หลวงพ่อสำเร็จศักดิสิทธิ / นางบำเรอผู้บรรลุธรรม อัมพปาลี โสเภณีที่กราบพระพุทธเจ้า

ในห้อง 'ประวัติและนิทานธรรมะ' ตั้งกระทู้โดย supatorn, 12 สิงหาคม 2017.

  1. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    60,857
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +38,467
    มหาแดงลืมพ่อลืมแม่ พระอาจารย์สมภพ โชติปัญโญ

    พุทโธ
    Jan 16, 2022
     
  2. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    60,857
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +38,467
    พระโสณโกฬิวิสเถระ | เอตทัคคมหาสาวกผู้ปรารภความเพียร

    ธรรมไม่ยาก
    Apr 28, 2024

    เรื่องราวในวันนี้ เป็นเรื่องราวของพระโสณโกฬิวิสเถระ เอตทัคคมหาสาวกผู้ปรารภความเพียร พระโสณโกฬิวิสเถระ เป็นบุตรของอสุภเศรษฐีในนครจำปา นับตั้งแต่มารดาเริ่มตั้งครรภ์จนคลอด ชาวเมืองต่างพากันนำเครื่องบรรณาการมามอบให้แก่เศรษฐีเป็นอันมาก เมื่อคลอดแล้วมีผิวพรรณผุดผ่องงดงาม ดังนั้นมารดาบิดาจึงได้ขนานนามว่า โสณะ
    เรื่องราวของพระโสณโกฬิวิสเถระนั้น จะเป็นอย่างไร ขอทุกท่านโปรดรับฟังกันครับ

     
  3. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    60,857
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +38,467
    เมื่อพระพุทธเจ้าท้าประลองฤทธิ์ พกาพรหมผู้หลงผิดคิดว่าตนเป็นผู้สร้าง! l พุทธประวัติ

    ตนเล่าธรรม
    Feb 19, 2026
    คุณเคยสงสัยไหมว่า... จะเป็นอย่างไรหากผู้ที่อยู่ ณ จุดสูงสุดของจักรวาล กลับมีความเชื่อผิดมหันต์ว่าตนเองคือ "ผู้สร้าง" และ "ไม่มีวันตาย"? เมื่อพรหมผู้ยิ่งใหญ่เหนือโลกหล้า หลงลืมอดีตชาติจนเกิดทิฏฐิมานะอันแรงกล้า พระพุทธองค์จึงต้องเสด็จไปโปรดถึงพรหมโลกด้วยพระองค์เอง!
    นี่คือเรื่องราวการปะทะคารมและประลองฤทธิ์ทางจิตที่ลึกซึ้งที่สุดครั้งหนึ่งในพุทธประวัติ ระหว่าง "พกาพรหม" ผู้มีอายุขัยยาวนานจนหลงคิดว่าความสว่างไสวของตนจะคงอยู่ตลอดกาล กับ "พระพุทธเจ้า" ผู้ทรงรู้แจ้งโลกทั้งสาม การประลอง "ซ่อนหา" ที่เดิมพันด้วยดวงตาเห็นธรรมครั้งนี้จะมีบทสรุปอย่างไร? พกาพรหมจะหนีพ้นสายตาของพระพุทธองค์ได้หรือไม่?
    ในคลิปนี้คุณจะได้ฟัง:
    ✅ มิจฉาทิฏฐิขั้นสุด: ทำไมพกาพรหมถึงเชื่อว่าตนเองเป็นอมตะและเป็นผู้สร้างโลก?
    ✅ ศึกประลองฤทธิ์: การเล่นซ่อนหาธรรมะสะเทือนสามโลกที่พกาพรหมต้องยอมจำนน
    ✅ เสียงกระซิบจากมาร: เบื้องหลังพญามารที่แฝงกายเข้ามาขัดขวางไม่ให้พรหมเห็นธรรม
    ✅ สัจธรรมแห่งชีวิต: บทเรียนสำคัญที่เตือนสติว่า "แม้แต่พรหม ก็ยังหนีกฎไตรลักษณ์ไม่พ้น"
     
  4. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    60,857
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +38,467
    หลวงปู่มั่นปลีกวิเวก

    หลวงตา
    Feb 28, 202

    ตามรอยหลวงปู่มั่น 19 หลวงปู่มั่นปลีกวิเวก จากบันทึกของ หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร
     
  5. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    60,857
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +38,467
    หลวงปู่ชอบ ฐานสโม พูดถึงอดีตของหลวงปู่มั่น ท่านพ่อลีและหลวงตาพระมหาบัว

    เส้นทางบุญ ชาแนล
    Sep 6, 2022
     
  6. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    60,857
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +38,467
  7. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    60,857
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +38,467
    พระสาคต ผู้เป็นเอตทัคคะทางด้านการใช้เตโชกสิณ อดีตชาติปาฏิหาริย์และที่มาของบัญญัติห้ามภิกษุดื่มสุรา

    ธรรมะธรรมชาติ
    May 31, 2022
    ในตอนนี้จะเป็นเรื่องของท่านพระสาคตเถระ ผู้เป็นเอตทัคคะทางด้านการใช้เตโชกสิณ อีกทั้งอดีตชาติปาฏิหาริย์ เรื่องราวการปราบนาคราช และที่มาของข้อบัญญัติห้ามภิกษุดื่มสุรา โดยเรื่องราวจะเป็นอย่างไรเชิญรับฟังได้เลยครับ
     
