ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    【40 วันอันตรายของยูเครน: จากไครเมียถึงเบลารุส สัญญาณอำนาจรัสเซียกำลังร้าว】


    ภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ ภาพสงครามรัสเซีย–ยูเครนกำลังเปลี่ยนรูปอย่างมีนัยสำคัญ ไครเมียถูกบีบจนใกล้กลายเป็น “เกาะ” ที่ขาดเส้นทางลำเลียง ระบบป้องกันภัยทางอากาศของรัสเซียถูกมองว่ากำลังถูกถอนกลับไปกระจุกตัวรอบกรุงมอสโก ส่วนเบลารุส พันธมิตรที่ใกล้ชิดที่สุดของเครมลิน เริ่มแสดงท่าทีถอยห่าง ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นพร้อมกับที่ฝ่ายยูเครนเดินเกมกดดันชุดใหม่ ซึ่งช่องวิเคราะห์หลายแห่งเรียกขานกันว่า “ปฏิบัติการ 40 วันอันตราย” โดยมีเป้าหมายบีบให้ประธานาธิบดีปูตินยอมขึ้นโต๊ะเจรจา


    ไครเมียกำลังถูกล็อกดาวน์ทางโลจิสติกส์

    ตลอดเดือนมิถุนายน ยูเครนเพิ่มความถี่ในการโจมตีสะพาน เส้นทางรถไฟ คลังน้ำมัน และระบบไฟฟ้าในไครเมียอย่างเป็นระบบ จุดที่ชัดเจนที่สุดคือคืนวันที่ 23 มิถุนายน เมื่อหน่วยปฏิบัติการพิเศษยูเครนระบุว่าได้ทำลายสะพานรถไฟข้ามคลองไครเมียเหนือบริเวณหมู่บ้านราซดอลเน ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงยุทโธปกรณ์หนักของรัสเซีย จนช่วงสะพานถล่มลงมา หลังการโจมตีต่อเนื่องหลายระลอกในเดือนนี้ สะพานเชื่อมแผ่นดินใหญ่กับไครเมียหลายจุดถูกตัดขาด เหลือสะพานเคิร์ช (หรือสะพานไครเมีย) เป็นเส้นทางหลักสำคัญที่ยังเปิดอยู่


    ภาพถ่ายดาวเทียมจาก Planet Labs เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน แสดงรถติดยาวกว่า 10 กิโลเมตรหน้าสะพานเคิร์ช ประเมินเบื้องต้นว่ามีรถราว 1,500 คันกำลังมุ่งหน้าออกจากคาบสมุทร สะท้อนว่าประชาชนและนักท่องเที่ยวเริ่มอพยพท่ามกลางวิกฤตน้ำมันและไฟฟ้าดับ ขณะที่ทางการที่รัสเซียแต่งตั้งในไครเมียประกาศภาวะฉุกเฉินทั่วคาบสมุทรเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน ภาพรวมจึงถูกมองว่าไครเมียกำลังกลายเป็น “ภาระ” ของมอสโก มากกว่าจะเป็นถ้วยรางวัลเชิงสัญลักษณ์เหมือนในอดีต


    วิกฤตน้ำมันและเกราะป้องกันที่ถูกดึงกลับมอสโก

    ตามข้อมูลที่ฝ่ายยูเครนเปิดเผยเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน รัสเซียได้โยกระบบป้องกันภัยทางอากาศจากหลายพื้นที่ไปคุ้มกันมอสโก สะพานเคิร์ช และเมืองวัลได ซึ่งเป็นที่ตั้งบ้านพักของปูติน โดยอ้างว่ามีแท่นยิงระดับ “หลายร้อยชุด” กระจุกรอบมอสโก และเกือบ 90 ชุดถูกย้ายไปวัลได อย่างไรก็ตาม ต้องย้ำว่าตัวเลขเหล่านี้เป็นคำกล่าวของยูเครนที่สำนักข่าวตะวันตกระบุว่ายังไม่สามารถยืนยันได้อย่างเป็นอิสระ หากเป็นจริง ก็อาจเป็นสัญญาณว่าเครมลินเลือกปกป้องศูนย์กลางอำนาจ โดยปล่อยให้เมืองยุทธศาสตร์รอบนอกกลายเป็นเป้านิ่งของโดรนพิสัยไกล


    ขณะเดียวกัน การโจมตีโรงกลั่นและคลังน้ำมันส่งผลกระทบรุนแรงต่อระบบเชื้อเพลิงของรัสเซีย โรงกลั่นน้ำมันมอสโกในเขตคาพอตเนียถูกโจมตีจนหยุดเดินเครื่อง โดยรอยเตอร์รายงานว่าอาจซ่อมไม่เสร็จไปจนสิ้นปี ส่วนเซเลนสกีระบุว่ามีภูมิภาคของรัสเซียกว่า 60 แห่งเผชิญภาวะขาดแคลนเชื้อเพลิง รายงานในแวดวงพลังงานชี้ว่ากำลังการกลั่นของรัสเซียตกต่ำที่สุดในรอบสองทศวรรษ จนต้องเตรียมนำเข้าน้ำมันเบนซินจากอินเดีย ทั้งที่อินเดียเป็นผู้รับซื้อน้ำมันดิบรัสเซียรายใหญ่ที่สุด (แตะระดับสูงสุดราว 2.66 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนมิถุนายน) แม้นักวิเคราะห์บางส่วนจะเตือนว่าการนำเข้าทางทะเลขนาดใหญ่ยังไม่น่าเกิดขึ้นจริงในฤดูร้อนนี้ และเป็นเพียงการทดสอบระบบมากกว่า


    เบลารุส: ท่าทีลูคาเชนโกที่ไม่อยากถูกลากลงสนาม

    อีกหนึ่งสัญญาณที่ถูกจับตาคือเบลารุส เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน เซเลนสกีออกคำขาดให้ลูคาเชนโกรื้อถอนสถานีทวนสัญญาณบนเสาสื่อสารในแคว้นโกเมลและเบรสต์ ซึ่งยูเครนกล่าวหาว่าถูกใช้นำทางโดรนชาเฮดโจมตียูเครน ภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน เซเลนสกีระบุเมื่อ 24 มิถุนายนว่าอุปกรณ์ดังกล่าวหยุดทำงานตั้งแต่วันที่ 22 มิถุนายน พร้อมกับที่หน่วยพิทักษ์ชายแดนยูเครนรายงานว่าจำนวนโดรนรัสเซียที่เข้าทางแคว้นเชอร์นีฮิวลดลง


    ท่าทีของลูคาเชนโกถูกมองว่าระมัดระวังขึ้นชัดเจน ก่อนหน้านี้เขาเอ่ยขอโทษเซเลนสกีต่อสาธารณะเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน และยอมรับว่าเบลารุสอยู่ในสภาพเปราะบางทางทหาร ต่อมาเขายังขอเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำมินสค์ “อย่าลากเบลารุส” เข้าสู่สงคราม ก่อนจะเดินทางไปพบปูตินในรัสเซียเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน ซึ่งตรงกับวันที่คำขาดของเซเลนสกีหมดอายุพอดี มีข่าวลือว่ามี “ขบวนรถไฟบรรทุกรถถัง” ไปกดดันมินสค์นั้น ยังไม่มีแหล่งข่าวหลักยืนยัน แต่สิ่งที่ยืนยันได้คือ “อิทธิพลของปูตินต่อพันธมิตรใกล้ชิดกำลังถูกทดสอบ”


    เส้นแดงของปูตินเริ่มหมดมนต์ขลัง

    ตลอดหลายปีที่ผ่านมา “เส้นแดง” ของปูติน โดยเฉพาะคำเตือนห้ามโจมตีแผ่นดินรัสเซีย เคยทำให้ทั้งตะวันตกและยูเครนลังเล แต่ปฏิบัติการโจมตีลึกถึงมอสโก เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก และไครเมียในเดือนนี้ สะท้อนว่าเส้นแดงดังกล่าวกำลังถูกทดสอบหนักขึ้น เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน รอยเตอร์รายงานว่ากลุ่มชาตินิยมหัวรุนแรงในรัสเซียเริ่มเรียกร้องให้ปูตินยุติการเจรจากับสหรัฐฯ และยกระดับสงคราม โดยบางส่วนถึงขั้นเอ่ยถึงการใช้อาวุธนิวเคลียร์ทางยุทธวิธี


    แต่จุดที่ต้องระวังไม่ให้ฟันธงเกินหลักฐานคือ รายงานเดียวกันระบุชัดว่าจนถึงขณะนี้เครมลินยัง “ต้านทาน” ข้อเรียกร้องเหล่านั้น และปูตินยังไม่รับรองข้อเสนอสุดโต่ง ทั้งยังแสดงความมั่นใจต่อหน้านักเรียนนายร้อยว่ากองทัพรัสเซียใกล้ยึดเมืองคอสตีอันตีนิวกาในภาคตะวันออก ดังนั้นภาพ “ปูตินถูกบีบจนมุม” จึงเป็นแนวโน้มที่ถูกจับตา มากกว่าจะเป็นข้อสรุปที่ปิดตายแล้ว


    บทสรุป: สงครามที่วัดกันด้วยความอดทน ไม่ใช่แค่การยึดเมือง

    ภาพรวมของ 40 วันนี้สะท้อนการเปลี่ยนเกมของยูเครน จากการตั้งรับ มาเป็นการโจมตีเศรษฐกิจ สะพาน คลังน้ำมัน และระบบลำเลียงของรัสเซีย สงครามจึงไม่ได้วัดกันแค่ว่าใครยึดเมืองได้ แต่วัดว่าใครทนแรงกดดันทางเศรษฐกิจและโลจิสติกส์ได้นานกว่า ไครเมียคือแรงกดดันด้านยุทธศาสตร์ ส่วนเบลารุสคือแรงกดดันด้านการเมืองและพันธมิตร เมื่อรวมสองด้านเข้าด้วยกัน ก็อาจเป็นสัญญาณว่าศูนย์อำนาจของรัสเซียกำลังถูกบีบจากหลายทิศทางพร้อมกัน


