยภาพการป้องกันตนเอง, เศรษฐกิจ, การทูตและการแบ่งปันข้อมูล เหล่านี้ต้องดำเนินการพร้อมๆกับการเสริมความเป็นหนึ่งเดียวกันและความสามัคคีของคนในชาติ ภายใต้จิตวิญญาณแห่งชนชาติเขมรหนึ่งเดียว

    "การเลือกปฏิบัติ ความเกลียดชังและเข่นฆ่ากันเอง สืบเนื่องจากอุดมการณ์ทางการเมือง ต้องยุติลงในสังคมของเรา เลือดเนื้อของชาวเขมรจำนวนมากได้หลั่งไหลไปแล้วและดินแดนเขมรหดตัวลงอย่างมาก ถ้าเรายังคงทะเลาะกัน หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ชาวเขมรจะหายไปจากแผนที่โลก วันใดวันหนึ่ง" เขากล่าว

    (ที่มา:พนมโปญโพสต์)

    https://www.facebook.com/share/p/1CCwYWBg5P/
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,216
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ฟางเหลี่ยนกล่าว : แหล่งข่าวจาก Wall Street Journal ระบุว่า
    FB_IMG_1769387939196.jpg
    แหล่งข่าววงในเปิดเผยว่า ในหนังสือแจ้งภายใน ระบุเหตุผลการจับกุม จาง โหย่วเสีย (Zhang Youxia) ไว้ดังนี้
    1. จัดตั้งกลุ่มอิทธิพล/ก๊วนภายใน
    2. ทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง
    3. รับสินบนจาก หลี่ ซ่างฝู (Li Shangfu) เพื่อช่วยผลักดันให้ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีกลาโหม
    4. รั่วไหลความลับด้านอาวุธนิวเคลียร์ให้สหรัฐฯ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการจับกุมเมื่อวันที่ 19 มกราคม ของ กู้ จวิน (Gu Jun) อดีตผู้จัดการใหญ่ของกลุ่มอุตสาหกรรมนิวเคลียร์แห่งชาติจีน

    อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวยังระบุว่า เหตุผลที่ปรากฏในหนังสือแจ้งภายใน อาจไม่ได้สะท้อนเจตนาที่แท้จริงของ สี จิ้นผิง ในการจัดการกับจาง โหย่วเสีย

     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,216
    ค่าพลัง:
    +97,153
    จีน ไล่สอบสวนผู้นำทหารระดับสูง “สี จิ้นผิง” ยึดอำนาจบังคับบัญชาทัพ หลังข่าวรัฐประหารลือสะพัด

    26 มกราคม 2569 จากกระแสข่าวลือในโลกโซเชียลถึ #แผนการรัฐประหาร โดย จาง โย่วเซี่ย และ หลิว เจิ้นหลี่ เพื่อ #ล้มอำนาจ ของ #ประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ในจีน ช่วงนี้ ได้รับความสนใจอย่างมากในหมู่ผู้ติดตามข่าวต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากแหล่งข่าวสำนักข่าวต่างประเทศและแถลงการณ์ทางการจากกระทรวงกลาโหมจีน ชี้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง คือการสอบสวนและ #ปลดผู้นำทหารระดับสูง ในโครงสร้างกองทัพเท่านั้น ไม่ใช่การรัฐประหารที่มีการเคลื่อนไหวทางปืนจริง หรือทหารขึ้นยึดอำนาจ
    .
    เหตุการณ์สอบสวนผู้นำทหารใหญ่ เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2569 กระทรวงกลาโหมของจีนแถลงว่า นายจาง โย่วเซี่ย (Zhang Youxia) ซึ่งเป็นรองประธานคณะกรรมการทหารส่วนกลาง (Central Military Commission — CMC) และ นายหลิว เจิ้นหลี่ (Liu Zhenli) ผู้บัญชาการฝ่ายเสนาธิการร่วมของ CMCถูก สั่งสอบสวนในข้อหา “#ละเมิดวินัยและกฎหมายอย่างร้ายแรง” ซึ่งภาษาทางการจีนมักใช้คำนี้ หมายถึง #การถูกตรวจสอบคอร์รัปชัน หรือ #ผิดมาตรฐานทางวินัย ในระดับสูง
    .
    สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า การสอบสวนครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของ แคมเปญ #ปราบคอร์รัปชัน และ #ปรับโครงสร้างกองทัพ ภายใต้การนำของสี จิ้นผิง ซึ่งดำเนินมาตั้งแต่ปี 2012 เพื่อยืนยันความจงรักภักดีของกองกำลังทหารและเสริมความเป็นอำนาจของผู้นำจีน ตลอดจนเสริมศักยภาพการปฏิรูปกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (PLA)
    .
    แม้จะมีข่าวลือจากสื่อโซเชียลหรือเว็บไม่เป็นทางการว่า อาจมี “แผนรัฐประหาร” หรือการเคลื่อนไหวทางทหารเพื่อล้มสี จิ้นผิง แต่ สำนักข่าวหลักระดับนานาชาติไม่มีรายงานยืนยันการเคลื่อนไหวทางอาวุธ การระดมทหาร หรือการประกาศยึดอำนาจใดๆ ซึ่งสภาพบ้านเมืองจีนยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมของ #พรรคคอมมิวนิสต์จีน และสี จิ้นผิงในฐานะประธานคณะกรรมการทหารสูงสุดและผู้นำสูงสุด
    .
    ส่วนการปราบปรามครั้งนี้เป็น “การกวาดล้างใหญ่ที่สุดเทียบเท่าผู้นำอย่างเหมา เจ๋อตุง หรือสตาลิน” นั้นก็เป็น การกล่าวอ้างที่เกินจริง เพราะไม่มีหลักฐานสนับสนุน และแหล่งข่าวต่างประเทศระบุเพียงว่าการปราบคอร์รัปชันในกองทัพจีนเป็นกระบวนการที่ต่อเนื่องมายาวนาน ไม่ได้เป็นการทำสงครามภายใน หรือศึกอาวุธใดๆ
    .
    เพื่อให้มองเห็น “รากของสถานการณ์” ในภาพรวม:
    1. แคมเปญปราบคอร์รัปชันยาวนานของสี จิ้นผิง
    ตั้งแต่ปี 2012 เมื่อสี จิ้นผิงขึ้นเป็นผู้นำ จีนได้ใช้แคมเปญปราบคอร์รัปชันเพื่อคุมอำนาจทั้งในพรรคและกองทัพ โดยลงโทษเจ้าหน้าที่หลายหมื่นรายทั่วทั้งระบบ ซึ่งรวมถึงระดับผู้นำระดับสูงในกองทัพด้วย
    .
    2. การตรวจสอบจาง โย่วเซี่ย และหลิว เจิ้นหลี่
    เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการตรวจสอบที่มีมาต่อเนื่องเพื่อเสริมวินัยและความจงรักภักดีของกองทัพ ไม่ได้หมายความว่าเกิด “รัฐประหาร” แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงภายในเชิงโครงสร้างและอำนาจทั้งในทางการทหารและการเมืองอย่างเข้มข้นของจีน
    .
    .
    #Thaitribune
    FB_IMG_1769388604633.jpg FB_IMG_1769388607490.jpg FB_IMG_1769388609999.jpg
    https://www.facebook.com/share/1H1rVMQebF/
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,216
    ค่าพลัง:
    +97,153
    การระบาดของ 'ไวรัสนิปาห์' กับความเสี่ยงในประเทศไทย! โดย ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก จุฬาฯ

    6 มกราคม 2569 ตั้งแต่เริ่มพบมีการระบาดของ #โรคนิปาห์ (Nipah virus) ในปีพ.ศ 2541 ถึง 2542 เป็นการระบาดใหญ่ที่สุด เกิดขึ้นที่ #มาเลเซีย ในรัฐ #Perak การระบาดลงทางใต้ไปถึง #สิงคโปร์ มีผู้ป่วยทั้งสิ้น 265 ราย เสียชีวิตกว่า 108 คน ลักษณะอาการของโรคขณะนั้น จะมีอาการไข้สูง และมีการอักเสบของสมอง
    .
    ในระยะแรกจึงเข้าใจผิดคิดว่าเป็นโรคไข้สมองอักเสบ JE เมื่อมีการปราบยุงโรคก็ไม่ได้ยุติ ต่อมาจึงรู้ว่ามีความสัมพันธ์กับหมู และแยกไวรัสได้ จากหมู โรคมีความรุนแรงมาก และรู้ว่าต้นตอคือ #ค้างคาวกินผลไม้ น้ำลายค้างคาวติดกับผลไม้ ลงไปในคอกหมูแล้วจึงติดต่อระหว่างหมูสู่หมู แล้วจากหมูจึงเข้าสู่คน อัตราตายสูง แต่ไม่ระบาดเข้าไทย
    .
    ต่อมาหลังจากนั้น ก็พบโรคนี้มีการระบาดเป็นหย่อมๆ ตั้งแต่ปี 2545 เป็นต้นมา จะพบมากที่เอเชียใต้โดยเฉพาะ ที่บังคลาเทศ แต่การพบจะมีลักษณะที่แตกต่างจากที่พบในมาเลเซีย เพราะเป็นการติดต่อจากค้างคาสู่คนโดยผ่านทาง ผลไม้สด หรือน้ำผลไม้