  8. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    60,857
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +38,467
    พระปิลินทวัจฉะ ผู้เป็นเลิศในทางเป็นที่รักใคร่ของเทวดา

    สารคดี วัฒนธรรมประเพณีและความเชื่อ
    Aug 1, 2021

    พระปิลินทวัจฉะ ผู้เป็นเลิศในทางเป็นที่รักใคร่ของเทวดา ในสมัยพุทธกาล พระอรหันต์ผู้ได้รับการยกย่องจากพระพุทธเจ้าให้เป็น เอตทัคคะ ทางด้านเป็นที่รักใคร่ของเทวดา มีนามว่า พระปิลินทวัจฉะเถระ ท่านถือกำเนิดในตระกูลพราหมณ์ เมื่อเติบใหญ่ได้รับถ่ายทอดวิชา จูพคันธารระ มีฤทธิ์เดชเหาะเหินเดินอากาศ หยั่งรู้วาระจิตผู้อื่น แต่เมื่อมาเจอพระพุทธเจ้าวิชาที่ท่านศึกษามาเกิดเสื่อมฤทธิ์ลง พ่ายแพ้พุทธานุภาพของพระพุทธเจ้าอย่างสิ้นเชิง จึงได้มาบวชในพุทธศาสนา เพื่อหวังศึกษาวิชาพ้นทุกข์ ใช้ระยะเวลาไม่นาน ก็สำเร็จเป็นพระอรหันต์สาวก พระพุทธเจ้าได้ทรงเล่าเรื่องอดีตชาติที่พระปิลินทวัจฉะท่านเกิดในทุกภพชาติ สร้างสมแต่กรรมดี ผลกรรมดีจึงส่งมาชาติปัจจุบัน
    ขอเชิญท่านร่วมรับฟังเรื่องราวความเป็นมาของพระปิลินทวัจฉะที่องค์ศาสดายกย่องเป็นเลิศกว่าภิกษุทั้งหลาย ทางฝ่ายเป็นที่รักใคร่ของเทวดาได้เลยครับผม
     
  9. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    60,857
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +38,467
    อาจารย์ยอด : พระธุดงค์ผจญภัย หลวงพ่อป้อง สุปฏิปันโน [พระ]

    อาจารย์ยอด
    Mar 5, 2019
     
  10. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    60,857
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +38,467
    อาจารย์ยอด : หลวงปู่คำพันธ์ ผจญอาคมหมอผี [พระ] new

    อาจารย์ยอด
    Jun 23, 2018

     
  11. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    60,857
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +38,467
    ธุดงค์ผจญภัยถ้ำไผ่ขวาง...!!!!

    หลวงตา
    Feb 22, 2025
    ตามรอยหลวงปู่มั่น 13 ธุดงค์ผจญภัยถ้ำไผ่ขวาง จากบันทึกของ หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร
     
  12. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    60,857
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +38,467
    ธัมมัทธชชาดก พูดอย่างทำอีกอย่าง

    watintaram
    Dec 14, 2010

    นิทานชาดก:ธัมมัทธชชาดก นิทานชาดก 500 ชาติ เป็นเรื่องในอดีตชาติของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่แสดงแก่พระภิกษุในโอกาสต่างๆ เพื่อเป็นแบบแผนในการทำความดี หลักธรรมที่ได้จากการรับชม รับฟังสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการดำเนินชีวิตแก่ตนเองและผู้อื่น
    ธัมมัทธชชาดก : ชาดกว่าด้วยการพูดอย่างหนึ่งทำอย่างหนึ่ง ว่าด้วยเรื่องราวของภิกษุรูปหนึ่งที่พูดจาโกหกมดเท็จชอบช้กลอุบายลวง ภิกษุรูปอื่นให้ช่วยทำงานอยู่เสมอ จนได้เข้าเฝ้าพระศาสดา..จึงเล่าให้ฟังว่า ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติอยู่ในนครพาราณสี พระโพธิสัตว์เกิดในกำเนิดนก เติบโตแล้วมีฝูงนกห้อมล้อม อาศัยอยู่ที่เกาะกลางมหาสมุทร. ครั้งนั้น พ่อค้าชาวกาสิกรัฐกลุ่มหนึ่งพากันแล่นเรือไปยังมหาสมุทร โดยเอากาบอกทิศไปด้วย. เรือแตกท่ามกลางมหาสมุทร. กาบอกทิศนั้นไปถึงเกาะนั้นแล้ว คิดว่า นกฝูงนี้เป็นฝูงใหญ่ เราควรทำการโกหกแล้วกินไข่และลูกอ่อนของนกฝูงนี้อร่อยๆ.มันบินร่อนลงแล้ว ยืนขาเดียวอ้าปากอยู่ที่พื้นดินท่ามกลางฝูงนก...

