ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สำนักข่าว NHK ซึ่งเป็นสำนักข่าวหลักของญี่ปุ่น รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวระบุว่า กงสุลกิตติมศักดิ์ที่ได้รับการแต่งตั้งจากรัฐบาลกัมพูชาให้ดูแลเรื่องการออกวีซ่าและหน้าที่อื่น ๆ ในเมืองเซนได ถูกสำนักงานสรรพากรประจำภูมิภาคเซนไดตรวจพบว่า ไม่ได้แจ้งรายได้กว่า 370 ล้านเยน (เกือบ 76 ล้านบาท) จากสัญญาให้คำปรึกษาที่ทำกับบริษัทหลายแห่งในญี่ปุ่น
    .
    บริษัทเหล่านั้นที่จ่ายค่าที่ปรึกษาก็อยู่ระหว่างการสอบสวนในข้อหาเรียกรับสินบน และจนถึงขณะนี้ มีบริษัทมากกว่า 20 แห่งที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานปกปิดรายได้
    .
    #ญี่ปุ่น #กัมพูชา #กงสุลกิตติมศักดิ์ #กงสุลกิตติมศักดิ์กัมพูชา #เรียกรับสินบน #เลี่ยงภาษี #ปกปิดรายได้ #เรื่องข่าวเรื่องใหญ่ #PPTVHD36
    https://www.facebook.com/share/p/1AppwdDuFg/
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สรุปการเจรจา สหรัฐฯ-อิหร่าน

    อิหร่านและสหรัฐฯ บรรลุข้อตกลงกรอบกว้างๆ โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องต้องกันในเบื้องต้นว่าข้อตกลงนี้จะรวมถึงการปล่อยสินทรัพย์ที่ถูกอายัดไว้ครึ่งหนึ่งของอิหร่าน (12 พันล้านดอลลาร์) และการหยุดยิงอย่างสมบูรณ์ในเลบานอน

    หลังจากนั้นไม่กี่วัน สหรัฐฯ กลับลำบอกว่าเห็นด้วยกับข้อเสนอ “90%” ยกเว้นข้อเรียกร้องสำคัญของอิหร่าน (การปลดล็อกเงินทุนและเลบานอน) และต้องการให้อิหร่านให้คำมั่นสัญญาเกี่ยวกับคลังยูเรเนียมด้วย

    อิหร่านตอบว่าไม่ นั่นไม่ใช่สิ่งที่เราตกลงกันไว้ ดังนั้นการเจรจาบันทึกความเข้าใจจึงถึงทางตัน ตอนนี้เป็นหน้าที่ของทรัมป์ที่จะยอมรับเงื่อนไขดั้งเดิมที่ตกลงกันไว้ร่วมกันในข้อเเรก

    หลังจากทรัมป์ใช้เวลาพิจารณาเกือบหนึ่งสัปดาห์ ในที่สุดก็ตัดสินใจไม่ยอมรับสิ่งที่อิหร่าน ปากีสถาน และตัวแทนสหรัฐฯ (รวมถึงวิทคอฟฟ์) ตกลงกันไว้

    แต่เรื่องยังไม่จบแค่นั้น

    ทรัมป์ส่งข้อเสนอที่เข้มงวดกว่าเดิม ทั้งที่อิหร่านไม่เห็นด้วยกับข้อแก้ไขล่าสุดของสหรัฐฯ อยู่แล้ว (การไม่ปล่อยเงินที่ถูกอายัด และเสรีภาพในการปฏิบัติการของอิสราเอลในเลบานอน) และทรัมป์ก็คาดหวังว่าอิหร่านจะยอมถอยและยอมรับข้อแก้ไขของสหรัฐฯ ด้วยความกลัวต่อเงื่อนไขที่เข้มงวดกว่าเดิม

    มันเหมือนกับคนสองคนที่คุยกันเพื่อซื้อรถยนต์สักคัน

    คนขาย : บอก 5 เเสน

    คนซื้อ : ตกลงพร้อมจ่าย

    คนขาย : ไม่ล่ะตอนนี้ฉันต้องการ 6 เเสน

    คนซื้อ : ปฏิเสธ

    คนขาย : แจ้งราคาใหม่เป็น 1 ล้าน

    โดยหวังว่าข้อเสนอ 6 เเสน จะได้รับการยอมรับจากผู้ซื้อ เพราะคิดว่าเขาต้องการรถ

    นี่คือการเปลี่ยนเป้าหมายแบบที่อิหร่านไม่พอใจมานานแล้ว สหรัฐฯ เปลี่ยนแปลงข้อเรียกร้องอยู่ตลอดเวลาโดยไม่สามารถตกลงอะไรได้เลย การเจรจาต่อรองกับรัฐบาลแบบนี้จึงเป็นไปไม่ได้อย่างสิ้นเชิง

    #ข่าวต่างประเทศ #เล่าข่าว #ประเด็นร้อน #สรุปข่าว #OrbitWire #hotnews #GlobalConflict #Geopolitics

    https://www.facebook.com/1000832408...TbTmabfzUuXwEDgHefDW4aXuBLfl/?mibextid=NOb6eG
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เครื่องบิน Su-30SM ของกองทัพอากาศอาร์เมเนีย มาพร้อมกับการจัดเซ็ตติ้งอาวุธใต้ปีก ที่น่าสนใจและดูดุดันมาก มาดูกันว่าพี่แกแบกอะไรขึ้นฟ้าบ้าง

    ขีปนาวุธนำวิถีอากาศ-สู่-อากาศ รุ่น R-27R จำนวน 4 ลูก

    ขีปนาวุธนำวิถีอากาศ-สู่-อากาศ รุ่น R-73 จำนวน 4 ลูก

    ขีปนาวุธยุทธวิธีต้านเรดาร์ อากาศ-สู่-พื้น รุ่น Kh-31P (X-31П) จำนวน 2 ลูก

    ขีปนาวุธนำวิถี อากาศ-สู่-พื้น รุ่น Kh-29T (Х-29Т) จำนวน 2 ลูก

    ไฮไลท์ ระเบิดตระกูล Yasin ของอิหร่าน จำนวน 4 ลูก

    #ข่าวต่างประเทศ #เล่าข่าว #ประเด็นร้อน #สรุปข่าว #OrbitWire #hotnews #GlobalConflict #Geopolitics

    https://www.facebook.com/share/p/1B6weLUAoK/
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เปิดตัวเรือโจมตีเร็วติดขีปนาวุธลำใหม่ต่อสาธารณชน โดยตั้งชื่อว่า “27 Rajab”

    เรือลำนี้มีรูปทรงเพรียวบาง สามารถบรรทุกขีปนาวุธร่อนได้สองลูก มีระยะทำการ 700 กิโลเมตร และสามารถรับมือกับคลื่นสูง 3 เมตรได้

    รือลำนี้สอดคล้องกับหลักการรบแบบ “กองเรือยุง” ของอิหร่าน

    #ข่าวต่างประเทศ #เล่าข่าว #ประเด็นร้อน #สรุปข่าว #OrbitWire #hotnews #GlobalConflict #Geopolitics

    https://www.facebook.com/share/r/1CYabsHAKL/
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ภาพหน่วยโดรนของยูเครนออกมาเคลมผลงานว่า เมื่อคืนนี้ได้ส่งโดรนไปโจมตีเครื่องบินปราบเรือดำน้ำรุ่นใหญ่ Tu-142 พังเสียหายไป 2 ลำ ที่สนามบินทหารในเมืองตากันร็อก (Taganrog) ของรัสเซีย แถมยังเคลมว่าสอยแท่นยิงขีปนาวุธอิสกันเดอร์ (Iskander) พังไปอีกชุดด้วย

