สติปัฏฐานสี่ตามแนววิชชาธรรมกาย

ในห้อง 'อภิญญา - สมาธิ' ตั้งกระทู้โดย ยะธาพุทโมนะ, 21 สิงหาคม 2014.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. นโมโพธิสัตโต

    นโมโพธิสัตโต ก่อนตายไปอีกชาติ .. ใช้กายสังขารสร้างกำลังให้คุ้ม ผู้ดูแลเว็บบอร์ด สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 พฤศจิกายน 2005
    โพสต์:
    1,359
    กระทู้เรื่องเด่น:
    32
    ค่าพลัง:
    +29,757
     
  2. นโมโพธิสัตโต

    นโมโพธิสัตโต ก่อนตายไปอีกชาติ .. ใช้กายสังขารสร้างกำลังให้คุ้ม ผู้ดูแลเว็บบอร์ด สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 พฤศจิกายน 2005
    โพสต์:
    1,359
    กระทู้เรื่องเด่น:
    32
    ค่าพลัง:
    +29,757
    FqMbXoXFuBAkPwy6dak6U9doqRWXvbDP-&_nc_ohc=QOR6Y1oxNDAAX_ImVo6&_nc_zt=23&_nc_ht=scontent.fbkk22-4.jpg
     
  3. นโมโพธิสัตโต

    นโมโพธิสัตโต ก่อนตายไปอีกชาติ .. ใช้กายสังขารสร้างกำลังให้คุ้ม ผู้ดูแลเว็บบอร์ด สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 พฤศจิกายน 2005
    โพสต์:
    1,359
    กระทู้เรื่องเด่น:
    32
    ค่าพลัง:
    +29,757
    . "...รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ เรียกว่า เบญจขันธ์ คือขันธ์ ๕ รูป จะกล่าวในที่นี้เฉพาะรูปหยาบ ๆ คือ สิ่งซึ่งธาตุทั้ง ๔ ดิน น้ำ ลม ไฟ ประกอบกันเข้า รวมกันเป็นก้อน เป็นชิ้น เป็นอัน แลเห็นด้วยตา เช่น ร่างกายมนุษย์และสัตว์ ที่เรียกว่ารูป เพราะเหตุว่า เป็นของซึ่งจะต้องแตกสลายไปด้วยเหตุต่าง ๆ มีหนาวและร้อน เป็นต้น กล่าวคือหนาวจัด เย็นจัด จนเกินขีด หรือถูกร้อนจนเกินขีดย่อมแตกสลายไป

    แต่ถ้าแยกโดยละเอียดแล้ว รูปนี้มีหลายประเภทด้วยกัน เช่น อุปาทายรูป เป็นต้น แต่ว่าจักยังไม่นำมาแสดงในที่นี้ การพิจารณาโดยสามัญญลักษณะ พิจารณาไป ๆ ละเอียดเข้าซึ้งเข้าทุกที จนเห็นชัดว่านี่มิใช่ตัวตน เรา เขา อะไร สักแต่ว่าธาตุประชุมตั้งขึ้นแล้วก็ดับไป ตาธรรมกายนั้นเห็นชัดเจน เห็นเกิดเห็นดับ ติดกันไปทีเดียว คือเห็นเกิดดับ ๆ ๆ ๆ คู่กันไปทีเดียว

    ที่เห็นว่าเกิดดับ ๆ นั้นเหมือนอะไร เหมือนฟองน้ำ เหมือนอย่างไร เราเอาของฝาด เช่น เปลือกสนุ่นมาต้มแล้วรินใส่อ่างไว้ ชั้นต้นจะแลเห็นเป็นน้ำเปล่า ๆ ต่อมาเมื่อเอามือแกว่งเร็ว ๆ อย่างที่เขาเรียกว่า ตีน้ำให้เป็นฟอง เราจะเห็นมีสิ่งหนึ่งปรากฏขาวขึ้นมา เป็นรูปเป็นร่าง ดูให้ดี จะเห็นในฟองนั้นมีเม็ดเล็ก ๆ เป็นจำนวนมากติดต่อกันเป็นพืดรวมกัน สิ่งนี้เรียกว่าฟองน้ำ เราจ้องดูให้ดีจะเห็นว่าเม็ดเล็ก ๆ นั้น พอตั้งขึ้นแล้วก็แตกย่อยไปเรื่อย ๆ ไม่อยู่นานเลย นี่แหละ เห็นเกิดดับ ๆ ตาธรรมกายเห็นอย่างนี้ เห็นเช่นนี้จึงปล่อยอุปาทานได้

    เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ อีก ๔ กองนั้นก็ทำนองเดียวกัน เห็นเกิดดับ ๆ ยิบไป เช่นเดียวกับเห็นในรูป ทุกข์เป็นของมีและขึ้นประจำกับขันธ์ ๕ เป็นของธรรมดา แต่ที่เราเดือดร้อนก็เป็นเพราะไปขืนธรรมดาของมันเข้า ..."

    270d.png คัดลอกบางส่วนจาก 270d.png
    พระธรรมเทศนา เรื่อง พระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ
    เทศน์เมื่อ ๒๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๘๘ – ๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๘๙

    โดยพระเดชพระคุณ พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร)
    หลวงพ่อวัดปากน้ำ
     
  4. นโมโพธิสัตโต

    นโมโพธิสัตโต ก่อนตายไปอีกชาติ .. ใช้กายสังขารสร้างกำลังให้คุ้ม ผู้ดูแลเว็บบอร์ด สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 พฤศจิกายน 2005
    โพสต์:
    1,359
    กระทู้เรื่องเด่น:
    32
    ค่าพลัง:
    +29,757
    3IUQfLAxsCqXhIATIJU72-B4B_myG5D335&_nc_ohc=ecNFLdTyqxoAX_AMkEz&_nc_zt=23&_nc_ht=scontent.fbkk2-5.jpg

    ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
     
  5. นโมโพธิสัตโต

    นโมโพธิสัตโต ก่อนตายไปอีกชาติ .. ใช้กายสังขารสร้างกำลังให้คุ้ม ผู้ดูแลเว็บบอร์ด สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 พฤศจิกายน 2005
    โพสต์:
    1,359
    กระทู้เรื่องเด่น:
    32
    ค่าพลัง:
    +29,757
    1f4cc.png "...ธรรมเป็นของลึกถึงเพียงนี้ ใครจะไปคิดคาดคะเนเอาไว้ พ้นวิสัยของความตรึกนึกคิด ถ้ายังตรึกนึกคิดอยู่ก็เข้าไม่ถึง ที่จะเข้าถึงต้องทำให้รู้ตรึก รู้นึก รู้คิดนั้น หยุดเป็นจุดเดียวกัน แต่พอหยุดก็ดับ แต่พอดับแล้วก็เกิด ถ้าไม่ดับแล้วไม่เกิด ตรองดูเถิดท่านทั้งหลาย นี้เป็นของจริง หัวต่อมีเป็นอยู่ตรงนี้ ถ้าไม่ถูกส่วนดังนี้ก็ไม่มี ไม่เป็นเด็ดขาด..." 1f4cc.png
    1f64f.png โอวาทธรรม 1f64f.png
    #พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร)
    #หลวงพ่อวัดปากน้ำ
    iiesSkyeIx3-2xn04a1i7YHUELBfGHRUP&_nc_ohc=xHbb2AcNc0wAX-DxXAn&_nc_zt=23&_nc_ht=scontent.fbkk22-8.jpg

