ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,475
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ประธานาธิบดี คารอล นาฟร็อตสกี (Karol Nawrocki) แห่งโปแลนด์ ได้ทำการถอดถอน เครื่องราชอิสริยาภรณ์นกอินทรีขาว (Order of the White Eagle) ซึ่งเป็นเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูงสุดของโปแลนด์ คืนจากนายโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี (Volodymyr Zelensky) สืบเนื่องมาจากกรณีที่ยูเครนตัดสินใจตั้งชื่อหน่วยทหารตามกลุ่มกองกำลังติดอาวุธ UPA ที่เคยเป็นพันธมิตรกับนาซีในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

    ทั้งนี้ กลุ่ม UPA เป็นผู้รับผิดชอบต่อเหตุการณ์สังหารหมู่พลเรือนชาวโปแลนด์จำนวนมากถึง 100,000 คน (ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง เด็ก และคนชรา) ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

    #OrbitWire

    https://www.facebook.com/share/p/1GYYsh1B88/
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,475
    ค่าพลัง:
    +97,153
    อย่าเพิ่งดีใจกับ "น้ำมันลดราคา! “

    20 มิถุนายน 2569 เจาะลึกมายาการดีลหยุดยิงชั่วคราว กับความจริงที่คนไทยต้องรู้
    .
    สิ้นเสียงปืนในตะวันออกกลาง ราคาน้ำมันดิบโลกขยับลดลงทันที...
    แต่คำถามคือ มันจะลดลงไปถึงจุดเดิมที่เราเคยใช้จริงหรือ ?
    .
    นักวิเคราะห์ระดับโลกเตือนตรงกัน
    โครงสร้างพลังงานของอิหร่านพังทลายเสียหายหนักกว่าที่คิด
    และต้องใช้เวลาซ่อมแซมอย่างน้อย 2-3 ปี!
    นี่คือสัญญาณเตือนภัยว่า โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุค "น้ำมันฐานราคาใหม่" ที่จะทรงตัวในระดับสูงถาวร
    .
    ประเทศไทยจะก้าวต่อไปอย่างไร ?

    เมื่อ "กองทุนน้ำมัน" อาจไม่ใช่คำตอบในการอุ้มราคาแบบเดิมอีกต่อไป
    .ส่องแนวคิดเชิงรุกของ #กระทรวงการคลัง ประภาศ ร่วมกับ #กระทรวงพลังงาน กับยุทธศาสตร์ "#สลัดแอกฟอสซิล" และกลยุทธ์ "#อาหารแลกพลังงาน" ที่จะช่วยให้ปากท้องคนไทยรอดพ้นจากวิกฤตครั้งนี้
    .
    นี่ไม่ใช่แค่เรื่องการทูตไกลตัว แต่มันคือเรื่องของเงินในกระเป๋าของคุณในอีก 3 ปีข้างหน้า !
    .
    อ่านบทวิเคราะห์เจาะลึก โดย "ชัยทัศน์" คลิกอ่านฉบับเต็มได้ที่นี่ https://shorturl.asia/5rFql

    https://thaitribune.org/inside-insi...BoMQpkx5sMk4JWkDFA_aem_fOy3fDTP6hwFPe4jyr5CQw

    #thaitribune#กองทุนน้ำมัน#น้ำมันลดราคา#วิกฤติพลังงาน#ชัยทัศน์วิเคราะห์
    .
    .
    #Thaitribune

    https://www.facebook.com/share/18xwWR5Nva/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,475
    ค่าพลัง:
    +97,153
    กุ้งหายทั้งบ่อ 'ปลาหมอคางดำ' ยึด 50 ไร่สมุทรสงคราม เกษตรกรแทบล้มทั้งยืน รัฐยังไล่ตามจับไม่ทัน

    20 มิถุนายน 2569 การระบาดของ “ปลาหมอคางดำ” ยังคงลุกลามต่อเนื่องในหลายพื้นที่ภาคกลาง ล่าสุดส่งผลกระทบรุนแรงต่อ #เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง ในจังหวัด #สมุทรสงคราม พบการแพร่กระจายเข้า #ยึดบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำขนาดใหญ่กว่า 50 ไร่ในพื้นที่ #อำเภออัมพวา จนสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างหนัก
    .
    นางอมลวรรณ สุขโสภณ อายุ 61 ปี เจ้าของบ่อกุ้งในพื้นที่หมู่ 5 ตำบลยี่สาร เปิดเผยว่า การจับกุ้งรอบล่าสุดกลับไม่พบผลผลิตตามปกติ แต่พบ #ปลาหมอคางดำ จำนวนมหาศาล รวมกว่า 5 ตันแทนกุ้งที่เลี้ยงไว้ทั้งหมด ซึ่งสามารถขายได้เพียงกิโลกรัมละ 8 บาท สร้างรายได้รวมเพียงราว 40,000 บาท ไม่คุ้มต้นทุนการผลิต
    .
    เจ้าของบ่อระบุว่า ปัญหาเริ่มจากการพบปลาชนิดนี้ปะปนในบ่อเลี้ยง แต่เมื่อเวลาผ่านไปได้แพร่พันธุ์อย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นประชากรหลักในบ่อ และทำลายระบบการเลี้ยงกุ้งทั้งหมด ส่งผลให้ไม่สามารถดำเนินกิจการได้ตามปกติ
    .
    “สมัยก่อนเปิดบ่อครั้งหนึ่งได้กุ้งเป็นรายได้หลัก แต่ตอนนี้กลายเป็นปลาหมอคางดำหมด บางช่วงเหมือนเลี้ยงปลาชนิดนี้แทนกุ้งไปแล้ว” เจ้าของบ่อกล่าวด้วยความท้อใจ พร้อมระบุว่า หากไม่มีภาระหนี้สินยังพอประคองได้ แต่สำหรับเกษตรกรรายย่อยอาจไม่สามารถรับภาระได้ไหว
    .
    ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ระบุว่า ปลาหมอคางดำเป็นชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่มีความสามารถในการปรับตัวสูง แพร่พันธุ์เร็ว และส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศอย่างรุนแรง โดยยอมรับว่าปัจจุบันยังไม่สามารถกำจัดให้หมดได้ จำเป็นต้องอาศัยมาตรการควบคุมระยะยาว พร้อมเรียกร้องให้ภาครัฐเร่งออกมาตรการเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบอย่างเป็นรูปธรรม
    .
    ในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี ภาครัฐและชุมชนได้ร่วมกันจัดกิจกรรม “ลงแขกจับปลาหมอคางดำ” ใน #คลองบ่อเคี๊ยะ #อำเภอชะอำ ภายใต้นโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดในแหล่งน้ำธรรมชาติ
    .
    จากการดำเนินการสามารถจับปลาหมอคางดำได้กว่า 3,121 กิโลกรัม ก่อนส่งต่อให้เรือนจำกลางเพชรบุรีนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ เช่น น้ำปลา และยังนำบางส่วนไปใช้ประโยชน์ในชุมชนและกลุ่มอาสาสมัคร
    .
    แม้มาตรการเชิงรุกในหลายพื้นที่เริ่มดำเนินการ แต่เกษตรกรบอกตรงกันว่า ปัญหายังไม่คลี่คลาย ทั้งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางอาชีพในระยะยาว โดยเฉพาะในพื้นที่เลี้ยงกุ้งและปูทะเล ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมหลักของจังหวัดชายฝั่งภาคกลาง

    สถานการณ์แสดงอนให้เห็นว่า “ปลาหมอคางดำ” ไม่ได้เป็นเพียงปัญหาสิ่งแวดล้อม แต่กำลังกลายเป็นวิกฤตเศรษฐกิจระดับฐานราก ที่ต้องการการแก้ไขอย่างเป็นระบบและเร่งด่วนจากภาครัฐ ก่อนที่ความเสียหายจะขยายวงกว้างมากกว่านี้
    .
    .
    #Thaitribune

    https://www.facebook.com/share/p/17xVvjCa9i/
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,475
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ทัพบก ย้ำ 'คุมพื้นที่ปราสาทคนา' เต็มรูปแบบ 'รื้อบันไดไม้เขมร' กว่าครึ่ง เสริมฐานที่มั่น - ลาดตระเวน ป้องกันรุกล้ำชายแดน

    20 มิถุนายน 2569 กองทัพบกยืนยันความพร้อมดูแลพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา โดยเฉพาะบริเวณ #ปราสาทคนา #จังหวัดสุรินทร์ พื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญตามแนวชายแดน เสริมความมั่นคงทั้งด้านฐานที่มั่น เส้นทางลาดตระเวน ระบบส่งกำลังบำรุง และการสนับสนุนภารกิจเก็บกู้ทุ่นระเบิด เพื่อรองรับทุกสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น
    .
    พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก พร้อมคณะสื่อมวลชน ลงพื้นที่ปราสาทคนา อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ เพื่อติดตามภารกิจของกำลังพลในแนวหน้า และรับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์จากหน่วยปฏิบัติในพื้นที่ โดยมี พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 ให้การต้อนรับและชี้แจงข้อมูลภาคสนาม
    .
    การลงพื้นที่ครั้งนี้มีการนำเสนอข้อเท็จจริงเกี่ยวกับมาตรการรักษาความมั่นคงที่กองทัพดำเนินการในช่วงที่ผ่านมา ทั้งการจัดตั้งฐานปฏิบัติการ การปรับปรุงเส้นทางเข้าถึงพื้นที่ การวางแนวลวดหนามป้องกันการรุกล้ำ รวมถึงการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่ไม่ได้รับอนุญาตในเขตอธิปไตยไทย
    .
    หนึ่งในประเด็นที่ได้รับความสนใจคือ #การรื้อถอนบันไดไม้ จำนวน 1,181 ขั้น ที่ถูกสร้างขึ้นจากฝั่งกัมพูชาเพื่อใช้เป็นเส้นทางขึ้นสู่ปราสาทคนา โดยไทยได้รื้อถอน ในส่วนที่อยู่ในเขตแดนไทยไปแล้วมากกว่าครึ่งหนึ่ง เพื่อลดความเสี่ยงต่อ #การลักลอบเข้าพื้นที่ และ #ป้องกันปัญหาการรุกล้ำอธิปไตย
    .
    โฆษกกองทัพบกยืนยันว่า ปัจจุบันกองทัพยังคงเฝ้าระวังพื้นที่อย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมเพิ่มความเข้มข้นในการลาดตระเวนและติดตามสถานการณ์ตามแนวชายแดนอย่างใกล้ชิด โดยยึดหลักความปลอดภัยของประชาชนและกำลังพลเป็นสำคัญ
    .
    กองทัพยังได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินโครงการ #เก็บกู้และสำรวจวัตถุระเบิดตกค้าง ในพื้นที่ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับเจ้าหน้าที่และประชาชน รวมทั้งเตรียมความพร้อมรองรับการพัฒนาพื้นที่ในอนาคต
    .
    อีกหนึ่งจุดสำคัญภายในพื้นที่คือ การจัดสร้างอนุสรณ์สถานรำลึกถึง ร้อยตรีเทิดศักดิ์ ศรีลาชัย วีรชนผู้เสียสละชีวิตในการปฏิบัติหน้าที่ปกป้องผืนแผ่นดินไทย เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความกล้าหาญและการเสียสละของกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน
    .
    สำหรับปราสาทคนา ตั้งอยู่บริเวณตำบลแนงมุด อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ ห่างจากชุมชนประมาณ 10 กิโลเมตร แม้ปัจจุบันจะเหลือเพียงแนวกำแพงศิลาแลงบางส่วน แต่ยังถือเป็นโบราณสถานที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม สะท้อนอารยธรรมโบราณในพื้นที่ชายแดนไทย
    .
    กองทัพบกและจังหวัดสุรินทร์มีแผนผลักดันพื้นที่ปราสาทคนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และการเรียนรู้ในอนาคต ควบคู่กับการรักษาความมั่นคงและการดูแลอธิปไตยของประเทศ
    .
    ทั้งนี้ กองทัพบกยืนยันว่าจะเดินหน้าเฝ้าระวัง ดูแล และควบคุมพื้นที่ชายแดนอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการรุกล้ำทุกรูปแบบ และสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนว่าพื้นที่ชายแดนไทยยังคงอยู่ภายใต้การดูแลและควบคุมของฝ่ายไทยอย่างเข้มแข็ง
    .
    .
    #Thaitribune

    https://www.facebook.com/share/p/18xXXVytfw/
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,475
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ช่องบกยังมั่นคง กองทัพภาค 2 เฝ้าระวังใกล้ชิด แม้กัมพูชารับมอบรถถังเพิ่ม ย้ำไทยไม่ประมาท คุมพื้นที่ยุทธศาสตร์ชายแดนอุบลฯ ต่อเนื่อง

