วัตถุมงคลทั่วภูมิภาคของประเทศไทย

ในห้อง 'พระเครื่อง วัตถุมงคล' ตั้งกระทู้โดย Jumbo A, 17 สิงหาคม 2022.

  1. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,506
    ค่าพลัง:
    +21,470
    FB_IMG_1783273442623.jpg

    เมื่อประมาณ20กว่าปีก่อนเคยมีข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ หลวงพ่อเชื้อ โดนรุมทำร้าeจากคนร้าeที่จะมาขโมยของในวัดหลายคนทั้งเอาปืnยิjและฟัn แต่หลวงพ่อเชื้อ ไม่เป็นอะไรเลยครับ ต่อมาจับผู้ร้าeได้หมดยกแก๊งค์

    พระผงพิมพ์นางพญาจิตลดาผสมผงเก่าบางขุนพรหม อาจารย์เชื้อ วัดสะพานสูง กรุงเทพฯ ปี ๒๕๐๕ สภาพสวย ผสมผงเก่าสมเด็จบางขุนพรหม, ผงเก่าของวัดสุทัศน์ตั้งแต่สมัย สมเด็จพระสังฆราช(แพ) เจ้าคุณศรี(สนธิ์) ปลัดสุพจน์ และ พระครูใบฎีกาเกลี้ยง แล้วนำไปเข้าพิธีปลุกเสกวัดระฆัง หรือวัดสุทัศน์ด้วย แล้วแต่โอกาสช่วงเวลาที่จัดสร้าง เจตนาบริสุทธิ์สร้างมาเพื่อแจกบูชาแก่ญาติโยม

    หลวงพ่อเชื้อ อนุวชิโร เกจิผู้มีวิชาไสยเวทย์ครบครันและเป็นเกจิผู้มีชื่อเสียงเลื่องลือในยุคกึ่งพุทธกาล แห่งวัดสพานสูง บางซื่อ เป็นเกจิผู้ซึ่งสร้างพระกริ่งแล้วนำไปแจกแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารและพลเรือนที่ทำหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติเป็นองค์แรก แล้วพระกริ่งวัดสะพานสูงที่นำไปแจก ก็ไม่ได้สร้างความผิดหวังแต่อย่างใดแก่ผู้ใช้ กลับได้รับประสบการณ์มากมายในสนามรบ เป็นผลให้มีผู้รู้จักศรัทราและเสาะหากันมาก นอกจากพระกริ่งแล้วหลวงพ่อยังได้สร้างพระสมเด็จเนื้อผงพิมพ์ต่างๆ ขึ้นอีกหลายพิมพ์ โดยท่านจะปั้มตราลายเซ็นต์ของท่าน และชื่อวัดสพานสูงไว้ที่ด้านหลังของพระสมเด็จเนื้อผงทุกพิมพ์ทุกองค์
    พระสมเด็จเนื่อผงของท่านจะผสมผงมวลสารพระสมเด็จบางขุนพรหม เมื่อครั้งเปิดกรุใหม่ที่ได้รับถวายมา และ ผงเก่าของวัดสุทัศน์ตั้งแต่สมัย สมเด็จพระสังฆราช(แพ) เจ้าคุณศรี(สนธิ์) ปลัดสุพจน์ และ พระครูใบฎีกาเกลี้ยง นอกจากนั้นยังมี ผงวิเศษจากคณาจารย์ต่างๆที่ท่านสะสมเอาไว้อีกมากมาย ทำให้พระสมเด็จของท่านมีประสบการณ์ไม่แพ้พระโลหะของท่านเลย
    พระสมเด็จชุดนี้โดยทางทฤษฎีแล้ว รวมทั้งความเข้าใจของนักเล่นพระส่วนมาก จะคิดว่าสมเด็จของท่านสร้างขึ้นในปี 2505 แต่ความจริงแล้วท่านได้ทยอยสร้างพระสมเด็จขึ้นเรื่อย ๆ ตั้งแต่ปี 2497 จนมาถึงปี 2505 หลังจากที่ฉลองกรุง 25 พุทธศตวรรษได้ 5 ปี ท่านได้จัดสร้างสมเด็จขึ้นอย่างเป็นทางการจำนวน 2 พิมพ์คือ พระสมเด็จพิมพ์ใหญ่และ พิมพ์ฐานคู่ขนาดธรรมดามาตรฐานเท่ากับสมเด็จวัดระฆัง แต่ผู้ที่ไม่รู้จริง ๆ จะเหมาเอาว่าพระทุกพิมพ์ของท่านสร้างขึ้นในปี 2505 พระสมเด็จของท่านทุกพิมพ์เป็นพระดีน่าใช้มาก สนนราคาเช่าหายังไม่สูงมากนักเว้นแต่พิมพ์พิเศษแปลก ๆ ที่หายาก เช่น พิมพ์เจดีย์พระพุทธคยา พิมพ์พระสมเด็จจิตรลดา พิมพ์พระสิวลีฯ โดยขอให้เลือกเล่นเฉพาะชนิดที่มีตราปั้มด้านหลังเท่านั้น จัดเป็นพระดีอนาคตสดใส ปัจจุบันผู้คนนิยมเล่นมากราคาสูงขึ้นเรื่อยๆ ตามกาลเวลาและยังถูกบรรจุไว้ในรายการตามงานประกวด

    หลวงพ่อเชื้อ อนุวชิโร เกจิผู้มีวิชาไสยเวทย์ครบครันและเป็นเกจิผู้มีชื่อเสียงเลื่องลือในยุคกึ่ง พุทธกาล แห่งวัดสะพานสูง บางซื่อ เป็นเกจิผู้ซึ่งสร้างพระกริ่งแล้วนำไปแจกแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารและพลเรือนที่ทำหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติเป็นองค์แรก แล้วพระกริ่งวัดสะพานสูงที่นำไปแจก ก็ไม่ได้สร้างความผิดหวังแต่อย่างใดแก่ผู้ใช้ กลับได้รับประสบการณ์มากมายในสนามรบ เป็นผลให้มีผู้รู้จักศรัทราและเสาะหากันมาก นอกจากพระกริ่งแล้วหลวงพ่อยังได้สร้างพระสมเด็จเนื้อผงพิมพ์ต่างๆ ขึ้นอีกหลายพิมพ์ โดยท่านจะปั้มตราลายเซ็นต์ของท่าน และชื่อวัดสะพานสูงไว้ที่ด้านหลังของพระสมเด็จเนื้อผงทุกพิมพ์ทุกองค์

