คลังเรื่องเด่น
-
ทุกคนต้องการความสุข (ท่านพ่อลี ธมฺมธโร)
ทุกคนต้องการความสุข
ไม่ต้องการความทุกข์
แต่อะไรเล่า
เป็นความสุขที่แท้จริงของตัวเรา
คิดว่ากินนี่แหละก็พยายามหามาให้มันกิน
พอกินมากก็อึดอัด
คิดว่านอน ก็นอนจนหลังแข็งไม่สบายอีก
คิดว่าเงินทองทรัพย์สมบัติก็ไปหามาใช้
จนเต็มที่ ก็ยังไม่สุขอีก
แล้วอะไรเล่าที่เป็นความสุขที่แท้จริง
ความสุขที่แท้จริงนั้นย่อมเกิดจากบุญกุศล
คือ ความสงบที่เกิดขึ้นในจิตใจ พ้นทุกข์โทษ
ความดิ้นรน ไม่มีกระสับกระส่ายเดือดร้อน
กระวนกระวาย
เพราะฉะนั้น
จงพากันตั้งใจประกอบบุญกุศล
เพื่อจะเป็นทางที่พ้นไปจากโลกนี้
นั่นแหละจะเป็นหนทางที่ถูกต้อง...
โอวาทธรรม ท่านพ่อลี ธมฺมธโร
Credit: ขอขอบพระคุณที่มาจาก Facebook =AZXWN9M_p3_lOgYLyqWK0lQ5NsiTESGum4VAmkhQxzTmwWF_Y72wJiWo-KG_MN8kU9jpAGZs7K-WAFM7gftw9YkC9VzTAWctLi13YmH_FhzYrQ&__tn__=%2CO%2CP-R']โลกร้อน เย็นธรรม -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๖๕
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๖๕ -
"ภาวนานี่สำคัญ" (หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)
.
"ภาวนานี่สำคัญ"
" .. ถ้าหากว่าขาดการภาวนาแล้ว "ไม่แน่ว่าบุญกุศลที่เกิดจากการให้ทาน การรักษาศีลพวกน้้น อาจเสื่อมไปเมื่อใดก็ได้" .. เพราะเหตุว่า "ไม่ได้รักษาจิตใจของตนเอง ไม่ได้ควบคุมจิตใจให้ตั้งมั่นอยู่ในบุญในคุณ" เช่นนั้นแหละ .. "
"จิตที่สงบย่อมเกิดปัญญา"
หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันศุกร์ที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๖๕
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันศุกร์ที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๖๕ -
บุคคล ๔ จำพวก
บุคคลในปัจจุบันนี้ มักจะตำหนิอยู่เสมอว่า พระภิกษุสามเณรของเราทำให้ญาติโยมทั้งหลายยึดติดในไสยเวทย์อาคม ในเรื่องของวัตถุมงคล เรื่องของน้ำมนต์น้ำหมาก เหล่านี้เป็นต้น
ทั้ง ๆ ที่คนพูดเองก็ไม่ได้เข้าวัด แล้วแถมยังต้องการแก่นธรรมที่แท้จริงด้วย โดยที่ลืมนึกถึงความเป็นจริงว่า ต้นไม้นั้นมีแต่แก่นอย่างเดียว ก็ไม่สามารถจะเป็นต้นไม้ได้ หากแต่เป็นท่อนฟืนต่างหาก..! การที่จะเป็นต้นไม้นั้น ต้องประกอบไปด้วยแก่น กระพี้ เปลือก ลำต้น กิ่ง ก้าน ใบ ดอก ผล โดยเฉพาะราก
ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ท่านที่ปรารถนาหลักธรรมบริสุทธิ์อย่างเดียว เพื่อที่จะเชิดชูพระพุทธศาสนา โดยที่ไม่ได้ดูว่าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสอนไว้อย่างไร ก็จะกลับกลายเป็นบุคคลที่ทำลายพระพุทธศาสนาเสียเอง
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแบ่งบุคคลออกเป็น ๔ จำพวก ก็คือ
อุคฆฏิตัญญูบุคคล เพียงฟังหัวข้อคำสอนก็บรรลุมรรคผลได้เลย ท่านทั้งหลายเหล่านี้ สามารถนำเอาแก่นธรรมไปให้ได้
ท่านที่เป็นวิปจิตัญญูบุคคลนั้น ถ้าหากว่าอธิบายขยายความ จึงสามารถที่จะเข้าถึงได้ ก็แปลว่าต้องมีอย่างน้อยก็กระพี้ จึงจะเข้าถึงแก่นได้
ส่วนผู้ที่เป็นเนยยะนั้น... -
"โลกุตรจิต โลกุตรธรรม" (หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน)
.