    20 มิถุนายน 2569 ชายแดนไทย-กัมพูชา ยังคงถูกจับตาใกล้ชิด หลังมีกระแสการเสริมกำลังและการรับมอบยุทโธปกรณ์ของฝ่ายกัมพูชา โดยเฉพาะ #รถถังแบบ T-59D ซึ่งถูกพูดถึงในช่วงหลายวันที่ผ่านมา
    .
    พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ #แม่ทัพภาคที่2 ยืนยันว่า จากการติดตามข่าวกรองและการเฝ้าระวังในพื้นที่รับผิดชอบของกองทัพภาคที่ 2 ยังไม่พบการเคลื่อนย้ายรถถังหรือกำลังรบหนักของกัมพูชาเข้ามาประชิดแนวชายแดนฝั่งตรงข้ามประเทศไทยแต่อย่างใด...ยอมรับกัมพูชาอาจรับมอบยุทโธปกรณ์ใหม่ แต่ยังไม่ปรากฏในพื้นที่ชายแดน
    .
    แม่ทัพภาคที่ 2 ระบุว่า ภาพข่าวที่ปรากฏตามสื่อต่าง ๆ เป็นเรื่องการรับมอบยุทโธปกรณ์และรถถังของฝ่ายกัมพูชา ซึ่งถือเป็นเรื่องภายในของแต่ละประเทศ
    .
    แต่หากจะนำกำลังรบหรือรถถังเข้าประจำการในพื้นที่ชายแดนจริง จำเป็นต้องมีการเตรียมความพร้อมหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการฝึกกำลังพล การซ่อมบำรุง การจัดระบบส่งกำลังบำรุง ตลอดจนความพร้อมของเส้นทางคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐานรองรับ
    .
    “การมีรถถังเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ ต้องมีองค์ประกอบอื่นครบ ทั้งกำลังพล ถนน ระบบลำเลียงเชื้อเพลิง น้ำมัน และระบบสนับสนุนทางทหาร ซึ่งต้องใช้เวลาเตรียมการ” แม่ทัพภาค 2 กล่าว
    .
    ไทยไม่ประมาท ตรึงกำลังเฝ้าระวังตลอดแนวชายแดน แม้จะยังไม่พบความเคลื่อนไหวผิดปกติ แต่กองทัพภาคที่ 2 ยืนยันว่าได้ติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง
    .
    ปัจจุบันหน่วยทหารไทยยังคงวางกำลังและยุทโธปกรณ์ประจำพื้นที่ชายแดนตามแผนรักษาความมั่นคงที่มีอยู่เดิม พร้อมประสานงานกับหน่วยข่าวกรองและหน่วยงานด้านความมั่นคงทุกระดับ
    .
    ฝ่ายความมั่นคง มีการเฝ้าระวังในพื้นที่ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีความเข้มข้นมากขึ้นนับตั้งแต่เกิดเหตุเผชิญหน้าระหว่างกำลังทหารทั้งสองฝ่ายในบางพื้นที่เมื่อช่วงก่อนหน้า ทำให้ทุกหน่วยงานต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ
    .
    เดินหน้า #สร้างถนนเสริมศักยภาพส่งกำลังบำรุง
    แม่ทัพภาคที่ 2 เพิ่มเติมว่า กองทัพบกได้จัดสรรงบประมาณเพื่อพัฒนาเส้นทางคมนาคมและการส่งกำลังบำรุงในพื้นที่ชายแดนมาอย่างต่อเนื่อง
    .
    การก่อสร้างถนน ในพื้นที่ยุทธศาสตร์ ได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งประชาชนในพื้นที่ ผู้นำชุมชน พระสงฆ์ และกำลังพลทหาร เพื่อให้การลำเลียงกำลังพล อาหาร น้ำ และยุทโธปกรณ์เป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น...นอกจากเพิ่มศักยภาพทางทหารแล้ว ยังช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ชายแดนให้สามารถสัญจรได้สะดวกตลอดทั้งปี
    .
    พลโท วีระยุทธ ตอบด้วยว่า กองทัพไม่ได้มีคำสั่งห้ามทหารไทยใช้อาวุธตอบโต้กำลังทหารกัมพูชา หากเกิดสถานการณ์คุกคามหรือจำเป็นต้องป้องกันตนเอง โดยผู้บังคับหน่วยทุกระดับยังคงมีอำนาจในการตัดสินใจตามสถานการณ์ แต่ทุกการปฏิบัติต้องอยู่ภายใต้การควบคุม การรายงาน และระเบียบวินัยทางทหารอย่างเคร่งครัด
    .
    การใช้อาวุธไม่ใช่คำตอบของทุกสถานการณ์ เพราะบางเหตุการณ์อาจเกิดจากความเข้าใจผิด การขาดระเบียบวินัย หรือพฤติกรรมไม่เหมาะสมของกำลังพลฝ่ายตรงข้าม เช่น การดื่มสุราขณะปฏิบัติหน้าที่บริเวณแนวชายแดน ซึ่งจำเป็นต้องประเมินสถานการณ์อย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจตอบโต้

    “ไม่ได้ห้ามยิงตอบโต้ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะต้องยิงหรือปะทะทันทีทุกครั้ง เราต้องมีวินัยมากกว่า และต้องควบคุมสถานการณ์ให้ได้ หากจะปฏิบัติการใด ต้องมั่นใจว่ามีประสิทธิภาพ มีความได้เปรียบ และไม่ทำให้ฝ่ายเราเสียหาย” แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าว
    .
    ไทยสถาปนาพื้นที่ความมั่นคง “ช่องบก” ครบแนวแล้ว
    แม่ทัพภาคที่ 2 ยืนยันด้วยว่า ปัจจุบันกองทัพไทยได้สถาปนาพื้นที่ความมั่นคงและจัดระบบควบคุมพื้นที่บริเวณ #ช่องบก เรียบร้อยแล้ว อยู่ภายใต้การดูแลครอบคลุมตั้งแต่บริเวณภูโคกใหญ่ ใกล้หลักเขตแดนที่ 28 ซึ่งเป็นพื้นที่โบราณสถานสำคัญที่มีลักษณะคล้ายปราสาทหินโบราณ ไปจนถึงบริเวณช่องบก ในอำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี
    .
    ถือเป็นหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์สำคัญของชายแดนไทย-กัมพูชา เนื่องจากเป็นจุดเชื่อมต่อของแนวเทือกเขาพนมดงรัก และเคยเป็นพื้นที่ที่มีข้อถกเถียงด้านเขตแดนในอดีต
    .
    ผู้เชี่ยวชาญชี้สงครามยุคใหม่ไม่ใช่แค่เรื่องรถถัง แม้ข่าวการจัดหารถถังหรืออาวุธหนักจะสร้างความสนใจ แต่ปัจจัยสำคัญในปัจจุบันไม่ได้อยู่ที่จำนวนยุทโธปกรณ์เพียงอย่างเดียว
    .
    การปฏิบัติการทางทหารสมัยใหม่ต้องอาศัยระบบข่าวกรอง การสื่อสาร การส่งกำลังบำรุง เทคโนโลยีตรวจการณ์ และการประสานงานระหว่างเหล่าทัพอย่างมีประสิทธิภาพ
    .
    ดังนั้น การที่กองทัพภาคที่ 2 เน้นการพัฒนาเส้นทางส่งกำลังบำรุง การควบคุมพื้นที่ และการเฝ้าระวังข่าวกรอง จึงสะท้อนแนวทางการรักษาความมั่นคงเชิงป้องกันที่ให้ความสำคัญกับความพร้อมรอบด้านมากกว่าการแสดงกำลังทางอาวุธเพียงอย่างเดียว
    .
    ขณะนี้สถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาในพื้นที่รับผิดชอบของกองทัพภาคที่ 2 ยังอยู่ในภาวะปกติ แต่ทุกหน่วยยังคงติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่อาจกระทบต่อความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชนตามแนวชายแดน
    .
    .
    #Thaitribune

    https://www.facebook.com/share/p/1AiARotQCX/
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,475
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ‘อนุทิน’ นั่งคุมเอง 8 บอร์ดเศรษฐกิจ ส่งสัญญาณเร่งตัดสินใจ ลดขั้นตอนราชการ ดึงลงทุนโลกแข่งชิงฐานผลิต

    20 มิถุนายน 2569 ท่ามกลาง #การแข่งขันดึงดูดการลงทุน ที่รุนแรงขึ้นทั่วโลก รัฐบาล ส่งสัญญาณสำคัญไปยัง 3นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ด้วย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ลงมานั่งเป็น #ประธานคณะกรรมการเศรษฐกิจระดับชาติ ด้วยตนเองถึง 8 คณะ ซึ่งถือเป็น #การรวมศูนย์การตัดสินใจด้านเศรษฐกิจ ครั้งสำคัญในรอบหลายปี
    .
    ความเคลื่อนไหวเกิดขึ้นหลังรัฐบาลบริหารประเทศครบ 3 เดือน โดยเริ่มเปลี่ยนจาก #การรับมือปัญหาเฉพาะหน้า ทั้ง #วิกฤตราคาพลังงาน และผลกระทบจากสถานการณ์ #ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง มาสู่การขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจเชิงรุกที่มุ่งสร้างความเชื่อมั่นและเร่งดึงเม็ดเงินลงทุนเข้าสู่ประเทศ
    .
    เหตุผลสำคัญ ทำไมนายกฯ ต้องนั่งหัวโต๊ะเอง... การที่นายกรัฐมนตรีเข้ามาเป็นประธานบอร์ดเศรษฐกิจด้วยตนเอง มีข้อได้เปรียบสำคัญคือสามารถ #ตัดสินใจเชิงนโยบายได้ทันที #ลดปัญหาการส่งเรื่องผ่านหลายกระทรวง หลายหน่วยงาน ซึ่งที่ผ่านมาเป็นหนึ่งในอุปสรรคสำคัญของการลงทุนในประเทศไทย
    .
    หลายโครงการขนาดใหญ่ในอดีตต้องใช้เวลาพิจารณานานหลายเดือน หรือบางครั้งเป็นปี เนื่องจากต้องรอการประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
    .
    แต่เมื่อผู้นำรัฐบาลนั่งเป็นประธานเอง การสั่งการ การบูรณาการ และการแก้ไขปัญหาข้ามกระทรวงจะเกิดขึ้นได้รวดเร็วขึ้น โดยเฉพาะโครงการลงทุนที่มีมูลค่าหลายหมื่นล้านบาท ซึ่งนักลงทุนต้องการความชัดเจนและความรวดเร็วในการตัดสินใจ
    .
    ในยุคที่ประเทศต่าง ๆ แข่งขันกันดึงดูดโรงงานเทคโนโลยีขั้นสูง ดาต้าเซ็นเตอร์ อุตสาหกรรมพลังงานสะอาด และอุตสาหกรรมดิจิทัล ความรวดเร็วในการอนุมัติโครงการกลายเป็นปัจจัยสำคัญไม่แพ้สิทธิประโยชน์ทางภาษี
    .
    4 คำสั่งสำคัญใน 2 สัปดาห์

    ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีได้ลงนามคำสั่งสำคัญหลายฉบับที่สะท้อนบทบาทการเป็น "แม่ทัพเศรษฐกิจ" อย่างชัดเจน

