พระกสิณ วัดเทพธารทอง- หลวงปู่พิศดู-ครูบากฤษดา

ในห้อง 'พระเครื่อง วัตถุมงคล' ตั้งกระทู้โดย bat119, 20 กุมภาพันธ์ 2013.

  1. bat119

    bat119 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 กันยายน 2009
    โพสต์:
    14,781
    ค่าพลัง:
    +30,937
    https://www.facebook.com/groups/Luangbhoopitsadoo/posts/3648618538671383?locale=th_TH
    ทำขอบกระจก.jpg

    #สะพานตากสินมหาราช (สะพานแหลมสิงห์) จ.จันทบุรี
    ความเมตตาของหลวงปู่พิศดู ที่มีต่อชาวแหลมสิงห์ และชาวจันทบุรี
    #ในยุคอดีต ถ้ากล่าวถึงอำเภอแหลมสิงห์ คนเมืองจันทบุรี จะนึกถึงท่านพ่อสุ่น ธัมมสุวัณโณ วัดปากน้ำแหลมสิงห์ ซึ่งเป็นอดีตพระเกจิอาจารย์ชื่อดัง ผู้มีวิทยาอาคมแก่กล้า และเต็มไปด้วยอิทธิปาฏิหาริย์มากมาย ท่านเป็นที่พึ่ง และเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของชาวบ้านแหลมสิงห์และชาวจันทบุรี ในสมัยรัชการที่ 5 ยุคที่ฝรั่งเศษล่าอาณานิคม ท่านพ่อสุ่นมีบทบาทมากมาย เป็นผู้นำของชาวบ้านต่อต้านอำนาจการกดขี่ข่มเหงของทหารฝรั่งเศษ ในสมัยนั้นคนเมืองจันท์ถ้าไม่มีท่านพ่อสุ่น เมืองจันท์ก็อาจตกเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศษไปแล้วก็เป็นได้ เรื่องราว เกียรติคุณของท่านพ่อสุ่นคนรุ่นหลังก็ยังยกย่อง กล่าวขาน และจดจำกันถึงทุกวันนี้...
    #มาถึงยุคของเรา พ่อแม่ครูบาอาจารย์ใน จ.จันทบุรี ผู้มีเกียรติคุณกว้างไกลอีกรูปหนึ่ง แบบที่เรียกได้ว่าท่านมีดีอย่างครบเครื่องทุกอย่าง ก็คงไม่มีใครเกิน หลวงปู่พิศดู ธัมมจารี วัดเทพธารทอง ถึงท่านจะเป็นพระที่ไม่ได้เปิดตัว อยู่อย่างพระผู้เฒ่าผู้สมถะ แต่ทว่า เรื่องราวของท่านนั้น ภายหลังได้ถูกเล่าขานขึ้นมาเองจากประสบการณ์ล้วนๆ รวมถึงมีครูบาอาจารย์ผู้ทรงคุณธรรมวิเศษหลายๆท่าน กล่าวยกย่องหลวงปู่ท่านในด้าน ท่านเป็นพระอริยะผู้สำเร็จคุณธรรมขั้นสูงสุด มากด้วยอภิญญาปาฏิหาริย์ ทั้งวิชชา และวิมุติ จนมีผู้กล่าวยกย่องในองค์ท่านกันว่า " ถ้าคนเมืองจันท์ ไม่มีหลวงปู่พิศดูสักองค์ คงจะตายกันอีกมากนัก.."
    ด้วยความที่ท่านเป็นพระที่คอยช่วยเหลือสงเคราะห์เหล่าพุทธบริษัทอยู่เบื้องหลัง เหตุการณ์สำคัญหลายๆครั้ง วัตถุมงคลของท่านก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ช่วยให้คนรอดพ้นจากวิกฤตและโพยภัยต่างๆ ปัจจุบันจึงมีผู้หันมาเคารพศรัทธาในองค์ท่านมากมาย นับวันยิ่งจะเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างไม่มีประมาณ
    รูปที่ผู้เขียนนำมาลงให้ดูกันนี้เป็นรูป #สะพานตากสินมหาราช หรือที่เรียกกันว่า สะพานแหลมสิงห์ โดยพื้นเพส่วนตัวผู้เขียนก็เป็นคนจันทบุรีโดยกำเนิด และทราบเรื่องราวขององค์หลวงปู่พิศดูที่ท่านมีความเมตตาต่อลูกหลานชาวแหลมสิงห์ เลยทำให้นึกถึงเรื่องราวที่น่าประทับใจที่ได้เคยสัมภาษณ์บุคคลหลายท่านไว้เรื่องหนึ่ง ดังนี้..
    สะพานตากสินมหาราช (สะพานแหลมสิงห์) เป็นสะพานที่ทอดข้ามปากแม่น้ำจันทบุรีที่ อ.แหลมสิงห์ เชื่อมต่อระหว่าง ต.ปากน้ำแหลมสิงห์ และตำบลบางกะไชยที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกัน เป็นสะพานที่ยาวที่สุดในภาคตะวันออก มีความยาว ระยะทาง 1,060 เมตร
    กรมทางหลวงชนบทได้ดำเนินการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำจันทบุรีที่บริเวณปากแม่น้ำ อ.แหลมสิงห์ เพื่อสนับสนุน ส่งเสริมศักยภาพการท่องเที่ยวเพิ่มเส้นทางขนส่งสินค้า และการคมนาคม ร่นระยะเวลาในการเดินทางของประชาชนในพื้นที่ อ.แหลมสิงห์ อ.ท่าใหม่ อ.เมือง และอ.นายายอาม ให้สามารถเดินทางเลียบข้ามชายฝั่งทะเลให้ถึงกันได้โดยไม่ต้องเดินทางอ้อมเป็นระยะทางไกลมากดังเช่นในอดีต โดยสะพานดังกล่าวได้ก่อสร้างแล้วเสร็จ และ จ.จันทบุรี ได้จัดพิธีเฉลิมฉลองเปิดสะพานแห่งใหม่ให้ประชาชนทั่วไปได้ใช้อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2551
    #ซึ่งก่อนที่จะมีพิธีฉลองเปิดสะพานนี้ ได้มีคณะลูกศิษย์ และประชาชนกลุ่มหนึ่ง พร้อมใจกันมาอาราธนานิมนต์ พระเดชพระคุณหลวงปู่พิศดู ธัมมจารี วัดเทพธารทอง ได้ไปเหยียบสะพานใหม่นี้ และอธิษฐานจิตเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชาวแหลมสิงห์ และชาว จ.จันทบุรี ซึ่งองค์หลวงปู่ท่านก็ได้รับการอาราธนานิมนต์ดังกล่าว และเมื่อคราวที่คณะของท่านได้ไปถึงนั้น บรรยากาศช่างเป็นใจยิ่งนัก เรียกได้ว่าจากอากาศที่กำลังร้อนอบอ้าว กลับกลายเป็นอากาศที่เย็น แบบแดดร่มลมตกกันเลยทีเดียว เมื่อองค์หลวงปู่ได้ถึงสะพานดังกล่าว ฝ่าเท้าของท่านได้สัมผัสลงบนสะพาน และท่านก็ทำการอธิษฐานจิตให้เป็นที่เรียบร้อย อยู่สักครู่หนึ่งจึงเดินทางกลับ ยังความปราบปลื้มยินดีของผู้ที่มากราบอาราธนานิมนต์ และชาวแหลมสิงห์เป็นยิ่งนัก หลังจากคณะขององค์หลวงปู่ได้เคลื่อนออกไปได้ไม่นาน ก็ได้มีละอองฝนตกลงมาที่บริเวณนั้น ราวกับว่าเป็นน้ำทิพย์มนต์ขององค์หลวงปู่ท่าน ที่พร่างพรมลงมาเพื่อความชุ่มฉ่ำ และเป็นสิริมงคลอย่างยิ่งเลยทีเดียว... ผู้เขียนคิดว่าหลวงปู่ท่านคงต้องทำอะไรเอาไว้สักอย่างหรือหลายๆอย่าง เพื่อเป็นธรรมอาถรรพ์ติดตรึงไว้ที่สะพานแห่งนี้อย่างแน่นอน ไม่อย่างนั้นท่านคงจะไม่เดินทางมา..
    ซึ่งก็เป็นอย่างที่คิดไว้ เมื่อได้ฟังข้อมูลนี้ที่สอดคล้องกัน คือมีบุคคลผู้เป็นนักปฏิบัติธรรมสายมโนมยิทธิ ได้เคยมาเยือนสะพานแห่งนี้ และใช้การตรวจทางในดูพบว่า..
    " หลวงปู่ท่านอธิษฐาน #ให้มีโซ่ทองเส้นใหญ่มหึมาร้อยรัดประคองสะพานเส้นนี้เอาไว้อย่างมั่นคงเลยทีเดียว ด้วยกำลังแห่งฤทธิ์และบารมีของท่าน.." (โปรดใช้วิจารณญาณเป็นความเชื่อเฉพาะบุคคล)
    #สะพานตากสินมหาราช (สะพานแหลมสิงห์) จัดได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของ " #ถนนเฉลิมบูรพาชลทิต " ซึ่งเป็นถนนสายท่องเที่ยวเลียบชายฝั่งทะเลที่ยาวและงดงามที่สุดในภาคตะวันออก ที่เชื่อมต่อระหว่างชายหาดต่างๆ และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญชายฝั่งทะเลของของ จ.จันทบุรี มีทัศนียภาพและจุดชมวิวที่สวยงามมากๆ ใครมีเวลาก็ไปเที่ยวชมทิวทัศน์บนสะพานนี้ได้ เมืองจันทของเรายังมีสถานที่สวยๆงามๆอีกมากเพียงแค่ท่านปลีกเวลาสักนิดเพื่อมาเยือนเท่านั้น..