    โดยเฉพาะน้ำอินทผลัมสด ลักษณะอาการเริ่มเปลี่ยนไปจะเป็นไข้และมีอาการปอดบวมอย่างรุนแรง การระบาดจากค้างคาวสู่ คนโดยตรง และจากคนสู่คน และเป็นกลุ่มเล็กๆมาโดยตลอด จนถึงปัจจุบันที่มีการระบาดที่อินเดีย
    .
    โรคนี้สามารถติดต่อระหว่างคนสู่คนได้เช่นเดียวกับคนไปสัมผัสตัวกลางที่เป็นหมู โดยสัมผัสสารคัดหลั่ง เลือด แต่โอกาสนี้ไม่ได้เกิดขึ้นได้ง่าย แบบโรคทางเดินหายใจที่ระบาดอย่างกว้างขวางเช่นไข้หวัดใหญ่ หรือโควิด 19
    ความเสี่ยงในประเทศไทย
    .
    แม้ประเทศไทยยังไม่เคยมีรายงาน #ผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสนิปาห์ในคน แต่ประเทศมีปัจจัยเสี่ยงสำคัญหลายประการที่เอื้อต่อการเกิดการแพร่เชื้อจากสัตว์สู่คน ไวรัสนิปาห์พบในค้างคาวผลไม้สกุล Pteropus เป็นรังโรคตามธรรมชาติ ซึ่งพบกระจายอยู่ทั่วประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ชุมชน วัด และสวนผลไม้ เพิ่มโอกาสการปนเปื้อนของเชื้อผ่านน้ำลายหรือปัสสาวะค้างคาวสู่สิ่งแวดล้อมและอาหาร
    .
    ประเทศไทยมีลักษณะการเกษตรและพฤติกรรมการบริโภคบางประการที่อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิด spillover เช่น สวนผลไม้ที่อยู่ใกล้ชุมชน การบริโภคผลไม้สดหรือเครื่องดื่มคั้นสด รวมถึงการบริโภคอาหารดิบ หรือสุกๆ ดิบๆ ในบางพื้นที่
    .
    นอกจากนี้ ประเทศไทยยังมี #อุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกรขนาดใหญ่ ซึ่งหากเกิดการติดเชื้อในสัตว์ อาจทำหน้าที่เป็นตัวขยายเชื้อ (amplifying host) คล้ายกับการระบาดที่ประเทศมาเลเซียในอดีต
    .
    ในด้านระบบสาธารณสุข ผู้ป่วยนิปาห์มักมีอาการสมองอักเสบหรือปอดอักเสบรุนแรง ซึ่งอาจถูกวินิจฉัยผิดเป็นโรคติดเชื้ออื่นในระยะเริ่มต้น และหากเป็นสายพันธุ์ที่สามารถติดต่อจากคนสู่คน อาจเกิดการแพร่เชื้อในครอบครัวหรือสถานพยาบาลได้ ดังนั้น ถึงแม้ความเสี่ยงในการเกิดโรคในปัจจุบันถึงจะอยู่ในระดับต่ำ
    .
    แต่หากเกิดขึ้นจริงจะส่งผลกระทบต่อสาธารณสุขและเศรษฐกิจอย่างรุนแรง ประเทศไทยจึงควรมีการเฝ้าระวังเชิงรุกและเตรียมความพร้อมตามแนวคิดของสุขภาพหนึ่งเดียว ที่ดูแล ทั้งคน สัตว์ และสิ่งแวดล้อม อย่างต่อเนื่อง
    .
    .
    #Thaitribune

    https://www.facebook.com/share/p/1AxodduiF7/
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,216
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ยูเอ็นเตือนโลกเข้าสู่ 'ยุคล้มละลายน้ำ' ระบบแหล่งน้ำพังถาวร ฟื้นไม่กลับ ดินทรุด – น้ำปนเปื้อน เขย่าความอยู่รอดมนุษย์นับพันล้าน!

    26 มกราคม 2569 สัญญาณอันตรายระดับโลกถูกส่งออกมาอย่างชัดเจน เมื่อ #สหประชาชาติ (UN) เผยรายงานล่าสุดประกาศว่า มนุษยชาติกำลังก้าวเข้าสู่ภาวะที่เรียกว่า “#ยุคล้มละลายน้ำทั่วโลก” (Global Water Bankruptcy) เป็นทางการ ไม่ใช่แค่ “น้ำขาดแคลน” ชั่วคราวอีกต่อไป แต่คือการที่ #ระบบน้ำจำนวนมากเสื่อมโทรม จนไม่สามารถฟื้นฟูกลับคืนสู่สภาพเดิมได้แล้ว
    .
    รายงานระบุว่า วิกฤตครั้งนี้กำลัง กระแทกประชากรโลกหลายพันล้านคน ทั้งในปัจจุบันและระยะยาว เพราะแหล่งน้ำจืดจำนวนมากถูกทำลายเกินจุดเยียวยา จาก #มลพิษ #การใช้น้ำเกินศักยภาพธรรมชาติ และ #การจัดการที่ล้มเหลว สะสมมานานหลายทศวรรษ
    .
    ตัวเลขชี้ชัด โลกกำลังขาดน้ำพร้อมกัน สหประชาชาติชี้ว่า กว่า 75% ของประชากรโลก อาศัยอยู่ในประเทศที่เผชิญ #ภาวะ ขาดแคลนน้ำ หรือ ขาดแคลนน้ำขั้นวิกฤติ ขณะที่มีประชากร ราว 4,000 ล้านคน ต้องเผชิญการขาดแคลนน้ำอย่างรุนแรงอย่างน้อย หนึ่งเดือนในทุกปี
    .
    นี่คือหลักฐานว่าปัญหาน้ำ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ประเทศแห้งแล้งหรือยากจน แต่กำลังลุกลามเป็น ภัยคุกคามเชิงโครงสร้างระดับโลก ที่ไม่มีประเทศใดปลอดภัยอย่างแท้จริง
    .
    เกษตรกรรมเสี่ยงล่ม ห่วงโซ่อาหารโลกสั่น รายงานระบุว่า #ภาคเกษตรกรรมใช้น้ำจืด ถึง 70% ของการใช้น้ำทั้งหมดของมนุษย์ และมากกว่าครึ่งหนึ่งของ #อาหารโลกถูกผลิตในพื้นที่ที่ แหล่งกักเก็บน้ำกำลังลดลงหรือไม่เสถียร
    .
    เมื่อแหล่งน้ำในพื้นที่ใดเข้าสู่ภาวะ “ล้มละลาย” #ต้นทุนการทำเกษตรจะพุ่งสูง #ผลผลิตลดลง และกระทบเป็นลูกโซ่ไปยัง ราคาอาหารโลกและความมั่นคงทางอาหาร โดยเฉพาะประเทศผู้ส่งออกหลัก เช่น ข้าวจากอินเดียและปากีสถาน ซึ่งอาจส่งแรงสะเทือนถึงประเทศผู้นำเข้า รวมถึงไทย
    .
    ทะเลสาบเหือด – พื้นที่ชุ่มน้ำหาย บัญชีออมทรัพย์ธรรมชาติถูกถอนจนเกลี้ยง #ยูเอ็น ระบุว่า #ทะเลสาบขนาดใหญ่ กว่าครึ่งหนึ่งของโลก มีปริมาณน้ำลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นทศวรรษ 1990 ขณะเดียวกัน #พื้นที่ชุ่มน้ำทั่วโลก ซึ่งทำหน้าที่กรองน้ำ ดูดซับน้ำท่วม และรักษาสมดุลระบบนิเวศ ได้หายไปแล้วในรอบ 50 ปีที่ผ่านมา รวมพื้นที่เทียบเท่าทั้งสหภาพยุโรป
    .
    การสูญเสียพื้นที่เหล่านี้ ถูกเปรียบเทียบว่าไม่ต่างจากการที่มนุษย์ ถอน “บัญชีออมทรัพย์ทางธรรมชาติ” จนหมดเกลี้ยง โดยไม่เหลือหลักประกันให้โลกในอนาคต
    .
    สูบน้ำบาดาลเกินพิกัด ดินทรุดถาวร เมืองใหญ่กำลังจม จากหนึ่งในสัญญาณอันตรายที่สุดคือการ #สูบน้ำบาดาลเกินขีดจำกัด ส่งผลให้ #เกิดแผ่นดินทรุดตัว ครอบคลุมพื้นที่กว่า 6 ล้านตารางกิโลเมตรทั่วโลก และมีประชากรกว่า 2,000 ล้านคน อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยง
    .
    เมืองใหญ่หลายแห่งกำลัง “จมลงอย่างช้าๆ” อาทิ เม็กซิโกซิตี้ จาการ์ตา มะนิลา ลากอส รวมถึง #กรุงเทพฯ โดยผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า เมื่อชั้นดินใต้ดินยุบตัวแล้ว ความสามารถในการกักเก็บน้ำจะสูญเสียไปอย่างถาวร ไม่สามารถย้อนกลับได้
    .
    โลกร้อนซ้ำเติม ระบบน้ำใกล้พัง เป็น #วิกฤติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ยิ่งทำให้การจัดการน้ำ ยากและเปราะบางขึ้นอย่างรุนแรง สภาพอากาศสุดขั้วเกิดถี่ขึ้น ทำให้เขื่อนและระบบจัดการน้ำต้องเผชิญทางเลือกที่ไม่มีคำตอบง่ายๆ ระหว่าง
    .
    เก็บน้ำน้อย เพื่อป้องกันน้ำท่วม
    หรือ เก็บน้ำมาก เพื่อสำรองรับภัยแล้งในอนาคต
    ทุกการตัดสินใจผิดพลาด อาจหมายถึงความเสียหายระดับประเทศ
    .
    สัญญาณเตือนสุดท้าย สหประชาชาติเตือนว่า หากโลกยังคงบริหารจัดการน้ำแบบเดิม วิกฤต “ล้มละลายน้ำ” จะไม่ใช่แค่ปัญหาสิ่งแวดล้อม แต่จะกลายเป็น ชนวนความขัดแย้ง ความยากจน การอพยพ และความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจ–การเมืองในศตวรรษนี้
    .
    น้ำไม่ใช่ทรัพยากรไม่มีวันหมดอีกต่อไป และเวลาที่โลกมีอยู่สำหรับการแก้ไข กำลังนับถอยหลัง
    .
    .
    #Thaitribune
    https://www.facebook.com/share/p/1CHt4oSoDu/
     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,216
    ค่าพลัง:
    +97,153
    'มัสก์' เขย่าโลกแรง ฟันธงอีก 10–20 ปี 'เงินเกษียณ' หมดความหมาย เมื่อ AI ทำงานแทนมนุษย์แทบทั้งระบบ!