    หนึ่งในนั้นคือการ #จัดตั้งคณะกรรมการนโยบายอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ชั้นสูงแห่งชาติ หรือ "#บอร์ดเซมิคอนดักเตอร์" เพื่อผลักดันไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุตสาหกรรมชิปโลก
    .
    เป้าหมายระยะยาวคือการดึงดูดผู้ผลิตชิปรายใหญ่ให้เข้ามาตั้งฐานการผลิตในประเทศไทย รวมถึงยกระดับศักยภาพการพัฒนาชิปขั้นสูงที่ผลิตโดยคนไทยในอนาคต
    0
    อีกคณะสำคัญคือ #คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ซึ่งนายกรัฐมนตรีเตรียมนั่งเป็นประธานการประชุมครั้งแรกในวันที่ 22 มิถุนายนนี้ เพื่อรับฟังปัญหาโดยตรงจากภาคธุรกิจ
    .
    ดึง #EEC กลับมาอยู่ในมือผู้นำรัฐบาล
    อีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่ได้รับความสนใจคือ การปรับเปลี่ยนการกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) กลับมาอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรีโดยตรง
    .
    นายอนุทินยืนยันว่า ไม่ได้เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งทางการเมือง แต่เป็นการเตรียมนำโครงการ EEC ไปโรดโชว์กับนักลงทุนต่างประเทศด้วยตนเอง
    .
    การนั่งเป็นประธานบอร์ด EEC ยังช่วยให้สามารถตัดสินใจในประเด็นสำคัญต่าง ๆ ได้รวดเร็วขึ้น ทั้งเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน การลงทุนอุตสาหกรรมใหม่ การบริหารจัดการน้ำ พลังงาน และการใช้ที่ดิน
    .
    รัฐบาลยังมีแผนปรับทิศทาง EEC ให้สอดคล้องกับศักยภาพของพื้นที่จริง โดยเน้นอุตสาหกรรมด้านความมั่นคงทางอาหาร การแพทย์ เทคโนโลยีชีวภาพ และอุตสาหกรรมมูลค่าสูง
    .
    ดาต้าเซ็นเตอร์มาแรง รัฐเตรียมตั้งกติกาใหม่
    หนึ่งในอุตสาหกรรมที่ได้รับความสนใจอย่างมากคือ #ดาต้าเซ็นเตอร์ และโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ซึ่งกำลังมีนักลงทุนระดับโลกสนใจเข้ามาลงทุนในประเทศไทย
    .
    อย่างไรก็ตาม รัฐบาลมองว่าการลงทุนประเภทนี้ต้องมีการบริหารจัดการอย่างรอบคอบ เนื่องจากใช้ไฟฟ้าและน้ำในปริมาณสูง
    .
    จึงเตรียมกำหนดเงื่อนไขด้านพลังงาน แหล่งน้ำ และโครงสร้างพื้นฐานให้ชัดเจน รวมถึงการกำหนดอัตราค่าไฟฟ้าประเภทใหม่สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ เพื่อไม่ให้กระทบต่อภาคประชาชน
    .
    เปิด 8 บอร์ดเศรษฐกิจที่นายกฯ นั่งประธานเอง...ปัจจุบันนายกรัฐมนตรีเป็นประธานคณะกรรมการด้านเศรษฐกิจสำคัญ 8 คณะ ประกอบด้วย

    คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)
    คณะกรรมการนโยบายอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ชั้นสูงแห่งชาติ
    คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.)
    คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ
    คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.)
    คณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
    คณะกรรมการเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (กพย.)
    คณะกรรมการนโยบายการผังเมืองแห่งชาติ
    เดิมพันสร้างความเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทย
    .
    นักเศรษฐศาสตร์มองว่า การที่นายกรัฐมนตรีลงมากำกับบอร์ดเศรษฐกิจสำคัญด้วยตนเอง ถือเป็นการส่งสัญญาณเชิงบวกต่อภาคธุรกิจว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างจริงจัง
    .
    โดยเฉพาะในช่วงที่การแข่งขันดึงดูดการลงทุนระหว่างประเทศกำลังเข้มข้น ไทยจำเป็นต้องสร้างจุดแข็งใหม่ ทั้งความรวดเร็วในการอนุมัติโครงการ ความชัดเจนของนโยบาย และความต่อเนื่องของการพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
    .
    หลายฝ่ายจึงจับตาว่า การประชุมบอร์ดเศรษฐกิจต่าง ๆ ในช่วงครึ่งปีหลังจะสามารถแปลงนโยบายให้กลายเป็นการลงทุนจริง การจ้างงานใหม่ และการถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่คนไทยได้มากน้อยเพียงใด ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญของรัฐบาลในการผลักดันเศรษฐกิจไทยให้แข่งขันได้ในเวทีโลกต่อไป
    .
    .
    #Thaitribune

    https://www.facebook.com/share/p/1AnfQ7ETtM/
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,475
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เบรก มอก.เหล็กเตา IF ผู้เชี่ยวชาญเตือน 'เสี่ยงโครงสร้างพัง' หากใช้ผิดประเภท ชู “ความปลอดภัยประชาชน” เหนือผลประโยชน์ธุรกิจ

    20 มิถุนายน 2569 ประเด็น #มาตรฐานเหล็กก่อสร้างของไทย ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด เมื่อ #สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ให้ "ชะลอการรับรองร่างมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ฉบับใหม่" ที่ยังเปิดทางให้มีการผลิตเหล็กเส้นจากเตาหลอมแบบเหนี่ยวนำไฟฟ้า หรือ Induction Furnace (IF) ท่ามกลางข้อกังวลด้านความปลอดภัยของภาควิศวกรรมและประชาชน
    .
    ล่าสุดประเด็นดังกล่าวถูกยกระดับเป็น "วาระแห่งชาติ" เนื่องจากเกี่ยวข้องโดยตรงกับ #ความปลอดภัยของอาคาร บ้านเรือน และ #โครงสร้างสาธารณะทั่วประเทศ โดยเฉพาะหลังหลายประเทศทั่วโลกให้ความสำคัญกับมาตรฐานวัสดุก่อสร้างมากขึ้นภายหลังเกิดเหตุอาคารถล่มและภัยพิบัติทางธรรมชาติในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
    .
    โดย ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย (TSEA) เผยถึงผลการหารือร่วมกับสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) และตัวแทนกลุ่มเหล็ก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เมื่อ 16 มิถุนายน 2569
    .
    เหล็กไม่ได้อันตราย แต่เหล็กไร้มาตรฐานอาจสร้างโศกนาฏกรรม
    ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโครงสร้างชี้ว่า สิ่งที่สังคมต้องแยกให้ออกคือ "เหล็กจากเตา IF" ไม่ได้หมายความว่าเป็นเหล็กอันตรายทุกกรณี แต่ความเสี่ยงเกิดขึ้นเมื่อกระบวนการผลิตไม่สามารถควบคุมคุณภาพและกำจัดสิ่งเจือปนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
    .
    ดร.อมร ระบุว่า ปัญหาหลักอยู่ที่ความสามารถในการกำจัดสารเจือปนภายในเศษเหล็กที่นำมาหลอมใหม่ ไม่ว่าจะเป็นฟอสฟอรัส กำมะถัน หรือโลหะปนเปื้อนอื่น ๆ ซึ่งอาจส่งผลโดยตรงต่อคุณสมบัติทางกลของเหล็ก
    .
    ในทางวิศวกรรม เหล็กที่มีสารเจือปนสูงอาจมีลักษณะ "แข็งแต่เปราะ" กล่าวคือสามารถรับแรงกดได้ดีในบางสถานการณ์ แต่ขาดความเหนียว (Ductility) ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญของเหล็กโครงสร้างสมัยใหม่
    .
    คุณสมบัติความเหนียวมีความสำคัญอย่างยิ่งในสถานการณ์แผ่นดินไหว เพราะอาคารต้องสามารถยืดหยุ่น ดูดซับ และกระจายแรงสั่นสะเทือนได้ หากเหล็กเปราะเกินไป อาจเกิดการแตกร้าวหรือขาดอย่างฉับพลัน จนนำไปสู่ความเสียหายของโครงสร้างทั้งระบบ
    .
    บทเรียนจากเหตุอาคารถล่มทั่วโลก....ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา เหตุอาคารพังถล่มในหลายประเทศมักมีสาเหตุร่วมกันคือ การใช้วัสดุก่อสร้างไม่ได้มาตรฐาน การควบคุมคุณภาพไม่เข้มงวด หรือการก่อสร้างที่ไม่เป็นไปตามหลักวิศวกรรม
    .
    ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า แม้อาคารจะออกแบบได้ถูกต้องเพียงใด แต่หากใช้เหล็กที่ไม่มีคุณภาพหรือไม่ผ่านการรับรองมาตรฐาน โครงสร้างทั้งหมดก็อาจสูญเสียความสามารถในการรับแรงได้
    .
    โดยเฉพาะประเทศไทยซึ่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเริ่มเผชิญแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวในภูมิภาคมากขึ้น ทำให้มาตรฐานวัสดุก่อสร้างกลายเป็นประเด็นสำคัญที่ไม่สามารถมองข้ามได้อีกต่อไป
    .
    ทำไมหลายประเทศเลิกใช้เตา IF ผลิตเหล็กเส้น
    ข้อมูลจากภาคอุตสาหกรรมระบุว่า ประเทศผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ของโลกหลายแห่ง เช่น จีน ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา ได้ทยอยยกเลิกการใช้เตาหลอมแบบ IF สำหรับผลิตเหล็กเส้นโครงสร้างหลักมาหลายปีแล้ว
    .
    เหตุผลสำคัญไม่ใช่เพียงเรื่องคุณภาพเท่านั้น แต่รวมถึง #ข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม การควบคุมมาตรฐานวัตถุดิบ และความสามารถในการตรวจสอบย้อนกลับของกระบวนการผลิต
    .
    ปัจจุบันการผลิตเหล็กด้วยเตา IF ยังพบในบางประเทศกำลังพัฒนา เช่น อินเดีย ปากีสถาน บังกลาเทศ และบางประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งแต่ละประเทศมีมาตรฐานกำกับดูแลแตกต่างกันออกไป
    .
    เปิด 3 ทางเลือกที่กำลังถกเถียง อยู่ระหว่างการพิจารณาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
    .
    แนวทางแรก ยังคงอนุญาตให้ผลิตเหล็กเส้นจากเตา IF ได้ตามร่างมาตรฐานเดิม
    .
    แนวทางที่สอง ซึ่งเสนอโดยสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย คือการแยกมาตรฐาน มอก. สำหรับเหล็ก IF ออกเป็นอีกประเภทหนึ่ง พร้อมกำหนดข้อจำกัดการใช้งานอย่างชัดเจน เช่น ใช้ได้เฉพาะบ้านพักอาศัยขนาดเล็ก ไม่ใช้ในอาคารสูง โรงพยาบาล โรงเรียน สะพาน หรืออาคารสาธารณะสำคัญ
    .
    แนวทางที่สาม ซึ่งเสนอโดยกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็กบางส่วน คืออนุญาตให้เตา IF ผลิตเหล็กเส้นกลมได้ แต่ห้ามผลิตเหล็กข้ออ้อยที่เป็นวัสดุหลักสำหรับงานโครงสร้างรับน้ำหนัก
    .
    #สมอ.ชะลอเคาะมาตรฐานใหม่ เปิดรับฟังทุกฝ่าย
    จากการหารือระหว่าง สมอ. สมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย และภาคอุตสาหกรรม เมื่อวันที่ 16 มิถุนายนที่ผ่านมา มีข้อเสนอให้ชะลอการรับรองร่างมาตรฐานออกไปก่อน เพื่อเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างรอบด้านภายใน 1 เดือน
    .
    ส่งผลให้การประชุมคณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (กมอ.) วันที่ 23 มิถุนายนนี้ จะยังไม่มีการรับรองร่าง มอก. ฉบับใหม่ แต่จะเป็นการรายงานความคืบหน้าและรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม
    .
    ความปลอดภัยต้องมาก่อน
    ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมหลายฝ่ายเห็นตรงกันว่า การตัดสินใจครั้งนี้ไม่ใช่เพียงเรื่องของการแข่งขันทางธุรกิจหรือกำลังการผลิตในอุตสาหกรรมเหล็ก แต่เป็นเรื่องความปลอดภัยของประชาชนหลายสิบล้านคนที่อาศัยอยู่ในอาคาร บ้านพักอาศัย โรงเรียน โรงพยาบาล และโครงสร้างสาธารณะทั่วประเทศ
    .
    หากประเทศไทยต้องการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของอาคารในระยะยาว การกำหนดมาตรฐานเหล็กที่เข้มงวด ตรวจสอบได้ และสอดคล้องกับหลักวิศวกรรมสากล ถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงจากเหตุอาคารพังถล่มในอนาคต
    .
    การตัดสินใจเกี่ยวกับ มอก. เหล็กครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการเลือกเทคโนโลยีการผลิต แต่เป็นการเลือกระหว่าง "ต้นทุนทางเศรษฐกิจ" กับ "ความปลอดภัยของชีวิตประชาชน" ซึ่งหลายฝ่ายยืนยันตรงกันว่า ความปลอดภัยต้องเป็นเงื่อนไขอันดับแรกที่ไม่สามารถประนีประนอมได้
    .
    .
    #Thaitribune

    https://www.facebook.com/share/p/1CEAu9EfEf/
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,475
    ค่าพลัง:
    +97,153
    พลิกฟื้น บขส. ดัน 11 เส้นทางไทย-ลาวสร้างรายได้ ลุย EV ลดต้นทุน หวังปลดล็อกขาดทุนสะสมครั้งแรกในรอบหลายปี