    *********************************

     
  6. ยะธาพุทโมนะ

    ยะธาพุทโมนะ ก่อนตายไปอีกชาติ .. ใช้กายสังขารสร้างกำลังให้คุ้ม ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    27,714
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1,468
    ค่าพลัง:
    +70,927
  7. ยะธาพุทโมนะ

    ยะธาพุทโมนะ ก่อนตายไปอีกชาติ .. ใช้กายสังขารสร้างกำลังให้คุ้ม ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    27,714
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1,468
    ค่าพลัง:
    +70,927
    1f4e3.png 1f4e3.png 1f4e3.png เชิญร่วมปฏิบัติภาวนาธรรม ประพฤติเนกขัมม์ และปฏิบัติศีลจารี ระหว่างวันที่ ๑๔ - ๒๐ ตุลาคม นี้ 1f4e3.png 1f4e3.png 1f4e3.png
    .
    1f607.png #วัดป่าวิสุทธิคุณ ได้จัดโครงการอบรมพระกัมมัฏฐาน ตามแนวสติปัฏฐาน ๔ ที่พระเดชพระคุณ หลวงพ่อวัดปากน้ำ พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) ได้ปฏิบัติค้นพบ เข้าถึง รู้-เห็น และเป็น แล้วได้ถ่ายทอดสั่งสอนไว้
    .
    1f449.png ท่านใดมีความสนใจการศึกษาสัมมาปฏิบัติ สามารถเข้าร่วมอบรมพระกัมมัฏฐานได้ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแต่ประการใด
    .
    #สร้างพระในใจคน #สร้างคนรักษาธรรม
    wPTgA5vQcpSsc0Hx700jYPfoZaSYBFkYZ&_nc_ohc=ntIUm6Edp-sAX9m5o7o&_nc_zt=23&_nc_ht=scontent.fbkk22-1.jpg
     
  8. ยะธาพุทโมนะ

    ยะธาพุทโมนะ ก่อนตายไปอีกชาติ .. ใช้กายสังขารสร้างกำลังให้คุ้ม ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    27,714
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1,468
    ค่าพลัง:
    +70,927
    ciIiA5sFOwMdFLW4OS3LgfiLiw4qQVczP&_nc_ohc=-pexKJBLNosAX_llEpS&_nc_zt=23&_nc_ht=scontent.fbkk22-8.jpg

    วันนี้วันพระ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือนสิบ(๑๐) ปีเถาะ
    วันคล้ายวันบรรลุธรรมหลวงพ่อสดวัดปากน้ำพระมงคลเทพมุนี ๑๐๖ ปี วิชชาธรรมกาย


    ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๐ ครบ ๑๐๖ ปี #วันหลวงปู่สดบรรลุธรรมกาย (พ.ศ. ๒๔๖๐ - ๒๕๖๖) 1f4e3-png.png ปีนี้ตรงกับวันที่ ๒๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๖
    #พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) #หลวงพ่อวัดปากน้ำ ท่านได้ 270d-png.png เขียนบันทึกเหตุการณ์วันบรรลุธรรมกาย ไว้ในอัตชีวประวัติของท่านว่า .....
    "... ในพรรษาที่ ๑๑ เมื่อหยุดต่อการเรียนปริยัติแล้วก็เริ่มทำจริงจังในทางปฏิบัติ ก็คิดว่าในวัดพระเชตุพนนี้ ในอุโบสถก็ดีมีบริเวณกว้างขวางดีมาก เป็นสถานที่ที่ควรทำภาวนามาก แต่มาหวนระลึกถึงอุปการคุณของวัดบางคูเวียง (คือวัดโบสถ์บน บางคูเวียง) ในคลองบางกอกน้อย เจ้าอธิการชุ่มได้ถวายมูลกัจจายน์แลคัมภีย์พระธรรมบทให้ ในตอนเล่าเรียนปริยัตินั้นก็มีอุปการคุณอยู่มาก ควรไปจำพรรษา แล้วจะได้แสดงธรรมแจกแก่ภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา เป็นบรรณาการต่ออุปการคุณแก่วัดนั้น จึงได้กราบลาเจ้าคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เข้ม) เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนไปจำพรรษาวัดบางคูเวียง ในพรรษาที่ ๑๒ แต่พอได้กึ่งพรรษาก็มาหวนระลึกขึ้นว่า ในเมื่อเราตั้งใจจริง ๆ ในการบวช จำเดิมอายุสิบเก้า (๑๙) เราได้ปฏิญาณตนบวชจนตาย ขออย่าให้เราตายในระหว่างก่อนบวช บัดนี้ก็ได้บอกลามาถึง ๑๕ พรรษา ย่างเข้าพรรษานี้แล้ว ก็พอแก่ความประสงค์ของเราแล้ว บัดนี้ของจริงที่พระพุทธเจ้าท่านรู้ท่านเห็น เราก็ยังไม่ได้บรรลุ ยังไม่รู้ไม่เห็นสมควรแล้วที่จะต้องกระทำอย่างจริงจัง
    เมื่อตกลงในได้ดังนี้แล้ว วันนั้นเป็นวันกลางเดือน ๑๐ ก็เริ่มเข้าโรงอุโบสถแต่เวลาเย็น ตั้งสัจจาธิษฐานแน่นอนลงไปว่า ถ้าเรานั่งลงไปครั้งนี้ไม่เห็นธรรมที่พระพุทธเจ้าต้องการเป็นอันไม่ลุกจากที่นี้จนหมดชีวิต เมื่อตั้งจิตมั่นลงไปแล้วก็เริ่มปรารภนั่ง จึงได้แสดงความอ้อนวอนแด่พระพุทธเจ้าว่า
    " ขอพระองค์ได้ทรงกรุณาโปรดข้าพระพุทธเจ้าทรงประทานธรรมที่พระองค์ได้ตรัสรู้อย่างน้อยที่สุดแลง่ายที่สุดที่พระองค์ได้ทรงรู้แล้วแด่ข้าพระพุทธเจ้า ถ้าข้าพระพุทธเจ้ารู้ธรรมของพระองค์แล้วเป็นโทษแก่ศาสนาของพระองค์แล้ว ขอพระองค์อย่าทรงพระราชทานเลย ถ้าเป็นคุณแก่ศาสนาของพระองค์แล้ว ขอพระองค์ได้ทรงพระกรุณาโปรด พระราชทานแด่ข้าพระองค์ ข้าพระองค์รับเป็นทนายศาสนา ในศาสนาของพระองค์จนตลอดชีวิต "
    แต่พออ้อนวอนเสร็จแล้ว ก็เริ่มปรารภเข้าที่นั่งสมาธิต่อไป มานึกถึงมดคี่ที่ตามช่องของแผ่นหินที่ยาว ๆ แลบนแผ่นหินบ้าง ไต่ไปมาอยู่บ้างแต่ไม่มากนัก จึงหยิบเอาขวดน้ำมันก๊าดมา เอานิ้วจุกเข้าที่ปาดขวด แล้วตะแคงขวดให้เปียกนิ้วเข้าแล้วเอามาลากเป็นทางให้รอบตัวจะได้กันไม่ให้มาทำอันตรายในเวลานั่งลงไปแล้ว
    แต่พอทางนิ้วที่เปียกน้ำมันนั้นไม่ทันถึงครึ่งของวงตัวที่นั่ง ความคิดอันหนึ่งเกิดขึ้นว่า ชีวิตสละได้แต่ทำไมยังกลัวมดคี่อยู่เล่า ก็นึกอายตัวเองขึ้นมาเลยวางขวดน้ำมันเข้าที่เลยในเดี๋ยวนั้น ประมาณครึ่งหรือค่อนคืนไม่มีนาฬิกาไม่แน่ ก็เห็นผังของความจริงของพระพุทธเจ้า ซึ่งมีอยู่ในหนังสือธรรมกายที่คุณพระทิพย์ปริญญาเรียบเรียงพิมพ์แจกไปแล้วนั้น ในขณะนั้นก็มาปริวิตกว่าคัมภีร์โรจายัง ธรรมเป็นของลึกถึงเพียงนี้ ใครจะไปคิดคาดคะเนเอาไว้ พ้นวิสัยของความตรึกนึกคิด ถ้ายังตรึกนึกคิดอยู่ก็เข้าไม่ถึง
    ที่จะเข้าถึงต้องทำให้รู้ตรึก รู้นึก รู้คิดนั้น หยุดเป็นจุดเดียวกัน แต่พอหยุดก็ดับ แต่พอดับแล้วก็เกิด ถ้าไม่ดับแล้วไม่เกิด ตรองดูเถิดท่านทั้งหลาย นี้เป็นของจริง หัวต่อมีเป็นอยู่ตรงนี้ ถ้าไม่ถูกส่วนดังนี้ก็ไม่มี ไม่เป็นเด็ดขาด วิตกอยู่ดังนี้สักครู่ใหญ่ ๆ ก็กลัวว่าความมีความเป็นนั้นจะเลือนไปเสีย จึงเข้าที่ต่อไปใหม่ ราวสัก ๓๐ นาที ก็เห็นวัดบางปลาปรากฏเหมือนตัวเองไปอยู่ที่วัดนั้น
    แต่พอชัดดีก็รู้สึกตัวขึ้นมา จึงมีความรู้สึกขึ้นมาว่าจะมีผู้รู้เห็นได้ยากนั้นในวัดบางปลานี้ จะต้องมีผู้รู้ผู้เห็นได้แน่นอนจึงมาปรากฏขึ้นบัดนี้ ต่อแต่นั้นมาก็คำนึงที่ไปสอนที่วัดนั้นอยู่เรื่อย ๆ มา จนถึงออกพรรษารับกฐินแล้ว ก็ลาสมภารวัดบางคูเวียงไปสอนที่วัดบางปลา ราว ๔ เดือน มีพระทำเป็น ๓ รูป คฤหัสถ์ ๔ คน นี้ เริ่มต้นแผ่ธรรมกายของจริงที่แสวงหาได้มาจริงปรากฏอยู่จนบัดนี้ ..."



