เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพฤหัสบดีที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๖๙

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 23 กรกฎาคม 2026.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,025
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,234
    ค่าพลัง:
    +27,003
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพฤหัสบดีที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๖๙


     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,025
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,234
    ค่าพลัง:
    +27,003
    วันนี้ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ ๒๓ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ อากาศยามเช้าที่โรงแรม Urcove by HYATT Hotel เมืองลาซา อยู่ที่ ๑๒ องศาเซลเซียส แต่ว่าฝนตกหนักบ้าง เบาบ้าง ตลอดทั้งคืน

    วันนี้พวกเราจะต้องเตรียมพร้อม เพื่อเดินทางกลับประเทศไทย ดังนั้น..พอ ๗ โมงเช้า กระผม/อาตมภาพซึ่งจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ก็ลงไปคืนห้องให้เขา แต่มานึกได้ว่าปกติเราจะต้องใช้คีย์การ์ดในการเข้าห้องอาหาร แต่ "ดร.ดอย" (ดร.ภาณุพงศ์ วังประภา) กล่าวว่าแค่บอกหมายเลขห้องก็ได้

    พวกเราส่วนใหญ่ทยอยกันลงมาหลายต่อหลายราย แล้วก็มาทำบุญยามเช้า ซึ่งความจริงแล้ว คณะที่มาในครั้งนี้มีบุคคลที่ไม่ได้เอ่ยชื่อถึงอยู่หลายราย อย่างเช่นว่า "เถ้าแก่ยง" (นายชนาธิป สังข์ทอง) เจ้าพ่อวงการพระเครื่อง หรือว่า "สาวโย" (นางสาวสุธีรัตน์ แสงสว่าง ) "ทิดแป๊ะ" (นายวิทวัส เพชรยอดศรี) เป็นต้น ส่วน "หมอพีก" (ทันตแพทย์อาทิตย์ ธำรงเลิศสกุล) โผล่เข้ามาอยู่ภายในเนื้อหาของบันทึกเสียงธรรมจากวัดท่าขนุนตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้ว..!

    ครั้นห้องอาหารเปิดตรงเวลา พวกเราก็รีบเข้าไปตักข้าวปลาอาหารมา กินกันเสร็จสรรพเรียบร้อย ก็ออกมาเข็นกระเป๋าไปรอรถซึ่งจอดอยู่ท่ามกลางฝนพรำ บ่นกันว่า "ทำไมเทวดาท่านไม่คิดว่าวันนี้เรายังเที่ยวอยู่ ฝนฟ้าจะได้ไม่ต้องตกในขณะเดินทาง ?!"

    คณะของพวกเราได้รวบรวมเงิน ซึ่งตอนแรกเก็บกันคนละ ๕๐๐ หยวน โดยที่ กระผม/อาตมภาพออก ๑,๐๐๐ หยวน แต่ไป ๆ มา ๆ หลังจากที่เขาปรึกษากันแล้ว ก็ตกลงกันว่าเก็บกันคนละ ๓๐๐ หยวน รวมเป็น ๓,๐๐๐ หยวน ของกระผม/อาตมภาพอีก ๑,๐๐๐ หยวน รวมแล้วเป็น ๔,๐๐๐ หยวน มอบให้กระผม/อาตมภาพมอบแก่พลขับ ตลอดจนกระทั่ง "นาย Keldor" มัคคุเทศก์ท้องถิ่นของเรา เป็นรางวัลคนละ ๒,๐๐๐ หยวน ทำเอาอีกฝ่ายดีอกดีใจ นี่ถ้าหากว่าให้มากกว่านี้ ก็คงจะดีใจมากกว่านี้อีก..!
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,025
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,234
    ค่าพลัง:
    +27,003
    ครั้นเวลา ๘ โมงเช้า พวกเราพร้อมกันแล้ว พลขับเตมีย์ใบ้ของเราก็พารถฝ่าฝน วิ่งย้อนเส้นทางเดิมกลับไปยังท่าอากาศยานนานาชาติลาซากังกา หลังจากที่วิ่งไปเกินครึ่งทางแล้ว ฝนฟ้าก็เริ่มหยุดตก พวกเรามาถึงท่าอากาศยานในเวลาประมาณ ๙ โมงตรง ทางด้านนี้ฝนฟ้ายังตกอยู่เป็นระยะ

