ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    มีรายงานว่า จีนยังคงแอบส่งอาวุธและยุทโธปกรณ์ให้กัมพูชาอย่างต่อเนื่อง โดยตรวจพบการขนถ่ายจากเรือบรรทุกสินค้าที่ท่าเรือสีหนุวิลล์ แล้วลำเลียงต่อด้วยขบวนรถไฟ ประกอบด้วยกระสุนปืนใหญ่ขนาด 152 มม. (D-20) และ 122 มม. (D-30) กระสุนรถถังขนาด 105 มม. สำหรับ Type-59D (ZTZ59D) และขนาด 100 มม. สำหรับรถถัง T-54/55 รวมถึงชิ้นส่วนอะไหล่รถถังทั้ง 2 รุ่น พร้อมด้วยลูกจรวดขนาด 122 มม. สำหรับเครื่องยิงจรวด BM-21, Type 81, Type 90B และ RM-70 นอกจากนี้ยังพบลูกกระสุนปืน ค. ขนาด 82 มม. และ 120 มม. รุ่น Type 53, Type 67 และ Type W86 ตลอดจนลูกจรวดสำหรับ RPG-2 และ Type-69 RPG ขนาด 82 มม. ในส่วนของอาวุธเล็กพบกระสุนขนาด 7.62 มม. สำหรับปืนไรเฟิลจู่โจมและปืนกล รวมถึงกระสุนขนาด 12.7 มม. และปืนไรเฟิลต่อต้านวัตถุ Norinco LR2 อีกจำนวนมาก
    .
    ซึ่งเป็นเครื่องกระสุนและอาวุธที่กัมพูชาคลาดแคลนอย่างหนักจากการสู้รบเมื่อ 2 ครั้งที่ผ่านมา โดยอาวุธทั้งหมดถูกบรรจุในตู้คอนเทนเนอร์จำนวนหลายขบวน ปกคลุมด้วยผ้าใบอย่างมิดชิด ก่อนเคลื่อนขบวนเข้าสู่กรุงพนมเปญ และนำไปพักไว้ที่กองบัญชาการทหารปืนใหญ่ ซึ่งขึ้นตรงกับกองบัญชาการภูมิภาคทหารที่ 3 ตั้งอยู่ในตำบลโวยซา อำเภอสำโรงทง จังหวัดกำปงสปือ ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงพนมเปญ 30 กิโลเมตร ก่อนจะมีการกระจายส่งต่อไปยังพื้นที่จังหวัดชายแดนติดกับประเทศไทย โดยทางจีนเคยอ้างว่าเป็นคำสั่งซื้อเดิมที่ค้างชำระจากอดีตเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบจากไทย (พูดกันตรงๆ ก็คือ หลอกไทยนั้นละ)
    .
    การจัดส่งอาวุธและกระสุนในรอบนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากคลังสรรพาวุธของกัมพูชาอยู่ในสภาวะขาดแคลนอย่างหนัก สืบเนื่องจากการสูญเสียและอัตราการใช้กระสุนและอาวุธยุทโธปกรณ์ที่สูงมากในการปะทะตามแนวชายแดนกับประเทศไทยตลอดการสู้รบทั้ง 2 ครั้งที่ผ่านมา
    .
    ซึ่งส่งผลให้ขีดความสามารถในการสนับสนุนด้วยปืนใหญ่และอาวุธสนับสนุนหนักของกัมพูชาลดลงจนถึงขั้นวิกฤต การนำเข้าอาวุธจากจีนในครั้งนี้จึงเป็นการเติมเต็มขีดความสามารถในการรบให้กลับคืนสู่ระดับที่พร้อมปฏิบัติการ เพื่อทดแทนส่วนที่สูญเสียไปและเตรียมความพร้อมสำหรับสถานการณ์ความขัดแย้งที่อาจยืดเยื้อต่อไปในอนาคต
    .
    หมายเหตุ : คลิปรถไฟขนอาวุธ ผมได้จากกลุ่มเทเลแกรมของชาวเขมร โดยระบุว่า รัฐบาลกำลังขนสิ่งของบางอย่างที่ยอมไม่เปิดเผย คลิปชุดดังกล่าวถูกลบทิ้งภายใน 15 นาทีต่อมา

    https://www.facebook.com/share/v/1D79LK1ho4/
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • 1.mp4
      ขนาดไฟล์:
      2.6 MB
      เปิดดู:
      30
    • 2.mp4
      ขนาดไฟล์:
      3.1 MB
      เปิดดู:
      29
    • 3.mp4
      ขนาดไฟล์:
      3.7 MB
      เปิดดู:
      29
    • 4.mp4
      ขนาดไฟล์:
      2.3 MB
      เปิดดู:
      19
    • 5.mp4
      ขนาดไฟล์:
      1.3 MB
      เปิดดู:
      17
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 2 กรกฎาคม 2026
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    1 ก.ค. - หน่วยรบพิเศษที่ 911 (รพศ.911) ของเขมรลงคลิปพร้อมระบุแคปชั่น "สำเร็จแล้ว 4 สัปดาห์ของการฝึกรีคอนขะแมร์ (มันเคลมชื่อรีคอนของเรา) พร้อมรบทันทีเพื่อได้รับคำสั่งจากผู้นำของเรา พวกโจรเสียมจะพ่ายแพ้ภายในไม่เกิน 5 วัน" - "ជោគជ័យហើយ ៤សប្តាហ៍ ហ្វឹកហាត់ Recon ខ្មែរ រួចរាល់សម្រាប់ការប្រយុទ្ធភ្លាមៗ ដើម្បីទទួលបទបញ្ជាពីមេដឹកនាំរបស់យើង ពួកចោរស្យាមនឹងចាញ់មិនលើសពី ៥ថ្ងៃនោះទេ" -

    https://www.facebook.com/share/v/1DAmxaV7Nx/
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • g.mp4
      ขนาดไฟล์:
      2.9 MB
      เปิดดู:
      29
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    30 มิ.ย. ทหารเขมรลงคลิปพร้อมระบุแคปชั่น "ขนมสำหรับเสียม! ลูกจรวด BM-21 จากมิตรประเทศเดินทางมาถึงกัมพูชา พร้อมส่งแนวหน้า"

    https://www.facebook.com/share/r/1D4bBmcvAv/
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • A (1).mp4
      ขนาดไฟล์:
      796.4 KB
      เปิดดู:
      21
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    30 มิ.ย. ทหารเขมรลงคลิปขอนํ้าดืมจากทหารไทยที่โอร์เสม็ด พร้อมระบุแคปชั่น "คนเชื้อสายสุรินทร์ลืมถิ่นกำเนิดเร็วมากพี่น้องเอ๋ย ทั้งที่พูดภาษาเขมรชัดแท้ๆ " - ជនជាតិសុរិន្ទឆាប់ភ្លេចកំណើតណាស់បងប្អូនវានិយាយខ្មែរច្បាស់ -
    .
    ขอนํ้าขอข้าวจากทหารไทย พอลับหลัง ทั้งด่าทั้งนินทโคตรเนรคุณณ
    https://www.facebook.com/share/r/1ECxhWJU3u/
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    **พ่อค้าห้างดังเมืองซีอานโดนปรับ 11 ล้านหยวน ทวงความเป็นธรรม 4 ปีไม่มีใครฟัง สุดท้ายเลือกทางนั้นกลางห้างเอง ️**

    เรื่องสะเทือนใจจากเมืองซีอาน (西安) ประเทศจีน เมื่อบ่ายวันที่ 1 ก.ค. 2026 มีพ่อค้ารายหนึ่งตัดสินใจครั้งสุดท้ายด้วยการ "ร่วงจากตึก" ภายในห้างดัง ไซเก๋อ อินเตอร์เนชั่นแนล (西安赛格国际购物中心) หรือห้าง SEG ซึ่งเป็นห้างที่ยอดขายติดท็อปของจีนและใหญ่สุดในภาคตะวันตกเฉียงเหนือ

    ผู้ที่ไม่อยู่แล้วคือ **หยานเผิง (严鹏)** เจ้าของบริษัทค้าขาย "ลี่เหอ" ส่านซี (陕西利和商贸有限公司) ซึ่งเปิดร้านแบรนด์กีฬาหลายจุดในห้างนี้ เรื่องทั้งหมดเริ่มจากเงินก้อนโต — ค่าปรับ **11.456 ล้านหยวน (ราว 57 ล้านบาท)**

