คลังเรื่องเด่น
-
หลวงพ่อไปพบลูกศิษย์ตายแล้วไปอยู่ที่พระนิพพาน
หลวงพ่อไปพบลูกศิษย์ตายแล้วไปอยู่ที่พระนิพพาน
"..วันหนึ่งไปวิมานบนพระนิพพาน พอไปถึงก็นั่งเล่นนอนเล่นตามสบาย นึกว่าไม่มีใครมา ปกติไปทุกวัน วันละหลาย ๆ เที่ยว ถ้าว่าง
เมื่อใดก็ไปเพราะจิตเป็นสุข วันนั้นพอไปแล้วก็มีคน 200 คนมาหาแต่งตัวแพรวพราวเป็นระยับเต็มอัตราพระนิพพาน ก็สงสัยว่าพวกนี้
มาได้อย่างไร ก็เลยถามว่า
"ในสภาพที่เป็นมนุษย์มีรูปร่างแบบไหน ทำให้ดูซิ"
ท่านก็ทำให้ดูสมัยเป็นมนุษย์นุ่งโสร่งก็ขาด ใส่เสื้อก็เก่าแสนเก่า
มีผ้าขาวม้าพาดไหล่ ผอม ๆ สูง ๆ อาตมาจำได้เคยไปที่วัดบ่อย ๆ ถามว่า
"โยม มานิพพานได้อย่างไร การมานิพพานได้ต้องเป็นพระอรหันต์"
โยมตอบว่า "อรหันต์ไม่ได้อยู่ที่เสื้อผ้า อยู่ที่ใจ"
ถามว่า "โยมฝึกพระกรรมฐานถึงขั้นไหน"
ตอบว่า "ผมฝึกไม่มากครับ ไปฝึก มโนมยิทธิ ได้ 2 ครั้ง แต่ไป
พระนิพพานได้ และอาตมาบอกว่าทุกวันให้ไปพระนิพพาน
ตั้งใจว่าตายเมื่อใดขอไปพระนิพพาน ผมก็กำลังป่วยหนักเห็น
พระนิพพานใสชัดเจนมาก วิมานก็สวย คนก็สวย อยู่ใกล้ ๆ
แค่เอื้อม เมื่อจิตออกจากร่างเลยเข้าวิมานไปเลย แล้ววิมาน
ก็พาลอยไป"
เป็นอันว่าการจะไปพระนิพพานได้ ไม่ใช่มีความรู้มาก ต้องจิต
สะอาดมาก... -
อานิสงส์การปฏิบัติภิกษุอาพาธ หลวงพ่อพระราชพรหมยานตอบปัญหาธรรม
อานิสงส์การปฏิบัติภิกษุอาพาธ
หลวงพ่อพระราชพรหมยานตอบปัญหาธรรม
ผู้ถาม :- "ทีนี้อย่างคนป่วยเป็นพระ แล้วเราก็ปฏิบัติดูแลท่าน
อานิสงส์จะเหมือนกับปฏิบัติพระพุทธเจ้าไหมครับ เพราะเคย
ได้อ่านในหนังสือพบ มีตอนหนึ่งว่า ผู้ใดปฏิบัติภิกษุไข้ ก็
คล้ายกับปฏิบัติเราผู้ตถาคต"
หลวงพ่อ :- "ก็เหมือนกัน ปฏิบัติพระพุทธเจ้าก็อดนอน
ปฏิบัติพระก็อดนอน"
ผู้ถาม :- (หัวเราะ)
หลวงพ่อ :- "แต่ความจริงอานิสงส์มันไม่เท่ากันหรอก
เพราะว่าอานิสงส์ของพระพุทธเจ้ากับพระอริยสงฆ์ทั้งหลาย
ไม่เท่ากันอยู่แล้ว ใช่ไหม...ท่านบอกว่าคล้าย ๆ กับปฏิบัติเรา
ก็เพราะว่าพระศาสนาจะทรงอยู่ได้ ก็ต้องอาศัยพระสงฆ์ หาก
ว่าทำให้พระสงฆ์อยู่ได้เหมือนกับทำให้พระองค์อยู่ได้ ท่าน
เปรียบเทียบให้ฟังนะ"
ผู้ถาม :- "แล้วอย่างที่เขาบอกว่าพระอาพาธ หรือพระป่วย
ฉันข้าวเย็นได้ ต้องป่วยขนาดไหนครับ...?"