    nWvKSPcaKm4ONnmsX5LIwas7wYJxRo2I6cmnMchLOLQDLhBp6OY018OHZ3Tz0H&_nc_zt=14&_nc_ht=scontent.fbkk8-4.jpg
     
  2. bat119

    bat119 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 กันยายน 2009
    โพสต์:
    14,781
    ค่าพลัง:
    +30,937
    https://www.facebook.com/groups/Lua...notif_t=group_activity&ref=notif&locale=th_TH

    6.1.jpg
    #ประสบการณ์ของอาสากู้ภัย
    ผมขอเอ่ยความเดิมก่อน ผมเป็นคนนึงที่เป็นอาสากู้ภัยทำด้วยจิตอาสา ที่ผมเคยลงประสบการณ์ในโพสต์เก่า ที่องค์หลวงปู่พิศดูเคยเมตตาเขียนชักยันต์กลางอากาศให้ ท่านเสกให้นานหลายบทแล้วท่านก็บอกว่า " ผ่อนหนักให้เป็นเบา "
    จนเวลาผ่านไปหลายปีผมประสบเหตุกำลังไปช่วยคนถูกรถชน ผมจึงรีบไปด้วยรถมอเตอร์ไซค์กู้ภัยแต่ระหว่างทางมีรถมาตัดหน้าผมก็ชนกันอย่างแรงดังตูมมม..!!! ผมคิดว่าเกิดอันตรายกับผมแน่จึงนึกถึงบารมีองค์หลวงปู่ช่วยศิษย์ด้วยครับ แล้วร่างผมก็กระเด็นไปไกลคิดว่ากระดูกหักแน่เพราะช่วงซี่โครงตกชงมากระแทกอย่างแรงแต่เหมือนมีอะไรบางอย่างเหมือนกับเบาะมารองรับไว้ ชาวบ้านที่เห็นบอกว่ากระดูกน่าจะหักส่วนใดก็ส่วนหนึ่งเพราะกลิ้งยังกับลูกขนุน ผมก็รู้สึกเจ็บทั่วร่างกายที่เป็นคอยถลอก เพื่อนเลยพาไปทำแผลที่โรงพยาบาลเพื่อทำความสะอาดแผล รู้สึกปวดช่วงซี่โครงมาก ผมเลยบอกหมอเอ็กซเรย์เพื่อความสบายใจ พอผลออกมาหมอถึงกับตกใจไม่เคยเจอเคสแบบนี้มาก่อน กระดูกไม่หักไม่ร้าว แต่กล้ามเนื้ออักเสบนิดหน่อย หมอถามผมว่ามีของดีอะไร แต่ตอนนั้นไม่ได้บอกหมอ ได้แต่นั่งทราบซึ้งในเมตตาบารมีองค์หลวงปู่ได้เมตตาช่วยไว้ครับ..
    คราวนี้มาฟังอีกประสบการณ์หนึ่ง ที่ล้อหลังรถหลุดกันครับ ไม่กี่ปีมานี้ผมได้รับแจ้งวิทยุ ว.ว่ามีอุบัติเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บติดภายในบาดเจ็บหลายรายมีทั้งอาการสาหัสและเสียชีวิตคาที่ ณ จุดเกิดเหตุ ผมจึงรีบไปด้วยมอเตอร์ไซค์กู้ภัย ผมก็รีบบิดเต็มที่ใช้ความเร็วสูงเพราะผมเปิดสัญญาณไฟไซเรนและเสียงหวอ รถที่ร่วมทางวันนั้นมีน้ำใจกันมากให้ความร่วมมืออย่างดีหลบให้แทบทุกคันเลย พอผมและเพื่อนกู้ภัยถึงที่เกิดเหตุรีบกันช่วยปฐมพยาบาลผู้ประสบเหตุ บางรายต้องใช้เครื่องตัดถ่างงัดซากรถที่ผู้บาดเจ็บอยู่ในรถออกมา พอเอาออกมาแล้วต้องช่วยปั๊มหายใจ CPR แล้วรีบนำส่งโรงพยาบาล หลังจากนั้นผมช่วยผู้ประสบเหตุเสร็จผมก็นึกขึ้นได้ว่าได้เผาพลอยให้แม่ไว้จึงรีบบิดกลับไปที่บ้าน พอถึงบ้าน... ผมก็ได้ยินเสียงดังแคร็กเคร้งๆๆผมก็เลยลงจากรถเอาขาตั้งลงสำรวจว่ารถผมเป็นอะไร พอไปที่ดูที่ล้อหน้าก็ปกติเลย ย้ายไปดูที่ล้อหลัง ผมถึงกับตกใจร้องโอ้โหยเกิดอะไรขึ้นวะเนี่ย แกนล้อหลังหลุดกระเด็นไปทางน็อตกระเด็นไปทาง ล้อหลังก็หลุดช่างมอเตอร์ไซค์แถวบ้านมาดูว่าเป็นอะไร ผมบอกว่าไปช่วยคนเจ็บมาแล้วรีบกลับมาบ้านแล้วล้อหลังก็หลุด ช่างก็ร้องว่าโอ้โห!! รอดมาได้ยังไง ความจริงล้อน่าจะหลุดตั้งแต่แรกแล้วยิ่งใช้ความเร็วสูงไม่ต้องพูดถึง ผมถึงกับตื้นตันและขนลุกที่รอดมาได้เพราะบารมีองค์หลวงปู่แน่นอนล้านเปอร์เซ็นต์ครับไม่งั้นผมเองคงตายคาที่ก่อนที่จะไปช่วยคนเจ็บครับ ช่างก็เลยถามผมว่ามีของดีอะไร ผมบอกว่าใส่เสื้อกู้ภัยที่องค์หลวงปู่ได้เมตตาชักยันต์กลางอากาศให้ผมกับได้แขวนล็อกเก็ตองค์หลวงปู่เท่านั้นครับช่างก็เลยเลื่อมใสศรัทธราในองค์หลวงปู่ที่ช่วยชีวิตผมไว้ครับ
    #ขอขอบคุณ..คุณ ตั้ม เจษฎา ที่ให้ถ่ายทอดประสบการณ์นี้ และให้นำมาเผยแพร่ต่อได้ครับ
     