    26 มกราคม 2569 #ElonMusk มหาเศรษฐีเทคโนโลยีผู้ทรงอิทธิพลของโลก ออกมาคาดการณ์อนาคตโลกการทำงานและการเงิน ชี้ว่าในอีก 10–20 ปีข้างหน้า #การเก็บเงินออมเพื่อวัยเกษียณ อาจไม่จำเป็นอีกต่อไป ท่ามกลางการเร่งตัวของ #ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ #หุ่นยนต์ ที่กำลัง #เปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจโลก แบบถอนรากถอนโคน
    .
    คำทำนายดังกล่าวเกิดขึ้นในบริบทที่ #AI อย่าง ChatGPT, ระบบอัตโนมัติ และหุ่นยนต์อัจฉริยะ ถูกนำมาใช้งานจริงอย่างกว้างขวางนับตั้งแต่ปลายปี 2565 จนความกังวลว่า “AI จะมาแย่งงานมนุษย์” กลายเป็นประเด็นถกเถียงระดับโลก และสำหรับ #อีลอนมัสก์ มองว่านี่ไม่ใช่เพียงความกลัว แต่คือ “ทิศทางที่หลีกเลี่ยงไม่ได้”
    .
    4 คำทำนายเขย่าอนาคต จากปากอีลอน มัสก์

    1. งานแพทย์ ไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัยอีกต่อไป
    มัสก์ระบุว่า แม้ #สายแพทย์และศัลยแพทย์ จะเคยถูกมองว่าเป็นอาชีพที่ AI แทนที่ได้ยาก แต่ในมุมของเขา อาจเหลือเวลาเพียงราว 3 ปี ก่อนที่ #หุ่นยนต์ทางการแพทย์ จะทำงานได้ดีกว่า รวดเร็วกว่า และมีจำนวนมากกว่าบุคลากรที่เป็นมนุษย์ในโรงพยาบาล

    นี่ไม่ใช่ฝันร้าย แต่คือโอกาส เพราะจะทำให้ประชาชนทั่วไป #เข้าถึงการรักษาพยาบาลระดับเดียวกับผู้นำประเทศ ในต้นทุนที่ต่ำกว่ามาก
    .
    2. ระบบค่าจ้าง กำลังจะหมดบทบาท
    มัสก์ชี้ว่า หากหุ่นยนต์สามารถสร้างบ้าน ปลูกอาหาร ผลิตสินค้า ดูแลสุขภาพ และให้การศึกษาได้ด้วยต้นทุนใกล้ศูนย์ #ระบบเศรษฐกิจที่พึ่งพา “เงินเดือน” และ “รายได้จากแรงงาน” จะค่อย ๆ เสื่อมความสำคัญลง
    นั่นหมายความว่า แนวคิดเรื่องการทำงานทั้งชีวิตเพื่อแลกกับเงินเกษียณ อาจกลายเป็นอดีต
    .
    3. #เงินออมเพื่อเกษียณอาจไม่จำเป็น
    ประเด็นที่สร้างแรงสั่นสะเทือนมากที่สุดคือคำพูดที่ว่า
    “ในอีก 10 หรือ 20 ปี คนอาจไม่ต้องกังวลกับการเก็บเงินใช้หลังเกษียณอีกแล้ว เพราะมันอาจไม่มีความหมาย”

    มัสก์อธิบายว่า เมื่อสินค้าพื้นฐานและบริการจำเป็นแทบไม่ต้องใช้เงิน #ระบบความมั่นคงทางการเงินแบบเดิม จะถูกตั้งคำถาม และรัฐอาจต้องคิดโมเดลใหม่ เช่น รายได้พื้นฐานถ้วนหน้า (Universal Basic Income) หรือระบบสวัสดิการที่ไม่ผูกกับการทำงาน
    .
    4. #มนุษย์อาจมีอายุยืนยาวกว่าที่เคยคิด
    ควบคู่กับ AI มัสก์ยังเชื่อว่าความก้าวหน้าด้านชีวการแพทย์และเทคโนโลยีสมอง จะทำให้อายุขัยมนุษย์ยืดออกไปอย่างมีนัยสำคัญ จนคำว่า “วัยเกษียณ” อาจต้องถูกนิยามใหม่ทั้งหมด
    .
    โลกเริ่มขยับตามคำทำนาย ในหลายประเทศ บริษัทเทคโนโลยีเริ่มลดการจ้างงานมนุษย์ ขณะที่การลงทุนใน AI และหุ่นยนต์พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ องค์กรระหว่างประเทศเตือนตรงกันว่า โลกกำลังเข้าสู่ ยุคเปลี่ยนผ่านของแรงงานครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ปฏิวัติอุตสาหกรรม
    .
    ขณะเดียวกัน รัฐบาลหลายชาติเริ่มถกเถียงอย่างจริงจังถึงอนาคตของระบบภาษี แรงงาน และสวัสดิการ เพราะหากคำทำนายของมัสก์กลายเป็นจริง คำถามสำคัญจะไม่ใช่ “จะทำงานอะไรดี” แต่คือ
    “มนุษย์จะมีบทบาทอะไรในโลกที่เครื่องจักรทำได้แทบทุกอย่าง”
    .
    คำทำนายของอีลอน มัสก์ อาจดูสุดโต่งในวันนี้ แต่สำหรับหลายฝ่าย นี่อาจไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป หากเทคโนโลยียังคงวิ่งเร็วกว่านโยบายและสังคมเหมือนที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้
    .
    .
    #Thaitribune

    https://www.facebook.com/share/p/19ALmvqUg7/
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,216
    ค่าพลัง:
    +97,153
    รู้หรือไม่? ไม่มีสแกมเมอร์ กัมพูชาก็อาจ "ล่มจม" ในหลายเมือง... และนี้ไม่ใช่เพราะเงินผิดกฎหมาย แต่เพราะเงิน**ถูกกฎหมาย**ที่หายไปพร้อมพวกเขา

    หลายคนอาจคิดว่าธุรกิจสแกม (scam compounds) เป็นแค่กิจกรรมผิดกฎหมายที่เงินไหลเข้าประเป๋าเฉพาะหัวหน้าแก๊งหรือคนชั้นนำบางกลุ่ม แต่ความจริงแล้ว **ผลกระทบที่หนักที่สุด** อยู่ที่ "เงินถูกกฎหมาย" ที่กระจายสู่ชาวบ้านและเศรษฐกิจท้องถิ่น

    ลองนึกภาพแบบง่าย ๆ: สมมติคุณเปิดร้านอาหารในซอยเล็ก ๆ ปลายซอยมีบ่อนคาสิโนเปิด คนเดินผ่านซอยเพิ่มขึ้น ร้านก๋วยเตี๊ยว คนขายน้ำ คนจอดรถ คนซักรีด ทุกคนได้ส่วนแบ่งจาก "ลูกค้าบ่อน" แม้เงินต้นทางจะมาจากการพนัน (ผิดกฎหมาย) แต่เงินที่ลูกค้าจ่ายค่าอาหาร ค่าเหล้า ค่าที่พัก หรือค่าขนส่ง **คือเงินถูกกฎหมาย** ที่หมุนเวียนในชุมชน

    ธุรกิจสแกมในกัมพูชาก็เช่นเดียวกัน
    - เงินจากการหลอกลวงส่วนใหญ่เข้ากระเป๋าหัวหน้าแก๊ง (มัก laundering ผ่านคาสิโนหรืออสังหาฯ)
    - แต่เงินที่ชาวต่างชาติใน compound (แรงงานถูกหลอกหรือสมัครใจ) ได้เป็น "allowance" หรือค่าตอบแทนเล็กน้อย แล้วนำมาจับจ่ายใช้สอยในท้องถิ่น เช่น ซื้ออาหาร กินร้านข้างทาง เช่าห้องพัก ซื้อของในตลาด หรือแม้แต่ส่งเงินกลับบ้านผ่านระบบท้องถิ่น → **นี่คือเม็ดเงินถูกกฎหมาย** ที่ทำให้ร้านค้า โรงแรม เจ้าของที่ดิน คนขับรถรับจ้าง และธุรกิจเล็ก ๆ รอบ ๆ compound เจริญรุ่งเรือง

    การประมาณการจากรายงานต่าง ๆ (Interpol, UN, สื่อภูมิภาค ปี 2024–2026) ชี้ว่ามีชาวต่างชาติที่เกี่ยวข้องกับ scam compounds ในกัมพูชา **ราว 100,000–300,000 คน** (ตัวเลข conservative มักอยู่ที่ **200,000 คน** โดยเฉลี่ย) กระจายหลักในเมืองอย่าง Sihanoukville (สีหนุวิลล์), Poipet (ปอยเปต), Bavet และบางส่วนในพนมเปญหรือจังหวัดชั้นใน