     
  13. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    60,857
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +38,467
    พระมหากัปปิลณะ ผู้สละราชสมบัติ

    bon kaewsri
    Mar 3, 2017
     
  14. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    60,857
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +38,467
    มหากัปปินเถราปทานที่ ๓
    ว่าด้วยบุพจริยาของพระมหากัปปีนเถระ
    [๑๒๓] พระพิชิตมารผู้ทรงรู้จบธรรมทั้งปวง พระนามว่าปทุมุตระ ปรากฏ
    ใน
    อัษฎากาศ เหมือนพระอาทิตย์ปรากฏในอากาศในสรทกาล ฉะนั้น
    พระองค์ยังดอกบัว คือเวไนยสัตว์ให้บานด้วยพระรัศมีคือพระดำรัส
    สมเด็จพระโลกนายก ทรงยังเปือกตม คือกิเลสให้แห้งไปด้วย
    พระรัศมี คือพระปรีชา ทรงกำจัดยศของพวกเดียรถีย์เสียด้วย
    พระญาณปานดังเพชร เหมือนพระอาทิตย์กำจัดความมืด ฉะนั้น
    สมเด็จพระทิพากรเจ้าทรงส่องแสงสว่างจ้าทั้งกลางคืน และกลางวัน
    ในที่ทุกหนทุกแห่ง เป็นบ่อเกิดแห่งคุณ เหมือนสาครเป็นบ่อเกิด
    แห่งรัตนะ ทรงยังเมฆ คือ ธรรม ให้ตกลงเพื่อหมู่สัตว์ เหมือน
    เมฆยังฝนให้ตก ฉะนั้น ครั้งนั้น เราเป็นผู้พิพากษาอยู่ในพระนคร
    หงสวดี ได้เข้าไปฟังธรรมของพระพุทธเจ้าผู้มีพระนามว่าปทุมุตระ
    ซึ่งกำลังประกาศคุณของพระสาวกผู้มีสติ ผู้กล่าวสอนภิกษุทั้งหลาย
    อยู่ ทรงยังใจของเราให้ยินดี เราได้ฟังแล้วเกิดปีติโสมนัส นิมนต์
    พระตถาคตพร้อมด้วยศิษย์ ให้เสวยและฉันแล้ว ปรารถนาฐานันดร
    นั้น ครั้งนั้นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้มีส่วนเสมอด้วยหงส์ มี
    พระสุรเสียงเหมือนหงส์และมโหรทึก ได้ตรัสว่า จงดูมหาอำมาตย์
    ผู้นี้ ผู้แกล้วกล้าในการตัดสินหมอบอยู่แทบเท้าของเรา มีประกาย
    ดุจลอยขึ้นและมีใจสูงด้วยปิติ มีวรรณะเหมือนแสงแห่งแก้วมุกดา
    งดงาม นัยน์ตาและหน้าผ่องใส มีบริวารเป็นอันมาก ทำราชการ มี
    ยศใหญ่ มหาอำมาตย์นี้เขาปรารถนาตำแหน่งภิกษุ ผู้ให้โอวาทแก่
    ภิกษุ เพราะพลอยยินดีด้วย ด้วยการบริจาคบิณฑบาตนี้ และด้วย
    การตั้งเจตน์จำนงไว้ เขาจักไม่เข้าถึงทุคติเลยตลอดแสนกัป จัก
    เสวยความเป็นผู้มีโชคดีในหมู่ทวยเทพ และจักเสวยความเป็น
    ใหญ่ในหมู่มนุษย์ จักบรรลุถึงนิพพานด้วยผลกรรมส่วนที่เหลือ
    ในแสนกัปแต่กัปนี้ พระศาสดามีพระนามชื่อว่าโคดม ทรงสมภพ
    ในวงศ์พระเจ้าโอกกากราช จักเสด็จอุบัติขึ้นในโลก มหาอำมาตย์นี้
    จักเป็นธรรมทายาทของพระศาสดา พระองค์นั้น จักเป็นโอรสอัน
    ธรรมเนรมิต จักเป็นสาวกของพระศาสดามีนามชื่อว่ากัปปินะ ต่อ
    แต่นั้น เราก็ได้ทำสักการะด้วยดี ในพระศาสนาของพระชินสีห์
    ละร่างมนุษย์แล้ว ได้ไปสวรรค์ชั้นดุสิต เราครองราชย์ในเทวดา
    และมนุษย์โดยเป็นส่วนๆ แล้วเกิดในสกุลช่างหูก ที่ตำบลบ้าน
    ใกล้พระนครพาราณสี เรากับภรรยามีบริวารแสนคน ได้อุปัฏฐาก
    พระปัจเจกพุทธเจ้า ๕๐๐ องค์ ได้ถวายโภชนาหารตลอดไตรมาส
    แล้วให้ครองไตรจีวร เราทั้งหมดจุติจากอัตภาพนั้นแล้ว ได้เข้าถึง
    สวรรค์ชั้นไตรทส เราทั้งหมดจุติจากสวรรค์นั้นแล้ว กลับมาเป็น
    มนุษย์อีก พวกเราเกิดในกุกกุฏบุรี ข้างป่าหิมพานต์ เราได้
    เป็นโอรสผู้มียศใหญ่ พระนามว่ากัปปินะ พวกที่เหลือเกิดในสกุล
    อำมาตย์ เป็นบริวารของเรา เราเป็นผู้ถึงความสุขอันเกิดแต่ความ
