ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    พวกเรายึดประเทศนี้แล้ว อังกฤษมันจบแล้ว
    Taken over the country officially , England's over
    ปฏิเสธไม่ได้เลย สิ่งที่มุสลิมคนนี้พูดเป็นความจริง
    มันจบแล้ว เมืองผู้ดี พวกเขาทำสำเร็จ อิสลามยึดเรียบร้อย

    https://www.facebook.com/share/v/18rruJcKGA/
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • A (1).mp4
      ขนาดไฟล์:
      434.8 KB
      เปิดดู:
      17
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    1 ก.ค. - ทหารเขมรลงคลิปฝึกซ้อมยิงรถถัง T-55 ด้วยกระสุนจริงขนาด 100 มม. ณ พื้นที่ฝึกทางทหารเขต 325 จังหวัดสตึงแตรง

    https://www.facebook.com/share/v/18sgT4JcDY/
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • w.mp4
      ขนาดไฟล์:
      346.8 KB
      เปิดดู:
      16
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ชาวเมืองบัตตัมบองถกเถียงกันอย่างเปิดเผยเกี่ยวกับประเด็นการสร้างห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ที่จำหน่ายสินค้าไทยใหม่และมีร้านค้าทั่วไปอยู่มากมาย
    FB_IMG_1782945684835.jpg
    โดยร้านค้าขนาดใหญ่ในกัมพูชาหลายร้านยังคงมีสินค้าไทยจําหน่ายอยู่เป็นจํานวนมาก โดยเดือนที่แล้วได้รับการบอกจากเจ้าหน้าที่ว่า เป็นสินค้าค้างสต็อก แต่ขายมาเดือนกว่ากลับมีสินค้าใหม่เพิ่มขึ้น จนชาวบ้านสับสนเนื่องจากรัฐบาลประกาศ เชิญชวนให้แบนสินค้าไทยอย่างต่อเนื่อง แต่ร้านค้าขนาดใหญ่กลับมีสินค้าไทยจําหน่ายอยู่เป็นจํานวนมาก มันเพราะอะไร ?
    .
    .
    .
    ◇ เฉลย : นั่นเพราะ การแบนสินค้าไทยเป็นนโยบายแต่ไม่ถูกบรรจุเป็นกฎหมายครับ ทําได้ยากเพราะขัดกับกฎกติกาสากลหลายข้อครับ ถ้าประกาศเป็นกฎหมายอาจถูกนานาชาติเพ่งเล็งได้จึงทําได้แต่นโยบายครับ

    อารมณ์เหมือนรัฐบาลบอกให้เราประหยัดพลังงานนั่นแหละครับ คือคุณไม่ประหยัด ก็ไม่มีความผิด เพราะไม่มีกฎหมายระบุไว้ครับ ◇
    .
    .
    .
    "อย่างไรก็ตาม จากข้อเท็จจริงทางกฎหมายและหลักเศรษฐศาสตร์ตลาดเสรี การขายสินค้าที่นำเข้าไม่ถือเป็นอาชญากรรม ตราบใดที่สินค้าเหล่านั้นถูกนำเข้าผ่านด่านศุลกากรอย่างถูกต้อง เสียภาษีอย่างถูกต้อง และมีคุณภาพที่ปลอดภัย แต่เพื่อขจัดความสงสัยและรักษาความยุติธรรมทางสังคม"

    https://kbn.news/archives/383734

    https://www.facebook.com/share/1GfzLg8vLf/
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ทางการกัมพูชายอมรับหนึ่งในการไปเยือนจีนของ ฮุนเซน คือการขอกู้ยืมเงินเพื่อเดินหน้าเฟสสองคลองฟูนันเตโชต่อไป
    .
    .
    .
    สำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของจีน (China International Development Cooperation Agency) ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐบาลจีน ได้ตกลงที่จะให้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำแก่กัมพูชาสำหรับการก่อสร้างคลอง

    สำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของจีน (CIDCA) ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐบาลจีน ได้ตกลงที่จะให้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำในจำนวนที่ไม่เปิดเผยแก่กัมพูชา เพื่อสนับสนุนการก่อสร้างคลองฟูนันเทโช มูลค่า 1.7 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งดูเหมือนว่าจะมีความคืบหน้าเพียงเล็กน้อยนับตั้งแต่เริ่มก่อสร้างในเดือนสิงหาคม 2024

    https://kiripost.com/stories/china-to-lend-money-to-cambodia-for-funan-techo-canal-construction
    https://www.facebook.com/share/p/1BbxdTGxcb/
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สําหรับเรื่องนี้ เนื่องจากเราเคยแชร์เรื่องแปลก ๆ ที่มีบะหมี่กึ่งสําเร็จรูปยี่ห้อกุนขแมร์ของกัมพูชา ระบุว่ารสหมูสับและได้เครื่องหมายฮาลาล
    FB_IMG_1782946067807.jpg FB_IMG_1782946069917.jpg FB_IMG_1782946075366.jpg
    ในส่วนของเรื่องราวดังกล่าวก็มีบทสรุปแล้วครับ นั่นก็คือบริษัทดังกล่าว ได้รับมอบหมายเป็นหนึ่งในบริษัทที่จะผลิตสินค้าในกัมพูชา เพื่อคนกัมพูชาตามโครงการสนับสนุนผู้ประกอบการกัมพูชาผลิตสินค้ามาทดแทนสินค้าจากไทย

    แต่ด้วยความรีบร้อนจึง ก๊อปปี้ ฉลาดกของไทยไปทําครับ ซึ่งเรื่องนี้ส่งผลกระทบค่อนข้างเยอะครับ แต่เราไม่ได้รับรายงานข่าวเพราะ เป็นข่าวดังในประเทศมุสลิม เช่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย และชาติอื่น ๆ

    พอดีมีคนให้ข้อมูลเพิ่มเติมจากเรื่องนี้เลยหยิบมาเล่าครับ เช็คกับข่าวของสื่อกัมพูชาแล้วตรงกันครับ

    ตอนนี้ทางกัมพูชาเตรียม พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ขออนุญาตฮาลาลในกัมพูชา ซึ่งจะมีการขยายธุรกิจของคนกัมพูชาจํานวนมาก ในการผลิตสินค้าที่ต้องขอฮาลาล ให้ได้มาตรฐานและขออนุญาตฮาลาลให้สําเร็จเร็วที่สุดเท่าที่ทําได้ครับ

    เรื่องนี้สืบเนื่องมาจาก แผนงานที่ไม่รัดกุมของรัฐบาลครับ เพราะการขอฮาลาลนั้นไม่ได้ทำได้ง่ายๆ ต้องผ่านมาตรฐานพื้นฐานก่อน ถ้าในประเทศไทยก็ต้องโรงงานได้มาตรฐานสถานที่ผลิตได้มาตรฐานทางอย.อนุญาต เป็นต้น

    นั่นคือพื้นฐานนะครับ เมื่อผลิตสินค้าได้มาตรฐานแล้วค่อยขอฮาลาล ซึ่งก็จะมี ข้อปฏิบัติ กฎระเบียบต่าง ๆ เพิ่มเติมเข้ามาอีกเพื่อให้ได้สัญลักษณ์ฮาลาล