    หลังรัฐบาลกัมพูชาปราบปรามอย่างจริงจัง (ภายใต้แรงกดดันจากจีน ไทย อินโดนีเซีย เกาหลีใต้ สหรัฐฯ และ Amnesty International) ตั้งแต่ปลาย 2025 จนถึงมกราคม 2026:

    - มีการบุกค้น 92 แห่ง จับชาวต่างชาติกว่า **3,455 คน** จาก 20+ สัญชาติ
    - ชาวอินโดนีเซียกว่า **1,700 คน** หนีออกหรือถูกส่งกลับในช่วง 16–21 ม.ค. 2026 เพียงสัปดาห์เดียว
    - Mass exodus เกิดขึ้นทั่วประเทศ คนงานนอนกองริมถนนในพนมเปญ รอ deport หรือหนีออกมา วิดีโอและภาพจาก Kiripost, France 24, The Guardian แสดงภาพคนลากกระเป๋า คอมพิวเตอร์ เฟอร์นิเจอร์ ออกจาก compound เป็นร้อย ๆ

    ผลกระทบที่เห็นชัดเจนที่สุดคือ **หลายเมืองกำลังกลายเป็น "เมืองร้าง" หรือ ghost town ในบางย่าน**:

    - **สีหนุวิลล์ (Sihanoukville)**: เดิมทีเฟื่องฟูจากคาสิโนและ scam compounds (เคยเรียก "Scam City") หลัง crackdown คนต่างชาติหลั่งไหลออก ร้านอาหารริม Oil Beach ว่างเปล่า โรงแรม ห้องเช่า ตึกสูงใหม่ ๆ ที่เคยสร้างจากเงินสีเทา ตอนนี้หลายแห่งว่างร้าง เศรษฐกิจท้องถิ่นพังทลาย รายงานจาก Kiripost และ France 24 (ม.ค. 2026) บอกว่าคนงานถูกปล่อยออกมานอนข้างถนน สร้างความ chaos ชั่วคราว
    - **ปอยเปตและพื้นที่ชายแดน**: Compound ถูก air strikes หรือบุกค้น ร้านค้าชายแดน ห้องเช่า คาสิโนเล็ก ๆ เงียบเหงา คนงานหนีข้ามแดนหรือถูก deport ทำให้เศรษฐกิจชายแดนสะดุดหนัก โดยเฉพาะเมื่อไทยจำกัดด่านจากความขัดแย้งชายแดน
    - จังหวัดอื่น ๆ: บางแห่งมีตึกร้างล้น เพราะการลงทุนเดิมพึ่งพากลุ่มนี้ หากคน 200,000 คนหายไปจริง จะสูญเสียการใช้จ่ายถูกกฎหมายปีละหลายพันล้านดอลลาร์ (ประมาณ conservative 0.7–1.5 พันล้าน USD หรือราว 1.5–3% ของ GDP)

    ภาพรวมเศรษฐกิจกัมพูชาเองก็ชะลอตัวตาม:
    - ก่อนวิกฤต (2024) เคยคาดโต **6–6.5%** ในปี 2026
    - ปัจจุบัน (ข้อมูล IMF, ADB, Khmer Times ม.ค. 2026) คาดโตเพียง **4–5%** (IMF ต่ำสุด 4.0%, ADB 5.0%) เพราะ crackdown + ความขัดแย้งชายแดนไทย + ปัจจัยอื่น ๆ เช่น ภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ทำให้สูญเสีย momentum ราว **1.5–2.5 จุดเปอร์เซ็นต์**

    นี่คือความจริงที่กำลังเกิดขึ้น: การปราบสแกมอาจ "ทำความสะอาด" ภาพลักษณ์ประเทศในระยะยาว แต่ในระยะสั้น ชาวกัมพูชาทั่วไป – โดยเฉพาะคนขายของ เจ้าของร้าน เจ้าของที่ดินรอบ compound – กำลังเผชิญภาวะเศรษฐกิจถดถอยท้องถิ่นอย่างหนัก เมืองบางแห่งอาจกลายเป็นตึกร้างล้นประเทศจริง ๆ หากการลงทุนปกติ (ท่องเที่ยว SEZ การเกษตร) ไม่เข้ามาแทนที่เร็วพอ

    นี่ไม่ใช่การสนับสนุนสแกม แต่เป็นการชี้ให้เห็นว่าเศรษฐกิจสีเทามักมี "trickle-down effect" ถึงคนชั้นล่างที่ถูกกฎหมาย... และเมื่อมันหายไป คนธรรมดาแหละที่เจ็บตัวหนักที่สุด
    26 มกราคม 2569 : คัดข่าว/หาดใหญ่
    ที่มา : IMF, ADB, Khmer Times, Kiripost, The Guardian, France 24

    Cr. คัดข่าว
    https://www.facebook.com/share/181roXEv6h/
     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,216
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ศาลสหรัฐฯ ฟาดค้อนใส่ทรัมป์ — สงครามกฎหมาย “น้ำมัน vs EV” เปิดหน้าใหม่ เมื่อฝ่าย EV ชนะยกแรก
    คำพิพากษาของศาลแขวงสหรัฐฯ ประจำกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2569 ไม่ได้เป็นแค่การสั่ง “คืนงบ” โครงการสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (NEVI) มูลค่า 5 พันล้านดอลลาร์เท่านั้น แต่คือการประกาศชัดว่า

    ฝ่ายบริหารไม่สามารถล้มกฎหมายด้วยคำสั่งทางการเมืองได้ตามอำเภอใจ

    และนั่นทำให้สงครามระหว่าง กลุ่มสนับสนุน EV กับ โดนัลด์ ทรัมป์ เข้าสู่เฟสที่ดุเดือดกว่าเดิม
    ศาลชี้ตรงกันว่า การที่รัฐบาลทรัมป์สั่งระงับงบ NEVI ซึ่งผ่านสภาคองเกรสแล้วตั้งแต่ปี 2021 เป็นการกระทำที่
    “ผิดกฎหมาย”
    ละเมิดทั้ง Administrative Procedure Act และ Impoundment Control Act พร้อมสั่งให้กระทรวงคมนาคมสหรัฐฯ ปล่อยงบที่ค้างอยู่ และหยุดแทรกแซงโครงการทันที นั่นทำให้ 20 รัฐเดโมแครตและกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ชนะคดีแบบไม่ต้องลุ้นยกสุดท้าย
    ศึกนี้ไม่ใช่เรื่องปลั๊กไฟ แต่คือฐานเสียง
    เบื้องหลังคดีคือความขัดแย้งเชิงโครงสร้างของนโยบายพลังงานสหรัฐฯ ในยุค ทรัมป์ 2.0

    ฝ่ายหนึ่งคือรัฐเดโมแครต ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า เมืองใหญ่ และภาคเทคโนโลยี ที่มองว่า EV คืออนาคต และโครงสร้างพื้นฐานคือเงื่อนไขสำคัญ

    อีกฝ่ายคือทรัมป์และพันธมิตรอุตสาหกรรมน้ำมัน-ก๊าซ ที่มอง EV เป็นภัยต่อแรงงานกว่า 10 ล้านตำแหน่ง และฐานเสียงรัฐพลังงานดั้งเดิม
    การระงับ NEVI จึงไม่ใช่มาตรการประหยัดงบ แต่เป็น ยุทธศาสตร์ชะลอการเปลี่ยนผ่านพลังงาน อย่างเป็นระบบ
    — ถ้าสถานีชาร์จไม่เกิด การใช้ EV ก็ไม่โต และน้ำมันยังครองถนนอเมริกาได้ต่อไป
    ศาลตอกย้ำ “เส้นแดง” อำนาจบริหาร
    คำพิพากษาครั้งนี้มีนัยสำคัญยิ่ง เพราะศาลย้ำหลักการว่า
    ฝ่ายบริหารไม่มีสิทธิ “อายัดงบ” ที่สภาคองเกรสอนุมัติแล้ว เพียงเพราะไม่ตรงกับนโยบายรัฐบาลใหม่
    นี่จึงเป็น ความพ่ายแพ้เชิงหลักการ ของทรัมป์ มากกว่าความพ่ายแพ้เชิงนโยบาย และเป็นสัญญาณเตือนไปยังทุกหน่วยงานว่า การเมืองไม่อาจล้มกฎหมายด้วยลายเซ็นเดียว
    สงครามยังไม่จบ — แค่เปลี่ยนสนาม
    แม้รัฐต่าง ๆ จะเดินหน้าสร้างสถานีชาร์จ EV ต่อได้ทันที แต่เกมยังไม่ปิด
    ทำเนียบขาวมีแนวโน้มอุทธรณ์ และหากคดีไต่ไปถึงศาลสูงสุด สหรัฐฯ อาจได้เห็น การชี้ขาดอนาคตพลังงาน ในระดับประวัติศาสตร์ โดยมีผู้พิพากษาเสียงอนุรักษนิยมเป็นตัวแปรสำคัญ
    บทสรุป
    ศึก NEVI คือภาพย่อของอเมริกายุคแตกขั้ว:
    ฝ่ายหนึ่งเร่งเปลี่ยนผ่านสู่ EV เพื่อแข่งขันโลกอนาคต
    อีกฝ่ายยื้อเวลา ปกป้องน้ำมัน ฐานเสียง และงานเดิม
    คำพิพากษานี้ทำให้ EV ชนะ “ยกแรก” ในสนามกฎหมาย แต่สงครามพลังงานระหว่าง EV vs Trump ยังอีกยาว — และยังไม่รู้ว่าใครจะชนะในยกสุดท้าย