"โลกุตรจิต โลกุตรธรรม"
" .. "โลกุตรธรรม แปลว่าธรรมเหนือโลก" นี่ท่านแยกออกมาพูด "สิ่งที่เป็นเครื่องยืนยันธรรมเหนือโลกนั้นคือใจ" ถ้าเราอยากจะทราบว่าโลกุตรธรรมคือธรรมเหนือโลกเป็นอย่างไร "ก็ต้องหมายถึงใจผู้ปฏิบัติตนได้สัมผัสสัมพันธ์กับธรรมขั้นนั้น ๆ ขึ้นไป" จนกระทั่งถึงวิมุตติหลุดพ้นภายในจิตใจ ทุกสิ่งทุกอย่างพร้อมหมดภายในใจ
"ธรรมทุกขั้น นั่นละท่านว่าโลกุตรจิต โลกุตรธรรม เต็มภูมิของจิตของธรรม" เป็นเครื่องยืนยันกันได้ที่ใจ หากใจยังไม่สัมผัสเมื่อไร แม้คำว่าโลกุตรธรรม แปลว่าธรรมเหนือโลก ๆ ก็สักแต่ความจำ ความคาดความหมาย หาความแน่ใจยังไม่ได้เลย "ด้วยเหตุนี้สิ่งที่จะยืนยันกัน จึงเป็นเรื่องของการปฏิบัติด้วยจิตตภาวนาเป็นสำคัญ" .. "
หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน
https://luangta.com/thamma/thamma_talk_text.php?ID=1016&CatID=3 -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพฤหัสบดีที่ ๗ กรกฎาคม ๒๕๖๕
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพฤหัสบดีที่ ๗ กรกฎาคม ๒๕๖๕ -
"เสียงธรรมชนะเสียงทั้งปวง" (หลวงปู่จันทา ถาวโร)
.
"เสียงธรรมชนะเสียงทั้งปวง"
" .. เมื่อเข้าที่นั่งภาวนาต่อไป "จิตกับสติ กับปัญญา กับกายสัมพันธมิตรกันอยู่" ไม่นานจิตก็รวมสงบเฉียด ๆ แล้วพูดขึ้นว่า ..
"การเจริญธรรม คำสอนของพระพุทธเจ้านั้น เป็นเครื่องชำระเหล่ากิเลสออกจากดวงจิตได้" เคราะห์เข็ญเวรร้าย กรรมชั่วช้าลามกนั้นก็ตกไปหมด ไม่เหลือเศษอยู่ได้ "นั่นแหละเสียงต่าง ๆ นานานั้น สู้เสียงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ไม่ได้"
อันนี้เป็นเสียงที่คมกล้า ฝ่าฟันซึ่งอุปสรรคได้ และเป็นเสียงสะอาด อ่อนโยน "สัตว์ทั้งหลายได้ยินแล้วก็ใจอ่อน ใจเบิกบาน ร่าเริงบันเทิง เขาก็สาธุการเท่านั้น" นี่แหละเป็นเสียงที่ดีเลิศประเสริฐอย่างนั้น จิตพูดขึ้นมา .. "
"ภาวนาสู้เสือ"
(หลวงปู่จันทา ถาวโร)
http://www.dharma-gateway.com/monk/monk-main-page.htm -
'ยาพ่อหลวงนี้ดีแท้'
พลตำรวจตรีเจริญฤทธิ์ จำรัสโรมรัน ผู้ทำหน้าที่ถวายงานอารักขา ได้เล่าไว้ในบทสัมภาษณ์ ผู้เขียนขอนำมาสรุปใจความสำคัญ ความว่า...
"เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จฯ ไปเยี่ยมราษฎรชาวเขาเผ่าแม้วและเย้าในคราวหนึ่ง หัวหน้าชาวเขาเผ่าเย้าได้กราบทูลว่าหมูที่ได้พระราชทานไปนั้น เวลานี้เป็นโรค สัตวแพทย์ที่ไปให้การรักษาอย่างไรก็ไม่หาย ในหลวงจึงเสด็จฯ ไปทอดพระเนตรว่าหมูเป็นอะไร ก็ปรากฏว่าหมูเป็นโรคเรื้อน ผอมมาก
ในหลวงรับสั่งต่อหัวหน้าชาวเขาว่า ..มีน้ำมันเครื่องรถจักรยานยนต์ที่ไม่ใช้แล้วบ้างไหม ก็ตอบว่ามี รับสั่งให้เขาหาผ้าขี้ริ้วมา ในหลวงทรงสาธิตให้ดูด้วยพระองค์ท่านเอง โดยทรงเอาผ้าขี้ริ้วจุ่มในน้ำมันเครื่อง แล้วก็อธิบายให้ชาวเขาฟังว่า ให้เอาผ้าชุบน้ำมันเครื่องแบบนี้ถูที่ที่เป็นโรคเรื้อนนะ วันเว้นวัน ๑๐ ครั้ง แล้วหมูจะหายจากโรค
หลังจากนั้นปีหนึ่ง ในหลวงก็เสด็จฯ ไปที่นั่นอีกครั้ง คราวนี้หัวหน้าชาวเขาเผ่าเย้าผู้นี้ จูงพระหัตถ์ท่านไปดูหมูตัวนั้น ซึ่งออกลูกมาหลายครอกแล้ว บอกว่า..ยาพ่อหลวงนี้ดีแท้ เวลานี้ได้ลูกหลานเยอะแยะ...
สิ่งที่ผมประทับใจมาก คือ พระองค์ทรงแก้ปัญหาตามภูมิสังคมโดยใช้สิ่งรอบตัว... -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพุธที่ ๖ กรกฎาคม ๒๕๖๕
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพุธที่ ๖ กรกฎาคม ๒๕๖๕ -
"ศีลเป็นฐานของสมาธิ" (หลวงปู่ขาว อนาลโย)
.
"ศีลเป็นฐานของสมาธิ"
" .. "ถ้ารักษาศีลดีแล้ว เมื่ออบรมสมาธิเข้า มันจะมีความสงบ มันลงเร็ว" ถ้ามันขัดข้อง ก็หมายว่าศีลของเราข้อใดข้อหนึ่งผิดพลาดไป มันจึงขัดข้อง ไม่ลง ถ้าศีลบริสุทธิ์บริบูรณ์ดีแล้ว เหมือนกับเขาจะปลูกบ้านปลูกช่อง เขาจะปราบพื้นที่เสียก่อน
ฉันใดก็ดี "ศีล พวกเรารักษาดีแล้ว ก็เหมือนปราบพื้นที่จนไม่มีหลักมีตออะไรแล้ว ปลูกบ้านมันก็ได้ดี" ไม่มีความเดือดร้อน "จิตมันก็ไม่มีความเดือดร้อน มันก็สงบอยู่ จะลงอยู่" เพราะมันเย็น มันราบรื่น ไม่มีสิ่งลุ่มดอน พากันทำไป อุตส่าห์ทำไป .. "
"ศีล" (หลวงปู่ขาว อนาลโย)
วัดถ้ำกองเพล ต.โนนทัน อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู
เทศน์โปรด น.พ.อวย เกตุสิงห์ และคณะ พ.ศ. ๒๕๐๙
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=7433 -
อย่าลืมวันเกิดของตน... (หลวงตามหาบัว ญาณสมปันโน)
“ทูลกระหม่อมเจ้าฟ้าหญิงจุฬาภรณเสด็จมาบำเพ็ญกุศลในวันนี้ ซึ่งเป็นวันคล้ายกับวันประสูติของท่าน มีบุญกุศลเป็นสิริมงคลสำหรับวันเกิดทุกท่านทุกคน อย่าลืมวันเกิดของตน เกิดมาเพราะอะไร เกิดมาเพราะบุญเพราะกรรมของเรา เราจะตกแต่ง ให้เกิดเอาตามความต้องการไม่ได้ ต้องการด้วยอำนาจแห่งบุญแห่งกรรมทั้งนั้น วันนี้ท่านมาบำเพ็ญกุศล ซึ่งเป็นวันคล้ายวันประสูติของท่าน ที่มาบำเพ็ญกองการกุศลนับว่าเป็นมงคลอย่างมากทีเดียว ให้พี่น้องทั้งหลายระลึกจำเอาไว้เป็นคติตัวอย่างอันดีงามต่อไป
ท่านอุตส่าห์มา มาก็มาฟังอรรถฟังธรรมจากครูจากอาจารย์ แล้วไปส่งเสริมบารมีของตนให้สูงส่งยิ่งขึ้น นั่น เพราะความไม่ลืมตัว ถ้าลืมตัวว่าเป็นใหญ่เท่าไรก็ลืมตัวเรื่อยๆ แล้ว นี่เรียกว่าเป็นน้อยลงมาโดยลำดับ เป็นใหญ่ไม่ลืมตัว มีศีลมีธรรมเข้าประดับแล้วก็ยิ่งสวยงามสง่าผ่าเผยทั้งชาตินี้และชาติหน้า นั่นเรียกว่าคนไม่ลืมตัว
