ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    **【จีนแฉขบวนการขาย “ใบหมอ” — 6 สถาบันติวสอบแพทย์รับทำหมอปลอม นักข่าวจ่าย 1 หมื่นหยวน วันรุ่งขึ้นขึ้นทะเบียนเป็น “แพทย์” บนเว็บรัฐได้ทันที】**


    สื่อฮ่องกง “ซิงเตา เฮดไลน์” (Sing Tao Headline) อ้างอิงการสืบสวนแบบลงพื้นที่สวมรอย (undercover) ของสำนักข่าวจีน “เฟิงเมี่ยน” (Cover News) เปิดโปงขบวนการขาย “ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพแพทย์ปลอม” อย่างเป็นระบบในจีน โดยพบสถาบัน “ติวสอบแพทย์” อย่างน้อย 6 แห่งในมณฑลส่านซี เสฉวน และอานฮุย รับจ้างทำให้คนที่ไม่มีพื้นฐานทางการแพทย์เลย กลายเป็น “แพทย์ผู้ประกอบวิชาชีพ” ที่ขึ้นทะเบียนกับรัฐได้จริง


    **คน “สามไม่มี” กลายเป็นแพทย์ — ค่าตัว 2 หมื่นถึง 3.5 แสนหยวน**

    สถาบันเหล่านี้รับลูกค้าที่เป็นคน “สามไม่มี” คือ ไม่มีวุฒิการศึกษาด้านการแพทย์ ไม่มีประสบการณ์ประกอบวิชาชีพ และไม่มีประวัติการทำงาน แล้วใช้วิธีปลอมเอกสารวุฒิการศึกษาและแฟ้มประวัติการทำงาน เพื่อให้ผ่านเข้าสู่ระบบและได้ใบรับรองแพทย์ 2 ใบ (ใบคุณวุฒิแพทย์และใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ) โดยค่าบริการอยู่ระหว่าง 21,800 หยวน ถึง 350,000 หยวน (ราว 110,000 ถึง 1.7 ล้านบาท) ต่อคน ใบรับรองเหล่านี้ส่วนใหญ่ไหลเข้าสู่คลินิกขนาดเล็กและคลินิกความงามทางการแพทย์


    **นักข่าวจ่ายมัดจำ 1 หมื่น วันรุ่งขึ้นกลายเป็น “ศัลยแพทย์” ที่เซี่ยงไฮ้**

    ในการสวมรอย นักข่าวจ่ายเงินมัดจำ 10,000 หยวน (ราว 50,000 บาท) ให้สถาบันแห่งหนึ่งในเมืองหวยหนาน มณฑลอานฮุย ปรากฏว่าในวันถัดมา ข้อมูลของนักข่าวขึ้นทะเบียนบนเว็บไซต์ทางการของคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีน (National Health Commission) ในฐานะ “ศัลยแพทย์ที่ประกอบวิชาชีพมาแล้ว 2-3 ปี” สังกัดคลินิกแห่งหนึ่งในเซี่ยงไฮ้ และยังตรวจสอบพบข้อมูลดังกล่าวบนเว็บได้จริงในอีกหลายวันต่อมา


    **อ้างมี “เส้น” ในระบบรัฐ — ทำเอกสารแบบ “ไม่กลัวตรวจย้อนหลัง”**

    สถาบัน “จ่างจงซู” ในซีอาน ซึ่งมีพนักงานราว 600 คน อ้างว่าสามารถทำแฟ้มประวัติผู้ช่วยแพทย์ครบ 5 ปีให้คนไม่มีพื้นฐาน ในราคาคนละราว 17,800 หยวน และทำได้นับร้อยคนต่อปี ขณะที่บางสถาบันถึงขั้นเสนอ “ช่องทางพิเศษ” ราคา 39,800 หยวน โดยอ้างว่าไม่ต้องเรียน ไม่ต้องสอบ เพียงเดินทางไปซีอาน 3 วัน ก็จะมีเจ้าหน้าที่ล็อกอินเข้าระบบหลังบ้านเพื่อบันทึกใบหน้า ลายนิ้วมือ และคะแนนให้ บางสถาบันยังโฆษณาว่าทำได้กว่า 20,000 ชุดต่อปี อัตราผ่านเกณฑ์เกินร้อยละ 95 (ทั้งหมดนี้เป็นคำกล่าวอ้างของผู้ขายเอง)


    **ผลทางกฎหมาย: บริษัทถูกปิดผนึก ผู้บริหารถูกจับกุม**

    ล่าสุด สถาบัน “เจียเฉิง เอ็ดดูเคชั่น” ในเมืองหวยหนานถูกตำรวจเข้าตรวจค้นและปิดผนึก ผู้บริหารแซ่หูและพนักงานหลักถูกควบคุมตัวในข้อหาฉ้อโกง ขณะที่คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีนได้เข้าสอบสวน และหน่วยงานสาธารณสุขระดับมณฑลของอานฮุยและส่านซีร่วมกับหลายหน่วยงานกำลังขยายผลต่อ


    **มุมเตือนคนไทย**

    กรณีนี้สะท้อนช่องโหว่ในระบบออกใบอนุญาตแพทย์ของจีน และชี้ให้เห็นว่า ข้อมูลที่ปรากฏบนเว็บไซต์ทางการหรือใบรับรองที่ “ตรวจสอบได้” อาจไม่ได้มาจากการเรียนและการสอบจริงเสมอไป สำหรับคนไทยที่จะไปรับการรักษาในจีน หรือใช้บริการคลินิก/คลินิกความงามที่มีแพทย์จีน ควรตรวจสอบคุณวุฒิและใบอนุญาตอย่างละเอียดรอบคอบ


    **ที่มา:** Sing Tao Headline (星島頭條), Cover News (封面新闻)

    https://www.facebook.com/share/p/1BSPo9ZjxK/
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    【เศรษฐกิจชะลอตัว จีนปรับวิธี “วัดผลงาน” ข้าราชการท้องถิ่น — บทวิเคราะห์ชี้ ตัวเลขจีดีพีไม่พออีกต่อไป】


    เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน เว็บไซต์ The Diplomat เผยแพร่บทวิเคราะห์ระบุว่า การรณรงค์ “การสร้างและปฏิบัติตามมุมมองผลงานทางการเมืองที่ถูกต้อง” ที่พรรคคอมมิวนิสต์จีนผลักดันในช่วงนี้ ไม่ใช่การเรียนรู้ทางการเมืองตามปกติ แต่เป็นการปรับโครงสร้างระบบบริหารท้องถิ่นครั้งใหม่ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว


    บทวิเคราะห์มองว่า ตลอด 40 ปีที่ผ่านมา ความชอบธรรมในการปกครองของพรรคคอมมิวนิสต์จีนตั้งอยู่บนการเติบโตทางเศรษฐกิจในระดับสูงเป็นหลัก ข้าราชการท้องถิ่นจึงสร้างผลงานผ่านตัวชี้วัดอย่างการเติบโตของจีดีพี การดึงดูดการลงทุน การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานเป็นสำคัญ


    แต่เมื่อเศรษฐกิจจีนชะลอตัว การคลังท้องถิ่นตึงตัว หนี้สินพอกพูน และสังคมเรียกร้องบริการสาธารณะที่ดีขึ้น ระบบประเมินผลแบบเดิมจึงค่อยๆ เปลี่ยนไป


    **จากแข่ง “ปั้นจีดีพี” สู่ “ทำตามคำสั่งส่วนกลาง”**

    บทวิเคราะห์ชี้ว่า ส่วนกลางของพรรคคอมมิวนิสต์จีนกำลังนิยามใหม่ว่าอะไรคือ “ผลงานทางการเมือง” จากเดิมที่ข้าราชการแข่งกันว่าใครทำจีดีพีได้สูงกว่า ปัจจุบันน้ำหนักการประเมินค่อยๆ เปลี่ยนไปสู่ การพัฒนาคุณภาพสูง ความเป็นอยู่ของประชาชน การป้องกันความเสี่ยง ผลสัมฤทธิ์ของการพัฒนาระยะยาว วินัยทางการเมือง และความเข้มข้นในการปฏิบัติตามนโยบายส่วนกลาง


    ในช่วงหลัง สี จิ้นผิง เน้นย้ำหลายครั้งว่า ผลงานของข้าราชการต้อง “ผ่านการพิสูจน์จากการปฏิบัติ ประชาชน และประวัติศาสตร์” และการประเมินข้าราชการ “ขึ้นอยู่กับคำชื่นชมของประชาชนเป็นสำคัญ” บทวิเคราะห์มองว่า นี่หมายความว่าจุดแข่งขันของข้าราชการท้องถิ่นในอนาคต จะค่อยๆ เปลี่ยนจาก “การทำตัวเลขเศรษฐกิจ” ไปสู่ “การปฏิบัติตามแผนของส่วนกลาง” และยังเป็นการแก้ปัญหาเดิม เช่น การลงทุนแบบไร้ทิศทาง การก่อหนี้มาสร้างโครงการ การปลอมแปลงข้อมูล และการสร้าง “โครงการสร้างภาพ”


    **ขยายสู่มิติอุดมการณ์ — โยงกฎหมายชาติพันธุ์**

    ที่น่าจับตาคือ การปรับครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การบริหารเศรษฐกิจ แต่ขยายไปถึงมิติอุดมการณ์ด้วย บทวิเคราะห์ยกตัวอย่างกฎหมายส่งเสริมความสามัคคีและความก้าวหน้าของกลุ่มชาติพันธุ์ (Law on Promoting Ethnic Unity and Progress) ที่กำลังจะมีผลบังคับใช้ โดยระบุว่า ในอนาคตข้าราชการท้องถิ่นไม่เพียงต้องผลักดันการพัฒนาเศรษฐกิจ แต่ยังต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของส่วนกลางเรื่องอัตลักษณ์ชาติพันธุ์และการประชาสัมพันธ์ทางวัฒนธรรม โดยพิพิธภัณฑ์และสถาบันทางวัฒนธรรมจะถูกใช้ทำหน้าที่เชิงอุดมการณ์มากขึ้น


    **เพิ่มการกำกับ-ตรวจสอบ แต่เสี่ยงเกิด “การบริหารแบบสร้างภาพ” รูปแบบใหม่**

    ขณะเดียวกัน ส่วนกลางจะเสริมการกำกับผ่านการตรวจตรา การตรวจสอบบัญชี คณะกรรมการตรวจสอบวินัย และการสอบสวนทุจริต พร้อมเดินหน้าแก้ไขด้วยรูปแบบ “เรียนรู้-ตรวจสอบ-แก้ไข” รวมถึงนำกลไกรับฟังความเห็นประชาชน เช่น แบบสอบถามออนไลน์และสายด่วน มาเป็นปัจจัยประกอบการประเมิน แต่บทวิเคราะห์เห็นว่า การมีส่วนร่วมของประชาชนนี้ยังอยู่ภายใต้กรอบที่พรรคคอมมิวนิสต์จีนเป็นผู้กำหนด


