**พระกรรมฐานสาย ลป.ชอบ ลป.คำดี ลป.หลุย และครูบาอาจารย์สายต่างๆ**//

ในห้อง 'พระเครื่อง วัตถุมงคล' ตั้งกระทู้โดย Lo_olLo, 12 พฤษภาคม 2016.

  1. rung847

    rung847 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 กรกฎาคม 2011
    โพสต์:
    856
    ค่าพลัง:
    +3,464
    ร่วมบุญ บูชา รับ "พระชุดทศพลญาณ" ่จำนวน 2 ชุด
     
  2. พลานุภาพ

    พลานุภาพ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 ตุลาคม 2010
    โพสต์:
    125
    ค่าพลัง:
    +283
    ขอร่วมบุญ บูชา รับ "พระชุดทศพลญาณ" ่จำนวน 1 ชุดครับ
     
  3. เบเบ้

    เบเบ้ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 ตุลาคม 2010
    โพสต์:
    2,172
    ค่าพลัง:
    +14,200
    ร่วมบุญ10ชุดครับ
     
  4. shaj

    shaj เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 พฤศจิกายน 2012
    โพสต์:
    8,613
    ค่าพลัง:
    +7,862
    ขอร่วมบุญพระทศพลญาณ 6 ชุดครับ
     
  5. SIR2010

    SIR2010 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    3,248
    ค่าพลัง:
    +5,936
    ร่วมบุญ10ชุด
     
  6. goodlook

    goodlook Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 กันยายน 2010
    โพสต์:
    66
    ค่าพลัง:
    +163
    ขอร่วมบุญพระทศพลญาณ 10 ชุด
     
  7. somsakasat

    somsakasat เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 มีนาคม 2009
    โพสต์:
    707
    ค่าพลัง:
    +1,939
    ขอร่วมบุญบูชา 3 ชุดครับ
     
  8. api_suphot

    api_suphot เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 พฤษภาคม 2012
    โพสต์:
    1,127
    ค่าพลัง:
    +4,948
    ขอร่วมบุญ "พระชุดทศพลญาณ" ่จำนวน 2 ชุดครับ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 1 กุมภาพันธ์ 2026
  9. pcharn

    pcharn เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 เมษายน 2013
    โพสต์:
    2,600
    ค่าพลัง:
    +3,066
    ขอร่วมบุญพระทศพลญาณ 10 ชุด
     
  10. Lo_olLo

    Lo_olLo เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    3,103
    ค่าพลัง:
    +12,897
    ขออนุญาตสรุปยอดร่วมบุญ
    รับพระที่ระลึก "ชุดทศพลญาณ"
    เบื้องต้น 1/2/2569 ดังนี้ครับ
    **********************************************

    55A55.jpg
    - muangake 2
    - สิริพงษ์ 5
    - อาทิตย์03 5
    - popularity 5 โอนปัจจัยแล้ว
    - ddon7650 2
    - rung847 2
    - พลานุภาพ 1
    - เบเบ้ 10
    - shaj 6
    - SIR2010 10
    - goodlook 10
    - somsakasat 2
    - api_suphot 2
    - pcharn 10

    *****************************
    ต้องขออนุโมทนากับสมาชิกทุกท่านในเบื้องต้นนี้ด้วยนะครับ
    ท่านสมาชิกที่มีรายชื่อ สามารถโอนปัจจัยได้เลยนะครับ

    **หมายกำหนดการเบื้องต้นของการจัดสร้างเหรียญทศพลญาณ ดังต่อไปนี้ครับ(อ.บุญเลิศ กรุณาว่างฤกษ์ให้ครับ)

    - เทหล่อชนวนมวลสารในวันเสาร์ที่ 7 กพ. 69 ซึ่งเป็นวันเสาร์ห้า
    (วันเสาร์ แรม 5 ค่ำ เป็นเสาร์ห้าตัวเมีย)

    - และนำพระทั้งหมดขอความกรุณาท่านอาจารย์บุญเลิศทำพิธีบวงสรวงและอธิษฐานจิตตามตำรา ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
    (วันพฤหัสบดี แรม 10 ค่ำ เดือนสาม (3) ปีมะเส็ง วันนี้ จันทร์เสวยสมโณฤกษ์)

    - ก่อนจะนำกราบขอเมตตาครูบาอาจารย์ร่วมอธิษฐานจิตต่อไปตามที่ท่านอาจารย์บุญเลิศ เห็นสมควร

    และจะได้รวบรวมปัจจัยน้อมถวายวัดป่าภูหงต่อไปครับ
    ขออนุโมทนาครับ

    **ปล.ทุกขั้นตอนในการจัดสร้างวัตถุมงคล ผู้เขียนจะทยอยลงการดำเนินการให้สมาชิกทุกท่านที่ร่วมบุญได้ทราบเป็นระยะทั้งข้อมูลและรูปภาพ จนกว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จและน้อมถวายปัจจัยให้แก่วัดต่อไป

    สมาชิกทุกท่านสามารถร่วมอนุโมทนาบุญและติดตามการดำเนินการได้ที่บอร์ดนี้และ FBวัตถุมงคลพลังจิต ได้เลยนะครับ....

    ขอขอบคุณและอนุโมทนาบุญด้วยครับ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 1 กุมภาพันธ์ 2026
  11. Choocharttee

    Choocharttee สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 พฤษภาคม 2021
    โพสต์:
    214
    ค่าพลัง:
    +321
    จองร่วมบุญ2ชุดครับ
     
  12. Lo_olLo

    Lo_olLo เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    3,103
    ค่าพลัง:
    +12,897
    ขออนุญาตปิดยอดร่วมบุญ
    รับพระที่ระลึก "ชุดทศพลญาณ"
    2/2/2569 ดังนี้ครับ
    **********************************************
    เลเซอร์55.jpg

    - muangake 2
    - สิริพงษ์ 5
    - อาทิตย์03 5
    - popularity 5 โอนปัจจัยแล้ว
    - ddon7650 2 โอนปัจจัยแล้ว
    - rung847 2 โอนปัจจัยแล้ว
    - พลานุภาพ 1
    - เบเบ้ 10 โอนปัจจัยแล้ว
    - shaj 6
    - SIR2010 10 โอนปัจจัยแล้ว
    - goodlook 10 โอนปัจจัยแล้ว
    - somsakasat 2 โอนปัจจัยแล้ว
    - api_suphot 2 โอนปัจจัยแล้ว
    - pcharn 10 โอนปัจจัยแล้ว
    - choocharttee 2

    *****************************
    ต้องขออนุโมทนากับสมาชิกทุกท่านในเบื้องต้นนี้ด้วยนะครับ
    ท่านสมาชิกที่มีรายชื่อ สามารถโอนปัจจัยได้เลยนะครับ

    **หมายกำหนดการเบื้องต้นของการจัดสร้างเหรียญทศพลญาณ ดังต่อไปนี้ครับ(อ.บุญเลิศ กรุณาว่างฤกษ์ให้ครับ)

    - เทหล่อชนวนมวลสารในวันเสาร์ที่ 7 กพ. 69 ซึ่งเป็นวันเสาร์ห้า
    (วันเสาร์ แรม 5 ค่ำ เป็นเสาร์ห้าตัวเมีย)

    - และนำพระทั้งหมดขอความกรุณาท่านอาจารย์บุญเลิศทำพิธีบวงสรวงและอธิษฐานจิตตามตำรา ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
    (วันพฤหัสบดี แรม 10 ค่ำ เดือนสาม (3) ปีมะเส็ง วันนี้ จันทร์เสวยสมโณฤกษ์)

    - ก่อนจะนำกราบขอเมตตาครูบาอาจารย์ร่วมอธิษฐานจิตต่อไปตามที่ท่านอาจารย์บุญเลิศ เห็นสมควร

    และจะได้รวบรวมปัจจัยน้อมถวายวัดป่าภูหงต่อไปครับ
    ขออนุโมทนาครับ

    **ปล.ทุกขั้นตอนในการจัดสร้างวัตถุมงคล ผู้เขียนจะทยอยลงการดำเนินการให้สมาชิกทุกท่านที่ร่วมบุญได้ทราบเป็นระยะทั้งข้อมูลและรูปภาพ จนกว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จและน้อมถวายปัจจัยให้แก่วัดต่อไป

    สมาชิกทุกท่านสามารถร่วมอนุโมทนาบุญและติดตามการดำเนินการได้ที่บอร์ดนี้และ FBวัตถุมงคลพลังจิต ได้เลยนะครับ....