    270d-png.png อัตชีวประวัติ 270d-png.png
    #พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร)
    #หลวงพ่อวัดปากน้ำ
    พระเดชพระคุณพระมงคลเทพมุนี (เป็นผู้บันทึกเอง)
    ลงพิมพ์ใน นิตยสารมงคลสารปีที่ ๑ เล่ม ๑
    ๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๐๗, หน้า ๔-๖ และ ๒๐
     
  9. ยะธาพุทโมนะ

    ยะธาพุทโมนะ ก่อนตายไปอีกชาติ .. ใช้กายสังขารสร้างกำลังให้คุ้ม ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    27,714
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1,468
    ค่าพลัง:
    +70,927
    #สังขาร
    ปุญญาภิสังขาร สังขารตบแต่งให้เกิดเป็นบุญชั้นมนุษย์นี้ ในชมพูทวีป แสนโกฏิจักรวาลอนันตจักรวาล มนุษย์มีมากน้อยเท่าไรอยู่ในปุญญาภิสังขารทั้งนั้น ส่วนทิพย์ กายโอปปาติกะ กำเนิดเกิดเป็นกายทิพย์ในชั้นจาตุมหาราช ดาวดึงส์สา ยามา ดุสิตา นิมมานรดี ปรนิมมิตวสวัตตี สวรรค์ ๖ ชั้นนี้เรียกว่า ปุญญาภิสังขาร สังขารอันบุญตบแต่งทั้งนั้น
    รูปพรหมอีก ๑๖ ชั้น พรหมปาริสัชชา พรหมปุโรหิตา มหาพรหมา ปริตตาภา อัปปมาณาภา อาภัสสรา ปริตตสุภา อัปปมาณสุภา สุภกิณหา อสัญญีสัตตา #พระมงคลเทพมุนี #หลวงพ่อสดวัดปากน้ำ #หลวงปู่สดวัดปากน้ำ #วิชชาธรรมกาย #สมาธิ #วิปัสสนา #กัมมัฏฐาน #ธรรมกาย #บุญ #ทำบุญ #พระธรรมเทศนา #ปฏิบัติธรรม
    เครดิต คุณ Racha Limsilar
    DSLYeILjldjOFDGKRLiNSWcRK16xhgjl_&_nc_ohc=qGmi_St3dpgAX8S65tV&_nc_zt=23&_nc_ht=scontent.fbkk22-2.jpg

    oJdoWoXHTAvKmMd2aMRqvFI5c853PRBoz&_nc_ohc=cOUkGMDV2_YAX_6smHg&_nc_zt=23&_nc_ht=scontent.fbkk22-2.jpg
    8Olyv5xMTx_C5ygPTiE6IEFBH2U-lF3sk&_nc_ohc=YIFqtuJ_iDYAX_JdOKm&_nc_zt=23&_nc_ht=scontent.fbkk22-4.jpg

    --------------------------------

    ที่มา https://web.facebook.com/pageDhammakaya
     
  10. ยะธาพุทโมนะ

    ยะธาพุทโมนะ ก่อนตายไปอีกชาติ .. ใช้กายสังขารสร้างกำลังให้คุ้ม ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    27,714
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1,468
    ค่าพลัง:
    +70,927
    ?temp_hash=c75a28f71d89c66359def1d5f8cc8ecd.jpg


    ?temp_hash=c75a28f71d89c66359def1d5f8cc8ecd.jpg


    ?temp_hash=c75a28f71d89c66359def1d5f8cc8ecd.jpg





    #เมื่อครั้งที่คณะหลวงป๋าและลูกศิษย์ไปกราบหลวงปู่เทสก์
    หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี ได้พูดว่า
    "ท่านองค์นี้คือพระอาจารย์มหาเสริมชัย เป็นผู้บรรยายเรื่องพระนิพพานธาตุ
    บรรยายได้ดีอยากฟังมานาน
    มีเหตุผลดี "

    พระอาจารย์มหาเสริมชัย พนมมือรับและกล่าวเรียนเพิ่มว่า "ภายหลังกระผมได้รวบรวมจัดทำเป็นเล่มขึ้นชื่อว่านิพพาน ๓ นัย”
    หลวงปู่เทสก์มีเสียงหัวเราะอยู่ในลำคอ ท่านอมยิ้มน้อย ๆ และพยักหน้ารับทราบ เสียงหัวเราะอย่างอารมณ์ดีเล็ดลอดออกมาเบา ๆ ก่อนที่ท่านจะได้กล่าวต่อไปว่า
    "ของผมมันเป็นเรื่องเล่า มันไม่เป็นวิชาการ”
    เพียงเท่านี้ก็เป็นที่ซาบซึ้งแก่คณะที่เข้ากราบนมัสการท่านเป็นอย่างยิ่ง
    ก่อนกราบนมัสการลา พระอาจารย์มหาเสริมชัยยังได้ขออนุญาต ถวายนวดเท้าหลวงปู่เป็นศิริมงคลอีกด้วย