    **ปมมันคืออะไร**

    ย้อนไปราว 4 ปีก่อน (ปี 2022) ช่วงห้างจัดโปรฯ แจกคูปองส่วนลด พนักงานร้านของหยานเผิง "แยกบิล" (拆券) คือแยกการขายชิ้นเดียวออกเป็นสองใบ เพื่อให้ลูกค้าใช้คูปองได้คุ้มขึ้นและร้านขายดีขึ้น ซึ่งพ่อค้าหลายคนบอกว่า "ร้านอื่นก็ทำกันหมด" และตอนนั้นห้างก็ปล่อยผ่านมาตลอด

    แต่อยู่ ๆ ห้างก็ย้อนกลับมาเอาผิด แล้วสั่งปรับเหมารวมทีเดียว 11.45 ล้านหยวน ทั้งที่หยานเผิงยืนยันว่ามันเป็นแค่ส่วนเล็ก ๆ ของยอดขาย ของส่วนใหญ่ขายปกติหมด ยังไม่พอ ห้างยัง "อายัดเงินค่าขาย" (货款) ของร้านไว้อีกหลายเดือน เงินหมุนไม่ทัน สั่งของเข้าร้านไม่ได้ แล้วล่าสุดสั่งให้ "รื้อร้านออก" (撤店) ซ้ำเข้าไปอีก

    หยานเผิงเคยเขียนจดหมายถึงประธานห้าง **จ้าวกุ้ย (赵贵)** ทำนองว่า โทษครั้งนี้หนักเกินไป เขาเก็บกดในใจจนป่วยมาตั้งแต่ตอนนั้น ห้างไม่ใช่หน่วยงานรัฐ จะมาสั่งปรับเป็นสิบล้านตามใจแบบนี้เขารับไม่ได้ เขาสู้เจรจามา 4 ปี แต่ไม่มีใครแก้ให้อย่างเป็นธรรม

    **จุดที่คนสะเทือนใจที่สุด**

    ก่อนหน้านี้หยานเผิงเคยโพสต์คลิปพูดถึงเมืองซีอานด้วยความหวังเต็มเปี่ยม ว่า "การค้าที่รุ่งเรืองไม่ได้แค่ดันเศรษฐกิจซีอานให้โต แต่เปลี่ยนชีวิตคนซีอานด้วย… เราจะร่วมกันสร้างความรุ่งเรือง" พอเอาคลิปนั้นมาเทียบกับตอนจบของเขา คนดูแล้วน้ำตาซึม

    **หลังเกิดเหตุ**

    ห้างรีบเอาผ้ามาขึงบังจุดเกิดเหตุ เก็บกวาด แล้วเปิดขายต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นภายในเวลาแค่ราวชั่วโมงเดียว จนถึงตอนค่ำ ครอบครัวและพ่อค้าคนอื่น ๆ ออกมารวมตัวทวงความเป็นธรรมหน้าห้าง มีคลิปเผยแพร่ภาพ "ชายเสื้อขาว" คนหนึ่งถูกเจ้าหน้าที่หลายนายยกหามออกไปจากจุดชุมนุม

    ฝั่งตำรวจ (สถานีเสี่ยวไจ้ 小寨派出所) ตอบสื่อสั้น ๆ แค่ว่า "กำลังดำเนินคดี ยังบอกรายละเอียดไม่ได้" ส่วนห้างบอกว่า "ไม่ทราบเรื่อง" ที่น่าสังเกตคือสื่อท้องถิ่นซีอานแทบเงียบกริบ มีแต่สื่อจากที่อื่นอย่าง ซินหวงเหอ (新黄河) ที่กล้าลงข่าว ทำให้ชาวเน็ตตั้งคำถามว่าห้างนี้มี "เส้น" (背景) หรือเปล่า

    พอตกค่ำ ประตูหน้าห้างถูกปิดห้ามเข้าออก สะพานลอยฝั่งตรงข้ามก็ถูกกั้น มีตำรวจคุมพื้นที่เต็มไปหมด

    ---

    **เครดิต / แหล่งอ้างอิง**

    - คลิปเหตุการณ์ยกหามผู้ชุมนุมเสื้อขาว: บัญชี X **@whyyoutouzhele** (ครูหลี่ 李老师不是你老师)
    - รายงานภาคสนาม + คำตอบตำรวจ: สำนักข่าว **ซินหวงเหอ (新黄河)**
    - รายละเอียดจดหมาย/ตัวเลขค่าปรับ: **ต้าจี้หยวน (大纪元)** และ **NTDTV** อ้างภาพจดหมายที่แพร่ในโซเชียล
    - คำบอกเล่าเพิ่มเติมจากพ่อค้าและชาวเน็ตบน X / Weibo
    https://www.facebook.com/share/1EXF1mgHfT/
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    【เขมรอวดคอมพิวเตอร์คำนวณยิงปืนใหญ่แบบพกพา รับมอบจากจีน ระบุ “ขอบคุณเทคโนโลยีจากจีน”】
    FB_IMG_1782952113611.jpg
    มีรายงานจากคลิปที่ทหารกัมพูชาเผยแพร่เองเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 อวดอุปกรณ์คอมพิวเตอร์คำนวณการยิงปืนใหญ่สนามแบบพกพา ซึ่งมีขีดความสามารถคำนวณวิถีกระสุน หาพิกัดเป้าหมาย และจุดกระสุนตกได้โดยอัตโนมัติ พร้อมข้อความประกอบคลิประบุว่า "ขอบคุณสำหรับเทคโนโลยีจากประเทศจีน วีรบุรุษได้รับคอมพิวเตอร์สำหรับปืนใหญ่ เราจะใช้มันอย่างดีที่สุด"


    จากระบบมือสู่ระบบดิจิทัล


    ก่อนหน้านี้กองทัพกัมพูชาใช้ชุดเครื่องมือคำนวณการยิงปืนใหญ่แบบดั้งเดิมด้วยมือ (Manual) ซึ่งเป็นวิธีมาตรฐานที่กองทัพหลายประเทศทั่วโลกใช้กันมานาน ประกอบด้วยแผนที่ทหารร่วมกับเข็มทิศเล็ง (Aiming Circle) เพื่อระบุพิกัดเป้าหมายและตำแหน่งปืน จากนั้นใช้แผ่นคำนวณระยะ (Plotting Board) และตารางยิง (Firing Tables) ซึ่งเป็นสมุดบันทึกค่าคำนวณไว้ล่วงหน้า มาหาค่ามุมส่ายและมุมเงยด้วยมือ ก่อนส่งข้อมูลผ่านวิทยุให้พลปืนปรับองศาด้วยตนเอง โดยอาศัยอุปกรณ์อย่างกล้องเล็งปืนแบบพาโนรามา เครื่องวัดมุมดิ่ง และเสาเล็งเป็นจุดอ้างอิง


    การเปลี่ยนมาใช้คอมพิวเตอร์คำนวณการยิงแบบพกพาจะช่วยลดขั้นตอนและระยะเวลาที่ต้องใช้คำนวณด้วยมือ ทำให้ปืนใหญ่สามารถปรับมุมยิงและเปลี่ยนเป้าหมายได้รวดเร็วขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับระบบอนาล็อกเดิม


    บริบทความช่วยเหลือทางทหารจากจีน


    จีนเป็นผู้จัดหายุทโธปกรณ์รายใหญ่ที่สุดให้กองทัพกัมพูชามาอย่างต่อเนื่องหลายปี โดยก่อนหน้านี้มีรายงานว่าอาวุธยุทโธปกรณ์ของกัมพูชากว่า 95% มาจากจีน ทั้งเครื่องยิงจรวดหลายลำกล้อง ปืนใหญ่ ขีปนาวุธ ระบบป้องกันภัยทางอากาศ ไปจนถึงเรือรบและเฮลิคอปเตอร์ ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชาที่ปะทุเป็นการปะทะด้วยอาวุธมาแล้วอย่างน้อย 2 ครั้งนับจากกลางปี 2568

    ▪️▪️▪️▪️▪️▪️▪️▪️▪️▪️

    เครดิตแหล่งข่าว
    - เพจเฟซบุ๊ก Army Military Force - สำรอง
    https://www.facebook.com/share/p/1M1HvMNjd7/
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    อีคอมเมิร์ซข้ามชาติ "ขายดีจนเจ๊ง" กำแพงค่าธรรมเนียมพุ่งสูงเกินต้าน สูบกำไรผู้ขายรายย่อยรอวันล่มสลาย

    อ่านต่อที่ https://www.thairath.co.th/scoop/interview/2943245

    #เฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ #อีคอมเมิร์ซข้ามชาติ #แพลตฟอร์มข้ามชาติ
    https://www.facebook.com/share/p/14i75nGbNt5/
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ปลายเดือนมิถุนายน ชาวเน็ตคนหนึ่งในเมืองกว่างโจวโพสต์คลิปสภาพปัจจุบันที่ รถบรรทุกจำนวนมากจอดนิ่ง “ ไม่มีงานให้วิ่ง” พร้อมกันเป็นแถว

    https://www.facebook.com/share/r/192CKAcVEb/
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • A.mp4
      ขนาดไฟล์:
      720.3 KB
      เปิดดู:
      18
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เทคนิคเจรจาแบบเปอร์เซียคลาสสิก ทำให้อีกฝ่ายหงุดหงิดเพื่อกดดันให้ได้มากที่สุด ระเบิดถล่มจนพังยับ แต่ห้ามเข้าตรวจ อิหร่านซ่อนอะไรในซากนิวเคลียร์?

    โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานสภาอิหร่าน ลั่นชัดๆ ว่าไซต์นิวเคลียร์ที่โดนถล่มพังเสียหาย "ห้ามใครเข้าตรวจไม่ว่ากรณีใด" เปิดให้ IAEA ดูได้แค่ 2 จุดอย่างโรงไฟฟ้าบูเชห์เท่านั้น คำถามคือ ถ้าไม่มีอะไรต้องปิด แล้วจะกลัวการเข้าไปดูซากทำไม?

    ตลกร้ายตรงที่ฝั่งหนึ่งกาตาร์บอกเจรจาโดฮา "คืบหน้าเชิงบวก" ทรัมป์ก็ชมว่า "ดีมาก" จนราคาน้ำมันร่วงต่ำสุดในรอบ 4 เดือน แต่อีกฝั่งเตหะรานกลับปิดประตูตายไม่ให้ตรวจจุดที่ถูกระเบิด งานนี้ไม่มีใครรู้เลยว่ายูเรเนียมเสริมสมรรถนะยังเหลือรอดอยู่เท่าไหร่ในกองซาก

    ปมนี้ระอุขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคม 2026 และกำลังกลายเป็นระเบิดเวลาที่อาจสะเทือนดีลเจรจารอบใหม่ให้พังก่อนได้เริ่มจริง

    ที่มา: Iran International, Reuters, Al Jazeera

    https://www.facebook.com/share/196wuZmQTC/
     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เขมรใช้วิธีคิด เทียบปราสาทคณากับปราสาทเขาพระวิหาร ตั้งอยู่บนหน้าผาเหมือนกัน ทำไมจะเป็นของเขมรไม่ได้
    FB_IMG_1782953175680.jpg
    https://www.facebook.com/share/p/1843NzWJhz/
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    [BREAKING]

    การส่งออกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซพุ่งแตะ "10 ล้านบาร์เรลต่อวัน" แล้ว สูงที่สุดที่เคยมีมาตั้งแต่เกิดสงครามอิหร่าน-สหรัฐ

    [Bloomberg รายงาน]

    ข้อมูลล่าสุดจาก Bloomberg ระบุว่า ปริมาณการขนส่งน้ำมันดิบเชิงพาณิชย์ผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 10 ล้านบาร์เรลต่อวัน หลังจากมีการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) ระยะเวลา 60 วัน ซึ่งช่วยลดความตึงเครียดในภูมิภาค

    แม้การจราจรทางเรือจะฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ แต่ปริมาณน้ำมันที่ขนส่งผ่านช่องแคบยังคง ต่ำกว่าระดับก่อนเกิดความขัดแย้งราว 50% สะท้อนว่าผู้ประกอบการยังคงระมัดระวังต่อความเสี่ยงด้านความมั่นคง

    นักวิเคราะห์ยังจับตาว่า เมื่อข้อตกลง 60 วันสิ้นสุดลง สถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซจะเป็นอย่างไร เพราะยังไม่มีความชัดเจนว่าความสงบในภูมิภาคจะยั่งยืนเพียงใด

    ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันดิบสหรัฐฯ ได้ปรับตัวลดลง กว่า 40% จากจุดสูงสุดล่าสุด หลังความกังวลเกี่ยวกับอุปทานเริ่มคลี่คลาย และการขนส่งผ่านหนึ่งในเส้นทางน้ำมันที่สำคัญที่สุดของโลกกลับมาฟื้นตัวมากขึ้น.

    https://www.facebook.com/share/1EMokyLsSh/
     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    น้ำมันร่วงรับฮอร์มุซเปิด แต่ Fed อาจขึ้นดอกเบี้ย จับตา Non-Farm และ "Kevin Warsh" ชี้ทิศทองคำสัปดาห์นี้

    ราคาทองคำเผชิญแรงกดดันหลังตลาดกลับมาให้น้ำหนักกับแนวโน้มนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ มากขึ้น ขณะที่การเปิดช่องแคบฮอร์มุซช่วยลดแรงกดดันด้านราคาน้ำมันและเงินเฟ้อ แต่ตลาดยังต้องจับตาการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน รวมถึงตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรและถ้อยแถลงของประธานFed คนใหม่ "Kevin Warsh" ซึ่งอาจกำหนดทิศทางทองคำในระยะถัดไป

    ทองคำถูกกดดัน หลังตลาดจับตาท่าทีเฟด

    ฮั่วเซ่งเฮงระบุว่า ราคาทองคำในสัปดาห์ที่ผ่านมาอ่อนตัวลง หลังตลาดกังวลต่อถ้อยแถลงของ Kevin Warsh ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ซึ่งย้ำจุดยืนควบคุมเงินเฟ้อให้กลับสู่เป้าหมาย 2% พร้อมฟื้นความเชื่อมั่นต่อความเป็นอิสระของเฟด

    ขณะเดียวกัน FedWatch Tool ของ CME Group ประเมินว่า Fed อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือนกันยายน ขณะที่ผลประมูลพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 2 ปี ยังไม่เห็นแรงซื้อที่แข็งแกร่ง ส่งผลให้ Bond Yield อายุ 2 ปีมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นต่อ

    ฮอร์มุซเปิด หนุนน้ำมันอ่อนตัว แต่ความเสี่ยงยังไม่หมด

    หลังสหรัฐฯ และอิหร่านลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) และเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ราคาน้ำมัน Brent และ WTI กลับเข้าสู่แนวโน้มขาลง

    องค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO) ระบุว่า ข้อตกลงดังกล่าวเปิดทางให้อพยพลูกเรือกว่า 11,000 คน ที่ติดค้างอยู่ในพื้นที่ โดยจะทยอยเปิดเส้นทางเดินเรือภายใต้การควบคุมอย่างเข้มงวด

    ขณะเดียวกัน วุฒิสภาสหรัฐฯ ลงมติ 50 ต่อ 48 สนับสนุนร่างกฎหมายยุติปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน แม้ทั้งสองฝ่ายยังอยู่ระหว่างการเจรจาภายใต้กรอบเวลา 60 วัน

    อย่างไรก็ตาม ประเด็นโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธของอิหร่านยังเป็นข้อขัดแย้งสำคัญ ทำให้ตลาดยังจับตาการเจรจาที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ ในวันที่ 30 มิถุนายน

    ฮั่วเซ่งเฮงมองว่า หากการเจรจาคืบหน้า ราคาน้ำมันอาจปรับลดลงต่อ ส่งผลให้เงินเฟ้อชะลอและเปิดทางให้ Fed ลดดอกเบี้ยในอนาคต ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อทองคำ แต่หากการเจรจาล้มเหลว ความตึงเครียดอาจกลับมากดดันตลาดอีกครั้ง

    จับตา Non-Farm Payroll ชี้ทิศนโยบาย Fed

    อีกปัจจัยสำคัญคือ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Non-Farm Payroll) ที่จะประกาศวันที่ 2 กรกฎาคม

    ฮั่วเซ่งเฮงระบุว่า ตลาดแรงงานสหรัฐฯ ยังแข็งแกร่ง โดย

    ▪️อัตราว่างงานทรงตัวที่ 4.3%
    ▪️Sahm Rule ลดลงเหลือ 0.10 ต่ำสุดในรอบ 10 เดือน
    ▪️รองประธาน Fed ฟิลิป เจฟเฟอร์สัน ระบุว่าตลาดแรงงานยังมีเสถียรภาพ