วันนี้ท่านเสด็จมาพักที่นี่คืนหนึ่ง มาโปรดพวกพี่น้องชาวอุดรเรา นานๆ ท่านจะได้เสด็จมาทีหนึ่ง เมื่อวานท่านก็เสด็จมา วันนี้ท่านก็จะได้เสด็จกลับไปทำธุระหน้าที่อะไรของท่าน พวกเราก็ได้อนุโมทนาสาธุการ ชมบารมีของท่านในวันที่ท่านเสด็จมา... -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอังคารที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๖๕
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอังคารที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๖๕ -
ใช้ความป่วย พิจารณาเพือพระนิพพาน
ในเรื่องของการเจ็บไข้ได้ป่วย ถ้าเรารู้จักพิจารณา จะได้อะไรดี ๆ เยอะมากเลย เพราะจะเห็นความไม่ดีของร่างกายนี้จริง ๆ ถ้าใครที่เจ็บป่วย ขอให้รู้ว่าเป็นลาภอันประเสริฐอย่างยิ่งแล้ว โอกาสแบบนี้หาซื้อไม่ได้ จ่ายแพงเท่าไรเขาก็ไม่ขายให้
เราลองนึกดูว่า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ๑ พระองค์ กว่าจะตรัสรู้ เอาแค่ระดับที่เรียนเก่งที่สุด จบสั้นที่สุด ก็คือพระพุทธเจ้าแบบปัญญาธิกะ บาลีท่านบอกว่า จิตติตัง สัตตะสังเขยยัง แต่คิดในใจใช้เวลา ๗ อสงไขย นวสังเขยยะ วาจะกัง พูดว่าเราจะเป็นพระพุทธเจ้าอีก ๙ อสงไขย ไป ๑๖ อสงไขยแล้ว หลังจากนั้นก็เป็นการปฏิบัติเพื่อให้เป็นพระพุทธเจ้าอีก ๔ อสงไขยกับแสนมหากัป ระยะเวลาเนิ่นนานขนาดนั้น คิดเป็นทรัพยากรที่ใช้สิ้นเปลืองไปแต่ละชาติเท่าไร ประมาณเป็นตัวเลขได้ไหม ? จะเป็นตัวเลขมหึมาชนิดที่สามารถซื้อจักรวาลได้เลย
ท่านใช้ทรัพยากรไปสิ้นเปลืองขนาดนั้นเพื่อศึกษาให้เห็นทุกข์ แล้วตอนนี้ถ้าเราเจ็บไข้ได้ป่วยอยู่ ความทุกข์มาอยู่ตรงหน้า เปรียบราคาขนาดนั้นแล้ว ทุกข์จึงมีคุณค่ามหาศาล ถึงได้บอกว่า ต้องใช้ทรัพยากรขนาดไหนก็ซื้อทุกข์แบบนั้นให้เราเห็นชัด ๆ ไม่ได้ แต่ตอนนี้ไม่ต้องซื้อ... -
"ความอยากมันไม่เคยพอ" (หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี)
.
"ความอยากมันไม่เคยพอ"
" .. "ความโลภมันมิใช่อยู่ที่วัตถุ แต่อยู่ที่ใจ คือความอยาก" วัตถุมันจะมีมากสักเท่าไร "ก็แต่ความอยากมันไม่พอ มันก็ไม่พออยู่ดีนั่นเอง" ท่านให้พิจารณาเมื่อกายกับใจอยู่ด้วยกันคือไม่ตาย "ต้องหาไปกินไปใช้ไป"
เมื่อตายแล้วกายมันไม่รู้อะไรเลย สลายเป็น ดิน น้ำ ลม ไฟ ไปหมด "แต่ใจเป็นผู้รับภาระกรรมนั้นผู้เดียว" เมื่อดีก็รับภาระเป็นสุข ทำชั่วก็รับภาระไปเป็นทุกข์ "ยังไม่สิ้นภพสิ้นชาติอยู่ตราบใด ต้องเสวยอย่างนี้ร่ำไป" พิจารณาอย่างนี้แล้ว "ถึงไม่พ้นทุกข์ก็ค่อยเบาบางลงบ้าง" .. "
"สนธนาธรรมต่างประเทศ" (หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี)
เพิร์ธ ออสเตรเลีย วันที่ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๑๙ -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันจันทร์ที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๕
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันจันทร์ที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๕ -
พลังใจใหญ่ของข้าพเจ้า...
