คลังเรื่องเด่น
-
"ภาวนาพุทโธ ไม่ใช่งานหนัก" (สมด็จพระสังฆราชเจ้า)
.
"ภาวนาพุทโธ ไม่ใช่งานหนัก"
" .. การภาวนา "พุทโธ" ไม่ใช่งานหนัก ไม่ใช่งานยาก "แต่มีคุณมหาศาลเกินกว่าจะมีผู้ใดบอกได้ ผู้ใดทำผู้นั้นจะได้เข้าใจตนเอง" จึงขอให้ทำเพื่อหนีผลแห่งกรรมไม่ดีที่ไม่อาจรู้ได้ว่า กำลังจะเกิดแก่ชีวิตในวินาทีใดและร้ายแรงเพียงไหน เช่นที่เกิดขึ้นให้เห็นอยู่แล้วทุกวันนี้ .. "
"ชีวิตนี้น้อยนักแต่สำคัญนัก"
สมด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันจันทร์ที่ ๒๖ กันยายน ๒๕๖๕
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันจันทร์ที่ ๒๖ กันยายน ๒๕๖๕ -
"กัมมัฏฐานทั้งปวง มีอยู่ในกายทั้งนั้น" (หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี)
.
"กัมมัฏฐานทั้งปวง มีอยู่ในกายทั้งนั้น"
" .. กายของเรานี้มีธรรมอยู่พร้อมเบ็ดเสร็จทุกอย่าง "จะพิจารณาให้เป็นอสุภก็ได้ ให้เป็นกัมมัฏฐานอะไร ๆ ได้หมด" และเป็นที่ตั้งทั้งสมถะและวิปัสสนาด้วย
"จะพิจารณาให้เห็นโทษเห็นทุกข์เห็นเป็นของไม่เที่ยง ไม่ใช่ตัวตนก็ได้ อย่าไปทิ้งกายอันนี้ก็แล้วกัน" จะทิ้งไม่ได้ เพราะเราเกิดขึ้นมาได้ตัวตนมาแล้วจะไปทิ้งให้ใคร
เมื่อเป็นเช่นนี้ "จึงจำเป็นที่สุดที่จะต้องยกกายนี้ขึ้นมาพิจารณา ผู้ต้องการเห็นทุกข์โทษในวัฏสงสาร ต้องยกกายนี้ขึ้นมาพิจารณา" เพราะเป็นของมีอยู่ "กัมมัฏฐานทั้งปวงหมดล้วนมีอยู่ในกายนี้ทั้งนั้น" .. "
"อานาปานสติ"
หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี -
ภาพงานภาวนาพระคาถาเงินล้าน ณ วัดอุทยาน ๒๔ ก.ย. ๖๕
งานภาวนาพระคาถาเงินล้าน ๑๐๘ จบ ณ วัดอุทยาน
วันเสาร์ที่ ๒๔ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๕
เวลา ๐๗.๐๐ น. เริ่มพิธีบวงสรวง
เริ่มการภาวนาพระคาถาเงินล้าน -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอาทิตย์ที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๖๕
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอาทิตย์ที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๖๕ -
"ศีล สมาธิ ปัญญา" (หลวงปู่หลุย จนฺทสาโร)
.
