ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    【จีน “เชื่อมประตูรถปิดตาย” คุมเข้มทุนไหลออกนอกประเทศ หลังศึกเมตา–มานัส】


    1 มิถุนายน — สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า จีนประกาศกฎระเบียบฉบับใหม่ที่เข้มงวดอย่างกว้างขวางที่สุดเท่าที่เคยมีมา เพื่อควบคุมการลงทุนและการทำธุรกรรมของทุนจีนในต่างประเทศ ครอบคลุมทั้งเงินทุน เทคโนโลยี ข้อมูล และประเด็นความมั่นคงของชาติ โดยกฎระเบียบฉบับนี้ออกในนามคณะรัฐมนตรี (สภาแห่งรัฐ) และจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมเป็นต้นไป


    มาตรการนี้ออกมาเพียงหนึ่งเดือนหลังจากที่ปักกิ่งสั่งให้บริษัทเมตายกเลิกดีลเข้าซื้อกิจการสตาร์ตอัป AI ชื่อ “มานัส” — บัญชีหลี่เหล่าซือ (@whyyoutouzhele) พาดหัวโพสต์ของตนด้วยวลีเสียดสีว่า “ประตูรถเชื่อมปิดตาย” สื่อถึงสภาพที่ทุนจีนถูกขังไว้ภายในประเทศโดยไม่มีทางออก โดยระบุว่ากฎนี้เป็นภาคต่อจากกรณีมานัส การจำกัดบุคลากร AI ออกนอกประเทศ และการห้ามเล่นหุ้นสหรัฐข้ามพรมแดน


    จุดเริ่ม: ดีล “เมตา–มานัส” มูลค่า 2 พันล้านดอลลาร์

    เมื่อปลายเดือนเมษายน คณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติ (NDRC) สั่งให้ยกเลิกดีลที่เมตาเข้าซื้อมานัสมูลค่าราว 2 พันล้านดอลลาร์ โดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคงของชาติ ทั้งที่ดีลปิดไปแล้วตั้งแต่เดือนธันวาคม 2025 และเมตาได้ผนวกการดำเนินงานของมานัสเข้าไปเรียบร้อยแล้ว นับเป็นครั้งแรกที่จีนสั่งล้มดีลที่ปิดการซื้อขายไปแล้วภายใต้กลไกตรวจสอบความมั่นคงการลงทุนต่างชาติ


    ก่อนหน้านี้สองผู้ก่อตั้งมานัส คือ เซียวหง และ จี้อี้เชา ถูกจำกัดไม่ให้เดินทางออกนอกประเทศ และถูกเรียกสอบที่กรุงปักกิ่งเรื่องความเป็นไปได้ที่จะละเมิดกฎว่าด้วยการลงทุนโดยตรงในต่างประเทศ


    สาระสำคัญของกฎใหม่

    หนึ่งในข้อที่สำคัญที่สุดกำหนดให้ต้องขออนุญาตก่อนส่งออกสินค้า เทคโนโลยี บริการ หรือข้อมูลของจีนที่อยู่ในรายการควบคุม กฎดังกล่าวให้อำนาจคณะรัฐมนตรีจีนตรวจสอบความมั่นคงต่อการลงทุนในต่างประเทศหรือการโอนทรัพย์สินที่อาจกระทบความมั่นคงของชาติ สามารถสั่งให้นักลงทุนขายหุ้นทิ้ง ยุติการลงทุน และปรับผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามได้


    ตามรายละเอียดที่ถูกเผยแพร่ บทลงโทษยังรวมถึง: การลงทุนที่รัฐห้าม สามารถริบรายได้ทั้งหมด — ผู้ที่ไม่ให้ความร่วมมือกับการตรวจสอบ จะถูกริบรายได้ — ส่วนผู้ที่ลงทุนไปแล้ว อาจถูกสั่งให้จัดการทรัพย์สินภายในระยะเวลาที่กำหนด


    ปิดช่อง “ฟอกตัวผ่านสิงคโปร์”

    กฎใหม่ห้ามการโอนย้ายบุคลากรในภาคที่อ่อนไหวข้ามพรมแดนโดยไม่ได้รับอนุมัติอย่างชัดเจน ซึ่งพุ่งเป้าตรงไปที่วิธีการที่มานัสใช้ — คือการย้ายพนักงานและการดำเนินงานไปสิงคโปร์ก่อนขายให้เมตา หรือที่เรียกกันว่า “การฟอกตัวผ่านสิงคโปร์”


    โดยกฎระบุชัดว่า นักลงทุน “จะต้องไม่โอนสินค้า เทคโนโลยี บริการ และข้อมูลที่ห้ามส่งออก… ด้วยการส่งบุคลากรเทคนิคข้ามพรมแดน จัดให้คนไปทำงานในประเทศหรือเขตอื่น ให้คำแนะนำทางเทคนิคข้ามพรมแดน หรือจัดอบรมข้ามพรมแดน” เท่ากับปิดทุกช่องทางที่สตาร์ตอัปจีนเคยใช้เพื่อย้ายทุนและสมองออกไปต่างประเทศ


    ดาบสองคม: เครื่องมือตอบโต้ตะวันตก

    กฎฉบับนี้ยังให้อำนาจปักกิ่งสั่งห้ามองค์กรต่างชาติทำการค้ากับจีน หากประเทศต้นทางของบริษัทเหล่านั้นจำกัดการลงทุนของจีน เช่น หากรัฐบาลสหรัฐขึ้นบัญชีคว่ำบาตรบริษัทเทคโนโลยีจีน ปักกิ่งก็สามารถตอบโต้ด้วยการบล็อกการเข้าซื้อกิจการที่ไม่เกี่ยวข้องของบริษัทสหรัฐได้ อย่างไรก็ตาม กฎไม่ได้ระบุชัดว่าดีลหรือการโอนทรัพย์สินประเภทใดบ้างที่จะถูกห้ามด้วยเหตุผลความมั่นคง


    มาตรการนี้ต่อเนื่องจากคำสั่งด้านความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานสองฉบับที่ออกมาเมื่อเดือนเมษายน ซึ่งให้อำนาจปักกิ่งสั่งห้ามพนักงานของบริษัทต่างชาติที่มีส่วนบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อจีนออกนอกประเทศ นักวิเคราะห์มองว่าจีนกำลังเร่งสร้างชุดเครื่องมือทางกฎหมายด้านการควบคุมการส่งออก เพื่อตอบโต้การคว่ำบาตรของตะวันตกและรักษาสถานะการพึ่งพาตนเองในภาคยุทธศาสตร์อย่างเทคโนโลยี


    ที่มา: สำนักข่าวรอยเตอร์ (รายงาน 1 มิ.ย. 2026), บัญชี X หลี่เหล่าซือ @whyyoutouzhele

    https://www.facebook.com/share/1BRgZzwuQG/
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ได้ยินมาว่าข่าวเปิดด่านเป็นข่าวปลอม ถ้าเป็นข่าวจริง รัฐบาลที่ทำแบบนี้ ก็ไม่ต่างจากรัฐบาลทรราช
    แม้แต่ข่าวที่ผมนำมาก็อาจจะเป็นเรื่องจริงหรือไม่จริงก็ไม่ทราบ แต่ถ้ามีการกระทำแบบนี้จริงๆ ก็ยุบสภาและเลือกตั้งใหม่
    ---

    “ฮุน มาเนต” ให้สัมภาษณ์สื่อท้องถิ่น แสดงความยินดีที่ไทยให้ความร่วมมือเปิดด่าน เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการศึกษาเด็กนักเรียนกัมพูชา … ลั่น !! การดำเนินการของไทยในครั้งนี้แสดงถึงความจริงใจ เพื่อพัฒนาความสัมพันธ์อันดีอย่างยั่งยืนในอนาคต !!

    - กรณีนี้ ทางการไทยและกัมพูชาได้ร่วมมือกันอำนวยความสะดวกด้านการศึกษา โดยมีการอนุโลมเปิดจุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก (อรัญประเทศ-ปอยเปต) รวมถึงด่านพรมแดนอื่น ๆ ในจังหวัดสระแก้ว เพื่อให้นักเรียนสามารถเดินทางเข้ามาเรียนหนังสือในฝั่งไทยได้ตามปกติแล้ว … !!