    ประวัติหลวงพ่อเชื้อ หนูเพชร อดีตพระเถราจารย์ที่เชี่ยวชาญการทำพระผงสายวัดระฆัง และสูตรพระกริ่งสายวัดสุทัศ
    หลวงพ่อเชื้อ อนุวชิโร วัดสะาพนสูง กรุงเทพ ส่วนใหญ่จะเรียกท่านว่าอาจารย์เชื้อ หนูเพชร ท่านเป็นพระเกจิที่มีวิชาอาคมขลังและหนังเหนียวมาก หลวงพ่อเชื้อ สร้างพระแจกลูกศิษย์มากเหมือนกันหลายพิมพ์โดยเฉพาะพระเนื้อผงสร้างตั้งแต่ ปี ๒๔๙๗ มาเรื่อยๆ เช่นพระสมเด็จมีหลายสิบพิมพ์ พระสีวลีเนื้อผง เป็นต้น พระเครื่องอีกอย่างที่หลวงพ่อเชื้อนิยมสร้างคือ พระหล่อด้วยโลหะ ส่วนมากเป็นพิมพ์พระกริ่งหน้าทราวดี พระกริ่งจีน รูปหล่อพระดังๆซึ่งหลวงพ่อเชื้อนับถือเป็นครูบาอาจารย์ เช่น เจ้าคุณนรรัตน์ วัดเทพศิรินทร์ สมเด็จโต วัดระฆัง หลวงปู่ทวด วัดช้างไห้ หลวงปู่แหวน วัดดอยแม่ปั๋ง และ พระสังกัจจายน์ เป็นต้น พระที่หล่อด้วยโลหะจะมีทั้งที่ตอกโค้ดเป็นยันต์ และไม่ตอกโค้ดก็มีครับซึ่งมีจำนวนน้อยที่ไม่ตอกโค้ด จริงๆแล้วพระเครื่องต่างๆที่ท่านสร้างน่าบูชามากพุทธคุณสูง เพราะหลวงพ่อเชื้อ ท่านตั้งใจทำ เจตนาการสร้างดี และที่สำคัญ หลวงพ่อเชื้อ มักนำพระเครื่องต่างๆของท่านไปให้หลวงพ่อหลวงปู่ที่รู้จักปลุกเสกให้และจัดพิธีพุทธาภิเษก ทางด้านวิทยาคมทราบว่าหลวงพ่อเชื้อ ชอบศึกษาวิชาอาคมมาตั้งแต่สมัยเป็นฆราวาส หลังจากบวชก็ได้เรียนวิชาเพิ่มกับพระที่มีชื่อเสียงอีกหลายองค์ เท่าที่ทราบมี หลงพ่อเส่ง วัดแหลมทราย ซึ่งเป็นพระเกจิยุคอินโดจีน
    อาจารย์เชื้อ หนูเพชร อดีตก่อนบวชท่านเคยเป็นนายช่างใหญ่ ของกรมช่างทหารอากาศ เคยเป็นครู และเมื่อเกิดการเบื่อหน่ายทางโลก ก็เข้าอุปสมบท เพื่อเจริญรอยตามบาทของพระพุทธองค์ หลวงพ่อเชื้อชอบศึกษาวิชาอาคมมาตั้งแต่สมัยเป็นฆราวาส หลังจากบวชก็ได้เรียนวิชาเพิ่มกับพระที่มีชื่อเสียงอีกหลายองค์ เช่น หลวงพ่อเส่ง วัดแหลมทราย เจ้าคุณศรีสนธิ์ เป็นต้น เมื่อประมาณ20กว่าปีก่อนเคยมีข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ หลวงพ่อเชื้อ โดนรุมทำร้าeจากคนร้าeที่จะมาขโมยของในวัดหลายคนทั้งเอาปืnยิjและฟัn แต่หลวงพ่อเชื้อ ไม่เป็นอะไรเลยครับ ต่อมาจับผู้ร้าeได้หมดยกแก๊งค์

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    พระพิมพ์จิตลดา อาจารย์เชื้อ หนูเพรช วัดสะพานสูง บางซื่อ พระนคร ผสมผงเก่า

    ให้บูชา 350 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    ปิดรายการ
    IMG_20260705_233331.jpg IMG_20260705_233648.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 6 กรกฎาคม 2026 at 17:15
  2. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,506
    ค่าพลัง:
    +21,470
    FB_IMG_1783278373292.jpg

    หลวงจวน หลวงพ่อแพ หลวงพ่อเกาะวัดโพธิ์ลังการ่วมกันบวชให้ หลวงตาใบ ย่อมไม่ธรรมดา

    พระสมเด็จเนื้อผงดอกตะไคร้ หลวงตาใบ พรหมวงศ์ วัดตึกราชา สิงห์บุรี

    1.ดอกตะไคร้ที่มีคุณในตัวเอง ถึอเป็นของที่หาอยากเอาการอยู่

    2.สรรพวิชาที่ตาได้ลง เสกเป่า มิใช่วิชาธรรมดา เเต่เป็นวิชาในดง วิชาเฉพาะตน หามีผู้อื่นเรียนได้ไม่

    3.เกื้อหนุนเสริมดวง มีสร้างมีเสกกันหลายหลวงพ่อเเต่หามีไม่ ที่สามารถทำได้สำเร็จเเละสัมฤทธิ์ผล เยี่ยงพระของตา

    4.เคราห์กรรมบางอย่าง ปัดเป่ามิมีย่างกรายเข้ามาถึงตัว ตาเเก้ ตากันไวว้ให้หมดเเล้ว ขอเพียงนึกถึงตา ตาจะช่วย

    ความดีของหลวงปู่ใบ เมื่อครั้งยังเป็นคฤหัสถ์(ฆราวาส) อยู่กระท่อมหางคลอง หลวงพ่อแพ เขมังกโร วัดพิกุลทอง เคยไปหาหลวงปู่ที่กระท่อม หลวงปู่ได้ปูเสื่อต้อนรับหลวงพ่อแพ หลวงพ่อแพพูดกับหลวงปู่ใบว่า เป็นผู้มีศีลนั่งด้วยกันได้ ต่างกันที่คนละสีเท่านั้นและยังได้บอกกับหลวงปู่ใบ ให้เก็บเครื่องบูชาไว้อย่าเอาไปทิ้ง เช่น ดอกบัวหรือธูปเทียนที่ใช้แล้ว หลวงพ่อแพ ท่านจะเอาไปผสมทำพระ(พระเครื่อง)

    พระเนื้อผงดอกไคร้ ต้นตะไครั เกษา ผงอื่่นๆของหลวงปู่ พิมพ์หลวงพ่อหินวัดตึกราชา สิงห์บุรี หลังยันต์นะหน้าทองหลวงปู่ใบ พรหมวงษ์ จัดสร้างปี ๒๕๓๔ มวลสารเพียบ

