ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,442
    ค่าพลัง:
    +97,153
    "วิกฤตน้ำมันสหรัฐ"
    ยังคงแย่ลงเรื่อยๆ

    ล่าสุด "คลังน้ำมันสำรองฉุกเฉิน"
    หรือ SPR ของสหรัฐลดลง
    เหลือเพียง 283 ล้านบาร์เรล
    หรือต่ำสุดในรอบ 44 ปี แล้ว

    SPR ของสหรัฐฯ ลดลงต่อเนื่องจนแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 1982 ขณะที่รัฐบาล Trump เตรียมเปิดให้บริษัทพลังงาน “ยืม” น้ำมันออกจากคลังเพิ่มอีกสูงสุด 40 ล้านบาร์เรล ท่ามกลางความตึงตัวของตลาดน้ำมันโลก

    ข้อมูลล่าสุดจากรัฐบาลสหรัฐฯ ยืนยันว่า Strategic Petroleum Reserve (SPR) หรือคลังน้ำมันสำรองเชิงยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ ลดลงเหลือประมาณ 283.8 ล้านบาร์เรล ในสัปดาห์ล่าสุด ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 1982

    การลดลงครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการระบายน้ำมันสำรองเพื่อช่วยรับมือกับ Supply Disruption จากสงครามอิหร่านและความปั่นป่วนของเส้นทางขนส่งน้ำมันในตะวันออกกลาง โดยรัฐบาลสหรัฐฯ เคยตกลงปล่อยน้ำมันรวม 172 ล้านบาร์เรล ภายใต้แผนร่วมกับประเทศสมาชิก International Energy Agency ที่ตั้งเป้าระบายน้ำมันสำรองทั่วโลกรวม 400 ล้านบาร์เรล

    และวันที่ 29 กันยายน กระทรวงพลังงานสหรัฐฯ ประกาศเปิดข้อเสนอใหม่ ให้บริษัทพลังงานสามารถ ยืมน้ำมันจาก SPR เพิ่มได้สูงสุด 40 ล้านบาร์เรล โดยบริษัทต้องนำน้ำมันกลับมาคืนในภายหลังพร้อม Premium สูงสุด 24% ไม่ใช่การขายน้ำมันออกจากคลังอย่างถาวร

    อย่างไรก็ตาม โพสต์ที่ระบุว่า SPR ลดลง ~800,000 บาร์เรลในสัปดาห์ล่าสุด ใกล้เคียงกับตัวเลขที่รายงาน แต่ข้อความว่าเป็น “27 สัปดาห์ที่ลดลงติดต่อกัน” ต้องระวัง เพราะข้อมูล EIA แสดงให้เห็นว่าระดับ SPR ในช่วงก่อนหน้านี้ไม่ได้ลดลงเป็นเส้นตรงติดต่อกันทุกสัปดาห์ตามคำกล่าวนั้น และตัวเลข “ลดลงกว่า 132 ล้านบาร์เรลจากจุดสูงสุด” ก็ทำให้เข้าใจผิด เพราะจุดสูงสุดในประวัติศาสตร์ของ SPR เคยสูงกว่า 700 ล้านบาร์เรลมาก

    ประเด็นใหญ่จึงไม่ใช่ว่า “น้ำมันสำรองสหรัฐฯ กำลังหมด” แต่คือ Safety Buffer ด้านพลังงานของประเทศกำลังลดลงอย่างมากในช่วงที่ตลาดน้ำมันโลกยังเผชิญความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์

    https://www.facebook.com/share/19bUwxKr7C/
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,442
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เกือบ 50% ของคนไทยมี
    "เงินสำรองไม่ถึง 1 เดือน" ถ้าเจอเหตุการณ์ไม่คาดคิด อย่างภัยพิบัติ ตกงาน รายได้สะดุด จะวิกฤติทันที

