**พระกรรมฐานสาย ลป.ชอบ ลป.คำดี ลป.หลุย และครูบาอาจารย์สายต่างๆ**//

ในห้อง 'พระเครื่อง วัตถุมงคล' ตั้งกระทู้โดย Lo_olLo, 12 พฤษภาคม 2016.

  1. Lo_olLo

    Lo_olLo เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    3,127
    ค่าพลัง:
    +12,942
    แบบเหรียญ15รัตนจักร.jpg
    ....วันก่อนผู้เขียนได้ขอให้โรงหล่อส่งแบบเหรียญทรงพระพุทธที่ทางโรงหล่อมี ให้ผู้เขียนได้เลือกเพื่อจัดสร้างเหรียญ "รุ่นเหนือดวง" ประทับยันต์รัตนจักร ปรากฏว่าวันนี้ทางโรงหล่อได้ส่งแบบลายเส้นมาหลายพิมพ์ครับ(10กว่าพิมพ์ได้) แต่พิมพ์นี้(ตามภาพ) เป็นพิมพ์กลีบบัวผู้เขียนเห็นว่าสวยดีและเมื่อนำยันต์รัตนจักรมาประทับจะพอดีมากๆครับ และขนาดก็ไม่ใหญ่มากประมาณ 2 ซม. จึงลองให้โรงหล่อทำภาพแบบอาร์ตลายเส้นมาให้ดูก่อนหล่อจริง วันนี้จึงนำมาให้ท่านสมาชิกได้ชมกันก่อนครับ

    88R.jpg

    ....และนี้คือความหมายของยันต์รัตนจักร ที่ถอดมาจากคัมภีร์วชิรสารัตถสังคหะ ของท่านพระสิริรัตนะปัญญาเถระ อายุกว่า500 ปี กล่าวถึงแก้ว ๗ ประการทั้งในทางโลกและทางธรรม ทางโลกคือแก้ว ๗ ประการของพระญาจักพรรดิ ทางธรรมคือ แก้ว ๗ ประการของพระพุทธเจ้าคือโพชฌงค์ทั้ง ๗ คือ
    "จะหะอะมะอิคะปิติ สัตตะวะสูภุปาลิโน สะธะวิปิปะสะอูติ สัตตะวะสูสะยัมภุโน..."
    1.ถอดความหมายว่าวรรคแรก จะหะอะมะอิคะปิติ สัตตะวะสูภุปาลิโน
    .....แก้วของพระเจ้าจักรพรรดิ ๗ ประการ(คุณวิเศษทางโลก) คือ
    จะ (จักกะรัตนะ) คือ จักรแก้ว
    หะ (หัตถิรัตนะ) คือ ช้างแก้ว
    อะ (อัสสะรัตนะ) คือ ม้าแก้ว
    มะ (มณิรัตนะ) คือ แก้วมณี
    อิ (อิตถีรตนะ) คือ นางแก้ว
    คะ (คหปติรีตนะ) คือ ขุนคลังแก้ว
    ป (ปริณายะกะรัตนะ) คือ ขุนพลแก้ว

    ส่วนคำว่า สัตตะวะสูภุปาลิโน ท้ายวรรค แปลว่า ผู้ดูแลเหล่าสรรพสัตว์ทั้งหลาย นัยยะหมายถึง "พระเจ้าจักรพรรดิผู้ปกครองโลกนั้นเอง"


    2.ถอดความหมายว่าวรรคสอง สะธะวิปิปะสะอูติ สัตตะวะสูสะยัมภุโน

    .....แก้วของพระพุทธเจ้า ๗ ประการ(คุณวิเศษทางธรรม) คือ
    สะ (สติสัมโพชฌังคะรัตนะ) แก้วคือสติสัมโพชฌงค์
    ธะ (ธัมมะวิจยะสัมโพชฌังคะรัตนะ) แก้วคือธัมมวิจยสัมโพชฌงค์
    วิ (วิริยะสัมโพชฌังคะรัตนะ) แก้วคือวิริยสัมโพชฌงค์
    ปิ (ปีติสัมโพชฌังคะรัตนะ) แก้วคือปีติสัมโพชฌงค์
    ปะ (ปัสสัทธิสัมโพชฌังคะรัตนะ) แก้วคือปัสสัทธิสัมโพชฌงค์
    สะ (สมาธิสัมโพชฌังคะรัตนะ) แก้วคือสมาธิสัมโพชฌงค์
    อุ (อุเปกขาสัมโพชฌังคะรตนะ) แก้วคืออุเบกขาสัมโพชฌงค์

    ส่วนคำว่า สัตตะวะสูสะยัมภุโน ท้ายวรรค แปลว่า "พระผู้ตรัสรู้เองโดยชอบและเป็นที่พึ่งของสรรพสัตว์ทั้งหลาย" นัยยะหมายถึง "พระพุทธเจ้าผู้นำพาสัตว์โลกให้ออกจากวัฏสงสารนั้นเอง"

    ซึ่งถือว่าสูตรนี้มีพุทธคุณครบทั้งทางโลกและทางธรรมเลยก็ว่าได้ครับ


    708754514_26913595971631930_5103228500834408513_n.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 10 มิถุนายน 2026
  2. Lo_olLo

    Lo_olLo เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    3,127
    ค่าพลัง:
    +12,942
    เจ้าคุณ.jpeg
    ...วันนี้ 18 มิถุนายน 2569 เวลา18.00 น. ผู้เขียนและคณะได้เข้ากราบนมัสการ "หลวงพ่อเจ้าคุณจังหวัด(หลวงพ่อมหาสุพัฒน์)" ณ วัดศรีสุทธาวาส จ.เลย ในการนี้ได้กราบน้อมถวายปัจจัยที่ทุกท่านร่วมบุญมาจำนวน 6500 บาท เพื่อสมทบกองทุนเพื่อการศึกษาของโรงเรียนที่พระเดชพระคุณหลวงพ่ออุปถัมภ์อยู่ครับ(โรงเรียนการกุศลหลวงปู่ศรีจันทร์)

    ....และหลวงพ่อเมตตาถามถึงรูปหล่อพระกัจจายนะ รุ่นเจริญลาภ "ผู้เขียนได้กราบเรียนท่านว่าอยู่ในระหว่างบรรจุมวลสาร ต้องรอคิวจากทางโรงหล่ออยู่ครับ" หลวงพ่อท่านเมตตาปรารภว่า "หลังบรรจุมวลสารเสร็จแล้วเอามาให้หลวงพ่ออธิษฐานอีกครั้งนะ" ผู้เขียนและคณะกล่าว "สาธุ" ในเมตตาธรรมหลวงพ่อท่านครับ

    ...อีกไม่นานรูปหล่อพระกัจจายนะก็ใกล้จะแล้วเสร็จสมบูรณ์แล้วนะครับ หลังจากหลวงพ่อเมตตาอธิษฐานจิตให้อีกวาระแล้วเสร็จ ผู้เขียนก็จะทยอยจัดส่งให้ทุกท่านที่ร่วมบุญต่อไปครับ


    ขออนุโมทนาครับ

    KK1.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 18 มิถุนายน 2026
  3. Lo_olLo

    Lo_olLo เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    3,127
    ค่าพลัง:
    +12,942
    669.jpg

    "การหล่อพระที่เทวาจะมาดูแลรักษาตลอด"
    ....เมื่อประมาณ ปี2562(ก่อนโควิดเล็กน้อย) ในปีนั้นมีการหล่อพระประธานในวันวิสาขบูชา ที่สำนักสงฆ์ภูน้อย อ.วังสะพุง จ.เลย ซึ่งสำนักสงฆ์นี้ตั้งอยู่ที่บ้านเกิดของ "พระครูใบฎีกา(พระมหากำพล ธัมมิโก ป.ธ.6)" โดยพระอาจารย์มหากำพลนี้ท่านบวชเณรตั้งแต่สมัยหลวงปู่ศรีจันทร์ยังดำรงธาตุขันธ์อยู่ต่อมาพอท่านบวชเป็นพระเมื่อปี2537 ท่านก็ไปจำพรรษาเพื่อเรียนหนังสือทั้งปริญญาตรีและเปรียญธรรม ที่วัดสัมพันธวงศ์ กทม. อยู่หลายปีจนสำร็จการศึกษาทั้งระดับ ปริญญาโทและเปรียญธรรม 6 ประโยค และได้รับคัดเลือกให้เป็นพระธรรมทูตไปอยู่ที่อินเดียและอเมริกาอยู่หลายปี