    ขอขอบพระคุณข้อมูลจากร้าน บาแดงครับ

    บันทึกเรื่องความดี ของหลวงปู่ใบ ฐิตธมฺโม ซึ่งเป็นบันทึกที่เขียนโดย ท่านอาจารย์หนุน ทำนอง ข้าพเจ้านายบาแดง ขอคัดมาเพียงส่วนหนึ่งจากเรื่องนี้ เพื่อให้เห็นที่มาที่ไปของวัตถุมงคลของหลวงปู่ใบ ที่เรียกว่าพระเนื้อผงตะไคร้ นายบาแดงคิดวิเคราะห์เป็นการส่วนตัว เห็นว่าพระเครื่องเนื้อผงตะไคร้นี้ จัดว่าเป็นวัตถุมงคลที่สำคัญสูงสุด ของหลวงปู่ใบ ที่น่าใช้บูชามากที่สุด

    จากหนังสือที่ระลึก งานประชุมเพลิง หลวงตาใบ ฐิตธมฺโม วันอาทิตย์ที่ ๒๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๑ ณ วัดตึกราชา ตำบลม่วงหมู่ อำเภอเมือง จังหวัดสิงห์บุรี

    ข้อความบันทึกส่วนหนึ่งของอาจารย์หนุน ทำนอง เขียนถึงหลวงปู่ใบ พรหมวงษ์

    ข้าพเจ้าได้รู้จักหลวงปู่ใบ ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๑๗ เมื่อครั้งอยู่ที่กระท่อมหางคลอง และได้ไป-มาเยี่ยมหลวงปู่ใบตลอดมา และบางครั้งมาพบท่านก็ด้วยปัญหาทางครอบครัว เมื่อพบหลวงปู่ใบ ท่านได้ให้การแนะนำให้ปฏิบัติแล้วได้ผลดี

    เมื่อ พ.ศ.๒๕๒๘ ข้าพเจ้าปลูกต้นตะไคร้หอมไว้รับประทาน แต่ตะไคร้หอมได้เจริญงอกงาม ลำต้นสูงมีช่อ เรียกว่าตะไคร้ออกดอก ข้าพเจ้าเก็บตะไคร้ไว้บูชา ข้าพเจ้าจึงได้นำเรื่องปลูกตะไคร้หอมแล้วออกดอกไปเล่าให้หลวงปู่ฟัง (ขณะนั้นหลวงปู่ใบ ยังเป็นคฤหัสถ์ อยู่ที่กระท่อมหางคลอง) หลวงปู่ใบได้ส่งกระแสจิต ไปที่บ้านข้าพเจ้า ไปตรวจดูตะไคร้ออกดอก แล้วหลวงปู่ใบพูดกับข้าพเจ้าว่า ที่ดอกตะไคร้มี ๓ สี ตอนบนเป็นสีขาว ตอนกลางเป็นสีเหลือง ตอนล่างเป็นสีเขียว แล้วหลวงปู่ใบ พูดต่อไปว่าข้าฯจะตรวจต่อไปอีก เทพหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตะไคร้ พูดกับหลวงปู่ว่า ให้ดูแค่นี้ยังไม่พออีกหรือ และเทพหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้ถามหลวงปู่ว่า เคยเห็นที่ไหนมาบ้าง

    หลวงปู่ใบพูดว่า ตะไคร้มีดอก ถ้าเอามาทำพระใครมีไว้จะไม่อดอยาก ต่อมา ข้าพจ้าได้นำตะไคร้มีดอกไปให้หลวงปู่ใบที่กระท่อม จำนวน ๒ ต้น หลวงปู่ใบผสมทำพระแบบพระสิวลีเมื่อครั้งอยู่ที่บ้าน

    ตะไคร้หอมกอนี้ออกดอกปีละครั้ง ในระหว่างเข้าพรรษาถึงออกพรรษา คือ พ.ศ.๒๕๒๘,พ.ศ.๒๕๒๙, พ.ศ.๒๕๓๐ เป็นเวลา ๓ ปี ติดต่อกัน

    เมื่อวันที่ ๑๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๔ ข้าพเจ้าไปเยี่ยมหลวงปู่ที่วัดตึกราชา(ช่วงนี้หลวงปู่บวชแล้ว เมื่อวันที่ ๗ กรกฎาคม ๒๕๓๓ ) เมื่อไปถึงหลวงปู่พูดว่า กำลังนึกอยากได้ต้นตะไคร้มาทำพระ(พระเครื่อง) เพราะมีคาถาอยู่บทหนึ่งที่ใช้ปลุกเสกได้เฉพาะพระที่มีต้นตะไคร้ออกดอกผสมอยู่ด้วยเท่านั้น และคาถานี้เป็นคาถาที่ตกทอดกันมา ๒ ชั่วอาจารย์แล้ว

    วันที่ ๑๙ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๔๓ ข้าพเจ้าได้นำตะไคร้ออกดอกไปถวายหลวงปู่ จำนวน ๓ ต้น พร้อมด้วยช่อดอกแต่ละต้นสูง ๓ เมตรเศษ หลวงปู่ได้เอาต้นตะไคร้ผูกไว้กับต้นเทียนเข้าพรรษาซึ่งตั้งอยู่ที่หัวนอนของท่าน ท่านพูดว่าจะทำพระ(พระเครื่อง) จำนวน ๒ ต้น อีกต้นหนึ่งจะเก็บไว้ให้เขาดูกัน และหลวงปู่พูดต่อไปว่า เริ่มเสกผงไว้บ้างแล้ว และกำลังเสกผงหลายอย่างเป็นส่วนผสม

    ความดีของหลวงปู่ใบ เมื่อครั้งยังเป็นคฤหัสถ์ อยู่กระท่อมหางคลอง หลวงพ่อแพ เขมังกโร วัดพิกุลทอง เคยไปหาหลวงปู่ที่กระท่อม หลวงปู่ได้ปูเสื่อต้อนรับหลวงพ่อแพ หลวงพ่อแพพูดกับหลวงปู่ใบว่า เป็นผู้มีศีลนั่งด้วยกันได้ ต่างกันที่คนละสีเท่านั้นและยังได้บอกกับหลวงปู่ใบ ให้เก็บเครื่องบูชาไว้อย่าเอาไปทิ้ง เช่น ดอกบัวหรือธูปเทียนที่ใช้แล้ว หลวงพ่อแพ ท่านจะเอาไปผสมทำพระ(พระเครื่อง)

    อ.หนุน ทำนอง
    ร้านเมืองพรหม ๒/๓ ถ.ประชาวิถี อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    พระสมเด็จดอกตะไคร้หลวงตาใบ หลังยันต์นะหน้าทอง
    ส่องดูมีเกศา และ ดอกตะไคร้ ครับ

    ให้บูชา 450 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ
    ,ปิดรายการ

    IMG_20260706_020203.jpg IMG_20260706_020228.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 6 กรกฎาคม 2026 at 06:31
  3. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,506
    ค่าพลัง:
    +21,470
    1390343-129bf.jpg

    พระภิกษุและกรรมการวัดวิ่งวุ่นจะเข้าไปดับไฟ แต่แล้วไฟก็เกิดดับวูบไปเอง โดยที่ฉัตร
    กระดาษทั้งต้น ไม่มีริ้วรอยแห่งการถูกไฟเผาไหม้เลย..แม้แต่รอยไหม้!

