[IMG] มีสิ่งหนึ่ง ที่ถูกทิ้ง ให้ผ่านเลย ดั่งเคย มิได้ตรึก นึกรักษา นั่นคือลม หายใจ ที่ผ่านมา ถูกปล่อยไป ดั่งไร้ค่า เวลาเพลิน อันชีวิต ลิขิตไว้ ให้สั้นนัก หากรู้จัก ว่าใกล้ตาย ไม่นานเนิ่น ลมหายใจ ที่ทิ้งไว้ อย่าได้เมิน เร่งสรรเสริญ มีปัญญา พาพ้นกัน เจ้าของบ้านอยู่พอดี รีบหลบดีก่าเรา แว้บ
สวัสดีเช้าวันหยุด ให้มีความสุขครับ....... ประชาสัมพันธ์ 16-18 ก.ค. นี้ ช่วง 10.00 น. และ 15.00 น. แต่ในวันที่ 16 วันกระทำพิธีเปิดงาน 16:30 - 18:30 น ณ บริเวณวัดประพุทธบาทราชวรมหาวิหาร อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี [IMG] พระมณฑปครอบรอยพระพุทธบาท [IMG] ดอกเข้าพรรษา [IMG] [IMG]
[IMG] "มา...เดินตามมาเร็วๆนะ ไปสมัครเป็นสมาชิกชมรมเพื่อนกัน" (((((เจ้าของบ้านอยู่ไหมครับ))))) ผมพาเพื่อนๆมารู้จัก
[IMG] เอาอันส่งท้ายของวันนี้ไปดูเล่นนะจึ๋ย ทางสองทาง ดีเหมือนกัน ฉันจะบอก ทางหนึ่งออก มาดูจิต ให้คิดเห็น ดูเรื่อยไป จนได้รู้ จนดูเป็น อีกทางเน้น เห็นก่อน จึงย้อนดู
[IMG] อือ เค วางใจได้ดีมากนะ ดีกว่าเราเยอะอ่ะ เมื่อเราดูเป็นนะ การอยู่ในโลกปัจจุบันจะไม่สามารถแยกไปจากโลกแห่งความตื่นเบิกบานเลย ไม่ว่าเวทนาจะมาอย่างไร ก็ยังไม่ใช่เราอยู่ดีเน้อะ ให้ตามดู ตามรู้ไป ไม่ได้เอาเวทนามาเปนเราเน้อะ ที่ว่ามา มันไปตัดปฏิจจะสมุปบาทที่เวทนาไม่สืบต่อตัญหาอุปปาทาน ย่อมไม่ก่อ ภพชาติได้เช่นเดียวกัน ไม่ต้องคอยจ้องไปตัดต้นตอที่อวิชชาต่อเป็นสังขารก็ได้ ตามถนัดเยย เอ้ก เอิ้ก
[IMG] ส่วนที่ว่าไม่เบิกบานช่วงนี้น่ะ มันเป็นนิวรณ์นะ คริ คริ เค้าเรียก ถีนะ ความหดหู่เซื่องซึม มานจะถูกได้อย่างไร อิอิ นักปฏิบัติเนี่ย มีจุดพลาดกันมาก ๆ ก็ตรงที่ ละตัวตนอันเก่า แต่กลับมาสร้างตัวตนอันใหม่ คือไปยึดอยู่กับการเป็นนักปฏิบัติธรรม อันนี้มันเลยไม่เจอทางเบา ทางเบามันอยู่ตรงกลางระหว่างตัวตนปุถุชน กับตัวตนนักปฏิบัติ เหมือนลิงขณะลอยอยู่กลางอากาศ ระหว่างต้นไม้ต้นหนึ่ง กระโดดไปต้นไม้อีกต้นหนึ่ง ให้รู้ไว้ว่าอันไหนเบา อันนั้นถูกทาง อันไหน มึนๆ ซึมๆ ไม่สดชื่นอันนั้นไม่ถูกนะครับ
[IMG] ปฏิบัติธรรมเราว่าเปรียบคล้าย ๆ ดอกบัวนะเค กว่าบัวจะพ้นน้ำขึ้นมาบานได้ก็ต้องเสียงต่อการเป็นอาหารเต่าปลาก่อน แต่พอพ้นขึ้นมาจากน้ำได้แล้วนะ จึงจะรอบานได้ การเดินธรรมก็คล้ายกัน มันจะ จะ จะรู้อยู่รอมร่อ ถ้าพ้นจากรู้ขึ้นมามันก็รอบานอย่างเดียว ไม่ผลุบ ๆ โผล่ ๆ อีกแล้ว มันเหมือนต้องมีแรงถีบส่งสุดท้ายหนึ่งอึ้บ การเห็นธรรมก็คือการเข้าใจธรรมอย่างถ่องแท้นั่นเอง ไม่ได้มีความหมายต่างไปจากนี้ เหมือนเราอ่านหนังสือจะสอบ ความรู้จากตำราก็เอาไปสอบได้ แต่ความรู้ที่ได้จากทางธรรมเราเอาไปใช้ในการตื่นจากหลับหลงไหลได้ การดู ๆ ไปเรื่อย ๆ แล้วปรารนาจะให้เห็นธรรมนั้นเป็นเรื่องยาก แต่ก็ไม่ใช่จะไม่เกิดขึ้นเลยเสียทีเดียว แต่เราหมายถึงเป็นเรื่องยาก เหมือนเคจะสอบ แต่อ่านหนังสือแค่เรื่อย ๆ มันจะเข้าใจเนื้อหาอย่างถ่องแท้ได้อย่างไร เคต้องมีสมาธิใช่ไหม องค์ประกอบในการเห็นธรรมมีสามอย่างคือ ข้อธรรมเพื่อความหลุดพ้น สองต้องมีสมาธิในการพิจารณา สามคือพิจารณาจนได้เห็นจริง