ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,475
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางพุ่งสูงขึ้นอีกครั้ง หลังมีรายงานการโจมตีทางอากาศมุ่งเป้าไปยังฐานทัพเรือสหรัฐฯ ในบาห์เรนเป็นคืนที่สองติดต่อกัน

    ด่วน! ระบบป้องกันภัยทางอากาศบาห์เรนสกัดการโจมตีเหนือกรุงมานามา คาดพุ่งเป้ากองเรือที่ 5 ของสหรัฐฯ

    มีรายงานการพบการสกัดกั้นวัตถุต้องสงสัยทางอากาศเหนือกรุงมานามา ประเทศบาห์เรนอย่างน้อย 1 ครั้ง โดยมีข้อมูลเบื้องต้นระบุว่าอาจมีวัตถุบางส่วนทะลุผ่านระบบป้องกันและตกลงสู่พื้นดิน เหตุการณ์นี้ถือเป็นคืนที่สองติดต่อกันที่เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ ซึ่งสะท้อนถึงภาพรวมสถานการณ์ที่ระบบป้องกันภัยทางอากาศสามารถสกัดกั้นการโจมตีส่วนใหญ่ไว้ได้ แต่ยังคงมีความเสี่ยงจากโดรนหรือขีปนาวุธบางส่วนที่อาจหลุดรอดการสกัดกั้น

    ก่อนหน้านี้เมื่อคืนที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุระเบิดบริเวณรอบนอกของฐานทัพกองเรือที่ 5 ของสหรัฐอเมริกา (US Fifth Fleet) ในกรุงมานามา โดยรัฐบาลวอชิงตันภายใต้การนำของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ได้ออกมาระบุในภายหลังว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐาน และไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด

    ทั้งนี้ กองเรือที่ 5 ของสหรัฐฯ ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง โดยรับหน้าที่ควบคุมและสั่งการปฏิบัติการทางเรือทั้งหมดของสหรัฐฯ ครอบคลุมพื้นที่ปฏิบัติการในภูมิภาคตะวันออกกลาง การตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีอย่างต่อเนื่องนี้ได้สร้างความกังวลต่อเสถียรภาพและความมั่นคงทางทหารในพื้นที่

    อย่างไรก็ตาม ข้อมูลบางส่วนยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    Fact Check
    ✔ ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว: กองเรือที่ 5 ของสหรัฐฯ เป็นศูนย์บัญชาการปฏิบัติการทางเรือในตะวันออกกลาง และมีการสกัดกั้นการโจมตีทางอากาศเหนือพื้นที่กรุงมานามาจริง
    ⚠ ข้อมูลที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ: ข่าวการพบวัตถุที่อาจทะลุระบบป้องกันภัยทางอากาศและตกลงสู่พื้นดินในคืนล่าสุด
    ✖ ข้อมูลที่ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน: ผู้ก่อเหตุที่แน่ชัดและรายละเอียดความเสียหายจากเหตุการณ์ในระลอกล่าสุด

    ระดับความน่าเชื่อถือของข่าว:
    Partially Confirmed – มีรายงานภาพเหตุการณ์และการสกัดกั้นจริง แต่ความเสียหายและข้อมูลบางส่วนยังรอการตรวจสอบจากรัฐบาลสหรัฐฯ และบาห์เรน

    Status: Developing Story – ข้อมูลอาจมีการอัปเดตเมื่อมีการยืนยันเพิ่มเติม
    Source: @GlobalOsintNew / Daniyal
    https://www.facebook.com/share/p/1HMmUP5TTK/
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,475
    ค่าพลัง:
    +97,153
    วิกฤตความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้นอีกครั้ง ส่งผลกระทบต่อเส้นทางการบินพาณิชย์เหนืออ่าวเปอร์เซียอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

    คูเวตประกาศปิดน่านฟ้าด่วน หลังเผชิญการโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธจากอิหร่าน สายการบินพาณิชย์จำนวนมากต้องบินวนเหนืออ่าวเปอร์เซีย

    กรมการบินพลเรือนแห่งคูเวตมีคำสั่งประกาศปิดน่านฟ้าเป็นการชั่วคราวและสั่งระงับเที่ยวบินพาณิชย์ทั้งหมด หลังจากระบบป้องกันภัยทางอากาศตรวจพบภัยคุกคามจากการโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธอย่างต่อเนื่อง มาตรการดังกล่าวถูกบังคับใช้เพื่อความปลอดภัยขั้นสูงสุดของชีวิตผู้โดยสารและลูกเรือ ส่งผลให้เที่ยวบินพาณิชย์จำนวนมากที่กำลังมุ่งหน้าสู่ภูมิภาคต้องเปลี่ยนเส้นทางกะทันหัน หรือบินวนรอสัญญาณในพื้นที่ปลอดภัยเหนืออ่าวเปอร์เซีย

    มีรายงานว่า การยกระดับมาตรการความปลอดภัยทางอากาศอย่างเข้มงวดในครั้งนี้ เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดทางทหารที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในภูมิภาค โดยกองทัพคูเวตระบุว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศได้เข้าสกัดกั้นวัตถุเป้าหมายที่คาดว่าเป็นอากาศยานไร้คนขับและขีปนาวุธ ซึ่งมีต้นทางมาจากฝั่งอิหร่าน ส่งผลให้สนามบินหลักต้องเผชิญกับความโกลาหล และสายการบินแห่งชาติอย่างคูเวตแอร์เวย์ต้องประกาศปรับเปลี่ยนตารางบินในทันที

    ด้านสถานการณ์โดยรวมในพื้นที่อ่าวเปอร์เซียยังคงมีความเสี่ยงสูง เนื่องจากเป็นเส้นทางบินสำคัญเชื่อมต่อระหว่างทวีป การปิดน่านฟ้าของคูเวตส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อการจราจรทางอากาศทั่วทั้งภูมิภาค ขณะที่หน่วยงานความมั่นคงและพันธมิตรในพื้นที่กำลังเฝ้าระวังความเคลื่อนไหวทางทหารอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินขอบเขตของความเสียหายและแนวโน้มการโจมตีระลอกใหม่ที่อาจเกิดขึ้น

    อย่างไรก็ตาม ข้อมูลบางส่วนยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    Fact Check
    ✔ ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว: กรมการบินพลเรือนคูเวตประกาศปิดน่านฟ้าชั่วคราวและมีการเปลี่ยนเส้นทางบินของสายการบินพาณิชย์จริง
    ⚠ ข้อมูลที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ: รายงานจำนวนตัวเลขขีปนาวุธและโดรนที่แน่ชัดรวมถึงขอบเขตความเสียหายของเป้าหมายในคูเวต
    ✖ ข้อมูลที่ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน: การแถลงการณ์ยอมรับอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับคำสั่งโจมตีเจาะจงเป้าหมายพลเรือนในครั้งนี้จากรัฐบาลเตหะราน

    ระดับความน่าเชื่อถือของข่าว:
    Confirmed – รายงานตรงกันจากสำนักข่าวชั้นนำระดับโลกและคำแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากหน่วยงานการบินพลเรือนคูเวต

    Status: Developing Story – ข้อมูลอาจมีการอัปเดตเมื่อมีการยืนยันเพิ่มเติม
    Source: Reuters, Associated Press

    https://www.facebook.com/share/p/1GWu4mZB8S/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,475
    ค่าพลัง:
    +97,153
    จับตา การปะทะรอบที่๓.ระหว่าง เรา ( ไทวะ = เทวดา) กับ คนเหม็น
    FB_IMG_1781163157734.jpg FB_IMG_1781163159662.jpg
    หากจะวิเคราะห์จาก ดวงเมือง ( ทั้ง ๒ ฝ่าย )
    พอจะพิเคราะห์ได้
    ว่าจะมีอยู่ ๒ ระยะ
    คือ ๑. ระหว่าง ช่วงวันที่ ๓ -๕ กรกฎาคม ๒๕๖๙
    และ ระยะที่ ๒. น่าจะเป็น ระยะที่จะได้จัดหนักจัดเต็ม
    คือ ระหว่าง วันที่ ๑๔ - ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๖๙ นี้
    ( โปรดติตามสถานการณ์จริงไปด้วยกัน )

    อังคาร ทับ/ถึง อังคาร
    ภุมโมภุมมะ ทับถึงกันนั้นจะ เกิดการกลีกลำภัย อันตรายราวี ห่อนมีสุขใส
    เรือนโรงพาโล แลไฟจะฟอนอาตมา
    ( จะเกิดความชั่วข้าที่เป็นอันตรายต่างๆ ทำให้ไม่มีความสุข
    ทั้งเกิดไฟไหม้บ้านเรือน และถูกตัวด้วย )

    เวหา ธรรมบารมี
    ๑๑ มิภุนายน ๒๕๖๙

    https://www.facebook.com/share/1GsB9YR2Sr/
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,475
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ไออาร์จีซีอิหร่านแถลง หลังสหรัฐโจมตีเป้าหมายในเมืองคาราจ ใกล้กรุงเตหะราน เราได้โจมตีโรงจอดเครื่องบิน F-35, F- 15, F-16 ในฐานทัพอากาศมะกัน มูวาฟัก อัล ซุลทา ในจอร์แดน ด้วยมิสไซล์ 12 ลูก

    https://www.facebook.com/share/p/17mT97xae3/
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,475
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สงครามใหญ่รอบก่อนเมื่อครั้งอิสราเอลและสหรัฐถล่มอิหร่าน ทัพไออาร์จีซีอิหร่านแบ่งหน้าที่เป็น 2 ส่วน

    ทัพเรือไออาร์จีซี : รับหน้าที่โจมตีฐานทัพสหรัฐรอบอ่าวเปอร์เซีย

    ทัพอากาศ-อวกาศไออาร์จีซี : รับหน้าที่โจมตีอิสราเอล ฐานทัพสหรัฐในอิรักและจอร์แดน
    ...............

    ข้อความในภาพคือข้อความของ ผบ.ทัพอากาศ-อวกาศ ไออาร์จีซี ซึ่งขู่สหรัฐว่าถ้าป่วนช่องแคบฮอร์มุซ เราก็พร้อมจะปั่นป่วนทั้งตะวันออกกลางให้กลายเป็นขุมนรกสำหรับสหรัฐ!