    ขอขอบคุณและอนุโมทนาบุญด้วยครับ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 2 กุมภาพันธ์ 2026
  13. Lo_olLo

    Lo_olLo เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    3,103
    ค่าพลัง:
    +12,897
    ขออนุญาตปิดยอดร่วมบุญ
    รับพระที่ระลึก "ชุดทศพลญาณ"
    3/2/2569 ดังนี้ครับ
    **********************************************
    เลเซอร์55.jpg
    - muangake 2 โอนปัจจัยแล้ว
    - สิริพงษ์ 5
    - อาทิตย์03 5 โอนปัจจัยแล้ว
    - popularity 5 โอนปัจจัยแล้ว
    - ddon7650 2 โอนปัจจัยแล้ว
    - rung847 2 โอนปัจจัยแล้ว
    - พลานุภาพ 1
    - เบเบ้ 10 โอนปัจจัยแล้ว
    - shaj 6
    - SIR2010 10 โอนปัจจัยแล้ว
    - goodlook 10 โอนปัจจัยแล้ว
    - somsakasat 2 โอนปัจจัยแล้ว
    - api_suphot 2 โอนปัจจัยแล้ว
    - pcharn 10 โอนปัจจัยแล้ว
    - choocharttee 2

    *****************************
    ต้องขออนุโมทนากับสมาชิกทุกท่านในเบื้องต้นนี้ด้วยนะครับ
    ท่านสมาชิกที่มีรายชื่อ สามารถโอนปัจจัยได้เลยนะครับ

    **หมายกำหนดการเบื้องต้นของการจัดสร้างเหรียญทศพลญาณ ดังต่อไปนี้ครับ(อ.บุญเลิศ กรุณาว่างฤกษ์ให้ครับ)

    - เทหล่อชนวนมวลสารในวันเสาร์ที่ 7 กพ. 69 ซึ่งเป็นวันเสาร์ห้า
    (วันเสาร์ แรม 5 ค่ำ เป็นเสาร์ห้าตัวเมีย)

    - และนำพระทั้งหมดขอความกรุณาท่านอาจารย์บุญเลิศทำพิธีบวงสรวงและอธิษฐานจิตตามตำรา ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
    (วันพฤหัสบดี แรม 10 ค่ำ เดือนสาม (3) ปีมะเส็ง วันนี้ จันทร์เสวยสมโณฤกษ์)

    - ก่อนจะนำกราบขอเมตตาครูบาอาจารย์ร่วมอธิษฐานจิตต่อไปตามที่ท่านอาจารย์บุญเลิศ เห็นสมควร

    และจะได้รวบรวมปัจจัยน้อมถวายวัดป่าภูหงต่อไปครับ
    ขออนุโมทนาครับ

    **ปล.ทุกขั้นตอนในการจัดสร้างวัตถุมงคล ผู้เขียนจะทยอยลงการดำเนินการให้สมาชิกทุกท่านที่ร่วมบุญได้ทราบเป็นระยะทั้งข้อมูลและรูปภาพ จนกว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จและน้อมถวายปัจจัยให้แก่วัดต่อไป

    สมาชิกทุกท่านสามารถร่วมอนุโมทนาบุญและติดตามการดำเนินการได้ที่บอร์ดนี้และ FBวัตถุมงคลพลังจิต ได้เลยนะครับ....

    ขอขอบคุณและอนุโมทนาบุญด้วยครับ
     
  14. Lo_olLo

    Lo_olLo เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    3,103
    ค่าพลัง:
    +12,897
    ขออนุญาตปิดยอดร่วมบุญ
    รับพระที่ระลึก "ชุดทศพลญาณ"
    4/2/2569 ดังนี้ครับ
    **********************************************
    เลเซอร์55.jpg

    - muangake 2 โอนปัจจัยแล้ว
    - สิริพงษ์ 5 โอนปัจจัยแล้ว
    - อาทิตย์03 5 โอนปัจจัยแล้ว
    - popularity 5 โอนปัจจัยแล้ว
    - ddon7650 2 โอนปัจจัยแล้ว
    - rung847 2 โอนปัจจัยแล้ว
    - พลานุภาพ 1 โอนปัจจัยแล้ว
    - เบเบ้ 10 โอนปัจจัยแล้ว
    - shaj 6 โอนปัจจัยแล้ว
    - SIR2010 10 โอนปัจจัยแล้ว
    - goodlook 10 โอนปัจจัยแล้ว
    - somsakasat 2 โอนปัจจัยแล้ว
    - api_suphot 2 โอนปัจจัยแล้ว
    - pcharn 10 โอนปัจจัยแล้ว
    - choocharttee 2 โอนปัจจัยแล้ว

    *****************************
    ต้องขออนุโมทนากับสมาชิกทุกท่านในเบื้องต้นนี้ด้วยนะครับ
    ท่านสมาชิกที่มีรายชื่อ สามารถโอนปัจจัยได้เลยนะครับ

    **หมายกำหนดการเบื้องต้นของการจัดสร้างเหรียญทศพลญาณ ดังต่อไปนี้ครับ(อ.บุญเลิศ กรุณาว่างฤกษ์ให้ครับ)

    - เทหล่อชนวนมวลสารในวันเสาร์ที่ 7 กพ. 69 ซึ่งเป็นวันเสาร์ห้า
    (วันเสาร์ แรม 5 ค่ำ เป็นเสาร์ห้าตัวเมีย)

    - และนำพระทั้งหมดขอความกรุณาท่านอาจารย์บุญเลิศทำพิธีบวงสรวงและอธิษฐานจิตตามตำรา ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
    (วันพฤหัสบดี แรม 10 ค่ำ เดือนสาม (3) ปีมะเส็ง วันนี้ จันทร์เสวยสมโณฤกษ์)

    - ก่อนจะนำกราบขอเมตตาครูบาอาจารย์ร่วมอธิษฐานจิตต่อไปตามที่ท่านอาจารย์บุญเลิศ เห็นสมควร

    และจะได้รวบรวมปัจจัยน้อมถวายวัดป่าภูหงต่อไปครับ
    ขออนุโมทนาครับ

    **ปล.ทุกขั้นตอนในการจัดสร้างวัตถุมงคล ผู้เขียนจะทยอยลงการดำเนินการให้สมาชิกทุกท่านที่ร่วมบุญได้ทราบเป็นระยะทั้งข้อมูลและรูปภาพ จนกว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จและน้อมถวายปัจจัยให้แก่วัดต่อไป

    สมาชิกทุกท่านสามารถร่วมอนุโมทนาบุญและติดตามการดำเนินการได้ที่บอร์ดนี้และ FBวัตถุมงคลพลังจิต ได้เลยนะครับ....