    20 มิถุนายน 2569 #กระทรวงคมนาคม ปรับโครงสร้างธุรกิจ บริษัท ขนส่ง จำกัด (#บขส.) อย่างเต็มรูปแบบ หวังพลิก #องค์กรรัฐวิสาหกิจด้านขนส่งผู้โดยสาร ให้กลับมามีกำไรอีกครั้ง หลังตัวเลขผลประกอบการเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวต่อเนื่อง ขณะที่ "เส้นทางเดินรถระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว" 11 เส้นทางได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น เป็นอีกหนึ่งในการสร้างรายได้จากการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวข้ามพรมแดน
    .
    นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า รัฐบาลได้มอบนโยบายให้รัฐวิสาหกิจทุกแห่งเร่งเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ พร้อมสร้างรายได้จากทรัพย์สินที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อลดภาระงบประมาณของภาครัฐในระยะยาว
    .
    สำหรับ บขส. เผชิญภาวะขาดทุนสะสมมาเป็นเวลานาน ขณะนี้มีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างชัดเจน โดยคาดว่าปีงบประมาณ 2569 จะขาดทุนประมาณ 140 ล้านบาท ลดลงจากปี 2568 ที่ขาดทุนราว 212 ล้านบาท หรือปรับตัวดีขึ้นกว่า 70 ล้านบาท
    .
    ปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ผลประกอบการดีขึ้นมาจากการเร่งหารายได้ในธุรกิจนอกเหนือจากงานเดินรถหลัก หรือ Non-Core Business ไม่ว่าจะเป็นการเปิดพื้นที่เชิงพาณิชย์ภายในสถานีขนส่งและอู่จอดรถให้เอกชนเช่า การบริหารทรัพย์สินที่มีอยู่ให้เกิดรายได้ รวมถึงการเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามาบริหารบางเส้นทางเดินรถที่ บขส.ไม่ได้ดำเนินการเอง พร้อมจัดเก็บค่าธรรมเนียมการใช้เส้นทาง
    .
    อีกหนึ่งมาตรการสำคัญคือแผนปรับ #เปลี่ยนรถโดยสาร จากระบบเชื้อเพลิงน้ำมันไปสู่รถโดยสารพลังงานไฟฟ้า หรือ #EV ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดต้นทุนด้านพลังงานได้ประมาณ 20-30% ต่อปี ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
    .
    บขส.ยังเร่งขยายบทบาทด้านการเชื่อมโยงระบบคมนาคมกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะเส้นทางไทย-ลาว ซึ่งปัจจุบันมีเส้นทางให้บริการรวม 11 เส้นทาง เชื่อมต่อเมืองเศรษฐกิจสำคัญทั้งสองประเทศ อาทิ หนองคาย-เวียงจันทน์ อุดรธานี-วังเวียง นครพนม-ท่าแขก และมุกดาหาร-สะหวันนะเขต
    .
    ล่าสุด เส้นทางระหว่างประเทศดังกล่าวมีผู้ใช้บริการเฉลี่ยมากกว่า 2,500 คนต่อวัน สะท้อนการฟื้นตัวของการเดินทางข้ามแดนหลังการเปิดเสรีการท่องเที่ยวและการค้าภายในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง
    .
    การขยายเครือข่ายคมนาคมระหว่างไทยและลาวมีความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจชายแดน โดยเฉพาะในช่วงที่การค้าภายใต้กรอบความร่วมมืออาเซียนและโครงการเชื่อมโยงเส้นทางรถไฟจีน-ลาวกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ทำให้ความต้องการเดินทางของนักธุรกิจ นักท่องเที่ยว และแรงงานเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง
    .
    นอกจากนี้ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานบริเวณด่านชายแดนและสะพานมิตรภาพไทย-ลาวหลายแห่ง ยังช่วยเพิ่มศักยภาพการขนส่งผู้โดยสารและสินค้า ลดระยะเวลาเดินทาง และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับจังหวัดชายแดนของไทยมากขึ้น
    .
    กระทรวงคมนาคมเชื่อมั่นว่า หากแผนเพิ่มรายได้ ควบคู่กับการลดต้นทุนและการปรับเปลี่ยนสู่เทคโนโลยีขนส่งสมัยใหม่สามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมาย บขส.มีโอกาสสูงที่จะพลิกกลับมาสร้างผลกำไรได้ภายในช่วงรัฐบาลชุดปัจจุบัน และอาจกลายเป็นรัฐวิสาหกิจแห่งแรกของกระทรวงคมนาคมที่หลุดพ้นจากภาวะขาดทุนสะสมได้สำเร็จ
    .
    การฟื้นตัวของ บขส. ไม่เพียงสะท้อนความสำเร็จด้านการบริหารองค์กรเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณสำคัญของการฟื้นตัวภาคการเดินทาง การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจชายแดนของไทยในยุคที่การเชื่อมโยงภูมิภาคกำลังมีบทบาทมากขึ้นในเวทีเศรษฐกิจอาเซียน
    .
    .
    #Thaitribune

    https://www.facebook.com/share/p/19D1zMRstf/
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,475
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ไม่พร้อมพูดคุยแต่พร้อมไปให้สัมภาษณ์สื่อฝ่ายซ้าย

    ปัญหาข้อขัดแย้งเรื่องสุสานฝังศพ ชาวมุสลิมญี่ปุ่นเรียกร้องให้เกิดสังคมที่ยอมรับซึ่งกันและกัน

    "ไม่อยากให้มองว่าปัญหาการฝังศพเป็นเรื่องของ 'ความขัดแย้งระหว่างชาวต่างชาติที่เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็วกับวัฒนธรรมญี่ปุ่น' เลย"

    ไมนิจิชิมบุน[ที่อยู่รอดได้ด้วยเงินโฆษณาจากจีน] : ได้สัมภาษณ์ อิหม่าม นาโอกิ มาเอโนะ กรรมการบริหารสมาคมมุสลิมแห่งประเทศญี่ปุ่น (เป็นรองประธานสภาอิหม่ามแห่งญี่ปุ่นด้วย) เนื้อหาบทความก็พอจะเดาได้อยู่แล้ว ขอความเห็นใจมุสลิมต้องเผาศพ ด่าพวกขัดขวางการสร้างสุสานว่าซีโนโฟเบีย, อิสลามโฟเบีย เราควรอยู่อยู่ร่วมกันอย่างสันติ etc...

    และแน่นอนว่าคอมเมนต์ยับ ไม่บาลานซ์เพราะหายาก

    คอมเมนต์ 1
    คุณนาโอกิ มาเอโนะ เป็นกรรมการของสมาคมมุสลิมแห่งญี่ปุ่น และรองประธานสภาอิหม่ามแห่งญี่ปุ่นใช่หรือไม่?

    หากเขาได้ลองหารือกับกลุ่ม "สมาคมพิจารณาการรับมือศาสนาอิสลามภายใต้รัฐธรรมนูญญี่ปุ่น" (กลุ่มที่เรียกร้องให้ "ห้ามตามหลักการ") ก็คงจะดีไม่น้อย เพราะถ้าไม่ทำเช่นนั้น การอยู่ร่วมกันในสังคมคงเป็นเรื่องที่ห่างไกล แต่ก็น่าเสียดายที่สมาคมแรกปฏิเสธการสนทนา ส่วนกลุ่มหลังก็ปฏิเสธที่จะรับเอกสาร

    คอมเมนต์ 2
    ในสิงคโปร์ ชาวมุสลิมยังยอมรับการฌาปนกิจศพได้ ดังนั้นการที่ญี่ปุ่นจะยอมรับการฝังศพเพียงฝ่ายเดียวโดยไม่มีเงื่อนไขนั้น เป็นสิ่งที่ต้องหยุดคิดและทบทวนให้รอบคอบครับ

    คอมเมนต์ 3
    เรามักได้ยินคำว่า "สังคมที่ยอมรับซึ่งกันและกัน" แต่สิ่งที่เห็นอยู่นี้ไม่ใช่การที่ฝ่ายหนึ่งเรียกร้องเอาแต่ใจกับสังคมญี่ปุ่นฝ่ายเดียวหรอกหรือ?

    ไม่ว่าจะเป็นเรื่องให้ยอมรับการฝังศพ, การจัดอาหารฮาลาลให้, หรือการเรียกร้องให้แพทย์หญิงเป็นผู้ตรวจรักษาผู้ป่วยหญิง แล้วทางฝั่งอิสลามมีการประนีประนอมหรือยอมปรับตัวเพื่อสังคมบ้างหรือไม่?

    คอมเมนต์ 4
    ต้องไม่บิดเบือนปัญหาเรื่องการฝังศพให้กลายเป็นเรื่องของการ "เหยียดศาสนา" ที่ญี่ปุ่นมีการฌาปนกิจศพเป็นหลักจนกลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติมานานนั้น ก็เพราะญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีพื้นที่จำกัด จำเป็นต้องคำนึงถึงสุขอนามัย และมีประวัติศาสตร์การบริหารจัดการพื้นที่ฝังศพโดยหน่วยงานรัฐมาโดยตลอด ดังนั้น การที่ฝ่ายหนึ่งยังคงยืนกรานเรียกร้องว่า "ศาสนาของพวกเราต้องฝังเท่านั้น ดังนั้นต้องยอมรับ" สิ่งนี้ไม่ใช่การอยู่ร่วมกัน แต่เป็นการเรียกร้องสิทธิพิเศษต่างหาก

    คอมเมนต์ 5
    ฉันไม่อยากให้ญี่ปุ่นต้องกลายเป็นแบบนี้เลย หากละแวกบ้านที่ฉันอาศัยอยู่ต้องตกอยู่ในสภาพนั้น พื้นที่นั้นก็คงจบสิ้นแล้ว หรือว่าทางหนังสือพิมพ์ไมนิจิเองก็ปรารถนาที่จะให้เป็นเช่นนั้นอยู่หรือ?

    คอมเมนต์ 6
    ขอปฏิเสธครับ แม้ในญี่ปุ่นจะมีเสรีภาพในการนับถือศาสนา แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถกระทำการใดๆ ตามความเชื่อนั้นได้อย่างไร้ขีดจำกัด

    คอมเมนต์ 7
    การที่ในอดีตญี่ปุ่นเคยมีการฝังศพหรือไม่นั้นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ
    ขอให้ทำความเข้าใจไว้ด้วยว่า ญี่ปุ่นไม่ใช่สภาพแวดล้อมที่สะดวกสบายสำหรับชาวมุสลิม และหากคุณตัดสินใจจะมาที่นี่ ก็ขอให้ตระหนักถึงความจริงข้อนี้ด้วย

    คอมเมนต์ 8
    หากคุณเรียกร้องให้ญี่ปุ่นเป็นสังคมที่ยอมรับซึ่งกันและกันแล้วล่ะก็
    ถ้าคนญี่ปุ่นเสียชีวิตในประเทศมุสลิม เขาจะยอมเผาศพให้เราไหม?
    หรือถ้าเราขอให้จัดอาหารหมูในมื้อกลางวันของโรงเรียน เขาจะทำอาหารหมูมาเสิร์ฟให้เราหรือไม่?

