ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,184
    ค่าพลัง:
    +97,153
    FT แฉโครงการลับ! รัสเซียกำลังช่วยอิหร่านพัฒนา “ขีปนาวุธร่อนความเร็วเหนือเสียง” หวังสร้างอาวุธรุ่นใหม่ที่สามารถคุกคามเรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐฯ

    Financial Times (FT) เปิดเผยว่า รัสเซียกำลังให้ความช่วยเหลืออิหร่านอย่างลับๆ ในการพัฒนา “ขีปนาวุธร่อนความเร็วเหนือเสียง” (Supersonic Cruise Missiles) ภายใต้โครงการลับรหัส C430L ซึ่งเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2023 และยังคงดำเนินต่อเนื่องมาจนถึงปี 2026 แม้สงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านจะปะทุขึ้นแล้วก็ตาม

    FT ยังระบุอีกว่า โครงการดังกล่าวดึงผู้เชี่ยวชาญด้านขีปนาวุธระดับสูงของรัสเซีย เข้ามาช่วยอิหร่านพัฒนาระบบขับเคลื่อน Ramjet ซึ่งจะทำให้ขีปนาวุธร่อนสามารถรักษาความเร็วได้หลายเท่าของความเร็วเสียง โดยผู้เชี่ยวชาญประเมินว่าเทคโนโลยีดังกล่าวเกือบจะแน่นอนว่ามีเป้าหมายสำหรับนำไปใช้กับ ขีปนาวุธต่อต้านเรือและขีปนาวุธโจมตีภาคพื้นดิน

    ความสำคัญของโครงการนี้อยู่ที่ หากอิหร่านสามารถพัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าวจนสำเร็จ จะทำให้เตหะรานมีอาวุธเชิงยุทธศาสตร์รูปแบบใหม่ที่สามารถ คุกคามเรือบรรทุกเครื่องบินและเรือรบของกองทัพเรือสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง เนื่องจากขีปนาวุธร่อนความเร็วเหนือเสียงสามารถบินด้วยความเร็วสูงในระดับต่ำ ทำให้ระบบป้องกันภัยทางอากาศมีเวลาในการตรวจจับและสกัดกั้นน้อยลง

    การสืบสวนของ FT อาศัย เอกสารติดต่อของรัสเซียที่รั่วไหล บันทึกการเดินทาง และการวิเคราะห์สิทธิบัตรทางทหาร โดยพบว่าโครงการนี้ดำเนินการผ่าน Rosoboronexport รัฐวิสาหกิจส่งออกอาวุธของรัสเซีย ซึ่งประสานงานกับ NPO Mashinostroyenia บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีขีปนาวุธของรัสเซีย

    FT ระบุอีกว่า อิหร่านสามารถสร้างและทดสอบการบินของระบบ Ramjet ได้แล้ว โดยวิศวกรรัสเซียได้วิเคราะห์ข้อมูลจากการทดสอบของอิหร่าน พร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับระบบเชื้อเพลิง เสถียรภาพของการเผาไหม้ ช่องรับอากาศ และหัวฉีดเครื่องยนต์ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานว่าขีปนาวุธร่อนความเร็วเหนือเสียงที่พัฒนาด้วยความช่วยเหลือของรัสเซียถูกนำเข้าประจำการจริง

    โครงการ C430L จึงไม่ได้เป็นเพียงการส่งมอบอาวุธสำเร็จรูปให้แก่อิหร่าน แต่เป็น การถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีทางทหารระดับสูงจากรัสเซีย เพื่อให้อิหร่านสามารถพัฒนาอาวุธประเภทนี้ได้ด้วยตนเองในอนาคต ซึ่ง FT ระบุว่า ถือเป็นหนึ่งในการถ่ายทอดเทคโนโลยีทางทหารเชิงยุทธศาสตร์จากมอสโกไปยังเตหะรานครั้งสำคัญที่สุดเท่าที่มีข้อมูลเปิดเผยออกมา

    https://www.facebook.com/share/p/1BtzUDamnN/
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,184
    ค่าพลัง:
    +97,153
    FB_IMG_1788348420902.jpg

    สถานีรถไฟใต้ดินในกรุงเคียฟอัดแน่นไปด้วยชาวเมือง หลังสัญญาณเตือนภัยทางอากาศดังขึ้น ผู้คนจำนวนมากต้องลงมาหลบภัยใต้ดินอีกครั้ง ภาพที่เห็นสะท้อนถึงความตึงเครียดที่สะสมในหมู่ชาวเมือง หลังต้องเผชิญกับสัญญาณเตือนและการโจมตีอย่างต่อเนื่อง


    https://www.facebook.com/share/p/1D86NorKcJ/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,184
    ค่าพลัง:
    +97,153
    รู้หรือไม่? ทหารสหรัฐฯ “ห้ามซื้อบริการทางเพศ” หากฝ่าฝืน จะมีความผิดตามกฎหมายทหาร

    หนึ่งในบทบัญญัติของกฎหมายทหารสหรัฐฯ ที่กำหนด ความผิดฐานซื้อบริการจากผู้ค้าประเวณี (Patronizing a Prostitute) ไว้อย่างชัดเจน คือ มาตรา 134 แห่งประมวลกฎหมายยุติธรรมทางทหาร ว่าด้วยการจัดหาบุคคลเพื่อค้าประเวณีและการค้าประเวณี (UCMJ Article 134 — Pandering and Prostitution) โดยกำหนดองค์ประกอบของความผิดไว้ว่า

    (a) ผู้ถูกกล่าวหา มีเพศสัมพันธ์กับบุคคลอื่นซึ่งไม่ใช่คู่สมรสของตน (engaged in a sexual act with another person not the accused’s spouse)

    (b) ผู้ถูกกล่าวหา บังคับ ชักจูง ล่อลวง หรือจัดหาให้บุคคลดังกล่าวมีเพศสัมพันธ์ เพื่อแลกกับเงินหรือค่าตอบแทนอื่น (compelled, induced, enticed, or procured such person to engage in a sexual act in exchange for money or other compensation)

    (c) การกระทำดังกล่าว เป็นการกระทำโดยมิชอบ (this act was wrongful)

    (d) เมื่อพิจารณาจากพฤติการณ์แล้ว การกระทำนั้น เป็นผลเสียต่อระเบียบและวินัยอันดีของกองทัพ หรือมีลักษณะทำให้กองทัพเสื่อมเสียชื่อเสียง หรือเข้าข่ายทั้งสองประการพร้อมกัน (to the prejudice of good order and discipline in the armed forces; was of a nature to bring discredit upon the armed forces; or both)

    บทลงโทษสูงสุดสำหรับ ความผิดฐานซื้อบริการทางเพศ (Patronizing a Prostitute) ถูกกำหนดไว้ถึงขั้น “ปลดออกจากกองทัพแบบเสียเกียรติ ริบเงินเดือนและเบี้ยเลี้ยงทั้งหมด และจำคุก 1 ปี” (Dishonorable discharge, forfeiture of all pay and allowances, and confinement for 1 year.)

    อย่างไรก็ตาม มาตรา 134 ไม่ใช่บทบัญญัติเพียงมาตราเดียวที่อาจนำมาใช้ลงโทษทหารสหรัฐฯ ในกรณีที่เกี่ยวข้องหรือมีพฤติการณ์อื่นประกอบ เพราะกำลังพลสหรัฐฯ ยังอยู่ภายใต้กฎหมาย คำสั่ง และระเบียบทางทหารอีกหลายประการ

    ตัวอย่างเช่น มาตรา 92 ว่าด้วยการไม่ปฏิบัติตามคำสั่งหรือระเบียบ (Article 92 — Failure to Obey Order or Regulation) ซึ่งครอบคลุมทั้งการฝ่าฝืนคำสั่งหรือระเบียบทั่วไปที่ชอบด้วยกฎหมาย การไม่ปฏิบัติตามคำสั่งที่ตนมีหน้าที่ต้องปฏิบัติ และการละเลยต่อหน้าที่ โดยผู้ฝ่าฝืนสามารถถูกลงโทษตามที่ศาลทหารกำหนดได้

    หากเป็น "นายทหารสัญญาบัตร" (ยศร้อยตรีขึ้นไป) ยังมี มาตรา 133 ว่าด้วยการประพฤติตนไม่เหมาะสมกับการเป็นนายทหาร (Article 133 — Conduct Unbecoming an Officer) ซึ่งสามารถใช้กับนายทหารสัญญาบัตร รวมถึงนักเรียนนายร้อยและนักเรียนนายเรือ ที่ถูกตัดสินว่ามีพฤติกรรมไม่เหมาะสมกับสถานะของตนได้อีกด้วย

    และหากพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับ การค้ามนุษย์ การบังคับ การหลอกลวง การแสวงหาประโยชน์ทางเพศ หรือผู้เยาว์ ก็อาจมีความผิดอื่นที่ร้ายแรงกว่าการซื้อบริการทางเพศธรรมดาเข้ามาเกี่ยวข้องอีก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ของแต่ละกรณี

    ดังนั้น การเป็นทหารสหรัฐฯ ไม่ได้หมายความว่าเมื่อเดินทางออกนอกประเทศแล้วจะสามารถทำอะไรก็ได้ "ตามใจปรารถนา" อย่างแน่นอน เพราะนอกจากต้องเคารพกฎหมายของประเทศที่เดินทางไปแล้ว พวกเขายังอยู่ภายใต้ ประมวลกฎหมายยุติธรรมทางทหารสหรัฐฯ (UCMJ) รวมถึงคำสั่งและระเบียบของกองทัพ ซึ่งยังคงมีผลบังคับใช้กับกำลังพล และการกระทำบางอย่างที่อาจดูเหมือนเป็นเรื่องส่วนตัว ก็สามารถกลายเป็นความผิดทางทหารและส่งผลกระทบต่ออาชีพรับราชการได้

    https://www.facebook.com/share/p/19EVVB9451/
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,184
    ค่าพลัง:
    +97,153
    โจชัว หว่อง รับสารภาพข้อหา “สมคบคิดกับต่างชาติ” คดีความมั่นคงแห่งชาติรอบสอง เสี่ยงโทษสูงสุดถึงจำคุกตลอดชีวิต
    FB_IMG_1788348530342.jpg
    โจชัว หว่อง (Joshua Wong) นักเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยชื่อดังของฮ่องกง วัย 29 ปี ให้การรับสารภาพต่อศาลสูงฮ่องกงในวันนี้ (2 ก.ย.) ในข้อหาสมคบคิดกับบุคคลหรือองค์กรต่างชาติ ซึ่งเป็นความผิดภายใต้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ และมีโทษสูงสุดถึงจำคุกตลอดชีวิต

    ขณะนี้หว่อง ยังรับโทษจำคุก 4 ปี 8 เดือน จากคดีสมคบคิดเพื่อบ่อนทำลายอำนาจรัฐอีกคดีหนึ่ง ซึ่งเกี่ยวข้องกับการจัดการเลือกตั้งขั้นต้นอย่างไม่เป็นทางการของฝ่ายประชาธิปไตยในปี 2020 โดยเดิมมีกำหนดพ้นโทษในปีหน้า แต่การรับสารภาพในคดีใหม่นี้ทำให้เขาอาจต้องอยู่ในเรือนจำต่อไปอีกหลายปี หรือหากศาลเห็นว่าความผิดมีลักษณะร้ายแรง อาจได้รับโทษสูงสุดถึงจำคุกตลอดชีวิต


    https://www.facebook.com/share/p/19GEMobQmv/
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,184
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุดินถล่มครั้งใหญ่ในเนปาล ณ วันที่ 1 กันยายน เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 1,093 ราย

    ล่าสุดช่วงเช้าวันที่ 2 กันยายน มีรายงานพบผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 1,127 ราย ขณะที่ยังมีผู้สูญหายอีกมากถึง 4,858 ราย ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยยังคงเร่งค้นหาผู้สูญหายในหลายพื้นที่ต่อไป

     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,184
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สะเทือนใจ! สาววัย 20 กว่า ทำงานดูแลผู้สูงอายุ แต่ต้องเจอ “เซ็กซ์ฮาราสต์” ซ้ำๆ จนร้องไห้กลางงาน

    หญิงสาววัย 20 กว่าปีในญี่ปุ่น ซึ่งใช้นามสมมติว่า “คิโอจิ ฮารุกะ” ทำงานเป็นผู้ดูแลผู้สูงอายุ หลังเรียนจบมหาวิทยาลัย เธอเลือกทำงานด้านการดูแลผู้สูงอายุ เพราะเคยได้รับความรักและการดูแลจากปู่ย่าตายาย และอยากทำงานที่ได้ช่วยเหลือสังคม

    เธอบอกว่า ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี บางคนกล่าวขอบคุณและเอ็นดูเธอเหมือนหลาน ทำให้รู้สึกว่างานนี้มีคุณค่ามาก

    แต่ในอีกด้านหนึ่ง เธอต้องเผชิญทั้งคำพูดกดดัน ดูถูก และพฤติกรรมคุกคามทางเพศจากผู้ใช้บริการบางราย จนกลายเป็นความเครียดสะสมและเริ่มคิดว่า

    “ไม่อยากไปทำงานแล้ว…”

    ช่วงปีแรก เธอมักถูกพูดใส่ เช่น “เด็กขนาดนี้จะดูแลไหวเหรอ” “อย่าเอาฉันมาเป็นหนูทดลอง” หรือ “ทำไม่เก่งเลย เปลี่ยนคนอื่นมาทำแทน”

    เธอพยายามทำความเข้าใจว่า ผู้สูงอายุบางคนมีภาวะสมองเสื่อมและอารมณ์ฉุนเฉียวง่าย จึงอาจพูดบางอย่างออกมาโดยไม่ได้สะท้อนตัวตนที่แท้จริงของพวกเขา

    แต่สิ่งที่เธอรับมือได้ยากที่สุดกลับเป็น “การคุกคามทางเพศ”

    ระหว่างช่วยเหลือผู้สูงอายุ เธอถูกลูบต้นขา ถูกกอดรัดแนบตัวตอนย้ายขึ้นรถเข็น รวมถึงถูกจับมือแล้วไม่ยอมปล่อย พฤติกรรมเหล่านี้เกิดขึ้นอยู่เป็นประจำ

    ที่ทำงานของเธอมีเจ้าหน้าที่อายุมากจำนวนมาก และมีผู้หญิงวัย 20 กว่าอยู่เพียงประมาณ 2 คน เธอจึงคิดว่าอาจทำให้ถูกหมายตาเป็นพิเศษ