    ขอขอบคุณและอนุโมทนาบุญด้วยครับ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 6 กุมภาพันธ์ 2026
  15. Lo_olLo

    Lo_olLo เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    3,103
    ค่าพลัง:
    +12,897
    Gemini_Generated_Image_eixwpleixwpleixw.jpg
    พระพุทธรัศมี(ฉัพพรรณรังสี)ของพระพุทธเจ้าในพระไตรปิฎก โดยกล่าวเป็นนัยว่าพระพุทธเจ้าแต่ละพระองค์มีพุทธรัศมี(ฉัพพรรณรังสี)ที่ไม่เท่ากัน ความตอนหนึ่งว่า

    .... รัศมีเวมัตตะ(ความแตกต่าง) ที่ชื่อว่ารัศมีเวมัตตะ ความแตกต่างกันแห่งพระรัศมี.

    ....ได้ยินว่า พระมังคลสัมมาสัมพุทธเจ้า(พระพุทธเจ้าองค์ที่ 6)มีพระรัศมีแห่งพระสรีระ แผ่ไปในหมื่นโลกธาตุ.
    - พระปทุมุตตรพุทธเจ้า แผ่ไป ๑๒ โยชน์.(พระพุทธเจ้าองค์ที่ 13)
    - พระวิปัสสีพุทธเจ้า แผ่ไป ๗ โยชน์.(พระพุทธเจ้าองค์ที่ 22)
    - พระสิขีพุทธเจ้า แผ่ไป ๓ โยชน์.(พระพุทธเจ้าองค์ที่ 23)
    - พระกกุสันธพุทธเจ้า แผ่ไป ๑๐ โยชน์.(พระพุทธเจ้าองค์ที่ 25)
    - พระผู้มีพระภาคเจ้าของเรา(องค์ปัจจุบัน) ประมาณหนึ่งวาโดยรอบ.(พระพุทธเจ้าองค์ที่ 28)

    พระพุทธเจ้านอกนั้น ไม่แน่นอน. นี้ชื่อว่ารัศมีเวมัตตะ.
    ..........ข้อความบางตอนใน อรรถกถาขุททกนิกาย พุทธวงศ์

    ...สำหรับพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน พุทธรัศมี(ฉัพพรรณรังสี) รอบพระวรกาย 1 วา (ราวๆ2เมตร) แต่
    กำลังญาณ(ทศพลญาณ) เรืองรองถึงสวรรค์ชั้นดุสิต ดังความนัย อรรถกถาสีหสูตร ว่า

    บทว่า ทุติยมฺปิ โข คือ แม้วาระที่ ๒.

    ในวาระแม้นี้ เมื่อเจ้าลิจฉวีสรรเสริญคุณของพระพุทธเจ้า ได้กล่าวสรีรคุณด้วยอำนาจมหาปุริสลักขณะ ๓๒ ประการ พระอนุพยัญชนะ ๘๐ และพระรัศมีข้างละแห่งพระทศพล กำหนดเอาเบื้องล่างแต่พื้นเท้าขึ้นไป เบื้องบนแต่ปลายผมลงมา ตั้งแต่ภพดุสิตจนถึงมหาโพธิบัลลังก์.
    ............ข้อความบางตอนใน สีหสูตร อังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๓


    99998555.jpg

    **************************************

    88RT.jpg
    ....ท่านอาจารย์บุญเลิศ กรุณาอธิบายเพิ่มเติมถึงอุปเท่ห์เรื่องพุทธรัศมี "กำลังทศพลญาณ" เพื่อกำจัดซึ่งเสนียดจัญไรทั้งหลาย ตามตำราการสร้างให้ฟังดังนี้ครับว่า..

    คำว่า "อีติ" ในภาษาบาลีท่านหมายถึง “สิ่งที่มาเพื่อความฉิบหาย” หมายถึง ความชั่วร้าย, ความหายนะ, เสนียด, จัญไร, ความทุกข์ยาก หรือที่รู้จักและเรียกกันว่า "เสนียด"

    ในตำราอภิไทโพธิบาทว์ "เสนียด" สามารถติดต่อกันได้ เสนียดจะอยู่ทั้งในคนทั่วไปและอยู่ตามธรรมชาติ เป็นสภาวะอย่างหนึ่งที่เป็นพลังงานด้านลบทำให้หมองเศร้า เมื่อมีสภาวะนี้เกิดขึ้นกับบุคคลใด "ย่อมทำให้บุคคลนั้น จะทำอะไรก็ติดขัด ไม่ประสบผลสำเร็จ เกิดความยากเย็นลำบากในชีวิต ราศีก็หม่นหมอง จะหยิบจะจับอะไรก็มีแต่ปัญหา"

    ...เสนียดตามตำราท่านอธิบายไว้ว่า
    "เสนียดทีเกิดจากบุคคล บุคคลนั้นย่อมสร้างเสนียดให้แก่ตัวเองได้ด้วยการทำบาปให้เกิดขึ้นแก่ตัว ถ้าบาปเล็กน้อยเสนียดก็อาจจะหายไปได้ตามธรรมชาติในเวลาไม่ช้า แต่ถ้าสะสมมากๆทุกวันก็ทำให้เสนียดนั้นอยู่ยาวนานได้ แต่ถ้าบาปหนักหนา เช่น พวกชอบเอารัดเอาเปรียบคนอื่นเห็นแก่ตัวเบียดเบียนคนอื่นเป็นนิจอันนี้เสนียดเกิดขึ้นทุกวันย่อมสะสมและหนาแน่นขึ้นได้ หรือการกระทำอันถือเป็นบาปอันหนักหนาไปเลยก็เช่น อนันตริยกรรม(ฆ่าพ่อแม่ ฆ่าพระอรหันต์ ทำร้ายพระพุทธเจ้าและทำสงฆ์แตกแยก) หรือบุคคลอันได้กระทำบาป ที่นำไปสู่ความเป็นสัตว์นรก เช่น อาบัติปาราชิกในพระธรรมวินัยแล้วยังหากินกับพระศาสนาอยู่(หรือสึกมาแล้วก็ตาม)" กรณีจำพวกนี้ คือเสนียดอันเกิดแต่ตัวบุคคลเอง เมื่อเราๆท่านๆไปคลุกคลีกับตนเหล่านี้ ก็ย้อมทำให้ติดเสนียดมาได้ ถ้าติดเสนียดเล็กน้อยบาลีท่านก็เรียกว่า "อีติ" ถ้าเสนียดหนาแน่นมาก ท่านก็เรียกว่า "อัตยีติ"

    ...เสนียดอันเกิดขึ้นแต่โดยธรรมชาติ ก็คือสถานที่อโคจรต่างๆ ที่เกิดจากบุคคลเป็นเสนียด แล้วไปทิ้งพลังงานลบๆหรือพลังงานไม่ดีไว้ในสถานที่นั้นๆ เป็นระยะเวลานาน เมื่อผู้ใดไปบริเวณนั้น ก็ย่อมได้รับเสนียดติดตัวมาด้วยเช่นกัน(มากน้อยขึ้นอยู่กับระยะเวลาและสภาวะจิตในเวลานั้น) หรือสถานที่โบราณสถานที่มีการทำอาถรรพ์ไว้(อาจจะเกิดจากคำสาปแช่งหรือพิธีกรรมฝั่งอาถรรพ์ไว้รักษาสถานที่นั้นๆของคนสมัยก่อน) ถ้าไปในสถานที่เหล่านี้ก็อาจจะติดเสนียดกลับมาได้

    **
    เสนียดกับอาถรรพ์ตามตำราว่าไม่เหมือนกัน เสนียดคือความไม่ดีที่ติดหรือเกิดขึ้นได้เป็นประจำมีโดยทั่วไปมากน้อยอีกเรื่องหนึ่ง แต่อาถรรพ์จะมีได้คือต้องตั้งใจทำตามวิธีและพิธีการในตำราที่กำหนดไว้ เช่นพวกตำราอาถรรพเวทต่างๆ จุดประสงค์เพื่อให้มีอันเป็นไปในสิ่งหนึ่งสิ่งใดเป็นการเฉพาะจะไม่มีทุกที่จะมีเฉพาะบางที่ ที่มีการทำพิธีไว้เท่านั้น