หลวงพ่อ :- "ความจริงป่วยธรรมดา คือ ชิคัจฉา ปรมา โรคา
ความหิวเป็นโรคอย่างยิ่ง มันหิวเมื่อไรกินเมื่อนั้น ของร้อน
ก็ได้ ของเย็นก็ได้ คุณถามข้าวเย็นนี่ คุณไม่ได้ถามเวลา"
ผู้ถาม :- "คือไปเจอที่โรงพยาบาล ตอนเย็นก็เอาเตาไฟฟ้า
มานึ่งข้าวเหนียว... -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพุธที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๖๕
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพุธที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๖๕ -
ร่างกายที่ไม่หนักด้วยอาหาร จะทำให้มีสติ ภาวนาได้นาน
ร่างกายที่ไม่มีอาหาร กายจะโปร่งเบา
ไม่หนักด้วยอาหาร ทำให้มีสติ ภาวนาได้นาน
...................................
พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร. วัดท่าขนุน
www.watthakhanun.com
ขอบคุณภาพจากคุณ A’tist Toon -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอังคารที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๖๕
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอังคารที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๖๕ -
"ริษยาพาโลกให้ฉิบหาย" (สมเด็จพระสังฆราชเจ้า)
.
"ริษยาพาโลกให้ฉิบหาย"
" .. พระพุทธภาษิตนี้ "ควรอย่างยิ่งที่จะได้รับการน้อมนำมาพิจารณาอย่างใช้สติปัญญาอย่างเต็มความสามารถ" เพื่อให้เกิดประโยชน์มากที่สุด ทั้งแก่ตนเองและแก่เพื่อนร่วมชาติทั้งหลาย
"ทุกวันนี้บ้านเมืองไทยของเราค่อนข้างจะหาความสงบสุขยากมาก" อย่างไม่เคยเป็นเช่นนี้มาก่อน พูดเช่นนี้ก็ด้วยเชื่อว่าหนึ่งในเหตุแห่งความไม่สงบสุขของบ้านเมืองไทย "มีความริษยาเป็นส่วนเหตุที่สำคัญ" ที่จริงเรื่องความริษยาเป็นเรื่องสำคัญที่มีอยู่ทุกยุคทุกสมัย "เพียงแต่ว่ายุคนี้สมัยนี้น่าจะทวีความสำคัญมากกว่าเคยมา" จนเป็นเหตุแห่งความไม่ร่มเย็นเป็นสุขเท่าที่ควร .. "
"แสงส่องใจ" ๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๐
สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร -
พระสาคตเถระ เอตทัคคะในทางผู้ชำนาญเตโชสมาบัติ
พระสาคตเถระ เอตทัคคะในทางผู้ชำนาญเตโชสมาบัติ
-------------
เดินจิต -
“สูงสุดคือทุกอย่าง”
