**ร้านศิวิไลพระเครื่อง** วัตถุมงคล เครื่องรางของขลัง เกจิคณาจารย์ภาคเหนือ

ในห้อง 'พระเครื่อง วัตถุมงคล' ตั้งกระทู้โดย ศิวิไล, 25 พฤษภาคม 2013.

  1. ศิวิไล

    ศิวิไล เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 มิถุนายน 2011
    โพสต์:
    17,284
    ค่าพลัง:
    +1,350
    พระรอดเณรจิ๋วครูบาบุญทืม วัดจามเทวี สวย เก่าจัดจ้านดูง่าย

    พระชุดนี้ครูบาบุญทืม พรหมเสโน วัดจามเทวี เป็นคนสร้าง เป็นพระรอดที่สร้างในสมัยเดียวกับพระรอดครูบากองแก้วโดยจะนำพระสกุลลำพูน ที่ชำรุดแตกหักมาบดแล้วกดพิมพ์พระชุดนี้ออกมาองค์นี้เนื่อหาดีมาก สร้างได้พระจำนวนประมาณเต็ม ๑ บาตรพระ แล้วถวายให้ครูบาชุ่ม โพธิโก วัดวังมุย ซึ่งเป็นศิษย์รุ่นพี่ โดยต่อมาครูบาชุ่มฯได้นำไปขอความเมตตาจากครูบาศรีวิชัยฯเสกให้ เมื่อครูบาศรีวิชัยฯเสกให้แล้ว ครูบาชุ่มท่านก็แจกของท่านไปเรื่อย จนเหลืออยู่จำนวนหนึ่งไม่มากนักประมาณพันสองพันองค์ ต่อมาเมื่อประมาณปี พ.ศ.๒๕๑๘ ครูบาชุ่มฯท่านได้นำออกมาแจกคณะศิษย์สายวัดท่าซุง
    ประวัติการจัดสร้างชัดเจน ครูบาเจ้าศรีวิชัยได้ปลุกเสกให้
    จัดเป็นพระเครื่อง ที่น่าใช้มากๆครับ

    ราคา 3900 บาท สนใจสอบถามได้ครับ 0861936900

    ่เ้.png ่้าสตร.png fcghty.png bvjhmukyi.png
     
  2. ศิวิไล

    ศิวิไล เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 มิถุนายน 2011
    โพสต์:
    17,284
    ค่าพลัง:
    +1,350
    สมเด็จฝาบาตร รุ่นแรก ครูบาสร้อย วัดมงคลคีรีเขต ตาก

    ท่านพื้นเพเดิมเป็นคน จ.บุรีรัมย์ ครับ บวชเรียนตั้งแต่เด็ก และอุปสมบถ โดยมีสุดยอดเกจิเป็นพระอุปัชฌาย์ และเป็นผู้ถ่ายทอดวิยาคมให้ครูบาสร้อยจนหมดสิ้นด้วยความรักและเล็งเห็นอนาคตว่าศิษย์คนนี้จะเป้นผู้เผยแพร่พระพุทธศาสนาช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ต่อไป พระอาจารย์และพระอุปัชฌาย์ของท่านคือ หลวงปู่สุข วัดโพธิ์ทรายทอง ท่านได้ธุดงค์มาถึงดอยแม่ตะวอและที่นี่เองท่านได้รับนิมนต์ให้อยู่เพื่อเป็นที่พึ่งแก่ชนชาวกะเหรียงซึ่งขณะนั้นเกิดการสู้ระหว่างพม่ากับชนกลุ่มน้อยชาวกระเหรียงในราวปี 2525-2535 วัตถุมงคลของท่านผู้ที่ได้รับต่างพบกับประสบการณ์ความศักด์สิทธมากมาย เป็นที่เล่าขานกันมาตลอด ส่วนเหรียญสมเด็จทองฝาบาตรที่ท่านเห็นอยู่นี้เป็นรุ่นแรกท่านทำแจกมีจำนวนน้อยนานๆได้เห็นครับสภาพเหรียญโดยมากจะพบคราบน้ำมันงาบนผิวเหรียญจะถือว่าเป็นเหรียญนิยม พุทธคุณก็ครบทุกด้านครับ

    องค์นี้สวยคราบน่ำมันงาเดิมๆตอกโค๊ตคมชัดลึกครับ

    พระหลักยอดนิยมของท่านครูบาสร้อยครับ


    บูชาแล้วครับ

    สาวงย.png ดกเกเกัะ.png า่ยสว.png หพำะ.png
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 9 กรกฎาคม 2026 at 12:26
  3. ศิวิไล

    ศิวิไล เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 มิถุนายน 2011
    โพสต์:
    17,284
    ค่าพลัง:
    +1,350

    วัวธนูอาคมรุ่นแรกอาจารย์เณร วิเศษสิงห์คำ วัดป่าสัก ปี 2519 สวยผิวเดิม มาจาร นอนกล่องเดิมๆ ดูง่าย