"ศีล สมาธิ ปัญญา"
" .. "ศีลกับสมาธิ ปราบกิเลสอย่างหยาบและอย่างกลางเท่านั้น แต่กิเลสอย่างละเอียดนั้นปราบด้วยปัญญา" นักค้นคว้าหาเหตุผลด้วยกำลังไตรลักษณ์ ประหารกิเลสเหล่านั้นให้สิ้นไปจากสันดาน
"ธรรมดาของจิตติดกายว่าสวยงาม ใช้ปัญญาแยกส่วน แบ่งส่วนของกายให้เห็นเป็นปฏิกูลโสโครก" ให้ชำนิชำนาญโดยยิ่ง เมื่อเหนื่อยแล้วเข้าพักในสมาธิ หายเหนื่อยแล้วก็ใช้ปัญญาค้นธาตุเรื่อย ๆ ทั้งนั่ง นอน ยืน เดิน จนสิ้นราคะ โลภะ โทสะ โมหะ เป็นสมุจเฉทปหาน
"อย่าไปติดสุขในสมาธิในฌานสมบัติอย่างเดียว อย่าไปติดปัญญาอย่างเดียว" จิตฟุ้งซ่าน สมาธิหนุนปัญญา ปัญญาหนุนวิโมกข์วิมุตติ เมื่อถึงวิโมกข์วิมุตติแล้ว จิตพ้นจากกิเลสเท่านั้น .. "
"ธารแห่งธรรม"
หลวงปู่หลุย จนฺทสาโร -
การใส่บาตรทุกวัน (หลวงปู่มหาศิลา สิริจนฺโท)
การใส่บาตรทุกวัน ทำให้จิตใจเกาะอยู่กับความดี เป็นการฝึกจิตให้คลุกเคล้าอยู่กับกุศล ซึ่งเป็นทางแห่งความเจริญ ที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรับรองว่า “ผู้ฝึกจิตดีแล้ว ย่อมนำสุขมาให้”
เพราะเมื่อตื่นขึ้นมา สิ่งแรกที่จะนึกถึงคือจะหาอะไรใส่บาตรดี ซึ่งจุดนี้ก็เรียกว่าเป็นสังฆานุสติ เพราะนึกถึงพระสงฆ์ และจาคานุสติ เพราะนึกถึงสิ่งที่จะนำใส่บาตรพระ ถือเป็นบุญการเจริญพระกรรมฐานถึง ๒ กองด้วยกัน
หลวงปู่พระมหาศิลา สิริจนฺโท
สวนสงฆ์บ้านแกเปะ จ.กาฬสินธุ์
Credit: ขอขอบพระคุณที่มาจาก Facebook =AZUvlQLkOM9DUEfh1YnZoGpGgYDejbHJra56Gb2cmp7ICoKxw8cv6JjnvbQr1M_4oVvRDGNt50LGhxey2utNS-sC403AeKYb3nKlwOSEQ7HJEuijlVq_Ccqr-7SR0vUQV5dViQ29qqt8HwarJygkwnWydd3_IFLvCFe_T8nl67CUDb7eviYwK2mFMBawnFN-CCcSqkE8UfuiNirF8VRRZJZ6&__tn__=%2CO%2CP-R']หลวงปู่ศิลา สิริจันโท -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๒๔ กันยายน ๒๕๖๕
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๒๔ กันยายน ๒๕๖๕ -
"พบหลวงปู่มั่นครั้งแรก" (หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน)
.
.
"พบหลวงปู่มั่นครั้งแรก"
" .. มาก็บึ่งหาท่านเลย ท่านก็ใส่เปรี้ยงเลย ท่านต้อนรับท่านกางเรดาร์ไว้เรียบร้อยแล้ว สรุปความลง ย่นเข้ามาว่า "ท่านมาอะไร มาหามรรคผลนิพพานเหรอ" มาหาบุญหากุศลเหรอ "ท่านก็ชี้ไปต้นไม้ภูเขาไม่ใช่มรรคผลนิพพาน" ไม่ใช่บาป ไม่ใช่บุญ ไม่ใช่ธรรม ทั่วโลกธาตุสิ่งนั้นเป็นนั้น ๆ ไม่ใช่บาปไม่ใช่บุญ ไม่ใช่กิเลสตัณหา ไม่ใช่มรรคผลนิพพาน ไม่ใช่ธรรม "ธรรมแท้อยู่ที่ใจ" ว่าอย่างนั้นนะ นอกนั้นปัดหมดเลย ไม่ใช่บาปใช่บุญ อยู่ที่ใจ เอา เร่งความพากความเพียรเข้าที่ใจ "บุญอยู่ที่ใจ บาปอยู่ที่ใจ กิเลสอยู่ที่ใจ ธรรมอยู่ที่ใจ มรรคผลนิพพานอยู่ที่ใจ" ชี้ลงใจ ๆ เลย
ท่านแสดงนั้นเหมือนว่า "เอามรรคผลนิพพานมาวางไว้บนฝ่ามือให้เราดู" นี่เห็นไหม ๆ ท่านผู้ดีทั้งหลายท่านไปได้ ท่านเอามรรคผลนิพพานมาครองหัวใจได้ "เราจะเอาอะไรครองหัวใจ เอาหา หาให้ได้ หาที่ใจ อย่าไปหาที่อื่น" ไม่ใช่กิเลสตัณหา ไม่ใช่อรรถใช่ธรรม ไม่ใช่มรรคผลนิพพาน ให้หาที่ใจ ละชั่วทำดีอย่าลดละ เท่านั้นละ "ท่านเทศน์ย้ำลงไป ๆ จิตมันก็ลงแน่วเลยเชียว ลงใจกับท่าน" นั่นละที่นี่เราพูดย่อ ๆ นะ พอลงมาจากท่านแล้ว "เหมือนว่าตัวมันจะเหาะลอยทั้งเป็น... -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันศุกร์ที่ ๒๓ กันยายน ๒๕๖๕
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันศุกร์ที่ ๒๓ กันยายน ๒๕๖๕ -
"เกลือไม่เค็ม" (หลวงปู่ชา สุภัทโท)
.