    หากตัวเลขจ้างงานออกมาดีกว่าหรือใกล้เคียงครั้งก่อน อาจสนับสนุนมุมมองว่า Fed ยังไม่มีความจำเป็นต้องผ่อนคลายนโยบายการเงิน และอาจกดดันราคาทองคำต่อ

    จับตา "Kevin Warsh" เวที ECB Forum

    วันที่ 1 กรกฎาคม Kevin Warsh จะเข้าร่วมเวที ECB Forum on Central Banking ที่ประเทศโปรตุเกส ร่วมกับ คริสติน ลาการ์ด และ แอนดรูว์ เบลีย์

    ตลาดจับตาว่า Kevin Warsh จะส่งสัญญาณเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวทางนโยบายการเงิน หลังเพิ่งยกเลิกการใช้ Forward Guidance ในการประชุม FOMC โดยให้เหตุผลว่าต้องการให้ตลาดสะท้อนภาวะเศรษฐกิจตามกลไกจริง

    ถ้อยแถลงครั้งนี้อาจสร้างความผันผวนต่อทองคำ หุ้น และตลาดพันธบัตร

    มุมมองราคาทองคำ

    กรณีบวก (Upside Scenario)

    หากการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านเดินหน้าต่อ ไม่มีการละเมิดข้อตกลง และราคาน้ำมันรวมถึงเงินเฟ้อมีแนวโน้มลดลง ตลาดอาจกลับมาคาดหวังการลดดอกเบี้ยของ Fed ส่งผลให้ทองคำมีโอกาสทดสอบ

    ▪️4,100 ดอลลาร์
    ▪️4,200 ดอลลาร์

    กรณีลบ (Downside Scenario)

    หากการเจรจาสะดุด ประกอบกับตัวเลขแรงงานแข็งแกร่ง และ Fed ยังคงจุดยืนเข้มงวด ราคาทองคำอาจเผชิญแรงขาย โดยมีแนวรับที่

    ▪️3,890 ดอลลาร์
    ▪️3,790 ดอลลาร์

    หากหลุดระดับดังกล่าว แนวรับถัดไปอยู่บริเวณ 3,690 ดอลลาร์ ตามระดับ Fibonacci 1.272

    คำแนะนำสำหรับทองคำไทย

    ฮั่วเซ่งเฮงแนะนำทยอยสะสมทองคำแท่งเมื่อราคาปรับลงใกล้

    ▪️62,300 บาท (จุดสะสม)
    ▪️61,700 บาท (จุดตัดขาดทุน)

    แนวต้านอยู่ที่

    ▪️64,400 บาท
    ▪️65,000 บาท

    #BusinessTomorrow #ทองคำ #Gold #ราคาทอง #NonFarmPayroll #Fed #KevinWarsh
    https://www.facebook.com/share/p/191jh5TqEw/
     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    "ขายอเมริกา 100%" Peter Schiff ส่งสัญญาณแรง ! ชี้ยุค Sell America เพิ่งเริ่ม นักลงทุนควรย้ายเงินออกจากสหรัฐฯ ?

    ในช่วงที่นักลงทุนทั่วโลกยังคงไล่ซื้อหุ้น AI และมองตลาดหุ้นสหรัฐฯ เป็นจุดหมายหลักของการลงทุน Peter Schiff นักลงทุนชื่อดัง กลับออกมาส่งสัญญาณที่สวนทางอย่างสิ้นเชิง

    Peter Schiff เปิดเผยว่า เขาเห็นด้วยกับ Jeff Gundlach ผู้ก่อตั้ง DoubleLine Capital ที่แนะนำให้นักลงทุนสหรัฐฯ ย้ายพอร์ตลงทุนไปยังหุ้นต่างประเทศ 100% และไม่จำเป็นต้องป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน พร้อมระบุว่า

    "Sell America Trade ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น"

    จาก "ซื้ออเมริกา" สู่แนวคิด "ขายอเมริกา"

    Jeff Gundlach ให้สัมภาษณ์ว่า นักลงทุนสหรัฐฯ ควรเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในต่างประเทศทั้งหมด และเปิดรับผลตอบแทนจากค่าเงินต่างประเทศไปพร้อมกัน

    Peter Schiff เห็นด้วยกับแนวคิดดังกล่าว โดยมองว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ และค่าเงินดอลลาร์อาจเผชิญแรงกดดันในระยะข้างหน้า หลังได้รับประโยชน์จากเม็ดเงินลงทุนทั่วโลกต่อเนื่องมาหลายปี

    สำหรับ Peter Schiff ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่การเลือกหุ้นรายตัว แต่คือการตั้งคำถามว่า โลกกำลังเริ่มหมุนเม็ดเงินออกจากสหรัฐฯ หรือไม่

    มุมมองนี้สวนทางกับนักลงทุนไทย

    ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา นักลงทุนไทยจำนวนมากกลับเพิ่มการลงทุนในตลาดสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง

    โดยเฉพาะหุ้นกลุ่ม AI และเทคโนโลยี เช่น

    #Nvidia
    #Microsoft
    #Tesla
    #Palantir

    หลังหุ้นเหล่านี้สร้างผลตอบแทนเหนือกว่าตลาดส่วนใหญ่ของโลก จนกลายเป็นสินทรัพย์หลักในพอร์ตของนักลงทุนจำนวนมาก

    แต่ Peter Schiff กลับมองว่า หากกระแส "Sell America" เริ่มก่อตัวจริง สินทรัพย์ที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดในวันนี้ ก็อาจเผชิญแรงกดดันจากการไหลออกของเงินทุนได้เช่นกัน

    แต่ Warren Buffett ยังไม่ได้เดินเกมแบบนั้น

    สิ่งที่น่าสนใจคือ มุมมองของ Peter Schiff แตกต่างจาก Warren Buffett อย่างชัดเจน

    แม้ Berkshire Hathaway จะถือเงินสดในระดับสูงเป็นประวัติการณ์ แต่ Buffett ยังไม่ได้ประกาศให้ย้ายเงินลงทุนออกจากสหรัฐฯ

    ตรงกันข้าม พอร์ตหลักของ Berkshire ยังคงกระจุกตัวอยู่ในบริษัทอเมริกัน เช่น

    #Apple
    #American Express
    #Coca-Cola
    #Moody's

    สะท้อนว่าหนึ่งในนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จที่สุดของโลก ยังคงเชื่อมั่นในศักยภาพของธุรกิจสหรัฐฯ ในระยะยาว

    หาก "Sell America" เกิดขึ้นจริง ใครจะเป็นผู้ชนะ ?

    คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า Peter Schiff ถูกหรือผิด

    แต่คือ หากเม็ดเงินลงทุนทั่วโลกเริ่มหมุนออกจากสหรัฐฯ จริง

    ▪️ ตลาดหุ้นประเทศใดจะได้รับประโยชน์?
    ▪️ เงินทุนจะไหลเข้าสู่ตลาดเกิดใหม่หรือไม่?
    ▪️ ทองคำจะกลับมาเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยอันดับหนึ่งหรือเปล่า?
    ▪️ หรือท้ายที่สุด เงินจะยังคงหมุนเวียนอยู่ภายในสินทรัพย์สหรัฐฯ เพียงเปลี่ยนจากหุ้นกลุ่มหนึ่งไปสู่อีกกลุ่มหนึ่ง

    บทเรียนสำหรับนักลงทุน

    มุมมองของ Peter Schiff เป็นเพียงอีกหนึ่งสมมติฐานของตลาด ไม่ใช่ข้อสรุปว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ กำลังเข้าสู่ขาลงอย่างถาวร

    แต่ในช่วงที่มูลค่าหุ้น AI อยู่ในระดับสูง ค่าเงินดอลลาร์ยังแข็งแกร่ง และเม็ดเงินลงทุนกระจุกตัวอยู่ในสินทรัพย์บางประเภทมากกว่าที่เคย เสียงเตือนเรื่อง "Sell America" จึงอาจเป็นอีกมุมมองที่นักลงทุนควรรับฟัง

    เพราะท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่กำหนดผลตอบแทนของพอร์ต อาจไม่ใช่แค่การเลือก "หุ้นที่ดีที่สุด" แต่คือการเลือก "ภูมิภาคที่เม็ดเงินกำลังไหลเข้า" ในวัฏจักรรอบถัดไป

    #PeterSchiff #JeffGundlach #SellAmerica #หุ้นสหรัฐ #WallStreet #WarrenBuffett #BerkshireHathaway #Gold #Dollar #AI #ลงทุน #BusinessTomorrow

    https://www.facebook.com/share/p/1DFgC7o3eC/
     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    Peter Schiff ตั้งข้อคิด...