สมัยก่อนอาตมายังมีความมืดบอดอยู่มาก...หลวงพ่อฤๅษีฯ สอนว่าทำบุญทุกอย่างให้อธิษฐานขอไปพระนิพพานจุดเดียว ก็ทำตามมาโดยตลอด จนวันหนึ่งกลับคิดว่า ถ้าเราอธิษฐานแต่จะไปพระนิพพานเท่านั้น แล้วเรื่องการเงิน การงาน การเรียน ความเป็นอยู่อย่างอื่นล่ะ จะไม่แย่ก่อนที่จะถึงพระนิพพานหรอกหรือ..? คิดเพียงเท่านี้ เมื่อเหยียบเข้าบ้านสายลม นั่งยังไม่ทันหายเหนื่อย เสียงหลวงพ่อพูดใส่ไมค์ทันทีว่า ไอ้พวกที่อธิษฐานไปพระนิพพานจุดเดียวแล้วยังเสือกกลัวว่าจะไม่ได้อย่างอื่น เพราะไม่ได้อธิษฐานไว้ พวกนี้โง่ยิ่งกว่าควาย ควายยังฉลาดเสียกว่า..! ทั้งนี้เพราะ เมื่อเราตั้งใจจะไปยังจุดสูงสุด บุญทั้งหมดจะรวมตัวกัน เพื่อพุ่งเป้าไปยังจุดหมายนั้น นับประสาอะไรกับของหยาบอย่างอื่น ที่มันจะโดนฉุดลากตามความละเอียดสูงสุดนี้ไปด้วย...ได้ยินแค่นี้ก็ตัวชาหน้าชา ฟ้าเหลืองไปหมด ไม่ตายก็บุญแล้ว
คำสอนของพระอาจารย์มหานันทวัฒน์ เขมธัมโม (พระอาจารย์เอ บ้านสุมโน)
Credit: ขอขอบพระคุณที่มาจาก Facebook... -
การใช้พระพุทธรูปเป็นเครื่องดับบ้าน เป็นการปรามาสพระรัตนตรัยไหม ?
วันนี้ตรงกับวันอาทิตย์ที่ ๑๙ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๕ กระผม/อาตมภาพยังคงพักอยู่ที่โรงแรมเดอะ เมเปิล เรสิเดนซี่ วันนี้จะต้องเดินทางไปยังทะเลสาบศักดิ์สิทธิ์ซอมโก ซึ่งอยู่ในพื้นที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลปานกลาง ๓,๗๕๓ เมตร ถึงแม้ว่าทางด้านล่างนี้ อากาศจะอยู่ที่ ๑๙ องศาเซลเซียส แต่ว่าทางด้านบนทะเลสาบ น่าจะมีอากาศที่ลดต่ำลงไปอีกหลายองศา
ทางด้านคุณเอ (ฉัตตริน เพียรธรรม) หัวหน้าคณะทัวร์ของเรา ได้เตือนให้ทุกคนใส่เสื้อกันหนาวไปด้วย และขณะเดียวกันอากาศด้านบนนั้นค่อนข้างที่จะเบาบาง อย่าได้เคลื่อนไหวอะไรเร็ว ๆ ไม่เช่นนั้นถ้าเกิดเป็นโรคแพ้พื้นที่สูงขึ้นมาก็จะลำบากกันทั้งคณะ
สำหรับวันนี้ก็ขอเล่าเรื่องเมื่อวานนี้ ซึ่งได้ไปไหว้พระตามสถานที่ต่าง ๆ มากมายหลายแห่ง เพียงแต่ว่าอยู่ภายในเมืองกังต็อกนี้ทั้งหมด บางแห่งก็ได้รับการแถมเพิ่มเติมขึ้นมาจากทางด้านเอ็นซีทัวร์ ซึ่งต้องขอเจริญพรขอบพระคุณไว้ ณ ที่นี้
ช่วงเช้าพวกเราเข้าไปฉันเช้าที่ห้องอาหารของทางโรงแรม แล้วก็เห็นว่าทันทีที่เปิดประตูเข้าไปนั้น ก็คือมีพระพุทธรูปตั้งอยู่กับพื้นในลักษณะเครื่องประดับ แม้ว่าโรงแรมนี้จะมีการตั้งพระพุทธรูป... -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันจันทร์ที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๖๕
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันจันทร์ที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๖๕ -
"ทั้งส่งเสริมทั้งทำลาย" (หลวงปู่ดูลย์ อตุโล)
.