    Gemini55.jpg
    พิมพ์ประภามณฑลข้างรัศมี เป็นตำราสูตรหนึ่งในสูตรฉัพพรรณรังสี
    ของ หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า จ.ชัยนาท

    *******ด้วยธรรมชาติแห่งพลังงานไม่ดีเช่นนี้ ครูบาอาจารย์ในอดีตท่านจึงได้หาวิธีและรจนาตำรับตำราต่างๆ เพื่อมาขจัดหรือบรรเทาสภาวะเหล่านี้ให้ทุเลาเบาบางลง จากจะเป็นมากก็ให้น้อยลง จากเป็นน้อยก็ค่อยหายไป "เพื่อให้เกิดความราบรื่นและปกติสุขของการดำรงชีวิต(เกิดสมดุลชีวิตปกติ)" หนึ่งในตำรานั้นก็คือ "กำลังทศพลญาณ" นี้เอง

    ...ซึ่งอุปเท่ห์ในตำรานี้(ทศพลญาณ) โบราณจารย์ท่านหมายเอาคุณวิเศษของพระพุทธเจ้าเรื่องกำลังแห่งญาณบารมีของพระพุทธเจ้าที่มีพุทธฉัพพรรณรังสีโดยรอบ ซึ่งแสงแห่งกำลังญาณบารมีของพระพุทธเจ้านี้ สามารถทะลุทะลวงความมืดมนต์ได้ทุกที่ทุกสถาน ไม่มีความมืดมนต์ใดสามารถปกปิดกำลังแห่งญาณนี้ได้ฉันใด ความไม่ดีทั้งหลายเสนียดจัญไรอันเกิดแต่ความไม่ดีทั้งหลาย เมื่อต้องด้วยแสงแห่งฉัพพรรณรังสีนี้ ย่อมมะลายหายไปได้ฉันนั้น

    ...โบราณจารย์ท่านจึงว่า "กำลังทศพลญาณนี้ มีพุทธานุภาพดั่งแสงพุทธฉัพพรรณรังสี ย่อมละลายอุปสรรคต่างๆนาๆ กำจัดแลซึ่งเสนียดต่างๆได้ดีนัก"


    (ซึ่งอุปเท่ห์แห่งสูตรนี้มีมากมายครับ ไว้ผู้เขียนอาจจะทำคู่มือชุดเล็กๆส่งให้ท่านสมาชิก เพื่อใช้คู่กับองค์พระเพื่อน้อมขอบารมีมาใช้ในการสะเดาะห์เคราะห์ด้วยตัวเอง ต่อไปด้วยครับ)
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 4 กุมภาพันธ์ 2026
  16. Lo_olLo

    Lo_olLo เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    3,103
    ค่าพลัง:
    +12,897
    55559.jpg
    ....เมื่อวันที่ 7 ก.พ.2569 ทางโรงหล่อได้ทำพิธี เทหล่อชนวนมวลสารในวันเสาร์ห้า (วันเสาร์ แรม 5 ค่ำ เป็นเสาร์ห้าตัวเมีย) ตามที่ท่านอาจารย์บุญเลิศได้วางฤกษ์ไว้เรียบร้อยแล้วครับ(พอดีโรงหล่อเพิ่งส่งรูปมาให้ครับ ขอไปนานแล้วแต่งานคงเยอะเลยเพิ่งส่งมา)

    ....และตอนนี้โรงหล่ออยู่ในขั้นตอนขัดล้าง(ตามคิวครับช่วงนี้โรงหล่อบอกงานเยอะมากเลยนาน) เมื่อเสร็จเรียบร้อยทุกขั้นตอนการหล่อผู้เขียนจะไปรับพระด้วยตัวเองเพื่อรอเข้าพิธีตามตำราอีกครั้ง ซึ่งท่านอาจารย์บุญเลิศจะได้ทำพิธีบวงสรวงต่อไป ก่อนจะนำเข้ากราบขอเมตตา
    หลวงพ่อเจ้าคณะจังหวัด(หลวงพ่อมหาสุพัฒน์) และ พระอาจารย์พล เมตตาอธิษฐานจิตในเบื้อต้น และนำปัจจัยน้อมถวายวัดตามเจตนาต่อไปครับ

    จึงเรียนแจ้งมาให้ท่านสมาชิกทราบมาดังนี้ก่อนครับ
    อนุโมทนาครับ
    ....หมายเหตุที่แรกจะทำพิธีบวงสรวงในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 แต่ อ.บุญเลิศท่านว่า ดาวพระเสาร์จะย้ายเลยให้เลื่อนวันบวงสรวงออกไปก่อนครับ

    8995.jpg

    54448.jpg
     
  17. Lo_olLo

    Lo_olLo เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    3,103
    ค่าพลัง:
    +12,897
    4kr.jpg
    ...เมื่อวันที่ 17 ก.พ. 2569 ผู้เขียนได้เข้าพบและสนทนาพูดคุยกับท่านอาจารย์บุญเลิศ เชื้อบุญมี เพื่อนำเรียนเรื่องสร้างพระชุด "ทศพลญาณ" ให้ท่านทราบเพื่อขอฤกษ์ยามในการทำพิธีบวงสรวงแล้วเรียนให้ท่านทราบว่าทางโรงหล่ออาจจะล่าช้าเพราะมีงานมากและรอตามคิวงานซึ่งท่านเองก็เข้าใจ และจะกำหนดฤกษ์ยามให้ใหม่ในการบวงสรวงตามตำราในพิธีไหว้ครูบูชาพระวัตถุมงคลเหรียญทศพลญาณรุ่นนี้ครับ

    ...ท่านอาจารย์กรุณาถามครับว่า "ทำวัตถุมงคลแต่ละรอบได้ปัจจัยถวายวัดมากน้อยพอได้ไหมละ วัดพอได้เงินไปสร้างไหม?"

    ...ผู้เขียนก็ตอบท่านว่า "ก็พอได้เรื่อยๆครับ มีศรัทธาร่วมบุญก็มีประจำแต่ไม่ได้มากขนาดหลักหลายหมื่นหลายแสนนะครับ ฮ่าๆ(ผู้เขียนหัวเราะ) เพราะไม่ได้ออกให้บูชาแพงกันขนาดนั้น"

    ...ท่านอาจารย์ถามต่อ "อืม แต่ละรุ่นออกให้ร่วมบุญเท่าไรละ สร้างมากไม"

    ...ผู้เขียน "หลายๆรุ่น 100บาท บ้าง ไม่เกิน 150บาทครับ นอกจากมีตะกรุดจากที่อาจารย์มอบให้แถมๆไป แต่บางท่านก็บูชาหลัก10กว่าองค์ก็มีครับ เพราะสร้างแต่ละวาระไม่เยอะแต่สร้างบ่อย"

    ...อาจารย์บูญเลิศท่านหัวเราะก่อนจะบอกว่า "โอ๊ย!! มวลสารแต่ละอย่าง วาระแต่ละรุ่นให้บูชากันหลักร้อย วัดคงได้อยู่มั่งกำแพงเนี่ย ฮ่าๆ(ท่านขำเล็กๆ) สมัยผมรับราชการใหม่ๆเงินเดือน 750 บาท(ประมาณปี2517) ตอนนั้นราคาทองบาทละ 1400 บาท แต่ผมเก็บเงินบูชา
    ตะกรุดของหลวงพ่อเทียม วัดกษัตราธิราชที่วัดออกให้บูชาเป็นตะกรุดมหาระงับดอกละ 2000บาท เลยนะบอกให้ วัดออกให้บูชา 2000 บาทน่ะในปีนั้น" แล้วท่านก็ยิ้มเล็ก

    GG4.jpg

    ...แล้วท่านก็พูดให้ฟังต่อครับว่า "เมื่อปี 2514 เหรียญหลวงปู่ชอบรุ่นแรก เหรียญละ20 บาท ตอนนั้นหลวงปู่ชอบท่านปรารภ
    เรื่องการสร้างโบสถ์กลางน้ำ และเจดีย์วัดป่าสัมมานุสรณ์ ใครบริจาคค่าปูนบูชา 20 บาทจะได้รับ 1 เหรียญ(ตอนนั้นปูนกระสอบละ 14 บาท) ก็คิดเอาก๋วยเตี๋ยวชามละ 1.50 บาท ถ้าผมเปลี่ยบเทียบราคาวัตถุมงคลที่อาจารย์(ชี้มาทางผม) ออกให้บูชาเทียบกับสมัยก่อน ก็จะประมาณราคาก๋วยเตี๋ยว 2 ชาม ท่านก็พูดไปยิ้มไปพราง..."