"จริงๆ แล้วพลังใจใหญ่ของข้าพเจ้าที่จะทำงานให้ลุล่วงได้ด้วยดีทุกประการนี่ พลังใจใหญ่มีอยู่ 3 พระองค์ด้วยกัน
องค์แรกคือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว องค์ที่สอง คือ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เพราะว่าตั้งแต่เด็กมาเห็นตัวอย่างจากพ่อจากแม่ ที่ทำงานทุกอย่างเพื่อประชาชนอันนี้เป็นแรง ตอนเด็กๆ ไม่เข้าใจหรอก พอโตขึ้นมาเข้าใจเข้าทุกทีว่าคนเรานี่ แก่นสารของชีวิตอยู่ที่ว่าเราทำตัวให้เป็นประโยชน์กับเพื่อนมนุษย์ได้แค่ไหน อันนี้เป็นแก่นสารของชีวิตและยิ่งเราทำให้เพื่อนมนุษย์ได้แค่ไหน เป็นความปลาบปลื้มที่ย้อนเข้ามาหาเราทำให้มีพลังใจยิ่งขึ้นที่จะทำ
องค์ที่ 3 ที่เป็นแรงบันดาลใจของข้าพเจ้าคือหลวงตามหาบัว ท่านเป็นพ่อบุญธรรม ทั้ง 3 องค์นี้ข้าพเจ้าดูมาท่านทำเพื่อส่วนรวมตลอด หลวงตามหาบัวมีคนเอาเงินมาบริจาคมากมาย ท่านไม่เคยเก็บไว้กับตัวเองเลย หลวงตาเอาไปให้สร้างโรงพยาบาลสำหรับพระบ้าง เอาไปสร้างโรงพยาบาลสำหรับประชาชนบ้าง เอาข้าวของเช่นอาหารแห้ง ข้าว ไปให้กับวัดที่ยากจนบ้าง เอาไปให้กับหมู่บ้านที่ยากจนบ้าง คือ หลวงตาทำอะไรไม่เคยเพื่อตัวเองเลย เพื่อโลก เพื่อประชาชนเท่านั้น... -
"ภัยในวัฏสงสารเป็นสิ่งที่น่ากลัว" (หลวงปู่ลี กุศลธโร)
.
"ภัยในวัฏสงสารเป็นสิ่งที่น่ากลัว"
" .. "การเวียนตายเวียนเกิดในวัฏสงสาร ที่จะตั้งเที่ยงแท้แน่นอนยั่งยืนนั้นมิได้มีเลย" ย่อมจะต้องท่องเที่ยวไปเกิดในโลกดีบ้างชั่วบ้าง สุขบ้างทุกข์บ้างปะปนกันไปอยู่เช่นนี้ "ถ้าไปเกิดในโลกที่ดีมีความสุข" เช่น เทวโลก พรหมโลกก็นับว่าเป็นการดี แต่ทีนี้ "ถ้าพลาดพลั้งลงไปเกิดในโลกชั่ว" เช่นอบายภูมิแล้ว "ย่อมเป็นการยากนักหนาที่จะยกตนขึ้นมาจากโลกชั้นตํ่าได้" ต้องเสวยทุกขเวทนาไปแสนนาน
อีกประการหนึ่ง "การท่องเที่ยวในวัฏสงสารนี้ยังเป็นการท่องเที่ยวไปไม่มีวันสิ้นสุดอีกด้วย" ข้อนี้สิร้ายมาก ลองหลับตานึกวาดภาพดูเถิดว่า "ตัวเรานี้ต้องเวียนเกิดเวียนตายอยู่อย่างนี้ตลอดไป ไม่ว่าจะเกิดครั้งใด เป็นต้องตายลงไปครั้งนั้น" ซํ้าซากอยู่อย่างนี้ ไม่มีวันหยุดยั้ง
"ตัวเรานี่แหละเกิดตายมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน แต่ไม่รู้ตัวมาหลงลืมเสียเพราะชาติภพปิดบังไว้เท่านั้นเอง" และอีกไม่นานตัวเราก็จะตายแล้วใช่ไหมเล่า ตายแล้วก็เกิดอีก แต่เฝ้าตายเฝ้าเกิดอยู่อย่างนี้ ตลอดไปไม่มีวันสิ้นสุดลงได้ ด้วยเหตุนี้ "วัฏสงสารนั้นจึงเป็นภัยที่น่ากลัวกว่าสิ่งที่น่ากลัวทั้งหลายในโลก" คราวนี้มีปัญหาว่า... -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอาทิตย์ที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๖๕
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอาทิตย์ที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๖๕ -
"ความวู่วามโผงผาง" (หลวงปู่หล้า เขมปัตโต)
.