    ทางรอดคือเริ่มเช็กสุขภาพการเงินของตัวเอง และวางแผนเงินสำรองให้พอใช้ 3-6 เดือน ตอนนี้เช็กได้ฟรีผ่านแอป Happy Money ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ดาวน์โหลดได้ที่ลิงก์ในคอมเมนต์

    https://www.facebook.com/share/p/1DvmAkinyu/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,442
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 922,000 บาร์เรลในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 25 กันยายน สวนทางกับที่ตลาดคาดว่าจะลดลง 710,000 บาร์เรล และชะลอลงจากสัปดาห์ก่อนที่เพิ่มขึ้น 2.969 ล้านบาร์เรล

    สต็อกน้ำมันดิบที่ Cushing เพิ่มขึ้น 553,000 บาร์เรล จากสัปดาห์ก่อนที่เพิ่มขึ้น 2.266 ล้านบาร์เรล

    ส่วนสต็อกน้ำมันกลั่นลดลง 2.251 ล้านบาร์เรล ขณะที่ตลาดคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 75,000 บาร์เรล และสต็อกน้ำมันเบนซินลดลง 1.684 ล้านบาร์เรล ใกล้เคียงกับสัปดาห์ก่อนที่ลดลง 1.686 ล้านบาร์เรล และมากกว่าที่ตลาดคาดว่าจะลดลง 1.0 ล้านบาร์เรล

    ด้านอัตราการใช้กำลังการกลั่นลดลง 1.5% เทียบกับที่ตลาดคาดว่าจะลดลง 0.3% และลดลงจากสัปดาห์ก่อนที่ 2.8%

    https://www.facebook.com/share/1DtaemJbA8/
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,442
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เงินเฟ้อสหรัฐฯ ต่ำกว่าคาด ลดโอกาส Fed ขึ้นดอกเบี้ยเดือน ต.ค.

    เงินเฟ้อสหรัฐฯ เดือนสิงหาคมออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาด โดย Core PCE เพิ่มขึ้น 3.0% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากที่ตลาดคาดไว้ที่ 3.3% ขณะที่ PCE เพิ่มขึ้น 3.4% ต่ำกว่าที่คาดไว้ที่ 3.7%

    ขณะเดียวกัน GDP สหรัฐฯ ไตรมาส 2 ถูกปรับเพิ่มขึ้นเป็น 2.2% จากประมาณการเดิมที่ 1.5%

    หลังการเปิดเผยข้อมูลล่าสุด ตลาด Kalshi ประเมินโอกาสที่ Fed จะไม่ขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนตุลาคมอยู่ที่ 65% ขณะที่โอกาสขึ้นดอกเบี้ย 0.25% อยู่ที่ 31%

    https://www.facebook.com/share/p/19379aSVxR/
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,442
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ด่วน!!! GDP สหรัฐฯ ไตรมาส 2 โต 2.2% สูงกว่าคาด

    GDP สหรัฐฯ ไตรมาส 2 ปี 2026 ในการประกาศครั้งสุดท้ายขยายตัว 2.2% สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 1.5%

    Core PCE เพิ่มขึ้น 3.3% ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 3.6%

    https://www.facebook.com/share/p/1DzSchh5aM/
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,442
    ค่าพลัง:
    +97,153
    BREAKING!! ภาคเอกชนสหรัฐฯ เพิ่มการจ้างงาน 90,000 ตำแหน่งในเดือน ก.ย.

    นายจ้างภาคเอกชนสหรัฐฯ เพิ่มการจ้างงาน 90,000 ตำแหน่งในเดือนกันยายน โดยการจ้างงานกลับมาเร่งตัวขึ้นเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม

    กลุ่มการศึกษาและบริการสุขภาพมีการจ้างงานเพิ่มขึ้นมากที่สุด 55,000 ตำแหน่ง ขณะที่กลุ่มธุรกิจสันทนาการและโรงแรมเพิ่มขึ้น 22,000 ตำแหน่ง

    ค่าจ้างพื้นฐานมัธยฐานเพิ่มขึ้น 3.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน

    ส่วนตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนเดือนสิงหาคมถูกปรับลดลงจาก 38,000 ตำแหน่ง เหลือ 36,000 ตำแหน่ง

    https://www.facebook.com/share/p/1Fq5xDbr1r/
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,442
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เงินเฟ้อเยอรมนีแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 3 ปี
    FB_IMG_1790779381439.jpg
    เงินเฟ้อเยอรมนีเดือนกันยายนเร่งตัวขึ้นมาอยู่ที่ 3.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 3.2% โดยมีต้นทุนพลังงานที่พุ่งขึ้นเป็นปัจจัยสำคัญ

    ขณะเดียวกัน เงินเฟ้อในฝรั่งเศส อิตาลี และสเปนก็เร่งตัวขึ้นเช่นกัน ทำให้คาดว่าเงินเฟ้อในยูโรโซนอาจเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 3.7% ซึ่งเกือบเป็น 2 เท่าของเป้าหมายของ ECB

    ตัวเลขดังกล่าวเพิ่มแรงกดดันต่อ ECB ในการพิจารณาขึ้นดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 3 โดยการประชุมเดือนตุลาคมและธันวาคมยังเป็นช่วงเวลาที่ตลาดจับตา

    https://www.facebook.com/share/p/1FHdjTaHhc/
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,442
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ทรัมป์จี้ Jerome Powell “ลาออกจากบอร์ด FED ทันที!” หลังรายงานตรวจสอบพบปัญหาการบริหารโครงการก่อสร้างสำนักงานใหญ่ FED
    Trump ระบุว่า Powell ควรถูกบังคับให้ออกจากตำแหน่ง Governor ของ FED หลังโครงการปรับปรุงสำนักงานใหญ่มีต้นทุนบานปลาย แต่รายงานของผู้ตรวจการ FED ระบุชัดว่า “ไม่พบความผิดทางอาญา” หรือ Administrative Misconduct

    Donald Trump เปิดศึกกับ Jerome Powell อีกครั้ง หลังสำนักงานผู้ตรวจการของ Federal Reserve หรือ OIG เปิดเผยรายงานตรวจสอบโครงการปรับปรุงอาคารสำนักงานใหญ่ FED ในกรุง Washington, D.C. เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2026

    Trump โพสต์ผ่าน Truth Social ว่า รายงานพบ “deficiencies in the management of the renovation project” หรือข้อบกพร่องในการบริหารโครงการ ก่อนกล่าวว่า Powell ควรถูกบังคับให้ “ลาออกจาก Board ทันที” และหากไม่ลาออก รัฐบาลสหรัฐฯ ควรพิจารณาดำเนินคดีจากสิ่งที่ Trump เรียกว่า “corruption or incompetence”

    ประเด็นสำคัญคือ Powell ไม่ได้เป็นประธาน FED แล้ว หลัง Kevin Warsh เข้ารับตำแหน่งในเดือนพฤษภาคม 2026 แต่ Powell ยังดำรงตำแหน่ง สมาชิก Board of Governors ซึ่งวาระจะสิ้นสุดในเดือนมกราคม 2028 และยังเป็นสมาชิก FOMC อยู่

    ต้นเหตุของความขัดแย้งคือโครงการปรับปรุงอาคารประวัติศาสตร์ 2 แห่งของ FED ซึ่งต้นทุนก่อสร้างเพิ่มจากประมาณ $921 ล้านในงบปี 2020 เป็น $2.018 พันล้านในงบปี 2024 ขณะที่ต้นทุนโครงการโดยรวมปัจจุบันอยู่แถว $2.4 พันล้าน

    รายงาน OIG วิจารณ์ FED ค่อนข้างหนัก โดยระบุว่า Board บริหารสัญญาก่อสร้างแบบ Construction Manager at Risk ได้ไม่มีประสิทธิภาพ มีปัญหาด้าน Governance และไม่ได้ใช้กลไกควบคุมต้นทุนหลายอย่างที่สามารถช่วยลด Cost Overrun ได้