    ...ในปีนั้นเอง(พ.ศ.2562) ท่านกลับมาบ้านเกิดท่านโดยท่านปรารภไว้นานแล้วว่า "สำนักสงฆ์ภูผาน้อยนี้ไม่ได้ขึ้นเป็นวัดเสียทีทั้งๆที่เป็นที่พักสงฆ์มานานแล้วตั้งแต่สมัยอาต(พระมหากำพล)เป็นเณร ทั้งยังเป็นสถานที่ ที่หลวงปู่ใหญ่(หลวงปู่ศรีจันทร์)มาสร้างไว้ด้วย จึงอยากสร้างให้ที่นี้เป็นวัดจริงจังเสียทีจะได้ไม่มีปัญหาเรื่องที่ดินภายหลัง"

    บท3.jpg

    ...หลังจากนั้นมาท่านก็เริ่มดำเนินการทำเรื่องขอเป็นวัดอย่างเป็นทางการ เพราะในที่พักสงฆ์แห่งนี้มีครบพร้อมทั้งหมดมานานแล้วไม่ว่าจะเป็น ศาลาการเปรียญ กุฎิพระสงฆ์ โรงครัว ห้องน้ำห้องท่า รวมไปถึงรั้วรอบขอบชิต ทั้งยังมีบ่อน้ำใช้สอยที่ขุดไว้เรียบร้อย มีการต่อน้ำต่อไฟฟ้าครบพร้อม แต่ขาดเพียงการดำเนินการขึ้นเป็นวัดเท่านั้นเอง เพื่อเป็นปฐมฤกษ์ในการเริ่มสร้างวัด "พระอาจารย์กำพลเลยดำริให้มีการหล่อพระพุทธรูปให้เป็นพระประธานในศาลาขึ้นก่อนเลย" พระสงฆ์ที่ท่านจำพรรษาอยู่ที่นี้ก็พร้อมใจกับพระอาจารย์กำพลด้วย ว่าอยากให้ที่นี้เป็นวัดเสียที(มีพระอยู่ 4 รูป) ในวันวิสาขบูชาปีนั้นท่านและพระสงฆ์ที่สำนักสงฆ์ภูผาน้อยก็ได้พาศรัทธาญาติโยมชาวบ้าน ร่วมกันหล่อพระประธานขนาดหน้าตัก 50 นิ้ว(ประมาณ 1.20เมตร) เพื่อประดิษฐานบนศาลาการเปรียญคู่กับพระพุทธรูปองค์เดิม(แต่เล็กกว่าประมาณหน้าตัก36 นิ้ว)

    บท4.jpg

    ...ก่อนวันที่จะหล่อพระ 1 วันพระอาจารย์กำพลเล่าให้ผู้เขียนและคณะที่ไปฟังสวดมนต์คืนนั้นฟังครับว่า "การหล่อพระครั้งนี้สำคัญนะ อาตมาไปอยู่วัดสัมพันธวงศ์รู้จักกับ
    เจ้าคุณท่านหนึ่งตอนนั้นท่านอายุ90 กว่าเข้าไปแล้วท่านชื่อหลวงปู่อิน สุวัณโณ ท่านเป็นพระราช(ชั้นเจ้าคุณ) แต่ท่านไม่รับตำแหน่งใดๆลาออกหมดแล้ว ท่านเป็นลูกศิษย์ของสมเด็จพระสังฆราชแพวัดสุทัศน์ พระสังฆราชแพท่านเป็นพระมหานิกายแต่ท่านไม่เลือกนิกายนะ ไม่ว่าธรรมยุติหรือมหานิกายถ้ามีความตั้งใจไปเรียนวิชาการต่างๆกับท่านได้ทั้งนั้นท่านสอนหมด หลวงปู่อินท่านก็ได้วิชาการหล่อพระพุทธรูปมาเป็นเคล็ดด้วย ต่อมาพออาตมาไปอยู่นั้นได้10 พรรษา(ปี2548) หลวงปู่อินท่านก็ถ่ายทอดการสร้างพระพุทธรูปนี้ต่อให้อาตมา(พระอาจารย์กำพลท่านขอเรียน) อาตมาเลยเอามาหล่อพระประธานครั้งนี้ โดยอุปเท่ห์ท่านว่า จะเป็นพระพุทธรูปที่มีเทวารักษาตลอด ที่ใดที่สร้างพระพุทธรูปตามสูตรนี้ที่แห่งนั้นคำว่า อด อยาก ยาก จน แห้งแล้งจะไม่มีเลย จะเป็นที่พรั่งพร้อมอุดมสมบูรณ์ ดั่งพระพุทธเจ้าเสร็จไปจำพรรษาอยู่ที่นั้นก็ไม่ปาน.."

    บท1.jpg

    ...ฟังมาถึงตรงนี้ผู้เขียนก็เรียนสอบถามท่านครับว่า "พระอาจารย์พอจะบอกได้ไหมครับว่าสูตรนี้มีอะไรบ้าง"

    ....พระอาจารย์มหากำพล ท่านก็มิได้ปิดบังอะไรท่านบอกว่า "นอกจากฤกษ์ต่างๆแล้ว ต้องมีแผ่นจารประกอบการหล่อเป็นชนวน ดังนี้..."

    ....1.แผ่นจารดวงพระประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน ของพระพุทธเจ้า เพราะการสร้างพระพุทธรูปอุปมาก็เหมือนทำรูปพระพุทธเจ้าท่านให้เกิดใหม่ ดังนั้นก็ต้องบรรจุดวงท่านเข้าไปสถิตด้วย
    ....2.แผ่นจารพระนามของพระพุทธเจ้าทั้ง 28 พระองค์ อันนี้ถือว่ารวมพลังงานพระพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ ทำให้พระพุทธรูปนี้แทนพระพุทธเจ้าทั้งหลาย กราบพระนี้ก็เท่ากับกราบพระพุทธเจ้าถึง28องค์ในครั้งเดียว(อุปมาเป็นดังสัญลักษณิแทนพระพุทธเจ้าทุกพระองค์)
    ....3.แผ่นจารบทธรรมจักรกัปปวัตนสูตร ครบทุกตัวอักษรอันเปลี่ยบเหมือนแทนพระธรรม เมื่อพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นบนโลกแล้ว สิ่งที่ยืนยันความเป็นพระพุทธเจ้าก็คือพระธรรมที่ทรงตรัสรู้ บทธรรมจักรกัปปวัตนสูตรถือเป็นธรรมเทศนาครั้งแรกที่ทรงแสดง(อุปมาตัวแทนแห่งพระธรรมทั้งหลาย)
    ....4.แผ่นจารนามพระอสีติมหาสาวก 80 องค์ ซึ่งเป็นตัวแทน เป็นพยานแห่งการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า ที่พระพุทธเจ้าทรงสามารถถ่ายทอดคำสอนและส่งต่อให้ผู้อื่นรู้เห็นตามคำสอนได้ เป็นตัวแทนของพระสงฆ์ทั้งหลายที่เป็นสาวกของพระพุทธเจ้านั้นเอง

    ...ซึ่งแผ่นจารทั้งหมดจะครบองค์พระรัตนตรัยอันมีพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ เวลาลงจารต้องลงจารในระหว่างที่
    "พระสงฆ์หมู่ใหญ่ท่านลงปาฏิโมกข์ในอุโบสถหรือในโบสถ์เท่านั้น" เพราะพระที่ลงปาฏิโมกข์ส่วนใหญ่จะเป็นพระที่ศีลบริสุทธิ์ที่สุด เพราะก่อนลงปาฏิโมกข์ พระทุกองค์ต้องแสดงอาบัติก่อน เพราะพระบางองค์อาจพลั้งเผลอทำผิดอาบัติวินัยเล็กน้อยมาได้โดยไม่รู้ตัว การแสดงอาบัติก่อนขึ้นปาฏิโมกข์เท่ากับการชำระล้างให้ศีลนั้นบริสุทธิ์ขึ้นมาได้ ทั้งการลงปาฎิโมกข์ยังเป็นการแสดงพระธรรมวินัยให้กับพระสงฆ์หมู่ใหญ่ได้ทบทวนพระวินัยเพื่อให้เกิดความละอายและเกรงกลัวต่อบาปทั้งปวง และยังเป็นกำลังใจเพื่อให้ได้บรรลุจุดมุ่งหมายแห่งการมาบวชในพระพุทธศาสนาคือ "พระนิพพานอีกด้วย" การลงปาฏิโมกข์จึงถือว่ามีอานิสงส์ใหญ่

