***$$$สมบัติหลวงพ่อฤาษีลิงดำและพระเกจิอาจารย์ครับ บูชาเบาๆ( 2) $$$****

ในห้อง 'พระเครื่อง วัตถุมงคล' ตั้งกระทู้โดย Loungpor, 9 มกราคม 2024.

  1. Loungpor

    Loungpor เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 สิงหาคม 2009
    โพสต์:
    28,145
    ค่าพลัง:
    +9,036
    รับทราบการจองครับผม ขอบคุณครับ
     
  2. Loungpor

    Loungpor เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 สิงหาคม 2009
    โพสต์:
    28,145
    ค่าพลัง:
    +9,036
    ขอปิดรายการมีดหมอขนาด 5 นิ้ว วัดบ้านสนวนทุกรายการครับ
     
  3. Loungpor

    Loungpor เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 สิงหาคม 2009
    โพสต์:
    28,145
    ค่าพลัง:
    +9,036
    รายการจัดส่งวันนี้ครับ


    0653064f-28df-43e5-a0b6-76ac55737b81.jpg
     
  4. Loungpor

    Loungpor เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 สิงหาคม 2009
    โพสต์:
    28,145
    ค่าพลัง:
    +9,036

    เริ่มลงให้บูชากันเลยครับ

    1905.รูปเหมือนเนื้อผงรูปใบโพธิ์ ครูบาชัยวงศ์ วัดพระบาทห้วยต้ม


    ขอบคุณเครดิตข้อมูล:
    https://uauction3.uamulet.com/AuctionDetail.aspx?bid=412&qid=76742


    รูปเหมือนเนื้อผงรูปใบโพธิ์ ครูบาชัยวงศ์ วัดพระบาทห้วยต้ม สภาพสวยๆเดิมๆตามรูปเลยครับ



    บูชา 200 บาท


    444f4634-e239-48a9-9b3b-69cf2ea32246.jpg

    72e25829-df73-4d58-af84-715ad8270a26.jpg

     
  5. Loungpor

    Loungpor เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 สิงหาคม 2009
    โพสต์:
    28,145
    ค่าพลัง:
    +9,036

    1906.พระนางพญาหลังกงจักรหลวงพ่อดาบสอาศรมเวฬุวัณเชียงราย

    #พระนางพญาหลังกงจักรหลวงพ่อดาบสอาศรมเวฬุวัณเชียงราย #บารมีเป็นที่ประจักษ์รวมอริยะบุคคลที่ #แม้ร่างเผาไฟแต่หัวใจไม่สลายขอทิ้งหัวใจไว้ให้สรรพสัตว์

    ขอบคุณเครดิตข้อมูล:

    http://www.jocho.99wat.com/product/270517/พระนางพญาหลังกงจักรหลวงพ่อดา

    สภาพสวยๆเดิมๆตามรูปเลยครับ


    บูชาเบาๆ 250 บาท




    7431a584-4864-4ca3-b657-84ce8100b818.jpg

    a875d1a8-a7e7-4d35-bfbb-dd1bb743533c.jpg

     
  6. Loungpor

    Loungpor เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 สิงหาคม 2009
    โพสต์:
    28,145
    ค่าพลัง:
    +9,036

    1907.เหรียญที่ระลึกสำนักเขาพระพุทธบาท สำนักเขาพระพุทธบาท อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี

    สำนักเขาพระพุทธบาทจังหวัดราชบุรี เป็นสำนักสงฆ์อยู่ในความดูแลของ พระครูพิศาลจริยาภิรม หรือพระมหาสุรศักดิ์ วัดประดู่(พระอารามหลวง) ที่ท่านเมตตาอนุเคราะห์เป็นประธาน และหัวแรงใหญ่ในการจัดสร้าง เพื่อเป็นสถานปฏิบัติธรรมของพระสงฆ์ในละแวกนั้น รวมถึงเพื่อยกระดับให้กลายเป็นวัดของชุมชนต่อไปในภายภาคหน้า ซึ่งได้ดำเนินการเสร็จสิ้นไปแล้วมากมาย ทั้งถาวรสถานและถาวรวัตถุต่างๆ แต่ก็ยังขาดปัจจัยในการก่อสร้างอีกพอสมควร ดังนั้นในปี 2553 พระมหาสุรศักดิ์ท่านจึงได้ดำริให้สร้างเหรียญที่ระลึกสำนักเขาพระพุทธบาทขึ้น เพื่อมอบให้เป็นที่ระลึกแก่ผู้ร่วมทำบุญทอดกฐินสามัคคี โดยสร้างเป็นรอยพระพุทธบาท เพื่อเป็นพุทธานุสติว่า ครั้งหนึ่งเราได้เคยทำบุญ สร้างรอยพระพุทธบาท มีส่วนสนับสนุน และอีกนัยหนึ่งยังหมายถึงสำนักเขาพระพุทธบาท ที่จังหวัดราชบุรีอีกด้วย ด้านหลังเมตตาให้ลงเป็นพิมพ์ทรงงบน้ำอ้อย ดุจเดียวกับปรมาจารย์อัมพวาโบราณ อย่างหลวงปู่ใจ วัดเสด็จ เคยสร้างไว้ ล้อมรอบด้วยอักขระยันต์อันเป็นมงคล
    เหรียญที่ระลึกสำนักเขาพระพุทธบาทนี้ พระมหาสุรศักดิ์ท่านอธิษฐานจิตเดี่ยว ในพระอุโบสถวัดประดู่(พระอารามหลวง) อย่างเข้มขลังพร้อมทั้งเมตตาให้นำเอาลายเซ็นต์ของท่าน ประทับลงบนเหรียญเพื่อเป็นหลักประกันว่า เหรียญนี้ท่านสร้างเอง เสกเอง พร้อมตอกโค้ตทุกเหรียญ กันการปลอมแปลง
    เหรียญที่ระลึกสำนักเขาพระพุทธบาทนั้นจะนำไปมอบให้ผู้ที่ร่วมทำบุญทอดกฐินสามัคคี ณ สำนักเขาพระพุทธบาท อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี ในวันอาทิตย์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ.2553 (ขึ้น 8 ค่ำ เดือน 12)
    จุดประสงค์ เพื่อรวบรวมทุนทรัพย์ในการบูรณะรอยพระพุทธบาท พร้อมทั้งก่อสร้างศาสนสถาน และเสนาสนะต่างๆ ให้เกิดความถาวรและมั่นคง ในบวรพระพุทธศาสนาสืบไป


    เหรียญพระพุทธบาทหลวงพ่อพระมหาสุรศักดิ์ วัดประดู่ท่านสร้างให้สำนักเขาพระพุทธบาท ราชบุรี เพื่อนำเงินไปจัดสร้างถาวรวัตถุ ซึ่งนับเป็นวัตถุมงคลยุคแรกของท่าน (ออกก่อนเหรียญรุ่นแรก) หลวงพ่อท่านเป็นพระดีปฏิบัติดี ร่ำเรียนวิชามามากมายกับเกจิต่างๆๆทั่วประเทศครับ ปัจจุบัญท่านดำรงค์ตำปห่งเจ้าคณะจังหวัดสมุทรสงคราม ลูกศิทย์ลูกหามากมายครับที่ศัทธาและเลื่อมใสในตัวท่าน ต้องลองสัมผัสเองแล้วจะรู้ครับ เหรียญนี้สภาพสวยมากผิวไฟแดงๆๆ แถมตอกโค๊ตกันปลอมไว้ด้วยครับ

    เปิดบูชา 350 บาท


    49b37086-93b2-4fec-b68b-5121a50474e7.jpg

    2109e309-0989-4ff3-9fbb-363b58eb1525.jpg

    92309766_1431258623720609_4915551690444242944_n.jpg
     
  7. Loungpor

    Loungpor เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 สิงหาคม 2009
    โพสต์:
    28,145
    ค่าพลัง:
    +9,036

    1908.ล๊อกเก็ตพระธาตุเขี้ยวแก้ว ปลุกเสก ณ พุทธมณฑล ปี 2546 เเบบเลี่ยมประกบหน้าหลัง

    สภาพสวยๆเดิมๆตามรูปเลยครับ


    บูชาเบาๆ 250 บาท

    ******* ปิดรายการ**********



    1bf5e85c-6d7a-465d-9e74-6f0e93f91d37.jpg

    6fc04830-1dde-49b1-967d-8accff90b371.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 22 พฤษภาคม 2026
  8. Loungpor

    Loungpor เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 สิงหาคม 2009
    โพสต์:
    28,145
    ค่าพลัง:
    +9,036

    1909.พระปิดตาเกศาครูบาน้อย วัดศรีดอนมูล รุ่นสร้างวิหาร จ.เชียงใหม่ โค๊ต นะ กล่องเดิมครับ


    พระปิดตาเกศาครูบาน้อย วัดศรีดอนมูล รุ่นสร้างวิหาร จ.เชียงใหม่ โค๊ต นะ (ด้านใต้ฐาน)กล่องเดิม ลูกศิษย์ลูกหาท่านน่าบูชาครับ ส่องดูเห็นเกษาที่ด้านหลังท่านหลายเส้นครับ

    ขอบคุณเครดิตข้อมูล:

    http://zoonphra.com/shop/catalog.php?storeno=c013&idp=17359

    บูชา 300 บาท



    4ca35065-8073-47b9-8394-866b830795a4.jpg


    8f810020-8f09-4189-a29e-57c679af1d44.jpg

    838c535d-4b1c-4d0c-8f95-01e4422d77cc.jpg

    c423ae92-9490-4497-9c0e-4a65d9e00204.jpg
     
  9. Loungpor

    Loungpor เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 สิงหาคม 2009
    โพสต์:
    28,145
    ค่าพลัง:
    +9,036

    1910.สมเด็จวัดกิ่วดู่ หลวงพ่อ ประสิทธิ์วัดป่าหมู่ใหม่ เมตตาอธิษฐานจิต


    สภาพสวยสมบูรณ์

    หากคนรุ่นอายุสามสิบห้าขึ้นไปคงจะจำได้ว่าช่วงบั้นปลายของหลวงปู่แหวน จะมีพระอุปํฏากประจำๆอยู่สองสามองค์ที่มักจะเห็นในรูปไม่ว่าการประคอง การให้กระโถน จุดบุหรี่ เข็นรถ หรือเดินห่างๆ สามองค์หลักๆ คือ

    ๑.ท่านอาจารย์จันทร์ วัดกิ่วดู่ ฝาง

    ๒.ท่านอาจารย์ชาติ เชียงราย

    ๓.ท่านอาจารย์อีกองค์ผมจำไม่ได้ อยู่เชียงรายเหมือนกัน

    สมเด็จรุ่นนี้ท่านอาจารย์จันทร์ท่านสร้างขึ้นมาโดยรวบรวมมวลสารสำคัญๆ และขอเมตตาจากครูบาอาจารย์อันมีองค์หลวงพ่อประสิทธิ์ท่านรับว่าเป็นสมเด็จของท่าน

    ท่านกล่าวกับครูบาขาว(สึกแล้ว) ว่ารุ่นนี้ต่อไปจะดัง ท่านกล่าวได้หลายปีพอควร

    ให้ไว้เป็นหลักฐานครับ


    ขอบคุณเครดิตข้อมูลพี่จ่าบางส่วนครับ:

    https://www.web-pra.com/shop/jeerasit/show/1327282


    บูชาเบาหวิวๆ 350 บาท



    [​IMG]

    [​IMG]

    [​IMG]

    [​IMG]
     
  10. Loungpor

    Loungpor เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 สิงหาคม 2009
    โพสต์:
    28,145
    ค่าพลัง:
    +9,036
    1911.ตะกรุดข้อมือหลวงปู่จารมือ กันผีกันเขี้ยว

    #หลวงปู่สิงโต อายุ 105 ปี
    สำนักสงฆ์ป่าทรงธรรม อ.บุณฑริก
    จ.อุบลราชธานี "