    ถ้าการขาย Bitcoin ของ Strategy เพียง 32 BTC ก่อนหน้านี้ ยังสร้างแรงกดดันต่อตลาดได้มากขนาดนี้

    ลองนึกดูว่า... การที่ Saylor อนุมัติให้ Strategy สามารถขาย Bitcoin ได้สูงสุดถึง "3.25 พันล้านดอลลาร์" ได้แล้ว

    การขายจะกดราคา Bitcoin ให้ร่วงหนักแค่ไหน ?

    Peter Schiff เตือน! Strategy อาจขาย Bitcoin กว่า 54,000 BTC กดดันตลาดคริปโท

    Peter Schiff นักลงทุนสายทองคำและผู้วิจารณ์ Bitcoin ออกมาแสดงความกังวลว่า บริษัท Strategy (MSTR) อาจกลายเป็นแรงกดดันครั้งใหญ่ต่อตลาด Bitcoin หลังบริษัทประกาศโครงการ Bitcoin Monetization Program ที่เปิดทางให้สามารถขาย Bitcoin ได้

    Schiff ระบุว่า หากก่อนหน้านี้การขายเพียง 32 BTC ของบริษัท Saylor สามารถสร้างแรงกดดันต่อตลาดได้ การอนุมัติให้ Strategy สามารถขาย Bitcoin มูลค่าสูงถึง 3.25 พันล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็นมากกว่า 54,000 BTC (ที่ราคา Bitcoin 60,000 ดอลลาร์) อาจส่งผลกระทบต่อราคามากกว่าหลายเท่า

    ตามรายละเอียดที่ประกาศไว้ Strategy อาจนำเงินที่ได้จากการขาย Bitcoin ไปใช้ 3 วัตถุประสงค์ ได้แก่

    ระดมทุนสูงสุด 1.25 พันล้านดอลลาร์ สำหรับเงินสำรองในสหรัฐฯ
    ชำระเงินปันผลหุ้นบุริมสิทธิและดอกเบี้ยหนี้
    ซื้อหุ้นคืน ทั้งหุ้นบุริมสิทธิและหุ้นสามัญ รวมมูลค่าประมาณ 2 พันล้านดอลลาร์

    https://www.facebook.com/share/p/1EMRdYYjDY/
     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    Bitcoin ร่วงหนัก !
    จนหลุดเส้นค่าเฉลี่ย 200 สัปดาห์
    เป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี

    ในอดีตทุกครั้งที่ Bitcoin
    เทรดต่ำกว่าเส้นนี้
    มักจะกลายเป็นโอกาสซื้อที่ดี

    ครั้งนี้จะเป็นเหมือนเดิมหรือไม่... ?

    Bitcoin ร่วงหนัก! หลุดเส้นค่าเฉลี่ย 200 สัปดาห์ครั้งแรกในรอบ 3 ปี นักลงทุนจับตา "โอกาส" หรือ "กับดัก"?

    Bitcoin ปรับตัวลงอย่างต่อเนื่อง จน หลุดเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 สัปดาห์ (200-Week Moving Average) เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2023 ถือเป็นการหลุดแนวรับระยะยาวที่นักลงทุนทั่วโลกใช้เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดสำคัญของวัฏจักรตลาด

    ในอดีต ทุกครั้งที่ Bitcoin ซื้อขายต่ำกว่าเส้น 200-Week MA ไม่ว่าจะเป็นช่วงปี 2015, 2018, 2020 และ 2023 ล้วนเกิดขึ้นใกล้จุดต่ำสุดของตลาด และต่อมากลายเป็นจังหวะสะสมที่ให้ผลตอบแทนโดดเด่นในระยะยาว

    อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในครั้งนี้อาจแตกต่างจากรอบก่อน เนื่องจากตลาดกำลังเผชิญแรงกดดันจากเศรษฐกิจโลก นโยบายการเงิน และการลดความเสี่ยงของนักลงทุน ทำให้ยังไม่มีใครยืนยันได้ว่า ประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยอีกครั้ง

    คำถามสำคัญในตอนนี้คือ...

    การหลุดเส้น 200 สัปดาห์ครั้งนี้ จะเป็น "โอกาสทอง" สำหรับนักลงทุนระยะยาว เหมือนที่ผ่านมา หรือเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการปรับฐานที่ลึกกว่าเดิม?

    https://www.facebook.com/share/p/17iQPe3a46/
     
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ทำไม สหรัฐฯ ต้อง กลับมาใช้ชื่อ USPACOM ตามเดิม ตัดคำว่า Indo ออก กระทบไทย และภูมิภาค นี้
    และแปซิฟิค หรือไม่
    เกี่ยวกับบทบาทของ อืนเดีบ มั้ย?
    แล้ว จะเอายังไงกับจีน

    ……
    ศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์ สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ (สปท.) ออกบทความวิเคราะห์ การเปลี่ยนชื่อจาก USINDOPACOM กลับเป็น USPACOMไว้ว่า

    การเปลี่ยนชื่อกองบัญชาการจาก United States Pacific Command (USPACOM) เป็น United
    States Indo-Pacific Command (USINDOPACOM) เมื่อปี 2018 ไม่ได้เป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงด้าน
    สัญลักษณ์ หรือการประชาสัมพันธ์องค์กร แต่สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของการรับรู้ทาง
    ภูมิรัฐศาสตร์ (Geopoltical Perception) ของสหรัฐฯ ที่มีต่อภูมิภาคเอเชียและมหาสมุทรอินเดียในศตวรรษที่ 21

    ภูมิหลัง
    ตลอดช่วงสงครามเย็นจนถึงต้นศตวรรษที่ 21 สหรัฐฯ มองภูมิภาคเอเชียผ่านกรอบแนวคิด "Aja-
    Pacinc" เป็นหลัก โดยให้ความสำคัญกับมหาสมุทรแปซิฟิกในฐานะพื้นที่เชื่อมโยงผลประโยชน์ด้านความมั่นคง
    ระหว่างสหรัฐฯ กับพันธมิตรหลัก ได้แก่ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และฟิลิปปินส์ ภายใต้แนวคิดดังกล่าว
    มหาสมุทรอินเดียและอินเตียถูกจัดวางให้อยู่ในบริบทของเอเชียใต้ (South Asia) มากกว่าจะเป็นส่วนหนึ่งของ
    สถาปัตยกรรมความมั่นคงในเอเชีย-แปซิฟิก

    อย่างไรก็ตาม การขยายตัวของอำนาจจีนในช่วงทศวรษ 2000-2010 ได้เปลี่ยนภูมิทัศน์ทางยุทธศาสตร์อย่างมีนัยสำคัญ ทั้งผ่านโครงการ Belt and Road Initiative (BRI) กาswwwn Maritime Silk Road การเพิ่มกำลังทางเรือในมหาสมุทรอินเดีย และการสร้างเครือข่ายโครงสร้างพื้นฐานทางทะเลที่ทอดยาว จากทะเลจีนใต้สู่ตะวันออกกลางและแอฟริกา สหรัฐฯ จึงเริ่มตระหนักว่าการแข่งขันทางยุทธศาสตร์กับจีบจีนมิได้ จำกัดอยู่เพียงบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกเท่านั้น หากแต่ครอบคลุมเส้นทางคมนาคมทางทะเลตลอดแนวจากมหาสมุทรอินเดียจนถึงมหาสมุทรแปซิฟิก จึงเป็นการยกระดับกรอบยุทธศาสตร์หลักของสหรัฐฯ
    ตั้งแต่ช่วงรัฐบาลทรัมป์สมัยแรกเป็นต้นมา

    วิเคราะห์เชิงยุทธศาสตร์ของคำว่า "Indo-Paciทิc"
    เมื่อพิจารณาทางวิชาการ คำว่า "Indo-Pacic" มิใช่เพียงคำอธิบายทางภูมิศาสตร์ หากแต่เป็น
    "Strategic Construct" หรือการสร้างพื้นที่ทางธศาสตร์ขึ้นใหม่ เพื่อรองรับผลประโยชน์และเป้าหมายทาง
    นโยบายของรัฐมหาอำนาจ แก่นสำคัญของแนวคิด Indo-Pacifc คือ การเชื่อมโยงมหาสมุทรอินเดียและ
    มหาสมุทรแปซิฟิกเข้าเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์เดียวกัน