    ....พระอาจารย์กำพลเล่าพร้อมชี้นิ้วไปทางพานที่มีแผ่นจารมากมาย และเล่าต่อว่า
    "แผ่นจารชุดนี้อาตมาลงจารเองครั้งลงอุโบสถที่วัดเลยหลง(วัดศรีสุทธาวาส)และได้รับอนุญาตจากท่านเจ้าอาวาสทั้งครูบาอาจารย์พระสงฆ์ทั้งหมดให้ลงจารได้ในระหว่างที่มีการสวดปาฎิโมกข์ในอุโบสถได้"

    ....และการลงนามพระสาวกไม่ใช่ลงแค่นามท่านนะ ต้องลงตามสูตรพระบาลีด้วย เช่น เอตตะทักคัง ภิขเวมะมะ สาวะการนัง ภิกขุนัง.....(ตามด้วยนามพระสาวกองค์นั้นๆ) เพราะตำราท่านให้ลงด้วยว่าสาวกท่านเด่นท่านเลิศทางด้านใด จะได้เหมือนน้อมพลังงานสาวกท่านนั้นๆมาเป็นคุณวิเศษคุณสมบัติในพระพุทธรูปนั้นๆด้วย อย่างพระสีวลีท่านเลิศด้านมหาลาภ ก็ต้องลงบทนำก่อนว่าท่านเลิศด้านมหาลาภ(เป็นภาษาบาลี) ก่อนลงนามหรือชื่อของท่าน
    นี้ไม่ได้ง่ายนะ(ท่านพูดไปยิ้มไป) พระสาวกองค์อื่นๆก็แบบเดียวกันลงไปจนครบ 80 ท่านนั้นแหละประกอบด้วย เป็นภิกษุสาวก 47 องค์ พระภิกษุณี 13 องค์ อุบาสก 10 องค์ อาบาสิกา 10 องค์...


    ....ผู้เขียนเลยถามต่อครับว่า "แล้วสูตรนี้นอกจากนำหล่อเป็นพระพุทธรูปองค์ประธานแล้วสามารถนำไปหล่อพระเครื่ององค์เล็กๆได้ไหม"

    ...พระอาจารย์กำพลกรุณาตอบว่า "ในตำราท่านบอกว่า ถ้าทำพระขนาดใหญ่เป็นพระประธานสูตรนี้หล่อได้ 1 องค์
    แต่ถ้าหล่อองค์เล็กไม่เกิด 1 ฝ่ามือให้หล่อได้ไม่เกิน 80 องค์เท่าอายุของพระพุทธเจ้า ท่านว่าจะมีคุณเสมอองค์ใหญ่ได้... แต่ต้องทำรูปพระพุทธเจ้านั้น"

    ....เมื่อฟังตอนนั้นจบผู้เขียนก็เลยพูดทีเล่นทีจริงไปว่า "ถ้าพระอาจารย์ยังพอมีจารเผื่อๆบ้าง กระผมก็อยากจะข้อไว้ เผื่อในอนาคตจะได้มีโอกาสสร้างพระพุทธรูปกับเข้าสักองค์...(ยิ้มแห่งๆให้ท่าน)"

    ...พระอาจารย์กำพลท่านก็ไม่ได้ตอบอะไร ท่านก็ยิ้มๆก่อนท่านจะบอกว่า
    "ไว้เดียวมีโอกาสอาตมาจะทำไว้ให้โยมอาจารย์แล้วกัน" ก่อนผู้เขียนจะยกมือขึ้นท้วมหัวสาธุ

    ...แล้วงานหล่อพระในปีนั้นก็ผ่านไปได้ด้วยดีครับ จนทำพิธีสมโภชและขึ้นประดิษฐานจนเมื่อปี 2564 "ทางราชการก็ประกาศให้สำนักสงฆ์ภูผาน้อยขึ้นเป็นวัดอย่างเป็นทางการในเวลาต่อมา" แต่พระอาจารย์กำพลท่านก็ไม่ได้มางานฉลองวัดด้วยนะครับ เพราะติดช่วงโควิดระบาดและท่านก็อยู่จำพรรษาเป็นพระธรรมทูตที่วัดไทยในแคลิฟอร์เนียด้วย จึงไม่สามารถเดินทางกลับไทยได้

    ...จนเมื่อปี พ.ศ.2565 งานวันบูรพาจารย์หลวงปู่ศรีจันทร์ในปีนั้น ผู้เขียนก็ได้พบกับพระอาจารย์กำพลอีกครั้ง และท่านก็เมตตาผู้เขียนมากๆ หลังจากฟังสวดมนต์งานบูรพาจารย์เสร็จ ท่านก็เดินลงมาจากอาสนะและเดินตรงมาที่ผู้เขียน ซึ่งผู้เขียนก็มองไม่เห็นท่านหรอกครับ กำลังเตรียมของจะเดินออกจากศาลาเพื่อไปขึ้นรถกลับบ้านผู้คนก็เยอะอีกด้วย ท่านก็มาสะกิดหลังผู้เขียนผู้เขียนหันหน้าไป เลยจำได้ว่าท่านคือพระอาจารย์มหากำพล เลยก้มลงกราบท่านก่อนจะพูดคุยกับท่านสักพักเพราะท่านจะต้องเดินทางกลับ กทม. เพื่อไปขึ้นเครื่องกลับอเมริกา ก่อนลากลับท่านก็นำแผ่นจาร
    "สูตรการหล่อพระพุทธรูป" ที่ได้กล่าวไปข้างตนนั้นให้ผู้เขียน ใส่ในซองเอกสารขนาด A4 อย่างดี แล้วท่านก็บอกว่า "อันนี้อาตมาลงในการสวดลงปาฏิโมกข์ที่ วัดไทยในอเมริกาให้ครบสูตรแล้วนะ อาตมามอบให้โยมอาจารย์ไว้เผื่อได้หล่อพระพุทธรูป หรือเอาไว้ทำประโยชน์อื่นๆต่อไปในอนาคต"

    ....ผู้เขียนก้มกราบท่านอีกครั้ง ก่อนจะถวายปัจจัยค่าเดินทางให้กับคนติดตามท่านมาด้วยจำนวน 2000 บาทก่อนท่านจะขอตัวเดินทาง และในปีต่อ
    มา
    (ปี2566) ผู้เขียนก็ได้รับข่าวที่หน้าเศร้าเนื่องจาก "พระมหากำพล" ท่านได้มรณะภาพที่อเมริกาด้วยโรคปัจจุบันทันด่วนคือเส้นเลือดในสมองแตก(Stroke)ในระหว่างที่ออกบิณฑบาตร ก่อนจะนำร่างท่านกลับมาบำเพ็ญกุศลที่ไทยในปีนั้น สิริอายุ 48ปี 28 พรรษา

    ....ผู้เขียนก็ได้เก็บแผ่นจารชุดนี้ไว้เสียตั้งนาน คิดว่าจะได้สร้างพระพุทธรูปขนาดใหญ่(เป็นเจ้าภาพเองไม่ได้ไปร่วมหล่อกับใคร) แต่ก็ไม่มีโอกาสเสียที และไม่มีวาระกาลด้วย จึงเก็บมาถึง 5 ปีจนวันนี้คิดว่า "ถ้าสร้างพระพุทธรูปไม่ได้ งันก็สร้างพระเล็กแล้วกัน" จึงมีโครงการที่จะสร้างพระเล็กตามอุปเท่ห์เลยครับ ไม่เกิน 80 องค์ ตามแบบที่โพสไปนี้ ไว้ถ้าสร้างแล้วเสร็จจะเรียนแจ้งให้ทุกท่านได้ร่วมบุญกันอีกครั้งนะครับ...ขอขอบคุณทุกท่านที่กรุณาอ่านจนจบครับ

    ชนวนมวลสาร11.jpeg

    ชนวนมวลสาร22.jpeg

    ชนวนมวลสาร33.jpeg

     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 19 มิถุนายน 2026
  4. Lo_olLo