"ทั้งส่งเสริมทั้งทำลาย"
.. กาลครั้งนั้น หลวงปู่ได้ให้โอวาทเตือนพระธรรมทูตครั้งแรก มีใจความตอนหนึ่งว่า ..
" .. ท่านทั้งหลาย การที่จะออกจาริกไปเพื่อเผยแผ่ประกาศพระศาสนานั้น "เป็นได้ทั้งส่งเสริมพระศาสนาและทำลายพระศาสนา" ที่ว่าเช่นนี้ เพราะองค์ธรรมทูตนั้นแหละตัวสำคัญ "คือเมื่อไปแล้วประพฤติตัวเหมาะสม มีสมณสัญญาจริยาวัตรงดงามตามสมณวิสัย ผู้พบเห็นหากยังไม่เลื่อมใสก็จะเกิดความเลื่อมใสขึ้น" ส่วนผู้ที่เลื่อมใสแล้ว ก็ยิ่งเพิ่มความเลื่อมใสยิ่งขึ้นเข้าไปอีก
"ส่วนองค์ที่มีความประพฤติและวางตัว ตรงกันข้ามนี้ย่อมทำลายผู้ที่เลื่อมใสแล้วให้ถอยศรัทธาลง สำหรับผู้ที่ยังไม่เลื่อมใสเลย ก็ยิ่งถอยห่างออกไปอีก" จึงขอให้ทุกท่าน "จงเป็นผู้พร้อมไปด้วยความรู้และความประพฤติไม่ประมาท สอนเขาอย่างไร ตนเองต้องทำอย่างนั้น" ให้ได้เป็นตัวอย่างด้วย .. "
"หลวงปู่ฝากไว้"
หลวงปู่ดูลย์ อตุโล -
หลวงตาสอนพระที่ถ้ำ
หลวงตาสอนพระที่ถ้ำ
-----------
รวมคำสอนหลวงตาม้า -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอาทิตย์ที่ ๑๙ มิถุนายน ๒๕๖๕
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอาทิตย์ที่ ๑๙ มิถุนายน ๒๕๖๕ -
"ฐานะอ้นเลิศนั้นมีอยู่ในมนุษย์" (หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต)
.
"ฐานะอ้นเลิศนั้นมีอยู่ในมนุษย์"
" .. "อคฺคํ ฐานํ มุสฺเสสุ มคฺคํ สตฺตวิสุทฺธิยา" ฐานะอ้นเลิศนั้นมีอยู่ในมนุษย์ ฐานะอ้นเลิศนั้นเป็นทางดำเนินไปเพื่อความบริสุทธิ์ของสัตว์ โดยอธิบายว่า เราได้รับมรดก มาแล้วจากนโม คือบิดามารดา กล่าวคือ "ตัวของเรานี้แล อ้นได้กำเนิดเกิดมาเป็นมนุษย์ซึ่งเป็นชาติสูงสุด" เป็นผู้เลิศดั้งอยู่ในฐานะอ้นเลิศด้วยดี คือมีกายสมบัติ วจีสมบัติ และมโนสมบัติบริบูรณ์ จะสร้างสมเอาสมบัติภายนอกคือทรัพย์สินเงินทองอย่างไรก็ได้ "จะสร้างสมเอาเป็นสมบัติภายใน คือมรรค ผล นิพพาน ธรรมวิเศษ" ก็ได้
พระพุทธองค์ "ทรงบัญญัติพระธรรมวินัย ก็ทรงบัญญัติแก่มนุษย์เรานี้เอง" มิได้ทรงบัญญัติแก่ ช้าง ม้า โคกระบือ ฯลฯ ที่ไหนเลย "มนุษย์นี้เองจะเป็นผู้ปฏิบัติถึงซึ่งความบริสุทธิ์ได้" ฉะนั้น "จึงไม่ควรน้อยเนี้อต่ำใจว่า ตนมีบุญวาสนาน้อย เพราะมนุษย์ทำได้ เมื่อไม่มีทำให้มีได้ เมื่อมีแล้ว ทำให้ยิ่่งได้"
สมด้วยเทศนานัย อันมีมาในเวสสันดรชาดกว่า "ทานํ เทติ สีลํ รกฺขติ ภาวนํ ภาเวตฺวา สคฺคํ คจฺฉติ เอกจฺโจ โมกฺขํ คจฺฉติ นิสฺสํสยํ" เมื่อได้ทำกองการกุศล คือ "ให้ทาน รักษาคีล เจริญภาวนา"... -
โลกวิญญาณขอกันไม่ได้_คลื่นไตรสรณคมน์มีทั้งโลกและธรรม
โลกวิญญาณขอกันไม่ได้_คลื่นไตรสรณคมน์มีทั้งโลกและธรรม
*************
รวมคำสอนหลวงตาม้า -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๖๕
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๖๕ -
"เพราะกรรมเวรแต่หนหลัง" (หลวงปู่หรียญ วรลาโภ)
.