  3. bat119

    bat119 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 กันยายน 2009
    โพสต์:
    14,781
    ค่าพลัง:
    +30,937
    744738862_1708944536921983_3015445046272329301_n.jpg

    ขอเชิญร่วมพิธีตักบาตรพระอุปคุตวัดเทพธารทอง
    ณ วัดเทพธารทอง ต.พลวง อ.เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี
    1f300.png วันพุธที่ 29 กรกฎาคม 2569 1f300.png
    เนื่องในวันเพ็ญ 15 ค่ำ ที่ตรงกับวันพุธ ของทุกปี จะมีพิธีตักบาตรพระมหาอุปคุต อันเป็นประเพณีเก่าแก่ที่ถือปฏิบัติกันมาช้านาน
    ในปีนี้ ทางวัดเทพธารทองได้จัดพิธีตักบาตรด้วย #ข้าวสาร #อาหารแห้ง #และจตุปัจจัยต่างๆ บูชาพระมหาอุปคุต เพื่ออนุรักษ์ศาสนพิธี และดำเนินรอยตามเจตนารมณ์ที่องค์หลวงปู่พิศดูได้เคยนำปฏิบัติมาทุกปีเมื่อครั้งยังครองสังขารอยู่..
    1f338.png #กำหนดการ..
    วันพุธที่ 29 กรกฎาคม 2569
    --- เวลา 18.30 น. พิธีสวดเจริญพุทธมนต์ และสวดบทบูชาพระอุปคุต (อุปคุตโต จะ มหาเถโร ปิยัง มะมะ)
    --- เวลา 19.00 น. พิธีเวียนเทียนเนื่องในวันอาสาฬหบูชา
    --- เวลา 19.30 น. เริ่มพิธีตักบาตรด้วยข้าวสาร อาหารแห้ง ถวายบูชาพระมหาอุปคุต และรับของที่ระลึก
    1f338.png #หมายเหตุ.. สิ่งที่ต้องเตรียมมาใส่บาตรในวันพิธี คือ ข้าวสาร อาหารแห้ง หรืออาหารกระป๋อง หรือสิ่งของที่เก็บไว้ได้นาน มาคนละ 1 ชุด เพราะเราจะตักบาตรถวายพระอุปคุตองค์เดียว จะไม่มีพระภิกษุเดินรับบาตร
    1f99a.png ขอเชิญทุกท่านร่วมงานบุญพิธีดังกล่าวโดยพร้อมเพรียงกัน.. 1f64f_1f3fb.png
     
  4. bat119

    bat119 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 กันยายน 2009
    โพสต์:
    14,781
    ค่าพลัง:
    +30,937
    61009905_2165974413500266_7675511629202587648_o.png
    เรื่องลี้ลับในวัดเทพธารทอง..
    เรื่องลี้ลับในวัดเทพธารทองเป็นสิ่งที่ต้องเล่ากันอย่างไม่รู้จบ ผู้ที่เคยประสบมาก็มีจำนวนมาก ยิ่งถ้าเป็นลูกศิษย์ที่ถวายงานรับใช้องค์หลวงปู่พิศดู หรือลูกศิษย์ยุคแรกๆเขาเจอกันแทบเป็นเรื่องปกติ ถึงขนาดหลวงปู่ยังเอ่ยปากว่า..
    " ที่ๆวัดเทพนี้แรงนะ มีทุกอย่าง(ภพภูมิ) ทั้งนาค ยักษ์ และชาวลับแล ใครทำไม่ดี หรือไม่ปฏิบัติอยู่ไม่ได้ง่ายๆ.."
    วันนี้จะขอเล่าให้ฟังสักเรื่อง ซึ่งเกิดขึ้นกับพี่ลูกศิษย์อุปัฏฐากหลวงปู่พร้อมกันถึง 2 คน พี่เขาเล่าให้ฟังว่า..
    สมัยที่พี่เขาเข้าไปอยู่รับใช้หลวงปู่ที่วัด เวลาว่างก็จะนั่งภาวนา เดินจงกรม หรือไม่ก็จับกลุ่มสนทนากันธรรมกันที่โรงไฟ มีอยู่วันหนึ่งเป็นเวลาค่อนข้างดึกแล้ว หลวงปู่ท่านได้ปิดไฟจำวัดแล้ว พี่เขากับเพื่อนก็ลงมานั่งกันอยู่ที่โรงไฟแต่ยังไม่ได้เข้านอน พอสักพักใหญ่ก็ปรากฏเห็นกลุ่มแสงกลมๆสว่างหลากสีจำนวนหลายดวง ลอยมาจากทางเขาคิชฌกูฏ เข้ามาในวัด แล้วก็ลอยเข้าไปในกุฏิที่หลวงปู่จำวัดอยู่ พี่เขากับเพื่อนเห็นสิ่งนี้ก็รู้สึกอัศจรรย์ใจอย่างมาก แต่ก็ไม่ได้ทักอะไรเพราะรู้สึกว่า น่าจะเป็นเรื่องที่ดี แต่ยังไม่ทราบว่ากลุ่มแสงนี้คืออะไร..
    พอรุ่งเช้าได้ขึ้นมาเล่าให้หลวงปู่ฟัง และถามหลวงปู่ว่ากลุ่มแสงที่เห็นเมื่อคืนนั้นคืออะไร..?
    หลวงปู่ได้ตอบว่า " อ้อ..เห็นด้วยเหรอ เป็นพวกเทวดาเขามาหาเรา.."
    เรื่องแบบนี้ตามแต่วาสนาของแต่ละบุคคลจริงๆครับ ก็เป็นอีกเรื่องที่หยิบยกมาเล่าสู่กันฟัง..cr.sira pop
     