    เนื่องจากรอบนี้อิสราเอลยังไม่เข้าร่วม เป็นเหตุให้ 2 หน่วยดังกล่าวสามารถรวมพลังกันถล่มฐานทัพสหรัฐอย่างรุนแรงได้ในรอบนี้

    ข้อแตกต่างคือ มิสไซล์ของทัพอากาศ-อวกาศ สามารถยิงได้จากทั่วประเทศอิหร่าน ซึ่งมีพื้นที่เป็น 3 เท่าของเรา!

    https://www.facebook.com/share/p/1DFFi2n5JV/
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,475
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สรุปคำพิพากษาจำคุก 5 ปี 12 เดือน ไม่ใช่เสน่หา “ทนายตั้ม” ร่วมโกง “เจ๊อ้อย” ฉ้อโกง ,ฉ้อโกงอันเป็นปกติธุระ,ฟอกเงิน ขณะที่ทนายตั้มแถลงต่อศาล “ให้นำคดีของตัวเองนี้ไปเป็นกรณีศึกษาสอนผู้พิพากษารุ่นใหม่ๆ ว่าหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์บางครั้งก็สู้หลักฐานพยานบุคคลไม่ได้ ศาลได้กล่าวตอบว่า ศาลไม่มีหลักสูตรการสอนผู้พิพากษารุ่นใหม่เป็นการเฉพาะ แต่จะรับไว้พิจารณา”

    https://www.facebook.com/share/1N6HmtN9ko/
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,475
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ครั้งนี้อาจต่าง‼️เพราะอเมริกาถล่มถังประปา⚠️นี่มันเดือดกระแทกประชาชน

    สงครามมั้ย❓❓❓

    ที่ผ่านๆ มา ที่ตุ้บตั้บคนละทีสองที แล้วถอยฉาก ... เหมือนมวยต่อยวงนอก เป็นงี้ได้ทุกครั้ง (ตั้งแต่พักรบ ; ดีลหยุดยิง) เพราะมันเล่นเป้าทหารกัน
    อเมริกายิงเรดาร์ ยิงฐานปล่อยโดรน ยิงศูนย์อะไรก็ว่าไป ฯลฯ
    “ทางทหาร” ล้วน!

    ครั้งนี้มัน “ประชาชน” อ่ะ⚠️⚠️⚠️
    “ประปา” ที่แจกจ่ายให้ชาวบ้านชาวเมืองน่ะ!
    อิหร่านนิ่งได้หรือ
    นิ่งก็หงอดิ!

    ถังน้ำ 2 ถัง ความจุ 500 ลูกบาศก์เมตร และ 2,000 ลูกบาศก์เมตร ที่ใช้แจกจ่ายให้ “บามานี” และ “คูเฮสตัก”

    น้ำโดนไฟเผา ก็เดือดสิ
    ปุดๆ ปุดๆ ปุดๆ

    อิหร่านรัวระห่ำแหลก
    ฐานทัพอเมริกาที่บาห์เรน
    ฐานทัพอเมริกาที่จอร์แดน
    และที่คูเวต นี่ขาประจำอยู่ละ

    ที่ผ่านมา ไม่กี่ดอกก็หยุดแล้วแยก

    แต่ครั้งนี้ล่ะ ทรัมป์เล่น “ประปา” เลยนะ‼️‼️‼️

    ตรงนี้ อาจเป็น “จุดเปลี่ยน” ที่อันตรายมาก

    สรุปยังเจรจา

    https://edition.cnn.com/2026/06/09/world/live-news/iran-war-trump-israel?t=1781062654459
    https://www.facebook.com/share/1DzUEJukYU/
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,475
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เก็งค่ำนี้! ECB แบงก์ชาติยุโรปจ่อ #ขึ้นดอกเบี้ย ครั้งแรกในรอบ 3ปี!เป็นแบงก์ชาติใหญ่เจ้าแรกของโลกที่ขึ้นในสงครามงวดนี้ (หนุนทอง?)

    FB_IMG_1781165526030.jpg

    ดอกปัจจุบันนี้ ซึ่งเก็งกันว่าน่าจะขึ้นจากนี้ 0.25% ในค่ำนี้
    ถ้าขึ้น จะหนุนยูโร กดดอลลาร์ ซึ่งจะช่วยทองครับ (หมายถึงเทรนด์ แต่ market react แบบทันใดในช็อตขึ้น อาจเป็น jitter ครับ แต่พอผ่านไป 3-5 วันจะเห็นเทรนด์ชัด ซึ่งแหม ก็เผอิญเฟดจะประชุมพอดี สัปดาห์หน้า ก็ถ้าขึ้นเหมือนกัน ก็จะขึ้นต่อขึ้น ผลบางลงไป เพราะเงินเป็นเรื่องสัมพัทธ์ หรือถึงเฟดไม่ขึ้น แต่คง ผลมันก็มาดึงได้แรงไม่ต่างกันนัก)
    https://www.facebook.com/share/p/1D3KJ5VXAr/
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,475
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สหรัฐฯ ถล่มศูนย์บัญชาการ IRGC อย่างหนัก ยิงโทมาฮอว์ก 49 ลูก เสริมฝูงบินรบโจมตีเป้าหมายใกล้กรุงเตหะราน

    11 มิถุนายน 2569 สหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ปะทะรุนแรงขึ้นอีกขั้น มีรายงานว่า #กองทัพสหรัฐ เปิดปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายทางทหารหลายแห่งในอิหร่านเป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน โดยหนึ่งในเป้าหมายสำคัญคือ #ศูนย์บัญชาการและควบคุมของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (Islamic Revolutionary Guard Corps: #IRGC) ซึ่งได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการโจมตีครั้งล่าสุด อิหร่าน กำลังถูกโจมตีทางอากาศอย่างหนักโดยสหรัฐอเมริกา
    .
    รายงานระบุว่า กองบัญชาการกลางสหรัฐ (United States Central Command: #CENTCOM) ได้ระดม #ขีปนาวุธร่อนโทมาฮอว์ก (Tomahawk Cruise Missile) 49 ลูก ยิงใส่เป้าหมายทางทหารหลายจุดทั่วอิหร่าน พร้อมส่ง #เครื่องบินขับไล่ เข้าปฏิบัติการโจมตีทางอากาศเพิ่มเติม โดยมุ่งเป้าไปที่ระบบสื่อสารทางทหาร ศูนย์ควบคุมการรบ ระบบป้องกันภัยทางอากาศ และโครงสร้างด้านการเฝ้าระวังของอิหร่าน
    .
    ฝ่ายความมั่นคงของสหรัฐ เผยว่า เป้าหมายที่อยู่ใกล้กรุงเตหะรานมากที่สุดอยู่ห่างจากเมืองหลวงของอิหร่านประมาณ 40 ไมล์ หรือราว 64 กิโลเมตร สะท้อนให้เห็นว่าปฏิบัติการครั้งนี้ขยายวงเข้าใกล้ศูนย์กลางอำนาจทางการเมืองและการทหารของอิหร่านมากขึ้นกว่าการโจมตีในช่วงก่อนหน้า
    .
    ฝ่ายสหรัฐยืนยันว่าปฏิบัติการดังกล่าวเป็น “การโจมตีเพื่อป้องกันตนเอง” เพื่อตอบโต้กรณีที่อิหร่านยิงเฮลิคอปเตอร์โจมตีแบบอาปาเช่ของกองทัพสหรัฐตกบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงการโจมตีเป้าหมายและฐานทัพของพันธมิตรสหรัฐในภูมิภาคตะวันออกกลางตลอดหลายวันที่ผ่านมา
    .
    ขณะที่สื่อหลายสำนักรายงานว่า เป้าหมายหลักของการโจมตีรอบล่าสุดคือการลดขีดความสามารถในการสั่งการและประสานงานของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม ซึ่งถือเป็นกำลังหลักของอิหร่านในการดูแลความมั่นคงภายในประเทศและปฏิบัติการทางทหารในภูมิภาค
    .
    รัฐบาลอิหร่านยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดความเสียหายอย่างเป็นทางการ แต่ก่อนหน้านี้ได้ประกาศว่าจะตอบโต้การโจมตีของสหรัฐอย่างรุนแรง พร้อมกล่าวหาว่าสหรัฐละเมิดข้อตกลงหยุดยิงและเป็นผู้ทำให้สถานการณ์ในภูมิภาคเข้าสู่ภาวะเสี่ยงต่อสงครามขนาดใหญ่
    .
    นักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงมองว่า การโจมตีศูนย์บัญชาการของไออาร์จีซีถือเป็นการส่งสัญญาณเชิงยุทธศาสตร์จากวอชิงตัน เนื่องจากเป็นเป้าหมายที่มีความสำคัญต่อการควบคุมปฏิบัติการทางทหารของอิหร่านทั่วประเทศ หากความขัดแย้งยังยืดเยื้อ อาจส่งผลให้ภูมิภาคตะวันออกกลางเผชิญความไม่แน่นอนมากขึ้น โดยเฉพาะบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก และกำลังถูกจับตาอย่างใกล้ชิดจากนานาชาติ
    .
    .
    #Thaitribune

    https://www.facebook.com/share/v/1Z7KHWXSoD/
     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,475
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ยังซ่า ‘ฮุน เซน’ ลุยเสียมราฐวันที่ 2 ปลุกมวลชน-กระแสชาตินิยม โยงข้อพิพาทไทย–กัมพูชา ก่อนเลือกตั้ง ชูวาทกรรมอธิปไตยเขมร

    11 มิถุนายน 2569 #ฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชาและอดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ลงพื้นที่ #จังหวัดเสียมราฐ ต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 ท่ามกลางกระแสคำกล่าวชาตินิยมที่ถูกปลุกเร้าภายในประเทศ จากข้อพิพาทชายแดนไทยและกัมพูชา
    .
    ระหว่างการปราศรัยต่อประชาชนและกลุ่มผู้สนับสนุน ฮุน เซน ได้กล่าวถึงชายแดน โดยตั้งคำถาม การวางกำลังทหารของฝ่ายไทยในพื้นที่ใกล้ถนนสาย 58 ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมที่ได้รับการสนับสนุนการก่อสร้างจากจีน ว่าไทยยืนยันมาโดยตลอดว่าไม่เคยรุกรานประเทศใด แต่กลับมีการวางกำลังในพื้นที่ที่กัมพูชามองว่าอยู่ภายใต้อธิปไตยของตน
    .
    คำปราศรัยดังกล่าวถูกมองว่าเป็น ความพยายามจุดกระแสความรู้สึกร่วมทางชาติพันธุ์และอธิปไตยของคนกัมพูชา ในช่วงที่ประเด็นชายแดนได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางทั้งในสื่อและเครือข่ายสังคมออนไลน์
    .
    การเคลื่อนไหวของฮุน เซน ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ชี้ยุทธศาสตร์ทางการเมืองภายในเขมร มากกว่าการส่งสัญญาณเผชิญหน้าทางทหาร โดยใช้ประเด็นอธิปไตยและดินแดน #เป็นเครื่องมือสร้างหาเสียงทางการเมืองและระดมการสนับสนุนจากประชาชน
    .
    ขณะที่ฝ่ายไทยยังคงยืนยันจุดยืนเดิมว่า การดำเนินการตามแนวชายแดนอยู่บนพื้นฐานของการรักษาอธิปไตยและความมั่นคงของประเทศ พร้อมยึดแนวทางแก้ไขปัญหาผ่านกลไกทวิภาคี และการเจรจาตามกรอบกฎหมายระหว่างประเทศ
    .
    หน่วยงานมั่นคงงของไทยยังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการสื่อสารผ่านสื่อและเวทีสาธารณะของผู้นำกัมพูชา ซึ่งอาจส่งผลต่อบรรยากาศความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศในระยะต่อไป
    .
    .
    #Thaitribune
    https://www.facebook.com/share/p/14gQvbsV9r8/
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,475
    ค่าพลัง:
    +97,153
    นายกฯ ไฟเขียว JIC ไทย-กัมพูชา รับศึกข่าวสารชายแดน ทุ่มงบ 9 ล้านสกัดเฟคนิวส์ทุกมิติ “บิ๊กโก๋” นำทีมสื่อสารเชิงรุก