    *************************************



    ธรรมกายที่บรรลุพระอรหัตผลแล้ว คือพระนิพพานจึงไม่เป็นอนัตตาแน่ ๆ พระอรหันต์ที่ดับขันธ์เข้าสู่ปรินิพพานก็ไม่สูญสิ้น
    ธรรมกายที่บรรลุพระอรหัตผล คือพระนิพพานของท่าน ยังคงสถิตยั่งยืนเป็นอมตธรรมอยู่ในอายตนนิพพาน พระพุทธองค์จึง ได้ทรงแสดงธรรมเป็นนัยไว้ในนิพพานสูตรที่ ๓ ว่า
    อตฺถิ ภิกฺขเว อชาตํ อภูตํ อกตํ อสงฺขตํ ฯลฯ…
    ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรมชาติที่ไม่เกิดแล้วไม่เป็นแล้ว อันปัจจัยกระทำไม่ได้แล้ว ปรุงแต่งไม่ได้แล้ว มีอยู่ ฯลฯ
    และว่า อตฺถิ ภิกฺขเว ตทายตนํ
    ดูกรภิกษุทั้งหลายอายตน (อายตนนิพพาน) นั้นมีอยู่
    1f449.png ผู้ที่ไม่รู้จักธรรมกายหรือพรหมกาย (ไม่ใช่รูปพรหม) ที่บรรลุพระอรหัตผลแล้ว ก็ไม่รู้จักพระพุทธเจ้าหรือพระตถาคตหรือพระอรหันต์องค์จริง
    ก็มักทึกทักเอาว่าพระพุทธเจ้าพระอรหันต์ เมื่อท่านตายแล้วคือเบญจขันธ์แตกทำลายแล้ว ก็สูญสิ้นไม่มีอะไรอีก เพราะมุ่งพิจารณาแต่เบญจขันธ์ว่า
    เมื่อบรรลุพระนิพพานโดยสภาวะแล้วก็ไม่เห็นมีอะไรอีกด้วย ว่าเบญจขันธ์นั้นเป็นอนัตตา เป็นสภาพมิใช่ตัวตน เป็นสภาพว่างเปล่าเห็นสภาวะนิพพาน แต่เพียงเท่านี้ก็สรุปลงเอยว่า พระนิพพานเป็นอนัตตาซึ่งอันตรายมาก
    ธรรมกายที่บรรลุพระอรหัตผลแล้วคือพระนิพพานไม่เป็นอนัตตา แต่กลับเป็นสภาวะธรรมที่เที่ยง
    เป็นบรมสุขและยั่งยืน เป็นอมตธรรม
    เป็นอายตนะที่สามารถจะสัมผัสได้ ด้วยอายตนะที่ละเอียดเสมอกัน คือธรรมกายที่สุดละเอียดนั้นเอง
    และว่าพระพุทธเจ้าพระอรหันต์เจ้าทั้งหลาย ที่ดับขัน์ธ ปรินิพพานแล้วไม่สูญสิ้นแน่นอน ที่สุดธรรมกายของพระอรหัตของท่าน ชื่อว่าพระนิพพานนั้น สถิตยั่งยืน อยู่ในอายตนนิพพาน ซึ่งมิใช่สถานที่ใด ๆ ในภพ ๓ นี้ไม่จุติ ไม่มีภพชาติไม่มีความเกิดใหม่อีก ไม่มีความเสื่อมเป็นสภาพธรรมที่เที่ยง (นิจจํ)
    เป็นบรมสุข เป็นอมตธรรม นี่แหละที่พระพุทธองค์ได้ทรงแสดงไว้ในนิพพานสูตรที่ ๓ ว่า
    “ ดูกรภิกษุทั้งหลาย
    ธรรมที่ไม่เกิดแล้วไม่เป็นแล้ว อันปัจจัยกระทำไม่ได้แล้วปรุงแต่งไม่ได้แล้วมีอยู่
    "ดูกรภิกษุทั้งหลาย
    ถ้าธรรมที่ไม่เกิดแล้ว ไม่เป็นแล้ว
    อันปัจจัยกระทำไม่ได้แล้วปรุงแต่งไม่ได้แล้ว
    จะมีได้มีอยู่แล้วไซร้ การสลัดออกจากธรรมที่เกิดแล้วเป็นแล้ว อันปัจจัยกระทำได้แล้วปรุงแต่งแล้ว
    จะไม่พึงปรากฏในโลก นี้เลย ฯลฯ
    และว่า“ ธรรมนี้มีสภาพลึกเห็นได้ยาก
    ตรัสรู้ตามได้ยาก เป็นธรรมสงบประณีตไม่อาจรู้ได้ด้วยการตรึกเป็นธรรมละเอียดเป็นธรรมอันบัณฑิตจะรู้ได้ "
    #อาตมาขอยืนยันว่าวิสังขารธรรม ได้แก่ ธรรมกายที่บรรลุพระอรหัตผลแล้ว คือพระนิพพานไม่เป็นอนัตตาแน่นอน

    #อาตมาขอยืนยันว่าวิสังขารธรรม ได้แก่ ธรรมกายที่บรรลุพระอรหัตผลแล้ว คือพระนิพพานไม่เป็นอนัตตาแน่นอน
    พระเทพญานมงคล(หลวงป๋า)
    อดีตเจ้าอาวาสวัดหลวงพ่อสดฯ จ.ราชบุรี


    *******************************************
    ที่มา
    https://web.facebook.com/profile.php?id=100085321347242&locale=th_TH
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  11. ยะธาพุทโมนะ

    ยะธาพุทโมนะ ก่อนตายไปอีกชาติ .. ใช้กายสังขารสร้างกำลังให้คุ้ม ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    27,714
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1,468
    ค่าพลัง:
    +70,927
    ?temp_hash=ca778de1a1256f1f5c19bfba5ef67dd0.jpg


    . 1f344.png "... เวลานี้เราจะต้องการไปตามทางที่พระตถาคตเจ้าไปบ้าง เราไม่มีธรรมกาย เราไม่เห็นธรรมกาย เราจะเข้าทางไหน เราใช้กายมนุษย์นี่แหละ ที่เรียกว่า ใช้ใจของมนุษย์ก่อน กายมนุษย์เราต้องพร้อม เรียกว่ากายมนุษย์ละเอียด ถัดกายมนุษย์มา มีกายละเอียดอีกชั้นหนึ่ง เรียกว่ากายทิพย์ กายนี้อยู่ในท้องเป็นกายละเอียด เมื่อเข้าไปในกลางกำเนิดของกายมนุษย์ อยู่ที่กลางกำเนิดของกายมนุษย์ เจ้าของกายมนุษย์รู้ แต่ไม่รู้ว่าใจหยุด รู้ว่ากายหยุดเท่านั้น แต่ว่ามันไม่เห็น คือใจมนุษย์ละเอียดนั่นเอง หยุดนิ่งอยู่กลางกายมนุษย์ อย่าเขยื้อน หยุดนิ่ง เหมือนยังกับเสา ไม่ให้เขยื้อนละ เราก็รู้แต่เพียงว่ากายของเราหยุด แต่ที่จริง ใจเราหยุด ถ้าไม่หยุดเวลาใด ก็ไม่ถูกกลางเวลานั้น