    The Diplomat มองว่า แม้การปฏิรูปนี้อาจลดโครงการสร้างภาพ การก่อสร้างซ้ำซ้อน และการก่อหนี้เพื่อดันจีดีพีลงได้ แต่ภายใต้การตรวจสอบที่เข้มงวดขึ้น ข้าราชการท้องถิ่นอาจระมัดระวังมากขึ้น เน้นทำตามขั้นตอนและจัดทำเอกสารให้ครบ มากกว่าจะกล้าเสี่ยงหรือผลักดันนวัตกรรม และสุดท้ายการแข่งขันสร้างผลงานอาจเพียงเปลี่ยนรูปจาก “จีดีพี” ไปสู่การ “แสดงผลงาน” รอบใหม่ ภายใต้ตัวชี้วัดใหม่อย่างการพัฒนาคุณภาพสูงและความพึงพอใจของประชาชนแทน


    **ที่มา:** The Diplomat (Omkar Bhole และ Chitra Nair)

    https://www.facebook.com/share/p/1E7szZttaf/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    【ที่ปรึกษารัฐบาลจีนจี้แก้เศรษฐกิจ “สองความเร็ว” เตือนเงินฝืดเรื้อรังบั่นทอนนวัตกรรม — เสนอขึ้นบำนาญชนบท 5 เท่า】


    “ประเทศที่จมอยู่ในภาวะเงินฝืด ย่อมไม่อาจสร้างนวัตกรรมทางเทคโนโลยีที่แท้จริงได้”


    เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน ในเวทีสัมมนาเศรษฐกิจมหภาคจีน (China Macroeconomy Forum) หวง ไห่โจว ที่ปรึกษาธนาคารกลางจีน (PBOC) ระบุว่า การอยู่ในสภาวะเงินฝืดเป็นเวลานานจะบั่นทอนแรงจูงใจในการสร้างนวัตกรรมของภาคธุรกิจ และไม่เป็นผลดีต่อความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี จึงควรผลักดันให้เศรษฐกิจมหภาคกลับเข้าสู่ภาวะเงินเฟ้อระดับอ่อนๆ


    **เศรษฐกิจ “ร้อน-เย็นไม่เท่ากัน” แยกตัวเป็นรูปตัว K**

    ตามรายงานของสำนักข่าวบลูมเบิร์ก (Bloomberg) ที่ปรึกษารัฐบาลจีนหลายรายในเวทีดังกล่าวเรียกร้องให้เร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่ “ร้อน-เย็นไม่เท่ากัน” ปัจจุบันบางอุตสาหกรรม เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) การผลิตขั้นสูง และการส่งออก ยังเติบโตได้เร็ว แต่การบริโภคของภาคครัวเรือนกลับอ่อนแอต่อเนื่อง และแรงกดดันจากภาวะเงินฝืดยังคงอยู่ ส่งผลให้เศรษฐกิจมีลักษณะ “แยกตัวรูปตัว K” (K-shaped) อย่างชัดเจน


    **ข้อเสนอบนเวที: กระจายผลได้จาก AI — ดันบำนาญจาก 200 เป็น 1,000 หยวน**

    หลิว ชิง อาจารย์มหาวิทยาลัยประชาชนจีน เสนอให้มีการหารืออย่างเปิดเผยว่า ผลประโยชน์ที่เกิดจาก AI ควรถูกแบ่งสรรอย่างไร เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ความมั่งคั่งกระจุกตัวอยู่กับคนกลุ่มน้อยมากขึ้น


    ด้านหลิว ซื่อจิ่น อดีตรองผู้อำนวยการศูนย์วิจัยการพัฒนาแห่งคณะรัฐมนตรีจีน และอดีตกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลาง เสนอให้นำเงินกระตุ้นเศรษฐกิจกว่าครึ่งหนึ่งไปใช้แก้ปัญหาความไม่สมดุลระหว่างอุปสงค์-อุปทาน พร้อมขึ้นเงินบำนาญพื้นฐานของประชากรในชนบทและคนเมืองที่ไม่มีงานทำ จากปัจจุบันราวเดือนละ 200 หยวน เป็น 1,000 หยวน เพื่อเพิ่มกำลังซื้อให้ประชาชน


    ทั้งนี้ บลูมเบิร์กอ้างการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์ว่า อัตราการเติบโตของจีดีพีจีนในไตรมาส 2 ปีนี้ คาดว่าจะชะลอลงเหลือราวร้อยละ 4.6


    **ที่มา:** Bloomberg

    https://www.facebook.com/share/p/1Cci6dCxkd/
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    **【เครื่องบินพุ่งชน “อาคารซีติก” ตึกสูงสุดปักกิ่ง — อดีตหัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์จีนของ CIA ชี้ สี จิ้นผิง จะ “คิดถึงสถานการณ์เลวร้ายที่สุดทันที”】**


    เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน เกิดเหตุเครื่องบินขนาดเล็กพุ่งชนอาคารซีติก (CITIC Tower) หรือที่รู้จักในชื่อ “ไชน่า จุน” (China Zun) ซึ่งเป็นอาคารที่สูงที่สุดในกรุงปักกิ่ง ตั้งอยู่ย่านศูนย์กลางธุรกิจ และเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของกลุ่มซีติก (CITIC Group) รัฐวิสาหกิจยักษ์ใหญ่ด้านการเงินของจีน เหตุการณ์ทำให้นักบินเสียชีวิต และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 13 ราย


    ภายหลังเหตุการณ์ดังกล่าว เดนนิส ไวล์เดอร์ (Dennis Wilder) อดีตหัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์จีนของสำนักข่าวกรองกลางสหรัฐฯ (CIA) ออกมาให้ความเห็นว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง จะ “คิดถึงสถานการณ์เลวร้ายที่สุดในทันที”


    **ไวล์เดอร์ชี้ “สีจะปกปิด-รัดกุมความมั่นคง-ปลดคนรับผิดชอบ”**

    ไวล์เดอร์ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทมส์ (Financial Times) ว่า ผู้นำจีนจะทำทุกวิถีทางเพื่อปกปิดเหตุการณ์ พร้อมยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัย และมีแนวโน้มจะปลดผู้ที่รับผิดชอบในการอนุญาตให้เที่ยวบินนี้ทำการบิน เพราะกังวลว่าเหตุการณ์อาจเป็นฝีมือของ “มือสังหาร”


    **ทางการเร่งลบข่าว-ปิดข้อมูลบนโลกออนไลน์จีน**

    ในช่วงแรกสื่อจีนไม่รายงานเหตุการณ์ ภาพและคลิปบนโซเชียลมีเดียถูกลบอย่างรวดเร็ว และมีการสั่งให้ผู้ที่ถ่ายภาพ ณ ที่เกิดเหตุลบทิ้ง ก่อนที่ทางการจะออกแถลงการณ์ยืนยันในเวลาต่อมา โดยไม่ระบุชื่ออาคาร ตัวนักบิน หรือสาเหตุ ทั้งนี้ น่านฟ้าเหนือใจกลางกรุงปักกิ่งเป็นเขตควบคุมการบินที่เข้มงวดที่สุดแห่งหนึ่งของจีน การที่เครื่องบินเบาเข้ามาในพื้นที่จึงถือเป็นเรื่องผิดปกติอย่างยิ่ง


    **ที่มา:** Financial Times, CNN, NBC News, Newsweek

    https://www.facebook.com/share/p/1D1AG6wFy2/
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    **【สื่อทางการจีนเตือน ความสัมพันธ์จีน-อียู เสี่ยงดิ่งสู่ “จุดเยือกแข็ง” เซ่นปมการค้า】**


    เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน สำนักข่าวบลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า ก่อนการเจรจาการค้ารอบใหม่ระหว่างจีนกับสหภาพยุโรป (อียู) สื่อทางการของจีนได้เผยแพร่บทความวิจารณ์ฝ่ายอียูว่า “ขาดความจริงใจ” พร้อมเตือนว่า หากความขัดแย้งระหว่างสองฝ่ายยังคงขยายตัวต่อเนื่อง ความสัมพันธ์จีน-อียูอาจดิ่งลงสู่ “จุดเยือกแข็ง”


    ปัจจุบัน ข้อพิพาทระหว่างสองฝ่ายกระจุกตัวอยู่ในด้านการค้าเป็นหลัก


    **อียูชี้สินค้าจีนทะลักตลาด เร่งยกระดับเกราะป้องกันการค้า**

    ฝ่ายอียูเห็นว่า สินค้าจากจีน ทั้งรถยนต์ไฟฟ้า เหล็ก และแผงโซลาร์เซลล์ ไหลเข้าสู่ตลาดยุโรปเป็นจำนวนมาก โดยได้รับแรงหนุนจากการอุดหนุนของภาครัฐและกลยุทธ์ตั้งราคาต่ำ จนส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมภายในของยุโรป อียูจึงวางแผนยกระดับมาตรการป้องกันทางการค้าให้รัดกุมยิ่งขึ้น


    **จีนไม่พอใจมาตรการสกัดรถ EV จี้ปมแร่หายาก**

    ด้านจีนแสดงความไม่พอใจต่อมาตรการที่อียูใช้จำกัดรถยนต์ไฟฟ้าจากจีน ขณะเดียวกันก็มองว่า อียูด้านหนึ่งเพิ่มความเข้มงวดในการจำกัดทางการค้า แต่อีกด้านหนึ่งกลับต้องการให้จีนรับประกันการจัดหาวัตถุดิบสำคัญอย่างแร่หายาก (rare earths) ทำให้ความเห็นต่างในประเด็นเหล่านี้ยังคงดำรงอยู่ต่อไป


    **ที่มา:** Bloomberg

    https://www.facebook.com/share/p/1D5g3sVBWG/
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    จับตา "ตลาดหุ้นโลก"
    ช่วงเปิดตลาดวันพรุ่งนี้

    หลังการปะทะระหว่าง
    "สหรัฐ-อิหร่าน"
    รุนแรงขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์

    https://www.facebook.com/share/p/1F9d3CCc8h/
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ⚡ เสียบปุ๊บ สปาร์คปั๊บ ทำไมเวลาเสียบปลั๊กพัดลมหรือโน้ตบุ๊ก ชอบมี "ไฟแลบแป๊ะ" ออกมาเตือนใจ? มันอันตรายไหม?**