    เป็นมหาราชา ได้สำเร็จสิ่งที่ต้องประสงค์ทุกประการ ได้สดับข่าวสาร
    อุบัติของพระพุทธเจ้าที่พวกพ่อค้าบอกดังนี้ว่า พระพุทธเจ้าผู้เอก
    อัครบุคคลไม่มีใครเสมอเสมือน เสด็จอุบัติขึ้นแล้วในโลก พระองค์
    ทรงประกาศพระสัทธรรมอันเป็นธรรมไม่ตาย เป็นอุดมสุข และ
    สาวกของพระองค์เป็นผู้หมั่นขยัน พ้นทุกข์ ไม่มีอาสวกิเลส ครั้น
    เราได้สดับคำของพ่อค้าเหล่านั้นแล้ว ได้ทำการสักการะพวกพ่อค้า
    สละราชสมบัติ พร้อมด้วยอำมาตย์ เป็นพุทธมามกะ พากันออก
    เดินทาง ได้พบแม่น้ำมหาจันทานที มีน้ำเต็มเปี่ยมเสมอขอบฝั่ง
    ทั้งไม่มีท่าน้ำ ไม่มีแพ ข้ามได้ยาก มีกระแสน้ำไหลเชี่ยว เราระลึก
    ถึงพระพุทธคุณแล้วก็ข้ามแม่น้ำไปได้โดยสวัสดี ถ้าพระพุทธองค์
    ทรงข้ามกระแสน้ำ คือ ภพไปได้ ถึงที่สุดแห่งโลก ทรงรู้แจ้งชัด
    ไซร้ ด้วยสัจจวาจานี้ก็ขอให้การไปของเราจงสำเร็จ ถ้ามรรคเป็น
    เครื่องให้สัตว์ถึงความสงบได้ เป็นเครื่องให้โมกขธรรม เป็นธรรม
    สงบระงับ นำความสุขมาให้ได้ไซร้ ด้วยสัจจวาจานี้ ก็ขอให้การ
    ไปของเราจงสำเร็จ ถ้าพระสงฆ์เป็นผู้ข้ามพ้นทางกันดารไปได้
    เป็นเนื้อนาบุญอันเยี่ยมไซร้ ด้วยสัจจาวาจานี้ ก็ขอให้การไปของเราจง
    สำเร็จ พร้อมกับที่เราได้ทำสัจจะอันประเสริฐดังนี้ น้ำได้ไหลหลีก
    ออกไปจากหนทาง ลำดับนั้น เราได้ข้ามไปขึ้นฝั่งแม่น้ำอันน่า
    รื่นรมย์ใจได้โดยสะดวก ได้พบพระพุทธเจ้าประทับนั่งอยู่เหมือน
    พระอาทิตย์ที่กำลังอุทัย ดังภูเขาทองที่ลุกโพลงเหมือนไม้ประทีปที่
    ถูกไฟไหม้โชติช่วง ผู้อันสาวกแวดล้อม เปรียบดังพระจันทร์ที่
    ประกอบด้วยดวงดาว ยังเทวดาและมนุษย์ให้เพลิดเพลิน ปานท้าว-
    วาสวะผู้ยังฝนคือรัตนะให้ตกลง เราพร้อมด้วยอำมาตย์ถวายบังคม
    แล้ว เฝ้าอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ลำดับนั้น พระพุทธเจ้าทรง
    ทราบอัธยาศัยของเรา ได้แสดงพระธรรมเทศนา เราฟังธรรมอัน
    ปราศจากมลทินแล้ว ได้กราบทูลพระพิชิตมารว่า ข้าแต่พระมหา-
    วีรเจ้า ขอได้โปรดให้พวกข้าพระองค์ได้บรรพชาเถิด พวกข้าพระองค์
    เป็นผู้ลงสู่ภพแล้ว พระมหามุนีผู้สูงสุดตรัสว่า ท่านทั้งหลายจง
    เป็นภิกษุมาเถิด ธรรมอันเรากล่าวดีแล้ว ท่านทั้งหลายจงประพฤติ
    พรหมจรรย์เพื่อทำที่สุดแห่งทุกข์เถิด พร้อมกันกับพระพุทธดำรัส
    เราทุกคนล้วนทรงเพศเป็นภิกษุ เราทั้งหลายอุปสมบทแล้ว เป็น
    ภิกษุผู้โสดาบันในพระศาสนา ต่อแต่นั้น พระผู้นำชั้นพิเศษได้
    เสด็จเข้าพระเชตวันมหาวิหารแล้วทรงสั่งสอน เราอันพระพิชิตมาร
    ทรงสั่งสอนแล้ว ได้บรรลุอรหัต ลำดับนั้น เราได้สั่งสอนภิกษุ
    พันรูป แม้พวกเขาทำตามคำสอนของเรา ก็เป็นผู้ไม่มีอาสวะ
    พระพิชิตมารทรงพอพระทัยในคุณข้อนั้น จึงทรงตั้งเราไว้ในตำแหน่ง
    เอตทัคคะ ณ ท่ามกลางมหาชนว่าภิกษุกัปปินะเลิศกว่าภิกษุทั้งหลาย
    ผู้ให้โอวาทแก่ภิกษุ กรรมที่ได้ทำไว้ในแสนกัป ได้แสดงผลให้เรา
    ในครั้งนี้ เราพ้นจากกิเลส ดุจลูกศรที่พ้นจากแล่ง เราได้เผากิเลส
    ของเราแล้ว เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... พระพุทธศาสนาเราได้ทำ
    เสร็จแล้ว ดังนี้.
    ทราบว่า ท่านพระมหากัปปินเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการ ฉะนี้แล.
    จบ มหากัปปินเถราปทาน.
    :- https://84000.org/tipitaka/read/r.php?B=33&A=2842
     