    Lo_olLo เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    3,127
    ค่าพลัง:
    +12,942
    ...ตอนนี้รูปหล่อพระมหากัจจายน์ รุ่นจเริญลาภ ได้ทำการบรรจุมวลสารศักดิ์สิทธิ์และปิดอุดเรียบร้อยแล้วนะครับ แล้วทางโรงหล่อจะได้จัดส่งคืนมาให้ผู้เขียนก่อนนำเข้ากราบขอเมตตาหลวงพ่อเจ้าคณะจังหวัด อธิษฐานจิตอีก 1 วาระก่อนจะจัดส่งให้สมาชิกที่ร่วมบุญทุกท่านต่อไปครับ

    KJJ4.jpg
    ...เมื่อหลายวันมานี้ผู้เขียนได้รับข้อความจากท่านสมาชิกหลายท่าน เรื่อง "เหรียญเหนือดวงรัตนจักร"(ตามรายละเอียดโพสที่ #6280) กับ "รูปหล่อพระพุทธประทานพร" (ที่ใช้ชนวนมวลสารวันวิสาขบูชาตามรายละเอียดโพสที่ #6283) ว่าจะมีการเปิดให้ร่วมบุญ ร่วมบูชากันไหม? ผู้เขียนขออนุญาตตอบรวมกันในโพสนี้เลยนะครับ

    1.ผู้เขียนได้ขออนุญาตท่านอาจารย์บุญเลิศแล้ว(ครูบาอาจารย์สายฆราวาส) ท่านให้ความกรุณาจะทำพิธีบวงสรวงตามตำราให้ ทั้ง"เหรียญเหนือดวงรัตนจักร" และ "รูปหล่อพระพุทธประทานพร"

    2.ผู้เขียนได้กราบขออนุญาตหลวงพ่อเจ้าคณะจังหวัด(หลวงพ่อมหาสุพัฒน์) เป็นครูบาอาจารย์ฝ่ายพระสงฆ์รับเมตตาเป็นประธานอธิษฐานจิตให้ในเบื้องต้น(และมีอีกหลายครูบาอาจารย์เมตตา)

    3.ตอนนี้ผู้เขียนได้ส่งชนวนมวลสารและนำหล่อ แผ่นจารสูตรชุดที่ใช้หล่อ"เหรียญเหนือดวงรัตนจักร" ให้โรงหล่อที่จังหวัดนครปฐมหล่อชุดนี้ และ ส่งชนวนมวลสาร แผ่นจารสูตรชุดที่ใช้หล่อ"รูปหล่อพระพุทธประทานพร" ให้โรงหล่อที่จังหวัดขอนแก่น แล้วครับ

    **....เหตุที่ต้องใช้โรงหล่อสองที่หล่อพระคนละชุดกัน ก็เพื่อความสบายใจของผู้เขียนและท่านผู้ที่บูชาเองครับ เพราะว่าผู้เขียนเกรงว่าหากใช้โรงหล่อเดียว หล่อสองงานในวาระเดียวกัน โรงหล่อจะมักง่ายเอาความรวดเร็วเข้าว่า เห็นว่างานหล่อเจ้าเดียวกัน ก็เลยหล่อรวมชนวนมวลสารทีเดียวพร้อมกันไปเลยทั้งสองงาน (จริงๆโรงหล่อพอมีจรรยาบรรณอยู่ครับแต่เพื่อความสบายใจเนาะ) ก็เลยเลือกที่จะส่งหล่อพระทั้งสองชุดนี้คนละโรงหล่อกันครับ เพราะอาจารย์บุญเลิศท่านเน้นหนักหนาว่า "สูตรแผ่นจารชนวนแบบไหน ก็หล่อสูตรนั้นอย่าเอามาปะปนกัน ไม่ได้" เว้นแต่มีโลหะมงคลเพิ่มเติมเป็นอย่างๆไปอันนี้หล่อได้ เช่น มีโลหะมงคลเสริมเข้าไปด้วยได้ แต่ถ้าเป็นแผ่นจารสูตรบังคับต้องคนละสูตรตามตำรา "เมื่อทำให้ถูกต้องแล้วครูบาอาจารย์ท่านจะมาประสิทธิให้เกิดความเป็นสิริมงคลสูงสุดเอง" งานหล่อพระสูตรต่างๆที่ผ่านมาถ้าท่านผู้อ่านสังเกตุว่าผู้เขียนจะทยอยสร้างทีละสูตรทีละรุ่น แม้ว่าจะใช้เวลานานก็รอสร้างทีละชุดก็เพราะเกรงว่าโรงหล่อจะหล่อรวมกันแบบนี้ละครับ(เว้นแต่หล่อสูตรเดียวกันแต่คนละแบบ) ฉะนั้นพระทั้ง 2 ชุดนี้ผู้เขียนจึงหล่อคนละที่คนละโรงหล่อกันครับ

    ....**ซึ่งชุดนี้จัดสร้างตามตำราสูตรหล่อพระประธาน(แต่หล่อพระเล็กจำนวนไม่เกิน80องค์) และ หล่อสูตรเหรียญเหนือดวงรัตนจักรจำนวน 100 เหรียญ แต่จะให้บูชารวมกันเป็น 1 ชุดเลยครับ คือผู้บูชาจะได้รับ

    - รูปหล่อพระพุทธประธานพรสร้าง80องค์แต่ให้บูชา 79 องค์(ผู้เขียนต้องเก็บเข้าทำเนียบ 1 องค์) และ
    - เหรียญเหนือดวงรัตนจักรจำนวน 100 เหรียญ แต่ให้บูชาคู่กับรูปหล่อพระพุทธประทานพร 79 เหรียญ

    ฉะนั้นผู้บูชา1ชุดก็จะได้รับ 2 องค์เลยครับ จัดสร้าง 79 ชุด(เท่านั้นไม่มีสำรองเพราะตำรากำหนดมาเท่านี้) รับ 2 องค์คือรูปหล่อพระพุทธประธานพร 1 องค์และ เหรียญเหนือดวงรัตนจักร 1 เหรียญ

    .......ผู้ที่ร่วมบุญ 180 บาท จะได้รับ 1 ชุดครับ......
    จึงเรียนแจ้งมายังท่านที่สนใจ ที่ได้สอบถามมาดังนี้ครับ
    ส่วนวันเปิดจองจะแจ้งให้ทราบอีกครั้งนะครับ

    **รอจัดส่งรูปหล่อพระมหากัจจายน์เจริญลาภก่อนครับ

    ขอขอบคุณและอนุโมทนาครับ

    ปล.พระชุดนี้หล่อแผ่นจารตามสูตรเรียบร้อยแล้วนะครับ
    รอโรงงานจัดส่งกลับคืน ท่านสมาชิกสามารถรับชมการหล่อมวลสารเป็นวีดีโอได้ที่ Facebook วัตถุมงคลพลังจิตได้เลยนะครับ
    ***************

    (ที่ใช้ชนวนมวลสารวันวิสาขบูชาตามรายละเอียดโพสที่ #6283)
    พระพุทธประธานพร

    725798445_885543491254476_9148455443056142020_n.jpg
    ....1.แผ่นจารดวงพระประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน ของพระพุทธเจ้า เพราะการสร้างพระพุทธรูปอุปมาก็เหมือนทำรูปพระพุทธเจ้าท่านให้เกิดใหม่ ดังนั้นก็ต้องบรรจุดวงท่านเข้าไปสถิตด้วย
    ....2.แผ่นจารพระนามของพระพุทธเจ้าทั้ง 28 พระองค์ อันนี้ถือว่ารวมพลังงานพระพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ ทำให้พระพุทธรูปนี้แทนพระพุทธเจ้าทั้งหลาย กราบพระนี้ก็เท่ากับกราบพระพุทธเจ้าถึง28องค์ในครั้งเดียว(อุปมาเป็นดังสัญลักษณิแทนพระพุทธเจ้าทุกพระองค์)
    ....3.แผ่นจารบทธรรมจักรกัปปวัตนสูตร ครบทุกตัวอักษรอันเปลี่ยบเหมือนแทนพระธรรม เมื่อพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นบนโลกแล้ว สิ่งที่ยืนยันความเป็นพระพุทธเจ้าก็คือพระธรรมที่ทรงตรัสรู้ บทธรรมจักรกัปปวัตนสูตรถือเป็นธรรมเทศนาครั้งแรกที่ทรงแสดง(อุปมาตัวแทนแห่งพระธรรมทั้งหลาย)
    ....4.แผ่นจารนามพระอสีติมหาสาวก 80 องค์ ซึ่งเป็นตัวแทน เป็นพยานแห่งการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า ที่พระพุทธเจ้าทรงสามารถถ่ายทอดคำสอนและส่งต่อให้ผู้อื่นรู้เห็นตามคำสอนได้ เป็นตัวแทนของพระสงฆ์ทั้งหลายที่เป็นสาวกของพระพุทธเจ้านั้นเอง
    ชนวนมวลสาร11.jpeg

