ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,184
    ค่าพลัง:
    +97,153
    “ล็อกโทษหนักก่อนลด"! ราชทัณฑ์ ชงประหารติดจริง 25 ปี – คุกตลอดชีวิต 20 ปี ปิดช่องลดโทษเร็ว รอพิจารณาไม่เคาะใช้”

    24 สิงหาคม 2569 #กรมราชทัณฑ์ เร่งทบทวนกติกา #การบังคับโทษคดีร้ายแรง หลังสังคมตั้งคำถามถึงกรณีผู้ต้องขังที่ถูกพิพากษาโทษหนัก แต่สามารถเข้าสู่ #กระบวนการลดวันต้องโทษ หรือ #พักการลงโทษได้จนระยะเวลาที่อยู่ในเรือนจำจริงแตกต่างจากโทษตามคำพิพากษาอย่างมาก
    .
    พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึงความคืบหน้าล่าสุดคือคณะทำงานทบทวนและพัฒนาประสิทธิภาพการบังคับโทษทางอาญา และทบทวนมาตรการป้องกันการกระทำผิดซ้ำ อยู่ระหว่างจัดทำร่างกฎกระทรวงฉบับใหม่ เพื่อกำหนด “ระยะเวลารับโทษขั้นต่ำ” สำหรับผู้ต้องขังคดีโทษสูง ก่อนเข้าสู่กระบวนการปรับเลื่อนชั้นนักโทษเด็ดขาด
    .
    ประเด็นสำคัญที่ถูกเสนอในที่ประชุมเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ได้แก่

    #โทษประหารชีวิต ต้องถูกคุมขังมาแล้วไม่น้อยกว่า 25 ปี นับแต่วันที่คดีถึงที่สุด จึงจะเข้าสู่เกณฑ์เลื่อนชั้น
    #จำคุกตลอดชีวิต ต้องถูกคุมขังมาแล้วไม่น้อยกว่า 20 ปี นับแต่วันที่คดีถึงที่สุด จึงจะเข้าสู่เกณฑ์เลื่อนชั้น
    .
    อย่างไรก็ตาม ตัวเลข 25 ปี และ 20 ปี ยังไม่ใช่กฎหมายที่มีผลใช้บังคับ เพราะการประชุมครั้งล่าสุดยังไม่ได้ข้อยุติ และร่างกฎกระทรวงยังต้องผ่านกระบวนการพิจารณาตามขั้นตอนต่อไป
    .
    อธิบดีราชทัณฑ์ย้ำ ยังไม่เคาะ окончательно
    พ.ต.ท.ประวุธ ดเผยหลังการประชุมว่า หลักเกณฑ์ดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการพิจารณาและ ยังไม่มีผลสรุปเป็นที่สุด โดยเฉพาะกรณีผู้ต้องขังโทษประหารชีวิตที่เบื้องต้นเสนอให้ต้องรับโทษจริงไม่น้อยกว่า 25 ปี ก่อนมีสิทธิได้รับการปรับเลื่อนชั้นนักโทษเด็ดขาด
    .
    การประชุมครั้งนี้ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที โดยมี พล.ต.ท.สายเพชร ศรีสังข์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธาน พร้อมด้วยอธิบดีและรองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ รวมถึงผู้เกี่ยวข้องร่วมพิจารณาแนวทางแก้ไขกฎกระทรวง
    .
    เปลี่ยนจาก “ลดโทษได้เมื่อเข้าเกณฑ์” เป็น “ต้องติดจริงขั้นต่ำก่อน”
    แนวคิดใหม่คือการสร้าง Minimum Sentence หรือระยะเวลารับโทษขั้นต่ำสำหรับคดีที่มีโทษสูง เพื่อไม่ให้การเลื่อนชั้นหรือลดวันต้องโทษเกิดขึ้นเร็วจนทำให้ระยะเวลาจำคุกจริงแตกต่างจากเจตนารมณ์ของคำพิพากษามากเกินไป
    .
    สำหรับผู้ต้องขังโทษประหารชีวิต ข้อเสนอเบื้องต้นกำหนดให้ต้องอยู่ในเรือนจำ 25 ปี ขณะที่ผู้ต้องขังจำคุกตลอดชีวิตกำหนดไว้ 20 ปี ก่อนจะพิจารณาเลื่อนชั้นทั้งกรณีปกติหรือกรณีมีเหตุพิเศษ
    .
    การทบทวนครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางเสียงวิจารณ์เกี่ยวกับระบบลดวันต้องโทษและการพักการลงโทษ โดยเฉพาะคดีร้ายแรงที่สังคมคาดหวังให้มีมาตรฐานการบังคับโทษเข้มกว่าคดีทั่วไป
    .
    ก่อนหน้านี้มีการเสนอให้ทบทวนระบบทั้งชุด ตั้งแต่หลักเกณฑ์การเลื่อนชั้น การลดวันต้องโทษ การพักการลงโทษ ไปจนถึงมาตรการติดตามผู้พ้นโทษที่มีความเสี่ยงสูง เพื่อปิดช่องว่างที่อาจทำให้เกิดการกระทำผิดซ้ำ
    .
    หากเกณฑ์ใหม่เดินหน้าจริง สิ่งที่ประชาชนจะจับตาไม่ใช่เพียงตัวเลข 20 หรือ 25 ปี แต่รวมถึงรายละเอียดว่า
    .
    ใครจะเข้าเกณฑ์–ใครไม่เข้าเกณฑ์, การนับระยะเวลาจะเริ่มเมื่อใด, คดีที่ศาลลดโทษหรือเปลี่ยนโทษจะคำนวณอย่างไร และผู้ต้องขังที่มีพฤติการณ์เสี่ยงสูงหรือมีประวัติกระทำผิดซ้ำจะถูกประเมินอย่างไร
    .
    เพราะแม้ผู้ต้องขังจะผ่านระยะเวลาขั้นต่ำแล้ว แต่การปล่อยตัวกลับสู่สังคมก็ยังต้องพิจารณาความเสี่ยงและมาตรการควบคุมหลังพ้นโทษควบคู่กัน
    .
    ก่อนหน้านี้มีข้อเสนอให้ใช้มาตรการติดตาม เช่น กำไล EM (Electronic Monitoring) และระบบเฝ้าระวังผู้พ้นโทษที่มีความเสี่ยง เพื่อไม่ให้การสิ้นสุดโทษในเรือนจำกลายเป็นการสิ้นสุดการดูแลความปลอดภัยของสังคมไปพร้อมกัน
    .
    สอดรับกับกระแส “รื้อระบบบังคับโทษ” ครั้งใหญ่
    ความเคลื่อนไหวของราชทัณฑ์ยังเกิดขึ้นในช่วงเดียวกับที่ฝ่ายตุลาการกำลังจับตาปัญหาการบังคับโทษ โดยเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม กรรมการบริหารศาลยุติธรรมสายผู้ทรงคุณวุฒิจากข้าราชการตุลาการ 12 คน ร่วมเสนอให้ประธานศาลฎีกาพิจารณาตั้งคณะกรรมการศึกษาและพัฒนาการบังคับโทษทางอาญาและมาตรการป้องกันการกระทำผิดซ้ำ
    .
    จุดร่วมสำคัญคือ ต้องการให้ระบบตั้งแต่คำพิพากษาไปจนถึงการบังคับโทษมีความสอดคล้องกันมากขึ้น และลดความสับสนของประชาชนว่า เหตุใดคำพิพากษาระบุโทษรุนแรง แต่ระยะเวลาที่ผู้ต้องขังอยู่ในเรือนจำจริงอาจสั้นกว่าที่สังคมคาดคิด
    .
    จุดที่ต้องย้ำให้ชัด...25 ปีสำหรับโทษประหาร และ 20 ปีสำหรับจำคุกตลอดชีวิต ยังเป็น “ข้อเสนอในร่าง” ไม่ใช่กฎใหม่ที่ประกาศใช้แล้ว
    .
    ดังนั้น ผู้ต้องขังในปัจจุบันไม่สามารถนำตัวเลขดังกล่าวไปคำนวณสิทธิของตัวเองได้ทันที และต้องรอดูว่าร่างกฎกระทรวงจะมีรายละเอียดและบทเฉพาะกาลอย่างไร ก่อนจะมีผลบังคับจริง
    .
    การปรับเกณฑ์ครั้งนี้จึงเป็นโจทย์ใหญ่ของกระบวนการยุติธรรมไทยว่า “โทษหนักต้องหนักจริงแค่ไหน และจะทำอย่างไรให้การลงโทษสร้างความปลอดภัยโดยไม่ทิ้งหลักนิติธรรม” ซึ่งคำตอบไม่ได้อยู่ที่จำนวนปีเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่คุณภาพของทั้งระบบตั้งแต่ศาล ราชทัณฑ์ คุมประพฤติ ไปจนถึงการติดตามผู้พ้นโทษ

    https://www.facebook.com/share/p/1QCG7RzKsa/
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,184
    ค่าพลัง:
    +97,153
    “มทภ.4” ชี้ป่วนใต้ 51 จุด เกมเอาคืนรัฐ หลังไล่ตัดท่อน้ำเลี้ยง “ยาเสพติด-บุหรี่เถื่อน” ย้ำไม่ผ่อนปรน ปัดข่าว ฮ.ยิงประชาชน

