โพแทสเซียมไอโอไดด์ ยาที่คนแห่ซื้อเพราะกลัวสงครามนิวเคลียร์!

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย ยะธาพุทโมนะ, 6 พฤศจิกายน 2026 เวลา 20:05.

ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ 11 คน ( สมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 11 คน )
  1. ยะธาพุทโมนะ

    ยะธาพุทโมนะ ก่อนตายไปอีกชาติ .. ใช้กายสังขารสร้างกำลังให้คุ้ม ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    28,999
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1,522
    ค่าพลัง:
    +71,084
    โพแทสเซียมไอโอไดด์ ยาที่คนแห่ซื้อเพราะกลัวสงครามนิวเคลียร์!





    ที่มา https://www.youtube.com/@DrTany
     
  2. ยะธาพุทโมนะ

    ยะธาพุทโมนะ ก่อนตายไปอีกชาติ .. ใช้กายสังขารสร้างกำลังให้คุ้ม ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    28,999
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1,522
    ค่าพลัง:
    +71,084
    โพแทสเซียมไอโอไดด์ (Potassium Iodide หรือ KI) คือสารประกอบอนินทรีย์และเกลือแร่ที่มีสูตรเคมีคือ KI มีลักษณะเป็นผลึกของแข็งสีขาว ไม่มีกลิ่น ละลายน้ำได้ดี
    ข้อมูลทางเคมีและกายภาพ
    • สูตรโมเลกุล: KI
    • มวลโมเลกุล: 166.003 g/mol
    • จุดหลอมเหลว: 681 °C
    • จุดเดือด: 1330 °C
    ประโยชน์และการใช้งานหลัก
    1. ด้านการแพทย์และเภสัชกรรม
      • รักษาโรคต่อมไทรอยด์: ใช้ร่วมกับยาต้านไทรอยด์เพื่อเตรียมต่อมไทรอยด์ก่อนการผ่าตัด หรือรักษาภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน เนื่องจากช่วยลดขนาดและลดการผลิตฮอร์โมนไทรอยด์
      • เป็นยาขับเสมหะ: ใช้ละลายและขับเสมหะในทางเดินหายใจ สำหรับผู้ป่วยโรคปอดเรื้อรัง เช่น หอบหืด ปอดอักเสบเรื้อรัง หรือถุงลมโป่งพอง
    2. การป้องกันรังสีฉุกเฉิน
      • ใช้รับประทานเพื่อป้องกันไม่ให้ต่อมไทรอยด์ดูดซึมสารไอโอดีนกัมมันตรังสี (Radioactive Iodine-131) ในกรณีเกิดอุบัติเหตุนิวเคลียร์หรือเหตุฉุกเฉินทางรังสี ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งไทรอยด์ โดยสามารถศึกษาคำแนะนำเพิ่มเติมได้ที่ Cleveland Clinic หรืออ่านบทความจาก โรงพยาบาลพระรามเก้า
    3. ใช้ในห้องปฏิบัติการและอุตสาหกรรม
      • ใช้เป็นรีเอเจนต์ (Reagent) ในทางเคมี และใช้ผสมในเกลือบริโภคบางชนิดเพื่อป้องกันการขาดสารไอโอดีน
    หมายเหตุ: การใช้โพแทสเซียมไอโอไดด์ในรูปแบบยาหรือเพื่อป้องกันรังสี ควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเท่านั้น เพราะการรับประทานเกินขนาดอาจเกิดผลข้างเคียงหรือเป็นอันตรายต่อร่างกายได้
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

แชร์หน้านี้

กำลังโหลด...