    ชนวนมวลสาร22.jpeg
    ชนวนมวลสาร33.jpeg


    (ตามรายละเอียดโพสที่ #6280 และ #6281)
    เหรียญเหนือดวงพุทธจักร


    แบบ12.jpg

    9E88.jpg

    ยันต์ดวงพระมหาบุรุษลงแบบเต็มสูตรในวันวิสาขบูชา
    1 แผ่นใหญ่ และ 7 ดอกตะกรุดพระมหาบุรุษ
    (อ.บุญเลิศมอบให้ฤกษ์ลงวันวิสาขบูชาที่ผ่านมา)

    JK58.jpg
    แผ่นจารลงสูตร"ยันต์รัตนจักร"ที่บรรจุอักขระสมบัติจักรพรรดิ 7 ประการ
    และอักขระโพชฌังคะ 7 ประการในยันต์เดียวจำนวน 5 แผ่น
    (และรวมอักขระใหญ่1แผ่น) อ.บุญเลิศมอบให้

    ชนวน1.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 27 มิถุนายน 2026
  5. Lo_olLo

    Lo_olLo เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    3,127
    ค่าพลัง:
    +12,942
    [[[556.jpg
    ....วันที่ 30 มิ.ย.2569 เวลาประมาณ 13.30 น. ผู้เขียนได้เข้าพบท่านอาจารย์บุญเลิศ ที่สำนักงานของท่านที่จังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมนำรูปหล่อพระพุทธประธานพร "สูตรชนวนมวลสารหล่อพระประธาน" พร้อมเล่าอุปเท่ห์ต่างๆที่พระครูใบฎีกา(พระมหากำพล ธัมมิโก ป.ธ.6) ท่านเล่าให้ฟังพร้อมการหล่อชนวนมวลสารต่างๆ

    ...ท่านอาจารย์บุญเลิศท่านบอกว่า "สูตรนี้มีมาแต่โบราณสมัยอยุธยาโน่น การเตรียมแผ่นชนวนมวลสารแบบนี้โบราณจารย์ท่านเรียกว่า
    "สูตรวิชาพระพุทธเจ้าดับโลก" เป็นการเรียกขานอุปมาโวหารการจุติของพระพุทธเจ้า "ที่ท่านดับแล้วซึ่งกิเลสทางโลกทั้งปวง แล้วมาเกิดใหม่เป็นพระพุทธเจ้านั้นเอง ก็เหมือนการสร้างรูปลักษณ์พระพุทธรูปขึ้นใหม่ให้เป็นพระพุทธเจ้า" ถือพลังงานที่ว่าความ "ดับ" ดับทุกข์ ดับโศก ดับโรคภัย ทั้งหลาย..."

    ....เพราะการดับของพระพุทธเจ้าคือดับความเร่าร้อนจาก
    โลภะ โทษะ โมหะ ที่ท่านว่าเป็นเหมือนไฟสามกองนั้น สูตรนี้เขามักจะใช้หล่อพระประธานใหญ่ๆ ต้องมีการสมโภชแผ่นจารในอุโบสถ พระสงฆ์ประชุมปาฏิโมกข์โน่นแหละถึงทำได้ เมื่อทำแล้วสมโภชขึ้นเป็นองค์พระแล้ว เทวดาก็จะลงมารักษาพระนั้นๆ เพราะเมื่อเทวดาเข้าใกล้พระตามสูตรนี้เขาจะรู้สึกชุ่มเย็นกว่าพระทั่วไปเพราะพระนี้มีพลังงานของความดับร้อนของไฟแล้ว ย้อมมีความเย็นเกิดขึ้นมาแทนที่ เหมือนนั่งในห้องแอร์กับนั่งในห้องพัดลมนั้นแหละ นั่งในห้องแอร์สบายตัวกว่าใช่ไมละ(ท่านพูดไปอมยิ้มไป) เทวดาที่มารักษาเขาก็รู้สึกแบบนั้นละ...

    ....ผู้เขียนบอกท่านต่อครับว่า "พระอาจารย์กำพลท่านสมโภชและจารในโบสถ์ครับ ที่อเมริกาเก็บไว้ที่ผมมาเกือบ4ปี นำกราบขอครูบาอาจารย์อธิษฐานจิตก็มากกว่า20องค์ไปแล้ว จนปัจจุบันครูบาอาจารย์ที่เคยเมตตาอธิษฐานให้ก็ละสังขารไปก็มากครับ"

    ...อาจารย์บุญเลิศถามผู้เขียนต่อครับว่า "แล้วหล่อเสร็จหรือยัง" ผู้เขียนตอบกลับว่า "เสร็จแล้วครับ(พร้อมเปิดพระทั้งหมดที่ปัจจุอยู่ในถุงผ้าให้ท่านดู)..." ท่านกำชับว่า
    "ให้นำพระที่หล่อสูตรนี้ขออนุญาตหลวงพ่อท่านเจ้าคุณสมโภชในอุโบสถวัดเลยหลง(วัดศรีสุทธาวาส) ก่อนนะแล้วค่อยมาให้ผมทำพิธีไหว้ครูบูชาคุณพระท่านอีกที.."

    ....อาจารย์บุญเลิศถามผู้เขียนต่ออีกว่า "แล้วเหรียญเหนือดวงพุทธจักรเป็นอย่างไร" ผู้เขียนนำเรียนท่านว่า "ตอนนี้โรงหล่อกำลังทำความสะอาดพระอยู่ครับ หล่อเสร็จแล้วเช่นกันแต่อาจจะส่งประทับยันต์ด้านหลังก่อน" ท่านพยักหน้ารับทราบแล้วบอกผู้เขียนว่า "พระเหนือดวงนี้ จะเป็นพระอุ้มดวงไม่ให้ตกต่ำโดยเฉพาะหนุนเนื่องเรื่องโชคลาภ ป้องกันอันตรายทั้งหลายได้เพราะมีสมบัติของพระเจ้าจักรพรรดิบรรจุอยู่ในยันต์ดวงนี้ครบเลยเพราะต้องเรียกสูตรเรียกนามให้ครบ พิธีบวงสรวงต้องใช้โองการพระเจ้าเหยียบโลก ยาวเลยที่นี้(ท่านยิ้มไปพูดไป) อ่ะ แล้วเดียวไว้คุยกันอีกทีนะ..." แล้วผู้เขียนก็นั่งคุยกับท่านอยู่สักพักจึงขอตัวลากลับครับ

    ***************
    ทีแรกพระทั้ง 2 สูตรนี้ผู้เขียนกะว่าจะออกให้บูชาต่างวาระกัน
    โดยจะให้เหรียญเหนือดวงพุทธจักรที่ขอท่านอาจารย์บุญเลิศไว้แล่วออกร่วมบุญถวายปัจจัยวัดภูหงก่อน
    แล้วค่อยนำแผ่นจารสูตรหล่อพระประธานออกให้บูชาในวาระต่อไปเพื่อถวายปัจจัยครูบาอาจารย์วัดอื่นๆต่อไป
    ***แต่เมื่อพระทั้ง 2 ชุดเสร็จในวาระใกล้กัน และไม่เป็นการออกให้บูชาหลายรอบหลายรุ่น เลยตัดสินใจว่าทำบุญรอบเดียวรับ 2 องค์ไปเลยครับถือว่า..
    1.สร้างเพื่อสืบวิชาต่อไป
    2.ท่านผู้ร่วมบุญได้รับวัตถุมงคลพระถึง2สูตร2พิธี(2โรงหล่อแยกหล่อ)
    3.ได้ประหยัดวาระการจัดสร้างไปด้วย เพราะการสร้างแต่ละครั้งผู้เขียนจะสร้างให้มีมาตรฐานที่สุด ตรงตามตำราที่สุด และมีเอกลักษณ์ที่สามารถสืบหาได้ในอนาคต(เมื่อมีการตามหาหรือเล่นหากันในอนาคต) ไม่ว่าจะเป็นโค๊ตหรือการทำยันต์ ถึงแม้ว่าอาจจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น เพราะทางผู้เขียนสร้างน้อย หลักร้อยกว่าองค์ต้นทุนก็แพงเป็นธรรมดา ไม่เหมือนนายทุนที่สร้างจำนวนมากหลักพันหลักหมื่นองค์ต้นทุนก็ถูกลงมาด้วย(แต่อันนั้นสร้างเชิงพาณิชย์)

    ....แต่ทั้งนี้ผู้เขียนก็มิได้คิดเรื่องกำไรได้เสียอะไรมากมายนัก ได้เท่าไรก็เท่านั้นครับ ปัจจัยถวายตามจริง แค่ตอนนี้มีโอกาสอำนวยให้สร้าง มีวาระมีครูบาอาจารย์ที่ปรึกษาผู้ท่านทีความรู้มาคอยชี้แนะพาทำ(โดยท่านไม่เคยเรียกร้องปัจจัยใดๆเลย) เลยอยากทำให้สุดตำราที่สุดเท่าที่จะทำได้ เป็นการสืบตำราต่อไปด้วยอีกประการครับ(ทุกรุ่นมีทำเนียบในระบบทั้งหมด) และวัตถุมงคลที่สร้างก็ถือว่าเป็นพระของขวัญ เพื่อตอบแทนสินน้ำใจของท่านผู้มาร่วมบุญในแต่ละวาระ เป็นพระของขวัญแทนคำขอบคุณและอนุโมทนาในแต่ละครั้งไปครับ...