    24 สิงหาคม 2569 ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ยังถูกจับตาอย่างใกล้ชิด หลังเกิดเหตุสร้างสถานการณ์พร้อมกัน 51 จุด ใน จ.นราธิวาส ปัตตานี และยะลา เมื่อคืนวันที่ 22 สิงหาคม โดยข้อมูลสรุประบุว่า นราธิวาสเกิดเหตุ 22 จุด ยะลา 18 จุด และปัตตานี 11 จุด กระจายใน 21 อำเภอ ลักษณะสำคัญเป็นการก่อกวนและทำลายทรัพย์สินมากกว่าการโจมตีประชาชนโดยตรง
    .
    พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 เปิดมุมมองว่า เหตุการณ์ครั้งนี้มีลักษณะ ตอบโต้การปฏิบัติการเชิงรุกของรัฐ โดยเฉพาะการกดดันเครือข่ายยาเสพติดและธุรกิจผิดกฎหมายในพื้นที่ ซึ่งเจ้าหน้าที่เดินหน้าปิดล้อม ตรวจค้น และตัดแหล่งเงินทุนของขบวนการอย่างต่อเนื่อง
    .
    หนึ่งในประเด็นที่ฝ่ายความมั่นคงให้น้ำหนัก คือ #การจับกุมเครือข่ายบุหรี่เถื่อน ครั้งใหญ่ในพื้นที่ อ.ยะรัง #ปัตตานี ช่วงกลางเดือนสิงหาคม โดยยึดบุหรี่เถื่อนได้มากกว่า 2 ล้านมวน พร้อมเงินสดประมาณ 18 ล้านบาท และเจ้าหน้าที่ประเมินว่าเครือข่ายดังกล่าวอาจมีความเชื่อมโยงกับขบวนการยาเสพติดและธุรกิจผิดกฎหมายที่มีเงินหมุนเวียนจำนวนมาก
    .
    #แม่ทัพภาคที่4 มองว่า การ #ตัดช่องทางรายได้ เหล่านี้อาจ #กระทบผลประโยชน์ของกลุ่มที่อยู่เบื้องหลัง จึงมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการ ตอบโต้เจ้าหน้าที่และสร้างสถานการณ์เพื่อดิสเครดิตรัฐ อย่างไรก็ตาม ประเด็นความเชื่อมโยงระหว่างเหตุป่วนกับเครือข่ายธุรกิจสีเทายังเป็นข้อประเมินของฝ่ายความมั่นคง และต้องมีผลการสืบสวนและพยานหลักฐานมารองรับต่อไป
    .
    ปัดข่าว “เฮลิคอปเตอร์ยิงประชาชน” พล.ท.นรธิปยังชี้แจงกรณีมีการเผยแพร่ข้อมูลว่าเจ้าหน้าที่ใช้เฮลิคอปเตอร์ยิงประชาชน โดยยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง แม้ในช่วงเกิดเหตุจะมีการใช้เฮลิคอปเตอร์และโดรนลาดตระเวนตามเส้นทางและพื้นที่ต่าง ๆ แต่ไม่มีการใช้อาวุธหรือยิงกระสุนจากเฮลิคอปเตอร์ลงพื้น
    .
    สอดคล้องกับคำชี้แจงของกองทัพบกที่ระบุว่า การปฏิบัติการทางอากาศอยู่ภายใต้หลักยุทธวิธีและกฎการใช้กำลัง ไม่ใช่การใช้อาวุธยิงเป้าหมายภาคพื้นดินตามที่มีการกล่าวอ้าง
    .
    โจทย์ใหญ่ไม่ใช่แค่ “จับคนร้าย” แต่ต้องตัดเงินทุน
    เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ #การแก้ปัญหาชายแดนใต้ ถูกมองกว้างกว่าเรื่องการรักษาความปลอดภัยเพียงอย่างเดียว เพราะฝ่ายความมั่นคงกำลังเดินเกม ตัดท่อน้ำเลี้ยง ควบคู่กับการปราบปรามยาเสพติด สินค้าหนีภาษี และธุรกิจผิดกฎหมาย
    .
    ขณะเดียวกัน กองทัพยอมรับว่าการก่อเหตุพร้อมกันจำนวนมากเป็นโจทย์ด้านการข่าว เพราะเจ้าหน้าที่ไม่สามารถวางกำลังเฝ้าทุกจุดได้ การก่อเหตุในพื้นที่ที่ไม่ได้ถูกจัดเป็นจุดเสี่ยงสูงจึงสามารถสร้างแรงกระเพื่อมได้ในวงกว้าง โดยไม่จำเป็นต้องใช้กำลังจำนวนมาก
    .
    .
    #Thaitribune

    https://www.facebook.com/share/p/1JPR712GgU/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,184
    ค่าพลัง:
    +97,153
    อิหร่านยกระดับคุม “ฮอร์มุซ” ขีดเส้นเรือฝ่าฝืนเจอ 3 เด้ง “ปรับ-กัก-ยึด” ขึ้นบัญชีดำ 45 ลำ สะเทือนเส้นเลือดใหญ่พลังงานโลก

    24 สิงหาคม 2569 สถานการณ์ 3ช่องแคบฮอร์มุซ ตึงเครียดอีกระลอก เมื่อ #อิหร่าน ประกาศผ่าน “องค์การบริหารช่องแคบอ่าวเปอร์เซีย” (Persian Gulf Strait Authority: PGSA) ออกคำเตือนถึง #เจ้าของเรือ และ #ผู้เช่าเรือว่า เรือที่ฝ่าฝืนเงื่อนไขหรือกฎการเดินเรือของอิหร่านอาจเผชิญมาตรการตั้งแต่ “ปรับเงิน กักเรือ ไปจนถึงยึดทรัพย์หรือสินค้า” พร้อมสั่งให้ผู้ประกอบการตรวจสอบบัญชีเรือที่ถูกขึ้นบัญชีจำกัดการเดินเรือก่อนทำสัญญาเช่าเรือ
    .
    ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการออกคำเตือนทั่วไป แต่สะท้อนว่าอิหร่านกำลังเพิ่มการควบคุมการเดินเรือผ่านจุดยุทธศาสตร์สำคัญ ท่ามกลางความขัดแย้งกับสหรัฐที่กำลังเปลี่ยนจากแรงกดดันทางทหารไปสู่การใช้มาตรการทางเศรษฐกิจและการเงินอย่างหนักหน่วง
    .
    อิหร่านขึ้นบัญชีเรือ 45 ลำ เตือน “อย่าฝ่าฝืน”
    ข้อมูลล่าสุดจาก Reuters รายงานว่า อิหร่านได้ขึ้นบัญชีเรือบรรทุกน้ำมัน 45 ลำ ที่ถูกกล่าวหาว่าฝ่าฝืนกฎการผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยเรือที่อยู่ในบัญชีดังกล่าวอาจเผชิญการปรับ การกักเรือ และการยึดสินค้า ขณะที่เรือลำอื่นซึ่งเข้าไปทำธุรกรรมหรือถ่ายโอนสินค้ากับเรือที่ถูกขึ้นบัญชี ก็อาจถูกเพิ่มชื่อเข้าไปในบัญชีจำกัดเช่นกัน
    .
    กลุ่มเรือที่ถูกระบุมีทั้งเรือบรรทุกน้ำมันดิบ เรือ LNG เรือ LPG และเรือขนส่งผลิตภัณฑ์น้ำมัน โดยมีความเชื่อมโยงกับบริษัทเดินเรือจากหลายประเทศ เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดีอาระเบีย เกาหลีใต้ และนอร์เวย์
    .
    PGSA ยังแนะนำให้เจ้าของสินค้าและบริษัทเดินเรือตรวจสอบรายชื่อเรือที่ไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดล่าสุดก่อนตัดสินใจว่าจ้างเรือ ขณะที่ผู้ประกอบการที่ต้องการให้เรือถูกถอดออกจากบัญชี สามารถยื่นคำร้องพร้อมเหตุผลต่อหน่วยงานทางทะเลของอิหร่านได้
    .
    จุดเสี่ยงใหม่ “เรือไม่ผิด แต่ไปถ่ายของกับเรือผิดบัญชี” ก็โดน
    สิ่งที่ตลาดเดินเรือต้องจับตาเป็นพิเศษ คือมาตรการไม่ได้จำกัดเฉพาะเรือที่อิหร่านมองว่าฝ่าฝืนกฎเท่านั้น
    .
    หากเรือใดเข้าไปทำ Ship-to-Ship Transfer (STS) หรือถ่ายโอนสินค้า รวมถึงทำธุรกรรมกับเรือที่อยู่ในบัญชีไม่ปฏิบัติตามกฎ ก็มีโอกาสถูกเพิ่มชื่อเข้าสู่บัญชีจำกัดเช่นเดียวกัน
    .
    ช่องแคบฮอร์มุซเป็นหนึ่งใน คอขวดด้านพลังงานที่สำคัญที่สุดของโลก เชื่อมอ่าวเปอร์เซียกับอ่าวโอมานและทะเลอาหรับ เป็นเส้นทางหลักสำหรับการส่งออกน้ำมันและก๊าซจากประเทศผู้ผลิตรายใหญ่ในตะวันออกกลาง
    .
    ก่อนเกิดความขัดแย้งรอบล่าสุด เส้นทางนี้รองรับการขนส่งน้ำมันและ LNG ราว 20% ของตลาดโลก ทำให้เพียงความเสี่ยงที่เรือเดินทางผ่านไม่ได้ตามปกติ ก็สามารถกระทบราคาพลังงาน ค่าระวางเรือ ค่าประกันภัย และต้นทุนการขนส่งทั่วโลกได้
    .
    สถานการณ์ยิ่งน่ากังวลเมื่อข้อมูลล่าสุดระบุว่าปริมาณการเดินเรือผ่านฮอร์มุซลดลงอย่างมากจากระดับก่อนเกิดวิกฤต ขณะที่ตลาดต้องรับความเสี่ยงจากการโจมตีและมาตรการจำกัดการเดินเรือเพิ่มเติม
    .
    สหรัฐกำลังเปิดเกม “สงครามเศรษฐกิจ” รอบใหม่
    การประกาศของอิหร่านเกิดขึ้นในจังหวะเดียวกับที่สหรัฐเตรียมเปิดมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ต่ออิหร่านและประเทศหรือบริษัทที่ยังทำธุรกิจกับเตหะราน
    .
    รัฐมนตรีคลังสหรัฐ สก็อตต์ เบสเซนต์ เตรียมประกาศมาตรการทางการเงินชุดใหม่ ซึ่งถูกอธิบายว่าเป็นหนึ่งในการกดดันทางเศรษฐกิจครั้งรุนแรงที่สุดต่ออิหร่าน ขณะที่จีนระบุว่าจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและพร้อมปกป้องผลประโยชน์ของตนเอง
    .
    ฝั่งอิหร่านก็ส่งสัญญาณแข็งกร้าวว่า หากประเทศต่างๆ ให้ความร่วมมือกับมาตรการคว่ำบาตรใหม่ของสหรัฐ อาจถูกมองว่าเป็นการกระทำที่เป็นปฏิปักษ์ต่ออิหร่าน และเตหะรานขู่ว่าจะตอบโต้ด้วยมาตรการที่กระทบการส่งออกพลังงานจากภูมิภาค
    .
    “#ปากีสถาน” เข้ามาเป็นตัวกลาง หวังลดแรงปะทะ กำลังพยายามใช้ช่องทางการทูตลดความตึงเครียด โดยผู้บัญชาการกองทัพปากีสถานเดินทางเยือนกรุงเตหะรานในวันที่ 24 สิงหาคม เพื่อหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน รวมถึงประเด็นช่องแคบฮอร์มุซ
    .
    .
    #Thaitribune

    https://m.facebook.com/story.php?st...eWFhvhyntl&id=100064021594484&mibextid=ZbWKwL
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,184
    ค่าพลัง:
    +97,153
    “ปกรณ์” เดือด! ปฏิรูปราชการเลิกตั้งกองทัพกรรมการ ซัด “กูรู้” ดีแต่ติเพิ่มงานวิจัย ประเทศรอไม่ไหว