    ตะกรุดข้อมือกันผีกันเขี้ยว หลวงปู่ท่านจารเอง

    #เกิดประสบการณ์มากมายหลายทาง แรกๆแถวบ้านผมเกิดประสบการณ์
    กับตะขาบไต่ข้ามคนที่มีตะกรุดข้อมือ
    โดยที่มันไม่กัดข้ามไปใด้สักพักมันก็ตายเองธรรมชาติคนเล่า พ่อตากำนัน
    งู ยกหัวไม่ขึ้นเดินเหยียบหางงูเห่าในป่ายาง
    เหมือนงูพยายมยกหัวแต่ยกไม่ขึ้น
    รนเล่าอยู่ชายแเเดนไทยลาวลาวแถวๆบุณฑริก
    งูกัดแต่มันกัดแบบไม่อ้าปาก ฉกปับๆๆ
    แต่ปากไม่อ้าพ่อผมเองประสบการณนี้ งูกะบาด้วย
    หมูป่ากัด หมูป่ามันโดนกับดักแช้วหันมาสู้กับหมา
    พ่อผมไปช่วยหมา แต่ตัวเองโดนหมูกัด
    โคนขาบริเวณเลยเข่านิดหนึ่ง
    กัดสะบัดหลายทีพ่อผมบอก
    กูคิดว่าขากูไปกับปากหมูแล้ว
    เจ็บมากเลยคลานถอยออกมานั่ง
    บนโขดหินแล้วลองกลั้นใจลูบขาดู
    ไม่กล้ามองขาตัวเอง เพราะรู้กันอยู่ว่า
    เขี้ยวหมูป่าคมมากขนาดรากใม่ใหญ่ๆ
    มันยังกัดขาดได้ แล้วขาคนอ่อนๆขาดง่ายๆ
    จะเหลือรึ พอกลั้นใจลูบดูอ้าวไม่มีแผล
    ใจชื้นละ ลงมาเเทงหมูเอามาเป็นอาหารต่อ
    และเข็มฉีดยาเยอะมาก ที่ฉีดยาไม่เข้า
    มีทั้งสารวัตรกำนันต.สมสะอาด และลูกหลาน
    หลายคน ทางต.รำครั่งก็หลายคนครับ
    เข็มแทงไม่เข้าบ้าง จะเจาะเสนอเลือด
    ก็เลือดไม่ออก จนต้องบอกกล่าว
    องค์หลวงปู่จึงได้ แต่ช่วงหลังๆ
    เกิดประสบการณ์ไปทุกทาง ครอบจักรวาลของจริง
    ขอเล่าประสบการณ์พอสังเขปคับ
    ประสบการณ์เยอะมาก

    ขอบคุณข้อมูลจากคุณ ทิง มรดกครู

    ***********************************************************************
    ตะกรุดพระผู่เฒ่ากันผีปอบ
    วันนี้ผมจะเล่าเรื่องแตกประสบการณ์
    อีกอย่างหนึ่งกับเครื่องรางของขลังหลวงปู่
    คือตะกรุดให้ฟัง 1 เรื่องนะครับ
    เรื่องนี้เกิดขึ้นไม่นานมานี้คือมีญาตติธรรม
    ท่านหนึ่งมาพบกับผม แล้วบอกว่า
    ขอความช่วยเหลือจากผมทีที่บ้านของเขา
    มีวิญญาณมารบกวนขอเชื่อว่าวิญญาณนั้น
    คือวิญญาณของผีปอบ ตามความเชื่อ
    ของคนอีสานและคนทางเหนือคือ
    คนที่โดนสาปแช่งจากครูบาอาจารย์
    เวลาทำผิด คำสั่งสอนครูบาอาจารย์
    เช่นเอาค่ายกครูเกินหรือค่าคายเกิน(ภาษาอีสาน) หรือ รับจ้างทำในสิ่งที่ครูบาอาจารย์
    ห้ามไม่ให้ทำที่เขาเรียกกันศิษย์เกิน
    ครูศิษย์นออกครู บุคคลผู้นั้นก็จะกลายเป็นปอบ
    ตามคำสาปแช่งของครูบาอาจารย์ โดย
    ญาติธรรมท่านนี้ได้มาขอความช่วยเหลือ
    จากมาของดีไปป้องกันภูตผีปีศาจ
    ป้องกันผีปอบจากผม ผมเองก็ไม่รู้จะให้อะไรแล้วมั่นใจอะไรว่าจะป้องกันภูตผีปีศาจ
    หรือวิญญาณผีปอบนั้นได้ จึงได้นึกถึง
    ตะกรุดข้อมือของหลวงปู่สิงห์โต
    ซึ่งหลวงปู่ได้เมตตามอบมาให้ผม
    ตอนไปนมัสการท่าน ผมจึงยกขึ้นใส่หัวแล้ว
    บอกอธิฐานกับหลวงปู่มาขอบารมีหลวงปู่
    ได้ช่วยเหลือเขาครอบครัวของเขา
    ให้พ้นจากวิญญาณร้ายด้วยเถิด
    จากนั้นผมก็มอบให้เขาไปคนละเส้น
    รวมทั้งหมด 4 เส้นโดยในใจก็นึกถึงหลวงปู่
    อย่างให้ขายหน้าเขานะปู่ อย่างให้มาชี้ด่าผมว่าหลอกเขานะปู่ช่วยเขาทีนะปู่
    อาทิตย์ต่อมาเขากลับมาเล่าให้ผมฟังว่า
    ตั้งแต่มีตะกรุดของหลวงปู่ติดข้อมือนี้
    ไม่เห็นมีวิญญาณผีปอบมารบกวนเขา
    ไม่เห็นหมาดำมารบกวนเขาอีกเลย
    ตะกรุดของหลวงปู่นี้ศักดิ์สิทธิ์จริงๆ
    สามารถป้องกันภูตผีปีศาจได้จริงๆ
    ผมเลยบอกเขาว่าของหลวงปู่นั้น
    การสารพัดกันได้ทุกอย่างกันโรคระบาดได้ด้วย
    #นี่คือประสบการณ์เล็กๆน้อยๆที่เกิดขึ้น
    กับผู้ที่ศรัทธาในหลวงปู่และผู้ที่บูชาวัตถุมงคล
    ของหลวงปู่จึงนำมาเล่าเพื่อประดับ
    ศรัทธาประสาทะให้ท่านผู้ฟังทั้งหลาย
    ได้รับฟังกันขอเอาบทความนี้เป็นสังฆบูชา
    พระผู้เฒ่า เมืองดอกบัวงาม
    ขอบคุณบทความจากอาจารย์สมบูรณ์
    วันนี้ผมจะนำเสนอของดีอีกหนึ่งอย่าง
    ของหลวงปู่สิงโตเพื่อเผยแพร่บารมี
    หลวงปู่ยิ่งๆขึ้นไปนะครับนั่นคือ
    ตะกรุดข้อมือกันผีกันเขี้ยวหลวงปู่สิงโตครับ
    ซึ่งจากการตรวจดูพลังแล้ว
    มีพลังพิเศษมากๆซ่อนอยู่ใน
    ตะกรุดเล็กๆดอกนี้ครับ มาดูกระแสพลังกันเลย
    พลังปราณแผ่ออกมาเต็มที่เลยครับ
    พร้อมส่งผลหรือตอบสนองการใช้งานเต็มกำลัง
    พลังงานการเสก สว่างไสวสวยงามมากครับ
    สว่างไปทั่วทั้งสามแดนโลกธาตุเลย
    เพราะในการเสกมีการอัญเชิญญาณ
    เบื้องสูงมากๆมาเสกครับ นั่นคือกระแสญาณ
    ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
    ทุกชั้นฟ้าทั่วทุกแดนพระนิพพานมาเสกเลยครับ
    พระอรหันต์จากทุกๆแดนนิพพานก็มาร่วมเสกด้วยครับ เสกลงมาสว่างมากๆ นับหมื่นนับแสนองค์
    เลยทีเดียว นอกจากนั้นยังมีกระแสญาณ
    พระอรหันต์แห่งโชคลาภมาเสกด้วย
    นั่นคือพระสิวลีและพระสังคจาย
    ลงมาเสกเต็มกำลัง และสายโลกเทพอุดร
    มาเสกร่วมด้วยช่วยกันเลยครับ
    เหมือนเจตนาการสร้างดีเลย
    ส่งผลให้บารมีเบื้องสูงมาเสกครบเครื่องเลยครับ
    อานุภาพเลยครอบจักวาล
    เสกบันดาลให้เป็นแก้วสารพัดนึกเลย แล้วแต่จะขอ
    #นอกจากนั้น ยังลงทางสารพัดกันด้วย
    กันโรคระบาด กันภัยพิบัติ กันศาสตราวุธร้าย
    ทั้งปวง กันของแหลมของคม กันผีทุกๆชนิด
    ไล่ผีแรงมากครับรุ่นนี้ และกันคุณไสยทุกๆอย่าง
    ทุกชนิดกันได้หมดเลยครับ
    แถมมีเทวดาคอยรักษาด้วยนะครับ
    #ผลการบูชาคือ การอธิษฐานขอพร
    ขอได้หมดเพราะมีเทวดาท่าน
    จะคอยให้พรผู้ขอครับ
    แต่ต้องมาทางพุทธคุณนะครับ
    เพราะเป็นของสูงรัศมีพลัง 27เมตรโดยประมาณ
    เป็นของดีที่มีพุทธคุณมากมายจริงๆครับ
    ถึงภายนอกจะดูธรรมดา แต่ดูเบื้องลึกแล้ว
    ไม่ธรรมจริงๆครับ ลองหามาบูชากันได้เลยนะครับ


    **********************************************
    # ประวัติของหลวงปู่สิงห์โต อายุ 105 ปี
    อุบลราชธานีศรีวนาไลย ดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์
    ตักศิลาแห่งไสยเวทย์ที่อุดมไปด้วยพระมหา
    เถราจารย์ผู้มีฌาณสมาบัติอันแก่กล้าหลายรูป
    ด้วยกัน หนึ่งในมหาพระเถราจารย์เพชรน้ำหนึ่ง
    จอมขมังเวทย์แห่งภูฝอยลม พระผู้มีตบะบารมี
    อันสูงยิ่งคือ" หลวงปู่สิงห์โต จิตฺตธมฺโม
    สำนักสงฆ์ป่าทรงธรรม อ.บุณฑริก
    จ.อุบลราชธานี "
    ⚜️มีโอกาสติดตามอาของท่านที่รับราชการ
    ตำรวจมาเป็นสังกะลีหรือเด็กวัดทุ่งศรีเมือง
    สมัยญาท่านดีโลดหรือหลวงปู่รอด
    เมื่อมีอายุได้ประมาณ ๑๖ ปี หลวงปู่ได้
    บรรพชาเป็นสามเณร ศึกษาเล่าเรียน
    หลักธรรมบาลีต่างๆ ครั้นเมื่ออายุครบ ๒๐ ปี
    ก็ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ เพื่อศึกษา
    เล่าเรียนพระธรรมวินัย การอบรมวิชา
    วิปัสนากรรมฐาน อีกทั้งวิชาอาคม
    ทางไสยเวทย์ต่างๆ กับญาถ่านทา
    วัดหนองมะแซว นอกจากนี้ยังได้รับ
    จากศึกษาและฝากตัวเป็นศิษย์พระเกจิยุคเก่า เช่น..

    หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต
    หลวงปู่เสาร์ กันตสีโล
    หลวงพ่อชา สุภัทโท
    หลวงปู่ญาถ่านกรรมฐานแพง,
    หลวงปู่ทองรัตน์
    หลวงปู่อุปัชฌาย์ยะแดง วัดหนองบัวฮี
    (บูรพาจารย์สายเหนียวแห่งเมืองพิบูลมังสาหาร
    หรือเมืองพิมูลในอดีต) และยังได้ธุดงค์
    เดินทางไปศึกษาวิชาอาคมต่างๆจาก
    พระอาจารย์ในสายเจ้าปู่สมเด็จลุน
    ที่เมืองอัฐปรือ ประเทศลาว จนจบทุกวิชา
    ทางไสยเวทย์ที่ผู้เป็นอาจารย์ได้สั่งสอน
    และได้ครอบครองตำราอักขระยันต์โบราณ
    ซึ่งตกทอดมาตั้งแต่สมัยก่อน
    จารด้วยตัวคาถาธรรมลาว ซึ่งรวบรวม
    อักขระยันต์และสรรพวิชาต่างๆเอาไว้
    ซึ่งมีน้อยคนนักที่จะได้ครอบครองและ
    รู้จักรักษาไว้ได้ หลังจากนั้นท่าน
    ก็ได้สึกมารับใช้ชาติเป็นทหารหน่วยรบพิเศษ
    และมีครอบครัว มีบุตรชาย และหญิง
    จนอดีตภรรยาท่านเสียชีวิต
    หลวงปู่ท่านจึงใด้บวชอีกครั้ง และครั้งนี้
    หลวงปู่ตั้งจิตอธิษฐานแน่วแน่
    ออกเดินธุดงค์ไปฝึกจิตรักษาตบะบารมี
    เสาะแสวงหาสถานที่ปลีกวิเวก
    เนื่องจากหลวงปู่สิงห์โต ท่านเป็นพระผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ หลวงปู่ท่านได้ศึกษาและ
    ปฏิบัติธรรมอย่างมุ่งมั่นและจริงจัง
    ทั้งธุดงค์ปักกลดตามป่า ถ้ำ หรือ
    แม้กระทั่งบริเวณที่ต้องเว้น(หรือทางผีผ่าน)
    และเดินข้ามภูเขาน้อยใหญ่ตาม
    อาณาเขตชายแดนไทย-ลาว อยู่หลายปี
    หลวงปู่ยังเล่าว่าอีกว่า ครั้งออกเดินธุดงค์
    มีความยากลำบากมาก เพราะต้องเดิน
    ด้วยเท้า ผ่านป่า ผ่านเขา มีอันตราย
    รอบด้านทั้งสัตว์ป่าที่ดุร้าย รวมทั้ง
    ภูตผีต่างๆ จะคอยมีทดสอบ
    ความอดทนทางจิตว่า จะเกิดความกลัวหรือไม่
    แต่เนื่องจากหลวงปู่ได้ผ่านการฝึกฝนทาง
    วิปัสนากรรมฐานมาอย่างดี
    มีพลังจิตใจที่เข้มขลัง บวกกับ
    วิชาคาถาอาคมเป็นเลิศ จนไม่เกรงกลัว
    ต่อภยันตรายต่างๆและเดินทางธุดงค์
    กลับมายังฝั่งไทย จนเป็นที่เล่าลือกันว่า
    หลวงปู่สิงห์โต มีรากฐานด้านพลังจิต
    อำนาจ บารมีทางใจ ของหลวงปู่สิงโตสูงส่งนัก
    แกร่งกล้าวิทยาคม สำแดงปาฏิหาริย์ต่างๆ
    (หลวงปู่ได้ช่วยเหลือคนตกทุกข์ได้ยาก)
    ขับไล่สิ่งชั่วร้าย เสนียดจัญไรต่างๆ
    รวมทั้งคุณไสย์ ถอดถอนของมนต์ดำได้
    ซึ่งเป็นที่กล่าวขานของคนในพื้นที่
    สำหรับวัตถุมงคลที่หลวงปู่อธิษฐานจิต
    หรือปลุกเสกนั้น มีทั้งเหรียญ รูปหล่อ
    ตะกรุด เสื้อยันต์ เบี้ยแก้ เป็นที่เล่าขานว่า
    มีอิทธิปาฏิหาริย์และประสบการณ์
    ทางด้านเพชรหลีก แคล้วคลาด คงกระพัน
    คุ้มครอง โชคลาภ และเมตตา มหานิยม
    ซึ่งเกิดขึ้นกับผู้ที่นำไปบูชาจนนับครั้งไม่ถ้วน
    และได้มีประสบการณ์หลายรุ่นด้วยกัน
    ทำให้ผู้ที่ศรัทธาและบุคคลทั่วไปแสวงหา
    วัตถุมงคลของหลวงปู่สิงห์โตไว้บูชาติดตัว
    ปัจจุบันวัตถุมงคลของท่าน เริ่มหายาก
    เพราะสร้างน้อย อีกทั้งมีประสบการณ์
    เป็นที่เล่าขานบางรายการเหลือแค่ชื่อ
    บางรายการหาบูชาไม่ได้ก็มี
    ขอบพระคุณเจ้าของบทความทุกๆท่าน
    ====================================
    *** เครดิตเพจ ศิษย์ มีครู ***
    พระดีที่น่ากราบองค์หนึ่งในยุคปัจจุบัน
    หลวงปู่สิงห์โต สำนักสงฆ์ป่าทรงธรรม อุบล..
    เราเพิ่งรู้จักหลวงปู่ ปีที่แล้ว เพราะมีครั้งหนึ่ง เปิดเฟสมี มีรูปหลวงปู่เด้งมา แล้วมีแสงออกมาจากรูปสว่างมาก ออกมาจากรูปท่านในมือถือ เราตกใจเลย คือรู้จักพระเยอะมาก แต่องค์นี้เป็นองค์เดียวที่เห็นแบบนี้ครับ เลยไปค้นหาประวัติมา ว่าที่อยู่อุบล เคยเป็นลูกศิษย์พระมหากัสสะปะ หรือหลวงปู่เดินหน ในชาติหนึ่ง ไม่แน่ใจว่า ชาตินี้จะเป็นชาติสุดท้ายของท่านหรือเปล่า แต่บารมีท่านมากเหลือเกิน
    มีครั้งหนึ่ง คุณฝ้ายลูกศิษย์หลวงปู่เขาไลสด
    หลวงปู่จารจีวร อะไรสักอย่าง.
    ท่านจับผ้าจีวรมาเขียนยันต์ แล้วเราเห็นด้วยตาเนื้อนี่แหละ มีแสงจากกลาง หน้าผาก พุ่งไปที่ผ้า ตามอักษรที่เขียน พุ่งไปยังกับเลเซอในหนัง เสร็จหนึ่งตัวก็พุ่งไหม่อีก หนึ่งที เร็วและแรงมาก
    มีองค์นี้ องเดียวที่เราเห็นแบบนี้ครับ. หรือองอื่นเราเข้าไม่ถึงก็ไม่รู้. เราเลยครูพักลักจำมาใช้ เวลาเสกของ เหมือนหลวงปู่ท่านอยากให้ เห็นหรือเปล่าไม่รู้นะครับ
    หลวงปู่ท่านอายุมาก แล้ว ถ้าจะไปกราบ อย่าไปกวนท่านเยอะ นะครับ
    เราก็อยากไปมาก นับถือ เป็นครู เพราะลักจำการเขียนการจารวัตถุมงคล มา
    อยากไปกราบ แต่สถานการไม่เอื้อสักที
    ขอตั้งจิต อธิษฐาน ถึงหลวงปู่สิงห์โต
    ขอให้ข้าพเจ้าได้มี โชคปลดหนี้ มีทุนทรัพย์ก้อนใหญ่ จากทางใหนก็ได้ ให้ได้มาโดยใว โดยง่าย
    ได้ไปกราบ ไปทำบุญกับ หลวงปู่สิงห์โต ภายในสามเดือนนับจากวันนี้ สิ่งใหนที่ติดขัด โดนใครทำร้ายด้วยวิชาอาถรรพ์ใด ขอให้เปิดออก ใครมาหลอกเอาเงินไปขอให้ได้คืนโดยใว
    ด้วยบารมีหลวงปู่สิงห์โต ขอให้ได้ไปกราบไปทำบุญ กับหลวงปู่โดยใว สาธุ ครับ
    แต่ก่อน เคยได้ยินแต่ เขาเล่าว่า เวลาที่พระเกจิหรืออาจารย์ที่เก่งๆ เสกของ จะมีพลังจิตพุ่งจากตัว สู่วัตถุมงคล. เมื่อวาน เราเลื่อนเฟสผ่าน แล้วพอดีรูปนี้ มาเจอรูปนี้พอดี. แล้วจิตเราดัน เห็น หลวงปู่ท่านนี้ เพิ่งกระแสจิตจากตัว กลางหน้าผาก เป็นแสงออกมาแรงมาก สู่กลองวัตถุมงคล คลุมทั้งหมด เป็นประกายแสงแรงมาก ยังกะในหนังเลย เห็นอยู่พักหนึ่ง ก็หายไป
    เกิด มาเพิ่งเคยเห็นแบบ นี้ และเป็นแค่ภาพด้วย ไม่ใช่ ตอนเราอยู่ในพิธี
    หลวงปู่องค์นี้ ชื่อหลวงปู่สิงห์โต สำนักสงฆ์ป่าทรงธรรม จ.อุบลราชธานี
    ต้องยอมรับ ว่าท่านเก่งจริง จิตท่านแรงมาก แบบคล้ายหลวงปู่หมุน เวลาเสกของครับ เราเพิ่งเคยเห็นแบบนี้
    ที่พิมพ์มา คือ อยากแนะนำพระดี ที่เก่งจริง ว่ายังมีในประเทศไทย. ถ้าทำบุญด้วย ก็ได้ บุญใหญ่ เป็นเนื้อนาบุญครับ
    ใครผ่านไปแถว อ.บุณฑริก จ.อุบล แวะไปกราบ ท่านนะครับ ได้บุญมาก บุญใหญ่เลย องค์นี้ครับ
    ท่านอายุมากแล้ว ด้วย เห็น เขาบอกว่า 105ปี
    แต่หน้าตาท่าน ยังสดใสอยู่เลย น่าฟอกธาตุขันธ์ แล้ว ส่วนหนึ่งครับ.
    ขอบารมี หลวงปู่สิงห์โต คุ้มครอง ข้าพเจ้า ครอบครัว ลูกศิษย์ ทุกคนของข้าพเจ้า ให้แคล้วคลาดปลอดภัย จากทุกภยันตราย
    หากมีโอกาส อยากไปกราบ ไปทำบุญด้วย ขอให้มีโชคใหญ่ ได้ ไป สมดังใจ
    สาธุครับ ฯ

    ****************************************************************************************

    สภาพสวยเดิมๆ จากวัด ไม่เคยผ่านการบูชามาเลยครับ บูชาเส้นละ 70 บาท มีให้บูชา 10 เส้นครับ


    ********* คงเหลือ 5 เส้น *********



    [​IMG]

    [​IMG]

    [​IMG]

    [​IMG]

    [​IMG]
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 19 พฤษภาคม 2026
  11. Loungpor

    Loungpor เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 สิงหาคม 2009
    โพสต์:
    28,145
    ค่าพลัง:
    +9,036

    1912.ยาอนันตคุณ หลวงปู่ศรี มหาวีโร วัดป่าคลองกุ้ง แบ่งพรรคพวกได้มาอีก 1 ขวดครับ นานๆจะมีเข้ามาสักขวด

    รับประกันแท้ทันหลวงปู่ศรีล้าน%ครับ

    มีส่วนผสมจาก คำหมากหลวงปู่ศรี มหาวีโร 101 คำ

    เม็ดจาจินดามณี หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว ประมาณ40 เม็ด
    เม็ดยาจิณดามณี หลวงปู่เจือ ประมาณ2000เม็ด
    ผงยาจิณมณี หลวงปู่เจือ วัดกลางบางแก้ว อีกหลาย 10 กว่ากิโลกรัม

    ผสมกับ ต้นยาอายุวัฒนะ บนเทือกเขาจอมทอง จ.โคราช (วัดสาขาหลวงปู่ศรี สาขา109)

    อีกประมาณ 150 กิโลกรัม
    และผสมกับน้ำผึ้งเดือน 5

    นำทั้งหมดผสมกัน

    แล้วก้กราบขอบารมีหลวงปุ่ศรี มหาวีโร ณ เสกและถ่ายพลัง จากยาของพ่อแม่ครูบาอาจารย์หลายอย่าง

    ซึ่งผุ้จัดสร้างก้ได้ขอให้กันและแก้ รักษาได้ทุกโรค โรคเวรโรคกรรม รังสี นิวเคลียร์ โรคระบาด ต่างๆ ฯลฯ
    เพื่อใช้ช่วยเหลือผู้คนเมื่อเกิดยามฉุกเฉินจำเป็น เจ็บไข้ได้ป่วย และแจกให้กับผู้ปฏิบัติธรรมท่านอื่นๆ ตามสมควร

    เท่าที่เคยทราบข้อมูลเห็นผลได้ดีครับ

    และไม่มีจำหน่ายครับ เอาไว้ช่วยเหลือกันในยามตกทุกข์ได้ยากครับ

    (เท่าที่เคยทราบนะครับ คำหมากหลวงปุ่ศรีนี้ ต่อไปในอนาคตคำละ 1 ล้าน ใส่ไปถึง 101คำ)
    ยาหลวงปู่บุญ ตอนนี้ก็เม็ดละ เป็นหมื่นแล้วครับ ใส่ไป40เม็ด
    ต้นยานี้ก้หาได้น้อยมากๆ

    ถามว่าสรรพคุณ ยาอนันตคุณ ขนานนี้ มีสรรพคุณอย่างไร

    ก็ต้องว่า ตามความคิดของผมคือ รักษาได้ทุกโรคถ้าไม่เกินวิสัยก็หายได้ครับ

    แต่ว่าต้องมีความเลื่อมใสในคุณพระรัตนตรัย อธิษฐานใช้ได้ตามสมควรแก่เหตุครับ

    วิธีใช้ก็ เพียงนำยาอนันตคุณ ขึ้นมาหนึ่งเม็ด อาราธนาว่า
    "ขออาราธบารมีของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าๆพระองค์ พระ ปัจเจกพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ พระธรรม พระอริยสงฆ์ เทวดาพรหมทั้งหมด มีหลวงปู่ศรี มหาวีโร เป็นที่สุด แผ่พระบารมีให้ยานี้ ช่วยรักษา..........(จะใช้อย่างไรก็ว่ากันไป) และอาจจะเพิ่มเติมว่า
    ให้ปรับธาตุขันธ์ ให้สมดุล ให้ป้องกันรักษาคุ้มครอง "สุดแท้แต่จะอธิษฐานฐานครับ หรือใครมีน้อยกลัวหมดก็ไม่ต้องทาน กำไว้แล้วก็ขอพลังงาน พลังพระ เข้ารักษาคุ้มครองตัวได้เช่นกัน
    เท่าที่ทราบ สามารถพกยาอนันตคุณนี้เป็นเครื่องรางได้อีกครับ

    แบบบรรจุขวดเดิมๆ (มีเม็ดยาประมาณ 600 เม็ดขึ้นครับ)



    ขอใช้รูปเดิมไปก่อนนะครับ

    ****************************************

    บูชาเบาๆ ขวดละ 2700 บาท มีให้บูชา 1 ขวดครับ (หากมาแบ่งแยกบูชาเป็นเม็ดๆชุดๆแบบสมัยก่อนจะบูชากันรวมๆแล้วแพงกว่านี้มากครับ บูชาเป็นขวดไปคุ้มกว่าเยอะเลย)




    60230516_1045057922352625_2363637785660751872_n-jpg-jpg-jpg-jpg-jpg-jpg-jpg.jpg

    60334198_1045057965685954_1368665498660634624_n-jpg-jpg-jpg-jpg-jpg-jpg-jpg.jpg
     
  12. Loungpor

    Loungpor เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 สิงหาคม 2009
    โพสต์:
    28,145
    ค่าพลัง:
    +9,036