    โดยมีสมมติฐานพื้นฐานว่า ความมั่นคงทางทะเล การค้าเส้นทางคมนาคมทางทะเล (Sea Lines of Communication: SLOCs) และดุลอำนาจทางทหารในทั้งสอง มหาสมุทรมีความเชื่อมโยงกันอย่างแยกไม่ออก ภายใต้กรอบนี้ อินเดียถูกยกระดับจากการเป็น "มหาอำนาจระดับภูมิภาค" ในเอเชียใต้ สู่การเป็น"เสาหลักเชิงยุทธศาสตร์" ของระเบียบภูมิภาคใหม่ที่สหรัฐฯ ต้องการสร้างขึ้นเพื่อถ่วงดุลอิทธิพลของจีน

    การฟื้นตัวของกลไก Quadrlateral Secunty Dialoque (QUAD) ระหว่างสหรัฐฯ ญี่ปุ่น อินเดีย และออสเตรเลีย จึงเป็นผลผลิตโดยตรงของการเปลี่ยนแปลงนี้

    กล่าวอีกนัยหนึ่ง คำว่า Indo-Pacinc มีความหมายเชิงยุทธศาสตร์ 3 ประการ ได้แก่ ประการแรก การยอมรับว่าอินเดียเป็นผู้เล่นหลักในสมการดุลอำนาจเอเชีย ประการที่สอง การยอมรับว่ามหาสมุทรอินเดีย
    เป็นพื้นที่แข่งขันเชิงยุทธศาสตร์ที่มีความสำคัญไม่แม่แพ้มหาสมุทรแปซิฟิก และประการที่สาม การสร้างกรอบ ความร่วมมือพหุภาคีเพื่อถ่วงดุลอำนาจจีนในระดับภูมิภาค

    การกลับไปใช้ชื่อ Pacific Command : การเปลี่ยนแปลงเชิงสัญลักษณ์หรือการเปลี่ยนยุทธศาสตร์

    การที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ประกาศเปลี่ยนชื่อกลับเป็น USPACOM ในปี 2026 โดยยังคงพื้นที่
    รับผิดชอบและภารกิจเดิมทั้งหมด การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ เป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงเชิงสัญลักษณ์ (Symbolic
    Change) หรือเป็นสัญญาณของการปรับทิศทางเชิงยุทธศาสตร์ โดยวิเคราะห์ได้ดังนี้

    ประการแรก การเปลี่ยนชื่อดังกล่าวสะท้อนแนวโน้มของรัฐบาลทรัมป์สมัยที่สองที่ให้ความสำคัญกับ
    การลดทอนกรอบแนวคิดที่ถูกสร้างขึ้นในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา และหันกลับไปใช้คำศัพท์หรือสัญสัญลักษณ์ที่
    สะท้อนภาพลักษณ์ของอำนาจอเมริกันในแบบตั้งเดิมมากขึ้น

    ประการที่สอง แม้ในเชิงปฏิบัติการจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ต่อการวางกำลัง การจัดสรรทรัพยากร หรือความร่วมมือด้านความมั่นคงกับกับอินเดีย แต่ในทางทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

    การเปลี่ยนแปลงชื่อเรียกของสถาบันมีความสำคัญต่อการกำหนด "Narrative" หรือกรอบการรับรู้ทาง
    ยุทธศาสตร์ของพันธมิตรและคู่แข่ง

    ประการที่สาม การถอดคำว่า "Indo" ออกจากชื่อกองบัญชาการ อาจถูกตีความได้ว่า สหรัฐฯ กำลังลดความสำคัญเชิงสัญลักษณ์ของแนวคิดการเชื่อมโยงมหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแปซิฟิก แม้จะยังมิได้ลดลลด
    ความสำคัญของอินเดียในทางปฏิบัติก็ตาม

    ประการที่สี่ ในมิติของการสร้างระเบียบภูมิภาค (regional order building) การเปลี่ยนชื่ออาจเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนจุดเน้นทางยุทธศาสตร์จาก "การสร้างภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก"ไปสู่ "การแข่งขันเชิงอำนาจกับจีน" โดยตรงมากขึ้น

    ผลกระทบต่อยุทธศาสตร์ Free and Open Indo-Pacific (FOIP)

    การเปลี่ยนชื่อดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อแก่นของยุทธศาสตร์ Free and Open Indo-Pacific(FOIP) เนื่องจากกลไกสำคัญทั้งหมดของ FOIP ยังคงดำรงอยู่ ไม่ว่าจะเป็น QUAD ความร่วมมือด้านความมั่นคงกับญี่ปุ่นและออสเตรเลีย การปฏิปฏิบัติการรักษาเสร็ภาพในการเดินเรือ (Freedorn of Navion Operations: FONOPs)

    ตลอดจนการสร้างเครือข่ายพันธมิตรเพื่อถ่วงดุลอิทธิพลของจีน จะเห็นได้ว่า ในช่วงปี 2018-2025 สหรัฐฯ พยายามสร้างภาพของ FOIP ในฐานะระเบียบภูมิภาคที่เปิดกว้าง ครอบคลุม และเชื่อมโยงมหาสมุทรสองแห่งเข้าด้วยกัน แต่ภายใต้บริบทใหม่ FOIP อาจค่อย ๆ
    เปลี่ยนจากโครงการสร้างระเบียบภูมิภาค (order-building project) ไปสู่เครื่องมือในการแข่งขันเชิง
    ยุทธศาสตร์กับจีน (strategic competition framework) มากขึ้น
    ความเชื่อมโยงกับ ASEAN Outlook on the Indo-Pacific (AOIP)

    สำหรับอาเซียน การเกิดขึ้นของ AOIP ในปี 2019 ถือเป็นความพยายามตอบสนองต่อการขยายตัวของแนวคิด Indo-Pacific ที่ถูกลักดันโดยสหรัฐฯ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และอินเดีย

    อย่างไรก็ตาม AOIP มีลักษณะแตกต่างจาก FOIP อย่างมีนัยสำคัญ กล่าวคือ FOIP มีรากฐานอยู่บนมิติความมั่นคงและการแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์ ขณะที่ AOIP มุ่งเน้นความร่วมมือ การเชื่อมโยง การพัฒนาอย่างยั่งยืน และการรักษา ความเป็นแกนกลางของอาเซียน (ASEAN Centrality)

    ดังนั้น การที่สหรัฐฯ เปลี่ยนชื่อกองบัญชาการกลับเป็น USPACOM ไม่ได้สร้างภาระผูกพันให้อาเชียน
    ต้องปรับแก้ AOIP แต่อย่างใด เพราะ AOIP มิได้เป็นเอกสารที่อ้างอิงหรือผูกติดกับโครงสร้างทางทหารของ
    สหรัฐฯ

    อย่างไรก็ตาม ในเชิงยุทธศาสตร์ อาเซียนควรติดตามอย่างใกล้ชิดว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะพัฒนา
    ไปสู่การลดทอนความสำคัญของแนวคิด Indo-Pacific ในระดับนโยบายของสหรัฐฯ หรือไม่ หากในอนาคต
    สหรัฐฯ กลับไปใช้กรอบ Asia-Pacifc หรือ Pacifc-Centric อย่างเต็มรูปแบบ ความสอดล้องทางแนวคิด
    ระหว่าง AOIP กับนโยบายภูมิภาคของสหรัฐฯ อาจลดลง และอาจส่งผลกระทบต่อความพยายามของอาเซียนในการรักษาบทบาทความเป็นศูนย์กลางในสถาปัตยกรรมภูมิภาคระยะยาว
    ผลกระทบต่อประเทศไทย

    การเปลี่ยนชื่อจาก USINDOPACOM เป็น USPACOM หากมองในเชิงสัญญาณของทิศทางนโยบาย
    สหรัฐฯ ในเอเชีย สำหรับไทยมีทั้ง โอกาส และ ความท้าทาย ดังนี้

    โอกาสของไทย
    1. ไทยอาจกลับมามีความสำคัญในฐานะพันธมิตรดั้งเดิม ไทยเป็นพันธมิตรตามสนธิสัญญาของ
    สหรัฐฯ มาตั้งแต่ปี 1954 ผ่าน SEATO และยังเป็นหนึ่งในพันธมิตรสำคัญนอกนาโต (Major Non-NATO Ally)
    หากสหรัฐฯ ลดการเน้นกรอบ "Indo-Paciทิc" ที่เน้นเครือข่ายพันธมิตรใหม่ เช่น QUAD และ AUKUS และหัน
    กลับมาให้ความสำคัญกับพันธมิตรดั้งเดิมในแปซิฟิกมากขึ้น ไทยอาจได้รับความสนใจมากขึ้นในฐานะประเทศ
    ศูนย์กลางของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