    ตำนานวัวธนูวิ่งชนในบาตร ขนาดพิธีปลุกเสกกลางป่าช้า วัวธนูอาจารย์เณรวิเศษณ์ สิงห์คำ สร้างเมื่่อปี พ.ศ.2519 วัตถุมงคลที่ว่านี้ไม่เป็นสองรองใครโดยประวัติการเล่าต่อๆกันมาว่าจนถึงปัจจุบัน ท่านอาจารย์เณรได้ปลุกเสกวัวธนูนี้ในป่าช้าบ้านป่าสัก2วาระ ปลุกเสกวัดร้างบนเขา เขตจอมทอง1วาระ เมื่อขณะที่ท่านกำลังปลุกเสกวาระที่กลางป่าช้าชาวบ้านต่างได้มีเสียงวัววิ่งรอบป่าช้า และวัวธนูเนื้อทองแดงวิ่งชนกันในบาตรพระที่ท่านใช้ปลุกเสกนั่งปรก โดยท่านปลุกเสือในตัวสู้กับวัวธนูที่วิ่งในบาตร จนวัวธนูเนื้อทองแดงตัวหนึ่งกระเด็นออกมาจากบาตร(และมีเสียงวัวธนูตัวนั้นวิ่งรอบบริเวณป่าช้า จนเป็นที่ล่ำลือจนถึงทุกวันนี้ วัวธนูอาคมที่โ่ด่งดังมาจนถึงปัจจุบันและมีข้อความที่ท่านเขียนไว้ว่า "วัวนี้เป็นวัวที่เสกป่าช้า มีค่ายิ่งกว่าวัวธนูเงิน ผู้ใดทำสูญ ผู้นั้นพึงมิใช่คน เรารักยิ่งเสมือนบรมครู"
    วัวธนูที่ท่านสร้างมีเพียงรุ่นเดียวเมื่อปี 2519 มีอยู่สองเนื้อ วัวธนูเนื้อเงิน จำนวนการสร้าง 99 ตัว วัวส่วนหนึ่งแจกให้กรรมการผู้สร้างจำนวน 14 คน และวัวธนูเนื้อทองแดงรมดำ จำนวนการสร้าง 2,999 ตัว
    คาถา ปลุก วัวธนู
    โอมโคโน มหาโคโน โอมเสโส มหาเสโส
    โอมสะตะสะตา ผลายันตุ
    #โอมปลุก โอมปลุก กูจักปลุกวัวธนูกูหื้อมีกำลังเหมือนดังช้างสาร ป่าใหญ่ หื้อมีเตชะ อำนาจใหญ่เหมือนดัง ราชสีห์ล่าเนื้อ กูจักไจ้หื้อจนก่จน กูจักไจ้หื้อแตงก่แตง แม้นว่ากำแปง ปันแสนก่ปอพังทะลายได้ โอมสวาหะเท็ก
    ของดีน่าใช้มากครับ
    สวยผิวเดิม ๆ นอนกล่องมีจารครบสูตร แท้ดูง่ายครับ


    บูชาแล้วครับ


    ดหดหดหดห.jpg กดะ่ึั.jpg ดั้ี.jpg ทืท.jpg ะพะัพะภถึ.jpg พกะี.jpg หกดะพั้ี.jpg ฟพะเั.jpg


     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 9 กรกฎาคม 2026 at 12:26
  4. ศิวิไล

    ศิวิไล เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 มิถุนายน 2011
    โพสต์:
    17,284
    ค่าพลัง:
    +1,350
    เหรียญรุ่นแรกอาจารย์เณรวิเศษณ์ สิงห์คำ วัดป่าสัก
    เนื้อเงิน มีจาร สวยเดิมๆไม่ผ่านการใช้

    อาจารย์เณรท่านนี้ท่านมีความขมังเวทย์และเชี่ยวชาญการสร้างวัตถุมงคล ทั้งพระเครื่องและเครื่องรางโดยเฉพาะเครื่องรางของท่านนั้นในยุคนั้นโด่งดัง มาก ไม่ว่า จะเป็น กุมารทอง วัวธนู ตะกรุด เสื้อยันต์ และ เครื่องรางอื่นๆท่านได้สร้างกุมารทองเนื้อผงอาถรรพ์ขึ้นเมื่อปี 2520
    เหรียญนี้สวยผิวเดิม ๆ มีจาร ท่านที่ชอบเก็บของสวยไม่ควรพลาดครับ
    พร้อมรับประกันความแท้ครับ

    สนใจสอบถามได้ครับ 0861936900

    Clip_18.jpg Clip_31.jpg Clip_34.jpg
     
  5. ศิวิไล

    ศิวิไล เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 มิถุนายน 2011
    โพสต์:
    17,284
    ค่าพลัง:
    +1,350