    ที่นี่ทางกัมพูชา วางแผนไม่รอบคอบครับ ส่วนใหญ่เป็นเพราะคำสั่งจากท่านผู้นำ เพราะจังหวะที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกหายไปเหลือแต่นักท่องเที่ยวจีนซึ่งก็หายไปเช่นกัน ทางกัมพูชาตัดสินใจเปิดตลาดท่องเที่ยวกับศรีลังกาและอินเดียครับ รวมไปถึงประเทศในตะวันออกกลางอีก 4 ถึง 5 ประเทศ ซึ่ง นักท่องเที่ยวเหล่านั้น นับถือศาสนาอิสลามเป็นส่วนส่วนใหญ่และเมื่อมาถึงต้องการบริโภคอาหารและสินค้าที่ได้ฮาลาล

    และเมื่อทําการสํารวจตลาดพบว่าสินค้าไทยที่ทําการแบรนด์ไปนั้น สินค้าหลัก ๆ ส่วนมาก ได้รับอนุญาตฮาลาล ครับ ปีนี้ ทางการกัมพูชาประกาศแบนสินค้า รวมไปถึงมีการจับกุมผู้กักตุนหรือเก็บสินค้าจากไทยเอาไว้ ส่งผลให้สินค้าฮาลาล หายไปจากตลาด เกือบครึ่งหนึ่งเลยครับ

    ซึ่งในการแก้ไขเบื้องต้นทางการกัมพูชานําเข้าสินค้าจากอินโดและมาเลเซียเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะส่วนที่มีฮาราล แต่การนําเข้า มาแก้ไขไม่ใช่คําตอบระยะยาว

    ในวันนี้จึงมีการประกาศ ความร่วมมือระหว่างกรมการค้าของกัมพูชา กรมธุรกิจการค้า ที่จะ เข้าพูดคุยกับหน่วยงานฮาลาลของกัมพูชาในการวางแผนเพราะ ปกติสินค้าของบริษัทใครได้มาตรฐานและพร้อม เมื่อมองแล้วว่าควรขอสัญลักษณ์ฮาลาลเขาก็จะไปดำเนินการครับ ถ้าอย่างในประเทศไทยก็จะมีการฝึกอบรมก่อนมีการทำข้อสอบด้วย จากนั้นก็ปฏิบัติตามที่เจ้าหน้าที่แนะนำ ซึ่งถ้าใครเคยอยู่ในบริษัทที่ต้องขอจะเข้าใจดีครับ มันไม่ใช่อบรมเสร็จแล้วได้ใบอนุญาตแต่จะมีการตรวจโรงงานตามรอบมีเช็คประจําเดือน มีการตรวจสอบ เชิงลึกค่อนข้างเยอะครับเพื่อให้ได้มาตรฐานของฮาลาล

    ทีนี้บริษัทหน้าใหม่จํานวนมากที่บางบริษัทเพิ่งก่อตั้งได้ไม่ถึงหนึ่งปี แต่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐในการรีบผลิตสินค้าที่เป็นของคนกัมพูชาเพื่อคนกัมพูชาออกมาวางจําหน่ายให้ได้มาตรฐานเร็วที่สุดเพื่อให้ขึ้นเชลฟ์ ร้านค้าปลีกชื่อดังอย่างเซเว่นอีเลฟเว่นได้ และเพื่อรองรับลูกค้าที่นับถือศาสนาอิสลามที่เป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มหลักของกัมพูชาในตอนนี้

    ก็ต้องเรียกว่าชุลมุนครับ เพราะ รีบทุกอย่าง ซึ่งหน่วยงานฮาลาลนั้น เกือบทุกประเทศมีมาตรฐานครับ ถ้าไม่ได้มาตรฐาน เขาไม่ปล่อย ง่าย ๆ แน่นอน ดังนั้นทางการจึงต้อง ขอคุย เพื่อหาทางออกในเรื่องนี้ เพราะหากยังไม่มีสินค้าฮาลาลเพิ่มขึ้นจากผลิตภัณฑ์ในประเทศ การนําเข้าเพื่อแก้ปัญหายังคงมีต่อไป

    สิ่งหนึ่งที่ทําให้เราได้รับรู้ไปด้วยก็คือการขาดไปของสินค้าไทยยังคงส่งผลกระทบให้กับกัมพูชาจนถึงวันนี้ครับ

    ทําไมถึงเจ๊ง
    https://www.facebook.com/share/p/1BqKTuDrz7/
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    หลังจากมีการรณรงค์แบนสินค้าไทยใช้สินค้ากัมพูชา ล่าสุดครีมหรือเครื่องสําอางที่ผลิตในกัมพูชา เพื่อมาทดแทนสินค้าจากไทย เจ้าหน้าที่ลงตรวจหลังจากได้รับการร้องเรียน ผู้ที่ซื้อไปใช้เกิด อาการแพ้และเกิดรอยด่างบนใบหน้า

    โดยสรุปคือพบห้าแบรนด์ที่ผลิตในกัมพูชา เพื่อคนกัมพูชาและทดแทนสินค้าไทยมีทั้งสารต้องห้ามและปรอทในปริมาณสูงครับ
    FB_IMG_1782946192328.jpg FB_IMG_1782946194684.jpg FB_IMG_1782946196862.jpg
    https://www.khmertimeskh.com/501928556/govt-issues-warning-over-skincare-with-high-mercury-levels/

    https://www.facebook.com/share/p/1boygxLz8G/
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เคสนี้เขาปรึกษาอีกเพจหนึ่งมาครับ ทางเพจส่งเรื่องต่อมาให้เรา เนื่องจากเราเคยเขียนถึง

    สืบเนื่องจากเมื่อประมาณ 10 วันที่แล้วมีข่าวที่ตีออกมาจากทางฝั่งกัมพูชา แต่เกินความเป็นจริงไปเยอะครับ พูดประมาณว่า เยอรมัน เกาหลีใต้ รวมไปถึงจีนและฮ่องกง เททุเรียนของไทยทิ้งพร้อมกับบรรยายในเนื้อหาข่าวว่า

    ทุเรียนไทยไร้คุณภาพ ต่างชาติเททิ้งหมด และยังมีการเติมเรื่องสารเคมี ซึ่งจริง ๆ เป็นข่าวเก่าหลายปีแล้วครับ และเจ้าของที่ส่งไปก็ไม่ใช่คนไทย

    ซึ่งทางเราเคยนําเสนอไปแล้วครับ ในส่วนของเกาหลีใต้ อันนั้นเป็นกรณีที่เกิดขึ้น กับร้านแห่งหนึ่ง ซึ่งก็มีคําอธิบายครบหมดครับ

    ส่วนข่าวทั้งจีน ก็เป็นร้านขนาดเล็กที่เอาทุเรียน ที่ไม่เหมาะสมกับการขายไปทิ้งครับ รวมไปถึงมีเรื่องที่เกษตรกรชาวจีนนําทุเรียนไปให้แพะหรือแกะรับประทาน ซึ่งกัมพูชาก็เอาไปตีว่าทุเรียนไทยไร้คุณภาพถึงขนาดต้องให้สัตว์ในฟาร์มกิน ส่วนเรื่องปนเปื้อนสารเคมีเกิดขึ้นนานแล้วครับ เป็นเรื่องจริง แต่มันมีรายละเอียดมากกว่านั้น เช่น คนที่นําเข้าไม่ใช่คนไทย แต่เป็นคนจีน

    เรื่องที่ทาง แม่ค้าทุเรียน คนไทยท่าน นึง ร้องมาก็คือ เมื่อมีคนนำคลิปหรือเนื้อหาดังกล่าวมาโพสต์ ตามโซเชียลต่าง ๆ มันเหมือนมีกระบวนการคนกัมพูชาเข้ามา ชง/ตบ ในหลากหลายคอมเมนต์ครับ และที่แย่ไปกว่านั้นก็คือ คนตบจะชี้ให้ไปซื้อทุเรียนกัมพูชา ที่ดีเลิศประเสริฐศรีที่สุดแทน