    อ้างอิง 1
    แล้วทำไมถึงมาญี่ปุ่นตั้งแต่แรก? ก็พากลับประเทศตัวเองไปสิ ถ้าไม่มีเงินก็ไปขอออัลเลาะห์เอาเองก็แล้วกัน

    อ้างอิง 2 [มิซูโฮะ อุเมมูระ ส.ว.ซันเซโตะ]
    ประเทศของเราเคยเป็นวัฒนธรรมการฝังศพมาก่อน แต่การที่อัตราการเผาศพสูงถึงเกือบ 100% ในปัจจุบันนั้น มันมีประวัติศาสตร์และภูมิหลังที่สำคัญอยู่

    ในเมื่อพวกคุณเลือกที่จะมาอยู่ประเทศเราด้วยความเต็มใจ การปฏิบัติตามธรรมเนียมของเจ้าของบ้านก็ถือเป็นเรื่องที่ควรทำเป็นธรรมดา

    อ้างอิง 3
    ขอพูดซ้ำอีกครั้งนะคะ

    ชาวมุสลิมมีประชากรทั่วโลกถึงประมาณ 1 ใน 4 หรือราว 2,000 ล้านคน และมีประเทศที่นับถือศาสนาอิสลามมากกว่า 50 ประเทศ ซึ่งถือเป็นกลุ่มคนส่วนใหญ่ที่มีอำนาจ และสามารถฝังศพตามหลักศาสนาในประเทศเหล่านั้นได้อยู่แล้ว

    แล้วทำไมถึงต้องมาบังคับให้ญี่ปุ่นต้องทำตาม?

    ในเมื่อประเทศญี่ปุ่นมีคนทำฌาปนกิจศพมากกว่า 99% และมีประชากรที่เป็นส่วนน้อยของโลกเพียงแค่ประมาณ 1% เท่านั้น ได้โปรดเถอะค่ะ อย่าได้เข้ามารุกรานวัฒนธรรมของเราเลย

    อ้างอิง 4 ชิเกยูกิ โฮสุมิ นักเคลื่อนไหวคัดค้านการสร้างสุสานมุสลิม
    คุณนาโอกิ มาเอโนะ กรรมการสมาคมมุสลิมแห่งญี่ปุ่นและรองประธานสภาอิหม่ามแห่งญี่ปุ่น ผู้ซึ่งออกมาวิจารณ์การคัดค้านสุสานสำหรับฝังศพฝ่ายเดียวในบทความของหนังสือพิมพ์ไมนิจิ โดยตราหน้าว่าเป็นการ "ซีโนโฟเบีย" และ "อิสลามโฟเบีย"

    อ้างอิง 5
    ถ้าจะพูดถึงการเป็น "สังคมที่ยอมรับซึ่งกันและกัน" ก็ควรต้องยอมรับความคิดเห็นของคนในท้องถิ่นที่อาศัยอยู่มาอย่างยาวนานและออกมาคัดค้านด้วยเช่นกัน

    https://www.facebook.com/share/p/1LD59gjBRX/
     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,475
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ญี่ปุ่นปรับขึ้นค่าวีซ่าแบบเข้าประเทศครั้งเดียว สำหรับชาวต่างชาติ 5 เท่า จากเดิม 3,000 เยนเป็น 15,000 เยน มีผล 1 ก.ค. นี้เป็นต้นไป!


    รัฐบาลญี่ปุ่นมีมติเมื่อวันศุกร์ให้ ปรับขึ้นค่าธรรมเนียมวีซ่าแบบเข้าประเทศครั้งเดียว (Single-entry Visa) สำหรับชาวต่างชาติเป็น 5 เท่า จากเดิม 3,000 เยน (ประมาณ 18 ดอลลาร์สหรัฐ) เป็น 15,000 เยน (ประมาณ 90 ดอลลาร์สหรัฐ) มีผลบังคับใช้สำหรับชาวต่างชาติที่เดินทางไปทำงานหรือพำนักระยะยาว (ไม่ใช่การท่องเที่ยว)

    .
    โดยจะมีผลตั้งแต่เดือนกรกฎาคมเป็นต้นไป นับเป็นการปรับขึ้นค่าธรรมเนียมครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1978 ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อและการอ่อนค่าของเงินเยน

    .
    นาย โทชิมิตสึ โมเตงิ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น กล่าวในการแถลงข่าวว่า

    “เราไม่คาดว่าการปรับขึ้นค่าธรรมเนียมครั้งนี้จะส่งผลกระทบในทันทีต่อการท่องเที่ยวขาเข้าของญี่ปุ่น”

    .
    ทั้งนี้ การปรับขึ้นค่าธรรมเนียมดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อให้ ค่าธรรมเนียมการออกวีซ่าของญี่ปุ่นมีระดับใกล้เคียงกับประเทศสมาชิกกลุ่ม G7 (กลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศ) ซึ่งใช้ค่าธรรมเนียมในอัตราที่สูงกว่าอยู่แล้ว

    ที่มา Kyodo News
    #Nippononline

    https://www.facebook.com/share/1CjTzdkqZf/
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,475
    ค่าพลัง:
    +97,153
    อิหร่านปฏิเสธข่าวปิด"ช่องแคบฮอร์มุซ"ยืนยันเดินเรือปกติ ขณะทรัมป์อ้างบทบาทสำคัญดันอิสราเอล-เฮซบอลเลาะห์ฟื้นหยุดยิง
    #Nippononline

    อิหร่านออกมาปฏิเสธรายงานข่าวที่ระบุว่ามีการปิดช่องแคบฮอร์มุซ เมื่อวานนี้ หลังจาก IRGC ออกมาขู่ว่าจะปิด โดยยืนยันว่าการเดินเรือเชิงพาณิชย์ยังคงดำเนินต่อไปตามปกติ ภายใต้ MoU ที่ลงนามไป

    นายอิสมาอิล บากาอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน ให้สัมภาษณ์กับ Press TV สื่อของรัฐบาลอิหร่าน โดยระบุว่าข้ออ้างเรื่องการปิดช่องแคบนั้น "ไม่มีมูลความจริง" และเป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อน

    ขณะเดียวกัน รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศของอิหร่าน เรียกร้องให้รัฐบาลของโดนัลด์ ทรัมป์ รับประกันว่าอิสราเอลจะปฏิบัติตามข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน โดยยืนยันว่าอิหร่านยังคงยึดมั่นในแนวทางการทูต

    ด้านนายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน
    ระบุว่าภายใต้บันทึกความเข้าใจ (MoU) สหรัฐฯ มีพันธกรณีและความรับผิดชอบที่จะต้องยุติสงครามในทุกแนวรบ รวมถึงในเลบานอนด้วย

    ส่วนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ส่งสัญญาณกดดันอย่างหนัก โดยประกาศว่า "เรามีเวลา 60 วันในการบรรลุข้อตกลง มิฉะนั้นเราจะดำเนินการบางอย่างที่ทำให้อิหร่านไม่มีความสุขแน่นอน"

    ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เปิดเผยว่า อิสราเอลและกลุ่มเฮซบอลเลาะห์ได้ตกลงรื้อฟื้นข้อตกลงหยุดยิงขึ้นใหม่ หลังการสู้รบอย่างหนักทางตอนใต้ของเลบานอนเริ่มส่งผลกระทบต่อการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ทั้งสองฝ่ายยืนยันจะปฏิบัติตามข้อตกลงแต่ได้กล่าวเตือนถึงการละเมิดที่อาจเกิดขึ้นจากอีกฝ่าย

    ด้านทรัมป์ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับ NBC News ว่าเขาเป็นคนผลักดันอิสราเอลกับกลุ่มเฮซบอลเลาะห์หยุดยิง ยืนยันคุมสถานการณ์ได้

    ขณะที่ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวจาก Axios ทรัมป์ยืนยันว่า เขาสามารถควบคุมไม่ให้อิสราเอลโจมตีเลบานอนได้ได้อย่างแน่นอน

    "พวกเขามีความเกรงใจและเคารพในตัวผมมาก และพวกเขาก็ทำตามที่ผมบอก"ทรัมป์กล่าว

    นอกจากนี้ ทรัมป์ยังชื่นชม นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ระหว่างการเปิดตัวเครื่องบินประจำตำแหน่งลำใหม่ที่ฐานทัพอากาศแอนดรูว์ ว่าเป็น "นายกรัฐมนตรีนักรบ" และควรได้รับเครดิตในสิ่งที่เขาได้ทำลงไป

    ส่วนสถานากรณ์การโ๗มตีของอิสราเอลทางภาคมต้ของเลบานอน กระทรวงสาธารณสุขของเลบานอนรายงานว่า เมื่อวานนี้นับเป็นวันที่นองเลือดที่สุดเป็นอันดับสองนับตั้งแต่เกิดความขัดแย้ง โดยการโจมตีทางอากาศของอิสราเอลคร่าชีวิตผู้คนไปอย่างน้อย 47 ราย และบาดเจ็บ 97 ราย

    ด้านประธานาธิบดี โจเซฟ อาวน์ ของเลบานอน ตำหนิว่าการโจมตีของอิสราเอลในพื้นที่ภาคใต้และหุบเขาเบกาอา กำลังทำให้ความพยายามในการสร้างสันติภาพตกอยู่ในอันตราย นอกจากนี้ยังมีรายงานผู้บาดเจ็บชาวปาเลสไตน์อย่างน้อย 5 รายจากการโจมตีเต็นท์ที่พักในกาซาตอนใต้ด้วย

    ความคืบหน้าการเจรจาที่สวิตเซอร์แลนด์ สตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษของสหรัฐฯ พร้อมด้วย นายจาเร็ด คุชเนอร์ (ลูกเขย) มีกำหนดเดินทางไปยังสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อผลักดันการเจรจาระดับเทคนิคให้กลับมาเดินหน้าอีกครั้งหลังจากล่าช้ามาในช่วงแรก โดยอิหร่านกำลังร่วมมือกับตัวกลางเพื่อจัดระบบการเจรจาใหม่ เพื่อให้ทันกำหนดเส้นตาย 60 วันในการบรรลุข้อตกลงสันติภาพฉบับสมบูรณ์

    ที่มา Al Jazeera /Euronews

    https://www.facebook.com/share/p/18yDS46dHH/
     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,475
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ยุโรปกดดันรัสเซียหนักขึ้น แต่ต้นทุนของสงครามก็สูงขึ้นสำหรับทุกฝ่ายเช่นกัน

    สงครามยูเครนในวันนี้ไม่ได้วัดกันแค่ใครยึดพื้นที่ได้ แต่กำลังวัดกันว่าใครมีเงิน มีอาวุธ และมีความอดทนพอจะลากเกมยาวได้มากกว่ากัน

    สัญญาณล่าสุดคือผู้นำยุโรปตกลงต่ออายุมาตรการคว่ำบาตรภาคเศรษฐกิจต่อรัสเซียออกไปอีก 12 เดือน จากเดิมที่ต้องต่อทุก 6 เดือน ขณะเดียวกันอังกฤษประกาศแพ็กเกจช่วยเหลือมูลค่า 752 ล้านปอนด์ให้ยูเครน ซึ่งรวมทั้งโดรน 150,000 ลำ ขีปนาวุธป้องกันภัยทางอากาศ 350 ลูก และระบบเรดาร์ภาคพื้นดิน โดยเงินกู้ก้อนนี้หนุนหลังด้วยรายได้จากทรัพย์สินอธิปไตยรัสเซียที่ถูกอายัดไว้ ข่าวยังสะท้อนอีกด้านของสงครามด้วยตัวเลขแลกเปลี่ยนร่างผู้เสียชีวิต โดยยูเครนรับกลับ 522 ร่าง ส่วนรัสเซียรับกลับ 33 ร่าง ตัวเลขแบบนี้ทำให้เห็นชัดว่าสงครามยังห่างจากคำว่าเบาลง