    แต่ล่าสุด Fighter Bomber บล็อกเกอร์ด้านการบินของรัสเซีย ออกมาโพสต์โต้กลับ

    "ได้รายละเอียดมาละ... ไอ้เครื่องบินที่โดน มันคือรุ่น Tu-142MK กับ Tu-142MR ซึ่งจริง ๆ แล้วถูกส่งมาจากเมืองมีโคลาอิว (Nikolaev) ของยูเครน เพื่อเอามาซ่อมที่เมืองตากันร็อกตั้งแต่ปี 1998 กับปี 2002 แต่ทางรัฐบาลเคียฟดันเบี้ยวเงิน ไม่ยอมจ่ายค่าซ่อม เครื่องบินสองลำนี้มันเลยจอดตากแดดตากฝนเน่าคาลานจอดมาเป็นยี่สิบกว่าปีแล้ว"

    มาต่อด้วยสัญญาณบิ๊กบอมบ์

    สัญญาณเตือนการโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่มีรายงานว่าเครื่องบินทิ้งระเบิดเชิงยุทธศาสตร์ Tu-95MS ของรัสเซีย 2-3 ลำสุดท้ายที่จอดเหลืออยู่ ณ ฐานทัพอากาศเองเกลส์-2 (Engels-2) ตอนนี้ได้บินกลับไปตั้งหลักที่ฐานทัพโอเลนยา (Olenya Airbase) ทางตอนเหนือแล้ว

    ทั้ง 2 ลำ เพิ่งบินไปปล่อยขีปนาวุธร่อน Kh-101 จำนวน 8 ลูกใส่ยูเครนเมื่อคืนที่ผ่านมา ซึ่งพอบินกลับมา ตอนนี้รัสเซียก็จัดการโหลดบรรจุขีปนาวุธชุดใหม่เข้าไปเต็มพิกัดทุกลำเรียบร้อย รอบนี้มีเครื่องบินเติมน้ำมันกลางอากาศรุ่น Il-78M บินประกบตามไปด้วย เตรียมพร้อมสแตนด์บายเต็มที่

    ภายในอีก 4 ชั่วโมงข้างหน้านี้เราจะได้รู้กันแน่นอนแบบชัวร์ ๆ ว่า รัสเซียจะเปิดฉากปล่อยชุดคอมโบทั้งขีปนาวุธและโดรนถล่มยูเครนแบบจัดหนักตามที่มีข่าวลือออกมาก่อนหน้านี้จริง ๆ หรือไม่!

    #ข่าวต่างประเทศ #เล่าข่าว #ประเด็นร้อน #สรุปข่าว #OrbitWire #hotnews #GlobalConflict #Geopolitics

    https://www.facebook.com/share/p/1BGRM2enjC/
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    นักเศรษฐศาสตร์อิหร่านเตือน..วิกฤตศก.อิหร่านดิ่งเหว! พิษสงคราม-คว่ำบาตรดันเงินเฟ้อพุ่งขึ้น 50% คาดประชากรนับล้านจ่อร่วงต่ำกว่าเส้นความยากจน เตหะรานหวังปลดล็อกทรัพย์สินพยุงตลาด
    FB_IMG_1780215778274.jpg
    รายงานเจาะลึกถึงสถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศอิหร่านที่กำลังเผชิญความยากลำบากอย่างหนัก จากการบรรจบกันของแรงกดดันทางเศรษฐกิจจากสหรัฐฯ อัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูงอย่างน่าตกใจ และการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ติดลบ ซึ่งทำให้นักเศรษฐศาสตร์หลายรายออกมาเตือนว่า อิหร่านกำลังมุ่งหน้าสู่แนวโน้มที่มืดมน และอาจฉุดกระชากประชากรอีกหลายล้านคนให้ตกอยู่ภายใต้เส้นความยากจน

    ฮอจญ์ญะตุลลอฮ์ มีรซออี (Hojatollah Mirzaei) ศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยอัลลาเมะฮ์ ตาบาตาบาอี (Allameh Tabataba'i University) และอดีตหัวหน้ากองทุนบำเหน็จบำนาญของประเทศ ได้เปิดเผยข้อมูลในงานเสวนาซึ่งจัดโดยหนังสือพิมพ์ Donya-e-Eqtesad ว่า วิกฤตการณ์ที่กำลังทับถมอิหร่านในปัจจุบันมีปัจจัยขับเคลื่อนมาจากหลายส่วน ได้แก่ อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง มาตรการจำกัดการนำเข้าสินค้า
    ต้นทุนการขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้น ความคาดหวังด้านเงินเฟ้อที่ทวีความรุนแรง การสั่งชัตดาวน์อินเทอร์เน็ตภายในประเทศ และภาวะขาดดุลทางการเงินอย่างหนักของรัฐบาล

    ปัจจัยลบทั้งหมดนี้กำลังส่งผลให้อัตราการว่างงานเพิ่มสูงขึ้น และกัดเซาะกำลังซื้อของครัวเรือนอย่างรวดเร็ว โดย มีรซออี คาดการณ์ว่า จะมีประชากรเพิ่มขึ้นอีกราว 3.5 ล้านถึง 4.5 ล้านคน ที่ต้องตกไปอยู่ในสถานะยากจนภายในปีนี้เพียงปีเดียว ซึ่งเป็นผลกระทบสืบเนื่องมาจากสงครามในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

    แรงกดดันทางเศรษฐกิจมหภาคได้ส่งผลกระทบโดยตรงและรุนแรงที่สุดต่อค่าใช้จ่ายในครัวเรือน โดยธนาคารกลางอิหร่าน รายงานว่า อัตราเงินเฟ้อรายปีพุ่งทะลุ 50.6% ในเดือนเมษายน ขณะที่อัตราเงินเฟ้อรายเดือนขยับตัวสูงถึง 67% นอกจากนี้ ราคาสินค้าและบริการบางประเภทดีดตัวสูงขึ้นถึง 100% ในช่วงเวลาเดียวกัน ซึ่งสวนทางกับค่าจ้างแรงงานที่ยังคงนิ่งสนิท
    มาซูด นีลี (Masoud Nili) นักเศรษฐศาสตร์ชื่อดัง เตือนว่า ต่อให้ความตึงเครียดทางการทหารจะคลี่คลายลง แต่สภาวะเศรษฐกิจของอิหร่านก็จะไม่สามารถกลับคืนสู่ภาวะปกติได้โดยง่าย
    "อันตรายที่ร้ายแรงที่สุดต่อเศรษฐกิจอิหร่านในตอนนี้ คือการติดอยู่ในวงจรเงินเฟ้อที่หมุนวนไม่รู้จบ ซึ่งมันเป็นเส้นทางที่ยิ่งปล่อยไว้นานเท่าไหร่ ก็ยิ่งยากที่จะควบคุม" นีลี กล่าว

    ภาวะกดดันจากเงินเฟ้อในปัจจุบันเกิดขึ้นพร้อมกับการหดตัวทางเศรษฐกิจที่รุนแรง โดยมีรซออี คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจของอิหร่านจะหดตัวลง 8.8% ถึง 10% ในปีงบประมาณนี้ของอิหร่าน และตัวเลขคาดการณ์ที่ 10% นั้นก็อาจจะเป็นการมองในแง่ดีเกินไปด้วยซ้ำ
    การดิ่งลงของเศรษฐกิจส่งผลให้ตลาดแรงงานหยุดชะงัก โดย ฮอสเซน ราจาบพัวร์ (Hossein Rajabpour) หัวหน้าสถาบันวิจัยซาบา (Saba Research Institute) ระบุว่า การสร้างงานใหม่ลดลงอย่างน่าใจหาย โดยภาคอุตสาหกรรมเป็นกลุ่มที่ได้รับความเสียหายหนักหนาสาหัสที่สุดจากสงครามความขัดแย้งที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้
    ยิ่งไปกว่านั้น โควซาร์ ยูเซฟี (Kowsar Yousefi) นักวิจัยด้านนโยบายสังคม ชี้ให้เห็นว่า โครงสร้างความยากจนในอิหร่านได้เปลี่ยนไปแล้ว เพราะในปัจจุบัน "ประชากรในสัดส่วนที่สูงมาก แม้ว่าพวกเขาจะมีงานทำ มีรายได้ แต่ก็ยังคงมีชีวิตที่ต่ำกว่าเส้นความยากจน"