    คําว่าชงตบก็คือ เตรียมกันมา รอจังหวะ จากนั้นคนหนึ่งก็จะเปิดเรื่องราว จากนั้นก็จะมีคนเข้ามาสนับสนุน จนกระทั่งบุคคลที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องคล้อยตามก็จะเข้าไปคอมเมนต์ เพื่อเปลี่ยนแนวคิดของคนอ่าน ทีนี้ถ้าเราไม่รู้เรื่องนี้มาก่อนและเข้ามาอ่านเพื่อหาความรู้หรือข้อเท็จจริง มีโอกาสที่เราจะเข้าใจผิดจากกระบวนการชงตบเหล่านี้ครับ

    สําหรับเคสนี้แอดก็ไม่รู้จะช่วยเหลือยังไงนะครับ เท่าที่ทําได้คือ เขียนอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้น ให้คนไทยรับทราบร่วมกันครับ

    ** สองภาพแรกคือ แคปที่แม่ค้าส่งมาให้ดูครับ สองภาพหลังเป็นภาพขยายความคิดเห็น ที่มีการชงตบและใส่ร้าย ทุเรียนไทยครับ
    FB_IMG_1782946267193.jpg FB_IMG_1782946269866.jpg FB_IMG_1782946271788.jpg FB_IMG_1782946274683.jpg
    แอด02 เรียบเรียง

    https://www.facebook.com/share/p/1c6Bfzrg6L/
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    บอนด์ยีลด์สหรัฐขยับขึ้นอีกครั้ง เพราะเศรษฐกิจยังไม่ยอมชะลอในแบบที่ตลาดอยากเห็น

    ตลาดหุ้นอาจตีความข่าวเศรษฐกิจดีเป็นบวกได้ แต่ตลาดพันธบัตรมักซื่อสัตย์กว่าเสมอ ถ้าเศรษฐกิจยังไปต่อได้ ยีลด์ก็ไม่มีเหตุผลจะลงเร็ว และนั่นคือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น เมื่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐขยับขึ้นอีกครั้งหลังข้อมูลผู้บริโภคและแรงงานออกมาดีกว่าคาด

    บอนด์ยีลด์ 10 ปีที่ทรงตัวแถวระดับสูงและ 2 ปีที่ตอบสนองต่อคาดการณ์เฟดอย่างไว สะท้อนว่าตลาดกำลังปรับตัวรับโลกที่ดอกเบี้ยอาจอยู่สูงนานกว่าเดิม แม้หลายคนยังอยากเชื่อว่าการลดดอกเบี้ยจะมาในไม่ช้า แต่ข้อมูลเศรษฐกิจชุดล่าสุดยังไม่เปิดทางนั้นชัดเจน

    สิ่งที่นักลงทุนต้องเข้าใจคือยีลด์ไม่ใช่แค่เรื่องของตลาดพันธบัตร มันคือ “ราคาเงิน” ของทั้งระบบ เมื่อยีลด์สูง ต้นทุนกู้สูง มูลค่าปัจจุบันของกำไรอนาคตต่ำลง หุ้นเติบโตถูกกด อสังหาโดนกด บริษัทที่หนี้สูงโดนกด แม้แต่ค่าเงินดอลลาร์ก็ได้แรงหนุนจากส่วนต่างอัตราผลตอบแทน

    ในมุมของภาคอสังหาและผู้ซื้อบ้าน ยีลด์สูงนานคือข่าวที่เจ็บจริง เพราะมันแปลว่าดอกเบี้ยกู้ซื้อบ้านและต้นทุนรีไฟแนนซ์ไม่ได้ลงเร็วอย่างที่คาด ตลาดบ้านจึงมีแนวโน้มฟื้นช้า ขณะที่สินทรัพย์ที่ต้องพึ่ง leverage สูงจะยังเปราะ

    สำหรับไทยและตลาดเกิดใหม่ ยีลด์สหรัฐที่สูงต่อคือแรงต้านสำคัญต่อเงินทุนไหลเข้า ทุกครั้งที่อเมริกาให้ผลตอบแทนสูงและปลอดภัย เงินจำนวนหนึ่งจะลังเลที่จะออกมาหาความเสี่ยงในเอเชีย ทำให้ค่าเงินและสินทรัพย์ในภูมิภาคฟื้นตัวได้ยากขึ้น

    สรุปแล้ว ข่าวนี้กำลังย้ำว่าปัญหาของตลาดปีนี้ไม่ใช่เศรษฐกิจแย่เกินไป แต่คือเศรษฐกิจยังดีพอจะทำให้ดอกเบี้ยไม่ลงง่าย และนั่นเป็นโจทย์ที่กดราคาสินทรัพย์ได้ยาวกว่าที่หลายคนคิด

    #บอนด์ยีลด์ #พันธบัตรสหรัฐ #Fed #ดอกเบี้ย #ค่าเงินดอลลาร์ #KimPropertyLive

    https://www.facebook.com/share/1FWZKZXVET/
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ทองคำกำลังถูกกดจากดอลลาร์แข็งและเฟดแข็ง แต่บทบาทสินทรัพย์หลบภัยยังไม่หายไปไหน

    ทองคำมักเคลื่อนไหวอยู่ระหว่างสองแรงดึงเสมอ ด้านหนึ่งคือความกลัวของโลกที่ผลักให้คนหาที่หลบภัย อีกด้านคือดอกเบี้ยและดอลลาร์ที่ทำให้การถือทองมีต้นทุนสูงขึ้น ในช่วงนี้แรงด้านหลังดูหนักกว่า เพราะข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐยังไม่เย็นพอให้เฟดผ่อนคลายเร็ว และดอลลาร์จึงยังแข็งแรงพอจะกดราคาทอง

    สิ่งสำคัญคือการอ่อนตัวของทองรอบนี้ไม่ได้เกิดจากการหายไปของความเสี่ยงโลก ตะวันออกกลางยังเปราะ สงครามและภูมิรัฐศาสตร์ยังไม่จบ หนี้รัฐบาลและเกมค่าเงินยังเป็นประเด็นใหญ่ เพียงแต่ตลาดกำลังให้ความสำคัญกับเรื่องดอกเบี้ยมากกว่าในระยะสั้น

    นี่คือเหตุผลที่คนลงทุนทองต้องอ่านเกมให้ถูก ถ้าถือทองเพราะหวังรีบาวด์เร็วจากข่าวสงครามเพียงอย่างเดียว อาจผิดหวังได้เมื่อดอลลาร์แข็งและยีลด์สูง แต่ถ้าถือทองในฐานะประกันต่อโลกที่ไม่มั่นคง บทบาทของมันยังไม่ได้หายไปไหน

    ในมุมมหภาค ทองคำยังเป็นสินทรัพย์ที่สะท้อนความไม่ไว้วางใจต่อระบบการเงินกระดาษ และในยุคที่ธนาคารกลางหลายแห่งยังเพิ่มน้ำหนักทองในทุนสำรองระยะยาว การย่อตัวระยะสั้นไม่ได้เปลี่ยนเรื่องใหญ่ตรงนั้น เพียงแต่จังหวะเข้าลงทุนต้องระวังมากขึ้น

    สำหรับไทย การเคลื่อนไหวของทองต้องแยกให้ชัดระหว่างราคาทองโลกกับราคาทองในประเทศ เพราะค่าเงินบาทมีผลโดยตรง บางวันทองโลกลงแต่ราคาทองไทยอาจลงไม่มากถ้าเงินบาทอ่อน นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมคนถือทองในไทยต้องดูทั้งสองชั้น ไม่ใช่ดูราคาดอลลาร์เพียงอย่างเดียว