"เพราะกรรมเวรแต่หนหลัง"
" .. บุคคลบางคนที่มีเวรตามสนอง มีแต่ความวิบัติ ไม่มีความเจริญรุ่งเรืองไปได้ พอเจริญรุ่งเรืองขึ้นไปได้หน่อย ความวิบัติมาถึงแล้ว อย่างนี้แหละ "ทั้งนี้ก็เพราะกรรมเวรแต่หนหลัง" นั่นแหละ มันตามมาสนองเอา
บางคนดูดี ๆ ทำมาหากินตาม ปกติธรรมดา "บางทีก็ไปขัดผลประโยชน์กับใครต่อใครบ้างเข้า" ฝ่ายหนึ่งก็เกิดพยาบาท วางแผนฆ่าให้ตายลงไป หมู่นี้นะ "มันล้วนเป็นเวรกันนั่นแหละ" ตามมาสนองเอา
"คนเราไม่ใช่ว่าจะไป ฆ่ากันได้ง่าย ๆ ถ้าไม่มีกรรมมีเวรมาบันดาล" คนเรานี้มันก็มี บุญกุศลติดตามมารักษา บุญกุศลมาแต่ง ตา หู จมูก ลิ้น กาย อวัยวะน้อยใหญ่ทั้งหลายให้ "บุญกุศลที่เราทำมาแต่ชาติก่อนนู้น" เมื่อมันมาแต่งอวัยวะต่างๆ มีให้แล้ว ยังรักษาไม่ให้ตายก่อน "รักษาชีวิตนี้ให้ยืนยาวนานมา ตามกำลังของบุญที่บุคคลกระทำไว้"
ผูใดได้ทำกุศลไว้น้อย มันให้ผลมา "เมื่อหมดเวลาของมันแล้วชีวิตนี้ก็ตั้งอยู่ไม่ได้ ก็ต้องตาย" ผู้ใดได้สั่งสมบุญมาแต่ชาติ ก่อนไว้มากอย่างนี้ "บุญกุศลนั้นมันก็ตามรักษาชีวิตนี้ ให้มีอายุยืนยาวนานไป" ตลอดจนถึงอายุขัยของยุคหนึ่ง ๆ .. "
"ทวนกระแสจิต"
หลวงปู่หรียญ วรลาโภ -
โทษปรามาสพระรัตนตรัยเพราะนำหนังสือพิมพ์ที่มีรูปพระไปใช้
ถาม : สมมติว่ามีคนเอาหนังสือพิมพ์ที่มีรูปพระไปใช้ปูรองกินข้าว เสร็จแล้วก็รวบไปทิ้ง หรือเอาไปทำอะไรก็ตาม จะเป็นอะไรไหมคะ ต้องขอขมาไหมคะ ?
ตอบ : มีโทษปรามาสพระรัตนตรัย เห็นแล้วถ้ามีสิทธิ์เตือนได้ก็เตือนเขาหน่อย ถ้าไม่มีสิทธิ์เตือนเขาได้ก็ทำไม่รู้ไม่ชี้ไป เพราะว่าเดี๋ยวเราจะเดือดร้อนแทน
ถาม : อย่างถ้าเขาไม่รู้แล้วหยิบมาเช็ดกระจก ถ้าเขาขอขมาจะได้ไหมคะ ?