    เพื่อบรรเทาแรงกดดันที่เข้าขั้นวิกฤต รัฐบาลอิหร่านกำลังเร่งเจรจาเพื่อขอปลดล็อกทรัพย์สินมูลค่าประมาณ 2.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 8.4 แสนล้านบาท) ที่ถูกอายัดไว้ในธนาคารต่างประเทศ โดยทางการเตหะรานหวังว่า เงินก้อนนี้จะเข้ามาช่วยพยุงเสถียรภาพของตลาดเงิน ลดความคาดหวังเรื่องเงินเฟ้อ และลดต้นทุนการนำเข้าสินค้าจำเป็นและวัตถุดิบ ซึ่งเจ้าหน้าที่อิหร่านย้ำชัดว่า "การเจรจาที่มีความหมายจะไม่เริ่มขึ้น หากไม่มีการปล่อยทรัพย์สินเหล่านี้"
    อย่างไรก็ตาม บรรดานักเศรษฐศาสตร์ต่างออกมาเบรกว่า การอัดฉีดเงินสดดังกล่าวจะช่วยประทังแผลได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น แม้ว่าเงินสำรองต่างประเทศจะช่วยเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนและกระตุ้นการเติบโตระยะสั้นได้ แต่ปัญหาเชิงโครงสร้างที่ฝังลึกในระบบเศรษฐกิจอิหร่านก็ยังคงไม่ได้รับการแก้ไข

    อิหร่านยังคงหวังพึ่งการบรรลุข้อตกลงกับรัฐบาลวอชิงตันเพื่อยุติมาตรการปิดกั้น (Blockade) ซึ่งจำกัดการเข้าถึงรายได้จากการขายน้ำมันอย่างรุนแรงในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ส่งผลให้น้ำมันดิบกว่า 60 ล้านบาร์เรล คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 6,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ต้องจอดค้างอยู่บนเรือบรรทุกน้ำมันโดยไม่สามารถระบายออกไปไหนได้ ตามรายงานของ TankerTrackers
    ท้ายที่สุดแล้ว นักวิเคราะห์มองว่า แม้จะมีการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร แต่ความอ่อนแอเรื้อรังในการดึงดูดการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ จะยังคงเป็นลูกตุ้มถ่วงเศรษฐกิจของประเทศต่อไป

    ความเปราะบางนี้สะท้อนให้เห็นชัดเจนจากดัชนีความยืดหยุ่นของสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ (Business Environment Resilience Index) ซึ่งจัดทำขึ้นโดยบริษัทประกันภัย Factory Mutual Insurance Company ที่ประเมินศักยภาพของ 130 ประเทศในการต้านทานและฟื้นตัวจากวิกฤตเศรษฐกิจ ผลปรากฏว่า อิหร่านรั้งอยู่อันดับท้ายๆ ของตารางที่อันดับ 125 ซึ่งตัวเลขนี้สวนทางอย่างสิ้นเชิงกับประเทศเพื่อนร่วมภูมิภาคอย่าง กาตาร์ และ ซาอุดีอาระเบีย ที่ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในกลุ่ม 50 ประเทศที่มีระบบเศรษฐกิจที่มีความยืดหยุ่นและแข็งแกร่งที่สุดในโลก

    https://www.facebook.com/share/p/1Ct5APdmuv/
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    【เปิดโปง “อุตสาหกรรมเหยียดผิว” ในโลกออนไลน์จีน — เมื่อเด็กแอฟริกันกลายเป็นสินค้าและเป้าเกลียดชัง】

    คลิปที่กำลังแพร่กระจายบนแพลตฟอร์ม X ล่าสุดจุดประกายกระแสวิพากษ์วิจารณ์อีกครั้งต่อปรากฏการณ์ที่สื่อสากลและองค์กรสิทธิมนุษยชนเฝ้าจับตามานานหลายปี — การเหยียดเชื้อชาติต่อคนผิวสีในโลกออนไลน์จีน ซึ่งไม่ได้หยุดอยู่แค่คอมเมนต์รุนแรง แต่ขยายตัวจนกลายเป็น “อุตสาหกรรม” ที่มีมูลค่าหลายล้านดอลลาร์

    อุตสาหกรรมที่ซ่อนอยู่ใต้ “ความช่วยเหลือ”

    ย้อนกลับไปในปี 2563 วิดีโอหนึ่งถูกเผยแพร่ในโซเชียลมีเดียจีน — ภาพเด็กแอฟริกันกลุ่มหนึ่งถูกสั่งให้ท่องประโยคภาษาจีนด้วยรอยยิ้ม โดยไม่รู้ว่าข้อความที่พวกเขาพูดนั้นแปลว่า “ฉันคือสัตว์ประหลาดผิวดำ และไอคิวของฉันต่ำ”  คลิปดังกล่าวจุดกระแสความโกรธแค้นไปทั่วโลก และเป็นจุดเริ่มต้นให้นักข่าวสืบสวนของ BBC Africa Eye เปิดโปงสิ่งที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง

    ผลการสืบสวนของ BBC พบว่า มีอุตสาหกรรมทั้งระบบที่ทำกำไรมหาศาลจากการผลิตและขายวิดีโอที่เอาเปรียบและดูถูกเด็กผิวสี โดยมีแรงขับเคลื่อนจากอคติเหยียดเชื้อชาติและการขาดการกำกับดูแลทางจริยธรรม  เด็กเหล่านี้ถูกจ้างในราคาไม่ถึงครึ่งดอลลาร์ต่อวัน ขณะที่วิดีโอที่ถ่ายทำแล้วขายได้ราคาตั้งแต่ 10 ถึง 70 ดอลลาร์ต่อคลิป

    ไม่ใช่แค่ “คอมเมนต์รุนแรง” แต่คือแนวคิดที่ฝังลึก

    องค์กร Human Rights Watch ได้ทบทวนวิดีโอและโพสต์นับร้อยรายการในปี 2564 บนแพลตฟอร์มต่าง ๆ ทั้ง Weibo, Douyin, Bilibili, Kuaishou และ Xiaohongshu (RedNote) และพบว่าเนื้อหาส่วนใหญ่นำเสนอคนผิวสีผ่านภาพจำเหยียดหยามทางเชื้อชาติ ขณะที่แพลตฟอร์มเหล่านั้นล้มเหลวในการจัดการกับปัญหา  โดยเฉพาะวิดีโอที่แสดงภาพชาวแอฟริกันในฐานะ “ผู้ด้อยพัฒนาที่ต้องพึ่งพาชาวจีนเป็นผู้ช่วยเหลือ” ได้รับการแชร์อย่างแพร่หลาย

    ปี 2568 — วิดีโอ AI เข้ามาเพิ่มเชื้อไฟ

    ปัญหายังไม่ได้ลดลง ในเดือนตุลาคม 2568 นิตยสาร Foreign Policy รายงานว่า วิดีโอที่แพร่กระจายในโซเชียลมีเดียจีนเผยให้เห็นว่าอคติเหยียดเชื้อชาติยังคงมีฐานผู้รับชมขนาดใหญ่ในจีน แม้ประเทศจะภาคภูมิใจกับการนำเสนอตัวเองว่าเป็นมิตรแท้ของชาติแอฟริกา  โดยปัจจุบันวิดีโอสร้างจาก AI ได้กลายมาเป็นเครื่องมือใหม่สำหรับเนื้อหาเกลียดชัง — จำนวนมาก พรรณนาถึงคนผิวสีในเชิงที่เหยียดหยาม พร้อมคอมเมนต์เรียกร้องให้รัฐบาลจัดการกับ “ชาวต่างชาติคุณภาพต่ำ” 