    หนึ่งในผู้ใช้บริการชายที่สร้างปัญหาหนักที่สุดเป็นชายวัยเกือบ 80 ปี

    ในช่วงแรก เขาเริ่มจากการจับมือและจับบริเวณเสื้อผ้าของเธอ ก่อนจะพูดจาล่วงละเมิดมากขึ้นเรื่อยๆ เช่น แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับรูปร่างของเธอ และพูดเรื่องทางเพศต่อหน้าคนอื่น เพื่อดูปฏิกิริยาว่าเธอจะเขินอายหรือไม่สบายใจแค่ไหน

    แม้ชายคนนี้จะมีด้านที่พูดตลกและทำให้บรรยากาศผ่อนคลาย แต่เธอรู้สึกว่าเขากลับสนุกกับการเห็นเธอทำหน้าอึดอัด

    เธอเคยได้ยินว่ามีผู้ใช้บริการบางคนถึงขั้นแสดงพฤติกรรมล่วงละเมิดระหว่างการอาบน้ำ หัวหน้าจึงพยายามป้องกัน โดยไม่ให้เธอเป็นคนดูแลชายคนดังกล่าวในช่วงอาบน้ำ

    เพื่อนร่วมงานและรุ่นพี่บางคนก็ช่วยเหลือ โดยเฉพาะเวลาที่ทำงานกัน 2 คน รุ่นพี่จะเข้ามารับช่วงต่อหรือช่วยพูดให้สถานการณ์ผ่านไปได้

    แต่คำแนะนำบางอย่างกลับทำให้เธอรู้สึกช็อก

    มีรุ่นพี่บางคนบอกว่า

    “เอาจริงๆ ปล่อยให้เขาจับไปก็ได้ บางครั้งเขาจะได้อยู่นิ่งๆ ทำงานง่ายขึ้น ถึงจะรู้สึกไม่ดีก็เถอะ”

    เธอจึงต้องอดทนและพยายามรับมือกับสถานการณ์เหล่านี้ต่อไป

    เพราะไม่สามารถทำงานกัน 2 คนได้ตลอดเวลา การคุกคามจึงยังเกิดขึ้นเมื่อมีจังหวะ

    จนวันหนึ่ง เหตุการณ์รุนแรงเกินกว่าที่เธอจะรับไหว

    ชายสูงอายุคนดังกล่าวสอดมือเข้ามาระหว่างขาของเธอและขยับมือไปมา พร้อมพูดในลักษณะล่วงละเมิดทางเพศ

    ครั้งนั้นเธอตกใจจนลืมไปว่าตัวเองกำลังอยู่ในเวลางาน ก่อนจะตะโกนเสียงดังและร้องไห้ออกมา

    รุ่นพี่รีบเข้ามาช่วย แต่ชายคนดังกล่าวกลับปฏิเสธทุกอย่าง โดยยืนยันว่า

    “ไม่ได้ทำ ไม่ได้พูด”

    เหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบต่อจิตใจของเธออย่างมาก จนหมดกำลังใจในการทำงานและถึงขั้นคิดว่าจะลาออกจากสถานดูแลผู้สูงอายุแห่งนี้

    แต่ครั้งนี้หัวหน้าของเธอไม่ปล่อยให้เรื่องจบลงเพียงแค่การเตือนผู้ใช้บริการ

    หัวหน้าตัดสินใจบันทึกพฤติกรรมการคุกคามทั้งหมดที่เกิดขึ้น และนำข้อมูลไปพูดคุยกับลูกชายและลูกสะใภ้ของชายคนดังกล่าว

    ที่สำคัญคือ หัวหน้าให้ชายผู้ก่อเหตุเข้าร่วมอยู่ในเหตุการณ์พูดคุยด้วย

    ครอบครัวของชายสูงอายุได้ทราบถึงสิ่งที่เกิดขึ้น และกล่าวขอโทษต่อเธอ

    หลังจากนั้น พฤติกรรมคุกคามทางเพศก็หยุดลง

    เธอมองว่า แม้ก่อนหน้านี้ชายคนดังกล่าวจะทำเหมือนไม่รู้ไม่เห็นและปฏิเสธสิ่งที่ตัวเองทำ แต่จริงๆ แล้วเขาอาจรู้ตัวอยู่ไม่น้อย และเมื่อเรื่องถูกเปิดเผยต่อหน้าลูกชายและลูกสะใภ้ เขาอาจรู้สึกอับอาย จึงไม่ทำอีก

    แม้เหตุการณ์จะทำให้เธอเคยหมดศรัทธากับงานและคิดจะลาออก แต่สุดท้ายเธอยังคงทำงานอยู่ที่เดิม

    เธอยอมรับว่า ปัญหาการคุกคามในสถานดูแลผู้สูงอายุยังไม่ได้หายไปทั้งหมด แต่เมื่อมีประสบการณ์มากขึ้น เธอก็เริ่มเรียนรู้วิธีรับมือและหลีกเลี่ยงสถานการณ์ต่างๆ ได้ดีขึ้น

    เรื่องนี้สะท้อนอีกด้านของงานดูแลผู้สูงอายุที่หลายคนอาจไม่เคยมองเห็น

    เพราะแม้ผู้สูงอายุจะเป็นผู้ที่ต้องได้รับการดูแลและความช่วยเหลือ แต่เจ้าหน้าที่เองก็เป็นคนคนหนึ่งที่ควรได้รับความเคารพและมีสิทธิ์ที่จะทำงานในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยเช่นกัน

    และคำว่า “เป็นงานบริการ” ไม่ควรหมายความว่าเจ้าหน้าที่ต้องยอมถูกล่วงละเมิดเพื่อให้งานดำเนินต่อไปได้

    ที่มา: บทความจากสื่อญี่ปุ่นในคอลัมน์ “คดีของผู้หญิง” รายงานโดย มิโดริ โอซาวะ
    วันที่เผยแพร่: 1 กันยายน 2026
    เวลา: ไม่ระบุในต้นฉบับที่นำมาเผยแพร่

    #ข่าวญี่ปุ่น #ญี่ปุ่น #สังคมญี่ปุ่น #คนดูแลผู้สูงอายุ #ผู้ดูแลผู้สูงอายุ #เซ็กซ์ฮาราสต์ #การคุกคามทางเพศ #โมราฮาราสต์ #ที่ทำงาน #ผู้สูงอายุ #เรื่องราวจากญี่ปุ่น
    https://www.facebook.com/share/19Akq7J6UW/
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,184
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ญี่ปุ่นเตรียมทุ่มงบกว่า 6.1 แสนล้านเยน เดินหน้าตรึงราคาน้ำมันต่อ หลังสถานการณ์ตะวันออกกลางยังไม่แน่นอน

    รัฐบาลญี่ปุ่นตัดสินใจใช้งบประมาณสำรองของปีงบประมาณนี้ 6,160 ล้านล้านเยน เพื่อเดินหน้ามาตรการช่วยพยุงราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ทั้งน้ำมันเบนซิน น้ำมันดีเซล และน้ำมันหนัก หลังสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังส่งผลให้ราคาน้ำมันผันผวน

    มาตรการดังกล่าวเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา เพื่อป้องกันไม่ให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะ ราคาน้ำมันเบนซินที่รัฐบาลพยายามควบคุมให้อยู่ที่ประมาณ 170 เยนต่อลิตร

    รัฐบาลระบุว่า ต้องการลดผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ จึงตัดสินใจเดินหน้ามาตรการนี้ต่อไป

    งบกว่า 6,000 ล้านล้านเยน แบ่งไปไหนบ้าง?

    จากงบประมาณสำรองทั้งหมด 6,160 ล้านล้านเยน

    6,136 ล้านล้านเยน จะนำไปเพิ่มเงินให้กองทุนที่ใช้เป็นแหล่งเงินสำหรับมาตรการพยุงราคาน้ำมัน

    อีก 24,000 ล้านเยน จะนำไปช่วยเหลือผู้ประกอบการแท็กซี่ที่ใช้ก๊าซ LPG เป็นเชื้อเพลิง

    ✈️ แล้วน้ำมันเครื่องบินล่ะ?

    รัฐบาลจะปรับรูปแบบการช่วยเหลือน้ำมันเครื่องบิน โดยจะ เน้นสนับสนุนเที่ยวบินภายในประเทศมากขึ้น และเพิ่มจำนวนเงินอุดหนุน

    ส่วน เที่ยวบินระหว่างประเทศจะยุติการสนับสนุน

    รัฐบาลให้เหตุผลว่า ต้องการเน้นความช่วยเหลือไปยังเที่ยวบินภายในประเทศ ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับการเดินทางและชีวิตประจำวันของประชาชน

    ️ รัฐบาลยังไม่กำหนดว่าจะยุติมาตรการเมื่อไร

    รัฐมนตรีเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรม อากาซาวะ กล่าวว่า รัฐบาลจะจับตาดูอย่างใกล้ชิดว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลางจะส่งผลต่อราคาสินค้าและเศรษฐกิจญี่ปุ่นอย่างไร

    พร้อมระบุว่า จะพิจารณารูปแบบการช่วยเหลืออย่างยืดหยุ่นต่อไป ทั้งเรื่อง จำนวนเงินอุดหนุนต่อหน่วย รวมถึงแนวทางและจังหวะในการยุติมาตรการ

    ด้าน คิฮาระ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี กล่าวว่า สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงไม่แน่นอน และเป็นเรื่องยากที่จะคาดการณ์ทิศทางราคาน้ำมันดิบ รัฐบาลจึงจำเป็นต้องจัดสรรงบประมาณเพื่อปกป้องชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน และไม่ให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจได้รับผลกระทบ

    ส่วนเงินช่วยเหลือแท็กซี่ที่ใช้ LPG นั้น รัฐบาลระบุว่า เป็นการเดินหน้าช่วยเหลือต่อเนื่องในลักษณะเดียวกับที่ผ่านมา เพื่อให้เกิดความเหมาะสมเมื่อเทียบกับผู้ประกอบการที่ใช้น้ำมันเบนซิน

    สรุปง่าย ๆ: ญี่ปุ่นยังเดินหน้าพยุงราคาน้ำมันต่อ โดยใช้งบประมาณสำรองกว่า 6,160 ล้านล้านเยน ขณะที่ราคาน้ำมันเบนซินยังตั้งเป้าให้อยู่ราว 170 เยนต่อลิตร และรัฐบาลยังเปิดทางให้ปรับหรือยุติมาตรการในอนาคตตามสถานการณ์ราคาน้ำมันและสถานการณ์ตะวันออกกลาง

    ️ วันที่ข่าว: 1 กันยายน 2026
    ⏰ เวลา: 11:56 น.
    ที่มา: กระทรวงเศรษฐกิจ การค้าและอุตสาหกรรมญี่ปุ่น (METI) / NHK

    #ข่าวญี่ปุ่น #ญี่ปุ่นวันนี้ #ราคาน้ำมันญี่ปุ่น #น้ำมันญี่ปุ่น #ค่าครองชีพญี่ปุ่น #ข่าวเศรษฐกิจญี่ปุ่น #ญี่ปุ่น #คนไทยในญี่ปุ่น
    https://www.facebook.com/share/p/1Bnm6jsUFX/
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,184
    ค่าพลัง:
    +97,153
    “สาวสวยระดับดารา” อาจไม่ใช่เหยื่อล่อที่ได้ผลที่สุด… อดีตเจ้าหน้าที่ความมั่นคงเผย ผู้หญิงแบบไหนที่ใช้เป็น “กับดักเสน่หา” แล้วทำให้ผู้ชายการ์ดตกได้ง่ายที่สุด!

    หลายคนพอได้ยินคำว่า Honey Trap หรือ “กับดักเสน่หา” ก็มักจะนึกภาพตามหนังฮอลลีวูด—ต้องเป็นสาวสวยระดับนางแบบหรือดารา เดินเข้ามาหว่านเสน่ห์ ก่อนหลอกเอาความลับไป

    แต่ในโลกของงานข่าวกรองจริง ๆ กลับไม่ได้เป็นแบบนั้น

    คัตสึมารุ เอ็นคาคุ อดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายความมั่นคงของญี่ปุ่น ซึ่งเคยทำงานด้านความมั่นคงและกิจการต่างประเทศ และปัจจุบันทำงานเป็นที่ปรึกษาด้านความปลอดภัย รวมถึงเคยเป็นที่ปรึกษาด้านงานความมั่นคงให้ซีรีส์ดังอย่าง VIVANT เปิดเผยว่า วิธีเข้าหาเป้าหมายไม่ได้ใช้สูตรเดียวกับทุกคน แต่จะเริ่มจากการมองหา “จุดอ่อน” ของแต่ละคนก่อน

    แล้วค่อยเลือกวิธีที่เหมาะที่สุดในการเข้าหา

    สเปกสุดอันตราย อาจเป็น “คนสวยธรรมดา ๆ ที่ดูเอื้อมถึง”

    ถ้าผู้หญิงที่เข้าหาเป้าหมายสวยโดดเด่นเกินไปจนดูไม่สมจริง กลับอาจทำให้คนระวังตัว

    ลองคิดง่าย ๆ ถ้าจู่ ๆ มีสาวสวยระดับนางแบบชื่อดังเข้ามาสนใจเราแบบผิดปกติ หลายคนก็คงอดคิดไม่ได้ว่า

    “นี่มันต้องมีอะไรแน่ ๆ”

    ดังนั้น ในสถานการณ์จริง คนที่เข้าหาเป้าหมายอาจไม่ใช่สาวสวยระดับนางฟ้า แต่เป็นผู้หญิงที่ดูสวย มีเสน่ห์ และที่สำคัญคือ ดูเหมือนคนที่เราอาจพบเจอได้ในชีวิตประจำวัน

    ไม่โดดเด่นจนผิดสังเกต แต่ก็ตรงกับ “สเปก” ของเป้าหมาย

    เพราะเป้าหมายจะรู้สึกว่าเรื่องนี้เป็นไปได้จริง และอาจคิดว่า “เราโชคดีที่มีคนแบบนี้เข้ามาสนใจ”

    นี่จึงเป็นเหตุผลที่การเลือกคนเข้าหาเป้าหมายต้องปรับให้เหมาะกับแต่ละคน

    มุกเดิม ๆ แต่ยังใช้ได้

    หนึ่งในรูปแบบคลาสสิกคือการเริ่มจากการชวนไปกินข้าวหรือดื่มด้วยกัน

    เมื่อดื่มไปสักพัก ฝ่ายหญิงอาจดื่มเร็วและทำทีว่าเมาหนัก เดินเซ บอกว่าไม่ไหวแล้ว กลับเองไม่ได้ หรือรู้สึกไม่สบาย

    คนที่มีน้ำใจอาจคิดว่า

    “จะปล่อยให้กลับคนเดียวได้ยังไง?”