  5. bat119

    bat119 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 กันยายน 2009
    โพสต์:
    14,781
    ค่าพลัง:
    +30,937
    BRqnr2bSMZ2KzVy3sFaKoo3lUlujjf6TvFx3RDosDAsl5qabNbp4n6aYfCOdl&_nc_zt=14&_nc_ht=scontent.fbkk13-2.jpg

    https://www.facebook.com/groups/Luangbhoopitsadoo/posts/3706357549564148/?locale=th_TH
    ขอเชิญร่วมบุญสร้างแผ่นโลหะดุนลาย รูปหลวงปู่พิศดู ธมฺมจารี

    เพื่อประดับบนซุ้มประตูภายในพระเจดีย์ วัดป่าสิริจันโท ตามกำลังศรัทธา
    ชนิดโลหะ : ทองแดง + เงิน
    ขนาด : 105 × 198 ซม.
    จัดสร้างและน้อมถวายในนามคณะศิษย์หลวงปู่พิศดู ธัมมจารี งบประมาณการจัดสร้าง 62,000 บาท
    1f4cc.png #บัญชีร่วมบุญ..
    ++ ธนาคาร ไทยพาณิชย์
    ++ หมายเลข 854 2004 013
    ++ นายไพบูลย์ เกษมพัฒนะโภคิน (บัญชีผู้รวบรวมถวาย)
    1f64f.png ขอกราบอนุโมทนาบุญกับทุกท่านไว้ ณ โอกาสนี้ครับ
     
  6. bat119

    bat119 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 กันยายน 2009
    โพสต์:
    14,781
    ค่าพลัง:
    +30,937
    118505745_2819472381623681_7721019468466153022_n.jpg