ตอบ : สภาพจิตของคนถ้ายังหยาบอยู่ ขาดความเคารพในพระรัตนตรัยอย่างแท้จริง เขาก็ทำแบบนั้นแหละ ไม่ต้องไปกังวลแทนเขาหรอก ตัวใครตัวมันเถอะ..!
พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
เก็บตกบ้านเติมบุญ ต้นเดือนกันยายน ๒๕๖๓
ที่มา : =AT3DkFC8iSlqlWLaWrAOJ9a1rNo8gFfSfkBS24yWi134Ia87SWmUvTRg1Qw1buN3tS6HUP8ceul6Vxuu1xuJyoqzquxsbcNA4DsWCRfpLR0HkYyFKtTG6_hcjgMq4JQL3IsV0_sL54HRkmHySxE5HcAhFRVpuvBRQ_o2ddHe2UNtCNK3k47dGCZwJ5kL2v-tnRCFMaKZ_7vAXlovejkBTNv1JdKCQPF5DU8']www.watthakhanun.com... -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันศุกร์ที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๖๕
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันศุกร์ที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๖๕ -
"ท่านสอนเหมือนกันหมด" (หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน)
.
"ท่านสอนเหมือนกันหมด"
" .. พระพุทธเจ้าทุก ๆ "พระองค์สอนแบบเดียวกันตามสิ่งที่มีอยู่ทั้งหลาย" ขอให้พากันฟังอย่างถึงใจ "แล้วให้ละชั่วทำดี ให้มีหิริโอตตัปปะความสะดุ้งกลัวต่อความชั่วช้าลามก" ซึ่งเป็นภัยแก่ผู้ทำนั้นแล
ให้ระวังให้มาก "อย่าดีดอย่าดิ้นในสิ่งที่เป็นภัยแก่ตัวเอง" แล้วอย่างน้อยเวลาจะหลับจะนอนขอให้พากันไหว้พระสวดมนต์ย่อ ๆ ก็เอา "แล้วให้นั่งภาวนาระลึก พุทโธ ๆ ก็ได้ ธัมโมก็ได้ สังโฆก็ได้ บทใดก็ตามตามแต่จริตของเราชอบให้มาบริกรรม" มีสติกำกับอยู่กับคำบริกรรม "นี้เรียกว่าสร้างเรือนใจ สร้างหลักใจขึ้นที่ใจของเรา"
อันนี้แหละ "จะเป็นที่พึ่งเป็นพึ่งตายของเราในปัจจุบัน และภพชาติต่อไปโดยแท้ไม่สงสัย" อย่างอื่นพอชีวิตขาดสะบั้นลงไป สิ่งเหล่านั้นขาดไปพร้อม ๆ กันไม่มีความหมาย แต่บุญกับบาปนี้มีความหมายเต็มตัว "ใครสร้างบาป บาปก็ตามเผาคนนั้น ใครสร้างบุญ บุญจะหนุนคนนั้นให้พ้นภัยไปโดยลำดับ" .. "
หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน
https://luangta.com/thamma/thamma_talk_text.php?ID=1296&CatID=2 -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพฤหัสบดีที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๖๕
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพฤหัสบดีที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๖๕ -
"ให้รู้จักพอ" (หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี)
.