  15. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    60,857
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +38,467
  16. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    60,857
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +38,467
  17. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    60,857
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +38,467
    มัฏฐกุลฑลี (ผู้มีตุ้มหูเกลี้ยง)

    sailom Isara
    Aug 6, 2013
     
  18. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    60,857
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +38,467
    มัฏฐกุณฑลีเทพบุตร
    Posted on February 25, 2022by noraphat

    มัฏฐกุณฑลีเทพบุตร
    มัฏฐกุณฑลี เป็นเด็กหนุ่มชาวเมืองสาวัตถี เกิดในตระกูลพราหมณ์ พ่อแม่เป็นคนมั่งคั่งมาก แต่ตระหนี่เหนียวแน่น จนคนทั้งหลายให้สมยานามว่า
    อทินนปุพพกะ แปลว่า “ไม่เคยให้อะไรแก่ใคร”
    ถึงกระนั้นก็ยังมีแก่ใจเอาทองตีแผ่ทำเป็นตุ้มหูเกลี้ยงๆ ให้ลูกชาย 1 คู่ คนทั้งหลายจึงเรียกชื่อเด็กคนนี้ว่า
    มัฏฐกุณฑลี แปลว่า “มีตุ้มหูเกลี้ยง”
    ตุ้มหูนั้นพ่อเป็นคนทำให้เอง ไม่ได้จ้างช่างทอง เพราะเกรงจะเสียค่าจ้าง
    เมื่ออายุ 16 ปี มัฏฐกุณฑลีป่วยหนัก บาลีว่าเป็นโรคผอมเหลือง คือวัณโรคนั่นเอง มารดามองดูบุตรแล้วเกิดความสงสาร จึงขอร้องให้สามีไปหาหมอ
    แต่ฝ่ายพราหมณ์ผู้เป็นสามีกลัวเสียเงินจึงไม่ยอมหาหมอมารักษาลูก เขาเพียงแต่ไปถามหมอว่า คนป่วยอย่างนั้นๆ ท่านให้ยาอย่างไร
    หมอก็บอกว่าให้ยาที่ประกอบด้วยสิ่งนั้นๆ พราหมณ์จึงไปหารากไม้ใบไม้ตามที่หมอบอกมาต้มให้ลูกกิน
    อาการของมัฏฐกุณฑลีไม่ดีขึ้น มีแต่ทรุด จนไม่อาจเยียวยาได้ พราหมณ์จึงไปหาหมอมาคนหนึ่ง หมอมาเห็นอาการของมัฏฐกุณฑลีเข้า
    รู้ได้ทันทีว่า เหลือแรงที่จะรักษาจึงบอกปฏิเสธ ไม่ยอมรักษา บอกให้พราหมณ์ไปหาหมอคนอื่น
    พราหมณ์รู้ว่าลูกของตัวคงตายแน่ เกรงว่าคนมาเยี่ยมจะเห็นทรัพย์สมบัติ จึงช่วยกันหามลูกชาย ออกมานอนที่ระเบียงเรือนนอกห้อง
    วันนั้น พระพุทธเจ้าทรงตรวจดูอุปนิสัยของคนที่พระองค์ควรจะโปรด ทรงเห็นอุปนิสัยของมัฏฐกุณฑลี จึงเสด็จมาโปรด
    ขณะที่พระศาสดาเสด็จมาถึงนั้น มัฏฐกุณฑลีกำลังนอนผินหน้าเข้าหาฝาเรือน พระศาสดาทราบว่า มานพไม่เห็นพระองค์
    จึงทรงเปล่งพระรัศมีไปวาบหนึ่ง
    มานพคิดว่า “นี่แสงอะไรกันหนอ?”
    แล้วผินหน้าออกภายนอก
    ได้เห็นพระศาสดา คิดว่า
    “เพราะบิดาของเราเป็นอันธพาล เราจึงมิได้เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐเห็นปานนี้ มิได้ขวนขวายในกิจที่ชอบ มิได้ถวายทาน หรือฟังธรรมแต่อย่างใดอย่างหนึ่งเลย บัดนี้ แม้แต่มือของตัวเอง เราก็ยกไม่ไหวเสียอีก จะทำอย่างอื่นได้อย่างไร”
    ดังนี้แล้ว ทำจิตให้เสื่อมใสในพระศาสดา
    พระพุทธองค์ทรงทราบว่า มัฏฐกุณฑลี ทำจิตให้เลื่อมใสในพระองค์แล้วก็เสด็จออกไป พอลับตาเท่านั้น มัฏฐกุณฑลีก็สิ้นชีพเกิดในวิมานทอง เสมือนว่าหลับแล้วตื่นขึ้น
    ฝ่ายพราหมณ์บิดา ทำฌาปนกิจศพลูกชายแล้ว ก็ได้แต่ร้องไห้ ไปยืนร้องไห้ที่ป่าช้าทุกวัน คร่ำครวญว่า ลูกชายคนเดียวของพ่ออยู่ไหน มาหาพ่อเถิด
    เทพบุตรมัฏฐกุณฑลี รู้สึกตัวอย่างสมบูรณ์ในเทวโลกแล้ว พิจารณาถึงทิพยสมบัติของตน ก็รู้เห็นโดยตลอดว่าได้มาเพราะทำจิตให้เลื่อมใสในพระศาสดา ได้มองเห็นพราหมณ์บิดา ยืนร้องไห้อยู่ที่ป่าช้า
    จึงจำแลงเพศ คล้ายมัฏฐกุณฑลีมานพลงมา ยืนกอดแขนร้องไห้อยู่ ณ อีกมุมหนึ่งของป่าช้า เขามีความประสงค์จะเอาหนามมาบ่งหนามในใจของพราหมณ์
    พราหมณ์ได้ยินเสียงคนร้องไห้ เหลียวไปเห็นมานพคล้ายมัฏฐกุณฑลีบุตรของตน จึงเดินเข้าไปหา และถามว่า
    “พ่อหนุ่ม, ท่านแต่งกายคล้ายมัฏฐกุณฑลี บุตรของข้าพเจ้า ท่านมายืนร้องไห้อยู่ที่ป่าช้านี้ เพราะมีทุกข์ประการใดฤา?”
    “ก็ท่านเล่ามีความทุกข์อะไร?” มานพถาม “ข้าพเจ้าเศร้าโศกถึงบุตรคนเดียวของข้าพเจ้าที่ตายไป”
    “ข้าพเจ้ามีรถอยู่คันหนึ่ง” มานพตอบ