"ความวู่วามโผงผาง"
" .. "อารมณ์วู่วามนั้น หากบุคคลใดรู้ตัวก็ต้องถือว่าเป็นคนมีปัญญาแล้วและหากถ้ามันเห็นว่าไม่มีประโยชน์มันก็จะวางไปเอง" แต่ถ้าหากเห็นว่ามีประโยชน์มันก็วางไม่ได้ "อย่างไรก็ตาม มันจะถึงกับฆ่าหรือตีเขาหรือไม่ ข้อนี้ก็เป็นส่วนที่จะต้องรู้อีก" ถ้ามันหมายจะฆ่าจะตีเขาก็ส่อแสดงให้เห็นว่า "มันยังมีกิเลสมากอยู่ เรื่องนี้เราต้องพิจารณา" ใคร ๆ ในโลกนี้ก็เหมือนกัน "ถ้าหากเห็นว่าโลภ โกรธ หลง มันเป็นของอร่อยอยู่ มันก็ลดละไม่ได้ มันต้องไปสังเวยเป็นอาหารของกิเลสต่อไป"
เรื่อง "ความวู่วามโผงผางนี้" พระบรมศาสดากล่าวว่า "เป็นตามนิสัยก็มี" เพราะบางคนอุปมาเหมือน "น้ำใสกลาง ขุ่นขอบ" คือมารยาทไม่งามพูดจาโผงผาง แต่จิตใจเป็นธรรมอยู่ "บางคนเหมือนน้ำใสทั้งขอบทั้งกลาง" หมายความว่าจิตใจก็เป็นธรรม มารยาทก็เป็นธรรม "ส่วนบางคนที่เหมือนน้ำขุ่นทั้งกลางทั้งขอบ" ก็หมายความว่าจิตใจก็ไม่เป็นธรรม คำพูดก็ไม่เป็นธรรม
เรื่องของธรรมะของพระพุทธศาสนา "ความจริงแล้วเราควรจะต้องปฏิบัติให้ควบคู่กับอารมณ์ของเราไป" ดีกว่าที่จะปล่อยให้อารมณ์ไหวไปทางอื่น ยกอุทาหรณ์ "คนเราจะสะอาดหรือไม่สะอาดขาดตัวก็ตาม... -
วิถีของผู้ตัวเบา
วิถีของผู้ตัวเบา
---------
เดินจิต -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๒ กรกฎาคม ๒๕๖๕
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๒ กรกฎาคม ๒๕๖๕ -
วัตถุมงคลทุกประเภทสำคัญตรงกำลังใจของคนใช้
มีโยมมาจากสหรัฐอเมริกา เล่าให้พระอาจารย์ฟังว่า ตะกรุดมหาสะท้อนที่ตัวเองพกอยู่นั้นใช้ได้ผล พระอาจารย์จึงกล่าวถึงเรื่องนี้ว่า
"จริง ๆ แล้วถึงเราไม่มีตะกรุดมหาสะท้อน ใช้คาถาอย่างเดียวก็ได้ผล แต่สมาธิต้องทรงตัว เราภาวนา เม สัมมุกขา สัพพาหะระติ เต สัมมุกขา ไปเรื่อย ๆ ถ้าสมาธิทรงตัว จะมีอานุภาพเหมือนกับใช้ตะกรุดมหาสะท้อน เพราะตะกรุดก็ปลุกด้วยคาถานี้ ต่างกันแค่พวกเราขาดความมั่นใจเท่านั้นเอง ถ้าสมาธิดีหน่อย มีความมั่นใจ ไม่ต้องไปเสียเงินบูชาตะกรุดแพง ๆ ก็ได้
เมื่อเช้ามีนายทหารเขาเอาเช็คมาให้ เขาบอกว่าทำกระเป๋าเงินหาย แล้วตะกรุดอยู่ในนั้นด้วย ก็เลยต้องเสียเงินอีกหนึ่งหมื่นมาเอาของใหม่ อยากจะบอกว่าเป็นถึงระดับผู้บัญชาแล้ว ไม่ควรงมงายเรื่องนี้ แต่ก็พูดไม่ออก
วัตถุมงคลทุกประเภทสำคัญตรงกำลังใจของคนใช้ วัตถุมงคลเหมือนกับเครื่องส่ง มีการส่งคลื่นอยู่ตลอดเวลา ถ้ากำลังใจของคนใช้ไม่เปิดรับ มีวัตถุมงคลไว้ก็เท่านั้น เหมือนกับไม่มีนั่นเอง
ดังนั้น..เราจะเห็นได้ว่า คนที่เอาวัตถุมงคลไปใช้ ถึงเป็นของรุ่นเดียวกัน อย่างเดียวกันก็จริง แต่ได้ผลไม่เท่ากันหรอก คนที่กำลังใจเข้มแข็งมาก มีความศรัทธาเชื่อมั่นมาก... -
วีดีโอ วิปัสสนาในชีวิตประจำวัน + อุบายมีสติระลึกชอบ
วิปัสสนาในชีวิตประจำวัน ๑
วิปัสสนาในชีวิตประจำวัน ๒
วิปัสสนาในชีวิตประจำวัน ๓
วิปัสสนาในชีวิตประจำวัน ๔
วิปัสสนาในชีวิตประจำวัน ๕ -
"อานิสงส์ของบุญกุศล" (หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)
.