"ให้รู้จักพอ"
" .. ความสุขของใจนั้นมันอยู่ที่ความพอ คือว่า "พอ" มันก็หยุดทันที อะไรทั้งหมดหยุดหมด จะมี จะจนหยุดหมด คำว่า "พอ" ในที่นี้มิใช่ไม่หา "หาแต่เป็นผู้รู้จักพอเป็น" หาไปทำไม ตายแล้วเอาไปด้วยไม่ได้
"เมื่อยังมีชีวิตเป็นอยู่ก็ต้องหาต้องรับประทาน" ไม่หาก็ไม่มีรับประทานรับประทานพออยู่ได้ เมื่อไม่รับประทานก็ต้องตาย "ชีวิตความเป็นอยู่มันบังคับให้ต้องทำอย่างนั้น แต่เมื่อตายแล้วก็ไม่เอาอะไรไปด้วย" เพียงแต่เกิดมายุ่งเกี่ยวด้วยเรื่องต่าง ๆ ให้ทำความชั่วนานาชนิด "แล้วทิ้งไว้ให้จิตรับเคราะห์กรรมคนเดียว" ดังนั้นทุกคนจึงควรคิด .. "
"ปุจฉาวิสัชนาต่างประเทศ"
พระนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาจารย์
(หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี) -
ภาพบรรยากาศ หลวงพ่อและคณะไปอินเดีย - สิกขิม - ดาร์จีลิงก์
ภาพบรรยากาศ หลวงพ่อและคณะไปอินเดีย - สิกขิม - ดาร์จีลิงก์
วันที่ ๑๕ - ๒๒ มิ.ย. ๒๕๖๕
วันพุธที่ ๑๕ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๕
เวลา ๐๑.๓๐ น. พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร. เจ้าอาวาสวัดท่าขนุน รองเจ้าคณะอำเภอทองผาภูมิ (๒) พร้อมคณะ เช็คอินรอขึ้นเครื่องไปยังสนามบินโกลกาตา ประเทศอินเดีย ณ เคาน์เตอร์ P14 สนามบินสุวรรณภูมิ เลขที่ ๙๙๙ หมู่ที่ ๑ ตำบลหนองปรือ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ -
ประสบการณ์ธุดงค์เดี่ยวตอนเป็นพระที่ไม่เคยเล่า
ประสบการณ์ธุดงค์เดี่ยวตอนเป็นพระที่ไม่เคยเล่า
--------------------------
ขอบพระคุณ และอนุโมทนา
คุณ
=AZVaeXQk6mttPmSyzh3khna6AUuN_g87eD4gZvkBLe0cLZaKGC3-NPYYLw4dzq_LbR7Ie2FKq5ezHoiGGyEQN7Rzdumoir3pMiYmJZaW47Sxy3-GNpsJpyUetGapwH1Ci4LOF8CbKYoy9PTv6s2P-MOWcI4uK7lNCjOIN_hYPpH0mw&__tn__=-UC%2CP-R']กิตติชนม์ ณัฏฐ์อานนท์
https://www.youtube.com/c/กําลังจักรพรรดิ
https://web.facebook.com/profile.php?id=100004361236164 -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพุธที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๖๕
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพุธที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๖๕ -
"คติอันนี้เป็นคติอันดีเยี่ยม" (หลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท)
.