    ข้อความอ้างอิงจากมาตรการอย่างเป็นทางการ
    *"เจ้าหน้าที่มีมาตรการผ่อนปรนให้ : ช่วงเวลาพิเศษ : อนุญาตให้นักเรียนข้ามแดนได้ตั้งแต่เวลา 06.00 - 08.00 น. (รอบเช้า) และช่วงเย็นเวลา 17.00 - 18.00 น.การใช้งานจริง"*

    การกำหนดเวลาพิเศษนี้ทำขึ้นเพื่อช่วยให้การเดินทางไปเรียนของเด็ก ๆ เป็นไปด้วยความรวดเร็วและทันเวลา ซึ่งถือเป็นไปตามข้อตกลงร่วมกันด้านมนุษยธรรมเพื่อการศึกษา

    ทั้งนี้ ทางการได้ยืนยันอย่างชัดเจนว่า แม้ในอนาคตอาจมีความตึงเครียดหรือสถานการณ์ที่จำเป็นต้องปิดด่านพรมแดนในส่วนอื่น ๆ แต่สำหรับกลุ่มนักเรียนจะยังคงได้รับสิทธิพิเศษในการข้ามแดนเช่นเดิม เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อสิทธิทางการศึกษาของเด็ก ๆ !!

    https://www.facebook.com/share/p/1G88EqWPX5/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ตู้ม‼️ตู้ม‼️แต่ไม่ด่วนละ.. ซ้ำๆ ละ.. ทัพอเมริกาโจมตีอิหร่านอีกแล้วและอิหร่านก็ซัดโต้อีกแล้วคูเวตโดนกะซวกอีกแล้วการเจรจาที่บอกว่าจวนๆ.. ใกล้ๆ.. ก็ค้างเติ่งอยู่งั้น มีตุ้บตั้บ แต่ไม่ถึงขั้นทำสงครามใหม่ แต่ก็ไม่เลิกราแยกย้ายสักที

    วันเดือนเคลื่อนคล้อย ก็น้ำลายย้อยอยู่ตรงนั้น

    ล่าสุด สดๆ ร้อนๆ ทัพอเมริกาแถลง ได้บึ้มเมือง Goruk และเกาะ Qeshm โดยอ้างว่า “ป้องกันตนเอง”
    ถล่มเรดาร์อิหร่าน และศูนย์บัญชาการโดรนของอิหร่านที่นั่น ในช่วงเสาร์อาทิตย์
    ระบุเป็นการแก้แค้นที่อิหร่านสอยโดรน MQ-1 ร่วงก่อน (ยอมรับว่าโดนจริง) ซึ่งฉับพลันนั้น เครื่องบินรบอเมริกาก็กระหน่ำใส่ระบบป้องกันทางอากาศของอิหร่าน ฐานบนแผ่นดินอิหร่าน และจ้วงกามิกาเซ่โดรนของอิหร่านตกไป 2 ลำ
    แต่มิหนำใจ ช่วงสุดสัปดาห์จึงต้องทลายเข้าไปอีก

    ฟากทัพอิหร่านก็แถลงบ้าง เฮ้ย คุณมาทิ่มใส่หอสัญญาณโทรคมนาคมที่เกาะ Sirik ได้ไง ยอมได้เหรอ
    และไม่ได้พาดไปถึงช่วงสุดสัปดาห์ แต่เป็นชั่วโมงที่ผ่านมา ที่โดนแหย่!
    เอ็งยิงมาจากไหน ข้าทวงกลับไปที่นั่น

    ฐานทัพอเมริกาบนดินแดนของคูเวตก็มีอันโดนถามไถ่สารทุกข์สุกดิบถามด้วยมิสไซล์และโดรน!!!!!
    ขณะนี้ยิงสกัดเป็นพัลวัน

    เรื่องก็คงไม่ด่วนแล้ว จำเจ
    ก็ประมาณนี้แล ...

    ยังไม่เบื่อหรือ
    FB_IMG_1780296090453.jpg FB_IMG_1780296095450.jpg
    https://www.facebook.com/share/14g72gLhtpH/

    https://www.facebook.com/share/14g72gLhtpH/
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    แล้วก็ด่า “เดโมแครต” ว่ากวนน้ำให้ขุ่น มือไม่พายเอาเท้าราน้ำ ประมาณว่าถ้าพูดแล้วไม่ช่วยอะไร ก็จงหยุดหอน แล้วอยู่เฉยๆ รอชมเถอะ ไอ้ง่าว
    (พิมพ์ว่า Dumocrats แทนที่จะเป็น Democrats เพื่อให้เสียงมันคล้ายคำว่างั่ง)

    FB_IMG_1780296139462.jpg
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    การปิดชายแดนไทย-กัมพูชาที่ยืดเยื้อ กลายเป็นแรงกดดันใหม่ต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ญี่ปุ่นในภูมิภาค หลังเส้นทางขนส่งทางบกที่เคยเชื่อมโรงงานในกัมพูชาเข้าสู่ฐานการผลิตในไทยต้องสะดุดจากการปิดด่านสำคัญ โดยเฉพาะด่านอรัญประเทศ-ปอยเปต

    ผลกระทบไม่ได้อยู่แค่การค้าชายแดนที่ชะลอตัว แต่ลามถึงซัพพลายเชนชิ้นส่วนรถยนต์ บริษัทญี่ปุ่นบางรายต้องเปลี่ยนจากการขนส่งทางบกไปใช้เส้นทางทะเลแทน ทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น ระยะเวลาส่งมอบนานขึ้น และกระทบต่อระบบการผลิตที่ต้องอาศัยความต่อเนื่องแบบตรงเวลา

    สถานการณ์นี้ทำให้ไทยในฐานะฐานการผลิตหลักของค่ายรถญี่ปุ่นในอาเซียนเผชิญความเสี่ยงมากขึ้น เพราะโมเดล “Thailand Plus One” ที่เคยใช้ไทยเป็นศูนย์กลาง และเชื่อมโยงประเทศเพื่อนบ้านเป็นฐานผลิตแรงงานเข้มข้น เริ่มถูกทดสอบจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์

    เมื่อด่านยังปิดยาว ความเสี่ยงจึงไม่ใช่แค่ต้นทุนขนส่งที่แพงขึ้น แต่รวมถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อเสถียรภาพของระเบียงเศรษฐกิจไทย-กัมพูชา และบทบาทของไทยในฐานะฐานการผลิตยานยนต์สำคัญของภูมิภาค

    อ่านต่อใน Comment ด้านล่าง

    #ชายแดนไทยกัมพูชา #อรัญประเทศปอยเปต #การค้าชายแดน #ซัพพลายเชน #ห่วงโซ่อุปทาน #ThailandPlusOne #อุตสาหกรรมยานยนต์ #รถญี่ปุ่น #ชิ้นส่วนยานยนต์ #โลจิสติกส์ #ต้นทุนขนส่ง #SPOTLIGHT #Biz1 #เศรษฐกิจ

    อ่านต่อที่: https://www.amarintv.com/spotlight/economy/547516

    https://www.facebook.com/share/17yFCWL2Fo/
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เวียดนามโตไว แต่ไร้แรงงานทักษะสูง | Spotlight World
    .
    เวียดนามกำลังก้าวขึ้นมาเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่ที่เนื้อหอมในสายตานักลงทุนต่างชาติ แต่ความท้าทายครั้งใหญ่คือ "การขาดแคลนแรงงานทักษะสูง" อาจฉุดรั้งไม่ให้ประเทศเติบโตไปไกลกว่านี้
    .
    #เวียดนาม #เศรษฐกิจเวียดนาม #เวียดนามโตไว #แรงงานทักษะสูง #SPOTLIGHT #Biz5 #SpotlightWorld

    https://www.facebook.com/share/v/1DoVE6nMqh/
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    จีนรับปากจัดหาอุปทานน้ำมัน ก๊าซและปุ๋ยทางการเกษตรแก่กัมพูชา หลังประเทศแห่งนี้กำลังเผชิญกับต้นทุนทางพลังงานและต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบอย่างหนักต่อเกษตรกร ครัวเรือนชนบทและเหล่าธุรกิจขนาดเล็ก