    เคยเป็นไหม? เวลาจะเสียบปลั๊กชาร์จโน้ตบุ๊ก หัวชาร์จมือถือ หรือปลั๊กพัดลมทีไร พอขาโลหะกำลังจะมุดเข้าเต้ารับปุ๊บ... **"แป๊ะ!"** มีประกายไฟสีฟ้าแลบแปลบปลาบออกมาทักทายจนต้องสะดุ้งชักมือกลับทุกที บางคนถึงกับหลอน ไม่กล้าเสียบปลั๊กจุดนั้นอีกเลยเพราะกลัวไฟจะช็อตบ้านบึ้ม

    อาการ "ไฟแลบ" ตอนเสียบปลั๊กนี้มันเกิดจากอะไร? แล้วแบบไหนที่เป็นเรื่องธรรมชาติ แบบไหนที่เป็นสัญญาณเตือนภัยว่าบ้านกำลังเสี่ยงไฟไหม้? วันนี้เรามาหาคำตอบแบบเข้าใจง่ายๆ

    ---

    ### ประกายไฟเกิดขึ้นได้อย่างไร? (วิทยาศาสตร์รอบตัวบ้าน)

    ปรากฏการณ์นี้ในทางไฟฟ้าเรียกว่า **Arcing (การเกิดประกายไฟเนื่องจากประจุไฟฟ้ากระโดด)**

    ต้องเข้าใจก่อนว่า ไฟฟ้าในบ้านเรามีความดันสูงถึง 220V มันพร้อมที่จะวิ่งหาทางกลับครบวงจรตลอดเวลา จังหวะที่เรากำลังยื่นขาปลั๊กเข้าไปใกล้เต้ารับ (ห่างกันแค่เศษเสี้ยวของมิลลิเมตร) แรงดันไฟฟ้า 220V จะพยายาม **"กระโดดข้ามกำแพงอากาศ"** วิ่งเข้าหาขาปลั๊กทันทีก่อนที่โลหะจะสัมผัสกันจริงๆ ทำให้เกิดความร้อนสูงชั่วขณะจนอากาศตรงนั้นแตกตัวเป็นเส้นแสงสีฟ้าๆ ออกมาให้เราเห็นนั่นเอง

    > ** ทำไมพวกหัวชาร์จโน้ตบุ๊ก หรืออะแดปเตอร์มือถือถึงสาร์คบ่อยกว่าเพื่อน?**
    > เพราะข้างในหัวชาร์จยุคใหม่มีอุปกรณ์ที่เรียกว่า **ตัวเก็บประจุ (Capacitor)** อยู่ เจ้าตัวนี้ตอนที่ไม่มีไฟ มันจะหิวโซมาก ทันทีที่คุณเสียบปลั๊ก มันจะสูบไฟฟ้าเข้าไปเก็บในตัวเองอย่างรวดเร็วและรุนแรงในเสี้ยววินาทีแรก (เรียกว่ากระแสกระชากชั่วขณะ หรือ Inrush Current) จึงไม่แปลกเลยที่หัวชาร์จไอทีชิ้นเล็กๆ จะชอบสปาร์คเสียงดังกว่าปลั๊กตู้เย็นเครื่องเบ้อเร่อ

    ---

    ### แบบไหน "ปกติ" VS แบบไหน "อันตราย"

    เราสามารถแยกแยะความปลอดภัยได้ง่ายๆ จากลักษณะของประกายไฟและเสียงที่เกิดขึ้น:

    #### แบบนี้ "ปกติ" (ไม่เป็นอันตราย)

    * เกิดประกายไฟ **สีฟ้า หรือ สีน้ำเงิน** เพียงแค่แวบเดียวตอนเสียบ (0.1 วินาที}) แล้วดับไปทันที
    * ไม่มีกลิ่นเหม็นไหม้ ไม่มีเสียงครางหึ่งๆ ตามมาหลังจากเสียบสุดแล้ว
    * *สรุป:* เป็นเรื่องธรรมชาติของฟิสิกส์ไฟฟ้า สบายใจได้ครับ

    #### แบบนี้ "อันตราย" (ต้องรีบแก้ไข!)

    * เกิดประกายไฟ **สีส้ม หรือ สีเหลือง** ดวงใหญ่
    * เสียบเข้าไปสุดแล้ว ก็ยังคงมีเสียง **"จี๊ดๆ แป๊ะๆ"** หรือเสียงครางหึ่งๆ ดังต่อเนื่องไม่ยอมหยุด
    * มีกลิ่นเหม็นไหม้ของพลาสติกโชยออกมา หรือตัวเต้ารับเริ่มอุ่นจนร้อน

    * *สรุป:* นี่คืออาการ **"เต้ารับภายในหลวม"** แผ่นทองเหลืองข้างในมันไม่บีบรัดขาปลั๊ก ทำให้ไฟเดินไม่สะดวกและเกิดการสปาร์คต่อเนื่องจนเกิดความร้อนสะสม ถือเป็นสาเหตุอันดับต้นๆ ที่ทำให้เกิดไฟไหม้บ้าน

    ---

    ### ️ 3 ทริคง่ายๆ ลดอาการไฟแลบและเพิ่มความปลอดภัย

    1. **ปิดสวิตช์ที่ตัวเครื่องก่อนเสมอ:** ก่อนจะเสียบปลั๊กพัดลม ไดร์เป่าผม หรือเตารีด ตรวจเช็กให้ชัวร์ว่าเราปิดสวิตช์ (OFF) ที่ตัวเครื่องแล้ว เพื่อลดการดึงกระแสไฟแบบกะทันหันตอนเสียบ

    2. **เสียบให้มั่นคงและรวดเร็ว:** เวลาเสียบปลั๊ก อย่าทำท่ากล้าๆ กลัวๆ ค่อยๆ แหย่ขยับไปมาครับ เพราะยิ่งยื้อเวลาให้อยู่ในระยะห่างนาน ไฟยิ่งสปาร์คเยอะ ให้จับเต้ารับให้มั่นแล้ว "เสียบฉึบ" เข้าไปตรงๆ ให้สุดในทีเดียว

    3. **โล๊ะทิ้งเต้ารับที่หลวม:** ถ้าเสียบปลั๊กตัวไหนเข้าไปแล้วรู้สึกว่ามันหลวมโครกเครง ขยับนิดเดียวก็หลุด หรือเสียบแล้วมีเสียงจี๊ดๆ ตลอดเวลา ยอมเสียเงินหลักสิบหลักร้อยซื้อเต้ารับอันใหม่มาเปลี่ยนเถอะ เพื่อความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินระยะยาว

    ต่อไปถ้าเห็นไฟแลบสีฟ้าแวบเดียวตอนเสียบปลั๊กโน้ตบุ๊ก ก็ไม่ต้องตกใจกลัวจนขวัญเสียแล้วนะมันเป็นแค่ธรรมชาติของระบบไฟฟ้า แต่อย่าลืมคอยหมั่นสังเกตกลิ่นและเสียงแปลกปลอมรอบๆ ตู้ไฟและเต้ารับกันด้วยนะ!

    #ไฟแลบตอนเสียบปลั๊ก #ปลั๊กไฟสปาร์ค #ความปลอดภัยในบ้าน #งานไฟฟ้าในบ้าน #ช่างไฟประจำบ้าน #ความรู้รอบตัว #เครื่องใช้ไฟฟ้า #เต้ารับหลวม

    https://www.facebook.com/share/p/1D5xfsg8X5/
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    **【จีนแก้กฎหมายทนายความ ฝัง “ทนายต้องยึดการนำของพรรค” ลงในตัวบท — ขณะทนายสิทธิฯ “หวัง ฉวนจาง” เผยถูกเพิ่มคนเฝ้าติดตาม】**


    จีนกำลังเดินหน้าแก้ไขกฎหมายทนายความ โดยเพิ่มถ้อยคำทางการเมืองเข้าไปในบทบาทของวิชาชีพทนายอย่างชัดเจน ท่ามกลางการจับตาจากผู้ติดตามประเด็นสิทธิมนุษยชน หลังทนายสิทธิมนุษยชนชื่อดัง หวัง ฉวนจาง โพสต์ว่าทางการเพิ่มการเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของเขา


    **ร่างใหม่: ตั้งองค์กรพรรคในสำนักงานทนาย — งานทนายต้องยึดการนำของพรรค**

    เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2569 สมาคมทนายความแห่งชาติจีนออกประกาศเกี่ยวกับร่างแก้ไขกฎหมายทนายความ ระบุว่าการแก้ไขครั้งนี้มีเป้าหมายวาง “รากฐานทางการเมือง” ให้กิจการทนายความ โดยเน้นว่างานทนายต้องยึดมั่นการนำของพรรคคอมมิวนิสต์จีน และต้องปฏิบัติตามแนวนโยบายและยุทธศาสตร์ของพรรคและรัฐ เพื่อรับใช้การสร้างความทันสมัยแบบจีน


    สาระที่ถูกจับตาคือ ร่างกำหนดให้สำนักงานทนายความต้องจัดตั้งองค์กรพรรคภายในสำนักงาน ดำเนินกิจกรรมของพรรค เสริมสร้างงานพรรค และให้พรรคมีบทบาทนำทางการเมืองในวิชาชีพทนายความ พร้อมจัดเงื่อนไขที่จำเป็นรองรับกิจกรรมขององค์กรพรรค


    **ไทม์ไลน์: เสนอร่าง 23 มิ.ย. — เปิดรับฟังความเห็นถึง 25 ก.ค.**

    ก่อนหน้านั้น วันที่ 23 มิถุนายน ร่างแก้ไขถูกเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมาธิการสามัญประจำสภาประชาชนแห่งชาติจีน ชุดที่ 14 สมัยประชุมที่ 23 โดยร่างระบุว่าทนายต้องสนับสนุนการนำของพรรคและหลักนิติธรรมแบบสังคมนิยมของจีน จากนั้นวันที่ 26 มิถุนายน ร่างนี้เป็น 1 ใน 8 ฉบับที่เปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ โดยประชาชนส่งความเห็นผ่านเว็บไซต์สภาประชาชนแห่งชาติได้จนถึงวันที่ 25 กรกฎาคม 2569