    26 มกราคม 2569 : คัดข่าว/หาดใหญ่

    ที่มา : Reuters, The New York Times , Bloomberg Law, Politico, U.S. District Court D.D.C., White House briefings , API , EVAdoption

    Cr. คัดข่าว

    https://www.facebook.com/share/p/1BH6xfuQFs/
     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,216
    ค่าพลัง:
    +97,153
    รายงานการค้างค่าแรงในจีน 

    19–20 มกราคม | เมืองฉงชิ่ง – บริษัทว่านไท่
    คนงานรวมตัวขวางประตูบริษัท ทวงค่าแรงติดต่อกันสองวัน
    ผู้บริหารแจ้งว่าจะตรวจสอบข้อเรียกร้องอีกครั้ง
    ภายหลังการตรวจสอบ บริษัทว่านไท่ยอมรับว่ามีคนงานบางส่วนถูกค้างค่าแรง
    เจ้าหน้าที่ระบุว่า ได้กำชับให้บริษัทส่งผลการตรวจสอบให้ทางการ
    มีการตรวจสอบคนงานแล้วราวสิบกว่าราย และเรียกเข้าชี้แจงในพื้นที่

    21 มกราคม | เมืองฉงชิ่ง – บริษัทว่านไท่
    การทวงค่าแรงของคนงานยังคงดำเนินต่อไป

    23 มกราคม | เมืองฉงชิ่ง – บริษัทว่านไท่
    เพื่อป้องกันไม่ให้คนงานเข้าไปเรียกร้องสิทธิ
    ตำรวจระดมกำลังจำนวนมาก และติดตั้งรั้วลวดหนามแบบมีเดือยบริเวณประตูทางเข้า



    เหตุการณ์อื่น (แยกตามวัน)

    20 มกราคม

    มณฑลกวางตุ้ง เมืองจงซาน เขตเสี่ยวหลาน
    บริษัท ไมเบส อินเทลลิเจนท์ เทคโนโลยี ค้างจ่ายค่าแรง
    คนงานนำรถยนต์มาขวางประตูทางเข้าเพื่อทวงค่าแรง

    มณฑลกวางตุ้ง เมืองชิงหยวน
    บริษัท หงอวี่ คอนสตรัคชัน (กวางตุ้ง) จำกัด
    คนงานระบุว่า ผู้พัฒนาโครงการหนีไปแล้ว บริษัทปฏิเสธความรับผิด
    คนงานหลายร้อยคนทำงานมาหลายเดือนแต่ไม่ได้รับค่าจ้าง

    มณฑลกวางตุ้ง เมืองจูไห่
    คนงาน ก.ด.ต. ประท้วงเพื่อทวงค่าแรง

    มณฑลฝูเจี้ยน เมืองฉวนโจว เขตเฟิงเจ๋อ
    โรงแรม ลี่เปียวคู 6 (สาขาสถานีฉวนโจว) ค้างจ่ายค่าแรง
    คนงานไปยื่นเรื่องต่อคณะอนุญาโตตุลาการแรงงาน
    เรียกร้องให้รัฐบาลเข้ามาแทรกแซงช่วยทวงค่าแรง

    มณฑลไห่หนาน เมืองไหโข่ว
    คนงาน ก.ด.ต. ประท้วงเพื่อทวงค่าแรง



    21 มกราคม

    มณฑลกวางตุ้ง เมืองเซินเจิ้น
    บริษัท ไส้อเหยียน ไมเค่อ (石岩麦克)
    คนงานระบุว่า บริษัทเตรียมย้ายฐานไปเมืองเจียงเหมิน
    และปฏิเสธจ่ายเงินชดเชยตามกฎหมาย
    พนักงานรวมตัวเรียกร้องสิทธิ

    มณฑลฝูเจี้ยน เมืองเซี่ยเหมิน
    บริษัท ไชน่า คอนสตรัคชัน โฟร์ธ บิวโร (CSCEC Fourth Bureau)
    ค้างจ่ายค่าแรง คนงานขวางประตูทวงค่าแรง

    มณฑลหูหนาน เมืองหย่งโจว
    คนงานขวางประตูสถานประกอบการเพื่อทวงค่าแรง

    มณฑลกว่างซี เมืองไหลปิน เขตซิงปิน
    ถนนเซียงเหอ เลขที่ 1026 อาคารลงทุนและพัฒนา
    บริษัท ไชน่า คอมมิวนิเคชันส์
    และบริษัทบริการไชน่า คอมมิวนิเคชันส์ สาขาไหลปิน ค้างจ่ายค่าแรง
    คนงานเข้าไปทวงค่าแรงภายในสำนักงาน



    22 มกราคม

    มณฑลเจียงซี เมืองอวี๋ตู อำเภออวี๋ตู
    รัฐบาลพรรค–อำเภออวี๋ตูค้างจ่ายค่าแรง
    คนงานไปชุมนุมหน้าที่ว่าการอำเภอเพื่อทวงค่าแรง

    มณฑลกวางตุ้ง เมืองเซินเจิ้น เขตเป่าอัน
    บริษัท เจียงซี เซินเถิง เจี้ยนกง จำกัด ค้างจ่ายค่าแรง
    คนงานรวมตัวทวงค่าแรง

    มณฑลกานซู่ เมืองหลงหนาน
    โครงการอุตสาหกรรมเศรษฐกิจหมุนเวียน
    บริษัท ฉีเหลียนซาน ซีเมนต์ จำกัด
    ผู้รับเหมา: บริษัท ซูโจว จงไฉ เจี้ยนเซ่อ จำกัด ค้างจ่ายค่าแรง
    ญาติคนงานพาเด็กมาด้วย ปิดทางเข้าเพื่อทวงค่าแรง

    มณฑลฝูเจี้ยน เมืองจางโจว เขตฉางไท่
    บริเวณถนนอันหัวตัดถนนทิวทัศน์
    ห่างไปทางตะวันตกเฉียงใต้ราว 460 เมตร โครงการ “สุ่ยจื้อกู่ (岁智谷)”
    บริษัท ฉางไท่ เหม่ยจื้อต๋า อินเทลลิเจนท์ เทคโนโลยี ค้างจ่ายค่าแรง
    คนงานระบุว่าทำงานเสร็จมาหลายเดือนแล้วยังไม่ได้รับค่าจ้าง

    คลิปในคอมเม้นต์

    https://www.facebook.com/share/1GFLbwp3cL/
     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,216
    ค่าพลัง:
    +97,153
    จีนกดดันหนัก กัมพูชาเปิดปฏิบัติการทุบแก๊งสแกมเมอร์ จริงหรือแค่สร้างภาพ เอาหน้า? เขย่าแหล่งหลอกลวงทั่วประเทศ

    ไทยทริบูน วิเคราะห์ 26 มกราคม 2569

    การปราบปรามขบวนการ #สแกมเมอร์ข้ามชาติ ในกัมพูชา ที่เกิดขึ้นล่าสด ถึงเดือนมกราคม 2569 ยังถูกจับตาอย่างใกล้ชิดจากนานาชาติ ล่าสุด เครือข่ายนักข่าวอิสระ #Mekong_Independent ได้เปิดข้อมูลล่าสุด ชี้ชัดว่า นี่คือ “การสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่กัมพูชาเคยเผชิญ” ต่อ #อุตสาหกรรมหลอกลวงออนไลน์ ที่ฝังรากลึกมานานนับสิบปี
    .
    ศูนย์กลางชัด ไม่ต้องเดา: สีหนุวิลล์–สวายเรียง
    จากการรวบรวมข้อมูลพื้นที่ที่ถูกบุกค้น ตรวจยึด หรืออพยพออกในรอบนี้ พบว่า

    #จังหวัดพระสีหนุ (Preah Sihanouk) ถูกดำเนินการแล้วอย่างน้อย 21 แห่ง

    #จังหวัดสวายเรียง (Svay Rieng) อีก 11 แห่ง

    สองพื้นที่นี้รวมกัน มากกว่า 75% ของจุดปฏิบัติการทั้งหมด ที่อยู่ใน "ลิสต์การกวาดล้าง" รอบนี้ และไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
    .
    Mekong Independent ระบุว่า สีหนุวิลล์ยังคงเป็น #เมืองหลวงของสแกมเมอร์ และเป็นฐานใหญ่ของเครือข่าย จินเป่ย (Jin Bei) ที่เชื่อมโยงกับ #เฉิน จื้อ (Chen Zhi) นายทุนจีนสีเทาผู้ทรงอิทธิพล ซึ่งถูกกล่าวหามายาวนานว่าเป็นแกนหลักของอุตสาหกรรมหลอกลวงในกัมพูชา
    .
    #จินเป่ย เป็นหนึ่งในเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ของกลุ่มทุนจีนสีเทา ที่ฝังตัวอยู่ในกัมพูชา ในเมืองท่องเที่ยวและเขตเศรษฐกิจพิเศษ โดยรูปแบบสร้าง “คอมพาวด์ปิด” เพื่อทำธุรกิจผิดกฎหมายหลายรูปแบบ ภายใต้ฉากหน้า #ลงทุนอสังหาริมทรัพย์ และ #เอ็นเตอร์เทนเมนต์
    .
    วันนี้ในพื้นที่: ปิดจริง แต่ไม่หมด ข้อมูลล่าสุดในวันนี้ระบุว่า ...มี หลายคอมพาวด์ ยอมเปิดประตู ให้ตรวจค้นและเคลื่อนย้ายคนออก
    .
    แต่ อีกจำนวนไม่น้อย “ปิดเงียบ ไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้า” หรืออ้างเหตุด้านเอกสาร ความปลอดภัย และอำนาจศาล
    .
    บางแห่ง ยังคงมีสัญญาณไฟ ระบบรักษาความปลอดภัย และการเคลื่อนไหวภายใน แม้จะอ้างว่าหยุดกิจการแล้ว
    .
    แหล่งข่าวภาคสนามชี้ว่า การปราบปรามครั้งนี้ "ยังไม่สามารถแตะต้องทุกเครือข่าย" และมีหลักฐานว่า บางคอมพาวด์ได้รับการคุ้มครอง หรืออย่างน้อยก็ได้รับ “การผ่อนปรนเป็นพิเศษ”
    .
    ย้ายฐานหนี? สัญญาณอันตรายรอบใหม่
    ขณะเดียวกัน เริ่มพบ สัญญาณการตั้งฐานใหม่ ในพื้นที่นอกสายตาสื่อ โดยเฉพาะจังหวัดชายแดน และเมืองรองที่การตรวจสอบยังอ่อนแอ นั่นหมายความว่า