"เกลือไม่เค็ม"
" .. พระรูปหนึ่งบอกว่า "เป็นนักปฏิบัติ เมื่อมาขออยู่กับอาตมา" ถามถึงระเบียบปฏิบัติ อาตมาจึงอธิบายให้ฟ้งว่า "เมื่อมาอยู่กับผม จะสะสมเงินทองและสิ่งของไม่ได้ผมถือตามวินัย" ..
ท่านพูดว่า : "ท่านปฏิบัติไม่ยึดไม่หมาย"
อาตมาบอกว่า : "ผมไม่ทราบกับท่าน"
ท่านเลยถามว่า : "ถ้าผมจะใช้เงินทอง แต่ไม่ยึดไม่หมายจะไดํไหม"
อาตมาตอบว่า : "ได้ ถ้าท่านเอาเกลือมากินดูแล้วไม่เค็มก็ใช้ได้"
ท่านจะพูดเอาเฉย ๆ เพราะท่านขี้เกียจรักษาของ จุก ๆ จิก ๆ นี่มันยาก "เมื่อเอาเกลือมากินท่านไม่เค็มแล้ว ผมจึงเชื่อ" ถ้ามันไม่เค็มจะเอามาให้กินสักกะทอ (เข่งเล็ก) ลองดู มันจะไม่เค็มจริง ๆ หรือ "เรื่องไม่ยึดไม่หมายนี้ ไม่ใช่เรื่องพูดเอง คาดคะเนเอา" ไม่ใช่ "ถ้าท่านพูดอย่างนี้อยู่กับผมไม่ได้" ท่านจึงลาไป .. "
"หมือนกับใจคล้ายกับจิต"
พระโพธิญาณเถร (หลวงปู่ชา สุภัทโท) -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพฤหัสบดีที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๖๕
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพฤหัสบดีที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๖๕ -
เรื่องของพลังจิต (หลวงพ่อพุธ ฐานิโย)
ถาม : พลังจิตสามารถใช้ประโยชน์อะไรบ้าง?
หลวงพ่อ : อันนี้ก็แล้วแต่พลังจิตของเรา ถ้าเรามีพลังจิตสามารถบังคับจิตใจคนอื่นได้ มันก็เป็นไปได้ดี
แต่ก็ด้วยประการใดก็ดี ผู้ที่มีสมาธิแล้วคำพูดมักจะศักดิ์สิทธิ์ สามารถที่จะโน้มน้าวจิตของผู้อื่นได้
ถ้าหากสมมติว่าเราโกรธใครสักคนหนึ่ง อย่าไปแช่งเขา ให้ทำสมาธิ ให้แผ่เมตตาให้เขามากๆ
ในเมื่อเราแผ่เมตตาให้เขามากๆ มันจะเกิดผลขึ้นมา ๒ อย่าง
อย่างหนึ่งเขามาดีกับเรา อย่างที่ ๒ ถ้าเขาไม่ยอมมาดี เขาก็พังไปเอง เราไม่ต้องแช่ง ถ้าแช่งแล้วเราก็เป็นบาป แล้วก็ทำให้เราเสื่อมคุณธรรมด้วย
โอวาทธรรม หลวงพ่อพุธ ฐานิโย
Credit: ขอขอบพระคุณที่มาจาก Facebook อมตะธรรม ประเทศไทย -
"กิเลสทั้งหลาย จิตดวงนี้เองที่สร้างขึ้น" (หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)
.