    พระชุดนี้จะเปิดให้บูชาหลังงานรูปหล่อพระมหากัจจายน์
    แล้วเสร็จก่อนนะครับ แล้วจะแจ้งให้ทุกท่านทราบพร้อมกันต่อไปครับ

    ขอขอบคุณและอนุโมทนาครับ

    พระประธานพร5.jpg

    แบบ125.jpg

     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 30 มิถุนายน 2026
  6. Lo_olLo

    Lo_olLo เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    3,127
    ค่าพลัง:
    +12,942
    T1.jpeg
    เมื่อวันที่ 7 ก.ค. 2569 ผู้เขียนได้โทรสอบถามไปยังโรงหล่อที่บรรจุมวลสาร เพื่อไปสอบถามครับว่า "งานไปถึงไหนแล้วทำไมถึงช้าจัง" ทางช่างหล่อที่ทำหน้าที่บรรจุมวลสารบอกว่า "มวลสารอุดเรียบร้อยแล้วตอนนี้กำลังตอกหมุดปิดแบบกันน้ำตามที่ผู้เขียนสั่งไป" ทางโรงหล่อบอกว่า "อาจารย์ให้งานยากมากที่ไม่ให้น้ำเข้ามวลสารได้" เพราะลองทดสอบทำมาแล้ว 2 สูตรก่อนอุด "เรซิ่นใส" ต้องปิดด้วยแผ่นทองแดงก่อน ปรากฏว่าสูตรนี้น้ำยังเข้าได้อยู่ เลยทดลองแบบ "ตอกหมุดทองแดง" คือนำมวลสารทั้งหมดใส่ลงไปในฝาหมุดแล้วอุดด้วยเรซิ่นใสอีกทีปรากฏว่าสูตรนี้น้ำไม่เข้า เลยเริ่มบรรจุทีละองค์ ตอนนี้ใกล้เสร็จแล้วขอให้รอเรซิ่นแห้งก่อนจึงจะจัดส่งกลับคืน

    T3.jpeg

    ต้องเรียนแจ้งให้ท่านสมาชิกทุกท่านทราบว่า
    "มวลสารภายในล้วนเป็นผงวิเศษ" ผู้เขียนเคยมีประสบการณ์เกี่ยวกับพระอุดผงมาก่อนครับ คือ "เวลาพระโดนน้ำ" ไม่ว่าจะด้วยตกน้ำตกท่าโดยบังเอิญหรือแขวนบูชาแล้วฝนตกใส่หรือแขวนอาบน้ำ น้ำไหลเข้ากรอบและซึมเข้าในองค์พระก็แล้วแต่ สุดท้ายน้ำจะพามวลสารที่บรรจุอยู่ภายในไหลออกไปด้วยครับ พระสมัยก่อนหลายคณาจารย์จึงใช้ "ชันโรง" หรือใช้ "ครั่ง" มาปิดมวลสารในพระที่บรรจุผงแทน แต่ถ้าครูบาอาจารย์ท่านใดปิดมวลสารด้วย "เทียนอุด" เรียบร้อยทุกองค์ครับ เพราะเทียนไม่ทนทานต่อความร้อน พอเทียนละลายผงที่บรรจุอยู่ก็ไหลออกจากองค์พระไปด้วยในเวลาเดียวกัน ดังนั้นยุคสมัยปัจจุบันที่มีความเจริญในด้านวัตถุแล้ว ย้อมมีวัสดุที่ใช้อุดที่ดีกว่าสมัยก่อน เพื่อไม่ให้น้ำเข้าไปพามวลสารออกมาได้ และมวลสารก็จะได้อยู่ในองค์พระตลอดไป"ผู้เขียนเลยเลือกใช้การบรรจุมวลสารด้วยหมุดโลหะก่อนแล้วจึงอุดด้วยเรซิ่นใสอีกที" จึงทำให้มวลสารภายในที่ถูกบรรจุอยู่ ได้อยู่คงทนยาวนานและไม่เสียหายหากโดนน้ำครับ

    จึงเรียนแจ้งมายังท่านสมาชิกทุกท่าน
    และต้องขออภัยในความล่าช้าด้วยครับ

    ปล.พระชุดรูปหล่อประทานพรและเหรียญกลีบบัว"เหนือดวงรัตนจักร" จะเปิดให้จองเร็วๆนี้ครับ เพราะหลายท่านทักมาเยอะพอสมควรเพราะกลัวไม่ทัน จะเปิดให้จอง 79 ชุดนะครับ(สร้าง80ชุดครับ)

    T2.jpeg


     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 8 กรกฎาคม 2026 at 04:23
  7. Lo_olLo

    Lo_olLo เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    3,127
    ค่าพลัง:
    +12,942
    741168869_1805308247120983_5650117290866106938_n.jpeg

    อุบาท 8 ประการ
    (ตามตำราล้านนาเดิม ขอขอบคุณข้อมูล อ.สมคิด (Somkid somkid) )

    .....อุบาท คือสิ่งที่นํามาซึ่งความเป็นเสนียดจัญไรให้แก่ ตัวเอง แก่ครอบครัว และแก่บ้านเมือง ซึ่งสิ่งที่เป็นอุบาทนี้หมายรวมทั้งความไม่ดีไม่งามต่าง ๆ ที่จะทําให้วิถีชีวิตของผู้ประสบพบเห็นยังลางร้ายต่างๆเป็นการแสดงให้เห็นเหตุการณ์ต่าง ๆ เรียกว่าลางสังหรณ์ ซึ่งอาจมาในรูปของสัตว์ ๒ เท้า ๔ เท้า สัตว์เลื้อยคลาน สัตว์น้ำ สัตว์ปีก ซึ่งถือกันว่า เทวดามาแสดงนิมิตให้เห็นเรียกว่าอุบาท ทั้งนี้สิ่งที่เห็นนั้น อาจจะเห็นเป็นของแปลกพิสดารหรือที่ไม่เคยพบเคยเห็นก็ได้ อาจจะไม่เคยได้รู้ได้เห็น ไม่เคยได้ยินได้ฟัง หรือฝันถึง ถือเป็นลางมาบอกเหตุล่วงหน้า เมื่อได้พบได้เห็นได้ยินได้ฟังแล้วโบราณาจารย์ล้านนาท่านให้รีบหาทางแก้ไขเสียภายใน ๓-๕ วัน

    .....เมื่อเจอเหตุการณ์เช่นนี้ในบ้านในเรือนเรา ท่านให้รีบจัดพิธี บูชาส่ง ถอน สะเดาะเคราะห์หรือรดน้ำมนต์เสีย เหตุการณ์ร้ายก็จะไม่เกิดขึ้น ถ้าไม่แก้ไขความเดือดร้อนจะเกิดขึ้นกับผู้ได้พบได้กระทํา เกิดขึ้นกับครอบครัว เกิดขึ้นกับตําบลหมู่บ้าน และเกิดขึ้นกับเมือง
    .....ลักษณะอุบาท มีอยู่ 8 อย่าง จำแนกตามเทวดาผู้สถิตย์ตามทิศต่างๆ