    24 สิงหาคม 2569 “ปกรณ์ นิลประพันธ์” เปิดศึกวาทกรรม #ปฏิรูประบบราชการ ชี้ปัญหาไทยไม่ได้ขาดแผน ไม่ได้ขาดงานวิจัย แต่ขาดการ “ลงมือทำจริง” ซัดอดีตที่ผ่านมาวนลูปตั้งกรรมการ-ตั้งคณะทำงาน-จ้างศึกษาซ้ำ จนผลงานกองฝุ่น ขณะที่งบประจำและภาระบุคลากรเพิ่มไม่หยุด ยืนยันรัฐบาลเดินหน้าลดส่วนเกิน รื้อขั้นตอน ใช้เทคโนโลยี และตัดภารกิจที่รัฐไม่จำเป็นต้องทำ พร้อมโต้กลุ่มนักวิจารณ์ว่า นาทีนี้ไม่ใช่เวลาพูดหลักการหรู แต่ต้องเปลี่ยนแผนเก่าให้เป็นผลลัพธ์จริง
    .
    นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี แสดงความเห็นอย่างดุเดือดผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์การเดินหน้าปรับปรุงและพัฒนาประสิทธิภาพระบบราชการว่า ปัญหาสำคัญของประเทศไทยตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ไม่ใช่ไม่มีแผนปฏิรูป แต่เป็นเพราะหลายแผนถูกวางไว้แล้วแต่ไม่เคยถูกผลักดันให้เกิดผลอย่างจริงจัง
    .
    ทุกครั้งที่มีการพูดถึงการปฏิรูประบบราชการ "สิ่งที่มักเกิดขึ้นคือการตั้งคณะกรรมการ ตั้งคณะทำงาน จ้างที่ปรึกษา และจัดทำงานวิจัยใหม่" ทั้งที่หน่วยงานของรัฐมีเอกสารและข้อเสนอเดิมสะสมอยู่จำนวนมาก แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นวงจรเดิมที่ใช้งบประมาณเพิ่ม ขณะที่ปัญหาพื้นฐานของระบบยังไม่ถูกแก้ไข

    “ประเทศไม่ได้ขาดยุทธศาสตร์ แต่ขาดคนเอายุทธศาสตร์ไปทำ” คือสาระสำคัญของท่าทีครั้งนี้
    .
    ชี้การเมืองกลัวเสียคะแนน จึงพูดเรื่องปฏิรูปแต่ไม่กล้าลงมือ
    นายปกรณ์ กล่าวว่า เหตุผลสำคัญที่การปรับระบบราชการในอดีตไม่คืบหน้า ส่วนหนึ่งมาจากความกังวลเรื่องผลกระทบทางการเมือง เพราะการลดหน่วยงาน ลดตำแหน่ง ลดขั้นตอน หรือปรับบทบาทของรัฐ ย่อมกระทบต่อ #กลุ่มผลประโยชน์ และ #ฐานคะแนนนิยม ผลคือ หลายรัฐบาลเลือกใช้วิธีที่ปลอดภัยกว่า นั่นคือ “ประกาศว่าจะปฏิรูป” แต่ไม่กล้าดำเนินการถึงจุดที่เกิดการเปลี่ยนแปลงจริง
    .
    รองนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า รอบนี้จะไม่เริ่มต้นใหม่ด้วยการจ้างศึกษา หรือสร้างคณะกรรมการชุดใหม่ให้ซ้ำซ้อน แต่จะนำข้อเสนอและองค์ความรู้ที่มีอยู่แล้วมาใช้เป็นฐานในการดำเนินงานทันที เพราะยิ่งช้า ความเสียหายต่อประเทศก็ยิ่งเพิ่มขึ้น
    .
    4 แกนรื้อระบบราชการ ลดไขมัน-รื้อขั้นตอน-ใช้เทคโนโลยี
    แนวทางที่รัฐบาลกำลังเดินหน้า ประกอบด้วย 4 เรื่องหลัก ได้แก่

    1. ลด “ไขมันส่วนเกิน” ของระบบ
    ทบทวนโครงสร้าง หน่วยงาน งานที่ซ้ำซ้อน และต้นทุนที่ไม่จำเป็น เพื่อให้เงินงบประมาณถูกนำไปใช้กับภารกิจที่เกิดประโยชน์ต่อประชาชนมากขึ้น
    .
    2. #รื้อกระบวนการทำงานใหม่
    หรือการปรับกระบวนการทำงานทั้งระบบ ไม่ใช่เพียงย้ายเอกสารจากกระดาษขึ้นคอมพิวเตอร์ แต่ต้องตัดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น ลดการขอข้อมูลซ้ำ และทำให้ประชาชนติดต่อรัฐได้ง่ายขึ้น
    .
    3. #ใช้เทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพ
    ทั้งการทำงานภายในและบริการสาธารณะ โดยเป้าหมายไม่ใช่ซื้อเทคโนโลยีมาโชว์ แต่ต้องใช้ดิจิทัลและข้อมูลเชื่อมโยงหน่วยงาน ลดภาระประชาชนและลดต้นทุนของรัฐ
    .
    4. #ตัดภารกิจที่รัฐไม่จำเป็นต้องทำเอง
    งานใดที่ไม่ใช่ภารกิจหลักของรัฐ อาจเปิดให้เอกชนหรือภาคส่วนอื่นดำเนินการได้ภายใต้กติกาและการกำกับที่เหมาะสม เพื่อให้รัฐกลับไปเน้นภารกิจสำคัญที่ประชาชนต้องพึ่งพาโดยตรง
    .
    ซัด “กูรู้” ชี้วิจารณ์ได้ แต่ประเทศไม่ควรวนกลับไปเริ่มนับหนึ่ง
    ประเด็นที่นายปกรณ์ตอบโต้หนักที่สุด คือกลุ่มที่ออกมาระบุว่าการปรับระบบราชการต้องเริ่มจากการวางแผนยุทธศาสตร์ใหม่ จัดทำงานวิจัยเพิ่มเติม หรือสร้างกลไกใหม่ขึ้นมารองรับ
    .
    เขามองว่า ข้อเสนอเหล่านี้จำนวนมากเป็นสิ่งที่ประเทศไทยเคยทำมาแล้ว และมีแผนอยู่มากพอแล้ว ปัญหาจึงไม่ใช่การขาด “กระดาษ” แต่เป็นการขาด “การปฏิบัติ”
    .
    นายปกรณ์ โต้ข้อกังวลที่มองว่าการ #ลดขนาดภาครัฐ อาจนำไปสู่ #การจ้างงานภายนอก หรือ Outsourcing เพื่อเปิดช่องให้เกิดการทุจริต โดยระบุว่าเป็นการตั้งข้อกล่าวหาล่วงหน้าที่ไม่สร้างสรรค์ พร้อมย้ำว่าการปรับปรุงประสิทธิภาพไม่ได้หมายถึงการแปรรูปทุกภารกิจของรัฐ หรือเปิดช่องให้ใครเข้ามาแสวงหาประโยชน์
    .
    เลิกติดกับดักคำว่า “ปฏิรูป” เปลี่ยนเป็นวัดผลจากชีวิตประชาชน
    อีกประเด็นที่น่าสนใจ นายปกรณ์ระบุว่า ส่วนตัวไม่ชอบคำว่า “ปฏิรูประบบราชการ” เพราะคำดังกล่าวสร้างภาพจำของความล้มเหลว เนื่องจากประเทศไทยพูดเรื่องนี้มานานหลายสิบปี แต่ประชาชนจำนวนมากยังรู้สึกว่าระบบราชการยุ่งยาก ซ้ำซ้อน และเปลี่ยนแปลงช้า
    .
    สำหรับเขา เป้าหมายที่แท้จริงคือ “การปรับปรุงและพัฒนาประสิทธิภาพของระบบราชการ” โดยต้องวัดจากผลลัพธ์ว่า ประชาชนได้รับบริการเร็วขึ้นหรือไม่ ธุรกิจมีต้นทุนในการติดต่อรัฐลดลงหรือไม่ ข้าราชการทำงานได้คล่องตัวขึ้นหรือไม่ และงบประมาณถูกใช้อย่างมีประสิทธิภาพขึ้นหรือไม่
    .
    แนวคิดเดียวกันถูกนำมาใช้กับเรื่อง “กิโยตินกฎหมาย” ที่นายปกรณ์เห็นว่า เป้าหมายไม่ควรอยู่แค่การนับจำนวนกฎหมายที่ถูกยกเลิก แต่คือการทำให้กฎหมายและกฎระเบียบทันสมัย ลดอุปสรรคต่อการใช้ชีวิตและการประกอบอาชีพ หรือ Better Regulation for Better Life
    .
    ไม่ตั้งกรรมการเพิ่ม ชี้หน่วยงานที่มีอยู่ต้องรับผิดชอบให้ได้
    นายปกรณ์ยืนยันว่า รัฐบาลมีหน่วยงานรับผิดชอบด้านการบริหารราชการและการพัฒนาระบบอยู่แล้ว ทั้งสำนักงาน ก.พ. สำนักงาน ก.พ.ร. สำนักงบประมาณ สภาพัฒน์ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และกรมบัญชีกลาง
    .
    ดังนั้น แทนที่จะตั้งองค์กรหรือคณะกรรมการใหม่ซ้อนทับเข้าไปอีก สิ่งที่ควรทำคือให้หน่วยงานที่มีอยู่ทำหน้าที่อย่างเต็มประสิทธิภาพ เชื่อมข้อมูลและทำงานร่วมกัน โดยมีเป้าหมายและกรอบเวลาที่ชัดเจน
    .
    ปฏิรูปราชการเป็นเพียงหนึ่งใน 8 เรื่องใหญ่
    นอกจากการปรับระบบราชการและการพัฒนากฎหมายแล้ว นายปกรณ์ระบุว่ายังมีวาระสำคัญที่รัฐบาลต้องเดินหน้าควบคู่กันอีก 6 ด้าน ได้แก่ การพัฒนาระบบภาษี ระบบงบประมาณ คุณภาพและความมั่นคงในชีวิต ระบบสาธารณสุข คุณภาพการศึกษา และคุณภาพสิ่งแวดล้อม
    .
    ท้ายที่สุด การปฏิรูประบบราชการจะไม่สำเร็จเพียงเพราะมีคำประกาศ หรือเอกสารยุทธศาสตร์เล่มใหม่ แต่ต้องพิสูจน์ด้วยผลลัพธ์ที่ประชาชนสัมผัสได้จริง จาก “ดีแต่พูด” สู่ “ลงมือทำ แล้วต้องเห็นผล”
    .
    .
    #Thaitribune

    https://www.facebook.com/share/p/19U2uMq9Nt/
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,184
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สภาพัฒน์เตือน “ซูเปอร์เอลนีโญ” จ่อทุบเกษตร 6.2 หมื่นล้าน! ข้าวหนักสุด ฉุดรายได้เกษตรกร-แรงงานเสี่ยงย้ายถิ่น