    11 มิถุนายน 2569 สถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชายังคงเป็นวาระสำคัญด้านความมั่นคงของรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดหารือร่วมกับ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เช้านี้ เพื่อติดตามสถานการณ์ชายแดนและกำหนดแนวทางรับมือในระยะต่อไป
    .
    หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นหารือ คือการเดินหน้า #ศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมไทย-กัมพูชา หรือ Joint Information Center (JIC) ถูกวางให้เป็นกลไกหลักใน #การสื่อสารข้อเท็จจริงและตอบโต้ข้อมูลบิดเบือน ที่เกิดขึ้นบนสื่อสังคมออนไลน์ ช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาเกิดกระแสข่าวและคลิปจำนวนมากที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ชายแดน จนส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของประชาชนทั้งสองประเทศ
    .
    รายงานระบุว่า นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมมีความเห็นสอดคล้องกันว่า ปัจจุบันความขัดแย้งไม่ได้จำกัดอยู่เพียงพื้นที่ภาคสนาม แต่ได้ขยายเข้าสู่ “สมรภูมิข่าวสาร” อย่างเต็มรูปแบบ ทำให้รัฐจำเป็นต้องมีเครื่องมือสื่อสารที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อป้องกันการปลุกปั่น สร้างความเข้าใจผิด หรือการใช้ข้อมูลเท็จเป็นเครื่องมือทางการเมืองและความมั่นคง
    .
    ภายใต้แนวทางดังกล่าว พล.ท.อดุลย์ หรือ “บิ๊กโก๋” จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การสื่อสารของฝ่ายความมั่นคง โดยประสานการทำงานระหว่างกองทัพ หน่วยข่าวกรอง และหน่วยงานพลเรือน เพื่อสร้างระบบติดตาม วิเคราะห์ และตอบสนองต่อข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ชายแดนอย่างเป็นเอกภาพ
    .
    การสนับสนุนงบประมาณราว 9 ล้านบาท เพื่อใช้ในการพัฒนาระบบสื่อสาร การประชาสัมพันธ์เชิงรุก การจัดทำข้อมูลข้อเท็จจริงหลายภาษา การเฝ้าระวังข้อมูลบนแพลตฟอร์มออนไลน์ รวมถึงการสร้างเครือข่ายสื่อสารกับประชาชนในพื้นที่ชายแดนทั้งฝั่งไทยและกัมพูชา
    .
    ฝ่ายความมั่นคงประเมินว่า ในยุคดิจิทัล ข้อมูลข่าวสารสามารถส่งผลต่อความมั่นคงของรัฐได้ไม่ต่างจากปฏิบัติการทางทหาร โดยเฉพาะในพื้นที่อ่อนไหวที่มีข้อพิพาทหรือประเด็นประวัติศาสตร์ร่วมกัน การตอบสนองล่าช้าหรือปล่อยให้ข้อมูลผิดแพร่กระจาย อาจนำไปสู่ความเข้าใจคลาดเคลื่อนและสร้างแรงกดดันทางการเมืองระหว่างประเทศ
    .
    นอกจากประเด็นชายแดนไทย-กัมพูชาแล้ว การหารือยังครอบคลุมถึงผลการประชุมคณะกรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาลเพื่อ #แก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเพิ่งจัดประชุมนัดแรกเมื่อวันที่ 10 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยมีการกำหนดกรอบยุทธศาสตร์การทำงานและแต่งตั้งคณะอนุกรรมการหลายชุด เพื่อเร่งขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาในพื้นที่อย่างเป็นระบบ
    .
    ทั้งนี้ ยังต้องติดตามว่า ศูนย์ข่าวสาร JIC จะสามารถสร้างความเชื่อมั่นและลดความตึงเครียดทางข้อมูลระหว่างสองประเทศได้มากน้อยเพียงใด ท่ามกลางสถานการณ์ชายแดนที่ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป
    .
    .
    #Thaitribune

    https://www.facebook.com/share/p/1aq3vxuaod/
     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,475
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ชาวอิหร่านกว่า 2 หมื่นคนขาดน้ำกลางวิกฤตสงครา แกะรอยภาพดาวเทียม ถล่ม "ระบบประปา"ใกล้ฮอร์มุซถูกโจมตี ปมหนัก “ตั้งใจยิงหรือพลาดเป้า?”

    11 มิถุนายน 2569 ความขัดแย้งสหรัฐฯ และอิหร่าน เผชิญข้อถกเถียงครั้งใหม่ มีรายงานว่า ประชาชนในพื้นที่ชายฝั่งตอนใต้ของอิหร่านกว่า 20,000 คนต้องเผชิญ #ภาวะขาดแคลนน้ำดื่มน้ำใช้ ท่ามกลาง #สภาพอากาศร้อนจัด ภายหลังสิ่งปลูกสร้าง #ระบบประปา ใกล้ช่องแคบฮอร์มุซได้รับความเสียหายจากการโจมตีทางอากาศ
    .
    สื่ออเมริกันหลายแห่ง รายงาน โดยเฉพาะการวิเคราะห์ #ภาพถ่ายดาวเทียมและคลิปวิดีโอในพื้นที่ ระบุว่า เป้าหมายที่ถูกโจมตีอยู่ในหมู่บ้านเบมานี จังหวัดฮอร์โมซกัน ทางตอนใต้ของอิหร่าน ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากช่องแคบฮอร์มุซ เ
    .
    จากภาพก่อนและหลังเหตุการณ์ พบว่าอาคารขนาดเล็ก 2 หลังที่ตั้งอยู่บนเนินเขา มีลักษณะสอดคล้องกับสถานีเก็บและกระจายน้ำประปา โดยก่อนเกิดเหตุมีท่อส่งน้ำเชื่อมต่อกับระบบสาธารณูปโภคในพื้นที่อย่างชัดเจน
    .
    ภาพความเสียหายชี้ถูกโจมตีแบบแม่นยำสูง หลังการโจมตี มีการเผยแพร่ภาพถ่ายและคลิปวิดีโอที่แสดงให้เห็นว่า อาคารหนึ่งหลังถูกทำลายจนหลังคายุบตัวและโครงสร้างคอนกรีตพังเสียหายอย่างหนัก ขณะที่อีกหลังยังคงตั้งอยู่ แต่มีรูขนาดใหญ่ทะลุกลางหลังคาอย่างแม่นยำ
    .
    ผู้เชี่ยวชาญด้านยุทโธปกรณ์ที่วิเคราะห์ซากอาวุธจากภาพถ่ายในพื้นที่ ระบุว่าลักษณะความเสียหายสอดคล้องกับการใช้ระเบิดนำวิถีความแม่นยำสูงแบบ GBU-39 ซึ่งเป็นอาวุธที่ออกแบบมาเพื่อโจมตีเป้าหมายเฉพาะจุด ลดความเสียหายโดยรอบ และถูกใช้งานอย่างแพร่หลายในปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ
    .
    จุดที่ทำให้เกิดข้อสงสัยคือ อาคารทั้งสองตั้งอยู่ห่างจากสิ่งปลูกสร้างสำคัญอื่น ไม่มีฐานทัพหรือสิ่งอำนวยความสะดวกทางทหารปรากฏในบริเวณใกล้เคียง ทำให้หลายฝ่ายตั้งคำถามว่าการโจมตีครั้งนี้เป็นการเลือกเป้าหมายโดยตรงหรือไม่
    .
    ประชาชนเดือดร้อนหนัก น้ำประปาหยุดไหลกลางอากาศร้อนกว่า 38 องศา
    สื่อทางการอิหร่านรายงานว่า ระบบจ่ายน้ำได้รับความเสียหายอย่างหนัก ส่งผลให้น้ำประปาหยุดไหลในหลายชุมชนใกล้เคียง ประชาชนมากกว่า 20,000 คนได้รับผลกระทบโดยตรง

    สถานการณ์ยิ่งรุนแรงขึ้นเมื่อพื้นที่ดังกล่าวกำลังเผชิญคลื่นความร้อน อุณหภูมิสูงกว่า 38 องศาเซลเซียสในช่วงกลางวัน ทำให้ความต้องการใช้น้ำเพิ่มขึ้นอย่างมาก ขณะที่หน่วยงานท้องถิ่นต้องเร่งจัดหารถบรรทุกน้ำและระบบสำรองเพื่อบรรเทาวิกฤตเฉพาะหน้า
    .
    ชาวบ้านในพื้นที่หลายรายให้สัมภาษณ์กับสื่อท้องถิ่นว่า ปัจจุบันต้องต่อคิวรับน้ำดื่มจากหน่วยฉุกเฉิน และบางครอบครัวต้องเดินทางหลายกิโลเมตรเพื่อหาน้ำใช้ในชีวิตประจำวัน
    .
    สหรัฐฯ ยอมรับโจมตี แต่ยังไม่ตอบปมระบบน้ำ
    ด้านกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ยืนยันว่ามีการใช้เครื่องบินรบและอาวุธนำวิถีความแม่นยำสูงโจมตีเป้าหมายใกล้ช่องแคบฮอร์มุซจริง อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการชี้แจงอย่างเป็นทางการว่า ทราบหรือไม่ว่าอาคารที่ถูกโจมตีเป็นส่วนหนึ่งของระบบประปาสาธารณะ
    .
    นักกฎหมายระหว่างประเทศหลายคนมองว่า หากพิสูจน์ได้ว่ามีการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำของพลเรือนโดยเจตนา อาจเข้าข่ายละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ และอาจถูกหยิบยกเข้าสู่กระบวนการสอบสวนในอนาคต
    .
    ขณะที่ฝ่ายอิหร่านกล่าวหาว่า การโจมตีครั้งนี้สะท้อนการมุ่งเป้าไปยังโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของประชาชน มากกว่าการโจมตีเป้าหมายทางทหารโดยตรง
    .
    .
    #Thaitribune
    https://www.facebook.com/share/p/18SDNhyEMA/
     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,475
    ค่าพลัง:
    +97,153
    โวยลั่นห้องประชุม !! จะดำเนินการกับผู้ค้าทุกรายที่นำเข้าสินค้าจากประเทศไทยถือว่ามาตรการนี้เป็นการตอบโต้การกระทำของประเทศไทยที่ได้ดำเนินการกดดันเศรษฐกิจกัมพูชาโดยการประกาศตัดกระแสไฟฟ้าและห้ามนำเข้าน้ำมันตั้งแต่เกิดข้อพิพาทชายแดนครั้งแรก
    .
    โดยถือว่านี้คือการเริ่มทำการตอบโตไทยและเตรียมกฏดันไปยังรัฐบาลไทยที่เตรียมออกกฏหมาย งดการช่วยเหลืออื่นๆอีกไทยจะต้องเตรียมรับผลที่ตามมาอย่างสมควร

    อ้างอิงงานประชุมของ ฮุนเซ็นเมื่อสักครู่รอคลิป . แอดจำนำมาแปลให้รับชม
    (อ้างอิงในคอมเม้น)

    #beemnews
    #scambodia

    https://www.facebook.com/share/1djUtyKNRb/
     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,475
    ค่าพลัง:
    +97,153
    Li Ka-shing ขายสินทรัพย์จีนกว่า 73,800 ล้านหยวนตั้งแต่ปี 2014 ก่อน Evergrande ล้มละลาย 7 ปี เขารู้อะไรที่คนอื่นไม่รู้?