    แล้วอาสาไปส่งที่โรงแรมหรือที่พัก

    แต่ทันทีที่ทั้งสองคนอยู่กันตามลำพัง ความเสี่ยงก็เริ่มขึ้น

    แม้จะไม่ได้มีความสัมพันธ์ทางเพศกัน ก็ยังอาจมีการแอบถ่ายภาพเอาไว้ หรือในช่วงที่เป้าหมายเผลอ เช่น เข้าไปอาบน้ำ โทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์อาจถูกตรวจสอบเพื่อหาข้อมูลสำคัญ

    วิธีแบบนี้อาจดูเก่า แต่ผู้เชี่ยวชาญระบุว่ายังพบอยู่ในปัจจุบัน

    เลือกคนให้ “เนียน” กับเป้าหมาย

    บทความยังอธิบายว่า การเลือกคนเข้าหาไม่ได้มองแค่เรื่องหน้าตา แต่ต้องดูด้วยว่าใครสามารถเข้าใกล้เป้าหมายได้อย่างเป็นธรรมชาติ

    มีการกล่าวถึงจีนว่า มีข้อมูลจำนวนมากเกี่ยวกับชาวจีนที่อาศัยอยู่หรือเคยอาศัยในญี่ปุ่น และในกลุ่มนี้มีคนที่พูดภาษาญี่ปุ่นได้คล่อง รวมถึงเข้าใจรสนิยมและวิธีพูดคุยกับคนญี่ปุ่น

    จึงเป็นไปได้ในทางทฤษฎีที่จะเลือกคนที่เหมาะกับรสนิยมของเป้าหมายมาใช้ในการเข้าหา

    ส่วนรัสเซียถูกมองว่าใช้วิธีนี้กับญี่ปุ่นไม่มากนัก เพราะชาวรัสเซียจำนวนมากมีรูปลักษณ์ที่แตกต่างและอาจสะดุดตาเกินไป

    แต่ในประเทศหรือพื้นที่ที่ผู้คนมีรูปลักษณ์ใกล้เคียงกับคนในประเทศเป้าหมาย การเข้าหาก็อาจดูเป็นธรรมชาติมากกว่า

    พูดง่าย ๆ คือ ไม่ได้เลือกแค่ “คนสวย” แต่เลือก “คนที่เหมาะกับเป้าหมาย”

    ⚠️ เช็กตัวเอง! 4 ลักษณะที่อาจตกเป็นเหยื่อได้ง่าย

    1. คนที่คิดว่าตัวเองมีเสน่ห์และเป็นที่นิยม

    เมื่อมีผู้หญิงเข้ามาสนใจ ก็อาจคิดว่า

    “ก็ไม่แปลก เรามีเสน่ห์นี่นา”

    โดยไม่ทันถามตัวเองว่า

    “แล้วทำไมเธอถึงเลือกเข้าหาเรา?”

    อดีตเจ้าหน้าที่บอกว่า คนที่คิดว่าตัวเองมีเสน่ห์มาก ๆ อาจมีโอกาสลดการระวังตัว เพราะมองเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องธรรมดา

    2. คนที่เก็บความลับและไม่ค่อยปรึกษาใคร

    คนที่ไม่ค่อยเล่าเรื่องส่วนตัว ไม่ค่อยมีเพื่อน หรือไม่ชอบปรึกษาคนอื่น เมื่อเจอสถานการณ์แปลก ๆ ก็อาจเก็บไว้คนเดียว

    ทำให้ไม่มีใครช่วยสะกิดหรือเตือนว่า

    “เรื่องนี้ดูแปลกนะ ระวังหน่อย”

    ในทางกลับกัน คนที่พูดคุยกับคนรอบตัวมากกว่า อาจมีโอกาสได้รับคำเตือนก่อนจะถลำลึก

    3. คนที่มีความภูมิใจในตัวเองสูงและชอบการยอมรับ

    คนที่รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนพิเศษ หรือชอบได้รับคำชื่นชม อาจตกหลุมพรางได้ง่ายเมื่ออีกฝ่ายพูดเอาใจ เช่น

    “คุณเก่งมาก”
    “ไม่เคยเจอคนแบบคุณมาก่อน”
    “อยากฟังเรื่องของคุณอีก”

    คำชมเหล่านี้อาจทำให้ความระมัดระวังลดลง เพราะอีกฝ่ายกำลังเติมเต็มความต้องการการยอมรับของเรา

    4. คนที่มีเงินและมีอิสระในการใช้จ่าย

    คนที่มีเงินพอสำหรับกิน ดื่ม เที่ยว หรือใช้จ่ายส่วนตัว อาจมีโอกาสเข้าไปอยู่ในสถานการณ์ที่เปิดช่องให้สร้างความสัมพันธ์ต่อได้ง่ายกว่า

    แต่ทั้งหมดนี้ไม่ได้หมายความว่า คนที่มีลักษณะเหล่านี้จะต้องตกเป็นเหยื่อแน่นอน

    เพราะคำเตือนสำคัญจากอดีตเจ้าหน้าที่คือ

    ไม่ว่าคุณจะหน้าตาเป็นอย่างไร มีเงินหรือไม่มีเงิน มีเสน่ห์หรือไม่ ทุกคนก็มีโอกาสถูกหลอกได้

    สิ่งสำคัญคืออย่าคิดว่า

    “เรื่องแบบนี้ไม่มีทางเกิดกับเรา”

    เพราะจุดที่อันตรายที่สุด อาจเป็นตอนที่เรากำลังรู้สึกว่า “ตัวเองโชคดี”

    ️‍♂️ คำแนะนำง่าย ๆ จากอดีตเจ้าหน้าที่ความมั่นคงคือ

    ถ้ามีคนที่ไม่รู้จักเข้ามาสนใจคุณแบบผิดปกติ อย่าเพิ่งดีใจ ให้ตั้งข้อสงสัยก่อน

    โดยเฉพาะการถูกชวนไปดื่ม ชวนไปสถานที่ส่วนตัว หรือสถานการณ์ที่ทำให้ต้องอยู่กันสองต่อสอง

    เพราะในโลกของงานข่าวกรอง คนที่เข้ามาหาเราอาจไม่ได้ถูกเลือกเพราะ “สวยที่สุด”

    แต่ถูกเลือกเพราะ “เหมาะกับเราและทำให้เราไม่ทันระวังตัว”

    และบางครั้ง…

    กับดักที่อันตรายที่สุด อาจไม่ใช่สาวสวยระดับดารา แต่เป็นผู้หญิงธรรมดา ๆ ที่ตรงกับสเปกของเรามากที่สุด

    ที่มา: President Online ผ่าน Yahoo! Japan
    ️ เผยแพร่วันที่ 1 กันยายน 2026 เวลา 19:15 น.

    #HoneyTrap #กับดักเสน่หา #ข่าวญี่ปุ่น #เรื่องเล่าสายลับ #ข่าวความมั่นคง #เตือนภัย #ข่าวต่างประเทศ #เรื่องน่ารู้

    https://www.facebook.com/share/p/19SL7ZPoxu/
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,184
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เนปาลช็อก น้ำท่วม-ธารน้ำแข็งถล่มดับทะลุ 1,050 ศพ ยากระบุอัตลักษณ์ สูญหายเกือบ 4,000 เร่งเจาะอุโมงค์ช่วยคนงานนับร้อย

    2 กันยายน 2569 #มหันตภัยน้ำป่าไหลหลาก และโคลนถล่มในพื้นที่ตอนเหนือของ #เนปาล ใกล้ชายแดนจีนยังไม่จบ หลังยอดผู้เสียชีวิตพุ่งทะลุ 1,050 ราย ขณะที่ผู้สูญหายยังเกือบ 4,000 คน และภารกิจกู้ภัยกำลังเข้าสู่ช่วงวิกฤต โดยเฉพาะการค้นหาคนงาน ที่เชื่อว่ายังติดอยู่ภายในอุโมงค์ของโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำหลายแห่งตามแนว #แม่น้ำตรีศูลี (Trishuli)
    .
    ข้อมูลล่าสุดของหน่วยงานลดและจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติแห่งชาติเนปาล (#NDRRMA) ระบุว่า พบศพหรือชิ้นส่วนมนุษย์แล้ว 1,050 ราย จากพื้นที่ประสบภัย 8 เขต ขณะที่มีผู้ขาดการติดต่อ 3,916 ราย โดยในกลุ่มผู้สูญหายมีคนงานโครงการไฟฟ้าพลังน้ำ 639 คน นักท่องเที่ยวต่างชาติ 583 คน และไกด์หรือผู้ช่วยชาวเนปาล 164 คน ส่วนผู้ได้รับการช่วยเหลือแล้วมีมากกว่า 11,000 คน
    .
    จุดที่ยังมีความหวังอยู่ใต้ดิน ภารกิจที่นานาชาติจับตาเป็นพิเศษ คือการค้นหา #คนงานในอุโมงค์ ของ #โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ซึ่งหลายแห่งถูกน้ำ โคลน หิน และเศษซากปิดกั้นหลังเกิดน้ำหลากครั้งใหญ่เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569
    .
    Reuters รายงานว่า ทีมกู้ภัยจากเนปาล จีน และอินเดียกำลังใช้รถขุด เครื่องจักรหนัก เฮลิคอปเตอร์ และสะพานชั่วคราวเปิดทางเข้าสู่พื้นที่ห่างไกล โดยมีคนงานเกือบ 300 คน ที่เชื่อว่ายังติดอยู่ภายในอุโมงค์ ขณะที่การค้นหายังต้องแข่งกับเวลาและสภาพพื้นที่ที่เต็มไปด้วยโคลนและเศษซาก
    .
    ที่โครงการ Upper Trishuli-3A ทีมกู้ภัยสามารถระบุตำแหน่งทางเข้าอุโมงค์และเริ่มเจาะเปิดเส้นทาง ขณะเดียวกันมีการสูบอากาศเข้าไปและพยายามระบายน้ำออก เพื่อเพิ่มโอกาสให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าไปตรวจสอบภายในได้
    .
    สำหรับอุโมงค์ของโครงการอื่น ๆ ทีมกู้ภัยสามารถรุกคืบเข้าไปได้เป็นระยะ โดยอุปสรรคสำคัญคือส่วนของอุโมงค์ที่ถูกโคลนและหินถล่มปิดกั้น รวมถึงถนนและสะพานจำนวนมากที่ถูกกระแสน้ำพัดหาย ทำให้เครื่องมือหนักเข้าถึงพื้นที่ได้ยาก
    .
    21,000 นายระดมค้นหา–กู้ภัย .. #รัฐบาลเนปาล ระดมกำลังจาก #กองทัพ #ตำรวจ และ #กองกำลังติดอาวุธ รวมมากกว่า 21,000 นาย เพื่อปฏิบัติการค้นหา กู้ภัย อพยพผู้ประสบภัย ลำเลียงสิ่งของ และจัดการศพในพื้นที่ประสบภัย
    .
    นอกจากกำลังภายในประเทศแล้ว เนปาลยังเปิดรับความช่วยเหลือจากต่างประเทศมากขึ้น โดยมีทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการกู้ภัยอุโมงค์จาก #อินเดีย #จีน และ #เกาหลีใต้ เข้าร่วมภารกิจ ขณะที่มีการร้องขออุปกรณ์เฉพาะทางเพิ่มเติม เช่น ระบบ #LiDAR สำหรับ #สำรวจพื้นที่ #โดรนประสิทธิภาพสูง ชุดตรวจ DNA ระบบสะพานชั่วคราว และอุปกรณ์รักษาความเย็นสำหรับการจัดเก็บร่างผู้เสียชีวิต
    .
    กระทรวงการต่างประเทศเนปาลระบุว่า รัฐบาลกำลังประสานกับสถานทูตและครอบครัวของชาวต่างชาติที่ยังสูญหาย เพื่อค้นหาข้อมูล ยืนยันตัวบุคคล และหากพบผู้เสียชีวิต จะช่วยดำเนินการด้านการพิสูจน์อัตลักษณ์และส่งร่างกลับประเทศ
    .
    มหันตภัยเริ่มจากธารน้ำแข็งถล่ม
    เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม หลังการพังถล่มของธารน้ำแข็งและมวลหินบริเวณเทือกเขาหิมาลัย ทำให้มวลน้ำ น้ำแข็ง หิน และโคลนมหาศาลไหลลงสู่ระบบแม่น้ำ Bhote Koshi–Trishuli ก่อนพุ่งเข้าทำลายชุมชน ถนน สะพาน โรงไฟฟ้าพลังน้ำ และสิ่งปลูกสร้างเป็นวงกว้าง
    .
    #โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ประเมินเบื้องต้นว่า พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมีเศษซากจากภัยพิบัติมากถึง 2.2 ล้านตัน ขณะที่โรงไฟฟ้าพลังน้ำ 11 แห่งและโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 1 แห่ง ซึ่งมีกำลังผลิตรวม 431.1 เมกะวัตต์ ต้องหยุดดำเนินงาน นอกจากนี้ยังมีโครงการพลังน้ำที่อยู่ระหว่างก่อสร้างอีก 15 แห่งได้รับความเสียหาย
    .
    รัฐบาลเนปาลประเมินว่า ประชาชนราว 1.6 ล้านคน ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมครั้งใหญ่ครั้งนี้ โดยเขตราสุวา (Rasuwa) และนูวาโกต (Nuwakot) เป็นพื้นที่เสียหายหนักที่สุด
    .
    ความเสียหายไม่ได้จบแค่ตัวเลขผู้เสียชีวิต
    องค์การสหประชาชาติประเมินว่า ผู้ประสบภัยจำนวนมากยังต้องการน้ำสะอาด สุขาภิบาล และการดูแลด้านมนุษยธรรม ขณะที่เด็กหลายหมื่นคนอยู่ในภาวะต้องการความคุ้มครอง และมีหญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรจำนวนมากที่ต้องได้รับความช่วยเหลือด้านโภชนาการ
    .
    นอกจากปัญหาการเข้าถึงพื้นที่แล้ว สิ่งที่น่ากังวลคือ #ศพจำนวนมาก ยัง #ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ ทำให้ทางการต้องเร่งเก็บตัวอย่าง DNA และจัดระบบข้อมูลผู้สูญหายควบคู่ไปกับภารกิจค้นหา
    .
    สำหรับครอบครัวของผู้สูญหาย ภารกิจครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการค้นหาผู้รอดชีวิต แต่ยังเป็นการค้นหาคำตอบว่า คนที่พวกเขารักอยู่ที่ใด ขณะที่รัฐบาลเนปาลยอมรับถึง “ความเจ็บปวดและความไม่แน่นอน” ของครอบครัวที่ยังรอข่าว
    .
    .
    #Thaitribune

    https://www.facebook.com/share/1Jh7e5mzju/
     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,184
    ค่าพลัง:
    +97,153
    จีนส่งสัญญาณถึงสหรัฐฯ หลังดีลน้ำมันเวเนซุเอลา ย้ำ "สิทธิลงทุนต้องได้รับการคุ้มครอง" จับตา 17 แหล่งน้ำมัน 65,000 ล้านบาร์เรล