    2. เพิ่มโอกาสในการรักษาสมดุลระหว่างมหาอำนาจ ไทยดำเนินนโยบาย "ถ่วงดุล" ระหว่างสหรัฐฯ
    และจีนมาโดยตลอด หากสหรัฐฯ ลดการใช้กรอบ Indo-Pacific ที่ถูกมองว่าเป็นยศาสตร์แข่งขันกับกับจีน
    โดยตรง ไทยอาจมีพื้นที่ทางการทูตมากขึ้นในการรักษาความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ การขยายความร่วมมือกับจีน
    และการสนับสนุนบทบาทอาเขียนโดยไม่ถูกกดดันให้เลือกช้างมากเกินไป

    3. ไทยอาจได้รับประโยชน์จากความร่วมมือด้านความมั่นคงแบบดั้งเดิม ในกิจกรรมสำคัญ เช่น
    Cobra Gold ความช่วยเหลือด้านมนุษธธรรม การบรรเทาภัยพิบัติ และความมั่นคงทางทะเล อาจได้รับ
    การเน้นมากขึ้น เพราะเป็นภารกิจที่สอดคล้องกับบทบาทดั้งเดิมของ USPACOM

    ความท้าทายสำหรับไทย
    1. ความสำคัญของเอเชียตะวันอออกเฉียงใต้อาจลดลง แนวคิด "Indo-Pacifc" ทำให้เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กลายเป็นจุดศูนย์กลางทางยุทธศาสตร์ หากสหรัฐฯ กลับไปมองภูมิภาคในกรอบ "Pacifc" มากขึ้น อาจเกิดการมุ่งเน้นไปที่ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ กวม ฮาวาย และฟิลิปปินส์ มากกว่าเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยรวมไทย จึงอาจต้องแข่งขันกับประเทศอื่นเพื่อรักษาความสำคัญทางยุทธศาสตร์ของตน

    2. อาเซียนอาจมีอิทธิพลลดลงในกรอบความมั่นคงของสหรัฐฯ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา สหรัฐฯสนับสนุนแนวคิด "ASEAN Centralty" หากสหรัฐฯ หันไปเน้นพันธมิตรทวิภาคีมากขึ้น ไทยอาจเผชิญกับสถานการณ์ที่บทบาทของอาเซียนลดลง ประเทศสมาชิกมีแนวโน้มดำเนินโยบายแยกกันมากขึ้น และ
    ความเป็นเอกภาพของภูมิภาคอ่อนแอลง

    3. ความไม่แน่นอนของการแข่งขันสหรัฐฯ - จีน แม้ชื่อจะเปลี่ยน แต่การแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์กับจีนยังคงอยู่ไทยอาจถูกกดดันมากขึ้นในประเด็นต่าง ๆ เช่น เทคโนโลยี ห่วงโซ่อุปทาน ความมั่นคงทางไซเบอร์และโครงสร้างพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์ โดยเฉพาะเมื่อไทยมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับทั้งสหรัฐฯ และจีน

    4. ความเสี่ยงจากความเปลี่ยนแปลงของภูมิรัฐศาสตร์ทางทะเล ไทยพึ่งพาการค้าและการขนส่งผ่านช่องแคบมะละกา และทะเลจีนใต้ หากสหรัฐฯ ปรับลำดับความสำคัญทางทหารหรือการวารวางกำลังใหม่ ไทยอาจต้องเตรียมรับผลกระทบทางอ้อมต่อเสถียรภาพของเส้นทางเดินเรือ

    ข้อเสนอแนะของไทย
    1. การรักษาความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงกับสหรัฐฯ ผ่านการฝึกร่วมและการแลกเปลี่ยนข่าวกรอง
    2. การรักษาความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับจีน โดยไม่พึ่งพามากเกินไป
    3. การสนับสนุนบทบาทของอาเขียนในฐานะเวทีกลางของภูมิภาค ในการลงทุนในขีดความสามารถของ
    ตนเอง โดยเฉพาะด้าน ความมั่นคงทางทะเล ไซเบอร์ อวกาศ และเทคโนโลยีป้องกันประเทศ

    บทสรุป
    หากการเปลี่ยนชื่อเป็นเพียงการกลับไปใช้ชื่อเดิม ผลกระทบต่อไทยจะน้อยมาก แต่หากสะท้อนการปรับยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ จริง ไทยจะเผชิญทั้ง โอกาสในการกลับมาเป็นพันธมิตรดั้งเดิมที่มี
    ความสำคัญ และความท้าทายในการรักษาสมดุลระหว่างสหรัฐฯ จีน และอาเซียน ในสภาพแวดล้อมความมั่นคงที่มีการแข่งขันสูงขึ้น

    สำหรับไทย ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่ "บรINDOPACOM เปลี่ยนเป็น
    USPACOM" แต่คือ สหรัฐฯ จะปรับบทบาทในเอเชียอย่างไรหลังจากนี้ และไทยจะใช้ตำแหน่งทางภูมิศาสตร์และความสัมพันธ์กับทุกฝ่ายให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้อย่างไร

    ———
    ศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์
    สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ

    U.S. Pacific Command. (2026, June 16).Deportment of War restores U.S. Pacific Command
    designation. https://www.pacom.mil/Media/Press-Releases-and-
    Readouts/Article/4519249/department-of-war-restores-us-pacific-command-
    designation/ (PACOM)

    https://www.facebook.com/share/1GYkC7jh8h/
     
  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    “ผบ.ทบ.กัมพูชา-ผบ.USARPAC
    สหรัฐฯ”พบปะ พร้อมมี คอมมิตเม้นต์ในการกระชับความสัมพันธ์ทางการทหารให้ใกล้ชิดขึ้น ยัน ริ้อฟื้น เดินหน้า ฝึก  Angkor Sentinel 2027 

    สื่อกัมพูชารายงานว่า พลเอก เมา โซะพัน ผบ.ทบ. กัมพูชา
    และ General Ronald P. Clark ผบ.U.S. Army Pacific Command พบปะหารือผ่าน VTC เพื่อติดตามความคืบหน้าของความสัมพันธ์ทวิภาคีและหารือความร่วมมือต่อจากต่อจากนี้

    กองทัพบกกัมพูชาได้ออกเอกสารแถลงข่าว กัมพูชาและสหรัฐอเมริกา มีความคืบหน้าในการหารือของคณะ Army Working Group เจมีการขยายความร่วมมือ โดย ผู้บัญชาการของ ทั้งกัมพูชาและสหรัฐได้หารือถึงแผน ที่จะเพิ่มการฝึก การแลกเปลี่ยนความร่วมมือและสร้าง ความสามารถและความเชี่ยวชาญ และตั้งใจที่จะกระชับความสัมพันธ์ให้แนบแน่นและเป็นที่ไว้วางใจกันและกัน

    โดยได้มีการทบทวนการเตรียมพร้อมในการรื้อฟื้นการฝึกร่วม Angkor Sentinel 2027  ที่การฝึกนี้จะเป็นการพัฒนาความสามารถร่วมกันรวมถึงการแลกเปลี่ยนความเป็นมืออาชีพและความร่วมมือของกองทัพทั้งสองประเทศ

    โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว U.S. Embassy ใน Phnom Penh ระบุว่าผู้นำทหารระดับสูงของทั้งกัมพูชาและสหรัฐอเมริกาได้พบปะเพื่อเตรียมการสำหรับ

    การฝึก Angkor Sentinel นี้ถูกออกแบบมาเพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางการทหารแบบทวีปภาคี ที่จะจะมีมีการปฏิบัติการร่วมร่วมกันทั้งการรักษาสันติภาพ การ ต่อภัยพิบัติและการเตรียมพร้อมของภูมิภาค โดยมีคอมเมนต์ที่จะช่วยสนับ และความมั่นคงในภูมิภาคอินโด แปซิฟิก