    ...ผู้เขียนก็พูดแก้เกอร์ไปครับว่า "ก็ถือว่าเป็นการออกวัตถุมงคลเพื่อสืบตำราวิชาครับ ทุกรุ่นก็จะบันทึก
    รายละเอียดไว้หมดในทำเนียบ เกิดวัตถุมงคลหลายชุดมีประสบการณ์ในอนาคตผู้คนตามหากัน ทั้งบางรุ่นเป็นวัตถุมงคลที่ออกในนามครูบาอาจารย์ที่มีลูกศิษย์ลูกหามากอยู่แล้ว ในอนาคตก็อาจจะมีลูกศิษย์ลูกหาท่านนั้นๆอยากได้มาบูชาบ้างยิ่งมาทราบรายละเอียดการสร้างยิ่งจะมีศรัทธามากขึ้นด้วยครับต่อไปก็จะได้ตามหามาบูชากัน บางรุ่นหลายคนที่บูชาไป ส่งประสบการณ์มาให้ผม(ผู้เขียน)อ่านก็เยอะ ผมว่าก็นับว่าดีอยู่ครับ เป็นการอนุรักษ์ภูมิปัญญาของครูบาอาจารย์ไว้ให้คนรุ่นหลังได้มีโอกาสได้นำไปใช้ไปบูชาครับ"

    33058190_1673864239375673_3079588596018053120_n.jpg

    ...อ.บุญเลิศท่านว่า "
    เออ อย่างนั้นก็ดีอยู่แต่ประโยชน์ที่เราไปร่วมบุญสร้างกับทางวัดอาจจะไม่ได้สมประโยชน์นัก แต่ถ้าสร้างไว้สืบวิชาก็ดี สมัยก่อนหลวงพ่อเทียม( วัดกษัตราธิราช) ท่านสร้างวัตถุมงคล มีทั้งแบบแจกก็มี มีทั้งแบบให้บูชาก็มี แต่ที่ออกให้บูชานี้ท่านนำปัจจัยไปทั้งสร้างสาธารณะประโยชน์ภายในวัด และนำไปบูรณะซ้อมแซมสิ่งปลูกสร้างต่างๆ หลายวัดในอยุธยามาขอท่านช่วยสร้างโบสถ์วิหารบ้าง ท่านก็เมตตาทำวัตถุมงคลออกให้บูชา แต่บอกเลยว่าถ้ายุคสมัยนั้นท่านออกให้บูชาแพงมากนะ ท่านบอกว่าวิชาที่ท่านทำท่านตั้งใจทำบูชาครูบาอาจารย์ วิชาของท่านมีค่าควรเมืองท่านว่าอย่างนั้น (ท่านบอกว่าบางวิชาไปเรียนกับครูบาอาจารย์ต้องยกขันธ์ครูเป็นทองคำหนังถึง 1 บาทเลยทีเดียว)

    ....แต่ท่านออกแพงขนาดนั้นก็หมดทุกครั้งต่างคนต่างแย่งกันจอง และทุกครั้งไม่พอเลยละต้องจองกันล่วงหน้าเป็นเดือนๆ ท่านจึงสร้างโบสถ์ได้เสร็จภายในไม่กี่เดือนงัย อย่างซื้อที่ดิน 5 ไร่ ราคา 1 แสน(ปี2517) สมัยนั้นซื้อต่อจากหลังวัดออกไปแค่ท่านออกตะกรุด 70 ดอกก็ได้แล้วเงิน 1 แสน แต่วัตถุมงคลที่ท่านออกก็ไม่ใช่ทำง่ายๆนะ บางรุ่นต้องรอกันแรมเดือนบางรุ่นออกพรรษาถึงได้ก็มีนะ เพราะท่านทำจริงจัง ฤกษ์ยามพิธีต้องครบทุกขั้นตอน หลวงพ่อเทียมท่านนี่ของแท้ ท่านเคยพูดกับลูกศิษย์ลูกหาเลยละว่า
    ข้าชื่อเทียมแต่ของข้า(พระที่ท่านเสก)นะของแท้..."

    ....ในระหว่างที่พูดคุยกันอยู่บังเอิญผู้เขียนได้เหลือบมองไปเห็นแผ่นกระดาษสีงาเก่าๆแผ่นหนึ่งที่วางอยู่ข้างๆท่าน ผู้เขียนจึงชี้ไปที่แผ่นกระดาษนั้นแล้วถามท่านว่า "อันนี้ยันต์อะไรครับอาจารย์ ยันต์ไตรสรณคมน์หรือป่าวครับ"

    ....ท่านอาจารย์บุญเลิศบอกว่า "อ๋อนี้หรือ(พร้อมยกกระดาษแผ่นที่ว่าขึ้นให้ดู) ถ้าสายวัดประดู่ทรงธรรมท่านเรียกยันต์นี้ว่าอิติปิโสกรงทอง แต่ถ้าสายหลวงพ่อคง วัดบางกะพร้อม ท่านเรียกยันต์มหาปราบ แต่ทั้งสองสายวิชานี้สูตรบังคับลงในกรอบยันต์เหมือนกันแต่ต่างกันที่สูตรยันต์ล้อมต่างกันไป โดยสูตรลงในกราบยันต์ลงอักขระบนตาราง 89 ช่อง. ทั้งหมด 9 แถวแนวตั้งและแนวนอน ประกอบด้วยคาถา 2 ชุด. 56+25 ชุดแรกลงด้วยพระพุทธคุณ. 56 คาถา(ลงด้วยรัตนมาลา) เริ่มด้วยอิติปิโส. จนจบภควาติ. และตรงกลางลงด้วยไตรสรณคม. 25 คาถา พุทธัง. ธัมมัง. สังฆัง. สรณังคัจฉามิ. มีองค์พระตรงกลาง"

    ผู้เขียนจึงเรียนสอบถาม "อุปเท่ห์แห่งยันต์" ว่าเป็นอย่างไร ท่านกรุณาอธฺบายครับว่า...