    พระอิน.jpeg
    1.พระอินทร์อุบาท มีดังนี้
    .....ฟ้าผ่าบ้านเรือน ต้นไม้ สัตว์ คนในบ้าน ใกล้บ้านใกล้เรือน เรือกสวนไร่นา รุ้งกินน้ำ ในบ้านในเรือนเจ้านายผู้ใหญ่ผิดข้อง ร้องเถียงทะเลาะวิวาทกัน ชาวเจ้าสมณพราหมณ์มักผิดเถียงกัน งูขึ้นเรือน สัตว์เถื่อนเข้าบ้าน แร้งกาจับหลังคาบ้าน ชื่อแปเรือนหัก หลังคาบ้านหัก วัวควายเลี้ยงไว้หากหนีไป วัวควายช้าง ม้า ดิ้นตายต่อหน้า ข้าคนตายเป็นอันมาก ช่อฟ้าป้านลมยอดเจดีย์หักล้มโค่นตกไป อนึ่ง สัตว์ต่างพันธุ์หากสมสู่กัน เงินคําแก้วแหวนรักษาไว้ดีแล้วกลับหายไป หม้อไหถ้วยช้อนครกสาก หักแตก สัตว์เกิดลูกต่างภาษา บ้านเมืองเกิดด้วยภัย ๕ ประการ หากเกิดมีในบ้านในเมือง ทําให้เกิดเป็นโกลาหล เหตุทั้งหลาย มวลฝูงนี้ได้ชื่อว่าพระอินทร์อุบาท แล

    2.พระพายอุบาท มีดังนี้
    .....เกิดฝนเกิดลมในเวลาที่ไม่ชอบด้วยฤดูกาล ไม้หัก เจดีย์ หักโค่นไป ลมพัดเรือในน้ำขึ้นไปไว้บนบก หรือพัดจากบกลงไปในน้ำ ประตูที่ปิดไว้แล้วกลับไขออกเอง หอเรือนหากอยู่ดีๆ ก็พังล้มไป เมฆฟ้าอากาศเป็นรูปเนื้อ รูปยักษ์ รูปคน เมฆฟ้าเกิดเป็นสีแดงหรือแสดดั่งสายพระอาทิตย์ เหตุทั้งหลายมวลฝูงนี้ ได้ชื่อว่าพระพายอุบาท แล

    3.พระยมอุบาท มีดังนี้
    ......ได้ยินผีร้องไห้ผีหัวเราะหรือพูดคุยกัน ผีมักหลอกคนหรือเข้าสิงคน ตกในหอในเรือนที่นอน ผีสือผีโพงผีเปรต พาสัตว์ป่า เสือ หมี งูร้าย ทราย กวางฟาน ตําแท้ (เนื้อทราย)มาเข้าบ้านเข้าเมือง คนตายแล้วกลับคืนชีวิต ต้นไม้พร้าวตาล ออกลูกเป็นรูปสัตว์ สัตว์เกิดลูกเป็นคน คนเกิดลูกเป็นสัตว์ วัว ควายตายคาแอกคาไถ นกบินเข้าเรือน ผีเอาคนไปซ่อน วัวควาย ช้างม้าอยู่ด้วยกันกลับฆ่ากันตาย สัตว์ที่มิใช่เผ่าพันธุ์เดียวกัน กลับอยู่ด้วยกัน เหตุทั้งหลายมวลฝูงนี้ชื่อว่าพระยมอุบาท แล

    4.พระนารายณ์อุบาท มีดังนี้
    .....เห็นหรือได้ยินพระพุทธรูปหรือรูปปั้นบุคคลสําคัญ ๆ พูด คุย หัวเราะ หรือเห็นน้ำตาออก เห็นเลือดออก หรือเห็นผินหน้าไปทางอื่น เดือนเดียวเกิดมีสุริยคราสและจันทรคราส ดาวหาง พระจันทร์หรือพระอาทิตย์ทรงกลดหรือมืดมัว ๗ วัน ๗ คืนก็ดี เห็นพระอาทิตย์พระจันทร์มีหลายดวงก็ดี บ้านเมืองเกิดศึกเกิด โจรภัย ชาวเจ้าสมณพราหมณ์มีชู้กับเมียท่านจนท้อง พ่อแม่รู้ยกให้กัน หนูกัดผ้าในหีบในถุง ฆ้องกลองเครื่องดนตรีอยู่ดี ๆ ก็มีเสียงดังขึ้นเอง อาวุธหอกดาบแขวนไว้กลับดิ้นแกว่งไกวเอง ช้าง ม้าวัวควายสะดุ้งแตกตื่นเอง พระบูชาพลัดตกจากที่ หุงข้าวนึ่ง ข้าวกลายเป็นสีแดง หอกดาบเก็บไว้เกิดมี
    ดอกดั่งก้อนสีเสียด ฝนตกเกิดเป็นฟองฟูตามพื้นดิน เหล่านี้เกิดขึ้น ได้ชื่อว่าอุบาทพระนารายณ์ แล

    5.พระวรุณอุบาท มีดังนี้
    .....ท้องฟ้าทําเป็นดังฝนจะตกแต่เมื่อเขม้นมองกลับหายไปเสีย ฝนไม่ตกกลับมีน้ำนองไหลล้นฝั่ง กบเขียดขึ้นเรือนหรือ ที่นอน สัตว์ที่ไม่เคยขึ้นเรือนกลับขึ้นเรือน ปลวกขึ้นกัดเสื้อผ้า ในหีบ กล้วยออกปลีหลายหัวหลายเครือ ปลีกล้วยออกกลางลําต้นกล้วย ไม้พร้าวตาลออกยอดหลายยอด ต้นไม้เคยออกลูก ที่มีรสหวานกลับออกลูกมีรสเปรี้ยว ดอกไม้ผลไม้ออกดอกออกผลผิดจากฤดูกาล ฝนเกิดแห้งแล้งผิดธรรมดา ฝูงที่กล่าวมานี้ ได้ชื่อว่าอุบาทพระวรุณทั้งมวล แล

    6.พระเพลิงอุบาท มีดังนี้
    .....มีเหตุแผ่นดินแตกแยกเป็นระแหงเป็นช่องเป็นรู อาวุธ ต่าง ๆ แตกหักด้วยเหตุที่ไม่ควรจะเป็น ถ้วยชามอยู่ดีๆ ไม่มีอะไรมากระทบก็แตกหักด้วยเหตุที่ไม่บังควร บ้านเรือนอาศัยอยู่ดี ๆ ก็มีหนูมาวิ่งและร้องไปมารอบๆ คนในเรือนเดียวกัน เกิดไล่เล่นหรือสนุกสนานกันเกินเหตุ แสงตะวันเย็น แสงพระจันทร์ร้อน ไฟในเตาลุกเป็นเปลวขึ้นมาโดยไม่มีคนจุด เกิด เปลวเพลิงขึ้นในเรือนแล้วหายดับไป นอนไม่หลับกระสับกระส่าย อย่างผิดปกติ คนดีๆ ถูกไฟไหม้ตาย นกป่ามาร้องที่ใกล้บ้าน ใกล้เรือน การ้องในกลางคืน กบเขียดเข้าบ้านเป็นฝูงเป็นหมู่ เข้าบ้านเข้าเวียง หมาสับกับหมู เป็ดสับกับไก่ หมาขึ้นหลังคายุ้งข้าว ฝูงนี้ชื่อว่าอุบาทพระเพลิง แล

    7.พระโสมอุบาท มีดังนี้
    .....ได้เห็นฟ้าเมฆเป็นรูปปราสาทรูปช่อธงก็ดี เป็ดไก่มี ๓ ตีน ๔ ตีน ไก่ที่ไม่ควรขันก็กลับขัน เสาเรือนเป็นน้ำมันย้อยซึมไหลตก ไม้ที่ไม่ควรออกดอกกลับมี
    ดอก ไม้ใหญ่แต่โบราณ หักโค่นลง ข้าวต้นเดียวเกิดมีหลายรวง น้ำผึ้งน้ำอ้อยเก็บไว้ใน หม้อในไหมีอาการเดือดขึ้นมา ต้นไม้ออกดอกเปลี่ยนสีไปเป็น อย่างอื่นสีอื่น สุนัขคลอดลูกในเตาไฟ หนูมาสร้างรังในเตาไฟ ได้ยินผีพูดจากันบนต้นไม้ ปลวกแมลงทํารังในเตาไฟ เหล่านี้ ได้ชื่อว่าอุบาทพระโสม แล