    #KPTEnglish
    #USArmyPacific

    https://www.facebook.com/share/p/1bXpEPz8We/
     
  18. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ‘#บิ๊กดุลย์’กางงบฯทร.ยันหนี้ผูกพันเพียบ งบฯติดลบหากซื้อเริอฟริเกตลำ2แจงคุยผบ.ทร.2ครั้ง ขอทำเพื่อทร-ชาติ-ขอซื้อสินค้าเรา

    https://www.facebook.com/share/p/1HcxvR8c2x/
     
  19. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    โต้ ฝ่ายค้านหนุน ทร.ซื้อ เรือฟริเกตลำ2 และให้ ซื้อพร้อมกัน2 ลำ
    “รมว.กลาโหม“ กางงบฯ ทัพเรือ
    ยัน หนี้งบผูกพัน เพียบ
    งบฯจะติดลบ หากให้ ทร. ซื้อเริอฟริเกต ลำที่2 เหตุที่ต้องชะลอ จากงบฯปี2570 ออกไป หากปี2571 มีงบฯ ก็คุยกับ นายกฯให้แล้ว
    แจง ได้พูดคุยกับ ผบ.ทร.แค่ 2 ครั้ง ขอให้กองทัพเรือและประเทศชาติได้ประโยชน์ -ขอให้ บริษัท ที่จะต่อเรือฟริเกต ต้องซื้อสินค้าเราด้วย
    ชี้ ฝ่ายค้านอภิปราย ทำลายศักดิ์ศรีและความเป็นมนุษย์อย่างมาก
    ลั่น ถ้าผมชั่ว คงไม่มีทางมาถึงขั้นนี้ หากผมชั่วตรงไหน ให้บอกมาเลย

    หลัง สส.พรรคประชาลน หนุน ซื้อดรือฟริเกต ครั้งละ2 ลำ เลย ค่าใช้จ่ายจะถูกกว่าซื้อทีละลำ 
    ถ้า 1ลำ จ่ายเงินมัดจำ 1750 ล้านบาทเป็น10% ถ้า2 ลำจ่ายแค่ลำละ 5% เท่านั้น จะมีค่าใช้จ่าย ราว 4 พันล้านบาทหาก2 ลำ งบสูงขึ้นเล็กน้อย
    ซื้อครั้งละ2 ลำ ค่าใช้จ่ายจะสูงขึ้น 5%สูงกว่า ซื้อครั้งละ2ลำ


    .
    พลโทอดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม ชี้แจงว่า เรือฟริเกตที่มีผู้อภิปรายกล่าวหาว่า “ผมเป็นรัฐมนตรีปีศาจ”นั้น หากเป็นสมัยก่อน ผมคงเดินลงไปหา แต่วันนี้ต้องขออภัย เราเป็นพี่น้องกัน ผมต้องขออภัยที่พูดแบบนี้ เพราะการพูดของผู้อภิปราย ทำลายศักดิ์ศรีและความเป็นมนุษย์อย่างมาก
    ผมยืนยันว่า ถ้าผมชั่ว คงไม่มีทางมาถึงขั้นนี้ หากผมชั่วตรงไหน ให้บอกมาเลย

    เรื่องเรือฟริเกต ผมได้พูดคุยกับ ผบ.ทร.ถึง 2 ครั้ง ซึ่งผมก็บอกว่าขอให้กองทัพเรือและประเทศชาติได้ประโยชน์ และขอให้ ผบ.ทร.ซื้อบริษัทที่เขาซื้อสินค้าเราด้วย”

    และ หากดูภาระงบประมาณของกองทัพเรือในปี 2570 ที่ได้รับงบประมาณกว่า 4 หมื่นล้าน หากซื้อเรือฟริเกตไปจะเหลือเงินประมาณ 1.38 พันล้าน เป็นภาระงบประมาณ และหากซื้อลำที่2 ในปี2570 ก็จะทำให้ติดลบงบประมาณ จึงเกิดคำถามว่า หากเป็นท่านจะซื้อหรือไม่

    แต่ยืนยันว่าศักยภาพในการพร้อมรบอยู่ระดับหนึ่งอยู่แล้ว เราสามารถร่วมกับกองทัพอากาศ และหากมีภาระงบประมาณมากขึ้น ผมก็จะพูดคุยกับ นายกฯ ถ้าปีต่อไปภาระงบประมาณของกองทัพเรือดีขึ้น เราก็จะสามารถจัดหาได้ ซึ่งทุกคนเป็นคนไทย หวังดีกับประเทศชาติทั้งนั้น ไม่มีใครไม่อยากให้กองทัพเรือไม่มีศักยภาพ

    “ขอยืนยันว่าความมั่นคงของชาติและอธิปไตยของชาติ ไม่ใช่สิ่งที่สร้างขึ้นในวันที่เกิดวิกฤต แต่ต้องเตรียมความพร้อมไว้ล่วงหน้าเสมอ เพราะความมั่นคงและอธิปไตยของชาติเป็นรากฐานของการพัฒนาในทุกๆ ด้าน

    งบประมาณกระทรวงกลาโหม จึงเป็นการลงทุนเพื่อให้ประเทศไทยมีศักยภาพในการปกป้องประชาชน รักษาอธิปไตย สร้างพลังหนุนในเวทีระหว่างประเทศ และสร้างอนาคตที่มั่นคง มีศักดิ์ศรีและเกียรติภูมิให้กับคนรุ่นต่อไป”

    https://www.facebook.com/share/p/18wWEr9FtZ/
     
  20. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,463
    ค่าพลัง:
    +97,153
    โต้ ทหารผี-รมต.ปีศาจ
    “บิ๊กดุลย์”โต้กลางสภา ไม่มีพฤติกรรมชั่วๆ ปัดเป็น “รัฐมนตรีปีศาจ”
    ยัน ไม่มี“ทหารผี”
    ชี้ ทหารดูแลปกป้องชายแดน
    วางกำลัง -ลาดตระเวน จนต้องเหยียบกับระเบิดขาขาด

    พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม ชี้แจงว่า การที่ได้ยินนายเอกราช ออกมาพูดว่า เป็นรัฐมนตรีปีศาจ รู้สึกไม่ค่อยสบายใจ เพราะผมเติบโตมาจากชั้นประทวน ผ่านผู้บังคับหน่วยมาทุกตำแหน่งที่เขาอยากเป็นกัน ไม่เคยมีพฤติกรรมชั่วๆ อย่างที่พูดมาเมื่อสักครู่นี้

    สำหรับงบประมาณของกระทรวงกลาโหมในปี 2570 เราได้รับการจัดสรรกว่า 2 แสนล้านบาทเศษ ลดลงจากปีที่แล้วกว่า 957 ล้าน คิดเป็นร้อยละ 5.4% ของงบประมาณประเทศ และคิดเป็นร้อยละ 0.99 ของจีดีพี เป็นงบประจำ 1.53 แสนล้านบาทเศษ งบลงทุน 5.04 หมื่นล้านบาทเศษ ซึ่งในความท้าทายด้านความมั่นคงของประเทศปัจจุบันนี้ เรามีภัยคุกคามทุกด้าน

    ดังนั้น เราจึงจะจัดสรรงบประมาณไปเพื่อขจัดภัยคุกคามเหล่านี้ แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ 1.การป้องกันประเทศและเสริมความมั่นคง 2.การพัฒนาศักยภาพและความพร้อมของกำลังคนยุทโธปกรณ์และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และ 3.การช่วยเหลือประชาชนและบรรเทาสาธารณภัย ส่วนเรื่องการป้องกันประเทศและเสริมความมั่นคงนั้น เราใช้งบประมาณในการรักษาอธิปไตยของชาติเป็นหลัก ทั้งเรื่องของการเตรียมกำลังทางอากาศ พื้นดิน ทางทะเล ใต้ทะเล

    ทหารเรา ต้องออกไปเฝ้าตรวจวางกำลังและต้องลาดตระเวนชายแดนจนมีต้องไปเหยียบกับระเบิด ไม่ได้อยู่เฉยๆ ไม่ได้มีทหารผี อย่างที่ท่านว่า

    รวมถึงระบบสั่งการบังคับบัญชาอำนวยการรบ ให้พร้อมในพื้นที่ปฏิบัติการบริเวณชายแดนทุกด้าน และจัดกองกำลังป้องกันชายแดนจำนวน 8 กองกำลัง ในการเฝ้าตรวจ ลาดตระเวน ตั้งจุดตรวจสกัดกั้นแรงงานผิดกฎหมาย ยาเสพติด และภัยคุกคามอาชญากรรมข้ามชาติ
    https://www.facebook.com/share/v/1JQ6e2rJfk/
     

แชร์หน้านี้

Loading...