    1913. พระสมเด็จ 100ปี เสาร์5 หลวงปู่บุดดา ถาวโร วัดกลางชูศรีเจริญสุข สิงห์บุรี
    รุ่น เสาร์ 5 มหามงคล อายุ 100 ปี

    รายนามพระที่ร่วมพิธีมหาพุทธาภิเษก
    1. ลป.บุดดา ถาวโร วัดกลางชูศรีเจริญสุข สิงห์บุรี
    2. ลพ.แพ วัดพิกุลทอง สิงห์บุรี
    3. ลพ.สาลี่ วัดสละบาป สิงห์บุรี
    4. พระครู วิชิตวุฒิคุณ วัดโพธิ์เก้าต้น สิงห์บุรี
    5. ลพ.เปลี่ยน วัดตะโกราม สิงห์บุรี
    6. ลพ.อุตตมะ วัดวังก์วิเวการาม กาญจนบุรี
    7. ลพ.ลำใย วัดทุ่งลาดหญ้า กาญจนบุรี
    8. ลพ.เบี่ยง วัดทุ่งสมอ กาญจนบุรี
    9. ลพ.คง วัดเขาสมโภชน์ ลพบุรี
    10. ลพ.พัก วัดเขาวงพระจันทร์ ลพบุรี
    11. ลพ.เทพ วัดแกเทพนิมิตร ลพบุรี
    12. ลพ.คูณ วัดบ้านไร่ นครราชสีมา
    13. ลพ.วิชัย วัดถ้ำผาจม เชียงราย
    14. พระราชสุพรรณาภรณ์ วัดป่าเลไลยก์ สุพรรณบุรี
    15. พระสิรินันทเมธี วัดดอนเจดีย์ สุพรรณบุรี
    16. พระครูวิจารย์ศุภกิจ วัดวังทองวราราม พิษณุโลก
    17. พระครูศิริโสภณ วัดศรีโสภณ พิษณุโลก
    18. ลพ.เปิ่น วัดบางพระ นครปฐม
    19. ลพ.โง่น วัดพระบาทเขารวก พิจิตร
    20. ลพ.บุญมา วัดผาเกิ้ง ชัยภูมิ
    21. ลพ.ครูบาชัยวงศา วัดพระบาทห้วยต้ม ลำพูน
    และยังมีพระคณาจารย์อีกมากมายร่วมพิธี

    พระหลวงปู่บุดดา คนเล่นพระอาจมองข้ามไปอย่างรวดเร็ว เนื่องด้วยเหตุผล พระท่านไม่ดัง พระท่านไม่แพง หรือห้อยแล้วไม่เท่ โชว์ไม่ได้ หรือไม่มีข่าวคราวปาฏิหาริย์อะไร อย่างฟันไม่เข้าหรือยิงไม่เข้าตามหน้าหนังสือพิมพ์ อันนี้ ขอท่านได้พิจารณาให้รอบคอบ อันศักดิ์ศรีของหลวงปู่บุดดานั้น แม้จะดูธรรมดาในสายตาชาวโลก แต่สายของเหล่ากองทัพธรรมนั้นสูงสุดจะบรรยาย ครั้งหนึ่งท่านได้เดินทางไปสนทนาธรรมกับหลวงปู่ดู่ วัดสะแก หลวงปู่บุดดาได้เทแป้งเสกลงในมือหลวงปู่ดู่ และทันทีทันใดเหมือนกัน หลวงปู่ดู่รีบเทแป้งเหล่านั้นลงบนศรีษะท่านจนขาวโพลนไปหมด ท่ามกลางความ ตกตะลึง ของเหล่าลูกศิษย์ท่านมากๆ เพราะปกติหลวงปู่ดู่ท่านมีกิริยาที่เรียบร้อยเอามากๆ จนเมื่อหลวงปู่บุดดากลับไป ลูกศิษย์ท่านหนึ่ง ถามหลวงปู่ทันที " หลวงปู่ทำไมเทแป้งอย่างนั้นล่ะครับ" ท่านตอบทันที "ก็ผง พระอรหันต์ ท่านให้ จะให้เอาไว้ตรงไหนนอกจากบนศรีษะของเรา ไม่งั้นจะเป็นการไม่เคารพ"

    ให้บูชาเบาๆ 250 บาท พระสวยพร้อมกล่องเดิมวัด




    [​IMG]

    [​IMG]

    [​IMG]

    [​IMG]
     
  13. Loungpor

    Loungpor เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 สิงหาคม 2009
    โพสต์:
    28,145
    ค่าพลัง:
    +9,036

    1914.พระขุนแผนเคลือบหลวงปู่ดู่ วัดสะแก ย้อนยุคปี 2531

    เป็นที่ทราบกันดีว่าขุนแผนเคลือบหลวงปู่ดู่ วัดสะแก ปี 2531 นั้น เป็นที่สุดของความหายาก มีราคาสูงและมีประสบการณ์มากมาย ทำให้ผู้คนต่าเล่นหา เช่าหา เพื่อครอบครองกันมากในปัจจุบันแต่ก็ต้องผิดหวังเพราะราคาขยับสูงเรื่อยๆ แถมบางครั้งมีเงินก็ไม่มีของให้บูชา ดังนั้นในปีพุทธศักราช 2557 ทางวัดสะแก (วัดของหลวงปู่ดู่) จึงได้จัดสร้างพระขุนแผนเคลือบย้อนยุคปี 2531 ขึ้นมา เพื่อนำปัจจัยที่ได้จากการให้เช่าบูชาพระขุนแผนรุ่นย้อนยุคไปบูรณะปฏิสังขรณ์ศาลาการเปรียญของทางวัดสะแก โดยได้รวบรวมพระขุนแผนเคลือบปี 2531 ที่ชำรุดของลป.ดู่ เป็นจำนวนมากมาบดเป็นส่วนผสมกับผงจักรพรรดิ์ ผงวิเศษและดินจากแหล่งมงคลต่างๆ กดพิมพ์ขึ้นเป็นพระขุนแผนรุ่นนี้และทำพิธีอธิษฐานจิตปลุกเสกอย่างเข้มขลังก่อน นำไปให้ "หลวงลุงดำ" ผู้ที่จารพระให้ลป.ดู่ จารพระขุนแผนรุ่นนี้ให้ทุกองค์ ดังนั้นจึงขลังไม่แพ้กับพระขุนแผนของเดิมและสามารถใช้แทนพระขุนแผนเคลือบลป.ดู่ปี 31 ได้เลย


    สภาพสวยๆตามรูปบูชา 300 บาท



    [​IMG]

    [​IMG]
     
  14. Loungpor

    Loungpor เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 สิงหาคม 2009
    โพสต์:
    28,145
    ค่าพลัง:
    +9,036

    1915.ล็อกเก็ตโบโบอ่อง(พู่พู่อ่อง)รุ่นแรกด้านหลังเนื้อมวลสารฝังว่านยาแดงพม่าปิยะเมตตาฝังตะกรุดเงิน
    สร้างโดยพ่อครูศรีอ่องจอมขมังเวทย์แห่งเชียงดาว
    สร้างเพียง 399 องค์ออกเมื่อปีพ.ศ 2561
    ในราคาจองเมื่อสมัยนั้นองค์ละ 499 บาท
    ยอดวิชาแห่งเมืองม่าน สายยาแดง
    ..ไม่ต้องสักให้เจ็บตัว