    หากยูเครนทำให้ไครเมียกลายเป็นภาระที่ป้องกันไม่ไหวจริง และทำให้เบลารุสไม่กล้าเดินตามมอสโกแบบเต็มตัว สงครามนี้ก็อาจเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนสมดุลครั้งใหญ่ แต่ในอีกด้าน รัสเซียยังมีประสบการณ์ฟื้นโรงกลั่นหลังถูกโจมตี มีเศรษฐกิจสงครามที่ยืดหยุ่น และยังปฏิเสธข้อเสนอหยุดยิงของฝ่ายสหรัฐฯ–ยูเครน 40 วันต่อจากนี้จึงเป็นช่วงที่ต้องจับตาว่าแรงกดดันของยูเครนจะแปรเป็นโต๊ะเจรจาได้จริงหรือไม่

    แหล่งอ้างอิงหลัก: Kyiv Independent, Kyiv Post, AP/PBS/The Hill, Reuters, RFE/RL, Mezha, Institute for the Study of War (ISW), Times of Oman/Caspian News/Kpler (ด้านพลังงาน) — ตรวจสอบช่วง 22–27 มิ.ย. 2026

    https://www.facebook.com/share/p/1AQjvYfuJS/
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สงครามไม่จบ? “นักวิชาการ มช.” ชำแหละ “ระบบนิเวศนรก” — ทุนยาเสพติดจับมือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ใช้ท่อฟอกเงินร่วมกัน กลายพันธุ์เป็น “อาชญากรรมข้ามชาติ”

    เนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลก 26 มิถุนายน 2569 รศ.ดร.ฐิติวุฒิ บุญยวงศ์วิวัชร นักวิชาการด้านความมั่นคงศึกษา คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ออกบทวิเคราะห์ชี้ว่า การแก้ปัญหายาเสพติดของไทยกำลังถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะรูปแบบอาชญากรรมได้แปลงร่างจากเครือข่ายลักลอบค้าของผิดกฎหมายแบบเดิม ไปสู่ “องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ” (Transnational Organized Crime) ที่ผสานธุรกิจผิดกฎหมาย การฟอกเงิน เทคโนโลยีดิจิทัล และเครือข่ายอิทธิพลข้ามหลายประเทศเข้าด้วยกัน โดยสรุปปัญหาเป็น 5 ประการ

    ประการแรก เครือข่ายยาเสพติดยุคนี้กลายเป็น “องค์กรธุรกิจอาชญากรรม” มากกว่าผู้ค้ายาแบบเดิม จุดแข็งไม่ได้อยู่ที่กำลังอาวุธ แต่อยู่ที่การผสม 3 ปัจจัยหลัก คือ เงินทุนและระบบฟอกเงินข้ามพรมแดน, เทคโนโลยีดิจิทัลและสินทรัพย์ดิจิทัล และเครือข่ายอิทธิพลที่แทรกซึมเข้าห่วงโซ่ธุรกิจทั้งถูกและผิดกฎหมาย ทำให้ปรับตัวเร็วเหนือกลไกรัฐ และโยกย้ายฐานผลิต-เส้นทางลำเลียง-ช่องทางการเงินได้ตลอด

    ประการที่สอง สงครามกลางเมืองเมียนมาเป็นเพียง “ตัวเร่ง” ไม่ใช่ “ต้นเหตุ” ที่แท้จริง แม้หลังปี 2564 บางพื้นที่รัฐฉานและแนวชายแดนหลุดจากการควบคุมจนการผลิตยาพุ่งสูง แต่ในมิติเศรษฐศาสตร์อาชญากรรม ปัจจัยหลักยังอยู่ที่ความสามารถขององค์กรอาชญากรรมในการเคลื่อนย้ายเงินทุน จัดหาสารตั้งต้น และบริหารเครือข่ายข้ามชาติ ส่วนกลุ่มติดอาวุธทำหน้าที่แค่คุมพื้นที่ เก็บค่าผ่านทาง หรือคุ้มกันเส้นทาง ไม่ใช่ผู้กำหนดทิศทางตลาดยาโลก

    ประการที่สาม อาชญากรรมออนไลน์กับยาเสพติดเชื่อมโยงกันแน่นขึ้น กลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังขยายการลงทุนจากยาเสพติด พนันออนไลน์ และการฟอกเงิน เข้าสู่ธุรกิจหลอกลวงออนไลน์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แม้ไม่ใช่ทุกเครือข่ายเป็นองค์กรเดียวกัน แต่มีหลักฐานชัดว่าหลายเครือข่ายใช้เงินทุน ระบบฟอกเงิน ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ และโครงสร้างการเงินร่วมกัน จึงควรมองเป็น “ระบบนิเวศของอาชญากรรมข้ามชาติ” ที่ยึดโยงกัน ไม่ใช่แยกมองทีละด้าน

    ประการที่สี่ นโยบายไทยยังเน้นตอบสนองเชิงปฏิบัติการมากกว่ายุทธศาสตร์เชิงรุก หน่วยงานรัฐจับกุม-สกัดยาได้ต่อเนื่อง แต่ยังปรับตัวตามนโยบายรายรัฐบาล ขณะที่การบูรณาการข่าวกรอง ข้อมูลการเงิน การทูต และเทคโนโลยี ยังไม่สร้าง “อำนาจนำเชิงยุทธศาสตร์” เหนือองค์กรอาชญากรรมได้ โจทย์จึงไม่ใช่แค่เพิ่มสถิติจับกุมรายวัน แต่คือการแกะรอย ติดตาม และทำลายโครงสร้างการเงิน เครือข่ายฟอกเงิน และผู้สนับสนุนเบื้องหลังอย่างเป็นระบบ

    ประการที่ห้า ต้องก้าวข้ามการป้องกันชายแดน ไปสู่การรื้อถอนเครือข่ายระดับภูมิภาค เพราะองค์กรอาชญากรรมเปลี่ยนเส้นทางลำเลียงหลบเลี่ยงได้ตลอด รศ.ดร.ฐิติวุฒิ เสนอแนวทาง คือ บูรณาการข่าวกรองเชิงลึกระหว่างหน่วยความมั่นคง-การเงิน-ไซเบอร์, แกะรอยเส้นทางการเงินและการฟอกเงินข้ามพรมแดนอย่างจริงจัง, ใช้เทคโนโลยีและ Data Analytics ระบุพิกัด-ตัวตนเครือข่าย, ยกระดับความร่วมมือระหว่างประเทศสู่ปฏิบัติการร่วมและแบ่งปันข่าวกรองแบบเรียลไทม์แทนการส่งหนังสือตามระบบราชการ และรวมนโยบายปราบยาเสพติด-อาชญากรรมไซเบอร์-ค้ามนุษย์-ฟอกเงิน ไว้ภายใต้ยุทธศาสตร์ความมั่นคงเดียวกัน

    ขอบคุณข้อมูล: เนชั่น (Nation) เผยแพร่ 26 มิ.ย. 2569 / บทวิเคราะห์โดย รศ.ดร.ฐิติวุฒิ บุญยวงศ์วิวัชร คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

    https://www.facebook.com/share/p/1E1p6BmnFr/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ** กระทรวงการคลังฝรั่งเศสยุติทดสอบ AI "Qwen" ของอาลีบาบา หลังเจ้าหน้าที่พบคำตอบ "เอนเอียงเข้าข้างจีน"**

    กระทรวงเศรษฐกิจและการคลังฝรั่งเศส (Bercy) ยืนยันว่าได้สั่งยุติการทดลองใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ที่ขับเคลื่อนด้วยโมเดล Qwen (ทงอี้เชียนเวิ่น) ของอาลีบาบา ยักษ์ใหญ่ด้านอินเทอร์เน็ตของจีน หลังเจ้าหน้าที่หลายคนรายงานว่าคำตอบบางส่วนในหัวข้อที่เกี่ยวกับจีน "มีลักษณะชี้นำหรือลำเอียง"

    ระบบดังกล่าวมีชื่อว่า **"HéphAIstos"** (อ้างอิงถึงเฮฟเฟสตุส เทพแห่งไฟและการตีเหล็กในตำนานกรีก) เปิดให้เจ้าหน้าที่ราว 100 คน จากทั้งหมดราว 1,300 คนของสำนักงานบริหารการคลัง (Direction générale du Trésor) ทดลองใช้ตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายน โดยทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยสนทนาสำหรับข้าราชการระดับสูง รวมถึงงานที่แตะข้อมูลลับ และยังมีระบบถอดเสียงหลายภาษาภายในองค์กร

    หลังทดลองได้ไม่กี่วัน เจ้าหน้าที่หลายรายสังเกตเห็นคำตอบที่ถูกชี้นำหรือลำเอียงในประเด็นเกี่ยวกับจีน กระทรวงฯ จึงสั่งยุติการทดลองเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน และในวันถัดมาได้เปลี่ยนไปใช้โมเดลของ **Mistral AI** สตาร์ทอัพสัญชาติฝรั่งเศสแทน ทั้งนี้ Bercy ไม่ได้เปิดเผยตัวอย่างคำตอบที่มีปัญหาแม้แต่ชิ้นเดียว ขณะที่ Alibaba Cloud ปฏิเสธให้ความเห็น