"คติอันนี้เป็นคติอันดีเยี่ยม"
" .. เราได้ค้นคว้า "พินิจพิจารณาร่างกาย จนละเอียดลออไปทุกส่วน ทุกชิ้นทุกอัน จนได้สภาวะของใจ" ได้ลงถึงความจริงประจักษ์ใจ "โลกทั้งหลายนี้ไม่มีปรากฏชิ้นกับใจ ขาดสูญไปหมด อยู่จำเพาะใจอันนั้นอันเดียว ไม่มีสิ่งใดที่เจือปน" ไม่มีเจือปนอยู่ในใจนั้น
แล้วเรานั้นก็ได้เอาสิ่งเหล่านั้นไปนมัสการครูบาอาจารย์ท่าน "ไปเล่าถวายความเป็นไปให้ท่านฟัง" ตั้งแต่เบื้องต้นในการด้นคว้าพินิจพิจารณา จนกระทั้งถึงที่สุดของการค้นคว้าพิจารณาอย่างนั้นลงไปแล้ว ในสภาวะของใจลำดับนั้น มันขาดพึ่บลงไป โดยที่คล้าย ๆ ขาดสติ แต่ไม่ใช่ขาดสติ "มันก็ปรากฏโลกทั้งหลายขาดลงไป ไม่มีอันใดเลย แม้แต่ร่างกายของเราอย่างนี้ก็สูญหายไปหมด เหลือความบริสุทธิ์ของใจอันเที่ยงแท้อันเดียว"
ก็เมื่อเป็นอย่างนั้นแล้วเข้าไปเรียนถาม ท่านก็บอกว่า "เออ! เอาอย่างนั้นแล ให้พิจารณาอย่างนั้น ดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ" นี่ท่านไม่มีการคัดค้าน ไม่มีการโต้เถียง หรือไม่มีการที่จะกระโตกกระตาก อะไรทั้งหมดเลย เพราะฉะนั้น "คติอันนี้จึงเป็นคติอันดีเยี่ยม" .. "
หลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท
พระผู้เป็นดั่งผ้าขี้ริ้วห่อทอง -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอังคารที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๕
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอังคารที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๕ -
กระแสโลกนั้นเหมือนกับน้ำที่ไหลงลงต่ำ นักปฏิบัติจึงต้องเพียรว่ายทวนน้ำไว้เสมอ
กระแสโลกนั้นเหมือนกับน้ำ ถ้าหากว่าจะต่อต้านกระแสโลก เราต้องว่ายทวนน้ำขึ้นไป คราวนี้พอเราว่ายทวนน้ำไป ถึงเวลาก็ปล่อยไหลตามน้ำ กว่าจะว่ายอีกทีหนึ่ง แค่คราวที่แล้วก็เหนื่อยแล้ว ตอนนี้จะเอาเรี่ยวเอาแรงที่ไหนมาว่ายต่อ ? ดังนั้น...การปฏิบัติของเราจึงจำเป็นที่จะต้องทำให้ต่อเนื่องอยู่เสมอ
...................................
พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร. วัดท่าขนุน
www.watthakhanun.com -
"ชีวิตเราต้องถึงซึ่งความตาย" (หลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร)
.
"ชีวิตเราต้องถึงซึ่งความตาย"
" .. ภาวนามรณกรรมฐานเตือนจิตใจนี้อยู่เสมอว่า "ชีวิตของเรานี้ต้องถึงซึ่งความตาย" ที่ใครคิดว่าเมื่อเกิดโรคภัยไข้เจ็บแล้ว ก็จะไปโรงพยาบาลให้มันดีมันหาย "มันไม่มีทางที่จะหายได้" มันนับวันนับคืน นับชั่วโมงนาทีวินาที มันใกล้ไปสู่ความตายทุกวันเวลา
"เมื่อมันเจ็บไข้ได้ป่วยได้ แล้วจะไม่ตายนั้นไม่ได้" มันต้องตายแน่ ๆ มันแสดงให้เห็นแล้วว่าหนีไม่พ้น เมื่อหนีไม่พ้นแล้วนั้น "มันก็มีทางพ้นอยู่ ก็คือการภาวนา" เอาจิตใจให้มันหลุดมันพ้นออก ไม่ให้ใจหลงใจเมามาอยู่ภายในนี้
ท่านจึงมีวิธี "การภาวนาพุทโธ ภาวนามรณกรรมฐาน ภาวนาลมหายใจ เพื่อให้จิตใจเราทุกดวงจิตดวงใจสงบระงับ" ตั้งมั่นเป็นดวงหนึ่งดวงเดียว เดี๋ยวนี้จิตมันฟุ้งไปซ่านไปมัวเมาไป ไม่มีที่สุดที่สิ้น เลยวุ่นวายอยู่อย่างนั้นเอง .. "
"จิตพระอริยอยู่เหนือกิเลส"
พระญาณสิทธาจารย์ (หลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร)
๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๙
หน้า 103 ของ 442