    ....ตามตำราโบราณจารย์ท่านให้อุปเท่ห์ยันต์นี้ว่า "บทอิติปิโสนี้ คือคุณแห่งพระพุทธเจ้า ไม่มีสิ่งใดในสามแดนโลกธาตุมีอำนาจเท่าพระพุทธเจ้า ไม่มีสิ่งใดในโลกธาตุที่พระพุทธองค์ทรงปราบไม่ได้ แม้พญามารยังต้องแพ้พ่ายพระองค์ ส่วนการลงไตรสรณคมน์ ซึ่งเป็นยอดวิชาด้านมหาสะกด มหาระงับ มหากัน เพราะยันต์ไตรสรณคมน์นี้ท่านว่าผู้ใดสมาทานบทไตรสรณคมน์แล้ว ก็เหมือนกับได้ปวารณาตัวเป็นพุทธมามกะเพราะในสมัยพุทธกาลผู้ใดจะบวชเป็นพระภิกษุต้องมาให้พระพุทธเจ้าทรงบวชให้โดยกล่าวคำไตรสรณคมน์ เป็นเสมือนขอบารมีทั้งพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระอริยสงฆ์เข้ามาสถิตในตัว ดังนี้แล้วก็เหมือนกับว่า
    "มีพลังไตรสรณคมน์ครอบตัวไว้ดุจดั่งอยู่ในกรงทองแห่งพระพุทธานุภาพ"

    ...ซึ่งมีคุณวิเศษทั้งทางด้าน มหาสะท้อน มหากัน ภูตผีปีศาจ ศัตรูหมู่มาร อาถรรพ์ภูตผีสิ่งไม่ดีทั้งปวง จึงทำให้ยันต์อิติปิโสกรงทองสายวัดประดู่ทรงธรรมนี้มีคุณวิเศษด้านมหาปราบดังอุปเท่ห์มหาปราบรจนาไว้ว่า
    "ดุจดั่งมหาปราบ ปราบดิน ปราบฟ้า ปราบไตรโลกาปราบผีปราบหล้า ปราบหมู่กองทัพไพรี ปราบหมู่ศัตรูท้าวพญาผี ปราบโรคาอสุรี ปราบถึงความอัปปรีมาแผงพราน...."


    4kr1.jpg
    ตะกรุดอิติปิโสกรงทอง หรือ ยันต์มหาปราบสายหลวงพ่อคง วัดบางกะพร้อม
     
  18. Lo_olLo

    Lo_olLo เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    3,103
    ค่าพลัง:
    +12,897
    YT18.jpg
    ....วันที่ 9 มีนาคม 2569 ผู้เขียนได้นำวัตถุมงคล "เหรียญทศพลญาณ" นี้เข้ากราบ "พระราชวชิรสุธี(หลวงพ่อเจ้าคณะจังหวัด)" เมตตาอธิษฐานจิตนำฤกษ์ในวาระแรกนี้ครับ

    ...ในการนี้ทางผู้เขียนได้กราบน้อมถวายปัจจัยจำนวน 1000 บาท พร้อมหนังสือ(หลวงพ่อท่านสั่งไว้)ถวายหลวงพ่อด้วยครับ ขออนุโมทนาครับ

    ภาพพระหล่อ15.jpg
     
  19. Lo_olLo

    Lo_olLo เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    3,103
    ค่าพลัง:
    +12,897
    UU1.jpg
    เช้าวันที่ 10 มีนาคม 2569 ผู้เขียนได้นำวัตถุมงคล"เหรียญทศพลญาณ" เข้ากราบ "พระอาจารย์พล" ณ วัดป่าภูหงพ์ เมตตาอธิษฐานจิตในวาระที่สองนี้หลังจากที่ท่านฉันท์จังหันเช้าแล้วครับ โดยวันนี้ท่านกำลังเตรียมตัวจะเดินทางไปร่วมงานมุทิตาจิต หลวงปู่อุทัย สิริธโร วัดเขาใหญ่เจริญธรรม จ.นครราชสีมา ที่ท่านได้รับนิมนต์พอดีครับ

    ...ในการนี้ทางผู้เขียนได้กราบน้อมถวายปัจจัยจำนวน 4000 บาท ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทุกท่านร่วมบุญบูชาวัตถุมงคลชุดนี้เพื่อสมทบทุนสร้างกำแพงวัดในโอกาสนี้ครับ

    ขออนุโมทนาร่วมกันครับ

    634075839_3777165622436072_9057096629726136600_n.jpg

     
  20. Lo_olLo

    Lo_olLo เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    3,103
    ค่าพลัง:
    +12,897
    VY28.jpg

    ธาตุธรรมชาติคืออะไร ?
    ************
    ..วันนี้ 11 มีนาคม 2569 ผู้เขียนได้นำวัตถุมงคล "เหรียญทศพลญาณ" ทั้งเหรียญสมเด็จและรูปหล่อเข้าขอความกรุณาจากท่าน อ.บุญเลิศ เชื้อบุญมี ครูบาอาจารย์ฆราวาสสายวัดประดู่ทรงธรรม เพื่อฝากวัตถุมงคลชุดนี้ขอให้ท่านทำพิธีบวงสรวงตามตำราที่ครูบาอาจารย์ท่านกำหนดไว้ โดยท่านอาจารย์จะทำพิธีบวงสรวง "ไหว้ครูบูชาพระ" ให้ในวันที่ 13 มีนาคม 2569 และอธิษฐานจิตอีกระยะหนึ่งก่อนจะส่งให้ท่านสมาชิกที่ร่วมบุญต่อไปครับ

    ...และหลังจากเรียนแจ้งเรื่องพิธีบวงสรวงวัตถุมงคลชุดทศพลญาณนี้ให้ท่านทราบแล้ว ผู้เขียนยังได้มีโอกาสสนทนากับท่านในหลายเรื่องเป็นระยะเวลาพอสมควร ในระหว่างสนทนาท่านได้เล่าเรื่อง
    "สูตรการสร้างพระมหาปราบ" ให้ผู้เขียนฟังหลังจากที่ได้เล่าเรื่อง "ยันต์อิติปิโสกรงทอง" แล้วท่านเล่าให้ฟังพอสังเขปดังนี้ครับว่า

    ....อ.บุญเลิศเล่า "สูตรพระมหาปราบไม่ใช่แค่ปราบสิ่งชั่วร้ายที่เข้ามาเท่านั้น แต่ยังเป็นการกลับร้าย ให้กลายเป็นดีได้ด้วยอีกประการ แต่การจะจัดสร้างสูตรแบบนี้ได้สมบูรณ์นอกจากจะมียันต์บังคับคือ สูตรยันต์อิติปิโสกรงทองแล้ว มีพิธีบวงสรวงที่ถูกต้องตามตำราแล้ว
    ยังต้องมีส่วนผสมโลหะที่เป็น "ธาตุธรรมชาติ" เป็นส่วนผสมด้วย.."

    ...ผู้เขียนเลยเรียนถามท่านว่า
    "ธาตุธรรมชาติคือธาตุอะไร ??"

    ....อ.บุญเลิศท่านอธิบายว่า "ในคำภีร์ใบลานสมัยก่อน หลายร้อยปีตั้งแต่สมัยสุโขทัยนับเนื่องมา ครูบาอาจารย์แต่ละยุคแต่ละสมัยท่านก็สงใสกันมาโดยตลอดว่า
    ต้นครูผู้รจนาตำรามหาปราบ ใช้คำว่า ส่วนผสมต้องมีธาตุธรรมชาติ ที่จะต้องเอามาผสมทำพระหรือโลหะสูตรนี้ คืออะไรกันแน่??(เพราะครูต้นเจ้าของตำราท่านไม่ได้นิยามศัพท์คำว่าธาตุธรรมชาติไว้) โดยครูบาอาจารย์แต่ละยุคในอดีตหลายท่านก็ตีความกันไปต่างๆนาๆ เช่นว่า ธาตุธรรมชาติก็คือทองแดงเถื่อนหรือทองแดงดง ซึ่งเป็นทองแดงดิบๆที่ยังไม่ได้ผ่านการสกัดหรือถลุงมาก่อนเป็นทองแดง 100%ที่อยู่ในป่าตามธรรมชาติ แต่ครูบาอาจารย์บางท่านก็บอกว่า ธาตุธรรมชาติแท้จริงแล้วคือเหล็กไหลที่ต้องเข้าไปทำพิธีตัดจากถ้ำกลางป่าลึก แต่ครูบาอาจารย์บางท่านบางสำนักก็บอกว่าเป็นแร่ธาตุที่เกิดจากพลังจิต เช่น การเพ่งกสินจนธาตุนั้นๆตกผลึกจนกลายเป็นโลหะแร่ธาตุลักษณะต่างๆ...."