    อุตสาหกรรมสแกมเมอร์อาจไม่ได้ถูกทำลาย แต่กำลัง “แปรรูป” และ “เคลื่อนที่” เพื่อเอาตัวรอด
    .
    สิ่งที่เปลี่ยนไปจริง: รัฐยอมรับว่ามีปัญหา
    ความเปลี่ยนแปลงสำคัญที่สุดของรอบนี้ ไม่ใช่จำนวนการบุกค้น แต่คือ #ท่าทีของรัฐกัมพูชา

    ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้นำระดับชาติ และหน่วยงานความมั่นคง เริ่มยอมรับตรงกันว่า ปัญหาสแกมเมอร์มีอยู่จริง ซึ่งสวนทางกับอดีตที่ #ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา หรือขยับตัวเฉพาะ #คดีที่ถูกสื่อโลกตีแผ่หนัก เช่น การลักพาตัวหรือค้ามนุษย์
    .
    การ “ยอมรับปัญหา” ครั้งนี้ คือแรงกดดันจากนานาชาติที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้รัฐบาลกัมพูชา ไม่สามารถนิ่งเฉยเหมือนที่ผ่านมา
    .
    คำถามใหญ่: จริงใจ หรือแค่ล้างภาพลักษณ์?
    แม้การปราบปรามรอบนี้จะดูใหญ่โต แต่คำถามยังค้างคา "นี่คือ การทลายโครงสร้างจริง"
    หรือเป็นเพียง ปฏิบัติการเชิงสัญลักษณ์ เพื่อฟื้นภาพลักษณ์ประเทศ?
    .
    นักวิเคราะห์จำนวนมากมองว่า เร็วเกินไปจะตัดสิน แต่ก็ยอมรับว่า หากรัฐบาลเขมร เดินหน้าต่อเนื่อง ไม่หยุดแค่เดือนมกราคม และ กล้าชนกับนายทุนตัวจริง ชนชั้นนำเขมร นี่อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่สุดของกัมพูชาในรอบทศวรรษ
    .
    เหยื่อไม่ใช่แค่คนในคอมพาวด์ สิ่งที่ถูกละเลยมาตลอดคือ ความจริงที่ว่า #สแกมเมอร์ไม่ได้ทำลายชีวิต เฉพาะคนที่ถูกกักขังและบังคับทำงาน แต่ยังทำลายเ #หยื่ออีกนับล้านคนทั่วโลก ที่สูญเงิน ความหวัง และชีวิตทั้งชีวิตให้กับขบวนการนี้
    .
    หากการกวาดล้างครั้งนี้ จบแค่ภาพข่าว กัมพูชาจะไม่เพียงเสียโอกาสฟื้นฟูชื่อเสียง แต่จะตอกย้ำภาพ “รัฐที่ปล่อยอาชญากรรมข้ามชาติเติบโต” ให้ฝังแน่นยิ่งกว่าเดิม!
    .
    .
    #ชายแดนไทยเขมร
    #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด
    #กัมพูชาไว้ใจไม่ได้
    #เขมรเป็นภัยคุกคามมั่นคง
    #TeamThailand
    #TruthFromThailand
    #PeaceBeginsWithTruth
    #HunSenWarCriminal
    .
    .
    #Thaitribune
    https://www.facebook.com/share/1G2tAQebzC/
     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,216
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ท่ามกลางภาวะที่เศรษฐกิจไทยชะลอตัวต่อเนื่อง ทริส เรทติ้ง (TRIS Rating) เผยอัตราการผิดนัดชำระหนี้ ซึ่งรวมการเลื่อนชำระหนี้ประจำปี 2568 เพิ่มขึ้นถึงระดับ 5.8% ซึ่งถือว่าเป็นระดับสูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2543 ซึ่งจำนวนรวมของผู้ผิดนัดและผู้เลื่อนชำระหนี้สูงกว่าระดับที่เคยเกิดขึ้นในช่วงวิกฤตการณ์การเงินในเอเชียในปี 2540 โดยการผิดนัดและการเลื่อนชำระหนี้ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มธุรกิจผลิตไฟฟ้า ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัย และธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง
    .
    โดยในปี 2568 มีผู้ออกตราสาร 6 รายที่ผิดนัดชำระหนี้ (Default) และ 6 รายที่เลื่อนชำระหนี้ (Deferral) นอกจากนี้ ยังมีผู้ออกหุ้นกู้อีก 31 รายถูกปรับลดอันดับเครดิต (รวมการผิดนัดชำระหนี้ 6 รายและการเลื่อนชำระหนี้ 6 ราย) จากจำนวนผู้ออกตราสารที่ได้รับการจัดอันดับเครดิตจากทริสเรทติ้งจำนวน 222 ราย ณ ต้นปี 2568
    .
    ส่วนอัตราการผิดนัดชำระหนี้รายปีของบริษัทที่ได้รับการจัดอันดับเครดิตโดยทริสเรทติ้งในปี 2540 อยู่ในระดับสูงผิดปกติที่ 35% โดยในปีนั้นมีผู้ออกตราสารที่ผิดนัดชำระหนี้จำนวน 6 ราย และ 5 รายในจำนวนนั้นเป็นบริษัทด้านการเงิน ที่ต้องปิดกิจการตามคำสั่งของธนาคารแห่งประเทศไทย
    .
    อย่างไรก็ดี TRIS Rating ระบุว่า อันดับเครดิตส่วนใหญ่ยังคงอยู่ที่ระดับ A และ BBB โดย ณ สิ้นปี 2568 บริษัทที่ได้รับการจัดอันดับเครดิตจากทริสเรทติ้งอยู่ในกลุ่ม A และ BBB ยังคงมีสัดส่วนมากที่สุดใน โดยคิดเป็นสัดส่วน 35.10% และ 32.69% ของอันดับเครดิตที่ประกาศต่อสาธารณะ (ไม่นับรวมผู้ออกตราสารที่ยกเลิกอันดับเครดิต ผิดนัดชำระหนี้และเลื่อนชำระหนี้) ตามลำดับ
    .
    อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่ลิงก์ในคอมเมนต์
    .
    #TheStandardWealth

    Cr.
    THE STANDARD WEALTH

    ttps://www.facebook.com/photo/?fbid=1737654317515243&set=a.947319763215373

     
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,216
    ค่าพลัง:
    +97,153
    แปลงข้อมูลรบเดือดที่บ้านหนองจานของช่องครูหนุ่มศนิโรจน์ให้เป็นแผนภาพเหตุการณ์ให้คนเข้าใจถึงสถานการณ์การรบที่บ้านหนองจานได้ง่ายขึ้น รวมถึงวีรกรรมของ ท่าน จ.ส.อ.พรศักดิ์ เอี่ยมสะอาด

    [​IMG]