    ปี 2021 เมื่อ Evergrande บริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ของจีนล้มละลาย มีหนี้สิ้นกว่า 300,000 ล้านดอลลาร์ สื่อทั่วโลกตกใจ นักลงทุนทั่วเอเชียขาดทุน และรัฐบาลจีนต้องเข้ามาจัดการวิกฤตครั้งใหญ่ที่สุดในภาคอสังหาฯ ของตัวเอง

    แต่ Li Ka-shing ไม่ได้อยู่ในกองวิกฤตนั้น

    เพราะเขาออกมาก่อน 7 ปี

    ---

    ย้อนดูสิ่งที่เกิดขึ้นจริง

    ตั้งแต่ราวปี 2013 Cheung Kong Holdings และ Hutchison Whampoa ซึ่งเป็นสองบริษัทหลักของ Li Ka-shing เริ่มกระบวนการที่ฟังดูไม่น่าตื่นเต้น แต่ทรงพลังมาก คือการค่อยๆ ขายสินทรัพย์ออกจากจีนแผ่นดินใหญ่และฮ่องกง

    ตัวเลขที่ Security Times สื่อในเครือ People's Daily รายงาน บอกว่าตั้งแต่ปี 2014 เป็นต้นมา Li Ka-shing ขายสินทรัพย์ในจีนออกไปแล้วไม่ต่ำกว่า 73,800 ล้านหยวน ทั้งอสังหาริมทรัพย์ ห้างค้าปลีก และกิจการที่เกี่ยวข้อง

    เงินที่ได้ไปไหน?

    ไปสู่โครงสร้างพื้นฐานในอังกฤษและยุโรป ไม่ว่าจะเป็นระบบสายส่งไฟฟ้า ท่อน้ำประปา โทรคมนาคม และพลังงาน Financial Times รายงานว่าตระกูล Li ลงทุนในอังกฤษรวมแล้วกว่า 50,000 ล้านปอนด์ ซึ่งเป็นจำนวนที่ใหญ่พอจะทำให้สื่ออังกฤษตั้งคำถามว่า "ใครเป็นเจ้าของโครงสร้างพื้นฐานของอังกฤษ?"

    ---

    คำถามที่น่าสนใจกว่าคือ ทำไมเขาถึงออกตอนนั้น?

    ในปี 2013 ตลาดอสังหาจีนยังไม่ได้น่ากลัว ราคาบ้านในเซี่ยงไฮ้และเซินเจิ้นยังขึ้นต่อเนื่อง Evergrande ยังดูแข็งแกร่ง กำไรดี ราคาหุ้นดี

    นักวิเคราะห์หลายคนในตอนนั้นวิจารณ์ว่า Li Ka-shing "ทิ้งจีน" และรัฐบาลจีนก็ไม่ได้พอใจนัก สื่อในจีนบางสำนักเขียนว่าเขา "หนีเงิน" จากประเทศที่สร้างเขาขึ้นมา

    แต่ผมมองว่าไม่ใช่เรื่องอารมณ์ ครับ

    Li Ka-shing ไม่ได้ขายเพราะไม่รัก เขาขายเพราะอ่านว่าสินทรัพย์ไหนแพงเกินมูลค่าแล้ว และสินทรัพย์ไหนกำลังถูกประเมินต่ำกว่าความเป็นจริง

    ตลาดอสังหาจีนในช่วง 2010-2015 ถูกขับเคลื่อนด้วยการเติบโตของเมืองและ leverage ที่สูงมาก เมื่อเขาคำนวณแล้วพบว่า upside ที่เหลือน้อยลง แต่ความเสี่ยงด้าน debt และ regulatory ขยายใหญ่ขึ้น การออกจึงเป็นการตัดสินใจที่สมเหตุสมผล

    ---

    หลักคิดที่ซ่อนอยู่ในการตัดสินใจของเขา

    สิ่งที่ทำให้ Li Ka-shing แตกต่างจากนักลงทุนทั่วไปคือเขาไม่ได้ถามว่า "ราคาจะขึ้นอีกไหม?" แต่ถามว่า "ถ้าสิ่งที่ฉันกังวลเกิดขึ้น ฉันจะรับมือได้แค่ไหน?"

    นี่คือความต่างระหว่าง Upside Thinking กับ Downside Protection

    นักลงทุนส่วนใหญ่ถือสินทรัพย์ต่อเพราะยังมีกำไร และไม่อยากพลาด upside ที่อาจมา แต่นักลงทุนระดับ Li Ka-shing จะถามว่าถ้า thesis ผิด คือถ้าตลาดพัง ความเสียหายจะอยู่ที่ระดับไหน และฉันสามารถรับได้ไหม

    ในกรณีของอสังหาจีน ถ้า thesis ผิด คือถ้าตลาดพัง ความเสียหายจะอยู่ในรูปของ illiquid asset ที่ขายไม่ออก มูลค่าลดหนักในเวลาสั้น และอาจถูก regulatory เข้ามาจัดการ ซึ่งทั้งหมดนั้นเกิดขึ้นจริงใน 2021

    ในทางกลับกัน infrastructure ในอังกฤษอย่างระบบไฟฟ้า น้ำประปา และโทรคมนาคม มีลักษณะพิเศษคือ demand ไม่หายไปไหน คนยังต้องใช้ไฟฟ้าไม่ว่าเศรษฐกิจจะดีหรือแย่ กระแสเงินสดมีเสถียรภาพสูง และ downside จำกัด

    ---

    แปลงเป็นหลักคิดสำหรับนักลงทุนไทยปี 2026

    ผมไม่ได้บอกให้ไปซื้อ infrastructure ในอังกฤษ ครับ แต่อยากให้เอาหลักคิดมาใช้ในบริบทของตัวเอง

    ข้อแรก ถามว่าสินทรัพย์ที่ถือหรือกำลังจะซื้ออยู่ในช่วงไหนของวงจร ตลาดคอนโดกรุงเทพบางทำเลมีสต็อกค้างสะสมมาหลายปี ราคายังไม่ลดแต่ไม่ได้ขึ้น ลักษณะนี้คล้ายกับตลาดจีนปี 2014-2015 ที่ดูดีบนผิว แต่ข้างในเริ่มมีความเสี่ยงสะสม

    ข้อสอง ถามว่าถ้า thesis ผิด เสียหายแค่ไหน ถ้าซื้อคอนโดแล้วราคาไม่ขึ้น ขายไม่ออก ค่าเช่าลดลง คุณยังแบกรับค่าส่วนกลางและดอกเบี้ยได้นานแค่ไหน ถ้าตอบว่าไม่ได้นาน ความเสี่ยงนั้นอาจสูงเกินไป

    ข้อสาม มองหาสินทรัพย์ที่ demand ไม่หายในวิกฤต ในบริบทของไทยปี 2026 สิ่งที่ใกล้เคียงกับ infrastructure ของ Li Ka-shing คืออสังหาในทำเลที่มีอุตสาหกรรมจริงรองรับ เช่น EEC ที่มีโรงงาน Data Center หรือโลจิสติกส์มาลงจริง ไม่ใช่ซื้อเก็งกำไรล้วนๆ

    ข้อสี่ สภาพคล่องคือทรัพย์สิน Li Ka-shing ขายออกเพราะรู้ว่าเงินสดให้ flexibility ในการเลือกสินทรัพย์ใหม่เมื่อราคาเหมาะสม คนที่ล็อกทรัพย์ไว้ใน illiquid asset ทั้งหมด จะไม่มีทางซื้อของถูกในยามวิกฤต

    ---

    บทเรียนที่ใช้ได้จริง

    Li Ka-shing ไม่ได้เก่งเพราะรู้อนาคต เขาเก่งเพราะประเมินความเสี่ยงได้ก่อน และยอมรับว่าการออกจากของที่กำลังขึ้นแล้วอาจดูโง่ในระยะสั้น แต่ดีกว่าการติดกับอยู่กับของที่ราคาพังในระยะยาว

    นักลงทุนไทยส่วนใหญ่ชอบอยู่กับสิ่งที่คุ้นเคย โดยเฉพาะอสังหาริมทรัพย์ที่เป็น "จับต้องได้" แต่ปี 2026 โลกเปลี่ยนเร็วพอที่ทำเลที่ดีเมื่อสิบปีก่อน อาจไม่ใช่ทำเลที่ดีในอีกสิบปีข้างหน้า

    คำถามที่อยากให้ถามตัวเองก็คือ ถ้า Li Ka-shing มาดูพอร์ตของคุณ เขาจะเห็นอะไรที่กำลังแพงเกินมูลค่าอยู่?