    "....จนเมื่อปี 2528 ผม(อ.บุญเลิศ) ได้มีโอกาสเดินทางไปจังหวัดอุบลกับเพื่อนที่ทำงาน ไปกัน 2 คนซึ่งตอนนั้นที่ไป เพื่อนคนนั้นที่ชื่อนายณรงค์เขาบอกว่าจะไปเอาแร่ธาตุธรรมชาติ มาผสมทำมีดหมอให้อาจารย์ฆราวาสชื่อดังคนหนึ่งในสมัยนั้น (อ.บุญเลิศผู้เล่าไม่ได้บอกชื่ออาจารย์คนนั้น) เพื่อมาทำมีดหมอมหาปราบให้ ผม(อ.บุญเลิศ)ได้ยินตอนนั้นก็สะกิดใจขึ้นมาว่า
    "เออเราก็อยากรู้เหมือนกันคำว่าธาตุธรรมชาตินี้มันเป็นรูปร่างยังงัยได้ยินมาก็ต้ังนานแล้ว เห็นแต่บอกว่าเป็นธาตุกายสิทธิ์" ก็เลยตัดสินใจลางานเพื่อเดินทางไปจังหวัดอุบลกับเพื่อน...."

    "....พวกเราเดินทางกันไปตั้งแต่ตี 4 ออกจากกรุงเทพ ไปถึงจังหวัดอุบลก็ราว บ่าย2-3เข้าไปแล้ว พอไปถึงจังหวัดอุบลพวกเราก็เข้าพักในโรงแรมก่อน พรุ่งนี้เช้าจึงจะเข้าไปที่วัดตามที่อาจารย์ฆราวาสท่านนั้นบอกนายณรงค์ไว้ โดยนายณรงค์บอกกับผม(อ.บุญเลิศ) ว่าอาจารย์ฆราวาสท่านนี้ได้ให้จดหมายเขาไปฉบับหนึ่ง โดยเมื่อไปถึงวัดตามที่แจ้งไว้ในจังหวัดอุบลแล้ว ก็ให้เอาจดหมายน้อยนี้ส่งให้พระอาจารย์ท่านหนึ่งที่เป็นพระสงฆ์ที่ชื่อว่า
    "ญาครูน้อย" เมื่อท่านอ่านจดหมายเสร็จท่านจะพาไปเอาธาตุธรรมชาติเอง..."

    สสล.jpg
    "สำเร็จลุน" (สมเด็จลุน)พระอภิญญา แห่งแขวงจำปาสัก สปป.ลาว
    ....พอตื่นเช้าพวกเราก็ออกการเดินทางจากตัวอำเภอเมืองอุบล กว่าจะถึงวัดต้องเข้าไปถึงอำเภอวารินชำราบ ซึ่งวัดแห่งนี้ติดบริเวณแม่น้ำสายใหญ่สองสายมาบรรจบกันคือแม่น้ำชีกับแม่น้ำมูล พอไปถึงนายณรงค์ก็เข้าไปกราบนมัสการพระท่านหนึ่งที่กำลังกวดลานวัดอยู่ ดูท่าทีก็เป็นพระที่มีอายุพอสมควรแล้วในเวลานั้น (ปี2528 อ.บุญเลิศมาทราบภายหลังว่าท่านอายุ75ปี) พระท่านนั้นก็บอกให้พวกเราไปนั่งรอที่ศาลาก่อนเดียวท่านตามไป พวกเราก็ไปนั่งรอท่านสักพักท่านก็มา แล้วนายณรงค์ก็ส่งมอบจดหมายน้อยของอาจารย์ฆราวาสท่านนั้นให้พระองค์นี้ ซึ่งมาทราบชื่อท่านภายหลังก็คือ"ญาครูน้อย" นั้นเอง ได้ยินนายณรงค์เล่าให้ฟังว่าท่านเป็นลูกศิษย์สาย"สำเร็จลุน" (สมเด็จลุน)พระอภิญญา แห่งแขวงจำปาสัก สปป.ลาว

    "....พอท่านอ่านจดหมายน้อยฉบับนั้นเสร็จ ท่านก็ส่งกลับคืนให้นายณรงค์แล้วอยู่ๆท่านก็ลุกขึ้น สะพายย่ามแล้วท่านก็ถามนายณรงค์ว่า "มึงสองคนพายเรือกันเป็นไหม" นายณรงค์บอกพายได้ครับ แล้วท่านก็บอกให้ตามท่านไปลงเรือที่หลังวัดซึ่งติดกับฝั่งแม่น้ำชีมูลจากนั้นก็ลงเรือกันไป 3 คนมีผม(อ.บุญเลิศ) นายณรงค์และ"ญาครูน้อย" ซึ่งแม่น้ำที่จะพายไปนี้สายใหญ่มาก แต่นายณรงค์มาบอกภายหลังว่า
    "ทีแรกคิดไว้อยู่ว่าจะพายยังงัยแม่น้ำสายใหญ่ขนาดนี้" แต่พอล่องเรือออกไปแม่น้ำจริงๆก็พายไปได้สบายๆ ถึงแม่น้ำจะเชี่ยวแต่ก็ไม่ทำให้เรือเหวี่ยงก็เลยพอจะพายไปได้...."

    Gemini_Generated_Image_yqtqm4yqtqm4yqtq.jpg
    ภาพประกอบคำบรรยาย

    ".....พอพายออกไปจากฝั่งวัดไปถึงอีกฝั่งหนึ่งญาครูน้อยท่านก็ให้ผูกเรือไว้ตรงนี้ จากนั้นท่านก็เอา "เมล็ดข้าวสาร ถั่ว งา ที่อยู่ในย่ามท่าน(ซึ่งไม่รู้ท่านไปเตรียมตอนไหน)" หว่านลงไปในน้ำ ก่อนที่ท่านจะนั่งภาวนา โดยญาครูน้อยท่านจะนั่งอยู่หน้าเรือ ผม(อ.บุญเลิศ)นั่งตรงกลาง และนายณรงค์นั่งท้ายเรือเป็นคนพาย เห็นว่าท่านนั่งอยู่นานพอสมควร สักพัก "ปรากฏเห็นก้อนสีเงินๆคล้ายตัวปลา มีหลายขนาดทั้งเล็กทั้งใหญ่ ลอยทวนน้ำคล้ายกับปลากระโดดไปมาก็ไม่ปาน เมื่อก้อนเงินที่ปรากฏขึ้นมานั้น มาลอยอยู่เหนือน้ำเมื่อถูกแสงแดดจะมีแสงสะท้อนระยิบระยับคล้ายเกล็ดปลา" ก่อนที่ญาครูน้อยท่านจะลืมตาขึ้นแล้วบอกให้ผม กับนายณรงค์ช่วยกันเอาสวิงตักปลา(มีอยู่ในเรืออยู่แล้ว) ช่วยกันตักไอ้ก้อนเงินที่ลอยทวนน้ำนั้นแหละ ช่วยกันตักขึ้นมา โดยญาครูท่านว่า "ตักไม่เกินคนละ 3 ครั้งได้เท่าไรเอาเท่านั้นเด้อ"....

    "...สุดท้ายเมื่อตักครบทั้งสามครั้ง ก็นำก้อนเงินที่ว่านี้ใส่ในคุถังแล้วญาครูท่านก็สั่งให้นายณรงค์พายเรือกลับฝั่งวัด พอมาถึงฝั่งที่วัดญาครูน้อยท่านก็ให้นำก้อนเงินที่ไปตักกันมานี้ มาเทลงผ้าขาวโดยท่านให้เณรไปเอาผ้าขาวบางมา วางไว้ตรงบริเวณแคร่ไม้ที่อยู่บริเวณท่าที่ขึ้นฝั่งวัด ซึ่งหลังจากเทออกมาแล้วก็ปรากฏว่าตักได้ไม่มากนัก เพราะตอนที่ตักไม่ค่อยจะถนัดกัน จะตักทีต้องเอียงตัวข้างๆเพราะบริเวณเรือแคบ พอขยับตัวทีเรือก็โคลงเคลง ก้อนสีเงินๆที่ว่านี้ก็ดีดเต้นไปมาหยังกับปลาจึงทำให้ได้น้อย นับไปนับมาจึงได้ประมาณ 14-15 ก้อนเท่านั้น..."