    **มุมของรัฐ: ปรับระบบให้ทันสมัย + บริการกฎหมายข้ามพรมแดน**

    ในมุมของทางการจีน การแก้ไขครั้งนี้ถูกนำเสนอว่าเป็นการปรับปรุงระบบทนายให้สอดคล้องกับยุคสมัย เสริมการกำกับดูแลวิชาชีพ และคุ้มครองสิทธิในการประกอบวิชาชีพของทนายควบคู่กัน ร่างยังครอบคลุมการพัฒนาทนายด้านกฎหมายต่างประเทศ การยกระดับบริการกฎหมายข้ามพรมแดน และการรับรองบทบาทของทนายฮ่องกงและมาเก๊าในเขตเศรษฐกิจอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า (Greater Bay Area)


    **อีกด้าน: หวัง ฉวนจาง เผยถูกเพิ่มคนเฝ้า**

    ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นพร้อมกับกรณีของหวัง ฉวนจาง ทนายสิทธิมนุษยชนจีน ที่โพสต์ผ่านโซเชียลมีเดียว่า เดิมหน้าประตูมีคนเฝ้าเพียงคนเดียว แต่ตอนนี้กลายเป็นสองถึงสามคน พร้อมแนบภาพบุคคลที่ปรากฏตามบันไดอาคาร โดยตีความได้ว่าการเฝ้าติดตามถูกยกระดับขึ้น


    หวัง ฉวนจาง เคยทำคดีอ่อนไหวหลายประเภท ทั้งสิทธิพลเมือง เสรีภาพทางศาสนา สิทธิที่ดิน และเสรีภาพสื่อ เขาถูกจับในการกวาดล้างทนายและนักเคลื่อนไหวเมื่อปี 2558 ที่มักเรียกว่า “709 Crackdown” ก่อนถูกตัดสินจำคุก 4 ปี 6 เดือนในปี 2562 ข้อหา “บ่อนทำลายอำนาจรัฐ” และได้รับการปล่อยตัวในปี 2563


    **ภาพใหญ่**

    ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการแก้ถ้อยคำในกฎหมาย แต่คือคำถามว่า เมื่อบทบาทของทนายถูกผูกเข้ากับวินัยทางการเมืองมากขึ้น พื้นที่ของทนายที่ทำคดีอ่อนไหวจะเหลือมากน้อยเพียงใด สำหรับฝ่ายรัฐ นี่อาจเป็นการทำให้ระบบทนายอยู่ในกรอบการเมืองเดียวกันและลดความเสี่ยงด้านความมั่นคง แต่สำหรับทนายสิทธิมนุษยชนและผู้ต้องหาคดีการเมือง ความเปลี่ยนแปลงนี้อาจยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อการทำคดีที่ขัดกับผลประโยชน์ของรัฐ


    **ที่มา:** สมาคมทนายความแห่งชาติจีน (ACLA), เว็บไซต์สภาประชาชนแห่งชาติจีนผ่านรายงานสื่อจีน, The Beijing News, Front Line Defenders, ISHR และโพสต์สาธารณะของหวัง ฉวนจาง

    https://www.facebook.com/share/p/1849nvFqcg/
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    #AmarinNews รายงาน #เลือกตั้งผู้ว่ากทม.
    เวลา 18.02 น. นับคะแนนผู้ว่าฯ กทม.
    ชัชชาติ (อิสระ) 66,281 คะแนน
    มัลลิกา (อิสระ) 13,244
    ดร.โจ (ประชาชน) 7,965
    อนุชา (ปชป.) 5,031
    ม.ล.กรกสิวัฒน์ (อิสระ) 2,629

    17.55 น. อนุชา บูรพชัยศรี - อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ #พรรคประชาธิปัตย์ แถลงยอมรับความพ่ายแพ้ พร้อมขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่มอบให้พรรคประชาธิปัตย์ ฝากนโยบายของพรรคให้ “#ชัชชาติ” เอาไปใช้ต่อ ยินดีด้วยนั่งผู้ว่าฯกทม.อีกสมัย

    https://www.facebook.com/share/p/1BPqKuqxzE/
     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    การโจมตีฐานฝึกหน่วยยกพลขึ้นบก

    กองทัพรัสเซียได้โจมตีค่ายฝึกของศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ "ภาคใต้" ของกองทัพยูเครน ฐานฝึกตั้งอยู่ใกล้หมู่บ้าน Pribuhskoye บนแหลม Voloshskaya ในภูมิภาค Mykolaiv

    ➡️การโจมตีครั้งนี้ดำเนินการโดยโดรน Geranium จำนวน 5 ลำ ในโหมดติดตามเป้าหมาย ซึ่งทำลายสิ่งปลูกสร้างหลายแห่งในพื้นที่ กระทรวงกลาโหมระบุว่า การโจมตีทำลายจุดรวมพลของฝ่ายศัตรู รวมถึงคลังเก็บเรือปฏิบัติการพิเศษ ซึ่งเก็บเรือโครงเหล็กและอาจรวมถึงเรือไร้คนขับด้วย

    ➡️กระทรวงกลาโหมรัสเซียยังได้เผยแพร่ภาพวิดีโอจากกล้องวงจรปิดที่แสดงให้เห็นถึงความเสียหายหลังการโจมตี โดยเน้นย้ำว่าสถานที่ดังกล่าวใช้สำหรับการฝึกหน่วยรบพิเศษและเก็บอุปกรณ์สำหรับปฏิบัติการทางทะเลและทางน้ำ

    เหตุการณ์นี้เป็นส่วนหนึ่งของชุดการโจมตีเป้าหมายในภูมิภาคมีโคลาอีฟ ซึ่งเชื่อมโยงโดยตรงกับระบบโลจิสติกส์และโครงสร้างพื้นฐานที่สนับสนุนปฏิบัติการของกองทัพยูเครนในภาคใต้ การเลือกเป้าหมายบ่งชี้ถึงความพยายามที่จะทำให้การเตรียมการของหน่วยคอมมานโดและหน่วยไร้คนขับทางทะเลเป็นไปได้ยากขึ้นหรือแม้กระทั่งขัดขวางปฏิบัติการดังกล่าวโดยสิ้นเชิง

    ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อวานนี้เองฝ่ายศัตรูสูญเสียเครื่องบิน MiG-29 อย่างน้อยหนึ่งลำ (และน่าจะสองลำ) ในพื้นที่เดียวกัน นอกจากนี้วอซเนเซนสค์ยังสูญเสียสถานะสนามบิน "ปลอดภัย" ไปชั่วคราว ซึ่งจะบังคับให้ฝ่ายศัตรูต้องทบทวนแผนการปฏิบัติการที่อาจเกิดขึ้นในภาคใต้ของแนวรบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแม่น้ำดนีเปอร์

    https://www.facebook.com/share/p/197pNmZbvR/
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เรื่องถึงฮุน มาเน็ต นักลงทุนต่างชาติที่มาดูงานที่เมืองสีหนุวิลล์ถามก่อนบินกลับว่า "ถ้าฉันมากัมพูชา ฉันจะถูกลักพาตัวไหม"

    27 มิถุนายน 2026 ในงานวันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งชาติ ณ ศูนย์การประชุมเกาะเพชร ในกรุงพนมเปญ นายฮุน มาเน็ต กล่าวในงานว่า "กัมพูชาให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนแปลงตนเองให้เป็นจุดหมายปลายทางที่น่าดึงดูดสำหรับนักลงทุนมาโดยตลอด หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายต้องยอมรับความเป็นจริงของการฉ้อโกงทางออนไลน์ในกัมพูชา และเราต้องร่วมมือกันต่อสู้กับปัญหานี้เพื่อฟื้นฟูชื่อเสียงของประเทศกัมพูชา"

    เมื่อไม่นานมานี้ นักลงทุนคนหนึ่งเดินทางมาที่กัมพูชาและเยี่ยมชมเมืองสีหนุวิลล์ เขากล่าว "ทุกอย่างดูดีมาก" แต่อย่างไรก็ตามในขณะที่เขากำลังจะขึ้นเครื่องบินกลับ เขาถามกับผู้ว่าราชการจังหวัดพระสีหนุว่า "ถ้าผมมาลงทุนที่นี่ ผมจะถูกลักพาตัวไหม" นำถามนี้เป็นคำถามบั่นทอนจิตใจกัมพูชา ต่อมาเรื่องนี้ถึงหูนายฮุน มาเน็ต และเขาได้นำมาพูดในงานนี้

    นายฮุน มาเน็ต กล่าวเสริมว่า “เราไม่ต้องการให้ลูกหลานของเราที่ไปศึกษาต่อต่างประเทศ หรือชาวกัมพูชาที่เดินทางไปต่างประเทศ ถูกถามคำถามเหล่านี้เลย”

    ปัญหาการฉ้อโกงออนไลน์ไม่ได้มีแต่ในกัมพูชาเท่านั้น แต่เป็นปัญหาของคนทั่วโลก

    https://www.facebook.com/share/18o3F4Bqx2/
     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    จีนอัดสภาพคล่องใหม่ 3 แสนล้านหยวน เปิดทาง overnight reverse repo ครั้งแรก เกมพยุงเศรษฐกิจอาจกำลังเข้าสู่เฟสละเอียดกว่าเดิม

    เวลาธนาคารกลางต้องเพิ่มเครื่องมือใหม่ สิ่งที่น่าคิดไม่ใช่แค่เขา “ทำอะไร” แต่คือ “ของเดิมเริ่มไม่พอหรือยัง” และการที่ธนาคารกลางจีนเปิดใช้ overnight reverse repo เป็นครั้งแรกพร้อมวงเงิน 3 แสนล้านหยวน จึงไม่ใช่ข่าวเทคนิคเล็ก ๆ แต่มันสะท้อนว่าการดูแลระบบการเงินจีนกำลังเข้าสู่ช่วงที่ต้องควบคุมจังหวะสภาพคล่องแบบละเอียดขึ้นมาก

    ข้อมูลจากรายงานที่อ้างอิงแถลงการณ์ทางการระบุว่า PBOC ปล่อยเงิน 300,000 ล้านหยวน หรือราว 44,130 ล้านดอลลาร์ ผ่านธุรกรรม reverse repo แบบข้ามคืนในวันที่ 29 มิถุนายน นี่เป็นครั้งแรกที่เครื่องมือนี้ถูกนำมาใช้ในกรอบการบริหารสภาพคล่องของจีน ความหมายเชิงนโยบายคือธนาคารกลางต้องการความยืดหยุ่นมากขึ้นในการรับมือกับความผันผวนระยะสั้นของตลาดเงิน