    รายงานข่าวของคิริโพสต์ สื่อมวลชนกัมพูชาภาคภาษาอังกฤษ ระบุว่าคำมั่นสัญญาดังกล่าวมีขึ้นระหว่างที่นายหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศของจีน พบปะกับนายปรัก สุคน รัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา รอบนอกการประชุมระดับสูงของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม ตามคำแถลงของกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา

    ถ้อยแถลงของกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชาในวันต่อมา วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม ตกลงให้การสนับสนุนกัมพูชา ด้วยอุปทานพลังงานและปุ๋ย ในช่วงเวลาที่กำลังเผชิญกับความปั่นป่วนทางอุปทานโลก และแรงกดดันภายในประเทศหนักหน่วงขึ้น

    จีน ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกปุ๋ยรายใหญ่ที่สุดในโลก ได้กำหนดมาตรการห้ามส่งออกปุ๋ยในเดือนมีนาคม เพื่อปกป้องตลอดภายในประเทศ อย่างไรก็ตามในวันที่ 27 พฤษภาคม ปักกิ่งได้ออกโควตาการส่งออกปุ๋ยยูเรีย โดยมีเป้าหมายเพื่อคลี่คลายราคาที่พุ่งสูงในตลาดโลก ตามหลังความปั่นป่วนทางอุปทาน อันเนื่องจากสงครามอิหร่าน

    กัมพูชา เป็นชาติที่อ่อนแออย่างมากจากภาวะออยล์ช็อค (วิกฤตการณ์ที่ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว รุนแรง และกะทันหัน อันเนื่องมาจากภาวะอุปทานชะงักงัน) โดยที่ มิลาน โธมัส นักเศรษฐศาสตร์ ณ ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย เคยเผบว่าปรเทศแห่งนี้นำเข้าปุ๋ยที่มีความจำเป็นในสัดส่วนถึง 98% ขณะที่ราวๆ 70% ของการบริโภคน้ำมัน ถูกนำไปใช้ในภาคการขนส่ง

    "พวกเขาพึ่งพิงการส่งออกและนำเข้า องค์ประกอบโครงสร้างทางเศรษฐกิจของพวกเขา พึ่งพาอย่างจริงๆจังๆต่อสินค้าขั้นกลาง(วัตถุดิบ ส่วนประกอบ หรือสินค้ากึ่งสำเร็จรูปที่ถูกนำไปใช้เป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการผลิต เพื่อสร้างเป็นสินค้าสำเร็จรูป) เพื่อให้เศรษฐกิจดำเนินไปอย่างราบรื่น" มิลาน โธมัส กล่าว พร้อมระบุครัวเรือนต่างๆที่อยู่ใกล้เส้นความขัดสนเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักหน่วงที่สุด

    เขาบอกว่าครัวเรือนตามชนบท แรงงานข้ามชาติ คนงานสิ่งทอและธุรกิจขนาดเล็ก กำลังประสบปัญหาในการรับมือกับผลกระทบจากราคาพลังงานที่พุ่งสูง

    (ที่มา:คิริโพสต์/อินเทลลินิวส์)

    https://www.facebook.com/share/17eRLQLu3w/
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    โฆษกรัฐบาลแจง "ไทยเปิดด่านอรัญประเทศชายแดนไทย-กัมพูชาให้เด็กเรียนหนังสือ" เป็นข่าวปลอม ยันยังไม่มีการเปิดด่าน

    #PPTVHD36

    https://www.facebook.com/share/p/18cTrJftqz/
     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    อิหร่านยิงขีปนาวุธ (Ballistic Missile) จากจังหวัดฆูเซสถาน มุ่งเป้าไปยังฐานทัพอากาศอาลี อัล ซาเล็ม (Ali al Salem Airbase) ในประเทศคูเวต เพื่อเป็นการตอบโต้ที่สหรัฐฯ ส่งเครื่องบินรบไปโจมตีระบบเรดาร์

    ทางด้านศูนย์บัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) แถลงว่า ปฏิบัติการโจมตีระบบเรดาร์และศูนย์บังคับการโดรนของอิหร่านในครั้งนี้ ทำไปเพื่อตอบโต้กรณีที่อิหร่านยิงโดรนรุ่น MQ-1 ของสหรัฐฯ ตกเมื่อวานนี้ ซึ่งทางสหรัฐฯ ยืนยันว่าโดรนลำดังกล่าวปฏิบัติการอยู่เหนือน่านน้ำสากล

    #ข่าวต่างประเทศ #เล่าข่าว #ประเด็นร้อน #สรุปข่าว #OrbitWire #hotnews #GlobalConflict #Geopolitics
    https://www.facebook.com/share/1EWDkyMB5e/
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เขมรเดือดร้อน! ไทยสร้างกำแพงปิดกันตายชายแดน "ปิดโอกาสเข้ามาทำงานในไทย" แห่คอมเม้นประท้วงไทย (คลิปใต้คอมเม้น)
    ทหารไทยเริ่มเดินหน้าสร้างแนวรั้วและกำแพงกั้นชายแดนอย่างถาวรในจุดนำร่อง (เช่น บริเวณ อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี) ฝั่งกัมพูชากังวล และ ได้รับผลกระทบจากการตัดขาดพื้นที่ทำกิน และ เส้นทางข้ามแดนที่เคยใช้ เพื่อความชัดเจน
    พื้นที่นำร่อง : กองทัพไทยสร้างกำแพงกั้นชายแดนแบบถาวรบริเวณจุดผ่านแดนหลักเขตที่ 52-54 อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี ระยะทางประมาณ 1.3 กิโลเมตร โดยเป็นจุดที่ตกลงกันได้และไม่มีปัญหาข้อพิพาท

    ชาวเขมรแห่คอมเม้นประท้วง


    https://www.facebook.com/share/1926Sfqu9R/
     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เขมร เร่งเกณฑ์ทหาร ส่งประชิดชายแดนไทย เร่งขุดคูเลท จัดหาอาวุธ เพื่อนำมาใช้ทางการทำหาร ไม่ยอมใช้งบประมาณในการพัฒนาประเทศ ใช้งบประมาณเกือบหมดจัดหาอาวุธ ถ้ามีนายทหารไทย หรือนักการเมืองไทย คนไหนไปสนับสนุน การเปิดด่าน เพื่อให้เขมรสามารถจัดหา ยุทธภัณฑ์ และส่งคนมาแทรกซึมชายแดนไทย นายทหาร และนักการเมืองคนนั้น ไม่ต้องจาก กบฏ ขายชาติเลย

    ---
    "ปุ๋ยล็อตใหม่ชายแดน"วันนี้เขมรเตรียมส่งทหารเกณฑ์ใหม่ เข้าสู่แนวหน้าชายแดนไทย-กัมพูชา หลังผ่านการฝึกเพียง 1 เดือนหลักสูตรพิเศษ เพื่อเร่งช่วย ขุดคูเลต สร้างบังเกอร์

    FB_IMG_1780296756069.jpg

    https://www.facebook.com/share/p/1Axr1mXkED/
     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    "เขมรสกปรก ย้ายหลักเขตทีเผลอ"วางกำลังรุดเข้าตรวจสอบหลักเขต ตชด.ผลัดเปลี่ยน ป้องกันหลักเขตถูกกัมพูชาแอบเคลื่อนย้าย อาศัยจังหวะไทยชะล่าใจ!!
    FB_IMG_1780297002384.jpg
    เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 ทหารไทยได้ลาดตระเวน และ ตรวจสอบด่านชายแดนหมายเลข 31, 32 และ 33 ในและรอบๆ ตำบลบึงตรอกกวน จังหวัดบันเตียเมียนชัย ด่านชายแดนบางแห่งเป็นด่านใหม่ ไม่ใช่ด่านสมัยฝรั่งเศส และ บางแห่งเป็นด่านสมัยฝรั่งเศสที่ชำรุดบางส่วน
    .
    #ทันข่าวสารอย่าลืมกดติดตามครับ!!