    พวกเราเข้าไปเช็คอิน ผ่าน ตม.และเอ๊กซเรย์กระเป๋า โดยที่ทุกคนถามว่า "ควรจะไปหา ตม.ช่องไหน ?" "ท่านพ่อ" ยืนยิ้มหวาน พร้อมกับชี้ให้ "อาเจ้" หน้าตาบอกบุญไม่รับ กระผม/อาตมภาพจึงบอกกับ "ทิดเฟิร์ส" (นายบัณฑิต เอี่ยมตระกูล) ที่ยืนติดกันว่า "เอาช่องนี้แหละ หน้าตาเจ๊แกเข้มงวดดี เพียงแต่ว่าคนหน้าดุมักจะใจดี" แล้วก็เป็นเช่นนั้นจริง ๆ อาเจ๊ใช้เวลากับกระผม/อาตมภาพไม่ถึง ๑๐ วินาที ก็ประทับตราปล่อยให้ผ่านไปแล้ว..!

    เมื่อไปรอที่ประตูขึ้นเครื่อง กระผม/อาตมภาพเห็นว่ายังมีเวลาอยู่ประมาณ ๒๐ นาที จึงขออนุญาตไปเดินดูสิ่งของ เพราะว่าผ่านมาเห็นมีร้านขายของที่ระลึก ปรากฏว่าเมื่อเดินย้อนไปถึง เจอ "หม่าม้า" (นางสาวไพรินทร์ สุวิชชาญพันธุ์) กำลังก้ม ๆ เงย ๆ อยู่กับประคำข้อมือเนื้อหินอำพันอยู่พอดี พอเห็นกระผม/อาตมภาพก็ชี้บอกว่า "คุณภาพสู้ร้านที่ตลาดแปดเหลี่ยม (ตลาดบากอร์) วัดโจคังไม่ได้ แต่ว่าราคาถูกกว่าเล็กน้อย"

    กระผม/อาตมภาพเห็นราคาที่บอกว่าถูกกว่าเล็กน้อยแล้วก็ยังใจหายวาบ เนื่องเพราะว่าตลาดแปดเหลี่ยมข้างวัดโจคังนั้น กระผม/อาตมภาพถูกตาประคำหินอำพันเส้นหนึ่ง ซึ่งเป็นของเก่าแก่เสียด้วย ปรากฏว่าราคาที่ติดเอาไว้ก็คือ ๖๔๓,๘๐๐ หยวน..! เมื่อไปสอบถาม ทางพนักงานขายบอกกว่า "ลดได้เต็มที่เหลือ ๖ แสนหยวนถ้วน" ขนาดนั้นก็ยังอยู่ที่ประมาณ ๓ ล้านบาทไทย
    ได้ยินแล้วกิเลสหดหายหมดเลย..!

    ที่นี่ก็คล้ายคลึงกัน เนื่องเพราะว่าแต่ละชิ้นนั้น ล้วนแล้วแต่ราคาเป็นพันเป็นหมื่นหยวนทั้งสิ้น แล้วก็มีระดับหลาย ๆ หมื่นหยวนอีกต่างหาก..! กระผม/อาตมภาพจึงบอกกับ "หม่าม้า" ว่า "เหลือเวลาอีกไม่กี่นาที พวกเราไปขึ้นเครื่องกันดีกว่า" แล้วก็เดินตัวลีบ ๆ ออกจากร้านไปด้วยกัน