    สำหรับเศรษฐกิจขนาดใหญ่อย่างจีน การคุมสภาพคล่องไม่ใช่แค่เรื่องให้ธนาคารมีเงินพอปล่อยกู้ แต่คือการกันไม่ให้ระบบเกิดความตึงตัวในจังหวะที่ภาคธุรกิจยังต้องการเงินหมุนสูง ขณะเดียวกันก็ไม่อยากปล่อยน้ำท่วมระบบจนทำให้ฟองสบู่การเงินกลับมา การใช้เครื่องมือข้ามคืนจึงคล้ายการขยับพวงมาลัยทีละองศา มากกว่าการเหยียบคันเร่งแรง ๆ แบบมาตรการใหญ่

    ข่าวนี้ยังมีนัยต่อค่าเงินหยวนและสินทรัพย์เอเชียด้วย เพราะทุกครั้งที่จีนส่งสัญญาณพร้อมดูแลสภาพคล่อง ตลาดจะพยายามตีความต่อว่าเศรษฐกิจจริงอ่อนแรงกว่าที่คิดหรือไม่ ถ้าตลาดมองว่านี่คือการป้องกันล่วงหน้า ความเชื่อมั่นอาจดีขึ้น แต่ถ้ามองว่านี่คือการอุดรอยรั่วที่เริ่มชัดขึ้น ความกังวลต่อภาคอสังหาฯ การบริโภค และการส่งออกก็จะกลับมาอีก

    สิ่งที่นักลงทุนควรจับตาคือ หลังจากนี้จีนจะใช้เครื่องมือระยะสั้นบ่อยแค่ไหน เพราะถ้าความถี่เพิ่มขึ้นมาก นั่นอาจแปลว่าแรงกดดันในระบบการเงินยังไม่คลาย และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนยังต้องพึ่งการประคองอย่างใกล้ชิด

    มุมมองนักวิเคราะห์ต่อเหตุการณ์นี้
    มุมอ่านจากข้อมูลในข่าวคือ จีนไม่ได้ส่งสัญญาณตื่นตระหนก แต่กำลังส่งสัญญาณว่าระบบต้องการความแม่นยำมากขึ้น การใช้เครื่องมือข้ามคืนครั้งแรกจึงเป็นภาษาของธนาคารกลางที่บอกว่า เขาต้องการควบคุมสภาพคล่องแบบรายจังหวะ ไม่ใช่รอให้ปัญหาลุกลามก่อน

    เศรษฐกิจจีนจึงอาจยังไม่ใช่ภาพล้มครืน แต่ก็ยังไม่แข็งแรงพอให้ปล่อยมือได้ และทุกการเติมเงินของ PBOC ในช่วงนี้กำลังบอกว่าเกมรักษาเสถียรภาพยังอีกยาว

    #จีน #PBOC #หยวน #สภาพคล่อง #เศรษฐกิจจีน #ตลาดเอเชีย #KimPropertyLive

    https://www.facebook.com/share/1GV9w3gkjN/
     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    โซลาร์หลังคาบ้านรอบใหม่ รับซื้อ 2.20 บาท 10 ปี เรื่องเล็กที่เจ้าของบ้านควรอ่านให้เป็น

    บ้านไม่ได้เป็นแค่ที่อยู่อาศัยอีกต่อไป เมื่อโครงการโซลาร์หลังคาบ้านรอบใหม่เปิดทางให้เจ้าของบ้านผลิตไฟใช้เองและขายไฟส่วนเกินคืนรัฐในอัตรา 2.20 บาทต่อหน่วย นาน 10 ปี

    โครงการนี้เปิดให้ประชาชนประเภทบ้านอยู่อาศัยเข้าร่วมติดตั้ง Solar PV Rooftop บนหลังคาหรือดาดฟ้าอาคาร โดยมีโควตารับซื้อรวมไม่เกิน 500 เมกะวัตต์ ผู้เข้าร่วมสามารถเสนอขายไฟฟ้าได้ไม่เกิน 5 กิโลวัตต์ต่อมิเตอร์ และต้องเป็นผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยที่มีชื่อในทะเบียนผู้ใช้ไฟฟ้าของการไฟฟ้านครหลวงหรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค

    การไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายจะเปิดรับคำขอตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป จนกว่าจะครบเป้าหมาย 500 เมกะวัตต์ และจะพิจารณาตามหลักมาก่อนได้สิทธิก่อน โดยยึดวันที่และเวลาที่ยื่นเอกสารครบถ้วนสมบูรณ์เป็นหลัก พร้อมประกาศผลภายใน 30 วันนับถัดจากวันที่ได้รับคำขอครบถ้วน

    ในมุมคนมีบ้านหรือกำลังคิดจะซื้อบ้าน ข่าวนี้ไม่ใช่แค่เรื่องพลังงานสะอาด แต่เป็นเรื่องต้นทุนการถือครองบ้านระยะยาว เพราะค่าไฟเป็นหนึ่งในค่าใช้จ่ายประจำที่เจ้าของบ้านควบคุมได้บางส่วน ถ้าบ้านมีพื้นที่หลังคาเหมาะสม ระบบไฟพร้อม และพฤติกรรมใช้ไฟสอดคล้อง การติดตั้งโซลาร์อาจช่วยให้บ้านมีความสามารถในการจัดการต้นทุนดีขึ้น

    แต่ต้องอ่านเงื่อนไขให้ครบก่อนตัดสินใจ เพราะอัตรารับซื้อ 2.20 บาทต่อหน่วยเป็นรายได้จากไฟฟ้าที่ขายเข้าระบบ ไม่ใช่การรับประกันว่าทุกบ้านจะคุ้มเท่ากัน บ้านที่ใช้ไฟกลางวันมาก เช่น มีคนอยู่บ้าน ทำงานที่บ้าน ใช้แอร์กลางวัน หรือมีอุปกรณ์ไฟฟ้าเยอะ อาจเห็นประโยชน์จากการผลิตไฟใช้เองมากกว่าบ้านที่แทบไม่มีการใช้ไฟในช่วงแดดจัด

    อีกจุดหนึ่งที่สำคัญคือ ขีดจำกัดการขายไฟไม่เกิน 5 กิโลวัตต์ต่อมิเตอร์ไม่ได้แปลว่าทุกบ้านควรติดตั้งให้ใหญ่ที่สุดเท่าที่ทำได้ เพราะขนาดระบบที่เหมาะสมต้องสัมพันธ์กับการใช้ไฟจริง พื้นที่หลังคา ทิศทางแดด โครงสร้างหลังคา งบลงทุน และแผนการอยู่อาศัยระยะยาว

    ผมมองว่าโครงการนี้ทำให้คนซื้อบ้านควรเริ่มดู “คุณภาพหลังคาและระบบไฟ” เป็นส่วนหนึ่งของมูลค่าบ้านมากขึ้น บ้านยุคใหม่ไม่ได้วัดแค่หน้ากว้าง ทำเล หรือวัสดุ แต่ต้องดูว่าบ้านพร้อมรับเทคโนโลยีพลังงานแค่ไหน หลังคาโดนแดดดีหรือไม่ มีพื้นที่ติดตั้งพอไหม ระบบไฟรองรับหรือเปล่า และหมู่บ้านมีข้อกำหนดอะไรเกี่ยวกับการติดตั้งบนหลังคา

    สำหรับนักลงทุนบ้านเช่าหรือคนทำที่พักระยะยาว โซลาร์อาจไม่ใช่จุดขายหลักเสมอไป แต่เป็นตัวช่วยควบคุมค่าใช้จ่ายและเพิ่มภาพลักษณ์ความทันสมัยของทรัพย์สิน โดยเฉพาะบ้านหรือที่พักที่มีการใช้ไฟช่วงกลางวันสูง อย่างไรก็ตาม ต้องคำนวณอย่างระวัง ไม่ควรใช้คำว่า “คืนทุนแน่นอน” ถ้ายังไม่ได้ดูบิลไฟจริง ราคาติดตั้งจริง และเงื่อนไขของพื้นที่นั้น

    สิ่งที่ข่าวนี้สะท้อนคือ บ้านไทยกำลังเดินเข้าสู่ยุคที่ต้นทุนพลังงานเป็นส่วนหนึ่งของการตัดสินใจซื้อและถือครองทรัพย์สินมากขึ้น เจ้าของบ้านที่เข้าใจเรื่องไฟฟ้า ระบบหลังคา และพฤติกรรมการใช้พลังงาน จะอ่านบ้านได้ลึกกว่าคนที่ดูเฉพาะพื้นที่ใช้สอยหรือราคาโปรโมชั่น

    มุมมองนักวิเคราะห์ต่อเหตุการณ์นี้
    จากข้อมูลในข่าว ผมมองว่าโซลาร์ภาคประชาชนรอบนี้เป็นสัญญาณเชิงนโยบายที่ทำให้บ้านเริ่มมีบทบาทเป็นหน่วยผลิตพลังงานขนาดเล็ก แต่ความคุ้มค่าของแต่ละหลังจะต่างกันมากตามพฤติกรรมใช้ไฟและต้นทุนติดตั้ง ดังนั้นวิธีคิดที่ดีไม่ใช่ถามว่า “ติดแล้วรวยไหม” แต่ถามว่า “บ้านหลังนี้ลดต้นทุนและเพิ่มความยืดหยุ่นได้แค่ไหน”

    ข่าวนี้จึงไม่ใช่แค่ไฟฟ้าบนหลังคา แต่มันกำลังเปลี่ยนวิธีมองบ้านจากสินทรัพย์นิ่ง ๆ เป็นสินทรัพย์ที่ต้องบริหารต้นทุนได้ บ้านที่ออกแบบดี ใช้พลังงานดี และพร้อมรับเทคโนโลยี อาจมีคุณค่ามากขึ้นในวันที่ค่าใช้จ่ายระยะยาวสำคัญไม่แพ้ราคาซื้อวันแรก

    #โซลาร์รูฟท็อป #บ้านประหยัดพลังงาน #ค่าไฟบ้าน #อสังหาไทย #ลงทุนบ้าน #พลังงานสะอาด

    https://www.facebook.com/share/p/1M9Z7buiVk/
     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    Audrey Pulvar รองนายกเทศมนตรีกรุงปารีส กล่าวว่า สหรัฐอเมริกาต้องรับผิดชอบอย่างมีนัยสำคัญต่อภาวะโลกร้อน รวมถึงคลื่นความร้อนรุนแรงที่กำลังเกิดขึ้นในฝรั่งเศส ในช่วงนี้