    พระบูชา สมเด็จพระยุพราช ปี พ.ศ 2528 ปี 2528 ขนาด5นิ้ว

    พระประจำโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย ด้วยพิธีพุทธาภิเศกที่ยิ่งใหญ่โดยมี สมเด็จฯพระญาญสังวรฯ สมเด็จพระสังฆราชทรงเป็นประธานในพิธีพุทธาภิเศก ณ. วิหารหลวงวัดพระสิงห์วรมหาวิหาร จ.เชียงใหม่ พร้อมด้วยพระคณาจารย์ล้านนา นำโดยครูบาเจ้าชัยวงศ์ วัดพระบาทห้วยต้ม ครูบาอิน วัดฟ้าหลั่ง ครูบาเจ้าดวงดี วัดท่าจำปี ครูบาสิงหวิชัย วัดฟ้าฮ่าม หลวงปู่ทอง วัดพระธาตุศรีจอมทอง ครูบาคำปัน วัดหม้อคำตวง และที่สำคัญได้นำไปขอบารมี หลวงพ่อเกษม เขมโก ลงแผ่นทองชนวนร่วมอธิษฐานจิต เมื่อวันที่ 23-24 ธันวาคม 2528
    มูลเหตุเนื่องจากการบูรณะวัดนางเหลียว ในมงคลสมัยที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ ๖๐ พรรษา วันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๓๐ โรงเรียนยุพราชวิทยาลัยได้รับกุศลจิตศรัทธา จากศาสตราจารย์ นายแพทย์ทองน่าน นางสมศรี วิภาตะวณิช จัดสร้างพระพุทธรูปนวโลหะ เชียงแสนสิงห์หนึ่ง หน้าตัก ๓๙ นิ้ว ซึ่งชื่อว่า "สมเด็จพระยุพราช" และ พันเอก(พิเศษ) ทรงธรรม นางเหรียญ วิภาตะวณิช จัดสร้างพระอัครสาวก ๒ องค์ มอบให้เป็นพระพุทธรูปประจำโรงเรียน ตามนโยบายจัดหาพระพุทธรูปประจำสถานศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ในขณะนั้นนายเจริญ และนางสุดารัตน์ นววัฒนทรัพย์ นักธุรกิจหนุ่มสาวจากกรุงเทพฯ มีจิตศรัทธาอุปการะด้านการเงินส่วนหนึ่ง ในการบูรณะและสร้างถนนหน้าวัดนางเหลียว ตามจิตอธิษฐานที่เคยตั้งใว้เมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๖ เมื่อสมัยที่มาพักที่โรงแรมสุมิตต์ ใกล้ๆ วัดนางเหลียว และได้เห็นสภาพปรักหักพังของวัดนางเหลียวในขณะนั้น
    ส่วนการซ่อมพระเจดีย์วัดนางเหลียวนั้น โรงเรียนยุพราชวิทยาลัยได้รับความอนุเคราะห์จากนายทวีศักดิ์ เสนาณรงค์ อธิบดีกรมศิลปากรในขณะนั้น ได้มอบหมายให้นายสุรพล ดำริห์กุล เจ้าหน้าที่จากหน่วยศิลปากรที่ ๔ จังหวัดเชียงใหม่ มาซ่อมแซมองค์พระเจดีย์ เสริมปลีปล่องไฉน ทำด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น และขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน ลานดินหน้าองค์พระเจดีย์ได้รับการปรับ และเริ่มปลูกต้นไม้ใหญ่นานาพรรณ โดยผู้ใหญ่ของบ้านเมืองปลูกเป็นที่ระลึก ในโอกาสฉลอง ๘๐ ปี โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย
    งบประมาณในการดำเนินการบูรณะซ่อมแซมวัดนางเหลียวครั้งนี้ ได้รับบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธาทั่วประเทศและจากต่างประเทศด้วย ในการหางบประมาณสมทบกับเงินบริจาคดังกล่าวคณะกรรมการได้จัดสร้างวัตถุมงคลสองครั้ง กล่าวคือ
    ครั้งแรกสร้างพระสมเด็จพระยุพราชจำลอง เนื้อนวโลหะ เป็นพระพุทธรูปบูชา หน้าตัก ๙ นิ้ว จำนวน ๕๒๙ องค์ หน้าตัก ๕ นิ้ว จำนวน ๒,๐๐๐ องค์ และเหรียญบูชา อีก ๘๔,๐๐๐ เหรียญ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้อัญเชิญพระราชลัญจกรตราแผ่นดินประจำรัชกาลที่ ๖ จารึกไว้ที่ฐานพระพุทธรูป และด้านหลังของเหรียญบูชา ตามหนังสือที่ รล ๐๐๐๓/๑๑๗๕๑ ลงวันที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๒๘ ผู้ออกแบบและปั้นองค์พระ คือ นายนพวัฒน์ (สนั่น) สมพื้น หัวหน้างานหัตศิลปและช่างสิบหมู่ กองหัตถศิลป์ กรมศิลปากร คณะกรรมการได้จัดพิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคลดังกล่าว ณ วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๒๘ เวลา ๑๘.๐๙ น. ได้ราชาฤกษ์ เจ้าพระคุณสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เมตตาเสด็จมาเป็นองค์ประธานจุดเทียนชัยและนั่งปรก พร้อมด้วยพระเกจิอาจารย์ทั่วภาคเหนือ หลังจากนั้นสาธุชนได้หลั่งไหลมาบูชาพระสมเด็จพระยุพราชจำลองดังกล่าว หมดสิ้นภายใน ๓ เดือน
    การสร้างวัตถุมงคลครั้งที่สอง ได้นำเศษผงปูน อิฐหักจากองค์พระประธานวัดนางเหลียว ที่ต้องสกัดออกบางส่วนเพื่อตกแต่งองค์ใหม่ ได้นำส่วนนี้มาบดอัดรวมกับผงอิทธิเจจากวัดสำคัญทุกภาค และได้รับเมตตาประทานพระเกศา และจีวรที่ใช้แล้ว จากสมเด็จพระสังฆราชพระองค์นั้นเป็นส่วนผสมเพื่อจัดสร้างเป็นพระเครื่องเรียกว่า "พระสมเด็จพระยุพราช" ประดิษฐานในเรือนแก้วแบบล้านนา ตามหนังสือที่ ชม ๐๐๓๐.๐๑/๑๑๓๒ ลงวันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๓๐ การประกอบพิธีพุทธาภิเษกพระสมเด็จพระยุพราช ได้จัดขึ้นที่พระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพมหานคร โดยมี ม.ล.ปิ่น มาลากุล เป็นประธานดำเนินการ และสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้ ฯพณฯ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เป็นผู้แทนพระองค์มาเป็นประธานจุดเทียนชัย และได้รับความเมตตาจาก ท่านเจ้าพระคุณสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก เป็นประธานฝ่ายสงฆ์นั่งปรก พร้อมด้วยพระเกจิอาจารย์จากทั่วประเทศ เมื่อวันที่ ๑๔ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๓๒ ณ พระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร กทม.
    ข้อมูลจากหนังสือ "พระบารมีปกเกล้าฯ ยุพราชวิทยาลัย ๑๐๐ ปี นามพระราชทาน"
    พระดีจัดพิธีอย่างยิ่งใหญ่ เกจิอาจารย์ร่วมปลุกเสกอย่างมากมาย
    #ศิษย์เก่าหรือศิษย์ใหม่ยุพราชไม่ควรพลาดครับ
    พระดีปีลึกน่าบูชามากครับ