    https://www.facebook.com/share/p/1EjdbGXvgu/
     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    UPDATE: ‘รถเก่าแลกรถใหม่’ ไปต่อไม่ได้ สรรพสามิตเล็งออกมาตรการใหม่แทน เหตุติดปัญหาประเมินราคา-ภาครัฐกำจัดซากรถเองไม่ได้

    ‘รถเก่าแลกรถใหม่’ ไปต่อไม่ได้ คลังชี้ติดปมบริหารซากรถและประเมินมูลค่ารถใช้แล้ว ย้ำรัฐไม่มีศักยภาพรับภาระจัดการรถเก่าทั่วประเทศ สั่งสรรพสามิตร่างมาตรการใหม่ที่ทำได้จริงและตอบโจทย์การเปลี่ยนผ่านพลังงานมากกว่าเดิม

    ลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เผยว่าจะไม่มีการดำเนินโครงการ ‘รถเก่าแลกใหม่’ ต่อ เนื่องจากติดข้อจำกัดในการประเมินมูลค่ารถยนต์ และการบริหารจัดการซากรถอย่างถูกต้องตามมาตรฐาน โดยกรมสรรพสามิตจะเร่งศึกษาโครงการใหม่ๆ แทนที่ ตามวัตถุประสงค์ด้านการเปลี่ยนผ่านพลังงาน

    ลวรณระบุว่า หัวใจสำคัญของมาตรการ ‘รถเก่าแลกใหม่’ คือ ผู้ประกอบการหรือเจ้าของแบรนด์รถยนต์จะต้องรับผิดชอบรถเก่าที่ถูกนำมาแลกเปลี่ยนด้วยตนเอง เพื่อแลกกับการขายรถยนต์ใหม่ ไม่ใช่เป็นภาระของภาครัฐ พร้อมย้ำว่า หากผู้ประกอบการไม่ให้ความร่วมมือ โครงการก็จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้

    “ส่วนสำคัญที่สุด บริษัทที่เป็นเจ้าของรถยนต์จะแบรนด์ไหนก็ตาม ต้องรับรถเก่ากลับไปบริหารจัดการ ไม่ใช่รัฐ เพื่อแลกกับการขายรถใหม่ หากผู้ประกอบการที่เป็นเจ้าของแบรนด์ไม่ร่วมมือ เพราะภาครัฐคงไม่มีศักยภาพที่จะทำได้”

    สำหรับแนวทางบริหารจัดการรถยนต์เก่าที่เข้าร่วมโครงการนั้น ลวรณกล่าวว่า หากรถยังอยู่ในสภาพที่สามารถใช้งานได้ อาจมีทางเลือกในการส่งออกไปยังประเทศที่สาม ขณะที่รถที่หมดสภาพหรือมีอายุการใช้งานมากแล้ว จะต้องเข้าสู่กระบวนการทำลายซากอย่างถูกต้อง

    ทั้งนี้ ลวรณระบุว่า กรมสรรพสามิตกำลังอยู่ระหว่างจัดทำรายละเอียดของมาตรการใหม่ โดยมุ่งเน้นการสนับสนุนเป้าหมายการเปลี่ยนผ่านพลังงานตามวัตถุประสงค์ของ พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนในระยะต่อไป หลังเจ้าหน้าที่เร่งศึกษารายละเอียดและรูปแบบที่เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง

    “สรรพสามิตน่าจะมีโครงการใหม่ๆ เข้ามาแทนที่ ซึ่งอาจบริหารจัดการได้ง่ายกว่า และได้ผลลัพธ์ที่เป็นที่ต้องการ” ลวรณกล่าว

    ภาพ: ฐานิส สุดโต

    #TheStandardWealth
    #TheStandardPhoto #ฐานิสสุดโต

    https://www.facebook.com/share/1U31Zom1XB/
     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    “ทรัมป์" ปฏิวัติอุตสาหกรรมรถอเมริกาเหนือ ดันกฎใหม่บังคับชิ้นส่วนผลิตในสหรัฐ 50% สะเทือนเม็กซิโก-แคนาดา เสี่ยงเขย่าห่วงโซ่อุปทานโลก

    1 มิถุนายน 2569 รัฐบาลสหรัฐ เดินหน้าผลักดันการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ใน #อุตสาหกรรมยานยนต์อเมริกาเหนือ ด้วยข้อเสนอใหม่ในการ #ทบทวนความตกลงการค้าเสรี "สหรัฐ-เม็กซิโก-แคนาดา" (USMCA) อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของห่วงโซ่อุปทานรถยนต์โลกในทศวรรษหน้า
    .
    แหล่งข่าววงในการเจรจา เผยว่า สหรัฐได้ "เสนอให้รถยนต์และรถบรรทุกที่ต้องการรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีภายใต้ข้อตกลงการค้าใหม่" จะต้อง #ใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในภูมิภาคอเมริกาเหนือ เพิ่มขึ้นเป็น 82% จากเดิม 75% และในจำนวนดังกล่าวอย่างน้อย 50% ต้องเป็นมูลค่าการผลิตที่เกิดขึ้นภายในสหรัฐอเมริกา
    .
    ข้อเสนอครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับนโยบาย “America First” อย่างชัดเจน โดยมีเป้าหมายดึงฐานการผลิตกลับเข้าสหรัฐ สร้างงานในภาคอุตสาหกรรม และลดการพึ่งพาห่วงโซ่อุปทานต่างประเทศ ท่ามกลางการแข่งขันทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีกับจีนที่ทวีความเข้มข้นมากขึ้น
    .
    #แคนาดา ถูกกันออกจากวงเจรจา...สิ่งที่สร้างแรงสั่นสะเทือนทางการเมืองมากที่สุด คือการที่สหรัฐและเม็กซิโกเปิดการหารือแบบทวิภาคี โดยไม่มีแคนาดาเข้าร่วมในรอบล่าสุดที่กรุงเม็กซิโกซิตี
    .
    ข้อเสนอใหม่ยังระบุว่า สัดส่วนชิ้นส่วนที่ผลิตในแคนาดาอาจไม่ถูกนับรวมในเงื่อนไขมูลค่า 50% ที่ต้องผลิตในสหรัฐ ทำให้หลายฝ่ายมองว่านี่คือความพยายามลดบทบาทแคนาดาในอุตสาหกรรมยานยนต์ภูมิภาค
    .
    หากแนวทางนี้ถูกบังคับใช้จริง อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการผลิตรถยนต์ครั้งใหญ่ เนื่องจากโรงงานประกอบรถยนต์จำนวนมากในแคนาดาและเม็กซิโกปัจจุบันเป็นส่วนสำคัญของห่วงโซ่อุปทานที่เชื่อมโยงกับสหรัฐ
    .
    เป้าหมายดึงโรงงานกลับบ้าน ตลอดหลายปีที่ผ่านมา รัฐบาลทรัมป์วิจารณ์การย้ายฐานการผลิตรถยนต์ไปยังเม็กซิโกและแคนาดา โดยมองว่าทำให้แรงงานอเมริกันสูญเสียงานจำนวนมาก
    .
    ข้อเสนอใหม่จึงมีเป้าหมายกดดันให้ค่ายรถยนต์ระดับโลก เช่น Ford, General Motors, Stellantis, Toyota, Honda และ Volkswagen เพิ่มสัดส่วนการผลิตในสหรัฐ เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ทางภาษีและความสามารถในการแข่งขันในตลาดอเมริกา
    .
    ผู้เชี่ยวชาญด้านการค้าระหว่างประเทศมองว่า หากข้อเสนอนี้ผ่านความเห็นชอบ ผู้ผลิตรถยนต์อาจต้องลงทุนสร้างโรงงานใหม่ในสหรัฐหลายแห่ง รวมถึงย้ายสายการผลิตบางส่วนกลับจากเม็กซิโกและแคนาดา
    .
    #ผลกระทบต่อราคารถยนต์ แม้นโยบายดังกล่าวจะช่วยกระตุ้นการจ้างงานภายในประเทศ แต่หลายฝ่ายกังวลว่า ต้นทุนการผลิตรถยนต์อาจเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
    .
    #สมาคมผู้ผลิตยานยนต์ หลายแห่งเตือนว่า การบังคับเพิ่มสัดส่วนชิ้นส่วนจากสหรัฐอาจทำให้ต้นทุนต่อคันสูงขึ้นหลายพันดอลลาร์ เนื่องจากค่าแรงและต้นทุนการผลิตในสหรัฐสูงกว่าเม็กซิโกหลายเท่า
    .
    ผลที่ตามมาอาจส่งผลให้ผู้บริโภคอเมริกันต้องเผชิญราคารถยนต์ใหม่ที่สูงขึ้น ขณะที่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งกำลังแข่งขันด้านราคากับผู้ผลิตจากจีน อาจได้รับผลกระทบเป็นพิเศษ
    .
    สงครามการค้าอุตสาหกรรมยานยนต์รอบใหม่ นักวิเคราะห์จำนวนมากมองว่า การผลักดันกฎถิ่นกำเนิดสินค้า (Rules of Origin) ที่เข้มงวดขึ้น ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องการค้ากับเม็กซิโกและแคนาดาเท่านั้น แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมของสหรัฐในการรับมือการแข่งขันจากจีน
    .
    ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา #รถยนต์ไฟฟ้า จาก #จีน รุกตลาดโลกอย่างรวดเร็ว ขณะที่รัฐบาลสหรัฐพยายามสร้างระบบการผลิตภายในประเทศตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทั้งแบตเตอรี่ ชิปอิเล็กทรอนิกส์ และชิ้นส่วนสำคัญ
    .
    หลายฝ่ายจึงมองว่ากฎใหม่ของทรัมป์อาจเป็นจุดเริ่มต้นของ “สงครามห่วงโซ่อุปทานยานยนต์” รอบใหม่ ซึ่งจะส่งผลต่อการลงทุนและการเคลื่อนย้ายฐานการผลิตทั่วโลก
    .
    สำหรับประเทศไทย แม้จะไม่ได้เป็นคู่สัญญา USMCA โดยตรง แต่การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการผลิตในอเมริกาเหนืออาจส่งผลต่ออุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ไทยที่เชื่อมโยงกับผู้ผลิตระดับโลก
    .
    หากค่ายรถยนต์ต้องเพิ่มสัดส่วนการผลิตในสหรัฐ อาจมีการปรับโครงสร้างการจัดซื้อชิ้นส่วนจากต่างประเทศ ซึ่งอาจกระทบต่อผู้ส่งออกชิ้นส่วนรถยนต์ในเอเชีย รวมถึงไทยในระยะยาว
    .
    ขณะเดียวกัน ไทยยังมีโอกาสได้รับอานิสงส์จากการปรับฐานการลงทุนของผู้ผลิตบางรายที่ต้องการกระจายความเสี่ยงนอกภูมิภาคอเมริกาเหนือ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนเทคโนโลยีขั้นสูง
    .
    การเจรจารอบต่อไปของ #สหรัฐ และ #เม็กซิโก จึงถูกจับตาอย่างใกล้ชิดจากทั้งภาคอุตสาหกรรม นักลงทุน และรัฐบาลทั่วโลก เพราะผลลัพธ์ที่ออกมาอาจกำหนดทิศทางอุตสาหกรรมยานยนต์โลกในอีกหลายปีข้างหน้า
    .
    .
    #Thaitribune