    ไปรออยู่ที่หน้าประตูไม่กี่นาที เจ้าหน้าที่ก็เรียกพวกเราขึ้นเครื่อง โดยที่ไม่ต้องใช้ตั๋ว ไม่ต้องใช้หนังสือเดินทางเลย แค่กระผม/อาตมภาพถอดแว่น แล้วไปยืนอยู่ตรงหน้ากล้อง เขาก็บอกว่าผ่านได้แล้ว ต้องยอมรับว่าในเรื่องของการตรวจคนเข้าเมืองออกเมืองของประเทศจีนนั้น สามารถที่จะลิงค์ข้อมูลได้อย่างชนิดที่เรียกว่า ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว..!
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,025
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,234
    ค่าพลัง:
    +27,003
    เมื่อขึ้นเครื่องเรียบร้อยแล้ว กระผม/อาตมภาพจัดการรัดเข็มขัด แล้วบอกกับ "ทิดเฟิร์ส" และ "ดร.ดอย" ซึ่งนั่งอยู่แถวเดียวกันว่า "ถ้าเขามาส่งอาหารก็บอกว่าหลวงพ่อสละสิทธิ์"

    จากนั้นตนเองก็เข้าสมาธิยาว ๆ กราบขอบพระคุณ "ท่านพ่อ" ตลอดจนกระทั่งเจ้าที่เจ้าทางที่ดูแลรักษาตลอดเวลาที่อยู่ในนครลาซา เขตปกครองตนเองทิเบตซีจ้าง หรือว่าประเทศจีนแห่งนี้ และท่านทั้งหลายที่ช่วยรักษาตั้งแต่ท่าอากาศยานนานาชาติลาซากังกา ไปยังท่าอากาศยานนานาชาติคุนหมิงฉางสุ่ย จนกระทั่งถึงท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ

    ไม่ว่าจะเป็นอากาศเทวดา รุกขเทวดา ภุมมเทวดาก็ดี ตลอดถึงท่านทั้งหลายที่เป็นสัมภเวสี เปรต อสุรกาย และสัตว์เดรัจฉานต่าง ๆ ซึ่งมีฤทธิ์มีเดชก็ตาม ขอให้ทุกคนอนุโมทนา ในส่วนกุศลที่กระผม/อาตมภาพได้บำเพ็ญด้วยดีแล้วและอุทิศให้

    เมื่อท่านทั้งหลายอนุโมทนาแล้ว กระผม/อาตมภาพยังรู้สึกไม่อยากจะออกจากสมาธิ จึงได้เข้าสมาธิยาวไป จนกระทั่งรู้สึกว่าเต็มแล้ว ลืมตาขึ้นมา "ทิดเฟิร์ส" บอกว่า "เหลืออีกไม่กี่นาทีเครื่องจะลงแล้ว หลวงพ่อจะฉันอะไรบ้างไหมครับ ?" ก็จึงบอกไปว่า "ไม่ต้อง" ตนเองเอาน้ำร้อนที่เตรียมมาฉันเข้าไปสักเล็กน้อย แล้วก็รอจนกระทั่งเครื่องบินลงที่ท่าอากาศยานนานาชาติคุนหมิงฉางสุ่ย

    พวกเราต้องเดินเป็นระยะทางที่ไกลมาก เพื่อที่จะไปรับกระเป๋าที่สายพาน ๕ เนื่องเพราะว่าท่าอากาศยานนานาชาติลาซากังกานั้น ไม่มีบริการในการ "เช็คทรู" กระเป๋าให้กับพวกเรา เมื่อเดินกันจนขาลาก มาถึงบริเวณสายพาน ๕ กระผม/อาตมภาพซึ่งรู้สึกว่าค่อนข้างจะร้อน เพราะว่าใส่เสื้อฮีตเท็คมาตั้งแต่เช้า จึงขอตัวไปยังห้องน้ำเพื่อเข้าห้องน้ำและถอดเสื้อฮีตเท็คออก แล้วแต่งตัวใหม่

    จากอากาศ ๑๒ องศาเซลเซียส มาเจอที่คุนหมิง ๒๔ องศาเซลเซียส ทำเอารู้สึกว่าร้อนไปถนัดใจ ยังไม่แน่ใจเหมือนกันว่าไปถึงเมืองไทยแล้วจะกี่องศากันแน่ ?
     