    24 สิงหาคม 2569 #สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เปิดสัญญาณเตือนภัยเศรษฐกิจรอบใหม่ หลังประเมินว่าปรากฏการณ์ #เอลนีโญ (El Niño) กำลังก่อตัวอาจทวีความรุนแรงเป็น “#ซูเปอร์เอลนีโญ” (Super El Niño) ในช่วงปลายปี 2569 โดยไม่เพียงเสี่ยงสร้างภัยแล้งและ #กระทบผลผลิตทางการเกษตร แต่ยังอาจลามถึงรายได้ การจ้างงาน และ #การย้ายแรงงานออกจากภาคเกษตร
    .
    นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒน์ แถลงรายงานภาวะสังคมไทยไตรมาส 2 ปี 2569 เมื่อวันที่ 24 สิงหาคมว่า แม้ภาพรวมการจ้างงานของประเทศยังขยายตัว มีผู้มีงานทำ 41.5 ล้านคน เพิ่มขึ้น 5.1% จากปีก่อน แต่ความเสี่ยงด้านสภาพอากาศกำลังกลายเป็นโจทย์สำคัญที่ต้องเฝ้าระวัง โดยเฉพาะผลกระทบต่อแรงงานในภาคเกษตร
    .
    #ภัยแล้งเริ่มมาแล้ว 5 จังหวัด ข้อมูลสถานการณ์ภัยพิบัติด้านการเกษตรระหว่างวันที่ 1 เมษายน-9 กรกฎาคม 2569 พบพื้นที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งแล้ว 5 จังหวัด ครอบคลุมพื้นที่เกษตร 8,646 ไร่ และเกษตรกร 4,453 ราย ขณะที่สภาพัฒน์ประเมินว่าความเสี่ยงอาจลากยาวต่อเนื่องไปถึงครึ่งแรกของปี 2570
    .
    งานศึกษาของกรุงไทย คอมพาส (Krungthai COMPASS) ซึ่ง #สภาพัฒน์ นำมาใช้อ้างอิง ประเมินว่า หากสถานการณ์เป็นไปตามกรณีฐาน ภาคเกษตรไทยอาจเสียหายรวมราว 62,000 ล้านบาท หรือประมาณ 0.31% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) โดยผลกระทบหลักมาจากฝนทิ้งช่วงและภาวะขาดแคลนน้ำตั้งแต่ครึ่งหลังปี 2569 ต่อเนื่องถึงกลางปี 2570
    .
    “ข้าว” เจ็บหนักสุด เสียหายกว่า 4.3 หมื่นล้าน พืชเศรษฐกิจที่ถูกประเมินว่าได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ ข้าว คาดมูลค่าความเสียหายราว 43,000 ล้านบาท ตามด้วยอ้อยประมาณ 10,700 ล้านบาท และมันสำปะหลังราว 8,100 ล้านบาท
    .
    เมื่อผลผลิตลดลง รายได้เกษตรกรก็มีแนวโน้มลดลงตามไปด้วย โดยประเมินว่ารายได้เกษตรกรในปี 2569 อาจลดลงประมาณ 8% ซึ่งไม่ใช่ปัญหาเฉพาะภาคการผลิต แต่จะกระทบเป็นลูกโซ่ถึงการจ้างงาน โรงสี ธุรกิจแปรรูป และเศรษฐกิจในพื้นที่เกษตรกรรมด้วย
    .
    งานเกษตรอาจหาย คนงานต้องย้ายออกจากบ้าน
    สภาพัฒน์เตือนว่า หากรายได้และผลผลิตลดลง ผู้ประกอบการภาคเกษตรอาจลดความต้องการแรงงาน ขณะที่แรงงานบางส่วนอาจจำเป็นต้องย้ายออกจากภาคเกษตรไปหางานในภาคก่อสร้าง บริการ หรือเมืองใหญ่
    .
    เป็นผลกระทบที่น่าจับตา เพราะประเทศไทยยังมีแรงงานจำนวนมากพึ่งพารายได้จากภาคเกษตร และการย้ายแรงงานอย่างรวดเร็วอาจสร้างแรงกดดันใหม่ต่อทั้งตลาดงานในเมืองและครัวเรือนชนบท
    .
    สถานการณ์ยิ่งต้องจับตาเป็นพิเศษ เนื่องจากข้อมูลล่าสุดของสภาพัฒน์พบว่า แม้การจ้างงานโดยรวมเพิ่มขึ้น แต่อัตราว่างงานยังอยู่ที่ 0.95% หรือประมาณ 400,000 คน ขณะที่ผู้เสมือนว่างงานเพิ่มขึ้น 8% และผู้ว่างงานระยะยาวเพิ่มขึ้น 11.3%
    .
    โลกจับตาเอลนีโญรอบใหม่ ไทยหนีไม่พ้นแรงกระเพื่อม
    สัญญาณความเสี่ยงไม่ได้เกิดเฉพาะในประเทศไทย โดยรายงานล่าสุดของ Reuters ระบุว่า นักพยากรณ์หลายแห่งกำลังจับตาเอลนีโญปี 2569 ซึ่งมีโอกาสพัฒนาเป็นเหตุการณ์ที่รุนแรงมากในช่วงปลายปี 2569 ถึงต้นปี 2570 และอาจกระทบสินค้าเกษตรในหลายภูมิภาคของโลก โดยเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่เสี่ยงเผชิญภาวะแห้งแล้งและผลผลิตลดลง
    .
    ทางออกไม่ใช่รอให้แล้งแล้วค่อยเยียวยา
    สภาพัฒน์เสนอให้เร่งปรับตัวตั้งแต่ต้นทาง ทั้งการส่งเสริมพืชใช้น้ำน้อยที่มีตลาดรองรับ การพัฒนาพันธุ์พืชทนแล้ง และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ เพื่อรักษารายได้และการจ้างงานในภาคเกษตร
    .
    บทเรียนของ “ซูเปอร์เอลนีโญ” ไม่ใช่แค่เรื่องฟ้าฝน แต่คือความเสี่ยงทางเศรษฐกิจทั้งระบบ เพราะเมื่อ “น้ำหาย” ผลผลิตลด รายได้เกษตรกรหด งานในชนบทก็อาจหายตามไปด้วย และความเสียหาย 6.2 หมื่นล้านบาทอาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้น หากประเทศไทยยังรับมือแบบรอให้วิกฤตเกิดแล้วค่อยแก้
    .
    .
    #Thaitribune

    https://www.facebook.com/share/p/1D2FeKBDaN/
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,184
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สหรัฐฯ ลั่น “D-Day เศรษฐกิจ” บีบโลกตัดขาดอิหร่าน ไม่เลิกค้ากับอิหร่าน ก็เสี่ยงโดนตัดออกจากระบบดอลลาร์ สงครามยังไม่จบ แต่บัญชีการค้าถูกไล่ล่าแล้ว

    Nikkei Asia รายงาน รัฐบาลสหรัฐฯ เปิดฉาก “สงครามเศรษฐกิจ” รอบใหม่กับอิหร่าน ประกาศขยายมาตรการคว่ำบาตรทุติยภูมิ (Secondary Sanctions) เพื่อกดดันประเทศและบริษัททั่วโลกที่ยังทำธุรกิจกับเตหะราน พร้อมส่งคำเตือนอย่างชัดเจนว่า หากไม่ยอมตัดสัมพันธ์ทางการค้า อาจถูกตัดออกจากระบบการเงินที่ใช้เงินดอลลาร์เป็นแกนกลาง

    สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ประกาศมาตรการดังกล่าวเมื่อวันจันทร์ โดยเรียกยุทธศาสตร์ครั้งนี้ว่า “D-Day ทางเศรษฐกิจ” พร้อมระบุว่า เป้าหมายคือการตัด “เส้นเลือดทางเศรษฐกิจ” ที่หล่อเลี้ยงรัฐบาลอิหร่านทั่วโลก จนกว่ารัฐบาลเตหะรานจะถูกโดดเดี่ยวทางเศรษฐกิจ

    “เรากำลังเปิดฉากการโจมตีทางเศรษฐกิจต่อความเชื่อมโยงทางการเงินของอิหร่านทั่วโลก” เบสเซนต์กล่าว พร้อมย้ำว่าสหรัฐฯ ต้องการตัดช่องทางรายได้ทั้งหมดที่สนับสนุนรัฐบาลอิหร่าน

    กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุว่า ได้ทำแผนที่เครือข่าย ตัวกลาง และช่องทางการเงินที่อิหร่านใช้ในการลักลอบส่งออกน้ำมันและหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตร โดยสหรัฐฯ จะประสานงานกับพันธมิตรเพื่อไล่ปิดทุกแหล่งรายได้ที่วอชิงตันมองว่าเป็น “รายได้ผิดกฎหมาย” ของอิหร่าน

    มาตรการล่าสุดพุ่งเป้าไปยัง 5 ภาคธุรกิจสำคัญ ได้แก่ สินทรัพย์ดิจิทัล เทคโนโลยี ทองคำ การบิน และการเดินเรือ ซึ่งรัฐบาลสหรัฐฯ มองว่าเป็นช่องทางสำคัญที่รัฐบาลอิหร่านใช้ประคับประคองเศรษฐกิจ นอกจากนี้ กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ยังขึ้นบัญชีคว่ำบาตรบริษัท บุคคล และเรือเกือบ 60 รายการ

    โจทย์ใหญ่ของมาตรการครั้งนี้อยู่ที่ “น้ำมันอิหร่าน” ซึ่งมีจีนเป็นผู้ซื้อรายใหญ่ที่สุดมาหลายปี สหรัฐฯ จึงเพิ่มแรงกดดันต่อการนำเข้าน้ำมันอิหร่านของจีนอย่างต่อเนื่อง แม้จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้เลือกใช้ไม้แข็งที่สุด ด้วยการขึ้นบัญชีธนาคารจีนขนาดใหญ่ที่อาจมีส่วนอำนวยความสะดวกในการซื้อขายน้ำมันอิหร่าน

    สถานการณ์ยิ่งตึงเครียดเมื่อสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านกำลังเข้าใกล้เดือนที่ 6 แม้การสู้รบอย่างหนักจะลดระดับลง แต่ความพยายามทางการทูตเพื่อยุติสงครามยังชะงักงัน ขณะที่เส้นทางขนส่งน้ำมันและวัตถุดิบผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกปิดกั้น ส่งผลให้ราคาพลังงานทั่วโลกทรงตัวในระดับสูง

    แรงกระเพื่อมไม่ได้จำกัดอยู่แค่ตลาดน้ำมัน เพราะเมื่อเส้นทางขนส่งพลังงานและวัตถุดิบสำคัญของโลกติดขัด ต้นทุนด้านพลังงาน การขนส่ง และวัตถุดิบย่อมถูกส่งต่อไปยังภาคธุรกิจและผู้บริโภคทั่วโลก นั่นหมายความว่า “สงคราม” ที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลาง กำลังกลายเป็นโจทย์เศรษฐกิจของประเทศที่อยู่ห่างออกไปหลายพันกิโลเมตรด้วย

    ด้านการเมืองภายในสหรัฐฯ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังเผชิญแรงกดดันเช่นกัน ผลสำรวจ Reuters/Ipsos ล่าสุดพบว่า คะแนนนิยมการทำงานของทรัมป์ลดลงเหลือเพียง 33% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุด ขณะที่ทรัมป์ยังยืนยันว่า ต้นทุนทางเศรษฐกิจจากสงครามและมาตรการกดดันอิหร่านเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อป้องกันไม่ให้อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์