    2 กันยายน 2569 #จีน ออกโรงส่งสัญญาณเตือนหลัง #สหรัฐฯ เดินหน้าข้อตกลงครั้งใหญ่กับ 3เวเนซุเอลา เปิดทางให้บริษัทที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ เข้า #ควบคุมและพัฒนาแหล่งน้ำมัน หลายแห่งที่ก่อนหน้านี้มี #บริษัทจีนและรัสเซีย เข้าไปดำเนินงาน โดยปักกิ่งย้ำชัดว่า สิทธิและผลประโยชน์ที่ชอบด้วยกฎหมายของจีนในเวเนซุเอลาต้องได้รับการคุ้มครอง
    .
    กัว เจียคุน (Guo Jiakun) โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวในการแถลงข่าววันที่ 1 กันยายนว่า จีนรับทราบรายงานเกี่ยวกับข้อตกลงน้ำมันฉบับใหม่ระหว่างสหรัฐฯ กับเวเนซุเอลา พร้อมย้ำว่าความร่วมมือจีน–เวเนซุเอลาอยู่ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศและกฎหมายของทั้งสองประเทศ จึงต้องคุ้มครองสิทธิและผลประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของจีน
    .
    ถ้อยแถลงดังกล่าวมีขึ้นหลังรัฐบาลเวเนซุเอลาเปิดทางให้ North American Blue Energy Partners (NABEP) ได้สิทธิระยะยาวในแหล่งน้ำมัน 17 แห่ง ซึ่งมีปริมาณสำรองพิสูจน์แล้วรวมประมาณ 65,000 ล้านบาร์เรล โดยข้อตกลงดังกล่าวให้รัฐบาลสหรัฐฯ มีบทบาทสำคัญในบริษัท รวมถึงสิทธิในการเข้าถึงน้ำมันบางส่วนในราคาทุนและสิทธิซื้อผลผลิตส่วนที่เหลือก่อนรายอื่น
    .
    ประเด็นที่ทำให้จีนจับตาเป็นพิเศษคือ แหล่งน้ำมันบางแห่งภายใต้ข้อตกลงใหม่ เคยอยู่ภายใต้การดำเนินงานหรือผลประโยชน์ของบริษัทจีนและรัสเซีย

    Reuters รายงานว่าบริษัทจีนที่มีบทบาทในเวเนซุเอลารวมถึง China Concord Resources, Sinopec และ CNPC จึงทำให้ดีลครั้งนี้ถูกมองว่าไม่ได้เป็นเพียงการฟื้นฟูอุตสาหกรรมน้ำมัน แต่ยังเป็นการปรับสมดุลอิทธิพลทางเศรษฐกิจในประเทศที่มีน้ำมันสำรองมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
    .
    ฝ่ายสหรัฐฯ มองข้อตกลงนี้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์สร้างความมั่นคงด้านพลังงาน ลดการพึ่งพาน้ำมันจากตะวันออกกลาง และลดอิทธิพลของจีนกับรัสเซียในซีกโลกตะวันตก ขณะที่ทำเนียบขาวระบุว่าข้อตกลงดังกล่าวจะนำเงินลงทุนกลับเข้าสู่อุตสาหกรรมน้ำมันเวเนซุเอลาที่เสื่อมโทรม และช่วยเพิ่มรายได้ให้รัฐบาลเวเนซุเอลา
    .
    ดีลนี้ยังมีข้อถกเถียงเรื่องกฎหมาย ความโปร่งใส และความเป็นไปได้ในการฟื้นกำลังผลิต เพราะโครงสร้างพื้นฐานน้ำมันของเวเนซุเอลาเสื่อมโทรมอย่างหนัก และการลงทุนขนาดใหญ่อาจต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะเห็นผลเต็มที่
    .
    สำหรับจีน การออกแถลงการณ์ครั้งนี้ เป็นการ วางเส้นแดงทางกฎหมายและผลประโยชน์ โดยย้ำหลักกฎบัตรสหประชาชาติ ความเท่าเทียม ผลประโยชน์ร่วมกัน และการไม่ละเมิดสิทธิของนักลงทุนเดิม
    .
    ดีลน้ำมันเวเนซุเอลาจึงกำลังกลายเป็นอีกสนามแข่งขันระหว่างมหาอำนาจ จากเดิมที่เป็นเรื่องน้ำมันและการลงทุน ขณะนี้ขยับไปสู่เรื่อง ความมั่นคงพลังงาน อิทธิพลของจีนในละตินอเมริกา และการจัดระเบียบอุตสาหกรรมน้ำมันเวเนซุเอลาใหม่ภายใต้แรงผลักดันของสหรัฐฯ โดยเฉพาะเมื่อวอชิงตันต้องการเพิ่มแหล่งน้ำมันทางเลือกท่ามกลาง #ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
    .
    .
    #Thaitribune

    https://www.facebook.com/share/p/1EeiW4B1aa/
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,184
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ทรัมป์ ลดทอนสงครามอิหร่านเป็น “สงครามเล็ก” อ้างเทียบยุคไบเดน แต่ตัวเลขจริงสหรัฐฯ ใช้ไปแล้ว 3.75 หมื่นล้านดอลลาร์

    2 กันยายน 2569 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ย้ำว่าสงครามกับอิหร่านยังถือเป็น “สงครามขนาดเล็ก” เมื่อเทียบกับศักยภาพทางทหารของสหรัฐฯ พร้อมเปรียบเทียบกับยุคโจ ไบเดน โดยอ้างว่าสหรัฐฯ เคยส่งยุทโธปกรณ์มูลค่ากว่า 300,000 ล้านดอลลาร์ให้ยูเครนโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย

    ทรัมป์ให้สัมภาษณ์ในห้องทำงานรูปไข่ (Oval Office) ท่ามกลางการสู้รบที่กลับมารุนแรงอีกครั้ง หลังสหรัฐฯ โจมตีเป้าหมายของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่านบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ และอิหร่านยิงขีปนาวุธและโดรนตอบโต้ฐานทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาค โดยทรัมป์ยืนยันว่าอเมริกามีกระสุนและยุทโธปกรณ์สำรองจำนวนมาก และยังมีศักยภาพเพียงพอสำหรับปฏิบัติการอื่นทั่วโลก

    ในทางกลับกัน สงครามอิหร่านก็ไม่ได้ “เล็ก” ในแง่ต้นทุนอย่างที่คำพูดของทรัมป์อาจทำให้เข้าใจ ล่าสุด พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ ประเมินเมื่อเดือนกรกฎาคมว่า สงครามมีต้นทุนต่อสหรัฐฯ แล้วประมาณ 37,500 ล้านดอลลาร์ และมีการขอจัดสรรงบเพิ่มเติมเพื่อรองรับปฏิบัติการ

    ปัญหาอีกด้านคือคลังอาวุธ โดยเฉพาะขีปนาวุธสกัดกั้น Patriot ซึ่งมีรายงานว่าปริมาณสำรองในยุโรปลดลงจนอยู่ในระดับ “วิกฤตขั้นสุด” จากการใช้งานในสงครามอิหร่าน ประกอบกับก่อนหน้านี้ยูเครนได้รับขีปนาวุธ Patriot จากสหรัฐฯ ไปแล้วจำนวนมาก ทำให้เกิดความกังวลต่อความพร้อมของระบบป้องกันภัยทางอากาศของ NATO

    ล่าสุด ยังไม่มีสัญญาณยุติการสู้รบ หลังสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีรอบใหม่ ขณะที่อิหร่านตอบโต้เป้าหมายของสหรัฐฯ ในจอร์แดน อิรัก และบาห์เรน การปะทะยังส่งผลโดยตรงต่อช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก และทำให้ราคาน้ำมันดิบ Brent ขึ้นแตะราว 95.52 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วน WTI อยู่ที่ประมาณ 91.02 ดอลลาร์
    .
    ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ ยังเดินหน้าใช้แรงกดดันทางเศรษฐกิจ โดยสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลัง เตือนถึงมาตรการคว่ำบาตรทุติยภูมิ (Secondary Sanctions) ต่อประเทศหรือบริษัทที่ยังทำธุรกิจกับอิหร่าน ขณะที่ความขัดแย้งทางทหารและแรงกดดันด้านพลังงานกำลังกลับมาเป็นโจทย์ใหญ่ของรัฐบาลทรัมป์ และค่าใช้จ่ายก็แตะหลายหมื่นล้านดอลลาร์แล้ว และความเสี่ยงสำคัญยังอยู่ที่การลากยาวจนกระทบคลังอาวุธ ราคาพลังงาน และเศรษฐกิจโลก
    .
    .
    #Thaitribune

    https://www.facebook.com/share/p/19KGx1fPSe/
     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,184
    ค่าพลัง:
    +97,153
    อินเดีย ทลาย "แก๊งทองข้ามชาติ" ยึดกว่า 42 กก.มูลค่า 227 ล้าน พบเส้นทางโยงไทย–ดูไบ–มาเลเซีย รวบ 25 ราย

    2 กันยายน 2569 #หน่วยข่าวกรองรายได้อินเดีย (Directorate of Revenue Intelligence: DRI) เปิดปฏิบัติการ 3กวาดล้างเครือข่ายลักลอบนำเข้าทองคำ ครั้งใหญ่ทั่วประเทศ ยึดทองคำจากต่างประเทศได้กว่า 42 กิโลกรัม พร้อมเงินราว 10 กิโลกรัม รวมมูลค่ากว่า 650 ล้านรูปี หรือประมาณ 227 ล้านบาท และ #จับกุมผู้ต้องสงสัย 25 ราย ในจำนวนนี้เป็นชาวต่างชาติ 5 ราย
    .
    ปฏิบัติการเกิดขึ้นหลายพื้นที่ ทั้ง มุมไบ โกลกาตา #รัฐเกรละ ชายแดนอินเดีย-บังกลาเทศ และ #รัฐทมิฬนาฑู โดยเจ้าหน้าที่พบเครือข่ายใช้สารพัดวิธีหลบเลี่ยงการตรวจค้น ตั้งแต่ #ซุกทองในร่างกาย เสื้อผ้า ช่องลับของสิ่งของและยานพาหนะ ไปจนถึง #อาศัยเส้นทางชายแดนและชายฝั่ง รวมทั้งมีข้อกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่สนามบินบางรายช่วยนำทองออกจากพื้นที่ตรวจสอบ
    .
    จุดที่เกี่ยวข้องกับ ประเทศไทย พบหลายกรณี โดยที่สนามบินมุมไบ DRI เปิดโปงเครือข่ายที่ใช้ผู้โดยสารต่างชาติเดินทางผ่านเส้นทาง ดูไบ กรุงเทพฯ และมาเลเซีย ก่อนยึดแคปซูล 16 แคปซูล บรรจุทองคำบริสุทธิ์ 24 กะรัตในรูปขี้ผึ้ง น้ำหนักรวม 6.85 กิโลกรัม พร้อมจับกุม 6 ราย รวมชาวต่างชาติ 5 รายและพนักงานสนามบิน 1 ราย
    .
    ที่สนามบินโกลกาตา เจ้าหน้าที่พบผู้โดยสารเดินทางมาจากกรุงเทพฯ พร้อม #ทองคำดิบ 3.36 กิโลกรัม ซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีการส่งต่อให้ผู้โดยสารอีกคนเพื่อใช้ช่องทางสีเขียว (Green Channel) ผ่านด่านศุลกากรโดยไม่สำแดง ขณะที่อีกคดีหนึ่ง DRI ระบุว่ายึดทองคำในรูปของเหลวหรือเพสต์ 1.48 กิโลกรัม ซึ่งลักลอบมาจากประเทศไทย โดยซุกไว้ในแคปซูลภายในร่างกายของผู้ต้องสงสัย 4 ราย ก่อนจับกุมทั้งกลุ่มและผู้ประสานงาน
    .
    นอกจากเส้นทางไทยแล้ว ยังพบการลักลอบจากตะวันออกกลางและประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ที่สนามบินโคชินยึดทองคำ 1.78 กิโลกรัมจากผู้โดยสารที่เดินทางมาจากราสอัลไคมาห์ (สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์) ส่วนสนามบินคาลิคัตพบทองคำ 24 กะรัต 549 กรัม ซ่อนอยู่ในช่องลับที่ดัดแปลงภายในกล่องเหล็กจากเมืองเจดดาห์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย
    .
    ส่วนปฏิบัติการตามแนวชายแดนอินเดีย-บังกลาเทศ DRI ร่วมกับกองกำลังพิทักษ์ชายแดนอินเดีย (BSF) ยึดทองคำได้ 935 กรัม และ 1.74 กิโลกรัม ในสองคดี ขณะที่รัฐทมิฬนาฑูพบการขนทองคำ 1.36 กิโลกรัม และเงินเกือบ 10 กิโลกรัม ผ่านเส้นทางชายฝั่งจากศรีลังกา
    .
    #DRI ระบุว่า ปฏิบัติการครั้งนี้สะท้อนรูปแบบการลักลอบทองคำที่มีความซับซ้อนมากขึ้น ทั้งการใช้ผู้โดยสารเป็นผู้ขนส่ง การอาศัยบุคลากรสนามบิน การเดินทางต่อภายในประเทศ และการใช้เส้นทางชายแดนและชายฝั่ง ...ขณะที่หน่วยงานยังคงเดินหน้าขยายผลหาเครือข่ายและผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม โดย DRI เป็นหน่วยงานหลักของอินเดียด้านการปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าข้ามแดนภายใต้กระทรวงการคลังอินเดีย
    .
    .
    #Thaitribune

    https://www.facebook.com/share/p/1DidcLJ9Z5/
     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,184
    ค่าพลัง:
    +97,153
    จีนล็อกทรัพย์ Nexperia กว่า 2.1 พันล้านหยวน ศึก Wingtech–เนเธอร์แลนด์ ลามถึงโรงงานชิป สะเทือนซัพพลายเชนโลก