    เธอระบุว่า สหรัฐฯ เป็นหนึ่งในประเทศที่มีส่วนสำคัญในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา จึงมีความรับผิดชอบต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งรวมถึงอุณหภูมิที่พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์และคลื่นความร้อนที่กำลังส่งผลกระทบต่อฝรั่งเศสในขณะนี้

    ดูหัวสภาพคนบ่น ร้อนจัด หนาวจัด พายุถล่ม โทษอเมริกาไว้ก่อน

    Source: Visegrad24

    https://www.facebook.com/share/p/18xABLr2T6/
     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ภาวะการขาดแคลน DRAM ทั่วโลกและราคาฮาร์ดแวร์ที่พุ่งสูงขึ้น คาดว่าจะลากยาวไปจนถึงปี 2028 เนื่องมาจากความต้องการด้าน AI ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด แม้ว่าบริษัท Micron จะรายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 3 ตามปีงบประมาณที่สูงเป็นประวัติการณ์ แต่ทางบริษัทก็ตักเตือนว่า ฝั่งอุปทาน (กำลังการผลิต) จะต้องใช้เวลาอีกนานพอสมควรกว่าที่จะตามทันความต้องการของตลาด ทั้งนี้ ทาง TrendForce ระบุว่า ปัจจัยหลักที่ทำให้การตอบสนองด้านอุปทานล่าช้า เกิดจากข้อจำกัดเรื่องพื้นที่คลีนรูม ซึ่งได้กลายเป็นคอขวดสำคัญที่จำกัดการขยายกำลังการผลิตเวเฟอร์ใหม่

    https://www.facebook.com/share/p/1G3CfcMzqL/
     
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ฉุนเฉียวก่อนนอน!!
    FB_IMG_1782814381722.jpg
    ผู้ค้าปลีกน้ำมันเบนซินต้องลดราคาลงทันที! ราคาตอนนี้สูงเกินไปเมื่อพิจารณาจากราคาน้ำมันดิบที่อยู่ที่ 68 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลและกำลังดิ่งลงเรื่อยๆ ผู้ค้าปลีกต้องตอบสนองต่อแถลงการณ์นี้อย่างรวดเร็ว และทำในสิ่งที่พวกเขารู้ดีว่าถูกต้อง นั่นคือ ลดราคาเพื่อประชาชนอเมริกันผู้ยิ่งใหญ่ของเรา! จะต้องไม่มีการโก่งราคา ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายโดยสิ้นเชิง ถ้าผู้ค้าปลีกไม่ยอมทำ ปัญหาใหญ่หลวงจะตามมาอย่างแน่นอน! ให้เริ่มตั้งเป้าหมายราคาไว้ที่ประมาณ 2.50 ดอลลาร์ต่อแกลลอน และรัฐแคลิฟอร์เนียควรหยุดเก็บภาษีน้ำมันเบนซินที่หนักหน่วงขนาดนี้ได้แล้ว อีกไม่นานภาษีจะสูงกว่าตัวราคาน้ำมันเอง และสหรัฐอเมริกาจะไม่ยอมทนกับเรื่องนี้ รวมถึงประชาชนชาวแคลิฟอร์เนียที่กำลังถูกเอาเปรียบจากภาษีที่ไร้สาระเหล่านี้และจากน้ำมือของรัฐบาลท้องถิ่นของพวกเขาเอง

    https://www.facebook.com/share/p/19AJekM9Fr/
     
  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    #อำนาจอธิปไตยในเลบานอน
    เลบานอน รัฐที่ยุติการต่อต้านและร่วมมือกับผู้ยึดครอง(ไอ้อิสราเลว)

    ความชอบธรรมของรัฐไม่ใช่คุณสมบัติถาวรที่ได้รับมาจากการเลือกตั้ง การยอมรับจากนานาชาติ หรือการผูกขาดอาวุธ ในความคิดทางการเมืองสมัยใหม่ อำนาจเกิดจากหน้าที่ มันดำรงอยู่เพื่อทำหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย

    Thomas Hobbes นักปรัชญาชาวอังกฤษ อธิบายเรื่องนี้อย่างง่ายๆ ว่า ผู้คนยอมสละเสรีภาพบางส่วนเพื่อแลกกับความปลอดภัย เมื่อรัฐไม่สามารถให้ความปลอดภัยนั้นได้ รากฐานอำนาจของรัฐก็จะเริ่มสั่นคลอน

    John Locke หนึ่งในบิดาแห่งเสรีนิยมทางการเมือง ได้ขยายแนวคิดนี้ออกไปอีก อำนาจรัฐจะสูญเสียความชอบธรรมเมื่อไปละเมิดสิทธิตามธรรมชาติของพลเมืองหรือปกครองโดยพลการ ณ จุดนั้น การต่อต้านจึงเป็นสิ่งที่ชอบธรรม Jean-Jacques Rousseau ได้เพิ่มอีกแง่มุมนึง ความชอบธรรมขึ้นอยู่กับการเป็นตัวแทนของเจตจำนงส่วนใหญ่ เมื่ออำนาจรับใช้กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือยอมจำนนต่อแรงกดดันจากภายนอก มันก็เท่ากับทำลายสัญญาทางสังคมที่ให้กำเนิดอำนาจนั้นมา

    แนวคิดเหล่านี้เสนอมาตรวัดที่ชัดเจน รัฐที่ไม่สามารถรักษาความปลอดภัยของพรมแดน ไม่สามารถหยุดยั้งการสังหารพลเมืองของตน และยอมรับการยึดครองดินแดนบางส่วน ในขณะที่หันกำลังเข้าโจมตีภายในประเทศ จะเริ่มเบี่ยงเบนจากบทบาทหลักของตน สถาบันต่างๆ ของรัฐจะถูกนำมาใช้เพื่อควบคุมวิกฤตแทนที่จะปกป้องสังคม โดยที่ประชาชนเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายเอง

    คำถามนี้จึงกลายเป็นประเด็นสำคัญที่อยู่ใจกลางทิศทางปัจจุบันของเลบานอน

    #การกำหนดนิยามใหม่ของอำนาจอธิปไตย
    นับตั้งแต่ต้นปี 2025 ทางการเลบานอนได้เปลี่ยนไปใช้คำจำกัดความของอธิปไตยที่แตกต่างออกไป การยึดครองของอิสราเอลไม่ได้ถูกมองว่าเป็นภัยคุกคามหลักอีกต่อไป จุดสนใจได้เปลี่ยนไปอยู่ที่อาวุธของกลุ่มต่อต้าน
    https://thecradle.co/articles/a-lebanese-lahad-army-to-disarm-hezbollah

    หลังจากการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2026 การเปลี่ยนแปลงนี้ได้เปลี่ยนจากวาทกรรมทางการเมืองไปสู่แนวนโยบายอย่างเป็นทางการ รัฐบาลจำกัดความชอบธรรมของกองทัพไว้เฉพาะในขอบเขตของรัฐ และปฏิบัติต่อกองกำลังทหารของฮิซบอลเลาะห์ในฐานะกองกำลังที่ผิดกฎหมายซึ่งจะต้องถูกยุบเลิก
    https://thecradle.co/articles/lebanon-bans-hezbollah-military-activities

    การถกเถียงเรื่องอาวุธของฮิซบอลเลาะห์ไม่ใช่เรื่องใหม่ สิ่งที่โดดเด่นคือจังหวะเวลา การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นในขณะที่อิสราเอลยังคงยึดครองดินแดนเลบานอน ดำเนินการทางทหารภายในประเทศ และสังหารพลเรือนเกือบทุกวัน รัฐบาลเลบานอนเลือกที่จะเริ่มยืนยันอำนาจอธิปไตยภายในประเทศ ไม่ใช่ต่อต้านการยึดครอง
    https://thecradle.co/articles/leban...own-on-protests-against-seditious-israel-deal

    การบุกค้น การจับกุม และมาตรการรักษาความปลอดภัยมุ่งเป้าไปที่บุคคลที่เกี่ยวข้องกับขบวนการต่อต้าน ขณะที่นักรบในแนวรบทางใต้เผชิญกับการโจมตีจากอิสราเอลควบคู่ไปกับแรงกดดันจากรัฐบาลของตนเอง ขณะที่เบรุตผลักดันนโยบายผูกขาดอาวุธ กองกำลังอิสราเอลยังคงปฏิบัติการอย่างอิสระภายในดินแดนเลบานอน โดยไม่มีการถอนกำลังที่แน่นอนและไม่มีการรับประกันใดๆ ที่ชัดเจน

    #ความมั่นคงของรัฐอธิปไตยแบบเลือกปฏิบัติ
    สำนักประธานาธิบดีได้ขยายบทบาทในการจัดการด้านความมั่นคงและกิจการทางทหาร โดยมีบทบาทโดยตรงในการสั่งการหน่วยงานต่างๆ มากขึ้น การแต่งตั้งผู้พิพากษา Ahmad Rami Hajj เป็นอัยการประจำศาลฎีกา ถือเป็นการเสร็จสิ้นกระบวนการปรับเปลี่ยนการตัดสินใจจากระดับการเมืองไปสู่ระดับตุลาการ
    https://today.lorientlejour.com/art...-public-prosecutor-at-court-of-cassation.html
    ปัญหาอยู่ที่โครงสร้างของระบบเอง บทบาทของฝ่ายตุลาการคือการรักษากฎหมายและดำรงความเป็นอิสระจากทิศทางทางการเมือง เมื่อการแต่งตั้งผู้พิพากษาเป็นไปในทิศทางเดียวกับปฏิบัติการด้านความมั่นคงที่มุ่งเป้าไปที่ฝ่ายหนึ่งของเลบานอน ในขณะที่การละเมิดของอิสราเอลกลับไม่มีการลงโทษ บทบาทของสถาบันตุลาการเองจึงเกิดข้อสงสัย

    ณ จุดนี้ สัญญาทางสังคมเริ่มสั่นคลอน อำนาจถูกกำหนดโดยวิธีการใช้เครื่องมือของมัน เมื่อลำดับความสำคัญเปลี่ยนไปสู่การแสวงหาผลประโยชน์จากส่วนหนึ่งของสังคมในขณะที่การยึดครองยังคงดำเนินต่อไป ความสมดุลก็จะเริ่มเสียไป สิ่งที่ตามมาจึงไม่ใช่เรื่องของการบริหารจัดการทางการเมืองอีกต่อไป แต่เป็นเรื่องของความชอบธรรม