    Clip_48.jpg Clip_49.jpg Clip_50.jpg Clip_51.jpg Clip_53.jpg Clip_54.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • Clip_52.jpg
      Clip_52.jpg
      ขนาดไฟล์:
      46.1 KB
      เปิดดู:
      45
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 16 มิถุนายน 2026
  6. ศิวิไล

    ศิวิไล เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 มิถุนายน 2011
    โพสต์:
    17,284
    ค่าพลัง:
    +1,350

    พระบูชาเจ้าพ่อพญาคำลือ รุ่นแรก หลวงพ่อเกษม เขมโก อธิฐานจิต

    ประวัติพ่อพญาคำลือ
    เจ้าพ่อพญาคำลือเป็นโอรสของท้าวพญาคำแดง ในราชวงศ์โยนกนาคนคร เป็นราชนัดดาในของพญางำเมือง (ปู่) แห่งเมืองพะเยา มีพระมารดาชื่อพระนางอินเหลาแห่งเวียงเปียงดาว (เชียงดาว) ซึ่งเป็นเชื้อพระวงศ์เจ้าแสนภูผู้ ครองเวียงระมิงค์ สืบเชื้อสายราชวงศ์เชียงแสน เป็นผู้สร้างเมืองสยมภูนครินทร์ (คือแจ้ซ้อน, เมืองปาน, และห้างฉัตรในปัจจุบัน) ได้มอบให้ท่านท้าวพญาคำแดงครองเมืองสยมภูนครินทร์ภายหลังพญาคำแดงทรงเลี่ยงเมือง ติดตามพระนางอินเหลาไปยังเชียงดาว และมอบให้ขุนเจื่องครองเมืองสยมภูนครินทร์แทน ส่วนเจ้าพ่อพญาคำลือ ราชนัดดาซึ่งเป็นอุปราชใหญ่ครองเมืองวิเชตนครสืบมา เจ้าพ่อพญาคำลือผู้เป็นอุปราชใหญ่ได้รับแต่งตั้งให้ครอง เมืองวิเชตนคร เมื่อประมาณ พ.ศ. ๑๘๖๑ (คือแจ้ห่มปัจจุบัน) ท่านมีสายเลือกนักรบเต็มตัวอันสืบเชื้อสายมาจากราชวงศ์เชียงแสน เจ้าพ่อพญาคำลือนั้นมีเจ้าสุดใจเป็นคู่ชีวิตแต่ไม่มีบุตรด้วยกัน ต่อมาในปี พ.ศ.๑๘๘๑ พวกเงี้ยวตั้งตนเป็นใหญ่ในดินแดนภาคเหนือโดยมีเจ้าคำฟู พญากาวน่าน ยกทัพมาตีขนาบเมืองใหญ่น้อย ได้แผ่อำนาจมาถึงเมืองพะเยา เจ้าพ่อพญาคำลือจึงต้องยกทัพไปช่วยปราบปราม โดยมีเจ้านายฝ่ายเหนือมาร่วมรบในครั้งนั้นอาทิเช่น พญาวัง (อำเภอวังเหนือ) เมืองลานช้าง เวียงระมิงค์ เขลางค์นคร เวียงโกศัย (เมืองแพร่) พิษณุโลก (เมืองโอฆะบุรี) อุตรดิตถ์ (เมืองทุ่งยั้ง) เมืองพิชัย เป็นต้น รบกันนานถึง 2 เดือน จึงได้ ชัยชนะในที่สุดพวกเงี้ยวต้องถอยร่นกลับไปแค้วนสิบสองปันนา กาลต่อมาศึกพม่ากับ เวียงพิงค์ได้อุบัติขึ้นอีก พม่าได้ยกทัพมาตีเมืองสยมภูนครินท์ เมืองนี้จึงตกเป็นเมืองขึ้นของพม่า นานถึง ๑๐ ปี พม่าได้พยายามที่จะยกทัพมาตีเอาวิเชตนคร