"อานิสงส์ของบุญกุศล"
" .. ธรรมดาผู้เป็นบัณฑิต ผู้มีปัญญา "ผู้เปียมไปด้วยเมตตากรุณาก็ย่อมไม่เบียดเบียนบุคคลอื่นและสัตว์อื่น" ย่อมสำรวมกายวาจาของตนด้วยดี ไม่ให้ไปกระทบกระทั่งกับบุคคลอื่นและสัตว์อื่นอย่างนี้
เมื่อพระองค์เจ้าทรงแสดงมาถึงบทนี้ ก็แสดงว่า "เป็นผู้สำรวมในศีลนั้นเองแหละ" ความมุ่งหมายผู้ฟังก็ย่อมรู้ได้ "ก็ย่อมมีศรัทธามั่นในศีลลงไป" พยายามรักษาเจตนาในใจของตนไว้ เสมอว่า "ไม่ให้มีเจตนาคิดเบียดเบียนบุคคลอื่นและสัตว์อื่นเลย"
เมื่อบุคคลได้มาบำเพ็ญทานการกุศล "พร้อมด้วยการวิรัติละเว้นจากบาป" โทษมลทินต่าง ๆ ดังกล่าวมานั่น เช่นนี้แล้ว "ก็ย่อมจะได้รับอานิสงส์ผล ทั้งในปัจจุบันและเบื้องหน้า" ในปัจจุบันนี้ก็เป็นผู้มากไปด้วยบริษัทบริวาร มิตร ญาติ สหาย "ไม่มีใครแสดงตนเป็นศัตรูเลย เพราะว่าเป็นผ้มีใจคอกว้างขวาง ไม่ตระหนี่ในสมบัติข้าวของที่ได้มา" แบ่งสันปันส่วนให้คนยากคนจนไป
เพราะฉะนั้น "มันจึงไม่มีใครคิดอิจฉา เบียดเบียนเลย" ก็ย่อมอยู่ด้วยความเป็นผู้ไม่มีเวร ไม่มีภัย "อันนี้เป็นอานิสงส์ในปัจจุบัน" ซึ่งมองเห็นได้ชัด ๆ เมื่อละโลกนี้ไปแล้วก็ย่อม บันเทิงในสวรรค์... -
สวดจักรพรรดิได้อะไร? (หลวงตาม้าท่านตอบกระจ่างมาก)
สวดจักรพรรดิได้อะไร? (หลวงตาม้าท่านตอบกระจ่างมาก)
**********
รวมคำสอนหลวงตาม้า
#รวมคำสอนหลวงตาม้า #หลวงตาม้า #ฝึกสมาธิ #คาถามหาจักรพรรดิ #สมถกรรมฐาน #กรรม #วิปัสสนากรรมฐาน #ครอบวิมาน #อภิญญา -
ปัจฉิมโอวาทของ ท่านพ่อลี ธมฺมธโร
“ปัจฉิมโอวาท” อันออกจากปากของท่านพ่อเป็นครั้งสุดท้ายของคืนที่ ๒๔ และ ๒๕ เมษายนนั้นมีใจความว่า
“บุคคลใด หรือหมู่ใด ปรารถนาอยู่แต่ในประโยชน์ชาตินี้ คือ ทิฏฐธัมมิกัตถประโยชน์ ขอชี้แนวทางให้ซึ่งมีอยู่ ๔ อย่าง
๑. อุฏฐานสัมปทา เป็นผู้มีความเพียร หมั่นขยัน ทำกิจหน้าที่ของตน ตั้งอยู่ในอาชีพที่ถูกต้องในทางธรรม เช่น “สัมมากัมมันโต” การงานที่ชอบ
๒. อารักขสัมปทา ให้รู้จักรักษาทรัพย์ของตน ให้รู้จักรักษาตนของตน ที่ได้มาโดยชอบแล้วด้วยดี ไม่ให้ตกล่วงไปในทางที่ชั่ว
๓. กัลยาณมิตตตา คบเพื่อนที่ดีงาม ไม่คบคนชั่วที่จะทำตนให้เป็นคนตกต่ำ จะทำทรัพย์ของตนให้สาปสูญ
๔. สมชีวิตา จ่ายทรัพย์ที่ได้มาจากการงานนั้นๆ ด้วยดี เลี้ยงชีวิตของตนโดยทางที่ถูก ไม่จ่ายทรัพย์ไปในทางที่ผิด ไม่ทำชีวิตความเป็นอยู่ของตนให้หม่นหมอง
ทั้ง ๔ อย่างนี้เป็นหนทางที่จะนำมาซึ่งความสุขของตนในโลกนี้ แต่อย่าใช้ความคิดอันสั้น อันปราศจากความจริง เพราะความจริงของมนุษย์ที่เกิดมาต้องตายไปจากความสุขในโลกที่มีอยู่ทุกรูปทุกนาม