    1f344.png พอหยุดเข้าแล้ว ต่อไปจะเห็นอะไร ถ้าหยุดถูกส่วนก็เห็นดวงใส เป็นดวงศีล ถ้าจะแยกออกก็เป็น สมฺมาวาจา สมฺมากมฺมนฺโต สมฺมาอาชีโว เป็นอริยมรรคเหล่านี้ พอเห็นเข้าเป็นดวงใส กายมนุษย์ก็หยุดนิ่งกลางสิ่งนั้น พอหยุดนิ่งถูกส่วนเข้า ละเอียดเข้าไป ๆ พอละเอียดหนัก ๆ เข้า ดวงใสนั้นก็ว่าง เห็นดวงสมาธิ ดวงสมาธินั้นเป็นเนื้อหนังของสมาธิ ถ้าจะแยกออกไปก็เป็น สมฺมาวายาโม สมฺมาสติ สมฺมาสมาธิ หยุดนิ่งให้ถูกส่วนละเอียดหนักเข้า ดวงสมาธิก็ว่างออกไป เห็นดวงปัญญา ดวงปัญญาเมื่อจะแยกออกก็เป็น สมฺมาทิฏฺฐิ สมฺมาสงฺกปฺโป เหล่านี้รวมเป็นอริยมรรคมีองค์ ๘ เมื่อหยุดนิ่งอยู่กลางดวงปัญญา ถูกส่วนเข้า ดวงปัญญาก็ว่างไป ๆ ส่วนกายมนุษย์ก็ละเอียดลงไป ๆ พอละเอียดถูกส่วนเข้าก็จะเห็นกายทิพย์ทีเดียว เมื่อเข้าถึงศีล สมาธิ ปัญญา ในกายมนุษย์ พอละเอียดถูกส่วนเข้าไปเห็นกายทิพย์ ต่อไปนี้หมด หน้าที่ของกายมนุษย์

    1f344.png ทีนี้เป็นหน้าที่ของกายทิพย์ต่อไป กายทิพย์ก็ต้องเอากายทิพย์ละเอียด ถ้าหยุดนิ่งอยู่กลางกำเนิดของกายทิพย์ หยุดนิ่งอยู่กลางกำเนิดอย่างนั้น เหมือนกับกายมนุษย์ที่ปฏิบัติมาข้างต้น พอถูกส่วนก็หยุดนิ่ง ๆ ก็จะเห็นดวงใส ดวงใสนั่นคือศีลในกายทิพย์
    หยุดนิ่งอยู่กลางดวงศีลในกายทิพย์
    กายทิพย์ก็ละเอียดลงไปเห็นดวงสมาธิ
    หยุดนิ่งอยู่กลางดวงสมาธิในกายทิพย์
    กายทิพย์ก็ละเอียดลงไปเห็นดวงปัญญา
    หยุดนิ่งอยู่กลางดวงปัญญาอีก พอถูกส่วนเข้า
    ดวงปัญญาก็ว่างลง เห็นกายรูปพรหม พอเข้าถึงกายรูปพรหม
    หยุดนิ่งอยู่ในกายรูปพรหม อยู่กลางกำเนิดศูนย์กลางกายรูปพรหมละเอียด พอถูกส่วนเข้าก็เห็นดวงศีล
    หยุดนิ่งอยู่กลางดวงศีล
    ถูกส่วนเข้าก็เห็นดวงสมาธิ หยุดนิ่งอยู่กลางดวงสมาธิ
    ถูกส่วนเข้าก็จะเห็นดวงปัญญา หยุดนิ่งอยู่กลางดวงปัญญา
    ถูกส่วนเข้าก็เห็นกายอรูปพรหม ทีนี้หมดหน้าที่ของกายรูปพรหม

    กายอรูปพรหม หยุดนิ่งอยู่ก็ถูกส่วนอีก
    พอถูกส่วนเข้าก็เห็นดวงศีล หยุดนิ่งอยู่กลางดวงศีล
    เห็นดวงสมาธิ หยุดนิ่งอยู่กลางดวงสมาธิ เห็นดวงปัญญา
    หยุดนิ่งอยู่กลางดวงปัญญา พอถูกส่วนเข้าก็จะเห็นกายธรรม มีรูปเหมือนพระปฏิมา เกตุดอกบัวตูม หน้าตักไม่ถึง ๕ วา คือ หย่อน ๕ วา ยังไม่ใช่ธรรมกายชั้นพระอริยบุคคล เป็นเพียงโคตรภูบุคคล นี่แหละ เป็นธรรมกายตัวพระตถาคตละ

    1f344.png แต่ว่าที่มาจะถึงตัวพระตถาคตนี้ ต้องมาตามมรรคมีองค์ ๘ ประการ คือ สมฺมาทิฏฺฐิ สมฺมาสงฺกปฺโป สมฺมาวาจา สมฺมากมฺมนฺโต สมฺมาอาชีโว สมฺมาวายาโม สมฺมาสติ สมฺมาสมาธิ จึงมาถูกทางของพระตถาคตเจ้า ถ้าไม่มาทางกลางก็ไม่มาเห็นพระตถาคตเจ้า ถ้ามาเห็นได้ ก็ทางนี้ละ มาถึงกายธรรม เมื่อพระตถาคตในเบื้องต้นยืนยันรับเป็นพยานว่า จกฺขุกรณี มีความเห็นเป็นปกติ ญาณกรณี มีความรู้เป็นปกติ เพราะเหตุว่ากายมนุษย์เห็นไม่เป็นปกติ รู้ก็ไม่เป็นปกติ เพราะไม่มีญาณ กายมนุษย์ กายทิพย์ กายรูปพรหม กายอรูปพรหม ไม่มีญาณ ส่วนกายธรรมมีญาณ พูดถึงญาณ จกฺขุกรณี กระทำให้เห็นเป็นปกติ

    1f344.png กายมนุษย์เห็นไม่ปกติ คือเห็นอย่างไร ที่ถูกเห็นว่าไม่ถูก ที่ไม่ถูกเห็นว่าถูก อย่างใดไม่จริงเห็นว่าจริง อย่างใดจริงเห็นว่าไม่จริง ที่ไม่สวยไม่งามเห็นว่าสวยงาม ที่สวยงามเห็นว่าไม่สวยงาม ผิดกันอย่างนี้ กายทิพย์ กายรูปพรหม กายอรูปพรหมก็เช่นเดียวกัน

    ส่วนกายธรรมไม่เห็นอย่างนั้น เห็นเป็นปกติ เห็นอย่างไรก็รู้อย่างนั้น เพราะว่ากายมนุษย์ กายทิพย์ กายรูปพรหม กายอรูปพรหม มีความเห็นไม่เป็นปกติ รู้ก็ไม่เป็นปกติ

    1f344.png ส่วนกายธรรมมีความเห็นเป็นปกติ รู้เป็นปกติ เห็นตลอดหมด รู้ด้วยญาณก็รู้ตลอดหมด ตรงกับความเห็นทุกอย่างไม่ต่างกัน เห็นตามถูก รู้ตามถูก สิ่งใดเป็นสุขก็เห็นว่าเป็นสุข กายธรรมเมื่อเข้าถึงแล้วสงบ เมื่อเป็นกายมนุษย์ กายทิพย์ กายรูปพรหม กายอรูปพรหม ไม่สงบ ฉะนั้นจะเรียกว่า “อุปสมาย” ไม่ได้ “อภิญฺญาย” กายมนุษย์ กายทิพย์ กายรูปพรหม กายอรูปพรหม จะรู้ยิ่งไม่ได้ กายธรรมรู้ยิ่งได้