    พระผงพระปัจเจกพุทธเจ้าทรงครุฑ วัดโคกเสือ จ.พระนครศรีอยุธยา ปี ๒๕๓๒

    พิธีพุทธาภิเษกพระปัจเจก
    พุทธเจ้าโปรดสัตว์ และพระรูปเหมือนหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค ณ วัดโคกเสือ เกิดปาฏิหาริย์ไฟฟ้าแรงสูงดูดไม่เป็นอะไร....เกิดไฟลุกไหม้ฉัตรในประรำพิธี ก็ดับได้เองอย่างน่าอัศจรรย์
    พระครูสิริพัฒนกิจ หรือ หลวงพ่อใหญ่ สิริภัทโท เจ้าอาวาสวัดโคกเสือ จ.อยุธยา จัดพิธีพุทธาภิเษก พระผงปัจเจกพุทธเจ้าโปรดสัตว์ และ พระรูปเหมือนหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค ในคืนวันเพ็ญที่ 12 พฤศจิกายน 2532
    หลวงพ่อใหญ่ วัดโคกเสือ ประกอบพิธีอัญเชิญดวงวิญญาณ หลวงพ่อปาน วัด
    บางนมโค ผู้อุปถัมภ์สร้างศาลาการเปรียญ วัดโคกเสือ เมื่อปี พ.ศ. 2478
    ในงานพิธีพุทธาภิเษก นายอดิศักดิ์ เอกกฐิน นำผ้ายันต์เกราะเพซร ขึ้นแขวนรอบอุโบสถมือเกิดพลาดไปถูกสายไฟแรงสูงดูดตกลงมา แต่ไม่ได้รับอันตรายใด ๆ เลย! และในขณะที่ พระอาจารย์พูน วัดบ้านแพน นำพระพิธีธรรมสวดพุทธาภิเษก
    ใกล้จะจบบทสุดท้าย พระคณาจารย์ผู้ทรงวิทยาคมกำลังเพ่งพลังจิตปลุกเสกอย่างเต็มที่....ฉัตรต้นหนึ่งเกิดไฟลุกไหม้วูบวาบทั้งต้น เป็นที่น่าตกใจว่าจะลุกลามไหม้หมดทั้งประรำพิธี พระภิกษุและกรรมการวัดวิ่งวุ่นจะเข้าไปดับไฟ แต่แล้วไฟก็เกิดดับวูบไปเอง โดยที่ฉัตร
    กระดาษทั้งต้น ไม่มีริ้วรอยแห่งการถูกไฟเผาไหม้เลย..แม้แต่รอยไหม้!
    ทุก ๆ คนที่อยู่ในเหตุการณ์เชื่อมั่นว่าเกิดจากความศักดิ์สิทธิ์ของ หลวงพ่อปาน
    วัดบางนมโค ซึ่งนับเป็นนิมิตหมายอันดีที่อิทธิมงคลของ หลวงพ่อใหญ่ วัดโคกเสือ
    สร้างขึ้นในครั้งนี้ ย่อมมีความศักดิ์สิทธิ์สูงส่ง ไม่ต่างจากที่หลวงพ่อปาน ท่าน
    สร้างในอดีต!
    1. พระรูปเหมือนหลวงพ่อปาน 5 นิ้ว
    2. พระรูปเหมือนเล็ก หลวงพ่อปาน
    3. พระผงพระปัจเจกพุทธเจ้าทรงสัตว์
    พระปัจเจกพุทธเจ้าทรงครุฑและ ทรงไก่ ด้านหลังประทับ ยันต์เกราะเพชร สร้างจาก ผงเก่าของหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค ประกอบด้วยผงปถมัง,ผงอิธะเจ,ผงตรีนิสิงเห และผงมหาราชมากมาย ฯลฯ
    พระคณาจารย์เรืองวิทยาคมศิษย์สาย หลวงพ่อปาน
    วัดบางนมโค, หลวงพ่อจงวัดหน้าต่างนอก และ หลวง
    พ่อยิ้ม วัดเจ้าเจ็ดใน ร่วมปรกปลุกเสกตลอดพิธี คือ
    1. หลวงปู่รวย วัดสร้อยทอง กรุงเทพฯ
    2.หลวงพ่อเชิญ วัดโคกทอง อยุธยา
    3. หลวงพ่อมี วัดมารวิชัย อยุธยา
    4. หลวงพ่อเมี้ยน วัดโพธิ์กบเจา อยุธยา
    5. หลวงพ่อทิม วัดพระขาว อยุธยา
    6. หลวงพ่อหยด วัดเจ้าเจ็ดใน อยุธยา
    7. หลวงพ่อแม้น วัดหน้าต่างนอก อยุธยา
    8. พระครูวิหารกิจจานฺยุต วัดบางนมโค อยุธยา
    9. หลวงพ่อช่อ วัดฤกษ์บุญมี สุพรรณบุรี
    10, หลวงพ่อสงวน วัดไผ่พันมือ สุพรรณบุรี
    11. หลวงพ่อชู วัดสุวรรณาราม กรุงเทพฯ
    12. พระครูใสภณธัมมรังษี วัดไทรยานนาวา

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    พระปัจเจกพระพุทธเจ้าทรงครุฑสภาพสวยเดิมพร้อมกล่อง อายุเกือบ ๔๐ ปี

    ให้บูชา 350 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    IMG_20260706_165500.jpg IMG_20260706_165529.jpg IMG_20260706_165554.jpg IMG_20260706_165616.jpg
     
  4. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,506
    ค่าพลัง:
    +21,470
    FB_IMG_1783333367570.jpg FB_IMG_1783333342968.jpg FB_IMG_1783333369688.jpg FB_IMG_1783333371945.jpg FB_IMG_1783333374250.jpg FB_IMG_1783333405936.jpg
    หลวงพ่อฤาษีลิงดำ ท่านบอกอีกว่า หลวงปู่เขียนท่านก็มาร่วมปลุกเสกด้วย

    พระหลวงพ่อเพรชหลัง หลวงพ่อเขียน เนื้อผงน้ำมัน วัดสำนักขุนเณร จ.พิจิตร ปี ๒๕๑๖ หลวงพ่อทบ, หลวงปู่โต๊ะ ฯลฯ ปลุกเสก