    ข่าวนี้จึงสะท้อนโลกการลงทุนที่ซับซ้อนขึ้น ทองไม่ได้เป็นสินทรัพย์ที่ขึ้นทุกครั้งเมื่อโลกเสี่ยงเหมือนในจินตนาการ มันยังต้องต่อสู้กับดอกเบี้ยจริงและค่าเงินดอลลาร์ แต่ตราบใดที่โลกยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน บทบาททองในพอร์ตยังไม่จบง่าย ๆ

    #ทองคำ #ดอลลาร์ #Fed #สินทรัพย์ปลอดภัย #ราคาทอง #KimPropertyLive

    https://www.facebook.com/share/p/14ixokojh3Q/
     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ทำไมวิกฤตต้มยำกุ้งปี 1997 ถึงไม่ได้เริ่มจากเงินบาทอย่างเดียว แต่เริ่มจากการเอาเงินสั้นไปค้ำฝันยาวทั้งประเทศ

    เรื่องเกิดขึ้นตอนที่คนไทยจำนวนมากยังจำภาพตึกสร้างค้าง ธุรกิจปิดตัว และป้ายขายทรัพย์สินริมถนนได้อยู่ครับ

    แต่ถ้าถามผมว่าแก่นจริงของวิกฤตต้มยำกุ้งคืออะไร ผมมองว่ามันไม่ใช่แค่ “เงินบาทอ่อน” และไม่ใช่แค่ “นักเก็งกำไรโจมตีค่าเงิน”

    แก่นจริงคือทั้งระบบกำลังใช้เงินที่กลับบ้านเร็ว ไปไล่ซื้อสินทรัพย์ที่กว่าจะคืนทุนต้องใช้เวลาอีกนาน

    ลองนึกภาพตามนะครับ

    คุณกู้เงินดอลลาร์ระยะสั้นมาในต้นทุนที่ดูถูกมาก
    จากนั้นเอาเงินนั้นมาปล่อยกู้ต่อ ลงอสังหา ลงที่ดิน ลงโครงการที่ต้องใช้เวลาอีกหลายปีจึงจะขายหรือเก็บเงินกลับมาได้

    ตราบใดที่ค่าเงินนิ่ง ดอกเบี้ยไม่กระตุก และคนยังเชื่อว่าราคาสินทรัพย์ขึ้นต่อ เกมนี้จะดูสวยมากครับ

    แต่ปัญหาคือโลกจริงไม่ได้ใจดีกับโครงสร้างแบบนี้ตลอดไป

    ก่อนปี 1997 ไทยโตเร็วมาก เงินทุนต่างประเทศไหลเข้า ภาคการเงินขยายตัวแรง และอสังหากลายเป็นความหวังของคนทั้งตลาด

    หลายคนมองว่าช่วงนั้นคือยุคทอง
    แต่ผมมองว่าในเวลาเดียวกัน มันก็เป็นยุคที่ “วินัยของโครงสร้าง” เริ่มแพ้ “ความเชื่อว่าราคาจะขึ้นไปเรื่อย ๆ” ด้วย

    บทเรียนสำคัญอยู่ตรงนี้ครับ

    ปัญหาไม่ได้เกิดจากการกู้เงินอย่างเดียว
    ปัญหาเกิดจากการกู้ผิดประเภท ผิดสกุลเงิน และผิดจังหวะของสินทรัพย์

    เมื่อธนาคารและบริษัทจำนวนมากถือภาระหนี้เป็นเงินตราต่างประเทศ แต่รายได้จริงอยู่ในเงินบาท ความเสี่ยงจึงถูกซ่อนไว้เหมือนระเบิดเวลาลูกใหญ่

    ตราบใดที่เงินบาทยังตรึงได้ ทุกคนจะรู้สึกว่าปลอดภัย
    แต่ความปลอดภัยแบบนั้นเหมือนบ้านที่สวยมากบนฐานรากที่เริ่มร้าวครับ

    วันที่ 2 กรกฎาคม 1997 ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศลอยตัวเงินบาท

    คนส่วนใหญ่จำวันนี้ในฐานะวันเริ่มวิกฤต
    แต่ผมมองว่าวันนั้นเป็นแค่วันที่ระบบยอมรับความจริง ไม่ใช่วันที่ความเสี่ยงเกิดขึ้นครั้งแรก

    ความเสี่ยงมันเกิดมาก่อนหน้านั้นแล้ว ตอนที่ประเทศขาดวินัยเรื่อง maturity mismatch

    คำนี้ฟังดูยาก แต่แปลเป็นภาษาคนธรรมดาได้ว่า
    เอาเงินที่ต้องคืนเร็ว ไปวางไว้ในที่ที่เอาคืนช้า

    และถ้าสินทรัพย์ที่วางไว้นั้นยังอิงราคาความหวังด้วย ความเสี่ยงก็ยิ่งหนักขึ้นอีก

    อสังหาเป็นตัวอย่างที่ชัดมาก

    เพราะโครงการหนึ่งไม่ได้คืนทุนใน 3 เดือน
    บางทีต้องใช้เวลาเป็นปี ต้องขาย ต้องโอน ต้องรอ demand จริง และต้องอาศัยสภาพคล่องของทั้งระบบช่วยพยุง

    ถ้าคนในระบบจำนวนมากใช้หนี้สั้นมาดันสินทรัพย์ลักษณะนี้พร้อมกัน
    พอเงินใหม่หยุดไหล ความสวยงามก็หายไปเร็วมาก

    ผมมองว่านี่แหละครับ คือบทเรียนที่นักลงทุนอสังหายุคนี้ยังต้องจำ

    หลายคนชอบคิดว่าความเสี่ยงของอสังหาคือซื้อแพงเกินไปอย่างเดียว
    จริง ๆ แล้วความเสี่ยงที่อันตรายกว่าคือ “โครงสร้างเงิน” ไม่สอดคล้องกับ “ธรรมชาติของสินทรัพย์”

    สินทรัพย์ที่ดี ถ้าถือด้วยเงินผิดประเภท ก็ทำให้คนเจ็บได้

    ในทางกลับกัน สินทรัพย์ธรรมดา ถ้าถือด้วยโครงสร้างเงินที่มีวินัย ก็มีโอกาสพาเรารอดได้ยาวกว่าที่คิด

    ลองดูตลาดทุกยุคครับ

    เวลาคนล้มพร้อมกัน มันไม่ค่อยล้มเพราะทุกคนเลือกทำเลไม่ดีพร้อมกัน
    แต่มักล้มเพราะทุกคนใช้สูตรการเงินคล้ายกัน ใช้ leverage คล้ายกัน และเชื่อสมมติฐานเดียวกันมากเกินไป

    นั่นคือจุดที่ตลาดจาก “คึกคัก” กลายเป็น “เปราะ”

    IMF และ ธปท. เคยอธิบายคล้ายกันว่า หนึ่งในรากของวิกฤตคือภาระหนี้ต่างประเทศระยะสั้นที่สูง ขณะที่ระบบสถาบันการเงินและภาคอสังหาฯ อ่อนแอลงพร้อมกัน

    พอเอามาแปลเป็นภาษานักลงทุน มันคือการที่คนจำนวนมากกำลังวิ่งแข่งด้วยเชือกเส้นเดียวกัน
    ถ้าเชือกขาด ทุกคนล้มพร้อมกัน