    2 กันยายน 2569 #ศาลประชาชนกลางเมืองตงกวน มณฑลกวางตุ้ง มีคำสั่ง พิทักษ์ทรัพย์และอายัดหุ้นในธุรกิจของ #Nexperia และ ITEC BV มูลค่ารวม 2,140 ล้านหยวน หรือราว 318 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามคำร้องของ #WingtechTechnology บริษัทแม่สัญชาติจีน ที่กำลังต่อสู้เพื่อทวงอำนาจควบคุม Nexperia กลับคืนมา โดยคำสั่งมีผลประมาณ 3 ปีจนถึงเดือนสิงหาคม 2572
    .
    ทรัพย์สินที่ถูกอายัดครอบคลุม #สัดส่วนการถือหุ้นของ Nexperia ในบริษัทย่อย 4 แห่งในจีน รวมถึงธุรกิจในเซี่ยงไฮ้และอู๋ซี ตลอดจนหุ้นของ ITEC ซึ่งเป็นธุรกิจอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ที่แยกออกจาก Nexperia ก่อนหน้านี้
    .
    ต้นตอของข้อพิพาท ย้อนกลับไปถึงปี 2568 เมื่อ #รัฐบาลเนเธอร์แลนด์ เข้ามาจำกัดอำนาจของ Wingtech เหนือ Nexperia ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคงและความกังวลเรื่องการถ่ายโอนเทคโนโลยีและทรัพย์สินเชิงยุทธศาสตร์ แม้คำสั่งของรัฐบาลจะถูกระงับบางส่วนในเวลาต่อมา แต่คำสั่งศาลดัตช์ที่จำกัดการควบคุมของ Wingtech ยังมีผล ทำให้บริษัทจีนเดินหน้าสู้ทั้งในศาลจีนและกระบวนการทางกฎหมายในต่างประเทศ
    .
    เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา Wingtech ยื่นฟ้อง Nexperia และผู้บริหารอีก 3 รายในจีน เรียกร้องให้คืนอำนาจควบคุมบริษัทและเรียกค่าเสียหายประมาณ 8,000 ล้านหยวน หรือกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ โดยกล่าวหาว่ามีการบังคับใช้มาตรการจำกัดที่เลือกปฏิบัติต่อบริษัทจีน คดีดังกล่าวยังอยู่ระหว่างกระบวนการและยังไม่มีคำตัดสิน
    .
    ความขัดแย้งครั้งนี้มีความสำคัญเกินกว่าปัญหาผู้ถือหุ้น เพราะ Nexperia เป็น #ผู้ผลิตชิปพื้นฐาน ที่ #ใช้ในรถยนต์ #เครื่องใช้ไฟฟ้า และ #อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จำนวนมาก ขณะที่ #ฐานการผลิตในจีน มีสัดส่วนสำคัญต่อกำลังผลิตทั่วโลก ทำให้ความขัดแย้งระหว่างจีนกับเนเธอร์แลนด์เคยสร้างความกังวลต่อการจัดส่งชิปในห่วงโซ่อุตสาหกรรมมาแล้ว
    .
    ล่าสุด Nexperia China ยังเดินหน้าผลักดันการพึ่งพาซัพพลายเชนภายในประเทศมากขึ้น ขณะที่ฝ่ายยุโรปต้องการลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาจีน ส่งผลให้บริษัทเดียวกันกำลังถูกดึงออกเป็น สองขั้วการดำเนินงาน—ฐานผลิตจีนกับสำนักงานใหญ่และธุรกิจในยุโรป ท่ามกลางการต่อสู้เรื่องอำนาจควบคุมที่ยังไม่มีทางออก
    .
    สำหรับ Wingtech บริษัทประกาศว่าจะใช้ “ทุกช่องทางทางกฎหมาย” เพื่อเรียกคืนอำนาจควบคุม Nexperia ขณะที่คำสั่งอายัดครั้งนี้ถือเป็นความคืบหน้าที่จับต้องได้ครั้งสำคัญในฝั่งจีน แต่ยังไม่ใช่จุดจบของมหากาพย์ข้อพิพาท และมีแนวโน้มลากยาวทั้งในจีนและเนเธอร์แลนด์
    .
    .
    #Thaitribune

    https://www.facebook.com/share/p/1DW7KqKVEe/
     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,184
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ทรัมป์เดือด สวนกระแส ต้าน Data Center ชี้ “ไม่เอา” ก็เตรียมจน–ล้าหลัง ขณะที่เสียงคัดค้านลามข้ามพรรค

    2 กันยายน 2569 ประธานาธิบดี #โดนัลด์ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เปิดศึกทางความคิดกับกระแส #ต่อต้านการก่อสร้างศูนย์ข้อมูล (Data Center) ที่กำลังขยายตัวทั่วประเทศ โดยออกโรงปกป้องการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ #ปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างเต็มที่ ได้ใช้ถ้อยคำรุนแรงเตือนชุมชนที่ไม่ต้องการ #DataCenter ว่า หากปฏิเสธ “ห่านทองคำ” ทางเศรษฐกิจ สุดท้ายก็ต้องรับผลที่ตามมาเอง
    .
    ทรัมป์โพสต์ผ่าน Truth Socialว่า ชุมชนในสหรัฐฯ ที่ไม่ต้องการ Data Center กำลังเลือกเส้นทางสู่ความ “#ล้าหลังและยากจน” ขณะที่พื้นที่ซึ่งเปิดรับการลงทุนจะได้ประโยชน์จากงาน รายได้ และ #ภาษีที่ลดลง โดยเตือนว่า หากสหรัฐฯ ขัดขวางการขยาย Data Center จีนจะเป็นฝ่ายได้ประโยชน์ เพราะสหรัฐฯ จำเป็นต้องเร่งสร้างกำลังประมวลผลเพื่อรักษาความเป็นผู้นำด้าน AI
    .
    ท่าทีดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่กระแสต่อต้าน Data Center กลายเป็นปัญหาทางการเมืองอย่างชัดเจน ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะกลุ่มนักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อม โดยผลสำรวจระดับประเทศของ Annenberg Public Policy Center ซึ่งสำรวจชาวอเมริกัน 1,320 คน ระหว่างวันที่ 16 มิถุนายน-19 กรกฎาคม พบว่า 61% ไม่เห็นด้วยกับการสร้าง Data Center แห่งใหม่ในพื้นที่ของตนเอง เพิ่มขึ้นจาก 49% ในการสำรวจช่วงต้นปี และการคัดค้านเกิดขึ้นทั้งสองพรรค โดยมีผู้สนับสนุนรีพับลิกัน 54% และเดโมแครต 69% ที่ไม่เห็นด้วย
    .
    ขณะที่ผลสำรวจ Economist/YouGov ช่วงวันที่ 21-24 สิงหาคม ก็พบตัวเลขใกล้เคียงกัน คือ 61% คัดค้าน Data Center ในชุมชนของตนเอง และในกลุ่มรีพับลิกันมีผู้คัดค้านถึง 47% สะท้อนว่าประเด็นนี้เริ่มกลายเป็นเรื่องที่นักการเมืองไม่สามารถมองข้ามได้ โดยเฉพาะก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมเดือนพฤศจิกายน
    .
    เหตุผลหลักของ #ฝ่ายคัดค้าน ไม่ได้อยู่ที่การต่อต้าน AI โดยตรง แต่เป็นผลกระทบที่เกิดขึ้นกับคนในพื้นที่ ทั้ง #ความต้องการใช้ไฟฟ้ามหาศาล ความเสี่ยงที่ค่าไฟและค่าปรับปรุงโครงข่ายจะถูกผลักให้ประชาชน #ภาวะขาดแคลนน้ำ ในบางพื้นที่ #เสียงรบกวน มลพิษ และ #การใช้ที่ดินขนาดใหญ่
    .
    แม้แต่ฝ่ายเดียวกับทรัมป์ก็เริ่มออกมาเรียกร้องให้วางกติกาให้รัดกุมขึ้น รองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ (JD Vance) ยอมรับว่าต้นตอสำคัญของกระแสต่อต้าน Data Center คือความกังวลเรื่อง ค่าไฟที่เพิ่มขึ้น พร้อมเสนอว่า บริษัทที่สร้างศูนย์ข้อมูลควรมีส่วนรับผิดชอบต่อระบบไฟฟ้า ไม่ใช่เพียงเข้ามาดึงพลังงานจากโครงข่าย แต่ควรลงทุนหรือจัดหาพลังงานเพิ่มเติมให้ระบบด้วย
    .
    แรงต้านยังขยายเข้าสู่พื้นที่ที่เคยเป็นฐานสนับสนุนอุตสาหกรรมเทคโนโลยี โดยหลายรัฐเริ่มออกมาตรการควบคุม Data Center ขนาดใหญ่ ตัวอย่างสำคัญคือ #รัฐนิวยอร์ก ซึ่งผู้ว่าการรัฐเคธี โฮคูล (Kathy Hochul) ประกาศพักการอนุมัติ Data Center แบบไฮเปอร์สเกล (Hyperscale) แห่งใหม่เป็นเวลา 1 ปี ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม เพื่อจัดทำกรอบประเมินผลกระทบและป้องกันไม่ให้ประชาชนต้องแบกรับต้นทุนด้านโครงข่ายไฟฟ้าและสาธารณูปโภค
    .
    ขณะเดียวกัน #รัฐเท็กซัส และรัฐอื่นๆ ก็เริ่มเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับโครงการ หลังประชาชนออกมาคัดค้านเรื่องการใช้ไฟฟ้า น้ำ และผลกระทบต่อชุมชนมากขึ้น ทำให้ประเด็น Data Center เริ่มกลายเป็นจุดแตกหักระหว่างแนวคิด “เร่งลงทุนเพื่อชิงความเป็นผู้นำ AI” กับแนวคิด “ต้องไม่ให้ประชาชนเป็นคนจ่ายต้นทุนของ AI”
    .
    สำหรับรัฐบาลทรัมป์ Data Center ไม่ได้ถูกมองเป็นเพียงอาคารที่เก็บเซิร์ฟเวอร์ แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานยุทธศาสตร์ของการแข่งขันกับจีน เพราะ AI ต้องการกำลังประมวลผลจำนวนมหาศาล และกำลังประมวลผลดังกล่าวต้องพึ่งพาศูนย์ข้อมูลและระบบไฟฟ้าที่มีเสถียรภาพ
    .
    การสำรวจล่าสุดกำลังสะท้อนโจทย์สำคัญว่า ชาวอเมริกันจำนวนมากไม่ได้ปฏิเสธ AI แต่ไม่ต้องการให้ต้นทุนของการปฏิวัติ AI ตกอยู่กับชุมชนของตัวเอง ขณะที่ทรัมป์มอง Data Center เป็น “ห่านทองคำ” ทางเศรษฐกิจ ส่วนฝ่ายคัดค้านกำลังถามกลับว่า ใครจะเป็นคนจ่ายค่าไฟ ค่าน้ำ ค่าโครงสร้างพื้นฐาน และต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อม
    .
    .
    #Thaitribune

    https://www.facebook.com/share/p/1HvmMD5Mvn/
     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,184
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ปลาหมอคางดำ ไม่ลด 'กรมประมงรื้อแผนที่ระบาดใหม่' เหลือ 18 จังหวัด แต่ลามถึง 85 อำเภอ

    2 กันยายน 2569 #กรมประมง เตรียมปรับปรุง #เขตพื้นที่แพร่ระบาด “ปลาหมอคางดำ” ครั้งใหม่ หลังพบสถานการณ์ในหลายพื้นที่เปลี่ยนแปลงจากข้อมูลเดิม โดยเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างประกาศกำหนดเขตพื้นที่การแพร่ระบาดฉบับใหม่ เพื่อให้พื้นที่ควบคุมสอดคล้องกับสถานการณ์จริง
    .
    จุดที่น่าสนใจคือ จำนวนจังหวัดในบัญชีลดลงจาก 19 จังหวัด เหลือ 18 จังหวัด แต่จำนวนอำเภอกลับเพิ่มจาก 76 เป็น 85 อำเภอ หรือเพิ่มขึ้น 9 อำเภอ สะท้อนว่าการระบาดไม่ได้หายไปในภาพรวม แต่มีการปรับขอบเขตพื้นที่ตามผลการติดตามและการสำรวจล่าสุดของกรมประมง
    .
    การปรับบัญชีครั้งนี้มีการ #เพิ่มจังหวัดตราด เข้าเป็นพื้นที่แพร่ระบาด ขณะที่ ถอดจังหวัดพัทลุงและปราจีนบุรี ออกจากบัญชีเดิม ส่งผลให้จำนวนจังหวัดสุทธิลดลง 1 จังหวัด
    .
    พื้นที่ 18 จังหวัดตามร่างประกาศ ได้แก่ จันทบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ นนทบุรี กรุงเทพมหานคร นครปฐม ราชบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา ชลบุรี และตราด
    .
    กรมประมงให้เหตุผลว่า การปรับปรุงพื้นที่เกิดจากการติดตามสถานการณ์ #ปลาหมอคางดำ อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการทำงานร่วมกับประชาชนและหน่วยงานในพื้นที่ ซึ่งพบการแพร่ระบาดเพิ่มเติมในบางจุด จึงต้องปรับบัญชีพื้นที่ให้เป็นปัจจุบัน เพื่อให้มาตรการควบคุมและแก้ไขปัญหาสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่องและตรงกับพื้นที่ที่พบปัญหาจริง
    .
    จังหวัดลด แต่อำเภอเพิ่ม ต้องจับตาการระบาดรายพื้นที่ ...ตัวเลขครั้งนี้มีนัยสำคัญ เพราะหากดูเฉพาะจำนวนจังหวัดอาจเข้าใจว่าปัญหากำลังลดลง แต่เมื่อดูระดับอำเภอจะพบว่าพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังกลับเพิ่มขึ้นถึง 9 อำเภอ
    .
    ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงจาก 19 จังหวัด 76 อำเภอ มาเป็น 18 จังหวัด 85 อำเภอ ไม่ควรตีความว่าเป็นการลดขนาดของการระบาดโดยตรง แต่เป็นการ “รื้อแผนที่พื้นที่ระบาด” ให้สอดคล้องกับข้อมูลล่าสุดมากกว่า
    .
    โดยเฉพาะพื้นที่ชายฝั่งและพื้นที่เชื่อมต่อกับแหล่งน้ำ ซึ่งปลาหมอคางดำสามารถแพร่กระจายผ่านระบบน้ำได้ ทำให้การควบคุมจำเป็นต้องอาศัยทั้งการสำรวจ การกำจัดปลา การป้องกันการเคลื่อนย้าย และการติดตามประชากรปลาในแหล่งน้ำอย่างต่อเนื่อง
    .
    การเพิ่ม ตราด เป็นพื้นที่แพร่ระบาดครั้งนี้ถือเป็นจุดที่ต้องจับตา เพราะทำให้แนวพื้นที่ที่กรมประมงต้องเฝ้าระวังครอบคลุมพื้นที่ชายฝั่งตะวันออกต่อเนื่องกับจังหวัดที่อยู่ในบัญชีเดิม
    .
    ขณะเดียวกัน การถอดพัทลุงและปราจีนบุรี ออกจากบัญชีไม่ได้หมายความว่าปลาหมอคางดำจะหมดไปจากพื้นที่ดังกล่าวโดยอัตโนมัติ แต่เป็นการปรับสถานะ “เขตพื้นที่แพร่ระบาด” ตามหลักเกณฑ์และข้อมูลที่กรมประมงใช้ในการจัดทำร่างประกาศฉบับใหม่
    .
    ยังไม่ใช่ประกาศใช้ทันที