    พระผงหลวงพ่อเพชรหลัง หลวงพ่อเขียน วัดสำนักขุนเณร จ.พิจิตร ปี2516 เมื่อปี พ.ศ.2516 ทาง วัดสุขุมาราม วัดที่หลวงพ่อเขียนสร้างไว้ ได้จัดสร้างวัตถุมงคลพระเครื่องเพื่อหารายได้สมทบทุนสร้างพระอุโบสถหลังใหม่ ขึ้น จึงจัดพิธีพุทธาภิเษกครั้งใหญ่ยิ่ง มีการอัญเชิญ ไฟพระราชทาน จากสมเด็จพระสังฆราช มายังพิธีโดยทางรถไฟ พระเครื่องวัตถุมงคลในพิธีดังกล่าวจัดสร้างพระผงจำนวน 2 พิมพ์ คือ พระพิมพ์สมเด็จปรกโพธิ์และพระรูปเหมือน หลวงพ่อเขียน สามเหลื่ยม นอกนั้นเป็นเหรียญรูปหล่อ และพระบูชา พระผงรูปเหมือนหลวงพ่อเขียน สามเหลี่ยม ปี 16 มีส่วนผสมผงเก่ามากมาย อาทิเช่น ผงหลวงพ่อเขียน , แป้งที่หลวงพ่อเขียนปลุกเสก,ผงหลวงพ่อพิธ,ผงหลวงพ่อเงิน เป็นต้น รายชื่อพระเกจิอาจารย์ ที่ร่วมพุทธาภิเษก คือ
    1.พระครูวิชิตพัชราจารย์ (หลวงพ่อทบ วัดพระพุทธบาทชนแดน จ.เพชรบูรณ์)
    2.พระราชสังข์วราภิมนต์ (หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี)
    3.หลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
    4.หลวงพ่อเตียง วัดเขารูปช้าง จ.พิจิตร
    5.หลวงพ่อแช่ม วัดดอนยายหอม จ.นครปฐม
    6.หลวงพ่อเทียม วัดกษัตราธิราช จ.อยุธยา
    7.หลวงปู่เส็ง วัดกัลยาณมิตร กรุงเทพ
    8.หลวงพ่อชม วัดเขาดิน จ.อยุธยา 9.หลวงปู่เกตุ วัดศรีเมือง จ.สุโขทัย
    10.ครูบาอินถา วัดพระธาตุดอยเต่าคำ จ.ลำปาง
    และพระเกจิในจังหวัดพิจิตรและเกจิในละแวกใกล้เคียง ร่วมกันปลุกเสกอีกคับคั่ง
    ส่วนผสมมวลสารขององค์พระ ประกอบไปด้วย ผงมหาราช ผงอิทธิเจ ผงว่านวิเศษ108 ผงใบโพธิ์จากวัดหลวงพ่อเงิน และเส้นเกศา จีวรของหลวงพ่อเขียน **หลวงพ่อพระราชพรหมยาน หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ วัดท่าซุง (นั่งปรกในทิศตะวันออก) หลังพิธีพุทธาภิเษก หลวงพ่อบอกกับท่านพระครูสุรินทร์ว่า พิธีนี้สมบูรณ์มาก เป็นประกายพรึกสว่างไสวไปทั้งโบสถ์ (ไม่ใช่เฉพาะวัตถุมงคลแต่จากวัตถุมงคลแผ่รัศมีประกายพรึกจนสว่างไปทั้งโบสถ์ซึ่งเป็นพิธีที่ดีมากที่สุดพิธีหนึ่ง) รัศมีประกายพรึก ในความหมายหมายถึงพระพุทธเจ้าท่านสงเคราะห์หมดทุกอย่าง หลวงพ่อฤๅษีลิงดำบอกพระครูสุรินทร์ว่า เป็นพิธีมหาจักรพรรดิ เพราะเจตนาในการสร้างนั้นก็บริสุทธิ์ สร้างเพื่อแจกผู้ร่วมทำบุญสร้างโบสถ์วัดสุขุมาราม หลวงพ่อฤาษีลิงดำ ท่านบอกอีกว่า หลวงปู่เขียนท่านก็มาร่วมปลุกเสกด้วย หมายถึงเอากายทิพย์มาร่วมครับ คาถาบูชาวัตถุมงคลรุ่นนี้ ตั้งนะโม 3 จบ ว่าพุทธาราธะนัง ธัมมาราธะนัง สังฆาราธะนัง แล้วว่า คาถามหาลาภ ธะนะกาโม ละเภ ธะนังธะนะโภคัง ภะวันตุ เม อัตถิ การะเย กายะญายะ เทวานัง ปิยะตังสุตวา

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ


    ให้บูชา 250 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ


    IMG_20260706_172653.jpg IMG_20260706_172723.jpg
     
  5. SIR2010

    SIR2010 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    3,271
    ค่าพลัง:
    +5,960
    จองครับ
     
  6. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,506
    ค่าพลัง:
    +21,470
    FB_IMG_1783361526444.jpg
    หลวงปู่คร่ำ ยโสธโร หรือพระมงคลศีลาจารย์ ...ชาวบ้านทั่วไปเรียกนามท่านว่า “ท่านพ่อคร่ำ” ท่านมีอายุ 100 ปีบริบูรณ์ พรรษา 80 นับเป็นพระเถระที่มีพรรษาสูงสุดของเมืองไทย
    ธรรมะคำสอนสำคัญก็คือ “ทำให้ดู อยู่ให้เห็น”
    “ท่านพ่อคร่ำ”...วัดวังหว้า อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ถือว่าเป็นหนึ่งในพระเกจิอาจารย์ที่ได้รับความนิยม...เป็นที่ศรัทธาของมหาชนทั่วฟ้าเมืองไทย โดยเฉพาะชาวทะเลตะวันออก

    หลวงปู่มีนามเดิมว่า “คร่ำ” นามสกุล “อรัญวงศ์” เกิดเมื่อวันพุธ แรม 10 ค่ำ เดือน 11 ปีระกา ตรงกับวันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ.2440 ที่บ้านวังหว้า ตำบลวังหว้า อำเภอแกลง จังหวัดระยอง โยมบิดาชื่อนายครวญ อรัญวงศ์ โยมมารดาชื่อ นางต้อย อรัญวงศ์ เป็นบุตรคนโต มีน้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน 3 คน เป็นชาย 2 หญิง 1 เมื่อครั้งเยาว์วัย อายุได้ 11 ขวบ...บิดานำไปฝากวัดวังหว้าเพื่อรับการศึกษาตามประเพณีนิยมสมัยนั้น กล่าวคือเรียนอักษรสมัยในแบบ ปฐม ก กา และศึกษาหนังสือขอมจนมีความสามารถอ่านเขียนได้เป็นอย่างดี