    493999571_4128230264081213_3568338544594500792_n.jpg

    493510500_4128230294081210_1236740656081249006_n.jpg

    493533227_4128230170747889_2810239892869012156_n.jpg

    ปฐวีธาตุในพระกสิณ
    ปฐวีธาตุต่างจากพระเครื่องตรงที่กรวดจากสถานที่สำคัญ ซึ่งครูบาอาจารย์ท่านนำมาอธิษฐานเหล่านั้น พวกเทพหรือนาคเขาถือว่าเป็นสมบัติอย่างหนึ่งของเขา กรวดเหล่านั้นจึงมีพลังงานของพวกเขาติดมาด้วย และเมื่อได้รับการอธิษฐานด้วยกระบวนการทางจิตที่ซับซ้อนอย่างยากที่เราจะเข้าใจ ก็จะทำให้กรวดเหล่านั้นเกิดพลังงานมหาศาลชนิดที่เราก็ไม่เข้าใจอีกอยู่ดีว่าเป็นเช่นนั้นได้อย่างไร
    เมื่อปฐวีธาตุซึ่งมีพลังงานแฝงอยู่แล้ว ได้รับการอธิษฐานจากจิตที่มีพลังงานมหาศาลเพราะได้รับการฝึกฝนบำเพ็ญเพียรมาดีเยี่ยม แผ่กระแสลงไปสู่หินเป็นจุดเดียว กระแสจิตและแรงอธิษฐานอันบริสุทธิ์เกิดกระทบกับพลังงานธาตุที่อยู่ในหินแล้วการผสมผสานเรียงตัว เป็นคลื่นรังสีที่มีพลัง งานแรงสูง ที่จะให้ความคุ้มครองผู้บูชาตามที่ผู้อธิษฐานได้ ตั้งโปรแกรมไว้ นอกเหนือไปจากญาณของหมู่เทพหรือนาคทั้งหลายที่จะมาพิทักษ์รักษาผู้ครอบครองปฐวีธาตุเมื่อยามเกิดภัยพิบัติตามคำทำนาย ชนิดปฐวีธาตุ 1 องค์ ต่อเทพหรือพญานาค 1 ตน ซึ่งคุณสมบัติดังกล่าวไม่อาจเหมือนพระเครื่องที่ถูก "สร้าง" ขึ้นด้วยน้ำมือมนุษย์ ผิดกับ "ปฐวีธาตุ" ที่ถูกรังสรรค์ขึ้นจากผลงานของธรรมชาติ จึงเก็บประจุพลังงานจากธาตุทั้งสี่และพลังงานจากระบบสุริยะ และจันทรามาเนิ่นนานนับได้เป็นล้าน ๆ ปี..
    ครูบาอาจารย์ผู้มีจิตอันวิสุทธิ์เข้าถึงหลักธรรม(ชาติ)อย่างถ่องแท้ จึงมักทำปฐวีธาตุให้ศิษย์ อาทิ.. ท่านเจ้าคุณนรฯ วัดเทพศิรินทร์ หลวงปู่ขาว อนาลโย วัดถ้ำกลองเพล หลวงปู่ดูลย์ อตุโล วัดบูรพาราม ท่านพ่อเมือง พลวัฑโฒ วัดป่ามัชฌิมวาส ซึ่งก็ตรงตามที่หลวงปู่คำพันธ์เคยบอกว่า
    "ผู้ที่จะอธิษฐานปฐวีธาตุได้นั้น ต้องเป็นผู้เดินวิปัสสนาล้วน จะเป็นผู้ที่มาทางสายวิชาอาคมไม่ได้เลย.."
    และนี่คือสาเหตุที่ว่าทำไม "ปฐวีธาตุ" จึงมีความแตกต่างจากพระเครื่อง
    #ส่วนปฐวีธาตุของหลวงปู่พิศดูนั้น ท่านสั่งให้เอาหินในลำธารศักดิ์สิทธิ์ที่วัดเทพธารทอง มาให้ท่านอธิษฐาน ท่านเรียกลำธารนี้ว่า "เนรัญชลา" ( หลวงปู่บอกว่า " เราน้อมเอาแม่น้ำเนรัญชลาจากอินเดียมาไว้ที่วัดเทพฯ ลำธารของที่นี่เป็นลำธารศักดิ์สิทธิ์..." )ก้อนหินที่แช่อยู่ในธารนี้หลวงปู่บอกว่า " เป็นสมบัติของพวกนาคราช " ตามปกติของพวกนาคราช หรือพญานาคนั้น มักจะบำเพ็ญตบะ และทำบุญกุศลจนมีร่างที่เป็นกึ่งทิพย์และบังเกิดมีอิทธิฤทธิ์ต่างๆได้ ถ้าเป็นพวกพญานาคที่เป็นสัมมาทิษฐิ ก็จะมีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา และศรัทธาในพระสงฆ์องค์เจ้าผู้ปฏิบัติดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งก้อนหินที่อยู่ในวัดเทพธารทอง ก็จะได้รับกระแสแห่งฌานสมาบัติ และกระแสเมตตาจิตที่หลวงปู่ท่านแผ่ไปในโลกธาตุทั้งหลายด้วย.. ผมเคยเห็นนักปฏิบัติหลายคนที่มาภาวนาอยู่ที่วัด และเคยให้เขาตรวจกระแสพลังของก้อนหินในวัด ทุกคนบอกตรงกันหมดว่า มีกระแสพลังที่ดีอยู่ในหินทุกก้อนแน่นอน แม้แต่กิ่งไม้ใบหญ้าก็มี เพียงแต่ยังไม่ได้ตั้งองค์พระไว้เท่านั้น แต่ถ้าเราจะเอามาตั้งจิตอธิษฐานระลึกถึงองค์หลวงปู่ก็จะสามารถใช้เป็นวัตถุมงคลได้เลยโดยไม่ต้องปลุกเสก..
    บางครั้งมีคนที่สร้างพระให้วัดต่างๆมาขอมวลสารของหลวงปู่ ท่านก็บอกว่า.. " ถ้าอยากได้มวลสารให้ไปงมเอาหินเอาทรายในลำธารนั่นก็ได้ ไปเอามาเราจะเสกให้.." อีกทั้งหลวงปู่ยังเคยเล่าให้ฟังด้วยว่า..
    " ใต้พื้นพิภพอันเป็นที่ตั้งของวัดเทพธารทองแห่งนี้ลงไป เป็นเมืองนาคราชอันใหญ่โตรโหฐาน และพวกนาคที่นี่จัดเป็นภพภูมิที่สูงกว่านาคในที่อื่น..(เพราะอาจจะได้รับกระแสบุญบารมีจากองค์หลวงปู่ท่านก็ได้) ลำธารที่ไหลผ่านที่วัดนั้น ก็เป็นทางขึ้นล่องของพวกเขา แต่ถูกปกปิดไม่ให้คนได้ล่วงรู้.." จริงแล้วที่วัดเทพธารทองก็มีปล่อง(ทาง)เข้าออกของเขาอยู่ประมาณ 3 ทาง เท่าที่ผมรู้ก็บริเวณพระเจดีย์ใหญ่ สมัยก่อนมีญาติโยมหลายคนได้เห็นมีงูแปลกๆตัวใหญ่มีหงอนโผล่ขึ้นมาจากปล่องนี้บ่อยๆ ซึ่งปัจจุบันองค์หลวงปู่ได้สั่งให้สร้างพระเจดีย์ครอบเอาไว้แล้ว เพื่อให้พวกนาคฯเหล่านั้นดูแลปกปักรักษาพระเจดีย์นี้ด้วย