    #นักลงทุนอสังหา #LiKaShing #พอร์ตอสังหา #EvergradeVsCrisis #หลักคิดนักลงทุน #อสังหาไทย #KimPropertyLive
    https://www.facebook.com/share/p/19H5awukWD/
     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,475
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ทองพุ่ง $5,400 ตอนสงครามอิหร่านร้อนสุด แล้วร่วงกลับ $4,100 ทั้งที่สงครามยังไม่จบ นี่คือกลไกที่ตลาดไม่ได้สอนในตำรา

    มีนักลงทุนจำนวนมากที่เชื่อมาตลอดว่าถ้าเกิดสงคราม ทองต้องขึ้น และถ้าสงครามยังไม่จบ ทองต้องอยู่สูง ความเชื่อนี้ไม่ผิดทั้งหมด แต่ก็ไม่ถูกพอที่จะใช้ลงทุนจริง เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นในปี 2026 คือทองคำพุ่งขึ้นแตะ $5,400 ต่อออนซ์ในช่วงที่ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐ อิสราเอล และอิหร่านร้อนที่สุด จากนั้นราคาก็ร่วงลงต่อเนื่องมาอยู่แถว $4,100 ในขณะที่สงครามยังไม่ได้ยุติลง ความขัดแย้งยังมีอยู่ แต่ทองกลับไม่แพง นี่คืออะไร และมันบอกอะไรกับนักลงทุนที่กำลังตัดสินใจเรื่องทองในพอร์ตตอนนี้

    ในช่วงต้นปี 2026 เมื่อความขัดแย้งในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงและมีการคาดการณ์ว่าเส้นทางขนส่งน้ำมันอาจถูกกระทบ ทองคำพุ่งขึ้นแตะระดับ $5,400 ต่อออนซ์ ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดในประวัติศาสตร์ในเวลานั้น ก่อนที่จะทำสถิติใหม่อีกครั้งที่ $5,589 เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2026 ผ่านไปไม่กี่เดือน ราคาร่วงลงมาต่อเนื่อง มาอยู่ที่ $4,152 ในวันที่ 10 มิถุนายน ลดลงกว่า 25% จากจุดสูงสุด ขณะที่สถานการณ์ในอิหร่านยังไม่คลี่คลาย เงินเฟ้อสหรัฐพุ่งขึ้นถึง 4.2% ส่วนหนึ่งจากราคาพลังงานที่ขึ้น 23.5% อันเป็นผลพวงของความตึงเครียดในภูมิภาค แต่ทองกลับไม่ได้ประโยชน์จากสิ่งเหล่านี้เลย

    กลไกที่อยู่เบื้องหลังความขัดแย้งนี้ต้องการความเข้าใจในหลายระดับ เหตุผลแรกที่ทองพุ่งตอนสงครามเริ่มคือ fear premium ตลาดซื้อทองเป็น insurance ในช่วงที่ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เมื่อสถานการณ์ชัดเจนขึ้นว่าจะออกมาในรูปแบบใด fear premium นั้นก็ถูกดึงออก แม้ว่าสงครามยังดำเนินอยู่ก็ตาม เหตุผลที่สองคือดอลลาร์แข็งค่าในช่วงที่มีความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ เพราะนักลงทุนทั่วโลกยังมองดอลลาร์เป็น safe haven สุดท้าย ทองคำซื้อขายเป็นดอลลาร์ เมื่อดอลลาร์แข็งค่า ราคาทองในหน่วยดอลลาร์มักจะอ่อนตัวลง เหตุผลที่สามคืออัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐที่พุ่งขึ้นตามความคาดหวังว่า Fed จะต้องขึ้นดอกเบี้ยสูงขึ้นเพื่อสู้เงินเฟ้อที่พลังงานดันขึ้น real yield สูงขึ้นทำให้ต้นทุนถือทองแพงขึ้น นักลงทุนบางส่วนจึงเลือกย้ายไปถือพันธบัตรแทน ผลรวมของสามปัจจัยนี้ทำให้ทองร่วงได้แม้สงครามยังไม่จบ

    สำหรับนักลงทุนที่กำลังพิจารณาทองคำในพอร์ตตอนนี้ ต้องเข้าใจว่าบทบาทของทองในปี 2026 ไม่ใช่ geopolitical hedge ในความหมายเดิม แต่เป็น hedge against policy credibility หรือการป้องกันความเสี่ยงที่รัฐบาลและธนาคารกลางจะสูญเสียความน่าเชื่อถือ ถ้าคุณเชื่อว่า Fed จะสามารถควบคุมเงินเฟ้อได้โดยไม่ทำให้เศรษฐกิจถดถอย และรัฐบาลสหรัฐจะแก้ปัญหาหนี้สาธารณะได้ในระยะยาว ทองอาจไม่ใช่สิ่งที่คุณต้องการมากนัก แต่ถ้าคุณเชื่อว่า Fed กำลังอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องเลือกระหว่างสู้เงินเฟ้อหรือปกป้องเศรษฐกิจ และรัฐบาลสหรัฐจะไม่สามารถลดหนี้สาธารณะที่ทะลุ 36 ล้านล้านดอลลาร์ได้จริง ทองคำยังคงมีที่ทางในพอร์ตในฐานะ insurance ระยะยาว J.P. Morgan คาดการณ์ $6,300 ภายในสิ้นปี 2026 ขณะที่ State Street Global Advisors ยังคาดระดับ 5,000 ดอลลาร์ คำถามคือ catalyst อะไรที่จะดึงทองกลับขึ้น และนั่นคือเรื่องที่ต้องติดตาม

    จุดที่ต้องจับตาในระยะ 30-60 วันข้างหน้าคือผลการประชุม Fed วันที่ 17-18 มิถุนายน ถ้า Fed ส่งสัญญาณว่าพร้อมจะ pause หรือพิจารณาลดดอกเบี้ยในปลายปี ทองอาจเด้งกลับขึ้นไปแถว $4,400-$4,600 ในเวลาไม่นาน ให้จับตาด้วยว่าอิหร่านและสหรัฐจะมีการเจรจาใดๆ หรือไม่ เพราะถ้ามีสัญญาณ de-escalation จริง fear premium ที่ยังเหลืออยู่อาจถูกดึงออกอีกรอบ ทำให้ทองร่วงแตะ $4,000 แต่ถ้าเกิดเหตุการณ์ในช่องแคบ Hormuz หรือการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานน้ำมัน ทองอาจพุ่งกลับขึ้นไปแถว $4,800-$5,000 ได้ในเวลาสั้น สำหรับนักลงทุนระยะยาว แนวรับที่ $4,000 ต่อออนซ์คือระดับที่หลายคนในตลาดมองว่าเป็นจุดที่น่าสนใจสะสม เพราะธนาคารกลางยังซื้อต่อเนื่องและ structural demand ยังแข็งแกร่ง

    https://www.facebook.com/share/p/1EKJd6JQvE/
     
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,475
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ยุโรปกำลังแตกเงียบๆ เงินเฟ้อ Big Four ไม่เท่ากัน แต่ ECB ต้องขึ้นดอกเบี้ยพร้อมกัน 25 bps

    ECB หรือ European Central Bank คือธนาคารกลางของยูโรโซน ดูแลนโยบายการเงินให้กับ 20 ประเทศที่ใช้เงินสกุลยูโรร่วมกัน ข้อดีของระบบนี้คือสร้างเสถียรภาพทางการค้าและลดต้นทุน ข้อเสียที่ซ่อนอยู่คือ ECB ต้องตัดสินใจนโยบายดอกเบี้ยเพียงหนึ่งเดียวสำหรับทุกประเทศพร้อมกัน ไม่ว่าเศรษฐกิจแต่ละที่จะอยู่ในสภาพแตกต่างกันแค่ไหน

    วันที่ 11 มิถุนายน ECB นัดประชุมและตลาดคาดว่าจะขึ้นดอกเบี้ย 25 bps หรือ 0.25% แบบ consensus 100% ไม่มีใครเถียง แต่ที่น่าสนใจกว่าการขึ้นดอกเบี้ยเองคือเหตุผลที่ทำให้การตัดสินใจครั้งนี้ซับซ้อนกว่าที่เห็น

    เงินเฟ้อของสี่ประเทศใหญ่ในยูโรโซนขณะนี้อยู่ที่ระดับต่างกันอย่างเห็นได้ชัด สเปนอยู่ที่ 3.6% อิตาลี 3.3% ฝรั่งเศส 2.8% และเยอรมนีที่ 2.6% โดย Core เงินเฟ้อของเยอรมนีเองอยู่ที่ 2.5% ใกล้เป้าหมาย 2% ของ ECB แล้ว ขณะที่สเปนยังห่างกันเกือบ 2 เปอร์เซ็นต์พอยต์

    นั่นหมายความว่ายาเม็ดเดียวต้องรักษาคนไข้สี่คนที่มีอาการต่างกัน

    ---

    เพื่อเข้าใจว่าทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ ต้องรู้ว่า one-size-fits-all monetary policy ทำงานอย่างไร เมื่อ ECB ขึ้นดอกเบี้ย ต้นทุนการกู้ยืมทุกอย่างในยูโรโซนสูงขึ้นพร้อมกัน ทั้งสินเชื่อบ้าน สินเชื่อธุรกิจ และที่สำคัญที่สุดคือต้นทุนที่รัฐบาลต้องจ่ายเมื่อออกพันธบัตรใหม่เพื่อกู้เงิน

    สำหรับเยอรมนีซึ่งมีอัตราส่วนหนี้ต่อ GDP อยู่ที่ประมาณ 65% และเศรษฐกิจที่ยังพอรับได้ การขึ้นดอกเบี้ย 25 bps คือเรื่องที่รับมือได้ แต่สำหรับอิตาลีที่มีหนี้สาธารณะต่อ GDP สูงกว่า 135% และเศรษฐกิจที่เติบโตช้ากว่ามาก การขึ้นดอกเบี้ยทุกครั้งหมายถึงภาระดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นในงบประมาณที่ตึงอยู่แล้ว

    ตัวเลขที่นักวิเคราะห์ใช้วัดความเครียดของระบบนี้เรียกว่า spread อิตาลี-เยอรมนี ซึ่งคือส่วนต่างระหว่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอิตาลีอายุ 10 ปี กับพันธบัตรเยอรมนีอายุเดียวกัน ถ้า spread กว้างขึ้นหมายความว่าตลาดมองว่าอิตาลีมีความเสี่ยงสูงกว่า ต้องให้ผลตอบแทนสูงขึ้นเพื่อดึงดูดนักลงทุน ซึ่งทำให้ต้นทุนกู้ยืมของรัฐบาลอิตาลีพุ่งขึ้น และในทางกลับกันถ้า spread แคบก็หมายถึงตลาดมองอิตาลีไม่ต่างจากเยอรมนีมากนัก

    ---

    ตอนนี้ spread อิตาลี-เยอรมนีอยู่ที่ประมาณ 130-140 bps ยังในระดับที่จัดการได้ แต่นักวิเคราะห์ตั้งเกณฑ์ไว้ที่ 200 bps ว่าถ้าทะลุระดับนั้นจะเริ่มเข้าสู่โซนเสี่ยงที่ ECB ต้องออกมาตรการพิเศษเพิ่มเติม เช่นเดียวกับที่เคยเกิดในวิกฤตยุโรปปี 2011-2012