    สหรัฐฯ ไม่ได้เพิ่งเริ่มใช้มาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่าน แต่ดำเนินนโยบายดังกล่าวมานานหลายทศวรรษ โดยเฉพาะการตัดรายได้จากน้ำมัน ตลอดจนจำกัดภาคการบิน สกุลเงินดิจิทัล การจัดซื้อชิ้นส่วนอาวุธและยุทโธปกรณ์ รวมถึงตัดแหล่งเงินทุนของธุรกิจที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ซึ่งถือเป็นหนึ่งในกลุ่มอำนาจสำคัญของเศรษฐกิจอิหร่าน

    กลไกสำคัญของมาตรการคว่ำบาตรคือการตัดหน่วยงานที่ถูกขึ้นบัญชีออกจากระบบการเงินที่ใช้เงินดอลลาร์ แต่ปัญหาคืออิหร่านพิสูจน์มาแล้วว่าสามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว ด้วยการตั้งบริษัทบังหน้าใหม่ เปลี่ยนโครงสร้างนิติบุคคล และเปลี่ยนทะเบียนเรือ เพื่อหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตร

    การประกาศ “D-Day เศรษฐกิจ” ครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการขึ้นบัญชีดำเพิ่มเติม แต่เป็นความพยายามของสหรัฐฯ ที่จะขยายสนามรบจากสมรภูมิทางทหารไปสู่เครือข่ายการเงินและการค้าทั่วโลก โดยใช้จุดแข็งที่สำคัญที่สุดของวอชิงตัน นั่นคืออำนาจของระบบดอลลาร์ เป็นเครื่องมือบังคับให้ภาคธุรกิจทั่วโลกต้องเลือกระหว่างการรักษาความสัมพันธ์ทางการค้ากับอิหร่าน หรือรักษาประตูเข้าสู่ระบบการเงินสหรัฐฯ

    เมื่อสงครามยังไม่จบ การทูตยังไปไม่ถึงไหน และช่องแคบฮอร์มุซยังไม่เปิด เศรษฐกิจโลกจึงต้องเตรียมรับมือกับ “สงครามอีกสนาม” ที่ไม่ได้ยิงด้วยกระสุน แต่ยิงผ่านบัญชีธนาคาร น้ำมัน เรือขนส่ง ทองคำ และธุรกรรมดอลลาร์—สนามรบที่ดูเงียบกว่า แต่ความเสียหายอาจเดินทางไปถึงทุกมุมโลกได้ไม่แพ้กัน

    https://www.facebook.com/share/p/1ayrn9Wu7R/
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,184
    ค่าพลัง:
    +97,153
    “นาฬิกาเริ่มเดินแล้ว”

    สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสหรัฐฯ ส่งสัญญาณเตือนอย่างเข้มงวดไปยังสถาบันการเงินทั่วโลก โดยประกาศว่า บริษัทใดก็ตามที่ให้ความช่วยเหลือเครือข่ายการเงินผิดกฎหมายของอิหร่าน จะถูกตัดออกจากระบบธนาคารของสหรัฐฯ ในทันที

    “มาตรการคว่ำบาตรเฉพาะภาคส่วนชุดใหม่ที่ประกาศในวันนี้ มุ่งเป้าไปที่ช่องทางสำคัญ 5 ประการที่อิหร่านใช้เป็นเส้นเลือดหล่อเลี้ยงทางเศรษฐกิจผ่านประเทศอื่น ได้แก่ สินทรัพย์ดิจิทัล เทคโนโลยี ทองคำ การบิน และการขนส่งทางเรือ”

    https://www.facebook.com/share/p/1Bk6KVZHfK/
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,184
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ทันควัน คืบหน้าเหตุระเบิดเซเว่นลางา จ.ปัตตานี และปะทะกับ เจ้าหน้าที่ระหว่างหลบหนี
    .
    “ควบคุมตัววัยรุ่นต้องสงสัยได้ 2 รายแล้ว”
    เจ้าหน้าที่รวบรวมหลักฐานและขยายผลต่อไป
    .
    24 สิงหาคม 2569

    #ไม่ว่าศาสนาใดประเทศไทยมีเพียงหนึ่งเดียว

    https://www.facebook.com/share/p/1G3BZTYBTL/
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,184
    ค่าพลัง:
    +97,153
    Nikkei Asia รายงาน รัฐสภาเวียดนามไฟเขียวข้อตกลงโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งแรกของประเทศ

    เปิดทางให้ Rosatom รัฐวิสาหกิจนิวเคลียร์ยักษ์ใหญ่ของรัสเซีย เดินหน้าโครงการ “Ninh Thuan 1” กำลังการผลิตรวมราว 2.4 กิกะวัตต์ (GW)

    คาดเริ่มเดินเครื่องได้ระหว่างปี 2573-2578 ถือเป็นการหวนคืนสู่พลังงานนิวเคลียร์ครั้งใหญ่ หลังเวียดนามเคยพับแผนก่อสร้างเตาปฏิกรณ์ 2 แห่งในปี 2559 เพราะกังวลภาวะเศรษฐกิจและต้นทุนก่อสร้างที่พุ่งสูง

    การตัดสินใจครั้งนี้สะท้อนโจทย์ใหญ่ของเวียดนามที่ไม่ได้มีเพียงเรื่อง “ไฟฟ้าไม่พอ” แต่กำลังเดิมพันกับการเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจครั้งใหญ่ โดยรัฐบาลตั้งเป้าเศรษฐกิจเติบโตอย่างน้อย 10% ต่อปีตั้งแต่ปี 2569 พร้อมเร่งดึงการลงทุนในอุตสาหกรรมการผลิต ปัญญาประดิษฐ์ เซมิคอนดักเตอร์ และศูนย์ข้อมูล ซึ่งล้วนเป็นธุรกิจที่กินไฟระดับมหาศาล

    แผนพัฒนาพลังงานแห่งชาติฉบับปรับปรุง หรือ Power Development Plan VIII จึงตั้งเป้าเพิ่มกำลังผลิตติดตั้งของประเทศจาก 82.4 GW ณ สิ้นปี 2567 เป็น 183.3-236.4 GW ภายในปี 2573 หรือเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่า โดยพลังงานแสงอาทิตย์อาจเพิ่มเป็น 73.4 GW ขณะที่พลังงานลมบนบกและใกล้ชายฝั่งอยู่ที่ 38 GW และถ่านหิน 31.1 GW

    ส่วนนิวเคลียร์ซึ่งถูกนำกลับเข้ามาอยู่ในแผนอีกครั้ง จะมีกำลังผลิต 4-6.4 GW ในช่วงปี 2573-2578 แม้คิดเป็นสัดส่วนไม่มากเมื่อเทียบกับกำลังผลิตทั้งหมด แต่มีบทบาทสำคัญในฐานะแหล่งไฟฟ้าฐาน หรือ baseload ที่สามารถผลิตไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่อง ต่างจากพลังงานหมุนเวียนที่ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ

    โจทย์นี้มีที่มาจากประสบการณ์ตรงของเวียดนาม เพราะในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ประเทศเผชิญปัญหาไฟฟ้าขาดแคลนและไฟดับหลายครั้ง กระทบทั้งภาคอุตสาหกรรมและประชาชน รวมถึงกรุงฮานอย ขณะที่เศรษฐกิจเดินหน้าเข้าสู่ยุคโรงงานไฮเทค ชิป AI และดาต้าเซ็นเตอร์ ความมั่นคงด้านพลังงานจึงกลายเป็นเงื่อนไขพื้นฐานของการเติบโต ไม่ใช่เพียงเรื่องสาธารณูปโภคหลังบ้านอีกต่อไป

    สำหรับ Ninh Thuan 1 รัสเซียและเวียดนามลงนามข้อตกลงระหว่างรัฐบาลว่าด้วยความร่วมมือก่อสร้างโรงไฟฟ้าเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดย Rosatom จะเป็นผู้ก่อสร้าง โรงไฟฟ้าประกอบด้วย 2 หน่วย ใช้เครื่องปฏิกรณ์ VVER-1200 พร้อมระบบความปลอดภัยที่พัฒนาโดยรัสเซีย และมีกำลังการผลิตรวมประมาณ 2.4 GW

    ความร่วมมือครั้งนี้ยังมีมิติทางภูมิรัฐศาสตร์ซ่อนอยู่ไม่น้อย เพราะเวียดนามกับรัสเซียมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันมายาวนาน ตั้งแต่ยุคสหภาพโซเวียตที่ให้การสนับสนุนเวียดนามเหนือในช่วงสงครามเวียดนาม ตลอดจนให้การศึกษาและฝึกอบรมแก่เจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญเวียดนามหลายรุ่น

    เวียดนามมีโครงการนิวเคลียร์ในแผนพลังงาน 2 แห่ง ได้แก่ Ninh Thuan 1 และ Ninh Thuan 2 โดยทั้งคู่เคยถูกระงับในปี 2559 เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจภายในประเทศและความต้องการเงินลงทุนมหาศาล ก่อนที่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามจะตัดสินใจรื้อฟื้นโครงการนิวเคลียร์ในปี 2567 โดยให้เหตุผลหลักคือการเสริมความมั่นคงด้านพลังงานและสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจ

    อย่างไรก็ตาม “โรงไฟฟ้านิวเคลียร์คู่แฝด” ยังไม่ได้กลับมาพร้อมกันทั้งหมด เพราะอนาคตของ Ninh Thuan 2 ซึ่งเดิมวางแผนร่วมกับญี่ปุ่นยังเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม หลังญี่ปุ่นถอนตัวจากความมุ่งมั่นในการก่อสร้างเมื่อเดือนธันวาคม 2568 โดยให้เหตุผลเรื่องข้อจำกัดด้านเวลา ขณะที่อุตสาหกรรมนิวเคลียร์ของญี่ปุ่นเองก็เผชิญความยากลำบากในการฟื้นฟูบุคลากรและขีดความสามารถ หลังเหตุการณ์ฟุกุชิมะในปี 2554

    แต่ถ้ามองไกลกว่าหนึ่งโรงไฟฟ้า เกมนี้อาจใหญ่กว่ากำลังผลิต 2.4 GW อย่างมาก เพราะยุทธศาสตร์พลังงานระยะยาวของเวียดนามตั้งเป้าขยายกำลังผลิตนิวเคลียร์เป็น 10.5-14 GW ภายในปี 2593 นั่นหมายความว่า Ninh Thuan 1 อาจเป็นเพียง “เตาปฏิกรณ์ชุดแรก” ของการกลับมาเดินหน้าพลังงานนิวเคลียร์ในวงกว้าง

    พูดง่ายๆ คือ เวียดนามไม่ได้กำลังสร้างโรงไฟฟ้าเพื่อแก้ไฟดับอย่างเดียว แต่กำลังสร้างฐานพลังงานเพื่อรองรับเศรษฐกิจที่ต้องการโตแบบก้าวกระโดด หากเป้าหมายการเติบโต 10% ต่อปีเกิดขึ้นจริง คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ “จะผลิตไฟฟ้าเท่าไร” แต่คือ “จะผลิตไฟฟ้าให้พอในวันที่โรงงานชิป ดาต้าเซ็นเตอร์ และอุตสาหกรรม AI เปิดเครื่องพร้อมกันได้อย่างไร”