    ผมมองว่าความสำคัญของต้มยำกุ้งจึงไม่ได้อยู่แค่ว่า “เคยมีวิกฤต”
    แต่อยู่ที่มันสอนเราว่า การเติบโตที่ดูเร็วมาก ถ้าใช้หนี้ผิดธรรมชาติ มันจะไม่ยั่งยืน

    นี่ใช้ได้ตั้งแต่ระดับประเทศไปจนถึงคนซื้อบ้านหนึ่งหลัง

    ถ้าคุณซื้อทรัพย์สินระยะยาว แต่เผื่อเงินสดไม่พอ
    ถ้าคุณพึ่งรีไฟแนนซ์ตลอดแต่ไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งเครดิตอาจไม่เปิดรับ
    ถ้าคุณผูกชีวิตไว้กับสมมติฐานว่าราคาจะขึ้น หรือคนเช่าจะมีตลอด
    คุณกำลังยืนอยู่ใกล้บทเรียนเดียวกัน เพียงแต่ขนาดเล็กกว่า

    ผมไม่ได้พูดเพื่อให้กลัวนะครับ
    ผมพูดเพราะผมมองว่าคนที่เข้าใจเรื่องนี้ จะจัดระบบตัวเองได้ดีขึ้นมาก

    คนที่เตรียมตัวดีจะไม่ถามแค่ว่า “ผลตอบแทนเท่าไร”
    แต่จะถามด้วยว่า “เงินที่ใช้ถือทรัพย์ชิ้นนี้ อยู่ได้นานพอไหม”

    นี่คือมุมคิดที่สำคัญมาก

    เพราะอสังหาหรือสินทรัพย์จริงไม่ใช่ของที่เอาไว้ลุ้นรายวัน
    มันเหมาะกับเงินที่นิ่งพอ อดทนพอ และไม่บีบให้เราขายผิดเวลา

    ผมมองว่าใครที่จำต้มยำกุ้งในฐานะเรื่องค่าเงินอย่างเดียว ยังจำไม่สุดครับ

    สิ่งที่ต้องจำให้แม่นกว่าคือ ประเทศหรือคนจะเปราะทันที เมื่อเอาเงินสั้นไปค้ำความฝันยาว โดยคิดว่าตลาดจะใจดีตลอด

    นั่นแหละครับ คือเหตุผลที่วิกฤตปี 1997 ยังไม่ใช่แค่ประวัติศาสตร์
    แต่มันยังเป็นคู่มือสอนเรื่องวินัยทางการเงินให้คนลงทุนทุกยุคอยู่เสมอครับ
    https://www.facebook.com/share/p/1dJwC3wkoi/
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ตลาดแรงงานสหรัฐยังไม่ล้ม แต่ตัวเลขเปิดรับงานกำลังบอกว่าแรงส่งเริ่มอ่อนลง

    ตัวเลขตำแหน่งงานเปิดรับสมัครในสหรัฐที่ขยับขึ้นสู่ 7.76 ล้านตำแหน่งในเดือนพฤษภาคม กลายเป็นข้อมูลอีกชิ้นที่ทำให้ตลาดต้องชะงัก เพราะสิ่งที่หลายคนรอคือหลักฐานชัด ๆ ว่าเศรษฐกิจสหรัฐเริ่มเย็นลงพอให้เฟดผ่อนคลายได้ แต่ตัวเลขแรงงานรอบนี้กลับบอกว่าเครื่องยนต์ยังไม่ดับง่าย

    สิ่งที่น่าสนใจไม่ใช่แค่จำนวนงานที่สูงกว่าคาด แต่คือภาพรวมของเศรษฐกิจที่ยังอยู่ในโหมด “ชะลอแบบไม่ทรุด” นายจ้างระวังมากขึ้นก็จริง แต่ยังไม่ถึงกับปิดรับคนจำนวนมาก นั่นหมายความว่ารายได้ครัวเรือนมีโอกาสยังถูกประคองอยู่ และเศรษฐกิจฝั่งอุปสงค์ในประเทศยังไม่อ่อนพอให้เฟดสบายใจเรื่องเงินเฟ้อ

    ในโลกของการลงทุน ข่าวแรงงานแบบนี้ตีความสองชั้นเสมอ ชั้นแรกคือข่าวดีต่อเศรษฐกิจ เพราะมันลดโอกาสที่สหรัฐจะหล่นเข้าสู่ภาวะถดถอยแบบรวดเร็ว แต่ชั้นที่สองคือข่าวที่ทำให้ตลาดต้องเลื่อนความหวังเรื่องการลดดอกเบี้ยออกไป เพราะตราบใดที่ตลาดแรงงานยังตึงพอ เงินเฟ้อฝั่งบริการก็ยังมีสิทธิ์เหนียว

    นี่คือเหตุผลที่ตัวเลขแรงงานแม้ดูดี แต่กลับสร้างแรงกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยงบางกลุ่ม โดยเฉพาะหุ้นที่ valuation แพงและต้องการดอกเบี้ยต่ำมาหนุน ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลมักตอบสนองทันทีผ่านยีลด์ที่ขยับขึ้น และดอลลาร์มีแนวโน้มแข็งค่าจากการที่ตลาดปรับสมมติฐานใหม่

    ถ้ามองจากฝั่งผู้ประกอบการและอสังหา ข่าวนี้ยิ่งสำคัญ เพราะดอกเบี้ยที่สูงนานหมายถึงต้นทุนการกู้ยืมยังไม่ลงเร็ว ทั้งบ้าน รถ บัตรเครดิต และการลงทุนของภาคธุรกิจจะยังถูกกดไว้ในระดับหนึ่ง เศรษฐกิจจึงอาจไม่พัง แต่ก็ไม่ง่ายที่จะกลับไปวิ่งแรง

    สำหรับเอเชียและไทย ความแข็งของแรงงานสหรัฐคือแรงกดดันทางอ้อมต่อเงินทุนเคลื่อนย้าย หากเฟดยังไม่มีเหตุผลลดดอกเบี้ยเร็ว เงินดอลลาร์ก็ยังยืนแข็งได้ และนั่นมักทำให้สินทรัพย์เกิดใหม่ฟื้นตัวได้ยากขึ้นกว่าที่หวัง

    ข่าวนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องคนอเมริกันยังหางานได้ แต่คือการย้ำว่าตลาดยังอยู่ในโลกเดิม โลกที่เศรษฐกิจสหรัฐไม่แย่พอให้เฟดรีบช่วย และเมื่อเป็นแบบนั้น การลงทุนทั้งโลกก็ยังต้องเล่นเกมระวังดอกเบี้ยสูงต่อไปอีกระยะ

    #ตลาดแรงงานสหรัฐ #JOLTS #Fed #ดอกเบี้ย #ดอลลาร์
    https://www.facebook.com/share/p/1BmPDscHLY/
     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    จีนกลับมาขยายตัวเหนือ 50 แต่โลกยังไม่ควรรีบสรุปว่าเศรษฐกิจจีนพ้นจุดเสี่ยงแล้ว

    ตัวเลข 50.3 ฟังดูเหมือนเป็นแค่เส้นแบ่งเล็ก ๆ ระหว่างคำว่า “หดตัว” กับ “ขยายตัว” แต่สำหรับเศรษฐกิจโลก มันมีความหมายมากกว่านั้น เพราะเมื่อภาคการผลิตจีนกลับขึ้นมาเหนือ 50 ได้ ตลาดจะเริ่มตีความทันทีว่าห่วงโซ่อุปทาน การส่งออก และอุปสงค์วัตถุดิบอาจกำลังผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว

    ประเด็นสำคัญคือการฟื้นครั้งนี้ไม่ได้แปลว่าจีนกลับมาแข็งแรงแบบเดิม มันแปลเพียงว่าเครื่องจักรบางส่วนเริ่มหมุนดีขึ้นหลังรัฐอัดมาตรการประคองหลายทาง ทั้งการหนุนสินเชื่อ การเร่งโครงการลงทุน และความพยายามพยุงภาคอสังหาที่ลากเศรษฐกิจจีนลงมาหนักตลอดหลายไตรมาสที่ผ่านมา ตลาดจึงตอบสนองเชิงบวกได้ แต่ยังไม่ถึงขั้นมั่นใจเต็มที่

    สิ่งที่นักลงทุนต้องแยกให้ออกคือ PMI เป็นตัวชี้วัดโมเมนตัม ไม่ใช่คำพิพากษาว่าโครงสร้างเศรษฐกิจหายป่วยแล้ว ถ้าการขยับจากต่ำกว่า 50 มาเป็น 50.3 เกิดจากคำสั่งซื้อระยะสั้นหรือแรงเร่งจากนโยบายภาครัฐเพียงอย่างเดียว ความยั่งยืนจะยังเปราะมาก และถ้าคำสั่งซื้อจากต่างประเทศยังไม่ฟื้นต่อเนื่อง จีนก็ยังเสี่ยงกลับไปวนกับปัญหาเดิม คือโรงงานผลิตได้ แต่ปลายทางซื้อไม่มากพอ

    ผลกระทบของข่าวนี้จึงไม่ได้อยู่แค่ในจีนเอง แต่กระจายไปยังประเทศผู้ส่งออกวัตถุดิบ ผู้ผลิตชิ้นส่วน อุตสาหกรรมเดินเรือ โลจิสติกส์ และตลาดหุ้นเอเชียทั้งภูมิภาค ถ้า PMI จีนยืนเหนือ 50 ได้หลายเดือนติด หุ้นกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ พลังงาน และอุตสาหกรรมอาจได้แรงหนุนเพิ่ม ขณะที่ค่าเงินในเอเชียรวมถึงสินทรัพย์เสี่ยงจะได้ประโยชน์จากความเชื่อว่าเครื่องยนต์จีนยังไม่ดับ

    แต่ถ้ามองแบบนักลงทุนสายระวัง ความเสี่ยงยังอยู่ครบ ทั้งภาคอสังหาที่อ่อนแรง หนี้ท้องถิ่นที่สูง แรงกดดันเงินฝืด และความไม่แน่นอนจากสงครามการค้ากับสหรัฐ ถ้าโลกกำลังเข้าสู่รอบกีดกันทางเทคโนโลยีและภาษีมากขึ้น จีนอาจโตได้ แต่โตแบบไม่เหมือนเดิม คือโตช้ากว่าเดิมและต้องพึ่งรัฐมากกว่าเดิม

    สำหรับไทย ข่าวนี้สำคัญเพราะจีนยังเป็นตัวแปรใหญ่ต่อการท่องเที่ยว การส่งออก และจิตวิทยาการลงทุนในภูมิภาค ถ้าจีนฟื้นจริง สินค้าอุตสาหกรรมไทย ชิ้นส่วน อิเล็กทรอนิกส์ และบรรยากาศการลงทุนเอเชียจะดีขึ้นตาม แต่ถ้าการฟื้นเป็นเพียงตัวเลขเดือนเดียว ตลาดอาจกำลังรีบให้เครดิตเร็วเกินไป

    บทสรุปคือ PMI จีนเหนือ 50 เป็นสัญญาณที่ดีพอจะทำให้ตลาดหันกลับมามองเอเชียอีกครั้ง แต่ยังไม่มากพอจะบอกว่าเศรษฐกิจจีนพ้นโซนอันตรายแล้ว รอบนี้จึงไม่ใช่ข่าวให้ตื่นเต้นอย่างเดียว แต่เป็นข่าวที่บอกว่าตลาดต้องแยกให้ออกระหว่าง “เริ่มฟื้น” กับ “ฟื้นจริง”

    https://www.facebook.com/share/p/1GnF9n2qwp/
     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    PBOC อัดเงิน 6 แสนล้านหยวนสองวันติด เกมประคองจีนรอบนี้ไม่ใช่แค่ลดดอกเบี้ย แต่คือการคุมสภาพคล่องรายวันแบบไม่ให้ตลาดสะดุด

    ถ้า PMI ที่ 50.3 คือข่าวว่าจีนยังเดินต่อได้ ข่าวการอัดสภาพคล่อง 600,000 ล้านหยวนก็เหมือนเชิงอรรถที่บอกว่า รัฐบาลปักกิ่งยังไม่กล้าปล่อยให้ระบบการเงินดูแลตัวเองเต็มที่ และนี่ต่างหากคือสาระสำคัญของรอบนี้ เพราะการฟื้นตัวที่ต้องถูกดูแลวันต่อวัน มักเป็นการฟื้นตัวที่ยังเปราะกว่าตัวเลขหัวข่าวบอกเสมอ

    รายงานที่อ้าง Reuters ระบุว่า PBOC อัดเงิน 600,000 ล้านหยวน หรือราว 88,300 ล้านดอลลาร์เข้าสู่ระบบผ่านธุรกรรม reverse repo แบบข้ามคืนในวันที่ 30 มิถุนายน หลังจากวันก่อนหน้าเพิ่งเริ่มใช้เครื่องมือนี้เป็นครั้งแรกด้วยวงเงิน 300,000 ล้านหยวน ที่สำคัญคืออัตราดอกเบี้ยของเครื่องมือใหม่นี้ยังคงไว้ที่ 1.25% ภาพรวมจึงชัดมากว่า ธนาคารกลางจีนไม่ได้ต้องการส่งสัญญาณตกใจ แต่ต้องการย้ำว่าพร้อมอุ้มเสถียรภาพระยะสั้นอย่างใกล้ชิด

    ความหมายของ reverse repo แบบข้ามคืนอาจฟังเทคนิค แต่ในภาษาคนธรรมดามันคือการที่ธนาคารกลางยอมเติมน้ำเข้าระบบการเงินเป็นช่วงสั้นมาก เพื่อกันไม่ให้ตลาดเงินตึงตัวเกินไป การใช้เครื่องมือรายวันเช่นนี้บอกว่าผู้กำหนดนโยบายไม่อยากรอให้เกิดปัญหาแล้วค่อยแก้ แต่ต้องการแตะพวงมาลัยถี่ขึ้น เพราะถ้าปล่อยให้สภาพคล่องสะดุดในช่วงที่เศรษฐกิจยังฟื้นไม่ทั่วถึง ความเชื่อมั่นอาจเสียเร็วกว่าที่ตัวเลขเศรษฐกิจจริงจะบอก

    เหตุผลที่เรื่องนี้สำคัญคือจีนกำลังอยู่ในภาวะที่ต้องบาลานซ์หลายอย่างพร้อมกัน ด้านหนึ่งต้องประคองการเติบโตและตลาดเงิน อีกด้านต้องระวังไม่ให้ปล่อยสภาพคล่องจนกลายเป็นฟองสบู่ในสินทรัพย์หรือทำให้หยวนอ่อนเกินไป การเลือกใช้ reverse repo ข้ามคืนจึงสะท้อนแนวคิดว่า ปักกิ่งอยากได้ความยืดหยุ่นมากกว่าการใช้ค้อนใหญ่แบบลดดอกเบี้ยแรง ๆ รอบเดียว เพราะค้อนใหญ่มีผลทางจิตวิทยาแรง แต่ก็เสี่ยงส่งสัญญาณว่าเศรษฐกิจมีปัญหามากกว่าที่เห็น