    https://www.facebook.com/share/1H4xCJRXF8/
     
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ราคาน้ำมันดิบในเอเชีย 1 มิ.ย.พุ่งกว่า 2% ราคาไนเม็กซ์สหรัฐ 89.81 ดอลล์ +2.45$ ราคาเบร็นท์อังกฤษ 93.33 ดอลล์ +2.21$ สหรัฐโจมตี 2 เกาะในอิหร่าน หลังอิหร่านยิงโดรนสหรัฐในน่านน้ำสากล BTimes

    วันนี้ 1 มิถุนายน 2026 เมื่อเวลา 11.00 น. หรือตรงกับเวลา 12.00 น. . ตามเวลาสิงคโปร์ ราคาน้ำมันดิบไนเม็กซ์ นิวยอร์ก สหรัฐ เคลื่อนไหวที่ 89.81 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล +2.45 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล หรือ +2.80% สอดคล้องกับราคาน้ำมันดิบเบร็นท์ อังกฤษ ทะเลเหนือ ปิดที่ 93.33 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล +2.21 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล หรือ +2.43%

    สาเหตุจากการโจมตีของสหรัฐอเมริกาที่มีต่อสองเกาะสำคัญในประเทศอิหร่านซึ่งเป็นการโจมตีในเชิงป้องกันตนเองหลังจากที่กองทัพอิหร่านยิงโจมตีโดรนรุ่นเอ็มคิว-หนึ่งของสหรัฐอเมริกาในบริเวณน่านน้ำสากลซึ่งถือเป็นการปฏิบัติที่ผิดกฎหมายความมั่นคงระหว่างประเทศ นอกจากนี้กองทัพอิหร่านเปิดเผยว่าจะเปิดปฏิบัติการโจมตีตอบโต้ต่อการกระทำของกองทัพสารอเมริกา ในเวลาเดียวกันกองทัพอากาศคูเวต เปิดเผยว่าได้ยินสกัดและทำลายโดรนและขีปนาวุธซึ่งมาจากภาคใต้ของประเทศอิหร่าน

    ย้อนกลับไปเมื่อวันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม 2026 ที่ผ่านมา ตลาดซื้อขายน้ำมันดิบ นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา รายงานว่า วันที่ 29 พฤษภาคม 2026 ราคาน้ำมันดิบไนเม็กซ์ นิวยอร์ก สหรัฐ ปิดที่ 87.36 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล -1.54 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล หรือ -1.70% ส่งผลเป็นราคาปิดที่ต่ำที่สุดในรอบ 2 เดือนที่ผ่านมา ในสัปดาห์นี้ ราคาน้ำมันดิบปิดลดลง -9.00% ทำสถิติราคาน้ำมันรายสัปดาห์ลดลงมากที่สุดในรอบ 6 สัปดาห์

    ด้านราคาน้ำมันดิบเบร็นท์ อังกฤษ ทะเลเหนือ ปิดที่ 92.05 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล -1.66 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล หรือ -1.80% ส่งผลให้เป็นราคาน้ำมันดิบปิดลดลง 3 วันติดต่อกันรวม -7.53 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล หรือ -7.71% ในสัปดาห์นี้ ราคาน้ำมันดิบปิดลดลง -11.00% ทำสถิติราคาน้ำมันดิบรายสัปดาห์ลดลงมากที่สุดในรอบ 7 สัปดาห์ผ่านมา

    สาเหตุจาก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่าการเจรจาหารือบันทึกความเข้าใจสันติภาพระหว่างอิหร่านและสหรัฐอเมริกามีความคืบหน้า อย่างไรก็ตามประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกากล่าวว่าการเจรจานั้นยังคงมีข้อคิดเห็นที่แตกต่าง และมีรายละเอียดที่จะต้องแก้ไขในการนำไปสู่การเจรจาสันติภาพ

    #น้ำมันดิบ #สหรัฐ #อังกฤษ #เศรษฐกิจ #ราคาน้ำมันวันนี้ #BTimes

    https://www.facebook.com/share/1B6nXCAAnY/
     
  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    อสังหาฯไทยฟื้นทิพย์ ยอดโอนไตรมาส 1 พุ่งกว่า 72,000 หน่วย พุ่งตั้ง 11% แต่มูลค่ากระเถิบแค่ 3% ไส้ในชัด ยอดโอนมือสองมีถึง 67% บ้านมือสองต่ำ 7 ล้านโอนสนุกเพิ่มเกือบ 13% สวนยอดโอนบ้านเกิน 7 ล้าน ดิ่งเหวเกือบ -15% BTimes

    Jun 1, 2026 ฟื้นทิพย์มาก! ยอดโอนบ้านหรูหราราคาเกิน 7 ล้านบาทหดหายหนักเกือบสวนทางบ้านมือสองราคาต่ำ 7 ล้านกลับโอนคึกคัก

    ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) เปิดเผยว่าในไตรมาส 1 ปี 2569 การโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยทั่วประเทศ 72,583 หน่วย เพิ่มขึ้น 11.2% จากปีก่อน แต่มูลค่ารวมอยู่ที่ 187,182 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเพียง 3.1% สะท้อนว่าผู้บริโภคกลับมาซื้อบ้านมากขึ้น แต่กำลังซื้อยังเทไปที่อสังหาฯ ระดับราคากลางถึงล่าง มากกว่าบ้านระดับบนที่มีมูลค่าสูง

    ตลาดบ้านมือสองมีบทบาทมากขึ้นอย่างมากในไตรมาสแรกปีนี้ บ้านมือสองมีสัดส่วนสูงถึง 67% ของการโอนทั้งหมด ขณะที่บ้านสร้างใหม่เหลือเพียง 33% สาเหตุจากผู้บริโภคต้องการบ้านที่ราคาคุ้มกว่า เข้าถึงง่ายและไม่มีภาระมาก และสามารถเข้าอยู่ทันที

    ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังเปราะบาง รวมถึงภาระดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับสูงโดยเฉพาะบ้านราคาไม่เกิน 7 ล้านบาทกลายเป็นตลาดใหญ่ที่สุด มีการโอนรวม 69,447 หน่วย เพิ่มขึ้น 12.7% มูลค่ารวม 141,242 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.5% ในจำนวนนี้ บ้านมือสองเติบโตแรงกว่าบ้านใหม่อย่างชัดเจน ทั้งด้านจำนวนและมูลค่า

    กลุ่มบ้านราคาตั้งแต่ 7 ล้านบาทขึ้นไปเผชิญภาวะชะลอตัวอย่างเห็นได้ชัดยอดโอนรวมเหลือเพียง 3,136 หน่วย ลดลง 14.8% ส่วนมูลค่าลดลง 16.3% เหลือ 45,940 ล้านบาท ดังนั้น ตลาดอสังหาฯ ไทยปี 2569 จึงกลายเป็นตลาดของบ้านราคาจับต้องได้มากกว่าตลาดบ้านหรูหราเหมือนในอดีต
    #บ้านมือสอง #อสังหาริมทรัพย์ #บ้านหรู #โอน #BTimes

    https://www.facebook.com/share/18ynqJG8YD/
     
  18. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ครึ่งปีหลังมาแน่ ไทยเผชิญซูเปอร์เอลนีโญ ภัยแล้ง-วิกฤตแล้ง ดันโรงแรม-รีสอร์ตตามเกาะท่องเที่ยวภาคใต้เจอต้นทุนซื้อน้ำพุ่ง 40% เตือนโรงงานในพื้นที่อีอีซีจ่อจำกัดโควต้าน้ำดิบ BTimes

    Jun 1, 2026 แพงขึ้นแน่! เศรษฐกิจไทยจ่อเผชิญปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญ กระทบเป็นห่วงโซ่ในภาคอุตสาหกรรมและธุรกิจบริการ

    แบบจำลองภูมิอากาศล่าสุดจาก องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) และ กรมอุตุนิยมวิทยา บ่งชี้ว่าอุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยถึง 2-3 องศาเซลเซียส กำลังเร่งให้เกิดภาวะภัยแล้ง และฝนทิ้งช่วงยาวนานในประเทศไทย

    สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และ ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจชั้นนำ ประเมินว่า ธุรกิจบริการ เช่น โรงแรมและรีสอร์ต โดยเฉพาะในเกาะท่องเที่ยวหลักอย่างภูเก็ตและสมุย กำลังเผชิญภาวะต้นทุนแฝงสูงขึ้นจากค่าไฟฟ้าที่พุ่งสูงตามความต้องการระบบทำความเย็น และต้นทุนการจัดหาซื้อน้ำดิบจากเอกชนที่อาจเพิ่มขึ้นร้อยละ 20-40 เนื่องจากน้ำต้นทุนในพื้นที่ลดลงอย่างวิกฤต

    สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.) เตือนภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ให้ผู้ประกอบการเร่งบริหารจัดการน้ำภายในโรงงานผ่านระบบหมุนเวียน เพื่อลดความเสี่ยงจากการถูกจำกัดโควตาน้ำดิบ นอกจากนี้ อุตสาหกรรมอาหารและเกษตรแปรรูป ยังคงต้องเฝ้าระวังภาวะขาดแคลนวัตถุดิบต้นน้ำ ซึ่งอาจส่งผลให้ต้นทุนการผลิตผันผวนในช่วงปลายปีนี้

    ทั้งนี้ นักวิเคราะห์แนะนำให้ภาคธุรกิจยกระดับการบริหารความเสี่ยง โดยปรับเปลี่ยนมาใช้ระบบการตลาดและสายการผลิตที่ยืดหยุ่นตามสภาพอากาศจริง ควบคู่ไปกับการเร่งลงทุนในเทคโนโลยีประหยัดพลังงาน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ธุรกิจในระยะยาวอย่างยั่งยืน
    #ซูเปอร์เอลนีโญ #ภัยแล้ง #น้ำแล้ง #โรงแรม #โรงงาน #BTimes

    https://www.facebook.com/share/18iD3vP4HW/
     
  19. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    รัสเซียส่งคำเตือนขั้นรุนแรงถึงญี่ปุ่น ชี้พฤติกรรม “พึ่งพา 3 ขั้วอันตราย” และแรงกดดันรอบทิศต่อรัฐบาล ซานาเอะ ทากาอิจิ

    สถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกกำลังทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อสหพันธรัฐรัสเซียเปิดฉากยกระดับท่าทีทางการทูตและการทหาร ส่งคำเตือนอย่างแข็งกร้าวที่สุดถึงรัฐบาลญี่ปุ่นภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทากาอิจิ (#SanaeTakaichi) โดยกล่าวหาว่าญี่ปุ่นกำลังเดินหน้าสู่การเป็นประเทศทางการทหาร (Militarization) และละเมิดข้อตกลงในสนธิสัญญาการยอมจำนนเมื่อครั้งสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 อย่างรุนแรง

    1. แถลงการณ์กร้าวจากมอสโก: ความอดทนมีขีดจำกัด

    การเปิดหน้าแลกหมัดครั้งนี้เกิดขึ้นในวันที่ 28 พฤษภาคม 2026 ผ่านสองขุนพลระดับสูงของรัสเซีย:

    -เซนเกย์ ชอยกู (Sergei Shoigu) เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย ได้แถลงต่อหน้าผู้แทนจากกว่า 100 ประเทศในงานฟอรั่มความมั่นคงระหว่างประเทศ ณ กรุงมอสโก แสดงความกังวลว่า #ญี่ปุ่น กำลังเบี่ยงเบนออกจากพันธกรณีประเทศผู้แพ้สงคราม เริ่มมีการหารือเรื่องการครอบครองขีปนาวุธพิสัยกลางและระยะสั้น และไม่ตัดความเป็นไปได้ที่ญี่ปุ่นจะพัฒนา "#อาวุธนิวเคลียร์" ในอนาคต

    มาเรีย ซาคาโรวา (Maria Zakharova) โฆษกกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย ได้ประกาศเตือนในเชิงปฏิบัติการว่า การที่ #สหรัฐฯ นำระบบขีปนาวุธพิสัยกลาง "#ไทฟอน" (Typhon) มาติดตั้งในดินแดนญี่ปุ่น ไม่ว่าจะในรูปแบบชั่วคราว หมุนเวียน หรือถาวร #รัสเซีย จะถือว่าเป็น "การกระทำที่เป็นศัตรูและเจตนาร้ายอย่างเด่นชัด" ซึ่งรัสเซียที่ปัจจุบันหลุดพ้นจากข้อจำกัดของ #สนธิสัญญาอาวุธนิวเคลียร์พิสัยกลาง (INF) แล้ว จะเดินหน้ามาตรการตอบโต้ทางเทคนิคทหารที่รุนแรงและเด็ดขาดที่สุด

    2. ชำแหละโครงข่าย "3 สิ่งอันตราย" ที่รัสเซียระบุว่าญี่ปุ่นกำลังพึ่งพา

    เส้นทางการยกระดับทางทหารของญี่ปุ่นที่สร้างความไม่พอใจให้กับทั้งรัสเซียและจีน ออกเป็น 3 ขั้วหลัก:

    -ขั้วที่ 1: การลากกลุ่ม #NATO เข้าสู่ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ในยุคของ ทากาอิจิ ญี่ปุ่นได้ฉีกหน้ากาก "ความร่วมมือด้านความมั่นคงส่วนภูมิภาค" ออกอย่างสิ้นเชิง โดยนายกฯ ญี่ปุ่นได้ต่อสายตรงถึงเลขาธิการ NATO เพื่อผลักดันให้ญี่ปุ่นเป็น "พันธมิตรระดับโลก" มีการตั้งสำนักงานติดต่อ ดึงเอาระบบความมั่นคงไซเบอร์และอวกาศเข้าสู่กรอบความร่วมมือ รัสเซียประเมินว่านี่คือการจงใจลอกเอาโมเดลการเผชิญหน้าขัดแย้งแบบยุโรป มาตั้งโต๊ะที่หน้าบ้านของเอเชีย

    -ขั้วที่ 2: การสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางการทหารในฝั่งตะวันออกไกล การเปิดทางให้สหรัฐฯ นำขีปนาวุธพิสัยกลาง "ไทฟอน" เข้ามาซ้อมรบและประจำการหมุนเวียน ทำให้พื้นที่ส่วนลึกในตะวันออกไกลของรัสเซียตกอยู่ในระยะยิงขีปนาวุธแม่นยำสูงเป็นครั้งแรก นอกจากนี้ ญี่ปุ่นเองยังได้ติดตั้งขีปนาวุธระยะไกลที่มี "ศักยภาพในการโจมตีฐานทัพศัตรู" ในจังหวัดคุมาโมโตะและชิสึโอกะ ซึ่งรัสเซียและผู้แทนจีนในสหประชาชาติมองว่าเป็นการฉีกรัฐธรรมนูญสันติภาพที่ "เน้นการป้องกันเป็นหลัก" เพื่อพยายามเขียนประวัติศาสตร์ผู้แพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 ใหม่

    -ขั้วที่ 3: การแทรกแซงประเด็น #ไต้หวัน และยั่วยุทางประวัติศาสตร์ ทากาอิจิได้แสดงจุดยืนในสภาอย่างชัดเจน โดยผูกโยงประเด็น "#วิกฤตไต้หวัน" ให้กลายเป็น "#วิกฤตความอยู่รอดของญี่ปุ่น" มีการส่งเรือรบแล่นผ่านช่องแคบไต้หวันอย่างจงใจ รวมถึงกรณีที่ทากาอิจิส่งเครื่องสักการะไปยังศาลเจ้า ‘#ชำระล้างประวัติศาสตร์’ อย่าง "#ศาลเจ้ายาสุกุนิ" ซึ่งโฆษกซาคาโรวาของรัสเซียประณามอย่างรุนแรงว่าเป็นพฤติกรรมที่ไร้ความรู้สึกต่อเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายในประเทศเพื่อนบ้านและพยายามฟอกขาวอาชญากรรมสงคราม

    3. เหตุผลที่ ซานาเอะ ทากาอิจิ กำลังเผชิญหน้ากับ "ปัญหาใหญ่"
    ภัยคุกคามและปัญหารอบตัวของผู้นำญี่ปุ่นไม่ได้มาจากแรงกดดันภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากกลไกสะท้อนกลับทางการเมือง 3 ด้าน:

    1. การจับมือแบบ Double Pressure ของจีนและรัสเซีย: รัสเซียขู่ติดตั้งขีปนาวุธตอบโต้ทางทิศเหนือ ขณะที่จีนขีดเส้นตายเรื่องผลประโยชน์หลักในช่องแคบไต้หวันทางทิศใต้ การที่ญี่ปุ่นเลือกเล่นเกมอันตราย "ปลดล็อกอาวุธฝั่งตนเอง-ลากมหาอำนาจมารุม" กำลังทำให้ญี่ปุ่นกลายเป็นเป้าสายตาของสองมหาอำนาจนิวเคลียร์ที่เป็นสมาชิกถาวรคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ

    2. รอยร้าวภายในประเทศญี่ปุ่น: สังคมญี่ปุ่นไม่ได้เป็นเอกภาพในเรื่องนี้ ประชาชนและพรรคฝ่ายค้านเริ่มเดินขบวนประท้วงต่อต้านการเพิ่มงบประมาณกลาโหมทะลุ 2% ของ GDP การส่งออกอาวุธร้ายแรง และการพยายามแตะต้อง "#หลักการไม่ครอบครองนิวเคลียร์3ประการ" ยิ่งทากาอิจิแสดงความเป็นขวาสุดโด่งมากเท่าไหร่ มันจะกลายเป็นหนี้สินทางการเมือง (Political Liabilities) ภายในประเทศมากเท่านั้น

    3. ร่มเงาอเมริกา... ปลอดภัยจริงหรือ?: นักวิเคราะห์เตือนสติว่า ขีปนาวุธของสหรัฐฯ ที่ตั้งอยู่ในดินแดนญี่ปุ่นนั้น แม้เป้าหมายแรกจะเล็งไปที่รัสเซียหรือจีน แต่หากเกิดการปะทะหรือ "ปืนลั่น" ขึ้นมา ดินแดนที่จะต้องรองรับระเบิดและแรงกระแทกกลับไม่ใช่แผ่นดินสหรัฐฯ แต่เป็นเกาะญี่ปุ่นเองที่คนญี่ปุ่นตระหนักดี

    "ไต้หวันคือไต้หวันของจีน" #แถลงการณ์ไคโร และ #ปฏิญญาพ็อทส์ดัม ระบุสถานะผู้แพ้สงครามของญี่ปุ่นไว้อย่างชัดเจน ดังนั้นญี่ปุ่นจึงไม่มีสิทธิ์ทางกฎหมายหรือประวัติศาสตร์ใด ๆ ที่จะเข้ามาแทรกแซงหรือผูกอนาคตของไต้หวันเข้ากับยุทธศาสตร์ความมั่นคงของตนเอง

    การที่รัสเซียออกมาเตือน และจีนยืนหยัดในจุดยืนเดิม เป็นการส่งสัญญาณว่า ความสงบสุขในเอเชีย-แปซิฟิกไม่ได้สร้างขึ้นด้วยการขนขีปนาวุธหรือตั้งกลุ่มพันธมิตรทหารมาล้อมกรอบคนอื่น เส้นทางสู่ "ประเทศปกติ" ของญี่ปุ่น ไม่ใช่การขยายกองทัพหรือแก้รัฐธรรมนูญ แต่คือการยอมรับความจริง จ่ายหนี้ประวัติศาสตร์ และเคารพเส้นแดงของประเทศเพื่อนบ้าน มิฉะนั้น ยุทธศาสตร์ระยะสั้นที่ทากาอิจิคิดว่าจะทำให้ญี่ปุ่นยิ่งใหญ่ อาจกลายเป็นการผลักประเทศเข้าไปอยู่ตรงกลางระหว่างแท่นโม่หินของมหาอำนาจโลก ที่ผลลัพธ์และราคาที่ต้องจ่าย... ประวัติศาสตร์และภูมิศาสตร์ได้เขียนคำตอบไว้ล่วงหน้าแล้ว

    #ChinaFocus

    Ref.: Sputnik


    https://www.facebook.com/share/p/1NnM9D4JLJ/
     
  20. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    จาก ‘เรือรบซังกะบ๋วยยอดแย่’ สู่รันเวย์เครื่องบินรบยุคที่ 5

    ข่าวการฝึกซ้อมรบในน่านน้ำส่วนลึกของมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกของ เรือบรรทุกเครื่องบินเหลียวหนิง (Liaoning) กองทัพเรือจีนในเดือนพฤษภาคม 2026 นี้ กำลังกลายเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงการเปลี่ยนแปลงดุลอำนาจทางทะเลครั้งสำคัญ และเป็นหมัดฮุคตอกกลับสื่อตะวันตกที่เคยสบประมาทเรือลำนี้ไว้เมื่อหลายปีก่อนอย่างเจ็บแสบ