    เหตุผลที่เรื่องนี้สำคัญต่อเศรษฐกิจโลกคือ การต่ออายุคว่ำบาตรที่ยาวขึ้น หมายถึงยุโรปเลือกชัดว่าจะเล่นเกมบีบเศรษฐกิจรัสเซียในระยะยาว ไม่ใช่แค่รอการเจรจาแบบครึ่ง ๆ กลาง ๆ นั่นทำให้ราคาความเสี่ยงด้านพลังงาน การคลัง และงบประมาณกลาโหมของยุโรปยังคงสูงต่อไป และเมื่อรัฐต้องใช้เงินมากขึ้นในภาวะดอกเบี้ยยังไม่ต่ำ ต้นทุนพันธบัตรและพื้นที่การคลังก็ถูกกดดันตามไปด้วย

    มุมมองนักวิเคราะห์ต่อเหตุการณ์นี้
    มุมอ่านจากข้อมูลในข่าวคือ ยุโรปกำลังส่งสัญญาณว่าการอ่อนแรงทางการเมืองรอบก่อนจบแล้ว และพร้อมรับต้นทุนเพื่อทำให้รัสเซียเหนื่อยทางเศรษฐกิจมากขึ้น แต่นั่นก็หมายความว่าต้นทุนของฝั่งยุโรปเองจะไม่ลดลงเร็วเช่นกัน

    สงครามนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องแนวรบตะวันออกของยูเครน แต่มันคือการทดสอบว่าระบบการเงินของยุโรปจะรับภาระสงครามยาวได้อีกนานแค่ไหนโดยไม่เสียสมดุลภายในตัวเอง

    #รัสเซีย #ยูเครน #คว่ำบาตร #ยุโรป #โดรน #สงครามเศรษฐกิจ
    https://www.facebook.com/share/1a9yaLewJr/
     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,475
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ทองคำร่วง 1.8% ไม่ได้แปลว่าโลกเลิกกลัวความเสี่ยง แต่แปลว่าดอลลาร์และดอกเบี้ยยังมีอำนาจเหนือสินทรัพย์ปลอดภัยมากกว่าเดิม

    เวลาคนพูดว่าทองคือสินทรัพย์ปลอดภัย หลายคนมักเข้าใจว่าถ้าโลกมีความเสี่ยง ทองควรขึ้นเสมอ แต่ตลาดวันนี้กำลังสอนตรงกันข้ามว่า ในโลกที่ดอลลาร์แข็งและอัตราดอกเบี้ยสหรัฐยังสูง ทองก็อาจถูกขายได้แม้บรรยากาศโดยรวมยังไม่น่าไว้วางใจ

    ข้อมูลจาก The Wall Street Journal ระบุว่าทองคำในตลาดโลกปรับลงราว 1.8% ในการซื้อขายวันที่ 19 มิถุนายน ขณะเดียวกันดัชนีดอลลาร์ขึ้นไปทำจุดสูงสุดรอบ 1 ปีที่ 101.127 ก่อนอ่อนลงเล็กน้อย ภาพนี้สำคัญมาก เพราะมันชี้ว่าแรงกดดันต่อทองไม่ได้มาจากการที่นักลงทุนมั่นใจในเศรษฐกิจโลก แต่เกิดจากการที่สินทรัพย์ซึ่ง “ให้ผลตอบแทน” อย่างเงินดอลลาร์และพันธบัตรสหรัฐ กลับมาดูน่าถือกว่าในระยะสั้น

    กลไกของเรื่องนี้เข้าใจไม่ยาก ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีดอกผลในตัวเอง ดังนั้นทุกครั้งที่ตลาดเชื่อว่าดอกเบี้ยจริงของสหรัฐจะอยู่สูงนานขึ้น หรือดอลลาร์จะแข็งขึ้น ต้นทุนค่าเสียโอกาสของการถือทองก็จะสูงขึ้นทันที นักลงทุนจำนวนมากจึงขายทองแล้วโยกไปถือเงินสดดอลลาร์หรือพันธบัตรระยะสั้นแทน แม้จะยังไม่ได้เชื่อว่าโลกปลอดภัยเต็มที่ก็ตาม

    นี่ทำให้ทองรอบนี้กลายเป็นบททดสอบสำคัญของคนที่มองสินทรัพย์ปลอดภัยแบบผิวเผิน เพราะภาพจริงไม่ใช่ว่า “มีสงครามแล้วทองต้องขึ้น” แต่คือ “ถ้าความเสี่ยงนั้นไม่ทำให้ Fed ผ่อนคลาย และกลับทำให้สหรัฐยิ่งดูแข็งกว่าเดิม ทองอาจขึ้นไม่ไหว” กล่าวอีกแบบคือ ทองต้องแข่งทั้งกับความกลัวและกับผลตอบแทนของดอลลาร์ในเวลาเดียวกัน

    สำหรับคนไทย เรื่องนี้ยิ่งต้องอ่านให้ขาด เพราะข่าวทองโลกกับราคาทองในประเทศไม่ใช่เรื่องเดียวกัน ราคาทองในตลาดโลกที่ลงแรงไม่ได้แปลว่าราคาทองไทยหน้าร้านจะลงเท่ากันเสมอ เนื่องจากยังมีค่าเงินบาทเข้ามาเกี่ยวข้อง ถ้าบาทอ่อนมากพอ ราคาทองในประเทศอาจลงน้อยกว่าที่คิด หรือบางช่วงอาจแทบไม่ลงเลยด้วยซ้ำ

    ในมุมของนักลงทุน ทองยังไม่ใช่สินทรัพย์ที่หมดบทบาท แต่บทบาทของมันกำลังเปลี่ยนจากตัวชนะอัตโนมัติในทุกวิกฤต ไปเป็นสินทรัพย์ที่ต้องรอจังหวะให้ถูกกว่าก่อน ถ้าดอลลาร์ยังยืนแข็งและตลาดยังไม่เชื่อว่าดอกเบี้ยสหรัฐจะลงเร็ว ทองก็มีสิทธิ์ถูกกดต่อ แม้ภาพใหญ่ของโลกจะยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน

    สิ่งที่ต้องจับตาต่อไปคือยีลด์สหรัฐ ค่าเงินดอลลาร์ และข้อมูลเงินเฟ้อชุดถัดไป ถ้าตัวเลขเหล่านี้ยังไม่เปิดทางให้ Fed ถอย ตลาดทองอาจยังอยู่ในโหมดตั้งรับ แต่ถ้าเมื่อไรดอกเบี้ยจริงเริ่มคลาย ทองก็พร้อมกลับมาเป็นตัวรับความเสี่ยงของโลกอีกครั้ง

    #ทองคำ #ราคาทอง #ดอลลาร์ #Fed #สินทรัพย์ปลอดภัย #ลงทุนทอง #KimPropertyLive

    https://www.facebook.com/share/p/1EYYQBwscv/
     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,475
    ค่าพลัง:
    +97,153
    แค่ชอบเล่นบทเหยื่อ แต่ไม่คิดจะปรับปรุงตัว? สภาอิหม่ามญี่ปุ่น (ที่แทบไม่มีคนญี่ปุ่น) ปฏิเสธการพูดคุยกับกลุ่มพลเมืองญี่ปุ่นเพื่อหาทางอยู่ร่วมกัน "อย่างสันติสุข"

    การอยู่ร่วมกันในสังคมที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมและศาสนานั้น "การสื่อสาร" และ "ความเคารพซึ่งกันและกัน" คือกุญแจสำคัญ แต่จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อฝ่ายหนึ่งเอาแต่เรียกร้องความเห็นใจและตราหน้าผู้เห็นต่างว่าเหยียดเชื้อชาติ ทว่ากลับปิดประตูใส่หน้าผู้ที่พยายามเข้ามาพูดคุยเพื่อหาทางออกร่วมกันอย่างสันติ?

    นี่คือสถานการณ์ที่กำลังเป็นประเด็นร้อนและสร้างความอึดอัดใจในสังคมญี่ปุ่น เมื่อ "สภาอิหม่ามแห่งประเทศญี่ปุ่น" เลือกที่จะเมินเฉยต่อเสียงสะท้อนของภาคพลเมืองท้องถิ่น

    แถลงการณ์ที่สวยหรู หรือเป็นแค่เครื่องมือเรียกร้องความสงสาร?

    มื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2026 สภาอิหม่ามฯ ได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ชาวมุสลิมในญี่ปุ่นเคารพกฎหมายและรักษาสัมพันธภาพอันดีกับคนในชุมชน มองเผินๆ นี่อาจดูเป็นความเคลื่อนไหวที่ดีและน่าชื่นชม

    แต่เมื่อเจาะลึกถึงเนื้อหา ภาคพลเมืองญี่ปุ่น (สมาคมพิจารณาการรับมือศาสนาอิสลามภายใต้รัฐธรรมนูญญี่ปุ่น) กลับพบว่าแถลงการณ์ฉบับนี้ "กลวงเปล่า" เนื่องจากไม่ได้ระบุถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจริงอย่างเป็นรูปธรรม และไม่มีแม้แต่คำขอโทษต่อความเดือดร้อนที่สังคมญี่ปุ่นได้รับ ซ้ำร้ายในตอนท้ายยังมีการระบุในทำนองว่า ชาวมุสลิมกำลังตกเป็นเหยื่อของความเกลียดชัง (Islamophobia)

    สิ่งนี้ทำให้เกิดคำถามตัวโตๆ ว่า แท้จริงแล้วนี่คือการแสดงความรับผิดชอบอย่างจริงใจ หรือเป็นเพียงการ "เล่นบทเหยื่อ" เพื่อเบี่ยงเบนประเด็นความผิดพลาดของฝั่งตนเองกันแน่?

    สิ่งที่ทำให้ชาวญี่ปุ่นจำนวนมากรู้สึกกังวลนั้น ไม่ใช่อคติต่อศาสนา แต่เป็น "พฤติกรรม" ที่ละเมิดกฎหมายและลบหลู่วัฒนธรรมท้องถิ่น ซึ่งสภาอิหม่ามฯ กลับเลือกที่จะหลับตาข้างหนึ่งและไม่กล่าวถึงในแถลงการณ์เลย ยกตัวอย่างเช่น

    การละเมิดกฎหมายผังเมือง ในเมืองคาวาโกเอะ จังหวัดไซตามะ มีการก่อสร้างมัสยิดแห่งใหม่ในพื้นที่ควบคุมการพัฒนาเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งถือเป็นการกระทำผิดกฎหมายของประเทศเจ้าบ้านอย่างชัดเจน

    การลบหลู่สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ต่างศาสนา: กรณีที่สร้างความสะเทือนใจอย่างหนัก คือการที่ผู้ช่วยอาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ไปทำเสียงอาซาน (ร้องเรียกละหมาด) ตามศาลเจ้าชินโตและวัดพุทธของญี่ปุ่น พร้อมกับนำคลิปไปเผยแพร่ ซึ่งถือเป็นการย่ำยีความศรัทธาและพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวญี่ปุ่นอย่างรุนแรง

    เพื่อหาทางออกร่วมกันอย่างสันติภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญและวัฒนธรรมญี่ปุ่น ทางสมาคมพิจารณาการรับมือศาสนาอิสลามฯ ได้ส่งจดหมายและอีเมลถึงประธานและรองประธานสภาอิหม่ามฯ เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน พร้อมยื่นข้อเสนอที่สร้างสรรค์และเปิดกว้าง 2 ประการ ได้แก่

    ขอให้แปลแถลงการณ์เป็นภาษาของชาวมุสลิมกลุ่มหลักในญี่ปุ่น (เช่น อูรดู, อินโดนีเซีย, เบงกาลี) เพื่อให้ข้อความสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างแท้จริง ไม่ใช่เป็นเพียงการทำประชาสัมพันธ์ลอยๆ บนสื่อโซเชียล

    ขอเชิญร่วมพูดคุยหารือ โดยเสนอทางเลือกให้อย่างยืดหยุ่นที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการประชุมผ่านระบบ Zoom, การพบปะเจรจาต่อหน้า, การหารือแบบเปิดเผย หรือแบบลับๆ ก็ยินดีทั้งสิ้น ขอเพียงแค่ให้เกิด "การพูดคุย" ระหว่างกัน