    ด้านความมั่นคงของข้อมูล Bercy ระบุว่า HéphAIstos ทำงานในโหมดออฟไลน์ ไม่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและไม่พบช่องทางลับ (backdoor) จึงไม่พบการส่งข้อมูลออกสู่ภายนอกตลอดสามสัปดาห์ของการทดสอบ เหตุผลที่เลือก Qwen ตั้งแต่แรกคือเป็นโมเดลโอเพนซอร์ส ติดตั้งใช้งานภายในเครื่องได้โดยไม่ต้องส่งข้อมูลกลับไปยังเซิร์ฟเวอร์ของบริษัทจีน

    อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าการตัดการเชื่อมต่อเครือข่ายไม่อาจลบอคติที่ถูกฝังไว้ตั้งแต่ขั้นตอนฝึกโมเดลได้ โดยก่อนหน้านี้รายงานของสถาบัน ASPI ของออสเตรเลียเมื่อเดือนธันวาคมระบุว่า Qwen แสดงความแตกต่างของคำตอบระหว่างเวอร์ชันภาษาจีนกับภาษาอังกฤษมากที่สุด โดยเฉพาะหัวข้ออ่อนไหวอย่างการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวอุยกูร์และเอกราชทิเบต

    เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในจังหวะที่ฝรั่งเศสกำลังเร่งผลักดัน "อธิปไตยด้าน AI" โดยรัฐบาลเพิ่งเปิดตัวแผนขยายผู้ช่วย AI ที่ขับเคลื่อนด้วยโมเดลของ Mistral ให้ครอบคลุมข้าราชการกว่า 1 ล้านคน ด้วยงบประมาณเริ่มต้น 700,000 ยูโรในปี 2026 และค่าใช้จ่ายรายปีราว 2–4 ล้านยูโร

    **ที่มา:** AFP, Le Monde, RFI (ภาคภาษาจีน) และโพสต์ของนักข่าวพลเมือง "หลี่เหล่าซือ" (@whyyoutouzhele)

    https://www.facebook.com/share/p/1baiwDF1vs/
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ยอดผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหวคู่ในเวเนซุเอลาเพิ่มขึ้นเป็น 920 ราย โดยมีรายงานว่ามีผู้สูญหายนับหมื่นคน ขณะที่ทีมกู้ภัยนานาชาติเร่งการค้นหาผู้รอดชีวิตที่สิ้นหวังและดำเนินไปอย่างเชื่องช้า

    https://www.facebook.com/share/p/1EuWz4ByPq/
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ฮอนด้าเคาะรัก! นิสสันตอบรับ?
    ซีอีโอฮอนด้าส่งสัญญาณใกล้ปิดดีล จ่อประกาศจับมือใหญ่ ฝ่ามรสุมขาดทุน
    แต่ระวัง “เรโนลต์” ถือหุ้น 15% ถือไฟแช็กจ่อเผางานวิวาห์!

    Nikkei Asia รายงาน ฮอนด้าส่งสัญญาณชัด ความสัมพันธ์กับนิสสันไม่ได้จอดอยู่ข้างทาง หลัง “โทชิฮิโระ มิเบะ” ซีอีโอฮอนด้า ประกาศกลางที่ประชุมผู้ถือหุ้นในกรุงโตเกียวว่า แผนความร่วมมือกับนิสสันคืบหน้าไปมาก บางเรื่องใกล้ได้ฤกษ์เปิดตัวอย่างเป็นทางการในอีกไม่กี่สัปดาห์ พร้อมย้ำเป็นดีลแบบ “วิน-วิน” ไม่ใช่รักสามเส้า แต่ดันมี “เรโนลต์” ผู้ถือหุ้นใหญ่จากฝรั่งเศส โผล่มาเป็นมือที่สาม คอยแตะเบรกทุกจังหวะ

    แม้การแต่งงานระดับยักษ์ระหว่างฮอนด้ากับนิสสันที่เคยคุยกันปลายปี 2567 จะล่มไม่เป็นท่าในเดือนกุมภาพันธ์ 2568 แต่ทั้งสองค่ายยังไม่เลิกรากันจริง เพราะเปลี่ยนสูตรจาก “ควบรวม” มาเป็น “จับมือเป็นโปรเจกต์” เดินหน้าร่วมวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีทีละเรื่องแทน

    โครงการแรกที่ใกล้คลอด คือการพัฒนาหน่วยควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ECU ร่วมกัน โดยมีมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ร่วมวงด้วย เพื่อใช้เป็นสมองกลางของรถยนต์ยุคใหม่ รองรับระบบซอฟต์แวร์ การขับขี่อัตโนมัติ และระบบอินโฟเทนเมนต์ในรถ แม้ยังติดปมเรื่องเงินลงทุนและเงื่อนไขต่าง ๆ แต่ทั้งสามฝ่ายหวังปิดดีลภายในไม่กี่สัปดาห์ หากสำเร็จ รถที่ใช้ ECU ร่วมกันจะเริ่มออกสู่ตลาดในช่วงปี 2572-2573 และจะเปิดทางให้ความร่วมมือด้านอื่น ๆ เดินหน้าได้ง่ายขึ้น

    ย้อนกลับไปเมื่อเดือนสิงหาคม 2567 ฮอนด้าและนิสสันเคยประกาศศึกษาความร่วมมือ 5 ด้าน โดยเฉพาะรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์ ก่อนจะยกระดับไปสู่การเจรจาควบรวมกิจการ แต่สุดท้ายฝันสลาย จึงกลับมาใช้สูตร “จับมือเฉพาะเรื่อง” แทน

    อย่างไรก็ตาม อุปสรรคสำคัญกลับไม่ใช่คู่แข่งจากจีน แต่เป็น “เรโนลต์” ที่ถือหุ้นพร้อมสิทธิออกเสียงในนิสสัน 15% หลังมีรายงานว่าเพิ่งมีบทบาทสำคัญในการทำให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นนิสสันโหวตไม่รับการแต่งตั้ง โมโตโอะ นางาอิ เป็นกรรมการอิสระ ส่งสัญญาณว่า หากเรโนลต์ไม่เอาด้วย แผนไหนก็อาจไปไม่ถึงฝั่ง แหล่งข่าวในนิสสันยอมรับตรง ๆ ว่า ถ้าเรโนลต์ค้าน สิ่งที่นิสสันอยากทำก็อาจไม่เกิดขึ้นจริง

    เรื่องนี้จึงกลายเป็นระเบิดเวลาของความร่วมมือ เพราะการแต่งตั้งกรรมการ การโอนธุรกิจ หรือการจับมือเชิงทุน ล้วนต้องผ่านไฟเขียวจากผู้ถือหุ้น หากเรโนลต์ยังไม่ยอมปล่อยเกียร์ ความสัมพันธ์ฮอนด้า-นิสสันก็อาจได้แต่เร่งเครื่องอยู่กับที่

    ขณะที่เวทีประชุมผู้ถือหุ้นฮอนด้าก็ไม่ใช่งานเลี้ยงน้ำชา เพราะผู้ถือหุ้นหลายรายตั้งคำถามหนักถึงความล่าช้า ทั้งการยุติแผนควบรวมกับนิสสัน และการกลับลำยุทธศาสตร์รถยนต์ไฟฟ้า โดยชายวัย 70 ปีรายหนึ่งบ่นตรง ๆ ว่า ฮอนด้าควรรีบจับมือกับนิสสันให้เร็ว แต่ตอนนี้ทุกอย่างช้าเสียจนเหมือนรถติดไฟแดงไม่รู้จักเขียว

    สถานการณ์ฮอนด้าเองก็หนักไม่แพ้กัน หลังเพิ่งขาดทุนสุทธิทั้งปีเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ถึง 423,900 ล้านเยน ทำให้มีผู้ถือหุ้นบางส่วนถึงขั้นเรียกร้องให้มิเบะลาออก แม้บริษัทจะตั้งเป้ากลับมาทำกำไรสุทธิ 260,000 ล้านเยนในปีงบประมาณใหม่ แต่ความหวังหลักกลับต้องฝากไว้กับธุรกิจรถจักรยานยนต์ให้ช่วยอุ้มธุรกิจรถยนต์ที่กำลังอ่อนแรง โดยเฉพาะยอดขายในจีนที่ทรุดหนัก จนกำไรจากการดำเนินงานเหลือเพียง 2.2%

    ด้านมิเบะประกาศลั่นว่า ภายใน 3 ปี ฮอนด้าจะต้องสร้างศักยภาพสู้ผู้เล่นหน้าใหม่ โดยเฉพาะค่ายรถจีนให้ได้ด้วยตัวเอง เพราะหากทำไม่ได้ ธุรกิจรถยนต์สี่ล้อของฮอนด้าจะตกอยู่ในภาวะอันตราย พร้อมยืนยันว่าจะเดินหน้าสู้แบบไม่ถอย แม้วันนี้ถนนข้างหน้าจะเต็มไปด้วยหลุมบ่อ แถมยังมีคนคอยเหยียบเบรกอยู่เบาะหลังตลอดเวลาก็ตาม

    https://www.facebook.com/share/p/17nhcZqJqK/
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    นครเสียมราฐของกัมพูชากำลังเผชิญความยากลำบาก เนื่องจากการระงับเที่ยวบินของสายการบินต้นทุนต่ำอย่างต่อเนื่อง "แสงแห่งความหวังสำหรับเส้นทางใหม่ และเงาแห่งการคว่ำบาตรระหว่างประเทศที่มีต่อสายการบิน" และนักท่องเที่ยวเก่าจากประเทศไทยได้สูญหายอย่างถาวร

    บทวิเคราะห์จากต่างชาติ :