    , “ตัวรถเป็นทองคำล้วน ผุดผ่อง สวยงาม แต่ข้าพเจ้าหาล้อรถไม่ได้ ข้าพเจ้าคงจักต้องตรอมใจตายเพราะเหตุนี้เป็นแน่แท้”
    พราหมณ์ตกตะลึง ครู่หนึ่งจึงกล่าวว่า
    “มานพผู้เจริญ! ท่านจะต้องการล้อทอง หรือเงินหรือแก้วมณี หรือโลหะ จงบอกมาเถิด ข้าพเจ้ารับประกันว่าจะจัดหามาให้ท่าน”
    มานพคิดว่า
    “ดู๋ดู พราหมณ์นี้ช่างเป็นไปได้ เมื่อบุตรของตนป่วยหนักนั้นไม่ยอมเสียเงินรักษาแม้เพียงเล็กน้อย บัดนี้เห็นเรามีรถทองจะยอมจ่ายล้อรถให้ไม่ว่าเป็นล้อทองหรือล้อเงิน อา! พราหมณ์นี้เป็นอันธพาลจริงๆ แต่ช่างเถอะ เราจะล้อแกเล่น”
    จึงกล่าวว่า
    “พราหมณ์เอย! สิ่งอื่นใดอันจักควรเป็นล้อรถของข้าพเจ้าหามีไม่ นอกจากดวงจันทร์ และดวงอาทิตย์เท่านั้น หากได้ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์มาประกอบเป็นล้อ รถของข้าพเจ้าคงจะงามเยี่ยม ไม่มีอะไรเสมอเหมือน”
    พราหมณ์คิดว่า เด็กหนุ่มคนนี้คงเป็นบ้าอย่างแน่นอน จึงกล่าวว่า
    “ท่านต้องการสิ่งที่ไม่อาจให้เป็นไปได้ ท่านโง่เขลาเหลือเกิน ท่านตายแล้วเกิดเล่าอีกสักเท่าใดก็ไม่อาจดึงเอาดวงจันทร์ดวงอาทิตย์มาเป็นล้อรถของท่านได้”
    มานพตอบว่า
    “พราหมณ์! ดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์ยังปรากฏให้เห็นอยู่ ข้าพเจ้าต้องการสิ่งที่พอมองเห็นได้ ส่วนท่านร้องไห้คร่ำครวญต้องการสิ่งอันใครๆ ก็มองไม่เห็น ในระหว่างเราทั้งสองใครเป็นพาลกว่ากัน ใครโง่กว่าใคร”
    พราหมณ์ได้ฟังดังนั้นกลับได้สติ ยอมรับว่ามานพน้อยพูดถูก ตนเป็นผู้โง่เขลากว่า เพราะต้องการสิ่งอันมองไม่เห็น และไม่เคยมีใครเรียกคืนมาได้
    พราหมณ์ได้กล่าวชมเชยมานพนั้นว่า
    “ข้าพเจ้าเป็นผู้เร่าร้อนหนักหนา ท่านได้รดน้ำคือความเห็นถูกมาให้ข้าพเจ้า กลับกลายเป็นผู้เย็น ประหนึ่งท่านนำน้ำมาดับไฟ ความกระวนกระวายทั้งปวงของข้าพเจ้าดับลงแล้ว
    ความเศร้าโศกถึงบุตรก็บรรเทาลงแล้ว ท่านได้ถอนลูกศรคือความโศกออกจากหทัยของข้าพเจ้าเสียได้
    คำของท่านประเสริฐนัก ช่วยดับความร้อนและความโศกในใจของข้าพเจ้าได้”
    แลแล้วพราหมณ์ได้ถามว่า มานพนั้นคือใคร มานพก็บอกว่า เขาคือมัฏฐกุณฑลี บุตรของพราหมณ์นั่นเอง ได้ทำกุศลกรรมไว้ก่อนตาย จึงได้ไปเกิดเป็นเทพ
    พราหมณ์กล่าวว่า อยู่ด้วยกันมายังไม่เคยเห็นบุตรของตนให้ทาน หรือรักษาศีลแต่ประการใด มานพไปสู่เทวโลกได้ด้วยกรรมอันใด
    มานพเล่าเรื่องที่พระพุทธเจ้าเสด็จมาโปรดให้ฟัง พราหมณ์ฟังแล้วเกิดปีติปราโมทย์เป็นอันมาก กล่าวว่า
    “น่าอัศจรรย์จริงหนอ น่าประหลาดจริงหนอ การทำอัญชลีกรรมแด่พระพุทธเจ้ามีผลถึงปานนี้ ข้าพเจ้าจักทำใจให้เลื่อมใส นับถือพระพุทธเจ้าในวันนี้ทีเดียว”
    พราหมณ์ได้ปฏิญาณกับมานพว่าจักรักษาศีลให้ทานและเลื่อมใสในพระรัตนตรัย แล้วไปเฝ้าพระพุทธเจ้าทูลอาราธนาให้ไปเสวยภัตตาหารที่เรือนของตนในวันรุ่งขึ้น
    พระศาสดาทรงรับ
    เมื่อถึงเวลาก็เสด็จไปบ้านพราหมณ์ ประชาชนมาประชุมกันมาก พวกหนึ่งตั้งใจมาดูพราหมณ์ต้อนรับพระพุทธเจ้าด้วยการถามปัญหา
    พวกหนึ่งต้องการมาดูพุทธวิสัย พุทธลีลา
    เมื่อเสวยภัตตาหารเสร็จแล้ว พราหมณ์ได้ทูลถามพระศาสดาว่า
    “มีหรือพระโคดม-บุคคลไม่ได้ถวายทานแด่พระองค์ ไม่ได้บูชาพระองค์ ไม่ได้รักษาอุโบสถ แต่ได้ไปเกิดในสวรรค์ ด้วยเหตุเพียงการทำจิตให้เลื่อมใสในพระองค์อย่างเดียว”
    พระศาสดาตรัสตอบว่า”พราหมณ์! ท่านถามความข้อนี้กับเราทำไมอีกเล่า ในเมื่อมัฏฐกุณฑลีได้บอกความจริงข้อนี้แก่ท่านแล้ว”
    เมื่อพราหมณ์แกล้งสงสัยและถาม พระศาสดาก็ทรงเล่าเรื่องการพบปะและการสนทนาทั้งปวงระหว่างมัฏฐกุณฑลี
    พระศาสดาทรงทราบว่า มหาชนที่มาประชุมกันยังไม่สิ้นสงสัย จึงทรงอธิษฐานให้มัฏฐกุณฑลีเทพบุตรลงมา พร้อมทั้งวิมาน พระองค์ทรงสัมภาษณ์เทพบุตรนั้น มัฏฐกุณฑลีเทพบุตรทูลตอบตามความเป็นจริงทุกประการ
    มหาชนได้ฟังการถามการตอบระหว่างพระพุทธเจ้าและเทพบุตรแล้ว อุทานออกมาด้วยปีติโสมนัสและเลื่อมใสว่า
    “ดูเถิดท่านทั้งหลาย บุตรของพราหมณ์เชื่ออทินน ปุพพกะ ไม่ได้ทำบุญอย่างอื่นเลย เพียงแต่ทำใจให้เลื่อมใสในพระพุทธเจ้าเท่านั้น ยังได้สมบัติเห็นปานนี้ พระพุทธเจ้าทรงมีพระคุณน่าอัศจรรย์แท้”
    พระศาสดาจึงตรัสว่า

