เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันจันทร์ที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๘

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 13 ตุลาคม 2025.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,632
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,175
    ค่าพลัง:
    +26,963
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันจันทร์ที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๘


     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,632
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,175
    ค่าพลัง:
    +26,963
    วันนี้ตรงกับวันจันทร์ที่ ๑๓ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๘ วันนวมินทรมหาราช คือ วันคล้ายวันสวรรคตของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ ๙ อันเป็นที่รักยิ่งของพวกเรา

    กระผม/อาตมภาพนำคณะญาติโยม ผู้บวชเนกขัมมะปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติ รุ่นที่ ๗/๒๕๖๘ ภาวนาพระคาถาเงินล้าน ๑๐๘ จบตั้งแต่ตี ๓ พร้อมกับจารพระพุทธรูปต่าง ๆ ที่ญาติโยมได้ถวายมาในงานกฐิน แล้วเอาเข้าพิธีภาวนาพระคาถาเงินล้านในครั้งนี้ด้วย กว่าจะจารครบถ้วนสมบูรณ์ก็ใช้เวลาไปเป็นชั่วโมง

    เสร็จสรรพจากงานภาวนาพระคาถาเงินล้านแล้ว วันนี้ทางวัดท่าขนุนงดบิณฑบาต เนื่องเพราะว่าที่ว่าการอำเภอทองผาภูมิ ซึ่งจัดงานวันนวมินทรมหาราช ได้นิมนต์พระเพื่อทำการสวดพระพุทธมนต์ และใส่บาตรถวายพระราชกุศลแด่ในหลวงรัชกาลที่ ๙ โดยนิมนต์พระวัดท่าขนุน ๓๐ รูป ประกอบกับยังอยู่ในช่วงงานบวชเนกขัมมะปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติด้วย กระผม/อาตมภาพจึงให้ประกาศหยุดการบิณฑบาต ๒ วัน เนื่องเพราะว่าวันรุ่งขึ้น ก็คือวันที่ ๑๔ ตุลาคมนั้น จะเป็นงานทำบุญถวายหลวงปู่สายทุกเดือนในช่วงนอกพรรษา ซึ่งเป็นวันที่พระวัดท่าขนุนของเราหยุดการบิณฑบาต ให้ญาติโยมทั้งหลายไปใส่บาตรที่วัดแทน

    เมื่อฉันเช้าร่วมกับบรรดาญาติโยมผู้ปฏิบัติธรรมทั้งหลายแล้ว กระผม/อาตมภาพก็เดินทางไปยังที่ว่าการอำเภอทองผาภูมิ ท่านนายอำเภอชาคริต ตันพิรุฬห์ มาต้อนรับกระผม/อาตมภาพและคณะ ซึ่งวันนี้ตัวกระผม/อาตมภาพต้องทำหน้าที่ประธานสงฆ์ ในการสวดพระพุทธมนต์พิธีบำเพ็ญกุศลวันนวมินทรมหาราช

    โดยที่พระเดชพระคุณพระครูวรกาญจนโชติ, ดร. เจ้าคณะอำเภอทองผาภูมินั้น ท่านพยายามจัดพระครูสัญญาบัตร พระมหาเปรียญ ผู้ทรงสมณศักดิ์ เป็นชุด ๆ ไม่ว่าจะเป็นงานวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง วันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในหลวงรัชกาลที่ ๑๐ วันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ตลอดจนกระทั่งถึงวันพ่อแห่งชาติ หรือว่าวันนวมินทรมหาราช บรรดาพระครูสัญญาบัตรและมหาเปรียญ ตลอดจนกระทั่งพระฐานานุกรมผู้ทรงสมณศักดิ์ จะได้ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันออกงาน
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,632
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,175
    ค่าพลัง:
    +26,963
    โดยปกติค่านิยมทั่ว ๆ ไปก็คือ ถ้าอยู่ต่อหน้าศพ เราจะขึ้นเต็มบทตั้งแต่ "อะทาสิ เม อะกาสิ เม ญาติมิตตา สะขา จะ เมฯ" แต่ถ้าหากว่าเป็นงานทำบุญอัฐิ หรือว่าเจ้าภาพนำมาแต่รูปผู้ตาย เราก็จะขึ้นตรง "อะยัญจะ โข ทักขิณา ทินนาฯ" เป็นต้นไป ด้วยความที่กระผม/อาตมภาพไม่ทราบว่าวันนี้มีเจ้าภาพ ก็เลยขึ้นบท "สัพพะโรคะ วินิมุตโตฯ" ว่าจบไปเลย