    นักวิชาการชี้ว่ารากฐานของอคตินี้ย้อนไปถึงปลายศตวรรษที่ 19 เมื่อปัญญาชนจีนที่พยายามรับมือกับการถูกมหาอำนาจตะวันตกกดขี่ ได้หยิบเอาแนวคิดลัทธิดาร์วินทางสังคมและการเหยียดเชื้อชาติแบบวิทยาศาสตร์เทียมเข้ามาผสมกับระบบลำดับชั้นทางสังคมที่มีอยู่เดิม 

    ทวีต “Natasha” และคำถามที่ยังรอคำตอบ

    สำหรับคลิปที่กำลังแพร่ในขณะนี้บนแพลตฟอร์ม X รวมถึงการใช้คำว่า “Natasha” เป็นคำเหยียดหยามบน RedNote — อย่างไรก็ตาม ปรากฏการณ์ดังกล่าวเข้ากันได้กับรูปแบบที่มีการบันทึกไว้อย่างดีจากรายงานของ BBC, Human Rights Watch และ Foreign Policy ที่แสดงให้เห็นว่าการเหยียดผิวสีในโลกออนไลน์จีนยังคงหยั่งลึกและปรับรูปแบบอยู่ตลอดเวลา

    ทั้งนี้ยังไม่มีปฏิกิริยาอย่างเป็นทางการจากทางการจีนหรือ RedNote ต่อคลิปดังกล่าวแต่อย่างใด

    ที่มา: BBC Africa Eye (Racism for Sale, 2022) / Human Rights Watch (2023) / Foreign Policy (ตุลาคม 2568) / บัญชี @k0knut บน X
    https://www.facebook.com/share/1F6mMgSerC/
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ที่สวิตเซอร์แลนด์ “ตำบล” มีอำนาจจริง ชาวบ้านโหวตเบรกนักการเมืองได้ทุกระดับ

    อำนาจเริ่มจากข้างล่างขึ้นบน เรื่องอะไรที่ชุมชนทำเองได้ ก็ให้ชุมชนทำ ส่วนกลางแตะเฉพาะเท่าที่จำเป็น

    แบ่งอำนาจเป็น 3 ชั้น แต่ชั้นล่างสุดได้อำนาจมากที่สุด

    สวิตเซอร์แลนด์แบ่งการปกครองเป็น 3 ชั้น คือ รัฐบาลกลาง แคนตัน (เหมือนจังหวัดที่มีอิสระสูง) และคอมมูนหรือเทศบาล  แต่ที่ต่างจากไทยแบบหน้ามือเป็นหลังมือ คือเขาคิดกลับกัน

    บ้านเราอำนาจอยู่ส่วนกลางก่อน แล้วค่อยแบ่งลงมาให้ท้องถิ่น แต่สวิตเซอร์แลนด์ตั้งต้นว่า ตำบลคือหน่วยที่ใกล้ชาวบ้านที่สุด เลยให้อำนาจมากที่สุด ส่วนกลางจะเข้ามายุ่งก็ต่อเมื่อจำเป็นจริงๆ เท่านั้น  สั้นๆ คือ เรื่องไหนตำบลจัดการเองได้ ก็ให้ตำบลทำ ไม่ต้องรอส่วนกลาง

    แต่ละชั้นทำอะไร

    งานแบ่งกันชัดเจน รัฐบาลกลางดูเรื่องใหญ่ๆ อย่างต่างประเทศกับเศรษฐกิจของชาติ ส่วนแคนตันดูเรื่องการศึกษา ก่อสร้าง สาธารณสุข และตำรวจ 

    ส่วนตำบล ซึ่งเป็นหน่วยเล็กสุด ดูแลเรื่องใกล้ตัวที่ชาวบ้านเจอทุกวัน — เก็บขยะ สร้างและซ่อมถนนในพื้นที่ จัดหาน้ำประปา ก๊าซ และสนามกีฬา  ฟังดูคุ้นไหมครับ ก็เรื่องเดียวกับที่บ้านเราเจอ ทั้งขยะ ถนนพัง ท่อตัน

    จุดที่ไทยไม่มี — ชาวบ้าน “โหวตเบรก” ได้จริง

    แต่ของเด็ดจริงๆ ไม่ใช่แค่กระจายอำนาจ แต่คือชาวบ้านมีสิทธิ์ตรวจสอบและคัดค้านได้เอง นอกจากเลือกตั้งทั่วไปแล้ว คนสวิสยังลงคะแนนในเรื่องเฉพาะเจาะจงได้โดยตรง  และ พออายุครบ 18 ก็ออกเสียงได้ทั้งระดับประเทศ แคนตัน และตำบล 

    ที่แรงที่สุดคือ ถ้าชาวบ้าน รวมรายชื่อได้ครบ 100,000 ชื่อภายใน 18 เดือน ก็เสนอแก้รัฐธรรมนูญได้เลย  และในระดับแคนตันยังมีเครื่องมือที่ตรงปัญหาชาวบ้านมากๆ คือ การยื่นเรียกร้องให้ทางการลงมือทำงานบางอย่าง เช่น สร้างโรงเรียนหรือถนนใหม่  — ไม่ใช่ได้แค่บ่นแล้วรอ

    เทียบกับบ้านเรา

    ลองนึกถึงกรณีหมู่บ้านลิตเติ้ลเฮ้าส์ ซอย 12 ที่โรงงานถมดินจนน้ำท่วมบ้านชาวบ้าน ถ้าเป็นที่สวิตเซอร์แลนด์ เรื่องอนุมัติก่อสร้างกับถมดินเป็นอำนาจของแคนตันกับตำบลโดยตรง ชาวบ้านในพื้นที่ลงคะแนน ยื่นคำร้อง หรือผลักดันให้โหวตคัดค้านโครงการที่ทำให้เดือดร้อนได้เลย — ไม่ใช่ได้แค่ “นอนระวังตัวรอฝนหยุด”

    เพราะที่นั่น คนในตำบลมีสิทธิ์ยื่นคำร้องได้  และอำนาจตัดสินเรื่องก่อสร้างอยู่ในมือคนท้องถิ่นจริงๆ ไม่ได้ลอยไปอยู่กับส่วนกลางหรือนายทุนที่สนิทกับผู้มีอำนาจ

    บทเรียนสำหรับไทย

    สวิตเซอร์แลนด์พิสูจน์ให้เห็นว่า ถ้าท้องถิ่นมีอำนาจจริง บวกกับชาวบ้านที่ตรวจสอบได้จริง มันคือเกราะกันปัญหาแบบที่บ้านเราเจอได้ดีที่สุด ทั้งโรงงานปล่อยมลพิษ ถมดินกระทบเพื่อนบ้าน หรือผังเมืองที่เปลี่ยนเงียบๆ

    ที่ต่างกันไม่ใช่ว่า “ไทยไม่มีการเมืองท้องถิ่น” — เรามีครบทั้ง อบต. เทศบาล อบจ. — แต่อยู่ที่อำนาจจริงกับช่องทางให้ชาวบ้านตรวจสอบยังอ่อนกว่าเขาเยอะ พออำนาจท้องถิ่นไม่พอ ชาวบ้านไม่มีเครื่องมือเบรก สุดท้ายก็ต้อง “รับกรรม” อย่างที่เห็นกันอยู่

    ที่มา: About Switzerland (EDA), SWI swissinfo.ch, Council of Europe, ACE Project

    https://www.facebook.com/share/p/1EUi8Xca2g/
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สงครามฟู้ดเดลิเวอรี่จีนสร้างคนตกงานแฝง 16 ล้านคน — แพลตฟอร์มเผาเงินพันล้าน แต่ไรเดอร์รับกรรมแทน

    ปัจจุบันจีนมีไรเดอร์จดทะเบียน 20 ล้านคน แต่ระบบต้องการจริงแค่ 4 ล้าน — ไรเดอร์กว่า 5 คนแย่งออเดอร์เดียวกัน

    ที่มาของวิกฤต

    สงครามฟู้ดเดลิเวอรี่ครั้งใหญ่ในจีนเริ่มต้นเมื่อกุมภาพันธ์ 2568 เมื่อสามยักษ์ใหญ่อย่าง จิงตง (เจดี.คอม), เถาเป่าแฟลชเซล (อาลีบาบา) และเหมยทวน ต่างงัดกลยุทธ์แจกเงินอุดหนุนมวยถล่มกัน รวมแล้วเผาเงินรวมกันกว่า 1 แสนล้านหยวน (ราว 5 แสนล้านบาท)