"กิเลสทั้งหลาย จิตดวงนี้เองที่สร้างขึ้น"
" .. กิเลสทั้งหลายนะ "ขอแต่ว่ามาฝึกจิตตัวเองให้มันได้ก็แล้วกัน" บังคับจิตตัวเองให้มันได้แล้ว "เรื่องของกิเลสไม่ยากเย็นเลย เพราะว่ากิเลสนั้นมันก็จิตดวงนี้เองที่สร้างขึ้น" ปรุงแต่งขึ้น ไม่ใช่ว่าอยู่ดี ๆ แล้วกิเลสมันมาสวมเอาเลยนี่ไม่มี ไม่มี อย่าไปเข้าใจอย่างนั้น "ล้วนแต่จิตสร้างขึ้นทั้งนั้น"
เช่น "อย่างความรักอย่างนี้นะ อยู่ดี ๆ มันจะรักขึ้นมาเองไม่มี" ตามันต้องไปเห็นรูปสวยงามก่อน แล้วมันจะเกิดความรักขึ้นมา ถ้าตามันเห็นรูปสวย ๆ งาม ๆ อย่างนั้นแล้ว "สติหรือปัญญามันทำลายความเห็นแล้วนั่นลงไป สวยงามนั่นเป็นแต่เพียงสมมติของโลก"
"แต่ถ้าว่าโดยปรมัตถ์แล้ว ไม่มีอะไรสวยงาม" มันเป็นแต่เพียงสภาวะธาตุประชุมกันอยู่ หมดเหตุหมดปัจจัยแล้ว มันก็แตกสลายลงเท่านั้น "ไม่มีอะไรสวยงาม ไม่มีอะไรขี้เหร่" .. ไม่มีเลย .. "
"อุบายละสังขารรูปนาม"
หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพุธที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๖๕
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพุธที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๖๕ -
ใจเป็นพระ / พระราชพรหมยาน วัดท่าซุง
ใจเป็นพระ
พระธรรมเทศนา พระราชพรหมยาน วัดท่าซุง -
"ปัจจุบันเท่านั้น สำเร็จประโยชน์ได้" (หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต)
.
"ปัจจุบันเท่านั้น สำเร็จประโยชน์ได้"
" .. "สิ่งที่ล่วงไปแล้ว ไม่ควรทำความผูกพัน" เพราะเป็นสิ่งที่ล่วงไปแล้วอย่างแท้จริง แม้กระทำความผูกพันและหมายมั่นให้สิ่งนั้น กลับมาเป็นปัจจุบัน ก็เป็นไปไม่ได้ "ผู้ทำความสำคัญมั่นหมายนั้นเป็นทุกข์แต่ผู้เดียว" โดยความไม่สมหวังตลอดไป
"อนาคตที่ยังมาไม่ถึงนั้น เป็นสิ่งไม่ควรไปยึดเหนี่ยวเกี่ยวข้องเช่นกัน" อดีตควรปล่อยไว้ตามอดีต อนาคตควรปล่อยไว้ตามกาลของมัน "ปัจจุบันเท่านั้นจะสำเร็จประโยชน์ได้" เพราะอยู่ในฐานะที่ควรทำได้ไม่สุดวิสัย .. "
"ภูริทตฺตธมฺโมวาท"
(หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต) -
“นิมนต์พระนำคนตายกลับบ้าน”
ถาม: คนที่ตายที่โรงพยาบาลแล้วนิมนต์พระนำกลับวัดหรือบ้านคนตาย เขาจะกลับได้จริงไหมครับ?