    ยังไม่ใช่ประกาศใช้ทันที ขณะนี้กรมประมง ยังอยู่ในขั้นตอนรับฟังความคิดเห็นต่อร่างประกาศ ไม่ใช่การประกาศเปลี่ยนเขตพื้นที่มีผลทันที้กรมประมง ยังอยู่ในขั้นตอนรับฟังความคิดเห็นต่อร่างประกาศ ไม่ใช่การประกาศเปลี่ยนเขตพื้นที่มีผลทันที
    .
    หากผ่านกระบวนการจัดทำและประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ร่างดังกล่าวกำหนดให้มีผลเมื่อพ้น 30 วันนับถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา และให้ใช้แทนข้อกำหนดเดิมในส่วนที่มีข้อความซ้ำหรือขัดแย้งกัน
    .
    ผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรงจึงไม่ได้มีเพียงเจ้าหน้าที่กรมประมง แต่รวมถึงเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ชาวประมง ประชาชนในพื้นที่ ตลอดจนภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับกิจการสัตว์น้ำ
    .
    .
    #Thaitribune

    https://www.facebook.com/share/p/1DXS7YG5Br/
     
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,184
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สหรัฐฯ เปิดประตูรัสเซียคืนเวที G20 ยุโรปเดือด ‘ซิลูอานอฟ’ นั่งโต๊ะคุยครั้งแรกหลังบุกยูเครน ก่อนจีนสวนกลับ ทำที่ประชุมแตกฉานฉุย

    2 กันยายน 2569 #การประชุมรัฐมนตรีคลังและผู้ว่าการธนาคารกลาง กลุ่ม #G20 ที่เมืองแอชวิลล์ #รัฐนอร์ทแคโรไลนา ของ#สหรัฐฯ วันที่ 31 สิงหาคม–1 กันยายน กลายเป็นเวทีที่มีความขัดแย้งทางการเมืองแทรกเข้ามาอย่างชัดเจน หลังสหรัฐฯ ในฐานะเจ้าภาพเปิดทางให้ อันตอน ซิลูอานอฟ #รัฐมนตรีคลังรัสเซีย กลับเข้าร่วมประชุมแบบพบหน้ากันเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่รัสเซียเปิดฉากบุกยูเครนเต็มรูปแบบในปี 2022
    .
    การกลับมาของ #รัสเซีย สร้างความประหลาดใจและความไม่พอใจแก่ #รัฐมนตรีคลังยุโรป หลายประเทศ โดยเฉพาะ #เยอรมนี และ #โปแลนด์ ซึ่งมองว่าการต้อนรับตัวแทนรัฐบาลมอสโกในช่วงที่สงครามยูเครนยังดำเนินต่อไป อาจถูกตีความว่าเป็นการส่งสัญญาณถึงการผ่อนคลายท่าทีต่อรัสเซีย
    .
    Reuters รายงานว่า #ซิลูอานอฟ ยังได้หารือแบบทวิภาคีกับ สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ โดยฝ่ายรัสเซียระบุว่าเป็นการหารือความร่วมมือทางการเงินภายใต้กรอบ G20 ขณะที่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุว่า การพูดคุยให้ความสำคัญกับแนวทางสันติภาพของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ต่อสงครามยูเครน
    .
    การพบกันครั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าสหรัฐฯ ยกเลิกแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่อรัสเซีย โดยแหล่งข่าวระบุว่า เบสเซนต์ยังย้ำว่าการผ่อนคลายทางเศรษฐกิจต่อมอสโกจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อสงครามในยูเครนยุติลง ขณะที่ทำเนียบขาวให้เหตุผลว่า การพูดคุยกับฝ่ายที่เกี่ยวข้องเป็นสิ่งจำเป็น หากต้องการผลักดันให้เกิดข้อตกลงหยุดการสู้รบ
    .
    ยุโรปค้านชัด ไม่เอารัสเซียคืนสู่ “วงปกติ”
    ลาร์ส คลิงไบล์ รัฐมนตรีคลังเยอรมนี แสดงความกังวลอย่างตรงไปตรงมา โดยมองว่าการที่รัสเซียกลับเข้าร่วมโต๊ะประชุม G20 เป็นสัญญาณที่น่าห่วง เพราะยุโรปกำลังเตรียมมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียเพิ่มเติม และต้องการความร่วมมือจากสหรัฐฯ
    .
    เจ้าหน้าที่และรัฐมนตรียุโรปยังคัดค้านการให้ซิลูอานอฟเข้าร่วม “ภาพครอบครัว G20” (family photo) ตามธรรมเนียมของการประชุม โดยภาพสุดท้ายจึงไม่มีรัฐมนตรีคลังรัสเซียอยู่ด้วย สะท้อนว่าการเชิญรัสเซียกลับเข้าสู่ห้องประชุม ไม่ได้หมายความว่ายุโรปพร้อมยอมรับการกลับคืนสู่ความสัมพันธ์แบบปกติ
    .
    ขณะที่ อันด์แชย์ โดมันสกี รัฐมนตรีคลังโปแลนด์ ซึ่งได้รับเชิญเข้าร่วมการประชุม แม้โปแลนด์ไม่ได้เป็นสมาชิก G20 ถาวร กล่าวว่า เขาไม่สบายใจกับการปรากฏตัวของรัสเซีย พร้อมย้ำว่ารัสเซียเป็นฝ่ายรุกรานยูเครน และการพูดคุยกับรัฐบาลมอสโกเป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังอย่างมาก
    .
    ท่าทีดังกล่าวสะท้อนความแตกต่างระหว่าง วอชิงตันกับพันธมิตรยุโรป ที่เริ่มเห็นชัดขึ้นว่า สหรัฐฯ ภายใต้รัฐบาลทรัมป์ต้องการใช้การเจรจาเป็นเครื่องมือในการผลักดันข้อตกลงยูเครน ขณะที่ยุโรปยังเน้นแรงกดดันและมาตรการคว่ำบาตรเพื่อบีบให้รัสเซียยุติสงคราม
    .
    จากรัสเซียถึงจีน G20 กลายเป็นเวทีชนกันหลายขั้ว
    ประเด็นรัสเซียไม่ใช่ความขัดแย้งเดียวในการประชุมครั้งนี้ เพราะเมื่อเข้าสู่วันที่ 1 กันยายน การหารือด้านเศรษฐกิจโลกก็เผชิญแรงเสียดทานจาก จีน อย่างหนัก
    .
    เบสเซนต์เปิดประเด็นเรื่องความไม่สมดุลทางการค้า โดยกล่าวว่าเศรษฐกิจโลกไม่สามารถเดินต่อไปได้ หากจีนยังคงมี ดุลการค้าสินค้าเกินดุลราว 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ และเรียกร้องให้ประเทศที่มีเกินดุลสูงปรับสมดุลเศรษฐกิจ เพิ่มการบริโภคภายในประเทศ และลดการพึ่งพาการส่งออก
    .
    ผลปรากฏว่า 19 ประเทศจาก G20 สนับสนุนแนวทางให้จัดการกับความบิดเบือนทางการค้าและนโยบายที่ไม่เป็นไปตามกลไกตลาด ขณะที่จีนเป็นประเทศเดียวที่ไม่เห็นด้วยกับถ้อยคำดังกล่าว
    .
    ความเห็นต่างรุนแรงถึงขั้นทำให้การประชุมไม่สามารถออกแถลงการณ์ร่วมที่ทุกฝ่ายเห็นพ้องกันได้ และต้องใช้ “Chair’s Statement” หรือแถลงการณ์ของประธานการประชุม แทน ซึ่งถือเป็นอีกสัญญาณว่าความขัดแย้งทางเศรษฐกิจระหว่างมหาอำนาจกำลังแทรกซึมเข้าไปในกลไกความร่วมมือของ G20 มากขึ้น
    .
    หนี้โลกเกือบ 353 ล้านล้านดอลลาร์ จุดใหญ่ที่สหรัฐฯ พยายามดัน
    แม้การเมืองระหว่างประเทศจะบดบังการประชุม แต่หัวข้อหลักที่สหรัฐฯ ต้องการผลักดันคือ การเร่งการเติบโตของเศรษฐกิจโลก
    .
    เบสเซนต์ ระบุว่า เศรษฐกิจโลกกำลังแบกรับภาระหนี้มหาศาล โดยหนี้ทั่วโลกช่วงต้นปี 2569 แตะระดับเกือบ 353 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งเพิ่มความกังวลต่อเสถียรภาพของตลาดการเงินและทำให้นักลงทุนเริ่มจับตาความเสี่ยงของตลาดพันธบัตรรัฐบาล โดยเฉพาะพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ
    .
    รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ เสนอว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจคือทางออกสำคัญของปัญหาหนี้ พร้อมเรียกร้องให้ประเทศ G20 ลดอุปสรรคที่ขวางการขยายตัว เช่น กฎระเบียบที่มากเกินไป ระบบภาษีที่ไม่มีประสิทธิภาพ การลงทุนภาครัฐและเอกชนที่ไม่เพียงพอ ตลาดภายในประเทศที่ถูกแบ่งแยก และปัญหาทักษะแรงงาน
    .
    รัฐบาลทรัมป์ ยังเปิดพื้นที่ให้ผู้บริหารภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในบางช่วงของการประชุม สะท้อนแนวคิดของวอชิงตันที่เชื่อว่า การลดกฎระเบียบ เพิ่มการผลิตพลังงาน และเร่งการลงทุนด้านเทคโนโลยีและ AI จะช่วยสร้างแรงส่งใหม่ให้เศรษฐกิจโลก
    .
    #AI กลายเป็นอีกเครื่องยนต์เศรษฐกิจโลก อีกประเด็นที่ถูกจับตาคือการลงทุนด้าน #ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
    .
    เควิน วอร์ช #ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (#Fed) ซึ่งเข้าร่วมเวทีนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งในเดือนพฤษภาคม มองว่าโลกกำลังเข้าสู่ช่วงการลงทุนครั้งใหญ่จาก AI และอาจเป็นสัญญาณว่าช่วงเวลาที่เศรษฐกิจโลกเติบโตต่ำจากการขาดนวัตกรรมกำลังเปลี่ยนไป
    .
    แต่การลงทุน AI ก็มีอีกด้าน เพราะเม็ดเงินจำนวนมหาศาลที่ไหลเข้าสู่โครงสร้างพื้นฐาน AI กำลังเปลี่ยนทิศทางกระแสเงินทุนทั่วโลก และเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ตลาดจับตาว่าจะส่งผลต่ออัตราดอกเบี้ย ราคาสินทรัพย์ และตลาดพันธบัตรอย่างไร
    .
    สหรัฐฯ ยังโดนวิจารณ์เรื่อง “ปิดประตูสื่อ”
    นอกจากเรื่องรัสเซียและจีนแล้ว การประชุม G20 ครั้งนี้ยังเกิดข้อถกเถียงเรื่อง เสรีภาพสื่อ หลังกรมธนารักษ์สหรัฐฯ ปฏิเสธการออกบัตรให้ผู้สื่อข่าวบางรายจาก Bloomberg News, The New York Times และ The Wall Street Journal
    .
    ฝ่ายสหรัฐฯ ชี้ว่ามีสื่อมากกว่า 300 แห่งได้รับอนุญาตให้รายงานข่าว และย้ำว่าการเข้าถึงข้อมูลมาพร้อมความรับผิดชอบในการรายงานข่าวตามมาตรฐานวิชาชีพ ขณะที่ฝ่ายวิจารณ์มองว่าการคัดเลือกสื่อที่ได้รับอนุญาตเข้าร่วมอาจกระทบต่อความโปร่งใสของการประชุมระหว่างประเทศ
    .
    G20 รอบนี้จึงไม่ได้มีแค่เรื่องเศรษฐกิจ
    ภาพรวมการประชุม G20 ที่แอชวิลล์จึงสะท้อนความเปลี่ยนแปลงของระเบียบเศรษฐกิจโลกอย่างชัดเจน เพราะภายในโต๊ะเดียวกันมีทั้ง สงครามยูเครน รัสเซียกลับสู่เวที การคว่ำบาตร จีนกับปัญหาดุลการค้า หนี้โลก การลงทุน AI พลังงาน และความขัดแย้งทางการค้า เข้ามาพร้อมกัน
    .
    การตัดสินใจของสหรัฐฯ ที่เปิดประตูให้รัฐมนตรีคลังรัสเซียกลับมานั่งโต๊ะ G20 จึงมีนัยมากกว่าการเชิญแขกเข้าร่วมประชุม เพราะเกิดขึ้นในช่วงที่รัฐบาลทรัมป์กำลังพยายามผลักดันการเจรจาสันติภาพยูเครน ขณะเดียวกันยุโรปยังยืนยันว่าการยุติสงครามและแรงกดดันต่อรัสเซียต้องเดินหน้าต่อไป
    .
    และเมื่อ จีนไม่ยอมรับถ้อยคำสำคัญด้านการค้า จนต้องใช้แถลงการณ์ประธานแทนแถลงการณ์ร่วม ก็ยิ่งตอกย้ำว่า G20 กำลังเผชิญโจทย์ใหญ่กว่าเรื่องเศรษฐกิจ นั่นคือ การหาจุดร่วมในโลกที่มหาอำนาจกำลังเดินคนละทิศทาง
    .
    .
    #Thaitribune

    https://www.facebook.com/share/p/1CaJf1itce/
     
  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,184
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สี จิ้นผิง เยือนอียิปต์ ดันจีนจับมือ “ไคโร” เชื่อมอาหรับ–แอฟริกา ผนึก Global South ท่ามกลางตะวันออกกลางเดือด