    8.พระวาโยอุบาท มีดังนี้
    .....ข้าวเปลือกเอาไว้ในยุ้งในฉางหรือกระบุงกลับไต่หนีไป ให้เห็นเป็นเส้นเป็นสาย ข้าวสารงอกออกเป็นใบ เห็ดเกิดที่เตาไฟหรือครกมองสากมอง หนอนและเรือดไต่ตามที่นอน หอก ดาบอาวุธอยู่ดีๆ กลับหักตก ต้นพร้าวต้นตาลเกิดแตกน้ำไหลออกไหลตก หนูกัดผ้ากัดหมอนกัดที่นอน ไฟไหม้ผ้านุ่ง เงินทองตกหายภายในเรือนแล้วหาไม่พบ ไฟไหม้น้ำหรือหม้อร้อง เกิดเป็นเสียงขึ้น เต่าหรือตะกวดขึ้นมาบนเรือน แมวออกลูก ในที่นอน จระเข้เข้าบ้าน ดอกบัวงอกขึ้นในเขตบ้าน เต่าตะกวด แลน ตะพาบน้ำมาตายใต้เรือนของตน ตําข้าวแล้วได้ข้าวสารมากกว่าข้าวเปลือกที่นําเอาไปทํา ผีมักหลอกหลอนและขว้างบ้านเรือน ที่อยู่แห่งตน ที่กล่าวมานี้ชื่อว่าอุบาทพระวายุ แล

    .....ในการที่จะปลดเปลื้องสิ่งที่เป็นอุบาททั้งหลายนั้นให้หมดไป โบราณาจารย์ท่านได้กําหนดวิธีส่งหรือการสังเวยไว้แล้ว เรียกว่าพิธีส่งอุบาท


    740052755_1387455086771444_362467635125983394_n.jpeg

    741106255_1366685195589674_5945242013176046023_n.jpeg

     
  8. Lo_olLo

    Lo_olLo เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    3,127
    ค่าพลัง:
    +12,942
    TY5.jpg
    ....อุปเท่ห์การทำน้ำมนต์ "ธรณีสาร" เพื่อรดราดแก้มนต์กลอาถรรพ์ และชำระอุบาทต่างๆ โดยท่านอาจารย์บุญเลิศแนะนำตำราท่าน อ.เทพ สาริกาบุตร ให้ใช้คู่กับ "ลูกสะกดมหาสะท้อน กลับร้ายกลายเป็นดี" โดยวิธีเตรียมน้ำมนต์คือ

    1.หาภาชนะที่ใส่น้ำให้เหมาะสม(ให้พอดีกับที่จะอาบ) จะเป็นน้ำฝนหรือน้ำปะปาก็ได้จะต้มหรือไม่ก็ได้(ขอให้เป็นน้ำสะอาด) นำ"ลูกสะกดมหาสะท้อน กลับร้ายกลายเป็นดี" อาราธนาลงแช่ในน้ำที่เตรียมไว้ โดยก่อนแช่ให้นำมาไว้ในมือ กล่าวคำอาราธนาว่า
    พุทธัง อาราธนานัง กะโรมิ ธัมมัง อาราธนานัง กะโรมิ สังฆัง อาราธนานัง กะโรมิ แล้วนำลงแช่ในน้ำ

    ฤณ1.jpg

    2.ตั้งเครื่องบูชาครูให้พร้อม ดังนี้

    2.1 ดอกมะลิวางไว้บนพานในภาชนะที่เหมาะสม
    2.2 ผ้าขาวบางวางไว้คู่กับดอกมะลิก็ได้
    2.3 น้ำสะอาด 1 แก้ววางไว้ข้างผ้าขาวก็ได้

    ...แล้วกล่าวคำบูชาพระรัตนตรัย ดังนี้(จะตั้งเทียนใส่น้ำด้วยหรือไม่ก็ได้)

    พุทธังสรณังคัจฉามิ
    ธัมมังสรณังคัจฉามิ
    สังฆังสรณังคัจฉามิ

    อะระหังสัมมาสัมพุทโธภควา พุทธังภควันตังอภิวาเทมิ
    สวากขาโต ภควตาธัมโม ธัมมังนมัสสามิ
    สุปฏิปัณโณ ภควโต สาวกสังโฆ สังฆังนะมามิ
    นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ
    นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ
    นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ


    บทชุมนุมเทวดา
    สัคคเคกาเม จะ รูเป คิริสิขะระตะเฏ จันตะลิกเข วิมาเน
    ทีเป รัฏเฐ จะ คาเม ตะรุวะนะคะหะเน เคหะวัตถุมหิเขตเต
    ภุมมา จายันตุ เทวา ชะละถะละวิสะเม ยักขะขันธัพพะนาคาติฏฐันตา สันติเก ยัง มุนิวะระ วะจะนัง สาทะโวเม สุณันตุ
    ธัมมัสะสวะนะกาโล อะยัมภะทันตา
    ธัมมัสะสวะนะกาโล อะยัมภะทันตา
    ธัมมัสะสวะนะกาโล อะยัมภะทันตา ฯ


    น้ำมนต์ธรณีสารน้อย
    โองการพินทุนาถัง อุปปันนานัง พรหมาสะหะปะตินามัง อาทิกัปเป
    สุอากัปโต ปัญจะปะทุมมัง ทิสสะวา นะโมพุทธายะ วันทะนัง
    สิโร เม พุทธะเทวัญจะ นะลาเต พรหมะเทวะตา หะทะยังนารายะกัญเจวะ
    ทะเวหัตเถ จะปะระเม สุรา ปาเท วิษะณุกัญเจวะ สัพพะกัมมา ประสิทธิ เม
    สัพพะพุทธานุภาเวนะ สัพพะธัมมานุภาเวนะ
    สัพพะสังฆานุภาเวนะ สัพพะโสตถี ภะวันตุ เม
    สิทธิกิจจัง สิทธิกัมมัง สิทธิการิยะ ตะถาคะโต สิทธิลาโภ นิรันตะรัง
    สิทธิ์เตโช ชะโยนิจจัง สัมพะธัมมา ประสิทธิ เม สัพพะสิทธิ ประสิทธิ เม

    *หลังจากสวดเสร็จพิธีแล้วให้นำลูกสะกดมหาสะท้อนขึ้นจากน้ำและนำไปเก็บไว้ในที่ ที่เหมาะสม

    **ให้ตั้งเครื่องบูชาทำน้ำมนต์ได้ตั้งแต่พระอาทิตย์เริ่มขึ้นของวันนั้นๆก่อนเที่ยง(ก่อน 12.00 น.)

    ***ให้เริ่มอาบน้ำมนต์ล้างอาถรรพ์ธรณีสารได้ตั้งแต่หลังเที่ยงเป็นต้นไป(หลัง 12.01 เป็นต้นไปและห้ามอาบหลังพระอาทิตย์ตกแล้ว และให้อาบหมดครั้งเดียวโดยไม่ต้องเหลือ)

    ****ให้อาบน้ำมนต์นี้กลางแจ้ง(นอกชายคาบ้าน) ผู้อาบให้หันหน้าไปทางทิศตะวันตก ให้อาบได้เฉพาะวัน อังคารและวันเสาร์ จึงจะดีและสำริดผล

    ***** 1 ปีอาบ 1 ครั้งจะดีมาก เพราะจะช่วยปัดเป่าอาถรรพ์ต่างๆและปัดอุบาท ปัดเสนียดจัญไรทั้งหลายได้ดีนัก ไล่คุณไล่ของไม่ดีให้มลายหายไปและสลายพลังงานไม่ดีที่ติดมาทั้งปีด้วย

    ******หากจะประพรมน้ำมนต์นี้ในบ้านเรือน ให้เปิดหน้าต่างและประตูในบ้านทุกบาน "บอกกล่าวเทวดาอารักษ์ในบ้านให้ทราบ" ให้เริ่มประพรมตั้งแต่หลังบ้านไปหน้าบ้าน หากบ้านมีหลายชั้น ให้เริ่มประพรมจากชั้นบนสุดก่อนแล้วไล่ลงมาทีละชั้นจนชั้นสุดท้ายให้เริ่มจากหลังบ้าน ประพรมไปหน้าบ้าน(บริษัทห้างร้านก็ทำได้เช่นกัน) หลังประพรมเสร็จก็เป็นอันเสร็จพิธี ให้ปิดประตูหน้าต่างให้เรียบร้อยดังเดิม..
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 11 กรกฎาคม 2026 at 22:35

แชร์หน้านี้

Loading...