    ปฐวีธาตุนั้น หากเป็นที่ภาคอีสาน หลวงปู่อิง และหลวงปู่คำพันธ์บอกว่า ให้ไปเอาที่ใต้แม่น้ำโขง
    หากเป็นที่ภาคกลาง เจ้าคุณนรฯบอกว่า ให้ไปเอาที่ อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ ซึ่งตัวผมเองหลังจากฟังเรื่องปฐวีธาตุเจ้าคุณนรฯแล้ว ก็มีความคิดอยากได้มาก จึงวานให้เพื่อนที่อยู่แถวบางบ่อหาเก็บมาให้ แต่ก็ไม่ได้ความเสียเลยเพราะเพื่อนไม่มีเวลาไปหาเก็บมาให้ กะว่าถ้าได้มาจะขอความเมตตาจากหลวงปู่พิศดูช่วยเสกให้ เพราะว่าองค์หลวงปู่บอกเองว่า " ท่านเจ้าคุณนรฯกับเราก็เป็นสายเดียวกัน.. "
    และต่อมาพอผมเกือบลืมไปแล้ว หลวงปู่ท่านได้สั่งให้ไปเก็บหินในลำธารในวัดมาให้ท่าน ท่านจะเสกปฐวีธาตุให้ แต่ก็มีอยู่ไม่มากนัก (รู้อย่างนี้จะขอให้เอามาสักกระสอบหนึ่งก็ดี จะได้เอามาแจกให้ทั่วๆกันเลย..)
    ถ้าจะเอาปฐวีธาตุ ในภาคตะวันออก ผมว่าคงต้องเอาที่วัดเทพธารทอง ฯลฯ ดังที่ได้กล่าวมา ไม่ต้องไปหาปฐวีธาตุที่ไหนหรอกครับ ขององค์หลวงปู่พิศดูนี้แน่นอนที่สุด ลงใจก็ที่สุด ไม่ต้องเสี่ยงกับการไม่มั่นใจว่าใครเสกหรือไม่ หากใครมีก็อยากให้เก็บรักษาเอาไว้ให้ดี ถ้าจะมอบให้ใครอยากให้พิจจารณาดูว่าคนๆนั้นเหมาะสมที่จะเอามาใช้จริงๆ
    หากใครอยากจะถามว่า จะหาก้อนปฐวีธาตุขององค์หลวงปู่พิศดูได้จากไหน ผมคงต้องบอกว่า คงไม่ต้องตามหาหรอกครับ เพราะว่า มหาปฐวีธาตุชนิดก้อนกรวดนั้น มีน้อยเอามากๆ เพียงแค่หลักร้อยเท่านั้น แต่ถ้าจะให้มีทางเลือกอีกทางหนึ่งซึ่ง มหาปฐวีธาตุดังกล่าว ผมคงต้องแนะนำว่า " พระกสิณ " ขององค์หลวงปู่พิศดู นี่แหละเป็นอีกหนึ่งในมหาปฐวีธาตุที่ท่านได้สร้างสรรไว้ เพราะมวลสารหลักนอกจากจะมีผงมวลสารวิเศษต่างๆแล้ว ก็ยังมีดินศักดิ์สิทธิ์จากสถานที่ต่างๆ รวมถึงกรวด ดิน ในวัดเทพธารทองแห่งนี้ผสมอยู่ด้วย ถ้าไม่สำคัญจริงๆท่านคงไม่ใส่กรวดดินเหล่านั้นลงไปเป็นส่วนผสมขององค์พระที่ท่านสร้างหรอกจริงไหมครับ และขึ้นชื่อว่าพระ #กสิณ ก็คือ ธาตุทั้ง5 ที่ก่อเกิดพลังแห่งฤทธิ์ต่างๆนั่นเอง..
    พระกสิณนี้ก็เป็นวัตถุมงคลอีกสิ่งหนึ่งที่หลวงปู่เป็นผู้ดำหริให้จัดสร้างด้วยองค์ท่านเอง ด้วยมวลสารที่ท่านสะสมมาสมัยธุดงค์ และของมงคลของครูบาอาจารย์ของท่าน ฯลฯ ทุกอย่างทำกันในวัด ทั้งลบผง ผสมเนื้อ กดพิมพ์ เผาดิน ตลอดถึงการอธิษฐานจิตเดี่ยว ด้วยจิตใจที่มุ่งมั่น ตั้งใจอย่างดีที่สุด นับเป็นพระเครื่องชุดแรกของท่านก็ว่าได้ ถึงรูปแบบอาจจะดูไม่สวยคมชัดเหมือนพระสมัยนี้ แต่ว่ามีความคลาสสิคในตัวมาก เพราะพระทุกองค์เป็นงานที่ทำด้วยมือ และใจของผู้ศรัทธาจริงๆ เป็นสิ่งที่มีคุณค่าทางใจสูงมาก.. หลวงปู่เคยบอกว่า ถึงจะไม่ค่อยสวย แต่คุณภาพสูงครับ.. สาธุ
    พระกสิณนี้ เมื่อทำสำเร็จและได้จำนวนมากพอแล้ว ท่านจะสั่งให้ลูกศิษย์เอามาเก็บไว้ที่กุฏิโดยเอาผ้าขาวปูรอง แล้วเอาพระกสิณวางเรียงกันไว้เป็นชั้นหนึ่ง จากนั้นก็เอาผ้าขาวปูทับ และนำพระมาเรียงซ้อนกันไว้อีกเป็นชั้นที่สอง แล้วปูผ้าขาวทับอีก สลับกันไปเรื่อยๆ จนพระหมด ท่านจึงทำการอธิษฐานจิต เป็นเวลายาวนานนับสิบๆปี คล้ายกับรอเวลาที่จะแจกในอนาคตมากกว่า.. ซึ่งโดยปกติพระที่มีพลังจิตสูงอย่างหลวงปู่พิศดู ไม่จำเป็นต้องใช้เวลาเสกพระอะไรที่ยาวนานขนาดนั้นหรอกครับ เพียงแค่ท่านกำหนดจิตแป๊บเดียว หรือแค่จิตท่านคิดของก็มีความศักดิ์สิทธิ์ได้ถึงที่สุดแล้ว.. แต่การอธิษฐาน สวดมนต์ ภาวนาเป็นระยะเวลานานเกือบ 20 ปี พระที่อยู่กับท่านจะยิ่งมีความศักดิ์สิทธิ์มากแค่ไหน..? อันนี้คงไม่ต้องกล่าวถึง
    แต่ที่หลวงปู่เก็บพระชุดนี้ไว้นานถึง 20 ปี ก็เพราะว่าท่านอาจทราบเหตุการณ์ล่วงหน้า ว่าในอนาคตจะมีภัยต่างๆมากขึ้น อีกอย่างถ้าหลวงปู่ท่านแจกพระในสมัยที่ยังไม่ค่อยมีใครรู้จักท่าน พระที่ทำก็คงสูญหายไปหมด ไม่มีใครรู้จัก สิ่งที่สร้างไว้ก็คงเสียเปล่า..
    พระอริยะอจิณไตยอย่างองค์หลวงปู่พิศดู ท่านทราบความเป็นไปในทุกสภาวะธรรม(ชาติ) ทั้งอดีต ปัจจุบัน อนาคต ท่านทราบโดยละเอียดด้วยความเมตตากรุณา สิ่งใดที่ท่านตั้งใจทำ ตั้งใจสร้างขึ้นมานั้น ย่อมมีเหตุมีผลทั้งสิ้น เรื่องบางเรื่องเราไม่อาจรู้ได้ แต่หลวงปู่ท่านรู้โดยละเอียด..
    พระกสิณหลวงปู่พิศดู ครูบาอาจารย์บอกมาว่าหลวงปู่ท่านลงวิชาหัวใจพระพรหม ไว้ในองค์พระมีอยู่ 2 รุ่น คือพระกสิณ และพระรูปหล่อพระธรรมธาตุ