    อ้างอิงจากช่องครูหนุ่มศนิโรจน์ที่ไปสัมภาษณ์ทหารไทยที่รบที่บ้านหนองจานบวกกับข้อมูลที่ผมมีหรือที่ผมเคยเห็นในช่วงยุทธการศตววรธน์
    นำมาทำเป็นภาพประกอบเพื่อเสริมความเข้าใจให้กับคนไทยที่ได้ดูรายการของครูหนุ่มศนิโรจน์ซึ่งผมจะแปะลิงค์ไว้ในช่องแสดงความคิดเห็น
    ย้ำนะครับ ผมไม่เคยไปบ้านหนองจาน ไม่เคยคุยกับทหารท่านใดที่อยู่บ้านหนองจาน ภาพในอดีตเทียบกับภาพปัจจุบันของช่องครูหนุ่มแทบไม่เห็นอาคารที่เคยอยู่เลย กำลังจะบอกว่าหากผิดพลาดประการใดต้องขออภัยมา ณ โอกาสนี้
    แต่ผมเชื่อว่าผมไม่พลาดนะ555 ถ้าพลาดให้ทหารที่บ้านหนองจานเตะตูดผมทีหนึ่งครับ
    บ้านหนองจานเป็นพื้นที่สำคัญที่ฝ่ายเราต้องการยึดคืนและฝ่ายกัมพูชาก็ต้องรู้ว่าไทยต้องการเอาคืน จึงวางแผนตั้งรับอย่างดี
    แผนการจัดกระบวนรุกเข้าบ้านหนองจานของยานเกราะนั้นค่อนข้างยากลำบาก เพราะบ้านหนองจานมีทางเข้าที่เชื่อมกับฝั่งไทยเพียงเส้นทางเดียว คือบริเวณช่วงบ้านกำนันลีที่ทหารไทยยึดคืนได้ในสงคราม 5 วัน
    ทำไมจึงมีเส้นทางเดียว? ขอขยายความตรงนี้ก่อน เนื่องจากมันมีคลองน้ำขวางตลอดแนวหมู่บ้าน
    ซึ่งอันที่จริงมันคือคูดักรถถังที่ทหารไทยเคยขุดไว้ตั้งแต่ในสมัยที่เขมรแดงรบกับเวียดนามแล้ว
    ในช่วงนั้นเวียดนามได้รับชัยชนะเหนือสหรัฐและสามารถรวมชาติได้ ตอนนั้นเวียดนามมีกำลังรถถังจำนวนมากกว่าฝ่ายไทย เขมรแดงดันไปกวนตีนเวียดนาม เวียดนามจึงยกทัพมาปราบเขมรแดง เอาแล้วลูกกระโปกฮุนเซนขึ้นรั้งตำแหน่งผู้นำหุ่นเชิด
    ตอนนั้นไทยถือว่าเวียดนามเป็นภัยคุกคาม เมื่อทหารเวียดนามมีจำนวนหลายแสนคนบวกกับรถถังยานเกราะจำนวนมากซึ่งมากกว่าไทย หากรบกันในที่ราบแถบสระแก้วฝ่ายไทยจะเสียเปรียบมาก
    ไทยจึงใช้ยุทธวิธีขุดคูดักรถถังเป็นแนวยาวและให้มีความชันมากๆ หากรถถังเวียดนามคิดจะบุกข้ามมา รถถังจะตกลงไปคูไม่สามารถกลับรถหรือกู้ขึ้นมาได้
    โดยบางพื้นที่ทหารไทยจะเหลือไว้ไม่ขุดครับ ตรงบริเวณที่เป็นชัยภูมิที่ไทยได้เปรียบ ไทยจะวางกำลังทั้งรถถังและทหารราบที่มีอาวุธต่อสู้รถถัง ทำเป็นจุด Strong point หรือที่มั่นตั้งรับแข็งแนง
    พูดง่ายๆหากเกิดเวียดนามบุกไทยคูดักรรถังจะบีบให้เวียดนามใช้เส้นทางไปยังจุดที่ทหารไทยได้เปรียบและรอรับมืออยู่ แต่ถ้าไม่มีคูดักรถถัง รถถังเวียดนามสามารถวิ่งเข้ามาจุดใดก็ได้ และไทยจะเสียเปรียบมากเพราะมีกำลังน้อยกว่า
    แนวคูดักรถถังไม่ใช่เส้นเขตแดนนะครับ เป็นการขุดตามภูมิประเทศ เพราะฉนั้นบางครั้งเราอาจจะขุดในดินแดนเราเอง เช่นบ้านหนองจาน เราขุดในดินแดนเราเอง โดยให้ตัวบ้านหนองจานซึ่งเป็นค่ายผู้อพบพจะอยู่นอกแนวคูดักรถถังของไทย (ถ้าใครติดตามข่าวในอดีตจะได้ยินว่าทหารเวียดนามเข้าตีค่ายผู้อพยพบ้านหนองจานหลายครั้ง ที่เข้าตีได้ก็เพราะอยู่นอกแนวคูดักรถถังของไทย และที่เราไม่ไปขุดคูฝั่งนู้นก็น่าจะกลัวผู้อพยพแอบลักลอบเข้ามาในประเทศไทยชั้นในได้ง่ายจึงไปขุดดักไว้แบบนั้น)
    ไปซะไกลเลยขอกลับมาเรื่องการเข้าตีบ้านหนองจาน คูดักรถถังในอดีตกลายเป็นคูน้ำที่ในแผนที่ GGM จะเขียนว่า ลึก หรือ Luek (ลองไปหาดูนะครับ) หรืออาจจะไม่ได้เขียนระบุไว้ก็มี คลองพวกนี้จำกัดเส้นทางในการเข้าสู่บ้านหนองจานของฝ่ายไทย

    [​IMG]

    ภาพที่2
    แผนของฝ่ายไทยคือ เมื่อออกจากบริเวณบ้านกำนันลี ยานเกราะรถถังจะวิ่งไปตามถนน ตรงหัวมุมจะมีบังเกอร์ทหารเขมรหมายเลขที่ 1 อาจจะเอาไว้ซ่อนเฝ้าตรวจการหรือเตรียมโจมตีทหารไทย และโกดังเก็บของบริษัทจีนซึ่งน่าจะถูกเปลี่ยนเป็นคลังเก็บ สป. หรือฐานที่มั่นของเขมรในภายหลัง
    ทางจะบังคับให้โค้งซ้าย เมื่อพ้นโค้งไป ยานเกราะต้องเลี้ยวขวาตรงสามแยก(แนวยางรถเก่า) เพื่อกระจายกำลังไปตามถนนในภาพที่ 2 ทำเป็นแนวหน้ากระดานเพื่อให้ได้อำนาจการยิงสูงสุดของยานเกราะแล้วค่อยดำเนินกลยุทธกวาดล้างพื้นที่หมู่บ้านเขมรไปจนถึงถนน K.5 ต่อไป
    ในคลิประบุว่าทหารไทยใช้เวลา 3-4 วันในการสู้รบกับทหารเขมรที่บริเวณบังเกอร์หมายเลข 1 กับ คลัง สป.ของเขมร บริเวณหัวโค้ง
    บางคนคงมีคำถามว่า ทำไมพอหลุดโค้งไปแล้วถนนก็มุ่งตรงไปุนน K5 ได้เลย แล้วทำไมรถถังยานเกราะถึงไม่วิ่งตรงขึ้นถนนไปเลย
    ก็เพราะว่าเมื่อผ่านโค้งไป แล้ว(ถ้าไม่เลียวขวาตั้งแถวหน้ากระดาน)ก็มีเพียงเส้นทางเดียวที่ยานเกราะสามารถใช้ได้
    หากทหารไทยจะใช้ยานเกราะรถถังวิ่งเข้าไปตรงๆแล้วขึ้นไปบนถนน K.5 (K.5เป็นถนนลาดยางมะตอยสายหลักของหมู่บ้าน) การทำเช่นนี้เสียเปรียบและทหารม้ายานเกราะจะไม่ทำกัน
    เพราะการเคลื่อนขบวนเป็นแถวเดี่ยวต่อกันไป ต่อให้มียานเกราะมากมาย แต่อำนาจการยิงก็จะยิงได้แค่สองสามคันที่อยู่หัวแถวสุด
    ซ้ำร้ายถ้าคันแรกถูกยิงเสียหาย คันที่ตามมาก็ไม่สามารถเคลื่อนที่ไปข้างหน้าต่อได้เพราะติดรถที่พังเสียหาย และตกเป็นเป้านิ่งของปืนใหญ่และจรวด
    การเคลื่อนขบวนเลี้ยวขวาเพื่อตั้งแถวหน้ากระดาน จะเป็นการเพิ่มอำนาจการยิงซึ่งเป็นยุทธวิธีที่ทหารไทยใช้
    จะมีภาพตรงสามแยกที่จะต้องเลี้ยวขวาในคลิป จะเห็นว่ามีรถถังคอยยิงคุ้มกันให้ยานเกราะเคลื่อนที่ผ่านไป
    หลังจากเลี้ยวขวาไป เส้นทางจะเป็นทางดินที่แคบและสองข้างทางมีคูน้ำข้างถนน ทำให้ยานเกราะเคลื่อนที่ได้ไม่สะดวก (ซึ่งเข้าใจว่าอาจจะเป็นคูระบายน้ำเดิมๆหรืออาจจะเป็นคูที่ทหารเขมรมาขุดเพิ่มก็เป็นไปได้ ทำให้ยานเกราะเคลื่อนที่ได้ลำบาก)

    [​IMG]

    ภาพที่ 3 มีจังหวะที่ยานเกราะ BTR-3e1 คันหนึ่งหักเลี้ยวแล้วถอยหลัง ล้อหลังตกลงไปในคลองระบายน้ำ ส่วนหัวรถเชิดขึ้น พลประจำรถพยายามที่จะแก้ไขแต่ก็ไม่สามารถนำรถที่ติดออกจากคลองน้ำได้
    การเข้าตีในครั้งนี้ไม่สำเร็จต้องปรับแผนใหม่ กำลังยานเกราะจึงต้องถอยกลับ รวมถึงกำลังพลประจำรถที่ตกข้างทางก็ต้องเดินเท้ากลับพื้นที่ปลอดภัยเพื่อวางแผนใหม่
    จึงเป็นที่มาของภาพทหารเขมรเข้ามาตรวจดูรถยานเกราะและถ่ายภาพลงโซเชียล

    [​IMG]

    ภาพที่ 4
    โดยในการรรุกครั้งถัดมานอกจากจะยึดเอาพื้นที่แล้ว ก็มีแผนที่จะกู้รถยานเกราะ BTR คันนี้เช่นกัน (ในคลิปของครูหนุ่มระบุว่า ที่บ้านหนองจานทหารไทยมีความพยายามในการรุกถึง 6 ครั้ง จึงยึดหมู่บ้านหนองจานได้สำเร็จ)
    มีการกู้ยานเกราะโดยใช้ยานเกราะอีกคันคุ้มกัน พร้อมกับนำรถ Backhoe ของทหารช่างมา
    กู้ยานเกราะที่ตกข้างทางได้สำเร็จ ทหารเราได้ตรวจสอบเบื้องต้นแล้วว่าไม่น่าจะมีระเบิดอะไรดักอยู่
    จ่าใหญ่จึงขับรถวิ่งกลับมายังเส้นทางเดินเพื่อกลับไปยังพื้นที่ปลอดภัย (บ้านกำนันลี)
    จากการตรวจการของฝ่ายเขมรที่มีทั้งกล้องวงจรปิดและบังเกอร์บนถนน K.5 เมื่อยานเกราะถึงสามแยก