ซึ่งเป็นเมืองหนึ่งของหัวเมืองสยามภูนครินทร์ แต่ก็ไม่สามารถตีเอาเมืองนี้ไปได้ ทั้งนี้เพราะพระปรีชาสามารถของเจ้าพ่อพญาคำลือ ที่ต่อสู้รักษาเมืองไว้อย่างแข็งขัน ประกอบกับเมืองวิเชตนครเป็นเมืองที่ราบลุ่มมีภูเขาล้อมรอบ นับว่าเป็นชัยภูมิที่ดี เมื่อข้าศึกยกทัพมาก็จะทราบล่วงหน้าก่อนทุกครั้งไป จึงสามารถเตรียมกำลังให้พร้อมรบอยู่ตลอดเวลา พวกพม่าจึงไม่อาจตีเอาเมืองวิเชตนครได้ ต่อมาเจ้าพ่อพญาคำลือ ได้ร่วมกับเจ้าเมืองฝ่ายเหนือยกทัพไปตีพม่า กองทัพพม่าแตกกระจาย ถอยร่นกลับไปจึงได้ชิงเอาเมืองสยมภูนครินทร์คืนมาได้ ในชีวิตเจ้าพ่อพญาคำลือต้องรบเพื่อปกป้องเมือง ให้พ้นจากอิทธิพลการแย่งชิงของข้าศึก ยามรบก็รบด้วยความแกล้วกล้าสุดชีวิต ยามสงบก็ปกครองเมืองให้เป็นสุขด้วยความรักและเมตตา เจ้าพ่อพญาคำลือจึงเป็นที่เคารพรักบูชาของชาวเมืองดุจพ่อเจ้า เจ้าพ่อพญาคำลือ ใฝ่ใจในธรรมยิ่งนักยามสงบก็ทำนุบำรุงวัดวาอารามหลายแห่งโดยเฉพาะวัดพระธาตุดอยภูซาง วัดผาแดงหลวง และวัดอักโขชัยคีรีที่ประดิษฐานพระธาตุอันศักดิ์สิทธิ์เจ้าพ่อจะบูรณะให้ดูเด่นเป็นสง่าคู่เมืองวิเชตนคร ตลอดมา เมื่อท่านได้สิ้นชีพตักษัยไปแล้ว ชาวเมืองจึงได้ร่วมใจกันสร้างศาลไว้ ณ ที่คุ้มเก่าและดั้งเดิมที่สถานีตำรวจภูธรแจ้ห่ม และสร้างอนุสาวรีย์เจ้าพ่อพญาคำลือไว้ที่เชิงดอยวัดอักโขคีรี ให้อยู่คู่วิเชตนคร เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติ และเป็นที่เคารพสักการบูชา เพื่อแสดงออกซึ่งความกตัญญูกตเวทีต่อพระองค์ท่าน เพราะท่านก็เป็นองค์หนึ่งในสยามเทวาธิราชเหมือนกัน เมืองที่มีความสัมพันธ์กับวิเชตนครได้แก่ เมืองวังเฮือ (อำเภอวังเหนือ) เมืองลานช้าง เวียงพิงค์ พะเยา เมืองเชียงราย เขลางค์นคร เวียงโกศัย (แพร่) สุโขทัย พิษณุโลก อุตรดิตถ์ เมืองพิชัย พระดี เจตนาดี มีประสบการณ์ และเป็นอีกรุ่นหนึ่งที่คนในพื้นที่และใกล้เคียงต่างหวงแหนและตามเก็บกันหมดครับ


    เจ้าพ่อพญาคำลือ วิเชตนคร จ.ลำปาง ปี26 หลวงพ่อเกษม เขมโก ปลุกเสก


    ราคา 3500 บาท สนใจสอบถามได้ครับ 0861936900



    Clip_35.jpg Clip_40.jpg Clip_41.jpg Clip_47.jpg
     
  7. ศิวิไล

    ศิวิไล เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 มิถุนายน 2011
    โพสต์:
    17,284
    ค่าพลัง:
    +1,350