    ในวันเดียวกัน รัฐสภาเวียดนามยังอนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมราว 3,000 ล้านดอลลาร์สำหรับโครงการรถไฟเชื่อมจีน เส้นทางจากจังหวัดหล่าวกายบริเวณชายแดนจีน ผ่านกรุงฮานอย ไปยังเมืองท่าไฮฟอง โดยระยะทางโครงการขยายจากเดิม 391 กิโลเมตร เป็น 426 กิโลเมตร

    ทำให้ต้นทุนรวมโครงการเพิ่มขึ้นจากประมาณ 203 ล้านล้านดอง เป็น 289 ล้านล้านดอง หรือราว 11,000 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นประมาณ 3,000 ล้านดอลลาร์ โดยเวียดนามระบุเมื่อปีที่แล้วว่าจะได้รับเงินกู้จากรัฐบาลจีนสำหรับโครงการดังกล่าว

    เมื่อวางสองโครงการไว้บนกระดานเดียวกัน ภาพเศรษฐกิจเวียดนามจึงชัดขึ้นเรื่อยๆ ด้านหนึ่งเร่งสร้าง “ไฟฟ้า” ด้วยนิวเคลียร์เพื่อป้อนเศรษฐกิจอุตสาหกรรมยุคใหม่ อีกด้านเร่งสร้าง “ราง” เชื่อมจีนกับเมืองหลวงและท่าเรือสำคัญ เงินลงทุนก้อนใหญ่กำลังถูกเทลงทั้งโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและโลจิสติกส์

    เวียดนามจึงกำลังเดิมพันครั้งใหญ่กับการเติบโต และการเดิมพันครั้งนี้มีราคาที่ต้องจ่าย ทั้งต้นทุนก่อสร้างมหาศาล ความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีและความปลอดภัยนิวเคลียร์ ตลอดจนภาระโครงสร้างพื้นฐานที่เพิ่มขึ้น แต่สำหรับประเทศที่ต้องการโต 10% และดึงอุตสาหกรรมแห่งอนาคตเข้าประเทศ การไม่มีไฟฟ้าเพียงพออาจมีต้นทุนแพงกว่าการสร้างโรงไฟฟ้าเสียอีก

    จากปี 2559 ที่เวียดนามเคยบอก “พักก่อน นิวเคลียร์แพงเกินไป” มาถึงปี 2569 คำตอบกลับเปลี่ยนเป็น “ถ้าเศรษฐกิจจะโต ก็ต้องมีไฟใช้” และคราวนี้เตาปฏิกรณ์รัสเซียกำลังกลายเป็นหนึ่งในหมากสำคัญของการเดิมพันครั้งใหม่

    https://www.facebook.com/share/p/194KtEovXR/
     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,184
    ค่าพลัง:
    +97,153
    การประชุม กนง. 26 ส.ค. 2569 คาดคงดอกเบี้ยที่ 1.00% และมีแนวโน้มคงระดับนี้ตลอดปี 2569

    ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาด กนง. คงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.00% ในการประชุมวันที่ 26 ส.ค. 69 หลังแรงกดดันเงินเฟ้อต่ำลดลง ขณะที่เศรษฐกิจยังเปราะบางและต้องการแรงสนับสนุนต่อเนื่อง

    กนง. มีแนวโน้มคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.00% ตลอดปี 2569 เนื่องจากเป็นระดับที่เหมาะสมต่อการสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ท่ามกลางแรงกดดันเงินเฟ้อที่ลดลง โดยคาดเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยปี 2569 อยู่ที่ 1.8% ซึ่งยังคงอยู่ในกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อของธปท.

    ขณะที่ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยยังคงมีลักษณะไม่ทั่วถึง (K-shaped) และมีความเปราะบางต่อความเสี่ยงภายนอกประเทศ ดังนั้น กนง. มีแนวโน้มคงดอกเบี้ยในระดับต่ำต่อเนื่องเพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจพร้อมกับการใช้มาตรการเฉพาะจุด
    .
    อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : https://kresearch.co/4xfU9Kq
    .
    #ศูนย์วิจัยกสิกรไทย #KResearch #กนง #ธปท #ดอกเบี้ยนโยบาย #G73863

    https://www.facebook.com/share/p/1BQSfASKZe/
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,184
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ทรัมป์ประกาศกลางโซเชี่ยล “เรากำลังชนะทุกคน” และอิหร่านกำลังเข้าสู่ “วงจรมรณะ” ทั้งด้านเศรษฐกิจและการทหาร
    FB_IMG_1787618576508.jpg
    ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความโจมตีพรรคฝ่ายซ้าย "เดโมแครต" ว่ากำลังใช้ “ผลสำรวจปลอม” (Fake Polls) ในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยเรียกสิ่งนี้ว่า “ปฏิบัติการบั่นทอนขวัญกำลังใจ” ซึ่งเขากล่าวหาว่ามีเป้าหมายทำให้ผู้สนับสนุนพรรครีพับลิกันหมดกำลังใจและไม่ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง

    ทรัมป์อ้างว่า ผลสำรวจที่แท้จริงของเขาอยู่ในระดับ “ยอดเยี่ยม” และบรรยากาศของประเทศไม่เคยดีไปกว่านี้ พร้อมประกาศว่า “เรากำลังชนะทุกคน รวมถึงอิหร่าน ซึ่งประเทศของพวกเขากำลังอยู่ในวงจรมรณะทั้งทางเศรษฐกิจและการทหาร” (We’re winning against EVERYONE, including Iran, whose Country is in Economic and Military Death Spiral.)


    https://www.facebook.com/share/p/1CR8MyACSq/
     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,184
    ค่าพลัง:
    +97,153
    กระทรวงต่างประเทศของอิหร่านออกมาปฏิเสธข่าวกรณีได้รับคำเชิญเข้าร่วม “ข้อตกลงป้องกันมักกะฮ์” (Mecca Defense Pact) แต่ยอมรับมีข้อเสนอหารือความมั่นคงกับซาอุฯ ตุรกี และปากีสถาน

    การชี้แจงดังกล่าวเกิดขึ้นหลัง เมห์ดี ราฮิมี (Mehdi Rahimi) หัวหน้าสำนักข่าว Khaneh Mellat ของรัฐสภาอิหร่าน ให้สัมภาษณ์กับ Al-Mayadeen เมื่อวันเสาร์ว่า อิหร่านได้รับคำเชิญให้เข้าร่วมข้อตกลงดังกล่าว และกำลังพิจารณาข้อเสนออยู่

    อย่างไรก็ตาม เอสมาอิล บากาอี (Esmail Baghaei) โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ออกมาปฏิเสธเรื่องดังกล่าวในวันจันทร์ (24 สิงหาคม) โดยระบุว่า ไม่มีคำเชิญอย่างเป็นทางการให้อิหร่านเข้าร่วมข้อตกลง แต่ยืนยันว่า มีข้อเสนอให้อิหร่านหารือร่วมกับซาอุดีอาระเบีย ตุรกี และปากีสถาน เกี่ยวกับประเด็นความมั่นคงในภูมิภาคในวงกว้าง ซึ่งขณะนี้เตหะรานกำลังพิจารณาข้อเสนอดังกล่าวอยู่


    https://www.facebook.com/share/p/19YfnZjBhP/
     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,184
    ค่าพลัง:
    +97,153
    "ทรัมป์สายปั่น จับแพะชนแกะอีกแล้ว!"
    ทรัมป์หยิบคำพูดเก่าประธานรัฐสภาอิหร่านมาเล่น หลังสหรัฐฯ เปิดฉากสงครามเศรษฐกิจ หรือ “Economic D-Day” เพื่อกดดันเตหะรานเต็มสูบ
    FB_IMG_1787618813091.jpg
    ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ นำรายงานของสำนักข่าว Newsmax ที่พาดหัวข่าวโดยอิงจากคำพูดบางส่วนของประธานรัฐสภาอิหร่านว่า "‘We Are Hungry, We Cannot Survive" (ถ้าเราหิว เราจะไม่รอด) มาเผยแพร่ผ่านบัญชี Truth Social ของตนเอง ท่ามกลางจังหวะที่รัฐบาลสหรัฐฯ เพิ่งประกาศเริ่มเปิดฉากมาตรการกดดันทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ต่ออิหร่าน หรือที่รัฐบาลทรัมป์เรียกว่า “Economic D-Day”

    อย่างไรก็ตาม คำพูดดังกล่าว ไม่ได้เกิดขึ้นในวันนี้ และไม่ได้เป็นการ "ยอมจำนน" ต่อการเปิดฉาก Economic D-Day ของสหรัฐฯ แต่เป็นคำกล่าวของ โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ (Mohammad Bagher Ghalibaf) ประธานรัฐสภาอิหร่าน ตั้งแต่เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม ระหว่างพบปะกับนักเศรษฐศาสตร์และนักธุรกิจชาวอิหร่านและอิรัก ที่สถานเอกอัครราชทูตอิหร่านในกรุงแบกแดด ประเทศอิรัก

    บริบทของกาลิบาฟในวันนั้นเป็นการพูดถึงความสัมพันธ์ระหว่าง ความมั่นคงกับเศรษฐกิจในรูปแบบทั่วไปของประเทศต่างๆ โดยกล่าวว่า ทั้งสองสิ่งเปรียบเสมือนปีกสองข้างของประเทศ หากไม่มีความมั่นคงก็ไม่มีการลงทุน แต่ในทางกลับกัน ต่อให้ประเทศมีศักยภาพทางทหารแข็งแกร่งเพียงใด หากเศรษฐกิจไม่สามารถสร้างรายได้ การผลิต และตอบสนองความต้องการของประชาชนได้ ประเทศก็ไม่สามารถดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคง

    คำพูดดังกล่าวถูก Newsmax เลือกหยิบบางส่วนขึ้นมาพาดหัวข่าวว่า “We Are Hungry, We Cannot Survive” ก่อนที่ทรัมป์จะหยิบรายงานชิ้นนี้มาโพสต์ต่อในวันนี้ (24 สิงหาคม) ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังยกระดับการโจมตีทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน

    เมื่อนำคำพูดจากวันที่ 20 สิงหาคมมาวางไว้ในบริบทของเหตุการณ์วันที่ 24 สิงหาคม ภาพที่ออกมาจึงอาจทำให้เข้าใจได้ว่า อิหร่านกำลังยอมรับว่าแรงกดดันทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ กำลังได้ผล หรือถึงขั้นเริ่มส่งสัญญาณยอมจำนน ทั้งที่คำพูดดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนหน้าและอยู่คนละบริบท โดยทรัมป์เป็นฝ่ายหยิบกลับมาเผยแพร่ในวันที่วอชิงตันกำลังเปิดสงครามเศรษฐกิจ เพื่อพยายามแสดงให้เห็นว่า “เศรษฐกิจ” คือจุดที่สามารถสร้างแรงกดดันต่อเตหะรานได้