    หากย้อนกลับไปในเดือนกันยายน 2018 นิตยสาร Business Insider ของสหรัฐฯ เคยจัดอันดับ "7 เรือบรรทุกเครื่องบินที่แย่ที่สุดในโลก" โดยจัดให้เรือเหลียวหนิงของจีนรั้งตำแหน่ง "ยอดแย่อันดับหนึ่ง" ด้วยข้อหาว่าเป็นเพียงเศษซากเรือเก่าตกรุ่น "วาริยาก" (Varyag) ของโซเวียตที่สร้างไม่เสร็จ ใช้ระบบขับเคลื่อนกังหันไอน้ำที่ล้าสมัย และใช้รันเวย์แบบปรับมุมเชิด (Ski-jump) ที่มีข้อจำกัดในการบรรทุกสูง ทว่าในวันนี้ ยุทธศาสตร์ของกองทัพเรือจีนได้พิสูจน์แล้วว่า มุมมองของตะวันตกในวันนั้นคือการนำ "ไม้บรรทัดที่ขึ้นสนิม มาวัดขนาดของเด็กที่กำลังเจริญเติบโต"

    1. จาก ‘ตำราเรียนที่มีชีวิต’ สู่ฐานรากห่วงโซ่อุตสาหกรรม

    สถานะที่แท้จริงของเรือเหลียวหนิงตั้งแต่แรกเริ่ม ไม่ใช่เรือรบหลักในแนวหน้า แต่เป็น "ศิลาฤกษ์ก้อนแรก" และเป็นตำราเรียนที่มีชีวิตเพื่อสร้างระบบนิเวศการบินทางทะเลของจีนจากศูนย์ จีนยอมซื้อซากเรือที่ระบบขับเคลื่อนถูกถอดทำลายในปี 1998 ฝ่าฟันวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ที่ช่องแคบบอสฟอรัส จนกระทั่งดัดแปลงและเข้าประจำการในปี 2012

    สิ่งที่เรือเหลียวหนิงมอบให้กองทัพเรือจีนไม่ใช่แค่จำนวนเครื่องบินที่บรรทุกออกไป แต่คือการ "แกะสูตรและสร้างห่วงโซ่อุตสาหกรรมเรือบรรทุกเครื่องบินทั้งหมด" ทั้งระบบจัดการบนดาดฟ้า, ลวดสลิงดักเครื่องบิน (Arresting Gear), การจัดส่งเครื่องบินในอู่ใต้ดาดฟ้า และการจัดกองเรือคุ้มกัน สิ่งเหล่านี้ไม่มีใครขายหรือให้ลอกเลียนแบบ เมื่อจีนทำระบบนี้สำเร็จและกลายเป็นมาตรฐาน จึงสามารถต่อยอดไปสู่การสร้างเรือซานตง (Shandong) และเรือฟู่เจี้ยน (Fujian) ที่มีระบบดีดส่งพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้า (Electromagnetic Catapult) จนเกิดเป็นระบบ "3 เรือบรรทุกเครื่องบิน" ในปัจจุบัน

    2. หมัดเด็ดวิศวกรรม: เมื่อ ‘เครื่องบินรบยุคที่ 5’ ประจำการบนเรือที่เคยถูกตราบาปว่าแย่ที่สุด

    ดราม่าเชิงเทคโนโลยีที่ดึงดูดสายตาชาวโลกมากที่สุดคือ ความคืบหน้าของ J-35 เครื่องบินรบล่องหน (Stealth) ยุคที่ 5 ที่จีนพัฒนาขึ้นเอง:

    ปี 2024: สื่อทางการจีนเปิดเผยภาพ J-35 ทดสอบบินขึ้น-ลงบนเรือเหลียวหนิงเป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นการยืนยันว่าเครื่องบินรบยุคที่ 5 สามารถปรับตัวเข้ากับรันเวย์แบบ Ski-jump ได้

    กันยายน 2025: J-35 ประสบความสำเร็จในการทดสอบระบบดีดส่งแม่เหล็กไฟฟ้า (CATOBAR) บนเรือฟู่เจี้ยน

    พฤษภาคม 2026 (ปัจจุบัน): ในการซ้อมรบครั้งล่าสุด ผู้เชี่ยวชาญยืนยันว่า J-35 และ J-15T มีความพร้อมร้อยเปอร์เซ็นต์ในการปฏิบัติการบนรันเวย์สกีจัมป์ของเรือเหลียวหนิงและเรือซานตง

    ความสำเร็จนี้แสดงถึง ความยืดหยุ่นเชิงวิศวกรรมขั้นสูง ตัวเครื่องบินถูกออกแบบโครงสร้าง ชุดฐานล้อ และระบบควบคุมการบินให้รองรับได้ "ทุกลักษณะ" ทั้งระบบดีดส่งและระบบวิ่งขึ้นเอง ซึ่งทำให้เรือบรรทุกเครื่องบินที่ตะวันตกเคยหัวเราะเยาะ กลายเป็นหนึ่งในเรือไม่กี่ลำของโลกในปัจจุบันที่มีเครื่องบินรบล่องหนยุคที่ 5 ประจำการอยู่บนดาดฟ้า

    3. 3 ความเป็นจริงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทำให้กองทัพสหรัฐฯ ต้อง ‘ปวดหัว’

    การจับคู่กันระหว่างเรือเหลียวหนิงและเครื่องบินรบ J-35 ไม่ใช่แค่การป่าวประกาศความสำเร็จ แต่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในแปซิฟิกตะวันตกผ่าน 3 ปัจจัยจริง:

    -การสูญเสียการผูกขาดน่านฟ้า: ในอดีต ความมั่นใจของสหรัฐฯ ในแปซิฟิกขึ้นอยู่กับการประจำการของ F-35C เพื่อสร้างความได้เปรียบทางเทคโนโลยี แต่เมื่อ J-35 สามารถประจำการได้ทั้งบนเรือระบบสกีจัมป์และระบบดีดส่ง ช่องว่างทางเทคโนโลยี (Generation Gap) จึงหดแคบลงอย่างรวดเร็ว

    -คณิตศาสตร์ของการปรากฏตัว: โครงสร้าง 3 เรือบรรทุกเครื่องบิน (1 ลำซ่อมบำรุง, 1 ลำฝึกซ้อม, 1 ลำเตรียมพร้อมปฏิบัติการ) ทำให้กองทัพเรือจีนสามารถคงกองเรือบรรทุกเครื่องบินในแปซิฟิกตะวันตกได้เป็น "ประจำสม่ำเสมอ" ไม่ใช่แค่มาเป็นครั้งคราว ซึ่งท้าทายความเคยชินเดิมของสหรัฐฯ ที่คุมน่านน้ำนี้มาหลายทศวรรษ

    -ความหนาแน่นของตาข่ายอุตสาหกรรม: เรือเหลียวหนิงคือภาพสะท้อนของการ "พลิกเกม" จากซากเรือเก่าสู่เมล็ดพันธุ์ที่งอกเงยเป็นอุตสาหกรรมการต่อเรือ, วิทยาศาสตร์วัสดุศาสตร์, ระบบอิเล็กทรอนิกส์ และระบบโลจิสติกส์ทางทะเลที่แข็งแกร่ง ซึ่งเป็นโครงข่ายที่ยากจะทำลายด้วยเพียงบทความสบประมาท

    คำดูถูกในอดีตไม่ใช่สิ่งน่ารังเกียจ แต่สิ่งสำคัญคือจีนไม่ได้หยุดเดิน เส้นทางของเรือเหลียวหนิงในรอบสิบกว่าปีมานี้พิสูจน์แล้วว่า ความล้าหลังหรือความเชื่องช้าในก้าวแรก ไม่ได้หมายความว่าจะต้องล้าหลังตลอดไป การเปลี่ยนเสียงวิจารณ์ให้เป็นเชื้อเพลิงในการพัฒนา คือวิถีที่มหาอำนาจพึงกระทำ!

    #ChinaFocus #เรือบรรทุกเครื่องบิน #辽宁舰 #J35 #เครื่องบินรบยุคที่5

    https://www.facebook.com/share/p/1Cj8cQb3BN/
     

แชร์หน้านี้

Loading...