    [​IMG]

    [​IMG]
    ภาพที่ 5 ภาพที่ 6
    ทหารเขมรที่อยู่ที่บังเกอร์บนถนน K.5 จึงยิงจรวด RPG ใส่ยานเกราะBTR เป็นเหตุให้ยานเกราะได้รับความเสียหายและเสียหลักไปจอดบริเวณต้นยูคาลิปตัสหน้าบ้านของพลเรือนเขมร
    พร้อมกันนั้นในคลิปยังระบุว่าเขมรได้จุดชนวนระเบิด IED ที่แอบวางพยานยานเกาะ ระเบิดซ้ำ

    [​IMG]
    ภาพที่ 7
    จนเป็นเหตุให้ทหารที่เข้าไปเก็บกู้ยานเกราะได้รับบาดเจ็บ 6 นาย โดยเฉพาะตัวจ่าใหญ่เอง ได้รับบาดเจ็บสาหัส ต้องกระเสือกกระสนออกจากรถแล้วไปหลบข้างถนนฝั่งตรงข้าม และเสียชีวิตในที่สุด
    ยานเกราะ BTR จอดอยู่ตรงนั้นหลายวัน โดยในช่วงท้ายๆของการรบมีการเผยแพร่ คลิปจํานวนมาก ที่แสดงให้เห็นภาพของยานเกราะคันนี้ ซึ่งจอดอยู่ข้างถนน ตรงบริเวณต้นยูคาลิปตัส
    โดยสภาพภายในมีร่องรอยไฟไหม้และความเสียหาย
    สามแยกที่รถยานเกราะของจ่าใหญ่ถูกยิงก่อนที่จะถูกกดระเบิดแสวงเครื่องซ้ำ ก็ใกล้กับบริเวณที่จ่าใหญ่นำร่างของตัวเองออกมาก่อนสิ้นลม ปัจจุบันมีการตั้งชื่อสามแยกตามนามสกุลของท่านคือ เอี่ยมสอาด
    ปัจจุบันฝ่ายไทยทำถนนเชื่อมต่อจากถนนศรีเพ็ญเข้ามาในพื้นที่บ้านหนองจานเพิ่มใหม่เอี่ยมอีกสองเส้นทางไม่ใช่เรื่องปิดอะไร เพราะมีคนโพสต์มาเยอะแยะแล้ว
    (ถนนที่มูลนิธิกันจอมพลังและ FCช่วยสร้างครับ ผมเห็นจากภาพถ่ายดาวเทียมชัดเจนครับ)
    ก็หวังว่าทุกท่านจะไม่ลืม การเสียสละของ จ.ส.อ.พรศักดิ์ เอี่ยมสะอาดหรือ พลตรี พรศักดิ์ เอี่ยมสะอาด และทหารทุกนายที่เข้ายึดพื้นที่บ้านหนองจานคืนจากเขมรในครั้งนี้ครับ
    ผมไม่มีปัญญาไปช่วยอะไรกองทัพได้มากแบบคุณกันหรือคนอื่นๆที่อยู่ในพื้นที่ครับ แค่อยากจะตอบแทนทหารไทยที่เสียสละ ผมทำได้เพียงเอาความข้อมูลข้อเท็จจริงมาบอกเล่าให้คนไทยได้ตระหนักรู้ถึงความเสียสละของทหารของเรา
    ผมขออุทิศความพยายามในการค้นหาข้อมูลและทำภาพประกอบเพื่อให้คนไทยเข้าใจการเสียสละครั้งนี้ เพื่อเป็นกุศลแก ท่าน พรศักดิ์ เอี่ยมสะอาด ม ณ โอกาสนี้ครับ
    รักและเป็นกำลังใจให้ทหารไทยเสมอครับ always stand with you.
    Cr.
    Thai Burma railway ทางรถไฟสายมรณะ

    https://www.facebook.com/share/p/1D1XvKmw9X/
     
  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,216
    ค่าพลัง:
    +97,153
  18. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,216
    ค่าพลัง:
    +97,153
    “หนังสือผ่านด่าน” “ใบอนุญาตเดินทางของทางการ”
    สามสิบปีก่อน หากไม่มีหนังสือแนะนำตัว ก็แทบไปไหนไม่ได้เลย
    FB_IMG_1769412583818.jpg
    คนจีนสามารถเดินทางและย้ายถิ่นภายในประเทศได้อย่างเสรีจริง ๆ
    เพิ่งเกิดขึ้นราวปี 2003
    เหตุการณ์ที่ผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนี้ คือกรณีของ ซุน จื้อกัง นักศึกษามหาวิทยาลัยคนหนึ่งในเมืองกวางโจว

    ประวัติของ ซุน จื้อกัง (Sun Zhigang)

    ซุน จื้อกัง เป็น ชาวจีนจากมณฑลหูเป่ย เกิดปี 1976 และ สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอู่ฮั่น หลังเรียนจบเขเดินทางไปทำงานในภาคใต้ของจีน เนื่องจากเมืองใหญ่ในมณฑลกวางตุ้งต้องการแรงงานรับค่าจ้างไม่สูง โดยเริ่มทำงานเป็นนักออกแบบ/แรงงานในบริษัทเสื้อผ้าแห่งหนึ่งในเมืองกวางโจว 

    เมื่อ 17 มีนาคม 2003 ขณะที่เขออกไปใช้บริการอินเทอร์เน็ต คาเฟ่ระหว่างเลิกงาน เขาถูกตำรวจตรวจสอบตัวและ ถูกควบคุมตัวเพราะไม่มีบัตรประจำตัวประชาชนและใบอนุญาตพักอาศัยชั่วคราวในเมือง ซึ่งเป็นข้อกำหนดตามระบบควบคุมแรงงานย้ายถิ่น (Custody & Repatriation) ที่บังคับใช้กับแรงงานจากต่างพื้นที่ในจีน 

    ซุนถูกควบคุมตัวไว้ในศูนย์ควบคุมและส่งกลับ (คล้ายค่ายกักกันสำหรับคนไม่มีเอกสารที่ถูกต้อง) และ เสียชีวิตในสถานที่คุมขังในวันที่ 20 มีนาคม 2003 จากการได้รับการตรวจชันสูตรพบ ร่องรอยการถูกทุบตีรุนแรง ก่อนหน้านั้นหลายวัน ขณะที่เจ้าหน้าที่ชี้แจงอย่างเป็นทางการว่าเสียชีวิตด้วยอาการหัวใจวายหรือเส้นเลือดในสมองตีบ 

    การเสียชีวิตของเขากลายเป็น เหตุเผยแพร่ข่าวใหญ่ในจีน จากรายงานของสื่อท้องถิ่นและแรงกดดันของสาธารณชน ในเวลานั้น ซึ่งกดดันให้รัฐบาลกลางจีนประกาศ ยกเลิกระบบควบคุมและส่งกลับ (Custody & Repatriation) ที่มีการใช้กักตัวผู้ลี้ภัยหรือแรงงานไม่มีเอกสารภายในประเทศในปี 2003 

    คดีนี้ถูกมองว่าเป็น หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญของสิทธิแรงงานและระบบทะเบียนบ้าน (hukou) ในจีน เพราะมันจุดกระแสวิพากษ์วิจารณ์การใช้ระบบควบคุมคนย้ายถิ่นและการละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของแรงงาน 

    (หมายเหตุ:สมัยก่อนราวทศวรรษ 1990 คนจีนยังเดินทางภายในประเทศได้ไม่เสรี ต้องมีหนังสือแนะนำตัว ใบอนุญาตพำนัก และเอกสารจากหน่วยงานรัฐ หากไม่มีอาจถูกจับกุม ควบคุมตัว หรือส่งกลับภูมิลำเนา ระบบนี้ผูกกับทะเบียนบ้านและแรงงานย้ายถิ่นอย่างเข้มงวด)

    https://www.facebook.com/share/1Cqwq9UkAg/
     
  19. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,216
    ค่าพลัง:
    +97,153
    “เมื่อก่อนต่อคิวแย่งซื้อบ้าน วันนี้ต้องร้องไห้ขายบ้าน”

    24 มกราคม มณฑลเหอหนาน เมืองจูหม่าเตี้ยน อำเภอซินไฉ เจ้าของร้านค้ารายหนึ่งโพสต์วิดีโอเล่าว่า ในตอนนั้นเพื่อจะได้ซื้อร้านค้าห้องนี้ ไม่เพียงต้องไปต่อคิวแย่งสิทธิ์ ยังต้องอาศัยเส้นสายถึงจะซื้อได้ แต่ปัจจุบันโครงการกลับกลายเป็นตึกสร้างไม่เสร็จ ล่าช้า ไม่สามารถส่งมอบได้เสียที

    วิดีโอดังกล่าวสร้างความสะเทือนใจให้ผู้ชมจำนวนมาก ในช่องแสดงความคิดเห็นมีชาวเน็ตจำนวนไม่น้อยเขียนว่า
    “เมื่อก่อนร้านหนึ่งเลี้ยงคนได้สามชั่วอายุ คนตายไป ร้านยังอยู่
    แต่ตอนนี้ คนสามชั่วอายุต้องมาช่วยกันเลี้ยงร้านหนึ่ง
    คนตายแล้ว หนี้ยังอยู่”

    https://www.facebook.com/share/p/1CxRVKqzue/
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • Q.mp4
      ขนาดไฟล์:
      2.1 MB
      เปิดดู:
      25
  20. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,216
    ค่าพลัง:
    +97,153

แชร์หน้านี้

Loading...