    แต่สิ่งที่ทางสมาคมได้รับ กลับเป็นการปฏิเสธการรับจดหมายและปิดประตูเจรจา

    แทนที่จะคว้าโอกาสนี้เพื่อสร้างความเข้าใจและลบภาพลักษณ์เชิงลบ ผลลัพธ์กลับน่าผิดหวังอย่างถึงที่สุด เมื่อวันที่ 10 และ 16 มิถุนายน จดหมายที่ส่งไปยังรองประธานสภาอิหม่ามฯ ถูกไปรษณีย์ตีกลับโดยระบุชัดเจนว่า "ปฏิเสธการรับ" ส่วนอีเมลที่ส่งไปตั้งแต่วันที่ 11 มิถุนายน ก็ไร้ซึ่งการตอบกลับใดๆ เงียบหายเข้ากลีบเมฆราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

    การปฏิเสธแม้กระทั่งการ "รับจดหมาย" หรือการเปิดโต๊ะเจรจากับกลุ่มพลเมืองท้องถิ่น เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า สภาอิหม่ามแห่งประเทศญี่ปุ่นอาจไม่ได้มีความตั้งใจจริงที่จะบูรณาการและอยู่ร่วมกับสังคมญี่ปุ่นอย่างสันติมาตั้งแต่ต้น

    การออกแถลงการณ์ให้ดูดีในสายตาคนภายนอกและเรียกร้องให้สังคมเข้าใจตนเองนั้นทำได้ง่าย แต่การ "เปิดใจรับฟัง" และ "ร่วมมือแก้ไขข้อบกพร่อง" ของฝั่งตนเองต่างหาก คือบทพิสูจน์ที่แท้จริงของความต้องการที่จะอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน หากพวกเขายังคงเลือกใช้กลยุทธ์เล่นบทเหยื่อ เรียกร้องความเห็นใจ แต่กลับปิดประตูขังตัวเองและปฏิเสธมิตรภาพที่ยื่นให้ ความขัดแย้งนี้ก็คงไม่มีวันพบทางออก และรอยร้าวในสังคมญี่ปุ่นก็จะมีแต่ลึกลงไปเรื่อยๆ

    FB_IMG_1781931938525.jpg FB_IMG_1781931940595.jpg FB_IMG_1781931942548.jpg FB_IMG_1781931944482.jpg

    https://www.facebook.com/share/p/1RGhrA8Cju/
     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,475
    ค่าพลัง:
    +97,153
    กัมพูชาเน้นย้ำจุดยืนจะป้องเขตแดนของประเทศที่สืบทอดมาจากยุคอาณานิคม ปฏิเสธความพยายามใดๆของฝ่ายไทยในการเปลี่ยนแนวเขตแดนโดยการใช้กำลัง จากคำประกาศกร้าวของ เพ็ญ โบนา โฆษกรัฐบาลในวันพฤหัสบดี(18มิ.ย.)

    โบนา บอกกับพวกผู้สื่อข่าวว่า "กัมพูชายืนกรานในจุดยืนที่มั่นคงเกี่ยวกับการปกป้องชายแดนระหว่างประเทศกัมพูชา-ไทย ที่ได้รับการสืบทอดมาจากคณะกรรมการปักปันเขตแดนสยาม-ฝรั่งเศส ซึ่งสอดคล้องกับหลักการของกฎหมายระหว่างประเทศ"

    เขาอ้างถึงหลักการ uti possidetis juris (รัฐที่เกิดใหม่ควรสืบทอดพรมแดนเดิมตามกฎหมาย) หรือก็คือเขตแดนที่สืบทอดมาไม่สามารถละเมิดได้ และเน้นย้ำว่ากัมพูชาเคารพอนุสัญญา สนธิสัญญา แผนที่ และบันทึกการกำหนดเขตแดนระหว่างฝรั่งเศสและสยาม เช่นเดียวกับข้อตกลงและเอกสารต่างๆ ที่ได้รับการรับรองร่วมกันระหว่าง 2 ชาติ

    ในประเด็นทางทะเล โบนาบอกว่ากัมพูชาได้ใช้สิทธิในการไกล่เกลี่ยภาคบังคับ ภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล เพื่อจัดการกับประเด็นคำกล่าวอ้างกรรมสิทธิ์ทับซ้อนกับไทย

    "กัมพูชามีความมั่นใจอย่างมากว่ากระบวนการนี้จะพิสูจน์ถึงคุณค่าที่แท้จริงของกฎหมายระหว่างประเทศและทางออกอย่างสนติของข้อพิพาทต่างๆ ขณะเดียวกันก็ปฏิเสธโดยสิ้นเชิงต่อการเปลี่ยนแปลงชายแดนใดๆที่เป็นผลจากการใช้กำลัง" โบนาระบุ

    กระทรวงกลาโหมกัมพูชาสะท้อนจุดยืนเดียวกัน บอกว่าประเด็นเขตแดนต้องคลี่คลายผ่านกลไกลอย่างเป็นทางการ ไม่ใช่ผ่านการกระทำฝ่ายเดียว พร้อมอ้างว่าคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมต้องกลับมาทำงานในทันที เพื่อเปิดทางให้พลเรือนผู้พลัดถิ่นฐานกลับไปอย่างปลอดภัย

    กัมพูชายังเน้นย้ำสนับสนุนคณะสังเกตการณ์อาเซียน เรียกร้องให้มีอำนาจที่เข้มแข็งยิ่งขึ้น เพื่อให้มั่นใจได้จะมีการปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงโดยสมบูรณ์

    (ที่มา:เคพีทีอิงลิช)

    https://www.facebook.com/share/191QJ7cDSq/
     
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,475
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ประธานาธิบดี โวโลดีมีร์ เซเลนสกี แห่ง #ยูเครน ระบุเมื่อวันศุกร์ (19 มิ.ย.) ว่า เวลา 1 สัปดาห์น่าจะเพียงพอสำหรับประธานาธิบดี อเล็กซานเดอร์ ลูคาเชนโก ผู้นำ #เบลารุส ในการที่จะถอนเครื่องไม้เครื่องมือที่ #รัสเซีย ใช้โจมตียูเครนออกจากประเทศของเขา พร้อมทั้งขู่ว่ายูเครนจะดำเนินการเองหาก ลูคาเชนโก ไม่ทำเช่นนั้น

    เซเลนสกี กล่าวว่า สถานีส่งสัญญาณตั้งอยู่ใน 2 ภูมิภาคของเบลารุสที่ติดกับชายแดนยูเครน ซึ่งกองกำลังรัสเซียใช้เพื่อช่วยในการกำหนดทิศทางระหว่างการโจมตีพลเรือนยูเครน

    รอยเตอร์ไม่สามารถตรวจสอบยืนยันข้อกล่าวอ้างของ เซเลนสกี ได้อย่างอิสระ

    “การพูดว่าเขา (ลูคาเชนโก) ไม่ต้องการอยู่ในสงครามนั้นมีประโยชน์อะไร? ให้เขาถอนอุปกรณ์นี้ออกไป ให้เขาปิดมันเสีย ผมคิดว่าเวลา 1 สัปดาห์น่าจะเพียงพอสำหรับเขาที่จะทำเช่นนั้น” เซเลนสกี กล่าวในการแถลงข่าวที่เคียฟ

    “ถ้าเขาไม่ทำ เราจะทำเอง” ผู้นำยูเครนกล่าวโดยไม่ให้รายละเอียดเพิ่มเติม

    เซเลนสกี ยังเอ่ยถึงอุตสาหกรรมกลั่นน้ำมันของเบลารุส โดยกล่าวหาว่าอุตสาหกรรมเหล่านี้กลายเป็นผู้จัดหาหลักให้กับมอสโก และ ลูคาเชนโก สามารถหยุดยั้งมันได้

    “วันนี้เขาเป็นผู้จัดหาหลัก หรือหนึ่งในผู้จัดหาหลักให้กับกองทัพรัสเซีย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ลูคาเชนโก และเบลารุส” เซเลนสกี กล่าว “สิ่งเหล่านี้จะยุติได้หรือไม่? ผมมั่นใจว่าอยู่ในอำนาจของเขา และเขาเป็นผู้ควบคุมมัน”

    ยูเครนได้เพิ่มการโจมตีภาคอุตสาหกรรมน้ำมันของรัสเซียอย่างต่อเนื่อง เพื่อกดดันศักยภาพในการทำสงครามของรัสเซีย หลังจากความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมานานกว่า 4 ปี

    ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เซเลนสกี ได้เตือนว่ารัสเซียวางแผนที่จะดึงกรุงมินสก์เข้าสู่สงครามในยูเครนอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น กองกำลังรัสเซียใช้ดินแดนเบลารุสเป็นฐานในการโจมตีเมื่อพวกเขารุกรานยูเครนครั้งแรกในเดือน ก.พ. ปี 2022

    เบลารุสถูกบรรดาชาติตะวันตกหมางเมินมานานแล้วเนื่องจากประวัติการละเมิดสิทธิมนุษยชน รวมถึงการกักขังฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลหลายร้อยคนที่ฝ่ายค้านอ้างว่าเป็นนักโทษทางการเมือง

    ลูคาเชนโก ได้ปล่อยตัวฝ่ายตรงข้ามที่ถูกจำคุกเป็นกลุ่มๆ เพื่อปรับปรุงความสัมพันธ์กับสหรัฐอเมริกา

    สเวียตลานา ทซิคานุสกายา ผู้นำฝ่ายค้านคนสำคัญของเบลารุส กล่าวว่า คำพูดตรงไปตรงมาของ เซเลนสกี เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการจัดการกับ ลูคาเชนโก ผู้ครองอำนาจมาตั้งแต่ปี 1994

    “วันนี้ยูเครนแสดงให้เห็นว่า ควรจัดการกับเผด็จการอย่างไร — ต้องทำเมื่ออยู่ในตำแหน่งที่แข็งแกร่ง และยูเครนก็มีอำนาจนั้น” ทซิคานุสกายา กล่าวในแถลงการณ์

    “หาก ลูคาเชนโก ต้องการสันติภาพอย่างแท้จริง เขาต้องพิสูจน์ด้วยการกระทำ ไม่ใช่ด้วยคำพูด เขาต้องหยุดให้การสนับสนุนการรุกรานของรัสเซียทั้งหมด ยุติการมีส่วนร่วมของเบลารุสในสงคราม และหยุดเป็นเครื่องมือของเครมลิน เขาต้องปล่อยตัวนักโทษการเมืองและเริ่มต้นการเจรจาอย่างแท้จริงกับประชาชนชาวเบลารุส”

    ทซิคานุสกายา ต้องใช้ชีวิตลี้ภัยนับตั้งแต่พ่ายแพ้ให้กับ ลูคาเชนโก ในศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2020 ซึ่งฝ่ายตรงข้ามและชาติตะวันตกเชื่อว่ามีการโกงเลือกตั้ง ผู้ประท้วงหลายพันคนถูกจับกุมภายหลังการเลือกตั้งดังกล่าว

    เมื่อเดือนที่แล้ว ลูคาเชนโก ปฏิเสธความคิดที่ว่ามินสก์จะถูกลากเข้าไปในสงครามมากขึ้น แต่ย้ำว่าเบลารุสจะร่วมกับรัสเซียปกป้องตนเองในกรณีที่มีการรุกราน

    ในการให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์อัลอาราบิยาในสัปดาห์นี้ ลูคาเชนโก กล่าวว่า ยูเครนไม่มีอะไรต้องหวาดกลัวจากเบลารุส และทั้งเคียฟและมอสโกจำเป็นต้องประนีประนอมเพื่อยุติสงคราม