  5. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,025
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,234
    ค่าพลัง:
    +27,003
    ครั้นเมื่อพวกเราได้กระเป๋ามากันครบถ้วนแล้ว ก็ไปสอบถามเคาน์เตอร์เช็คอิน เขาบอกว่าจะเปิดให้เช็คอินเวลาบ่าย ๓ โมงตรง เนื่องเพราะว่าเครื่องที่เราจองไว้เพื่อที่จะไปยังท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมินั้น จะออกเวลา ๖ โมงเย็น พวกเราจึงชวนกันไปหาร้านอาหาร เพื่อที่จะไปรับประทานอาหารกลางวัน

    "หม่าม้า" นำกระผม/อาตมภาพและ "น้องเล็ก" (นางสาวจิราพร ซื่อตรงต่อการ) ตรงไปยังร้านที่ตกแต่งด้วยดอกไม้ทั้งสดทั้งแห้งมากมาย ชื่อว่า YUNFLORA KITCHEN ซึ่งถ้าแปลง่าย ๆ ก็คือ "ครัวบุปผาแห่งยูนนาน" เข้าไปจิ้ม ๆ ชี้ ๆ สั่งอาหารมา ๔ - ๕ อย่าง สามคนแบ่งกันกินจนจุกยังไม่ค่อยอยากจะหมดเลย..!

    เมื่อเสร็จแล้วก็ลงไปกดดันเจ้าหน้าที่ ด้วยการยืนรอที่หน้าเคาน์เตอร์เช็คอิน จนกระทั่งเวลาบ่าย ๓ โมงตรง เจ้าหน้าที่มาถึงก็ทำการออกตั๋วให้กับพวกเรา ซึ่งเมื่อได้มาแล้วก็เดินเข้าไปภายในเพื่อที่จะผ่าน ตม. ตลอดจนกระทั่งการเอ๊กซเรย์ตัวเอง เพื่อตรวจสอบว่ามีสิ่งของต้องห้ามหรือเปล่า ? "ทิดเฟิร์ส" ถามว่า "ช่องไหนดีครับ ?" กระผม/อาตมภาพก็ชี้ให้ดูและบอกให้ทุกคนมาช่องเดียวกัน

    เมื่อผ่านเข้าไป เจ้าหน้าที่แค่รับบัตรไปตรวจดู แล้วก็ประทับตราให้ทั้งที่หนังสือเดินทางและตั๋วเครื่องบิน จากนั้นก็มาผ่านเครื่องเอ๊กซเรย์ แม้ว่าจะไม่มีอะไรดังเลยก็ตาม เขาก็ยังเอาเครื่องตรวจมากวาดซ้ายกวาดขวาทั่วตัวไปหมด จนกระทั่งเห็นว่าไม่มีอะไรดังจริง ๆ แล้ว ก็ปล่อยกระผม/อาตมภาพออกมารับกระเป๋าของตนเอง แล้วก็เดินไปเพื่อที่จะเดินไปรอที่หน้าประตูขึ้นเครื่อง

    ได้ยินว่าคนอื่น ๆ ไปหลงอยู่ที่บริเวณร้านขายขนมเปี๊ยะกุหลาบของทางด้านยูนนาน ซึ่งค่อนข้างจะมีชื่อเสียง ท่านใดที่งบประมาณน้อยก็จะซื้อไปเป็นกล่อง แล้วก็เอาไปฝากคนที่บ้านให้ลองชิมดูคนละชิ้นสองชิ้นประมาณนั้น กระผม/อาตมภาพจึงฉวยโอกาสนี้ บันทึกเสียงธรรมจากวัดท่าขนุนเอาไว้ก่อน เพราะว่าคืนนี้กว่าที่จะถึงที่พักก็น่าจะดึกเลยทีเดียว

    สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
    วันพฤหัสบดีที่ ๒๓ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...