    1f344.png ที่ว่ากายมนุษย์ กายทิพย์ กายรูปพรหม กายอรูปพรหม รู้ยิ่งไม่ได้ คือ รู้ไม่ชัด รู้เหมือนฟ้าแลบ ไม่ชัดเหมือนญาณ เมื่อมีญาณแล้ว รู้ชัดเหมือนกลางวัน อย่างนั้นเรียกว่า “อภิญฺญาย” เรียกว่า รู้ยิ่งจริง ยิ่งกว่ากายมนุษย์ ยิ่งกว่ากายทิพย์ ยิ่งกว่ากายรูปพรหม ยิ่งกว่ากายอรูปพรหม

    “สมฺโพธาย” รู้พร้อม รู้พร้อม ทุกสิ่งทุกอย่าง รู้ตามจริงทุกสิ่ง รู้พร้อมเสร็จทุกสิ่ง ไม่มีสิ่งใดที่จะไม่รู้ เมื่อมีรู้เรียกว่า รู้ด้วยญาณของธรรมกาย นี้เรียกว่า “สมฺโพธาย” รู้พร้อม “นิพฺพานาย” เพื่อนิพพาน ไปเพื่อนิพพาน ธรรมกายนี้เข้าถึงแล้วไม่ไปที่อื่นดอก ในใจไปเพื่อนิพพานอย่างเดียว ไม่ไปที่อื่นเลย

    1f344.png นี่แหละจะได้ชื่อว่าถูกความประสงค์ของพระพุทธเจ้าพระอรหันต์ มาทางนี้เป็นทางของพระตถาคต ไม่แวะวกเข้าหนทางทั้ง ๒ คือ กามสุขัลลิกานุโยค การประกอบตนให้พัวพันด้วยกาม และ อัตตกิลมถานุโยค การประกอบความเหน็ดเหนื่อยแก่ตนเปล่า ข้อปฏิบัติเป็นกลางจริง เมื่อเรารู้จักของจริงอย่างนี้แล้ว ธรรมกายเป็นตัวพระตถาคตเจ้า

    1f344.png เรารู้จักอย่างนี้ เราจะต้องถึงพระตถาคตเจ้า เราจะต้องทำใจของตนให้หยุดเสมอ ให้ถูกส่วนเข้า พอหยุดถูกส่วนเข้า ก็เห็นดวงใส เราจะได้ชื่อว่าเป็นผู้ตั้งอยู่ในไตรสรณคมน์ คือ ยึดพระพุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ สังฆรัตนะ เป็นที่พึ่ง

    1f344.png ธรรมกายนี้แหละเป็นตัวพุทธรัตนะ ละ นี่เรารู้จักพุทธรัตนะแล้ว รัตนะแปลว่ากระไร รัตนะแปลว่าแก้ว ธรรมกายใสแจ๋ว คือแก้วนั่นแหละ

    เมื่อรู้จักพุทธรัตนะแล้ว ก็ต้องรู้จักธรรมรัตนะด้วย ธรรมรัตนะคือธรรมที่ทำให้เป็นธรรมกาย ใจที่หยุดนิ่งอยู่กลางกายที่เป็นกายมนุษย์ ทำให้เกิดกายทิพย์ ใจของกายทิพย์จะหยุดอยู่กลางกายทิพย์ ใจของกายรูปพรหมจะหยุดอยู่ในกลางกายรูปพรหม ใจของกายอรูปพรหมจะหยุดอยู่ในกลางกายอรูปพรหม ธรรมที่ทำให้เป็นธรรมกายก็เท่ากัน เหมือนเราส่องเงาหน้าไปปรากฏในกระจกเท่ากันทุกอย่าง หน้าตักธรรมกาย ๒๐ วา ดวงธรรมกลม รอบตัว ใส

    1f344.png ธรรมที่ทำให้เป็นกายมนุษย์ กายทิพย์ กายรูปพรหม กายอรูปพรหม รวมเรียกว่า ธรรมรัตนะ ทั้งนั้น พระพุทธเจ้าตรัสรู้ไม่ไหว้ใคร ไหว้ธรรมดวงนี้เท่านั้น ธรรมที่ทำให้เป็นธรรมกายนั้น เรียกว่า ธรรมรัตนะ เราไม่ได้ธรรมดวงนั้น เราก็เป็นธรรมกายเป็นลูกพระตถาคตเจ้าไม่ได้ ไม่ได้ธรรมดวงนั้น กายทิพย์ก็เป็นไม่ได้ กายรูปพรหมก็เป็นไม่ได้ กายอรูปพรหม ก็เป็นไม่ได้ กายธรรมก็เป็นอยู่ไม่ได้ ..."

    270d.png คัดลอกบางส่วนจาก 270d.png
    พระธรรมเทศนา เรื่อง โพธิปักขิยธรรมกถา: อริยอัฏฐังคิกมรรค
    เทศนาในช่วงปี พุทธศักราช ๒๔๙๑
    โดยพระเดชพระคุณ #พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร)
    #หลวงพ่อวัดปากน้ำ

    ----------------------------

    ที่มา https://web.facebook.com/LuangPuSodh
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  12. ยะธาพุทโมนะ

    ยะธาพุทโมนะ ก่อนตายไปอีกชาติ .. ใช้กายสังขารสร้างกำลังให้คุ้ม ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    27,714
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1,468
    ค่าพลัง:
    +70,927
  13. ยะธาพุทโมนะ

    ยะธาพุทโมนะ ก่อนตายไปอีกชาติ .. ใช้กายสังขารสร้างกำลังให้คุ้ม ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    27,714
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1,468
    ค่าพลัง:
    +70,927
  14. ยะธาพุทโมนะ

    ยะธาพุทโมนะ ก่อนตายไปอีกชาติ .. ใช้กายสังขารสร้างกำลังให้คุ้ม ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    27,714
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1,468
    ค่าพลัง:
    +70,927
  15. ยะธาพุทโมนะ

    ยะธาพุทโมนะ ก่อนตายไปอีกชาติ .. ใช้กายสังขารสร้างกำลังให้คุ้ม ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    27,714
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1,468
    ค่าพลัง:
    +70,927
  16. ยะธาพุทโมนะ

    ยะธาพุทโมนะ ก่อนตายไปอีกชาติ .. ใช้กายสังขารสร้างกำลังให้คุ้ม ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    27,714
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1,468
    ค่าพลัง:
    +70,927




     
  17. ยะธาพุทโมนะ

    ยะธาพุทโมนะ ก่อนตายไปอีกชาติ .. ใช้กายสังขารสร้างกำลังให้คุ้ม ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    27,714
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1,468
    ค่าพลัง:
    +70,927
    SZQNn_XTPs3ASqhMe9Q82p6xjkYxxgZ1W&_nc_ohc=xJXN1o968esAX99Q80y&_nc_zt=23&_nc_ht=scontent.fbkk22-6.jpg
     
  18. ยะธาพุทโมนะ

    ยะธาพุทโมนะ ก่อนตายไปอีกชาติ .. ใช้กายสังขารสร้างกำลังให้คุ้ม ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    27,714
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1,468
    ค่าพลัง:
    +70,927
    t-7UyTevRJKov_nSoW0coGRK73y1Aeg_pD&_nc_ohc=kRVJBDtUV7sAX-a6Px0&_nc_zt=23&_nc_ht=scontent.fbkk2-7.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  19. ยะธาพุทโมนะ