    ที่มา: รอยเตอร์
    https://www.facebook.com/share/p/1EKMrAZ7wv/
     
  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,475
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ฝ่ายค้านเขมรโวยพรรคฮุนเซนผูกขาดใช้ข้อพิพาทชายแดนเป็นเครื่องมือหาเสียงเลือกตั้ง ลั่นแข่งขันไม่ยุติธรรม
    .
    .
    MGR Online - พรรคประชาชนกัมพูชา (CPP) ที่ปกครองประเทศอยู่ในตอนนี้วางแผนที่จะใช้ ‘นโยบายการแก้ไขอย่างสันติในข้อพิพาทชายแดน’ เป็นเครื่องมือในการรณรงค์หาเสียงก่อนการเลือกตั้งท้องถิ่นในปี 2570 และการเลือกตั้งระดับชาติในปี 2571 ซึ่งพรรคฝ่ายค้านและผู้สังเกตการณ์การเลือกตั้งมองว่าเป็นการแข่งขันที่ไม่ยุติธรรมในการแสวงหาผลประโยชน์ทางการเมือง
    .
    ฮุนเซน รักษาการประมุขแห่งรัฐและประธานวุฒิสภา ที่ดำรงตำแหน่งประธานพรรคประชาชนกัมพูชา (CPP) ได้ระบุว่าพรรคของเขาจะใช้ข้อพิพาทชายแดนกัมพูชา-ไทย เป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งในการเลือกตั้งที่จะมาถึง
    .
    “ผมขอชี้แจงว่าการแก้ไขอย่างสันติ (ของปัญหาชายแดน) เป็นนโยบายของพรรคประชาชนกัมพูชาในการรณรงค์หาเสียงสำหรับการเลือกตั้งในปี 2570 และปี 2571” ฮุนเซนกล่าวในการพบปะสมาชิกสภาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของจ.เสียมราฐ
    .
    ฮุนเซนกำลังเดินสายพบปะสมาชิกสภาจังหวัด อำเภอ และชุมชน ใน 13 จังหวัด ตั้งแต่วันที่ 25 เม.ย. โดยการเลือกตั้งระดับชุมชนมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 6 มิ.ย. 2570 ที่มี 1,652 ชุมชนทั่วประเทศ
    .
    ในการเลือกตั้งระดับชุมชนครั้งก่อน พรรค CPP ได้คะแนนนิยมมากกว่า 74% โดยพรรคแสงเทียนที่เป็นพรรคฝ่ายค้านหลักได้คะแนนเสียง 22.3%
    .
    กง โมนิกา เลขาธิการพรรคฉันทะเขมร (Khmer Will Party) กล่าวว่าเป็นเรื่องปกติที่พรรค CPP จะใช้เวทีสาธารณะส่งเสริมความสำเร็จของตน แต่ไม่ควรมีการผูกขาดในประเด็นต่างๆ
    .
    “ผมอยากจะบอกว่าเราควรมีเพียงมาตรฐานเดียว ไม่ใช่สองมาตรฐานหรือมากกว่านั้น พรรคการเมืองอื่นๆ ต้องได้รับอนุญาตให้กล่าวถึงประเด็นต่างๆ เช่นปัญหาชายแดนและความอยุติธรรมทางสังคมเมื่อพบปะกับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง” กง โมนิกา กล่าว
    .
    “โปรดอนุญาตให้พรรคการเมืองอื่นใช้เสรีภาพในการแสดงออกอย่างเต็มที่ อย่าอนุญาตให้แค่พรรคใดพรรคหนึ่งใช้สิทธิทั้งหมด ในขณะที่พรรคอื่นไม่มีพื้นที่เพียงพอที่จะแสดงความคิดเห็น นั่นเป็นการแข่งขันที่ไม่ยุติธรรม” โมนิกา กล่าวเสริม
    .
    เขากล่าวว่าพรรคของเขายังคงเผชิญกับความท้าทายในการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองในระดับรากหญ้า รวมถึงข้อจำกัดในการติดตั้งโลโก้พรรค และการกระทำที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นการข่มขู่
    .
    เมียส นี นักวิเคราะห์การเมือง สะท้อนมุมมองของโมนิกาที่ว่าพรรครัฐบาลมักถือโอกาสโปรโมทข้อความทางการเมืองอยู่เสมอ
    .
    “การแก้ปัญหาชายแดนอย่างสันติเป็นทางเลือกเดียวที่กัมพูชาสามารถทำได้ เนื่องจากไม่สามารถใช้กองกำลังทหารต่อต้านได้” เมียส นี กล่าว
    .
    “พรรค CPP ที่ปกครองประเทศตระหนักถีงแรงกดดันทางการเมืองเกี่ยวกับข้อกังวลเรื่องการสูญเสียดินแดนตามแนวชายแดน หากพรรครัฐบาลล้มเหลวในการแก้ปัญหา ก็อาจส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของพรรคก่อนการเลือกตั้ง” เมียส นี ระบุ
    .
    กอง สว่าง ผู้ประสานงานด้านนโยบายและการขับเคลื่อนของคณะกรรมการเพื่อการเลือกตั้งที่เสรีและยุติธรรมในกัมพูชา (COMFREL) กล่าวว่า พรรคการเมืองส่วนใหญ่กำลังดำเนินกิจกรรมเชิงรุกพบปะกับสมาชิกและนักเคลื่อนไหวระดับรากหญ้า
    .
    “คำถามคือเมื่อบุคคลหนึ่งพบปะกับสมาชิกสภาท้องถิ่น พวกเขาอยู่ในบทบาทใดขณะหาเสียง? ถ้าพวกเขาใช้บทบาทในรัฐเพื่อหาเสียงให้พรรคการเมือง มันก็จะเป็นข้อได้เปรียบทางการเมืองเหนือผู้อื่น” กอง สว่าง กล่าว
    .
    ด้านโฆษกคณะกรรมการการเลือกตั้งแห่งชาติ (NEC) กล่าวว่า ฮุนเซนกำลังพูดถึงการเลือกตั้งสภาชุมชนตามกำหนดการ เพื่อย้ำเตือนประชาชนถึงหน้าที่ในการเข้าร่วมการเลือกตั้ง
    .
    “การประกาศดังกล่าวเป็นเพียงการเตือนประชาชน ไม่ได้ฝ่าฝืนกฎหมายเพราะไม่ใช่เวทีหาเสียงเลือกตั้ง เป็นการเตือนประชาชนให้เตรียมพร้อมที่จะมีส่วนร่วมในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง” โฆษก NEC ระบุ
    .
    “เป็นเรื่องดีที่เขาใช้เวทีดังกล่าวย้ำเตือนประชาชนถึงการพัฒนาที่สร้างสรรค์ในระดับชุมชน” โฆษก NEC กล่าวเสริม.

    https://www.facebook.com/share/p/1Nsjn3BJH6/
     
  18. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,475
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เยื้อ...อยู่นานสุดท้ายไม่ถึง 500 ปี หลัง "ไทย" ตอบรับคำเชิญ "เขมร" เข้าร่วมกระบวนการประนอม เกี่ยวกับข้อพิพาทในการกำหนดเขตทางทะเลภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ.1982 ยืนยันมุ่งแก้ไขข้อพิพาทอย่างสันติ-ปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติ
    .
    (19 มิ.ย.2569) กระทรวงการต่างประเทศ แจ้งว่า ประเทศไทยได้นำส่งหนังสือตอบของไทยให้กัมพูชา เพื่อแจ้งการเข้าร่วมกระบวนการประนอมเกี่ยวกับข้อพิพาทในการกำหนดเขตทางทะเลภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ.1982 ตามที่กัมพูชาได้มีหนังสือถึงไทยแจ้งการเริ่มกระบวนการดังกล่าวเมื่อวันที่ 2 มิ.ย.2569
    .
    ในการนี้ ฝ่ายไทยได้แจ้งการแต่งตั้ง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศ และนายทรงชัย ชัยปฏิยุทธ เอกอัครราชทูต ณ คูเวต เป็นตัวแทน (Agent) และรองตัวแทน (Deputy Agent) ในกระบวนการประนอม ตามลำดับ
    .
    รวมทั้งแจ้งชื่อผู้ประนอม 2 คน ที่ฝ่ายไทยแต่งตั้ง ได้แก่ ผู้พิพากษา อัลเบิร์ต เจ. ฮอฟฟ์แมน สัญชาติแอฟริกาใต้ และผู้พิพากษา รือดิเกอร์ โวล์ฟรุม สัญชาติเยอรมนี ซึ่งเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญระดับโลกด้านกฎหมายทะเล และเป็นที่ยอมรับในวงการกฎหมายระหว่างประเทศ พร้อมย้ำวัตถุประสงค์ของไทยในกระบวนการนี้ว่า เป็นไปเพื่อการกำหนดเขตทางทะเลภายใต้ UNCLOS เท่านั้น
    .
    ทั้งนี้ ภายใน 30 วันหลังจากนี้ ผู้ประนอมทั้ง 4 คน ที่ได้รับการแต่งตั้งจะดำเนินการคัดเลือกผู้ประนอมคนที่ 5 เพื่อทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมาธิการประนอม ก่อนจะเข้าสู่กระบวนการประนอมต่อไป
    +++กระบวนการดังกล่าวจะช่วยปูทางไปสู่การแสวงหาข้อยุติที่สร้างสรรค์และยั่งยืนระหว่างสองประเทศ+++

    อ้างอิงจาก กระทรวงการต่างประเทศไทย
    https://www.mfa.go.th/th/index

    https://www.facebook.com/share/18dqp8hqir/
     
  19. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,475
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เขมรร้อง ในที่ประชุม ณ สำนักงานใหญ่สหประชาชาติในนครนิวยอร์ก
    หลังไทยยกเลิก MOU 2001 (44) โดยอ้างว่าการยกเลิกดังกล่าวเป็นการยกเลิกแต่เพียงฝ่ายเดียว ทำให้กัมพูชาได้รับผลกระทบ ดังนั้นจึงทำให้การ
    เจรจาเกิดมีปัญหา กัมพูชาจึงได้หาทางออกโดยการใช้ UNCLOS เข้ามาร่วมเพื่อ เจรจาแต่อิงจากแผนที่เดิมของ สยาม-ฝรั่งเศส ที่แนบ + 44
    .
    คำแปลและสรุปบางส่วน
    **
    ในการกล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ครั้งที่ 36 นายเกียว เชีย เน้นย้ำว่า เนื่องจากประเทศไทยได้ยกเลิกบันทึกความเข้าใจปี 2001 (MoU 44) ซึ่งเป็นเครื่องมือทางกฎหมายทวิภาคีเพียงฉบับเดียวที่ใช้เป็นพื้นฐานในการแก้ไขปัญหาเขตแดนทางทะเลที่ทับซ้อนกันระหว่างกัมพูชาและไทย กัมพูชาจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเริ่มกระบวนการไกล่เกลี่ยโดยบังคับภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ภายใต้ อนุสัญญษ สยาม-ฝรั่งเศส
    .
    ประเทศไทยได้ให้ข้ออ้างมากมายเพื่อปฏิเสธข้อเสนอในการจัดการเจรจาทวิภาคีภายใต้กรอบของ MoU แต่กลับยกเลิก MoU 2001 ฝ่ายเดียว และยังใช้กำลังทหารละเมิดอธิปไตยของกัมพูชาอีกด้วย

    อ้างอิง https://dap-news.com/national/2026/06/19/607974/

    #beemnews
    #Scambodia

    https://www.facebook.com/share/p/1C5H3hKrqQ/
     
  20. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,475
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เชฟคนดัง เขมรเคยแอบมาเรียนทำอาหารที่ไทย กลับไปเคลมทำตำราเรียน พร้อมสูตรทำอาหาร จน 'เดอะนิวยอร์กไทมส์ ' ยกย่อง ภารกิจของเชฟในการอนุรักษ์รสชาติที่สูญหายของกัมพูชา
    .
    ส่วนหนึ่งเป็นบันทึกทางประวัติศาสตร์ ส่วนหนึ่งเป็นคู่มือการทำอาหารสำหรับพ่อครัวแม่ครัว หนังสือทำอาหาร “Nhum” จากเชฟ Rotanak Ros และ Nataly Lee ได้รวบรวมสูตรอาหารจากยุคก่อนที่ประเทศจะเผชิญกับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ (genocide) ขึ้นมาใหม่ทีละส่วน
    .
    ✅ เขมรมันไม่เคยซื่อ ต่อไทยหรอก มันพร้อมเคลมได้ทุกอย่างที่คิดว่าเป็นของมัน
    ✅ ใจดีกับสัตว์ร้ายที่ไม่เคยนับญาตกับเราไม่ว่าจะช่วยเหลือเพียงใดก็ตาม
    อย่ามาอ้างมนุษยธรรม

    อ้างอิงจาก https://www.nytimes.com/2021/04/12/dining/cambodian-food-rotanak-ros.html

    #beemnews
    #Scambodia

    https://www.facebook.com/share/1GDxz2isJ9/
     

แชร์หน้านี้

Loading...