แล้วแสงในจิตเราล่ะ...ท่านเห็นมั๊ย เรามีแสงในนามสกุลแต่ในตัวไม่เคยเห็น..5555
ให้เรียกชื่อว่าอะไรดีนะ..."ท่านสองจุดหนึ่งขีด"..ชื่อนี้ดีมั๊ย
ปากเราเป็นดังเพชร..ไม่บาดง่ายๆหรอก55555
ถ้าท่านไม่หวั่นไหวจริงท่านต้องรู้ที่ตั้งสติอันเป็นประตูของฝั่งโลกียะและฝั่งโลกุตระแล้ว.. ที่ตั้งสติตรงจุดที่เรียกว่าสติสัมโพชฌงค์..
อย่าหลอกตัวเองเลยว่าไม่หวั่นไหว...ตัวเองนั่นแหละย่อมรู้ตัวเองดีกว่าใคร.....
ท่านก็ไปทำสิ..ส่วนเราทำมาแล้ว...เราพอแล้ว "ใจพอแล้ว"...เพียงแต่ยังมีลมหายใจอยู่ยังมีชีวิตอยู่จึงยังไม่หยุดดี..
เมื่อผัสสะในทางดีนั่นเป็นการปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม...เมื่อคิดเกิดขึ้นแล้วก็ดับแล้ว...เป็นอดีตไปแล้ว
เราก็เป็นแบบนี้แหละ..บ้าๆบอๆ..กวนมากวนกลับ..ดีมาดีกลับ..แรงมาก็เอาความรู้ที่มีในตนนี่แหละแรงกลับ เราบ้าเรามุทะลุ...
ไปโยนหินลงน้ำดูนะ..แล้วพิจารณาให้เห็นธรรมจากหินที่เคลื่อนออกจากมือ.. เมื่อหินกระทบน้ำนั่นแหละคือ ผัสสะ...แต่สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคือเสียงดังจุ๋ม.....
การกระทบกับสิ่งที่มากระทบ...สังเกตุอาการนั้นดูสิ...เมื่อมีคนชมคนสรรเสริญก็ฟู...เมื่อมีคนนินทาก็หดหู่...
ทุกอย่างแค่มายา...อย่าเอามาใส่ใจสิ การฝึกใจตนนั้นแลเป็นสิ่งสำคัญ...การรู้วิญญาณนั้นแลเป็นสิ่งสำคัญ.....
รสของธรรมต้องเข้าไปสัมผัสเอง...คนบ้าดีๆนี่เองแหละ.. แต่บ้าไม่อยากเกิด...บ้าไม่อยากได้ไม่อยากมี.. มันทราบชัดที่ใจตนนี้แหละ..
ฟ้าเบื้องบนให้เข้ามาตอบคำถามท่านนั่นแหละ...เท่านี้คงพอได้แนวทางปฏิบัติแล้วล่ะนะ
เห็นที่คุยกันในห้องอภิญญา...นั่นยังไม่มีใครถึงจริงๆสักคน แต่ก็ดีแล้วที่มีการถกปัญหาธรรมกัน..
ความรู้จากตำรากับความรู้จากการปฏิบัติมันเหมือนกัน...แต่รสที่ได้มันต่างกัน...ความลึกซึ้งพิศดารนั้นมีอยู่
มันไม่ใช่ระรานแต่มันเป็นการปราบทิฐฐิคนอื่นในแนวของเรา...
ถ้ามีอาการหนักอึ้งนั่นเป็นอาการที่เกิดจากการเพ่ง...จิตมันไปเพ่งแต่ตัวเราไม่รู้...
อาการนั้นเกิดขึ้นแล้วมีผลกับร่างกาย...สภาวะมีผลกับใจ
ใจตั้งอยู่กลางหน้าอก..ในภายใน.. จิตตั้งอยู่ท้องตรงจุดสิ้นสุดลมหายใจ.. กรรมฐานก็ฝึกรู้ที่ท้องตรงจุดสิ้นสุดลมหายใจนี้แหละ.....
ภาษาคนในบ้านหลังคาแดง...ใครจะเข้าใจ..
ทุกสรรพสิ่งในโลกเป็นเพียงอาการ.. เป็นเพียงสภาวะ..
เห็นท่านไปคุยอยู่ห้องท่านปวีร์..ออกอารมณ์ฉุนพระในคลิปเลย...ฮามากตอนที่ว่าสอนสวนทางพระพุทธเจ้า5555
เล่าปังอาจารย์ท่านอยู่คลอง10 ปทุมธานี..ใช่เปล่า เห็นท่านนีโอว่าน่ะ
เหมือนใครหว่า...
เมื่อทำได้คล่องแล้วค่อยไปต่อ...อย่าติดอารมณ์ฌานล่ะ..
ท่านลองไปฝึกจับอากาศเป็นอารมณ์ดูนะ...คือเพ่งอากาศใกล้ๆลูกตาเรานี้แหละ...จำความรู้สึก...
ภาพลวงตาเป็นยังไง...ภาพลวงใจก็ไม่ต่างกัน...ใช้ตาใจดูสิเดี๋ยวก็เห็นเอง ลืมตาทำให้มองเห็นภาพ... ลืมใจทำให้มองเห็นมายา...
**หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี พูดถึง "เรียนปริยัติ ก็ต้องปฏิบัติ จึงจะรู้ของจริง ไม่ใช่รู้ในตำรา" ........
ผู้ระลึกชาติได้ต้องมีภูมิธรรมชั้นไหน ชั้นโลกีย์ฌาน ก็สามารถระลึกชาติได้ เพราะจุตูปปาตญาณเป็นธรรมสาธารณะ...
ไปถามอายุเขา..เขาจะกล้า บอกรึ...ผู้หญิงที่ไหนเขาบอกอายุตัวเองออกสื่อ...ดูอย่างเจ้าของกระทู้นี่ดิ...ถามตั้งแต่ต้นปีจนป่านนี้ยังไม่ได้คำตอบ5555..
แยกชื่อด้วยเครื่องหมายจุลภาค เช่น พลังจิต, พุทธศาสนา