    ผลลัพธ์จากรายงานการเงินล่าสุดสะท้อนชัด — เหมยทวนขาดทุนสุทธิตลอดปี 2568 ถึง 2.34 หมื่นล้านหยวน, จิงตงขาดทุนในธุรกิจใหม่ 4.66 หมื่นล้านหยวน และอาลีบาบาขาดทุนในธุรกิจรีเทลแบบทันทีถึง 8.7 หมื่นล้านหยวน

    ไรเดอร์ล้นตลาด

    ช่วงสงครามราคา มีไรเดอร์หน้าใหม่เข้าระบบกว่า 8 ล้านคน ดันยอดรวมผู้จดทะเบียนทะลุเกือบ 20 ล้านคนทั่วประเทศ แต่ปริมาณออเดอร์จริงที่รองรับได้วันละ 1.1 แสนล้านออเดอร์ ต้องการไรเดอร์ฝีมือดีเพียง 4 ล้านคนเท่านั้น

    นั่นหมายความว่ามีไรเดอร์ “เกินความจำเป็น” อยู่ถึง 16 ล้านคน — หรือพูดง่ายๆ คือ ออเดอร์ 1 ใบ มีไรเดอร์มากกว่า 5 คนรอแย่งกัน

    รายได้ไรเดอร์ดิ่ง — ชั่วโมงทำงานพุ่ง

    ผลกระทบที่ตามมาตกอยู่กับแรงงาน ไม่ใช่แพลตฟอร์ม

    ในเซี่ยงไฮ้ ไรเดอร์บางส่วนมีรายได้รายเดือนลดจากจุดสูงสุด 1.5 หมื่นหยวนเหลือราว 1.2 หมื่นหยวน โดยรับออเดอร์ต่อวันลดลงเกือบ 20 ออเดอร์ ในปักกิ่ง จำนวนออเดอร์ต่อวันหล่นจาก 35 ออเดอร์ในปี 2563 เหลือเพียง 20 ออเดอร์ — แต่ชั่วโมงทำงานยาวขึ้นจาก 8 ชั่วโมงเป็น 12 ชั่วโมง

    ค่าส่งพื้นฐานถูกหั่นครึ่ง จากช่วงสงคราม 6–9 หยวนต่อออเดอร์ เหลือเพียง 3–4 หยวน บางออเดอร์ระยะใกล้ต่ำกว่า 2 หยวน (ราว 10 บาท)

    นักวิชาการชี้ต้นทุนสงครามถูกโยนให้คนงาน

    ศาสตราจารย์ จ้านจิง จากมหาวิทยาลัยการค้าและเศรษฐกิจแห่งกรุงปักกิ่ง นิยามปรากฏการณ์นี้ว่าเป็น “การแข่งขันในตลาดอิ่มตัวซ้อนทับกับการแข่งขันระดับต่ำที่วนซ้ำ” นักวิเคราะห์ระบุว่าแพลตฟอร์มกำลังโยนภาระต้นทุนการแข่งขันไปยังแรงงาน และการจัดการกับฟองสบู่กำลังส่งมอบจะกลายเป็นโจทย์สำคัญของอุตสาหกรรมในระยะต่อไป

    ที่มา: 东方财经 / @whyyoutouzhele (ลี่เหล่าซือ)
    https://www.facebook.com/share/p/1DBW81arh5/
     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    HFI ปล่อยชาร์ทนี้ออกมา
    FB_IMG_1780216360723.jpg
    เท้าความก่อน หลังช่องแคบปิดใหม่ๆ เพื่อบรรเทาผลกระทบ กลุ่มประเทศ OECD ภายใต้การประสานงานกับทบวงพลังงานระหว่างประเทศ(IEA) ได้ตกลงกันว่าจะช่วย ”แบก” น้ำมันที่ขาดหายไป โดยปล่อยออกมาจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ รวมกัน 400 ล้านบาเรลล์

    การแบกตรงนี้ทำให้น้ำมันแพง แต่ยังไม่ขาด ทรัมป์ยังอ้าง(และมีคนเชื่อ) ได้ว่า การที่ประเทศต่างๆมาซื้อน้ำมันเมกาเป็นผลดีต่อประเทศ (แต่ไม่บอกว่าเขาซื้อจากสต็อกสำรองเชิงยุทธศาสตร์)

    ชาร์ทนี้บอกว่าที่ตกลงกันไว้ หลังเดือนหน้าจะเหลือเมการายเดียวแล้วครับ จากที่ช่วยกันปล่อยสต็อกเดือนละประมาณ 75 ล้าน จะเหลือแค่เมการายเดียวที่ราว 20 ล้าน รายอื่นหมดแล้ว

    นั่นคือเราจะเกิด
    1. น้ำมันขาดแคลนทั่วโลก 50 ล้านบาเรล
    หรือ
    2. สหรัฐปล่อยน้ำมันสำรองที่เหลือหมดมือ ซึ่งน่าจะยื้อไปได้อีก 1 เดือน(ถึงเดือนสิงหา)
    หรือ
    3. สหรัฐกดดันให้มีการปล่อยน้ำมันสำรองเชิงยุทธศาสตร์จากชาติต่างๆเพิ่มอีกรอบ (ถ้าชาติเหล่านั้นยังเหลือ)

    https://www.facebook.com/share/p/1BZoz88Bzs/
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เสียงจากแอฟริกา

    "คนแอฟริกันไปทำอะไรกันที่กัมพูชา?"

    "ทำไมผู้นำแอฟริกาไม่พัฒนาประเทศตัวเองให้ดีจนประชาชนต้องหนีไปทำงานไกลขนาดนั้น"

    "นโยบายที่ผู้นำไม่ถามเรา"

    "ไปเป็นแรงงานทาสในแก๊งคอลเซ็นเตอร์ (Scam Compounds) ยิ่งกว่าเป็นทาส"

    หลังจากกัมพูชาเลือกใช้วิธีแก้ปัญหาโดยการระบุว่าเป็นข่าวปลอม โดยไม่ชี้แจง โดยระบุว่าเป็นข่าวปลอม จบนะ

    ล่าสุดมีความเห็นจากทางการกัมพูชาบอกว่าน่าจะเป็นฝีมือของอินฟลูเอนเซอร์ฝั่งแอฟริกาหลายประเทศ #ที่หิวแสง อยากได้คอนเทนต์จึงปลอมแปลงเอกสารขึ้นมา กัมพูชาคือผู้เสียหาย
    .
    .
    .
    แม้เอกสารจะถูกระบุว่าปลอม แต่สื่อแอฟริกาอย่าง Modern Ghana ได้เปิดเผยเบื้องลึกว่า วิกฤตการณ์ที่ชาวแอฟริกันเผชิญในกัมพูชานั้นเป็นเรื่องจริง โดยระบุว่า

    ติดกับดักแก๊งคอลเซ็นเตอร์: มีชาวกานาและชาวแอฟริกันจำนวนมากถูกหลอกไปทำงานและถูกขังอยู่ใน "เครือข่ายสแกมเมอร์" (Scam Compound Networks) ในกัมพูชาการช่วยเหลืออย่างลับ ๆ: รัฐบาลกานาเปิดเผยผ่านสื่อว่า พวกเขาได้แอบช่วยเหลือและอพยพ (Evacuate) ชาวกานาออกจากกัมพูชาผ่านสถานทูตในมาเลเซียกลับประเทศไปแล้ว 85 คน (ในช่วงมีนาคม - พฤษภาคม) และกำลังเร่งช่วยเหลืออีก 76 คนที่ร้องขอมา