    สำหรับสำนักข่าว Newsmax เดิมเป็นเพียงสื่อขนาดเล็ก แต่ในยุคของทรัมป์ได้รับพื้นที่และโอกาสในการเข้าถึงการรายงานข่าวภายในทำเนียบขาวมากขึ้น ท่ามกลางการปรับเปลี่ยนนโยบายการจัดสรรพื้นที่สื่อของทำเนียบขาว ซึ่งเปิดทางให้สื่อที่รายงานข่าวเข้าข้างรัฐบาลเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ขณะที่ Newsmax เองก็เป็นหนึ่งในสื่อที่ทรัมป์และบุคคลในรัฐบาลของเขาปรากฏตัวให้สัมภาษณ์อยู่เป็นประจำ

    https://www.facebook.com/share/p/1BoQrtaPWy/
     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,184
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ∆... "ปลดแอกอิทธิพลทหารฝรั่ง: สามชาติอาหรับใหญ่จับมือป้องกันตัวเอง =นาโต้อาหรับ,เชิญอิหร่านด้วย"

    ***... การลงนามใน "ข้อตกลงป้องกันร่วมเมกกะ" (Mecca Joint Defence Agreement) ระหว่าง ซาอุดีอาระเบีย, ตุรกี และปากีสถาน

    ... ซึ่งเปรียบเสมือนการก่อตั้ง "NATO แห่งโลกมุสลิม" ถือเป็นปรากฏการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ที่สำคัญ

    โดยเป็นการรวมตัวของ 3 ขั้วพลัง:
    :

    ***... มหาอำนาจทางการเงินและศูนย์รวมจิตใจโลกมุสลิม

    A... ตุรกี:

    มหาอำนาจทางทหารที่มีอุตสาหกรรมป้องกันประเทศขั้นสูงและเป็นสมาชิก NATO

    B... ปากีสถาน:

    ประเทศมุสลิมเพียงแห่งเดียวที่มี "อาวุธนิวเคลียร์" และมีกำลังทหารมหาศาล

    C... ซาอุดีอาระเบีย , พี่ใหญ่แห่งประเทศรอบอ่าวที่มีบริวารพร้อมจะเดินตาม

    1)... . อนาคตของพันธมิตรนี้จะเป็นอย่างไร?

    ยุทธศาสตร์ป้องกันและป้องปราม (Collective Deterrence):

    มีข้อตกลงที่คล้ายคลึงกับมาตรา 5 ของ NATO (การโจมตีสมาชิกคนหนึ่งถือเป็นความเสี่ยงต่อทุกประเทศ) เพื่อสร้างดุลอำนาจใหม่ในภูมิภาค

    ความท้าทายในการพัฒนาโครงสร้าง:

    ในระยะสั้น กลุ่มนี้ยังไม่มีศูนย์บัญชาการทหารร่วม (Unified Command Structure) เหมือน NATO จริงๆ แต่จะเน้นการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี ซ้อมรบร่วม และถ่ายทอดเทคโนโลยีป้องกันประเทศ

    ... ความยั่งยืนขึ้นอยู่กับผลประโยชน์:

    ปากีสถานได้เงินทุนสนับสนุน, ตุรกีได้ตลาดส่งออกอาวุธและอิทธิพลในอาหรับ, ส่วนซาอุฯ ได้ร่มคุ้มกันทางทหารและนิวเคลียร์โดยไม่ต้องพึ่งพาสหรัฐฯ เพียงฝ่ายเดียว

    ***2)... อิสราเอลจะได้รับผลกระทบอย่างไร?

    ความกังวลขั้นสูงสุด: อิสราเอลมองกลุ่มนี้เป็นภัยคุกคามทางยุทธศาสตร์

    เพราะเป็นการดึงปากีสถาน (ซึ่งมีนิวเคลียร์) เข้ามารวมกับซาอุดีอาระเบียและตุรกี (ที่ระยะหลังเริ่มมีท่าทีแข็งกร้าวต่ออิสราเอล)

    ... ข้อตกลงอับราฮัม (Abraham Accords) ชะงัก:

    ความหวังของอิสราเอลและสหรัฐฯ ที่จะให้ซาอุดีอาระเบียฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิสราเอลอย่างสมบูรณ์แบบจะทำได้ยากขึ้นมาก เนื่องจากซาอุฯ เบือนหน้ามาสร้างพันธมิตรความมั่นคงกับโลกมุสลิมแทน

    ***3)... จะทำให้ซาอุดีอาระเบียคืนดีกับอิหร่านได้หรือไม่?

    การเชิญอิหร่านเป็นแผนดึงเข้ามาร่วมกรอบความมั่นคง:

    หากอิหร่านเข้าร่วม (หรืออย่างน้อยมีข้อตกลงไม่รุกรานกัน) จะเป็นการลดความขัดแย้งทางศาสนา (สุหนี่-ชีอะห์) และลดสงครามตัวแทน (Proxy Wars) ใน "เยเมน ซีเรีย และอิรัก"

    (... ซึ่งเป็นสาเหตุข้ออ้างที่ทำให้ประเทศตะวันตกเข้ามาแทรกแซงอ้างว่าจะปกป้องให้เรื่องความมั่นคง... )

    ... ผลลัพธ์: แม้จะไม่สามารถลบความระแวงระหว่างซาอุฯ กับอิหร่านออกไปได้ทั้งหมด แต่การให้พื้นที่อิหร่านในข้อตกลงความมั่นคงนี้จะช่วย "ลดความตึงเครียด" และป้องกันไม่ให้อิหร่านมองว่ากลุ่มนี้สร้างขึ้นมาเพื่อปิดล้อมตนเอง

    4)... จะเป็นการกำจัดอิทธิพลของสหรัฐฯ ในย่านอาหรับได้หรือไม่?

    ยังไม่สามารถได้กำจัดออกสิ้นเชิง แต่ลดการพึ่งพา (Hedging):

    ... ซาอุดีอาระเบียและประเทศอาหรับไม่ได้ต้องการตัดขาดจากสหรัฐฯ แต่ไม่ต้องการฝากชีวิตไว้กับฐานทัพหรือการคุ้มครองจากวอชิงตันเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป

    ลดอำนาจต่อรองของสหรัฐฯ:

    สหรัฐฯ จะไม่สามารถบีบหรือสั่งการกลุ่มประเทศอาหรับได้ง่ายเหมือนในอดีต เนื่องจากซาอุฯ มีตัวเลือกทางยุทธศาสตร์ใหม่ ทั้งความร่วมมือกับปากีสถาน-ตุรกี

    ***... รวมถึงความสัมพันธ์ทางการค้ากับจีนและรัสเซีย

    ข้อตกลงเมกกะฉบับนี้ไม่ได้ตั้งขึ้นมาเพื่อประกาศสงครามกับใครโดยตรง แต่เป็นการ "จัดระเบียบความมั่นคงใหม่โดยคนในภูมิภาคเอง" เพื่อลดการแทรกแซงจากมหาอำนาจตะวันตกและสร้างดุลอำนาจป้องปรามอิสราเอลไปในตัว

    https://www.facebook.com/share/1BjNHLJegQ/
     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,184
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ขบวนการแบ่งแยกดินแดนของโจรใต้กับช่องแคบมะละกา
    FB_IMG_1787618944266.jpg
    ให้สังเกตุดู โจรใต้ หรือพวกแบ่งแยกดินแดนภาคใต้ที่เฮิมเกริมก่อการร้ายอย่างรุนแรงเพิ่มดีกรีขึ้นเรื่อยๆเกือบรายวัน สอดคล้องกับผลประโยชน์ด้านยุทธศาสตร์ของมหาอำนาจตะวันตกที่การเริ่มให้ความสำคัญกับช่องแคบมะละกา เพื่อที่จะสกัดอิทธิพลของจีนไม่ให้ก้าวขึ้นมาเป็นมหาอำนาจโลก

    ความแย้งของสงครามช่องแคบฮอร์มุซกำลังจะเคลื่อนย้ายมายังช่องแคบมะละกา

    อิหร่านสามารถทำสงครามชนะสหรัฐได้ ทำให้ควบคุมฮอร์มุซได้ เมื่อคุมฮอร์มุซได้เท่ากับคุมพลังงาน20%ของโลกอยู่ในมือ ทำให้อิหร่านกลายเป็นมหาอำนาจเบอร์4ของโลกในทันที

    จีนจะไม่สามารถทำการค้า นำเข้าส่งออกได้อย่างปกติ เศรษฐกิจจะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง หากช่องแคบมะละกา ซึ่งเป็นจุดคอขวดของเส้นทางการเดินเรือทะเลที่สำคัญที่สุดในโลก ถูกสหรัฐควบคุม เหมือนกับที่ประเทศในอ่าวเปอร์เซียไม่สามารถส่งออกน้ำมัน และก๊าซได้ เพราะว่าต้องใช้เส้นทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซที่อิหร่านควบคุมอยู่

    หากจะคุมช่องแคบมะละกาได้ สหรัฐต้องสร้างอิทธิพลเหนืออินโดเนเซีย มาเลย์เซีย และไทยให้ได้ สิงคโปร์ไม่ต้องพูดถึง เพราะว่าเป็นฐานของอังกฤษและสหรัฐมาช้านานแล้ว

    อินโดเนเซียพยายามเหยียบเรือสองแคมในการเดินเกมการเมืองระหว่างประเทศ โดยจะเน้นมาทางการสร้างสัมพันธ์กับจีนและกลุ่มBRICS ด้วยเหตุนี้ อินโดเนเซียจึงตกเป็นเป้าของการทำลาย จะเห็นเรื่องแผ่นดินไหวเกิดขึ้นบ่อยๆ การเมืองมีความวุ่นวายแตกแยก ค่าเงินถูกโจมตี ระบบการเงินและเศรษฐกิจมีรอยร้าว

    มาเลย์เซียกลับดูนิ่งๆ ยังไม่เห็นอะไรวุ่นวาย หรือว่าสมยอมไปแล้ว

    ส่วนไทยกำลังถูกครอบงำ ผ่านความพยายามของสหรัฐที่จะเร่งฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางทหารกับกองทัพไทยให้แนบชิดยิ่งขึ้น

    พวก ย ยักษ์ที่อพยพเข้ามาสร้างฐานถาวรเพื่อสร้างเครือข่ายทางภาคใต้ ทั้งฝั่งอันดามันและอ่าวไทยจะเน้นเรื่องสอดแนมข้อมูล หรืออาจจะกระทำการมิดีมิร้ายอะไรก็ได้ เพราะว่าถนัดเรื่องนี้อยู่แล้ว

    สอดคล้องกับพวกโจรใต้ที่วางแผนยึดยะลา นราธิวาส และปัตตานี รวมทั้งพื้นที่ส่วนหนึ่งของสงขลา เพื่อเป็นฐานของมหาอำนาจตะวันตกในการใช้บำรุงกำลัง ระบบโลจิสติกส์ในศึกช่องแคบมะละกาที่จะประทุขึ้นอย่างรุนแรงในอันดับต่อไป