    การเปลี่ยนแปลงภายในประเทศดำเนินควบคู่ไปกับการเปลี่ยนแปลงภายนอก ระหว่างเดือนเมษายนถึงมิถุนายน 2026 เจ้าหน้าที่เลบานอนเข้าร่วมการเจรจา 5 รอบในกรุงวอชิงตัน ซึ่งถูกนำเสนอว่าเป็นหนทางเดียวที่จะฟื้นฟูอำนาจอธิปไตยและยุติการยึดครอง ผลลัพธ์ที่ได้กลับบอกเล่าเรื่องราวที่แตกต่างออกไป การเจรจาไม่ได้นำไปสู่การหยุดยิงและการถอนกำลังของอิสราเอล เมื่อมองจากผลลัพธ์แล้ว การเจรจาล้มเหลว

    “การหยุดยิง” ที่เกิดขึ้นนั้นมาจากช่องทางอื่น อิหร่านเชื่อมโยงการเจรจากับสหรัฐฯ กับการยุติสงครามในเลบานอน โดยส่งสัญญาณว่าหากปฏิบัติการยังคงดำเนินต่อไป สถานการณ์จะบานปลาย ภายใต้แรงกดดันนั้น
    https://thecradle.co/articles/lebanon-is-now-part-of-irans-deterrence-doctrine
    โดนัลด์ ทรัมป์ จึงดำเนินการเพื่อให้เกิดการหยุดยิง โดยกดดันให้นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ยอมรับข้อตกลงดังกล่าว

    การเจรจา5รอบในเลบานอนไม่ประสบผลสำเร็จใดๆเลย ขณะที่ผลลัพธ์ต่างๆ เกิดขึ้นจากการคำนวณในระดับภูมิภาค ซึ่งก่อให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับลำดับความสำคัญและกลยุทธ์

    ** รูบิโอ, แวนซ์ และเลบานอน **

    ข้อตกลงระหว่างเลบานอนและอิสราเอลไม่สามารถเข้าใจได้จากการเจรจาทวิภาคีเพียงอย่างเดียว มันยังสะท้อนให้เห็นถึงพลวัตอำนาจที่เปลี่ยนแปลงไปในวอชิงตัน ซึ่งนโยบายของสหรัฐฯ ต่อเลบานอนนั้นไม่ได้ถูกกำหนดโดยสถาบันทางการเท่านั้น แต่ยังเกิดจากการแข่งขันภายในรัฐบาลและพรรครีพับลิกัน ควบคู่ไปกับแรงกดดันจากกลุ่มล็อบบี้ที่สนับสนุนอิสราเอล โดยเฉพาะกลุ่มล็อบบี้ไซออนิสต์และกลุ่มล็อบบี้คริสเตียนเลบานอนหัวรุนแรง

    ผู้สังเกตการณ์หลายคนระบุว่า อิทธิพลที่เพิ่มขึ้นของกลุ่มที่ใกล้ชิดกับอิสราเอลมากที่สุด ทำให้ข้อตกลงที่ให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ของอิสราเอลในเลบานอนมีโอกาสเกิดขึ้นมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวได้รับการสนับสนุนภายในประเทศเลบานอนเช่นกัน โดยบุคคลสำคัญทางการเมือง การเงิน และสื่อมวลชนได้สร้างความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับผู้กำหนดนโยบายของสหรัฐฯ หนึ่งในนั้นคือนายธนาคาร อันตูน เซห์นาวี ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการแต่งตั้งนาดา ฮามาเดห์ เป็นเอกอัครราชทูตเลบานอนประจำกรุงวอชิงตัน และคาริม ซูอิด ผู้ว่าการธนาคารกลางเลบานอน ขณะเดียวกันก็ยังคงมีอิทธิพลอย่างมากภายในทำเนียบประธานาธิบดี

    นี่สะท้อนให้เห็นในการแข่งขันอย่างเงียบๆ ภายในฝ่ายขวาของสหรัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งระหว่างมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตัวแทนของกลุ่มรีพับลิกันที่สนับสนุนอิสราเอลแบบดั้งเดิม และเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดี ซึ่งกลุ่มของเขามีความระมัดระวังมากกว่าเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง

    เมื่ออิทธิพลของรูบิโอเพิ่มมากขึ้น แนวทางการมองเลบานอนก็เปลี่ยนไป โดยมองผ่านมุมมองด้านความมั่นคงของอิสราเอลมากกว่าอธิปไตยของเลบานอนหรือการยุติการโจมตีของอิสราเอล ดังนั้น ข้อตกลงนี้จึงอาจตีความได้มากกว่าแค่ข้อตกลงด้านความมั่นคง มันยังสะท้อนถึงดุลยภาพแห่งอำนาจในวอชิงตันและอิทธิพลที่เพิ่มขึ้นของกลุ่มที่สนับสนุนอิสราเอลภายในพรรครีพับลิกันและฝ่ายบริหารของสหรัฐฯ

    ความตึงเครียดเหล่านี้ขยายวงกว้างไปไกลกว่าความแตกต่างทางนโยบาย มีรายงานว่าแวนซ์โกรธเคืองหลังจากทราบว่ารูบิโอวางแผนจะเดินทางเยือนอ่าวเปอร์เซียโดยไม่ปรึกษาเขาก่อน เขายังสงสัยว่ารูบิโอกำลังทำงานอยู่เบื้องหลังร่วมกับทูตสหรัฐฯ อย่างจาเร็ด คุชเนอร์ และอาจรวมถึงสตีฟ วิทคอฟฟ์ ในลักษณะที่อาจบ่อนทำลายความสำเร็จทางการทูตของแวนซ์ ผู้ที่ใกล้ชิดกับแวนซ์เชื่อมากขึ้นเรื่อยๆ ว่ารูบิโอ คุชเนอร์ และวุฒิสมาชิกลินด์เซย์ เกรแฮม ได้รวมตัวกันเป็นพันธมิตรอย่างไม่เป็นทางการเพื่อกีดกันเขาออกไปก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งต่อไป ส่วนรูบิโอเองนั้น กล่าวกันว่ายังไม่แน่ใจว่าเขาถูกประธานาธิบดีทรัมป์ใช้เป็นเครื่องมือ หรือว่าตัวประธานาธิบดีเองได้รับอิทธิพลจากคุชเนอร์และรูบิโอมากกว่ากัน

    #การใช้ประโยชน์ในระดับภูมิภาค
    ท่าทีของอิหร่านแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า การหยุดยิงเป็นเพียงขั้นตอนแรก ขั้นตอนที่สองเชื่อมโยงการถอนกำลังของอิสราเอลออกจากเลบานอนตอนใต้กับความคืบหน้าในประเด็นนิวเคลียร์ จนถึงขณะนี้ยังไม่มีข้อตกลงขั้นสุดท้ายเกิดขึ้น นี่ทำให้เครื่องมือต่อรองหลักยังคงอยู่ หากการถอนกำลังกลายเป็นเงื่อนไขสำหรับข้อตกลงที่กว้างขึ้น ความกดดันต่ออิสราเอลก็มีแนวโน้มที่จะกลับมา การถอนกำลังใดๆ จากทางใต้จะส่งผลเสียทางการเมืองต่อ
    เนทันยาฮู จะทำให้เขาถูกวิพากษ์วิจารณ์จากภายในประเทศในฐานะผู้นำที่ถูกบีบให้ถอยทัพ

    ในทางตรงกันข้ามเส้นทางที่ประธานาธิบดีโจเซฟ อูน แห่งเลบานอนเลือกเดินยังไม่ก่อให้เกิดผลประโยชน์ที่เป็นรูปธรรม หากรัฐไม่สามารถขออนุมัติซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานภายในดินแดนของตนเองได้ โอกาสที่จะถอนกำลังทหารออกไปทั้งหมดก็ยังคงห่างไกล ข้อตกลงใดๆ ในอนาคตก็จะต้องได้รับการอนุมัติตามรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผ่านทางรัฐสภา

    #นับเป็นความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์สำหรับอิสราเอล
    สิ่งที่ปรากฏออกมาจากวอชิงตันสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงลำดับความสำคัญ การยุติการยึดครองไม่ได้เป็นประเด็นหลักอีกต่อไปแล้ว จุดสนใจได้เปลี่ยนไปเป็นการปรับเปลี่ยนภูมิทัศน์ด้านความมั่นคงภายในประเทศแทน

    การตอบสนองของเทลอาวีฟสะท้อนให้เห็นถึงเรื่องนี้ เนทันยาฮูยกย่องผลลัพธ์นี้ว่าเป็นผลดีต่ออิสราเอล โดยระบุว่า “ข้อตกลงนี้เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับอิสราเอลและเลบานอน และทำให้อิหร่านและฮิซบอลลาห์อ่อนแอลงในขณะเดียวกัน วาทกรรมของอิสราเอลยังคงเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการจัดตั้ง “เขตความมั่นคง” ภายในดินแดนของเลบานอน ไม่ว่าจะตีความอย่างไร ข้อตกลงที่เลบานอนมองว่าเป็นการฟื้นฟูอำนาจอธิปไตยนั้น กลับถูกอิสราเอลตีความว่าเป็นการสร้างความมั่นคงในรูปแบบใหม่ ปัญหาลึกซึ้งกว่าแค่ข้อสัญญา ข้อตกลงนี้ทำให้ฝ่ายต่อต้านเป็นศูนย์กลาง และผลักฝ่ายยึดครองไปอยู่ชายขอบ

    #อำนาจอธิปไตยที่ถูกจำกัด
    อธิปไตยถูกยกขึ้นมาเป็นสโลแกนหลัก แต่กลับถูกนำไปใช้เฉพาะภายในประเทศเท่านั้น มีการใช้เครื่องมือด้านความมั่นคงและกระบวนการยุติธรรมภายในประเทศ แต่ไม่ได้สร้างอำนาจต่อรองที่เทียบเท่ากันกับอำนาจผู้ยึดครอง มีการเรียกร้องให้ปลดอาวุธภายในประเทศ แต่ก็ไม่มีการถอนกำลัง การยุติการโจมตีอย่างถาวร หรือการรับประกันว่าจะไม่มีการปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลเกิดขึ้นอีก

    นักวิจารณ์ระบุว่า ข้อตกลงนี้ยังจำกัดความสามารถของเลบานอนในการใช้เครื่องมือทางกฎหมายและการเมืองในระดับนานาชาติอีกด้วย ข้อผูกพันที่จะหลีกเลี่ยง “การกระทำเชิงลบ” ในเวทีโลก ทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับคดีอาชญากรรมสงครามและความสามารถของเลบานอนในการติดตามความรับผิดชอบต่อการละเมิดของอิสราเอล ผลที่ตามมาคือการจำกัดอำนาจอธิปไตยของตนเอง: จากประเด็นทางทหารไปสู่ประเด็นทางกฎหมายและการเมือง ซึ่งการยับยั้งชั่งใจของรัฐภายนอกนั้นตรงกันข้ามกับการแสดงอำนาจอย่างมากภายในประเทศ