    อายุครบ 20 ปี ได้อุปสมบท ในวันจันทร์ แรม 7 ค่ำ เดือน 7 ปีมะเส็ง ตรงกับวันที่ 11 มิถุนายน 2460 ได้รับฉายาว่า “ยโสธโร” แปลว่า ...ผู้ทรงไว้ซึ่งยศ โดยมีพระครูสังฆการบูรพทิศ (ปั้น อินทสโร) เป็นพระอุปัชฌาย์

    “หลวงปู่คร่ำ”...ได้มรณภาพในวันจันทร์ ขึ้น 2 ค่ำ เดือน 1 ปีฉลู ตรงกับวันที่ 1 ธันวาคม 2540 เวลา 14.20 น. ด้วยอาการสงบ ณ โรงพยาบาลสมิติเวชศรีราชา รวมอายุได้ 100 ปี 41 วัน

    วิชาร่ำเรียนสั่งสม จนได้ชื่อว่าเป็นพระนักปฏิบัติ อีกทั้งยังตั้งใจศึกษาพระธรรมวินัยจนสอบได้ประโยคนักธรรมโท บวกกับความเพียรพยายามค้นคว้าตำรับตำราวิชาการต่างๆ แล้วก็ได้เดินทางไปฝากตัวเป็นศิษย์เพื่อเล่าเรียนพระกรรมฐานและวิทยาคุณกับหลวงพ่อโต วัดเขาบ่อทอง หรือวัดเขาชากโดน

    หนึ่งในพระอาจารย์ดังในด้านสมถะ วิปัสสนากรรมญาณ มีจิตตานุภาพ วิทยาคมเข้มขลัง เป็นที่เล่าลือกันมากในยุคสมัยนั้น ครั้นเล่าเรียนสำเร็จตาม ความมุ่งหมายใจปรารถนาได้กราบลาอาจารย์ออกจาริกธุดงค์เพื่อทดสอบกำลังใจ ฝึกฝนจิตให้ก้าวหน้า ใช้เวลาอยู่นานพอสมควรก็กลับวัดวังหว้า
    คำสอน “หลวงปู่คร่ำ”...ตราตรึงอยู่ในใจผู้ฝักใฝ่ในธรรม ยึดมั่นถือมั่นในหลักคุณธรรมแห่งความดีงาม ภายใต้ร่มกาสาวพัสตร์ท่านได้ปฏิบัติตนเป็นผู้สำรวมในศีลอย่างยิ่งยวด เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเหล่าบรรดาศิษย์หลากหลายสาขาอาชีพ...หลากหลายฐานะ ได้ยึดถือปฏิบัติเป็นตัวอย่าง

    “มนต์ หลวงปู่เฮี้ยน” หนึ่งในเรื่องเล่าลือเกี่ยวกับความศักดิ์สิทธิ์ ย้อนไปราว 24 ปีที่แล้ว ยุคสมัยที่รัฐบาลจะตั้งกระทรวงแรงงานฯขึ้นมาใหม่ จำเป็นต้องมีเจ้ากระทรวง บรรดา ส.ส. ผู้ทรงเกียรติก็ต่างตั้งความหวังที่จะได้เป็นเจ้ากระทรวงใหม่นี้กันสักครั้ง ก่อนหน้าที่จะมีการประกาศรายชื่อไม่กี่วัน นายเสริมศักดิ์ การุณ ส.ส.ระยอง กับ นายไพฑูรย์ แก้วทอง ส.ส.พิจิตร ก็ได้พากันไปกราบหลวงปู่คร่ำ ให้....หลวงปู่ฯเจิมหน้าผาก รดน้ำมนต์ เป่ากระหม่อม หลังจากนั้น...ไม่กี่วัน หนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ไทยรัฐก็พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งเลยว่า “มนต์หลวงปู่เฮี้ยน...” ปรากฏว่า ส.ส.ทั้งสองท่านได้เป็นรัฐมนตรี

    อีกเรื่อง...ครั้งหนึ่งในการแต่งตั้งอธิบดีกรมตำรวจ มรสุมชีวิต พล.ต.อ.ประทิน สันติประภพ รุมเร้า ก็ได้ไปรดน้ำมนต์ เป่ากระหม่อมเช่นกัน ปรากฏว่า...เมื่อผลการแต่งตั้งออกมาได้ตำแหน่งมาจริงๆอย่างไม่น่าเชื่อ “มนต์หลวงปู่เฮี้ยน...” ก็ยิ่งเฮี้ยนเข้าไปใหญ่ ตอกย้ำบารมี ความศรัทธายิ่งนัก

    ใครๆต่างก็รู้กันว่าหลวงปู่คร่ำ...เป็นพระที่มีจิตใจเมตตาแก่ผู้ตกทุกข์ได้ยาก โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคกระดูกเรื้อรัง ท่านจะใช้น้ำมันมนต์รักษา...คนที่ขา แขน กระดูกส่วนอื่นหัก ต่อให้หายมาแล้วมากมาย

    หลวงปู่คร่ำเป็นพระสงฆ์ร่วมยุคพระอาจารย์ทิม ธัมมธโร วัดช้างให้, หลวงปู่ศรีจันทร์ วัดเลยหลง จ.เลย, หลวงปู่ม่น วัดเนินตามาก อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี, หลวงปู่บุดดา วัดกลางชูศรีเจริญสุข, หลวงพ่อ แพ วัดพิกุลทอง จ.สิงห์บุรี, หลวงพ่อเกษม เขมโก จ.ลำปาง, หลวงปู่จู วัดเขียนเขต จ.ปทุมธานี

    เกจิเชี่ยวชาญวิทยาคม วัตถุมงคลที่โด่งดัง ได้รับความนิยม อาทิ ผ้ายันต์พัดโบก ผ้ายันต์แม่ทัพ น้ำมันนเรศวรออกศึก น้ำมันจอมพล ตะกรุด เหรียญ พระเครื่องรุ่นต่างๆ

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    เหรียญหล่อโบราณเนื้อทองฝาบาตร เสาร์ ๕ หลวงปู่คร่ำ ปี ๒๕๓๗ สภาพสวยเดิมพร้อมกล่อง

    ให้บูชา 150 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    IMG_20260707_011019.jpg IMG_20260707_011048.jpg IMG_20260707_011124.jpg
     
  7. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,506
    ค่าพลัง:
    +21,470
    1783706748206.jpg