พระอาจารย์: อ๋อ เขาไปตามวาระของเขาแล้ว เขาไปเป็นเทวดาไปเป็นเปรตแล้ว หรือไปเป็นอะไรแล้ว งั้นที่ทำนี้เพียงแต่ไปเอาร่างกายเท่านั้นเอง เพื่อความสบายใจของคนเป็น ของคนที่ยังมีอยู่ เพราะตามความเชื่อว่าต้องมีพระมาดึงกลับไป แต่พระดึงไม่ได้หรอก
"มันเรื่องของกรรม กฎแห่งกรรม ไม่มีใครเหนือกรรม
พอร่างกายนี้ตายปั๊บนี่ จิตนี้ถูกกรรมเป็นผู้จัดการ เท่านั้นเอง
เรามีกรรมเป็นของๆตน เป็นผู้รับผลของกรรม
จะทำกรรมอันใดไว้ ดีหรือชั่ว
จะต้องเป็นผู้รับผลของกรรมนั้น
ฉะนั้นกรรมก็จะจัดสรรทันที
ให้เราเป็นเปรต เป็นเดรัจฉาน ไปเป็นเทวดา
หรือไปเป็นพระอริยะ แล้วแต่กรรมที่เราสร้าง"
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
วัดญาณสังวรารามฯ ชลบุรี
ถามตอบปัญหาธรรม
10 กรกฎาคม 2564
Credit: ขอขอบพระคุณที่มาจาก Facebook กลุ่มเด็กวัดป่า ฯ มดงาน -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอังคารที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๖๕
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอังคารที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๖๕ -
การบวชเป็นสิ่งที่ทำได้ยากมาก เพราะเป็นบุญในส่วนของเนกขัมมบารมี
การบวชเป็นสิ่งที่ทำได้ยากมาก เพราะเป็นบุญในส่วนของเนกขัมมบารมี ซึ่งในการสร้างบารมีทั้งหมด แทบจะไม่มีใครเริ่มต้นด้วยเนกขัมมบารมี ในเมื่อแทบจะไม่มีใครเริ่มต้นด้วยเนกขัมมบารมี ถ้าไม่ได้มีวิสัยการบวชมาก่อน โอกาสที่จะบวชต้องบอกว่าเป็นศูนย์เลย หรือไม่ก็บวชแล้วอยู่ไม่ได้ เพราะไม่ใช่วิสัยของตน
โดยเฉพาะการบวชในสมัยนี้ ที่อยู่เป็นพรรษาหายากมาก ส่วนใหญ่เขาบวชกัน ๓ วันบ้าง ๗ วันบ้าง ๑๕ วันบ้าง เดือนหนึ่งบ้าง บางคนบวชแล้วสึกกลับบ้านไป เขายังเก็บโต๊ะจีนไม่เสร็จเลย สมัยก่อนทางบ้านอาตมาจะมีสมาคมตระกูลแซ่ เวลาเขามีงานก็ต้องช่วยกันไปช่วยกันมา เช่น เขาใส่ซองให้เรามาร้อยหนึ่ง ครั้งต่อไปเราต้องใส่ซองเขาไป ๑๕๐ มีอยู่บ้านหนึ่ง มีแต่ใส่ซองให้คนอื่นมาตลอด คนเป็นลูกก็ไม่คิดที่จะบวชหรอก เพราะไม่ใช่วิสัยของตนเอง ต่อมาลูกบ้านนี้บวช เลี้ยงโต๊ะอะไรเสร็จสรรพเรียบร้อย วันรุ่งขึ้นก็สึก คนเขาด่ากันทั้งตำบล ว่าตั้งใจบวชมาเอาซองอย่างเดียว
ส่วนอาตมานั้น ที่บ้านมีพี่ชายคนโต พี่สาวคนโตสองคน และพี่ชายคนที่สามที่แต่งงานไป นอกนั้นก็ไม่ได้แต่ง โอกาสที่จะได้ครองเรือนเหมือนคนอื่นเขาก็ไม่มี พอมางานบวชของอาตมา... -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันจันทร์ที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๖๕
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันจันทร์ที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๖๕ -
"รักษาศีล คือรักษากายวาจาใจของเรา" (หลวงปู่ฝั้น อาจาโร)
.