    หัวใจพรหมหรือที่เรียกกันว่า พรหมวิหารธรรม คือ หลักธรรมของผู้ใหญ่ หรือหลักของผู้ครองเรือน ประกอบด้วยหลักธรรมสำคัญ 4 ประการ คือ
    - เม ตตา = ความรัก ความเอื้ออารีย์
    - ก รุณา = ความสงสาร เห็นอกเห็นใจกัน
    - มุ ทิตา = ความพลอยยินดี ที่เห็นผู้อื่นได้ดี
    - อุ เบกขา = ความวางภาระ วางเฉย
    ครูบาอาจารย์จึงถอดเป็นหัวใจของพระพรหม หรือ หัวใจพรหมวิหารธรรม ได้เป็น เม กะ มุ อุ ครับ
    (ข้อมูลคุณทุเรียนทอด)
    ปกิณกะพระกสิณ ตอน 1
    พระกสิณเริ่มสร้างขึ้นเมื่อประมาณ ปี 2520 เป็นต้นมา ไม่ว่าจะเป็นพระกสิณพิมพ์ไหนๆก็ดีเหมือนกันหมดทุกพิมพ์แท้จริงครับ ยิ่งถ้าพิมพ์ที่เป็นรูปพระพุทธเจ้าหลวงปู่ท่านจะชอบมาก ส่วนพิมพ์โพธิจักร(ล้อพิมพ์ของท่านพ่อลี) จะเป็นพระยุคแรกๆ และหลวงปู่ท่านทำล้อพิมพ์นี้ไว้เพื่อระลึกบูชาคุณครูบาอาจารย์ของท่านอีกด้วย..
    ตามข้อมูลนั้นพระกสิณทุกยุคทุกองค์ มีการอธิษฐานจิต สวดมนต์ ภาวนาจากหลวงปู่มาพร้อมๆกันมาเรื่อยๆ ตั้งแต่ประมาณปี 2520ปลายๆ จนมาแจกเอาเมื่อปี 2540-2542 จากนั้นหลวงปู่ท่านก็ฝากพระเกือบทั้งหมดให้ลูกศิษย์ของท่านจำนวน 4-5 ครอบครัวไปดูแลต่อเรื่อยมาเป็นเวลานับสิบปี... จนลูกศิษย์ที่ท่านฝากพระไว้นั้นยอมเอาออกมา(ให้บูชาต่อ) เมื่อไม่กี่ปีมานี้เอง ราวกับว่าหลวงปู่ท่านอาจทราบกาลล่วงหน้าแล้วว่า ถ้าแจกพระออกไปตั้งแต่ต้น ไม่ฝากพระกับลูกศิษย์เหล่านี้เอาไว้ พระกสิณที่ท่านสร้างนี้ คนก็คงจะไม่รู้จักของดีกัน เพราะพระทำแบบฝีมือชาวบ้านไม่ค่อยสวย และพระองค์ใหญ่มาก ประกอบกับยุคนั้นยังไม่ค่อยมีใครรู้จักท่าน และท่านคงทราบอีกด้วยว่า พระกสิณของท่านคงต้องออกมาเผยแผ่ในยุคนี้ ยุคที่มีเครื่องมือสื่อสารในการเผยแพร่ข้อมูลที่ดีกว่ายุคก่อนๆ หลักๆโดยมีคุณแฝงจันทร์ คุณbat119 และคุณหนุ่มเมืองแกลง คุณTIDTON ฯลฯ สมาชิกในเว็บพลังจิต ที่บูชาจากลูกศิษย์ที่หลวงปู่ฝากไว้เหล่านั้น เพื่อมาเผยแพร่ต่อ ก็เท่ากับว่าได้ช่วยเหลือเจือจุนครอบครัวของผู้ที่หลวงปู่ฝากพระกสิณเอาไว้ในยามเจ็บป่วยในวัยชราอีกด้วย..
    ซึ่งยุคที่พระกสิณออกมาเผยแพร่นี้ ก็คล้ายเป็นยุคที่เปิดตัวของหลวงปู่ท่าน ลูกศิษย์ที่หลวงปู่ได้ฝากพระกสิณไว้จึงได้นำออกมาให้เผยแผ่ในช่วงเวลานี้พอดี ซึ่งเป็นยุคที่ผู้คนลำบาก และมีภัยต่างๆนาๆมากมายรอบตัวไปหมด โดยเฉพาะภัยที่มาจากธรรมชาติ ภูติผีปีศาจ วิญญาณร้าย ไสยศาสตร์ ฯลฯ ภัยเหล่านี้เหมือนดั่งเป็นมารที่มองไม่เห็น และไม่สามารถรู้ล่วงหน้าได้อย่างชัดเจน ที่จะมาบั่นทอน และทำลายความสงบสุขของผู้คนในยุคนี้เลยก็ว่าได้
    แต่ผู้ที่มีกำลังใจเข้มแข็ง โดยเฉพาะผู้ที่มีศีล มีธรรมนั้น ก็คงไม่มีปัญหาอะไรมากนัก เพราะธรรมย่อมคุ้มครองผู้มีธรรมนั้น แต่ถ้าผู้ที่กำลังใจยังไม่ดีพอ หรือยังไม่ค่อยมั่นใจในศีลธรรม บารมีของตน ก็พึงแสวงหาที่พึ่ง ที่ยึดเหนี่ยวทางใจ และกาย โดยเฉพาะของที่เปรียบเป็นตัวแทนที่ระลึกถึงคุณพระรัตนตรัย ที่พึ่งอันประเสริฐที่สุด ซึ่งตัวแทนของคุณพระเหล่านั้นที่เราเห็นได้ชัดเจนที่สุดก็คือ วัตถุมงคล ที่เป็นรูปพระพุทธรูป รูปเหมือนครูบาอาจารย์ ฯลฯ แต่ทว่า ถ้าจะให้มั่นใจได้จริงๆควรจะเลือกหาของที่พระอริยสงฆ์ หรือพระผู้มีศีลมีธรรมอันบริสุทธิ์เป็นผู้อธิษฐานจิตให้ เนื่องจากท่านเหล่านั้นสามารถเข้าถึงความเป็นพุทธะได้จริงๆ และเวลาที่ท่านเหล่านั้นจะอธิษฐานจิตของอะไรก็ตาม ท่านจะอาราธนาคุณพระรัตนตรัยเข้าครอบสถิตที่ของไว้ทุกครั้งไป..
    ( มีต่อตอน 2 )
    ปกิณกะพระกสิณ ตอน 2
    พระกสิณนั้น ก็เป็นหนึ่งในของมงคลชั้นดี ที่สุดยอดพระอริยสงฆ์เนื้อนาบุญใหญ่อย่างองค์หลวงปู่พิศดูได้สรรสร้างขึ้นจากเหล่าสรรพมวลสารที่ทรงอิทธิคุณต่างๆ ทั้งที่เกิดเองตามธรรมชาติที่เรียกว่าเป็นทนสิทธิ์ อันได้แก่แร่ธาตุ ว่านยา ไม้มงคลต่างๆ และมวลสารที่ท่านตั้งใจเสกสรรค์ปรุงแต่งขึ้นมาเอง อาทิ ผงลบสูตรสนธิต่างๆ เกศา ชาญหมาก น้ำหมากน้ำมนต์ ข้าวก้นบาตร ฯลฯ จนเรียกมวลสารเหล่านั้นว่า ‪#‎ผงกสิณ‬‬‬‬ บวกกับความศรัทธาและภูมิปัญญาของชาวบ้านลูกศิษย์ลูกหาในสมัยนั้นที่ร่วมกันมาช่วยสร้างพระถวาย จัดเป็นผลงานที่ดูเข้มขลังคลาสสิคได้ใจมากๆ..