    ถ้ามองคู่กับ PMI จะเห็นภาพชัดขึ้นว่า เศรษฐกิจจีนกำลังฟื้นในลักษณะที่รัฐยังต้องคอยกันหลังอยู่ใกล้ ๆ โรงงานดีขึ้นจากแรงส่งออกและเทค แต่ดีมานด์ในประเทศยังไม่มั่นคงพอ ภาคอสังหายังไม่หายเจ็บ และความเชื่อมั่นภาคเอกชนก็ยังไม่กลับมาเต็มที่ การเติมเงินวันต่อวันจึงเหมือนการช่วยไม่ให้เครื่องยนต์สะดุดกลางทาง มากกว่าการประกาศว่าปลายทางปลอดภัยแล้ว

    สำหรับตลาดเอเชีย ข่าวนี้มีผลต่อทั้งค่าเงิน บอนด์ และหุ้น เพราะทุกครั้งที่ PBOC อัดเงินเพิ่ม ตลาดจะต้องตีความว่า จีนกำลังแค่ดูแลจังหวะหรือกำลังอุดรอยรั่วที่ลึกขึ้น ถ้าตลาดเชื่อว่าเป็นการดูแลจังหวะ ความเสี่ยงจะลดลง แต่ถ้าเชื่อว่ารัฐเริ่มต้องประคองหนักขึ้น ความระแวงเรื่องเศรษฐกิจจีนก็จะกลับมาเร็วเหมือนกัน

    ในระยะต่อไป สิ่งที่ต้องจับตาไม่ใช่แค่จำนวนเงินที่อัดเข้าไป แต่คือความถี่ ถ้า PBOC ต้องเติมสภาพคล่องแรงต่อเนื่องอีกหลายวันหรือหลายสัปดาห์ นั่นอาจแปลว่าระบบยังมีจุดเปราะที่ซ่อนอยู่ และความเปราะนั้นอาจไม่จำกัดแค่ตลาดเงิน แต่อาจเชื่อมไปถึงภาคอสังหา ภาระหนี้ และความมั่นใจของภาคธุรกิจด้วย

    มุมมองนักวิเคราะห์ต่อเหตุการณ์นี้
    มุมอ่านจากข้อมูลในข่าวคือ จีนไม่ได้ส่งสัญญาณวิกฤต แต่กำลังส่งสัญญาณว่าการฟื้นตัวครั้งนี้ยังต้องใช้การดูแลที่ละเอียดกว่าปกติ การอัดเงินข้ามคืนต่อเนื่องบอกว่า PBOC อยากควบคุมความผันผวนก่อนที่มันจะลามไปเป็นปัญหาความเชื่อมั่น

    ดังนั้นสภาพคล่อง 600,000 ล้านหยวนจึงไม่ใช่ข่าวเล็กของตลาดเงินจีน แต่มันคือภาษาของธนาคารกลางที่บอกว่า เครื่องยนต์เศรษฐกิจยังเดินได้ แต่ยังไม่มีใครกล้าปล่อยมือจากพวงมาลัย

    #PBOC #จีน #สภาพคล่อง #หยวน #ตลาดเงิน #เศรษฐกิจเอเชีย #KimPropertyLive

    https://www.facebook.com/share/p/18yXpXZnBA/
     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ศาลสูงสหรัฐกันทรัมป์ออกจากเฟดไม่ได้ง่าย ๆ คดี Lisa Cook กำลังย้ำว่าตลาดยังต้องการธนาคารกลางที่ไม่ขึ้นกับการเมือง

    ถ้าธนาคารกลางคือเสาหลักของระบบการเงินโลก คดีของ Lisa Cook ก็คือการทดสอบว่าเสานี้ยังยืนด้วยกฎหมายหรือเริ่มโยกตามการเมืองแล้ว และคำตัดสินล่าสุดของศาลสูงสหรัฐส่งสัญญาณชัดว่า อย่างน้อยในจุดสำคัญที่สุด ตลาดยังไม่ถูกปล่อยให้ต้องลุ้นกับอารมณ์ของประธานาธิบดีทุกเช้า

    ศาลสูงสหรัฐมีคำวินิจฉัย 5 ต่อ 4 ว่า Donald Trump ไม่สามารถปลด Lisa Cook ออกจากตำแหน่งผู้ว่าการเฟดได้โดยง่าย โดยแกนของคำตัดสินอยู่ที่หลักคุ้มครองตามกระบวนการและสถานะพิเศษของธนาคารกลาง คำวินิจฉัยนี้ต่างจากคดีอื่นที่ศาลยอมขยายอำนาจฝ่ายบริหารต่อหน่วยงานอิสระ เพราะเฟดถูกมองว่าเป็นสถาบันที่เสถียรภาพของทั้งระบบการเงินโลกผูกอยู่ด้วย

    เรื่องนี้สำคัญมากเพราะตลาดไม่ได้สนใจเพียงตัวบุคคล แต่สนใจว่านโยบายการเงินจะยังถูกขับเคลื่อนด้วยข้อมูลหรือจะถูกกดดันด้วยเกมเลือกตั้ง หากประธานาธิบดีสามารถปลดผู้ว่าการเฟดได้ตามใจ ความน่าเชื่อถือของทุกคำพูดเรื่องดอกเบี้ย เงินเฟ้อ และเสถียรภาพการเงินจะอ่อนลงทันที และเมื่อความเชื่อมั่นหายไป ต้นทุนการเงินของประเทศก็พร้อมสูงขึ้นเองโดยไม่ต้องรอให้เฟดขึ้นดอกเบี้ย

    ในช่วงที่เงินเฟ้อยังไม่สงบ และตลาดยังเถียงกันเรื่องทิศทางดอกเบี้ย การรักษาอิสระของเฟดจึงไม่ใช่เรื่องเชิงนามธรรม แต่มันคือเงื่อนไขที่ทำให้ทั้งตลาดบอนด์ ตลาดหุ้น และค่าเงินดอลลาร์ยังมีจุดอ้างอิงร่วมกันได้ ถ้าวันหนึ่งนักลงทุนเริ่มเชื่อว่าเฟดกลายเป็นเครื่องมือทางการเมือง ทุกสินทรัพย์จะต้องคิดส่วนลดความเสี่ยงใหม่ทันที

    มองอีกมุม คดีนี้ยังสะท้อนว่าอเมริกาเองกำลังต่อสู้กับคำถามใหญ่กว่าเดิมว่า “สถาบัน” จะคงน้ำหนักได้มากแค่ไหนในยุคที่การเมืองพยายามกินพื้นที่ทุกอย่าง และการที่ศาลยังกันเฟดออกจากวงนี้ไว้ได้บางส่วน ถือเป็นข่าวดีที่ตลาดไม่ควรมองข้าม

    มุมมองนักวิเคราะห์ต่อเหตุการณ์นี้
    บทเรียนจากข่าวนี้คือ อิสระของเฟดไม่ใช่เรื่องศักดิ์ศรีของข้าราชการการเงิน แต่เป็นเรื่องต้นทุนของระบบทั้งหมด ยิ่งตลาดกังวลเงินเฟ้อและดอกเบี้ยมากเท่าไร การมีเฟดที่ไม่ถูกการเมืองลากไปลากมาก็ยิ่งสำคัญมากเท่านั้น