    1. การระงับเที่ยวบินระหว่างประเทศ และการลดลงอย่างมากของนักท่องเที่ยวต่างชาติ

    อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของกัมพูชากำลังเผชิญกับอุปสรรค เนื่องจากการเข้าถึงทางอากาศจากตลาดหลัก ๆ แย่ลง อินดิโก (IndiGo) สายการบินต้นทุนต่ำที่ใหญ่ที่สุดของอินเดีย ประกาศระงับเส้นทางบินมายังนครเสียมเราฐชั่วคราวเดือนกรกฎาคม 2026 เป็นต้นไป เนื่องจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้น และความต้องการเดินทางมานครเสียมราฐของชาวอินเดียที่ซบเซาลง ในทำนองเดียวกัน ไฟร์ฟลาย (Firefly) สายการบินต้นทุนต่ำของมาเลเซีย ระงับเที่ยวบินตรงจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ชั่วคราวมาตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2026 เนื่องจากปัญหาเดียวกัน

    การลดลงของเส้นทางระหว่างประเทศนี้ยังสะท้อนให้เห็นในสถิติการท่องเที่ยวด้วย จากข้อมูลที่เผยแพร่โดยกระทรวงการท่องเที่ยวของกัมพูชาสำหรับเดือนพฤษภาคม 2026 จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาถึงสนามบินหลักลดลงอย่างมาก โดยกรุงพนมเปญลดลง 40.1% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เหลือ 100,789 คน และนครเสียมราฐลดลง 14.0% เหลือ 27,362 คน ยอดขายตั๋วเข้าชมปราสาทนครวัด-นครธม ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอันดับ 1 ของกัมพูชา ก็ลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยลดลง 33.02% ในเดือนเมษายนเมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่แล้ว (2025) และลดลง 29.0% ในเดือนพฤษภาคม 2026

    2. เพิ่มเส้นทางบินภายในประเทศเพื่อชดเชยช่องว่างที่เกิดจากการลดเที่ยวบินระหว่างประเทศ

    ในสภาพแวดล้อมที่ท้าทายของการลดเที่ยวบินตรงระหว่างประเทศ ความสนใจจึงหันไปที่การพัฒนาเส้นทางบินภายในประเทศใหม่ ๆ เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2026 คณะกรรมการการท่องเที่ยวนครเสียมราฐ ประกาศว่าสายการบินกัมพูชาแอร์เวย์ได้เปิดเส้นทางบินใหม่เชื่อมต่อกรุงพนมเปญและเมืองสีหนุวิลล์กับนครเสียมราฐ โดยใช้เครื่องบิน ATR72 คาดว่าสิ่งนี้จะช่วยชดเชยการเข้าถึงที่ลดลงเนื่องจากการลดลงของเที่ยวบินระหว่างประเทศ และกระตุ้นความต้องการด้านการท่องเที่ยวในช่วง "ฤดูฝน" ที่ซบเซา

    3. ลักษณะของบริษัทผู้ดำเนินงาน "กลุ่มปรินซ์"

    อย่างไรก็ตาม เบื้องหลังความสะดวกสบายที่เพิ่มขึ้นนั้น มีข้อกังวลด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบที่เกิดจากภูมิหลังของบริษัท Cambodia Airways ซึ่งเป็นบริษัทผู้ดำเนินงาน เนื่องจากบริษัทนี้ถูกสงสัยว่ามีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มปรินซ์ ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ที่ถูกกล่าวหาว่าดำเนินการฉ้อโกงออนไลน์และการฟอกเงินระหว่างประเทศจากฐานที่ตั้งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN) ผู้ก่อตั้งกลุ่ม ผู้บริหารบางคน และองค์กรหลักได้รับการกำหนดให้เป็นเป้าหมายของการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจโดยรัฐบาลสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร (UK) เนื่องจากถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์และการฉ้อโกงสกุลเงินดิจิทัลขนาดใหญ่ นอกจากนี้ รายงานการสืบสวนของสื่อต่างประเทศชี้ให้เห็นว่าเงินทุนที่ไม่โปร่งใสของกลุ่มอาจไหลเวียนไปยังภาคส่วนต่าง ๆ มากมาย รวมถึงอุตสาหกรรมการบิน

    4. ความคืบหน้าในการสืบสวนระหว่างประเทศ และความเสี่ยงด้านมาตรการคว่ำบาตรที่ผู้ใช้งานต้องเผชิญ

    ในปัจจุบัน ผู้บริหารหลายคน รวมถึงนายออกญาเฉิน จื้อ ผู้ก่อตั้งกลุ่มฯ ได้ถูกจับกุมในหลายประเทศ และทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกำลังถูกอายัดทั่วโลก ดังนั้น ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า การใช้สายการบินกัมพูชาแอร์เวย์ ซึ่งเป็นบริษัทในเครือที่ต้องสงสัย ในการชำระค่าตั๋วเครื่องบินและบริการอื่น ๆ อาจเป็นการละเมิดมาตรการคว่ำบาตรที่กำหนดโดยสำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างประเทศของสหรัฐฯ (OFAC) ผู้ใช้งานและธุรกิจที่เดินทางมายังกัมพูชาต้องใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งเกี่ยวกับความเสี่ยงที่จะมีส่วนร่วมในการสนับสนุนเครือข่ายที่ถูกคว่ำบาตรโดยไม่ตั้งใจ

    5. นักท่องเที่ยวไทยที่เคยมากัมพูชาได้สูญหายอย่างถาวร

    ปฏิเสธไม่ได้ว่าในอดีต นักท่องเที่ยวไทยเคยเป็นอันดับ 1 นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เคยเดินทางมาเยือนกัมพูชา ทั้งมาท่องเที่ยว ซื้อของ พักผ่อน รับประทานอาหาร ฯลฯ แต่ในปัจจุบันนักท่องเที่ยวจากประเทศไทยได้สูญหายไปอย่างถาวรจากมาตรการปิดด่านพรมแดนถาวร ทำให้รายได้ของกัมพูชาจากหลายภาคส่วนทรุดหนัก หลายธุรกิจต้องปรับตัวเพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น หนึ่งในห่วงโซ่อุปทานที่หายไปอย่างถาวรคือธุรกิจด้านอาหาร นักท่องเที่ยว 1 คนต้องกินอาหารวันละ 2-3 มื้อ ทั้งอาหารจานหลักและขนม เครื่องดื่ม น้ำเปล่า แต่เมื่อผู้มาเยือนหายไปหลักล้านคน/ปี วัตถุดิบที่จะต้องนำมาผลิตอาหารได้หายไปหลายแสนตัน ผู้ที่เดือดร้อนที่สุดคือเกษตรกร ปศุสัตว์และประมง พ่อค้าแม่ค้า ตลาดกลางพังเสียหายเมื่อไม่มีลูกค้ามาซื้อวัตถุดิบ ราคาผลผลิตตกต่ำและความต้องการมีน้อยกว่าผู้ผลิต ผลสุดท้ายแล้วอาชีพเกษตรกรและปศุสัตว์ อาจไม่ใช่ความมั่นคงในกัมพูชาอีกต่อไป เมื่อประเทศกำลังเข้าสู่สภาวะขาดนักท่องเที่ยวและด่านพรมแดนไทย-กัมพูชา ต้องถูกปิดตาย และชาวกัมพูชาเหล่านี้ยังต้องถูกกดดัน 2 เท่า เมื่อกลุ่มแรงงานกัมพูชาที่เคยทำงานในไทยได้อพยพกลับประเทศบ้านเกิดมาหลายแสนคน ต้องกลับมาทำอาชีพเก่าอย่างอาชีพเกษตรกรรมที่มีอยู่เดิม ซึ่งผลผลิตที่ล้นตลอด รายได้น้อย ต้นทุนสูง มันแย่อยู่เดิมอยู่ก่อนแล้ว

    ทุกประเทศมีคนรวยคนจน เราไม่สามารถตัดสินความเจริญจากกลุ่มคนมีฐานะได้ทั้งหมด หรือย่านดาวทาวน์ว่ามีเจริญมากน้อยแค่ไหน ตัวเลข GDP ที่ไม่มีความสมดุลเนื่องจากกัมพูชาคอยปรับฐานตลอด แต่เมื่อดูความยั่งยืนของกัมพูชาแล้ว ทั้งสายการบิน นักท่องเที่ยว เกษตรกรรม และโครงสร้างพื้นฐานหลักของกัมพูชาที่ยังไม่พัฒนาไปไหน ระบบ Economics system ที่ล้มเหลว กัมพูชาอาจต้องยืนอยู่ปากเหวไปอีกนาน

    #เศรษฐกิจ #เศรษฐศาสตร์ #การท่องเที่ยว
    #นักท่องเที่ยว #กัมพูชา #ชายแดนไทยกัมพูชา

    https://www.facebook.com/share/17e4sRzDD8/
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เรื่องแปลกเกี่ยวกับสแกมเมอร์ในกัมพูชา : มีชายชาวมาเลเซียเชื้อสายจีนคนหนึ่งถูกไล่ออกจากศูนย์หลอกลวงในกรุงพนมเปญ หลังจากทำงานได้เพียง 3 วัน เพราะเขาฝีมือการหลอกลวงแย่มาก นายยิป ฉี หมิง (Yip Chee Ming) ทำตามบทที่ได้รับมา พยายามปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารเพื่อหลอกลวงชาวสิงคโปร์ (ใช้ภาษาจีนกวางตุ้ง) แต่ไม่สำเร็จ จึงลองอีกครั้งในวันถัดไปและก็ล้มเหลวอีก พวกเขาจึงไล่เขาออกมาจากรังบนตึกสูง