    เสือใต้แห่งอู่ตะเภา

    ประวัติหลวงพ่อสด ท่านเป็นศิษย์ก้นกุฏิ ของหลวงพ่อรุ่ง โดยเรียนมาคู่กับหลวงพ่อโอด วัดจันเสน หลวงพ่อสด ท่านมีศักดิ์เป็นญาติทั้งหลวพ่อรุ่งและหลวงพ่อเดิม เพราะฉะนั้นเวทย์วิทยาคม ท่านคงได้เรียนกับปรมาจารย์มีดหมอทั้งสององค์ แอดมิน จึงนำประวัติท่านมาลงเพื่อให้แฟนเพจ ได้รู้จักท่านได้มากขึ้น
    พระครูวิจิตรชัยการ เดิมชื่อ สด นามสกุล สานวน เป็นบุตรนายสุข นางพันธ์ สานวน เกิดเมื่อวันพุธที่ 18 มิถุนายน พุทธศักราช 2456 ตรงกับขึ้น 15 ค่ำ เดือน 7 ปีฉลู ที่ตำบลหางน้ำสาคร หมู่ 5 อำเภอมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท มีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน 6 คน คือ 1.พระครูวิจิตรชัยการ ( สด สานวน ) 2.นางผง กันฉุน 3.นายอ่อง สานวน 4.นางเผียน คำเสียง 5.นายทวี สานวน 6.นางนกเล็ก งิ้วเรือง เมื่อยังเยาว์วัยมีสุขภาพไม่ค่อยแข็งแรงนัก บิดามารดามีความรักมากเพราะเป็นบุตรชายคนแรก มีนิสัยว่านอนสอนง่าย ไม่ดื้อรั้น มีความมัธยัสถ์ และมีความขยัน ทำงาน พอมีวัยที่จะเรียนหนังสือได้บิดาได้นำมาฝากไว้กับอาจารย์สำเภา จันโภ ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดหางน้ำสาครโดยให้เรียนเบื้องต้นของภาษาไทย และภาษาขอมสามารถอ่านออกเขียนได้จึงเข้าโรงเรียนชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนวัดหางน้ำสาคร สำเร็จการศึกษาชั้นประถมปีที่ 3 เมื่อปีพุทธศักราช 2469
    และเมื่อปีพุทธศักราช 2470 ได้เข้าบรรพชาเป็นสามเณรอยู่กับพระอาจารย์สำเภา เจ้าอาวาสวัดหางน้ำสาคร เรียนหนังสือภาษาขอม และปริยัติธรรมสูตรสนธิ และอื่นๆ อีก
    ปีพุทธศักราช 2477 อายุ 21 ปีบริบูรณ์ ได้เข้าอุปสมบท ณ วัดหางน้ำสาคร เป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนา เมื่อวันพุธที่ 9 พฤษภาคม พุทธศักราช 2477 แรม 11 ค่ำ เดือน 6 พระครูสุนทรธรรมนิวิฐ เจ้าคณะอำเภอมโนรมย์ วัดศรีสิทธิการาม เป็นพระอุปัชฌาย์ พระสมุห์ชื้น วัดอู่ตะเภา เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระมหาฉาย อังคโสภี วัดหางน้ำสาคร เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาในทางพระพุทธศาสนาว่า"ฐิตสัทโธ" คือ ผู้มีศรัทธาเป็นที่ตั้ง
    ด้วยท่านเป็นหลานและเหลนแท้ๆของอาจาย์ใหญ่แห่งเมืองสี่แควในพุทธศักราช 2477 ถึงพุทธศักราช 2479 ท่านจึงไปจำพรรษา ณ วัดหนองสีนวล อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ เพื่อศึกษาวิชาสมถะกัมมัฏฐานกับหลวงพ่อรุ่ง และหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพธิ์ ได้ศึกษาเวทวิชาทางไสยศาสตร์ต่างๆ พร้อมกันกับหลวงพ่อโอด วัดจันเสน อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ หลวงพ่อรุ่งให้หลวงพ่อโอด ( เรียกตามขั้นว่าหลาน ) ให้หลวงพ่อสด ( เรียกตามขั้นว่าเหลน ) หลวงพ่อสดมีสติปัญญาความจำเป็นเลิศจนกระทั่งหลวงพ่อรุ่งกล่าวต่อหน้าศิษย์ทั้งหลายว่า "ท่านสดแตกฉานดีนัก"เมื่อเรียนสำเร็จแล้วต่อมาหลวงปู่ของหลานทั้งสองได้ มรณภาพ เมื่อปีพุทธศักราช 2484 อาจารย์สดก็ได้ร่ำเรียน ทางเวทมนต์จนจบ เมื่อจัดการพระราชทานเพลิงศพของหลวงปู่เสร็จเรียบร้อยแล้ว
    พุทธศักราช 2492 หลวงพ่อสดก็ได้เดินทางกลับมาอยู่วัดหางน้ำสาครตามเดิม ได้มาจัดการร่วมมือร่วมใจพร้อมกรรมการวัดถากถางสร้างวัดใหม่ที่ดงหลังบ้านหางน้ำสาคร ขนานนามว่าวัดป่าเรไร หางน้ำสาคร มีพระที่อยู่จำพรรษา 3 องค์ ด้วยกันคือ 1.หลวงพ่อเอี่ยม 2.หลวงพ่อสด 3.พระเทียน
    ต่อมาปีพุทธศักราช 2491 ได้เริ่มสร้างโรงเรียนประชาบาล ขึ้นหนึ่งหลังและร่วมมือกับหลวงพ่อเอี่ยม สร้างสะพานข้ามแม่น้ำหน้าวัดหางน้ำสาคร สร้างสำเร็จภายใน 3 ปี ขอย้อนหลังไปเมื่อสร้างสะพาน เข้าปีที่ 2 ครั้งนั้นมีเหตุการณ์เกิดขึ้นขณะที่ช่างผู้มีฝีมือดี ตีตะปูกระเด็นกระดอนไม้ที่รองงานและรองนั่งเลื่อนโครมคราม ทำให้ตะปูทั้งกล่องล่วงตกลงไปในน้ำ คนงานเงียบเจ้าของงานคือ หลวงพ่อสดผู้เรืองวิชาศิษย์ของหลวงปู่รุ่ง ได้หยุดนิ่งไปชั่วขณะคนงานและภิกษุได้ทำงานรวมกันอยู่ต่างมองหน้าสบสายตากัน นึกอยู่ในใจตามๆ กันว่าทำไมหลวงพ่อสดจึ่งนิ่งเฉยไม่พูดอะไรเลย ประมาณ 1 นาที แล้วหลวงพ่อพูดออกมาว่า เอ้ย...! พวกเราจะไปวิตกอะไรกันเดี๋ยวต้องใช้ตะปูรังนี้ให้หมดก่อน ยังไม่ต้องไปเอาใหม่ คนงานตอบหลวงพ่อสดว่ากล่องนี้ล่วงลงน้ำไปหมดแล้วนี่ครับ ไม่ไปเอามาใหม่จะเอาที่ไหนใช้เล่าครับ หลวงพ่อสดตอบว่าพวกเราอย่าเขลาซิ เดี๋ยวมันก็ลอยขึ้นมาเองหรอกน่า คนงานนิ่งกันทั้งหมดพอสักครู่หนึ่ง ตะปู ค้อน กล่องนั้นลอยขึ้นมาอย่างปาฏิหาริย์ พระภิกษุและคนงานตื่นเต้นกันยกใหญ่ โดดไปเอากล่องตะปู ที่ลอยขึ้นมาใช้งานต่อ อันนี้เป็นปฐมวิชาอาคมของ หลวงพ่อสด เป็นที่กล่าวขวัญของปวงประชาชนที่เลื่องลือว่าหลวงพ่อสด เสกตะปูลอยน้ำได้
    ส่วนปฏิปทาปาฏิหาริย์ในองค์ท่านนั้นมากมายศิษย์ใกล้ชิดและคนในแถบพื้นที่ต่างยอมรับนับถือ แม้ในงานพิธีพุทธาภิเษกระดับประเทศก็มักจะปรากฎชื่อของหลวงพ่ออยู่ด้วยเสมอ มีอยู่คราวหนึ่งในงานเสกพระหลวงพ่อโมพิธีนั้นมีคณาจารย์เรืองเวทย์หลายท่าน เช่นหลวงพ่อแพ ลพ.กวย ลพ.จวน และลพ.สด เป็นต้นงานในครั้งนั้นกล่าวกันว่าสายสิญจ์ที่ใช้เสกพระคล้ายกับมีกระแสไฟฟ้าวิ่ง
    พุทธศักราช 2493 ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสวัดหางน้ำสาครและเป็นครูฝึกอบรมสั่งสอนปริยัติธรรมแผนกธรรมท่านได้สั่งสอนภิกษุและสามเณรด้วยตนเองอย่างไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย พุทธศักราช 2506 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรที่พระครูวิจิตรชัยการ
    มาในระยะหลังนี้สุขภาพของท่านไม่ค่อยจะสมบูรณ์นัก ท่านมีโรคประจำตัว คือ โรคเบาหวาน ท่านให้นายแพทย์โรงพยาบาลประจำจังหวัดได้ถวายการพยาบาลรักษาด้วยดีตลอดมา แต่โรคนั้นก็มีแต่ทรงและภายหลังก็ทรุดลงอีก ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลหลายครั้งหลายคราว ในครั้งสุดท้ายท่านหมดแรงสิ้นสติ และได้จากเราไป เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2524 ด้วยโรคเบาหวานด้วยอาการสงบนิ่ง ในเวลา 23.00 น. เศษ ณ โรงพยาบาลประจำจังหวัดชัยนาท รวมศิริอายุ 68 ปี ) ถึงแม้ท่านจะจากไปแต่อิทธิวัตถุมงคลของท่านยังแสดงกฤติยานุภาพให้เห็นอยู่เนือง คนพื้นที่จึงหวงแหนกันนักหนา คนพื้นที่ใกล้เคียงก็เริ่มเสาะหาของของท่านไว้ติดตัวไปตามๆกัน ท่านเป็นพระที่ทรงบารมีมากท่านหนึ่ง ด้วยว่างาช้างทั้งของหลวงพ่อเดิมและหลวงพ่อรุ่งก็ตกอยู่แก่ท่านจำนวนไม่น้อย วัตถุมงคลยุคต้นๆของท่าน ด้วยความเป็นผู้รู้รัตตัญญูในพระคุณครูบาอาจารย์ท่านจึงมักนำไปให้ครูบาอาจารย์ของท่านอธิษฐานจิตปลุกเสกด้วยเสมอ สิ้นหลวงพ่อรุ่ง หลวงพ่อเดิมแล้ว ก็ยังมีหลวงพ่อพรหม ลพ.โอด ลพ.โอ สามท่านนี้จะได้รับความนับถือจากท่านมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะหลวงพ่อโอ ซึ่งทั้งเป็นศิษย์ร่วมสำนักอาวุโสและรวมถึงเป็นครูบาอาจารย์ของท่านอีกท่านหนึ่งด้วย และด้วยระยะทางไม่ห่างกันมากนักจึงได้มักไปมาหาสู่กันอยู่เสมอ หางน้ำสาครและหางน้ำหนองแขมจึงเป็นเสมือนหนึ่งบ้านพี่เมืองน้อง ด้วยความแน่นแฟ้นเช่นนั้นจึงได้สมญานามว่คุ้งา สิงห์เหนือเสือใต้แห่งอู่ตะเภา