    ยังดีที่หลวงพ่อเจ้าคุณอนันต์ท่านเมตตาบอกไว้ จึงทำให้คิดว่า
    เราจะต้องออกงานจนกว่าจะรู้ว่า แต่ละงานเขาใช้บทสวดอะไร ? บทให้พรอย่างไร ? มีพิธีกรรมพิธีการอย่างไรบ้าง ? จึงกลายเป็น "มือปืนรับจ้าง" ก็คืออยู่ในลักษณะที่ว่า ถึงไม่ใช่คิวนิมนต์ของตนเอง แต่พระพี่พระน้องท่านใดให้ไปแทนก็ไปทันที ไม่ได้ไปเพราะหวังปัจจัยไทยธรรม แต่ไปเพื่อศึกษาว่าแต่ละงานนั้นใช้บทสวดอะไรบ้าง ? ไม่ว่าจะเป็นงานบวช งานแต่ง งานศพ เหล่านี้เป็นต้น จนกระทั่ง ๒ พรรษาผ่านไป มั่นใจว่าตนเองรู้ครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว ก็เริ่ม "โบ้ย" ภาระให้กับรุ่นน้องที่มีใจทางนี้ไปแทนบ้าง

    เมื่อมีการศึกษาขั้นตอนต่าง ๆ ไม่ว่าจะงานหลวง งานราษฎร์ จนกระทั่งมั่นใจตัวเอง ก็สามารถที่จะให้คำแนะนำ ตลอดจนกระทั่งกระทำได้ถูกต้อง เพียงแต่ว่า
    ท่านที่มีประสบการณ์น้อย ก็อาจจะมีความผิดพลาดได้ เพียงแต่ว่าความผิดพลาดในลักษณะนี้ พระเรามักจะรู้กันเอง ญาติโยมไม่รู้ เพราะว่าฟังออกน้อยมาก มักจะฟังขลัง ๆ ไปว่าเป็นการให้พรภาษาบาลีเท่านั้น..!

    เมื่อรับปัจจัยไทยธรรมต่าง ๆ และให้พรเรียบร้อยแล้ว กระผม/อาตมภาพก็นำพระภิกษุทั้งของวัดตนเองและวัดอื่นร่วมกันบิณฑบาต เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวงรัชกาลที่ ๙ เสร็จจากการบิณฑบาตแล้ว ยังต้องกลับมาเพื่อที่จะนำผู้ปฏิบัติธรรมรุ่นที่ ๗/๒๕๖๘ ได้ปฏิบัติธรรมในช่วงสาย เป็นช่วงสุดท้าย ก่อนที่จะปิดโครงการ

    ครั้นเมื่อปิดโครงการแล้วก็ยังต้องเตรียมการ ในการทอดผ้าป่าเพื่อสมทบกองทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย ซึ่งเป็นกองทุนที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ ทรงตั้งขึ้น แล้วเงินต้นก็น่าจะหมดไปนานแล้ว ได้แต่อาศัยบรรดาวัดวาต่าง ๆ ที่พอมีกำลัง จัดทอดผ้าป่าแล้วส่งเงินเข้าไปสู่กองทุนแบบนี้ทุกปี จึงพอที่จะยืนหยัดลากถูมาจนถึงปัจจุบันนี้ได้..!
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,632
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,175
    ค่าพลัง:
    +26,963
    ครั้นเสร็จจากการทอดผ้าป่า โดยความร่วมมือของทางเทศบาลตำบลทองผาภูมิ นำโดยท่านนายกศราวุธ ศรีทันดร ตลอดจนกระทั่งชุมชนทั้ง ๓ ชุมชนรอบวัดท่าขนุน ก็คือ