    โดยในวันนี้สื่อของกัมพูชาทุกสํานักไม่มีการรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับข่าวนี้เพราะถูกรายงานว่าเป็นข่าวปลอมและถูกควบคุมสื่อในประเทศยังเป็นเสร็จ โดยในวันนี้สื่อของกัมพูชาพาดหัวเหมือนกันทุกสํานักนั่นก็คือกัมพูชาไม่ยอมรับการขีดเส้นแบ่งพื้นที่ของไทยที่ได้มาจากการใช้ความรุนแรงและอาวุธ
    https://www.facebook.com/share/1BXrdfbsb7/
     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ฉวยโอกาสจากข่าวขับไล่ชาวแอฟริกาออกนอกประเทศ โดยชี้ว่าเป็นข่าวปลอม ตอนนี้นายกรัฐมนตรีกัมพูชาคุยกับประเทศในแอฟริกาและชี้ให้เห็น ความน่ากลัวของข่าวปลอม

    พร้อมยกตัวเอง กัมพูชากําลังเป็นประเทศต้นแบบในการต่อต้านข่าวปลอม

    https://www.facebook.com/share/p/1Dme1Rdybo/
     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    กองทัพอิสราเอลมีคำสั่งอพยพประชาชนชาวเลบานอนทุกคนที่อาศัยอยู่ในเลบานอนทางตอนใต้ของแม่น้ำซาห์รานี (เหนือแม่น้ำลาทานี) โดยใช้ข้ออ้างเดิมๆคือปราบปรามกลุ่มฮิซบอลลาห์ในพื้นที่ดังกล่าว

    FB_IMG_1780216845260.jpg

    https://www.facebook.com/share/p/1B66EyTvq4/
     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เขมร เนรคุณ เป็นสันดาน
    ---
    ไทยให้โควต้า "ฮุน มาเนต" เรียนเวสพอยท์ ฮุน มาเนต บอกไม่ได้ติดหนี้บุณคุณใคร ?
    ไทยให้เด็กเขมรเรียนฟรี กินฟรี ...แต่เด็กเขมรตอบแทนไทย คือ... ?

    https://www.facebook.com/share/18gtHCchXC/
     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ...>>ศูนย์กลางการเงินกำลังขยับมาทางเอเซียที่ฮ่องกงและสิงคโปร์...
    FB_IMG_1780217207512.jpg
    ===

    การโยกย้ายเงินทุนมูลค่า 2.95 ล้านล้านดอลลาร์: ทำไมชนชั้นนำระดับโลกจึงโค่นล้มสวิตเซอร์แลนด์และหันมาสนใจฮ่องกง

    ในขณะที่สื่อมุ่งเน้นไปที่การบริหารจัดการความมั่งคั่งแบบดั้งเดิม เหตุผลที่แท้จริงที่ทำให้ฮ่องกงแซงหน้าสวิตเซอร์แลนด์ขึ้นเป็นศูนย์กลางความมั่งคั่งข้ามพรมแดนอันดับ 1 ของโลกนั้น มาจากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างและภูมิรัฐศาสตร์

    ชนชั้นนำระดับโลกที่มีความมั่งคั่งสูงมาก (UHNW) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มประเทศ GCC และเอเชีย กำลังเขียนตำราใหม่สำหรับมหาเศรษฐี พวกเขากำลังมองหาป้อมปราการ ไม่ใช่แค่ธนาคาร

    นี่คือสามเสาหลักที่ซ่อนอยู่ซึ่งขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงครั้งประวัติศาสตร์นี้:

    1. การลดการพึ่งพาดอลลาร์ในระดับสถาบัน: ความเสี่ยงจากการอายัดทรัพย์สินของชาติตะวันตกได้เปลี่ยนเกมไปแล้ว ด้วยการใช้ระบบ RMB CHATS (Realtime Gross Settlement) ของฮ่องกง กองทุนระดับโลกสามารถชำระธุรกรรมมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ได้ในท้องถิ่น การไม่พึ่งพาธนาคารกลางของชาติตะวันตกหมายถึงการไม่เสี่ยงต่อมาตรการคว่ำบาตรฝ่ายเดียว

    2. ท่อส่งทองคำต่อต้านการคว่ำบาตร: การพึ่งพาตลาดทองคำลอนดอนกำลังลดลง ฮ่องกงกำลังขยายขีดความสามารถในการจัดเก็บทองคำจริงเป็น 2,000 ตัน ในเส้นทางเชื่อมต่อโดยตรงกับตลาดทองคำเซี่ยงไฮ้ กลุ่มชนชั้นนำกำลังแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัล "กระดาษ" เป็นทองคำจริงที่ได้รับการคุ้มครองโดยรัฐบาล ซึ่งจัดเก็บอยู่นอกเขตอำนาจศาลของกลุ่ม G7 อย่างสมบูรณ์

    3. วงจรของกองทุนเปิด (OFC): ตลาด IPO มูลค่ากว่า 37 พันล้านดอลลาร์สหรัฐที่ทำลายสถิติเมื่อปีที่แล้ว สร้างสภาพคล่องมหาศาล ด้วยการลงทุนในโครงสร้าง OFC ของฮ่องกงทันที ผู้ก่อตั้งใช้ประโยชน์จากมาตรา 16A ของประมวลกฎหมายภาษีเพื่อให้ได้อัตราภาษีพิเศษ 0% สำหรับสินทรัพย์ทางเลือก คริปโตเคอร์เรนซี และสินเชื่อส่วนบุคคล

    แกนการเงินได้หมุนไปแล้ว เงินทุนไม่ได้ไล่ตามผลตอบแทนเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่กำลังไล่ตามอธิปไตยเชิงโครงสร้าง

    เห็นด้วยไหม? คุณคิดว่าศูนย์กลางความมั่งคั่งของยุโรปจะตอบสนองต่อการขยายตัวของเอเชียนี้อย่างไร?

    #การบริหารความมั่งคั่ง #ภูมิรัฐศาสตร์ #สำนักงานครอบครัว

    https://www.facebook.com/share/p/17t7yJ5V13/
     
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    กษัตย์นโรดมยอมแก้โพสใหม่ที่เคยพาดพิงถึงฝั่งไทยว่าเป็นโจรต่างชาติรุกรานแผ่นดินเขมร
    FB_IMG_1780217723460.jpg
    ✅ โพสปัจจุบัน .
    ครบรอบ 1 ปี การโจมตีผิดกฎหมายจากชาวต่างชาติไทยบนดินแดนของกัมพูชาระลึกถึงความเสียสละเพื่อแผ่นดินเกิดของกองทัพบกคํารณภูมินทร์ โปรดได้รับความชื่นชมอย่างสูงสําหรับชาวเขมรทุกท่าน
    .
    ✅ โพสก่อนหน้า
    "ครบรอบ 1 ปี การโจมตีผิดกฎหมายจากชาว+ต่างชาติโจรไทย+บนดินแดนของกัมพูชา ระลึกถึงความเสียสละเพื่อแผ่นดินเกิดของกองทัพบกคํารณภูมินทร์ โปรดได้รับความชื่นชมอย่างสูงสําหรับชาวเขมรทุกท่าน"

    #beemnews
    #Scambodia
    #กระสัตว์
    อ้างอิง https://www.facebook.com/share/p/1BRYuMSZ1a/

    https://www.facebook.com/6157928075...pPK9MvkvkJskWMrLdjf2JQUu8vFl/?mibextid=NOb6eG
     
  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    【ปิดปากได้ แต่ปิดปัญหาไม่ได้! “เกิ้งถงเสวีย” นักล่างานวิจัยปลอม ถูกแบนถาวร หลังลากเจี๋ยชิง-คณบดี ลงรวด 5 รายใน 36 วัน】