    คดี Lisa Cook จึงไม่ได้จบแค่การรักษาเก้าอี้หนึ่งตัว แต่มันกำลังย้ำว่า ถ้าเสาหลักของดอลลาร์จะยังอยู่ได้ โลกต้องเชื่อว่าเฟดยังกล้าตัดสินใจโดยไม่ต้องรอฟังเสียงปราศรัยจากทำเนียบขาว

    #เฟด #LisaCook #Trump #ศาลสูงสหรัฐ #ดอกเบี้ย #ดอลลาร์ #KimPropertyLive

    https://www.facebook.com/share/p/1A8mSzgyoX/
     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    บ้านพี่เมืองน้องไหมละ? พบจีนยังคงแอบส่งอาวุธให้เขมรเรื่อยๆ แม้พยายามหลอกไทยว่าเป็นดีลเก่า สรุปเจ๊กใช้พวกกระนูยทำสงครามตัวแทนกับไทย ใช่หรือไม่? รวมทั้งใช้สถานการณ์สู้รบชายแดนเป็นสถานที่ทดสอบอาวุธของจีนใช่หรือไหม? #เจ๊กปากว่าตาขยิบ

    https://www.facebook.com/share/1EvTPoanDt/
     
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    1 ก.ค. - ทหารเขมรลงคลิปพร้อมระบุแคปชั่นว่า "เราจะต้องสูญเสียแผ่นดินไปอีกเท่าไร? นี่คือแผนที่อาณาจักรเขมรโบราณในยุคสมัยอังกอร์ ประเทศไทยไม่เคยมีตัวตนอยู่จริง หลักฐานชิ้นนี้ถูกจัดแสดงไว้อย่างชัดเจนที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติกัมพูชา ยืนยันว่าพวกเสียมอาศัยอยู่บนแผ่นดินเขมร และได้ขโมยดินแดนเขมรมาเป็นของตนเอง"
    .
    - តើយើងត្រូវបាត់បង់ទឹកដីប៉ុន្មានទៀត? នេះគឺជាផែនទីអាណាចក្រខ្មែរបុរាណ ក្នុងសម័យអង្គរ ប្រទេសថៃមិនដែលមានរូបរាងពិតប្រាកដទេ។ ភស្តុតាងមួយនេះត្រូវបានដាក់តាំងបង្ហាញយ៉ាងច្បាស់លាស់នៅសារមន្ទីរជាតិកម្ពុជា ដែលបញ្ជាក់ថាពួកសៀមរស់នៅលើទឹកដីខ្មែរ ហើយបានលួចយកទឹកដីខ្មែរមកធ្វើជារបស់ខ្លួន។ -
    .
    ในคลิปมันพูดว่า : นี่คือ แผนที่คาบสมุทรอินโดจีน ในสมัยก่อน ยุคอังกอร์
    ช่วงหลัง ลูกมันถามว่านั้นป้ายอะไร พ่อมันบอกว่า ป้ายห้ามสูบบุหรี่
    ทำไมไม่บอก แผนที่เสียม 5555

    https://www.facebook.com/share/r/1HnEenc1zW/
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • g.mp4
      ขนาดไฟล์:
      972 KB
      เปิดดู:
      18
  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ล่าสุดเขมรลงคลิปเมื่อสักครู่ที่ผ่านมา "กำลังสร้างฐานกระเช้า"

    https://www.facebook.com/share/r/1D42T5SSA3/
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • w.mp4
      ขนาดไฟล์:
      1.5 MB
      เปิดดู:
      15
  18. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    อันนี้ไม่ขำนะครับ เขมรได้รับคอมพิวเตอร์สำหรับปืนใหญ่สนามแบบพกพา ซึ่งมีขีดความสามารถคำนวณการยิง, หาพิกัดเป้าหมายและจุดกระสุนตก มาใหม่ๆ หมาดๆ
    .
    เมื่อก่อนเขมรจะใช้แค่ชุดเครื่องมือคำนวณด้วยมือ ซึ่งประกอบด้วย แผนที่ทหาร ร่วมกับ เข็มทิศเล็ง (Aiming Circle) เพื่อระบุพิกัดเป้าหมายและตำแหน่งปืน จากนั้นใช้ แผ่นคำนวณระยะ (Plotting Board) และ ตารางยิง (Firing Tables) ซึ่งเป็นสมุดบันทึกค่าทางคณิตศาสตร์และตำบลกระสุนตก ที่คำนวณไว้ล่วงหน้า มาหาค่ามุมส่ายและมุมเงยที่ถูกต้องด้วยมือ การส่งข้อมูลการยิงด้วยเสียงผ่านวิทยุ เพื่อให้พลปืนปรับมุมด้วยมือ เป็นการทำงานในระบบอนาล็อก (Manual) อาทิเช่น
    .
    กล้องเล็งปืน (Panoramic Telescope) : พลประจำปืนจะใช้มือหมุนลูกบิดปรับค่ามุมส่าย (Deflection) ตามตัวเลขที่ได้จากการคำนวณ เพื่อให้ปากลำกล้องหันไปในทิศทางที่ต้องการ

    เครื่องวัดมุมดิ่ง (Quadrant/Quadrant Sight) : พลประจำปืนจะหมุนปรับระดับมุมเงย (Elevation) ให้ได้ตามค่าที่กำหนด เพื่อให้วิถีกระสุนตกกระทบเป้าหมายในระยะทางที่ถูกต้อง
    .
    เสาเล็ง (Aiming Posts) : เป็นหลักไม้หรือแท่งเหล็กที่ปักไว้ด้านหน้าหรือหลังปืน เพื่อให้พลประจำปืนใช้เป็นจุดอ้างอิงในการหมุนปืนให้ตรงทิศทางเดิมในทุกครั้งที่ทำการยิงซ้ำ เพราะแรงสะท้อนถอยหลังมักจะทำให้ปืนเคลื่อนที่เสียตำแหน่งไปเล็กน้อย
    ---
    1 ก.ค. - ทหารเขมรลงคลิปอวดคอมพิวเตอร์สำหรับปืนใหญ่สนามแบบพกพา พร้อมระบุแคปชั่นว่า "ขอบคุณสำหรับเทคโนโลยีจากประเทศจีน วีรบุรุษได้รับคอมพิวเตอร์สำหรับปืนใหญ่ เราจะใช้มันอย่างดีที่สุด"


    https://www.facebook.com/share/v/196PvNmaVf/
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • A (1).mp4
      ขนาดไฟล์:
      13.9 MB
      เปิดดู:
      23
  19. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    1 ก.ค. - ทหารเขมรลงคลิปฝึกซ้อมกับกองทัพจีนในเทเลแกรมพร้อมระบุแคปชั่น "พวกเขาสุดยอด วีรบุรุษสองกองทัพที่ยิ่งใหญ่ร่วมซ้อมรบกัน ทหารชาวจีนมิตรภาพที่ยิ่งใหญ่ จีนและกัมพูชา"

    https://www.facebook.com/share/v/18xrZ112R6/
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • w.mp4
      ขนาดไฟล์:
      6.1 MB
      เปิดดู:
      22
  20. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    1 ก.ค. - ทหารเขมรลงคลิป พร้อมระบุแคปชัาน "หน้าตาก็ดูใจดีมาตั้งแต่เกิดแล้ว แต่เป็นเพราะพวกเสียมนั่นแหละที่ทำให้อย่างพวกเรา (คนเขมร) ต้องกลายเป็นคนดุร้าย ‍✈️"

    https://www.facebook.com/share/r/1EJRy7kGxN/
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • g.mp4
      ขนาดไฟล์:
      1.2 MB
      เปิดดู:
      18

แชร์หน้านี้

Loading...