    แต่มีอีกด้านที่สำคัญมาก: OIG ระบุว่าไม่พบเหตุอันสมควรให้เชื่อว่ามีการละเมิดกฎหมายอาญาของรัฐบาลกลาง และไม่พบ Administrative Misconduct จากการตรวจสอบครั้งนี้ ดังนั้นคำกล่าวเรื่อง “corruption” หรือ “incompetence” เป็นข้อกล่าวหา/การประเมินของ Trump ไม่ใช่ข้อสรุปของผู้ตรวจการ

    https://www.facebook.com/share/1ESN2Pzvkg/
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,442
    ค่าพลัง:
    +97,153
    [ALERT]

    Bond Yield สหรัฐ = 5.30%

    พุ่งสูงที่สุดในรอบ 24 ปีแล้ว

    สัญญาณ “วิกฤตบอนด์สหรัฐ” รุนแรงขึ้น ! Bond Yield 10 ปีทะลุ 5.30% สูงสุดในรอบ 24 ปี
    ตลาดกำลังส่งสัญญาณเตือนครั้งใหญ่ เมื่อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐที่ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ปลอดภัยที่สุดของโลก ถูกเทขายจน Yield ระยะยาวพุ่งขึ้นสู่ระดับที่ไม่เห็นมาตั้งแต่ต้นทศวรรษ 2000

    แรงขายในตลาดพันธบัตรสหรัฐยังไม่หยุด ล่าสุด US Treasury Yield อายุ 10 ปีพุ่งทะลุ 5.30% ระหว่างการซื้อขายวันพุธ ทำระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2002 ตามข้อมูล Tradeweb ที่ WSJ รายงาน

    ขณะที่ข้อมูลปิดตลาดของกระทรวงการคลังสหรัฐวันที่ 30 กันยายน ระบุ Yield อายุ 10 ปีอยู่ที่ 5.29% ส่วน 30 ปีขึ้นไปถึง 5.68% สะท้อนว่าแรงกดดันหนักที่สุดกำลังเกิดขึ้นบริเวณพันธบัตรระยะยาว

    นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของ “ราคาบอนด์ตก”

    เพราะ US Treasury Yield คือหนึ่งใน ต้นทุนเงินทุนอ้างอิงของระบบการเงินโลก เมื่อ Yield ระยะยาวขึ้นแรง ต้นทุนการกู้ของรัฐบาล บริษัท และครัวเรือนก็มีแนวโน้มถูกกดดันตามไปด้วย ตั้งแต่ Mortgage, Corporate Bonds ไปจนถึง Discount Rate ที่ตลาดใช้ประเมินมูลค่าหุ้น

    สิ่งที่น่ากังวลคือ Yield กำลังพุ่งขึ้นในช่วงที่ตลาดยังต้องรับมือกับ เงินเฟ้อ ราคาพลังงานสูง ความไม่แน่นอนของดอกเบี้ย และความกังวลเรื่องหนี้รัฐบาลสหรัฐ

    Reuters ระบุว่าไตรมาส 3 ที่ผ่านมา Yield พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปีเพิ่มขึ้นแรงที่สุดในรอบทศวรรษ ขณะที่ตลาดพันธบัตรทั่วโลกกำลังเผชิญแรงขายพร้อมกัน

    ก่อนหน้านี้กระทรวงการคลังสหรัฐพยายามเพิ่มการ Buyback พันธบัตรระยะยาวเพื่อช่วยสภาพคล่องในตลาด แต่ Reuters รายงานว่า มาตรการดังกล่าวยังไม่สามารถดับความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและหนี้รัฐบาลที่เพิ่มขึ้นได้

    นี่จึงเป็นจุดที่นักลงทุนต้องระวัง เพราะหากตลาดเริ่มเรียกร้อง Yield ที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อถือหนี้ของรัฐบาลสหรัฐ ปัญหาอาจลุกลามจาก “Bond Selloff” ไปสู่ภาวะ Financial Tightening ทั่วทั้งระบบ

    https://www.facebook.com/share/p/1HgtnqPAcE/
     

แชร์หน้านี้

Loading...