    เหรียญรุ่นแรก ครูบาศรี อริยวังโส วัดป่าบุก ปี 2513 เนื้อฝาบาตร

    สร้างและทำพิธี ณ วิหารวัดป่าบุก โดยมีวัตถุมงคลที่สร้างพร้อมกันคือ พระกริ่ง และพระผงเกศา โดยมีคณาจารย์ร่วมพีธีปลุกเสกอาทิเช่น ครูบาพรหมจักร วัดพระพุทธบาทตากผ้า ป่าซาง ครูบาแสง วัดร่องช้าง ป่าซาง ครูบาจ๋อน วัดป่าตาล ป่าซาง ครูบาหวัน วัดป่าเหียง ป่าซาง ครูบาตุ่น วัดบ้านเหล่าพระเจ้าตาเขียว ป่าซาง พระครูวรพรตพินิจ วัดแม่แรง ป่าซางและเกจิคณาจารย์อีกหลายๆท่านครับ

    ราคา 6500 บาท สนใจสอบถามได้ครับ 0861936900

    กดเ้ะีัร.png กดัะี้ัึรล.png ่ืารสน.png
     
  8. ศิวิไล

    ศิวิไล เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 มิถุนายน 2011
    โพสต์:
    17,284
    ค่าพลัง:
    +1,350
    ผ้ายันต์เขียนมือ อาจารย์เณรวิเศษณ์ สิงห์คำ วัดป่าสัก เดิมๆดูง่าย


    อาจารย์เณรท่านนี้ท่านมีความขมังเวทย์และเชี่ยวชาญการสร้างวัตถุมงคล ทั้งพระเครื่องและเครื่องรางโดยเฉพาะเครื่องรางของท่านนั้นในยุคนั้นโด่งดัง มาก ไม่ว่า จะเป็น กุมารทอง วัวธนู ตะกรุด เสื้อยันต์ และ เครื่องรางอื่นๆท่านได้สร้างกุมารทองเนื้อผงอาถรรพ์
    หายากมากครับ
    ผืนนี้พิเศษหายากมากครับ

    ราคา 3500 บาท สนใจเชิญได้ครับ 0861936900

    Clip_56.jpg Clip_61.jpg Clip_57.jpg Clip_58.jpg Clip_59.jpg Clip_60.jpg
     
  9. ศิวิไล

    ศิวิไล เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 มิถุนายน 2011
    โพสต์:
    17,284
    ค่าพลัง:
    +1,350

    รูปอัดกระจก คณะราษฎร์ ครูบาเจ้าศรีวิชัย หุ่มอลูมิเนียม


    รูปครูบาศรีวิชัยนั่งบริกรรมลูกประคำ ถ่ายไว้ ณ.วัดพระสิงห์ ปี ๒๔๗๕ จ.เชียงใหม่ หรือที่วงการเรียกกันว่า รูปคณะราษฎร์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส วัดพระสิงห์วราวิหาร ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองปี ๒๔๗๕ ถ้าลองสังเกตุตาลปัตรหรือพัดรองจะเห็นคำว่าคณะราษฎรเป็นรูปที่บันทึกความทรงจำทางประวัติศาสตร์ของทางล้านนาภาคเหนือหลังเปลี่ยนแปลงการปกครองใน ปี ๒๔๗๕ ในปีนั้นจากบันทึก ทางคณะราษฎรได้ส่งรัฐมนตรีผู้เป็นเพื่อนเก่าของเจ้าหลวง คือพระยาสุริยา-นุวัตร (เกิด บุนนาค) เป็นผู้แทนขึ้นไปเยี่ยมเยียนเมืองเชียงใหม่ วัตถุประสงค์สำคัญคือดูท่าทีของเจ้านายฝ่ายเหนือที่มีต่อรัฐบาลระบอบใหม่ พระยาสุริยานุวัตรมีรายงานมายังพระยามโนปกรณ์นิติธาดา ประธานคณะกรรมการราษฎร (คือตำแหน่งนายกรัฐมนตรีตามศัพท์สมัยหลังการอภิวัฒน์ใหม่ ๆ) เล่าความที่ได้ทราบมาระหว่างอยู่ที่เชียงใหม่ว่า คนสำคัญที่มีอำนาจยิ่งใหญ่กว่าเจ้านายทั้งสิ้นในเมืองเชียงใหม่นั้น มีเถรรูปหนึ่งชื่อ ตุ๊เจ้าศรีวิไชย เป็นเจ้าคณะวัดสิงห์ เชื้อกะเหรี่ยง ตำบลบ้านปาง แขวงเมืองนครลำปาง ซึ่งคนนับถือทั้งเมือง ตลอดจนถึงเชียงตุง จะว่าอะไรหรือจะปรารถนาอะไรคงสำเร็จทั้งสิ้น เถรองค์นี้ถือพุทธศาสนาเคร่งครัดเป็นอันมาก มีฉันอาหารเพียงหนึ่งมื้อ และไม่ฉันอาหารเนื้อสัตว์ มีศรัทธาในทางปฏิสังขรวัดยิ่งกว่าทางอื่น ได้ซ่อมแซมวิหารและพระเจดีย์ที่หักพังมามากแห่งแล้ว ถึงตัวจะไม่มีเงินทองเลย เมื่อตกลงทำการบุญที่ไหนแห่งใด ราษฎรไทย ลาว เงี้ยว พม่า คงจะนำเงินมาถวายเข้าด้วย ส่งเสบียงอาหารและช่วยออกแรง ออกเครื่องใช้ก่อสร้างให้โดยไม่คิดค่าจ้าง แม้แต่ฝรั่งในเมืองเชียงใหม่ที่เป็นมิจฉาธิถิก็ยังพลอยเลื่อมใสช่วยเหลือด้วย เมื่อเป็นดังนั้นพระยาสุริยานุวัตรจึงแวะไปนมัสการ ตุ๊เจ้าศรีวิชัย ที่กำลังบูรณะวัดสวนดอก เชียงใหม่ และได้พบเห็นบรรยากาศการทำงานของท่านเวลานี้ตุ๊เจ้าศรีวิชัยที่กำลังปฏิสังขรวัดสวนดอก ผู้บันทึกได้บันทึกว่า ท่านสร้างวิหารยาวใหญ่ ไม่ทันถึง ๑๐ เดือนก็เกือบจะสำเร็จแล้ว ยังแต่จะปิดทอง ประดับกระจกที่ลวดลายตามเสาและผนัง ตุ๊เจ้าศรีวิชัยบอกว่า ชาวบ้านเรี่ยไรเงินไปให้ไม่ถึงหกหมื่นบาทเศษ แต่วิหารขนาดใหญ่เพียงที่ทำมาได้นี้ ถ้าเป็นในกรุงเทพฯ คงจะสิ้นเงินกว่าสองแสนบาท แล้วชาวบ้านหญิงชายอุตส่าห์ขนอิฐไปส่งคนละเก้าแผ่นสิบแผ่น ยังมีหญิงสาวแก่ ขนทราย หาบหรือกระเดียดกระจาดไปส่งต่อเนื่องเสมอ ยังมีพวกขนเข้าและเสบียงอาหารไปช่วยเลี้ยงคนทำงานอีกเป็นอันมาก ดูไปก็น่าเลื่อมไสได้จริง