    คนไทยอ่านเกมศึกมะละกาไม่ออก และไม่มีมาตรการในการรับมือก็เตรียมสิ้นชาติได้ ในขณะเดียวกันมีคนไทยที่ขายชาติมากเหลือเกิน คงจะสายเกินไปที่จะแก้ไขอะไรได้แล้ว สิ่งที่จะเกิดต่อไปเป็นเรื่องตามเวรตามกรรมของมัน
    25/68/2026
    https://www.facebook.com/share/1CAYcy2MM2/
     
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,184
    ค่าพลัง:
    +97,153
    มอสโก: ทหารรับจ้างต่างชาติ 20,000 คนอยู่ในกองทัพยูเครน

    “โรดิออน มิโรชนิก เอกอัครราชทูตประจำภารกิจพิเศษของกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย ประกาศว่า วันนี้ยูเครนเป็นผู้ละเมิดกฎหมายและบรรทัดฐาน ซึ่งครอบครองขีดความสามารถทางทหารอันทรงพลังของบริษัทตะวันตกขนาดใหญ่”

    เอกอัครราชทูตประจำภารกิจพิเศษของกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียกล่าวเสริมว่า “ภายใต้เงื่อนไขเหล่านี้ เป้าหมายและภารกิจของรัสเซียคือการทำลายขีดความสามารถทางทหารทั้งหมดของยูเครน รัฐบาลเคียฟเพิกเฉยต่อกฎหมายระหว่างประเทศ”

    “โรดิออน มิโรชนิก” กล่าวเสริมว่า “จำนวนทหารรับจ้างต่างชาติในกองกำลังติดอาวุธของยูเครนอาจสูงถึง 20,000 คน”

    ข่าวโลกที่3

    https://www.facebook.com/share/p/18EVjBxHQT/
     
  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,184
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ห้าง Karavan ในเมืองดนีโปร ยูเครน ถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธร่อน Banderol ของรัสเซียจำนวน 2 ลูก และขณะนี้กำลังลุกไหม้

    ห้าง "Karavan" ในเมืองดนีโปร ถือเป็นห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุดของเมือง และยังเป็นหนึ่งในศูนย์การค้าที่ใหญ่ที่สุดในฝั่งตะวันออกของยูเครนอีกด้วย

    #ข่าวต่างประเทศ #ยูเครน #รัสเซีย #Orbitwire

    https://www.facebook.com/share/14nCpP2ehqV/
     
  18. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,184
    ค่าพลัง:
    +97,153
    กลุ่มฮูตียังคงทำสงครามทางทะเลกับซาอุดีอาระเบียต่อไป เรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่งถูกโจมตีและเกิดไฟไหม้ในทะเลแดงตอนเหนือ ตามรายงานของ UKMTO

    เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นทางตะวันตกของท่าเรือน้ำมันของซาอุดีอาระเบียในเมืองยานบู ซึ่งอยู่ห่างจากเยเมนที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่มฮูตีประมาณ 1,000 กิโลเมตร

    สิ่งที่น่าสนใจในการโจมตีเรือครั้งนี้ คือการที่กลุ่มฮูตี โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย ซึ่งอยู่ห่างจากชายฝั่งเยเมนประมาณ 1,000 กิโลเมตร

    ในแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ กลุ่มอันซาร์ อัลลาห์ (ฮูตี) ระบุว่า เรือบรรทุกน้ำมันอัมซานของซาอุดีอาระเบียถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธสำเร็จ

    หากเป็นเช่นนั้น ระยะยิงขีปนาวุธ 1,000 กม. ชี้ชัดว่าอาวุธอิหร่านรุ่นที่คล้ายกันก็สอยเป้าหมายได้สบาย โดยเฉพาะเรือบรรทุกน้ำมันยักษ์ที่ตกเป็นเป้านิ่งในระยะนี้

    #ข่าวต่างประเทศ #เยเมน #ซาอุดีอาระเบีย #ฮูตี #Orbitwire

    https://www.facebook.com/share/p/1YtVPzzKnf/
     
  19. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,184
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ทางการจีนยืนยันแล้ว “ผักกาดขาวจุ่มฟอร์มาลิน” ในมณฑลเหอเป่ยเป็นเรื่องจริง ผลสอบเบื้องต้นพบผู้ค้าส่งใช้สารผิดกฎหมายรักษาความสด ก่อนขนส่งออกสู่ตลาด ตำรวจคุมตัวผู้เกี่ยวข้อง พร้อมสั่งไล่ตรวจเส้นทางผักและสุ่มตรวจทั่วประเทศ
    .
    กรณี “ผักกาดขาวจุ่มฟอร์มาลิน” ในมณฑลเหอเป่ย ที่เป็นไวรัลทั่วโซเชียลจีน ล่าสุดทางการจีนยืนยันแล้วว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามีการใช้สารฟอร์มาลดีไฮด์เพื่อรักษาความสดของผักอย่างผิดกฎหมายจริง และขณะนี้เรื่องได้ขยายจากการสอบสวนระดับท้องถิ่นไปสู่การดำเนินการของหน่วยงานส่วนกลางแล้ว
    .
    CCTV News สื่อหลักของจีน รายงานเมื่อวันนี้ 23 สิงหาคม 2569 ว่า สำนักงานคณะกรรมการความปลอดภัยด้านอาหารแห่งคณะรัฐมนตรีจีน กระทรวงเกษตรและกิจการชนบท และสำนักงานกำกับดูแลตลาดแห่งรัฐ ได้สั่งการให้หน่วยงานในพื้นที่เร่งสอบสวนและดำเนินการกับกรณีดังกล่าวอย่างเคร่งครัดและรวดเร็วตามกฎหมาย
    .
    หนึ่งในภารกิจสำคัญคือการเร่งติดตามเส้นทางของผักกาดขาวที่เกี่ยวข้องว่าถูกส่งไปยังพื้นที่ใดบ้าง เพื่อป้องกันไม่ให้สินค้าที่มีปัญหาเข้าสู่ตลาด
    .
    ขณะเดียวกัน ทางการยังสั่งให้รัฐบาลท้องถิ่นทั่วประเทศเร่งสุ่มตรวจและตรวจสอบตลาดเป็นกรณีพิเศษ โดยเน้นผักที่เน่าเสียง่าย เช่น ผักกาดขาว หากพบการกระทำที่ผิดกฎหมายหรือฝ่าฝืนข้อกำหนด จะต้องดำเนินการอย่างเข้มงวดโดยไม่มีการผ่อนปรน
    .
    ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม บล็อกเกอร์รายหนึ่งเผยแพร่คลิปจากอำเภอคังเป่า เมืองจางเจียโข่ว มณฑลเหอเป่ย โดยอ้างว่าผักกาดขาวหลายล็อตที่สุ่มตรวจถูกนำไปจุ่มในสารละลายฟอร์มาลดีไฮด์ก่อนขึ้นรถบรรทุก เพื่อช่วยรักษาความสดระหว่างการขนส่ง
    .
    หลังคลิปเผยแพร่ ทางการอำเภอคังเป่าได้ระดมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งฝ่ายเกษตรและกิจการชนบท หน่วยงานกำกับดูแลตลาด และตำรวจ เข้าตรวจสอบพื้นที่ทันที
    .
    ผลการสอบสวนเบื้องต้นยืนยันว่าสิ่งที่ปรากฏในคลิปเป็นเรื่องจริง โดยพบว่าผู้ค้าส่งใช้สารละลายฟอร์มาลดีไฮด์อย่างผิดกฎหมายระหว่างการบรรทุกและขนส่งผัก เพื่อพยายามรักษาความสดของสินค้า
    .
    ตำรวจจีนได้ใช้มาตรการบังคับตามกฎหมายกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงรถที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ ขณะที่คดียังอยู่ระหว่างการสอบสวนเพิ่มเติม
    .
    นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังเร่งติดตามว่าผักกาดขาวที่ได้รับผลกระทบถูกกระจายและขนส่งไปที่ใดบ้าง พร้อมตรวจสอบกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการรับซื้อ การขนส่ง และการจำหน่ายผักในพื้นที่อย่างครอบคลุม เพื่อค้นหาและจัดการกับการกระทำในลักษณะเดียวกัน
    .
    ทางการคังเป่าระบุว่า หากพบการกระทำที่ผิดกฎหมายหรือไม่เป็นไปตามข้อกำหนด จะดำเนินการอย่างเคร่งครัดตามกฎหมาย เพื่อรับประกันความปลอดภัยของอุปทานผัก
    .
    ด้าน People’s Daily อีกหนึ่งสื่อหลักของจีน ยังเผยแพร่ข้อมูลว่า ผู้ค้าส่งใช้ฟอร์มาลดีไฮด์เพื่อลดความเสียหายระหว่างการขนส่งและทำให้ผักมีรูปลักษณ์ที่ดีขึ้น โดยระบุว่าการกระทำดังกล่าวมีลักษณะร้ายแรงอย่างยิ่ง
    .
    กฎหมายความปลอดภัยด้านอาหารและกฎหมายว่าด้วยคุณภาพและความปลอดภัยของสินค้าเกษตรของจีนกำหนดว่า การใช้สารรักษาความสด สารกันเสีย หรือสารอื่นๆ ในการบรรจุ เก็บรักษา และขนส่งสินค้าเกษตร ต้องเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยด้านอาหารของประเทศ ขณะที่ฟอร์มาลดีไฮด์ ซึ่งถูกจัดเป็นสารก่อมะเร็งกลุ่ม 1 ถูกห้ามนำมาเติมหรือใช้กับอาหาร
    .
    People’s Daily วิจารณ์ด้วยว่า ผู้ค้าส่งเหล่านี้ให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจเฉพาะหน้า แต่กลับละเลยชีวิตและสุขภาพของผู้บริโภค ถือเป็นการข้ามทั้ง “เส้นแดงทางกฎหมาย” และ “เส้นพื้นฐานทางศีลธรรม” อีกทั้งยังสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงของสินค้าเกษตรในพื้นที่ และทำให้เกษตรกรที่ปฏิบัติตามกฎต้องได้รับผลกระทบไปด้วย

    #อ้ายจง #เล่าเรื่องเมืองจีน #ชีวิตในจีน
    https://www.facebook.com/share/p/18Mh3wQpBz/
     
  20. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,184
    ค่าพลัง:
    +97,153
    จีนปรับกฎลงทุนต่างประเทศ รับมือความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์
    บริษัทจีนต้องรายงานทันที หากถูกกดดันให้ส่งมอบเทคโนโลยี-ข้อมูล หรือ ขายทรัพย์สินที่กระทบความมั่นคง
    พร้อมเปิดทางใช้มาตรการตอบโต้
    หากนักลงทุนจีนถูกเลือกปฏิบัติ

    https://www.facebook.com/share/p/1EdeQswwZk/
     

แชร์หน้านี้

Loading...