    ยะธาพุทโมนะ ก่อนตายไปอีกชาติ .. ใช้กายสังขารสร้างกำลังให้คุ้ม ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    27,714
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1,468
    ค่าพลัง:
    +70,927
    Bk60j-4XRLqt0Uc5tNLjS2pe0spUdw4BB&_nc_ohc=idfOhT6g4eMAX-GIA-G&_nc_zt=23&_nc_ht=scontent.fbkk22-6.jpg
     
  20. ยะธาพุทโมนะ

    ยะธาพุทโมนะ ก่อนตายไปอีกชาติ .. ใช้กายสังขารสร้างกำลังให้คุ้ม ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    27,714
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1,468
    ค่าพลัง:
    +70,927
    - อย่าทำบุญคนเดียว

    1f48e.png มีหลายท่านค่อยๆทยอยมาบอกกับอาตมาว่า "ต้องการสร้างพระประธานในโบสถ์ จะทำคนเดียว" คนนั้นมาก็บอกว่า"ขอทำคนเดียว" คนนี้มาก็บอก"ขอทำคนเดียว"

    แต่อาตมาก็ได้อธิบายไปกับบางท่านให้เข้าใจแล้วว่า สำหรับพระประธานนั้นมีเพียงองค์เดียวในอุโบสถ เพราะฉะนั้นเรามาเฉลี่ยบุญกันเถอะ ตั้งใจจะทำเท่าไรก็ทำเลย ไม่มีใครว่าอะไร

    อีกประการหนึ่ง ไม่ได้ให้กินความแต่เพียงองค์พระเท่านั้น ให้กินความรวมถึงฐานพระและสิ่งประกอบ ที่ว่าสิ่งประกอบนั้นเป็นอะไรบ้าง ว่าจะยังไม่บอก แต่จะให้รู้เพียงนิดหน่อยก็แล้วกัน ว่าเป็นสิ่งที่เป็นสิริมงคลแล้วก็มีคุณค่า

    เพราะฉะนั้น ถ้าจะว่าถึงเรื่องพระประทานแล้ว ค่าใช้จ่ายในการก่อสร้าง ทั้งองค์พระประธาน ทั้งฐาน ตลอดจนอะไรทั้งหมด นี่ก็คงไม่ต่ำกว่า ๑ ล้านบาทนะคุณโยม ที่นี้ ท่านผู้ใดที่คิดจะร่วมกันทำบุญ อันนี้ก็ให้บอกต่อกันไปเลยว่าในวงเงินประมาณที่ว่านี้แหละ

    อาตมาใคร่จะเจริญพรให้ทราบกันอีกนิดหนึ่งว่า คุณโยมอย่าไปคิดเพียงว่า บุญจะต้องไปใหญ่อยู่ที่องค์พระ ถ้าไปคิดอยู่อย่างนั้นก็จะหงุดหงิดกัน ที่นี้ถ้าทำบุญแล้วมีความหงุดหงิดเข้า ก็จะเป็นกิเลส โดยเริ่มมาตั้งแต่จะขอทำแต่เพียงผู้เดียว นี่อย่างนี้ก็มี บางคนก็ยังใจกว้างหน่อยว่า เออ...คนอื่นจะทำด้วยก็ดี

    ความจริง เรื่องของบุญนี่ เป็นเรื่องใจกว้างนะ ต้องใจกว้าง ไม่ใช่ใจแคบ เพราะบุญเป็นเครื่องกำจัดกิเลส ใจจะได้ใส สภาพของใจมันใหญ่ตรงที่มันใสนะ

    เป็นอย่างนี้คุณโยม อาตมาจะบอกให้..

    1f534.png ความจริงแท้ๆนี่ ถ้าจะนึกว่าทำบุญอะไร จะได้เป็นผู้นำคน ก็คือ บุญที่เกิดจากการเป็นผู้นำบุญนั่นเอง

    คืออะไร ??

    คือ การบอกบุญ ชักนำคนอื่นเข้ามาในกองการกุศล มีทานกุศล ศีลกุศล ภาวนากุศล นี่แหละ ผลบุญจึงจะส่งให้เป็นผู้มีบริวารสมบัติ เมื่อมีบริวารสมบัติตัวเองก็เป็นผู้นำ

    แต่ผู้ที่ร่วมอนุโมทนาบุญ ก็อย่าไปคิดอย่างน้อยใจว่า เอ..แล้วเราจะต้องไปกินน้ำใต้ศอกคนอื่นละกระมัง ไม่ใช่!!

    บุญจะส่งว่า ถ้าเรายังมีสติปัญญาความสามารถน้อยกว่าผู้อื่น ที่เขาเป็นผู้นำบุญ เราก็อนุโมทนาบุญ ร่วมบุญไปกับเขาได้ และในโอกาสเช่นนี้ ก็จะเป็นเหตุเป็นผลให้เรามีพลัง กลายเป็นผู้นำบุญต่อไปอีกได้ เหมือนอะไร ?? เหมือนว่าแต่เดิมเราก็เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือข้าราชการชั้นตรี เมื่อมีคุณสมบัติเพียงพอเมื่อใด ก็เป็นชั้นโท แล้วก็ชั้นเอก แล้วก็ได้ตำแหน่งหัวหน้ากอง เป็นหัวหน้าเขา เราจะมีอธิบดีที่ดีถ้าเรารู้จักอนุโมทนาบุญที่ดี รู้จักเลือกผู้นำบุญที่ดี ก็จะได้ผู้นำที่ดี แล้วกำลังของเราก็จะสูงขึ้นๆไปเป็นลำดับ นี่คือลักษณะของบุญในทานกุศล จะให้ผลในอาการอย่างนี้

    เพราะฉะนั้น จะไปกลัวไย ที่เราจะอนุโมทนาบุญคนอื่น และเราจะคิดแต่เพียงว่าจะตามคนอื่น ไยไม่คิดจะนำคนอื่นบ้างละหรือ ? การเป็นผู้นำบุญนั่นแหละ บุญจะส่งให้เป็นผู้มีบริวารสมบัติ แล้วนั่น ก็หมายถึงว่าการเป็นหัวหน้าหรือผู้นำ เป็นที่เคารพสักการะบูชา หรือเป็นปูชนียบุคคลแก่ผู้อื่น ไม่ใช่มัวไปแย่งกันว่าพระประธานนี้อยากจะทำคนเดียว มันจะกลายเป็นกิเลสซะส่วนหนึ่ง แล้วบุญก็พลอยไม่สะอาดไปด้วย ถ้าอยากจะสร้างพระประธาน ทำบุญลงไปเลย เสียสละลงไปเลย แม้เราอยากจะสร้างทั้งองค์ ก็ทำลงไปเลยทั้งองค์ ใครเขาจะมาร่วม ก็อนุโมทนาบุญกับเขา

    คุณโยมพึงเข้าใจอีกประการหนึ่งว่า พระประธานไม่มีฐานตั้งอยู่ น่าดูไหม ? และมีแต่พระมีฐาน ไม่มีโบสถ์ อยู่ได้ไหม ? นี่..ขอให้คิดดูให้ดี

    อุปมาว่า แม้เราจะอยากเป็นกษัตริย์ เราเป็นกษัตริย์ไม่มีบัลลังก์ จะเป็นอย่างไรบ้าง ? อือ! เป็นกษัตริย์ไร้บัลลังก์

    ถ้าเป็นกษัตริย์มีบัลลังก์ แต่ไม่มีปราสาทราชวัง ไม่มีประเทศอยู่ ได้ไหม ?

    หรือ ถ้าเป็นกษัตริย์มีบัลลังก์ มีปราสาทราชวัง มีประเทศอยู่ แต่ไม่มีบริวาร ไม่มีพลเมืองที่ซื่อสัตย์ จงรักภักดี จะอยู่ได้ไหม ?