    จัดเป็นรุปยุคเก่ายิดนิยมของท่านครูบาศรีวิชัย

    ราคา 9999 บาท สนใจสอบถามได้ครับ 0861936900


    อด้เัีร.jpg เ้ด้ััุึถ.jpg เดี่ัารนย.jpg ปแดก.jpg

     
  10. ศิวิไล

    ศิวิไล เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 มิถุนายน 2011
    โพสต์:
    17,284
    ค่าพลัง:
    +1,350


    รูปหล่ออุ้มบาตรใหญ่ครูบาอินสม สุมโน วัดทุ่งน้อย อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ ก้นอุดเกศา เทียนชัย


    ถือเป็นวัตถุมงคลที่ได้รับควานิยมเป็นอันดับต้น ๆ ของท่าน เนื่องจากมีผู้นำไปใช้แล้วต่างเกิดประสบการณ์ด้านต่างที่ไม่เหมือนกันมีทั้งแคล้วคลาด คงกระพัน และด้านเมตตาแล้วแต่บุคคลนั้นจะอธิษฐานเอา จึงทำให้ปัจจุบันหาได้ยากมากในพื้นที่ใครมีต่างหวงแหนกันมาก

    ราคา 3500บาท สนใจสอบถามได้ครับ0861936900

    สจจ.png หกดเ้ะ.png กหดเ.png ้่ใรส.png
     
  11. ศิวิไล

    ศิวิไล เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 มิถุนายน 2011
    โพสต์:
    17,284
    ค่าพลัง:
    +1,350
    พระกริ่งขวานฟ้าครูบาชัยวงศ์ วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม

    สร้างจากชนวน ขวาน ฟ้า (เนื้อโลหะ) แผ่นจาร (ที่ได้รับมอบมาสร้างพระ) ลงอักขระโดย หลวงปู่ครูบาชัยวงศาพัฒนา หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ หลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง หลวงปู่นิล จังหวัดนครราชสีมา หลวงปู่เครื่อง สุภัทโท ชนวนอื่น ๆ (ที่ ได้รับมอบสร้างพระ) อธิษฐานจิตโด หลวงปู่ชอบ ฐานสโม หลวงปู่หลุย จันทสาโร พระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ พระอาจารย์วัน อุตตโม หลวงพ่อเกษม เขมโก เหรียญหลวงปู่เทพโลกอุดร วัดถ้ำวัวแดง จังหวัดชัยภูมิ ครูบาพรหมจักร วัดพระพุทธบาทตากผ้า หลวงปู่หล้า หลวงปู่ครูบาดวงดี สุภัทโท หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี แผ่นยันต์ชินบัญชร – แผ่นยันต์ 121 พระ คาถาสมเด็จพระพุฒาจารย์โต แผ่นยันต์มหาลาภ หลวงพ่อโต วัดอินทรวิหาร ข้าวตอกร่วง เหล็กน้ำพี้ ขี้เหล็กไหล สังฆวานร จากวัดเจดีย์หลวง จังหวัดเชียงใหม่ เงินโบราณจากกรุสุพรรณบุรี
    ผง พุทธคุu ผงหลวงปู่เทพโลกอุดร เพชรน้ำค้างจากถ้ำศักดิ์สิทธิ์จังหวัดชัยภูมิ แร่วิเศษจากจังหวัดเลย แร่วิเศษจากภูเขาควายขี้เหล็กไหลจากถ้ำศักดิ์สิทธิ์ จังหวัดชัยภูมิ เพชรหน้าทั่ง ผงอิทธิเจ จากถ้ำพระอรหันต์ 8 ศอก หรือพระอรหันต์ 1,000 ปี จังหวัดชัยภูมิ
    น้ำพุทธมuต์ที่แช่พระกริ่ง ได้ จาก น้ำพุทธมuต์ ที่ได้จากพิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคลครูบาศรีวิชัย วัดบ้านปาง อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน และน้ำทิพย์จากบ่อน้ำทิพย์ (บ่อน้ำศักดิ์ที่วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม)