    Gemini_Generated_Image_42f73i42f73i42f7.jpg
    ภาพประกอบคำบรรยาย
    "....หลังจากเทก็นำมาเรียงเป็นแถวที่ละก้อนเสร็จแล้ว"หลวงปู่ญาครูน้อย" ท่านก็จุดธูปบอกครูบาอาจารย์ และสวดบูชาพระรัตนตรัยบอกกล่าวครูบาอาจารย์แล้วท่านก็บอก "เอ้า...เอาไปโลด(เอาไปได้เลย)ธาตุธรรมชาติ เทวดาเบิ่น(เทวดาท่าน)ให้เอาไปได้ เอาไปเลย" ผม(อ.บุญเลิศ) ถึงกับร้องอ๋อในใจนี้หรือเรียกว่าธาตุธรรมชาติ แต่ดูไปดูมามันก็คล้ายๆกับผลึกแร่แมกนีเซียม..."

    "....แต่เพียงแค่คิดในใจ ญาครูน้อยที่ท่านนั่งมองก้อนเงินนี้อยู่ข้างๆก่อนที่ท่านจะหยิบยาเส้นมวนขึ้นมาสูบ พร้อมกับพูดขึ้นมาว่า "เออนี้ละเรียกธาตุธรรมชาติ" อ.บุญเลิศ ท่านบอกท่านก็ไม่รอช้าในเมื่อท่านเปิดโอกาส(รู้วาระจิต) มาแบบนี้เลยกราบเรียนถามญาครูน้อยท่านไปตรงๆเลยว่า "ทำไมมันเหมือนพวกแร่วิทยาศาสตร์พวกแร่แมกนีเซียมจังครับ" ญาครูน้อยท่านก็ยิ้มน้อยๆดูดบุหรี่ครั้งหนึ่งก่อนตอบ อ.บุญเลิศว่า "ธาตุในโลกนี้ เป็นธาตุธรรมชาติหมดละ เพราะธรรมชาติเป็นผู้สร้างคนแบบเราๆสร้างเองไม่ได้หรอก แต่ผู้ท่านได้พลังจิตก็ดีได้กสินธรรมก็ดี ท่านจะแปลงธาตุนั้นขึ้นมาใช้ในรูปแบบไหนนั้นอีกเรื่องหนึ่ง จังว่า(เช่นภาษาอีสาน) แร่นี้(ท่านชี้ไปที่ก้อนเงินๆนี้) มันบ่มีในไทย(มันไม่มีในไทยจริงๆ ณ เวลานั้น) เฮา(ญาครูน้อยใช้แทนตัวเองว่าเฮา หรือ เรา) กะอธิษฐานกสินน้ำกสินไฟกสินลมกสินดิน อย่างละเล็กละน้อยให้ "เม็ดข้าวเม็ดงาเม็ดถั่ว" เป็นสื่อดึงธาตุเหล่านี้มา มาจากทางใดบ่รู้ละ(มาจากทางไหนบ้างไม่รู้ละ) แต่มาผสมกันอย่างละเล็กละน้อย จนเป็นก้อนนี้ละ แร่หรือธาตุเหล่านี้จึงมีพลังงานกสินในตัวเพราะเกิดจากการอธิษฐานจิต มันจึงมีพลังงานในตัวเพราะมันดูดซับพลังงานไว้(ซึ่งต่างจากการสกัดเองของมนุษย์เพราะแบบนั้นไม่ดูดซับพลังงาน) นี้ละพระสมัยก่อนท่านเรียกธาตุธรรมชาติมาแบบนี้ แล้วท่านก็ "นำไปเทหล่อเป็นพระพิมพ์ต่างๆ พวกเนื้อชินเอาไปผสมตะกั่วบ้าง ไปผสมดีบุกบ้าง"กะแล้วแต่แล้วฝังพระไว้ในกรุที่เราเห็นๆกันนั้นละ มีสวนผสมของธาตุธรรมชาติที่อธิษฐานมาทั้งนั้นแหละ....."(ญาครูน้อยกล่าว อ.บุญเลิศถ่ายทอด)

    พระพิมพ์55.jpg
    "....หลังจากสนทนากับท่านสักพักก็ขอลาท่านกลับ ผม(อ.บุญเลิศ)ก็สะกิดนายณรงค์อยากจะถวายปัจจัยพร้อมกับขอของดีท่าน แต่ท่านปฏิเสธที่จะไม่รับปัจจัยเพราะท่านบอกว่า "วัดนี้ไม่มีความจำเป็นใช้เงินเพราะน้ำไฟไม่ถึง" ยังหาบน้ำจากแม่น้ำมูลมาใช้อยู่ ญาติโยมแถวนี้ก็ศรัทธาเข้าวัดวาดี "เงินจึงไม่จำเป็น" แล้วท่านก็ไม่ได้สร้างวัตถุมงคลอะไรเลย แล้วท่านก็พูดติดตลกว่าคราวหน้าถ้าได้มาก็ติดอะไรมาด้วยจะเสกให้หรอก ฮ่าๆ(ท่านหัวเราะ) หลังจากนั้น อ.บุญเลิศและนายณรงค์ก็ขอตัวกราบลาท่านกลับกรุงเทพ ซึ่งก่อนจะแยกย้ายกัน อ.บุญเลิศได้ขอแร่แมกนีเซียม ที่ผ่านการอธิษฐานกสินเป็น "ธาตุธรรมชาตินี้" จากนายณรงค์ซึ่งนายณรงค์ก็แบ่งให้ 5 ก้อน และอาจารย์บุญเลิศตั้งใจว่า "ครั้งต่อไปจะแอบไปหาญาครูน้อยคนเดียวพร้อมไปถ่ายรูปและเรียนวิชาเล่นแร่แปลธาตุกับท่าน" แต่หลังจากนั้น ประมาณ 3 เดือน อ.บุญเลิศก็จึงทราบข่าวว่า "ญาครูน้อยท่านมรณะภาพแล้ว" โดยท่านกลับไปมรณะภาพที่บ้านเกิดของท่านฝั่งลาว จำปาสัก...

    หมายเหตุ**ตอนท้ายอาจารย์บุญเลิศบอกชื่ออาจารย์ฆราวาสท่านนี้อยู่ครับ(ผู้เขียนถามเอง) แต่ผู้เขียนขอไม่เอ่ยนามท่านดีกว่า "เพราะเป็นอาจารย์ฆราวาสที่แม้แต่คนระดับสูงนับถือและมีชื่อเสียงมาก" เดียวจะเป็นการแอบอ้างเสียป่าวครับ

    ปล.ธาตุธรรมชาติอีกแบบที่นำวัตถุธาตุทางธรรมชาติมาอธิษฐานกสินคือ "ปฐวีธาตุหลวงปู่คำพันธ์ โฆสปัญโญ หรือ พระพ่อแม่ธรณีปฐวีธาตุเจ้าคุณนรรัต"(ว่ากันว่าปฐวีธาตุของเจ้าคุณนรรัตท่านอธิษฐานจิตให้ลอยลงมาจากอากาศตกลงที่พานหน้าพระประธานในโบสถ์)

    News-001.jpg

     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 12 มีนาคม 2026

แชร์หน้านี้

Loading...