    ชุมชนคุณธรรมวังท่าขนุน นำโดย นางสาวบุญสนอง บุญยงค์ประธานชุมชน

    ชุมชนคุณธรรมริมฝั่งแควน้อย นำโดยประธานชุมชนก็คือ นางพนอ จันทจิตร

    และชุมชนคุณธรรมพัฒนาทองผาภูมิ นำโดย นางมณี เทพวงศ์ ประธานชุมชน

    ตลอดจนกระทั่งได้รับความเมตตาจากคณะรวมใจภักดิ์ ของท่านอาจารย์วิชชุ อารมณ์ดี รวบรวมปัจจัยร่วมทอดผ้าป่ามาเฉพาะคณะของตน ๓๐,๐๐๐ บาท และญาติโยมผู้บวชเนกขัมมะปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติ รุ่นที่ ๗/๒๕๖๘ นี้ รวบรวมกันมาอีก ๒๐,๐๐๐ กว่าบาท จึงทำให้กองทุนผ้าป่าของปีนี้นั้น ค่อนข้างที่จะอุดมสมบูรณ์อยู่สักหน่อย

    ครั้นเสร็จสรรพเรียบร้อย
    กระผม/อาตมภาพก็มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ของทางวัดนับเงิน ส่วนตนเองขึ้นรถได้ก็ให้น้องเล็ก (นางสาวจิราพร ซื่อตรงต่อการ) ขับพาลงยังตัวเมืองกาญจน์ เพราะว่าถ้าขืนช้า รถจำนวนมากมายมหาศาลประดังกันเข้ากรุงเทพฯ เหตุที่ต้องรีบเข้ากรุงเทพฯ เพราะว่าตัวกระผม/อาตมภาพและน้องเล็ก ต่างก็สุขภาพชำรุดไปตาม ๆ กัน โดยเฉพาะของน้องเล็กนั้น มีอาการชาแล้วร้าวลงขา ไม่สามารถที่จะยืนหรือเดินได้นาน ต้องรีบหาหมอก่อนเป็นอันดับแรก ตัวของกระผม/อาตมภาพเองนั้น ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าไปติดหวัดจากใคร จนซุ่มเสียงหายหมด..!

    ในเมื่อต่างคนต่างต้องหาหมอ แล้วในช่วงวันหยุดยาวแบบนี้ ถ้าออกผิดจังหวะก็มีหวังติดตายกันอยู่กลางทาง..! เพราะว่าในช่วง "ผลาญงบประมาณ" นี้ ถนนทุกสายโดนซ่อมหมด โดยเฉพาะบรรดาถนน ๒ เลน ๔ เลน มักจะโดนปิดเหลือเลนเดียวเท่านั้น ถ้าต้องคลานตามรถใหญ่ ก็เป็นอันว่าสวัสดี หมดอนาคตแน่นอน..!

    กระผม/อาตมภาพถึงขนาดยอมที่จะไม่ฉันเพล บอกให้น้องเล็กวิ่งยาวไป จนกว่าจะขึ้นทางด่วนพิเศษสาย M ๘๑ หรือที่เรียกกันว่ามอเตอร์เวย์บางใหญ่ - กาญจนบุรี ขึ้นไปได้แล้วค่อยรู้สึกว่ามีอนาคตหน่อย เพราะว่าจะต้องไปพักรอหาหมอที่วัดอุทยาน อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี ในระหว่างที่วิ่งมาก็ต้องฝ่าฝนที่ตกหนัก ทำเอาอาการไข้หวัดกำเริบขึ้นมาอีกรอบหนึ่ง ก็ได้แต่หวังว่าจะถึงมือหมอก่อนที่จะสิ้นชีวิตเสียก่อน..!

    สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
    วันจันทร์ที่ ๑๓ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๘
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...