    นักข่าวภาคสนามรายงานว่า งานนี้ทางรังจ่ายเงินเดือน 1,800 ดอลลาร์สหรัฐฯ ในรูปแบบคริปโตเคอร์เรนซี บวกกับ 1% ของเงินที่เขาขโมยมา ครูฝึกจะสอนให้ผู้หลอกลวงพูดจาน่าเชื่อถือ รวมถึงการเลียนแบบสำเนียงจีนกวางตุ้งในสิงคโปร์ ปฏิบัติการนี้มีผู้ร่วมงานอย่างน้อย 78 คน และเกี่ยวข้องกับคดีหลอกลวงที่รายงานเข้ามา 528 คดี และสร้างความเสียหายประมาณ 52.5 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์

    เขาถูกจับกุมในสิงคโปร์ในเดือนกันยายน 2025 เป็นหนึ่งใน 12 ผู้ถูกตั้งข้อหา และในวันศุกร์ที่ผ่านมาเขาถูกตัดสินจำคุก 16 เดือน 2 สัปดาห์ ในข้อหาเป็นสมาชิกของกลุ่มอาชญากรรม Organised crime group แต่ถึงอย่างไรเขาก็ถือว่าเป็นผู้โชคดีที่หลุดออกมาจากวงโคจรนั้นได้ตั้งแต่ปี 2025 เพราะโดยปกติแล้วเมื่อคุณอยู่ในตึกสูงที่มีฟาซาด (Facade) ห่อหุ้มตึกอย่างสวยงาม คุณจะไม่มีทางออกมาได้เลย

    #พนมเปญ #กัมพูชา #สิงคโปร์ #มาเลเซีย
    https://www.facebook.com/share/p/1EGWrZe8dA/
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เผยเบื้องหลังเหตุเครื่องบินชนตึกสูงสุด กลางกรุงปักกิ่ง คาดเป็นสาวผช.ผู้จัดการ ขาดทุนหุ้นย่อยยับ คิดสั้นขับเครื่องบินชนบริษัทตัวเอง

    คาดการณ์ว่า ผู้ก่อเหตุ คือ นางหลิว จุ้นฮว๋า ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไปฝ่ายบริหารลูกค้าด้านการเงินและธุรกิจของธนาคาร CITIC กำลังเข้ารับการรักษาในห้องไอซียู และยังไม่ทราบชะตากรรมของเธอ
    .
    แรงจูงใจยังไม่ชัดเจน แต่จากบทสนทนาในแอปพลิเคชันที่รั่วไหลออกมา ระบุว่า หลิว จุ้นฮว๋า ประสบความสูญเสียอย่างหนักในการลงทุน ทำให้เธอตัดสินใจขับเครื่องบินพุ่งชนอาคาร CITIC
    .
    จากประวัติเบื้องต้น พบว่า เธอน่าจะได้รับการฝึกฝนการบินมาเป็นอย่างดี เนื่องจากอาคารที่เธอพุ่งชนนั้นอยู่ใกล้กับบริษัทของเธอ และเครื่องบินพุ่งชนอาคารอย่างตรงๆ โดยความเสียหายมีไม่มากนัก
    .
    ตึก ไชน่า ซุน หรือ CITIC Tower เป็นตึกที่สูงที่สุดในกรุงปักกิ่ง ตั้งอยู่ในเขตเฉาหยาง ย่านศูนย์กลางธุรกิจ ของกรุงปักกิ่ง สร้างเสร็จเมื่อปี 2561 โดยตัวตึกถูกใช้เป็นสำนักงานใหญ่ของบริษัทไชน่า เทเลคอม ยักษ์ใหญ่ด้านโทรคมนาคมของจีน มีความสูงถึง 528 เมตร 117 ชั้น (แบ่งเป็นบนดิน 109 ชั้น และใต้ดิน 8 ชั้น) ปัจจุบันถูกจัดอันดับเป็นตึกระฟ้าที่สูงที่สุดอันดับ 10 ของโลก
    .
    ทางการจีนได้ปิดกั้นข่าวนี้อย่างสิ้นเชิง ไม่มีการรายงานข่าวในสื่อใวลชน และเซนเซอร์การสนทนาในโซเชียลมีเดีย การค้นหาคำว่า "อาคาร CITIC" และ "เครื่องบินขนาดเล็ก" จะไม่พบผลลัพธ์ใดๆ
    https://www.facebook.com/share/1CyA1sBHWy/
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    Nathan Zwart คอนเท้นท์ ครีเอเตอร์ ชาวเนธอร์แลนด์ โชว์คลิปทอดไข่ดาวที่ระเบียงหน้าต่าง ท่ามกลางอุณหภูมิที่พุ่งสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส

    ส่วนสถานการณ์คลื่นความร้อนในเนเธอร์แลนด์วันนี้ ถือว่าอยู่ในขั้นวิกฤต โดยสถาบันอุตุนิยมวิทยาแห่งเนเธอร์แลนด์ (KNMI) ได้ประกาศแจ้งเตือนภัยระดับสีแดง ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ หลังจากมีการคาดการณ์ว่าจะเกิดสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวอย่างหนัก โดยมีระดับความเครียดจากความร้อน (heat stress) อยู่ที่ระดับ 9 ถึง 10 และอุณหภูมิสูงสุดในบางพื้นที่อาจพุ่งสูงถึง 40 องศาเซลเซียส

    ที่มา https://watchers.news/2026/06/26/ne...treme-heat-as-temperatures-approach-40c-104f/

    credit video Natan Zwart IG
    https://www.instagram.com/reel/DaDpIvxM5Kt/?igsh=NTZjcWFjNGtubmlj

    #Nippononline

    https://www.facebook.com/share/r/18R9wCUgYq/
     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ทหารอเมริกันป่วยระนาว! หลัง"เฮกเซธ"สั่งยกเลิกบังคับฉีดวัคซีน อ้างเสรีภาพทางการแพทย์ ท้ายสุดกลับลำสั่งทหารใหม่ฉีดวัคซีนทุกนาย
    #Nippononline

    https://www.facebook.com/share/p/1Cfa5ChkaT/
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    หยุดยิงกี่โมง? สหรัฐฯโจมตีอิหร่านรอบสอง อิหร่านโต้กลับถล่มเป้าหมายสหรัฐฯใน คูเวตและ
    บาห์เรน!
    #Nippononline

    https://www.facebook.com/share/p/1EUXk7kmRE/
     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    คลิปเจรจารื้อลวดหนามที่ตาเมือนธมเมื่อปี 54 อยากเอามาเตือนคนไทยให้จดจำสิ่งเหล่านี้ไว้ครับ อย่าได้ลืม ใครเป็นคนสั่งรื้อรั้วลวดหนามจนเป็นเหตุให้เกิดเรื่องวุ่นวายจนถึงวันนี้

    ผมฟังรายการ Deep talk ของช่อง 8 สัมภาษณ์ท่าน พลโท กนก มีช่วงหนึ่งของรายการท่านกนกพูดถึงคลิปนี้ คลิปเจรจารื้อลวดหนาม

    ก่อนหน้าที่จะรบปี 54 และมีการรื้อลวดหนาม ท่าน พลโท กนก เล่าว่าลวดนามเดิมวางไว้ 2 ชั้น หากเขมรอยากมาเที่ยวต้องรับตั๋วจากทหารพรานที่อยู่ตรงประตูลวดหนาม

    มันเป็นสัญลักษณ์ว่าเขมรยอมรับว่าไทยคือเจ้าของปราสาท

    เมื่อรบปี 54 จบลง เป็นที่มาของคลิปนี้ ซึ่งคลิปนี้ผมได้เคยทำการเผยแพร่ไปก่อนหน้านี้แล้วครั้งหนึ่ง

    ในคลิปนายทหารฝั่งไทยมีการเจรจาตกลงกับไอ้เนี้ยะวง ตกลงให้ไทยรื้อลวดหนามออก และให้ส่งทหารเขมร ทหารไทย ฝ่ายละ 5 คน ไม่มีอาวุธ ขึ้นมายังตัวปราสาท

    ผมเชื่อเหลือเกินว่านายทหารชั้นผู้ใหญ่ทั้งสองท่านของไทยในคลิปนี้ ซึ่งขณะนั้นยังเป็นระดับผู้การน่าจะไม่ได้มีอำนาจที่จะสั่งรื้อรั้วลวดหนามเอง และไม่มีอำนาจเจรจาให้เขมรเข้ามาในตัวปราสาทซึ่งถือว่ามันคือดินแดนไทยได้

    มันต้องมีคำสั่งที่สั่งลงมาอีกที

    ผมว่าคนไทยก็อยากรู้คำตอบนะครับว่าใครเป็นคนสั่ง คำถามที่เราคนไทยไม่เคยได้รับคำตอบตั้งแต่รบกันรอบหนึ่ง สอง

    คนไทยคงไม่อยากถามท่านรองแม่ทัพ พลตรี ณัฏฐ์ ศรีอินทร์ หรอกครับ เพราะตอบไปท่านอาจจะมีปัญหาในการรับราชการของท่าน

    แต่คนที่คนไทยอยากได้ยินข้อมูลจากปากคือ รมต.กห. ท่าน พลโท อดุลย์

    ท่านอดุลย์ไหนๆเกษียณไปแล้วก็มารับใช้ชาติใหม่ในตำแหน่งทางการเมือง หากท่านจะช่วยไขข้อข้องใจของคนไทยคงเป็นพระคุณอย่างสูงครับ

    คนไทยอยากทราบว่าใครคือต้นตอในการสั่งรื้อรั้วลวดหนามที่ตาเมือนธม จุดเริ่มต้นของความวุ่นวายในวันนี้

    คนไทยจะได้ตาสว่างไม่ต้องเดาหรือสงสัยคนนั้นคนนี้ และที่สำคัญคนไทยจะได้ไม่ถูกนักการเมืองชั่วๆหลอกให้เลือกพวกขายชาติเข้าสภา