    ราคา 3500 บาท สนใจสอบถามได้ครับ 086-1936900

    พระกริ่งขวานฟ้า ครูบาชัยวงศ์ 1.8 a.jpg พระกริ่งขวานฟ้า ครูบาชัยวงศ์ 1.8 b.jpg พระกริ่งขวานฟ้า ครูบาชัยวงศ์ 1.8 c.jpg พระกริ่งขวานฟ้า ครูบาชัยวงศ์ 1.8 d.jpg พระกริ่งขวานฟ้า ครูบาชัยวงศ์ 1.8 e.jpg

    9.jpg

    99.jpg
     
  12. ศิวิไล

    ศิวิไล เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 มิถุนายน 2011
    โพสต์:
    17,284
    ค่าพลัง:
    +1,350
    เหรียญรุ่นแรกพระเจ้าทันใจ วัดพระธาตุดอยคำ ปี 42

    สุดยอดแห่งความสมปราถนา แห่งโชคลาภ อันเป็นที่เลื่องลือ

    เหรียญยอดนิยมอันดับ 1 ของวัดดอยคำหายากสุดๆ​


    สุดยอดแห่งความสมปรารถนา แห่งโชคลาภ อันเป็นที่เลื่องลือ

    “พระเจ้าทันใจ” ซึ่งหมายถึง พระพุทธรูปที่ใช้เวลาสร้างได้สำเร็จภายใน 1 วัน กล่าวคือ จะเริ่มพิธีตั้งแต่หลังหกทุ่มเป็นต้นไป จนสามารถสร้างองค์พระได้สำเร็จก่อนพระอาทิตย์ตกดิน (ก่อนเวลา 18.00 น.) ของวันถัดไป ถ้าสร้างไม่เสร็จถือเป็นพระพุทธรูปธรรมดาทั่วไป และสามารถทำพิธีพุทธาภิเษกได้ในเย็นอีกวันหนึ่ง ทั้งนี้เนื่องจากการสร้างพระพุทธรูปนั้น มักจะมีขั้นตอน และพิธีกรรมที่ละเอียดซับซ้อน การสร้างพระพุทธรูป และสามารถทำพิธีพุทธาภิเษกได้สำเร็จภายใน 1 วัน จึงถือว่าเป็นเรื่องมหัศจรรย์ จึงเชื่อกันว่าเป็นเพราะพระพุทธานุภาพ และอานุภาพแห่งเทพยดาที่บันดาลให้พิธีกรรมสำเร็จโดยปราศจากอุปสรรค ดังนั้นพุทธศาสนิกชนจึงถือว่าพระเจ้าทันใจเป็นพระพุทธรูปที่จะบันดาลความสำเร็จให้แก่ผู้อธิษฐานขอพรได้อย่างทันอกทันใจ
    การสร้างพระเจ้าทันใจนั้น มีลักษณะที่แปลกกว่าการสร้างพระพุทธรูปอื่นๆ กล่าวคือจะมีการบรรจุหัวใจพระเจ้า คล้ายกับหัวใจของมนุษย์ ตลอดจนการบรรจุวัตถุมงคลสิ่งของมีค่าไว้ในองค์พระพุทธรูปด้วย และในช่วงระยะเวลาที่กำลังปั้น จะต้องมีการเจริญพระพุทธมนต์ของพระสงฆ์ตลอดทั้งคืนจนสว่างด้วย
    หลวงพ่อทันใจเป็นที่นิยมและได้ยินถึงกิตติศัพท์ของความสำเร็จจากการอธิษฐานมากที่สุด ทั้งในเรื่่องของการขอโชคลาภทั้งจากการงาน การค้า และการเสี่ยงโชค
    เป็นเหรียญที่มาเเรง ด้วย ประสบการณ์ ขอสิ่งไหนได้สมความปรารถนา


    สนใจสอบถามได้ครับ 086-1936900

    เหรียญพระเจ้าทันใจ วัดดอยคำ 2.8 a.jpg เหรียญพระเจ้าทันใจ วัดดอยคำ 2.8 b.jpg เหรียญพระเจ้าทันใจ วัดดอยคำ 2.8 c.jpg เหรียญพระเจ้าทันใจ วัดดอยคำ 2.8 d.jpg
     

แชร์หน้านี้

Loading...