    2 กันยายน 2569 ประธานาธิบดี #สีจิ้นผิง ของจีน เดินทางเยือน #อียิปต์ อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 กันยายน เป็นการเยือนอียิปต์ครั้งแรกในรอบ 10 ปี โดยพบประธานาธิบดีอับเดล ฟัตตาห์ อัล-ซีซี กระชับความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน (Comprehensive Strategic Partnership) ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ การลงทุน และความร่วมมือระหว่างประเทศ ท่ามกลางสถานการณ์ตะวันออกกลางที่กำลังตึงเครียดจากสงครามอิหร่าน (reuters.com)
    .
    ก่อนเดินทาง สี จิ้นผิง เผยแพร่บทความผ่านสื่ออียิปต์ ว่าจีนพร้อมทำงานร่วมกับอียิปต์เพื่อ #ยกระดับความไว้วางใจทางยุทธศาสตร์ และ 3สนับสนุนกันในผลประโยชน์หลัก พร้อมผลักดันความร่วมมือภายใต้โครงการ #หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (Belt and Road Initiative: BRI) ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมมากขึ้น
    .
    อียิปต์มีความสำคัญต่อจีนมากกว่าการเป็น #ตลาดในแอฟริกา เพราะตั้งอยู่บนจุดยุทธศาสตร์ระหว่าง เอเชีย–แอฟริกา–ยุโรป และเป็นที่ตั้งของคลองสุเอซ เส้นทางเดินเรือสำคัญของโลก ขณะที่เขตเศรษฐกิจคลองสุเอซ (SCZONE) กลายเป็นฐานการลงทุนของบริษัทจีนจำนวนมาก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการผลิตและโลจิสติกส์ (sis.gov.eg)
    .
    ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ถูกจับตาเป็นพิเศษ ทั้ง #อุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า #แบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน #พลังงานหมุนเวียน #อิเล็กทรอนิกส์ เทคโนโลยีดิจิทัล #ปัญญาประดิษฐ์ และ #อุตสาหกรรมขั้นสูง โดยจีนต้องการใช้ศักยภาพด้านทำเลของอียิปต์เป็นฐานเชื่อมโยงเข้าสู่ตลาดแอฟริกาและโลกอาหรับ
    .
    ข้อมูลจากฝ่ายอียิปต์ระบุว่า การค้าระหว่างสองประเทศแตะประมาณ 20.97 พันล้านดอลลาร์ในปี 2568 เพิ่มจาก 17.37 พันล้านดอลลาร์ในปีก่อนหน้า ขณะที่การลงทุนโดยตรงจากจีนในอียิปต์เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยมีบริษัทจีนราว 200 แห่งอยู่ในเขตเศรษฐกิจคลองสุเอซ (sis.gov.eg)
    .
    อีกด้านหนึ่ง สี จิ้นผิงวางอียิปต์ไว้ในบทบาทสำคัญของ #GlobalSouth โดยเรียกร้องให้สองประเทศร่วมกันผลักดันพหุภาคีนิยม สนับสนุนการพัฒนาของประเทศกำลังพัฒนา และผลักดันข้อริเริ่มของจีนด้านการพัฒนา ความมั่นคง อารยธรรม และธรรมาภิบาลโลก
    .
    ความสัมพันธ์จีน–อียิปต์ยังมีมิติทางการเงินเพิ่มขึ้น โดยธนาคารกลางของสองประเทศได้ต่ออายุข้อตกลงแลกเปลี่ยนเงินตราท้องถิ่น (Currency Swap) เป็นเวลา 3 ปี และเพิ่มวงเงินเป็น 30,000 ล้านหยวน หรือประมาณ 4.43 พันล้านดอลลาร์ เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกด้านการค้าและลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์
    .
    การเยือนครั้งนี้จึงมีนัยมากกว่าการกระชับสัมพันธ์ทวิภาคี เพราะเกิดขึ้นในจังหวะที่ตะวันออกกลางกำลังเผชิญความขัดแย้งรุนแรง ขณะที่อียิปต์มีทั้งบทบาทในโลกอาหรับ เป็นสมาชิก BRICS และเป็นจุดยุทธศาสตร์ของเส้นทางการค้าโลก ทำให้ไคโรกลายเป็นหนึ่งใน “สะพาน” ที่จีนสามารถใช้เชื่อมความสัมพันธ์กับทั้ง โลกอาหรับ แอฟริกา และกลุ่มประเทศ Global South
    .
    ฝ่ายอียิปต์ เดินหน้ากระจายความสัมพันธ์ทางยุทธศาสตร์ โดยยังคงรักษาความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ ขณะเดียวกันก็ขยายความร่วมมือกับจีน รัสเซีย และยุโรป สะท้อนแนวทางสร้างสมดุลท่ามกลางการแข่งขันของมหาอำนาจที่เข้มข้นขึ้นในตะวันออกกลางและแอฟริกา (reuters.com)
    .
    การเยือนอียิปต์ของสี จิ้นผิงจึงถูกจับตาว่าเป็นอีกก้าวของจีนในการขยายบทบาททางเศรษฐกิจและการทูตในตะวันออกกลาง พร้อมใช้ความสัมพันธ์กับอียิปต์เป็นฐานเชื่อม จีน–อาหรับ–แอฟริกา และเพิ่มน้ำหนักเสียงของ Global South ในเวทีโลก
    .
    .
    #Thaitribune

    https://www.facebook.com/share/p/1HkzKXHfTz/
     
  18. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,184
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ไทยเร่งปิด “สุญญากาศ” กำกับ Data Center ตั้งบอร์ดใหญ่คุมทั้งไฟ–น้ำ–ที่ดิน–ข้อมูล หลังลงทุนทะลุ 7.5 แสนล้าน หวั่นโตเร็วแต่กติกากระจัดกระจาย

    2 กันยายน 2569 ปมการกำกับดูแล #DataCente ในประเทศไทยกำลังถูกยกระดับเป็น #วาระแห่งชาติ หลังภาครัฐพบว่า แม้ธุรกิจศูนย์ข้อมูลกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วและมีเม็ดเงินลงทุนที่อยู่ในระดับหลายแสนล้านบาท แต่ประเทศไทยยังไม่ได้มีกฎหมายฉบับเดียวที่กำกับ Data Center โดยตรงในทุกมิติ ทำให้ภารกิจต้องกระจายไปตามกฎหมายและอำนาจของหลายหน่วยงาน
    .
    ล่าสุด #คณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ หรือ “บอร์ด Data Center” ถูกจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการ เพื่อทำหน้าที่เชื่อมการทำงานของหน่วยงานต่าง ๆ และเสนอกรอบนโยบาย มาตรฐาน และแนวทางการอนุมัติ อนุญาต และส่งเสริมการลงทุนต่อคณะรัฐมนตรี โดยไม่ได้หมายความว่าบอร์ดชุดนี้จะเข้ามาแทนที่ใบอนุญาตของหน่วยงานเดิมทั้งหมด แต่จะทำหน้าที่สร้าง “กติกากลาง” ให้การกำกับเป็นทิศทางเดียวกันมากขึ้น
    .
    ประเด็นนี้ถูกจับตาเป็นพิเศษ เพราะ Data Center ไม่ใช่เพียงธุรกิจไอที แต่เป็นกิจการที่เชื่อมโยงตั้งแต่ #ไฟฟ้า #น้ำ #ที่ดิน #ผังเมือง #อาคาร #โรงงาน สิ่งแวดล้อม #ระบบโทรคมนาคม #ความปลอดภัยจากอัคคีภัย ไปจนถึง #อธิปไตยด้านข้อมูลของประเทศ
    .
    จาก “ธุรกิจไอที” สู่โครงสร้างพื้นฐานที่กินไฟ–ใช้น้ำมหาศาล
    Data Center ทำหน้าที่เป็นสถานที่สำหรับ #ติดตั้งเซิร์ฟเวอร์ #ระบบจัดเก็บข้อมูล #อุปกรณ์เครือข่าย และ 3ระบบประมวลผล ที่รองรับบริการ #Cloud รวมถึงเทคโนโลยี #AI
    .
    การขยายตัวของ AI ทำให้ความต้องการ Data Center เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ในอีกด้านหนึ่งศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ต้องใช้ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องและต้องมีระบบทำความเย็น ขณะที่บางระบบต้องใช้น้ำในกระบวนการระบายความร้อน
    .
    รัฐบาลจึงมองว่าหากปล่อยให้การลงทุนเติบโตโดยพิจารณาเฉพาะมูลค่าโครงการ อาจเกิดปัญหาตามมา ทั้งการแย่งใช้ทรัพยากร การเพิ่มภาระโครงข่ายไฟฟ้า ผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม รวมถึงความเสี่ยงด้านความมั่นคงของข้อมูล
    .
    ทำไมต้องตั้ง “บอร์ด Data Center”
    หัวใจของปัญหาไม่ได้อยู่ที่ประเทศไทย “ไม่มีหน่วยงานดูแล” แต่เป็นเพราะ มีหลายหน่วยงานดูแลคนละด้าน เช่น..

    #กสทช. ดูแลในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกิจการโทรคมนาคมและการรับส่งข้อมูล
    #กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รับผิดชอบด้านนโยบายดิจิทัลและข้อมูลในขอบเขตอำนาจตามกฎหมาย
    #กระทรวงพลังงาน และหน่วยงานด้านไฟฟ้า เกี่ยวข้องกับการจัดหาและใช้พลังงาน
    หน่วยงานด้านน้ำ ดูแลทรัพยากรน้ำ
    #กระทรวงมหาดไท ยและหน่วยงานท้องถิ่น เกี่ยวข้องกับอาคาร ผังเมือง และการใช้พื้นที่
    #กระทรวงอุตสาหกรรม เกี่ยวข้องกับกิจการที่เข้าข่ายโรงงาน
    #BOI รับผิดชอบด้านการส่งเสริมการลงทุน
    หน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยเข้ามาเกี่ยวข้องตามลักษณะและขนาดของโครงการ
    .
    ผลคือ Data Center แต่ละแห่งอาจมี “ชุดใบอนุญาต” ไม่เหมือนกัน เพราะขึ้นอยู่กับขนาด ที่ตั้ง รูปแบบการดำเนินธุรกิจ ระบบพลังงานสำรอง และกิจกรรมที่ดำเนินการ
    .
    ดังนั้น การมีใบอนุญาตจากหน่วยงานหนึ่งจึงไม่ได้หมายความว่าโครงการนั้นผ่านการตรวจสอบครบทุกมิติ
    .
    กสทช.มีใบอนุญาต Data Center 26 ราย แต่ไม่ใช่จำนวน Data Center ทั้งประเทศ
    .
    ข้อมูลที่ต้องแยกให้ออกคือ ตัวเลขใบอนุญาตของ กสทช. ไม่สามารถนำไปเท่ากับจำนวน Data Center ที่มีอยู่ในประเทศไทยทั้งหมดได้
    .
    เนื่องจากใบอนุญาตของ กสทช. ครอบคลุมเฉพาะกิจการที่อยู่ภายใต้อำนาจด้านโทรคมนาคมตามกฎหมายเท่านั้น ขณะที่ Data Center บางรูปแบบอาจมีประเด็นด้านอื่นที่ต้องพิจารณาแยกต่างหาก
    .
    จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการจะตอบว่า “ประเทศไทยมี Data Center กี่แห่ง” ด้วยการนับเฉพาะใบอนุญาตจากหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งอาจทำให้ภาพคลาดเคลื่อนได้
    .
    บอร์ดชุดใหม่ไม่ได้ออกใบอนุญาตแทนทุกหน่วยงาน
    สาระสำคัญของระเบียบที่รัฐบาลเห็นชอบ คือให้มี คณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ โดยมีรองนายกรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายเป็นประธาน

    ส่วนรองประธานประกอบด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
    .
    นอกจากนี้ยังดึงผู้บริหารระดับปลัดกระทรวงและหัวหน้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมด้วย เช่น กระทรวงการคลัง เกษตรและสหกรณ์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พลังงาน มหาดไทย ดิจิทัลฯ อุตสาหกรรม BOI กกพ. กสทช. สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน โดยมีเลขาธิการสภาพัฒน์เป็นกรรมการและเลขานุการ
    .
    โครงสร้างดังกล่าวสะท้อนชัดว่า รัฐบาลมอง Data Center เป็น “กิจการข้ามกระทรวง” มากกว่าจะเป็นธุรกิจที่อยู่ภายใต้กระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง
    .
    4 เรื่องใหญ่ที่บอร์ดต้องตอบให้ได้
    กรอบการทำงานของบอร์ดไม่ได้มองเพียงว่าจะ “รับหรือไม่รับ” นักลงทุน แต่ต้องกำหนดว่าการลงทุนแบบใดจึงเหมาะสมกับประเทศไทย

    1. ไฟฟ้า
    Data Center ต้องเดินระบบต่อเนื่องและมีความต้องการไฟฟ้าสูง จึงต้องประเมินว่าการลงทุนแต่ละโครงการสอดคล้องกับความสามารถของระบบไฟฟ้าในพื้นที่หรือไม่ และจะกระทบต้นทุนหรือความมั่นคงด้านพลังงานหรือไม่

    2. น้ำ
    ระบบทำความเย็นของศูนย์ข้อมูลบางประเภทต้องใช้น้ำ จึงต้องดูทั้งปริมาณน้ำ แหล่งน้ำ และผลกระทบต่อผู้ใช้น้ำรายอื่น

    3. สิ่งแวดล้อมและชุมชน
    ต้องพิจารณาผลกระทบจากการใช้พลังงาน ความร้อน ระบบสำรองไฟ การก่อสร้าง และความเสี่ยงด้านอัคคีภัย