    ถ้าจะกล่าวถึงตำนานเรื่องราวพ่อครูเมืองม่านหรือพม่านั้น ว่ากันแล้วเรื่องราวของพ่อครูพม่านั้นเริ่มต้นตั้งแต่ยุคพันกว่าปีมาแล้วก่อนมีพม่าเสียอีก คงเริ่มมาตั้งแต่ยุคมอญรุ่งเรือง เพราะพม่าเริ่มถูกรวมแผ่นดินครั้งแรกในยุคของบาเยงนองหรือผู้ชนะสิบทิศซึ่งมีระยะเวลา ๔๐๐ กว่าปีที่ผ่านมานี่เอง
    อย่างเรื่องราวของพู่พู่อ่อง ก็น่าจะมีตำนานมากกว่าพันปี จากนั้นจึงสืบสายต่อ ๆ กันมาถึงในปัจจุบัน ตำนานพ่อครูทั้ง ๑๐ ของสายวิชายาแดงนั้นถูกปิดบังเปิดเผยออกมาน้อยมาก เพราะหาผู้รู้จริงยาก และผู้รู้ก็มักไม่พูด ที่จะนำมาเล่านั้น เพราะความเมตตาของครูหย่วน ลิ่งแสง ได้เมตตามอบตำราสำคัญทั้งยันต์ ทั้งตำนาน ทั้งนี้ท่านมอบให้ พระอาจารย์ภูไทย ปภากโร วัดเขาแก้วชัยมงคล อ.ทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย และทางคณะผมได้ขออนุญาตพ่อครูหย่วนนำเรื่องราวบางส่วนออกเผยแพร่ เพื่อให้ตำนานของพ่อครูทั้ง ๑๐ ไม่สูญหายไปตามกาลเวลา และเพื่อเป็นการรักษาองค์ความรู้ที่บริสุทธิ์ ซึ่งมาจากการถ่ายทอดของคนในสายวิชาจริง ๆ อย่างเรื่องราวของพ่อครูโพมินข่องนั้น ปัจจุบันมีบางสำนักเล่าเรื่องออกมาอย่างพิสดาร ไม่มีเค้ามูลเรืองราวของท่านไว้เลย จึงทำให้เกิดความเข้าใจ หรือการเรียนรู้เรื่องราวแบบผิด ๆ ซึ่งเท่ากับเป็นการทำลายชื่อเสียงของท่านทั้งที่ตั้งใจและรู้เท่าไม่ถึงการณ์
    ดังนั้นจึงตั้งใจจะเผยแพร่เรื่องราวของบรมครูและวิชาสายนี้ในบางส่วนที่พิจารณาว่าเปิดเผยได้ ยังไงก็ลองอ่านไว้เป็นวิทยาทานครับ ถือว่าอ่านนิทานสนุกๆก็ได้
    ยอดวิชาสุ่ยหยิ่นจ่อ
    วิชาในเมืองม่านนั้นเป็นสิ่งที่ได้รับมรดกมาจากมอญ โดยมอญรับมาจากคติพราหมณ์จากประเทศแม่คืออินเดีย ผสมผสานเข้ากับวัฒนธรรมดั่งเดิมของมอญจนก่อให้เกิดหลักวิชาอันเป็นเอกลักษณ์พร้อมๆกับตำนานที่น่าอัศจรรย์ ต่อมาหงสาวดีได้รับเอาคติความเชื่ออารยะธรรมต่างๆสืบมาจากมอญ จนกระทั่งภายหลังรวมเป็นประเทสพม่าขึ้นมา วิชาในสายเมืองมอญอันเก่าแก่และตำนานอันยิ่งใหญ่ของพ่อครูทั้ง ๑๐ จึงเป็นสุดยอดมรดกสำคัญทางจิตวิญญาณ ที่ในปัจจุบันนี้ได้ฝังรากลึกลงไปในกลุ่มผู้ปฏิบัติทั้งชาวกระเหรี่ยง ไทยใหญ่ พม่า มอญและล้านนาของไทย
    บรรดาวิชาแห่งเมืองม่านทั้งหลายนั้นก็นับว่ามีมาก เช่น เช่นตำราของพู่พู่อ่องซึ่งท่านก็เป็นหนึ่งในบรมครูทั้ง ๑๐ แห่งเมืองม่าน ก็มีตำราที่เรียกว่า โลกหิตะอัคคะนียะศาสตร์ ว่าด้วยการทำปรอทสำเร็จ หรือวิชาสุ่ยหยิ่นจ่อ อันเป็นการสักยาแดง ตามวิชาของบรมครูสัจจะยามิน และนอกจากนี้ยังมีอีกหลายวิชา เช่นการเข้าฌาน มโนยิทธิ และวิชาว่านยา เป็นต้น
    วิชาสายยาแดง หรือบางท่านก็เรียกว่าวิชาสายยาสัจจะ มีชื่อเต็มๆว่า สุ่ยหยิ่นจ่อ คำนี้มีความหมายในทางธรรมว่า “ชนะใจตนเอง” ซ่อนอยู่ในความหมาย ผู้ที่รับวิชาสายยาแดงหรือสายสัจจะนั้นแม้ไม่เคยเรียนพระเวทย์ ไม่ถือนั่งสมาธิแต่ก็สามารถสร้างปาฏิหาริย์ช่วยเหลือคนได้
    เพราะอะไร คำตอบคือเมื่อรับวิชาสายนี้แล้ว สิ่งที่ต้องรับภาระหน้าที่คือ คุณต้องมีสัจจะในการรักษาศีล โดยมีอธิศีลหรือข้อห้ามสามข้อนอกเหนือจากการเคร่งครัดในศีล ๕ นั่นคือ
    ห้ามดื่มเครื่องมึนเมา ห้ามทานเนื้อวัวเนื้อควาย ห้ามผิดลูกผิดเมียคนอื่น
    สามข้อนี้ให้รักษาตลอดชีวิต ทั้งศีล ๕ ก็อย่าได้พร่องได้ผิด
    วิชาสุ่ยจิ่นจ่อนั้น จะนับถือพ่อครูสัจจะยามินเป็นต้นเป็นเค้าเป็นบรมครู เรื่องความพิเศษของสายนี้ก็คือผู้รับวิชา คือผู้ได้รับการสักยาแดงลงบนตัว เมื่อสักแล้วจะได้รับทิพยอำนาจจากครูผู้วิเศษทั้ง ๑๐ สามารถใช้มือและพลังทิพย์ของครูหยิบพิษจากแมลงสัตว์กัดต่อยออกมาจากร่างผู้ป่วยได้ หยิบคุณไสยมนต์ดำไล่อำนาจจากภูติผีปีศาจ ขับสิ่งชั่วร้ายจากมนต์ดำออกจากตัวคนไข้ได้ ทั้งนี้ไม่ใช่เพราะคนผู้นั้นเก่ง แต่เป็นพลังครูและเป็นผลจากการที่คนนั้นมีสัจจะมีศีล เป็นปัจจัยเป็นสาระสำคัญ หากไม่ถือศีลไม่มีสัจจะ วิชาที่ลงไว้ก็ไม่มีความขลังอะไรเลย จะนับถือบูชากราบไหว้พ่อครูอย่างใดก็ไม่เป็นผล เพราะไม่มีศีลไม่มีสัจจะนั่นเอง
    ทีนี้ผู้ที่รับของมงคลเป็นวัตถุมงคลแทนองค์ครูท่านก็ควรที่จะเว้นเรื่องเนื้อวัวเนื้อควาย ของมึนเมาทั้งหลายและเว้นจากการประพฤติผิดในกาม เรียกว่าสามข้อนี้ระวังไว้อย่างให้พลาดพลั้งเลยทีเดียวก็รับรองผลได้ครับว่าวัตถุมงคลในสายพ่อครูทั้ง ๑๐ ทุกชิ้นทุกองค์จะทรงพลานุภาพดลบันดาลให้ท่านร่มเย็นเป็นสุขสิ่งร้ายทั้งหลายไม่กล้ากล้ำกราย มนต์ดำภูติผีจะไม่มีผลต่อตัวท่านได้เลย
    ด้านปฏิบัตินั้นเอาศีล สัจจะเป็นหลักและหมั่นทำสมาธิ ภาวนาขัดเกลาจิตใจให้สงบ มองเห็นทุกข์โทษของวัฏฏสงสาร ที่จะเน้นก็คือเน้นเรื่องการภาวนา ถือศีลสัจจะเป็นหลัก เท่านี้ก็เป็นสิริมงคลกับตัวอย่างยิ่งแล้ว
    ผู้ที่ร่ำเรียนวิชาสายนี้หรือสายไหนก็ตามให้ยึดหลักประการหนึ่งคือ เรายึดวิชาไหนให้ใช้วิชานั้นเป็นหลัก ถ้าจับหลายสายอาจไม่ขลังสักสายเลยก็ได้ เพราะหลักตัวเองหาไม่เจอ
    เรื่องการปฏิบัติและข้อห้ามสายวิชายาแดง สุ่ยหยิ่นจ่อ
    อนึ่งวิชาสายยาแดง สุ่ยหยิ่นจ่อ นั้นไม่ได้เน้นสักเพื่อหนังเหนียว แต่สักเพื่อให้ครูมาสถิตย์มีอำนาจในการถอดถอนอาถรรพ์ทุกชนิด การภาวนาสายนี้คล้ายหลวงปู่ดู่ เพราะท่านมีคำภาวนาว่า
    โอง พุทธัง สะระณังคัจฉามิ โอง ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ โอง สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ
    ข้อห้ามธรรมดามาก ๆ คือศีล 5 ประกอบกับห้ามกินเนื้อวัวควาย เหล้าและห้ามผิดกาเมสุมิจฉา ข้อเสียวิชานี้ไม่มีเว้นแต่ผิดศีลปุ๊ปหรือเสียสัจจะก็เสื่อมทันที วิชาที่ได้ไปจะไม่เป็นผล
    ในปัจจุบันสายวิชายาแดงก็แพร่หลายในไทยแถบภาคเหนือ และแถบตะวันตก แต่ก็ยังเป็นที่รู้จักในส่วนน้อยยังไม่นับว่าเป็นที่รู้จักในวงกว้างสักเท่าใดนัก
    ยาแดงยาครูสายสุวรรณภูมิ ยาเสต่อกี ยาเสต่อ ยาเซด่อ ยาสัจจะ ยาปรมัติ ยาปฐมัง ยาสัจจามิน ยาสุ่ยหยิ่นจ่อ สรุปง่ายๆ ก็คือยาตัวเดียวกันมาจากที่เดียวกันคือสายสุ่ยหยิ่นจ่อแต่เรียกชื่อต่างกันตามความเข้าใจของแต่ละคนตามเหตุผลการตลาดของคน นับประสาอะไรกับชื่อยาที่จะเรียกต่างกันแม้แต่ประวัติของพ่อครูพม่าในสายสุ่ยหยิ่นจ่อมันยังแต่งเติมโกหกตอแหลกันได้เลย เอาอ่านและจำกันไว้นะต่อไปใครก็จะมาหลอกไม่ได้
    ประวัติและความเป็นมาของพ่อครูสำนักสุ่ยหยิ่นจ่อที่ถูกต้องอย่างแท้จริง (สายยาพม่า)จากพ่อครูยวญ เจ้าสำนักสุ่ยหยิ่นจ่อฝังไทย
    1.พ่อครูสย่าเอ ท่านเกิดในเศวตฉัตรแห่งราชวงศ์พม่า ตอนท่านเกิดมาที่ฝ่ามือขวามีเครื่องหมายสวัสดิกะและมีเม็ดยาสัจจะมาด้วย ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ว่าท่านต้องเป็นผู้มีบุญมาเกิดเป็นแน่แท้ และต่อไปในภายภาคหน้าท่านต้องได้สืบทอดราชวงศ์เป็นที่แน่นอน จึงทำให้พระราชโอรสและพระสนมองค์อื่นๆ กลัวว่าต่อไปพระราชโอรสองค์นี้จะเป็นภัยแกตน จึงทำการติดสินบนกับโหรหลวงให้ใส่ร้ายป้ายสีว่าเป็นกาลกิณิและเป็นภัยต่อราชสำนักให้ขับไล่ออกไปเสีย กษัตริย์พม่าหลงเชื่อในคำพูดของโหรหลวงจึงทำการเนรเทศท่านเสียแต่พระสนมเอกไม่วางใจจึงติดสินบนกับผู้ที่นำพ่อครูสย่าไปทิ้ง ให้นำไปประหารชีวิตด้วยการถ่วงน้ำแทนร้อนถึงพ่อครูโป๊ะโป๊ะอ่องต้องเหาะมาช่วยท่านและนำท่านไปฝึกวิชาต่างๆ จนสำเร็จ จึงถือว่าพ่อครูสย่าเอเป็นพ่อครูองค์แรกในสำนักสุ่ยหยิ่นจ่อ(สายยาพม่า) ซึ่งพ่อครูสย่าเอนั้นท่านมีหลายชื่อคือ สย่าเอ สย่ามิน สัจจะมิน สัจจะยามิน สัจจามิน โปต่อเอ โป๊ะต่อเอ ภูต่อเอ โป๊ะโต๊ะสัจจะมิน โป๊ะโต๊ะสัจจามิน และอีกหลายๆ ชื่อ
    2.พ่อครูสย่าปิ้ว ท่านเป็นลูกศิษย์ของพ่อครสย่าเอไปไหนมาไหนพร้อมกับพ่อครูสย่าเอตลอด เมื่อพ่อครูทั้งสองไปด้วยกันและเวลาหยุดพักจะมีฉัตร 5-7 ชั้น คอยบังร่มเงาให้เป็นอัศจรรย์นัก ซึ่งในสมัยนั้นชาวบ้านจะศรัทธาผู้วิเศษกันมากจนพากันมาหาและขอของดีกับพ่อครูทั้งสองเป็นอันมาก จนพ่อครูสย่าเอท่านเกิดความเบื่อหน่ายท่านจึงหักฉัตรทิ้งและมอบยาสัจจะพร้อมดอกมณฑาทิพย์ให้พ่อครูสย่าปิ้วเพื่อทำยาวิเศษส่วนตัวท่านก็ได้กลับไปหาพ่อครูโป๊ะโป๊ะอ่อง เมื่อพ่อครูสย่าเอท่านไปแล้ว พ่อครูสย่าปิ้วก็ได้รวบรวมของทั้งหมดแบกใส่บ่าเพื่อหาผู้ที่มีบุญญาบารมีมาเพื่ิอที่จะทำยาวิเศษเป็นเวลาหลายร้อยปีในที่สุดท่านก็พบผู้ที่จะทำยาได้
    3.พ่อครูสย่าปุ้ย ท่านเป็นลูกศิษย์ของพ่อครูสย่าปิ้วและเป็นพ่อครูที่ทำยาวิเศษเป็นคนแรกในสายสายพม่า(สุ่ยหยิ่นจ่อ) เมื่อท่านทำยาวิเศษเสร็จแล้วก็ได้ไปอาราธนาอัญเชิญพ่อครูโป๊ะโป๊ะอ่อง พ่อครูโป๊ะมินข่อง พ่อครูสย่าเอ พ่อครูสย่าปิ้วตลอดจนผู้ที่มีบูญญาบารมี มีอิทธิฤทธิ์ต่างๆ ทั้งพระ ฤาษี ผู้ถือศีล ฆราวาสทั่วทั้งพม่าให้มาปลุกเสกยาวิเศษและวัตถุมงคลศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดจนสำเร็จเรียบร้อยแล้ว ท่านก็ได้เอาตัวยาวิเศษเหล่านั้นไปบรรจุตามพระเจดีย์ต่างๆ ทั่วพม่า หลังจากนั้นท่านก็ได้ทำการเปิดสำนักสายยาพม่า(สุ่ยหยิ่นจ่อ) ขึ้นเป็นครั้งแรกอย่างเป็นทางการ
    4.พ่อครูสย่าห่าน ท่านเป็นลูกศิษย์ของพ่อครูสย่าปุ้ยไปคอยปรนนิบัติรับใช้พ่อครูสย่าปุ้ยอยู่หลายปีทั้งหุงหาข้าวปลาอาหาร ปัดกวาดถูบ้านถูเรือน หาบน้ำ ผ่าฟื้น เพื่อหวังได้เรียนวิชาแต่พ่อครูสย่าปุ้ยก็ไม่สอนท่านสักที ไปสอนแต่คนอื่นจนท่านน้อยเนื้อต่ำใจคิดไปต่างๆนานา อีกอย่างท่านก็จากบ้านเรื่อนที่อยู่อาศัยและภรรยามาเป็นเวลานานจนเกิดความคิดถึงท่านก็ได้ไปลาพ่อครูสย่าปุ้ยเพื่อกลับไปเยื่อนภรรยาที่บ้าน เมื่อท่านกลับไปหาภรรยาท่านแล้ว ปรึกษากับภรรยาแล้วท่านก็ได้รวบรวมทรัพย์สมบัติแก้วแหวนเงินทองของมีค่าทั้งหมดในบ้านของท่านแล้วนำมามอบให้พ่อครูสย่าปุ้ย เมื่อพ่อครูสย่าปุ้ยท่านรับของมีค่าเหล่านั้นแล้วท่านก็เริ่มทำการสอนวิชาความรู้ที่มีทั้งหมดให้กับพ่อครูสย่าห่านจนสำเร็จแล้วท่านก็เรียกพ่อครูสย่าห่านมาหาเพื่อมอบข้าวของมีค่าทั้งหมดคืนให้พ่อครูสย่าห่าน พ่อครูสย่าปุ้ยท่านบอกว่าท่านทดสอบและดูพ่อครูสย่าห่านมานานจนท่านไว้ใจและสอนวิชาให้จนหมดสิ้นโดยไม่ปิดบังหลังจากนั้นท่านก็ไปอยู่พ่อครูสย่าเอ ให้พ่อครูสย่าห่านเป็นเจ้าสำนักสืบต่อมา
    5.พ่อครูอะเพจี่อู่เมี้ยะขิ่น ท่านเป็นลูกศิษย์ของพ่อครูสย่าห่านและเป็นเจ้าสำนักสืบต่อมาที่กรุงย่างกุ้งประเทศพม่า ท่านเป็นผู้ที่เผยแพร่วิชาของสำนักจนเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง
    เมื่อได้ทราบประวัติของพ่อครูทั้ง 5 คนไปแล้ว ขอย้ำน่ะครับว่าพ่อครูสายสุ่ยหยิ่นจ่อมีแค่ 5 คนเท่านั้น ที่นี้จะพูดถึงว่ายาสัจจะทั้ง 9 ขั้น มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เฝ้ารักษาดังนี้คือ
    ขั้นที่ 1.พ่อครูเฝ้ารักษาทั้งหมด
    ขั้นที่ 2.พระอินทร์เฝ้ารักษา
    ขั้นที่ 3.พระเจ้า 4 พระองค์และองค์เทพทั้ง 4 เฝ้ารักษา
    ขั้นที่ 4. โป๊ะต่อเอเฝ้ารักษา
    ขั้นที่ 5. พญางาสู่เฝ้ารักษา
    ขั้นที่ 6.พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์เฝ้ารักษา
    ขั้นที่ 7. คุณพระเจ้า 9 พระองค์เฝ้ารักษา
    ขั้นที่ 8.พระอินทร์เฝ้ารักษา
    ขั้นที่ 9.องค์เทพอะฉิ๋งอูอ๋อปาเต๊ะเฝ้ารักษา
    มือซ้าย ใช้ไล่พิษต่างๆ เช่นพิษตะขาบ แมงป่อง หมาบ้า ผดผื่น ไฟไหม้ น้ำร้อนลวก มะเร็งไข่ปลา
    มือขวา ใช้ไล่วิญญาณ คุณผีคุณคน คุณเสน่ห์ยาแฝด ล้างอาถรรพณ์เมฆหมอกมนต์ดำ ทำลายวิชาอาคมต่างๆ ได้
    ไหล่ซ้าย กลางวัน ร้อน
    ไหล่ขวา กลางคืน เย็น
    เวลาที่เรารักษาคนต่างๆ เราสามารถเรียกกองทหารเอกของพ่อครูสย่าเอมาใช้งานได้ เรียกแผนกค้อน มีด หอก ดาบ ขวาน ธนู หน้าไม้ ไฟบรรลัยกัลป์ น้ำกรด ช้าง ม้า ครุฑ นาค มาช่วยเราได้
    การใช้ยาสัจจะแก้อาถรรพ์ต่างๆในสถานที่อยู่อาศัย สามารถแก้ได้โดย
    1.การหว่านทราย
    2.การหว่านข้าวสาร
    ทรายและข้าวสารต้องผ่านการเสกจากครูบาอาจารย์ในสายเท่านั้น
    สำหรับผู้ที่สักยาสัจจะ 5 ขั้น 9 ขั้น เรียบร้อยแล้วนั้นจะมีคุณประโยชน์ดังนี้คือ
    1.เมตตา
    2.รวย
    3.คงข่าม
    4.อำนาจ
    5.ดิน
    6.อายุ
    7.อาหาร
    8.ทิศ
    9.ยาแดง