    หากท่านจะช่วยคนไทยจริงๆ ผมก็อยากขอวิงวอนนะครับ ขอให้ท่านออกมาพูดเถอะว่าใครเป็นคนสั่งการ

    https://www.facebook.com/share/v/1K7j2cBSgY/
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • a (1).mp4
      ขนาดไฟล์:
      5.5 MB
      เปิดดู:
      74
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ทหารไทยเรียบร้อยโรงเรียนเหมน ผมไม่ทราบนะคลิปเก่าหรือใหม่ แต่ถึงอย่างไรก็ไม่ควรโพสต์เลยครับ (ไอ้พวกอ่านโควต้า 5 บรรทัด หัดอ่านให้จบหน่อยนะก่อนเม้นท์ เบื่อวะ)

    เขมรไปดูดคลิปทหารไทยมาได้ ระบุว่าทหารไทยเอาอาวุธไปตั้งฐานในวัดหนองเม็ก มีบอกพิกัดพร้อม ก็เต็มๆครับคลิปนี้

    ตามข้อมูลนี้
    Video ថ្មី វត្តនេះឈ្មោះ วัดสำนักสงฆ์หนองเม็ก មានចម្ងាយពីតាថាវប្រហែល 5Km កន្លែងហ្នឹងវាតែងដាក់រថក្រោះ កាំភ្លើងធំ នឹងទាហានស្នាក់នៅទីនេះច្រើន . សូមជួយចាប់យកទីតាំងអោយបានផងកង Type 90B ទីតាំង : 14°28'48.78"N , 104°42'43.89"E

    วิดีโอใหม่ วัดแห่งนี้ชื่อว่า วัดสังข์หนองเม็ก อยู่ห่างจากตาเฒ่าประมาณ 5 กิโลเมตร มีรถถัง ปืนใหญ่ และทหารประจำการอยู่จำนวนมาก โปรดช่วยเราบันทึกตำแหน่งที่ตั้งด้วย รหัสพิกัด 90B พิกัด: 14°28'48.78"N
    104°42'43.89"E

    ถ้าเป็นคลิปใหม่ก็เหนื่อยละครับ ย้ายฐาน

    แต่ถ้าเป็นคลิปเก่า ถึงจะบอกว่าเป็นคลิปเก่าแล้ว หน่วยจะไม่เข้าไปพักอาศัยในวัดนี้แล้ว ก็ไม่ควรโพสต์อยู่ดี

    เพราะในอนาคตอะไรก็ไม่แน่นอน หน่วยคุณไม่ไป แต่ถ้าหน่วยอื่นไปตั้งที่นั่น เขาจะไม่ซวยหรอกหรือ

    ไหนเขมรก็จะจับทางทหารไทยได้ว่าเรามีแนวทางในการวางกำลังยังไง ชอบวางกำลังในวัด ในสถานที่แบบไหน พอมันจับทางได้ มันก็เอาโดรนบินมาดู แล้วพอรบกัน เดี๋ยวจรวดก็บินมาหาอีก

    ปล.ในคลิปมีดอกคูณมันก็คือหน้าร้อน ตอนนี้หน้าฝนครับ ถ้าไม่ใช่หน้าร้อนปีก่อน ก็หน้าร้อนปีนี้แหละพึ่งผ่านมาไม่กี่เดือน ถามว่าหน่วยนี้มาตั้งแต่หน้าร้อนปีก่อน ก่อนปะทะรอบ 1 เดือน ก.ค.เป็นไปได้ไหม หรือพึ่งมาช่วงหน้าร้อนปีนี้วิเคราะห์เอา

    https://www.facebook.com/share/r/18nA5fbvo3/
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • a (2).mp4
      ขนาดไฟล์:
      2.6 MB
      เปิดดู:
      60
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    การปิดด่านชายแดนทางบกจะทำให้เขมรศิโรราบกราบต่อไทยได้จริงหรือ? ก่อนอื่นต้องบอกว่าบทความนี้เพียงแค่อยากชี้ให้คนไทยเห็นว่า ความเชื่อที่ว่าถ้าเราปิดด่านนานมากพอ เขมรต้องดิ้นตายแล้วมาขอศิโรราบต่อไทย หรือสิ่งที่ทำอยู่มันแค่จะทำให้เขมรรู้สึกลำบากขึ้นนิดหน่อยเท่านั้น

    มาตรการปิดด่านทางบกในปัจจุบันของไทย มีความหมายว่าทั้งคนและสินค้าจะไม่สามารถผ่านไปได้ (ไม่รวมพวกลักลอบนะครับเดี๋ยวไว้ท้ายๆจะพูดถึง)

    นักวิชาการ แม้กระทั่งทหารหลายคนเชื่อว่า เมื่อเราปิดด่านไปเรื่อยๆนานมากพอ เขมรจะแพ้และยอมจำนน บางคนเชื่อมั่นมาก ถึงขนาดกำหนดเวลาที่เขมรจะล่มสลายไว้ด้วยซ้ำ

    ทีแรกก็บอกปลายปี 2025 เขมรจะเจ๊ง แล้วก็มาไม่พ้นเดือน3 เขมรเจ๊งแน่นอน แต่บัดนี้ครึ่งปี 2026 ละนะครับเขมรก็ยังอยู่ได้

    ผมไม่ได้บอกว่าการปิดด่านไม่ได้สร้างผลกระทบให้เขมรนะครับ มันสร้างผลกระทบจริง แต่ไม่ได้มากมายแบบที่คนไทยหลายคนคิดกันหรอก

    ตราบใดที่สินค้ายังส่งผ่านทะเลได้ ตราบใดที่ยังผ่านลาวไปต่อได้ มันก็แทบจะไม่ได้สร้างข้อแตกต่างอะไรเลย แค่ทำให้ค่าขนส่งแพงขึ้น เดินทางนานขึ้น ยุ่งยากขึ้นหน่อยเท่านั่นแหละ

    กลับกันการปิดด่านมันกลับทำให้ความต้องการในการข้ามแดนของผู้หลบหนีเข้าเมือง ตลอดจนความต้องการส่งสินค้าหนีภาษีให้มีมากขึ้น

    สิ่งนี้จะทำให้ผู้ที่ต้องการกระทำความผิดอาจจะติดสินบนเจ้าหน้าที่บางคนมากขึ้นกว่าเดิม หรือต้องจ่ายค่าจ้างจำนวนมากให้กับนายหน้าชาวไทยมากกว่าเดิมหรือไม่?

    สุดท้ายคนที่ได้ประโยชน์จากการปิดด่านก็หนีไม่พ้น พวกข้าราชการสีเทาสีดำบางคน กับพวกนายหน้าลิ่วล้อ

    แต่ผมไม่ได้บอกว่าเราควรเปิดด่านนะครับ แต่แค่ถามเพียงว่าสิ่งที่เราทำอยู่ที่ผู้ใหญ่ในบ้านเราเฝ้ากรอกหูประชาชนว่าเราจะปิดด่าน เป็นเพียงฉากละครหรือไม่

    และผมก็ไม่ได้ชี้นำให้ให้ปิดการขนส่งทางทะเลนะ ไม่ต้องมาดราม่า

    แต่เพียงย้ำว่าแค่มาตรการปิดด่านที่มีอยู่ในปัจจุบัน ที่คนไทยวาดฝันว่าเขมรมันต้องมาขอร้องจูบตีนคนไทยเพื่อให้เราเปิดด่าน เพราะเขมรกำลังจะอดตาย มันไม่มีจริงหรอกครับ

    ส่วนคนที่คิดว่าส่งไปขายเถอะของ มันไม่มีสินค้ายุทธปัจจัยก็พอ

    คำถามคือคุณรู้ได้ไงว่ามันไม่มียุทธปัจจัยส่งไปถึงเขมร? สินค้าที่คุณเห็นตามหน้าสื่อมันอาจจะไม่มีหรอกครับ

    แต่กี่ครั้งละครับที่มันปูดแดงขึ้นมาให้เห็น ถ้าคนเขมรไม่ถ่ายคลิปเรือไทยขนน้ำมันไปดูดกลางทะเลให้เขมร คุณและผมจะรู้ไหมว่ามันมีเรื่องแบบนี้ ไหนจะสานอินเตอร์เนตที่ต่อไปปอยเปต เรื่องน้ำมันกับเรื่องสายเนตก็เงียบไปละ คนไทยลืมงายครับ

    ก็สมกับที่เตียบันออกมาพูดเหน็บแนมไทย ว่าคนไทยมักพูดว่าเขมรจะต้องพังพินาศเพราะไทยปิดด่าน ทีแรกบอกภายในสิ้นปี แล้วก็เลื่อนเป็นต้นปีนี้ แล้วตอนนี้เป็นไงละครับ เขมรก็ยังอยู่

    การปิดด่านมันก็เป็นเพียงแค่สัญลักษณ์ที่รัฐบาลไทยทำขึ้นให้คนในประเทศสบายใจเท่านั่นแหละครับ

    อย่างที่บอกปิดด่านช่วยได้แค่ทำให้การส่งสินค้ามีต้นทุนสูงขึ้น ระยะทางยาวขึ้น ระยะเวลามากขึ้น ลำบากขึ้นเท่านั่นแหละครับ ซึ่งผมมองว่าถ้าเขมรจะเจ๊งจริง ตอนที่น้ำมันขาดแคลนไปทั่วโลกในวิกฤตการณ์อิหร่าน มันควรจะเจ๊งไปตั้งแต่ตอนนั้นละ

    การปิดด่านทำให้พวกผีพนันไปเล่นไม่ได้สะดวก แต่ถ้าจะเล่นจริงๆมันก็มีหนทางที่จะไป ถ้าคนมันจะไป