    ผมเองเคยฟังหลวงปู่ท่านพูดถึงการอธิษฐานจิตของๆท่าน ท่านเมตตาเล่าให้ฟังว่า ไม่ว่าจะวัตถุมงคล หรือของที่มีคนเอามาถวาย หลวงปู่ท่านก็จะน้อมเอาของนั้นไปถวายพุทธนิมิตรของพระพุทธเจ้า บนพระเกศแก้วจุฬามณีเจดีย์สถานให้อีกต่อหนึ่งด้วย เพราะฉะนั้นผู้ที่ถวายของให้หลวงปู่ท่าน ก็จะได้รับอานิสงส์สูงเป็นพิเศษอีกชั้นหนึ่งเลย แต่ถ้าเป็นวัตถุมงคลต่างๆนั้น ถ้าได้องค์หลวงปู่ท่านน้อมเอาไปถวายแด่พระพุทธเจ้าตามที่ท่านบอกไว้ ของนั้นจะเป็นของศักดิ์สิทธิ์เป็นที่สุดหาที่เปรียบมิได้เลย เนื่องจากของนั้นๆเป็นของพระพุทธเจ้าท่านแล้วนั่นเอง ประกอบกับความบริสุทธิ์ของจิตหลวงปู่ท่าน แถมกำลังแห่งฤทธิ์อภิญญา และสมาบัติ ที่หาผู้ใดเสมอเหมือนได้ยาก ถ้าท่านตั้งใจอธิษฐานธรรมบรรจุเข้าไปทำให้ของเหล่านั้นบังเกิดอานุภาพอย่างไม่มีประมาณ ยิ่งเป็นพระกสิณ ว่ากันว่าหลวงปู่ท่านอธิษฐานธรรม และบรรจุวิชชาหัวใจมหาพรหมเข้าไว้ด้วย คงต้องเรียกได้ว่าเป็นพลังอจิณไตย อย่างไม่มีประมาณเลยทีเดียว..
    ที่ผมนำเรื่องของพระกสิณมาเขียนนี้ก็ไม่ได้จะเชียร์เพื่อการอันใด และผมไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับใครใดๆทั้งสิ้นนะครับ เพียงแต่อยากจะบอกเล่าต่อๆกันไป ถึงความเป็นจริง และคุณค่าของพระชุดนี้ว่าดีมากๆ แต่อาจจะเล่นยากสักหน่อย ค่อยๆศึกษากันไป สำคัญคือ อย่าโลภจนทำให้ประมาทพลาดพลั้งจนได้ของปลอมมาบูชาก็เท่านั้น
    เรื่องดีๆบางเรื่องหากเราไม่เอามาเล่ากันบ้าง ก็คงยังเป็นที่ปิดบังไปอีกนาน ซึ่งกว่าจะรู้ ของเหล่านั้นก็คงสูญหายไปเยอะ และหลายท่านคงพลาดโอกาสดีๆไปเสียเปล่าครับ
    แต่ก็ต้องขอออกตัวอีกนิดนะครับว่า ที่ผมไม่มีพระกสิณที่จะแบ่งให้ท่านใดไปบูชาทั้งสิ้น เพราะผมสะสมไว้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ตรงกันข้ามผมคิดอยากจะเก็บเพิ่มเติมเสียด้วยซ้ำ และกราบขอร้องท่านสมาชิกทุกท่านว่า โปรดอย่าเอาพระกสิณมาถามผมเลย ผมไม่รับดูพระกสิณ เพราะผมเองก็ยังเป็นผู้เริ่มศึกษาเหมือนกัน และไม่อยากมีปัญหากับใครไม่ว่าจะเป็นคนที่ขาย โดยเฉพาะพวกทำพระปลอม ทั้งๆที่ก็รู้อยู่ว่าเป็นใคร แต่ขออย่างเดียวว่าถ้าคุณ(คนที่ทำพระปลอม) ยังนับถือพระพุทธศาสนา และเห็นหลวงปู่เป็นครูบาอาจารย์ เลิกทำเถิดครับ เพราะการกระทำของคุณ ไม่ได้ทำให้คุณเจริญขึ้นเลย มีแต่จะทำให้วิบากกรรมพาชีวิตคุณและครอบครัวของคุณตกต่ำไปมากกว่านี้ หลวงปู่ท่านมีบารมีสูง เทวดาประจำตัวท่านแรง และดุมาก ถ้าใครทำดีท่านก็ช่วยหนุนให้คุณเจริญยิ่งๆขึ้นไป แต่ถ้าทำไม่ดี ชีวิตจะตกต่ำย่ำแย่สุดๆ..!!!
    ยิ่งพระกสิณนี้เป็นพระมีอาถรรพ์บารมีสูง เพราะเทพผู้ที่รักษาเป็นพรหม ที่สามารถลิขิตชะตาชีวิตของคนเราได้นั่นเอง จึงขอให้ท่านที่มีรักษาบูชาไว้ดีๆ เพราะปัจจุบันหาพระผู้ทำได้แบบนี้ยากเสียแล้วครับ.. สาธุ
    (ข้อมูลคุณสิรภพ)‬
    เหตุผลสำหรับความน่าสนใจในพระกสิณของหลวงปู่พิศดู ธัมมจารี วัดเทพธารทอง จันทบุรี
    1. เป็นวัตถุมงคลที่สำเร็จขึ้นโดยพระอภิญญาใหญ่ ที่ทุกท่านได้ยอมรับในความเป็นพระอรหันต์
    2. เป็นวัตถุมงคลในยุคแรกสุดของท่าน ที่ได้มีความประสงค์การจัดสร้างเพื่อสงเคราะห์แก่ศิษย์
    3. เป็นวัตถุมงคลไม่กี่ประเภทในสายธรรมยุตินิกายที่ได้กำหนดให้สร้าง ลบผงและกดพระด้วยตัวเอง
    4. เป็นของมีการปลุกเสกทับถมนับครั้งไม่ถ้วน อธิษฐานจิตยาวนานมากเป็นพิเศษตลอดเวลากว่า 20 ปี
    5. เป็นวัตถุมงคลที่ท่านลงไว้ครบถ้วนทุกวิชาและวิชาเฉพาะทาง ทั้งด้านจิตตานุภาพและธรรมฤทธิ์
    6. เป็นวัตถุมงคลที่มีอายุการสร้างมานานพอสมควร มีธรรมชาติ มีความเก่า มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
    7. ท่านรับรองในความศักดิ์สิทธิ์ของวัตถุมงคลชุดนี้มาแต่สมัยก่อนแล้วว่า “พระนี้ดีมากและจะโด่งดังมาก”
    8. มวลสารและของวิเศษที่ท่านมอบให้นำมาสร้างล้วนเป็นของพิสดารที่ท่านรวบรวมไว้เมื่อครั้งเดินธุดงค์
    9. มีประวัติการสร้างไว้ชัดเจนโดยตัวท่านและศิษย์ใกล้ชิด ไม่ได้สร้างโดยโรงงาน ยังมีคนรุ่นเก่าให้ข้อมูลได้
    10. วัตถุมงคลชุดนี้มีไม่มากนัก และส่วนหนึ่งไปสร้างชื่อเสียงในต่างประเทศไว้มากมายเป็นที่เสาะแสวงหากัน
    11. มีประสบการณ์สูงล้ำและเด่นชัด ชนิดปากต่อปากมาแต่ยุคสมัยก่อนแล้ว คนในพื้นที่ให้การยอมรับมานาน
    12. ประสบการณ์ที่มีได้มากหลายคนคือด้านคุ้มครองป้องกันและเจริญด้วยลาภยศสักการะและมีชีวิตที่ดียิ่งขึ้น
    (ข้อมูลจากเวปพลังจิต)
     

แชร์หน้านี้

Loading...