    ผู้หญิงสักได้แค่ 5 ขั้น ผู้ชายสักได้ 9 ขั้น
    การสักยาสัจจะมีข้อห้ามคือ
    1.ห้ามผิดลูกผิดเมียโดยเด็ดขาด ข้อนี้ถ้าใครผิดไปแล้วไม่สามารถจะมาสักใหม่ได้ เพราะถึงสักไปก็ไม่มีประโยชน์
    2.ห้ามกินเนื้อวัวเนื้อควาย
    3.ห้ามกินเหล้า

    ผู้ที่ได้สักยาสัจจะไปแล้วนั้นไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชายก็ตามขอให้รักษาไว้ให้ดีเพราะสามารถช่วยและแก้ไขให้ชีวิตเราดีขึ้นได้ หลักสำคัญในการสักยาสัจจะคือให้หมั่นเติมยาบ่อยๆ จากครูบาอาจารย์ที่เราเคารพนับถือและควรจะไปไหว้ครูทุกครั้งที่แม่สอด สายยาสัจจะดูง่ายๆ ครับ ผู้ที่จะสักหรือแต้มยาให้เรานั้นต้องประกอบไปด้วยตำราการสักที่ถูกต้อง ชุดเข็มสัก แยกถอดได้ 4 ชิ้นครับ(บางคนก็ทำเข็มเองแล้วไปให้พ่อครูมอบอำนาจให้ก็ได้ครับ) ชุดยาสัก เสต่อ หางแดง สะมาดยันต์คุม 9 ขั้น สะมาดยันต์ต่างๆ จำไว้ว่าผู้หญิงสักได้ 5 ขั้น ผู้ชายสักได้ 9 ขั้น จะสักที่เดียวครบเลยหรือสักที่ล่ะกี่ขั้นก็ได้ ถ้าใครสักครบ 5 ขั้น 9 ขั้นแล้ว ต่อไปก็ให้เติมยาแต้มยาบ่อยที่สุดเท่าที่ทำได้ครับบรมครูโบโบอ่องและพ่อครูโพมินข่อง มหาสิทธา( ผู้สำเร็จ หรือผู้ทรงพลังเหนือธรรมชาติ ) ที่ชาวพม่า มอญ ไทยใหญ่ และผู้ศรัทธาให้ความเคารพนับถือ
    ชาวพม่าเชื่อว่าผู้ที่บูชาและอธิษฐานถึงท่านทั้งสองเป็นประจำ จะได้รับความเมตตา จะได้รับพรอันวิเศษ จะมีโชคลาภ การค้าขายจะดี ร่ำรวย การงานเจริญรุ่งเรือง ชีวิตจะพบแต่สิ่งดีๆ
    ตำนานของบรมครูโบโบอ่องนั้นเล่าไว้ว่า
    แต่เดิมท่านออกปฏิบัติบำเพ็ญพรตคราวแรกบรรพชาเป็นพระภิกษุ ต่อมาเห็นว่ามีข้อศีลสิกขามากทำให้เกิดความกังวลจึงลาสิกขาออกมา แล้วออกบวชเป็นผ้าขาว บำเพ็ญตนเป็นนักพรตฝ่ายฤๅษีชีไพร ท่านได้รับคัมภีร์วิเศษเป็นพระเวทย์วิชาอาคมที่จารึกลงบนแผ่นทอง ท่านได้ศึกษาคัมภีร์เล่มนี้ และเดิน
    ธุดงค์รอนแรมไปเรื่อย จนพบยอดเขาโปปา ภูเขานี้อยู่ระหว่างเส้นทางจากพุกามจะไปมันฑะเลย์ มียอดภูเขาไฟเก่ามาก่อนอยู่ยอดหนึ่ง เมื่อบรมครูโบโบอ่องเห็นชัยภูมิดีเป็นที่สัปปายะจึงใช้เป็นที่บำเพ็ญพรตพร้อมๆ กับใช้เป็นสถานที่ศึกษาเรื่องปรอทสำเร็จ ท่านร่ำเรียนทางไตรเพทย์วิทยามาเจนจบ ศึกษาเรื่องว่านยาและกายสิทธิ์จนล่วงรู้ความเร้นลับของธรรมชาติอย่างเหล็กไหลและปรอทเป็นอย่างดี จึงทดลองดักปรอทหมอกจากยอดเขา แล้วนำมาฆ่าด้วยว่านยาอันมีฤทธิ์ จากนั้นหุงด้วยวิทยาอาคมผสมผสานพลังจิตขั้นฌานชั้นสูง ผลออกมาก็ได้ปรอทวิเศษ เมื่ออมแล้วสามารถเหาะลอยไปยังสถานที่ใดก็ได้ ท่านสำเร็จปรอทจนถึงขั้นสูงสุดสำเร็จเป็นแก้วจักรพรรดิ์เรียกว่า “สำเร็จปรอท” ท่านก็ได้ทำแผ่นทองจารึกชื่อตัวเอง พร้อมกับวันเดือนปีที่สำเร็จปรอท แล้วก็เอาไปถวายบูชาตามเจดีย์ต่าง ๆ การสำเร็จปรอทนั้นท่านคงบรรลุธรรมไปพร้อมๆกัน คือสำเร็จซึ่งสมาบัติสูงสุด ด้วยเหตุนี้ทำให้บรมครูโบโบอ่องกลายเป็น “นักสิทธิวิทยา” ผู้มีชีวิตเป็นอมตะ
    บรมครูโบโบอ่องนั้นได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้สำเร็จวิชาจากคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ จนเป็นมหาสิทธาผู้มีอิทธิฤทธิ์สูงสุด สำเร็จซึ่งวิชาปรอทวิชาเลขยันต์ วิชาการทำประคำ และวิชาการทำตัวยาวิเศษ ทั้งนี้ท่านทรงฌานสมาบัติสูงสุด ทั้งมีฤทธิ์อภิญญาอย่างเยี่ยมยอด กล่าวกันว่าท่านดำรงสังขารอยู่ได้ด้วยอำนาจจากฌานสมาบัติที่ท่านทรงไว้ เรียกว่าการทรงอิทธิบาท ๔ และประกอบกับท่านสำเร็จปรอทวิเศษและตัวยาวิเศษ จึงทำให้ท่านอยู่ได้ชั่วกัปล์ คำว่ากัปล์นี้ไม่ได้หมายถึงระยะเวลา ๑๒๐ ปีตามกำหนดอายุมนุษย์ทั่วไป แต่หมายถึงระยะเวลาที่ยาวนานมากๆอาจเป็นหมื่นปี แสนปี ล้านปี หรือยาวนานกว่านั้นก็ทำได้ดังใจของท่านปรารถนาทุกประการ ท่านทำหน้าที่โปรดสรรพสัตว์ทั้งหลายที่พึงจะสงเคราะห์ได้ตามวาสนาบารมี คอยดูว่าผู้ใดมีบุญวาสนามีใจสุจริตเหมาะสมที่จะรับเป็นศิษย์ ก็จะไปโปรดสอนวิชากรรมฐานและเล่นแร่แปรธาตุ
    ครั้งหนึ่งขณะที่ท่านเดินจาริกแสวงหาความรู้นั้นท่านเคยจาริกไปถึงเมืองชมพูทวีปคืออินเดียในปัจจุบัน คราวที่ท่านไปถึงเมืองอินเดียนั้นได้พบกับพระเจ้าปุดอตอนนั้นยังเป็นเจ้าชายยังมิได้ทันขึ้นครองราชย์ คราวนั้นเมื่อพบกันจึงเกิดคำมั่นสัญญาว่าจะเป็นเพื่อนกันซื่อสัตย์ต่อกันตลอดชั่วชีวิต ต่อมาไม่นานบรมครูโบโบอ่องสำเร็จซึ่งฌานสมาบัติและพระเวทย์วิเศษ สำเร็จปรอทธาตุอันวิเศษ ทำให้เป็นอมตะไม่มีวันแก่เฒ่า ไม่มีวันตาย ประกอบด้วยอิทธิฤทธิ์พิสดารยิ่งนัก ส่วนเจ้าชายปุดอก็ได้ขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์ปุดอแห่งพม่า พอกษัตริย์ปุดอรู้เข้าว่าเพื่อนของตนสำเร็จวิชาเป็นผู้วิเศษสมปรารถนา แล้วก็เกิดความระแวงว่าบรมครูโบโบอ่องจะมาชิงราชบัลลังค์ เลยประกาศจับตัวแล้วจะประหารโดยฝังทั้งเป็น ทหารยกกองทัพออกตามหาบรมครูโบโบอ่องจนเจอแล้วจับมัดตัวขึ้นเรือ เพื่อพากลับมายังวังของกษัตริย์ เมื่อเรือเริ่มออกจากท่า ทหารก็แทบหัวใจวาย เพราะบรมครูโบโบอ่องไปยืนยิ้มอยู่ที่ฝั่ง พวกทหารต้องกลับขึ้นฝั่งไปใหม่ เพื่อจับท่านอีกครั้ง คราวนี้พวกทหารขอวิงวอนว่า ถ้าท่านไม่ไปด้วย คนที่จะตายคือพวกเขาแน่นอน ท่านเกิดสงสารเลยบอกว่า "พวกเจ้าจงกลับไปหากษัตริย์ของเจ้าเถอะ เราสัญญาว่าจะให้เจ้าจับตัวส่งกษัตริย์ของเจ้าอย่างแน่นอน" ทันทีที่ทหารพาเข้าเฝ้ากษัตริย์ปุดอ ท่านก็ปรากฏขึ้นในรูปของผู้โดนพันธนาการด้วยการมัด แต่เมื่อกษัตริย์ปุดอสั่งให้ไปฝังทั้งเป็น ท่านก็เนรมิตรตนลอยขึ้นไปกลางอากาศ อะไรก็จับไม่อยู่โซ่ตรวน เชือกมัดต่างหลุดออกทั้งหมด บรมครูโบโบอ่องประกาศว่า "การจะประหารเรานั้นท่านต้องลบอักขระที่ปรากฏขึ้นบนพื้นของพระราชวังให้ได้" ทันใดนั้นอักขระวิเศษก็ปรากฏขึ้นบนพื้นของพระราชวัง ทหารทุกคนต่างช่วยกันลบ แต่ยิ่งลบอักขระนั้นกลับยิ่งเพิ่ม มากขึ้น มากขึ้น จนเต็มพระราชวังไปหมด สุดท้ายก็ไม่มีใครลบอักขระวิเศษออกได้ ท่านกล่าวกับกษัตริย์ปุดอว่า "ท่านตระบัดสัตย์ เพราะท่านเคยสัญญาว่าจะเป็นมิตรแก่เรา แต่บัดนี้ท่านกลับคำ คิดสังหารเราเสีย ด้วยอคติที่โง่เขลา ด้วยความสามารถของเรานั้นสามารถทำให้ท่านปกครองโลกทั้งโลก" บรมครูโบโบอ่องกล่าวก่อนที่จะจากไป ในขณะที่กษัตริย์ปุดอสำนึกผิด ได้แต่เพียงวิงวอนว่า ขอให้ท่านช่วยคุ้มครองลูกหลานของท่านสืบไป จากนั้นบรมครูโบโบอ่องก็อันตรธานหายไปต่อหน้าต่อตากษัตริย์ปุดอและปวงทหารทั้งหลาย ทิ้งไว้แต่ความเสียดายที่ไม่สามารถนำผู้มีความสามารถอย่างท่านมาช่วยราชการบ้านเมืองเพื่อความผาสุกได้