    การปิดด่านทำให้พวกคนหลบหนีเข้าเมืองยากขึ้น แต่ก็ยังสามารถหนีเล็ดรอดตามช่องทางต่างๆ ถึงจะกวดขันอย่างไรก็ตาม

    การปิดด่านทำให้ของหนีภาษีเข้าไทยยากขึ้น แต่ถ้าคนมันจะทำผิดจริงๆก็อย่างที่เราเห็น ช่องทางธรรมชาติมีมากมายครับ

    แต่อย่าลืมว่าอะไรที่ยาก ความต้องการยิ่งมาก การยัดเงินเจ้าหน้าที่บางคนก็มีสูงเป็นเงาตามตัว

    ที่เห็นทางการไทยจับได้ เอาตรงๆไม่รู้จัดฉากพอให้ดูว่าทำหน้าที่อย่างแข็งขัน

    หรือจะจับจริง กวดขันจริง ก็ตามแต่

    ไอ้ที่จับได้ออกสื่อ มันเป็นแค่ยอดของภูเขาน้ำแข็งครับ ส่วนไอ้ที่เป็นใต้ภูเขาน้ำแข็งที่เล็ดลอดเข้ามาในไทยได้ไม่รู้มากเท่าไหร่ รู้แต่ว่าประชาชนในหลายพื้นที่ก็ออกมาบอกละว่าแรงงานเขมรเริ่มกลับมาละ

    ผมคุยกับผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง ท่านบอกว่าหากคนไทยรักชาติมากกว่านี้ ประเทศเราคงจะดีกว่านี้

    อย่างที่ผมบอกแหละครับ หากเจ้าหน้าที่รัฐทำหน้าที่ของตนเองอย่างตั้งใจตั้งแต่ต้น คงไม่มีวันนี้ครับ วันที่เราต้องรบกับเขมร และทหารไทยต้องตายไปเกือบครึ่งร้อย บาดเจ็บอีกหลายร้อยคน

    https://www.facebook.com/share/p/1ddnDSCSoT/
     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    FB_IMG_1782614202540.jpg

    ตามข้อมูลของสำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ (USGS) ทั่วโลกมีแผ่นดินไหวเกิดขึ้นหลายล้านครั้งต่อปี แต่ส่วนใหญ่มีขนาดเล็กมากจนเราไม่รู้สึก โดยเครื่องมือสามารถตรวจจับแผ่นดินไหวได้ประมาณ 500,000 ครั้งต่อปี และมีเพียง 100,000 ครั้งเท่านั้นที่คนทั่วไปสามารถรู้สึกได้

    หากดูจากสถิติระยะยาวตั้งแต่ช่วงปี 1900 เป็นต้นมา แผ่นดินไหวขนาดใหญ่ (แมกนิจูด 7.0 ขึ้นไป) จะเกิดขึ้นเฉลี่ยประมาณ 15 ถึง 16 ครั้งต่อปี ซึ่งอัตราเฉลี่ยนี้ยังคงที่และไม่ได้เพิ่มสูงขึ้นเลยในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา

    การที่พื้นที่ต่างๆ เช่น แคลิฟอร์เนีย ญี่ปุ่น นิวกินี ฟิลิปปินส์ และเวเนซุเอลา เกิดแผ่นดินไหวในเวลาใกล้เคียงกัน ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าเหตุการณ์เหล่านี้มักเกิดขึ้นอย่างเป็นอิสระต่อกัน และการที่มันเกิดขึ้นไล่เลี่ยกันนั้นเป็นเพียงความบังเอิญทางสถิติ เนื่องจากพื้นที่เหล่านี้ต่างตั้งอยู่บนวงแหวนแห่งไฟ (Ring of Fire) หรือรอยต่อของเปลือกโลกที่มีกิจกรรมทางแผ่นดินไหวสูงเป็นประจำอยู่แล้ว
     
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    #ดราม่าร้อนในญี่ปุ่น หลังมีคำร้องขอให้โรงเรียนในเมืองสึคุบะ จ.อิบารากิ จัดหาอาหารกลางวันแบบฮาลาลสำหรับนักเรียนมุสลิม
    ⠀⠀
    ▪️ เมืองตอบว่า อาหารกลางวันโรงเรียนไม่ได้จัดขึ้นเพื่อเอื้อประโยชน์ให้ศาสนาใดศาสนาหนึ่ง และจะไม่ให้บริการอาหารที่รองรับวัฒนธรรมทางศาสนาเฉพาะ เช่น ฮาลาล

    ▪️ เมืองระบุว่า แม้มีผู้อยู่อาศัยหลายเชื้อชาติหลายวัฒนธรรม แต่โรงเรียนควรเป็นสถานที่ที่ทุกคนเรียนร่วมกันอย่างเท่าเทียม และเรียนรู้ความแตกต่างของวัฒนธรรม

    ▪️ อย่างไรก็ตาม เมืองมีมาตรการช่วยเหลือนักเรียนที่ไม่สามารถกินอาหารปกติได้ เช่น กรณีแพ้อาหาร โดยจัดวัน "กินอาหารกลางวันร่วมกัน" ปีละ 1 ครั้ง พร้อมเมนูพิเศษที่ไม่มีสารก่อภูมิแพ้ 28 รายการ

    ▪️ เมืองย้ำว่า ที่ผ่านมาได้รับคำขอจากหลายกลุ่มเกี่ยวกับความแตกต่างด้านวัฒนธรรมและวิถีชีวิต แต่แนวทางของโรงเรียนคือไม่จัดมาตรการพิเศษให้ศาสนาหรือวัฒนธรรมใดเป็นกรณีเฉพาะ

    สรุป
    เมืองสึคุบะ เลือกแนวทาง "ไม่ทำฮาลาลเฉพาะกลุ่ม" แต่ใช้หลักให้ทุกคนเข้าถึงอาหารกลางวันร่วมกันผ่านมาตรการทั่วไป เช่น การรองรับอาการแพ้อาหารแทน

    ที่มา https://www.city.tsukuba.lg.jp/soshikikarasagasu/shichokoshitsukochoshitsu/gyomuannai/1/1009901.html

    https://www.facebook.com/share/1GwUWasRgc/
     
  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    #ข่าวร้อนในญี่ปุ่น ญี่ปุ่นกำลังเผชิญ สถานการณ์ผิดปกติจากไต้ฝุ่น 2 ลูก - 7 และ 8 พร้อมกัน

    แม้ ไต้ฝุ่นลูก 8 จะเคลื่อนออกสู่ทะเลฝั่งตะวันออกแล้ว แต่ ไต้ฝุ่นลูก 7 กำลังเข้าใกล้ภูมิภาค โทไกและคันโต ทำให้หลายพื้นที่เข้าสู่ รอบที่ 2 ของฝนตกหนักและลมแรง

    ความเสียหายที่เกิดขึ้น
    ▪️ จ.ยามากุจิ
    เกิดดินถล่มในเมืองฮิราโอะ (Hirao)
    ชายวัย 70 ปี ถูกดินถล่มทับ สูญหาย/ติดอยู่ในพื้นที่
    ทางจ.ขอให้กองกำลังป้องกันตนเองญี่ปุ่น เข้าช่วยค้นหาและกู้ภัย

    ▪️ จ.ชิบะ
    ไต้ฝุ่น 8 เข้าใกล้มากที่สุดช่วงเช้ามืด
    เมืองคัตสึอุระ วัดลมกระโชกแรงสุดได้ 29.1 เมตร/วินาที
    เมืองโชชิ มีฝนสะสม 24 ชั่วโมง 193.5 มม. สูงที่สุดของประเทศ
    หลายพื้นที่เกิดน้ำท่วมขังชั่วคราว

    เตรียมรับไต้ฝุ่นลูกที่ 2
    ▪️ ที่ทำการไปรษณีย์ใน จ.ชิบะ นำ กระสอบทราย และ แผงกั้นน้ำ มาติดตั้งเพื่อป้องกันน้ำท่วม
    ▪️ แม้ฝนจะซาลงช่วงหนึ่ง แต่ตั้งแต่เที่ยงวัน ฝนกลับมาตกหนักอีกครั้งจากอิทธิพลของไต้ฝุ่นลูก 7
    ▪️ ผู้ขับขี่หลายพื้นที่ระบุว่า ฝนตกหนักจนต้องเปิดที่ปัดน้ำฝนแรงสุด และน้ำจากไหล่เขาไหลลงสู่ถนนจำนวนมาก

    ▪️ คานางาวะได้รับผลกระทบ
    เมืองโยโกฮามะ ฝนตกหนักจนแทบมองไม่เห็น Yokohama Landmark Tower
    ประชาชนกังวลว่าหากรถไฟหยุดวิ่งจะไม่สามารถเดินทางกลับบ้านได้

    ▪️ ถนนทรุดตัว
    ที่ Inamuragasaki เมือง Kamakura พบทางเท้าทรุดตัว
    ยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บ แต่เจ้าหน้าที่กำลังเร่งซ่อมแซมท่ามกลางฝนตก
    ⠀⠀
    คำเตือนล่าสุด
    ขณะนี้ ภูมิภาคคันโต กำลังอยู่ในช่วงที่ฝนและลมแรงที่สุด
    กรมอุตุเตือนให้เฝ้าระวังอย่างเข้มงวด
    ▪️ ดินถล่ม
    ▪️ น้ำท่วมฉับพลัน
    ▪️ น้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่ม
    ▪️ แม่น้ำเอ่อล้นตลิ่ง