    แก้ปัญหาไม่ได้ ก็แก้คนที่ตั้งคำถาม — บัญชีโต่วอิน 2 ล้านผู้ติดตามถูกจำกัดการมองเห็นถาวร ตัดทั้งยอดวิว อิทธิพล และรายได้ ขณะที่งานวิจัยปลอมที่เขาออกมาแฉยังไร้คำตอบ
    จากชายที่ “เทพขวางฆ่าเทพ มารขวางฆ่ามาร” ในวงวิชาการจีน สู่บัญชีที่เงียบงันในชั่วข้ามคืน — “เกิ้งถงเสวีย” นักล่างานวิจัยปลอมที่เพิ่งลากนักวิทยาศาสตร์ระดับชาติลงจากตำแหน่งติดต่อกันหลายราย ล่าสุดถูกแพลตฟอร์มโต่วอิน (Douyin) สั่งจำกัดการมองเห็นบัญชีอย่างถาวร พร้อมปิดกั้นระบบรับงานโฆษณา ตัดทั้งยอดเข้าถึงและรายได้จนหมดสิ้น ทั้งที่งานวิจัยปลอมที่เขาเปิดโปงยังไม่มีใครตอบ
    36 วันที่ดุเดือดที่สุด: ลากเจี๋ยชิง-คณบดี ลงรวด 5 ราย
    ช่วงต้นเดือนเมษายนถึงกลางเดือนพฤษภาคม 2026 คือ 36 วันที่ร้อนแรงที่สุดของเกิ้งถงเสวีย เขาใช้เพียงคอมพิวเตอร์หนึ่งเครื่องกับอัลกอริทึม AI ตรวจจับภาพซ้ำ ไล่ร้องเรียนนักวิจัยระดับ “เจี๋ยชิงแห่งชาติ” (ทุนนักวิทยาศาสตร์ดีเด่นรุ่นเยาว์แห่งชาติ) และคณบดีของมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับ 985/211 ลงได้อย่างน้อย 5 ราย ช่วงนั้นเขาเปิดฉาก “เทพขวางฆ่าเทพ มารขวางฆ่ามาร” แทบไม่มีใครหยุดได้
    จุดพลิก 20 พฤษภาคม: เมื่อมหาวิทยาลัยเก่าเชิญกลับไปบรรยาย
    จุดเปลี่ยนที่แท้จริงเกิดขึ้นวันที่ 20 พฤษภาคม เมื่อมหาวิทยาลัยจี๋หลิน (Jilin University) สถาบันเก่าของเขา เชิญให้กลับไปบรรยาย ในเวลาที่หลายฝ่ายมองเกิ้งถงเสวียเป็น “หนามยอกอก” การที่จี๋หลินกล้าสวนกระแสเชิญเขากลับไป ถูกมองว่ามีนัย “ดูมหรสพแบบไม่กลัวเรื่องบานปลาย” และหลังทริปนั้นเอง สถานการณ์ก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
    ท่าทีที่กลับตาลปัตร “ราวคนละคน”
    หลังบรรยายเพียงวันเดียว (23 พฤษภาคม) เกิ้งถงเสวียประกาศกะทันหันว่า “ช่วงนี้ขอหยุดล่างานวิจัยปลอม” โดยอ้างว่าแรงกดดันสูงเกินไป และเพื่อความปลอดภัยของครอบครัว แต่คนที่รู้จักเขาต่างมองออกว่าท่าทีก่อนและหลัง “ต่างกันราวฟ้ากับเหว” ส่วนสาเหตุนั้นไม่ต้องเอ่ยก็เข้าใจ
    วันที่ 24 พฤษภาคม เขาบรรยายที่จี๋หลินเป็นครั้งที่สอง จากนั้นคืนวันที่ 27 พฤษภาคม เขาออกหมัดหนักครั้งสุดท้าย เปิดโปงเจี๋ยชิงรวดเดียวอีก 4 ราย แต่ในเวลาเดียวกันก็เริ่มรู้สึกว่า “ผิดสังเกต” และรีบถอนตัว ลดดีกรีเพื่อเลี่ยงความเสี่ยง
    28 พฤษภาคม: ประกาศยุติ แต่ “ช้าไปก้าวหนึ่ง”
    วันที่ 28 พฤษภาคม เกิ้งถงเสวียประกาศยุติการล่างานวิจัยปลอมทั้งหมด โดยให้เหตุผลว่า “กฎหมายไม่เอาผิดคนหมู่มาก” และ “งานปลอมมีมากเสียจนชินชาไปแล้ว”
    แต่ก็สายไปเสียแล้ว — ช่วงบ่ายราว 16.00 น. ของวันเดียวกัน บัญชีโต่วอินที่มีผู้ติดตามกว่า 2 ล้านคนของเขา ถูกสั่งจำกัดการมองเห็นอย่างถาวร และระบบรับงานโฆษณา “ซิงถู” (Star Chart) ก็ถูกปิดกั้นถาวรเช่นกัน บัญชียังคงอยู่ แต่นับจากนี้ไม่เหลือทั้งยอดวิว ไม่เหลืออิทธิพล และไม่เหลือรายได้
    “ถ้าวันหนึ่งผมหายไป ขอให้จำว่าผมไม่ใช่คนขี้ขลาด”
    วันที่ 29 พฤษภาคม เกิ้งถงเสวียโพสต์ผ่านบัญชี “เกิ้งถงเสวียเจี่ยงกู้ซื่อ” ยืนยันว่าตั้งแต่วันก่อนหน้า บัญชีโต่วอินถูกจำกัดการมองเห็นถาวร และงานโฆษณาซิงถูถูกปิดถาวร พร้อมทิ้งท้ายอย่างมีนัยว่า “หากสุดท้ายมันหายไปจริง ๆ ขอให้จำไว้ว่าผมไม่ใช่คนขี้ขลาด ไม่ว่าก่อนหน้านี้จะเกลียดผมแค่ไหน ตอนที่ผมหายไปก็ขอให้ลบล้างกันไปให้หมด”
    ภาพหลักฐานจากระบบระบุชัดว่าบทลงโทษ “ลดการแนะนำผลงานที่โพสต์ใหม่” เริ่มมีผลตั้งแต่ 28 พฤษภาคม เวลา 15.54 น. ไปจน “ถาวร” ขณะที่ที่ตั้ง IP ของบัญชีระบุว่าอยู่ในมณฑลจี๋หลิน
    “แก้ปัญหาไม่ได้ ก็แก้คนที่ชี้ปัญหา”
    อาจารย์หลี่ (@whyyoutouzhele) ผู้เผยแพร่ไทม์ไลน์เหตุการณ์นี้ ชี้ว่ากรณีของเกิ้งถงเสวียคือ “ศิลปะดั้งเดิม” ของระบบ — เมื่อแก้ปัญหาไม่ได้ ก็จัดการคนที่ตั้งคำถามแทน โดยมีประเด็นที่ต้องจับตา:
    • การปลอมแปลงงานวิจัยในจีนไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่เกิดขึ้นในระดับสูงและกว้างขวาง
    • แทนที่จะเอาผิดผู้กระทำ กลับเลือกลดทอนอิทธิพลและตัดรายได้ของผู้เปิดโปง
    • กลุ่ม “เสวียฝา” หรือเจ้าพ่อวงวิชาการที่กุมอำนาจและเครือข่าย สามารถใช้กลไกต่าง ๆ ปกป้องพวกพ้อง
    • แม้แต่สำนักข่าวซินหัว (Xinhua) สื่อรัฐ เคยให้พื้นที่สัมภาษณ์เขา แต่สุดท้ายเขาก็ยังถูกปิดปากด้วยมือของแพลตฟอร์ม
    ปมที่ยังค้างคา
    ตลอด 36 วัน เกิ้งถงเสวียลากนักวิจัยและคณบดีจากมหาวิทยาลัยชั้นนำลงได้หลายราย ทั้งกรณีมหาวิทยาลัยถงจี้ มหาวิทยาลัยหนานไค และมหาวิทยาลัยซุนยัตเซ็น (บางรายถูกปลดจากตำแหน่ง บางมหาวิทยาลัยตั้งกรรมการสอบสวน) แต่คำถามที่ยังไร้คำตอบคือ เหตุใดคนที่ถูก “จัดการ” จึงเป็นผู้เปิดโปง ไม่ใช่ผู้ถูกเปิดโปง
    ดังที่เขาเคยประกาศกร้าวไว้ก่อนหน้านี้ว่า “ผมเรียนปริญญาเอกยังเรียนไม่จบ แล้วจะไปกลัวเจี๋ยชิงกับคณบดีในวงการของพวกคุณทำไม” — วันนี้บัญชีของเขาเงียบลง แต่คำถามที่เขาทิ้งไว้กลับดังยิ่งกว่าเดิม
    ที่มา: @whyyoutouzhele (อาจารย์หลี่ / Li Laoshi), บัญชีโต่วอิน “เกิ้งถงเสวียเจี่ยงกู้ซื่อ”, หมิงเป้า (Ming Pao)