    Bloomberg คาดการณ์ว่า ECB จะขึ้นดอกเบี้ยอีกสองครั้งในปี 2026 ถ้าเป็นเช่นนั้น การขึ้น 25 bps ในวันที่ 11 มิถุนายนจะไม่ใช่จุดสูงสุด และแรงกดดันต่ออิตาลีจะสะสมขึ้นเรื่อยๆ

    ที่น่าสังเกตคือตำแหน่งของ ECB ในโครงสร้างนี้ไม่ง่ายเลย หาก ECB ขึ้นดอกเบี้ยแรงเกินไปตามที่สเปนต้องการ อิตาลีจะเริ่มสั่นคลอน หากนิ่งเกินไปตามที่อิตาลีต้องการ เงินเฟ้อในสเปนและประเทศ periphery อื่นๆ จะลุกลาม และความน่าเชื่อถือของ ECB ในการคุมเงินเฟ้อจะถูกตั้งคำถาม

    นี่คือกับดักที่มาพร้อมกับการมีสกุลเงินร่วมโดยไม่มีการรวมกันด้านการคลังอย่างสมบูรณ์ แต่ละประเทศยังบริหารงบประมาณของตัวเอง แต่ใช้ดอกเบี้ยตัวเดียวกัน ในช่วงเงินเฟ้อต่ำและดอกเบี้ยใกล้ศูนย์อย่างทศวรรษที่แล้ว ความต่างนั้นมองแทบไม่เห็น แต่พอดอกเบี้ยเริ่มสูงขึ้นจริง รอยร้าวจะเริ่มปรากฏ

    ฝรั่งเศสอยู่ในจุดที่น่าสนใจ เพราะเงินเฟ้อ 2.8% ใกล้เป้าแล้ว แต่รัฐบาลฝรั่งเศสมีการขาดดุลงบประมาณสูงและหนี้สาธารณะต่อ GDP เกิน 110% ทำให้อยู่ในสถานะกลางๆ ระหว่างเยอรมนีที่แข็งแกร่งกับอิตาลีที่เปราะบาง ถ้าการขึ้นดอกเบี้ยของ ECB ต่อเนื่อง ฝรั่งเศสอาจเริ่มส่งเสียงทางการเมืองต้านนโยบายของ ECB มากขึ้น ซึ่งจะเพิ่มแรงเสียดทานในการตัดสินใจรอบถัดไป

    ---

    ในแง่ทิศทาง ค่าเงินยูโรจะสะท้อนว่าตลาดเชื่อ ECB แค่ไหน ถ้า ECB ส่งสัญญาณ hawkish ชัดเจนหลังการประชุม 11 มิถุนายน ยูโรควรแข็งค่าในระยะสั้น แต่ถ้าตลาดเริ่มกังวลว่าการขึ้นดอกเบี้ยอาจสร้างรอยแตกในยูโรโซน ยูโรก็อาจอ่อนค่าแม้ดอกเบี้ยจะขึ้น

    สถานการณ์ที่เลวร้ายกว่าที่ตลาดคิดถึงคือหาก spread อิตาลี-เยอรมนีขยายเร็วกว่าที่ ECB คาด ECB อาจต้องเปิดใช้เครื่องมือที่เรียกว่า TPI หรือ Transmission Protection Instrument ซึ่งเป็นกลไกที่ออกแบบมาเพื่อซื้อพันธบัตรของประเทศที่ถูกโจมตีแบบเฉพาะเจาะจง แต่การใช้ TPI มีเงื่อนไขและมีความซับซ้อนทางการเมืองสูง

    โครงสร้างนี้ทำให้การประชุม ECB ทุกครั้งไม่ใช่แค่เรื่องดอกเบี้ย แต่เป็นการตอบคำถามว่ายูโรโซนยังเป็นเนื้อเดียวกันอยู่ไหม

    ---

    สิ่งที่ต้องติดตามหลังการประชุม 11 มิถุนายนมีสองระดับ

    ระดับแรกคือ forward guidance ของ ECB ว่า Christine Lagarde จะพูดถึงการขึ้นดอกเบี้ยครั้งที่สองอย่างไร ถ้าเธอส่งสัญญาณว่ายังมีการขึ้นอีกในการประชุมเดือนกรกฎาคมหรือกันยายน นั่นจะเริ่มกดดัน spread ให้กว้างขึ้น

    ระดับที่สองคือ spread อิตาลี-เยอรมนีเอง ถ้าเลขนี้ขยับผ่าน 150 bps ในสัปดาห์หลังการประชุม ควรจับตาว่ากระทรวงการคลังอิตาลีจะออกมาพูดถึงงบประมาณอย่างไร เพราะนั่นคือสัญญาณแรกที่บอกว่าแรงกดดันทางการคลังเริ่มปรากฏในทางการเมือง และถ้าตัวเลขทะลุ 200 bps ECB จะต้องเลือกระหว่างความน่าเชื่อถือในการสู้เงินเฟ้อ กับการรักษาเสถียรภาพของยูโรโซน

    https://www.facebook.com/share/p/1CtmU3Q23i/
     
  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,475
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เงินเฟ้อสหรัฐฯ พุ่ง 4.2% สูงสุดในรอบ 3 ปี ขณะที่ Fed กำลังเปลี่ยนมือ หนี้รัฐบาลอเมริกันกำลังจะแพงขึ้นอีก

    ตัวเลขที่ออกมาวันนี้ขัดกับสิ่งที่ตลาดพยายามบอกตัวเองมาตลอด 6 เดือน ว่าเงินเฟ้อกำลังจะจบ ว่า Fed จะลดดอกเบี้ยได้เร็วๆ นี้ และว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ กำลังชนะ แต่เมื่อตัวเลขราคาผู้บริโภคเดือนพฤษภาคมออกมาที่ 4.2% ต่อปี สูงกว่าเดือนเมษายนที่ 3.8% และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาด ภาพที่เคยดูเรียบร้อยก็ถูกรื้อทิ้งในชั่วข้ามคืน

    ราคาน้ำมันเบนซินพุ่ง 40.5% เทียบปีก่อน พลังงานโดยรวมขึ้น 23.5% และอาหารที่เคยสงบก็กลับมาร้อนแรงที่ 3.1% สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่แค่ตัวเลขในรายงาน มันคือสิ่งที่คนอเมริกันจ่ายจริงทุกวัน และมันบอกว่าสงครามในตะวันออกกลางไม่ได้อยู่แค่บนหน้าจอข่าว มันลามมาถึงปั๊มน้ำมันและตู้เย็นในบ้านแล้ว

    เกิดอะไรขึ้น

    ตัวเลข CPI เดือนพฤษภาคม 2026 ที่กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เผยแพร่เช้าวันที่ 10 มิถุนายน ระบุว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ 4.2% ต่อปี ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2023 ต่อเนื่องเป็นเดือนที่สามแล้วที่ตัวเลขนี้เร่งขึ้น โดยในเดือนมีนาคมอยู่ที่ 3.5% เมษายน 3.8% และพฤษภาคม 4.2%

    หัวใจสำคัญของการเร่งตัวครั้งนี้อยู่ที่พลังงาน น้ำมันเชื้อเพลิงที่บ้านพุ่งขึ้น 58.9% เทียบปีก่อน น้ำมันเบนซินขึ้น 40.5% ตัวเลขเหล่านี้มีรากเหง้าตรงๆ จากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทำให้เส้นทางขนส่งน้ำมันตึงตัว ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งสูง และต้นทุนที่สูงขึ้นส่งต่อมาถึงผู้บริโภคอย่างรวดเร็ว

    สิ่งที่น่ากังวลกว่าราคาพลังงานคือ core inflation หรืออัตราเงินเฟ้อพื้นฐานที่ตัดพลังงานและอาหารออก ก็ยังปรับขึ้นมาที่ 2.9% จาก 2.8% เดือนก่อน ที่อยู่อาศัยขึ้น 3.4% อาหารขึ้น 3.1% บ่งชี้ว่าแรงกดดันราคาไม่ได้อยู่แค่ในหมวดพลังงานเท่านั้น มันกระจายวงกว้างขึ้นแล้ว

    เพียงไม่กี่วันก่อนหน้า ตัวเลขจ้างงานเดือนพฤษภาคมที่ออกมาแข็งแกร่งกว่าคาดก็เพิ่งทำให้ตลาดรีบ reprice นโยบาย Fed ไปแล้วครั้งหนึ่ง พอ CPI ยิ่งร้อนกว่าคาดอีก โมเมนตัมของการคาดการณ์ก็เปลี่ยนทิศทางอย่างชัดเจน

    กลไกเบื้องหลัง

    ความสัมพันธ์ระหว่างสงคราม พลังงาน และเงินเฟ้อในสหรัฐฯ ในปี 2026 ไม่ได้ซับซ้อนกว่าที่เคยเกิดขึ้นในปี 2022 มากนัก แต่มีจุดที่แตกต่างและน่าสนใจกว่า

    ปี 2022 เงินเฟ้อมาจากสองทาง คือ demand shock จากการอัดฉีดเงินช่วงโควิด และ supply shock จากสงครามยูเครน ปี 2026 demand ไม่ได้ร้อนแรงเหมือนเดิม แต่ supply shock จากตะวันออกกลางหนักกว่าที่ตลาดประเมินไว้ ซึ่งทำให้ Fed อยู่ในสถานะที่ลำบากกว่า เพราะเครื่องมือหลักของ Fed คือดอกเบี้ย ซึ่งกดเงินเฟ้อฝั่ง demand ได้ดี แต่ทำอะไรกับ supply shock แทบไม่ได้เลย

    ถ้า Fed ขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสู้เงินเฟ้อ มันจะชะลอเศรษฐกิจที่ไม่ได้ร้อนแรงอยู่แล้ว ถ้า Fed นิ่งเฉยหรือลดดอกเบี้ย เงินเฟ้อก็จะยิ่งฝังตัวลึกขึ้น สถานการณ์แบบนี้มีชื่อเรียกในตำราเศรษฐศาสตร์ว่า stagflation ซึ่งเป็นฝันร้ายที่ธนาคารกลางทั่วโลกพยายามหลีกเลี่ยง

    Kevin Warsh ผู้ว่าการ Fed คนใหม่ที่เพิ่งเข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งไม่นาน กำลังเผชิญกับการประชุม FOMC ครั้งแรกในวันที่ 16-17 มิถุนายน ท่ามกลางตัวเลขที่ไม่เป็นมิตร ตลาดปรับ pricing ให้มีโอกาส 70% ที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในเดือนธันวาคม แต่สำหรับมิถุนายนนี้ odds ยังอยู่ที่ 99.1% ที่จะคงดอกเบี้ยไว้ก่อน

    กลไกที่ทำให้เงินเฟ้อมีความเหนียวนิดหน่อยคือ shelter inflation หรือค่าที่พักอาศัย ที่ขึ้น 3.4% ตัวนี้ไม่ได้ผันผวนตาม commodity มันสะท้อนสัญญาเช่าจริง ค่าผ่อนบ้านจริง และมักจะทอดยาวออกไป ทำให้แม้ราคาพลังงานจะลงในอนาคต ตัว core inflation ก็จะไม่หายไปง่าย