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    เหรียญรุ่น ๒ ปี ๒๕๑๘ หลวงพ่อสด วัดหางน้ำสาคร รุ่นประสบการณ์

    ให้บูชา 220 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ


    IMG_20260711_011050.jpg IMG_20260711_011117.jpg
     
  8. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,506
    ค่าพลัง:
    +21,470
    1783618107440.jpg

    ๙ สังฆราช
    ๙ รัชกาล
    เหรียญ ๙ สังฆราช ๙ รัชกาล สุวรรณภูมิวิทยาลัย ปี ๒๕๑๐ จ.สุพรรณบุรี
    จัดสร้างโดยพระเทพวุฒาจารย์ (เจ้าคุณเปลื้อง หรือหลวงพ่อเปลื้อง) วัดสุวรรณภูมิ ต.ท่าพี่เลี้ยง อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี วัตถุประสงค์ของการจัดสร้างพระรุ่นนี้คือ เพื่อแจกเป็นที่ระลึกแก่ผู้สมทบทุนสร้างสุวรรณภูมิวิทยาลัย (ร.ร.พระปริยัติธรรม)
    พิธีพุทธาภิเษกโดยพระเกจิอาจารย์ชื่อดังในยุคนั้น ..
    1 สมเด็จฯ สังฆราช ป๋า วัดพระเชตุพน
    2 หลวงพ่อเปลื้อง วัดสุวรรณภูมิ
    3 หลวงพ่อมุ่ย วัดดอนไร่
    4 หลวงพ่อแต้ม วัดพระลอย
    5 หลวงพ่อถิร วัดป่า
    6 หลวงพ่อสม วัดดอนบุบผาราม
    7 หลวงปู่โพธิ์ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ
    และครูบาอาจารย์ใน จ.สุพรรณบุรี
    เหรียญ ๙ สังฆราช ๙ รัชกาล ถือเป็น วัตถุมงคลรุ่นที่สาม(เหรียญ ๙ หน้า ๙ หลัง) สร้างและพุทธาภิเษกปี พ.ศ.๒๕๑๐
    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    เหรียญ ๙ สังฆราช ๙ มหาราช วัดสุวรรณภูมิวิทยาลัย ปี ๒๕๑๐ สภาพสวยเดิม


    ให้บูชา 200 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ



    IMG_20260710_000539.jpg IMG_20260710_000511.jpg
     

แชร์หน้านี้

Loading...