    https://www.facebook.com/share/1CX3PEVZ5U/
     
  18. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    กลางใจทรัมป์! 'พีธ เฮกเซธ' ชื่นชมบทบาทมาเลเซีย ในภารกิจคลี่คลายความตึงเครียด "ไทย-เขมร"
    .
    สหรัฐฯยกย่องความเป็นผู้นำของมาเลเซีย ในการส่งทีมสังเกตการณ์อาเซียนเข้าไปยังชายแดนไทย-กัมพูชาอย่างรวดเร็ว ให้คำนิยามภารกิจดังกล่าวว่าเป็นตัวส่งเสริมที่สำคัญต่อสันติภาพในภูมิภาคและความพยายามแบ่งเบาภาระในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
    .
    เมื่อวานนี้ (30พ.ค. 69) ระหว่างการประชุมด้านความมั่นคง Shangri-La Dialogue ที่สิงคโปร์ นายพีธ เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ ชื่นชม มาเลเซียและกลุ่มภูมิภาคอาเซียน สำหรับการริเริ่มดำเนินการต่างๆในเชิงรุกเพื่อลดความตึงเครียดและสนับสนุนการทูต พร้อมบอกว่าการประจำการดังกล่าวสะท้อนว่าภูมิภาคแห่งนี้ มีความมุ่งมั่นมากขึ้นต่อการธำรงไว้ซึ่งความมั่นคง ผ่านการดำเนินการร่วมกัน
    .
    "ประเทศต่างๆในภูมิภาคกำลังก้าวย่างสู่การรักษาไว้ซึ่งสันติภาพ ลดความตึงเครียดและสนับสนุนด้านการทูตด้วยศักยภาพที่น่าเชื่อถือ ผมขอชื่นชมมาเลเซียและอาเซียน สำหรับความพยายามของพวกเขา ในการสนับสนุนข้อตกลงสันติภาพประวัติศาสตร์ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์" เฮกเซธระหว่างกล่าวสุนทรพจน์เกี่ยวกับยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ เพื่อสันติภาพในอินโด-แปซิฟิก
    .
    ในเดือนตุลาคม 2025 ไทยและกัมพูชาลงนามในข้อตกลงสันติภาพฉบบหนึ่ง ที่เรียกกันว่า "ปฏิญญาร่วมกัวลาลัมเปอร์" รอบนอกการประชุมซัมมิตอาเซียนครั้งที่ 47 ในเมืองหลวงของมาเลเซีย
    .
    ปฏิญญาร่วมที่ลงนามโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีของไทย และ ฮุน มาเน็ต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา มีประธานาธิบดีทรัมป์ และ อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ในฐานประธานอาเซียน ณ ขณะนั้น เป็นสักขีพยาน
    .
    ขณะเดียวกัน เฮกเซธ บอกว่าสหรัฐฯได้สังเกตเห็นบรรดาพันธมิตร โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยกระดับความพยายามเสริมความเข้มแข็งแก่แสนยานุภาพการป้องกันภูมิภาค
    .
    เขาเน้นว่าสิงคโปร์ แสดงให้เห็นถึงความสามารถที่เหนือกว่าขนาดประเทศอย่างต่อเนื่อง ด้วยการลงทุนอย่างมากในกองทัพของตนเอง และทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางที่สำคัญสำหรับกิจกรรมทางโลจิสติกส์ของสหรัฐฯและการประจำการแบบหมุนเวียน
    .
    ขณะเดียวกันอินโดนีเซีย มีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปเป็นร่าง ในการปรับปรุงกองทัพให้มีความทันสมัยและขยายขอบเขตการซ้อมรบกับสหรัฐฯ เสริมสร้างความสามารถในการทำงานร่วมกันและมีส่วนช่วยสร้างเสถียรภาพในภูมิภาค
    .
    นอกจากนี้แล้วรัฐมนตรีกลาโหมของอเมริกา ยังกล่าวถึงประเทศไทย โดยบอกว่า "ไทยยังคงมีความร่วมมือทางทหารอย่างแน่นแฟ้นกับอเมริกา เพื่อเพิ่มความสามารถในการทำงานร่วมกันและพัฒนาความพร้อมต่างๆที่จำเป็น นอกจากนี้แล้วเราก็ยังพบเห็นความจริงจังแบบเดียวกันในจุดประสงค์นี้ จากเวียดนาม" เฮกเซธระบุ
    .
    ที่มา >> https://mgronline.com/around/detail/9690000051409
    .
    #บูรพาไม่แพ้ #พีธเฮกเซธ #ไทยกัมพูชา #มาเลเซีย

    https://www.facebook.com/1000636745...Epf2sRSFobnDcaEd5e68dkxUjUml/?mibextid=NOb6eG
     
  19. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    อิบราฮิม อาซิซี ประธานคณะกรรมการความมั่นคงแห่งชาติและนโยบายต่างประเทศของรัฐสภาอิหร่าน กล่าวว่า:

    รัฐยุทธศาสตร์รวมถึงจีนและรัสเซีย จะยังคงได้รับการปฏิบัติเป็นพิเศษและเงื่อนไขที่เอื้ออำนวยในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับช่องแคบฮอร์มุซ มอสโกและปักกิ่งให้การสนับสนุนและร่วมมือกับเตหะรานมาโดยตลอด และยังคงใกล้ชิดกันในช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุด ดังนั้นทั้งสองรัฐจะได้รับความเอาใจใส่เป็นพิเศษในการจัดการการขนส่งและการผ่านแดนผ่านช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงเรือสินค้าและเรือบรรทุกน้ำมันด้วย

    ช่องแคบฮอร์มุซเป็นส่วนหนึ่งของน่านน้ำและภูมิศาสตร์ของเรา ดังนั้นอิหร่านจึงมีสิทธิที่จะตัดสินใจใดๆที่เห็นว่าจำเป็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ และไม่มีใครสามารถตั้งคำถามถึงสิทธินี้ได้

    30/05/2026

     
  20. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    อันนึงที่เวียดนามไปไกลมาก 1. ปฏิรูประบบราชการ จัดองคาพยพของอำนาจรัฐของโครงสร้างรัฐใหม่ 2. จัดการคอร์รัปชันทุกรูปแบบอย่างจริงจัง ตรงนี้มันทำให้ปลดล็อก คุณจะเป็นประชาธิปไตย หรือจะเป็นคอมมิวนิสต์ คุณก็ต้องทำ 2 เรื่องนี้ เพราะถ้าไม่ทำประเทศมันไปไม่ได้ ต้องบอกว่ามันใช้ความแน่วแน่ทางการเมือง การตัดสินใจที่มองไปข้างหน้า ถ้าไทยยังปะผุแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ก็เสร็จเลย มันก็จะโตต่ำโตช้า แล้วก็บ่นกันอีก

    อ.วีระ ธีรภัทร
    _________________________
    #ฟังหูไว้หู ทุกวันจันทร์ - ศุกร์
    เวลา 20.50 น. ทางช่อง 9 กด 30
    .
    #ช่อง9กด30 #อาจารย์วีระ #เวียดนาม #ไทย #การบริหารประเทศ #การเมือง #ประชาธิปไตย #คอมมิวนิสต์

    https://www.facebook.com/share/p/18uvcHjH2o/
     

แชร์หน้านี้

Loading...