ฉะนั้น จึงจำเป็นจะต้องหาทางที่ตนจะต้องได้รับในโลกหน้าที่เรียกว่า “สัมปรายิกัตถะประโยชน์”... -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันศุกร์ที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๖๕
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันศุกร์ที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๖๕ -
ข่าวชุมชนคุณธรรมวัดท่าขนุน (พระอาจารย์เล็ก) เดือนกรกฎาคม ๒๕๖๕
ชุมชนคุณธรรมออนไลน์ Palungjit.org
เครือข่ายชุมชนคุณธรรมวัดท่าขนุน
ขอรวบรวมข่าวกิจกรรมการดำเนินงานของ
พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร. (พระอาจารย์เล็ก)
เจ้าอาวาสวัดท่าขนุน อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี
เพื่อให้ทุกท่านได้โมทนาบุญในการทำงานของพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนา
และเพื่อให้ทุกท่านได้ศึกษารูปแบบการดำเนินงานของพระอาจารย์
ซึ่งท่านเป็นต้นแบบการทำงานของ ชุมชนคุณธรรมออนไลน์ Palungjit.org
ข่าวการดำเนินงาน เดือนกรกฎาคม ๒๕๖๕ -
หลักการปกครองระบอบใดก็ตาม ควรมีหลักธรรมประกอบด้วย องค์กรจึงจะอยู่รอดได้
ในเรื่องของการจัดตั้งองค์กรก็ดี ในเรื่องของการบริหารหน่วยงานก็ดี จนถึงเรื่องของการบริหารประเทศชาติก็ดี แม้ว่าจะมีระเบียบปฏิบัติที่เข้มงวดขนาดไหนก็ตาม ถ้าไม่มีหลักธรรมเข้ามาประกอบ ก็ไม่สามารถที่จะพาองค์กรให้อยู่รอดได้
ดังนั้น...เราจะเห็นว่าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเรา ไม่เคยที่จะสรรเสริญว่าระบอบการปกครองแบบไหนดี แต่พระองค์ท่านจะทรงประทานหลักธรรมเอาไว้ประกอบเสมอ
อย่างเช่นว่า ถ้าเป็นระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มีพระราชาเป็นประมุข พระองค์ท่านก็มอบ "หลักทศพิธราชธรรม" ให้ไปประกอบ
ถ้าหากว่าปกครองแบบพระเจ้าจักรพรรดิ พระองค์ท่านก็มอบ "จักรวรรดิวัตร" ไปให้ประกอบการปกครอง
ถ้าหากว่าปกครองแบบสามัคคีธรรม ซึ่งคล้ายคลึงกับระบอบประชาธิปไตยในปัจจุบัน พระองค์ท่านก็มอบ "หลักอปริหานิยธรรมทั้ง ๗" ให้ไปประกอบในการปกครอง
ดังนั้น..เราจะเห็นว่าอัตตาธิปไตย การถือตนเป็นใหญ่นั้นไม่ใช่เรื่องที่ไม่ดี ถ้าเราสังเกตแค่ในประเทศไทยของเรา เอาแค่ยุครัชกาลที่ ๕ นั่นเป็นสมบูรณาญาสิทธิราชย์ เป็นอัตตาธิปไตย ซึ่งปัจจุบันนี้มีคนบางจำพวกบอกว่าเป็นเผด็จการ ซึ่งถ้าหากว่าเราพิจารณาดูแล้ว ในยุคนั้นสมัยนั้น...
หน้า 101 ของ 442