    อีกครั้งสมัยพระเจ้าบุเรงนองปกครองแผ่นดินพม่าท่านมีศรัทธาในพระพุทธศาสนาเป็นอย่างยิ่ง วันหนึ่งท่านประสงค์จะนำเพชรเม็ดใหญ่น้ำหนักหลายสิบกะรัตขึ้นไปประดิษฐานที่ยอดพระมหาเจดีย์ชเวดากอง ท่านมีรับสั่งว่า"ถ้าใครผู้ใดสามารถนำเพชรขึ้นไปประดิษฐานบนยอดพระมหาเจดีย์ชเวดากอง ได้ไดยไม่ใช้บันใดหรือนั่งร้าน ท่านจะมอบแผ่นดินให้ครองกึ่งหนึ่ง" บรมครูโบโบอ่องได้อาสาเป็นคนทำ เมื่อได้เพชรมาแล้วท่านสำแดงฤทธิ์เหาะลอยขึ้นไปยอดพระมหาเจดีย์ชเวดากอง นำเพชรไปประดิษฐานพร้อมจารอักขระ “ สะ ตะ ปะ วะ “ สุดยอดพระคาถาเอกอุ เอาไว้กันภัยพิบัติทั้งปวง เมื่อกลับลงสู่พื้น พระเจ้าบุเรงนองทรงพอพระทัยรับสั่งว่าจะขอมอบแผ่นดินกึ่งหนึ่งให้ปกครอง แต่บรมครูโบโบอ่องถวายพระพรขอไม่รับ แต่ขอให้พระองค์ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้สถิตยสถาพร พระเจ้าบุเรงนองทรงยกย่องบรมครูโบโบอ่องเป็นราชครู หรือครูของพระราชา ราชการงานเมืองต่าง ๆ ที่สำคัญ ตลอดจนเรื่องพิธีกรรมของพระองค์จะปรึกษาบรมครูโบโบอ่องเสมอ
    บริเวณลานด้านทิศตะวันออกของพระมหาเจดีย์ชเวดากอง มีเป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องที่งดงามมากและมีอักษรจารึกว่าเป็นพระพุทธรูปที่บรมครูโบโบอ่องสร้างถวายไว้ ใกล้ๆกันมีเจดีย์สีขาว ที่ลานเจดีย์มีรูปเหมือนของท่านหันหน้าสักการะพระมหาเจดีย์ชเวดากอง ประดิษฐานอยู่
    บรมครูโบโบอ่อง เคารพศรัทธาในบวรพระพุทธศาสนามาก รูปของท่านถ้าอยู่เดี่ยวๆ จะสังเกตได้ว่าข้างบนมักจะต้องมีรูปพระพุทธเจ้าประทับไว้เสมอ ท่านจึงเปรียบได้กับนักพรตหรือฤๅษี ที่สูงด้วยคุณธรรม จริยธรรม ที่พิเศษเหนืออื่นใดคือเป็นผู้อยู่เหนือโลก อยู่เหนือกาลเวลา ท่านเป็นผู้วิเศษมีฤทธิ์มาก ปัจจุบันก็ยังดำรงสังขารอยู่อายุยาวนาน ไม่แก่ไม่เฒ่า ร่างกายเป็นหนุ่มอยู่เสมอ ไปไหนมาไหนก็ล่องหนหายตัวหรือเหิรฟ้านภากาศไป ชั่วขณะจิตเดียวหรือลัดนิ้วมือเดียวก็ถึง ไปไหนมาไหน ท่านจะแปลงร่างทำตนเป็นเด็กหนุ่ม หรือเป็นคนชรา หรือแกล้งทำเป็นคนพิการ คนขอทานก็มีเพื่อลองใจผู้ที่พบเห็นว่าจะมีน้ำใจเช่นไร
    ตำนานของพ่อครูโพมินข่องนั้นเล่าไว้ว่า
    แต่เดิมท่านบวชเป็นพระและไปปลีกวิเวกในป่าเขาเป็นเวลานานถึง ๒๐ ปีท่านได้ร่ำเรียนวิชากายสิทธิ์ปะฐะมะสิทธิ อันเป็นตำราเล่มเดียวกันกับบรมครูโบโบอ่อง แต่การร่ำเรียนวิชาของท่านพิสดารนัก คือท่านเรียนวิชาย้อนกลับ ซึ่งแน่นอนว่าผู้ที่เรียนพิสดารเช่นนี้ได้ ย่อมเป็นผู้มีบุญวาสนาเป็นอัจฉริยะบุคคลลงมากำเนิด เป็นผู้บำเพ็ญบารมีทางพระโพธิญาณมานับไม่ถ้วน มิเช่นนั้นแล้วไฉนเลย จึงสามารถเรียนวิชาย้อนทวนได้
    พ่อครูโพมินข่อง อาศัยการทานว่านยาและการเรียนวิชาแบบย้อนกลับหรือย้อนทวนวิชา จนกระทั่ง จิตเป็นทิพย์ กายเป็นทิพย์ วาจาศักดิ์สิทธิ์ บรรลุสมาบัติสูงสุดพร้อมด้วยอภิญญา ๕ ประการ สำเร็จวัชระกาย เนื้อตัวเป็นทิพย์ มีอำนาจวิเศษ บันดาลสิ่งต่างๆได้ตามปรารถนา ทั้งควบคุมธาตุทั้ง ๔ ได้อย่างพิสดารเด็ดขาดตายตัว อยู่บนโลกในฐานะคุรุเทพผู้วิเศษ ทำหน้าที่ประดุจพระโพธิสัตว์ท่องเที่ยวโปรดสรรพสัตว์ทั้งหลายไม่มีประมาณ
    เมื่อบรรลุแล้วท่านปล่อยตัวไม่ยึดติดกับสมมุติใดๆ บางครั้งปรากฏกายในรูปแบบคนผมยาว บางครั้งปรากฏกายคล้ายนักบวช บางครั้งก็นุ่งผ่าแบบฆราวาส บางครั้งก็แต่งตัวดุจพระ เอาแน่กับท่านไม่ได้ ท่านมีเมตตาสูงมากสามารถพูดคุยกับสัตว์ชนิดต่างๆได้ ความสามารถทางจิตทางอภิญญา เป็นสิ่งที่เหนือคำบรรยาย
    พ่อครูโพมินข่อง เป็นบุคคลที่อยู่ในช่วงเหตุการณ์อังกฤษปกครองพม่า ตรงกับช่วงสมัยรัชกาลที่ ๕ ของไทยเรา ในเวลานั้นชื่อเสียงของพ่อครูโพมินข่องดังมากในพม่า เพราะท่านได้แสดงฤทธิ์ปราบทิฐิชั่วของพวกอังกฤษหลายครั้ง เช่นครั้งหนึ่งกองกำลังฝ่ายเจ้าอาณานิคมจะจับตัวท่าน ท่านตัวคนเดียวแต่ผู้ที่ใช้กำลังเข้าจับตัวท่านมี 30 คน ผลปรากฏว่าจับท่านไม่ได้ แต่กลับกลายเป็นไล่จับกันเอง เพราะแต่ละคนมองเห็นหน้าตาคนอื่นเป็นพ่อครูโพมินข่องไปหมด คราวนึงท่านต้องการสั่งสอนพวกอังกฤษท่านก็สั่งให้พวกภรรยาของนายทหารอังกฤษ์ขี่ม้าก้านกล้วยวิ่งรอบสนาม ภรรยาของนายทหารอังกฤษทุกคนเหมือนโดนมนต์สะกด คว้าก้านกล้วยมาขี่เหมือนเด็ก วิ่งไปรอบๆสนาม เป็นที่ขบขันของชาวพม่ายิ่งนัก อีกคราวหนึ่งท่านถูกจับตัวไปที่โรงพัก นายตำรวจอังกฤษถามท่านว่า เขาว่าท่านมีฤทธิ์เป็นเรื่องจริงหรือ พ่อครูโพมินข่องไม่ตอบคำถามแต่กลับลุกขึ้น สะเดาะกุญแจมือแล้วค่อยๆเดินทะลุกำแพงปูนหายตัวไป ทิ้งไว้แต่ความตื่นตะลึงของนายตำรวจอังกฤษ นี่คือฤทธิ์เพียงบางส่วนของพ่อครูโพมินข่อง ท่านยังคงอยู่ในดวงใจของชาวพม่าทั้งหลายตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
    พ่อครูโพมินข่อง คือหนึ่งในผู้บรรลุอภิญญาฤทธิ์แห่งเมืองพุกาม มีผู้คนนับถือบูชาท่านมากมาย ตามศาสนสถานสำคัญแม้กระทั่งที่ลานพระมหาเจดีย์ชเวดากอง ก็ยังมีรูปเหมือนของท่านประดิษฐานอยู่
    ที่เขาโปปาแดนศักดิ์สิทธิ์ใกล้เมืองพุกามอันเป็นสิงสถิตของมหาคีรีนัต ยังได้จัดห้องแสดงข้าวของเครื่องใช้และรูปเคารพของท่านไว้บนเขาโปปา เพื่อให้คนได้มีโอกาสไปสักการะ ระลึกถึงท่านอยู่เป็นประจำ
    รูปของพ่อครูโพมินข่อง มักเห็นในรูปที่ปล่อยผมสยาย นั่งไขว้เท้าในท่าขัดสมาธิสบาย ๆ
    ตามตำนานนั้นกล่าวไว้ว่า บรมครูโบโบอ่องและพ่อครูโพมินข่องต่างเคยทดสอบฝีมือกัน ปรากฏว่าไม่มีใครแพ้ใครชนะ เป็นยอดฝีมือด้วยกันทั้งคู่ บรมครูโบโบอ่องผู้เป็นยอดวิชาจึงยกให้พ่อครูโพมินข่องเสมอด้วยกับตน เป็นสหายธรรมอันรักกันยิ่ง และเป็นที่มาที่ทำให้คนพม่าต่างวาดภาพหรือตั้งรูปเคารพของทั้งสององค์ไว้คู่กันเสมอ
    บรมครูโบโบอ่องและพ่อครูโพมินข่อง การสำเร็จวิชาของท่านทั้งสองนั้น คือสำเร็จทั้งด้านสมาธิจิต คือการเข้าฌานสมาบัติ กสิณ การเพ่งดิน น้ำ ลม ไฟ อากาศธาตุ จนเข้าอรูปฌานได้ การสำเร็จพระเวทย์คือการท่องมนตราและการตั้งพิธี การสำเร็จวิชาเล่นแร่แปรธาตุ ทั้งปรอทสำเร็จและเหล็กไหลวิเศษ รวมทั้งการปรุงยาอมตะจากสมุนไพรที่หาได้จากเขาโปปา ด้วยความสามารถความสำเร็จทั้งหมดทั้งมวลนี้จึงเป็นคุณวิเศษเหนือโลก ที่ทำให้ท่านทั้งสองสมบูรณ์ด้วยฤทธิ์ยิ่งกว่าผู้ใดในปฐพี มีชีวิตเป็นอมตะ ยืนยาวเป็นกัปล์
    เล่ากันว่าบรมครูโบโบอ่องและพ่อครูโพมินข่อง อธิษฐานรอองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธพระศรีอาริยเมตไตรยมาอุบัติ เมื่อท่านได้ฟังธรรมจากพระศรีอาริยเมตไตรยแล้วท่านก็จะเข้านิพพาน ณ กาลบัดนั้นเลยทีเดียว ดังนั้นดวงจิตดวงใจของท่านนั้นเป็นดวงจิตที่พร้อมจะบรรลุธรรมขั้นสูง เพียงแต่ท่านอธิษฐานขอเข้าเฝ้าองค์พระศรีอาริยเมตไตรยไว้เท่านั้น จึงชะลอจิตยั้งจิตไว้ยังไม่เข้าสู่มรรคผลขั้นสูงสุด
    ทุกวันนี้ชาวพม่ายังเชื่อกันว่าท่านทั้งสองยังคงดำรงสังขาร พำนักอยู่ที่ บุพเพวิหทวีป อันเป็นทวีปมงคลเป็นแดนลับแล โดยมีเขาโปปาเป็นทางเชื่อมมิติ ในส่วนของแดนทิพย์อันเป็นภพภูมิที่เหลื่อมซ้อนกับตัวเขาอย่างลี้ลับ คนธรรมดามองไปจะเห็นเพียงแท่งหินทึบ แต่ผู้บรรลุจตุถฌานหรือได้ฌาน ๔ จะสามารถเห็นถ้ำลี้ลับซ้อนอยู่ภายใน อันเป็นที่สถิตย์ของท่านทั้งหลายผู้เป็นอมตะได้
    เรียบเรียงประวัติโดย Fิb โป่งข่าม แก้วขนเหล็ก คุณทิพย์

    ลองบูชาได้ไม่เสียหลายถูกกว่าราคาจองตั้งเยอะครับ
    รับประกันแท้ตลอดชีพ

    บูชาองค์ละ 300 บาท มีให้บูชา 1 องค์ครับ




    [​IMG]