    เห็นไหมล่ะ เพราะฉะนั้น บุญที่เราจะได้ทำนี้ มันได้บุญรวมกันไปหมดเลย ดังนั้น เราจึงควรมาคิดช่วยกันสร้างโบสถ์ก่อน โดยเป็นทั้งผู้นำบุญ ชักชวนผู้อื่นให้มาร่วมบุญ ก็จะได้อานิสงส์คือมีบริวารสมบัติ เหมือนกับว่ามีพื้นดิน มีประเทศ มีพลเมือง มีอุปมานะ เป็นบริวารสมบัติ แล้วเราค่อยมาสร้างพระประธาน พร้อมด้วยรัตนบัลลังก์ด้วยกัน พอถึงตอนนั้นก็กลายเป็นของเล็กน้อยแล้ว ก็เพียง ๑ ล้านบาทเศษเท่านั้นนี่ เพราะบางทีเพียงเจ้าภาพ ๒-๓ เจ้าก็ครบแล้ว เพราะฉะนั้น เราต้องสร้างหมดทั้งประเทศนะ เหมือนใคร ? ก็เหมือนต้นๆตระกูลของพระพุทธเจ้าของเรานะซิ

    ต้นตระกูลศากยวงศ์ ท่านทราบไหมว่ามีความเป็นมาอย่างไร ?

    เริ่มแต่สมัยก่อนพุทธกาล เป็นเวลาย้อนหลังไปนาน มีพระเจ้าโอกกากราชและพระมเหสี ที่มีพระราชโอรส ๔ พระราชธิดา ๕ รวมเป็น ๙ พระองค์ ต่อมา พระมเหสีองค์นั้นก็เสด็จทิวงคต ท่านก็มีมเหสีใหม่ และต่อมาก็ประสูติราชโอรส ๑ องค์

    มเหสีใหม่ ก็อยากจะให้ลูกของตนเองเป็นใหญ่ เมื่อเวลาเหมาะก็ทูลขอพรจากพระเจ้าโอกกากราช ซึ่งพระองค์ก็ลั่นพระวาจาไปว่า จะขออะไรก็จะให้ทั้งนั้น ก็ด้วยรักในพระมเหสีและพระราชโอรส พระนางจึงทูลทันทีว่า ขอราชบัลลังก์ให้โอรสของตน เลยจบกัน

    โอรสองค์ใหญ่เลยไม่ได้ราชสมบัติ ด้วยพระเจ้าโอกกากราชได้ทรงพลั้งพระโอษฐ์ไปแล้ว เลยจำต้องให้ราชโอรสราชธิดาทั้ง ๙ องค์ ไปสร้างเมืองขึ้นใหม่ ซึ่งอยู่ในเขตสักกะชนบท อันเป็นส่วนเหนือของชมพูทวีป

    ทั้ง ๙ พระองค์ พร้อมด้วยอำมาตย์ ๘ คน และข้าราชบริพาร ก็ไปก่อตั้งเมืองขึ้นโดยคำแนะนำของท่านกบิลดาบส เมื่อสร้างเสร็จ ก็ได้ชื่อว่า"#นครกบิลพัสดุ์"

    ในสมัยนั้น พวกกษัตริย์ถือเอาความบริสุทธิ์ในการสืบสายเลือด ดังนั้น พระราชโอรสและพระราชธิดาทั้ง ๙ องค์ ยกเว้นพระธิดาองค์ใหญ่ ก็ได้มีงานพิธีวิวาห์มงคลขึ้นเป็น ๔ คู่ แล้วจึงได้ตั้งวงศ์ขึ้นเป็น"#ศากยะวงศ์" นี่คือ วงต้นๆของพระพุทธเจ้า

    หลังจากนั้นไม่นาน พระเชษฐภคินี คือพระธิดาองค์ใหญ่ เกิดมีความรักกับเจ้าครองนครเทวทหะ ก็ได้มีการอภิเษกสมรส ไปตั้งวงใหม่ชื่อ"#โกลิยวงศ์"

    ตั้งแต่นั้นมา ๒ วงศ์นี้ ก็มีการแต่งงานกันมาตลอด เพื่อรักษาวงศ์อันบริสุทธิ์ไว้ จนมาถึงพระเจ้าสุทโธทนะ และเจ้าชายสิทธัตถะซึ่งมีพระนางพิมพายโสธราเป็นมเหสี อย่างนี้เป็นต้น

    นี่ก็เป็นตัวอย่างว่า เขาได้พากันสร้างกันทั้งเมืองเลยนะ บุญที่ส่งให้สามารถทำได้เช่นนั้นก็คือ บุญที่เกิดจากทานกุศล ซึ่งได้ทำไว้ทุกสิ่งทุกอย่างที่ประกอบกันขึ้น

    อย่างเช่นพวกเราช่วยกันสร้างสถาบันฯ สร้างโบสถ์ แล้วจึงไปสร้างพระประธาน นี่แหละ ที่สร้างกันได้อย่างนั้น ก็ด้วยอานิสงส์ทำนองนี้

    #บุญตามให้ผล

    ตามเรื่องราวในพระไตรปิฎกบางตอน ก็แสดงไว้ว่าแม้เพียงถือศีล ๘ แล้วตั้งจิตอธิษฐาน อยากจะเกิดเป็นพระราชโอรส พระราชธิดา ของพระเจ้าแผ่นดิน เมื่อแตกลายทำลายขันธ์แล้ว ก็ได้ไปบังเกิดตามนั้นเหมือนกัน

    จะเห็นว่า เรื่องบุญนี่ เมื่อจิตใจสะอาด แล้วอธิษฐานไปด้วยดีแล้วนี้ หรือหากแม้ไม่ได้อธิษฐาน บุญก็ย่อมทำหน้าที่เองให้ผลเอง อย่าได้สงสัยเลย

    เท่าที่ได้เล่ามาให้คุณโยมฟังมานี้ ก็เพื่อให้ท่านทั้งหลาย ได้มีจิตใจที่กล้าหาญรื่นเริง ที่จะประกอบการบุญการกุศลที่ดีทุกอย่าง โดยไม่เฉพาะเจาะจง

    แต่..ให้รู้จักเขตหรือเนื้อนาบุญ ที่อุดมแก่การสร้างบุญสร้างกุศล ดังพันธุ์พืชที่ดี บรรยากาศที่ดี มีการดูแล ประคบประหงมที่ดี ทั้งทาน ศีล และภาวนา ลงท้ายก็คือการอบรมจิต ดำเนินไปตามแนวนี้แล้ว ก็จะมีแต่ความสุขแต่ฝ่ายเดียว.

    ______________
    เทศนาธรรมจาก

    พระเทพญาณมงคล
    หลวงตาเสริมชัย ชยมงฺคโล
    วัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม
    อ.ดำเนินสะดวก
    จ.ราชบุรี
    ______________
    ที่มาของธรรมะจาก
    หนังสือ "บุญ+ทานกุศล"
    ______________
    เพจอมตวัชรวจีหลวงป๋า
    ขอบพระคุณภาพประกอบธรรมะ


    O6enEkpx8wYa8viBsyZYDOnIMtA2BQ-3U&_nc_ohc=rUnbGpL2paAAX9Myt-z&_nc_zt=23&_nc_ht=scontent.fbkk22-8.jpg

    ?temp_hash=df7a3c58079d6bf9805e1e0d79569ede.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...