    4. ประโยชน์ทางเศรษฐกิจ
    คำถามสำคัญไม่ใช่เพียง “ลงทุนเท่าไร” แต่คือเงินลงทุนดังกล่าวสร้างประโยชน์อะไรให้ไทยบ้าง ทั้งการจ้างงานทักษะสูง การถ่ายทอดเทคโนโลยี การเชื่อมโยงธุรกิจไทย และการสนับสนุนระบบ AI และเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ
    .
    กรอบของรัฐบาลจึงมุ่งให้การพิจารณา Data Center ครอบคลุมทั้งประโยชน์ต่อประเทศ ความพร้อมด้านพลังงานและน้ำ รวมถึงผลกระทบสิ่งแวดล้อม
    .
    เงินลงทุน 7.5 แสนล้าน แต่โจทย์คือ “ไทยได้อะไร”
    ข้อมูลจากรัฐบาลระบุว่า โครงการ Data Center ที่อยู่ในกระบวนการลงทุนมีมูลค่ารวมประมาณ 7.5 แสนล้านบาท ทำให้ธุรกิจนี้ถูกมองเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์สำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัลไทย
    .
    แต่รัฐบาลกำลังเปลี่ยนคำถามจากเดิมที่ว่า “จะดึงนักลงทุนเข้ามาได้เท่าไร” เป็น “จะดึง Data Center แบบไหนเข้ามา และต้องแลกกับอะไร”
    .
    BOI ระบุว่าจะยกระดับการคัดกรองโครงการให้เข้มข้นขึ้น โดยดูทั้งความคุ้มค่า ประโยชน์ต่อประเทศ การใช้พลังงานและน้ำ รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน
    .
    เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะไทยกำลังพยายามเดินบนเส้นบาง ๆ ระหว่าง “เปิดรับเงินลงทุน” กับ “ไม่เปิดทางให้ต้นทุนตกกับประชาชน”
    .
    ล่าสุด ระเบียบตั้งบอร์ดมีผลแล้ว
    ความเคลื่อนไหวสำคัญที่ต้องอัปเดตจากข้อมูลเดิมคือ เรื่องนี้ไม่ได้หยุดอยู่เพียงระดับ “ร่างระเบียบ” แล้ว เพราะมีการประกาศ ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ พ.ศ. 2569 และกำหนดให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
    .
    อำนาจของบอร์ด เน้นไปที่การ #เสนอนโยบาย #มาตรฐาน และ #กรอบการปฏิบัติ ให้หน่วยงานรัฐใช้เป็นแนวทาง รวมถึงศึกษาวิเคราะห์และติดตามประเมินผลกระทบของ Data Center ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี
    .
    จุดที่ต้องจับตาต่อจากนี้ สิ่งที่สำคัญกว่าการตั้งบอร์ด คือ “กติกาที่บอร์ดจะออกมา”
    เพราะหากมีเพียงคณะกรรมการประสานงาน แต่ไม่มีมาตรฐานกลางที่ชัดเจน ปัญหาเดิมก็อาจกลับมาอีก

    โดยเฉพาะคำถามว่า Data Center ขนาดเท่าไรจึงต้องผ่านการประเมินด้านพลังงานและน้ำเป็นพิเศษ, ต้องใช้พลังงานสะอาดในสัดส่วนเท่าใด, ต้องมีแผนสำรองน้ำและไฟฟ้าอย่างไร, ต้องตั้งอยู่ในพื้นที่แบบใด และต้องสร้างผลประโยชน์ให้เศรษฐกิจไทยมากแค่ไหนจึงจะได้รับสิทธิประโยชน์จากรัฐ
    .
    ทั้งหมดนี้จะเป็นบททดสอบว่า บอร์ด Data Center จะเป็นเพียง “ศูนย์ประสานงาน” หรือจะกลายเป็นกลไกที่ทำให้ประเทศไทยมีกติกา Data Center แบบจริงจังเป็นครั้งแรก
    .
    ในวันที่ AI กำลังเร่งความต้องการศูนย์ประมวลผลอย่างมหาศาล การแข่งขันของประเทศไม่ได้อยู่แค่การแย่งเงินลงทุน แต่คือการตอบให้ได้ว่า ใครเป็นคนจ่ายค่าไฟ ใครใช้น้ำ ใครรับความเสี่ยง และประชาชนไทยได้อะไรกลับมาจาก Data Center ที่เข้ามาตั้งอยู่ในประเทศ
    .
    .
    #Thaitribune
    https://www.facebook.com/share/p/1DeKpEpkoB/
     
  19. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,184
    ค่าพลัง:
    +97,153
    พัทยาเคลียร์ชัด “พื้นที่ห้าม” เป็นกฎทหารสหรัฐฯ ไม่ใช่ไทยสั่งปิด ...เปิดเมืองรับ 5,000 นาย 2–6 ก.ย. คุมเข้มร้านค้า–ความปลอดภัย

    2 กันยายน 2569 #เมืองพัทยา ออกมาชี้แจงกรณีมีการเผยแพร่ข้อมูล “#พื้นที่ต้องห้าม” สำหรับ # กำลังพลกองทัพเรือสหรัฐฯ ที่เตรียมขึ้นฝั่งในช่วงการเยือนจังหวัดชลบุรี ระหว่างวันที่ 2–6 กันยายนนี้ หลังทำให้เกิดความเข้าใจว่า ทางการไทยสั่งปิด หรือแบนสถานที่บางแห่งในเมืองพัทยา โดยชี้แจงว่า ไม่ใช่คำสั่งห้ามของเมืองพัทยา แต่เป็นมาตรการด้านความปลอดภัยและ #ระเบียบของฝ่ายสหรัฐฯ ที่ #ใช้ควบคุมกำลังพลของตนเอง
    .
    เรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln (CVN-72) พร้อมเรือร่วมขบวนอีก 2 ลำ มีกำหนดเทียบท่าในพื้นที่ จ.ชลบุรี ระหว่างวันที่ 2–6 กันยายน มีทหารเรือและนาวิกโยธินสหรัฐฯ รวมกว่า 5,000 นาย โดยทางการประเมินว่าประมาณ 60% หรือราว 3,000 นาย อาจเดินทางเข้าพัทยาและพักค้างคืนในช่วงพักผ่อนขึ้นฝั่ง
    .
    กฎเหล็กที่กำลังพลสหรัฐฯ ต้องปฏิบัติ จากการประชุมเตรียมความพร้อมระหว่างเมืองพัทยา หน่วยงานไทย และทีมรักษาความปลอดภัยของกองทัพเรือสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม มีการกำหนดพื้นที่และกิจกรรมที่กำลังพลต้องหลีกเลี่ยง เพื่อควบคุมความเสี่ยงระหว่างการพักผ่อนนอกเรือ
    .
    ข้อห้ามสำคัญ ได้แก่

    - ห้ามเข้าซอย 6, ซอย 6/1 และซอย 7 ในพัทยา
    - ห้ามเข้าร้านกัญชาและร้านขายยาบางประเภท
    - ห้ามทำกิจกรรมทางน้ำที่มีความเสี่ยง เช่น เจ็ตสกีและกิจกรรมแพลากร่ม
    - สถานบันเทิงบางพื้นที่มี ข้อจำกัดด้านเวลา โดยเฉพาะช่วง #หลังพระอาทิตย์ตก
    - Walking Street ยังสามารถเข้าได้ แต่กำลังพลต้องออกจากพื้นที่ไม่เกินเวลา 02.00 น.
    .
    ขณะเดียวกัน #เกาะล้าน ยังสามารถเดินทางไปได้ตามปกติ และสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ ที่ไม่ได้อยู่ในรายการจำกัดยังเปิดให้กำลังพลเข้าใช้บริการตามเงื่อนไขที่กำหนด
    .
    พัทยาไม่ปิดเมือง ร้านค้าเปิดตามปกติ
    เมืองพัทยายืนยันว่า ร้านอาหาร โรงแรม สถานบันเทิง แหล่งท่องเที่ยว และกิจการต่าง ๆ ยังเปิดให้บริการตามปกติ ประชาชนและนักท่องเที่ยวทั่วไปยังสามารถเดินทางและใช้บริการได้ ไม่มีคำสั่งจากเมืองพัทยาให้ปิดหรือห้ามกิจการใดเป็นการเฉพาะจากการมาของกองทัพเรือสหรัฐฯ
    .
    บทบาทของเมืองพัทยาคือการประสานตำรวจ ฝ่ายปกครอง หน่วยงานด้านความปลอดภัย และทีมรักษาความปลอดภัยของกองทัพเรือสหรัฐฯ เพื่ออำนวยความสะดวกและป้องกันเหตุระหว่างที่กำลังพลขึ้นฝั่ง
    .
    คุมเข้ม “ห้ามเอาเปรียบ–ห้ามฉวยโอกาส”
    นอกจากการ #จัดระบบความปลอดภัย แล้ว หน่วยงานไทยยังเน้นเรื่อง #การคุ้มครองนักท่องเที่ยว โดย เจ้าหน้าที่พาณิชย์จังหวัดชลบุรี ฝ่ายปกครองบางละมุง เมืองพัทยา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจร้านค้าและร้านอาหาร โดยเฉพาะการ แสดงราคาสินค้าและบริการให้ชัดเจน พร้อมเตือนผู้ประกอบการไม่ให้ฉวยโอกาสขึ้นราคา หรือเรียกเก็บค่าบริการเกินจริงจากนักท่องเที่ยว
    .
    ด้านตำรวจเพิ่มการลาดตระเวนในพื้นที่ชายหาดและย่านท่องเที่ยว รวมถึงจับตาปัญหาการค้าประเวณีและการแสวงหาประโยชน์ทางเพศ โดยย้ำว่า การค้าประเวณีเป็นสิ่งผิดกฎหมายของไทย และต้องป้องกันการแสวงหาประโยชน์จากเด็กและเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี
    .
    ก่อนหน้านี้ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังลงพื้นที่ #กวาดล้างการค้าประเวณี และจับกุมผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องหลายราย เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนกำลังพลสหรัฐฯ ขึ้นฝั่ง
    .
    การเยือนครั้งนี้มีความน่าสนใจในอีกด้าน เพราะ USS Abraham Lincoln เคยเข้าเทียบท่าแหลมฉบังมาแล้วในปี 2549 และ 2555 ก่อนกลับมาเยือนไทยอีกครั้งในปี 2569 โดยภารกิจครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อให้กำลังพลได้ พักผ่อน ฟื้นฟูสภาพร่างกาย และรับการสนับสนุนด้านส่งกำลังบำรุง
    .
    .
    #Thaitribune

    https://www.facebook.com/share/p/1DLS22VLvx/
     
  20. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,184
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ไม่ใช่ปาฏิหาริย์แต่คือวิทยาศาสตร์! เจาะลึกความลับ "บ้านสีเขียวเนปาล" ที่รอดจากน้ำป่า
    ภาพบ้านสองชั้นสีเขียวมินต์ที่ยังคงตั้งตระหง่านอย่างสมบูรณ์ท่ามกลางซากความเสียหายจากเหตุน้ำป่าไหลหลากในเนปาล กลายเป็นกระแสไวรัลที่หลายคนพูดถึง บางคนมองว่าเป็นเรื่องของความศรัทธา หรือปรากฏการณ์น้ำวนคล้าย "ดวงตาพายุ" ที่เว้นว่างบ้านหลังนี้ไว้

    แต่หากมองผ่านเลนส์ทางวิศวกรรมสถาปัตยกรรม (อ้างอิงจากการวิเคราะห์เชิงโครงสร้างโดยเพจ Architecture Presentation) เหตุผลที่บ้านหลังนี้ไม่พังทลายลงมา มีปัจจัยทางวิทยาศาสตร์ที่ชัดเจนอธิบายได้ดังนี้

    1. โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก (Reinforced Concrete Structure)
    บ้านทั่วไปในพื้นที่ มักสร้างด้วย "กำแพงหินไม่ได้เสริมโครงสร้าง" แม้จะรับน้ำหนักจากบนลงล่างได้ดี แต่เมื่อเจอแรงปะทะด้านข้างจากกระแสน้ำ โคลน และท่อนไม้ กำแพงจะเกิดแรงดึง แตกร้าว และถล่มลงทันที

    บ้านสีเขียว ใช้ระบบ "โครงคอนกรีตเสริมเหล็ก" ที่มีเสา คาน และฐานรากเชื่อมต่อกันเป็นเนื้อเดียว เมื่อมีแรงปะทะ มวลน้ำไม่ได้กดลงที่กำแพงโดยตรง แต่แรงจะถูกถ่ายกระจายไปตามคานและเสา ลงสู่ฐานรากใต้ดินอย่างเป็นระบบ

    2. ชัยภูมิและการเบี่ยงทิศทางมวลน้ำ (Hydrodynamics)
    ตัวบ้านไม่ได้ตั้งอยู่ในแนวถล่มหลักของกระแสน้ำที่รุนแรงที่สุด ทำให้มวลน้ำและเศษซากสามารถไหลแยกออกไปทางซ้ายและขวาของตัวบ้านได้
    เมื่อโคลนและหินเริ่มกองสะสมบริเวณฐานบ้าน มันกลับกลายเป็น "ทางลาดธรรมชาติตามมุมปะทะ" ที่ช่วยลดแรงกระแทกของมวลน้ำชุดหลังๆ ให้อ้อมผ่านตัวบ้านไปได้สะดวกขึ้น

    บทเรียนจากบ้านสีเขียว

    "บ้านสองหลังอาจตั้งอยู่ริมแม่น้ำสายเดียวกัน เผชิญมวลน้ำลูกเดียวกัน แต่สิ่งที่ตัดสินว่าหลังไหนจะอยู่หรือไป ไม่ใช่โชคชะตา... แต่คือระบบโครงสร้างที่รับแรงปะทะได้จริง"

    เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า การออกแบบอาคารในพื้นที่เสี่ยงภัยธรรมชาติ การเลือกใช้โครงสร้างที่กระจายแรงปะทะได้ดี คือสิ่งสำคัญที่สุดที่จะช่วยปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของทุกคนในครอบครัวได้อย่างยั่งยืน

    The Earth
    #Architecture #StructuralEngineering #NepalFloods #วิศวกรรมโครงสร้าง #แบบบ้านทนน้ำท่วม #สถาปัตยกรรม

    https://www.facebook.com/share/p/18qNAkyCu3/
     

แชร์หน้านี้

Loading...