    [​IMG]

    [​IMG]

    [​IMG]

    [​IMG]

    [​IMG]

    [​IMG]
    [​IMG]

    [​IMG]

    [​IMG]
     
  15. Loungpor

    Loungpor เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 สิงหาคม 2009
    โพสต์:
    28,145
    ค่าพลัง:
    +9,036

    1916.เบี้ยแก้ชนะมาร รุ่น เสาร์ ๕ มหาสงกรานต์ จัดสร้างโดย คณะวัดป่าศรีสำราญ แบบตอกมือสร้างน้อยมากเพียง 24 ลูก เท่านั้นครับ

    # รายละเอียดการจัดสร้าง
    จำนวนสร้างเบี้ยแก้ชนะมาร
    1.เบี้ยแก้ชนะมารแบบยิงโค็ด 500 ลูก(องค์)
    2.เบี้ยแก้ชนะมารแบบตอกโค๊ดมือ24ลูก(องค์) ตอก ๙๙๙
    3.เบี้ยแก้ชนะมารแบบเปลือย2ลูก

    # มวลสารโลหะสร้างเบี้ยแก้
    1.ปรอทสำเร็จ
    2.ชนวนสมเด็จองค์ปฐมสายวัดท่าซุง
    3.ก้อนชนวนมวลสารมีดมหาพิชัยสงครามดาบฟ้าฟื้น
    4.ชนวนสมเด็จองค์ปฐมหลวงพ่อหนุน
    5.ชนวนหุ่นพยนต์มหายันต์
    6.ก้อนชนวนมวลสาร2000ชนิด
    7.ชนวนมวลสารหลายสำนักครูบาอาจารย์เป็นร้อย
    8.ชนวนปรอทไฟ
    9.ชนวนมวลสารรุ่นต่างๆที่คณะวัดป่าศรีสำราญสร้างมาทั้งหมด
    #มวลสารผงใช้อุดเบี้ยแก้
    1.ผงทำพระแม่บุญเรือน
    2.ผงสัมฤทธิ์
    3.ทรายเสกวัดธรรมยานพิธีถอนโบสถ
    4.ผงหลวงพ่อเดิม
    5.ผงช่อฟ้ามหาจักรพรรดิ์สมัยอยุธยา
    6.ผงไม้ตะเคียนฟ้าผ่า
    7.ผงรวมมวลสารอุดสมเด็จองค์ปฐมรุ่นแรกหลวงพ่อหนุน
    8.พระธาตุข้าวบาตร
    9.ตะกรุดสมปรารถนา
    10.อิฐสมเด็จพระนเรศ
    11.ผงจักรพรรดิ์หลวงปู่ดู่หลวงตาม้า
    12.ผงล้างอาถรรย์
    13.ผงรวมมวลสารหลวงพ่อเกษม
    14.เหล็กไหลน้ำใต้พระธาตุ
    15.ผงผ่านไถ
    16.แก้วปัญญา
    17.เศษผ้ายันต์มหาพิชัยสงคราม
    18.ผงคตปรอท
    19.ผงตะปูสังฆวานร
    20.ผงรวมมวลสาร20000กว่าชนิดและอื่นๆอีกมากมาย

    #พุทธคุณเบี้ยแก้
    ป้องกันไฟไหม้ฟ้าไม่ผ่ากันนิวเคลียร์นิวตรอน
    กลับร้ายกลายเป็นดี
    ล้างอาถรรพ์ทุกชนิด
    พกติดตัวสามารถดูดกินพลังงานไม่ดีได้หมด อธิฐานจิตขอได้ตามปรารถนา(ตรงศีลตรงธรรม)เป็นอำนาจในตัว คนคิดไม่ดีกับเราจะร้อนรน
    แช่ทำน้ำมนต์ล้างพลังงานไม่ดีที่ติดตามตัวเราได้สบาย
    ปรอทสามารถ..รักษาโรคร้ายอย่างโรคมะเร็งได้ หายในเร็ววัน แบบเหลือเชื่อ..สามารถปรับธาตุ ทั้ง4 ในร่างกาย ดิน..น้ำ..ลม..ไฟ..ปรอทสามารถเคลื่อนย้ายตัวได้และกับมาเกาะตัวโดยอัตโนมัติ..และยังป้องกันคุณไสย..มนต์ดำ..ไข้ป่า..สัตว์มีพิษ..ยาสั่ง..ภูตผีปีศาจ..กลับร้ายเป็นดี โชคลาภ..เงินไหลนอง..ทองไหลมาครับผม

    ปรอท คือ ธาตุกายสิทธิ์
    ปรอท เป็น โลหะเหลว คือ ธาตุกายสิทธิ์ ใกล้เคียง กับ เหล็กไหล ปรอท มีชีวิต จิตวิญญาณ สามารถ เคลื่อนย้ายตัวเองได้ เมื่อหุงปรอทสำเร็จ จะมีอานุภาพมากมหาศาลที่สุด 2b50.png พุทธคุณของ ปรอท ธาตุกายสิทธิ์ 2b50.png
    ถ้ามีสิ่งไม่ดีอาทิเช่น คุณไสย์ มนต์ดำ ภูตผีปีศาจ ยาสั่ง ไข้ป่า โรคร้าย ของอาถรรพ์ทั้งหลายสิ่งอัปมงคลต่างๆ
    ((( ของที่ว่ามานั้นล้วนแต่เป็นของชอบของปรอททั้งสิ้น))))
    เมื่อสิ่งไม่ดีปรอทธาตุ กินไปแล้ว เรื่องดีๆสิ่งดีๆจะเข้ามาเกิดเป็น มหาโชคลาภ ครับ
    ******************************************************
    #ครูบาอาจารย์อธิฐานจิต

    1.พระอาจารย์บ๊ะ วัดโพธิ์ลังกา
    2.พิธีเสาร์๕วัดท่าซุง
    3.หลวงตาม้า วัดถ้ำเมืองนะ
    4.หลวงปู่นิภา พระธาตุเจดีย์พระพุทธ108องค์
    5.ครูบากวน วัดกุ่มเนิ้ง
    6.ครูบากฤษดา วัดสันพระเจ้าแดง
    7.หลวงพ่อวิชา วัดชอนทุเรียน
    8.หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน
    9.หลวงพ่อหนุน วัดพุทธโมกข์พลาราม

    เปิดให้บูชาลูกละ 1500 บาท มีให้บูชา 1 ลูกครับ เหลือลูกสุดท้าย หากวันสองวันนี้ยังออกไม่ได้ผมจะนำไปเปิดในกลุ่มครับ( แบบตอกมือสร้างน้อยมากเพียง 24 ลูก เท่านั้นครับ)




    2e2f6af1-9f9c-45a4-be05-fa01c8ccd5da-jpg.jpg

    06edb533-20be-4ce6-be06-556158e4e804-jpg.jpg


    88aff277-013c-4e3f-ae3e-dc1ca861ae6d-jpg.jpg


    c2c9efe1-86e3-4dbb-8edd-b4800306106d-jpg.jpg

    e6d4ef5d-020c-4eea-9222-f0e2a01f85e8-jpg.jpg
     
  16. Loungpor

    Loungpor เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 สิงหาคม 2009
    โพสต์:
    28,145
    ค่าพลัง:
    +9,036

    1917.พระผงผสมชานหมากหลวงปู่หงษ์ วัดเพชรบุรี จังหวัดสุรินทร์ รุ่นแรก ปี 2541

    พระผงผสมชานหมากหลวงปู่หงษ์ รุ่นแรก วัดเพชรบุรี(สุสานทุ่งมน) จังหวัดสุรินทร์ ปี 2541
    พระผงผสมชานหมาก ( พระผงรุ่นแรก ) จำนวนจัดสร้าง 500,000 องค์ เมื่อปี พ.ศ.2541 สมัยนั้นร่วมทำบุญองค์ละ 29 บาท พุทธาภิเษก เมื่อ วันพุธที่ 11 มีนาคม 2541 ตรงกับวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 4 เวลา 16.00 น. ณ วัดเพชรบุรี อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ ...
    #รายนามเกจิที่เข้าร่วมพุทธาภิเษก รุ่นนี้ ...
    1. พระราชวิสุทธิเวที เจ้าคณะภาค11 เจ้าคณะจังหวัดสุรินทร์ ประธานจุดเทียนชัย ...
    2. พระครูประสาทพรหมคุณ ( หลวงปูหงษ์ ) ...
    3. พระครูธรรมรังษี ( วัดพนมดิน ) ...
    4. พระครูอินทรวรคุณ ( ลพ.ฤทธิ์ รันตโชโต ) ...
    5. พระครูสัจจานุรักษ์ ( หลวงพ่อเที่ยง ) ...
    6. พระครูนนทญาณวิสุทธิ์ ( วัดโคกบัวราย ) ...
    7. พระครูมงคลวรากรณ์ ( หลวงพ่อพวน ) ...
    8. พระครูวิสุทธิญาณ ( ลพ.คีย์ กิตติญาโณ ) ...
    9. พระอธิการสมยงค์ ถามิโก ( วัดเจริญนิมิตร ) ...

    ขอบคุณเครดิตข้อมูล:

    http://www.zoonphra.com/shop/catalog.php?storeno=c001&idp=11062


    สภาพสวยพร้อมกล่องเดิมครับบูชา 400 บาท



    [​IMG]

    [​IMG]

    [​IMG]

    [​IMG]
     
  17. Loungpor

    Loungpor เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 สิงหาคม 2009
    โพสต์:
    28,145
    ค่าพลัง:
    +9,036

    1918.พระผง รุ่นพิเศษ หลวงพ่อโอด วัดจันเสน ปี31 พิมพ์หยดน้ำ พิมพ์หยดน้ำ มีลงในหนังสือประวัติหลวงพ่อโอดครับ เนื้อผงพุทธคุณ ผงว่าน พระเก่าสวย มวลสารดี พร้อมกล่องเดิมๆ น่าเก็บสะสม หลวงพ่อมรณภาพ วันนที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ.2532 เวลา 2 ทุ่มเศษ ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 สิริอายุรวมได้ 70 ปี 50 พรรษา


    พระผงรูปเหมือน พิมพ์หยดน้ำ หลวงพ่อโอด วัดจันเสน อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ จัดสร้างปี 2531 สุดยอดอริยสงฆ์เมืองสี่แควอีกท่าน ที่มีจริยวัตรอันงดงาม มีเมตตาสูง ตลอดจนรวมไปถึงทางด้านอาคมที่เป็นเลิศ หลวงพ่อโอด ท่านยังเป็นหลานแท้ๆของหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพอีกด้วย
    หลวงพ่อท่านสร้างวัตถุมงคล และ เครื่องรางไว้พอสมควร แต่ละรุ่นแต่ละอย่างล้วนมีประสบการณ์อันมากมาย ท่านเป็นศิษย์เอกที่หลวงพ่อพรหม วัดช่องแค ให้ความรักเป็นพิเศษถึงขนาดที่ออกจากวัดมาร่วมปลุกเสกวัตถุมงคลให้เป็นบางรุ่นเลยทีเดียว เพราะโดยปกติแล้วหลวงพ่อพรหมท่านไม่ออกนอกวัดไปปลุกเสกวัตถุมงคลให้ใคร!!! *
    **อีกทั้งหลวงพ่อโอดท่านยังเป็นศิษย์ของสุดยอดอริยสงฆ์อีกหลายๆท่าน ดังนี้ 1.หลวงพ่อรุ่ง วัดหนองสีนวล อ.ตาคลี 2.หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ อ.ตาคลี 3. หลวงพ่อพรหม วัดช่องแค อ.ตาคลี 4.หลวงพ่อเชน วัดสิงห์ อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี

    ขอบคุณเครดิตข้อมูล:


    https://www.kadpra.com/rtcl_listing/พระผงพุทธคุณรูปเหมือนห/



    สภาพสวยๆ พร้อมกล่องวัดเดิมๆ บูชา 250 บาท



    [​IMG]

    [​IMG]

    [​IMG]

    [​IMG]
     
  18. Loungpor

    Loungpor เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 สิงหาคม 2009
    โพสต์:
    28,145
    ค่าพลัง:
    +9,036

    สำหรับวันนี้ก็ลงให้บูชาแค่นี้ก่อน ขอบพระคุณทุกๆท่านที่ได้เยี่ยมชมและเช่าบูชาด้วยครับ ทุกรายการจองได้ไม่เกิน 15 วัน ส่วนท่านที่โอนมาแล้วผมจะรีบจัดส่งให้โดยเร็วครับ..
    อีกประมาณ 3- 4 วัน จะมีลงรายการใหม่ให้บูชากันอีกครับ ท่านที่สนใจติดตามชมได้นะครับผม..:)

     
  19. shaj

    shaj เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 พฤศจิกายน 2012
    โพสต์:
    8,765
    ค่าพลัง:
    +8,013
    ขอจอง5 เส้นครับ
     
  20. Loungpor

    Loungpor เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 สิงหาคม 2009
    โพสต์:
    28,145
    ค่าพลัง:
    +9,036
    รับทราบการจองครับผม ขอบคุณมากครับ
     

แชร์หน้านี้

Loading...