    “สิ่งทั้งหลายทั้งปวงสำคัญที่ใจ ฯลฯ ถ้าใจดี ใจผ่องใส การทำการพูดก็พลอยดีไปด้วย เพราะความดีนั้น ความสุขก็ติดตามมา เหมือนเงาตามตน”

    ...มีทรัพย์..ไม่ใช้ไม่แบ่งปันก็เหมือนไม่มี..
    ..ดร.แม่ชีทศพร วชิระบำเพ็ญ

    :- https://thossaporn.com/มัฏฐกุณฑลีเทพบุตร-2/
     
  19. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    60,857
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +38,467
    อิสิทาสี

    MasterDigitals
    Nov 10, 2012
    เรื่องราวของ อิสิทาสี อรหันต์หญิงภิกษุณี เป็นชีวิตที่ผ่านเรื่องราวต่างๆมามากมายเป็นเรื่องราวใช้สอนชีวิตผู้หญิงและผู้ชายทุกท่านในการใช้ชีวิตครองเรือน ให้ได้แง่มุมมองแนวคิดที่เราอาจไม่เคยได้รับรู้เลย เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนอกหัก รักไม่สมหวังมาฟังแล้วท่านจะได้พิจารณามองตามความเป็นจริง และรู้จักการทำให้ทุกข์ในใจนั้นหมดไปอย่างแน่นอน จัดทำขึ้นเผยแผ่เป็นธรรมทานแก่ทุกท่าน เพียงใช้เวลาไม่นานฟังเรื่องราวของอิสิทาสี นี้ แล้วท่านจะได้รับประโยชน์ต่างๆมากมายให้บังเกิดแก่ชีวิตได้มากๆเลย ครับ ขออนุโมทนาบุญทุกส่วนๆนี้ให้กับทุกสรรพสิ่งให้มีความสุขกันทั้วหน้า...^ ^ และเห็นแจ้งตามความเป็นจริงครับ By Dark_Lord