    วิเคราะห์ตาม angle: us_debt

    ประเด็นที่ตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ กำลังจะต้องรับมือไม่ใช่แค่เรื่องดอกเบี้ยนโยบาย มันเป็นเรื่องของต้นทุนการกู้ยืมของรัฐบาลกลางที่กำลังจะแพงขึ้นในโครงสร้าง

    สหรัฐฯ มีหนี้สาธารณะรวมเกิน 36 ล้านล้านดอลลาร์ และในแต่ละปีรัฐบาลต้องออกพันธบัตรใหม่จำนวนมากเพื่อรีไฟแนนซ์ตราสารที่ครบอายุ รวมถึงใช้จ่ายขาดดุลใหม่ ต้นทุนของการออกพันธบัตรเหล่านี้ผูกกับ yield โดยตรง

    เมื่อเงินเฟ้อสูงขึ้น นักลงทุนพันธบัตรย่อมต้องการ yield ที่สูงขึ้นเพื่อชดเชยการสูญเสียอำนาจซื้อจริง สิ่งนี้ทำให้ yield พันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีและ 30 ปีของสหรัฐฯ มีแรงกดดันขาขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อ yield ขึ้น ราคาพันธบัตรเก่าที่ถืออยู่ก็ลงตาม และภาระดอกเบี้ยในงบประมาณรัฐบาลก็เพิ่มขึ้น

    ภาพรวมคือ สหรัฐฯ กำลังเข้าสู่วงจรที่น่ากังวล เงินเฟ้อสูง ทำให้ yield พุ่ง ทำให้ภาระดอกเบี้ยรัฐบาลเพิ่ม ทำให้รัฐบาลต้องออกพันธบัตรเพิ่ม ทำให้ supply พันธบัตรมากขึ้น ซึ่งกดดัน yield ให้ขึ้นอีก

    ในสถานการณ์ที่ CPI พุ่งมาที่ 4.2% ตลาดจะเริ่มตั้งคำถามว่า real yield หรือ yield ที่ปรับเงินเฟ้อแล้ว จะยังเป็นบวกพอที่จะดึงดูดนักลงทุนต่างชาติให้ถือพันธบัตรสหรัฐฯ หรือไม่ โดยเฉพาะในช่วงที่ยุโรปเองก็กำลังขึ้นดอกเบี้ย ทำให้ทางเลือกของนักลงทุนพันธบัตรโลกมีมากขึ้น

    Kevin Warsh มีชื่อเสียงในเรื่องการให้น้ำหนักกับความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อมากกว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจ การที่เขารับไม้ต่อจาก Jerome Powell ในจังหวะที่ CPI กำลังเร่งตัวขึ้นพอดีนี้ สร้างความไม่แน่นอนในตลาดว่าสัญญาณจาก FOMC มิถุนายนจะเอนเอียงไปทางใด ถ้า Warsh ส่งสัญญาณ hawkish ชัดในการแถลงข่าวหลังการประชุม อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรระยะสั้นก็จะปรับขึ้นทันที กระทบต้นทุนรีไฟแนนซ์หนี้รัฐบาลในส่วนที่เป็น T-bill และ T-note อายุสั้น

    ในแง่ความเสี่ยงระยะยาว เงินเฟ้อที่ฝังตัวลึกจาก supply shock พลังงานไม่ใช่แค่ปัญหา 1-2 ไตรมาส ถ้าความขัดแย้งในตะวันออกกลางยืดเยื้อออกไป ราคาพลังงานจะทรงตัวสูง และ CPI ก็จะไม่ลงง่าย ซึ่งหมายความว่าแนวโน้มดอกเบี้ยระยะกลางของสหรัฐฯ มีน้ำหนักไปทาง higher for longer มากขึ้น กระทบภาระหนี้สาธารณะในระดับโครงสร้าง

    สัญญาณที่ต้องจับตา

    การประชุม FOMC วันที่ 16-17 มิถุนายน คือจุดที่ต้องดู โดยเฉพาะ dot plot ที่จะแสดงว่าสมาชิก Fed แต่ละคนมองดอกเบี้ยปลายปีไว้ที่เท่าไร ถ้า dot plot เลื่อนขึ้นจาก projection รอบก่อน หมายความว่า Fed เองก็ยอมรับว่าเงินเฟ้อสูงกว่าที่คาด

    ตัวเลข CPI เดือนมิถุนายนที่จะออกในเดือนกรกฎาคม คือตัวบอกว่า 4.2% เป็นจุดพีคหรือยัง ถ้าพลังงานยังทรงตัวสูงจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง ตัวเลขมิถุนายนก็อาจยังไม่หักหัว

    Yield พันธบัตร 10 ปีของสหรัฐฯ ที่ระดับ 4.5-5% คือโซนที่นักลงทุนสถาบันจะเริ่มทบทวน allocation ระหว่าง bond กับ equity ถ้าทะลุ 5% ขึ้นไปและทรงตัวอยู่ได้ จะเป็นแรงกดดันให้ตลาดหุ้นปรับฐาน และเพิ่มต้นทุนให้กับรัฐบาลในการออก bond ใหม่

    สุดท้าย ตัวเลขการต่ออายุสัญญาเช่าในตลาดที่พักอาศัย ถ้า shelter inflation ยังไม่ขยับลงจาก 3.4% ใน 2-3 เดือนข้างหน้า มันจะยืนยันว่า core inflation มีฐานแข็งที่จะต้านการลดดอกเบี้ยของ Fed อย่างมีนัยสำคัญ

    https://www.facebook.com/share/p/18kUgbS5K9/
     
  18. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,475
    ค่าพลัง:
    +97,153
    Type 59D ไม่ใช่รถถังเศษเหล็ก นี่เป็นรถถังที่ใช้งานได้ แม้จะไม่ทันสมัยมากนัก แต่ก็ถือว่าสร้างความแตกต่างได้ในสงคราม โดยเฉพาะจำนวนที่มากถึง 1 กรมรถถัง

    Type 59D ไม่ใช่ T59D หรือชื่อในกองทัพจีนคือ ZTZ59D ไม่ได้เป็นรุ่นที่เก่ามากแบบสภาพแย่ เพราะกองทัพบกจีนยังใช้อยู่ แต่ทยอยปลดประจำการแล้ว แม้ต้นกำเนิดของ Type 59D จะมาจากรถถัง T-54 ของโซเวียต แต่จีนได้ปรับปรุงมาพอสมควร และทันสมัยกว่า Type 69-II ที่ไทยเคยมีใช้เยอะพอสมควร

    ZTZ59D ติดปืน 105 มม. แบบ ZPL-94 ลำกล้องยาว 62 คาลิเบอร์ ยิงได้ไกล 2,000 เมตร มีลูกปืนหลายแบบ เช่น HEAT, HESH, APFSDS และสามารถยิงจรวด ATGM ได้จากลำกล้องปืนซึ่งมีระยะยิง 5,000 ม. ปืนมีระบบ Stabilizer มีระบบควบคุมการยิง มีกล้อง Thermal มีเลเซอร์วัดระยะ มีกล้องมองกลางคืน ตัวรถมีการติดตั้งเกราะเสริม ERA ที่ส่วนหน้าและที่ป้อมปืน นอกนั้นก็มีปืนกล 7.62 และ 12.7 มม. ตามปกติ

    สิ่งที่สำคัญของเรื่องนี้คือจำนวน 93 คัน ซึ่งสามารถจัดได้ 1 กรมรถถังหรือ 3 กองพันรถถัง ซึ่งโดยหลักนิยมของโซเวียตแล้ว กรมรถถังเมื่อสนับสนุนด้วยกองพันยานเกราะและกองพันปืนใหญ่ สามารถจัดกำลังเพื่อเข้าตีเป้าหมายหรือทำลายแนวตั้งรับของฝ่ายรับได้ที่หน้ากว้าง 3 - 5 กิโลเมตร ตีลึกเข้าไปในดินแดนของข้าศึกได้ 10 - 15 กิโลเมตร โดยมักจะใช้สองกองพันรถถังตีด้านซ้ายและขวา สนับสนุนโดยกองพันรถถังกองพันที่สาม และใช้อำนาจการยิงทำลายแนวตั้งรับข้าศึก โดยรวมแล้ว 1 กรมรถถังถ้าจัดแบบโซเวียตสามารถควบคุมพื้นที่ได้ 100 ถึง 150 ตารางกิโลเมตร

    ลองคิดดูว่ากรมรถถังนี้เข้าตีบ้านหนองจาน อำนาจการยิงจะมีมากขนาดไหน

    และนี่คืออำนาจการยิงและการทำลายที่เกิดขึ้นได้จาก 1 กรมรถถัง ซึ่งกัมพูชามีอำนาจการรบเพิ่มขึ้นมามันที 1 กรม แม้รถถังอาจจะไม่ใช่รถถังที่ทันสมัยมาก แต่ในเมื่อรถถังยังยิงออกได้ ยิ่งไปกว่านั้นสามารถใช้กระสุนที่มีความทันสมัยมากขึ้นได้ มีระบบช่วยเล็งและระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่เพิ่มขึ้นมา ซึ่งกัมพูชาไม่เคยมีขีดความสามารถในระดับนี้มาก่อน นี่คือการเพิ่มขีดความสามารถให้กับกองทัพกัมพูชาเป็นอย่างมาก และเป็นโจทย์สำคัญของกองทัพไทยที่จะต้องรับมือ

    ในการปะทะ #ชายแดนไทยกัมพูชา สองรอบที่ผ่านมา เรายังไม่เห็นกัมพูชาใช้หน่วยรถถังและยานเกราะเข้าปฏิบัติการพร้อมกันตามตำราของโซเวียตที่เป็นหลักนิยมของกัมพูชา อาจจะเป็นเพราะว่าหน่วยรถถังของกัมพูชามีความพร้อมต่ำ แต่หลังจากจีนส่งมอบรถถังชุดนี้ให้กับกัมพูชา ตอนนี้กัมพูชามีขีดความสามารถนี้แล้ว และถ้ากัมพูชาสามารถรวบรวมกำลังและอำนาจการยิงและเข้าปฏิบัติการ ณ เป้าหมายที่กัมพูชาต้องการ นี่จะเป็นงานหนักของกองทัพไทยอย่างแน่นอน