    #การกำหนดนิยามใหม่ของรัฐ
    สำหรับผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์ข้อตกลงวอชิงตันนี้จึงมีความสำคัญมากกว่าข้อตกลงเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 1983 ข้อตกลงก่อนหน้านี้มีความชัดเจนและมีอายุสั้น ก่อนจะล่มสลายลงเนื่องจากการต่อต้านภายในประเทศ
    https://thecradle.co/articles/leban...on-us-steers-beirut-toward-a-pact-with-israel

    กรอบการทำงานปัจจุบันดำเนินไปอย่างเงียบๆ โดยผลักดันผลลัพธ์ที่คล้ายคลึงกันผ่านภาษาของอธิปไตย การควบคุมอาวุธ การปฏิรูปความมั่นคง และการสนับสนุนจากนานาชาติ ในขณะเดียวกันก็จัดลำดับความสำคัญใหม่เพื่อให้การเผชิญหน้ากับการต่อต้านมีความสำคัญเหนือกว่าการเผชิญหน้ากับการยึดครอง

    ข้อตกลงนี้ไม่เพียงแต่นำมาซึ่งกลไกความมั่นคงใหม่เท่านั้น แต่ยังเปลี่ยนแปลงบทบาทของเลบานอนเองด้วย โดยความสนใจจะหันไปที่อาวุธของเลบานอนและการบังคับใช้กฎหมายภายในประเทศ เนื่องจากประเด็นการถอนกำลังลดลง สถาบันความมั่นคงและตุลาการจึงได้รับการปรับปรุงใหม่ตามไปด้วย ในบริบทนี้ คำกล่าวของเนทันยาฮูจึงดูเหมือนเป็นการตีความผลลัพธ์ในเชิงการเมือง คำกล่าวอ้างของเขาที่ว่าข้อตกลงนี้ได้ขัดขวางความพยายามที่จะบังคับให้กองทัพอิสราเอลถอนกำลังออกไป พร้อมกับการอ้างถึงการรักษาเขตความมั่นคง ทำให้ผลลัพธ์นี้ถูกมองว่าเป็นผลประโยชน์เชิงยุทธศาสตร์

    ตามรัฐธรรมนูญแล้ว ประธานาธิบดีหรือผู้มีอำนาจบริหารเพียงลำพังไม่มีอำนาจที่จะทำข้อตกลงใดๆ ที่กระทบต่ออธิปไตยของรัฐโดยไม่ผ่านกลไกทางรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐสภา
    เส้นทางสู่การยุติข้อพิพาทอย่างเด็ดขาดนั้นยังไม่ชัดเจน การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงดำเนินอยู่ และการถอนกำลังของอิสราเอลจะขึ้นอยู่กับพลวัตในภูมิภาคที่กว้างขึ้น ไม่ใช่แค่เลบานอนเท่านั้น ดังนั้น ข้อตกลงนี้จึงไม่ใช่ผลลัพธ์สุดท้าย แต่เป็นเพียงขั้นตอนชั่วคราวในกระบวนการที่กำลังพัฒนาและยังไม่แน่นอน

    #ความชอบธรรมอยู่ที่ใด
    จุดประสงค์นั้นคือการยุติการยึดครองและปกป้องสังคม เมื่อการยึดครองกลายเป็นเรื่องปกติ การเสียชีวิตของพลเรือนกลายเป็นเรื่องปกติ และอำนาจรัฐหันเข้าหาภายในประเทศ วิกฤตการณ์ก็จะพัฒนาไปสู่วิกฤตการณ์ด้านความชอบธรรม

    ซึ่งทำให้การพูดคุยกลับมาสู่จุดเริ่มต้นอีกครั้ง ทางการเลบานอนยังคงทำหน้าที่ที่ทำให้การดำรงอยู่ของตนชอบธรรมอยู่หรือไม่ หรือได้ปรับตัวเพื่อรักษาอำนาจภายใต้การยึดครองแล้ว?

    สิ่งนี้ทำให้การอภิปรายกลับมาสู่จุดเริ่มต้นอีกครั้ง ทางการเลบานอนยังคงทำหน้าที่ที่ทำให้การดำรงอยู่ของตนถูกต้องหรือไม่ หรือได้ปรับตัวเพื่อรักษาอำนาจภายใต้การยึดครองแล้ว?ในขณะที่บางส่วนของประชาคมระหว่างประเทศกำลังมุ่งไปสู่การโดดเดี่ยวอิสราเอล เลบานอนดูเหมือนจะกำลังเคลื่อนไปในทิศทางตรงกันข้าม

    โดยรวมแล้ว นี่คือการใช้การเมืองเป็นข้ออ้างในการยึดครองต่อไป แม้ว่าการละเมิดอธิปไตยของเลบานอนและการสังหารพลเรือนยังคงดำเนินต่อไปก็ตาม

    https://thecradle.co/articles/sovereignty-turned-inward-in-lebanon

    https://www.facebook.com/share/p/1JKQM9LYsF/
     
  18. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    Morgan Stanley ชี้ #น้ำมัน ส่อล้นตลาดหนักมาก ฮอร์มุซไม่จำเป็นต้องฟื้นเต็มร้อยด้วยซ้ำ ขอแค่สัก65%ก็เกินพอ (ฟื้น100เมื่อไร ท่วมแน่)

    ว้าว แบบนี้คนใช้รถใช้ถนนมีหวังเฮนะครับ ถ้าจะขนาดนี้ ขนาดที่ว่าการสัญจรผ่านฮอร์มุซไม่ต้องกลับมาเต็มร้อย แต่ขอฟื้นแค่ 65% ก็พอ ... ซึ่งในระหว่างนี้ ต่อให้การผลิตการส่งออกฟื้นช้าก็ไม่เป็นไร (ก็มันขอแค่ 65%) แต่ที่ยิ่งกว่านั้น คือมาช้าแต่มันก็ต้องมาในที่สุด เมื่อไหร่ที่มันมาเต็ม 100% เท่ากับมันจะเกินความต้องการไปมาก ก็จะท่วมตลาด ขย่มราคาลง (นี่มันสองแง่ แง่หนึ่งคือ supply จากที่อื่นมันก็เพิ่มเยอะ และอีกแง่ พิษจากช่วงปิดฮอร์มุซมันทำเอาเศรษฐกิจบัดซบกันหมด กระทบฉุดไปถึงให้ demand น้ำมันมันไม่เหมือนเดิมด้วยนะครับ)
    https://www.bloomberg.com/news/arti...-oil-forecasts-on-fast-return-of-hormuz-flows

    https://www.facebook.com/share/p/1BEVegYfdb/
     
  19. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    คือเราเหมือน "ชิน" กับทองลงเป็นธรรมดา แต่เมื่อกางสถิติ พบว่ามันวินาศสันตะโรระดับฉิบหายเลยนะครับท่าน (ฉะนั้น ถ้าเราลุ้นราคาขึ้นลง โดยไม่เหล่ตามองจุดนี้ อาจจะลืมระวังพิจารณาคำว่า "หมด cycle")
    นี่จะเป็นเดือนที่ทองร่วงหนักสุด นับตั้งแต่ ต.ค. 2008‼️‼️‼️
    (รอบ 18 ปี!!!)
    นี่จะเป็นไตรมาสที่ทองจะร่วงหนักสุด นับตั้งแต่กลางปี 2013‼️‼️‼️
    (รอบ 13 ปี!!!)

    นี่จะเป็นการ "ติดลบ" ติดต่อกัน 4 เดือน⚠️⚠️⚠️
    นี่จะเป็นการ "ติดลบ" รายไตรมาสครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2024⚠️⚠️⚠️

    ในภาพรวม ปัจจุบันทองต่ำสุดในรอบ 8 เดือน
    และนั่นก็คือต่ำกว่า $4,000
    ทั้งนี้ ทองทดสอบที่ $4,000 มาร่วมๆ สัปดาห์แล้ว ยังไม่ไปไหน
    มีความหมิ่นเหม่ล่อแหลมสูงมาก อยู่ในภาวะคาบลูกคาบดอก และเจียนอยู่เจียนไป
    ก้ำกึ่ง
    น่าจะลุ้นต่อข้ามเดือน.. ข้ามไตรมาส..

    ถ้าเหมือนตอน 2008
    ตอนนั้นทองรูดลงหลังจากไต่พีก.. หลังจากเทรนด์ขึ้นมายาวๆ หลายปี
    แต่ลงถัดจากนั้นอีกนิดก็เจอ bottom
    แล้วก็ผงาดจากก้นเหว ใช้เวลาไม่ถึงปีก็ฟาดสถิติสูงสุดใหม่ แล้วพุ่งขึ้นอีกไกลแสนไกล

    ถ้าเหมือนตอน 2013
    ตอนนั้นทองก็รูดลงหลังจากไต่พีก.. หลังจากยื้อๆ อยู่ในระดับแถวพีกพักใหญ่
    แล้วลงครานั้นก็สลบซบยาว กินเวลาในความต่ำเตี้ยเรี่ยดินถึง 6-7 ปี กว่าจะได้พลิกฟื้นสู่เทรนด์ขึ้น

    ‼️‼️‼️ย้ำอีกที ตอนนี้มองเป็นเดือน ทองหนักสุดตั้งแต่ 2008
    ‼️‼️‼️มองเป็นไตรมาส ทองหนักสุดตั้งแต่ 2013
    จะไปเหมือนแบบไหน❓
    หรือมีทางเดินรอยใหม่เป็นของตัวเอง❓

    เหลืออีกวันเดียวเท่านั้น วันนี้ แล้วก็จะปิดเดือน ปิดไตรมาส
    สภาพก็ไม่น่าพ้นไปจากนี้เท่าไหร่
    ก็ควรคิดพินิจให้ดี จากสถิติที่มาประกอบ

    การมีความหวาดความหวั่นเพื่อเตือนใจตนให้ระวังระไว ก็คล้ายไม่ใช่สิ่งเลวร้ายไปซะทีเดียว

    อย่าลืมว่าต้องถามตัวเองตลอด
    "มันใช่หมดไม่หมด cycle"
    ?
    ?
    ?

    https://www.facebook.com/share/p/1EWASNJhG6/
     
  20. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153

แชร์หน้านี้

Loading...