"รักษาศีล คือรักษากายวาจาใจของเรา"
" .. ขณะนี้เราไม่ได้ทำโทษน้อยใหญ่ทั้งหลาย โทษทั้งหลายเหล่านี้ก็ไม่มีในตัวเรา เราต้องพิจารณามันให้แน่นอนลงไป เชื่อมั่นลงไป คือศรัทธาความเชื่อของเรา เชื่อจริงหรือไม่จริงเล่า "ที่ท่านวางศีลไว้ คือกาย วาจา ใจของเรานี้เป็นศีล" ท่านไม่ได้ให้รักษาอื่น "ให้รักษาศีล คือรักษากายวาจาใจของเรานี้"
อย่าว่าเป็นของยากของลำบากรำคาญ "เราต้องการความสุขความสบายแล้ว เราก็ต้องรักษากายของเรา รักษาวาจาของเรา รักษาดวงใจของเรา" ไม่ทำโทษน้อยใหญ่ทั้งหลายทั้งหมด ข้อนี้เราทั้งหลายก็รู้อยู่แล้วสิ่งที่เป็นโทษ เป็นบาปกรรมเราไม่ทำ
"เมื่อเราไม่ได้ทำบาปทำกรรมแล้ว บาปกรรมทั้งหลายก็ไม่มีในตัวเรา" ให้พิจารณาดู ถ้าเราไม่ชอบบาปกรรมเราก็เลิกทำ บาปกรรมทั้งหลายก็ไม่มีในตัวเรา เราควรพินิจพิจารณาข้อนี้ให้แน่ใจลงไป เชื่อมั่นลงไป .. "
"การฟังและการปฏิบัติ"
(หลวงปู่ฝั้น อาจาโร) ๓ กันยายน ๒๕๑๑
ม.ร.ว. ส่งศรี เกตุสิงห์ ถอดจากแถบบันทึกเสียง -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอาทิตย์ที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๖๕
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอาทิตย์ที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๖๕ -
การละกาย
การละกาย
เดินจิต -
"รากเหง้าของพระศาสนา" (หลวงปู่มั่น ภูริทัตตเถระ)
.
"รากเหง้าของพระศาสนา"
" .. "ทาน - ศีล - ภาวนา" เป็นรากเหง้าของความเป็นมนุษย์และเป็นรากเหง้าของพระศาสนา ที่มนุษย์ต้องคอยสั่งสมให้มาอยู่ในนิสัย
- "ทาน" เป็นเครื่องแสดงน้ำใจ เพื่อสงเคราะห์ผู้อื่นโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนใด ๆ
- "ศีล" เป็นเครื่องปัดเป่าความคิดของผู้มีกิเลส
- "ภาวนา" อบรมใจให้ฉลาดเที่ยงตรงต่อเหตุผลและความถูกต้อง ผู้เป็นหัวหน้างาน หรือ มีภารกิจมาก ควรหันมาฝึกใจเป็นอย่างยิ่ง "เพราะการภาวนาช่วยแก้ความยุ่งยากลำบากใจ ทุกประเภทที่เป็นภาระหนัก" หากปล่อยใจโดยไม่มีธรรมเป็นเครื่องยับยั้ง คงไม่ได้รับความสุข แม้จะมีสมบัติก่ายกอง .. "
"มุตโตทัย"
(หลวงปู่มั่น ภูริทัตตเถระ) -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๖๕
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๖๕ -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันศุกร์ที่ ๑๖ กันยายน ๒๕๖๕
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันศุกร์ที่ ๑๖ กันยายน ๒๕๖๕ -
คนทำความดีมี ๒ ประเภท