    :- http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=8165
     
  20. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    60,857
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +38,467
    นางสุชาดา ผู้ถวายข้าวมธุปายาส l เอตทัคคะ ผู้ถึงพระรัตนตรัยก่อน

    อาจารย์ธนากร ปุสวงศ์
    Dec 9, 2024
    นางสุชาดา เอตทัคคะในฝ่ายผู้ถึงพระรัตนตรัยก่อน แก้บนด้วยข้าวมธุปายาส / ลูกชายหาย / ยสะบรรลุอรหัตผล / อุบาสิกาคนแรก (เอคทัคคะ หมายถึง ผู้ยอดเยี่ยมในทางใดทางหนึ่งเป็นพิเศษ)

    นางสุชาดา เป็นธิดาของเสนิยกุฏุมพี (กุฏุมพี = เศรษฐี ผู้มีทรัพย์มาก) ในหมู่บ้านเสนานิคม แห่งตำบลอุรุเวลา เมื่ออายุย่างเข้าสู่วัยสาวนางได้ทำพิธีบวงสรวงต่อเทพยดาที่สิงสถิต ณต้นไทรใหญ่ต้นหนึ่งใกล้บ้านของนาง โดยได้ตั้งปณิธานความปรารถนาไว้ ๒ ประการ คือ:- ๑. ขอให้ข้าพเจ้าได้สามีที่มีบุญ มีทรัพย์สมบัติ และมีชาติสกุลเสมอกัน ๒. ขอให้ข้าพเจ้ามีบุตรคนแรกเป็นชาย ถ้าความปรารถนาของข้าพเจ้าทั้ง ๒ ประการ สำเร็จสมบูรณ์แล้ว ข้าพเจ้าจะทำพลีกรรมแก่ท่านด้วยของอันมีค่าหนึ่งแสนหกปณะครั้นการต่อมา ความปรารถนาของนางสำเร็จทั้งสองประการ โดยได้สามีเป็นเศรษฐีมีฐานะเสมอกัน และได้บุตรคนแรกเป็นชายนามว่า “ยสะ” นางได้ปล่อยเวลาให้ล่วงเลยไปจนลูกชายแต่งงานแล้ว จึงปรารภที่จะทำพลีกรรมบวงสรวงสังเวยเทพยดาด้วยข้าวมธุปายาส เมื่อถึงวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ นางได้ประกอบพิธีหุงข้าวมธุปายาสเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้นางทาสีสาวให้ไปปัดกวาดทำความสะอาดบริเวณโคนต้นไทรนั้น
    แก้บนด้วยข้าวมธุปายาส
    ขณะนั้น พระสิทธัตถะบรมโพธิสัตว์ หลังจากเลิกการทรมานร่างกายหันมาเสวยพระกระยาหารหวังจะบำเพ็ญเพียรทางจิต ประทับนั่งพักผ่อนที่ใต้ร่มไทรนั้น ผินพระพักตร์ทอดพระเนตรไปทางทิศปราจีน (ตะวันออก) มีพระรัศมีแผ่ซ่านออกจากพระวรกายเป็นปริมณฑลดูงามยิ่งนัก นางทาสีสาวใช้เห็นแล้วก็ตระหนักแน่ในจิตคิดว่า คงจะเป็นเทพยดาเจ้า มานั่งคอยท่ารับเครื่องพลีกรรม จึงมิได้เข้าไปทำความสะอาดดังที่ตั้งใจมา รีบกลับไปแจ้งแก่นางสุชาดา โดยด่วนฝ่ายนางสุชาดา จึงเรียบแต่งกายด้วยเครื่องอาภรณ์อันงดงามเป็นที่เรียบร้อย แล้วยกถาดข้าว มธุปายาสขึ้นทูนศีรษะ ออกจากบ้านพร้อมด้วยบริวารไปยังต้นไทรนั้น ครั้นได้เห็นพระโพธิสัตว์งดงามเช่นนั้น ก็เกิดโสมนัสยินดีสำคัญว่าเป็นรุขเทวดามานั่งคอยรับเครื่องพลีกรรม จึงน้อมนำเข้าไปถวายพร้อมทั้งถาดทองคำ เมื่อพระบรมโพธิสัตว์ ทรงรับและเสวยข้าวมธุปายาสแล้ว เสด็จไปประทับที่โคนต้นพระศรีมหาโพธิ์ ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ทรงบำเพ็ญเพียรทางจิตและได้ตรัสรู้เป็นพระสัพพัญญูพุทธเจ้าในวันนั้น หลังจากได้ประทับเสวยวิมุติสุข คือ สุขอันเกิดจากการตรัสรู้บริเวณใกล้ ๆ นั้นเป็นเวลา ๗ สัปดาห์ รวม ๔๙ วัน แล้วได้เสด็จไปแสดงธรรมโปรดพระปัญจวัคคีย์ ณป่าอิสิปตนมฤคทายวัน แขวงเมืองพาราณสี ฯ.
     

แชร์หน้านี้

Loading...