    ที่มา


    https://www.facebook.com/share/p/1Cbwi5KiSF/
     
  18. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    #ข่าวร้อนในญี่ปุ่น Tokaido Shinkansen ระงับการเดินรถชั่วคราว หลังเกิดแผ่นดินไหวที่ จ.ยามานาชิ

    ▪️ ระบบป้องกันภัยแผ่นดินไหวของรถไฟทำงานอัตโนมัติ เพื่อความปลอดภัย
    ▪️ ขบวนขาขึ้น หยุดให้บริการช่วง ชิซูโอกะ - โตเกียว
    ▪️ ขบวนขาลง หยุดให้บริการช่วง โตเกียว - ฮามามัตสึ
    ▪️ JR โทไค ระบุว่า ต้องใช้เวลาตรวจสอบก่อนกลับมาเดินรถได้อีกครั้ง
    ▪️ ผดส.ได้รับผลกระทบจากการหยุดเดินรถแบบไม่มีกำหนดเวลาในขณะนี้

    ที่มา https://news.yahoo.co.jp/articles/860dacfa99ade022d13caca6b056ba7f865c0a03

    https://www.facebook.com/share/p/18u2PsTe87/
     
  19. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ความเสี่ยงการคลัง (1) : ขึ้น VAT ปั๊ม 2.3 แสนล้าน
    . FB_IMG_1782615116225.jpg
    | ประเด็นสืบสวน | เปิดรายงานความเสี่ยงการคลังฉบับล่าสุด “เอกนิติ” บรรจุแผนทยอยปรับขึ้น VAT เป็น 10% ในปี ’73 ปั๊มรายรายได้เข้าคลัง 2.3 แสนล้านบาท เจ็บแต่จบ!
    .
    ทันทีที่ ‘ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ’ รับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังครั้งแรกในเดือนกันยายน 2568 ท่ามกลางความน่าเชื่อถือของไทยกำลังถูกจับตามองและมีความเสี่ยงต่อการจัดอันดับอย่างมาก ต่อมา Fitch Ratings ประกาศเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2568 เปลี่ยนมุมมองต่อประเทศไทยจาก “Stable” กลายเป็น “Negative Outlook” หรือแนวโน้มเชิงลบ เนื่องจากความเสี่ยงทางการคลังที่เพิ่มขึ้น ความไม่แน่นอนทางการเมือง และแรงกดดันทางเศรษฐกิจ
    .
    คำว่า “เชิงลบ” ในโลกของการเงิน ไม่ใช่แค่ตัวอักษร แต่คือสัญญาณเตือนภัย “ถ้าไม่ทำอะไร หนี้สินของเราก็อาจบานเบอะ” เมื่ออันดับเครดิตลดลง ต้นทุนการกู้ยืมเงินทั้งของรัฐบาลและเอกชนจะสูงขึ้นทันที และกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนตามมา รวมทั้งขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศด้วย
    .
    ภารกิจแรกของ ดร.เอกนิติ จึงไม่ใช่การแก้ตัว แต่เป็นการ “แก้เกม” แบบเชิงรุก โดยส่งสัญญาณไปถึงโลกการเงินด้วย “ความจริงใจ” ผ่านการควักกระเป๋า 35,000 ล้านบาท เอามาจ่ายหนี้คืนธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ “ธ.ก.ส.” ในวันที่ 30 กันยายน 2568 พร้อมกับจัดทำแผนการคลังระยะปานกลาง หรือ “MTFF” ของปีงบประมาณ 2570–2573 ออกมาเป็นกติกาเหล็ก กำหนดเป้าหมายในการควบคุมสัดส่วนการขาดดุลงบประมาณต่อ GDP ไม่เกิน 3% ภายในปี 2572 และการรักษาวินัยหนี้สาธารณะไม่ให้เกิน 70% ของ GDP
    .
    เพื่อจะบอกกับทุกคนว่า “รัฐบาลเอาจริงกับการรักษาวินัยการคลังอย่างเคร่งครัด”
    .
    แม้ในช่วง 7 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 รัฐบาลจะสามารถจัดเก็บรายได้สูงกว่าเป้าหมาย 2.1% แต่ยังพึ่งพาการกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุล หากไปดูตัวเลขฐานะการคลังในช่วง 7 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 ได้กู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลไปแล้วกว่า 719,129 ล้านบาท
    .
    จากรายงานความเสี่ยงทางการคลัง ประจำปีงบประมาณ 2568 และมุมมองระยะปานกลาง สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง ให้ข้อมูลว่าสิ่งที่น่ากังวลที่สุดตอนนี้ไม่ใช่แค่เรื่องหนี้ แต่คือ “ความสามารถในการหารายได้” ของรัฐบาลเริ่มถดถอย
    .
    ถ้าเราดูตัวเลขสัดส่วนรายได้ต่อ GDP ของไทย จะเห็นว่ากำลัง “ไหลลง”อย่างต่อเนื่อง จากที่เคยพุ่งสูงถึง 16.69% ในปี 2559 ตอนนี้เหลือแค่ 14.96% แล้ว นี่คือสัญญาณเตือนว่า “รายได้รัฐบาลโตไม่ทันกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ”
    .
    อ่านรายละเอียดฉบับเต็มได้ที่ [คอมเมนต์]
    .

    ความเสี่ยงการคลัง (1) : ขึ้น VAT ปั๊ม 2.3 แสนล้าน

    คลิก https://thaipublica.org/2026/06/thailand-fiscal-risk-vat-increase/

    #ความเสี่ยงการคลัง #ขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม #VAT #เอกนิตินิติทัณฑ์ประภาศ #รัฐบาลอนุทิน #ไทยพับลิก้า #Thaipublica

    #ความเสี่ยงการคลัง #ขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม #VAT #เอกนิตินิติทัณฑ์ประภาศ #รัฐบาลอนุทิน #ไทยพับลิก้า #Thaipublica

    https://www.facebook.com/share/p/18ogkVGkHE/
     
  20. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    Chris Martenson มองตลาดน้ำมัน: ความสงบในเวลานี้อาจเป็นเพียงการนับถอยหลัง และเวลาที่เหลือกำลังเป็นฝ่ายกดดันสหรัฐฯ

    Chris Martenson มองว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในตลาดน้ำมันขณะนี้ไม่ใช่สัญญาณของความมั่นคง แต่เป็นช่วงเวลาของการนับถอยหลัง ซึ่งเวลาที่เหลืออยู่กำลังกลายเป็นแรงกดดันต่อรัฐบาลสหรัฐฯ

    ในมุมมองของเขา ตัวเลขต่าง ๆ เป็นสิ่งที่บอกเรื่องราวได้ดีที่สุด

    Martenson อธิบายถึงสถานะของ คลังสำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์ของสหรัฐ (Strategic Petroleum Reserve: SPR) ว่า

    ขึ้นอยู่กับว่ากระทรวงกลาโหมสหรัฐกำหนดระดับสำรองขั้นต่ำไว้เท่าใด สหรัฐฯ อาจเหลือน้ำมันที่สามารถนำออกมาใช้ได้อีกเพียง ประมาณ 2–14 สัปดาห์ หากยังคงระบายออกในอัตราปัจจุบัน

    ขณะเดียวกัน

    ความต้องการใช้น้ำมันยังไม่ได้ลดลง
    ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงยังไม่สูงพอที่จะทำให้การบริโภคชะลอตัว
    แต่ปริมาณอุปทานในตลาดโลกยังขาดหายไปหลายล้านบาร์เรลต่อวัน

    จากปัจจัยเหล่านี้ เขามองว่า ราคาน้ำมันควรจะพุ่งขึ้นอย่างรุนแรง

    แต่ความเป็นจริงกลับตรงกันข้าม

    ราคาน้ำมันกลับอ่อนตัวลง ขณะที่นักเก็งกำไรเปิดสถานะขาย (Short Position) ในระดับสูงเป็นประวัติการณ์

    Martenson ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า เขาไม่สามารถอธิบายสาเหตุของความผิดปกตินี้ได้ทั้งหมด

    อย่างไรก็ตาม เขาเห็นว่าความหมายในเชิงยุทธศาสตร์นั้นชัดเจน

    อิหร่านอาจเลือกใช้กลยุทธ์ "รอเวลา"

    เพียงปล่อยให้น้ำมันบางส่วนยังไม่สามารถส่งออกผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ได้ตามปกติ พร้อมปล่อยให้สหรัฐฯ ค่อย ๆ ใช้น้ำมันสำรองของตนเองไปเรื่อย ๆ

    หากเป็นเช่นนั้น แรงกดดันก็จะตกอยู่กับฝ่ายสหรัฐฯ มากกว่าฝ่ายอิหร่าน

    Martenson ยังอ้างคำกล่าวของ ซุนวู (Sun Tzu) ที่ว่า

    "อย่าขัดขวางศัตรูในขณะที่เขากำลังทำผิดพลาด"

    เขามองว่า หากจีนและอิหร่านกำลังวิเคราะห์ข้อมูลชุดเดียวกัน กลยุทธ์ที่ชาญฉลาดอาจเป็นการปล่อยให้สหรัฐฯ ใช้ทรัพยากรสำรองของตนเองจนลดลง ก่อนจะสร้างแรงกดดันเพิ่มเติมในภายหลัง

    บทสรุป

    Martenson สรุปว่า ในสถานการณ์ปัจจุบัน แทบไม่มีทางเลือกใดที่จะนำไปสู่ "ชัยชนะที่สมบูรณ์" ได้อีกแล้ว

    ในมุมมองของเขา ทางเลือกที่สร้างความเสียหายน้อยที่สุด คือการที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ถอนตัวจากสถานการณ์นี้ก่อนที่เวลาจะหมดลง

    https://www.facebook.com/share/p/1EUYXosb1s/
     

แชร์หน้านี้

Loading...