บุคคลที่ทำความดีนั้น สามารถแบ่งออกเป็น ๒ ประเภท ประเภทแรกคือ ทำความดีเพราะอยากทำ ท่านทั้งหลายเหล่านี้จะทำได้ทน ทำได้นาน ไม่สนใจเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถากถางเยาะเย้ยของคนอื่น อีกประเภทหนึ่ง คือ บุคคลที่ทำความดีเพราะอยากดี ประเภทนี้ถ้าผลความดีไม่ตอบแทนในระยะใกล้ ก็อาจจะหมดกำลังใจไปเลย
รางวัลคนคู่คุณธรรมของสภาวัฒนธรรมอำเภอทองผาภูมินั้น ตั้งใจที่จะให้กับบุคคลทั้ง ๒ ประเภท คือประเภทที่ทำความดีเพราะอยากทำ ก็จะได้มีเครื่องยืนยันว่า สิ่งที่เขาทำนั้น บุคคลอื่นมองเห็นและยกย่องในสิ่งที่เขาได้กระทำต่อเนื่องมายาวนาน ส่วนประเภททำความดีเพราะอยากดี ก็จะได้เห็นว่ามีผลของความดีตอบ คือได้รับใบประกาศเกียรติคุณ ได้รับเงินรางวัล ได้ออกสื่อ มีชื่อเสียง ยืนยันว่าสิ่งที่เขาทำนั้นถูกต้อง เป็นสิ่งที่สังคมยกย่อง
แต่ว่าสิ่งทั้งหลายเหล่านี้ ถ้าท่านทำความดีเพราะอยากทำ ท่านก็จะทำได้ทน ทำได้นาน ไม่ท้อถอย ถ้าทำความดีเพราะอยากดี แล้วผลความดีไม่ตอบแทน ก็อาจจะหมดกำลังใจ เลิกทำความดีไปเลยก็ได้
ดังนั้น..ในเรื่องของการกระทำความดี จึงเป็นเหมือนอย่างกับการว่ายทวนกระแสโลก การทำความชั่วนั้น ถ้านับไปแล้ว... -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพฤหัสบดีที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๖๕
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพฤหัสบดีที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๖๕ -
บารมีพระอยู่ในทุกอณูของอากาศ หากใจเราเปิดรับมากเท่าไร ยิ่งได้ผลมากเท่านั้น
เก็บตกจากงานเป่ายันต์เกราะเพชร วันเสาร์ที่ ๖ กรกฎาคม ๒๕๖๒
อาตมาจะสร้างวิทยาลัยสงฆ์กาญจนบุรี ต้องใช้เงินทุนมาก ปีนี้ก็เลยออกวัตถุมงคล ๒ รุ่นด้วยกัน ทั้ง ๆ ที่โดยปกติแล้วไม่ค่อยได้ออก เป็นสมเด็จองค์ปฐมเนื้อเขียวเหล็กไหล ฉลอง ๖๐ ปีของอาตมา ซึ่งเป็นเนื้อพิเศษที่ทำได้ยากมาก เพราะว่าต้องอาศัยน้ำจากแหล่งเดียวในการบ่มเหรียญ ถึงจะเปลี่ยนเป็นสีปีกแมลงทับได้ แล้วหลายเหรียญก็ค่อนข้างจะดื้อ บ่มแล้วไม่ขึ้น แต่อาตมาว่า ถ้าหากว่าเป็นอาตมาก็จะเอาที่บ่มไม่ขึ้นนั่นแหละ เพราะแสดงว่ามั่นคงต่อตัวเองมาก ไม่ยอมเปลี่ยนแปลง
ส่วนอีกชุดหนึ่งเป็นแผ่นเลเซอร์ยันต์เกราะเพชรเล็ก ๆ โตกว่าเหรียญบาทนิดเดียว ถ้าท่านใดบูชาติดตัวเอาไว้ก็ต้องบอกว่า ไม่ต้องเป่ายันต์ก็ได้ แต่อาจจะลืม อาจจะหาย ถ้าหากว่าไม่มั่นใจก็เป่ายันต์เกราะเพชรติดตัว บูชาแผ่นยันต์ไปด้วย
สมเด็จองค์ปฐมเนื้อเขียวเหล็กไหลราคาแพงหน่อย เพราะว่าทำยาก เหรียญละ ๒,๕๐๐ บาท แต่แผ่นเลเซอร์ยันต์เกราะเพชรนั่น ๕๐ บาท สำหรับบุคคลที่เบี้ยน้อยหอยน้อย แต่ท่านก็อุตส่าห์ให้ต่อท้ายมาแล้วว่า งานนี้ให้ในเรื่องของลาภผลด้วย แต่ว่าให้ภาวนาคาถาเงินล้านเป็นปกติ...
หน้า 92 ของ 442