    ดังนั้นการที่หลายท่านประเมินรถถัง Type 59D ของกัมพูชาเพียงแค่ว่าเป็นรถถังมือสอง ปลดประจำการแล้ว ไม่ทันสมัย หรือเป็นแค่รถถังเก่า คือการมองข้ามอำนาจการยิงและสิ่งที่รถถังแบบนี้จะทำได้ การประมาทเกินไปอาจทำให้เราตีความยุทธศาสตร์ของจีนในการเสริมสร้างขีดความสามารถให้กับกองทัพกัมพูชา รวมถึงสิ่งที่กัมพูชาจะทำได้หลังจากได้ขีดความสามารถเหล่านี้มาผิดไป ที่สำคัญก็คือ การมีรถถังแบบนี้ในจำนวนเท่านี้ คือการทำให้กัมพูชามีขีดความสามารถในการทำการรบเชิงรุกได้เป็นครั้งแรก

    วันศุกร์นี้ใน TAF ExclusiveTAF สำหรับสมาชิก YouTube ของ TAF เราจะมาวิเคราะห์การจัดกำลังของกรมรถถังของกัมพูชาอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยมองที่หลักนิยมที่กัมพูชาใช้ รวมถึงวิเคราะห์การจัดกำลังร่วมกับหน่วยยานเกราะและหน่วยสนับสนุนต่าง ๆ และจำลองว่าถ้ากัมพูชาจะเข้าตีพื้นที่เป้าหมายจะจัดกำลังอย่างไรและใช้ยุทธวิธีอย่างไร เพื่อให้ทราบขีดความสามารถที่แท้จริงและเป้าหมายที่แท้จริงของการจัดหารถถังจำนวน 93 คันนี้ครับ

    https://www.facebook.com/share/18wkMXKFVa/
     
  19. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,475
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เส้นทางส่งกำลังบำรุงหลักของกองทัพรัสเซียสู่คาบสมุทรไครเมียถูกตัดขาดหลังการโจมตีทางอากาศอย่างรุนแรง

    ยูเครนเปิดฉากโจมตีสะพานชอนการ์ด้วยโดรนพลีชีพ ส่งผลให้เส้นทางลำเลียงยุทธปัจจัยหลักของรัสเซียเป็นอัมพาต

    มีรายงานว่า กองกำลังป้องกันตนเองและหน่วยปฏิบัติการพิเศษของยูเครนได้ประสบความสำเร็จในการใช้โดรนโจมตีพิสัยไกลเข้าเป้าหมายพื้นผิวถนนของสะพานรถยนต์ชอนการ์ (Chongar Bridge) ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญข้ามช่องแคบซิวาช เชื่อมต่อระหว่างแผ่นดินใหญ่ของยูเครนในส่วนภูมิภาคเคอร์ซอนที่ถูกยึดครองเข้ากับคาบสมุทรไครเมีย ส่งผลให้โครงสร้างส่วนบนของสะพานได้รับความเสียหายอย่างหนักจนต้องประกาศปิดการจราจรและด่านตรวจในพื้นที่ทันที

    เจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารของรัสเซียในพื้นที่ยึดครอง นำโดยโวโลดิเมียร์ ซัลโด ผู้ว่าการภูมิภาคเคอร์ซอนที่แต่งตั้งโดยรัสเซีย ออกมายอมรับว่าการโจมตีด้วยโดรนในช่วงค่ำคืนที่ผ่านมาส่งผลให้พื้นผิวสะพานชอนการ์ชำรุดเสียหาย และจำเป็นต้องปิดด่านตรวจชอนการ์รวมถึงระงับการสัญจรผ่านทางข้ามจันคอยชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย โดยคาดการณ์ว่ากระบวนการซ่อมแซมโครงสร้างและฟื้นฟูเส้นทางอาจต้องใช้เวลานานนับเดือน ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวบังคับให้รถขนส่งทหารและพลเรือนของรัสเซียต้องเปลี่ยนเส้นทางไปใช้ด่านอาร์เมียนสก์และเปเรคอปแทน

    สะพานชอนการ์ถือเป็นหลอดเลือดแดงใหญ่และเส้นทางโลจิสติกส์สายหลักของกองทัพรัสเซียภายใต้การนำของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ในการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง อาวุธยุทโธปกรณ์ และกำลังพลจากสหพันธรัฐรัสเซียผ่านเส้นทางระเบียงบกมุ่งสู่พื้นที่สู้รบทางตอนใต้ของยูเครน การหยุดชะงักของสะพานแห่งนี้ร่วมกับการโจมตีระบบคลังน้ำมันและเรือลาดตระเวนขนส่งในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา กำลังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสายโซ่อุปทานทางทหาร และทำให้เกิดภาวะขาดแคลนเชื้อเพลิงอย่างหนักในเขตปกครองเซวาสโตพอลจนต้องเริ่มมาตรการจำกัดการจำหน่ายน้ำมันในปัจจุบัน

    อย่างไรก็ตาม ข้อมูลบางส่วนยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    Fact Check
    ✔ ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว: เกิดเหตุโดรนโจมตีสะพานรถยนต์ชอนการ์ได้รับความเสียหาย และทางทางการรัสเซียในพื้นที่ยึดครองประกาศปิดด่านตรวจและระงับการเดินรถผ่านจุดดังกล่าวแล้ว
    ⚠ ข้อมูลที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ: ระยะเวลาที่แน่นอนในการซ่อมแซมสะพาน ซึ่งรายงานเบื้องต้นระบุว่าอาจต้องใช้เวลาสูงสุดถึง 1 เดือน และตัวเลขประเมินความเสียหายเชิงโครงสร้างทั้งหมดในฝั่งใต้สะพาน
    ✖ ข้อมูลที่ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน: ข้อมูลการสูญเสียกำลังพลของกองทัพรัสเซีย ณ บริเวณด่านตรวจสะพานในช่วงเวลาที่โดรนตกกระทบเป้าหมาย

    ระดับความน่าเชื่อถือของข่าว:
    Confirmed – ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการจากทั้งแถลงการณ์ของเจ้าหน้าที่รัสเซียในพื้นที่ยึดครอง และหน่วยงานความมั่นคงรวมถึงสื่อหลักของยูเครน (Kyiv Post, The New Voice of Ukraine) ตรงกัน

    Status: Developing Story – ข้อมูลอาจมีการอัปเดตเมื่อมีการยืนยันเพิ่มเติม
    Source: Kyiv Post, Militarnyi, The New Voice of Ukraine
    https://www.facebook.com/share/1MD5YvCsJH/
     
  20. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,475
    ค่าพลัง:
    +97,153
    【เบื้องหลังจุดสูงสุดอำนาจ “สี จิ้นผิง” — กวาดล้างไม่หยุด สะท้อนความไม่มั่นคงในใจ】


    เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2026 วอลล์สตรีท เจอร์นัล (The Wall Street Journal) เผยแพร่บทวิเคราะห์โดยผู้สื่อข่าว Lingling Wei ชี้ว่า การกวาดล้างภายในที่ไม่เคยหยุดของ สี จิ้นผิง กำลังเปิดเผย “ความไม่มั่นคงในใจ” ของผู้นำจีน แม้ภายนอกเขาจะฉายภาพของผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จเหนือพรรคก็ตาม


    วงในของ “หวัง ฉีซาน” ถูกถอนรากถอนโคน


    หวัง ฉีซาน อดีตรองประธานาธิบดีจีน คือมือขวาที่ สี ไว้วางใจให้กุมระบบวินัยของพรรค และนำปฏิบัติการ “ล่าเสือ” — ปราบเจ้าหน้าที่ระดับสูง — มาตั้งแต่ สี ขึ้นสู่อำนาจในปี 2012 ทั้งสองผูกสัมพันธ์กันมาตั้งแต่ยุคปฏิวัติวัฒนธรรม


    แต่บัดนี้ คนสนิทในวงในของ หวัง กลับถูกสอยร่วงทีละคนจนแทบไม่เหลือ รายงานระบุชื่อลูกน้องคนสำคัญที่ล้มไปแล้วอย่างน้อย 5 ราย ได้แก่ ต่ง หง, เถียน ฮุ่ยอวี่, ฟ่าน อีเฟย, โจว เหลียง และหลี่ เสี่ยวหง โดย โจว เหลียง อดีตรองประธานสำนักงานกำกับการเงินแห่งชาติ ถูกประกาศสอบสวนเมื่อ 24 มีนาคม 2026 และ หลี่ เสี่ยวหง ตามมาในต้นเดือนมิถุนายน วอลล์สตรีท เจอร์นัล มองว่า การล่มสลายของวงในของ หวัง สะท้อนแนวโน้มที่กว้างกว่านั้นตลอดสิบกว่าปีที่ สี ครองอำนาจ


    แทบทุกสัปดาห์ มีเจ้าหน้าที่ระดับสูง “หายไป” จากระบบ


    เวลานี้ แทบทุกสัปดาห์จะมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงถูกองค์กรวินัยของปักกิ่งถอดชื่อ ทั้งผู้บัญชาการทหาร ข้าราชการพลเรือน และอดีตเลขาธิการพรรคระดับมณฑลที่เกษียณไปแล้ว


    เฉพาะในกองทัพ ถือเป็นการสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ที่สุดในรอบราวครึ่งศตวรรษ นับจากการประชุมสมัชชาพรรคครั้งที่ 20 ในปี 2022 มีนายทหารระดับสูงถูกถอดสถานะผู้แทนสภาประชาชนแห่งชาติไปแล้วถึง 36 นาย ก่อนการประชุม “สองสภา” เมื่อกุมภาพันธ์ 2026 มีนายทหารถูกปลดอีก 9 นาย และอดีตนายพลเกษียณอีก 3 นายถูกถอดจากสภาที่ปรึกษาการเมือง ขณะที่ขุนพลระดับสูงสุดอย่าง จาง โย่วเสีย และ เหอ เว่ยตง ก็ร่วงไปก่อนหน้านี้แล้ว ในการประชุมเดือนมีนาคม สี กล่าวเตือนคณะผู้แทนทหารตรงๆ ว่า กองทัพต้องไม่มีที่ให้ผู้ไม่จงรักภักดีต่อพรรคหรือผู้ทุจริตซ่อนตัวได้


    ภาพใหญ่: การ “พลิกทิศ” จากแนวทางของ เติ้ง เสี่ยวผิง


    บทวิเคราะห์ยกความเห็นของนักวิเคราะห์รายหนึ่งที่มองว่า สี ได้กลับทิศทาง “ปฏิรูปและเปิดประเทศ” ที่ เติ้ง เสี่ยวผิง วางไว้ และผลักจีนเข้าสู่ระบอบเบ็ดเสร็จเต็มรูปแบบ — คำถามสำคัญของบทความคือ ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร

    แหล่งข่าว: The Wall Street Journal (华尔街日报) / Lingling Wei | ข้อมูลพื้นหลังการกวาดล้าง: BBC, Foreign Policy, China Leadership Monitor

    https://www.facebook.com/share/18sNjam8eW/
     

แชร์หน้านี้

Loading...